The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องมือช่างมีประโยชน์อย่างไร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mu7626, 2024-02-04 21:24:18

เครื่องมือช่างเเสนสนุก

เครื่องมือช่างมีประโยชน์อย่างไร

Keywords: ช่าง

ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ สำ หรับการพัฒนา ชิ้นงาน •ชยุดา หมอยา •กุลกัญญา สมบูรณ์โชคดี


ความรู้เกี่ยวกับวัสดุสำ หรับการพัฒนาชิ้นงาน เทคโนโลยีในการสร้างสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีอยู่ในชีวิตประจำ วัน เกิดจากการนำ วัสดุ หลายประเภทที่มีสมบัติแตกต่างกันมาประกอบหรือผสมเข้าด้วยกัน การคัดเลือกวัสดุจาก สมบัติจึงมีความสำ คัญต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ และวัตถุประสงค์ในการใช้งานโดยตรง เช่น แก้วน้ำ ที่ทำ จากกระดาษสำ หรับใช้ครั้งเดียว แก้วน้ำ ที่ทำ จากพลาสติกปลอดภัยกับเด็ก มากกว่าแบบที่ทำ จากแก้ว วัสดุและประเภทของวัสดุ วัสดุ (materials) คือสิ่งของหรือวัตถุที่นำ มาใช้ประกอบกันเป็นชิ้นงานตามการออกแบบ เป็นวัตถุที่สามารถสัมผัสได้ มีสมบัติเฉพาะตัวทางฟิสิกส์ เคมี ไฟฟ้าหรือสมบัติเชิงกล แตกต่างกันไป จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติของวัสดุเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสม วัสดุแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1.โลหะ (Metals) เป็นวัสดุที่มีสมบัติของความแข็ง ผิวมันวาว เป็นตัวนำ ไฟฟ้า มีความ เหนียว โดยสามารถยืดเป็นเส้นหรือตีเป็นแผ่นบางได้ โลหะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1) โลหะกลุ่มเหล็ก (Ferrous metal) สมบัติเด่น มีความแข็งแรง ทนทาน ปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ ตามความต้องการในการใช้งาน ลักษณะงาน ใช้ในงานด้านโครงสร้างและงานอุตสาหกรรม 2) โลหะนอกกลุ่มเหล็ก (Non-ferrous metals) สมบัติเด่น มีทั้งโลหะหนักและโลหะเบาทนทานต่อการกัดกร่อน ยืดตัวได้ง่าย ลักษณะงาน ใช้ในงานอุตสาหกรรมบางประเภทเนื่องจากมีราคาสูง


2.อโลหะ (Non-metals) คือ วัสดุที่มีคุณสมบัติต่างจากโลหะและวัสดุกึ่งโลหะ ในด้านการ แตกตัวของไอออน และการดึงดูดระหว่างอะตอม อโลหะแตกตัวในสารละลายได้ ให้ประจุ ลบ จึงใช้เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือกึ่งตัวนำ ไฟฟ้า (ขณะที่โลหะเป็นตัวนำ ไฟฟ้า) ยกเว้นคาร์บอน ในรูปแกรไฟต์และฉนวนความร้อน อโลหะที่เป็นของแข็งจะมีความเปราะ ไม่สามารถดึงยืด ออกเป็นเส้นลวดหรือตีเป็นแผ่นบางๆได้ อโลหะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 1) วัสดุธรรมชาติ หมายถึง วัสดุที่ได้จากผลผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งวัสดุธรรมชาติที่พบ ในแต่ละภูมิภาค มีหลายชนิดและอาจจะแตกต่างกันในแต่ละชุมชนหรือท้องถิ่น สามารถนำ มาทำ เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อใช้ประโยชน์รวมทั้งวางขายเพื่อเสริมรายได้ให้แก่คนในชุมชน หรือท้องถิ่นได้วัสดุที่นิยมมาใช้ มีดังนี้ 1. ไม้ สมบัติเด่น ไม้เป็นวัสดุแข็งที่ทำ จากแก่นลำ ต้นของต้นไม้ ดูดซับเสียงได้ดี นำ ความร้อนต่ำ เป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้าได้ดี มีการหดและขยายตัวเมื่อมีความชื้น ลักษณะงาน ก่อสร้างอาคาร บ้านเรือน เครื่องเรือน และ เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ


2. ไม้ไผ่ สมบัติเด่น ไม้ไผ่เป็นไม้เนื้อแข็ง ลำ ต้นแข็งแรง มีความเหนียว น้ำ หนักเบา ยืดหยุ่น ลักษณะงาน นำ หน่อไปทำ อาหาร นำ ลำ ต้นไปเป็นเครื่องจักรสารและเครื่องเรือน เช่น โต๊ะ 3. หวาย สมบัติเด่น มีความเหนียว แข็งแรง ทนทาน และยืดหยุ่นได้ดี ลักษณะงาน จักสารเป็นเครื่องใช้และเครื่องเรือนต่างๆได้ เช่น ถาด ตะกร้า หมวก 4.มะพร้าว สมบัติเด่น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เช่น เนื้อมะพร้าว เปลือกมะพร้าว กะลา ลักษณะงาน เนื้อมะพร้าวสกัดเป็นน้ำ มัน เส้นใยในเปลือกมะพร้าวใช้ทำ เชือก ขุยมะพร้าวใช้ ทำ วัสดุเพาะชำ ต้นไม้ กะลามะพร้าวใช้ทำ ภาชนะ ใช้ทำ เชื้อเพลิงและถ่านกัมมันต์


5.กล้วย สมบัติเด่น ไม้ล้มลุกที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จากทุกส่วน ราก ลำ ต้น ใบ ลักษณะงาน ลากและลำ ต้นแท้ใช้เป็นสมุนไพรรักษาโรคแผนโบราณหรือใช้รักษาผิวหนัง 6. ปอสา สมบัติเด่น มักพบในภาคเหนือ เส้นใยจากปอได้จากเปลือกของลำ ต้น วัตถุดิบคุณภาพดีใน การทำ กระดาษที่เหนียว ทนทาน เก็บรักษาได้นาน ลักษณะงาน ใช้ทำ กระดาษ ร่ม ดอกไม้ประดิษฐ์ โคมไฟ พัด และบัตรอวยพรต่างๆ 7. ไหม สมบัติเด่น เส้นใยที่ได้มาจากใยที่ห่อหุ้มดักแด้ที่ เรียกว่า รังไหม มีลักษณะเหนียว และมัน วาว นิยมเลี้ยงกันมากในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะงาน ใช้ทอเป็นผ้าเพื่อสวมใส่ สามารถปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศได้ดี


8. ย่านลิเภา สมบัติเด่น เป็นเฟินทอดเลื้อยยาวได้หลายเมตร ลำ ต้นเหนียว มักพบในภาคใต้ ลักษณะงาน ใช้ทำ เป็นเครื่องจักรสารย่านลิเภาเช่น กระเป๋า โคมไฟ พัด 9. กระจูด สมบัติเด่น พืชเฉพาะทางภาคใต้ เป็นพันธุ์ไม้จำ พวก กก (sedge) ลำ ต้นมีสีเขียวอ่อน ดูด ความชื้นได้ เหนียว และทน ลักษณะงาน ใช้ทอเป็นเสื่อ กระเป๋า ตะกร้า และของใช้ในบ้าน 10. ยางพารา สมบัติเด่น มีความยืดหยุ่น กันน้ำ ไม่นำ ความร้อน และไม่นำ ไฟฟ้า ลักษณะงาน ใช้แปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน


1. ไม้สังเคราะห์ สมบัติเด่นวัสดุทดแทนที่ทำ จากไม้จริงผสมกับวัสดุประเภทอื่นๆซึ่งทำ ให้มีสมบัติแตกต่างกัน ลักษณะงาน -ชิ้นไม้ขนาดเล็กผสมกับปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เรียกว่าไม้อัดซีเมนต์ มีสมบัติคล้ายไฟเบอร์ ซีเมนต์ แต่ไม่สามารถดัดโค้งได้ -ผงไม้ผสมกับพลาสติก เรียกว่า Wood plastic composite หรือ WPC หรือไม้พลาสติก ทนทานต่อความชื้นได้ดีและทนทานต่อเชื้อรา -ผงไม้และเส้นใยผสมกับกาวสังเคราะห์ เรียกว่า แผ่นใยไม้อัดมีความแน่นหนาปานกลาง มี ผิวเนื้อในละเอียด และเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั่วทั้งแผ่น มีความหนาแน่น และเรียบ สม่ำ เสมอตลอดทั้งแผ่น 2) วัสดุสังเคราะห์ เป็นวัสดุที่ถูกปรุงแต่งขึ้นใหม่จากวัสดุธรรมชาติและสารเคมี ด้วยกระบวนการหรือกรรมวิธีต่างๆ วัสดุที่ได้จากการสังเคราะห์จะมีสมบัติเฉพาะตัว เช่น น้ำ หนักเบา มีความแข็งแรงสูง คงทนต่อการกัดกร่อน คงทนต่ออุณหภูมิ คงทนต่อสารเคมี เป็นที่นิยมในการนำ มาใช้ในงานอุตสาหกรรมทั้งแขนง วัสดุสังเคราะห์นิยมใช้ มีดังนี้


2. พลาสติก สมบัติเด่น สารประกอบอินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นมีสมบัติคือ คงตัว สลายตัวยาก มีมวล น้อย เบา เป็นฉนวนความร้อนและไฟฟ้าที่ดี ลักษณะงาน -เทอร์มอพลาสติก เป็นพลาสติกที่ได้รับความร้อนแล้วจะอ่อนตัว เมื่อเย็นลงจะแข็งตัว หลอมเหลวและนำ กลับมาใช้ใหม่ได้ เช่นขวดน้ำ ถุงพลาสติก -พลาสติกเทอร์มอเซต เป็นพลาสติกที่ของรูปหลังการผ่านความร้อนหรือแรงดันเพียงครั้ง เดียวเมื่อเย็นลงจะแข็งมาก ทนความร้อนและความดัน ไม่อ่อนตัวและเปลี่ยนรูปร่างไม่ได้ เช่น ภาชนะบรรจุอาหารจากเมลามีน ท่อความดัน -พลาสติกชีวภาพ พลาสติกที่ผลิตจากวัตถุดิบทางการเกษตรหรือจากธรรมชาติและ สามารถย่อยสลายได้


3. แก้ว สมบัติเด่น แก้วเป็นสารประกอบของซิลิกากับสารโลหะออกไซด์ มีลักษณะโปร่งใสและมี ความเปราะ ลักษณะงาน นิยมใช้ทำ ขวด กระจกหน้าต่าง กระจกแผ่น ถ้วยแก้ว แก้วกันกระสุน แก้ว กระจกรถยนต์ หลอดฟลูออเรสเซนต์ เลนส์แว่นตา แว่นขยาย กล้องถ่ายรูป กล้องจุลทรรศน์ กล้องส่องทางไกล 4. เส้นใยสังเคราะห์ สมบัติเด่น เส้นใยที่เกิดจากการพัฒนาโดยเพิ่มสมบัติของเส้นใยที่มากยิ่งขึ้นจากเส้นใยปกติ ที่ได้จากพืชและขน ลักษณะงาน -เรยองหรือไหมเทียม มีความมันวาว ยืดหยุ่น เบาบาง -เส้นใยสังเคราะห์จากสารเคมีหรือพอลิเมอร์ เป็นเส้นใยที่ประดิษฐ์ขึ้นจากสารเคมีโดยวิธี การทางเคมีมีหลายชนิด เช่น ไนลอน พอลิเอสเทอร์ อะคริลิก โอลิฟิน มีความยืดหยุ่น คงทน 5.ยางสังเคราะห์ สมบัติเด่น เป็นพอลิเมอร์ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นมีความทนทานต่อการขูดขีดและป้องกัน การผุกร่อนได้ดี ลักษณะงาน ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ เครื่องมือแพทย์ ชิ้นส่วนแม่พิมพ์และสายพานใน เครื่องจักร


สมบัติของวัสดุและหลักการเลือกวัสดุ การเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสมกับงานนั้นจำ เป็นจะต้องศึกษาหรือพิจารณาจากสมบัติของ วัสดุนั้นให้ตรงกับงานที่ออกแบบหรือตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการจากวัสดุต่างๆ เช่น การทนต่อความร้อน การนำ ไฟฟ้า จุดหลอมเหลว ความโปร่งแสง สมบัติของวัสดุที่นำ มาพิจารณาเลือกใช้มีดังนี้ 1. สมบัติทางเคมี เป็นสมบัติที่สำ คัญของวัสดุซึ่งจะบอกลักษณะเฉพาะตัวที่เกี่ยวกับ โครงสร้างและองค์ประกอบของธาตุต่างๆของวัสดุเช่น ค่าความเป็นกรดเบส การ กัดกร่อน การลุกติดไฟ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ 2. สมบัติทางกายภาพ เป็นสมบัติเฉพาะของวัสดุวัสดุที่สามารถสังเกตได้จากลักษณะ ภายนอก เช่น รูปร่าง รูปทรง สี กลิ่น รสชาติ ความหนาแน่น จุดหลอมเหลว ตรวจ สอบโดยการใช้ประสาทสัมผัส เช่น ใช้มือลูบสัมผัสพื้นผิวของวัสดุ หรือใช้เครื่องมือ เฉพาะทาง เช่น เครื่องหาจุดหลอมเหลว เครื่องวัดการนำ ไฟฟ้า เครื่องวัดความชื้น 3. สมบัติเชิงกล เป็นสมบัติเฉพาะตัวของวัสดุที่เกิดจากการตอบสนองต่อแรงภายนอก ที่มากระทำ เช่น การยืดและหดตัวของวัสดุ ความเหนียว ความแข็ง ความแข็งแรง ความสามารถในการรับน้ำ หนัก ความทนทานต่อการขูดขีด


ความรู้ในการแก้ปัญหาหรือพัฒนาชิ้นงาน เทคโนโลยีต่างๆที่เกิดขึ้นต้องใช้กลไกไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนสำ คัญในการสร้าง ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนที่ของรถต้องอาศัยกลไกของ ล้อ และเพลาช่วยให้เคลื่อนที่ได้ กลไก สิ่งที่ทำ งานประสานสอดคล้องกันเพื่อให้ระบบทำ งานได้ ซึ่งกลไกอาจจะซับซ้อนหรือไม่ซับ ซ้อนก็ได้ เช่น กลไกการย่อยอาหารของมนุษย์ กลไกในเครื่องยนต์ที่ทำ ให้รถเคลื่อนที่ได้ 1 ล้อและเพลา เป็นกลไกที่ช่วยผ่อนแรงในการทำ งาน ประกอบด้วยวัตถุวงกลมหรือทรง กระบอกที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแตกต่างกัน 2 ชิ้นส่วนอยู่ติดกัน โดยวัตถุที่มีเส้นผ่าน ศูนย์กลางขนาดใหญ่เรียกว่าล้อและวัตถุวัตถุที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดขนาดเล็กเรียกว่า เพลา 2 รอก เป็นเครื่องผ่อนแรงลักษณะคล้ายล้อ มีแกนหมุนได้รอบ ขอบของรอกจะเป็นร่อง สำ หรับใส่เส้นเชือกหรือโซ่สำ หรับดึงให้รอกหมุนตามได้สะดวกเรียกว่า พาดล้อ ใช้สำ หรับ ยกของขึ้นที่สูงหย่อนของลงไปในที่ต่ำ ลากหรือดึงของหนักให้เบาแรงและรวดเร็ว รอกแบ่ง ออกเป็น2ประเภท 1)รอกเดี่ยว คือ รอกตัวเดียว มีวิธีใช้ 2 ลักษณะ 1.1 รอกเดี่ยวตายตัว เป็นรอกที่ตรึงอยู่ที่ และปลายเชือกด้านหนึ่งผูกกับของที่จะยก ขึ้น รอกประเภทนี้ไม่ช่วยผ่อนแรง แต่ช่วยทำ ให้ทำ งานได้สะดวกขึ้น เช่น รอกที่ใช้ลำ เลียงวัสดุ อุปกรณ์ในวานก่อสร้าง 1.2 รอกเดี่ยวเคลื่อนที่ เป็นรอกที่เคลื่อนที่ได้ขณะทำ งาน โดยปลายรอกด้านหนึ่งจะ ผูกติดอยู่กับที่แล้วร้อยเชือกเข้ากับรอกและผูกวัดวัตถุที่จะยกเข้ากับตัวลอกโดยตรง รอก ประเภทนี้สามารถช่วยผ่อนแรงและช่วยอำ นวยความสะดวก เช่น การขนย้ายวัสดุก่อสร้าง ขึ้นที่สูง


2 รอกพวง เป็นการนำ รอกจำ นวนหลายตัว ทั้งรอกเดี่ยวตายตัวและรอกเดี่ยวเคลื่อนที่มาต่อ พ่วงเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถผ่อนแรงได้มากขึ้น รอกพวงมีการแบ่งย่อยเป็นหลายระบบใน การนำ มาใช้งาน 3 เฟืองตรง เป็นชิ้นส่วนของเครื่องกลที่มีรูปร่างเป็นจานแบนรูปวงกลม ตรงขอบมีลักษณะ เป็นแฉก เรียกว่า ฟัน เมื่อนำ ไปประกบกับเฟืองอีกตัวนึง และทำ ให้เฟืองขับหมุน เฟืองตาม จะหมุนสวนทางกับเฟืองขับ ทำ ให้เกิดการส่งผ่านแรงหมุน สามารถปรับความเร็วและทิศทาง การหมุนได้ตาม ตามวัตถุประสงค์ในการใช้งาน การได้เปรียบเชิงกลที่เกิดขึ้นจะเกิดจาก จำ นวนฟันต่างกัน แรงบิดของเฟืองตามมีค่ามากกว่าเฟืองขับ ดังนั้นหากเฟืองตามมีขนาด ขนาดใหญ่กว่าเฟืองขับ ก็จะทำ ให้แรงบิดมีมากขึ้น 4 คาน เป็นเครื่องกลที่ทำ หน้าที่ดีดหรืองัดวัตถุให้เคลื่อนที่รอบจุดหมุน คานมีทั้งแบบช่วย ผ่อนแรงและคานแบบที่ไม่ช่วยผ่อนแรงแต่ช่วยให้สะดวกในการทำ งาน ส่วนประกอบที่สำ คัญใน การทำ งานของคนมี 2 ส่วน ประกอบดวยแรงพยายามหรือแรงที่กระทำ ต่อคาน (E) แรง ต้านทานหรือน้ำ หนักของวัตถุ (W) และจุดหมุนหรือจุดฟัลครัม (F) คานจำ แนกได้ 3 ประเภท ดังนี้ 1) คานอันดับที่ 1 เป็นคานที่มีจุดหมุน (F) อยู่ระหว่างแรงพยายาม (E) และแรงต้านทาน (W) คานแบบนี้จะช่วยผ่อนแรง อุปกรณ์จัดเป็นคานอันดับที่ 1 มีทั้งแบบ ปกติ เช่น หันค้อน (สำ หรับถอนตะปู) 2) คานอันดับที่ 2 เป็นคานที่มีแรงต้านทาน (W) อยู่ระหว่างพยายาม (E) และจุดหมุน (F) คานอันดับนี้จะช่วยผ่อนแรงได้มาก เช่น ที่เปิดขวดน้ำ อัดลม 3) คานอันดับที่ 3 เป็นคานที่มีแรงพยายาม (E) อยู่ระหว่างแรงต้านทาน (W) และจุด หมุน (F) คานอันดับนี้ไม่ค่อยแข็งแรง เช่น ตะเกียบ 5 สปริง เป็นชิ้นส่วนหลักของระบบกันสะเทือน ซึ่งจะออกแบบให้มีรูปทรงแตกต่างกัน แต่ยัง คงสมบัติรองรับแรงกระแทกเหมือนเดิม และยังนำ มาใช้กับชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหว เช่น แขนกล ระบบการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์


ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆต้องใช้ไฟฟ้าดังนั้นไฟฟ้าจึงเป็นแหล่งพลังงานสำ คัญที่ มนุษย์จำ เป็นต้องใช้และขาดไม่ได้ 1ไฟฟ้าเบื้องต้น ไฟฟ้า คือ พลังงานพลังงานรูปหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกตัวออกมาหรือการเคลื่อนที่ของ อิเล็กตรอนหรือโปรตอน หรืออนุภาคอื่นที่มีสมบัติแสดงพลังงานคล้ายกับอิเล็กตรอนหรือ โปรตอนใช้ประโยชน์ก่อให้เกิดพลังงานพลังงานอื่น เช่น ความร้อน แสงสว่าง พลังงานกล ไฟฟ้ากระแส คือการไหลของประจุไฟฟ้าผ่านวงจรไฟฟ้าแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบดังนี้ 1 ไฟฟ้ากระแสตรง เป็นไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลและขนาดของกระแสคงที่โดยแหล่ง กำ เนิดไฟฟ้ากระแสตรงเช่นถ่านไฟฉายแบตเตอรี่ 2 ไฟฟ้ากระแสสลับ เป็นไฟฟ้าที่มีทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าสลับไปมาและขนาด ของกระแสไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงตลอดตลอดเวลา ไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสไฟฟ้าที่นำ ไฟฟ้ากระแสสลับเป็นกระแสไฟฟ้าที่นำ มาใช้ภายในอาคารบ้านเรือน เช่นระบบแสงสว่าง ใช้ กับเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ เช่น โทรทัศน์ เครื่องคอมพิวเตอร์ วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย เป็นวงจรที่ประกอบไปด้วยแหล่งกำ เนิดไฟฟ้า ตัวนำ ไฟฟ้า และเครื่อง ใช้ไฟฟ้าหรือโหลดซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 1 แหล่งกำ เนิดไฟฟ้า คือแหล่งจ่ายแรงดันไฟฟ้าในวงจรเช่นถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ 2 ตัวนำ ไฟฟ้า คือ วัสดุที่มีสมบัติเป็นตัวนำ ไฟฟ้า ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน เช่น อะลูมิเนียมใช้ทำ สายไฟแรงสูง ทองแดงใช้ทำ สายไฟฟ้าในบ้าน 3 เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลด คือ อุปกรณ์ที่เปลี่ยนแรงดันไฟฟ้าที่ได้รับให้เป็นพลังงานรูป แบบอื่น เช่น พัดลมมีการเปลี่ยนรูปแรงดันไฟฟ้าเป็นพลังงานกล


2.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการควบคุมหรือออกแบบการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร ไฟฟ้า ซึ่งมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำ หน้าที่ควบคุมการไหลของกระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ บัซเซอร์ (buzzer) หน้าที่ เป็นลำ โพงแบบแม่เหล็กที่มีวงจรกำ เนิดความถี่อยู่ภายใน ตัว เมื่อป้อนแรงดันสามารถกำ เนิดเสียงได้ด้วยตัวเอง แต่ไม่ สามารถเปลี่ยนความถี่ของเสียงได้ ตัวอย่างการใช้งาน วงจรสัญญาณเตือนในอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น •เครื่องคอมพิวเตอร์ •เตาไมโครเวฟ •เครื่องซักผ้า อุปกรณ์ ตัวเก็บประจุ หน้าที่ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำ หรับในการเก็บประจุ โดยเก็บพลังงาน ในรูปของสนามไฟฟ้า ที่สร้างขึ้นระหว่างคู่ฉนวนหน่วยของตัว เก็บประจุ คือ ฟารัด ตัวอย่างการใช้งาน วงจรเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น •โทรทัศน์ •เครื่องขยายเสียง •เครื่องฟอกอากาศ


อุปกรณ์ ตัวต้านทาน หน้าที่ จำ กัดปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในวงจรไฟฟ้า ตัวอย่างการใช้งาน วงจรเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น •เครื่องคิดเลข •พัดลม •เครื่องดูดฝุ่น ไดโอดเปล่งแสง เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานแสง โดยใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่าหลอดไฟฟ้าแบบมีไส้ ตัวอย่างการใช้งาน วงจรอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เช่น •สัญญาณไฟฟ้าจราจร •ไฟท้ายรถยนต์ •ป้ายโฆษณา อุปกรณ์ วงจรรวมหรือ IC หน้าที่ เป็นอุปกรณ์ที่รวมการทำ งานของรีซิสเตอร์ ทรานซิสเตอร์ ไดโอด และอุปกรณสารกึ่งตัวนำ อื่นๆ เข้าเป็น ชิ้นเดียวกัน มีหลายชนิดตามหน้าที่การทำ งาน ตัวอย่างการใช้งาน วงจรเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น •เครื่องปรับอากาศ •รีโมตคอนโทรล •เครื่องถ่ายเอกสาร


Click to View FlipBook Version