นาย เอกจุฑา สุขสงวน ม.6/1 เลขที่ 6
CHINESE
CIVILIZATION
อารยธรรมจีน
ประวัติความเป็นมาของอารยธรรมจีน
ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง
โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่า
อารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี รากฐานที่สำคัญของอารยธรรม
จีนคือ การสร้างระบบภาษาเขียน และการพัฒนาแนวคิดลัทธิขงจื๊อ
เมื่อประมาณ ศตวรรษที่ 2ก่อน ค.ศ. ประวัติศาสตร์จีนมีทั้งช่วงที่
เป็นปึกแผ่นและแตกเป็นหลายอาณาจักรสลับกันไป ในบางครั้งก็ถูก
ปกครองโดยชนชาติอื่น วัฒนธรรมของจีนมีอิทธิพลอย่างสูงต่อชา
ติอื่นๆ ในทวีปเอเชีย ซึ่งถ่ายทอดไปทั้งการอพยพ การค้า และการ
ยึดครอง
อารยธรรมจีนเกิดขึ้นครั้งแรกที่ลุ่มแม่น้ำฮวงโห คือที่ราบตอน
ปลายของแม่น้ำฮวงโหและแม่น้ำแยงซีเกียง อารยธรรมจีนเจริญ
โดยได้รับอิทธิพลจากภายนอกน้อยเพราะทิศตะวันออกติด
มหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกและทิศเหนือเป็นทุ่งหญ้า ทะเล
ทราย และเทือกเขา จีนถือว่าตนเป็นศูนย์กลางของโลก เป็นแหล่ง
กำเนิดความเจริญ แหล่งอารยธรรมยุคหินใหม่ ที่พบมีอายุประมาณ
2,000 ปีก่อนคริสต์กาลที่ตำบล ยางเชา เรียกวัฒนธรรมยางเชา
มณฑลเฮอหนาน และวัฒนธรรมลุงชาน ที่เมือง ลุงชาน มณฑลชาน
ตุง พบ เครื่องมือ เครื่องใช้ทำด้วยหิน กระดูกสัตว์ เครื่องปั้ นดินเผา
กระดูกวัว กระดองเต่าเสี่ยงทาย
แผนที่ประเทศจีน
จีนเป็นชาติที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีอารยธรรมเก่าแก่
จนได้ชื่อว่าเป็นอู่อารยธรรมของชาติตะวันตก (ชนชาติในทวีปเอเชีย)
อาจแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของจีนได้ ดังนี้
1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์
(1) ยุคหินเก่า จีนเป็นดินแดนที่มนุษย์อาศัยเป็นเวลานานที่สุดใน
ทวีปเอเชีย หลักฐานที่พบคือ มนุษย์หยวนโหม่ว (yuanmou man)
มีอายุประมาณ 1,700,000 ปี ล่วงมาแล้ว พบที่มณฑลยูนนาน ภาค
ตะวันตกเฉียงใต้ของจีน และพบโครงกระดูกมนุษย์ปักกิ่ง
(2) ยุคหินกลาง มีอายุประมาณ 10,000 ปี - 6,000 ปีล่วงมา
แล้วใช้ชีวิตกึ่งเร่ร่อน ไม่มีการตั้งหลักแหล่งถาวร มีการพบเครื่อง
ถ้วยชาม หม้อ มีการล่าสัตว์ เก็บอาหาร เครื่องมือหินที่ใช้ในชีวิต
ประจำวัน คือ หินสับ ขูด หัวธนู
(3) ยุคหินใหม่ มีอายุประมาณ 6,000 ปี - 4,000 ปีล่วงมาแล้ว
เริ่มตั้งหลักแหล่งเป็นชุมชน รู้จักเพาะปลูกข้าวฟ่าง เลี้ยงสัตว์ ทอผ้า
ปลูกบ้านมีหลังคา ในยุคหินใหม่นี้มีมนุษย์ทำเครื่องปั้ นดินเผาที่
สวยงามมากขึ้น และเขียนลายสี
(4) ยุคโลหะ มีอายุประมาณ 4,000 ปีล่วงมาแล้วหลักฐานที่เก่า
สุดคือมีดทองแดง แล้วยังพบเครื่องสำริดเก่าที่สุด ซึ่งนำมาใช้ทำ
ภาชนะต่าง ๆเช่น ที่บรรจุไวน์ กระถาง กระจกเงา มีขนาดใหญ่และ
สวยงาม มากโดยเฉพาะสมัยราชวงค์ชาง และ ราชวงค์โจว
2. สมัยประวัติศาสตร์ แหล่งอารยธรรมของจีนถือกำเนิดในบริเวณ
ที่ราบลุ่มแม่น้ำฮวงโห ทั้งนี้จีนเข้าสู่ “สมัยประวัติศาสตร์” ในสมัยรา
ชวงค์ชาง (Shang Dynasty) ระหว่าง 1,776-1,112 ปี ก่อนคริสต์
ศักราช เมื่อมีการใช้ตัวหนังสือรูปภาพ เขียนบนกระดูกสัตว์หรือ
กระดองเต่า
การแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ของจีน แบ่งได้เป็น 4 ยุค ดังนี้
(1) ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ (หรือสมัยคลาสสิก) เริ่มตั้งแต่
สมัยราชวงค์ชาง (Shang Dynasty) และสิ้นสุดในสมัยราชวงค์โจว
(Chou Dynasty) ประมาณ 1,776 -221 ปีก่อนคริสต์ศักราช จีนมี
ความเจริญรุ่งเรืองทางด้านปรัชญา เช่น ลัทธิขงจื้อ (Confucianism)
ลัทธิเต๋า (Taoism)
(2) ประวัติศาสตร์สมัยจักรวรรดิ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ๋น
(Chin Dynasty) เมื่อประมาณ 221 ก่อนคริสต์ศักราช จนกระทั่งถึง
ตอนปลายของสมัยราชวงศ์ชิง หรือเช็ง (Ching Dynasty) ซึ่งเป็นรา
ชวงค์สุดท้ายของจีน ในปี ค.ศ. 1912 เป็นช่วงเวลายาวนานกว่า 2,000
ปี เป็นยุคที่จีนผนวกดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลให้รวมอยู่ภายใต้
จักรวรรดิเดียวกัน
(3) ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เริ่มตั้งแต่ตอนปลายสมัยรา
ชวงศ์เช็ง( Ching Dynasty ) เป็นต้นมาเป็นยุคที่จีนเผชิญหน้ากับภัย
คุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก เกิดการปฏิวัติล้มล้างรา
ชวงศ์เช็ง และสถาปนาระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐขึ้นแทนที่
เป็นยุคที่จีนตกต่ำบ้านเมืองระส่ำระสายจนเกิดการปฏิวัติเข้าสู่ระบอบ
สังคมนิยมในปี ค.ศ.1949ในที่สุด
(4) ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เริ่มตั้งแต่จีนปฏิวัติ
เปลี่ยนแปลงการปกครองเข้าสู่ระบอบสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์
ในปี ค.ศ.1949 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
เครื่องปันดินเผาหยางเชา เครื่องปั้ นดินเผาหลงซาน
จารึกอักษรบนกระดองเต่า อักษรจีนจารึกบนกระดองเต่า
จิ๋นซีฮ่องเต้ ทหารจีนตุ๊กตาดินเผา กำแพงเมืองจีน
ภายในสุสานสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้
มณฑลซีอาน
อารยธรรมจีนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีแหล่งอารยธรรมที่สำคัญ 2 แหล่ง คือ
ลุ่มแม่น้ำฮวงโห พบความเจริญที่เรียกว่า วัฒนธรรมหยางเชา ( Yang Shao
Culture ) พบหลักฐานที่เป็นเครื่องปั้ นดินเผามีลักษณะสำคัญคือ
เครื่องปั้ นดินเผาเป็นลายเขียนสี มักเป็นลายเรขาคณิต พืช นก สัตว์ต่างๆ และ
พบใบหน้ามนุษย์ สีที่ใช้เป็นสีดำหรือสีม่วงเข้ม นอกจากนี้ยังมีการพิมพ์ลายหรือ
ขูดสลักลายเป็นรูปลายจักสาน ลายเชือกทาบ
ลุ่มน้ำแยงซี ( Yangtze ) บริเวณมณฑลชานตุงพบ วัฒนธรรมหลงซาน ( Lung
Shan Culture ) พบหลักฐานที่เป็นเครื่องปั้ นดินเผามีลักษณะสำคัญคือ
เครื่องปั้ นดินเผามีเนื้อละเอียดสีดำขัดมันเงา คุณภาพดีเนื้อบางและแกร่ง เป็น
ภาชนะ 3 ขา- -
สมัยประวัติศาสตร์ของจีนแบ่งได้ 4 ยุค
ประวัติศาสตร์สมั
ยโบราณ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชาง
สิ้นสุดสมัยราชวง
ศ์โจว
ประวัติศาสตร์สมัยจักรวรรดิ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์จิ๋น
จนถึงปลายราชวงศ์ชิงหรือเช็ง
ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เริ่มปลายราชวงศ์เช็งจนถึงการ
ปฏิวัติเข้าสู่ระบอบสังคมนิยม
ประวัติศาสตร์ร่วมสมัย เริ่มตั้งแต่จีนปฏิวัติเปลี่ยนแปลง
การปกครองเข้าสู่ระบอบสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์
จนถึงปัจจุบัน
อารยธรรมจีนในสมัยราชวงศ์ต่างๆ มีดังนี้
ราชวงศ์ชาง เป็นราชวงศ์แรกของจีน
มีการปกครองแบบนครรัฐ
มีการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้เป็นครั้งแรก พบจารึกบนกระดอง
เต่า และกระดูกวัว เรื่องที่จารึกส่วนใหญ่เป็นการทำนายโชคชะตา
จึงเรียกว่า “กระดูกเสี่ยงทาย”
มีความเชื่อเรื่องการบูชาบรรพบุรุษ
ราชวงศ์โจว
แนวความคิดด้านการปกครอง เชื่อเรื่องกษัตริย์เป็น “โอรสแห่ง
สวรรค์ สวรรค์มอบอำนาจให้มาปกครองมนุษย์เรียกว่า “อาณัต
แห่งสวรรค์
เริ่มต้นยุคศักดินาของจีน
เกิดลัทธิขงจื๊อ ที่มีแนวทาง
เป็นแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยม
เน้นความสัมพันธ์และการทำหน้าที่ของผู้คนในสังคม
ระหว่างจักรพรรดิกับราษฎร บิดากับบุตร พี่ชายกับน้องชาย
สามีกับภรรยา เพื่อนกับเพื่อน
เน้นความกตัญญู เคารพผู้อาวุโส ให้ความสำคัญกับ
ครอบครัว
เน้นความสำคัญของการศึกษา
เกิดลัทธิเต๋า โดยเล่าจื๊อ ที่มีแนวทาง
เน้นการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ต้องมีระเบียบแบบแผน
พิธีรีตองใดใด
เน้นปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ
ลัทธินี้มีอิทธิพลต่อศิลปิน กวี และจิตรกรจีน
คำสอนทั้งสองลัทธิเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คน
ราชวงศ์จิ๋นหรือฉิน
จักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่สามารถรวมดินแดนของจีนให้เป็นจักรวรรดิ
เป็นครั้งแรกคือ พระเจ้าชิวั่งตี่ หรือ จิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นผู้ให้สร้าง
กำแพงเมืองจีน
มีการใช้เหรียญกษาปณ์ มาตราชั่ง ตวง วัด
ราชวงศ์ฮั่น
เป็นยุคทองด้านการค้าของจีน มีการค้าขายกับอาณาจักรโรมัน
อาหรับ และอินเดีย โดยเส้นทางการค้าที่เรียกว่า เส้นทาง
สายไหม( Silk Rood )
ลัทธิขงจื๊อ คำสอนถูกนำมาใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศ
มีการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเรียกว่า จอหงวน
ราชวงศ์สุย
เป็นยุคแตกแยกแบ่งเป็นสามก๊ก
มีการขุดคลองเชื่อมแม่น้ำฮวงโหกับแม่น้ำแยงซี เพื่อประโยชน์ใน
ด้านการคมนาคม
ราชวงศ์ถัง
ได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของอารยธรรมจีน นครฉางอานเป็น
ศูนย์กลางของซีกโลกตะวันออกในสมัยนั้น
พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง พระภิกษุ (ถังซำจั๋ง) เดิน
ทางไปศึกษาพระไตรปิฎก ในชมพูทวีป
เป็นยุคทองของกวีนิพนธ์จีน กวีคนสำคัญ เช่น หวางเหว่ย หลี่ไป๋
ตู้ฝู้
ศิลปะแขนงต่างๆมีความรุ่งเรือง
ราชวงศ์ซ้อง
มีความก้าวหน้าด้านการเดินเรือสำเภา
รู้จักการใช้เข็มทิศ
รู้จักการใช้ลูกคิด
ประดิษฐ์แท่นพิมพ์หนังสือ
รักษาโรคด้วยการฝังเข็ม
ราชวงศ์หยวน
เป็นราชวงศ์ชาวมองโกลที่เข้ามาปกครองจีน ฮ่องเต้องค์
แรกคือ กุบไลข่าน หรือ หงวนสีโจ๊วฮ่องเต้
ชาวตะวันตกเข้ามาติดต่อค้าขายมาก เช่น มาร์โคโปโล
พ่อค้าชาวเมืองเวนีส อิตาลี
ราชวงศ์หมิงหรือเหม็ง
วรรณกรรม นิยมการเขียนนวนิยายที่ใช้ภาษาพูดมากกว่า
การใช้ภาษาเขียน มีนวนิยายที่สำคัญ ได้แก่ สามก๊ก ไซอิ๋ว
ส่งเสริมการสำรวจเส้นทางเดินเรือทางทะเล
สร้างพระราชวังหลวงปักกิ่ง (วังต้องห้าม)
ราชวงศ์ชิงหรือเช็ง
เป็นราชวงศ์เผ่าแมนจู เป็นยุคที่จีนเสื่อมถอยความเจริญ
ทุกด้าน
เริ่มถูกรุกรานจากชาติตะวันตก เช่น สงครามฝิ่ น ซึ่งจีนรบ
แพ้อังกฤษ ทำให้ต้องลงนามในสนธิสัญญานานกิง
ปลายยุคราชวงศ์ชิง พระนางซูสีไทเฮาเข้ามามีอิทธิพลใน
การบริหารประเทศมาก
ศิลปวัฒนธรรมของจีน
เส้นทางสายไหม
ภาพวาดพระถังซำจั๋ง
พระราชวังต้องห้าม อุทยานภายในพระราชวังฤดูร้อน
จิตรกรรม
มีวิวัฒนาการมาจากการเขียนตัวอักษรจีนจารึก
บนกระดูกเสี่ยงทายเพราะตัวอักษรจีนมีลักษณะ
เหมือนรูปภาพ
งานจิตรกรรมจีนรุ่งเรืองมากในสมัยราชวงศ์ฮั่น
มีการเขียนภาพและแกะสลักบนแผ่นหิน ที่นิยม
มากคือ การเขียนภาพบนผ้าไหม ภาพวาดเป็น
เรื่องเล่าในตำราขงจื๊อพระพุทธศาสนาและภาพ
ธรรมชาติ
สมัยราชวงศ์ถัง มีการพัฒนาการใช้พู่กันสีและ
กระดาษภาพส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากพุทธ
ศาสนาและลัทธิเต๋า
สมัยราชวงศ์ซ้อง จิตรกรรมจัดว่าเด่นมาก ภาพ
วาดมักเป็นภาพมนุษย์กับธรรมชาติ ทิวทัศน์
ดอกไม้
ประติมากรรม
ส่วนใหญ่เป็นเครื่องปั้ นดินเผามีอายุเก่าแก่ตั้งแต่
ก่อนประวัติศาสตร์ ทำจากดินสีแดง มีลวดลาย
แดง ดำ และขาวเป็นลวดลายเรขาคณิต
สมัยราชวงศ์ชาง มีการแกะสลักงาช้าง หินอ่อน
และหยกตามความเชื่อและความนิยมของชาวจีน
ที่เชื่อว่า หยก ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคล ความ
สุขสงบ ความรอบรู้ ความกล้าหาญ ภาชนะสำริด
เป็นหม้อสามขา
สมัยราชวงศ์ถัง มีการพัฒนาเครื่องเคลือบดิน
เผาเป็นเคลือบ 3 สีคือ เหลือง น้ำเงิน เขียว ส่วน
สีเขียวไข่กามีชื่อเสียงมากในสมัยราชวงศ์ซ้อง
ส่วนพระพุทธรูปนิยมสร้างในสมัยราชวงศ์ถัง ทั้ง
งานหล่อสำริดและแกะสลักจากหิน ซึ่งมีสัดส่วน
งดงาม เป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะอินเดีย
และจีนที่มีลักษณะเป็นมนุษย์มากกว่าเทพเจ้า
นอกจากนี้มีการปั้ นรูปพระโพธิสัตว์กวนอิม
สมัยราชวงศ์เหม็ง เครื่องเคลือบได้พัฒนาจน
กลายเป็นสินค้าออก คือ เครื่องลายครามและ
ลายสีแดง ถึงราชวงศ์ชิง เครื่องเคลือบจะนิยม
สีสันสดใส เช่น เขียว แดง ชมพู
สถาปัตยกรรม
กำแพงเมืองจีน สร้างในสมัยราชวงศ์จิ๋น เพื่อ
ป้องกันการรุกรานของมองโกล
เมืองปักกิ่ง สร้างในสมัยราชวงศ์หงวน โด
ยกุบไลข่าน ซึ่งได้รับการยกย่องทางด้านการวาง
ผังเมือง ส่วนพระราชวังปักกิ่งสร้างในสมัย
ราชวงศ์เหม็ง
พระราชวังฤดูร้อน สร้างในสมัยราชวงศ์เช็ง โดย
พระนางซูสีไทเฮา ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสม
ผสานระหว่างยุโรปและจีนโบราณ
วรรณกรรม
สามก๊ก สันนิษฐานว่าเขียนในคริสต์ศตวรรษที่
14 เป็นเรื่องราวของความแตกแยกในจีนตั้งแต่
ปลายสมัยราชวงศจิ๋นจนถึงราชวงศ์ฮั่น
ซ้องกั๋ง เป็นเรื่องประท้วงสังคม เรื่องราวความ
ทุกข์ของผู้คนในมือชนชั้นผู้ปกครอง สะท้อน
ความทุกข์ของชาวจีนภายใต้การปกครองของ
พวกมองโกล
ไซอิ๋ว เป็นเรื่องราวการเดินทางไปนำพระสูตรจาก
สวรรค์ทางตะวันตกมายังประเทศจีน
จินผิงเหมย หรือดอกบัวทอง แต่งขึ้นในราว
คริสต์ศตวรรษที่ 16-17 เป็นนิยายเกี่ยวกับ
สังคมและชีวิตครอบครัว เป็นเรื่องของชีวิตที่
ร่ำรวย มีอำนาจขึ้นมาด้วยเล่ห์เหลี่ยม แต่ด้วย
การทำชั่วและผิดศีลธรรมในที่สุดต้องด้รับกรรม