The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 วิทยาศาสตร์ฯ ป.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Saowanee Laojaroen, 2023-06-28 02:05:49

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 วิทยาศาสตร์ฯ ป.3

312 ขั้นสำรวจและค้นหา (Explore) 3. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน เพื่อทำกิจกรรมการทดลองเรื่องแรงระหว่าง แม่เหล็ก โดยที่แต่ละกลุ่มจะได้รับอุปกรณ์ ดังนี้ แม่เหล็ก 2 แท่ง แล้วให้ปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ - นำแม่เหล็กรูปแท่งสี่เหลี่ยม 2 แท่ง มาทำการทดลอง ดังนี้ 1. 2. 3. 4. 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แล้วบันทึกผล 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมความคิดเรื่องแรงระหว่างแม่เหล็กแม่เหล็ก และสรุปผลที่ ได้รับ หลังจากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง แล้วให้นักเรียนคนอื่นๆ ในชั้น เรียนอภิปรายร่วมกัน ขั้นอธิบาย (Explain) 6. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรายความรู้ที่ได้จากกิจกรรม เรื่องแรงระหว่างแม่เหล็ก 7. ครูอธิบายเรื่องแรงระหว่างแม่เหล็ก โดยอธิบายว่าแม่เหล็กเป็นวัสดุที่เป็นโลหะอย่างหนึ่ง มี หลายรูปร่าง เช่น รูปแท่งสี่เหลี่ยม รูปตัวยู รูปเกือกม้า หรือวงแหวน เป็นต้น โดยแม่เหล็กเป็นสารที่ สามารถดูดหรือผลักกันเองได้และสามารถดูดสารแม่เหล็กได้โดยการเหนี่ยวนำ แม่เหล็กโดยทั่วไปจะ หมายถึง แม่เหล็กธรรมชาติที่สามารถดูดเหล็กและนิเกิลได้ซึ่งแท่งแม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ (North Pole “N”) และขั้วใต้ (South Pole “S”) เมื่อปล่อยให้แม่เหล็กหมุนอย่างอิสระแล้วหยุดนิ่ง พบว่า แม่เหล็กจะวางตัวในแนวทิศเหนือและทิศใต้เสมอ นอกจากนี้อำนาจแม่เหล็กจะมีความแรงมากที่ บริเวณปลายทั้งสองข้างของแท่งแม่เหล็ก ซึ่งเราเรียกว่า “ขั้วแม่เหล็ก” ส่วนบริเวณที่ถัดเข้าไปอำนาจ


313 แม่เหล็กจะอ่อนลงตามลำดับ และตอนบริเวณกลางแท่งจะมีอำนาจแม่เหล็กน้อยที่สุด และแรงแม่เหล็กที่ เกิดขึ้นระหว่างแม่เหล็กกับแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ส่วนขั้นต่างชนิดกันจะดูดกัน ขั้นขยายความรู้ (Elaborate) 7. ครูอธิบายขยายความรู้โดยใช้คลิปวิดีโอเรื่องแรงระหว่างแม่เหล็ก จากโปรแกรม You Tube (ยูทูป) https://www.youtube.com/watch?v=46TjDttgUIg เพื่อให้นักเรียนได้เห็นลักษณะแรง ระหว่างแม่เหล็กได้ชัดเจนมากขึ้น ขั้นประเมินผล (Evaluate) 8. นักเรียนและคุณครูร่วมกันสรุปว่า แม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ (North Pole “N”) และ ขั้วใต้ (South Pole “S”) เมื่อปล่อยให้แม่เหล็กหมุนอย่างอิสระแล้วหยุดนิ่งพบว่า แม่เหล็กจะวางตัวใน แนวทิศเหนือและทิศใต้เสมอ ดังนั้นจึงนำแม่เหล็กมาประยุกต์ใช้ในการทำเข็มทิศ โดยขั้วเหนือของเข็มทิศ จะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ นอกจากนี้อำนาจแม่เหล็กจะมีความแรงมากที่บริเวณปลายทั้งสองข้างของแท่ง แม่เหล็ก ซึ่งเราเรียกว่า “ขั้วแม่เหล็ก” ส่วนบริเวณที่ถัดเข้าไปอำนาจแม่เหล็กจะอ่อนลงตามลำดับ และ ตอนบริเวณกลางแท่งจะมีอำนาจแม่เหล็กน้อยที่สุด สารแม่เหล็ก คือ สารที่ออกแรงดึงดูดหรือผลักกับ แม่เหล็ก 9. นักเรียนทำใบงานเรื่องแรงระหว่างแม่เหล็ก 10. ครูประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียนโดยการตั้งคำถาม และให้นักเรียนประเมินความรู้ ความเข้าใจและความสามารถของตนเอง โดยการใช้ตั๋วตรวจความรู้ (Exit Tickets) ซึ่งเป็นกลวิธี ที่ให้ นักเรียนเขียนสิ่งที่ได้เรียนรู้เมื่อจบบทเรียน โดยให้นักเรียนนำกระดาษไปแปะไว้ในจุดที่กำหนดไว้ก่อนเลิก ชั้นเรียน หรือก่อนออกจากชั้นเรียน - ให้นักเรียนเขียนคำตอบของแรงที่เกิดขึ้นระหว่างแม่เหล็กกับแม่เหล็ก


314 สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 2. สื่อการเรียนรู้เรื่องสารแม่เหล็ก 3. คลิปวิดีโอในโปรแกรมYou Tube (ยูทูป) เรื่องแม่เหล็ก https://www.youtube.com/watch?v=46TjDttgUIg 4. แผ่นป้ายรูปแม่เหล็กกับแม่เหล็ก การวัดผลประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและ ประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนบอกลักษณะของ แรงที่เกิดขึ้นระหว่าง แม่เหล็กกับแม่เหล็กได้ (K) ประเมินและตรวจผลงาน จากกิจกรรมทดลองเรื่อง แรงระหว่างแม่เหล็ก แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผลงานนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. นักเรียนทำกิจกรรม ทดลองเรื่องแรงระหว่าง แม่เหล็กได้ (P) สังเกตพฤติกรรมจากจาก กิจกรรมทดลองเรื่องแรง ระหว่างแม่เหล็ก แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียน พฤติกรรมนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 3. นักเรียนมีทักษะการ สังเกตในกิจกรรมเรื่องแรง ระหว่างแม่เหล็ก (A) สังเกตพฤติกรรมจากจาก กิจกรรมทดลองเรื่องแรง ระหว่างแม่เหล็ก แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียน พฤติกรรมนักเรียน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ขึ้นไป


315


316


317


318 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เรื่องแรงระหว่างแม่เหล็ก คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลงานของนักเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน รายการประเมิน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 2. ผลงานมีความเป็นระเบียบ สวยงาม 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด รวม เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน


319 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เรื่องแรงระหว่างแม่เหล็ก คะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ำกว่า 7 ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระ ของ ผลงานถูกต้อง ครบทุกจุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 1 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 2-3 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 4-5 จุด เนื้อหาสาระของ ผลงาน บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 2. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ สวยงาม ผลงานมีความ เป็นระเบียบ แสดงออก ถึงความ ประณีต ลงสีสวยงาม ครบทุกจุด ผลงานขาด ระเบียบและ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 1 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 2-3 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และตกแต่ง ระบายสีสีมี ความบกพร่อง 4-5 จุด ผลงานขาด ระเบียบ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด เสร็จทันเวลา ภายใน 30 นาที เกิน กำหนดเวลา 1-3 นาที เกิน กำหนดเวลา 4-6 นาที เกิน กำหนดเวลา 7-9 นาที เกินกำหนดเวลา 10 นาที ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


320 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์ให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง (70%) ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง (50%) ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


321 แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องแรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เวลา 6 ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ 35 เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก เวลา 1 ชั่วโมง สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.2 ป.3/4 ระบุขั้วแม่เหล็กและพยากรณ์ผลที่เกิดขึ้นระหว่างขั้วแม่เหล็ก เมื่อนำมา เข้าใกล้กัน จากหลักฐานเชิงประจักษ์ สาระสำคัญ แม่เหล็กเป็นวัสดุที่เป็นโลหะอย่างหนึ่ง มีหลายรูปร่าง เช่น รูปแท่งสี่เหลี่ยม รูปตัวยู รูปเกือกม้า หรือวงแหวน เป็นต้น โดยแม่เหล็กเป็นสารที่สามารถดูดหรือผลักกันเองได้และสามารถดูดสารแม่เหล็กได้ โดยการเหนี่ยวนำ แม่เหล็กโดยทั่วไปจะหมายถึง แม่เหล็กธรรมชาติที่สามารถดูดเหล็กและนิเกิลได้ซึ่งแท่ง แม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ และขั้วใต้ เมื่อปล่อยให้แม่เหล็กหมุนอย่างอิสระแล้วหยุดนิ่งพบว่า แม่เหล็กจะวางตัวในแนวทิศเหนือและทิศใต้เสมอ นอกจากนี้อำนาจแม่เหล็กจะมีความแรงมากที่บริเวณ ปลายทั้งสองข้างของแท่งแม่เหล็ก ซึ่งเราเรียกว่า “ขั้วแม่เหล็ก” ส่วนบริเวณที่ถัดเข้าไปอำนาจแม่เหล็กจะ อ่อนลงตามลำดับ และตอนบริเวณกลางแท่งจะมีอำนาจแม่เหล็กน้อยที่สุด และแรงแม่เหล็กที่เกิดขึ้น ระหว่างแม่เหล็กกับแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ส่วนขั้วต่างชนิดกันจะดูดกัน ซึ่งแม่เหล็ก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ทำเข็มทิศ ใช้ทำส่วนประกอบของของใช้ เช่น กระเป๋า กล่อง ดินสอ ขอบประตูตู้เย็น แม่เหล็กจะช่วยให้ฝาสิ่งของเหล่านี้ปิดสนิท เป็นต้น


322 จุดประสงค์การเรียนรู้สู่ตัวชี้วัด - นักเรียนบอกประโยชน์ของแม่เหล็กได้(K) - นักเรียนทำกิจกรรมเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็กได้ (P) - นักเรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจในกิจกรรมเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก (A) สาระการเรียนรู้ แรงแม่เหล็กเป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างแม่เหล็กกับสารแม่เหล็ก หรือแม่เหล็กกับแม่เหล็ก โดยที่ แม่เหล็กมี 2 ขั้ว คือขั้วเหนือและขั้วใต้ ขั้วแม่เหล็กชนิดเดียวกันจะผลักกัน ต่างชนิดกันจะดูดกัน สมรรถนะ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นสร้างความสนใจ (Engage) 1. ครูนำภาพสิ่งของ (ตู้เย็น กล่องดินสอ) ให้นักเรียนดู สังเกตภาพ แล้วตอบประเด็นคำถาม ดังนี้ - สิ่งของในภาพ คือ อะไรบ้าง - สิ่งของในภาพ เกี่ยวข้องกับแม่เหล็กอย่างไร 2. นักเรียนทุกคนในห้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นคำถามข้างต้น แล้วร่วมกันพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น


323 ขั้นสำรวจและค้นหา (Explore) 3. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน เพื่อทำกิจกรรมเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก โดยที่ แต่ละกลุ่มจะได้รับสื่อการสอนเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก แล้วให้แต่ละกลุ่มปฏิบัติตามขั้นตอน ดังนี้ - ศึกษาสื่อการสอน ใบความรู้เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก - ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้รับ แล้วเขียนแผนผังความคิดเรื่องประโยชน์ของ แม่เหล็ก 4. หลังจากนั้นนักเรียนส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง แล้วให้นักเรียนคนอื่นๆ ในชั้นเรียนอภิปรายร่วมกัน ขั้นอธิบาย (Explain) 5. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรายความรู้ที่ได้จากกิจกรรม เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก 6. ครูอธิบายเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก โดยอธิบายว่าแม่เหล็กเป็นวัสดุที่เป็นโลหะอย่างหนึ่ง มี หลายรูปร่าง เช่น รูปแท่งสี่เหลี่ยม รูปตัวยู รูปเกือกม้า หรือวงแหวน เป็นต้น โดยแม่เหล็กเป็นสารที่ สามารถดูดหรือผลักกันเองได้และสามารถดูดสารแม่เหล็กได้โดยการเหนี่ยวนำ แม่เหล็กโดยทั่วไปจะ หมายถึง แม่เหล็กธรรมชาติที่สามารถดูดเหล็กและนิเกิลได้ซึ่งแท่งแม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ และ ขั้วใต้ เมื่อปล่อยให้แม่เหล็กหมุนอย่างอิสระแล้วหยุดนิ่งพบว่า แม่เหล็กจะวางตัวในแนวทิศเหนือและทิศใต้ เสมอ นอกจากนี้อำนาจแม่เหล็กจะมีความแรงมากที่บริเวณปลายทั้งสองข้างของแท่งแม่เหล็ก ซึ่งเรา เรียกว่า “ขั้วแม่เหล็ก” ส่วนบริเวณที่ถัดเข้าไปอำนาจแม่เหล็กจะอ่อนลงตามลำดับ และตอนบริเวณกลาง แท่งจะมีอำนาจแม่เหล็กน้อยที่สุด และแรงแม่เหล็กที่เกิดขึ้นระหว่างแม่เหล็กกับแม่เหล็ก ขั้วแม่เหล็กชนิด เดียวกันจะผลักกัน ส่วนขั้วต่างชนิดกันจะดูดกัน ซึ่งแม่เหล็กสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ทำ เข็มทิศ ใช้ทำส่วนประกอบของของใช้ เช่น กระเป๋า กล่องดินสอ ขอบประตูตู้เย็น แม่เหล็กจะช่วยให้ฝา สิ่งของเหล่านี้ปิดสนิท เป็นต้น


324 ขั้นขยายความรู้ (Elaborate) 7. ครูอธิบายขยายความรู้โดยใช้คลิปวิดีโอเรื่องประโยชน์แม่เหล็ก จากโปรแกรม You Tube (ยู ทูป) https://www.youtube.com/watch?v=46TjDttgUIg ขั้นประเมินผล (Evaluate) 8. นักเรียนและคุณครูร่วมกันสรุปว่า แม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ (North Pole “N”) และ ขั้วใต้ (South Pole “S”) เมื่อปล่อยให้แม่เหล็กหมุนอย่างอิสระแล้วหยุดนิ่งพบว่า แม่เหล็กจะวางตัวใน แนวทิศเหนือและทิศใต้เสมอ ดังนั้นจึงนำแม่เหล็กมาประยุกต์ใช้ในการทำเข็มทิศ โดยขั้วเหนือของเข็มทิศ จะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ นอกจากนี้อำนาจแม่เหล็กจะมีความแรงมากที่บริเวณปลายทั้งสองข้างของแท่ง แม่เหล็ก ซึ่งเราเรียกว่า “ขั้วแม่เหล็ก” ส่วนบริเวณที่ถัดเข้าไปอำนาจแม่เหล็กจะอ่อนลงตามลำดับ และ ตอนบริเวณกลางแท่งจะมีอำนาจแม่เหล็กน้อยที่สุด สารแม่เหล็ก คือ สารที่ออกแรงดึงดูดหรือผลักกับ แม่เหล็ก 9. นักเรียนทำใบงานเรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก 10. ครูประเมินความรู้ความเข้าใจของนักเรียนโดยการตั้งคำถาม และให้นักเรียนประเมินความรู้ ความเข้าใจและความสามารถของตนเอง สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.3 2. สื่อการเรียนรู้เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก 3. คลิปวิดีโอในโปรแกรมYou Tube (ยูทูป) เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก https://www.youtube.com/watch?v=46TjDttgUIg


325 การวัดผลประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนบอกประโยชน์ของ แม่เหล็กได้ (K) ประเมินและตรวจผลงาน จากกิจกรรมเรื่องประโยชน์ ของแม่เหล็กได้ (P) แบบประเมินผลงาน นักเรียน ผลงานนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 2. นักเรียนทำกิจกรรม เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็กได้ (P) สังเกตพฤติกรรมจากจาก กิจกรรม เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก ได้ (P) แบบสังเกต พฤติกรรมนักเรียน พฤติกรรมนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป 3. นักเรียนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ในกิจกรรมเรื่องประโยชน์ของ แม่เหล็ก (A) สังเกตพฤติกรรมจากจาก กิจกรรม เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก ได้ (P) แบบสังเกต พฤติกรรมนักเรียน พฤติกรรมนักเรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 ขึ้นไป


326


327


328 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก คำชี้แจง : ให้ผู้สอนประเมินผลงานของนักเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน รายการประเมิน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 2. ผลงานมีความเป็นระเบียบ สวยงาม 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด รวม เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน


329 วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่5 แรงแม่เหล็กมหัศจรรย์ เรื่องประโยชน์ของแม่เหล็ก คะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ำกว่า 7 ปรับปรุง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 1. มีความถูกต้อง สมบูรณ์ เนื้อหาสาระ ของ ผลงานถูกต้อง ครบทุกจุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 1 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 2-3 จุด เนื้อหาสาระ ของ ผลงาน บกพร่อง 4-5 จุด เนื้อหาสาระของ ผลงาน บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 2. ผลงานมีความเป็น ระเบียบ สวยงาม ผลงานมีความ เป็นระเบียบ แสดงออก ถึงความ ประณีต ลงสีสวยงาม ครบทุกจุด ผลงานขาด ระเบียบและ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 1 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง 2-3 จุด ผลงานขาด ระเบียบ และตกแต่ง ระบายสีสีมี ความบกพร่อง 4-5 จุด ผลงานขาด ระเบียบ ตกแต่งระบายสี สีมีความ บกพร่อง มากกว่า 5 จุด 3. ผลงานเสร็จตาม เวลาที่กำหนด เสร็จทันเวลา ภายใน 30 นาที เกิน กำหนดเวลา 1-3 นาที เกิน กำหนดเวลา 4-6 นาที เกิน กำหนดเวลา 7-9 นาที เกินกำหนดเวลา 10 นาที ขึ้นไป เกณฑ์การให้คะแนนผลงาน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


330 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับ ที่ ชื่อ–สกุล ของนักเรียน การแสดง ความ คิดเห็น การรับฟัง คนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมี น้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 15 คะแนน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์ให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ (100%) ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง (70%) ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง (50%) ให้ 1 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14-15 ดีมาก 11-13 ดี 8-10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ


โรงเรียนบ้านคลองหลวง ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


Click to View FlipBook Version