วัฒนธรรม
ภาคใต้
Here is where your
presentation begins
คํานํ า
หนงั สอื อิเลก็ ทอนิกส์(E-book)นี้จัดทาํ ข้นึ เพ่ือเป็นสว่ นหน่ึงของวชิ า
สงั คมศกึ ษาชน้ั มัธยมศึกษาปีท่4ี เพ่ือศึกษาหาความรู้ในเร่ืองวฒั นธรรมดา้ นต่าง ๆ
ของภาคใต้ และเป็นประโยชนต์ อ่ ผู้ศึกษากบั การเรยี น
ผจู้ ดั ทําหวงั วา่ E-book นี้จะเป็นประโยชนต์ อ่ ผูอ้ า่ นที่กาํ ลงั หาขอ้ มูลเร่ืองน้ี หาก
มีข้อแนะนําหรอื ขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผจู้ ดั ทําขอนอ้ มรบั ไวแ้ ละขออภยั มา ณ ที่นี้
ด้วย
คณะผูจ้ ัดทํา
ส
า 01 03
ร
About Our
บ About Our Clients
Company
Here you could
ั Here you could describe the topic
describe the topic of the section
ญ of the section 04
02 Expected
Projection
About Our
Products Here you could
describe the topic
Here you could of the section
describe the topic
of the section
การ การแตง่ กายภาคใตภ้ าคนี้มีการแตง่ กายตา่ งกนั ตามเช้อื ชาตถิ ้า
แตง่ เช้ือสายจนี จะแตง่ แบบจีนถา้ เป็นชาวมุสลมิ ก็จะแต่งคล้ายกับชาว
กาย มาเลเซยี ปัจจุบนั แหลง่ ทําผา้ แบบดงั้ เดมิ นั้นเกือบจะสญู หายไป
คงพบได้เฉพาะ4แหลง่ เทา่ นั้นคอื ทตี่ าํ บลพุมเร้ยี งจงั หวดั สุราษฎร์ธานี
อําเภอเมอื งจังหวดั นครศรธี รรมราช เกาะยอจังหวัดสงขลา
และตําบลนาหม่นื ศรจี ังหวัดตรัง
การแตง่ กายน้นั แตกต่างกนั ในการใชว้ สั ดแุ ละรูปแบบโดยมี
เอกลกั ษณไ์ ปตามเช้อื ชาติของผคู้ นอนั หลากหลายทเี่ ข้ามาอยู่อาศยั ใน
ดนิ แดนอนั เกา่ แกแ่ หง่ น้ีพอจําแนกเป็นกลุ่มใหญๆ่ ได้ดังนี้
1
กล่มุ เช้อื สายจีน
มาลายูเรยี กชนกลมุ่ น้ีวา่ ยะหยาหรือยอนยา่ เป็นกลมุ่ ชาวจนี
เช้ือสายฮกเกีย๊ นท่มี าสมรสกับชนพ้ืนเมอื งเช้อื สายมาลายชู าวยะหยาจงึ มี
การแตง่ กายอนั สวยงามที่ผสมผสานรูปแบบของชาวจนี และมาลายูเข้า
ด้วยกันอยา่ งงดงามฝา่ ยหญงิ ใส่เส้อื ฉลลุ ายดอกไม้รอบคอ เอวและปลาย
แขนอย่างงดงามนิยมน่งุ ผ้าซ่นิ ปาเต๊ะ ฝา่ ยชายยังคงแตง่ กาย คล้ายรูป
แบบจีนด้ังเดมิ อยู่
2
กลุม่ ชาวไทยมสุ ลิม
ชนดง้ั เดมิ ของดินแดนนี้นับถอื ศาสนาอสิ ลาม และมี
เช้อื สายมาลายู ยงั คงแต่งกายตามประเพณี อันเกา่ แกฝ่ า่ ยหญิง
มีผา้ คลมุ ศรี ษะ ใส่เส้ือผ้ามัสลิน หรอื ลูกไมต้ วั ยาวแบบมลายู
น่งุ ซ่นิ ปาเตะ๊ หรอื ซ่ินทอแบบมาลายู ฝา่ ยชายใส่เส้อื คอตั้ง
สวมกางเกงขายาว และมผี า้ โสร่งผนื สน้ั ที่เรยี กวา่ ผา้ ซองเกต็
พนั รอบเอวถา้ อยู่ บ้านหรอื ลําลองจะใส่โสร่ง ลายตารางทอด้วยฝา้ ย
และสวมหมวกถักหรอื เยบ็ ดว้ ยผ้ากาํ มะหยี่
3
กลุ่มชาวไทยพทุ ธ
ชนพ้นื บ้าน แตง่ กายคล้ายชาวไทยภาคกลางฝา่ ยหญิงนิยมน่งุ
โจงกระเบนหรือผา้ ซ่ินด้วยผา้ ยกอนั สวยงามใส่เส้ือสีอ่อนคอกลม
แขนสามสว่ นสว่ นฝา่ ยชายน่งุ กางเกงชาวเล หรือ โจงกระเบน
เชน่ กัน สวมเส้อื ผา้ ฝา้ ยและ มีผา้ ขาวม้าผูกเอว หรอื พาดบ่าเวลา
ออกนอกบา้ นหรอื ไปงานพิธี กลบั หนา้
4
วัฒนธรรมด้านอาหาร
อาหารพ้นื บา้ นภาคใตม้ ีรสชาติโดดเด่นเป็นเอกลักษณเ์ น่ืองจากดนิ แดนภาคใต้
เคยเป็นศนู ย์กลางการเดนิ เรือค้าขายของพอ่ คา้ จากอนิ เดียจนี และชวาในอดตี ทําให้
วฒั นธรรมของชาวต่างชาติโดยเฉพาะอินเดียใตซ้ ่ึงเป็นตน้ ตาํ รับในการใชเ้ คร่อื งเทศ
ปรงุ อาหารได้เขา้ มามอี ิทธพิ ลอยา่ งมากอาหารพ้ืนบ้านภาคใตท้ ั่วไปมลี กั ษณะ
ผสมผสานระหวา่ ง อาหารไทยพ้นื บา้ นกับอาหารอนิ เดียใต้ เชน่ น้ําบดู ู ซ่งึ ได้มาจากการ
หมักปลาทะเลสดผสมกับเม็ดเกลอื และมีความคล้ายคลงึ กบั อาหารมาเลเซียอาหาร
ของภาคใตจ้ งึ มรี สเผ็ดมากกวา่ ภาคอ่ืน ๆ และดว้ ยสภาพภูมิศาสตรอ์ ยตู่ ิดทะเลท้งั สอง
ดา้ น มอี าหารทะเล อุดมสมบูรณ์ แตส่ ภาพอากาศรอ้ นช้นื ฝนตกตลอดปี อาหาร
ประเภทแกงและเคร่ืองจ้ิม จึงมีรสจดั ชว่ ยให้รา่ ง กายอบอนุ่ ปอ้ งกนั การเจบ็ ปว่ ยไดอ้ ีก
ด้วย
5
C ่ีทUอS ู่ยTอOาMศัEยRภPาRคOใFI ้ตLE ทีอ่ ย่อู าศัย
จะตง้ั บ้านเรอื นอยูใ่ กล้แหลง่ น้ําเพ่อื อปุ โภคบริโภคใกลท้ า่ น้ําลาํ คลองอ่าว
และทะเล เพ่ือสะดวกในการสัญจรและการทาํ มาหากนิ คนไทยภาคใต้จะมีคตใิ น
การต้ังบ้านเรอื น เช่น ปลกู บ้านโดยมตี ีนเสารองรบั เสาเรือนแทนการขุดหลุมฝัง
เสาเพ่ือสะดวกในการโยกยา้ ยและเป็นการปอ้ งกนั มด ปลวก มีคตหิ า้ มปลูกเรือน
ขวางตะวัน เพราะจะขวางเส้นทางลมมรสมุ ซ่งึ อาจทาํ ให้หลังคาปลิวและถกู พายุ
พัดพังได้ง่ายวสั ดุท่ีนํามาสร้างคอื ส่ิงท่ีหาไดง้ า่ ยในท้องถ่ิน บา้ นเรือนมีหลาย
ลกั ษณะมที ัง้ บา้ นเรอื นเคร่ืองผกู หลงั คาทรงจว่ั และทรงป้ ันหยา มีใตถ้ ุนเตี้ย
เพราะมีลมพายุเกอื บท้งั ปี หากปลกู เรอื นสงู อาจตา้ นทานแรงลม ทําให้เรอื น
เสียหายได้
6
ประเพณีชกั พระ
บางทอ้ งถ่นิ เรยี กวา่ "ประเพณีลากพระ " เป็นประเพณีพ้ืนเมืองของชาวภาคใต้
ไดม้ กี ารสบื ทอดกันมาตัง้ แตส่ มัยศรวี ชิ ัย โดยสนั นิษฐานวา่ ได้เกดิ มีข้นึ ครั้งแรกใน
ประเทศอนิ เดยี มีพุทธตาํ นานเลา่ ขานสบื ทอดกนั มาวา่ เม่ือพระพทุ ธเจ้าทรงผนวชได้
7 พรรษา และ พรรษาที่ 7 นัน้ ไดเ้ สดจ็ ไปจาํ พรรษา ณ สวรรคช์ ้ันดาวดึงส์ คร้ัน
ออกพรรษาแล้ว ยามเช้าของแรม 1 ค่ํา เดือน 11 ได้เสด็จกลบั มายงั โลกมนษุ ย์ ในการ
น้ีพทุ ธบรษิ ัททงั้ 4 ประกอบดว้ ย ภิกษุ ภิกษณุ ี อุบาสก และ อบุ าสิกา ซ่งึ รอคอย
พระพุทธองคม์ าเป็นเวลานานถึง 3เดือน ครนั้ ทราบว่า พระพทุ ธเจ้าเสด็จกลับ จึงไดร้ บั
เสดจ็ และไดน้ ําภัตตาหารคาวหวานไปถวายด้วย ผ้ไู ปทีหลงั นั่งไกล ไมส่ ามารถเข้าไป
ถวายภตั ตาหารด้วยตัวเองได้ จึงใชใ้ บไม้ห่ออาหารและส่งผ่านชุมชนต่อๆกันไป
7
ประเพณีสารทเดือนสิบ
เป็นงานบญุ ประเพณีของคนภาคใต้ ของประเทศไทย โดยเฉพาะ ชาวนครศรีธรรมราช
ท่ีไดร้ บั อิทธพิ ลด้านความเช่อื ซ่งึ มาจากทางศาสนาพราหมณ์ โดยมกี ารผสมผสานกับความเช่อื
ทางพระพุทธศาสนา โดยมจี ุดมงุ่ หมายสําคญั เพ่อื เป็นการอุทิศสว่ นกุศล ใหแ้ กด่ วงวญิ ญาณของ
บรรพชนและญาติท่ีล่วงลบั ซ่ึงได้ปล่อยตวั มาจากนรก ทีต่ ้องจองจําอยู่ เน่ืองจากผลกรรม
ท่ีตนได้เคยทําไว้ตอนทย่ี งั มีชีวติ อยู่ โดยจะเร่มิ ปลอ่ ยตวั จากนรกในทุกวันแรม 1 ค่าํ เดือน 10
เพ่อื มายังโลกมนษุ ย์ โดยมีจดุ ประสงค์ในการมาขอสว่ นบุญจากลูกหลานญาติพนี่ อ้ ง ที่ได้เตรยี ม
การอทุ ิศไวใ้ ห้เป็นการแสดงความกตญั ญกู ตเวทตี ่อผ้ลู ว่ งลบั หลงั จากน้นั กจ็ ะกลบั ไปยังนรก ในวัน
แรม 15 ค่าํ เดอื น 10 ช่วงระยะเวลาในการประกอบพิธีกรรม จะมขี ้นึ ในวนั แรม 1 ค่าํ ถงึ แรม 15 ค่าํ
เดอื นสิบของทกุ ปี แตส่ าํ หรบั วนั ท่ชี าวใตม้ ักจะนิยมทาํ บญุ กนั มากคอื วันแรม 13-15 ค่ํา สว่ นใหญ่
ตรงกบั เดือนกันยายน
8
งานประเพณีแห่พระแขง่ เรอื
เป็นประเพณีเก่าแกข่ องอาํ เภอหลังสวนซ่งึ มมี ากวา่ 100 ปี จัดข้ึนในวนั แรม 1 ค่าํ เดอื น
11 (ประมาณเดือนตุลาคม) ของทุกปี โดยมคี วามเช่อื วา่ เป็นวันท่พี ระพทุ ธเจ้าไดเ้ สดจ็
กลบั มาจากสวรรค์ชน้ั ดาวดงึ ส์ ลงมาสเู่ มอื งสังกสั สะในชมพทู วีป พุทธศาสนิกชนจงึ
เดนิ ทางไปรบั เสดจ็ เป็นจาํ นวนมาก หลังเสรจ็ จากการรว่ มทําบญุ ตกั บาตรแล้วก็
สนกุ สนานดว้ ยการชมการพายเรอื แข่งกนั ซ่งึ มเี รอื พายเข้าร่วมการแข่งขันจํานวนมาก ใน
วนั แรม 1 ค่าํ เดือน 11 ปัจจบุ ันการแขง่ เรือดงั กลา่ วจดั แขง่ ขนั ทง้ั หมด 5 วนั กิจกรรมหลกั
คือ ขบวนแหพ่ ระจากวัดตา่ งๆ ท่ีได้รบั การตกแตง่ อยา่ งสวยงามและการแข่งเรือ
ในแม่น้ํ าหลังสวน
9
ภา ภาษาถ่นิ ทใี่ ชส้ ่อื สารอยใู่ นจังหวดั ต่าง ๆ ของภาคใต้ของประเทศไทย ลงไปถงึ
ษา ชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14 จงั หวัด เชน่ ชุมพร ระนอง สุราษฎรธ์ านี ภูเก็ต
ถ่ิน พัทลงุ สงขลา นครศรีธรรมราช เป็นตน้ และบางสว่ นของจังหวดั ประจวบครี ขี ันธ์
ใต้ ภาษาถ่ินใต้ ยังมีภาษาถ่ินย่อยลงไปอกี เป็นภาษาถ่นิ ใต้ ภาคตะวันออก
เช่น ภาษาถ่นิ ท่ีใชใ้ น จงั หวดั นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ตรงั สตูล
ภาษาถ่ินใตต้ ะวันตก เชน่ ภาษาถ่ินทีใ่ ช้ในจงั หวดั กระบ่ี พงั งา ระนอง สรุ าษฎรธ์ านี
และชุมพร และภาษาถ่ินใต้สําเนียงเจะ๊ เห เช่น ภาษาถ่ินทีใ่ ช้ในจังหวดั นราธวิ าส และ
ปัตตานี ในแต่ละภาคก็จะมภี าษาถ่นิ ใต้ เป็นภาษาถ่นิ ย่อยลงไปอีก เช่น ภาษาถ่นิ
ระนอง ภาษาถ่ินภูเก็ต ภาษาถ่ินพัทลุง ภาษาถ่นิ สงขลา เป็นตน้ ภาษาถ่นิ ย่อยเหล่าน้ี
อาจจะมีเสยี ง และคําที่เรยี กส่ิงเดียวกนั แตกต่างกนั ออกไป
10
ผู้
จัด
ทํา นายชตุ ิพนธ์ กวางทอง นายจริ านวุ ัฒน์ โพธผิ ล นายชวัลวิทย์ เขียวอ่อน
เลขที่ 1 ม.4/9 เลขที่ 2 ม.4/9 เลขที่ 4 ม.4/9
นายธนภัทร ปานประเสรฐิ แสง นายสภุ กร เพ็ชร์กลุ
เลขที่ 12 ม.4/9 เลขที่ 14 ม.4/9