The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 เรื่อง แรงในชีวิตประจำวัน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nuttapong656, 2022-09-12 10:58:00

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 เรื่อง แรงในชีวิตประจำวัน

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 เรื่อง แรงในชีวิตประจำวัน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง แรงและแรงลพั ธ์

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เรอื่ ง แรงในชวี ิตประจำวัน เวลา 7 ชั่วโมง

สอนวนั ท่ี เดือน พ.ศ. เวลา 2 ชวั่ โมง

1. สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ

เคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

3. ตวั ช้วี ดั
ว 2.2 ป.5/1 อธบิ ายวิธีการหาแรงลพั ธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดยี วกนั ท่กี ระทำต่อวัตถุในกรณีทีว่ ตั ถุ

อยนู่ ง่ิ จากหลักฐานเชิงประจักษ์
ว 2.2 ป.5/1 เขยี นแผนภาพแสดงแรงทก่ี ระทำต่อวตั ถุทอี่ ยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธท์ ี่กระทำต่อ

วตั ถุ
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

แรงลพั ธเ์ ปน็ ผลรวมของแรงท่ีกระทำต่อวตั ถุ ต้ังแต่ 2 แรงข้ึนไป แรงที่กระทำต่อวัตถุเดยี วกันจะมี
ขนาดเทา่ กบั ผลรวมของแรงทั้งสองเมื่อแรงทัง้ สองอยู่ในแนวเดียวกันและมที ิศทางเดยี วกันแตจ่ ะมีขนาดเท่ากับ
ผลต่างของแรงท้ังสองเมื่อแรงท้งั สองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางตรงข้ามกนั สำหรบั วัตถุทอี่ ยนู่ ่ิงแรงลัพธ์ที่
กระทำตอ่ วัตถุมคี ่าเปน็ ศูนย์

การเขยี นแผนภาพของแรงท่ีกระทำต่อวัตถุสามารถเขยี นไดโ้ ดยใชล้ ูกศร โดยหวั ลูกศรแสดงทศิ ทาง
ของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงท่ีกระทำตอ่ วัตถุ
5. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1) อธบิ ายวธิ ีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันทีก่ ระทำต่อวัตถุได้ (K)
2) เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำตอ่ วัตถุท่อี ยู่ในแนวเดียวกนั และแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวตั ถุได้ (P)
3) รบั ผดิ ชอบและมงุ่ มั่นในการทำงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
1) มวี ินัย
2) ใฝเ่ รยี นรู้
3) มุง่ มัน่ ในการทำงาน
7. สมรรถนะทส่ี ำคญั
1) ความสามารถในการคดิ

1.1) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
1.2) ทักษะการเชอ่ื มโยง


1.3) ทกั ษะการคิดเปน็ ระบบ
2) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
8. ทักษะกระบวนการคิด
การคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ
9. เน้อื หาสาระ
แรง หมายถงึ การกระทำท่สี ามารถทำใหว้ ตั ถุหรอื สงิ่ ต่างๆ ท่ีหยดุ นงิ่ เคลื่อนที่ไปได้ หรือทำให้ วัตถุท่ี
กำลังเคลือ่ นทอ่ี ยู่มีความเรว็ เพม่ิ ขนึ้ หรือชา้ ลง หรอื เปลยี่ นทิศทางการเคล่ือนท่ีของวตั ถไุ ด้ การออกแรงกระทำ
ต่อวัตถุอาจมีแรงหลายแรงมากระทำต่อวตั ถรุ ว่ มกนั โดยผลรวมของแรงทกี่ ระทำตอ่ วัตถุ ตงั้ แต่ 2 แรงขนึ้ ไป
เรียกวา่ แรงลพั ธ์ โดยผลของแรงลพั ธ์ทเ่ี กดิ ขนึ้ มี 3 กรณี ได้แก่
1. แรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกนั ทศิ ทางเดียวกัน ค่าของแรงลัพธ์จะเท่ากับผลรวมของแรง
ทงั้ หมดและแรงลพั ธจ์ ะมีทิศทางเดียวกบั แรงท่ีมากระทำต่อวัตถุ วตั ถจุ งึ เคลื่อนทไ่ี ปในทศิ ทางเดยี วกบั แรงลัพธ์
2. แรงที่กระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกนั ทิศทางตรงกนั ข้ามกัน ค่าของแรงลัพธจ์ ะเทา่ กับผลต่างของ
แรงท่มี ากระทำตอ่ วัตถุและแรงลัพธจ์ ะมที ิศทางเดียวกบั ทิศทางของแรงท่ีมากกว่า
3. แรงท่ีกระทำต่อวตั ถุเดียวกันในแนวเดยี วกนั ทิศทางตรงกันข้ามกันและมีขนาดเทา่ กันจะทำให้วัตถุ
อยนู่ ิ่ง แรงท้ังสองจะหักลา้ งกันทำให้แรงลพั ธ์ทกี่ ระทำต่อวัตถุมีค่าเปน็ ศูนย์

การเขียนแผนภาพของแรงท่ีกระทำต่อวัตถสุ ามารถเขียนไดโ้ ดยใชล้ กู ศร โดยหวั ลกู ศรแสดงทศิ ทาง
ของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงทก่ี ระทำต่อวัตถุ

ประโยชนข์ องแรง ในชีวติ ประจำวันของเรามีการนำแรงลพั ธ์มาใชป้ ระโยชนม์ ากมาย ตวั อย่างเชน่
การสรา้ งสะพานแขวน การป่ันจักรยานพว่ ง การใช้สุนัขหลาย ๆ ตวั ลากเลอ่ื น เป็นต้น
10. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

• วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ช่วั โมงที่ 1

ข้นั ที่ 1 กระตุน้ ความสนใจ (20 นาที)
1) นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น ประจำหนว่ ย แรงในชีวิตประจำวัน


2) ครูให้นกั เรียนแบ่งทีมเปน็ 2 ทีม คละกันชาย-หญงิ โดยให้นกั เรียนเล่นเกม “ชักคะเย่อ”
วิธกี ารเลน่ คือ ให้นักเรยี นแตล่ ะทมี ออกแรงดึงเชือก โดยทีมใดสามารถดึงเชือกจากฝา่ ยตรงขา้ มมาฝั่งตนเองได้
2 ใน 3 คร้ัง ถือวา่ ทมี นน้ั เป็นฝ่ายชนะ

3) ครูถามนักเรียนว่า “นักเรยี นสังเกตหรือเรียนร้สู ิ่งใดบา้ งจากการเล่มเกม” (แนวคำตอบ :
การออกแรงดงึ เชอื กท้ัง 2 ฝัง่ ไมเ่ ทา่ กัน โดยทีมที่ออกแรงกระทำต่อเชือกมากกว่าจะเป็นฝ่งั ที่ดงึ เชอื กมาจาก
ฝ่ายตรงข้ามและเป็นผชู้ นะ)

ข้ันท่ี 2 สำรวจค้นหา (20 นาที)
4) ครูชแ้ี จงการทำกจิ กรรม “การหาแรงลัพธ์” โดยใหน้ ักเรียนส่งตัวแทนเพื่อน 2 คน ที่คิดว่า

มแี รงเยอะทสี่ ดุ ออกมาสาธติ กิจกรรมหนา้ ชัน้ เรียน โดยให้นกั เรยี นท้งั 2 คน ออกแรงใน 2 รปู แบบ ดังนี้
1. นักเรยี น 2 คน ออกแรงผลกั โตะ๊ ไปในทศิ ทางเดยี ว สงั เกตผลทีเ่ กดิ ขน้ึ กบั โต๊ะ
2. นักเรยี น 2 คน ออกแรงผลักโต๊ะไปในทิศทางตรงกนั ข้ามกัน สงั เกตผลที่เกิดขน้ึ กบั โตะ๊

5) ครูต้งั คำถามให้นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วกบั ผลทเี่ กิดข้นึ กบั โต๊ะและเพราะเหตใุ ดผลที่
เกิดข้ึนกบั โต๊ะจงึ แตกตา่ งกัน (แนวคำตอบ : ผลทเ่ี กิดกับโตะ๊ คอื โตะ๊ เคล่ือนท่ีจากท่ีหยุดน่งิ เพราะมแี รงมากระทำ
ซ่งึ เมอ่ื ออกแรงกระทำต่อโตะ๊ 2 แรง ในทศิ ทางเดียวโตะ๊ จะเคลอื่ นท่ีไปตามทิศของแรงที่มากระทำ แตเ่ มื่อมแี รง
2 แรงมากระทำในทิศตรงขา้ มกัน โตะ๊ จะเคลอื่ นท่ีไปในทศิ ทม่ี ีการออกแรงกระทำต่อวัตถมุ ากกว่า)

6) ครถู ามนกั เรยี นต่อว่า “หากเพ่ือนทงั้ 2 คน ออกแรงกระทำต่อโต๊ะ แล้วโต๊ะ ไม่เคลือ่ นที่
แสดงว่าอยา่ งไร” (แนวคำตอบ : แสดงวา่ แรงท่เี พื่อนทง้ั 2 คน กระทำตอ่ โต๊ะในทิศตรงข้ามกนั มีขนาดเท่ากัน
แรงที่กระทำหักลา้ งกันหมดแรงลพั ธจ์ งึ เป็นศนู ย์ โต๊ะจึงไมเ่ คล่อื นที่)

ข้ันที่ 3 อธบิ ายความรู้ (20 นาท)ี
7) ครูและนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเกยี่ วกับการหาแรงลัพธ์ โดยครตู ้งั คำถาม ดังน้ี
1. สิ่งท่ที ำให้โต๊ะเคลือ่ นที่ได้ คืออะไร (แนวคำตอบ : แรงท่กี ระทำต่อโต๊ะ)
2. นอกจากวตั ถตุ ่างๆสามารถเคล่อื นท่ไี ด้แลว้ แรงยังส่งผลใหว้ ตั ถเุ กิดอะไรขนึ้ ได้อีกบ้าง

(แนวคำตอบ :เปลี่ยนทิศทาง เปล่ยี นรูปรา่ งหรอื หยดุ น่งิ )
8) ครอู ธบิ ายเก่ยี วกับแรงลัพธ์ วา่ เปน็ ผลรวมของแรงท่ีกระทำตอ่ วัตถุ ตั้งแต่ 2 แรงขน้ึ ไป

มีหน่วยเปน็ นวิ ตนั ซ่ึงการหาแรงลพั ธ์ตอ้ งเขียนแสดงแรงทกี่ ระทำต่อวตั ถุด้วยลูกศร ความยาวของลกู ศรแทน
ขนาดของแรงและหวั ของลกู ศรแทนทศิ ของแรงที่กระทำตอ่ วตั ถุ การหาขนาดของแรงลพั ธ์จงึ ต้องพิจารณาท้ัง
ขนาดและทศิ ทางของแรง โดยผลของแรงลัพธ์ทีเ่ กิดขน้ึ มี 3 กรณี ไดแ้ ก่

1. แรงท่ีกระทำต่อวัตถุในแนวเดียวกนั ทศิ ทางเดยี วกัน คา่ ของแรงลัพธจ์ ะเทา่ กับผลรวม
ของแรงท้ังหมดและแรงลพั ธจ์ ะมีทิศทางเดยี วกบั แรงท่ีมากระทำต่อวัตถุ

2. แรงทก่ี ระทำต่อวตั ถใุ นแนวเดยี วกนั ทิศทางตรงกันข้ามกัน คา่ ของแรงลัพธจ์ ะเท่ากับ
ผลตา่ งของแรงที่มากระทำต่อวัตถุและแรงลัพธ์จะมีทศิ ทางเดยี วกับทิศทางของแรงทม่ี ากกวา่

3. แรงทกี่ ระทำต่อวัตถเุ ดียวกนั ในแนวเดยี วกัน ทศิ ทางตรงกนั ข้ามกนั และมีขนาดเท่ากัน
จะทำให้วัตถุอยนู่ ง่ิ แรงทั้งสองจะหกั ลา้ งกันทำใหแ้ รงลัพธ์มีค่าเป็นศนู ย์


9) นักเรียนทำใบงาน เร่อื ง แรงลพั ธ์ เพื่อฝึกการหาค่าแรงลัพธ์จากโจทยท์ ่ีครูกำหนดให้
ชัว่ โมงท่ี 2

ขัน้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (30 นาท)ี
10) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายเก่ยี วกับแรงลัพธ์ โดยครตู งั้ คำถาม “ในชีวติ ประจำวัน

นักเรยี นทำกจิ กรรมใดบ้างท่ีเกย่ี วข้องกบั การออกแรงกระทำต่อวัตถุ” (แนวคำตอบ : การสร้างสะพานแขวน
การปน่ั จักรยานพ่วง การใช้สุนขั หลาย ๆ ตัวลากเล่ือน เปน็ ตน้ )

11) ครูวาดแผนภาพของแรงทีก่ ระทำต่อวัตถุ ให้นักเรยี นดู

พรอ้ มตั้งคำถามใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั อภปิ ราย “ลูกศรท่ีใชใ้ นการวาดแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุ
มปี ระโยชน์อย่างไร” (แนวคำตอบ : ลูกศรเป็นสัญลกั ษณท์ ี่บอกถงึ ขนาด (ความยาวของลกู ศร) และทิศทางของ
แรง (หัวลกู ศร) ซึ่งจะทำให้สามารถหา แรงลัพธ์ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง)

12) ครูเปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามเพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั แรงเพ่ือความเขา้ ใจมากยงิ่ ข้นึ
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (30 นาที)

13) ครูต้งั คำถาม ถามนักเรยี นเพอื่ ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเหน็ ว่าแรง มคี ณุ และโทษอย่างไร
โดยสุ่มเลอื กถาม นักเรยี น 2-3 คน (แนวคำตอบ : ตอบตามแนวคิดของนักเรยี น)

14) นักเรยี นทำใบงาน เรื่อง การใช้ประโยชนจ์ ากแรงลัพธแ์ ละการเขยี นแผนภาพของแรงที่
กระทำต่อวัตถุและแรงลัพธ์

11. สื่อการเรียนรู้
1) สื่อการเรยี นรู้
1.1) หนังสือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.5
1.2) อุปกรณ์ทีใ่ ช้ในการทำกจิ กรรม
1.3) ใบงานเร่ือง แรงลพั ธ์/ ใบงานเรอ่ื ง การใช้ประโยชนจ์ ากแรงลัพธแ์ ละใบงานเร่ือง

การเขยี นแผนภาพของแรงท่ีกระทำต่อวัตถุและแรงลัพธ์
1.4) ทดสอบกอ่ นเรียน ประจำหน่วย แรงในชีวิตประจำวนั


กระทำต่อวตั ถุและแรงลพั ธ์
1.5) PowerPoint สรปุ ความรู้วิทยาศาสตร์ ป.5

2) แหล่งการเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรยี น
2.2) หอ้ งสมุด

12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ท่ี วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
1 ตรวจใบงาน ใบงาน รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
การทำงานรายบคุ คล
ในกจิ กรรม แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
3 สังเกตความมวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้
และม่งุ มน่ั ในการทำงาน


บันทึกผลหลังการจดั การเรียนรู้

ผลการเรียนรู้

- ดา้ นความรู้
........................................................................................................................................... ...................................
........................................................................................................................................

- ด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
............................................................................................................. .................................................................
............................................................................................................................. ...........

- ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
........................................................................................................................................... ...................................
.................................................................................. ......................................................

ปญั หาและอุปสรรคข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ........

ลงชือ่ ............................................ผสู้ อน
(นายณฐั พงษ์ แปลกปลาด)
ตำแหน่ง ครู

ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มงานวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........

ลงชื่อ............................................หวั หนา้ กลมุ่ งานวิชาการ
(นายจกั รพงษ์ ปงกันคำ)

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ

ความคดิ เห็น/ข้อเสนอแนะของผู้บริหาร
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ผู้บริหาร
( นางปาลิตา หงส์เพชนรัศมี )

ตำแหน่ง รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านป่ายาง


แบบประเมนิ แผนการจดั การเรยี นร้สู าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดับ เกณฑ์คุณภาพ คณุ ภาพ
321

1 เขียนสาระสำคัญครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัติคมุ ค่า

2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP

3 สาระเรียนรู้ครอบคลุมเน้ือหา เน้ือหา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กิจกรรมการเรยี นร้เู นน้ สมอง RL เกดิ Active Learning

5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรยี น

6 ออกแบบการวดั ประเมินจากช้นิ งานกล่มุ /เด่ยี วของผูเ้ รียน

7 มีความสมั พนั ธ์ระหวา่ งองค์ประกอบข้อที1่ -6

8 ส่ือการเรยี นรสู้ อดคลอ้ ง จุดประสงค์ ตรงเน้ือหา นา่ สนใจ เหมาะสมกบั วยั สะดวกใช้

รวม

เฉล่ีย

เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ภาพ
2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถงึ ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง

กจิ กรรมเสนอแนะ (ถ้าม)ี

ขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษาหรือผูท้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

ลงชือ่ เดือน ผูป้ ระเมิน
( )

ตำแหน่ง พ.ศ.
วนั ท่ี


ภาคผนวก
ใบงาน เร่อื ง แรงลพั ธ์


ใบงาน เรื่อง การใชป้ ระโยชนจ์ ากแรงลพั ธ์


ใบงาน เรื่อง การเขยี นแผนภาพของแรงท่กี ระทำตอ่ วัตถแุ ละแรงลพั ธ์


แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานท่ีได้รบั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอนื่ มอบหมาย สรุป

ชอ่ื -สกลุ 432143214321432143 2 1

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารวัดผลให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดังนี้
ดมี าก = 4 มีความสนใจ ไม่พดู คยุ ในชน้ั ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เขา้ ชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงตอ่ เวลา

ลงช่อื ผสู้ งั เกต
( )
พ.ศ.
วนั ที่ เดอื น


แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

คำช้แี จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้

กษัตรยิ ์ 1.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา

1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทเี่ กย่ี วกับสถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามที่โรงเรียนจดั ข้นึ

2. ซ่อื สัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลท่ถี ูกตอ้ ง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ัตใิ นสง่ิ ท่ถี กู ต้อง

3. มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชื่อฟังคำส่ังสอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โต้แยง้

4.4 ต้งั ใจเรยี น

5. อยู่อย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยดั

พอเพยี ง 5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ คา่

5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มุ่งมัน่ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเร็จ

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย

7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จกั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบตั แิ ละส่งิ แวดลอ้ ม

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรับปรงุ

ลงช่อื ผสู้ งั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน


แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 2 เร่ือง การใช้เครอ่ื งชง่ั สปริงในการวดั แรง

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง แรงในชีวติ ประจำวนั เวลา 7 ชว่ั โมง

สอนวนั ท่ี เดือน พ.ศ. เวลา 1 ชวั่ โมง

1. สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ

เคล่ือนทีแ่ บบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

3. ตวั ชี้วัด
ว 2.2 ป.5/3 ใช้เครอื่ งชง่ั สปรงิ ในการวัดแรงทีก่ ระทำต่อวตั ถุ

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
แรง หมายถึง การกระทำทส่ี ามารถทำใหว้ ัตถุหรือสงิ่ ตา่ งๆ ที่หยดุ นงิ่ เคล่ือนทีไ่ ปได้ หรือทำให้ วัตถุท่ี

กำลงั เคลอื่ นที่อยู่มีความเรว็ เพ่มิ ข้นึ หรือชา้ ลง หรอื เปล่ียนทศิ ทางการเคล่ือนท่ีของวตั ถุได้ การออกแรงกระทำ
ตอ่ วตั ถุอาจมีแรงหลายแรงมากระทำต่อวตั ถุร่วมกนั สำหรบั เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการวัดแรงทกี่ ระทำต่อวตั ถุ คือ
เคร่ืองชงั่ สปรงิ โดยค าที่อ านได จากเครื่องชง่ั สปรงิ เป นค าของแรงทต่ี าชัง่ สปรงิ ดึงวัตถุ การใช
เครื่องช่งั สปริงลาก วัตถุในแนวราบ ค าทอ่ี านได จะบอกถึงขนาดของแรงที่กระทําต อวัตถุ
5. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) อธบิ ายวิธีการวดั แรงที่กระทำต่อวตั ถุโดยใช้เครือ่ งชงั่ สปริงได้ (K)
2) ใช้เคร่ืองชัง่ สปริงในการวดั แรงท่ีกระทำต่อวตั ถุไดอ้ ย่างถูกต้อง (P)
3) รบั ผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ไดร้ บั มอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
1) มวี นิ ัย
2) ใฝ่เรียนรู้
3) มุง่ มั่นในการทำงาน
7. สมรรถนะทีส่ ำคัญ
1) ความสามารถในการคิด

1.1) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
1.2) ทักษะการเชอ่ื มโยง
2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
8. ทักษะกระบวนการคดิ
การคิดวเิ คราะห์ คิดอย่างมวี ิจารณญาณ


9. เน้ือหาสาระ
เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นการวัดแรงทีก่ ระทำต่อวตั ถุ คือ เคร่ืองชั่งสปรงิ โดยค่าทอ่ี า่ นได้จากเคร่ืองชั่งสปรงิ

เป็นคา่ ของแรงท่ตี าชัง่ สปรงิ ดึงวตั ถุ การใช้เคร่ืองช่งั สปรงิ ลาก วตั ถุในแนวราบ ค่าท่อี ่านได้จะบอกถึงขนาดของ
แรงที่กระทาํ ต่อวตั ถุ
10. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

• วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (5 นาท)ี
1) ครถู ามนกั เรยี นว่า “นักเรยี นคดิ วา่ เวลาท่ีเราออกแรงกระทำตอ่ วตั ถุ เราสามารถทราบแรง

ท่ีเรากระทำต่อวตั ถไุ ด้หรือไม่” (แนวคำตอบ : ตอบตามแนวคิดของนักเรียนอาจมีท้งั ได้และไมไ่ ด้)
2) ครูให้นักเรยี นดภู าพเคร่ืองช่ังสปรงิ แลว้ ถามนกั เรียนว่า “นกั เรียนคิดวา่ เคร่ืองมือนคี้ ืออะไร

และสามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ไดอ้ ยา่ งไร” (แนวคำตอบ : เคร่ืองชง่ั สปรงิ ใช้ในการชงั่ น้ำหนกั ส่งิ ของ)
ข้ันท่ี 2 สำรวจคน้ หา (20 นาท)ี
3) ครใู หน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน จากนั้นแจกเคร่ืองชงั่ สปริงกลุ่มละ 2 อัน เพือ่ ให้

นกั เรียนสงั เกตรูปรา่ ง สว่ นประกอบและรายละเอยี ดของเครื่องชงั่ สปริง
4) ครูต้งั คำถามให้นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเกยี่ วกับส่วนประกอบและรายละเอียดของเครื่อง

ชง่ั สปรงิ ดังนี้
1. เคร่ืองชัง่ สปริงมสี ่วนประกอบใดบ้าง (แนวคำตอบ :หจู ับ ขอเกย่ี ว หมุด สปริงและ

สเกล)
2. สเกลท่ีอย่บู นเครอ่ื งช่ังสปรงิ มีรายละเอียดอย่างไรบา้ ง (แนวคำตอบ : สเกลมี 2 แบบ

คือสเกลท่ีมีหน่วยเป็นกรัมและมหี น่วยเปน็ นวิ ตนั )
3. ครถู ามนกั เรยี นตอ่ วา่ “นกั เรียนทราบหรอื ไมว่ า่ หน่วยของแรงคืออะไร” (แนวคำตอบ :

หนว่ ยของแรงคือนวิ ตัน)
5) เมือ่ นักเรียนทราบวา่ หน่วยของแรงคือนวิ ตนั ครูให้นกั เรียนทำการทดลองเร่ือง การใช้

เคร่ืองช่งั สปริงในการวดั แรง โดยมขี ัน้ ตอน ดงั น้ี
1. นำถงุ ทรายเก่ยี วกบั เครื่องชงั่ สปรงิ 1 อัน และออกแรงดึงให้ ถุงทรายเคลอ่ื นที่ใน

แนวราบบนโตะ๊ สงั เกตขนาดและทิศทาง ของการเคลื่อนท่ี และบันทกึ ลงในตาราง
2. ทำซำ้ ขอ้ 1 แต่ใช้เครื่องชงั่ สปริง 2 อนั ดึงถงุ ทรายในแนวราบ ให้ขนานกนั สงั เกต

ขนาดและทศิ ทางของการเคล่ือนท่ี และ บนั ทึกลงในตาราง
3. บนั ทึกผลการทดลองและสรปุ ผลการทดลองลงใบบันทกึ กิจกรรม

ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (20 นาที)
6) ครูสมุ่ นกั เรียน 1 – 2 กลุ่ม ในการนำเสนอผลการทดลอง
7) ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกับผลการทดลองเรื่อง การใชเ้ ครื่องชั่งสปริงใน

การวดั แรง โดยครตู ง้ั คำถาม ดงั นี้


1. นักเรยี นสามารถทราบถงึ แรงท่ีกระทำต่อวัตถไุ ด้โดยวธิ ีใด (แนวคำตอบ : การอา่ นคา่
จากเคร่ืองชง่ั สปริง)

2. เม่อื นำเคร่ืองช่ังสปริง 2 อัน มาใช้ในการดึงถุงทราย แรงดงึ ที่กระทำต่อวัตถุทอ่ี ่านได้
จากเคร่ืองชงั่ สปริงทั้ง 2 อนั เปน็ อย่างไร เพราะเหตใุ ด (แนวคำตอบ : แรงดึงท่ีอ่านค่าได้จากเครื่องชง่ั สปรงิ มี
คา่ ลดนอ้ ยลงเนื่องจากมแี รงดึง 2 แรง มากระทำต่อวัตถุ)

3. ทศิ ทางการออกแรงและทิศทางการเคล่ือนทข่ี องถุงทรายในการทดลองมีความสมั พันธ์
กนั อย่างไร (แนวคำตอบ : ทิศทางของการออกแรงและทศิ ทางการเคล่ือนทขี่ องถุงทรายไปในทิศทางเดียวกัน
ยิง่ ออกแรงมากถุงทรายยงิ่ เคลอื่ นทเ่ี รว็ ขึ้น)

ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (10 นาที)
8) ครูถามนกั เรียนเกย่ี วกับการวดั แรงท่กี ระทำต่อวัตถุ ดังน้ี
1. นักเรยี นทราบหรือไม่ว่าทำไมเครื่องชง่ั สปริงถงึ มหี น่วย 2 แบบ (แนวคำตอบ :

เนื่องจากเครือ่ งช่ังสปรงิ สามารถวัดนำ้ หนักของวตั ถุท้ังมวลและน้ำหนัก โดยถ้าเป็นมวลจะมหี น่วยเป็นกรัมส่วน
น้ำหนักใชห้ น่วยเป็นนิวตัน และยงั สามารถวดั แรงทกี่ ระทำตอ่ วัตถุซ่ึงมีหน่วยเปน็ นวิ ตนั )

2. หนว่ ย นิวตนั ของแรงมีทีม่ าจากอะไร (แนวคำตอบ : เรยี กชื่อตาม เซอร? ไอแซก นวิ
ตนั นกั วิทยาศาสตรผ์ ทู้ ี่คน้ พบแรงโน้มถ่วงของโลกและเป็นผู้ศกึ ษาเกย่ี วกบั แรงและการเคล่อื นที่ของวตั ถุ)

3. หากในชวี ิตประจำวันนักเรียนตอ้ งการผ่อนแรงที่ออกแรงกระทำต่อวัตถุ นกั เรียน
สามารถทำไดอ้ ยา่ งไรบ้าง (แนวคำตอบ : ใชห้ ลายแรงกระทำตอ่ วตั ถุ เม่ือมหี ลายแรงชว่ ยกระทำต่อวัตถุจะทำ
ให้สามารถผอ่ นแรงที่กระทำต่อวัตถไุ ด้ทำให้ออกแรงน้อยลง)

9) ครเู ปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเพิ่มเติมเกีย่ วกับแรงและการใชเ้ ครอื่ งชงั่ สปรงิ ในการวดั
แรง เพือ่ ความเข้าใจมากยง่ิ ขึ้น

ขัน้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (5 นาที)
10) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลการทดลอง นกั เรียนทำใบบันทึกผลการ

ทดลอง เร่อื ง การใชเ้ คร่ืองชงั่ สปรงิ ในการวดั แรง
11. ส่ือการเรยี นรู้

1) สือ่ การเรยี นรู้

1.1) หนงั สือเรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.5

1.2) อปุ กรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรม เคร่ืองชง่ั สปรงิ แบบแขวน 2 อนั / ถุงพลาสติกหหู ้ิว 1

ใบ/ ถุงทราย 1ถุง และ โตะ๊ 1 ตัว

1.3) ใบบนั ทึกผลการทดลอง เร่ือง การใช้เคร่ืองช่ังสปรงิ ในการวดั แรง

1.4) PowerPoint สรุปความรวู้ ิทยาศาสตร์ ป.5


2) แหลง่ การเรยี นรู้
2.1) หอ้ งเรียน
2.2) ห้องสมดุ

12. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้

ท่ี วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์
1 ตรวจใบบนั ทกึ ผลการทดลอง ใบบันทกึ ผลการทดลอง ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2 สังเกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
การทำงานรายบคุ คล
ในกิจกรรม แบบประเมินคุณลักษณะ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
อนั พึงประสงค์
3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรยี นรู้
และม่งุ มนั่ ในการทำงาน


บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้

ผลการเรยี นรู้

- ดา้ นความรู้
........................................................................................................................................... ...................................
................................................................................................ ........................................

- ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
........................................................................................................................................... ...................................
.................................................................................................................................. ......

- ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........

ปญั หาและอุปสรรคข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
.................................................................................................................................. ............................................
....................................................................................... ..............................................

ลงชอื่ ............................................ผูส้ อน
(นายณัฐพงษ์ แปลกปลาด)
ตำแหนง่ ครู

ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................หวั หนา้ กลุ่มงานวชิ าการ
(นายจักรพงษ์ ปงกนั คำ)

ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพเิ ศษ

ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ......................................................

ลงชือ่ ............................................ผู้บรหิ าร
( นางปาลติ า หงสเ์ พชนรศั มี )

ตำแหน่ง รองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบา้ นป่ายาง

แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์


ลำดับ เกณฑ์คณุ ภาพ คณุ ภาพ
321

1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองคค์ วามรู้ แนวปฏิบตั คิ มุ คา่

2 จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP

3 สาระเรียนรคู้ รอบคลุมเน้ือหา เนอื้ หา กระบวนการ คุณลักษณะ

4 กิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ สมอง RL เกิด Active Learning

5 ออกแบบแต่ละกจิ กรรมเหมาะสมกับผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากชน้ิ งานกลมุ่ /เดยี่ วของผู้เรียน

7 มีความสัมพันธร์ ะหวา่ งองค์ประกอบข้อที่1-6

8 ส่ือการเรยี นร้สู อดคล้อง จดุ ประสงค์ ตรงเน้ือหา น่าสนใจ เหมาะสมกบั วัย สะดวกใช้

รวม

เฉลยี่

เกณฑ์การประเมนิ คุณภาพ
2.5 – 3 ระดบั 3 หมายถงึ ดี
1.5 – 2.49 ระดบั 2 หมายถึง พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรุง

กิจกรรมเสนอแนะ (ถา้ มี)

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศกึ ษาหรือผทู้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย

ลงช่อื เดือน ผู้ประเมนิ
( )

ตำแหน่ง พ.ศ.
วนั ที่


ภาคผนวก
ใบบันทกึ ผลการทดลอง เรือ่ ง การใช้เคร่อื งชั่งสปริงในการวดั แรง


แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี

ท่ี พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรับ ทำงานท่ีได้รบั
ความคดิ เห็น ฟงั คนอนื่ มอบหมาย สรุป

ชอ่ื -สกลุ 432143214321432143 2 1

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารวัดผลให้คะแนนระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดังนี้
ดมี าก = 4 มีความสนใจ ไม่พดู คยุ ในชน้ั ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรบั ปรงุ = 1 เขา้ ชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไมค่ รบ ไมต่ รงตอ่ เวลา

ลงช่อื ผสู้ งั เกต
( )
พ.ศ.
วนั ที่ เดอื น


แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

คำช้แี จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรียน แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับคะแนน

คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พงึ ประสงคด์ ้าน 321

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้

กษัตรยิ ์ 1.2 เขา้ ร่วมกิจกรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์

1.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา

1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทเี่ กย่ี วกับสถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามที่โรงเรียนจดั ข้นึ

2. ซ่อื สัตย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลท่ถี ูกตอ้ ง และเป็นจริง

2.2 ปฏบิ ัตใิ นสง่ิ ท่ถี กู ต้อง

3. มีวนิ ยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ มคี วามตรงต่อเวลา

4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 รจู้ ักใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ัตไิ ด้

4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เชื่อฟังคำส่ังสอนของบดิ า-มารดา โดยไม่โต้แยง้

4.4 ต้งั ใจเรยี น

5. อยู่อย่าง 5.1 ใช้ทรัพยส์ นิ และสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยดั

พอเพยี ง 5.2 ใช้อปุ กรณก์ ารเรยี นอยา่ งประหยดั และรู้คณุ คา่

5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. มุ่งมัน่ 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย

ในการทำงาน 6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออปุ สรรคเพื่อใหง้ านสำเร็จ

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย

7.2 เห็นคณุ คา่ และปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จกั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบตั แิ ละส่งิ แวดลอ้ ม

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรับปรงุ

ลงช่อื ผสู้ งั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน


แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 3 เรื่อง แรงเสยี ดทานกับการเคลอื่ นทีข่ องวัตถุ

กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง แรงในชวี ติ ประจำวัน เวลา 7 ชวั่ โมง

สอนวันท่ี เดือน พ.ศ. เวลา 2 ชวั่ โมง

1. สาระท่ี 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ

เคลื่อนทแี่ บบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์

3. ตวั ชว้ี ัด
ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิง

ประจกั ษ์
ว 2.2 ป.5/5 เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงท่ีอยูใ่ นแนวเดยี วกนั ทก่ี ระทำต่อวัตถุ

4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
แรงเสียดทานเป็นแรงทีเ่ กดิ ข้ึนระหว่างผิวสมั ผัสของวัตถุ เพือ่ ตา้ นการเคล่ือนท่ีของวตั ถุน้ัน โดยถ้าออก

แรงกระทำต่อวัตถุที่อย่นู ่งิ บนพ้ืนผิวหน่งึ ให้เคลอ่ื นท่ี แรงเสียดทานจากพื้นผวิ นัน้ กจ็ ะต้านการเคล่ือนท่ขี องวตั ถุ
แต่ถ้าวตั ถุกำลงั เคลื่อนที่แรงเสยี ดทานก็จะทำให้วัตถนุ ้ันเคลอ่ื นทช่ี า้ ลงหรือหยุดนิง่
5. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1) ระบผุ ลของแรงเสยี ดทานต่อการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนทข่ี องวตั ถุจากหลักฐานเชงิ ประจักษ์ (K)
2) เขยี นแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงท่ีอยู่ในแนวเดียวกนั ทก่ี ระทำต่อวัตถุ (P)
3) รับผิดชอบและมงุ่ มัน่ ในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
6. คณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์
1) มวี ินัย
2) ใฝเ่ รยี นรู้
3) มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. สมรรถนะทีส่ ำคญั
1) ความสามารถในการคดิ

1.1) ทักษะการสำรวจคน้ หา
1.2) ทักษะการเช่ือมโยง
2) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
8. ทกั ษะกระบวนการคิด


การคิดวเิ คราะห์ คดิ อย่างมวี ิจารณญาณ

9. เนอ้ื หาสาระ
แรงเสียดทาน หมายถงึ แรงที่เกดิ ขน้ึ ระหวา่ งพื้นผิวสัมผสั ของวัตถุ 2 ช้นิ ไปทส่ี ัมผัสกนั หรือพ้ืนผวิ ท่ี

วัตถเุ คลื่อนท่ีไป ซึง่ แรงน้ีเปน็ แรงท่ีผวิ วัตถผุ ิวหนง่ึ ตา้ นทานการเคลื่อนท่ขี องผิววัตถุอีกผิวหนึ่ง ส่งผลทำให้วัตถุ
เคลือ่ นท่ีชา้ ลงเร่ือย ๆจนกระทัง่ หยุดนงิ่ ในทส่ี ุด

ลกั ษณะของแรงเสียดทาน มีทศิ ทางของแรงตรงกันขา้ มกับทศิ ทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ เชน่ การเตะ
ฟุตบอล เปน็ ต้น

- ถ้าผวิ สัมผสั ของวัตถุ 2 ชนดิ เรยี บ จะเกิดแรงเสยี ดทานน้อย วตั ถุเคลื่อนท่ไี ด้มาก
- ถ้าผวิ สมั ผัสของวัตถุ 2 ชนิด ไมเ่ รียบ จะเกดิ แรงเสียดทานมาก วตั ถุเคล่ือนท่ีไดน้ อ้ ย
ปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อแรงเสียดทาน
1. น้ำหนักหรอื แรงกดของวตั ถุทก่ี ดลงบนพ้ืน
ถ้าน้ำหนกั หรือแรงกดของวัตถุมาก จะเกดิ แรงเสียดทานมาก ถา้ น้ำหนกั หรือแรงกดของวัตถุน้อยจะเกิดแรง
เสียดทานนอ้ ย
2. ลักษณะของพ้ืนผิวสมั ผสั
ถ้าพ้นื ผวิ เรยี บ เช่น กระเบื้อง กระจก พลาสติก เป็นต้น จะเกิดแรงเสยี ดทานนอ้ ย เน่ืองจากพ้ืนผิวเรียบ มี
การเสียดสรี ะหว่างกนั น้อย
ผลของแรงเสยี ดทาน แรงเสยี ดทานทเ่ี กิดขึ้นกับวัตถุ มีผลทำให้วัตถเุ คลือ่ นที่ชา้ ลงหรอื หยุดนิง่ ซ่ึงเปน็
ประโยชนใ์ นการนำไปใช้งานในชีวิตประจำวนั เช่น การทำพืน้ รองเท้าให้มีพื้นผวิ ขรุขระเพอื่ เพ่มิ แรงเสยี ดทาน
ทำให้ไม่ลนื่ ล้มเวลาใช้งาน เปน็ ต้น
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
• วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E

ชั่วโมงท่ี 1

ข้ันที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (15 นาที)
1) ครทู บทวนความรูเ้ ดิมเกีย่ วกับเรือ่ งแรงลัพธ์
2) ให้นกั เรยี นศึกษาสถานการณท์ ีก่ ำหนดให้ ตอ่ ไปนี้ แล้วตอบคำถาม

ปนิ่ และป่าน เปน็ พนี่ ้องกัน โดยป่นิ อายุห่างจากป่าน 5 ปี ในเวลาตอนเย็นของทุกวัน ปิ่นมักพา
ป่านไปเล่นที่สวนสาธารณะในหมู่บา้ น โดยให้ป่านนั่งในรถของเล่นที่แม่ซื้อให้ซึ่งปิ่นเป็นคนเข็นน้อง
ไป ระหว่างทางผ่านทางที่เป็นคอนกรีต ปิ่นสามารถเข็นน้องได้อย่างสบายแต่เมื่อเข็นผ่านสนามซ่ึง
เปน็ พื้นทรายทกี่ ำลงั ปรับปรุง ปน่ิ รู้สกึ วา่ รถเข็นเร่มิ จะเคลอ่ื นทไ่ี ดช้ ้าลง ทำให้การเดนิ ทางของปิ่นและ
นอ้ งในวันน้ีลำบากและเหนอื่ ยกว่าทุกครัง้ มาก


ครูถามนักเรยี น โดยใชค้ ำถาม ต่อไปนี้
1. นกั เรียนคดิ ว่า เพราะเหตใุ ดจึงเข็นรถของเล่นผ่านพื้นทรายไดย้ ากลำบาก (แนว

คำตอบ : เพราะพ้ืนทรายมีพ้ืนผวิ ท่ีขรขุ ระทำให้เกิดแรงเสยี ดทานท่ตี า้ นการเคลื่อนที่ของรถเขน็ )
2. การเข็นรถของเลน่ บนพ้ืนคอนกรีตกับพนื้ ทรายมคี วามแตกต่างกันอย่างไร (แนว

คำตอบ : บนพนื้ คอนกรีตมีความเรียบของพื้นมากกวา่ พืน้ ทรายจงึ ทำใหส้ ามารถเข็นรถได้สบายกว่าและใช้แรง
นอ้ ยกว่า)

3) ครตู ง้ั คำถามเพื่อนำเข้าสูก่ ารค้นหาคำตอบ แรงเสียดทานเกิดได้อยา่ งไร และแรงเสียดทาน
สง่ ผลให้เกดิ อะไรได้บา้ ง (แนวคำตอบ : นกั เรยี นตอบตามความคดิ ของตนเอง เชน่ แรงเสียดทานเกดิ จาก
การต้านการเคลอ่ื นทขี่ องวัตถุ เกิดจากผวิ สมั ผัสของวัตถุสง่ ผลต่อการเคล่ือนที่ของวัตถุ เป็นตน้ )

ขัน้ ที่ 2 สำรวจคน้ หา (45 นาท)ี
4) ครใู หน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ทำการทดลอง เรอ่ื ง พื้นทผี่ วิ วัตถุกับการเคล่อื นที่

โดยมารบั อปุ กรณ์จากครู จากน้ันให้นักเรียนทำการทดลองตามข้ันตอนท่ีอยใู่ นใบบนั ทึกผลการทดลอง
5) บนั ทึกผลลงในตารางและตอบคำถาม ลงในใบบันทึกผลการทดลอง เร่อื ง พน้ื ทผี่ ิววัตถุกับ

การเคลอ่ื นที่ ซึง่ มีขั้นตอน ดังน้ี
1. นำแผน่ ไม้เอียงไปวางบนพ้นื ผวิ ต่างๆ เช่น พน้ื หญ้า พื้นดนิ พน้ื กระเบือ้ ง พื้นปนู
2. ปลอ่ ยลกู แกว้ ลงบนพนื้ เอียง เม่ือลกู แกว้ หยุดให้วัดระยะท่ี ลูกแก้วเคล่ือนทไี่ ปได้ พรอ้ ม

บันทึกผลลงในตาราง
3. ทำซ้ำขอ้ 2 แตเ่ ปล่ยี นจากลกู แกว้ เป็นก้อนหนิ พร้อมบันทกึ ผลลงในตารางเปรยี บเทียบ

6) เมื่อนักเรยี นทำใบบนั ทึกผลการทดลองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ครสู ่มุ นักเรียนนำเสนอผล
การทดลอง สรปุ ผลการทดลอง

7) ครูถามนกั เรียนว่า “แรงเสียดทานทีก่ ระทำตอ่ วัตถุมคี ่าแตกต่างกนั นกั เรียนคดิ วา่ สิ่งใด
บ้างทส่ี ่งผลตอ่ แรงเสียดทานของวตั ถุ” (แนวคำตอบ : ชนิดของพื้นผิวสัมผสั ของวตั ถุและน้ำหนักและแรงกด
ของวตั ถุ)

ชว่ั โมงท่ี 2

ข้ันที่ 2 สำรวจค้นหา (ตอ่ ) (25 นาท)ี
8) ครทู บทวนความรเู้ กย่ี วกับความหมาย ทิศทางการเคล่ือนท่ขี องแรงเสียดทาน
9) ครใู หน้ กั เรียนดูภาพกจิ กรรม


ครูถามนักเรยี นว่า “จากลกั ษณะของแรงเสียดทาน นักเรียนจะวาดรปู อธบิ ายการเกดิ แรง
เสียดทานอย่างไร” จากนัน้ ขออาสาสมัครนักเรยี นออกมาเขียนแผนภาพของแรงเสียดทาน

10) ครูและนักเรียนรว่ มกนั พิจารณาเกยี่ วกับแผนภาพแรงเสยี ดทานทต่ี วั แทนนักเรียนออกมา
นำเสนอ

11) ครสู มุ่ นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. การผลักตู้ไปขา้ งหน้า แรงเสียดทานมที ิศทางอยา่ งไร (แนวคำตอบ : มีทศิ ไปข้างหลัง)
2. การเดนิ หรอื การว่งิ ไปข้างหนา้ แรงเสยี ดทานมีทิศทางอย่างไร (แนวคำตอบ : เม่อื

พิจาณาตรงจุดสมั ผัสกบั พ้นื แรงทีก่ ระทำมีทิศไปทางด้านหลงั แรงเสียดทานจึงไปขา้ งหน้า)
3. ลอ้ รถที่เคล่ือนที่ไปข้างหน้า แรงเสยี ดทานมีทิศทางอย่างไร (แนวคำตอบ : เมื่อพิจาณา

ตรงจดุ สมั ผัสกับพนื้ แรงทีก่ ระทำมีทิศไปทางด้านหลงั แรงเสยี ดทานจงึ ไปขา้ งหนา้ )
4. การกล้ิงของลกู ฟตุ บอลแรงเสยี ดทานมีทศิ ทางอยา่ งไร (แนวคำตอบ : เม่ือพิจาณาตรง

จดุ สัมผสั กับพืน้ แรงที่กระทำมีทิศไปทางด้านหลัง แรงเสยี ดทานจงึ ไปขา้ งหนา้ )
5. จากสถานการณค์ ำถามดังกลา่ วข้างต้น นักเรยี นสังเกตเห็นขอ้ มลู อะไร (แนวคำตอบ :

แรงเสยี ดทานไม่จำเปน็ ต้องไปขา้ งหลังเสมอไป)
ข้นั ที่ 3 อธิบายความรู้ ( 15 นาท)ี
12) ครตู ั้งคำถามเพ่ืออภิปรายกับนกั เรียนเพ่มิ เติมเพ่ือหาข้อสรุปดงั น้ี
1. นกั เรยี นคิดวา่ จะอธบิ ายความหมายของแรงเสียดทานได้วา่ อยา่ งไร (แนวคำตอบ : แรง

เสยี ดทาน หมายถึง แรงท่เี กิดขนึ้ ระหวา่ งผวิ สัมผสั ของวัตถุ เพื่อต้านการเคลอื่ นที่ของวตั ถุน้ัน )
2. ลักษณะของแรงเสยี ดทานเปน็ อยา่ งไร (แนวคำตอบ : เปน็ แรงทตี่ า้ นการเคลอื่ นท่ีของ

วัตถซุ ่งึ มที ิศทางตรงขา้ มกบั วัตถุ)
3. ปจั จัยสำคัญของการเกิดแรงเสยี ดทานมีอะไรบา้ ง (แนวคำตอบ : นำ้ หนกั และแรงกด

ของวตั ถุและชนดิ ของพ้ืนผวิ สัมผสั ของวัตถุ)
4. แผนภาพแรงเสียดทานมลี กั ษณะอยา่ งไร (แนวคำตอบ : ตรงขา้ มกับแรงทกี่ ระทำต่อ

วัตถ)ุ
ข้ันท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (5 นาท)ี
13) ครถู ามนกั เรยี นว่า “ในชวี ติ ประจำวนั นักเรียนพบเหน็ การนำความร้เู ร่ืองแรงเสยี ดทานไป

ใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งไรบ้าง” (แนวคำตอบ : การเพ่ิมและลดแรงเสยี ดทาน เชน่ ทำให้วตั ถหุ ยดุ น่งิ ไมเ่ คลื่อนที่ ชว่ ย


หยุดรถยนต์ที่กำลงั เคลอื่ นท่ี ยางรถทมี่ ีดอกยางชว่ ยใหร้ ถเกาะถนนได้ดี เป็นตน้ การสรา้ งพื้นถนนต้องทำให้พ้นื
ถนนเกิดแรงเสยี ดทานพอสมควร รถจึงจะเคล่ือนทบ่ี นถนนโดยท่ลี อ้ รถไมห่ มุนอยู่กบั ที่ได้ ชว่ ยในการหยบิ จับ
สิง่ ของโดยไม่ลืน่ ไหลไปมา ชว่ ยในการเดนิ ไม่ให้ลื่นไหล เปน็ ต้น)

ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (15 นาท)ี
14) นกั เรยี นใบบนั ทกึ ผลการทดลองเรื่อง พนื้ ผิววตั ถุกับการเคลื่อนท่ีและใบงานเรือ่ ง การ

เขยี นแผนภาพของแรงเสียดทาน
15) นกั เรียนร่วมกนั รวบรวมใบงานผลงานของตนภายช่ัวโมงเรียนและทำแบบฝกึ หดั ทบทวน

ความร้ใู นหนังสอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์ ป.5 เป็นการบ้าน
11. สื่อการเรยี นรู้

1) สื่อการเรยี นรู้

1.1) หนงั สือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5

1.2) อุปกรณ์ทใี่ ช้ในการทำกจิ กรรม

1.3) ใบบนั ทึกผลการทดลองเรื่อง พนื้ ผิววัตถกุ ับการเคล่ือนที่และใบงานเรอ่ื ง การเขียน

แผนภาพของแรงเสียดทาน

1.4) PowerPoint สรปุ ความรูว้ ิทยาศาสตร์ ป.5
2) แหล่งการเรยี นรู้

2.1) หอ้ งเรียน

2.2) หอ้ งสมดุ

12. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ท่ี วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
ใบบนั ทึกผลการทดลอง/ใบงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
1 ตรวจใบบันทกึ ผลการทดลอง/
ใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
การทำงานรายบุคคล
2 สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ ม แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ในกิจกรรม อันพึงประสงค์

3 สงั เกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้
และม่งุ ม่ันในการทำงาน


บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรยี นรู้

ผลการเรียนรู้

- ดา้ นความรู้
........................................................................................................................................... ...................................
................................................................................................ ........................................

- ดา้ นสมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
........................................................................................................................................... ...................................
.................................................................................................................................. ......

- ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........

ปัญหาและอปุ สรรคข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
.................................................................................................................................. ............................................
....................................................................................... ..............................................

ลงช่ือ............................................ผู้สอน
(นายณัฐพงษ์ แปลกปลาด)
ตำแหนง่ ครู

ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ
.................................................................................................................................................... ..........................
......................................................................................................... ...............................

ลงชื่อ............................................หวั หน้ากลมุ่ งานวชิ าการ
(นายจักรพงษ์ ปงกนั คำ)

ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ

ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผูบ้ ริหาร
................................................................................................................................ ..............................................
........................................................................................................................................


ลงชื่อ............................................ผู้บรหิ าร
( นางปาลิตา หงส์เพชนรศั มี )

ตำแหนง่ รองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นปา่ ยาง

แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑ์คณุ ภาพ คณุ ภาพ
321

1 เขยี นสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบตั ิคุมคา่

2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP

3 สาระเรียนรูค้ รอบคลุมเน้ือหา เนอื้ หา กระบวนการ คณุ ลักษณะ

4 กจิ กรรมการเรียนรูเ้ น้นสมอง RL เกิด Active Learning

5 ออกแบบแตล่ ะกจิ กรรมเหมาะสมกบั ผู้เรียน

6 ออกแบบการวัดประเมินจากชนิ้ งานกลมุ่ /เดีย่ วของผู้เรยี น

7 มคี วามสมั พนั ธ์ระหว่างองค์ประกอบข้อท1่ี -6

8 สอ่ื การเรยี นร้สู อดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา นา่ สนใจ เหมาะสมกับวยั สะดวกใช้

รวม

เฉลย่ี

เกณฑก์ ารประเมินคุณภาพ

กิจกรรม21เ..ส55น––อ23แ.น4ะ9 (ถ้ามรร)ี ะะดดบัับ 3 หมายถึง ดี
2 หมายถึง พอใช้

0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถึง ปรับปรุง

ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศกึ ษาหรอื ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย

ลงชอ่ื เดือน ผู้ประเมิน
( )

ตำแหน่ง พ.ศ.
วนั ท่ี


ภาคผนวก
ใบบันทกึ ผลการทดลองเรอ่ื ง พ้นื ผิววตั ถกุ บั การเคล่ือนท่ี


ใบงานเรื่อง การเขยี นแผนภาพของแรงเสียดทาน


แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี


ที่ พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรบั ทำงานท่ไี ดร้ ับ
ความคดิ เห็น ฟังคนอนื่ มอบหมาย สรุป

ช่อื -สกุล 432143214321432143 2 1

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารวัดผลใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดังน้ี
ดมี าก = 4 มคี วามสนใจ ไมพ่ ูดคยุ ในชั้น ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานสง่ ครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรับปรุง = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกน้อยมาก สง่ งานไม่ครบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงช่ือ ผูส้ ังเกต
)
(

วันที่ เดอื น พ.ศ.

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน


คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้
1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
กษตั รยิ ์ 1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทเี่ กยี่ วกบั สถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรยี นจัดขึน้
2. ซือ่ สตั ย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลท่ถี กู ต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบัตใิ นส่ิงที่ถูกตอ้ ง
3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
5. อย่อู ย่าง 4.3 เช่อื ฟงั คำสงั่ สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง
พอเพยี ง 4.4 ตง้ั ใจเรยี น
5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิง่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
6. มงุ่ ม่นั 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยัดและร้คู ณุ ค่า
ในการทำงาน 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
7. รักความเปน็ ไทย 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสำเรจ็
7.1 มจี ิตสำนึกในการอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 7.2 เห็นคุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รู้จกั การดแู ล รกั ษาทรัพยส์ มบตั แิ ละส่งิ แวดลอ้ ม

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงชือ่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน


แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 เร่อื ง การใช้ประโยชนจ์ ากแรงเสยี ดทาน

กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 เร่ือง แรงในชวี ิตประจำวนั เวลา 7 ชวั่ โมง

สอนวันท่ี เดือน พ.ศ. เวลา 1 ชว่ั โมง

1. สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ
2. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ

เคล่ือนทแี่ บบตา่ ง ๆ ของวตั ถุ รวมท้ังนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

3. ตัวช้วี ดั
ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลยี่ นแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุจากหลกั ฐานเชงิ

ประจักษ์
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

แรงเสียดทานเปน็ แรงท่ีเกดิ ขึ้นระหว่างผิวสมั ผสั ของวัตถุ เพ่อื ต้านการเคล่ือนที่ของวตั ถุน้ัน โดยถา้ ออก
แรงกระทำต่อวตั ถทุ ี่อยู่นง่ิ บนพื้นผวิ หนึ่งใหเ้ คล่อื นท่ี แรงเสียดทานจากพื้นผิวนน้ั ก็จะต้านการเคล่ือนท่ขี องวตั ถุ
แต่ถ้าวัตถุกำลงั เคลื่อนท่ีแรงเสียดทานก็จะทำให้วตั ถนุ นั้ เคลอื่ นทีช่ ้าลงหรอื หยดุ นงิ่
5. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1) ระบกุ ารใช้ประโยชน์จากแรงเสยี ดทานในชีวิตประจำวนั ได้ (K)
2) ใช้เครอ่ื งมอื ในการทำกิจกรรมได้อย่างถูกตอ้ ง (P)
3) รับผดิ ชอบและมุ่งมนั่ ในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A)
6. คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
1) มีวินยั
2) ใฝ่เรยี นรู้
3) มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. สมรรถนะทส่ี ำคญั
1) ความสามารถในการคดิ

1.1) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
1.2) ทกั ษะการเชื่อมโยง
2) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
8. ทักษะกระบวนการคดิ
การคดิ วเิ คราะห์ คดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ


9. เน้อื หาสาระ
ผลของแรงเสียดทาน แรงเสียดทานทเี่ กิดขึน้ กับวตั ถุ มผี ลทำให้วตั ถเุ คลื่อนที่ชา้ ลงหรอื หยุดนิ่งซึ่งซง่ึ

เปน็ ประโยชน์ในการนำไปใช้งานในชวี ิตประจำวนั เชน่ การทำพื้นรองเทา้ ให้มีพ้นื ผวิ ขรุขระเพ่ือเพ่มิ แรง
เสียดทานทำให้ไมล่ น่ื ล้มเวลาใช้งาน การใชน้ ้ำมันหล่อลืน่ หยดเครื่องจักร เปน็ ตน้
10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

• วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E

ชว่ั โมงท่ี 1

ข้นั ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (10 นาที)
1) ครทู บทวนความรเู้ ดมิ เร่ืองแรงเสียดทานและการเคลื่อนทีข่ องวตั ถุ
2) ครูถามนกั เรยี นว่า ถามนักเรยี นว่า “กจิ กรรมในชวี ิตประจำวันของนักเรียนเก่ียวข้องกับ

แรงเสยี ดทานหรอื ไม่ อย่างไร” (แนวคำตอบ : นักเรียนตอบตามความคิดและประสบการณ์ของตนเองอาจ
ยกตวั อยา่ งกิจกรรมต่างๆ เชน่ การเล่นสเกตบอร์ด การแตะฟุตบอล การเลน่ สไลดเ์ ดอร์ เปน็ ตน้ )

3) ครูถามเพ่ือนำเขา้ ส่บู ทเรียนวา่ “นักเรยี นคดิ ว่าแรงเสยี ดทานมปี ระโยชน์ต่อเราไหม”
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (30 นาท)ี

4) ครชู แี้ จงเกย่ี วกับกิจกรรมต่อไป คือ การเลน่ เกม “สิง่ ไหนไหนใช้แรงเสยี ดทาน” โดยครู
แจกบตั รภาพที่เป็นภาพของสิ่งต่างๆ ในชีวติ ประจำวัน จำนวน 8 ภาพ ให้แก่นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ และให้
นกั เรยี นแยกประเภทของสิ่งของหรอื กจิ กรรมวา่ สงิ่ ไหนใช้ประโยชนจ์ ากแรงเสยี ดทานโดยการลดแรงเสยี ดทาน
สิ่งไหนเป็นการเพ่มิ แรงเสียงทาน โดยกล่มุ ท่ีสามารถแยกประเภทไดเ้ รว็ ทีส่ ุดและถูกต้องจะเปน็ กลุม่ ท่ีชนะ โดย
ที่ครูและนักเรียนรว่ มกบั เฉลย

5) ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายภาพส่งิ ตา่ งๆ ว่าเก่ียวข้องกบั แรงเสยี ดทานอยา่ งไรบ้าง
โดยการสุ่มนักเรยี นออกมานำเสนอหน้าชั้นเรยี นและใหเ้ พอ่ื นร่วมกันพิจารณาคำตอบ

6) นกั เรยี นทำใบงาน เรอ่ื ง ผลของแรงเเสยี ดทาน (อาจทำเปน็ การบ้านได้ หากเวลาไม่
เพยี งพอต่อการทำใบงาน)

ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ (20 นาท)ี
7) ครแู ละนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อหาข้อสรปุ เก่ยี วกับการใชป้ ระโยชน์จากแรงเสยี ดทาน

โดยครตู ง้ั คำถาม ดังน้ี
1. นักเรียนคดิ วา่ เราสามารถเพิ่มและลดแรงเสียดทานไดห้ รอื ไม่ (แนวคำตอบ : ได้)
2. ทำไมต้องมีการลดแรงเสยี ดทาน (แนวคำตอบ : เมอ่ื เราทำกิจกรรมบางอย่างอาจทำให้

มแี รงต้านการเคล่อื นท่ีของวตั ถหุ รอื แรงเสยี ดทานมากเกนิ ไป จึงจำเป็นต้องมีการลดแรงเสียดทานเพ่ือช่วยให้
วตั ถเุ คลอื่ นท่ีไดง้ า่ ยขนึ้ )


3. ทำไมตอ้ งมีการเพ่ิมแรงเสียดทาน (แนวคำตอบ : การเพิม่ แรงเสยี ดทานจะทำให้มีแรง
ต้านการเคล่ือนท่ขี องวตั ถุเพมิ่ มากขน้ึ พ้นื ผิววัตถุสัมผัสกนั มากข้ึนสามารถป้องกนั อันตรายทอ่ี าจเกิดจากการ
เคลอ่ื นท่ีอยา่ งรวดเรว็ ของวตั ถุได้ เช่น การลนื่ ล้ม การท่ียางรถยนต์ไมเ่ กาะถนน เป็นตน้ )

4. ครแู ละนกั เรียนสรุปร่วมกันเกยี่ วกับการใช้ประโยชนจ์ ากแรงเสยี ดทาน

ชั่วโมงท่ี 2

ขั้นท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (30 นาที)
8) ครแู บ่งนักเรียนเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3 – 4 คน เพ่ือทำกิจกรรมประโยชน์ของแรงเสยี ดทาน

ดงั นี้
1. ใหน้ ักเรียนออกแบบและประดิษฐร์ องเท้าท่มี ีพ้ืนผวิ เหมาะสำหรับการใช้งานของ

ผสู้ งู อายุ
2. นำเสนอแนวคิดและผลงานภายในช้นั เรียน
3. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายและให้ข้อเสนอแนะเกยี่ วกบั ผลงานของแตล่ ะกล่มุ

9) ให้นักเรยี นยกตัวอย่างการใช้ประโยชนจ์ ากการเพมิ่ และลดแรงเสยี ดทาน โดยครูเป็นผู้ส่มุ
นกั เรียนตอบคำถามประมาณ 5-6 คน

10) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเพิ่มเติมเกยี่ วกบั แรงเสียดทานและการใช้ประโยชน์จาก
แรงเสียดทาน เพ่ือความเขา้ ใจมากยิ่งขน้ึ

ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (30 นาที)
11) ใบงาน เรื่อง ผลของแรงเสียดทาน
12) นกั เรยี นทำแบบทดสอบทา้ ยหน่วยการเรยี นร้เู ร่อื ง แรงในชวี ติ ประจำวนั

11. ส่ือการเรยี นรู้
1) สือ่ การเรียนรู้

1.1) หนงั สอื เรยี น วทิ ยาศาสตร์ ป.5

1.2) บตั รภาพในเกม “สิ่งไหนไหนใชแ้ รงเสียดทาน”

1.3) ใบงาน เรอื่ ง ผลของแรงเสยี ดทาน

1.4) PowerPoint สรปุ ความรวู้ ิทยาศาสตร์ ป.5
1.5) นักเรียนทำแบบทดสอบท้ายหน่วยการเรียนร้เู รือ่ ง แรงในชีวติ ประจำวนั
2) แหลง่ การเรียนรู้

2.1) หอ้ งเรยี น

2.2) ห้องสมดุ


12. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ที่ วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์
1 ตรวจใบบันทึกผลการทดลอง ใบบันทกึ ผลการทดลอง รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2 สงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ ม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
การทำงานรายบคุ คล
ในกิจกรรม แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
อันพงึ ประสงค์
3 สังเกตความมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
และมุง่ มน่ั ในการทำงาน


บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้

ผลการเรยี นรู้

- ดา้ นความรู้
........................................................................................................................................... ...................................
.................................................................................. ......................................................

- ด้านสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
........................................................................................................................................... ...................................
............................................................................................................................. ...........

- ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
........................................................................................................................................... ...................................

................................................................................................ ........................................

ปญั หาและอุปสรรคข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................. ....

ลงชอื่ ............................................ผสู้ อน
(นายณฐั พงษ์ แปลกปลาด)
ตำแหนง่ ครู

ความคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................

ลงช่ือ............................................หวั หน้ากลุม่ งานวิชาการ
(นายจกั รพงษ์ ปงกนั คำ)

ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู ำนาญการพเิ ศษ

ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ......................................................

ลงช่อื ............................................ผูบ้ รหิ าร
( นางปาลิตา หงส์เพชนรศั มี )

ตำแหน่ง รองผอู้ ำนวยการโรงเรียนบ้านป่ายาง

แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรสู้ าระวทิ ยาศาสตร์

ลำดบั เกณฑ์คุณภาพ คณุ ภาพ


321
1 เขียนสาระสำคัญครอบคลมุ องค์ความรู้ แนวปฏิบัติคมุ ค่า
2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP
3 สาระเรยี นรู้ครอบคลมุ เนื้อหา เน้อื หา กระบวนการ คณุ ลักษณะ
4 กิจกรรมการเรยี นรเู้ นน้ สมอง RL เกิด Active Learning
5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรยี น
6 ออกแบบการวดั ประเมนิ จากชิน้ งานกลุ่ม/เด่ยี วของผูเ้ รยี น
7 มีความสัมพันธ์ระหวา่ งองคป์ ระกอบข้อที่1-6
8 สอ่ื การเรียนรู้สอดคลอ้ ง จดุ ประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวยั สะดวกใช้

รวม
เฉลยี่

เกณฑ์การประเมินคุณภาพ
2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถงึ ดี
1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถงึ พอใช้
0 - 1.49 ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง

กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)

ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ สถานศึกษาหรือผูท้ ่ไี ดร้ บั มอบหมาย

ลงชอ่ื เดือน ผูป้ ระเมิน
( )

ตำแหนง่ พ.ศ.
วันที่

ภาคผนวก
บัตรภาพกิจกรรม สิง่ ไหนไหนใช้แรงเสียดทาน


ถนนลาดยาง การเคลอ่ื นย้ายวตั ถขุ นาดใหญ่

ดอกยางและลวดลายทลี่ ้อรถ การออกแบบพ้นื สนามกีฬา

พ้นื รองเทา้ กีฬา การใชน้ ้ำมันหล่อล่นื

กระเป๋าเดินทาง การใช้เบรกของจักรยาน

ใบงาน เรื่อง ผลของแรงเสียดทาน


แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี


ที่ พฤติกรรม ความสนใจ การแสดง การตอบคำถาม การยอมรบั ทำงานท่ไี ดร้ ับ
ความคดิ เห็น ฟังคนอนื่ มอบหมาย สรุป

ช่อื -สกุล 432143214321432143 2 1

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20

เกณฑก์ ารวัดผลใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพของแต่ละพฤตกิ รรมดังน้ี
ดมี าก = 4 มคี วามสนใจ ไมพ่ ูดคยุ ในชั้น ตอบคำถามถกู ตอ้ ง ทำงานสง่ ครบตรงเวลา
ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70%
ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยใู่ นเกณฑป์ ระมาณ 50%
ปรับปรุง = 1 เข้าชน้ั เรียนแตก่ ารแสดงออกน้อยมาก สง่ งานไม่ครบ ไมต่ รงต่อเวลา

ลงช่ือ ผูส้ ังเกต
)
(

วันที่ เดอื น พ.ศ.

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียน แลว้ ขดี ✓ ลงในชอ่ งที่ตรงกับระดับคะแนน


คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้
1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทส่ี ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์
กษตั รยิ ์ 1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทตี่ นนบั ถอื ปฏิบตั ติ ามหลกั ศาสนา
1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทเี่ กยี่ วกบั สถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรยี นจัดขึน้
2. ซือ่ สตั ย์ สจุ รติ 2.1 ใหข้ ้อมูลท่ถี กู ต้อง และเป็นจริง
2.2 ปฏิบัตใิ นส่ิงที่ถูกตอ้ ง
3. มวี ินัย รบั ผิดชอบ 3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มคี วามตรงต่อเวลา
4. ใฝเ่ รยี นรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนำไปปฏบิ ตั ไิ ด้
4.2 รู้จกั จัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม
5. อย่อู ย่าง 4.3 เช่อื ฟงั คำสงั่ สอนของบดิ า-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง
พอเพยี ง 4.4 ตง้ั ใจเรยี น
5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิง่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
6. มงุ่ ม่นั 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยัดและร้คู ณุ ค่า
ในการทำงาน 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ด้รับมอบหมาย
7. รักความเปน็ ไทย 6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออปุ สรรคเพ่อื ใหง้ านสำเรจ็
7.1 มจี ิตสำนึกในการอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 7.2 เห็นคุณคา่ และปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 รจู้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 รู้จกั การดแู ล รกั ษาทรัพยส์ มบตั แิ ละส่งิ แวดลอ้ ม

รวม

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน 46 - 60 ดี
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 1 คะแนน
30 - 45 พอใช้

ตำ่ กว่า 30 ปรบั ปรงุ

ลงชือ่ ผู้สงั เกต
( )
พ.ศ.
วันท่ี เดือน


Click to View FlipBook Version