The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jutarat23348, 2021-03-03 21:54:18

บทที่ 10 คุณธรรม จริยธรรมและความปลอดภัย ในการใช้เทคโนโลยี

บทที่ 10 คุณธรรม จริยธรรม





คุณธรรม จรยิ ธรรมและความปลอดภยั
ในการใชเ้ ทคโนโลยี

เสนอ

ครปู รียา ปันธยิ ะ

จดั ทาโดย

นางสาวจฑุ ารตั น์ อินตะ๊ ซาว
เลขที่ 5 สบล. 63.1

สาขาวิชาการเลขานุการ

รายงานนีเ้ ป็นส่วนหนงึ่ ของ รหัสวิชา 30203-2002
วชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศในงานเลขานกุ าร
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาลาปาง



คานา

รายงานเลม่ นี้เป็นส่วนหนึ่งของ รหัสวิชา 30203-2002 วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศในงานเลขานกุ าร
ได้รับมอบหมายจากครูปรียา ปันธิยะ ให้ดาเนินการศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับเรื่อง คุณธรรม จริยธรรม
และความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีซึ่งเนื้อหารายงานเล่มนี้ประกอบด้วยหัวข้อ ความหมายคุณธรรม,
ความหมายจริยธรรม, คุณธรรม จริยธรรม ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ, จรรยาบรรณในการใช้อนิ เทอรเ์ น็ต,
จรยิ ธรรมในสงั คมสารสนเทศ, การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั

ซึ่งจากการที่ผู้จัดทาได้ศึกษา ค้นคว้าข้อมูลดังกล่าวเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเพิ่มเติม ผู้จัดทา
หวงั เปน็ อย่างยิ่งวา่ คงเป็นประโยชนต์ ่อผูท้ ส่ี นใจ

จุฑารตั น์ อินต๊ะซาว
สาขาวชิ าการเลขานกุ าร

สารบญั ง

คานา หนา้
สารบญั ก
สารบญั ภาพ ข
ความหมายคณุ ธรรม ค
ความหมายจริยธรรม 1
คุณธรรม จรยิ ธรรม ในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 1
จรรยาบรรณในการใช้อนิ เทอรเ์ นต็ 2
จรยิ ธรรมในสงั คมสารสนเทศ 4
การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย 5
แหล่งอา้ งอิง 7
10

สารบัญภาพ จ

ภาพท่ี 1 ความหมายคณุ ธรรม หนา้
ภาพที่ 2 ความหมายจริยธรรม 1
ภาพท่ี 3 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ 1
ภาพที่ 4 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 2
ภาพที่ 5 การใชเ้ ทคโนโลยีอย่างถกู ตอ้ ง 3
ภาพที่ 6 PAPA 4
ภาพที่ 7 ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) 7
ภาพท่ี 8 เวิร์ม (Worm) 8
ภาพที่ 9 ม้าโทรจนั (Trojan Horse Virus) 8
ภาพที่ 10 โปรแกรมเรียกค่าไถ่ (Ransomware) 8
9

บทท่ี 10 คุณธรรม จริยธรรมและความปลอดภยั ในการใชเ้ ทคโนโลยี

ความหมายคณุ ธรรม

คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดีและความถูกต้องซึ่งบุคคลควรยึดมั่นไว้เป็นหลักการในการ
ปฏิบัติตนจนเป็นนิสัยความประพฤติดีงาม เพื่อประโยชน์แก่ตนและสังคม ซึ่งมีพื้น,นมาจากหลักศีลธรรมทาง
ศาสนา คา่ นยิ มทางวฒั นธรรม ประเพณี หลักกฎหมาย จรรยาบรรณวิชาชพี การรจู้ กั ไตร่ตรองวา่ อะไรควรทาไม่
ควรทา และอาจกล่าวได้ว่าคุณธรรม คือ จริยธรรมที่นามาปฏิบัติจนเป็นนิสัย เช่น การเป็นคนซื่อสัตย์ เสียสละ
และมีความรับผดิ ชอบในสงิ่ ตนไดร้ บั มอบหมาย

ภาพท่ี 1 ความหมายคุณธรรม

ความหมายจรยิ ธรรม

จริยธรรม หมายถึง แนวทางหรือกฎเกณฑ์ในการประพฤติปฏิบัติที่ถูกต้องดีงาม เป็นลักษณะที่สังคม
ต้องการ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองผู้อื่น และสังคม ทั้งนี้จะเห็นว่าความหมายทั้งคุณธรรมและจริยธรรม
จะมีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อพูดถึงคุณธรรมก็ย่อมหมายรวมถึงจริยธรรมด้วยเช่นกัน
อาจกล่าวได้ว่าบุคคลที่ประพฤติปฏิบัติตนได้ตามความหมายอย่างหนึ่งอย่างใดนี้ จะเป็นบุคคลที่มีทั้งคุณธรรม
และจริยธรรมอยู่ในตนเอง เป็นที่ยอมรับนับถือของคนในสังคม สามารถดาเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข เป็นบุคคล
ท่มี คี ุณภาพของสงั คม

ภาพที่ 2 ความหมายจริยธรรม

2

คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง กระบวนการต่าง ๆ และระบบงานที่ช่วยให้ได้สารสนเทศ
หรอื ข่าวสารท่ีต้องการ โดยจะรวมถงึ

1. เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ หมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สานักงาน อุปกรณ์คมนาคม
ตา่ ง ๆ รวมทง้ั ซอฟตแ์ วร์ทง้ั ระบบสาเรจ็ รปู และพฒั นาข้นึ โดยเฉพาะดา้ น

2. กระบวนการในการนาอุปกรณ์เคร่อื งมือตา่ ง ๆ ข้างต้นมาใช้งาน รวบรวมขอ้ มูล จัดเกบ็ ประมวลผล
และแสดงผลลัพธเ์ ป็นสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ ทส่ี ามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้ตอ่ ไป

ในปัจจุบันการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจาเป็นสาหรับทุกองค์กร การเชื่อมโยงสารสนเทศ
ผ่านทางคอมพิวเตอร์ ทาให้สิ่งที่มีค่ามากที่สุดของระบบ คือ ข้อมูลและสารสนเทศ อาจถูกจารกรรม
ถูกปรับเปลี่ยน ถูกเข้าถึงโดยเจ้าของไม่รู้ตัว ถูกปิดกั้นขัดขวางให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ หรือถูกทาลาย
เสยี หายไป ซ่งึ สามารถเกิดขน้ึ ไดไ้ มย่ ากบนโลกของเครือขา่ ย โดยเฉพาะเมอ่ื อยบู่ นอินเทอรเ์ น็ต

ภาพที่ 3 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

ดังนั้นการมีคณุ ธรรม และจรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยจี งึ เปน็ เรอ่ื งทส่ี าคัญไมแ่ พ้กนั มีรายละเอียดดังนี้
1. ไม่ควรใหข้ อ้ มูลทเี่ ป็นเทจ็
2. ไม่บดิ เบอื นความถกู ต้องของข้อมลู ให้ผูร้ ับคนต่อไปไดข้ ้อมลู ทไี่ ม่ถูกตอ้ ง
3. ไม่ควรเข้าถึงข้อมูลของผู้อ่ืนโดยไม่ได้รบั อนุญาต
4. ไมค่ วรเปดิ เผยขอ้ มลู กบั ผทู้ ไ่ี ม่ไดร้ ับอนุญาต
5. ไม่ทาลายข้อมูล
6. ไมเ่ ข้าควบคมุ ระบบบางสว่ น หรอื ท้งั หมดโดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต
7. ไม่ทาให้อีกฝ่ายหนึ่งเข้าใจว่าตัวเองเป็นอีกบุคคลหนึ่ง ตัวอย่างเช่น การปลอมอีเมล์ของผู้ส่ง

เพอ่ื ใหผ้ ูร้ บั เข้าใจผิด หรือ ตอ้ งการล้วงความลบั
8. การขัดขวางการให้บริการของเซิร์ฟเวอร์ โดยการทาให้มีการใช้ทรัพยากรของเซิร์ฟเวอร์จน

หมด หรอื ถงึ ขดี จากัดของมัน ตัวอย่างเช่น เว็บเซิรฟ์ เวอร์ หรอื อีเมลเ์ ซริ ฟ์ เวอร์ การโจมตีจะทาโดยการเปิดการ
เชือ่ มต่อกบั เซิรฟ์ เวอรจ์ นถึงขดี จากัดของเซิรฟ์ เวอร์ ทาใหผ้ ้ใู ช้คนอนื่ ๆ ไม่สามารถเขา้ มาใช้บริการได้

9. ไม่ปล่อย หรือ สร้างโปรแกรมประสงค์ร้าย (Malicious Program) ซึ่งเรียกย่อ ๆ ว่า
(Malware) เป็นโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทาการ ก่อกวน ทาลาย หรือทาความเสียหายระบบคอมพิวเตอร์
เครอื ขา่ ย โปรแกรมประสงค์ร้ายที่แพรห่ ลายในปจั จบุ นั คือ ไวรัส เวริ ม์ และม้าโทรจัน

3

10. ไม่ก่อความราคาญให้กับผู้อื่น โดยวิธีการต่าง ๆ เช่น สแปม (Spam) (การส่งอีเมลไปยังผู้ใช้
จานวนมาก โดยมีจุดประสงค์เพือ่ การโฆษณา)

11. ไมผ่ ลติ หรือใช้สปายแวร์ (Spyware) โดยสปายแวรจ์ ะใช้ชอ่ งทางการเช่อื มต่อทางอนิ เตอร์เน็ต
เพื่อแอบส่งขอ้ มูลสว่ นตวั ของผูน้ ้ันไปให้กับบคุ คลหรอื องคก์ รหน่ึงโดยทีผ่ ใู้ ชไ้ มท่ ราบ

12. ไมส่ ร้างหรอื ใชไ้ วรสั

ภาพท่ี 4 การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีเป็นจานวนมากและเพิ่มขึ้นทุกวัน การใช้งานระบบเครือข่ายที่ออนไลน์

และสง่ ข่าวสารถึงกนั ย่อมมีผทู้ ีม่ คี วามประพฤตไิ ม่ดปี ะปนและสร้างปญั หาให้กบั ผใู้ ชอ้ ืน่ อยู่เสมอ หลายเครือข่าย
จึงได้ออกกฎเกณฑ์การใช้งานภายในเครือข่าย เพื่อให้สมาชิกในเครือข่ายของตนยึดถือ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์
และได้รับประโยชน์สูงสุด ดังนั้น ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนที่เป็นสมาชิกเครือข่ายจะต้องเข้าใจกฎเกณฑ์ข้อบังคับ
ของเครือข่ายนั้น ๆ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้ร่วมใช้บริการคนอื่นและจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทา
ของตนเองที่เข้าไปขอใช้บริการต่าง ๆ บนเครือข่ายบนระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่
ผใู้ ช้อนิ เทอรเ์ นต็ เรียกเขา้ มไิ ดเ้ ป็นเพียงเครอื ข่ายขององค์กรทีผ่ ใู้ ช้สังกัด แตเ่ ปน็ การเชอ่ื มโยงของเครือข่ายต่าง ๆ
เข้าหากันหลายพันหลายหมื่นเครือข่ายมีข้อมูลข่าวสารอยู่ระหว่างเครือข่ายเป็นจานวนมาก การส่งข่าวสาร
ในเครือข่ายนั้นอาจทาให้ข่าวสารกระจายเดินทางไปยังเครือข่ายอื่น ๆ อีกเป็นจานวนมากหรือแม้แต่
การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ฉบับหนึ่งก็อาจจะต้องเดินทางผ่านเครือข่ายอีกหลายเครือข่ายกว่าจะถึง
ปลายทาง ดังนนั้ ผูใ้ ช้บรกิ ารตอ้ งใหค้ วามสาคญั และตระหนักถึงปัญหาปริมาณขอ้ มูลข่าวสารท่ีว่ิงอยู่บนเครือข่าย
การใช้งานอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์จะทาให้สังคมอินเทอร์เน็ตน่าใช้และเป็นประโยชน์ร่วมกันอย่างดี
กิจกรรมบางอย่างที่ไม่ควรปฏิบัติจะต้องหลีกเลี่ยงเช่นการส่งกระจายข่าวไปเป็นจา นวนมากบนเครือข่าย
การส่งเอกสารจดหมายลูกโซ่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลเสียโดยรวมต่อผู้ใช้และไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ต่อสังคม
อินเทอร์เน็ต เพื่อให้การอยู่ร่วมกันในสังคมอินเทอร์เน็ตสงบสุข Arlene H.Rinaldi แห่งมหาวิทยาลัย ฟอร์ริดา
แอตแลนติก จึงรวบรวมกฎกติกามารยาทและวางเป็นจรรยาบรรณอินเทอร์เน็ตหรือที่เรียกว่า Netiquette ไว้
ดงั นี้

จรรยาบรรณทีผ่ ้ใู ช้อนิ เทอร์เนต็ ยึดถอื ไวเ้ ปน็ บทการปฏิบตั ิเพอ่ื เตอื นความจา
1. ตอ้ งไม่ใช้คอมพวิ เตอรท์ าร้ายหรือละเมิดผอู้ นื่
2. ต้องไม่รบกวนการทางานของผู้อืน่

4

3. ตอ้ งไมส่ อดแนมหรอื แก้ไขเปดิ ดใู นแฟ้มของผอู้ ่นื
4. ต้องไม่ใชค้ อมพิวเตอร์เพ่ือการโจรกรรมข้อมูลขา่ วสาร
5. ตอ้ งไมใ่ ชค้ อมพิวเตอร์สรา้ งหลกั ฐานท่ีเปน็ เท็จ
6. ต้องไมค่ ดั ลอกโปรแกรมผอู้ น่ื ที่มีลขิ สทิ ธิ์
7. ตอ้ งไมล่ ะเมิดการใช้ทรัพยากรคอมพวิ เตอร์โดยท่ตี นเองไม่มีสทิ ธิ์
8. ต้องไม่นาเอาผลงานของผอู้ ืน่ มาเปน็ ของตน
9. ตอ้ งคานงึ ถึงสง่ิ ท่จี ะเกิดขึน้ กบั สงั คมอนั ตดิ ตามมาจากการกระทา
10. ตอ้ งใช้คอมพวิ เตอรโ์ ดยเคารพกฎระเบยี บ กติกามารยาท
จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่ทาให้สังคมอินเทอร์เน็ตเป็นระเบียบความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นเรื่องท่ี
ต้องปลูกฝังกฎเกณฑ์ของแต่ละเครือข่ายจึงต้องมีการวางระเบียบเพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ
และเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน บางเครือข่ายมีบทลงโทษและจรรยาบรรณที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้สังคมสงบสุข
และหากการละเมดิ รุนแรงกฎหมายกจ็ ะเข้ามามีบทบาทได้เชน่ กัน

จรรยาบรรณในการใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต

จรรยาบรรณทผ่ี ้ใู ชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตยึดถอื ไว้เป็นบทการปฏิบตั ิเพอ่ื เตอื นความจา
1. ต้องไมใ่ ช้คอมพิวเตอรท์ าร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
2. ตอ้ งไมร่ บกวนการทางานของผอู้ ืน่
3. ตอ้ งไม่สอดแนมหรอื แก้ไขเปิดดใู นแฟ้มของผู้อน่ื
4. ต้องไม่ใชค้ อมพิวเตอรเ์ พือ่ การโจรกรรมข้อมลู ขา่ วสาร
5. ต้องไม่ใชค้ อมพวิ เตอร์สร้างหลกั ฐานที่เปน็ เท็จ
6. ต้องไมค่ ดั ลอกโปรแกรมผอู้ ่นื ท่มี ีลิขสิทธิ์
7. ต้องไม่ละเมดิ การใชท้ รัพยากรคอมพวิ เตอร์โดยทีต่ นเองไม่มสี ทิ ธิ์
8. ต้องไม่นาเอาผลงานของผู้อน่ื มาเป็นของตน
9. ต้องคานึงถงึ สิง่ ท่ีจะเกดิ ข้ึนกบั สังคมอันตดิ ตามมาจากการกระทา
10.ต้องใชค้ อมพวิ เตอร์โดยเคารพกฎระเบยี บ กติกามารยาท

ภาพที่ 5 การใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งถกู ตอ้ ง

5

ดังนั้น จรรยาบรรณเป็นสิ่งที่ทาให้สังคมอินเทอร์เน็ตเป็นระเบียบความรับผิดชอบต่อสังคม
เป็นเรื่องที่จะต้องปลูกฝังกฎเกณฑ์ของแต่ละเครือข่ายจึงต้องมีการวางระเบียบเพื่อให้การดาเนินงานเป็นไป
อย่างมีระบบและเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน บางเครือข่ายมีบทลงโทษและจรรยาบรรณที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้
สงั คมสงบสุขและหากการละเมิดรนุ แรงกฎหมายกจ็ ะเขา้ มามบี ทบาทไดเ้ ช่นกนั

จริยธรรมในสงั คมสารสนเทศ

การระบุว่าการกระทาสิ่งใดผิดจริยธรรมนั้น อาจกล่าวได้ไม่ชัดเจนมากนัก ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่
กับวัฒนธรรมของสังคมในแต่ละประเทศด้วย อย่างเช่น กรณีที่เจ้าของบริษัทใช้กล้องในการตรวจจับหรือเฝ้าดู
การทางานของพนกั งาน เปน็ ต้น ตัวอยา่ งของการกระทาที่ยอมรับกันโดยท่วั ไปวา่ เปน็ การกระทาที่ผิดจริยธรรม
เช่นการใช้คอมพิวเตอร์ทาร้ายผู้อ่ืนให้เกิดความเสียหายหรอื กอ่ ความราราญ เช่น การนาภาพหรือข้อมูลสว่ นตวั
ของบุคคลไปลงบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตการใช้คอมพิวเตอร์ในการขโมยข้อมูลการเข้าถึงข้อมูลหรือ
คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตการละเมิดลิขสิทธิ์โดยทั่วไป เมื่อพิจารณาถึงจริยธรรมเกี่ยวกับ
การใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศแล้ว จะกล่าวถึงใน 4 ประเด็น ที่รู้จักกันในลักษณะตัวย่อว่า
PAPA ประกอบด้วย

1. ความเป็นสว่ นตวั (Information Privacy)
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึง สิทธิที่จะอยู่ตามลาพัง

และเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น สิทธินี้ใช้ได้ครอบคลุม
ทัง้ ปัจเจกบคุ คล กลุ่มบุคคล และองคก์ ารต่าง ๆ ปจั จุบนั มปี ระเด็นเก่ียวกับความเปน็ สว่ นตัวที่เป็นขอ้ หนา้ สงั เกต
ดังนี้

1.1 การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์
รวมทงั้ การบนั ทึก – แลกเปล่ยี นข้อมูลที่บคุ คลเขา้ ไปใชบ้ ริการเวบ็ ไซตแ์ ละกลุ่มขา่ วสาร

1.2 การใช้เทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้
คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน ถึงแม้ว่าจะเป็นการติดตาม
การทางานเพื่อการพัฒนาคุณภาพการใช้บริการ แต่กิจกรรมหลายอย่างของพนักงานก็ถูกเฝ้าดูด้วย
พนกั งานสญู เสียความเปน็ ส่วนตัว ซึง่ การกระทาเช่นน้ถี อื เป็นการผดิ จรยิ ธรรม

1.3 การใชข้ ้อมลู ของลกู ค้าจากแหลง่ ต่าง ๆ เพอื่ ผลประโยชนใ์ นการขยายตลาด
1.4 การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ
เพื่อนาไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าขึ้นมาใหม่ แล้วนาไปขายให้กับบริษัทอื่น ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน
การละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ จึงควรจะต้องระวังการให้ข้อมูล โดยเฉพาะ
การใช้อินเตอร์เน็ตที่มีการใช้โปรโมชั่น หรือระบุให้มีการลงทะเบียนก่อนเข้าใช้บริการ เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต
และทอ่ี ยู่อเี มล์
2. ความถกู ต้อง (Information Accuracy)

6

ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สาคัญ
ประการหนึ่ง คือ ความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่
กับความถูกต้องในการบันทกึ ข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมทีเ่ กี่ยวข้องกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไป
จะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่ เช่น ในกรณีที่องค์การ
ให้ลูกค้าลงทะเบียนด้วยตนเอง หรือกรณีของข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ อีกประเด็นหนึ่ง คือ จะทราบ
ไดอ้ ย่างไรวา่ ขอ้ ผดิ พลาดทีเ่ กดิ ขึ้นนน้ั ไม่ไดเ้ กดิ จากความจงใจ และผใู้ ดจะเป็นผูร้ ับผดิ ชอบหากเกดิ ข้อผดิ พลาด

ดังนั้น ในการจัดทาข้อมูลและสารสนเทศให้มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือนั้น ข้อมูลควรได้รับ
การตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะนาเข้าฐานข้อมูล รวมถึงการปรับปรุงข้อมูลให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ

นอกจากนี้ ควรให้สิทธิแก่บุคคลในการเข้าไปตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลของตนเองได้ เช่น
ผู้สอนสามารถดูคะแนนของนักศึกษาในความรับผิดชอบ หรือที่สอนเพื่อตรวจสอบว่าคะแนนที่ป้อนไม่ถูกแก้ไข
เปลยี่ นแปลง

3. ความเปน็ เจา้ ของ (Information Property)
สิทธิความเป็นเจ้าของ หมายถึง กรรมสิทธิ์ในการถือครองทรัพย์สิน ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินทั่วไปท่ี

จับต้องได้ เชน่ คอมพวิ เตอร์ รถยนต์ หรืออาจเปน็ ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา (ความคดิ ) ทจี่ ับตอ้ งไม่ได้ เช่น บทเพลง
โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ แต่สามารถถา่ ยทอดและบันทกึ ลงในสอื่ ต่าง ๆ ได้ เชน่ สง่ิ พมิ พ์ เทป ซีดีรอม เป็นต้น

ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศ มักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซ้ือ
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์น้ัน
สาหรับท่านเองหลังจากทท่ี า่ นเปิดกลอ่ งหรือบรรจุภณั ฑ์แลว้ หมายถึงวา่ ท่านไดย้ อมรบั ขอ้ ตกลงเก่ียวกับลิขสิทธิ์
ในการใช้สินค้านั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมคอมพิวเตอร์
จะอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงครั้งเดียว หรือไม่อนุญาตให้ใช้กับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์
เครื่องนั้น ๆ ท่านเป็นเจ้าของ และไม่มีผู้อื่นใช้ก็ตาม ในขณะที่บางบริษัทอนุญาตให้ใช้โปรแกรมนั้น
ได้หลาย ๆ เครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ให้กับเพื่อน เป็นการกระทาที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าโปรแกรมที่จะทาการคัดลอกน้ัน
เปน็ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ท่ีทา่ นมสี ทิ ธใิ์ นระดับใด

4. การเข้าถึงขอ้ มลู (Data Accessibility)
ปัจจุบันการเข้าใช้งานโปรแกรม หรือระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีการกาหนดสิทธิตามระดับ

ของผู้ใช้งาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าไปดาเนินการต่าง ๆ กับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบ เช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง
และการลบ เป็นต้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัย
ในการเข้าถึงของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ก็ถือเป็นการผิดจริยธรรม
เช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกันให้เป็นระเบียบ หากผู้ใช้
ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตาม
ประเด็นดงั ทกี่ ลา่ วมาขา้ งต้นกค็ งจะไมเ่ กิดขน้ึ

7

ภาพท่ี 6 PAPA

การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภัย

เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) เป็นเครื่องมือและมีบทบาทสาคัญ
ต่อการเรียนรู้ และการใช้ชีวิตประจาวัน รวมทั้งสนับสนุนการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์
และเป้าหมายได้

การใช้งานไอทีโดยเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารและเข้าถึงข้อมูล
จากแหล่งต่าง ๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว แต่ในทางกลับกัน ถ้าใช้งานไม่ระมัดระวัง อาจจะก่อให้เกิดปัญหา
จากการคุกคาม การหลอกลวงผ่านเครือข่ายได้ ดังนั้นการเรียนรู้การใช้งานไอทีอย่างเหมาะสม และปลอดภัย
จึงมคี วามจาเปน็ อยา่ งยงิ่

วธิ ีการคุกคาม
ภัยคุกคามทางด้านไอที มีหลากหลายวิธี โดยมีตั้งแต่ใช้ความรู้ขั้นสูงด้านไอที ไปจนถึงวิธีวิธีที่ไม่
จาเปน็ ต้องใชค้ วามรู้ทางด้านเทคนิคอะไรเลย อาทิ

1. การคุกคามโดยใช้หลักจิตวิทยา เป็นการคุกคามที่ใช้การหลอกลวงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ
เช่น การสร้างหน้าเว็บไซต์เลียนแบบเว็บไซต์ที่โด่งดัง เพื่อหลอกให้ผู้ใช้เข้าใจผิด แล้วหลงให้รหัสผ่าน
การป้องกันคือผู้ใช้ต้องมีความระมัดระวัง ตรวจสอบ URL ให้มั่นใจว่าเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้หรือไม่ก่อนกรอก
ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ลงไป

2. การคุกคามด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ข้อมูลและเนื้อหาที่มีอยู่ในแหล่งต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต
มีจานวนมาก ทาให้ข้อมูลอาจจะไม่ได้รับการตรวจสอบ และในบางแหล่งข้อมูลอาจมีเนื้อหาไม่เหมาะสม เช่น
การใชค้ วามรุนแรง ลามกอนาจาร การพนนั ดงั นั้นผูใ้ ชจ้ งึ ควรมีวิจารณญาณ

3. การคุกคามโดยใช้โปรแกรม เป็นการคุกคามโดยการใช้เครื่องมือทางด้านไอที เพื่อก่อปัญหา
ให้กับผู้ใช้อื่น ๆ ซึ่งเคร่ืองมอื ดงั กลา่ วเราเรียกว่า มัลแวร์ (Malicious Software: Malware) ซึ่งมีหลายประเภท
ดังนี้

3.1 ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) เป็นโปรแกรมที่เขียนด้วยเจตนาร้าย อาจทาให้
ผู้ใช้งานเกดิ ความราคาญ หรือเกิดความเสียหายตอ่ ระบบของผู้ใช้ ไวรัสคอมพิวเตอรม์ ักติดมากับไฟล์งานต่าง ๆ
และจะทางานเม่ือมกี ารเปดิ ไฟลง์ านนน้ั ๆ

8

ภาพที่ 7 ไวรสั คอมพิวเตอร์ (Computer Virus)
3.2 เวิร์ม (Worm) มกี ารเรียกเปน็ ภาษาไทยวา่ “หนอนอินเตอรเ์ น็ต” เป็นโปรแกรมทีส่ ามารถ
ทาสาเนาตัวเอง (copy) และแพร่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ได้ ทาให้คอมพิวเตอร์และ
ระบบเครือข่ายเสียหาย การป้องกันอย่างหนึ่งสาหรับเวิร์ม คือ การอัพเดตโปรแกรมที่ใช้ทั้งหมดให้ทันสมัย
อยู่เสมอ ข้อสังเกตว่าคอมพิวเตอร์ติดเวิร์มหรือไม่คือ คอมพิวเตอร์ทางานช้าลง, คอมพิวเตอร์ไม่สามารถ
ทางานได้, ไม่สามารถติดต่อระบบเครือข่ายได้, ไม่สามารถทางานในระบบอินเตอร์เน็ตได้ เป็นต้น นอกจากนี้
เรายังวิธีการป้องกันเบื้องต้นก็คือ การติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบไวรัสแบบ Real time และที่สาคัญ
ควรหลีกเลีย่ งการเปดิ เมลท์ ี่เราไม่รู้จกั หรือไมแ่ นใ่ จ

ภาพที่ 8 เวิรม์ (Worm)
3.3 ม้าโทรจัน (Trojan Horse Virus) คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกบรรจุเข้าไป
ในคอมพิวเตอร์ เพื่อลอบเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น เช่น ข้อมูลชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน เลขที่บัญชีธนาคาร
หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่แฮกเกอร์จะส่งโปรแกรมเข้าไปในคอมพิวเตอร์
เพื่อดักจับข้อมูลดังกล่าว แล้วนาไปใช้ในการเจาะระบบ และเพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์, เซิร์ฟเวอร์, หรือระบบ
เครือข่ายอีกที ซ่ึงเป็นทีร่ ู้จักกนั ในชื่อการโจมตีเพือ่ “ปฏเิ สธการใหบ้ รกิ าร” (Denial of Services)

ภาพท่ี 9 มา้ โทรจนั (Trojan Horse Virus)

9

3.4 สปายแวร์ (Spyware) เป็นโปรแกรมเล็ก ๆ ที่ถูกเขียนขึ้นมาสอดส่อง (สปาย) การใช้งาน
เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ อาจจะเพื่อโฆษณาสินค้าต่าง ๆ สปายแวร์บางตัวก็สร้างความราคาญเพราะ
จะเปิดหน้าต่างโฆษณาบ่อย ๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้น คือ ทาให้ผู้ใช้ใช้งานอินเตอร์เน็ตไม่ได้เลย
ไม่วา่ จะไปเวบ็ ไซต์ไหน กจ็ ะโชวห์ นา้ ต่างโฆษณาตลอดเวลา

3.5 โปรแกรมโฆษณา (Advertising Supported Software: Adware) คือโปรแกรม
ที่สามารถทางานแสดง หรือดาวน์โหลดสื่อโฆษณาโดยอัตโนมัติ ไปยังคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการติดตั้งโปรแกรม
ชนิดน้ีไว้

3.6 โปรแกรมเรียกค่าไถ่ (Ransomware) เป็นมัลแวร์ (Malware) ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะ
การทางานที่แตกต่างกับมัลแวร์ประเภทอื่น ๆ คือไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลของผู้ใช้ แต่จะทา
การเขา้ รหสั หรือลอ็ กไฟล์ไม่วา่ จะเป็นไฟลเ์ อกสาร รปู ภาพ วิดโี อ ผู้ใชง้ านจะไมส่ ามารถเปดิ ไฟลใ์ ด ๆ ได้เลยหาก
ไฟล์เหล่านั้นถูกเข้ารหัส ซึ่งการถูกเข้ารหัสก็หมายความว่าจะต้องใช้คีย์ในการปลดล็อคเพื่อกู้ข้อมูลคืนมา
ผใู้ ชง้ านจะต้องทาการจ่ายเงินตามข้อความ “เรียกค่าไถ”่ ท่ีปรากฏ

ภาพท่ี 10 โปรแกรมเรยี กค่าไถ่ (Ransomware)

10

แหลง่ อ้างองิ

https://sites.google.com/site/kahftgtrtr464878/bth-thi4/khwam-hmay-khxng-khun-thr-rmelea
ความหมายคุณธรรม (ระบบออนไลน)์ แหล่งท่มี า :
https://sites.google.com/site/kahftgtrtr464878 (7 มกราคม 2564)

https://sites.google.com/a/chauatwit.ac.th/207-12-d-ch-n-nth-wathn-sri-su-wrrn ความหมาย
จริยธรรม (ระบบออนไลน์) แหล่งที่มา : https://sites.google.com/a/chauatwit.ac.th/207-
12-d-ch-n-nth-wathn-sri-su-wrrn (7 มกราคม 2564)

https://sites.google.com/site/abdulbasitpetsu/khunthrrm-criythrrm-ni-kar-chi-thekhnoloyi
คณุ ธรรม จริยธรรม ในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ (ระบบออนไลน์) แหล่งทม่ี า :
https://sites.google.com/site/abdulbasitpetsu/khunthrrm-criythrrm-ni-kar-chi-
thekhnoloyi (7 มกราคม 2564)

https://sites.google.com/site/benjawan581031023/2-crrya-brrn-ni-kar-chi-xintexrnet
จรรยาบรรณในการใช้อนิ เทอรเ์ นต็ (ระบบออนไลน)์ แหล่งท่ีมา :
https://sites.google.com/site/benjawan581031023/2-crrya-brrn (7 มกราคม 2564)

https://sites.google.com/site/pondat45/criythrrm-ni-sangkhm-sarsnthes จรยิ ธรรมใน
สงั คมสารสนเทศ (ระบบออนไลน)์ แหลง่ ท่มี า :
https://sites.google.com/site/pondat45/criythrrm-ni-sangkhm (7 มกราคม 2564)

https://sites.google.com/a/sesao8.go.th/kruzam-computing-science การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
อยา่ งปลอดภัย (ระบบออนไลน)์ แหล่งทม่ี า :
https://sites.google.com/a/sesao8.go.th/kruzam-computing-science (7 มกราคม 2564)

11

จดั ทำโดย

นางสาวจุฑารัตน์ อินตะ๊ ซาว
สบล.63.1 เลขท่ี 5
สาขาวิชาการเลขานกุ าร

วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาลำปาง


Click to View FlipBook Version