The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Esomah Chedoloh, 2020-10-26 23:01:08

papii44

papii44

คำนำ
รายงานเลน่ นจี้ ัดทำข้นึ เพอ่ื เป็นส่วนหนงึ่ ของรายวชิ าองคก์ ารและการจัดก
สมัยใหมเ่ พอื่ ให้ไดศ้ กึ ษาความรแู้ ละได้ศกึ ษาอยา่ งเขา้ ใจเพ่อื เปน็ ประโยนก์ ับ

การเรยี น
ผ้จู ดั ทำหวังว่า รายงานเลน่ นจี้ ะเปน็ ประดยชนก์ ับผอู้ า่ นหรือนักเรนี นกั ศกึ ษา

ท่ีกำลังหาขอ้ มลู เรอื่ งนี้อยู่ หากมขี อ้ ผิกพลาดประการใด ผู้จดั ทำขอนอ้ มรบั
ไวแ้ ละขออภยั มาณ ทนี่ ่ีดว้ ย

ผ้จู ดั ทำ
นางสางอีซอหม๊ะ เจ๊ะดอเลาะ

สารบญั หน้า
เรื่อง
เทคโนโลยที ใ่ี ช้ในการทาธรุ กรรม 1-5
ธรุ กรรมการเงินดิจทิ ลั (Fintech) 6-10
ระบบเงินดจิ ทิ ลั สกลุ เงนิ ดิจทิ ลั หรือ คริปโท เคอร์เรนซี 11-14
การทาธรุ กิจดจิ ทิ ลั บนส่อื สงั คมออนไลน์ 15-22
การประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ในอาชีพของการเป็นพลเมืองยคุ ดจิ ทิ ลั
23-31

1

1. เทคโนโลยที ่ีใช้ในการทาธรุ กรรมโดยไม่ต้องผา่ นบคุ คลที่สาม (Blockchain)

Blockchain เป็นเทคโนโลยที ี่มีคนพูดถงึ มากว่าจะเป็นตวั เปล่ียนโลกเหมอื นทีอ่ นิ เทอร์เน็ตเปลี่ยนโลกในยุค
1990 ซงึ่ มีการเปรียบเทยี บว่า Blockchain ตอนนีส้ ภาพเหมือนอินเทอร์เน็ตตอนเริ่มต้น ซึ่งภาคการเงินจะ
ปล่อยผา่ นไปไม่ได้ ต้องมีคนศกึ ษาเรื่องนี ้เพ่อื เป็นการลองทาดวู ่า เอา Blockchain มาใช้กับเร่ืองต่างๆ ได้
อยา่ งไร แม้วา่ วนั นอี ้ าจจะยงั ไม่มีการประยุกต์ใช้ในลกั ษณะทเ่ี ห็นเป็นรูปธรรมก็ตาม

ภาพจาก fsroundtable.org

ความหมายของ Blockchain

Blockchain คือ ระบบโครงขา่ ยในการเกบ็ บญั ชีธุรกรรมออนไลน์ ซ่ึงมีลกั ษณะเป็นเครือข่ายใยแมงมมุ ทีเ่ ก็บ
สถิติการทาธุรกรรมทางการเงิน และสินทรพั ย์ชนิดอน่ื ๆ อกี ในอนาคต โดยไมม่ ตี วั กลาง คือสถาบนั การเงนิ หรือสานกั ชาระ
บญั ชี ระบบ Blockchain จะไม่มีตวั กลางอยา่ งท่ีเคยเป็นมา ยกตวั อย่างการทาธุรกรรมด้วย Bitcoin
จะมรี หัส Token สร้างขนึ ้ มาเพ่อื สือ่ สารกับ Blockchain และทาการตรวจสอบว่า Bitcoin นนั้ ๆ
มีความน่าเชอ่ื ถือหรือไมก่ อ่ นท่ีจะทาธรุ กรรมให้สาเร็จต่อไป
เท่ากบั วา่ Blockchain เป็นระบบโครงข่ายในการทาธุรกรรมต่างๆ ซึ่งตดั ตวั กลางอยา่ งสถาบนั การเงินที่มีอย่ใู น
โลกปัจจบุ นั ออกไป ซ่ึงทาให้ต้นทนุ การทาธรุ กรรมถกู ลง และอาจจะสง่ ผลให้สถาบันการเงนิ ทเ่ี ป็นตวั กลาง รวมไปถึงสานกั
ชาระบญั ชีตา่ งๆ ไมจ่ าเป็นต้องมีอกี ในอนาคตได้เลย หากเทคโนโลยีนีเ้ ข้ามาแทนท่ไี ด้อย่างสมบูรณ์
ขณะท่ี Blockchain ไม่เพียงมบี ทบาทอยู่แคก่ ารทาธุรกรรมทางการเงินเทา่ นนั้ หากแต่ยงั อาจถูกนาไปใช้ใน
งานอืน่ ๆ เชน่ การเก็บสถิติการเลือกตงั้ ให้มีความโปร่งใสมากขนึ ้ การให้ยืม Cloud Storage ระหว่างกัน
,บริการ co-location, ระบบ Peer to Peer Lending และอื่นๆ อกี มากมาย ซงึ่

2

แม้แต่เหล่าธนาคารเองก็ตดั สนิ ใจเข้าลงทุนในการทา Blockchain มากขนึ ้ เรื่อยๆ โดยล่าสดุ เหล่าสถาบนั
การเงินอย่างธนาคาร Citibank ตลาดหลกั ทรพั ย์ NASDAQ รวมไปถึงบริษทั VISA ก็ได้เข้าลงทุนใน
บริษทั บลอ็ กเชนชนั้ นาอยา่ ง Chain.com เพื่อแนวทางรักษาตลาดเทคโนโลยีนีเ้ ชน่ กนั

แนวคดิ Blockchain เริ่มกลบั มาเป็นกระแสทต่ี ้องจบั ตามมองอีกครัง้ พร้อมมีการพฒั นาใหมๆ่ ไปส่กู ารใช้งาน
ท่มี ากกว่าการทาธุรกรรม Bitcoin ในอดีตท่ไี ม่ได้รบั การยอมรับมากนกั ผนวกรวมกบั กระแสการเพิม่ ขึน้ ของ
อปุ กรณ์ที่ใช้แนวคิด อินเทอร์เนต็ ออฟ ธงิ ส์ (Internet of Things) จาเป็นต้องมีการจดั การ ดูแล
อยา่ งการรักษาความปลอดภยั ระหว่างอุปกรณ์ตา่ งๆ และความจาเป็นท่จี ะต้องบนั ทกึ ฐานข้อมลู ของการติดตอ่ ตา่ งๆ
เหล่านนั้ ทาให้เทคโนโลยีอยา่ ง Blockchain ที่ให้ความสาคญั กบั ความเป็นส่วนบคุ คลจะกลายมาเป็นตวั ช่วย
สาคญั ของการใช้งานดงั กล่าว โดยลดขนั้ ตอนระบบการทางานให้เรียบงา่ ยขนึ ้ มีการยดื หยุ่นทส่ี งู ขนึ ้ รวมทงั้ การตอบสนอง
ความต้องการของลกู ค้าได้อย่างรวดเร็ว

แตก่ ระนนั้ ความสาเร็จของ Blockchain จะสามารถพลกิ สถานะการให้บริการด้านการเงนิ โลกดิจทิ ลั ได้หรือไม่
การหาพาร์ตเนอร์ทมี่ ปี ระสบการณ์ในการทางานกบั ระบบความซบั ซ้อน และความหลากหลาย ในทุกระดบั การใช้งานไมว่ า่
เลก็ หรือใหญ่ เป็นหวั ใจสาคญั ของการจดั การกับปัญหานีไ้ ด้อย่างดีท่ีสดุ ซงึ่ ถ้าย้อนกลบั ไปเม่อื 5 ปีทผ่ี ่านมาไอเดียทาง
ธุรกจิ เหล่านี ้ต่างเคยถกู มองว่าเป็นเร่ืองทไี่ มน่ า่ จะเกิดขนึ ้ ได้จริง หากแต่ปัจจุบนั เร่ืองเชน่ นีไ้ ด้กลายเป็นตวั กาหนดผ้ชู นะใน
อนาคต ซงึ่ ทงั้ หมดนีส้ ามารถเกิดขนึ ้ ได้ด้วยการมองวา่ ซอฟต์แวร์คือตวั แปรสาคัญของการเปลี่ยนแปลงของโลกยคุ ใหม่
นน่ั เอง

บทความจากนิตยสาร Eleader

ขอขอบคุณข้อมลู จาก aripfan

http://www.aripfan.com/what-is-blockchain/

3

ววิ ฒั นาการของ Blockchain ด้วยการ Fork

การ Fork เป็นส่วนท่สี าคญั ในการเกิดวิวฒั นาการของบลอ็ กเชน เหมอื นอย่างที่การกลายพนั ธ์สาคัญต่อ DNA ใน
สง่ิ มีชีวติ ซึ่งกอ่ ให้เกดิ การวิวฒั นาการผา่ นการคัดเลอื กของธรรมชาติ การ Fork ทาให้เราสามารถทดลองบลอ็ กเชนหลาย
เวอร์ชนั่ ขนานกนั ได้ โดยจะมเี พียงเวอร์ชน่ั ท่แี ข็งแกร่งที่สดุ เท่านนั้ ท่ีจะอย่รู อด
การ Fork ของบล็อกเชน เกดิ ขนึ ้ ได้เพราะโค้ดปัจจบุ นั และสถานะของบล็อกเชนสามารถถกู คัดลอกได้อย่างเปิดเผย
เปรียบกับการทโ่ี ปรแกรมเมอร์อนญุ าตให้สามารถคดั ลอกโค้ดของ Facebook และเปิดอกี เวอร์ชนั่ หนึง่ แข่งกันเมื่อไหร่ก็
ได้ แต่การ Fork ท่ีผ่านมามักพบปัญหาในเร่ืองผลตอบแทน กล่มุ คนที่ทาการ Fork ใหม่จะมแี รงจูงใจด้านผลตอบแทน
ทค่ี อ่ นข้างน้อยท่จี ะทาให้ Fork ของตวั เองประสบความสาเร็จ เป็นเพราะรูปแบบการ Fork ท่ีผ่านมาจนถึงปัจจบุ นั เป็น
เพยี งการคดั ลอกการเป็นเจ้าของจากกล่มุ คนทีถ่ ือ Token เดมิ แทนทจ่ี ะเป็นการปรบั เพอื่ ให้ผลประโยชนแ์ กก่ ลมุ่ แกน
หลกั ของบล็อกเชนห่วงใหม่

ผมขอยกตวั อย่าง ถ้าหากมกี ล่มุ นกั พฒั นาท่คี ดิ ว่าเขาสามารถสร้างเวอร์ชน่ั ทีด่ ีกวา่ ของเหรียญทช่ี อ่ื วา่ TokenA ได้ เดมิ
ทีเขาอาจถือ TokenA อย่จู านวนเล็กน้อย เช่นประมาณ 0.10% เม่ือทาการ Fork ตวั TokenA เขาก็จะยงั ถอื
เพียง 0.10% ของ TokenA ทถ่ี ูก Fork แล้ว (หรือเราอาจจะเรียกมนั ว่า ForkedTokenA) เพราะเหตนุ ี ้แม้

4

ForkedTokenA จะประสบความสาเร็จ ผ้พู ฒั นากจ็ ะได้ผลตอบแทนจานวนน้อยมาก เทยี บเทา่ กับการถือ
TokenA เดมิ

เม่ือมองในมุมของสตาร์ทอพั คุณกค็ งอยากให้ “founders” หรือผ้กู ่อตงั้ ForkedTokenA ได้รบั ผลประโยชน์
ทางเศรษฐกิจท่งี ดงาม แตก่ ลบั กลายเป็นว่า ผ้กู ่อตงั้ นา่ จะได้รับผลตอบแทนในการพฒั นา TokenA มากกวา่
ForkedTokenA เพราะ TokenA น่าจะมีมลู ค่าท่มี ากกว่าอยแู่ ล้วตงั้ แต่ต้น ถ้าหาก TokenA มีมลู ค่า $10
และ ForkedTokenA มมี ลู คา่ $1 ภายหลงั จากการ Fork การเปลี่ยนแปลงที่ทาให้ TokenA โตขนึ ้ 20% จะ
ทากาไรให้กับผ้พู ฒั นา $2 ตอ่ coin สว่ นถ้าหาก ForkedTokenA โตขนึ ้ 20% ผ้พู ฒั นาจะทากาไรได้เพยี งแค่
$0.20 แม้จะมจี านวน coin ทีเ่ ท่ากัน ผลประโยชน์ของเขากลบั ไมส่ มเหตุสมผล นกั พัฒนาควรได้รบั เหรียญมากขนึ ้ เพ่อื
แก้ไขปัญหาเร่ืองผลตอบแทนนี ้

แล้วเร่ืองราวกย็ ่ิงดตู ลกถ้ามองในฝ่ังของผ้ถู อื บล็อกเชน (Blockchain) เดิม ถ้าหาก TokenA Foundation ถือ
20% ของ coin ใน TokenA ตอนนีเ้ ขาจะมี 20% ของ coin ใน ForkedTokenA ด้วยเช่นกัน โดยทีท่ ีม
พฒั นา ForkedTokenA จะไม่ได้เลยสกั เหรียญ เหตุการณ์นีเ้ กดิ ขนึ ้ เมอ่ื Ethereum Classic ทาการ Fork
จาก Ethereum ทนั ใดนนั้ เอง Ethereum Foundation ก็กลายเป็นผ้ถู ือ Ethereum Classic ด้วย
เช่นกัน แม้วา่ พวกเขาจะไมไ่ ด้มคี วามสนใจที่จะมีสว่ นร่วมเลยกต็ าม

ท้ายทส่ี ดุ แล้ว หากมองเร่ืองของการกากับดูแล การ Fork มกั เกิดจากความคิดเหน็ ทีแ่ ตกต่างกันในทิศทางของโปรเจ็ค
และ Token ก็ได้กลายเป็นกระบวนการในการโหวตเรื่องการเปลี่ยนแปลงตา่ งๆ เนอื่ งจากจุดประสงคข์ องการ Fork คอื
การทดลองแนวทางใหม่ การ Fork ทเี่ กิดขนึ ้ มาใหม่ก็อาจไมอ่ ยากมผี ู้ถอื เดมิ ทไ่ี ม่ได้เห็นด้วยกับแนวทางการ Fork นี ้
ตงั้ แตต่ ้น ทาให้เริ่มที่จะเหน็ ได้ชดั ว่าการแบง่ Token กันใหม่นนั้ กลายเป็นสง่ิ ทีจ่ าเป็นและมีประโยชน์มากสาหรับการ
Fork ใหม่ที่ต้องการจะอยู่รอด ถึงแม้การแบ่ง Token ใหมอ่ าจเป็นเรื่องท่ีเกิดขนึ ้ ไม่คอ่ ยบอ่ ย แตก่ เ็ ร่ิมมแี นวโน้มว่าจะ
กลายเป็นเรื่องปกตใิ นอนาคต

การแบ่ง Token ใหมอ่ กี ครงั้ เป็นวิธกี ารสร้างสมดุล โดยส่วนมากแล้ว Fork ทเ่ี กิดขนึ ้ ใหม่จะต้องการให้ผ้ถู อื Token
เดิมรู้สกึ ต้องการถอื Token ใหมน่ ดี ้ ้วย อย่างน้อยกเ็ พื่อให้ผ้ใู ช้เดิมรู้สึกวา่ จะได้รับผลตอบแทนเทียบเท่ากบั ของเดมิ แต่
เป้าหมายหลกั ท่ีสาคญั คือการให้ผลตอบแทนแกก่ ล่มุ ท่ีมสี ว่ นร่วมในการพฒั นาการ Fork ซง่ึ ส่วนมากควรจะให้
ผลตอบแทนโดยการย้ายการถอื ครองของ Token (foundation-like) และลดสดั ส่วนของผ้ถู อื Token เดิม
เพ่อื นาไปให้แก่กล่มุ ผ้พู ฒั นา กรณีนีจ้ ะคล้ายคลึงกับการออกหุ้นใหม่ในบริษัททม่ี ีอายุเกา่ แก่ เพื่อมอบให้พนักงานทเี่ ข้ามาที
หลงั

เร่ืองสาคญั อีกเรื่องก็คือ ต้องไม่ลมื วา่ การ Fork ไมไ่ ด้หมายความวา่ จะสร้างการแข่งขนั กันโดยตรงเสมอไป เหมอื นกบั
การกลายพนั ธ์ของ DNA ทส่ี ร้างสิง่ มีชีวิตมากมายที่เริ่มต้นจาก genetic tree เดียวกนั เราอาจเหน็ โปรโตคอล
(Protocol) หน่งึ ขยายออกเป็น 3 โปรโตคอล เพอ่ื บรรลุจดุ ประสงคท์ ต่ี ่างกนั มีความเป็นไปได้สูงว่าจะนาโปรโตคอล

5

ไปแยกส่วนและนากลบั มาประกอบฟังค์ชน่ั ตา่ งๆ ใหม่ เพอ่ื ให้ได้จุดสมดุลตามท่ตี ้องการ และเนอื่ งจากระบบนิเวศมีการ
เปลีย่ นแปลงอยา่ งตอ่ เนอื่ ง จดุ สมดุลก็จะเปลยี่ นไปตามกาลเวลา
การ Fork กม็ จี ุดอ่อนในบางเรื่อง เช่นเดยี วกันกบั การกลายพนั ธ์ุุ ของสงิ่ มีชีวิต การ Fork ไมไ่ ด้หมายความว่าจะสาเร็จ
เสมอไป เพราะมโี อกาสท่ีจะสญู เสีย Network Effect และอาจเกิดการแบง่ แยง่ ทรัพยากรในการพฒั นาตงั้ แต่
แรกเริ่ม แม้ทงั้ สองโปรเจ็คจะสามารถดึงทรพั ยากรใหมเ่ ข้ามาได้ในอนาคต
ในภาพรวม เราควรเหน็ ความสาคญั ท่ีว่า การพฒั นาโดยไร้ซึ่งศนู ย์กลางเป็นเร่ืองท่ยี งุ่ ยากมากกว่าการสร้างบางอยา่ งใน
สภาพแวดล้อมที่มีศูนยก์ ลาง แต่ผมคาดว่าต่อไปในอนาคตจะเกิดการพฒั นาโดยปราศจากศูนยก์ ลางมากขนึ ้ เมือ่ มเี ทคนคิ
การพฒั นาและโครงสร้างผลตอบแทนที่ผา่ นการขดั เกลาแล้ว
ผมขอสรุปดงั นี ้การ Fork เป็นกลไกท่ีกอ่ ให้เกิดวิวฒั นาการท่ียิ่งใหญม่ าก ซ่ึงการท่จี ะทาให้การ Fork มีประสิทธิผลนนั้
การให้ผลตอบแทนแกก่ ล่มุ ต่างๆ สาหรบั การทดลองเส้นทางใหม่เป็นเร่ืองที่จาเป็น นน่ั หมายถึง การแบ่ง Token ใหม่ใน
การ Fork เพอ่ื มอบผลตอบแทนแก่ผ้สู ร้าง Fork หากปราศจากสง่ิ นี ้ผมคดิ ว่าเราจะยง่ิ เห็นปัญหาที่ทาให้นกั พฒั นาต้อง
ลาบากใจ อยา่ งทเี่ ราเหน็ กับบิทคอยน์ โปรเจ็คต่างๆ เร่ิมเปลีย่ นแปลงช้าลงเพราะเกรงวา่ จะทาลายมูลค่าในปัจจุบัน

2. ธรุ กรรมการเงินดิจิทลั (Fintech)

ฟินเทค (Fintech) เทคโนโลยที างการเงนิ การบริการ และการลงทนุ

ถ้าย้อนเวลากลบั ไปถามคนท่ีใช้ชวี ิตอยู่ในโลกซัก 20 ปีทีแ่ ล้ว การบอกว่าสามารถเข้าถึงบริการทางการเงนิ ทไ่ี หน เมื่อไหร่
กไ็ ด้ โดยไม่ต้องไปท่ีธนาคาร คงถูกมองด้วยความสงสยั เพราะบริการหรือผลติ ภณั ฑท์ างการเงนิ ดชู า่ งซบั ซ้อนเกินกว่าท่ีคน
ทว่ั ไปจะมอี านาจจดั การ แต่ในวนั นี ้การเข้าถงึ บริการทางการเงนิ การลงทุน หรือแม้แต่เร่ืองยาก ๆ แบบการขอสินเชอ่ื ก็
สามารถทาได้ด้วยตวั เองง่าย ๆ เพราะเทคโนโลยีในปัจจบุ นั ช่วยให้เรื่องการเงนิ เป็นเรื่องง่ายยิ่งขนึ ้

6

ฟินเทค (Fintech) คืออะไร

Financial Technology คอื การนาเอาเทคโนโลยีมาใช้กับการเงนิ ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ เพอื่ เป็นสินค้า บริการ
การแก้ปัญหาทางการเงิน รวมถงึ เป็นแนวทางในการประกอบธรุ กิจใหม่ ๆ ทาให้การจดั การ และการเข้าถงึ ทางการเงนิ
เป็นไปได้งา่ ยขนึ ้ ด้วยเทคโนโลยี

เทคโนโลยที างการเงนิ มีจุดเร่ิมต้นจากการนาระบบคอมพวิ เตอร์มาใช้ในระบบงานของธนาคาร เมอื่ เทคโนโลยเี ตบิ โตขึน้
พร้อม ๆ กบั ความสามารถในการเข้าถึงของบุคคลทว่ั ไป โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนท่ีถอื เป็น Disrupter แห่งยุค กท็ าให้
อานาจในการทาธุรกรรมและเข้าถึงบริการทางการเงนิ ไม่ถูกจากดั อยกู่ บั สถาบนั การเงินอกี ต่อไป เทคโนโลยที างการเงิน ได้
แตกแขนงออกมาเป็นรูปแบบตา่ ง ๆ กัน เพือ่ ตอบสนองความต้องการทางการเงินของผ้ใู ช้

Fintech มกี ีแ่ บบ อะไรบ้าง

ถ้าพดู ถงึ Fintech คนมกั จะคิดถงึ ระบบ Mobile Banking ของแต่ละธนาคารกอ่ นเป็นอนั ดบั แรก ซึ่งเพียร์ พาว
เวอร์บอกได้เลยว่าไม่ผดิ แต่ตามทไ่ี ด้บอกไปแล้ววา่ เทคโนโลยที างการเงินนนั้ มีอยหู่ ลายรูปแบบด้วยกนั และการแบ่ง
ประเภทของฟินเทคก็สามารถแบ่งได้หลากหลายวิธีเชน่ กัน แต่ถ้าจะจาแนกตามจดุ ประสงคใ์ นการใช้งาน สามารถแบง่ ออก
ได้เป็น 7 แบบ

Banking Technology

การนาเทคโนโลยมี าใช้กบั ระบบธนาคาร ซ่งึ เป็นสิ่งแรกทีค่ นมกั คิดถงึ เมอื่ พูดถงึ เทคโนโลยีทางการเงิน เพราะหลายคน

ค้นุ เคยกบั เทคโนโลยีดงั กลา่ วอยแู่ ล้ว และเชอ่ื วา่ ในโทรศพั ท์ของคนวยั ทางานส่วนใหญ่จะต้องตดิ ตงั้ แอปพลิเคชนั ธนาคาร

ซง่ึ ฟินเทคประเภทนคี ้ ือ Mobile Banking ทม่ี ขี ึน้ เพ่ือให้ลกู ค้าของธนาคารสามารถทาธุรกรรมต่าง ๆ ทเ่ี ป็นการ

บริหารจดั การเงินของตวั เองได้ด้วยตวั เอง ทางานในฟังก์ชนั เดียวกับทธ่ี นาคารแบบดงั้ เดิมทา ทงั้ เชก็ ยอดบญั ชี โอนเงิน

จ่ายบิล และอ่นื ๆ

Crowdfunding Platforms 7

เทคโนโลยเี พือ่ การระดมทุน กลา่ วคอื คราวดฟ์ ันดิงแพลตฟอร์ม เป็นแพลตฟอร์มตวั กลาง ระหว่าง ผู้ประกอบการ และนกั
ลงทนุ โดยแพลตฟอร์มทีเ่ กิดขนึ ้ มีจดุ ประสงคเ์ พื่อให้เกิดการขอ และให้เงนิ ทุน แทนที่ผ้ปู ระกอบการจะต้องไปขอก้สู ินเชอ่ื
จากธนาคาร ก็สามารถระดมทนุ จากนกั ลงทุนหลาย ๆ คนได้ และนกั ลงทนุ เอง ก็สามารถเลอื กลงทุนในธุรกจิ ท่นี ่าสนใจ
ผา่ นแพลตฟอร์มดงั กลา่ วได้ โดยแพลตฟอร์ม นอกจากจะเป็น ตวั กลางในการเช่อื มต่อแล้ว ยงั อานวยความสะดวก ในเร่ือง
การสมคั รขอระดมทุน ตรวจสอบเครดติ และอนุมัติ ด้วยเชน่ กัน ซ่ึง เพยี ร์ พาวเวอร์จัดอยู่ใน ฟินเทคประเภทนี ้โดย การ
ระดมทนุ ผ่านแพลตฟอร์ม ของเพียร์ พาวเวอร์ จะอยูใ่ นรูปแบบของหุ้นก้คู ราวดฟ์ ันดิง ทีใ่ ห้ผลตอบแทนเป็นดอกเบีย้

Cryptocurrency

สกุลเงินดจิ ทิ ลั ทงั้ Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain เป็นการสมมตชิ ุดข้อมลู ขนึ ้ มาด้วยวธิ ใี ดวธิ ีหนงึ่
ในโลกออนไลน์ แล้วทาให้ใช้งานได้เหมอื นเงินจริง สามารถใช้จ่ายได้ รวมถงึ เกง็ กาไรได้ด้วย โดยสกุลเงินดิจิทลั สกุลแรกท่ี

ถอื กาเนดิ มาในโลกคือ Bitcoin และที่สนั่ สะเทอื นวงการการเงนิ ล่าสุดคือการประกาศเปิดตวั Libra สกลุ เงินดิจิทลั
ของ Facebook ทีจ่ บั มอื กบั พาร์ทเนอร์เจ้าใหญท่ วั่ โลกซง่ึ ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็น Technology Disruptive ท่ี
ใหญ่ที่สดุ ในอนาคต
การเกิดขนึ ้ ของเทคโนโลยที างการเงิน ประเภทนี ้บ้างก็ถูกมองเป็นโอกาสท่จี ะสร้างความเทา่ เทยี มทางการเงิน บ้างก็ถูก
มองวา่ เป็นภยั ตอ่ ระบบการเงินดงั้ เดิมของโลก จึงได้รับทงั้ การต้อนรบั และขบั ไล่จากทวั่ โลก อย่างไรก็ดี
Cryptocurrency ถือเป็นระบบการเงินแห่งอนาคตทม่ี ีการขยายขอบเขตความสนใจเพ่ิมขึน้ เร่ือย ๆ

Payment Technology
ระบบการจา่ ยเงินท่ีดาเนินการด้วยเทคโนโลยี ประเภทนคี ้ ือระบบตวั แทนการใช้จา่ ย ท่ผี ้ใู ช้ต้องเปิดบญั ชีกบั ทาง
แพลตฟอร์มจงึ จะสามารถใช้งานได้ ตวั อยา่ งเชน่ ระบบ E-Wallet ต่าง ๆ เครดิตการ์ด ซ่ึงระบบ Payment จะต่าง
จาก Mobile Banking ตรงทเี่ จ้าของแพลตฟอร์มไม่ใชธ่ นาคาร และให้บริการเฉพาะการใช้จ่ายเทา่ นนั้

Enterprise Financial Software
ซอฟต์แวร์สาหรับองค์กร อีกหนึ่งเครื่องมือเทคโนโลยี ที่จะช่วยผ้ปู ระกอบการในเรื่อง การจดั การทางด้านการเงนิ ไม่วา่ จะ
เป็น การจดั การบญั ชี ระบบจ่ายเงินเดอื น-ภาษีและการจดั การพนกั งาน ซ่ึงครอบคลมุ ถึงสวสั ดกิ ารด้านการเงิน โดย
เทคโนโลยีดงั กลา่ วจะช่วยลดเวลา และทรพั ยากรท่ีต้องใช้งาน ทาให้ประสิทธิภาพของกระบวนการภายในองค์กรดขี นึ ้

Investment Management
เทคโนโลยีที่จะชว่ ยจดั การทางด้านลงทุน ในปัจจุบนั จะเห็นได้ว่า มีแพลตฟอร์มการลงทนุ ท่ีหลากหลายมากขนึ ้ ไม่ว่าจะ
เป็น แอปพลิเคชนั ลงทุนใน Private fund, ทองคา, กองทนุ รวม รวมถึงแพลตฟอร์มท่ีใช้ AI ชว่ ยในการวิเคราะหห์ ้นุ
หรือแม้แต่การนาเทคโนโลยอี ย่าง Robo Advisor มาชว่ ยในการจัดพอร์ตการลงทนุ (Asset Allocation)

tnsurance Technology/ Insurtech
หลายคนมองว่าการซอื ้ ประกนั ภยั ประกนั ชีวิตคอื การลงทนุ รูปแบบหนง่ึ รวมทงั้ ระบบการคานวณเบีย้ ประกันมีความ
ซบั ซ้อน การใช้เทคโนโลยที างการเงินเข้ามาช่วยทงั้ ด้านการคานวณเบีย้ ประกัน ผลตอบแทน ความเส่ียง รวมถึงอตั ราส่วน

ลดอยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล ชว่ ยให้ทงั้ ผู้ซอื ้ และผ้เู สนอขายประ8กันภยั ประกนั ชวี ิตบริหารจัดการระบบประกนั ได้งา่ ยขนึ ้

เทคโนโลยีทางการเงินมีประโยชน์อย่างไร กับใครบ้าง

ในเมื่อรูปแบบของเทคโนโลยที างการเงิน มีอยู่มากมาย ครอบคลุมการใชบ้ ริการแทบทุกระดบั ประโยชนข์ องเทคโนโลยี
ทางการเงนิ จงึ มมี ากตามไปดว้ ย โดยอาจแบง่ ประโยชน์ ตามกลุ่มผูใ้ ชง้ านไดด้ ังน้ี

บุคคลท่ัวไป

ไดป้ ระโยชนจ์ ากเทคโนโลยที างการเงินในลกั ษณะการขยายโอกาสการเขา้ ถึงบริการทางการเงนิ (Financial
Inclusion) ที่ทาให้คนท่ไี ม่มบี ญั ชีธนาคารสามารถใชจ้ ่าย ทาธุรกรรม รวมถงึ สามารถขอสินเชื่อ ลงทนุ ไดด้ ว้ ยตนเอง
สถาบนั การเงนิ
ใชป้ ระโยชนจ์ ากเทคโนโลยที างการเงินไดด้ ว้ ย การสรา้ งระบบธนาคารยอ่ ย ๆ แบบ Mobile Banking ลงมาใหอ้ ยู่
ในโทรศพั ทม์ อื ถือ เป็นอกี ช่องทางในการเขา้ ถึงลูกคา้ และเก็บขอ้ มูลธุรกรรมตา่ งๆของลกู คา้ ไดง้ ่ายข้ึน
ผ้ใู ห้บริการ E-Commerce
ใชป้ ระโยชน์ได้ท้งั ในรูปแบบของระบบ Payment จากการเช่ือมต่อ API Data และ Banking
Technology ทาให้คา้ ขายในออนไลน์งา่ ยข้ึน จากการจา่ ยเงนิ ผา่ นแพลตฟอร์มออนไลน์ดงั กลา่ ว
นกั ลงทนุ
เทคโนโลยที างการเงิน เอ้อื ต่อการลงทนุ ท้งั ในรูปแบบตลาด Cryptocurrency, Insurtech และ
Crowdfunding Platforms ซ่ึงถือเป็นโอกาสสาหรับนกั ลงทนุ ทีอ่ ยากลองลงทุนในรูปแบบใหม่ ๆ
ผ้ปู ระกอบการ
สามารถเขา้ ถงึ แหล่งเงินทุนไดง้ า่ ยข้นึ ผ่าน Crowdfunding Platforms รวมถงึ สามารถจดั การ บริหารระบบ
ตา่ งๆในองคก์ รไดด้ ยี ิ่งข้ึน จากเทคโนโลยซี อฟต์แวร์ ทพี่ ฒั น9ามาเพอื่ ใชก้ บั องคก์ รโดยเฉพาะ

Fintech มีผลกระทบอย่างไรกบั ธนาคารและอตุ สาหกรรมอ่ืน

10

ดังทไ่ี ดก้ ล่าวมาแลว้ วา่ เทคโนโลยที างการเงิน คือการทำให้คนทั่วไปมีอำนาจจัดการการเงนิ ของตัวเองมากพอกบั ทีธ่ นาคาร
สามารถทำได้ ประกอบกบั มีหลาย ๆ รปู แบบในการใหบ้ รกิ าร นอกจากประโยชนท์ ่เี กิดข้ึนแลว้ เราจะพบการต้ังคำถามกบั
เทคโนโลยที างการเงิน ในลักษณะการ Disruption ระบบการเงนิ แบบดงั้ เดิมดว้ ย โดยกลมุ่ ที่มองวา่ อาจได้รบั ผลกระทบจาก
เทคโนโลยีทางการเงิน มอี ยู่ 2 – 3 กล่มุ คอื

ธนาคารหรอื สถาบันการเงิน

ด้วยความเป็นเจ้าเกา่ ท่ีครองอำนาจทางการเงนิ มาโดยตลอด ทำให้เม่ือเทคโนโลยีทางการเงินกำเนิดขนึ้ มาโดยมลี ักษณะทีค่ ล้าย
กบั การใหบ้ ริการของทางธนาคาร จงึ มีการตัง้ คำถามวา่ ธนาคารจะอยู่ไดห้ รอื ไม่ หากคนหันไปใชเ้ ทคโนโลยที างการเงินกันมาก
ขึน้

จากข้างตน้ เราจะพบวา่ แม้เทคโนโลยีทางการเงนิ จะมหี ลายประเภทเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการในการบริหารจัดการการเงิน
แตไ่ ม่ได้มที ไ่ี หนรับฝากเงินเหมอื นที่ธนาคารทำ การได้รับเงนิ สดจากเทคโนโลยีทางการเงินนนั้ เป็นไปได้ยาก เราเห็นตัวเลขแต่
ไม่ไดเ้ หน็ ตัวเงินจริง ๆ จนกว่าจะมีการแลกเปลย่ี นผ่านทางสถาบนั การเงนิ ในทสี่ ดุ ดงั นั้นธนาคารไมไ่ ดม้ ีบทบาทลดลงจากการ
เข้ามาของเทคโนโลยีทางการเงนิ พร้อมกันน้ัน ธนาคารก็ยา้ ยตวั เองลงไปอยูใ่ นโทรศัพทม์ ือถือท่ใี กล้ชิดกบั ผใู้ ชม้ ากขนึ้ ไดด้ ว้ ย
เทคโนโลยีเช่นกัน การทส่ี าขาของธนาคารปิดตวั ลง อาจมผี ลกระทบต่อคนทำงานด้านปฏบิ ัติการในธนาคาร แตห่ ากมองในแง่
สถานะและความมัน่ คงของธนาคารแลว้ นี่อาจเป็นข้อดมี ากกว่ากไ็ ด้

ธนาคารเองกเ็ ป็นหนึ่งในผู้ได้รบั ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยีทางการเงิน ดงั น้นั จงึ ไม่น่าแปลกใจท่ีธนาคารขนาดใหญห่ ลายแหง่ ท่ัว
โลก จะเลอื กหนุนหลังธรุ กิจทีพ่ ฒั นาเทคโนโลยที างการเงนิ เพราะเป็นโอกาสดที ีจ่ ะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโดยไมต่ อ้ งลง
มือพฒั นาเอง

ห้างสรรพสินค้า

เม่ือมีการซ้ือขายออนไลน์แบบครบขน้ั ตอนในแพลตฟอร์มเกิดข้ึนด้วยความช่วยเหลอื จากเทคโนโลยีทางการเงนิ การซ้ือขาย
สินคา้ ทต่ี ้องเดินทางออกไปเพื่อค้นหาจงึ มคี วามจำเป็นลดลง รวมถึงขณะนี้ ปนะเทศไทยมีอัตราการใช้จ่ายออนไลน์สูงทส่ี ดุ ใน
เอเชีย หา้ งสรรพสนิ คา้ จงึ เปน็ ส่วนหนงึ่ ที่อาจได้รบั ผลกระทบ แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคท่ชี อบซื้อของที่ได้สมั ผัสด้วยมือ
มองเห็นด้วยตา รวมถึงต้องการท่นี ่ังเล่น พบเจอกบั เพ่ือนก็ยังมีอยเู่ ช่นกัน

เทคโนโลยีทางการเงิน มมี ุมที่เป็นประโยชนอ์ ยู่ไมน่ ้อย รวมท้ังมีโอกาสและอัตราการเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นเร่อื ย ๆ ท้งั ในแง่การ
ใชจ้ ่าย และการขยายโอกาสในการเขา้ ถงึ บรกิ ารทางการเงนิ เพียร์ พาวเวอรเ์ องเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางการเงิน ท่ีเปน็
แพลตฟอร์มห้นุ กู้คราวดฟ์ ันดิง ทีเ่ ชื่อมโยงผปู้ ระกอบการกบั นกั ลงทุนเขา้ ดว้ ยกัน สำหรับผทู้ ีส่ นใจลงทุนกบั เพยี ร์ พาวเวอร์
สามารถคลิกปุ่มด้านล่างได้เลยครับ

11
3. ระบบเงินดจิ ิทลั สกุลเงนิ ดจิ ิทลั หรือ คริปโท เคอร์เรนซี (CryptoCurrency)

ครงั้ ทีแ่ ล้วได้คุยถึง "เงนิ ดิจทิ ลั (digital money)" ในประเทศไทย เชน่ เงนิ ใน e-wallet บตั ร 7-11 บัตร
รถไฟฟ้า ไว้วา่ คนไทยเปิดรับทาให้เตบิ โตเร็วมาก วนั นจี ้ งึ อยากถอื โอกาสชวนผ้อู ่านคุยเร่ืองตอ่ เนื่องเก่ียวกบั "สกุลเงินดิจิทลั
(digital currencies)" วา่ เป็นเร่ืองใกล้ตวั แค่ไหน

สกลุ เงินดิจิทลั vs เงินดจิ ทิ ลั ?

ทงั้ สองอย่างเหมือนกนั ตรงคาวา่ "ดจิ ทิ ลั " ทีจ่ บั ต้องไม่ได้ แต่มตี วั ตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ความต่างคือ "เงนิ ดิจิทลั " มี
เงินสกุลท้องถิ่นหนนุ หลงั เช่น ต้องนาเงนิ บาทมาชาระผ้ใู ห้บริการ e-money กอ่ นใช้ชาระคา่ สินค้า จึงมหี นว่ ยเป็นเงิน
สกุลท้องถิ่นและมีมูลค่าแน่นอน

"สกุลเงินดจิ ิทลั หรือ คริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency)" เช่น บทิ คอยน์ (Bitcoin) เป็นสกลุ เงนิ ใหม่ที่
สร้างขึน้ จากกลไกคณติ ศาสตร์ทกี่ าหนดจานวนไว้จากดั ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ถอดรหสั เพื่อนาเงินออกจากกลไก สกุล
เงินใหมน่ ีส้ ร้างขนึ ้ เพือ่ ลดการรวมศูนย์ของระบบการชาระเงนิ ผ่านสถาบนั การเงินให้สามารถกระจายไปยงั ผู้ใช้ในเครือข่าย
สกุลเงนิ นนั้ ๆ ได้ โดยใช้เทคโนโลยบี ลอ็ กเชน (blockchain) ติดตามการเคลือ่ นไหวของเงินแม้จะไมม่ ีตวั กลางและ
สามารถปอ้ งกนั การปลอมแปลงได้ด้วย การชาระ/โอนเงนิ จึงอยแู่ ค่ภายในเครือขา่ ย ซง่ึ มีข้อดที ่ีรวดเร็ว ต้นทุนต่า และ
ปลอดภยั แต่ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยงั ไม่รบั รองวา่ บรรดาคริปโทเคอร์เรนซีทเ่ี อกชนสร้างขึน้ มา สามารถใช้ชาระหนไี ้ ด้ตาม
กฎหมาย คริปโทเคอร์เรนซีจงึ ทาหน้าท่ีของเงนิ ได้ไม่ครบ เพราะยังไม่เป็นสอื่ กลางในการชาระเงินและไมถ่ ูกใช้เป็นหนว่ ย
กาหนดราคาสง่ิ ของแถมมลู ค่ายงั ผนั ผวนมาก แต่ถ้าเป็น "สกลุ เงนิ ดิจิทลั ทธี่ นาคารกลางออกใช้ (central bank

12

digital currency: CBDC)" จะมีคุณสมบตั ิของเงินท่ีครบถ้วนเพราะมีมลู คา่ แนน่ อนใช้แทนสกุลเงินท้องถนิ่ ได้
ตามกฎหมาย

ทาไมสกลุ เงนิ ดิจทิ ัลจงึ เริ่มเป็นทส่ี นใจ?

ความนิยมใช้คริปโทเคอร์เรนซีอาจเหน็ ได้ชดั ในประเทศท่ีคนไมค่ ่อยเชอื่ ถือในเงินสกุลท้องถน่ิ และไม่มนั่ ใจใน
เสถียรภาพระบบการเงนิ ในประเทศ เชน่ ประเทศเวเนซุเอลาทีป่ ระสบวิกฤตเศรษฐกจิ เผชญิ กบั เงนิ เฟ้อสงู มากเกอื บ 1
ล้านเปอร์เซน็ ตใ์ นปี 2561 ทาให้เงินโบลเี วีย (Bolevar) ซงึ่ เป็นสกุลเงนิ ท้องถ่ินแทบไม่มีค่า คนจงึ หนภี าวะเงนิ เฟอ้ ใน
สกุลเงินโบลเี วียและขาดความเช่ือมนั่ ในการบริหารของรฐั ไปถือคริปโทเคอร์เรนซี แม้รัฐบาลจะออกสกลุ เงนิ ดิจิทลั แห่งชาติ
ชื่อ "Petro coin" ท่ีหนนุ หลงั ด้วยมลู คา่ บอ่ นา้ มนั ของรัฐ แต่กไ็ ม่ประสบความสาเร็จที่จะดงึ ให้คนกลบั มาเชื่อถอื ในเงิน
ของรัฐได้

สาหรบั เงนิ สกุลดิจิทลั ที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) โดยทวั่ ไปจะออกเพ่ือ 3 วตั ถปุ ระสงคค์ อื (1) ไม่ให้เกิด
การผูกขาดและลดความเส่ียงในระบบการชาระเงนิ จากการพึ่งพาบริการทางการเงนิ ภาคเอกชนมากไป ซึง่ มักเกิดกับ
ประเทศทค่ี นไม่ค่อยใช้เงินสดแล้ว เช่น สวเี ดนทม่ี ีแผนจะออกสกุลเงิน e-krona (2) ลดต้นทนุ และเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพ
ระบบการชาระเงนิ (3) เพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงนิ ทงั้ นแี ้ ตล่ ะธนาคารกลางอาจกาหนดรูปแบบของ CBDC
ตา่ งกัน โดยเฉพาะการให้ดอกเบีย้ บัญชเี งนิ ฝาก CBDC ท่ีธนาคารกลาง (interest-bearing) ซงึ่ จะช่วยเพิม่
ประสิทธภิ าพการดาเนินนโยบายการเงินในชว่ งเศรษฐกจิ ขาลง โดยลดอตั ราดอกเบีย้ เงินฝากให้ติดลบได้ ซ่งึ เป็นสิ่งท่ี
ธนาคารกลางไม่สามารถทาได้ในสงั คมใช้เงินสด เพราะคนสามารถเปล่ียนไปถือเงินสดแทนการเก็บเงินไว้ในบญั ชเี งนิ ฝาก
แล้วถูกเก็บดอกเบีย้ นอกจากนี ้ รายงานสารวจพบว่า ธนาคารกลางส่วนใหญใ่ นโลกติดตามการใช้คริปโทเคอร์เรนซีของคน
ในประเทศอย่างใกล้ชดิ และมีการศึกษา CBDC[2] เตรียมไว้เผอ่ื ต้องออกใช้ แม้มีส่วนน้อยที่มแี ผนจะออกใช้จริง โดยให้
เหตุผลด้านความมนั่ คงและการเพมิ่ ประสิทธิภาพของระบบการชาระเงินเป็นอนั ดบั แรก และมองเหตุผลด้านนโยบาย
การเงินเป็นเรื่องรอง

การใช้สกุลเงินดิจิทลั ในประเทศไทย

ปัจจบุ นั การใช้คริปโทเคอเรนซใี นไทยเพ่ือธุรกรรมชาระเงินยงั มีจากัด และเร่ิมมคี นไทยท่ีผลิตคริปโทสญั ชาติไทย
ได้ เช่น Zcoin สว่ นนกั ลงทนุ ไทยเร่ิมรู้จกั คริปโททเ่ี ป็นสนิ ทรัพย์ดิจิทลั ภายใต้ พ.ร.ก. การประกอบธรุ กิจสินทรัพย์ดจิ ิทลั
พ.ศ. 2561 โดยมีสานกั งานคณะกรรมการกากับหลกั ทรัพยแ์ ละตลาดหลกั ทรัพย์ (กลต.) กากับดแู ลการขนึ ้ ทะเบยี นของ
ผ้ปู ระกอบการซอื ้ ขายคริปโทในไทย และเตือนผู้สนใจลงทุนในคริปโทวา่ มีความเส่ียงสงู ต้องมีความรู้และรับความเสี่ยงท่ี
อาจสญู เงนิ ลงทนุ ได้

นอกจากนี ้ธปท. ได้เปิดตวั โครงการอินทนนท์ทีเ่ ป็นการทดสอบระบบการโอนเงนิ ระหวา่ งสถาบนั การเงินโดยใช้
CBDC จาลอง (wholesale CBDC) เพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพโครงสร้างพืน้ ฐานระบบการชาระเงนิ และเพิ่งรายงาน
ผลการทดสอบระยะท่ี 1 ร่วมกบั ธนาคารพาณชิ ย์ 8 แหง่ ในการโอนเงนิ ระหว่างกันและการบริหารสภาพคล่องในช่วงเดือน
สิงหาคม 2561 - มกราคมปีนี ้พบวา่ เทคโนโลยีบล็อกเชนมีศกั ยภาพในการเพิม่ ประสทิ ธภิ าพระบบการชาระเงินของไทย

13

แตก่ ารจะนาระบบนีม้ าใช้งานจริงต้องใช้เวลาทดสอบขีดความสามารถและศึกษาผลกระทบเพิม่ เตมิ พร้อมประกาศเตรียม
ทดสอบระยะท่ี 2 ตงั้ แต่เดือนกุมภาพนั ธ์นี ้

ถงึ ตอนนีค้ งพอบอกได้ว่าสกลุ เงินดจิ ทิ ลั เริ่มใกล้ตวั คนไทยมากขนึ ้ โดยเฉพาะคนทมี่ องวา่ เป็นทางเลอื กในการ
ลงทุนและกล้ารบั ความเสี่ยง ส่วน ธปท. เร่ิมเหน็ ประโยชน์จาก wholesale CBDC ในการเพ่ิมประสทิ ธภิ าพระบบ
การชาระเงินระหวา่ งสถาบนั การเงนิ แตก่ ารออก CBDC ให้ประชาชนใช้อาจยงั ดูไกลตวั ตราบใดที่การใช้คริปโทยงั ไม่
สร้างความเสย่ี งต่อเสถยี รภาพของระบบการเงิน รวมถึงคนไทยยงั มนั่ ใจในการใช้สกลุ เงินบาท และความมนั่ คงในระบบ
การชาระเงนิ ของประเทศอยู่

คริปโทเคอร์เรนซีหรือ เงนิ ตราเข้ารหสั ลบั (องั กฤษ: cryptocurrency, crypto currency) เป็นสินทรัพย์
ดจิ ิทลั ซงึ่ ออกแบบให้เป็นส่ือกลางการแลกเปลย่ี น ทใ่ี ช้วทิ ยาการเข้ารหสั ลบั เพือ่ รับประกันธุรกรรม เพอ่ื ควบคมุ การสร้าง
หน่วยเงินเพิม่ และเพื่อยนื ยนั ความถูกต้องของการโอนทรพั ย์ เป็นรูปแบบหน่งึ ของเงินดจิ ทิ ัล (digital currency) เงนิ
ทางเลอื ก (alternative currency) และเงินเสมอื น (virtual currency) เป็นเงินท่คี วบคมุ โดยกระจาย
ศูนย์กลาง เทียบกบั เงนิ ดจิ ิทัลทีค่ วบคมุ โดยศนู ย์กลาง หรือกับระบบธนาคารกลาง การควบคุมแบบกระจายศูนย์จะทาผา่ น
บล็อกเชน ซ่ึงเป็นฐานข้อมูลธุรกรรมสาธารณะ โดยใช้เป็นบญั ชีแยกประเภทแบบกระจาย
บติ คอยน์ท่ีสร้างขึน้ ในปี ค.ศ. 2009 เป็นคริปโทเคอร์เรนซแี บบกระจายศนู ย์สกุลแรก ตงั้ แต่นนั้ มา ก็มีคริปโทเคอร์เรนซี
สกุลอื่น ๆ ที่สร้างขนึ ้ อีกมากมาย บอ่ ยครงั้ เงินสกุลเหลา่ นีจ้ ะเรียกในภาษาองั กฤษว่า altcoins โดยเป็นคาผสมจากคา
วา่ alternative coin (เหรียญทางเลอื ก)

14

4. การทาธรุ กิจดิจิทลั บนสื่อสงั คมออนไลน์

สอื่ ดจิ ทิ ลั ที่เป็นเครื่องมอื ในการปฏบิ ตั ิการทางสงั คม (Social Tool) เพ่อื ใช้สอ่ื สารระหวา่ งกนั ในเครือขา่ ยทางสงั คม
(Social Network) ผา่ นทางเว็บไซตแ์ ละโปรแกรมประยุกต์บนสื่อใดๆ ท่มี ีการเชอ่ื มต่อกบั อนิ เทอร์เน็ต โดยเน้นให้
ผ้ใู ช้ทงั้ ทเี่ ป็นผ้สู ่งสารและผู้รับสารมีสว่ นร่วม (Collaborative) อย่างสร้างสรรค์ ในการผลติ เนือ้ หาขึน้ เอง (User-
GenerateContent: UGC) ในรูปของข้อมลู ภาพ และเสียง

ประเภทของสือ่ สงั คมออนไลน์

ประเภทของส่ือสงั คมออนไลน์ มีด้วยกันหลายชนิด ขนึ ้ อยู่กบั ลกั ษณะของการนามาใช้โดยสามารถแบง่ เป็นกลมุ่ หลกั ดังนี ้
1. Weblogs หรือเรียกสนั ้ ๆ ว่า Blogs คือ ส่ือส่วนบุคคลบนอนิ เทอร์เนต็ ท่ีใช้เผยแพร่ข้อมลู ข่าวสาร ความรู้

ข้อคิดเหน็ บนั ทกึ สว่ นตวั โดยสามารถแบ่งปันให้บคุ คลอนื่ ๆ โดยผู้รับสารสามารถเข้าไปอา่ น หรือแสดงความคิดเห็น
เพ่ิมเตมิ ได้ ซึ่งการแสดงเนอื ้ หาของบลอ็ กนนั้ จะเรียงลาดบั จากเนือ้ หาใหม่ไปส่เู นือ้ หาเกา่ ผ้เู ขียนและผ้อู ่านสามารถค้นหา
เนือ้ หาย้อนหลงั เพ่อื อา่ นและแก้ไขเพมิ่ เติมได้ตลอดเวลา เช่น Exteen, Bloggang, Wordpress,Blogger,
Okanation

2. Social Networking หรือเครือขา่ ยทางสงั คมในอินเทอร์เน็ต ซ่งึ เป็นเครือข่ายทางสงั คมทีใ่ ช้สาหรบั
เชอ่ื มต่อระหว่างบุคคล กล่มุ บคุ คล เพ่อื ให้เกดิ เป็นกลมุ่ สงั คม (Social Community) เพอื่ ร่วมกนั แลกเปลยี่ นและ

15

แบ่งปันข้อมลู ระหว่างกันทงั้ ด้านธุรกิจ การเมือง การศกึ ษา เชน่ Facebook, Hi5, Ning, Linked
in,MySpace, Youmeo, Friendste

3. Micro Blogging และ Micro Sharing หรือท่ีเรียกกนั ว่า “บลอ็ กจวิ๋ ” ซ่งึ เป็นเว็บเซอร์วิสหรือเวบ็ ไซตท์ ี่
ให้บริการแกบ่ ุคคลท่ัวไป สาหรับให้ผ้ใู ช้บริการเขียนข้อความสนั ้ ๆ ประมาณ 140 ตวั อกั ษร ทเ่ี รียกวา่ “Status” หรือ
“Notice” เพื่อแสดงสถานะของตวั เองว่ากาลงั ทาอะไรอยู่ หรือแจ้งขา่ วสารต่างๆ แก่กลมุ่ เพื่อนในสงั คมออนไลน์
(Online Social Network) (Wikipedia,2010) ทงั้ นีก้ ารกาหนดให้ใช้ข้อมลู ในรูปข้อความสนั ้ ๆ กเ็ พ่ือให้ผ้ใู ช้
ทีเ่ ป็นทงั้ ผ้เู ขียนและผ้อู า่ นเข้าใจง่าย ท่ีนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Twitter

4. Online Video เป็นเว็บไซต์ทใ่ี ห้บริการวิดีโอออนไลน์โดยไมเ่ สยี ค่าใช้จ่าย ซ่งึ ปัจจุบนั ได้รับความนิยมอย่าง
แพร่หลายและขยายตัวอยา่ งรวดเร็ว เนือ่ งจากเนือ้ หาท่นี าเสนอในวดิ ีโอออนไลน์ไมถ่ ูกจากัดโดยผงั รายการทแ่ี นน่ อนและ
ตายตวั ทาให้ผ้ใู ช้บริการสามารถตดิ ตามชมได้อยา่ งต่อเน่ือง เพราะไม่มโี ฆษณาคน่ั รวมทงั้ ผ้ใู ช้สามารถเลอื กชมเนอื ้ หาได้
ตามความต้องการและยังสามารถเชื่อมโยงไปยงั เวบ็ วิดีโออื่นๆ ทเ่ี ก่ียวข้องได้จานวนมากอีกด้วย เช่น Youtube,
MSN, Yahoo

5. Poto Sharing เป็นเวบ็ ไซตท์ ี่เน้นให้บริการฝากรูปภาพโดยผ้ใู ช้บริการสามารถอพั โหลดและดาวนโ์ หลด
รูปภาพเพ่ือนามาใช้งานได้ ที่สาคัญนอกเหนือจากผู้ใช้บริการจะมีโอกาสแบ่งปันรูปภาพแล้ว ยงั สามารถใช้เป็นพนื ้ ที่เพือ่
เสนอขายภาพทต่ี นเองนาเข้าไปฝากได้อีกด้วย เช่น Flickr, Photobucket, Photoshop,Express,
Zooom

6. Wikis เป็นเว็บไซต์ท่มี ีลักษณะเป็นแหล่งข้อมลู หรือความรู้ (Data/Knowledge) ซึ่งผ้เู ขยี นส่วนใหญ่
อาจจะเป็นนกั วชิ าการ นกั วชิ าชีพหรือผ้เู ช่ียวชาญเฉพาะทางด้านต่างๆ ทงั้ การเมือง เศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ซง่ึ ผ้ใู ช้
สามารถเขยี นหรือแก้ไขข้อมูลได้อย่างอิสระ เช่น Wikipedia, Google Earth,diggZy Favorites
Online

7. Virtual Worlds คือการสร้างโลกจินตนาการโดยจาลองสว่ นหนงึ่ ของชีวติ ลงไป จดั เป็นส่อื สงั คมออนไลนท์ ่ี
บรรดาผ้ทู อ่ งโลกไซเบอร์ใช้เพอ่ื ส่ือสารระหว่างกนั บนอินเทอร์เนต็ ในลกั ษณะโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ซ่ึงผ้ทู ี่
จะเข้าไปใช้บริการอาจจะบริษทั หรือองคก์ ารด้านธุรกจิ ด้านการศกึ ษา รวมถงึ องคก์ ารด้านสอื่ เช่น สานักข่าวรอยเตอร์
สานกั ขา่ วซเี อน็ เอ็น ต้องเสียคา่ ใช้จ่ายในการซอื ้ พนื ้ ที่เพอื่ ให้บคุ คลในบริษัทหรือองค์กรได้มชี อ่ งทางในการนาเสนอเร่ืองราว
ต่างๆ ไปยงั กลมุ่ เครือข่ายผ้ใู ช้สอ่ื ออนไลน์ ซ่ึงอาจจะเป็นกล่มุ ลูกค้าทงั้ หลกั และรองหรือ ผ้ทู ีเ่ ก่ียวข้องกบั ธุรกิจ ของบริษัท
หรือองค์การกไ็ ด้ ปัจจบุ นั เวบ็ ไซตท์ ใ่ี ช้หลัก Virtual Worlds ทีป่ ระสบผลสาเร็จและมีชอ่ื เสียง คือ Second life

8. Crowd Sourcing มาจากการรวมของคาสองคาคือ Crowd และ Outsourcing เป็นหลกั การขอ
ความร่วมมอื จากบุคคลในเครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ โดยสามารถจัดทาในรูปของเวบ็ ไซต์ท่ีมีวตั ถุประสงคห์ ลกั เพื่อค้นหา
คาตอบและวิธกี ารแก้ปัญหาตา่ งๆทงั้ ทางธุรกิจ การศึกษา รวมทงั้ การส่ือสาร โดยอาจจะเป็นการดึงความร่วมมือจาก
เครือขา่ ยทางสังคมมาช่วยตรวจสอบข้อมลู เสนอความคิดเหน็ หรือให้ข้อเสนอแนะ กล่มุ คนท่ีเข้ามาให้ข้อมลู อาจจะเป็น
ประชาชนท่วั ไปหรือผ้มู ีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทอี่ ยู่ในภาคธุรกิจหรือแม้แต่ในสงั คมนกั ข่าว ข้อดขี องการใช้หลกั

16

Crowd souring คอื ทาให้เกดิ ความหลากหลายทางความคิดเพื่อนา ไปสกู่ ารแก้ปัญหาท่ีมปี ระสิทธิภาพ
ตลอดจนช่วยตรวจสอบหรือคดั กรองข้อมูลซึ่งเป็นปัญหาสาธารณะร่วมกันได้ เชน่ Idea storm, Mystarbucks
Idea

9. Podcasting หรือ Podcast มาจากการรวมตวั ของสองคา คือ “Pod” กับ “Broadcasting” ซงึ่
“POD” หรือ PersonalOn - Demand คอื อปุ สงคห์ รือความต้องการส่วนบุคคล สว่ น“Broadcasting”
เป็นการนาสอื่ ตา่ งๆ มารวมกันในรูปของภาพและเสียง หรืออาจกล่าวงา่ ยๆ Podcast คือ การบนั ทึกภาพและเสียงแล้ว
นามาไว้ในเวบ็ เพจ (Web Page) เพือ่ เผยแพร่ให้บุคคลภายนอก (The public in general) ทส่ี นใจดาวน์
โหลดเพือ่ นาไปใช้งาน เช่น Dual Geek Podcast, Wiggly Podcast
10. Discuss / Review/ Opinion เป็นเว็บบอร์ดที่ผ้ใู ช้อินเทอร์เน็ตสามารถแสดงความคดิ เห็น โดยอาจจะ
เกี่ยวกับ สินค้าหรือบริการ ประเดน็ สาธารณะทางการเมือง เศรษฐกจิ สงั คม เชน่ Epinions, Moutshut,
Yahoo!Answer, Pantip,Yelp

17

” ลกู ค้าเราอยู่บนโลกออนไลน์ เรากค็ วรจะมีร้านอย่บู นโลกออนไลน์ “

การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) น่าจะเป็นคาท่เี ราคงจะค้นุ เคยกนั บ้างแล้วในยุคทีร่ ัฐบาลกาลงั ผลกั ดนั
ประเทศของเราเข้าสยู่ ุค Thailand 4.0 หากเป็นสมยั กอ่ นการทธ่ี รุ กจิ ขนาดเล็กจะไปต่อกรกบั ธุรกจิ ขนาดใหญ่คงเป็น
เรื่องยาก เพราะมีข้อจากัดในเร่ืองของทรพั ยากรและทุนทรัพย์ ซึ่งต่างจากยุคนีท้ ่ีส่ือสงั คมออนไลน์กาลงั ได้รับความนิยม
จากคนทว่ั โลก ธุรกจิ SMEs จึงมีช่องทางและเคร่ืองมือชว่ ยให้สามารถรบั มอื กับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ โดยหนึง่ ในแนวทาง
สาคญั ทีจ่ ะทาให้ธุรกจิ ขนาดเล็กอยู่รอดได้ก็คือ การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) หรือ การตลาดดิจทิ ลั
(Digital Marketing) ซ่ึงเป็นวิธกี ารทาการตลาดทีใ่ ช้ต้นทุนต่าเม่อื เทยี บกับการทาการตลาดแบบดง่ั เดิม เรา
สามารถเจาะจงและเข้าถึงกล่มุ เปา้ หมายได้โดยตรงอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ท่านทยี่ งั ใหม่กบั เร่ืองของการทา การตลาดดิจทิ ัล
อาจจะกงั วลว่าจะเร่ิมต้นอย่างไรในตลาดออนไลน์ ในบทความนีเ้ รามาดูกันวา่ ธุรกิจต้องทาอะไรบ้างจึงจะสาเร็จแบบปัง ๆ
กับ 5 ขนั้ ตอนเร่ิมต้นการตลาดดจิ ิทัล
1. สร้างเว็บไซตเ์ พือ่ เปิดร้านบนโลกออนไลน์
หลายทา่ นอาจจะคิดวา่ ทาไมเราต้องทาเวบ็ ไซตข์ องร้านด้วย ทงั้ ยุ่งยาก ทงั้ เสียเวลา ทงั้ ต้องใช้เงนิ ลงทุน แล้วยงั ต้องมานง่ั
ดูแลอีก ส้เู อาสนิ ค้าไปขายบน Social Media หรือลงขายใน E-Marketplace ไม่ง่ายกวา่ เหรอ ไม่ต้องลงทุน
อะไรเลยด้วยซา้ ทาไมต้องมาลงทนุ สร้างเวบ็ ไซตร์ ้านค้าเองให้เปลืองตงั ค์ สาหรบั เร่ืองนีม้ ีผ้ปู ระกอบการหลายรายเคยมา
ถามผมว่า ควรทาเวบ็ ไซตข์ องร้านไหม? ผมตอบได้เลยครบั ว่า ควรอย่างยง่ิ ท่จี ะต้องมเี วบ็ ไซต์ โดยเฉพาะอย่างย่ิง หาก
คุณต้องการทาธุรกิจในระยะยาว ยิง่ ควรต้องมีเวบ็ ไซต์ร้านค้าเป็นของตวั เอง

Responsive Website
การขายของบน Social Media หรือลงขายใน E-Marketplace อาจจะเร่ิมต้นได้ง่ายและประหยดั คา่ ใช้จา่ ย แต่
ยงั ไงเสียมนั ก็ไม่ใชข่ องเรา หากวนั ดคี ืนดผี ้ใู ห้บริการเปลี่ยนนโยบายหรือปิดตวั ลงไป กจ็ ะสง่ ผลกระทบกบั ธุรกจิ ของเรา
โดยตรง จากทีเ่ คยมยี อดขายถล่มทลายกอ็ าจจะกลายเป็นขายได้ไมไ่ ด้เลยสกั ชนิ้ การมีเว็บไซตร์ ้านค้าเป็นของตัวเอง

18
ถงึ แม้ว่าจะต้องมีคา่ ใช้จา่ ยอยบู่ ้างในช่วงแรก แตเ่ มอ่ื เทยี บกบั ข้อดีทีเ่ ราจะได้รับ ก็นบั วา่ ค้มุ ค่าท่ีจะลงทุน เราสามารถ
บริหารจดั การร้านค้าของเราได้เอง ปรบั แตง่ SEO เพื่อให้มีผลดตี ่อการค้นหาจาก Search Engine ทงั้ หลาย และยัง
สร้างความน่าเช่ือถอื ให้กบั ลกู ค้าของเราได้เป็นอย่างดี ยิ่งในปัจจบุ นั นมี ้ ขี า่ วเร่ืองการหลอกลวงคดโกงกนั บน Social
Media ผ้บู ริโภคก็จะมีความกงั วลในการซอื ้ ของออนไลน์มากขึน้ หากเรามีเว็บไซตร์ ้านค้าก็จะเป็นการสร้างความ
นา่ เชอ่ื ถอื ให้กบั ผ้บู ริโภคได้มากย่ิงขนึ ้
นอกจากนี ้การมเี ว็บร้านค้าเป็นของตวั เองเรายงั สามารถเก็บสถิติตา่ ง ๆ เอาไว้เพ่ือนามาใช้ปรับปรุงร้านให้ดียิ่งขึน้ ซ่งึ สถิติ
ท่เี ราสามารถนาไปใช้ในการวเิ คราะห์นนั้ มีหลายอย่างไมว่ ่าจะเป็นจานวนคนเข้าถึงเว็บไซตข์ องเรา ช่วงเวลาในการใช้งาน
คาค้นหา (Keyword) ทผี่ ้ใู ช้ค้นหาแล้วเจอเว็บของเรา ช่องทางการเข้าถึง อุปกรณ์ในการเข้าถงึ พฤติกรรมการใช้งาน
ของผ้ใู ช้ ฯลฯ ทงั้ หมดนีล้ ้วนแล้วแตม่ ีประโยชน์ตอ่ ธรุ กจิ เราทงั้ นนั้
2. เชือ่ มโยงร้านค้าออนไลน์ของเราเข้ากบั Social Media

Image Source: Technology Trust
เมอ่ื เรามีสินค้าและบริการกย็ ่อมต้องการให้มคี นมาซอื ้ กล่มุ ผ้บู ริโภคหรือลกู ค้าจงึ เป็นส่ิงสาคญั หากเป็นสมยั ก่อนการจะ
เข้าถึงกล่มุ ลูกค้าในวงกว้างทีค่ รอบคลมุ ทงั้ ประเทศหรือทวั่ โลกคงเป็นเรื่องทท่ี าได้ยากและต้องใช้ทุนมหาศาล ซึ่งต่างจาก
ยุคปัจจุบนั นที ้ เี่ ทคโนโลยอี นิ เทอร์เน็ตช่วยเช่ือมโยงคนทงั้ โลกเข้าด้วยกันการเข้าถึงลกู ค้าก็สามารถทาได้ง่ายย่ิงขึน้
ส่ือสงั คมออนไลน์ (Social Media) ไมว่ า่ จะเป็น Facebook Google+ Twitter Instagram LINE
Youtube ถอื เป็นเคร่ืองมือสาคัญในการเช่ือมโยงเราเข้ากบั กล่มุ ลกู ค้า เป็นชอ่ งทางที่จะนาร้านของเราเข้าถึงเครือข่าย
ผ้บู ริโภคขนาดใหญ่ ธรุ กิจสามารถสร้าง การรบั รู้ (Awareness) ในตราสนิ ค้า (Brand) หรือบริการ สร้าง ความ
ผกู พนั ธ์กับลกู ค้า (Consumer Engagement) สร้าง ความเชอ่ื ถือ (Credibility) และสร้าง ความภกั ดี
(Royalty) ทีเ่ ป็นสดุ ยอดปรารถนาของผ้ปู ระกอบการทกุ ๆ คน
Social Media ทาให้เราใกล้ชดิ กับลกู ค้าได้มากย่ิงขนึ ้ เราสามารถตรวจสอบและรับรู้พฤติกรรมของลูกค้าผา่ น
เคร่ืองมอื ต่าง ๆ ท่ี Social Media ได้เตรียมเอาไว้ให้ผ่านเครื่องมือตรวจสอบการมีส่วนร่วมของผ้ใู ช้งานเครือข่าย

19

สงั คมออนไลน์ ไม่วา่ จะเป็น การกดไลค์ (Like) การแสดงความคิดเห็น (Comment) การกดแชร์ (Share) ดงั นนั้
เมอ่ื เรามีร้านค้าออนไลนแ์ ล้วก็เช่อื มโยงมนั เข้ากับ Social Media ซะ

แล้วเราต้องเช่อื มโยงเข้ากบั Social Media ตัวไหนบ้าง? บอกได้เลยว่า ต้องเชอื่ มโยงเข้ากับทุกอนั เลยครบั เพราะเรา
ไมร่ ู้หรอกวา่ ลกู ค้าเราเขาจะใช้ตัวไหน ดงั นนั้ เราเชอ่ื มโยงมนั ทงั้ หมด ไมว่ ่าจะ
เป็น Facebook Twitter Google+ YouTube แตเ่ ม่ือเชอ่ื มโยงแล้วเราต้องดแู ลช่องทางต่าง ๆ ที่เราเปิด
เอาไว้ด้วยนะครบั ต้องมกี ิจกรรมในทุกช่องทางทีเ่ ราสร้างเอาไว้ในลูกค้าได้ติดตาม

ส่ิงทเ่ี ราจะต้องทาเพือ่ ทาการเชอื่ มโยงกับส่อื สังคมออนไลนก์ ็คอื เราต้องทาให้เวบ็ ของเราง่ายต่อการถกู แชร์ไปยงั Social
Media ต่าง ๆ ผ้อู า่ นแคก่ ดป่มุ เพียงครัง้ เดยี วก็สามารถแชร์ข้อมูลจากเวบ็ เราไปสู่ Social Media ท่ีเราใช้อยไู่ ด้ทนั ที

3. สร้างกิจกรรมและเร่ืองราวให้ลกู ค้าตดิ ตาม

หลายคนอาจคิดวา่ เม่อื สร้างเวบ็ ไซต์ของร้านค้าและทาการเช่อื มโยงเข้ากบั สือ่ สงั คมออนไลน์แล้วก็น่าจะทาให้มียอดขาย
เพ่ิมขึน้ น่าจะทาให้คนแวะเวียนเข้ามาเยยี่ มชมร้านค้าเรา นา่ จะทาให้ธรุ กิจเราประสบความสาเร็จ แตใ่ นความเป็นจริงแล้ว
การทาเพียงแค่นอี ้ าจจะไม่เพยี งพอทจี่ ะทาให้เราประสบความสาเร็จ การมีเวบ็ ไซตแ์ ล้วทาการเช่อื มโยงเข้ากับสื่อสงั คม
ออนไลน์กเ็ หมอื นกับเราสร้างร้านแล้วเปิดประตูต้อนรบั ลกู ค้า หากลกู ค้าก้าวเท้าเข้ามาในร้านของเราจะทาอย่างไรให้
ลกู ค้าอยู่ในร้านนาน ๆ จะทาอย่างไรให้ลกู ค้าพ่ึงพอใจหรือชน่ื ชอบจนอยากกลบั มาร้านเราใหม่

นนั้ ก็ขึน้ อยู่กับสงิ่ ทม่ี ีอยู่ในร้านของเราว่าเป็นที่ดึงดูดใจได้มากน้อยแค่ไหน หากลกู ค้าเข้ามาแล้วเจอแต่สิ่งเดิม ๆ ไม่มีการ
เปลีย่ นแปลงเข้ามาก่ีครัง้ กเ็ จอแต่เนือ้ หาเดิม ๆ ซา้ ๆ ลกู ค้าก็ไมอ่ ยากจะเข้ามาอีก จากการสอบถามผ้ใู ช้งาน
Facebook ท่เี ป็นเครือข่ายสงั คมออนไลน์อนั ดบั หน่งึ ของโลกท่ีมสี มาชกิ ใช้งานทว่ั โลกกว่า 2 พนั ล้านคนว่าทาไมพวก
เราถงึ ชอบใช้งานเฟสบุ๊ค คาตอบท่แี ทบจะเป็นเสียงเดยี วกันนนั้ กเ็ ป็นเพราะว่าเฟสบุ๊คมีการเปลี่ยนเนือ้ หาตลอดเวลา มี
เนือ้ หาต่าง ๆ เกดิ ขนึ ้ มากมายจากผ้ใู ช้ทวั่ ทงั้ โลก ดงั นนั้ สิ่งท่ีร้านจะต้องทาก็คือการจดั เตรียมเนอื ้ หาและข้อมลู ท่ีเป็น
ประโยชน์ มีข้อมลู ตามที่ผ้ชู มต้องการ มกี ารปรบั ปรุงข้อมลู อยู่อยา่ งสม่าเสมอ มีรูปแบบการนาเสนอข้อมลู ทน่ี ่าสนใจ โดย
เนือ้ หาทีน่ าเสนอบนเวบ็ ไซตร์ ้านค้าออนไลน์ ควรจะมที งั้ ข้อความ (Text) รูปภาพ (Picture) วดิ โี อ (Video) เสยี ง
(Sound) หรือทีเ่ ราเรียกกนั วา่ มลั ติมเิ ดยี (Multimedia) นนั้ เอง

20

4. โปรโมทลงโฆษณาผ่านชอ่ งทางตา่ ง ๆ

Image Source: Autopilot Report

การโปรโมทถือเป็นชอ่ งทางหนึ่งท่ีจะทาให้กล่มุ เป้าหมายพบและรู้จกั เรามากขนึ ้ รวดเร็วขึน้ ถงึ แม้การลงโฆษณาออนไลน์
อาจจะมีค่าใช้จ่ายแต่หากเท่ยี บกับสือเดิมอยา่ งโทรทศั น์ วิทยุ และหนงั สอื พิมพ์ แล้วจะเห็นได้ว่า การลงโฆษณาบนสื่อ
ออนไลน์นนั้ มปี ระสิทธภิ าพ เข้าถึงกล่มุ เป้าหมายได้โดยตรง สามารถวดั ผลได้อย่างชดั เจน และสามารถกาหนด
งบประมาณการลงโฆษณาได้ตามความเหมาะสม จึงไมใ่ ช่เรื่องแปลกใจนักทจี่ ากผลการสารวจการลงทนุ การโฆษณาใน
ภาพข้างบนเราจะพบว่าอนั ดบั ต้น ๆ ท่ีนกั ลงทนุ เลือกจะเป็นช่องทางออนไลน์

การลงโฆษณาออนไลนอ์ าจจะมอี ยู่มากมาย แตท่ ไ่ี ด้รับความนิยมเป็นอย่างมากกจ็ ะเป็น Google Adword ท่ีเป็น
รูปแบบการลงโฆษณาผ่านเครือขา่ ยการค้นหาของ Google ทเ่ี ป็นเว็บ Search Engine อนั ดบั หนงึ่ ของโลก และ
อกี หนึง่ ชอ่ งทางที่ได้รบั ความนยิ มก็คือ Facebook Ads ที่เป็นระบบโฆษณษบน Facebook เวบ็ ไซตเ์ ครือขา่ ย
สงั คมออนไลน์อนั ดบั หนงึ่ ของโลกเชน่ กัน โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ หากเราทาการตลาดบน Facebook คงจะหนไี ม่พ้นการลง
โฆษณา เนอื่ งจาก Facebook ได้เปล่ียนอลั กอริทีมเกีย่ วกบั การแสดงผลทม่ี ีผลกระทบต่อการเห็นของสมาชิกแฟนเพจ
หรือเพื่อน ๆ ของเรา ซึง่ ต่อให้เรามีสมาชิกแฟนเพจอยูม่ ากมายหลายพนั หลายหมืน่ คน การโพสตใ์ นแต่ละครงั้ ของเรากม็ ี
โอกาสที่จะพบเห็นจากเพอ่ื นและแฟนเพจไม่เกิน 10% เท่านนั้ ดงั นนั้ การลงโฆษณาด้วย Facebook Ads จึงเป็น
ส่ิงจาเป็นหากเราต้องการเพมิ่ โอกาสในการแสดงผลให้มากขนึ ้ ซงึ่ การลงโฆษณาผา่ น Facebook Ads นนั้ เรา
สามารถกาหนดเงินโฆษณาให้เหมาะสมตามงบประมาณทเ่ี รามี สามารถลงโฆษณาเร่ิมต้นด้วยเงนิ เพียง 30 บาท
สามารถเจาะจงกล่มุ คนทีต่ ้องการให้เหน็ โฆษณาให้ตรงตามกลมุ่ เปา้ หมายท่ีเราต้องการ สามารถเจาะลงประชากรทีอ่ าศยั

21

อยูต่ ามท่ีตา่ ง ๆ ได้ นอกจากนี ้Facebook ยงั เก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งาน ความสนใจ ของผู้ใช้เอาไว้ให้เรามาใช้
กาหนดขอบเขตให้ตรงกล่มุ เป้าหมายยิ่งขึน้ ซง่ึ จะชว่ ยให้เราได้ลกู ค้าทต่ี ้องตามความต้องการมากย่งิ ขึน้

5. วิเคราะห์และปรับปรุง

ขนั้ ตอนสดุ ท้ายคอื การวเิ คราะห์ผลการดาเนนิ การตงั้ แต่ขนั้ ตอนแรกจนถึงขนั้ ตอนสดุ ท้ายเพื่อนาไปสกู่ ารปรับปรุงเพอ่ื ให้
ธุรกิจของเรามีประสิทธภิ าพดียิ่ง ๆ ขนึ ้ เชน่ หากสถติ ขิ องการใช้อุปกรณ์ในการเข้าถงึ เวบ็ ไซตข์ องเราส่วนมากจะใช้สมาร์ท
โฟน (Smart Phone) เรากค็ วรจะออกแบบเนือ้ หาและสอ่ื บนเวบ็ ไซต์ให้สามารถแสดงผลได้ดบี นมอื ถอื ให้ผ้ใู ช้อา่ น
งา่ ยดไู ด้สะดวก หรือ หากเราพบวา่ ลกู ค้าส่วนใหญม่ กั จะเข้าถึงร้านเราผา่ น Facebook ในช่วงเวลา 17:00 –
21:00 เราก็สามารถนาข้อมลู ตรงนีม้ าใช้ในการวางแผนการลงโฆษณาให้สอดคล้องกบั พฤตกิ รรมการใช้งานของ
กลมุ่ เปา้ หมายกจ็ ะชว่ ยให้ธรุ กิจของเราประสบความสาเร็จมากยงิ่ ขนึ ้

5 ขนั้ ตอนสาคญั เพือ่ เร่ิมต้นการตลาดดิจทิ ลั หวงั ว่าคงจะมีประโยชนต์ ่อธรุ กิจ SMEs และผ้สู นใจทุก ๆ ทา่ นนะครบั สิ่งท่ี
จะฝากเอาไว้กอ่ นจากกันในบทความนคี ้ ือ ต่อให้คณุ มวี ิธกี ารท่ีสดุ แสนจะวเิ ศษ หากคุณไม่ลงมือทา วธิ ีการนนั้ มนั ก็คงไม่
ตา่ งจากวธิ กี ารธรรมดาทวั่ ไป

22

5. การประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ในอาชีพของการเป็นพลเมืองยคุ ดจิ ิทลั

22

พลเมอื งดิจิทลั หรือ Digital Citizens เป็นกระแสที่แพร่หลายไปทวั่ โลกนบั ตงั้ แตอ่ นิ เตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ได้เข้ามามบี ทบาทในการดาเนนิ กจิ กรรมด้าน
ตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวนั ประเทศไทยให้ความสาคญั กับเรื่องดงั กล่าวอย่างจริงจงั หลังจากท่ีรัฐบาลผลักดนั นโยบาย
เศรษฐกิจดิจทิ ัล (Digital Economy) เพื่อเสริมสร้างความ
เข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจและเตรียมความพร้อมเข้าส่ปู ระชาคมอาเซียนในอนาคตอนั ใกล้นีใ้ นยคุ ปัจจุบนั เทคโนโลยี
สารสนเทศมีความเกี่ยวข้องกบั การใช้ชีวิตประจาวนั
อย่างหลีกเลยี่ งไม่ได้จึงมคี วามจาเป็นอย่างยิง่ ท่ีทุกคนควร เสริมสร้างศกั ยภาพการใช้เทคโนโลยีดงั กลา่ วอยา่ งชาญฉลาด
และก้าวเข้าส่คู วามเป็นพลเมอื งในยุคดิจิตอลได้อยา่ ง
ภาคภมู ิ

ความหมายและคณุ ลกั ษณะเบือ้ งต้นของพลเมืองดจิ ทิ ลั

23

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสมา่ เสมอและมปี ระสทิ ธิภาพเป็นคณุ ลักษณะเบือ้ งต้นของการเป็นพลเมืองในยคุ ดิจทิ ลั
นอกจากนีบ้ ุคคลผ้นู นั้ จะต้องมที ักษะและความรู้
ทห่ี ลากหลายในการใช้อินเทอร์เนต็ ผ่านอปุ กรณ์และชอ่ งทางการสื่อสารประเภทตา่ งๆ เชน่ โซเชยี ลเนตเวิร์ก (Facebook,
Twitter, Instagram, Line) และอุปกรณ์อเิ ลก็ -
ทรอนกิ สร์ ูปแบบใหม่ (แท็บเล็ต และมอื ถอื สมาร์ทโฟน) เป็นต้น อย่างไรก็ตามมีผู้ตงั้ ข้อสังเกตว่าทกั ษะการใช้อินเทอร์เนต
และเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื ประโยชนใ์ นการดารง
ชีวิตประจาวนั ไม่เพยี งพอต่อคณุ ลกั ษณะของการเป็นพลเมอื งดิจติ อลทส่ี มบรู ณ์ หากแต่บคุ คลผ้นู นั้ จะต้องใช้เทคโนโลยี
ดงั กลา่ ว ในทางที่จะกอ่ ให้เกิดประโยชน์ตอ่ บุคคลอื่นและ
สงั คม เช่น การเคารพสทิ ธแิ ละหน้าที่ของผ้อู ืน่ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเพือ่ สื่อสารกบั ภาครฐั และภาคเอกชนเพอ่ื

23

ก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงในทางที่ดีและถูกต้อง

คณุ ลกั ษณะทด่ี ีของพลเมอื งดจิ ทิ ลั

พลเมืองดิจิตอลทม่ี ีคุณลกั ษณะที่ดี (Good Digital Citizens) มอี งคป์ ระกอบหลายประการ สรุปได้โดยย่อ ดงั นี ้

24

1. การตระหนกั ถงึ ความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศของผ้อู ่ืน
ผ้ใู ช้เทคโนโลยีสารสนเทศทุกคนควรตระหนกั วา่ บคุ คลมีโอกาสในการเข้าถึงและมีศกั ยภาพใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ท่แี ตกตา่ งกนั พลเมอื งดิจิตอลทดี่ ีจึงไม่ควรเลือก
ปฏบิ ตั ิและดหู มิน่ บุคคลผ้ขู าดทกั ษะการใช้เทคโนโลยีฯ หากแต่จะต้องชว่ ยกนั แสวงหามาตรการต่างๆเพื่อเสริมสร้างความ
เสมอภาคในการเข้าถงึ เทคโนโลยีฯ อนั จะทาให้สงั คม
และประเทศนนั้ ๆ ก้าวเข้าส่ยู ุคดิจิตอลได้อย่างภาคภมู ิ

2. การเป็นผ้ปู ระกอบการและผ้บู ริโภคท่ีมีจริยธรรม
เป็นท่ที ราบกันโดยทวั่ ไปว่าเทคโนโลยีสารสนเทศได้เปลี่ยนแปลงระบบตลาดแบบดงั้ เดิม (Traditional

Marketplace) ไปสตู่ ลาดในระบบอิเลคทรอนิกส์ (Electronic-
Marketplace) และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายดงั จะเหน็ ได้จากความหลายหลายของประเภทสนิ ค้าที่สามารถซอื ้ หา
ได้ในระบบออนไลน์ ตลอดจนบริการประเภทตา่ งๆ ทผ่ี ู้
บริโภคสามารถทาธุรกรรมได้อย่างสะดวก พลเมืองยคุ ดิจิตอลจะต้องมคี วามซื่อสตั ย์และมศี ีลธรรมในการทานติ ิกรรมและ
ธุรกรรมทุกประเภทบนโลกออนไลน์ เช่น ไม่ซอื ้ ขายและ
ทาธุรกรรมทผี่ ดิ กฎหมาย เชน่ การดาวนโ์ หลดสิ่งทีข่ ดั ต่อกฎหมาย ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อหลอกลวง
ผ้อู ่นื ให้ซอื ้ สนิ ค้าและบริการที่ไม่มีคุณภาพ เป็นต้น

3. การเป็นผ้สู ่งสารและรบั สารที่มมี รรยาท
รูปแบบการสอื่ สารได้มกี ารพฒั นาและเปลีย่ นแปลงไปอย่างมากในช่วงศตวรรษท่ี 21 ดังจะเห็นได้จากรูปแบบการ

สอ่ื สารผ่านอินเตอร์เน็ตท่สี ะดวก รวดเร็วและมีความ
เชอื่ มโยงทว่ั โลก เช่น อีเมลล์และโซเชียลมเี ดียหลากหลายประเภท ปัจจบุ นั มีผ้ใู ช้ข้อได้เปรียบของช่องทางการสอื่ สาร
ดงั กล่าวอย่างไม่เหมาะสม เชน่ การสง่ สารท่ี มีเจตนา
หมิน่ ประมาทผ้อู ่ืนและการส่งสารท่ีมเี จตนาให้สงั คมเกิดความแตกแยก ทงั้ ทกี่ ระทาไปโดยเจตนาหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ดงั นนั้ พลเมอื งดิจิตอลที่ดจี ะต้องมมี รรยาทและความรบั
ผิดชอบต่อการกระทาของตนในโลกออนไลน์ หรือ ทเี่ รารู้จกั กันดีในนามของ (Digital Etiquette) ที่จะเป็นเครื่องมอื ใน
การยา้ เตือนสตติ ลอดจนการกระทาทเ่ี หมาะสมในการ
สอื่ สารทุกประเภทในยุคดจิ ติ อล

4. การเคารพตอ่ กฎหมายและกฎระเบยี บ
ปัจจุบนั การทาธุรกรรมและนิติกรรมทางอเิ ลคทรอนิกสอ์ ยู่ภายใต้บงั คบั ของกฎหมายและกฎระเบียบวา่ ด้วยการทา

ธุรกรรมทางอิเลคทรอนกิ ส์ซ่ึงมวี ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ในการ
ป้องกันและปราบปรามการละเมิด ในรูปแบบต่างๆ ทมี่ ีลกั ษณะเป็นอาชญกรรมทางอีเลคทรอนกิ ส์ เชน่ การลกั ขโมยและ
การจารกรรมข้อมูลประเภทตา่ งๆ เชน่ ข้อมลู ทางธุรกจิ

25

และข้อมลู สว่ นบุคคล ตลอดจนมาตรการค้มุ ครองเกย่ี วกบั ทรพั ย์สินทางปัญญาในรูปแบบตา่ งๆ ดงั นนั้ พลเมอื งยุคตจิ ิตอล
ท่ีดจี ะต้องตระหนกั และรับทราบถึงกฎหมายและ
กฎระเบียบดงั กล่าว ตลอดจนมคี วามยบั ยงั้ ช่างใจต่อการกระทาของตนที่อาจเป็นการละเมดิ สิทธิของบคุ คลอื่น

5. การใช้เทคโนโลยีให้มคี วามเหมาะสมและไม่สง่ ผลเสยี ต่อสขุ ภาพ
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ขาดความเหมาะสมอาจส่งผลเสียต่อสขุ ภาพโดยรวม เช่น ความเครียดตอ่ สขุ ภาพกาย

และสขุ ภาพจิตตลอดจนการกอ่ ให้เกดิ การสญู เสีย
สมั พนั ธ์ภาพในสงั คมได้ พลเมืองยคุ ดจิ ิตอลจะต้องควบคุมการใช้อุปกรณ์อเิ ลคทรอนิกสใ์ ห้มคี วามเหมาะสมเพอื่ ปอ้ งกนั มิ
ให้เกดิ อาการเสพตดิ ต่อ สงิ่ ดงั กล่าวจนเกิดผลเสียต่อ
สขุ ภาพโดยรวมได้ นอกจากนี ้การลดปริมาณการสอ่ื สารแบบออนไลนม์ าเป็นรูปแบบการส่อื สารแบบดงั้ เดิมในบางโอกาส
จะก่อให้เกดิ ผลดตี ่อสมั พนั ธภาพของบคุ คลใกล้ชดิ อีกด้วย

6. เรียนรู้วิธีการเสริมสร้างความปลอดภยั ในการใช้เทคโนโลยี
พลเมอื งดิจิตอลนอกจากจะต้องเป็นผ้ทู ่ีมีทกั ษะในการใช้เทคโนโลยีอยา่ งมปี ระสิทธิภาพแล้วจะต้องใฝ่ รู้และให้

ความสาคัญกับมาตรการเพื่อความปลอดภยั และการคุ้ม
ครองข้อมูลส่วนบคุ คลด้วย (Digital Security) เน่ืองจากในยุคดิจิตอลนนั้ ผ้มู ีเจตนากระทาผิดและหลอกลวงสามารถใช้
เทคโนโลยีท่ีมคี วามทนั สมยั เพอ่ื หลอกลวงผ้อู ่ืนได้ง่าย
กวา่ กระบวนการสอื่ สารแบบดงั้ เดมิ วิธกี ารเสริมสร้างความปลอดภยั ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ท่ีสามารถกระทาได้
โดยงา่ ยมหี ลากหลายวิธี เชน่ การติดตงั้ ระบบปอ้ งกัน
การจารกรรมและการทาลายข้อมลู ให้กับอปุ กรณ์การสื่อสารทกุ ประเภท ตลอดจนรู้เท่าทนั ต่อรูปแบบและกลอบุ ายของ
อาชญากรอิเลคทรอนิกส์ที่มกั มีการพฒั นารูปแบบของการ
กระทาผดิ อยเู่ สมอ

อินเทอร์เน็ตปฏวิ ตั ิโลกแหง่ การสือ่ สารอย่างทไ่ี ม่เคยเป็นมากอ่ น มนั นาพาความสามารถทางเทคโนโลยอี นั นา่ ต่ืนตาตืน่ ใจ
ใหม่ๆ แบบที่สื่อกอ่ นหน้าอยา่ งโทรเลข โทรศพั ท์ วทิ ยุ โทรทัศน์ ไม่สามารถทาได้ ตวั อย่างเช่น การสอ่ื สารกบั คนท่อี ยู่อีกซีก
โลกเพยี งนิว้ สัมผัสด้วยราคาท่ีถูกมาก การใช้แพลตฟอร์มอยา่ งอนิ สตาแกรม (Instagram) เปิดร้านขายของออนไลน์
โดยแทบไม่มตี ้นทุนใดๆ การทางานร่วมกับผ้อู ่นื เพ่อื สร้างสารานกุ รมทีใ่ หญ่ท่ีสดุ ในโลกอยา่ งวิกิพเี ดีย (Wikipedia)
การสร้างสรรคเ์ นือ้ หาและเผยแพร่ให้คนทวั่ โลกเหน็ ผ่านยูทูบ (YouTube) จนคณุ อาจกลายเป็นคนโดง่ ดงั เหมอื นจัสตนิ
บีเบอร์ หรือกระทง่ั การใช้เฟสบุ๊ค (Facebook) ของประชาชนชาวอียปิ ตเ์ พอ่ื โคน่ ล้มระบอบเผดจ็ การ

26

คนไทยเองก็เข้าถึงและใช้อินเทอร์เนต็ เป็นส่วนหน่ึงของชีวติ ประจาวนั มากขนึ ้ เรื่อยๆ สถิติปี 2560 แสดงให้เหน็ วา่ คนไทย
เข้าถึงอินเทอร์เนต็ ได้ถงึ 57 ล้านคนจากประชากรทงั้ หมดราว 68 ล้านคน หรือร้อยละ 83.52 และใช้เวลากบั
อินเทอร์เน็ตโดยเฉล่ียตอ่ วนั ที่ 6 ชว่ั โมง 24 นาที หรือคดิ เป็น 1 ใน 4 ของเวลาแต่ละวนั เลยทเี ดียว3 นอกจากนนั้ กจิ กรรม
ตา่ งๆ ทเ่ี ราทาล้วนเกี่ยวพนั กบั อินเทอร์เน็ต ไมว่ ่าจะเป็นการแบ่งปันห้วงเวลาดๆี กับเพือ่ นในโซเชียลมีเดีย การติดตาม
ขา่ วสารบ้านเมือง การค้นหาข้อมลู สขุ ภาพ การดูทีวีและฟังเพลงออนไลน์ การซอื ้ สนิ ค้าออนไลน์ รวมถงึ การมสี ่วนร่วม
ทางการเมืองในฐานะพลเมือง
โลกยุคดจิ ทิ ลั สร้างโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ให้กับพลเมอื งในศตวรรษท่ี 21 ไม่ว่าจะเป็นโอกาสด้านเศรษฐกิจ
การเมือง และการเรียนรู้ ทวา่ แม้เราอาจจะใช้อินเทอร์เน็ตราวกับมนั เป็นสว่ นหนงึ่ ของชีวิตไปแล้ว แตด่ เู หมอื นคนจานวน
มากยงั ขาดทกั ษะและความรู้ทจ่ี าเป็นต่อการใช้ประโยชนจ์ ากโอกาสดงั กล่าว ยงั ไม่รู้วธิ ีลดผลกระทบจากความเสี่ยงในโลก
ออนไลน์ รวมถึงขาดความเข้าใจเรื่องสิทธแิ ละความรบั ผิดชอบในโลกยุคดิจทิ ลั
ความเป็นพลเมืองดิจทิ ัล (digital citizenship) คอื แนวคิดและแนวปฏบิ ตั ิทส่ี าคญั ซึง่ จะช่วยให้พลเมอื งเรียนรู้วา่ จะ
ใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยดี ิจิทลั และปกปอ้ งตนเองจากความเสยี่ งตา่ งๆ อย่างไร รวมทงั้ รู้จกั เคารพสิทธขิ องตนเองและมี
ความรบั ผิดชอบต่อสงั คมในโลกสมยั ใหม่ ไปจนถึงเข้าใจผลกระทบของเทคโนโลยีดิจิทลั ทม่ี ีต่อสงั คม และใช้มนั เพอ่ื สร้าง
การเปลยี่ นแปลงทางสงั คมในเชงิ บวก
แตก่ อ่ นจะไปถึงจดุ นนั้ เราลองมารู้จกั กบั อนิ เทอร์เนต็ กันก่อน

อินเทอร์เน็ต: เทคโนโลยีแหง่ ศตวรรษท่ี 21

27
อนิ เทอร์เนต็ ทีบ่ างคนบอกวา่ เป็นเทคโนโลยีปฏิวัตโิ ลกคืออะไรกันแน่? ถ้าพูดกันอยา่ งเป็นทางการ อนิ เทอร์เน็ต
(internet) ซึ่งเป็นคาผสมระหวา่ ง interconnected (ทีเ่ ช่อื มตอ่ ) กับ network (เครือข่าย) คอื ระบบ
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทเี่ ชือ่ มตอ่ กนั ทว่ั โลกจนเกิดเป็น “เครือขา่ ยของเครือข่าย” (network of networks) ซึ่งทา
ให้ผ้ใู ช้อินเทอร์เน็ตไม่วา่ จะใช้งานผา่ นคอมพิวเตอร์เครื่องใดในโลกกส็ ามารถเข้าถึงข้อมลู จากเคร่ืองคอมพิวเตอร์อ่นื ๆ
รวมถึงสามารถส่ือสารกับผ้ใู ช้คอมพิวเตอร์เครื่องอนื่ ๆ ได้โดยอาศยั ภาษาคอมพิวเตอร์ทเ่ี ป็นมาตรฐานกลางร่วมกนั
ทว่าถ้าพดู กนั ในระดบั การใช้งาน อินเทอร์เนต็ ก็คอื สอ่ื ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ ไม่วา่ จะเป็น
เว็บไซต์ อีเมล โซเชียลมเี ดยี บล็อก วิดีโอสตรีมมง่ิ ระบบการสง่ ข้อความทนั ที (instant messaging) บริการ
โทรศพั ท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Voice over Internet Protocol หรือ VOIP) กระดานขา่ วออนไลน์ และอ่นื ๆ อกี
มากมาย ซึ่งไมเ่ พยี งแต่สร้างชอ่ งทางการส่อื สารและการเข้าถึงข้อมลู ในราคาทถี่ กู มาก แต่ยงั เป็นเครื่องมือในการ
ปฏิสมั พนั ธ์ การมีส่วนร่วม และการสร้างความร่วมมอื ระหว่างกันในระดบั โลกอีกด้วย

อนิ เทอร์เน็ตกบั การปฏวิ ตั ทิ างเทคโนโลยี

เราอาจมองอนิ เทอร์เนต็ กบั การเปลี่ยนแปลงได้ใน 2 มติ ิ ได้แก่ 1) อินเทอร์เนต็ ในฐานะการปฏวิ ัตดิ ้าน “เทคโนโลย”ี การ
ส่อื สาร นน่ั คอื ความสามารถเฉพาะตวั ในทางเทคโนโลยขี องอนิ เทอร์เนต็ นนั้ ถอื เป็นการเปลี่ยนแปลงครัง้ ใหญ่ และ 2)
อินเทอร์เนต็ ในฐานะการปฏวิ ตั ิท่ีนาไปสู่ “ผลลพั ธ์ทางสงั คม” ใหม่ๆ ทงั้ ในมิติเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื ง ไปจนถึงระดบั
ชวี ติ ประจาวนั ของผ้คู น

28

เราอาจสรุปคุณสมบตั ิด้านการส่ือสารของอนิ เทอร์เน็ตท่แี ตกตา่ งจากเทคโนโลยกี ารสอื่ สารก่อนหน้า ไม่วา่ จะเป็นสอื่
สงิ่ พิมพ์ โทรเลข ภาพยนตร์ โทรศพั ท์ วิทยุ โทรทศั น์ ได้ดงั นี ้

• อินเทอร์เน็ตทาให้ทรัพยากรสือ่ สารนนั้ มีราคาถูกลงและไม่ได้เป็นทรพั ยากรท่ีจากดั แต่ในมอื ผ้มู ีอานาจเพียงไม่ก่ี
คนอกี ต่อไป ยกตวั อย่างเช่น ในสมยั กอ่ นหากต้องการเป็นเจ้าของสถานีโทรทศั น์สกั แห่ง เราต้องมีทุนจานวน
มหาศาล รวมถึงอาจต้องมเี ส้นสายทางการเมอื ง เราถึงจะได้สิทธใิ นการใช้คลืน่ ความถ่ที ม่ี ีอยจู่ ากดั แต่ทกุ วนั นี ้
แค่เข้าถึงอนิ เทอร์เนต็ เราก็สามารถสร้างช่องของตนเองผ่านทางยูทบู ได้ คณุ สมบตั นิ ีท้ าให้บางครงั้ อนิ เทอร์เนต็
ถูกเรียกว่า เทคโนโลยที ่ีสร้างประชาธปิ ไตยในการส่ือสาร เพราะแทบทุกคนสามารถเข้าถึงทรพั ยากรส่อื สารได้

• อินเทอร์เน็ตทาให้การสื่อสารไร้พรมแดนและก้าวข้ามข้อจากัดเชงิ พืน้ ที่ ส่งผลให้เกิดการไหลเวยี นของ
สารสนเทศไปทัว่ โลก เกดิ การเรียนรู้ข้อมูลและแนวคิดท่หี ลากหลาย รวมถึงชว่ ยสร้างความร่วมมือในระดบั โลก

• เทคโนโลยีเว็บ 2.0 ทาให้อินเทอร์เนต็ เป็นสอ่ื ทเี่ ปิดให้ผู้ใช้ปฏสิ มั พันธ์กบั เครือขา่ ยข้อมลู บคุ คล สถาบนั ต่างๆ ได้
ในระดบั ท่ไี ม่เคยเกิดขนึ ้ มาก่อน

• อนิ เทอร์เนต็ เปิดโอกาสให้ผ้ใู ช้กลายเป็นผ้สู ร้างสรรค์เนือ้ หาได้ด้วยตนเอง แทนทจ่ี ะเป็นผ้รู ับข้อมูลด้านเดยี ว
เหมือนส่อื โทรทศั นห์ รือวิทยุ (ส่ือมวลชนแบบเดิมมีรูปแบบการสือ่ สารแบบ one-to-many หรือการสง่ ข้อมลู
จากจดุ หน่ึงไปยงั มวลชน) อกี ทงั้ ยงั สามารถเผยแพร่เนือ้ หาดังกล่าวไปยงั กลมุ่ คนในวงกว้างได้ (เรียกคุณสมบตั นิ ี ้
วา่ mass self-communication หรือการส่อื สารโดยคนธรรมดาไปยังมวลชน) ความสามารถ
ทางเทคโนโลยเี ช่นนีส้ นบั สนุนวฒั นธรรมการมีส่วนร่วมให้งอกงามยิ่งขนึ ้

• การเข้าถึงอนิ เทอร์เน็ตผา่ นอปุ กรณ์เคลือ่ นทอี่ ย่างสมาร์ตโฟนทาให้เราสามารถเช่อื มต่อได้ทกุ ท่ี ทุกเวลา ทกุ
อุปกรณ์ สง่ ผลให้อินเทอร์เนต็ แทรกซมึ เข้าไปในทกุ กิจกรรมของชีวิตเรา

• อนิ เทอร์เน็ตเปิดให้ผู้ใช้สามารถปรับการส่อื สารให้สอดคล้องกับความต้องการส่วน
บคุ คล (personalization) บางครัง้ โดยการเลือกของผ้ใู ช้เอง และบางครงั้ ก็ผ่านการคดั กรองโดย
อลั กอริธึม เช่น อินเทอร์เน็ตจะเลอื กให้เราว่าเราชอบอ่านหนงั สือหรือฟังเพลงแบบไหนโดยคาดเดาจากพฤติกรรม
ในโลกออนไลน์ของเรา

• อนิ เทอร์เน็ตเป็นส่อื ผสมท่หี ลอมรวมทงั้ ภาพ ตวั หนงั สอื เสียง ภาพเคล่ือนไหว เข้าด้วยกัน รวมถึงสร้างการ
หลอมรวมระหว่างส่ือเก่ากบั ส่อื ใหม่ ทาให้การแพร่กระจายข้ามส่อื เป็นไปได้ง่ายขนึ ้

อินเทอร์เนต็ กบั การปฏวิ ตั ิสงั คม

อินเทอร์เนต็ สง่ ผลกระทบทางสงั คมในหลายแง่มุม บางคนจินตนาการว่าอินเทอร์เน็ตจะนาพาการเปลี่ยนแปลงเชิงอดุ มคติ
ตวั อย่างเช่น ประชาชนเข้าถึงการศึกษาได้มากขนึ ้ สร้างการแขง่ ขนั ทเ่ี ท่าเทยี ม เพ่มิ เสรีภาพในการแสดงออกและการกากบั
ดแู ลตนเองของพลเมือง ทาให้ประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงงอกงามยิ่งขึน้ ลดความยากจนและความ
เหลือ่ มลา้ ในสังคม ขณะที่บางคนไมเ่ ชือ่ วา่ อนิ เทอร์เน็ตจะเปลี่ยนแปลงสงั คมให้ดขี นึ ้ ซา้ ร้ายยงั อาจนาพาอนั ตรายใหมๆ่ มา

29

ด้วย อาทิเชน่ เดก็ และเยาวชนสมุ่ เสี่ยงต่อการถูกลอ่ ลวงทางเพศและการกลน่ั แกล้งทางออนไลน์ การหลอกลวงเชงิ พาณิชย์
ในโลกออนไลน์ การสอดแนมความเป็นสว่ นตวั และเก็บข้อมลู ส่วนบคุ คล และความเหล่ือมลา้ ที่ถูกผลติ ซา้ ผ่านชอ่ งว่างใน
การเข้าถึงอนิ เทอร์เนต็

คาถามที่ว่าอินเทอร์เน็ตจะสร้างสงั คมทดี่ ขี นึ ้ หรือแย่ลงนนั้ เป็นข้อถกเถยี งสาคัญแห่งยคุ สมัย และเราในฐานะพลเมืองต้อง
เป็นผ้ตู อบเอง แม้เทคโนโลยีจะนาพาความเป็นไปได้ใหมๆ่ มาให้เรา แตเ่ ทคโนโลยไี ม่ได้เป็นตวั กาหนดผลลพั ธ์ทางสงั คม
พลเมอื งดิจิทลั อย่างเราต่างหากท่เี ป็นผู้กาหนด

พลเมอื งดจิ ิทลั : พลเมืองแหง่ ศตวรรษท่ี 21

สานกั งานราชบณั ฑิตยสภาให้นยิ าม “พลเมือง” ว่าคอื คนท่ีมีสทิ ธิและหน้าทีใ่ นฐานะประชาชนของประเทศใดประเทศหนงึ่
หรือประชาชนทอ่ี ยูภ่ ายใต้การปกครองเดยี วกนั และมักมวี ฒั นธรรมเดียวกัน สว่ นในความเข้าใจของคนทวั่ ไป พลเมอื งคอื
บคุ คลท่ีเกิดในประเทศนนั้ ๆ หรือได้รบั สญั ชาติและมีความจงรกั ภกั ดีต่อรฐั รวมทงั้ หมายถึงกล่มุ คนท่มี ีสทิ ธิและความ
รบั ผิดชอบร่วมกันในฐานะสมาชิกของสงั คม อย่างไรกด็ ี ทกุ วนั นีเ้ ราดารงชวี ิต ทางาน และเรียนรู้อยู่ในสังคมที่เช่อื มต่อกนั
ในระดบั โลก อีกทงั้ เรายงั ทากจิ กรรมต่างๆ ในโลกออนไลน์มากขนึ ้ เร่ือยๆ จนโลกเสมอื นและโลกจริงแทบจะหลอมรวมเป็น
เนือ้ เดยี วกัน การนยิ ามความเป็นพลเมอื งโดยยึดตดิ กับ “ประเทศใดประเทศหนึง่ ” และละเลยข้อเทจ็ จริงที่ว่าชีวติ ของเรา
ส่วนหนง่ึ ได้เข้าไปอยใู่ นโลกดจิ ิทลั อาจไม่สอดคล้องกบั ความเป็นจริงในโลกสมยั ใหมอ่ ีกต่อไป

การเป็นพลเมอื งในศตวรรษท่ี 21 นนั้ แตกต่างจากการเป็นพลเมืองในศตวรรษกอ่ นหน้า การใช้ชีวิตในสงั คมโลกและใน
สงั คมออนไลน์ได้ขยบั ขยายแนวคิดความเป็นพลเมืองออกไป ความเป็นพลเมอื งทุกวนั นจี ้ งึ ไม่ได้ถกู ตีกรอบแคบๆ ว่า
หมายถงึ การไปเลือกตงั้ หรือการมีสว่ นร่วมกบั รัฐบาลชาตเิ ท่านนั้ แตย่ งั หมายถงึ การทาความเข้าใจปรากฏการณ์ทงั้ ใน
ระดบั ท้องถนิ่ ระดบั ชาติ และระดบั โลกไปพร้อมๆ กัน ไปจนถงึ การใช้ชวี ติ ในโลกออนไลนอ์ ย่างมคี วามรับผิดชอบ มี
จริยธรรม และปลอดภยั

เราอาจแบง่ แนวคิดเกี่ยวกบั ความเป็นพลเมืองออกเป็น 3 แนวคดิ หลกั ซึ่งความเป็นพลเมืองทงั้ สามแบบนีท้ างานร่วมกนั
มากกว่าแยกขาดจากกัน นนั่ คือ

1. ความเป็นพลเมืองชาติตามขนบ (traditional citizenship) แนวคดิ ความเป็นพลเมืองแบบเดิมนนั้ ให้
ความสาคญั กบั “การเป็นสมาชิกภายใต้กฎหมายของรัฐชาติทตี่ นสงั กัด” หรือท่ีเรียกว่า “ความเป็นพลเมอื ง
ภายใต้กฎหมาย” (legal citizenship) สง่ิ สาคัญสาหรบั การเป็นพลเมอื งทีด่ ตี ามแนวคิดนีค้ อื การมีความรู้
เกีย่ วกบั รัฐบาลและหน้าทีพ่ ลเมืองตามกฎหมาย เชน่ การไปเลือกตงั้ และจ่ายภาษี

2. ความเป็นพลเมืองโลก (global citizenship) แนวคดิ ความเป็นพลเมืองโลกวพิ ากษ์ความเช่ือทีว่ า่
พลเมืองจะต้องผูกติดกับความเป็นชาติและวฒั นธรรมชาติทต่ี นสงั กดั เพียงหนึ่งเดียว ซงึ่ ตีกรอบความเป็น
พลเมอื งไว้คบั แคบและกดี กันกล่มุ คนที่มีเชอื ้ ชาติ ศาสนา ภาษา และวฒั นธรรมอนั แตกต่างหลากหลายออกจาก
ความเป็นพลเมอื ง แนวคดิ ความเป็นพลเมอื งโลกตระหนกั ถึงความเช่อื มโยงและการพง่ึ พาอาศยั กนั ในระดบั โลก

30

และมจี ติ สานึกร่วมถงึ ปัญหาในระดบั โลก เชน่ ปัญหาโลกร้อน พลเมอื งท่อี าศยั ในสังคมโลกจึงต้องมี
ความสามารถและความเข้าใจในระดบั โลก ตวั อยา่ งเชน่ ความสามารถในการเช่ือมโยงปรากฏการณ์ระหวา่ ง
ท้องถิ่นกับโลก และทกั ษะการทางานร่วมกบั ผ้คู นท่ีมคี วามแตกตา่ งทงั้ ในเชงิ ภาษา วฒั นธรรม และเชอื้ ชาติ

3. ความเป็นพลเมืองดิจิทลั (digital citizenship) แนวคดิ ความเป็นพลเมอื งดจิ ทิ ลั พูดถงึ ความสามารถใน
การใช้อินเทอร์เน็ตเพ่ือมีสว่ นร่วมในสงั คมเศรษฐกิจดิจทิ ลั อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ มีความรับผิดชอบ และปลอดภยั
การปฏวิ ตั เิ ทคโนโลยกี ารสือ่ สารได้เปิดโอกาสและหยบิ ย่นื ความท้าทายใหม่ๆ ให้กบั พลเมืองดจิ ทิ ลั เราสามารถ
เข้าถงึ ข้อมลู โดยไร้ข้อจากัดเชิงภมู ิศาสตร์ เข้าร่วมชุมชนทม่ี ีความสนใจร่วมกนั สร้างสรรคแ์ นวคิดใหม่ๆ ในการ
แก้ไขปัญหา และทาให้เสยี งของพลเมอื งดงั ขึน้ ในสงั คม แต่เราก็ต้องเผชญิ กับความเส่ียงใหมๆ่ เช่น การสอดแนม
ความเป็นส่วนตวั อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ ดงั นนั้ เราในฐานะพลเมืองดจิ ิทัลจึงต้องตระหนกั ถึงโอกาสและความ
เสย่ี งในโลกดิจิทัล พฒั นาทกั ษะและความรู้ที่จาเป็นในโลกใหม่ และเข้าใจถงึ สิทธิและความรบั ผิดชอบในโลก
ออนไลน์

นอกจากนนั้ เราอาจนิยามความเป็นพลเมืองดิจทิ ลั ออกเป็น 3 มิติ คือ

1. มิติด้านความรู้เกี่ยวกบั สื่อและสารสนเทศ พลเมอื งดจิ ิทัลต้องมีความรู้ความสามารถในการเข้าถงึ ใช้ สร้างสรรค์
ประเมิน สงั เคราะห์ และสอ่ื สารข้อมูลข่าวสารผ่านเครื่องมอื ดจิ ิทลั ดงั นนั้ พลเมอื งยคุ ใหม่จึงต้องมีความรู้ด้าน
เทคนิคในการเข้าถงึ และใช้เคร่ืองมอื ดจิ ทิ ลั เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แทบ็ เลต็ ได้อย่างเชี่ยวชาญ รวมถึง
ทกั ษะในการรู้คิดขนั้ สงู เช่น ทกั ษะการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ ซ่ึงจาเป็นต่อการเลอื ก จัดประเภท วิเคราะห์
ตีความ และเข้าใจข้อมลู ขา่ วสาร

2. มิติด้านจริยธรรม พลเมอื งดจิ ิทลั จะใช้อินเทอร์เนต็ ได้อยา่ งปลอดภยั มคี วามรับผิดชอบ และมีจริยธรรมได้
อยา่ งไร พลเมอื งทด่ี ีจะต้องรู้จกั คณุ ค่าและจริยธรรมจากการใช้เทคโนโลยี ต้องตระหนักถึงผลพวงทางสงั คม
การเมือง เศรษฐกจิ และวฒั นธรรมท่ีเกดิ จากการใช้อนิ เทอร์เน็ต รวมถึงรู้จกั สทิ ธิและความรบั ผิดชอบออนไลน์
อาทิ เสรีภาพในการพูด การเคารพทรัพย์สนิ ทางปัญญาของผ้อู ื่น และการปกปอ้ งตนเองและชุมชนจากความ
เสี่ยงออนไลน์ เชน่ การกลนั่ แกล้งออนไลน์ ภาพลามกอนาจารเดก็ สแปม เป็นต้น

3. มิติด้านการมีส่วนร่วมทางการเมืองและสงั คม พลเมอื งดจิ ทิ ลั ต้องรู้จกั ใช้ศักยภาพของอินเทอร์เน็ตในการมีส่วน
ร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสงั คม อินเทอร์เน็ตเป็นได้ทงั้ เครื่องมอื เพิม่ การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบบ
เช่น รัฐบาลใช้อินเทอร์เน็ตในการรับฟังความเห็นของประชาชนกอ่ นออกกฎหมาย การลงคะแนนเสียง
อิเลก็ ทรอนิกส์ (e-Voting) หรือการยน่ื คาร้องออนไลน์ (online petition) นอกจากนนั้ อนิ เทอร์เน็ตยงั
ใช้สง่ เสริมการเมอื งภาคพลเมอื งผ่านวธิ ีการใหม่ๆ ซึง่ ท้าทายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเมอื งในระดบั โครงสร้าง

กล่าวโดยสรุป การจะเป็นพลเมอื งดิจิทลั ท่ีดีนนั้ เราจะต้องมชี ุดทกั ษะและความรู้ทงั้ ในเชิงเทคโนโลยีและการคดิ ขนั้ สงู หรือ
ที่เรียกวา่ “ความรู้ดจิ ิทลั ” (digital literacy) เพ่ือใช้ประโยชน์จากข้อมูลขา่ วสารในโลกไซเบอร์ รู้จกั ปอ้ งกนั ตนเอง

31

จากความเส่ียงตา่ งๆ ในโลกออนไลน์ เข้าใจถึงสทิ ธิ ความรับผิดชอบ และจริยธรรมทส่ี าคญั ในยุคดจิ ทิ ลั และใช้ประโยชน์
จากอนิ เทอร์เนต็ ในการมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสงั คม-วฒั นธรรม ทงั้ เพ่ือตนเอง ชุมชน ประเทศ และโลก


Click to View FlipBook Version