ศาสนาครสิ ต์กบั สนั ตภิ าพ
51
ศาสนาคริสต์มีคาอธิบายจากัดความโดยย่อว่า “ศาสนาแห่ง
ความรักของพระเจ้า ศาสนาแห่งความรักของมนุษย์ย์ อันพระยีซัส
ไครส้ ต์ (เยซู) ทรงเป็นผู้นามาเผยแผ่แก่โลก”
ความรักซ่ึงเป็นหลักธรรมคาสอนที่สําคัญของศาสนาคริสต์นี้
ได้แก่ ความรักท่ีปนความเสียสละ รักเพ่ือให้ผู้อื่นได้ดี เป็นความรักที่
ตรงข้ามกับความรักแบบปนความใคร่หรือความรักเพื่อสนองความ
อยากของตนเอง ความรักที่เป็นความเสียสละหรือรักเพื่อให้ผู้อื่นได้ดีนี้
หากมีในมนุษย์ก็จะเป็นพลังผลักดันท่ีสําคัญท่ีจะทาให้เกิดสันติภาพข้ึน
ในโลกได้ เพราะมนุษย์จะไม่เบียดเบียนทาร้ายกัน แต่จะช่วยเหลือ
เอื้อเฟื้อดูแลกันและกัน ปรารถนาให้บุคคลอื่นมีความสุขปราศจาก
ความทุกข์
52
ความรักดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ ความรักต่อพระเจ้า
และความรักตอ่ เพอ่ื นบ้าน
ความรักด้านแรก ได้แก่ การปรารถนาและร่วมมือให้พระเจ้า
ได้รับเกียรติมากข้ึนซึ่งจะทาให้มีความรู้สึกมั่นใจในการดารงชีวิต มี
ความหวัง มีความหมาย มีคุณค่า งดงาม และมหัศจรรย์ การดาเนิน
ชีวิตก็จะเป็นไปเพื่อความเสียสละ และการเสียสละที่ย่ิงใหญ่ก็คือการ
เสียสละเพอ่ื พระเจา้
ความรักด้านท่ีสอง ได้แก่ ความรักท่ีมีต่อเพ่ือนมนุษย์ ซ่ึง
หมายถึงการสละความสุขและผลประโยชน์ส่วนตัวมากเท่าท่ีใจจะตัด
ได้เพ่ือความดีของผู้อ่ืน สามารถมอบให้กับคนทุกคนได้ ไม่เลือกชนช้ัน
วรรณะ ไม่ว่าคนนน้ั จะเปน็ คนดีหรือคนชวั่ หรือเป็นมิตรหรือศัตรกู ็ตาม
53
ศาสนาอสิ ลามกบั สันติภาพ
54
ศาสนาอิสลามได้ชื่อว่าเป็นศาสนาแห่งสันติภาพ เพราะคําว่า
“อิสลาม” ซ่ึงเป็นช่ือของศาสนาน้ันเดิมเป็นภาษาอาหรับคือคาว่า
“อัสละมะ” (Aslama) แปลว่า ยอมตาม ยอมจานน ยอมตน ซึ่งมา
จากรากศพั ทว์ ่า “ซะลิมะ” แปละว่า “สันต”ิ (peace)
อิสลามจึงหมายถึง การยอมตน ยอมตาม ยอมจานนต่อพระผู้
เป็นเจา้ เพือ่ ใหป้ ระสบสนั ตทิ ้ังโลกนแี้ ละโลกหน้า
ผนู้ ับถือศาสนาอสิ ลามเรียกว่า มุสลิม แปลว่า ผใู้ ฝส่ ันติ
55
การให้ความสําคัญทั้งปัจเจกบุคคลและสังคม ตรงตาม
ความมงุ่ หมายของอสิ ลาม ดงั น้ี
3.1 เพ่ือนามนุษยชาติไปสู่แนวทางแห่งความดีมีสันติสุขทั้งใน
โลกน้ีและโลกหนา้
3.2 เพื่อปรับปรุงและขัดเกลาอุปนิสัยของมนุษย์ให้ปราศจาก
ความช่ัวร้ายต่าง ๆ มุ่งให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีลธรรมอันดี มีหลักยึด
ม่ันที่ถูกต้องด้วยเหตุผลและสามารถแก้ปัญหาความเป็นอยู่ใน
ชวี ติ ประจําวนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3.3 เพื่อนาให้มนุษยชาติมีหลักยึดม่ันที่ม่ันคงไม่งมงายและ
เคารพสกั การะต่อพระเจ้าเพียงองค์เดียวเทา่ นน้ั
3.4 เพ่ือให้มนุษยชาติมีความเป็นอยู่อย่างอิสระ เสรีอย่าง
แทจ้ ริง
3.5 เพื่อส่งเสริมหลักมนุษยธรรม ให้มีขึ้นในสังคมของ
มนุษยชาติ ฝกึ จติ ใจใหม้ ีความเมตตากรณุ าเอ้อื เฟื้อเผื่อแผ่ต่อกนั
56
สันติวิธกี บั การแก้ปัญหาความขดั แยง้ ในสังคมไทย
พลเอก เอกชัย ศรวี ลิ าศ ผู้อาํ นวยการสํานักสันตวิ ิธแี ละธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกลา้
57
บทบัญญตั ใิ นกฎบัตรสหประชาชาติ หมวดท่ี ๑ Article 2 ขอ้ 7
ปญั หาปัญหาความขดั แย้งภายในชาตใิ ดชาติหน่งึ อาจมีสาเหตุจาก
เงอื่ นไขหนึ่งหรอื หลายประการประกอบกนั
• ความไม่เปน็ ธรรมในสังคม
• ความแตกตา่ งทางเชอื้ ชาติ ศาสนา เผา่ พนั ธ์ุ
• การรกั ษาการปกครองของรฐั
• กฎหมายหรือองค์กรบังคบั ใช้กฎหมาย อ่อนแอ
• ภมู ริ ัฐศาสตร์ทไี่ ม่เออื้ อํานวยใหอ้ าํ นาจการปกครองของรฐั บาล
กลางสถาปนาครอบคลมุ พ้นื ทอ่ี ยา่ งเต็มประสทิ ธิภาพ
พลเอก เอกชัย ศรวี ิลาศ ผู้อํานวยการสํานักสนั ติวธิ ีและธรรมาภิบาลสถาบนั พระปกเกลา้
58
Thailandการจดั การความขดั แยง้ ตอ้ งมอง ๓ มติ ิ
• มิตเิ ชิงการปอ้ งกันความขัดแย้ง
• มติ เิ ชิงการแกไ้ ขความขดั แย้ง
• มิติเชงิ ปรองดองการ ฟ้ืนคนื ดี สู่สนั ติสขุ
พลเอก เอกชัย ศรีวลิ าศ ผูอ้ าํ นวยการสาํ นกั สันตวิ ิธีและธรรมาภบิ าลสถาบนั พระปกเกล้า
59
การปอ้ งกันความขดั แย้ง
• การสอ่ื สารที่ดี (การพูด การฟัง การแสดงออกทางกาย)
• สรา้ งการมสี ่วนรว่ ม (การประชมุ ปรึกษาหารือ รับฟงั
ความคิดเหน็ )
• สรา้ งความเป็นหุ้นส่วนในการทาํ งานรว่ มกนั •การทาํ แผน
ทีค่ วามขดั แย้ง (มีส่งิ ใดบ้างทท่ี ําแล้วจะเกดิ ความขัดแย้ง
จุดยืนทตี่ า่ งกนั )
• วัฎจกั รของความขดั แยง้
• ร้สู าเหตุความขดั แยง้
• เปดิ ให้มพี นื้ ท่ใี นการพดู คยุ กนั (ตัดสินใจด้วยฉันทามติ)
พลเอก เอกชยั ศรีวิลาศ ผอู้ ํานวยการสาํ นกั สันตวิ ธิ แี ละธรรมาภบิ าลสถาบนั พระปกเกลา้
60
การตัดสนิ ใจด้วยฉันทามติ
• พยายามไมใ่ ห้เกิดความบาดหมาง
• สามารถนําคําตอบรวมเข้าดว้ ยกนั เปน็ วธิ ีการแก้ปัญหาที่
นําไปใช้การได้
• ทุกคนรว่ มคิด ออกความคิดเหน็ และถูกนาํ มาใช้
• ความเห็นต่างมิใชเ่ ปน็ อปุ สรรค แต่เปน็ ประโยชน์
• คนไมเ่ ห็นดว้ ย เม่ือเสรจ็ แล้วให้เวลาเป็นเครือ่ งทดสอบ•ให้
ทุกคนแสดงความคดิ เหน็ อย่างเพียงพอ เขา้ ใจความคิด
ระหว่างกัน ก่อนทีจ่ ะจบ/DM แมจ้ ะใชเ้ วลานาน ทกุ คนได้
รว่ มตดั สนิ ใจรว่ มกนั
พลเอก เอกชยั ศรวี ิลาศ ผูอ้ ํานวยการสาํ นักสนั ติวิธีและธรรมาภบิ าลสถาบันพระปกเกลา้
61
ประโยชน์ ของการตัดสนิ ใจรว่ มกันดว้ ย
กระบวนการฉันทามติ
• ทุกคนสนับสนนุ ผลการตัดสินใจ และเปน็ หุ้นส่วนความคดิ
• ใหค้ ําตอบในการแกป้ ัญหาที่คนสว่ นใหญพ่ ึงพอใจ
• มกี ารเออ้ื เฟ้ือ เกื้อกลู ในการสอ่ื สารระหวา่ งกนั
• เกิดการรบั ฟงั และทําความเข้าใจในประเด็นปัญหาจาก
ทกุ ฝ่าย
• นาํ ไปสกู่ ารปฏบิ ัตทิ ี่ยอมรบั และปฏบิ ตั ไิ ด•้ หาคนเป็นผู้
Lead นาํ และทาํ หน้าที่ Facilitator พร้อมทงั้ มีกฎกติกา
ร่วมกนั
พลเอก เอกชยั ศรีวลิ าศ ผู้อํานวยการสํานกั สันติวธิ แี ละธรรมาภิบาลสถาบนั พระปกเกลา้
62
การแกไ้ ขความขัดแย้ง
• การอํานวยการประชมุ
• การเจรจาตอ่ รอง
• การเจรจาไกลเ่ กลย่ี คนกลาง
• การอนญุ าโตตุลาการ
• การมสี ่วนรว่ ม
• กระบวนการยตุ ธิ รรม
พลเอก เอกชยั ศรีวลิ าศ ผู้อาํ นวยการสาํ นักสนั ตวิ ธิ แี ละธรรมาภบิ าลสถาบนั พระปกเกล้า
63
การฟน้ื คืนดีสสู่ ันตสิ ขุ
• การฟ้นื คนื ดี
• การเยยี วยา
• การขอโทษ
• การให้อภยั
• การยกโทษให้
พลเอก เอกชัย ศรวี ลิ าศ ผอู้ ํานวยการสาํ นักสนั ตวิ ธิ ีและธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกล้า
64
การฟน้ื คืนดีสสู่ ันตสิ ขุ
• การฟ้นื คนื ดี
• การเยยี วยา
• การขอโทษ
• การให้อภยั
• การยกโทษให้
พลเอก เอกชัย ศรวี ลิ าศ ผอู้ ํานวยการสาํ นักสนั ตวิ ธิ ีและธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกล้า
65
พลเอก เอกชัย ศรวี ลิ าศ ผู้อาํ นวยการสํานักสนั ติวธิ แี ละธรรมาภบิ าลสถาบนั พระปกเกล้า
66
พลเอก เอกชัย ศรวี ลิ าศ ผู้อาํ นวยการสํานักสนั ติวธิ แี ละธรรมาภบิ าลสถาบนั พระปกเกล้า
67
หลักการของสันติวิธี มี 3วธิ ี
1. การประทว้ งหรอื ชกั จงู (Protest and Persuasion)
เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ส่วนใหญ่ เพ่ือแสดงให้เห็นว่า เห็น
ด้วยหรอื ไม่เห็นดว้ ย
มีการชักจูงคู่ขัดแย้งหรือสาธารณชนให้มาสนใจหรือเห็นด้วย
กับประเด็นของตน เชน่
การติดธงเขียวสนับสนุนร่างรัฐธรรมนญู พ.ศ. 2540
การขน้ึ เวทปี ราศรัย
การจุดเทียนระลกึ ถึงผู้เสียชีวติ ในเหตุการณ์ต่างๆ เปน็ ตน้
พลเอก เอกชัย ศรีวลิ าศ ผ้อู าํ นวยการสํานกั สันตวิ ิธีและธรรมาภิบาลสถาบนั พระปกเกล้า
68
หลักการของสันตวิ ิธี มี 3วิธ(ี ต่อ)
2. การไมใ่ หค้ วามรว่ มมือ(Noncooperation)
คือการจงใจท่ีจะถอนหรือปฏิเสธท่ีจะให้ความ
ร่วมมือกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดๆท่ีผู้ใช้สันติวิธีเห็นว่า
มีความเก่ียวข้องกับปัญหาความขัดแย้ง หรือเป็นต้นตอ
ของความขัดแยง้
การไม่ให้ความร่วมมือนี้สามารถทําได้หลายทาง
เชน่ การนัดหยดุ งาน การไม่ซอื้ ไม่ขาย เปน็ ตน้
พลเอก เอกชัย ศรีวลิ าศ ผู้อาํ นวยการสาํ นกั สันตวิ ิธแี ละธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกลา้
69
หลกั การของสนั ตวิ ิธี มี 3วธิ (ี ตอ่ )
3. การแทรกแซง(Intervention)
เป็นสถานการณ์ที่ผู้ใช้สันติวิธีเข้าขัดจังหวะ
ขัดขวาง หรือทําลายความสัมพันธ์หรือนโยบายที่ไม่พึง
ประสงค์ และรวมถึงการสร้างนโยบายหรือสถาบันใหม่ที่
ต้องการขึ้นมาแทน ซ่ึงอาจจะส่งผลทางจิตวิทยา
กายภาพ สังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง เช่น การอด
อาหาร การนั่งขวางทาง เป็นต้น
การแทรกแซงน้ีอาจก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงได้
รวดเร็วกว่าสองวิธีแรก เพราะฝ่ายตรงข้ามไม่อาจจะทน
ตอ่ ผลกระทบทเี่ กดิ ขนึ้ ไดน้ าน
พลเอก เอกชยั ศรวี ิลาศ ผอู้ ํานวยการสํานักสนั ตวิ ธิ แี ละธรรมาภบิ าลสถาบนั พระปกเกล้า
70
สันติวธิ สี ามารถกอ่ ใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลง
(Sharp, 1973)
การเปลย่ี นใจ (Conversion)
เกิดจากการท่ฝี ่ายตรงขา้ มมกี ารเปล่ยี นใจ ความคดิ เห็น
อาจจะเปน็ เพราะยอมรับในเหตุผล หรือเพราะเกิดความ
สะเทอื นใจจากการกระทําของผทู้ ่ีใชส้ นั ตวิ ิธีกไ็ ด้ ถือเป็น
การเปลยี่ นแปลงทีค่ วามคิด (Head) และความร้สู กึ
(Heart) ของฝ่ายตรงข้าม
พลเอก เอกชัย ศรวี ิลาศ ผูอ้ ํานวยการสํานกั สนั ติวธิ ีและธรรมาภิบาลสถาบนั พระปกเกลา้
71
สันตวิ ธิ สี ามารถกอ่ ให้เกิดการเปลีย่ นแปลง
(Sharp, 1973)
การโอนอ่อนผ่อนตาม(Accommodation)
เป็นแนวทางการเปล่ียนแปลงที่ฝ่ายตรงข้าม
ยอมตามข้อเรียกร้อง แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับข้อ
เรียกร้องน้ัน และสามารถท่ีจะต่อสู้ต่อต้านต่อไปได้
แตก่ ็ไม่อยากสู้ เพราะคดิ แล้วว่าไมค่ ุ้มค่า
พลเอก เอกชยั ศรวี ลิ าศ ผู้อํานวยการสาํ นักสันตวิ ธิ ีและธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกล้า
72
สนั ติวธิ ีสามารถก่อให้เกดิ การเปลยี่ นแปลง
(Sharp, 1973)
การบังคบั โดยไร้ความรุนแรง
(Nonviolent Coercion)
การเปล่ียนแปลงทเ่ี กดิ จากฝ่ายตรงขา้ มไม่
สามารถตอ่ สู้ตอ่ ไปไดแ้ ล้ว เน่อื งจากไม่มที รัพยากร
หรอื อํานาจทจ่ี ะสตู้ ่อไป จึงตอ้ งทําตามขอ้ เรยี กรอ้ ง
แมว้ า่ จะยังคงไม่เหน็ ด้วยกต็ าม
พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผูอ้ ํานวยการสาํ นักสนั ตวิ ธิ ีและธรรมาภบิ าลสถาบนั พระปกเกล้า
73
พลเอก เอกชัย ศรวี ลิ าศ ผู้อาํ นวยการสํานักสนั ติวธิ แี ละธรรมาภบิ าลสถาบนั พระปกเกล้า
74
การใช้อํานาจ
• การใช้อํานาจและกําลังแกป้ ัญหา จะนําไปสู่ความไม่พอใจ
และไม่รว่ มมอื เกดิ ตน้ ทนุ ทางเศรษฐกิจ สงั คมและ
การเมอื งจะสูง
• การใช้อาํ นาจระงับเหตกุ ารณ์วนุ่ วาย ตอ้ งมั่นใจว่าอาํ นาจ
ท่ีใชน้ ้ันถกู ต้องตามกฎหมาย และเปน็ อาํ นาจท่ีตนเองมอี ยู่
จรงิ
• ผู้บริหารแบบ “ใช้อาํ นาจ” มกั จะใชว้ ธิ ีแบบแพ้-ชนะ
เพราะเชอ่ื วา่ “เมอ่ื ฉันมอี ํานาจ ฉันต้องชนะ”
• ผู้บริหารท่ชี อบใชอ้ ํานาจจะมเี ม่อื เขา้ รับตาํ แหน่งใหม่ จะ
แสดงให้คนเหน็ วา่ ตนเองมอี าํ นาจ เป็นการขม่ ขูใ่ ห้ยอมรบั
เมือ่ สถานการณไ์ มแ่ นน่ อน จะแสดงอาํ นาจออกมาเพอ่ื ให้
คนเห็นวา่ ตัวเองยงั มีอาํ นาจอยู่
พลเอก เอกชยั ศรีวิลาศ ผอู้ าํ นวยการสํานักสันติวิธแี ละธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกล้า
75
รากเหง้าของปัญหา
• ประวตั ิศาสตร์ การครอบครอง และการต้องการเปน็ อิสระ
• วฒั นธรรม จากสังคมที่ไม่ชอบการเผชิญหนา้ สคู่ วาม
รนุ แรง
• ความเชอ่ื ศาสนา และ คา่ นยิ ม(ความเชื่อ)
• ความไวว้ างใจ จาก ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น สู่ ความไม่
ไวว้ างใจ(พวกใคร)ทางสังคม
• การศึกษา : การแข่งขนั มากเกินไป และ การสร้างทีมงาน
นอ้ ยเกินไป
• การเมอื ง : จาก ประชาธิปไตยแบบตัวแทน สู่
ประชาธปิ ไตยแบบมสี ่วนร่วม
พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผ้อู าํ นวยการสํานักสนั ตวิ ิธีและธรรมาภิบาลสถาบันพระปกเกล้า
76
รปู แบบการจดั การความขดั แยง้ ตามแนวทางสันตวิธี
(Non-Violence Approaches)
บษุ บง ชยั เจรญิ วัฒนะ และ เหมอื นขวญั เรณุมาศ วารสารสันติศึกษาปรทิ รรศน์ มจร ปที ่ี 5 ฉบบั ท่ี 2 (พฤษภาคม-สงิ หาคม 2560)
77
......
78