The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศาสนาที่สำคัญของโลก
ความหมายของศัพท์สำคัญ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paruenatsang, 2022-01-17 03:41:28

ศาสนาที่สำคัญของโลก

ศาสนาที่สำคัญของโลก
ความหมายของศัพท์สำคัญ

ศาสนาทสี าํ คัญของโลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฤณัต นัจนฤตย์

2

ศาสนา (อังกฤษ: religion) หมายถงึ ความเชือ
ในสิงศักดิสิทธิ สิงเหนือธรรมชาติ ในหลักอภปิ รัชญา
ว่าทุกสรรพสิงเกิดขึนมาดํารงอยู่และจะเป็ นเช่นไร
ต่อ ไป มีห ลักการ สถาบัน ห รือ ปร ะเพ ณี ทีเป็ น ที
เคารพโดยทวั ไป

ศ า ส น า เ ป็ น สิ ง ที ค ว บ คุ ม แ ล ะ ป ร ะ ส า น
ความสัมพันธ์ของมนุษย์ ให้อ ยู่ร่วมกันได้อ ย่าง
ปกติสุข คือ ให้มีหลักการ ค่านิยม วัฒนธรรม
ร่วม กัน แ ล ะวิถีท างทีม นุษย์เ ลือ ก ใ ช้ใ น ก าร
ดาํ รงชีวิต ให้สังคมเป็ นหนึงเดียวกัน มีแนวทางไป
ในทิศทางเดียวกัน ด้วยหลักจริยธรรม คุณธรรม
ศลิ ธรรมทเี ป็ นบรรทดั ฐานเดยี วกนั

ความเชือไม่นับถือศาสนาด้วย เรียก
"อศาสนา" (อังกฤษ: irreligion) และผู้
ไม่นับถือศาสนาเรียก "อศาสนิก"
(อังกฤษ: irreligious person)

องคป์ ระกอบของศาสนา

•สงิ เคารพสูงสุด
•ศาสดา
•คัมภรี ์
•ผู้สบื ทอด
•ศาสนสถาน
•สัญลักษณ์
•พธิ ีกรรม

ความสาํ คัญของศาสนา

•บอกถึงหลักอภิปรัชญา ว่าโลกนีเกิดขึนมาจาก
อะไร และจะเป็ นเช่นไร
•ส อ น ห ลัก คุณธ ร ร ม ศีล ธ ร ร ม จ ร ิย ธ ร ร ม ข อ งม นุษย ์
ในการอยู่ร่วมกนั
•ใหร้ ู้จกั การดาํ เนินชิวติ เช่นไรจงึ จะถกู ตอ้ ง
•มีเ ป้ าห ม ายใ น ชีวิต เ ป็ น ม นุษย์ทีส ม บูร ณ์ ไ ม่
เพยี งแตเ่ กดิ มาเพอื กนิ และเสพกามเทา่ นัน

ความสาํ คัญของศาสนา

•หลักศรัทธา ว่าทาํ ดีได้รางวัลคือขึนสวรรค์ ทาํ ชัว
ไดโ้ ทษคือตกนรก ทาํ ใหแ้ ม้จะลับตาคนไร้กฎหมาย
กไ็ ม่ทาํ ชัวทาํ แตด่ ี
•เป็ นทพี งึ ทางใจ ในยามชีวิตประสบปัญหาสินหวัง
ไร้กาํ ลังใจ หรือปลอบประโลม ผู้สูญเสีย บุคคลอัน
เป็ นทรี ัก
•เป็ นบอ่ เกดิ แหง่ ศลิ ปะ วัฒนธรรม และประเพณี

พฒั นาการของศาสนา

•ศาสนาเป็ นสิงทมี นุษยส์ ร้างขึนจากความกลัว ในธรรมชาติ
ทตี นเองไม่รู้ จนต้องวงิ วอนและร้องขอในสงิ ทอี ยากได้
•ศาสนาเกิดจากความไม่รู้สงสัย ในอภิปรัชญาว่าโลกเกิด
ขนึ มาได้อย่างไร และจะเป็ นเช่นไรตอ่ ไป
•ศ าส น าเ กิด จ าก ค ว าม ต้อ ง ก าร ท ีจ ะส ร ้าง ค ว าม เ ช ือ ข ึน ม า
เพือช่วยควบคุมความประพฤติของคนในสังคม ให้สังคม
สงบสุข
•ศาสนาเกิดจากความต้องการทีจะพ้นจากความทุกข์ เช่น
ความอดอยาก โรคระบาด ความแก่ ความตาย การสูญเสยี

ปรัชญาศาสนา

ศาสนาทยี ดึ ถอื พระเจ้าเป็ นสิงสูงสุด

กลุ่นศาสนาทีนิยมเรียกว่า ปรัชญาตะวันตก โดยถือตาม
อิทธิพลในการรับอารยธรรม ได้แก่ศาสนาโซโรอัสเตอร์
ศาสนายูดาย (ยวิ ) ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาซกิ ข์
ศาสนาบาไฮ ศาสนาฮินดูศาสนาพราหมณ์ (แบบเก่า)
ศาสนากลุ่มนีมลี ักษณะทคี ล้ายกันคอื

ปรัชญาศาสนา

ศาสนาทยี ดึ ถอื พระเจ้าเป็ นสิงสูงสุด

•พ ร ะเ จ้าคือ สิงมีชีวิตท ร งปั ญญาสูงสุด ทีไม่อ าจเ ข้าถึงได้ ถ้า
พระองคไ์ ม่ประสงค์
•ศ าส น ิก ต ้อ งแ ส ด งค ว าม ร ัก ห ร ือ ภ ัค ด ีต ่อ พ ร ะเ จ้าด ้ว ย ก าร ส ร ร เ ส ร ิญ
ปฏบิ ัตติ ามทพี ระองคป์ ระสงคท์ ไี ดต้ รัสผ่านศาสนทตู ของพระเจา้
•อาจขอใหท้ รงไถบ่ าป อ้อนวอนใหท้ รงประทานสงิ ทดี แี ก่ชีวติ
•เชือว่าทรงเป็ นพระผู้สร้าง สร้างสรรพสิง กําหนดสภาวการณ์ที
เป็ นไปของโลก แต่ทรงปล่อยใหม้ นุษยเ์ ลือกทางแห่งตนเอง โดยจะ
ทรงช่วยเมอื มนุษยล์ งมอื กระทาํ

ปรัชญาศาสนา

ศาสนาทยี ดึ ถอื พระเจ้าเป็ นสิงสูงสุด

•ก่อนทีจะเชือให้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เมือเชือแล้วอย่าสงสัย
เพราะพระเจา้ จะทรงทดสอบจติ ใจในศรัทธา
•เมือถึงวันสินโลกพระเจ้าจะทาํ ลายทุกสิง ทีพระองคส์ ร้างขึน และ
จะชุบชีวิตทุกคนให้ฟื นคืนชีพมารับฟังคําพิพากษา ผู้เชือจะรอด
และอยู่กับพระองคช์ ัวนิรันดร์ ผู้ไม่เชือ จะถูกลงทัณฑใ์ ห้ตกนรกชัว
กาล
•ใหว้ างใจในพระเจา้ รับพระองคเ์ ข้าไว้ในใจจะพบแตส่ ันตสิ ุข

ศาสนาทมี ุ่งเข้าถงึ ความจริงสูงสุด

ก ลุ่ ม ศ า ส น า ที นิ ย ม เ รี ย ก ว่ า ป รั ช ญ า
ตะวันออก โดยถือตามอิทธิพลในการรับอารย
ธรรม ได้แก่ศาสนาพุทธทังเถรวาท นิกายเซน
และวัชรยาน ศาสนาเชน ลัทธิเต๋าและลัทธิขงจือ
ศาสนากลุ่มนีมลี ักษณะทคี ล้ายกันคอื

•เชือว่าโลกนีเกิดขึนเองตามกฎธรรมชาติ สรรพสิง
แทจ้ ริงเป็ นเพยี งความว่างเปล่า
•ความจริงแท้ไม่อาจอธิบายได้ด้วยคาํ พูด และไม่อาจ
เข้าถงึ ไดด้ ว้ ยหลักตรรกะหรือเหตุผล
•ก าร เ ข ้าถ ึง ค ว าม จ ร ิง แ ท ้ท ําไ ด้ด้ว ย ก าร บ ร ร ลุปั ญ ญ า
ญาณ จากการไม่ตดิ อย่ใู นมายาของเหตุผล
•เชือในการไม่สินสุด เชือในการเวียนว่ายตายเกิด
เชอื ในกฎแหง่ กรรม

•มีห ลัก คุณธ ร ร ม ศีล ธ ร ร ม จ ริยธ ร ร ม ทีมัก น้อ ย
สันโดษพอเพียง ยึดถือหน้าที มีวันัยสูงไม่เห็นแก่ตัว
แตไ่ ม่ยดึ ตดิ ในสงิ ทงั ปวง มุ่งละกเิ ลส
•เชือในตัวมนุษยว์ ่าเข้าถึงความจริงได้ ทุกสิงเกิดจาก
การกระทาํ ของตนเอง เชือในศาสตรล์ ีลับ (เวทมนตร์
โหราศาสตร์ ไสยศาสตร)์ ว่ามจี ริง
•เ ช ือ ว่าถ ้าจ ิต วิญ ญ าณ เ ข ้าถ ึง ค ว าม จ ร ิง สูง สุด จ ะห ลุด
พน้ จากการเวยี นว่ายตายเกดิ

ท ังส อ งก ลุ่ม มีค ว าม เ ช ือ ท ีไ ม่เ ห มือ น กัน คือ ก ลุ่ม

แรกยอมรับว่าองคส์ ูงสุดมีอยู่จริง เช่นศาสนาคริสต์
แ ละอิสลามเ รียกอ งค์สูงสุดว่าพ ร ะเ จ้า ผู้นับถือ มี
เ ป้ าห ม าย เ พ ือ ก าร เ ข ้าไ ป ร วม อ ยู่ใ น อ าณาจ ัก ร ข อ งพ ร ะ
เจา้

ส่วนกลุ่มหลังเช่นศาสนาพุทธเป็ นศาสนาทไี ม่ยอมรับ
การมีอยู่ของพระเจ้าหรือองคส์ ูงสุด แต่เชือในการมีอยู่ของ
เทพเจา้ (เหล่าพรหมา) ซงึ เป็ นเทวดาชันสูงสุดเรียกว่าพรหม
แต่ต่างกันตรงทีผู้ทนี ับถือศาสนาศาสนาพุทธไม่มีเป้าหมาย
เพอื การไปรวมอยู่กับพรหม แต่สามารถไปเกิดเป็ นพรหมได้
เพราะการรวมอยู่หรือไปเกิดเป็ นพรหม เมือหมดเหตุปัจจัย
ก็ยังต้องเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ อันมีตาํ สุดคือนรก สูงสุด
คือพรหม อย่างไม่มีทสี ินสุด ทางทจี ะหลุดพ้นจากสังสารวัฏ
ได้จงึ มที างเดยี วเทา่ นันคอื นิพพาน

ประเภทศาสนา

ศาสนาในโลกถงึ แม้จะมมี าก แตถ่ า้
จดั เป็ นประเภทกไ็ ดเ้ ป็ น 2 ประเภท คอื

เทวนิยม

เชือว่ามีเทพเจ้าผู้ยิงใหญ่เหนือกว่าเทพเจ้าทังหลาย หรือ
เรียกกันว่าพระเจ้า มีพระเจ้าสูงสุด เพียงพระองคเ์ ดียว พระองค์
เป็ นผู้สร้างโลกและสรรพสิงและเชือกันว่าพระเจ้าอาจติดต่อมนุษย์
โดยผ่านศาสดาพยากรณห์ ลายองค์ เช่น พระอัลเลาะห์ ทรงติดต่อ
กับท่านนบีมุฮัมหมัด พระยะโฮวาห์ ทรงติดต่อกับ ท่านโมเสส และ
พระเยซู ส่วนบางศาสนาก็นับถือพระเจ้า หรือเทพเจ้าหลายองค์
อย่าง ศาสนาพราหมณ-์ ฮินดู เชือว่าพระเจ้าอวตารแยกเป็ น3องค์
เป็ นตน้ ศาสนาแบบเทวนิยม ไดแ้ ก่

เทวนิยม

•ศาสน าคร ิสต ์
•ศาสนาอสิ ลาม
•ศาสนายดู าย
•ศาสนาซกิ ข์
•ศาสนาบาไฮ
•ศาสน าโซ โร อ ัสเ ตอ ร ์
•ศาสนาพราหมณ-์ ฮนิ ดู

อเทวนิยม

ศาสนาประเภทนี ไม่เชือในการมีอยู่จริงของ
พระเจ้า โดยเชือว่าโลกและสรรพสิงเกิดขึนเองตาม
กฎของธรรมชาติ เชือว่ามนุษยเ์ ป็ นผู้กําหนดชะตา
ชีวิตของตนเอง ทุกสิงเป็ นไปตามเหตุปัจจัย ศาสนา
ประเภทนี ไดแ้ ก่
•ศาสนาพุทธ
•ศาสนาเชน

ศาสนาคริสต:์ 2.1 พนั ล้านคน
ศาสนาอสิ ลาม: 1.5 พนั ล้านคน
ไม่นับถอื ศาสนา/เชือในวทิ ยาศาสตรแ์ บบตายแล้วสูญ/อศาสนา: 1.1 พนั ล้านคน
ศาสนาพราหมณ-์ ฮนิ ด:ู 900 ล้านคน
ศาสนาพุทธ: 376 ล้านคน
ศาสนาซกิ ข:์ 23 ล้านคน
ลัทธิจเู ช (นับถอื คมิ อลิ ซุง) : 19 ล้านคน
นับถอื ผี: 15 ล้านคน
ศาสนายวิ : 14 ล้านคน
ศาสนาบาไฮ: 7 ล้านคน
ศาสนาโซโรอัสเตอร:์ 2.6 ล้านคน
ลัทธิเพแกนใหม่: 1 ล้านคน
ขบวนการราสตาฟาเรียน: 6 แสนคน

จริยศาสตร ์ เป็ นคําผสมของคํา 2

คาํ คือ จริย กับ ศาสตร์ โดยมีต้นกาํ เนิด
ของคาํ ตา่ งกัน และคาํ ว่า

- จริย มาจากภาษาบาลี แปลว่า ความ
ประพฤติ กริ ิยาทคี วรประพฤติ

- ศาสตร์ ม า จ า ก ภ า ษ า สั น ส ก ฤ ต
แปลว่า วชิ า

ศีลธ ร ร ม เป็ นคําผสมของคําว่า

ศีล กับ ธรรม และมีความหมายว่า กฎ
ข้อบังคับ ระเบียบ ตลอดจนหลักปฏิบัติ
ท าง ศ าส น าทีบุค ค ล พึง ป ฏิบัติเ พือ พัฒน า
คุณภาพชวี ติ ใหป้ ระกอบดว้ ยคุณธรรม

ขอบข่ายของจริยธรรม

๑.จรรยา ห ม ายถึง ค วาม ป ร ะพ ฤ ติ กิริย าทีค วร
ประพฤตใิ นหมู่คณะ เช่น จรรยาครู จรรยาตาํ รวจ ฯลฯ

๒. จร ร ยาบร ร ณ หมายถึง ปร ะมวลความปร ะพฤติทีผู้
ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกําหนดขึน เพือรักษา และ
ส่งเสริมเกยี รตคิ ุณ ชอื เสยี ง และฐานะของสมาชกิ

๓. คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดีทางความ
ปร ะพ ฤติแ ละจิตใจ เ ช่น ความเ ป็ น ผู้ไม่กล่าวเ ท็จ โดยห วัง
ประโยชนส์ ่วนตนเป็ นคุณธรรม คุณธรรม คอื จริยธรรมทฝี ึ กฝนจน
เป็ นนิสัย เช่น ซอื สัตย์ ขยนั อดทน เสยี สละ รับผดิ ชอบ

ขอบข่ายของจริยธรรม

๔. มโนธรรม หมายถงึ ความรู้สึกผิดชอบชัวดี ความรู้สึก
ว่าอะไรควรทาํ อะไรไม่ควรทาํ เชือกันว่า มนุษยท์ ุกคนมีมโนธรรม
เนืองจากบางขณะเร าจะเกิดความรู้สึกขัดแ ย้งในใจระหว่าง
ความรู้สกึ ว่าตอ้ งการทาํ สงิ หนึง และรู้ว่าควรทาํ อกี สงิ หนึง

๕. มารยาท หมายถึง กิริยา วาจา ทีสังคมกําหนดไว้
เป็ นทยี อมรับในกลุ่มแตล่ ะทอ้ งถนิ แตกตา่ งกันไป

คุณธรรม เป็ นลักษณะความรู้สึกนึกคิด
ทางจติ ใจ

จริยธรรม เป็ น ลักษณะการ แ สดงอ อ ก
ของร่างกาย

คาํ ความหมาย ตวามสมั พนั ธแ์ ละ
ความสาํ คญั
มโนธรรม
คณุ ธรรม ความรสู้ กึ สาํ นึกดชี วั่ ในจติ ใจ มนุษยใ์ นภาวะการตดั สนิ ใจ
จรยิ ธรรม
ศลี ธรรม ความประพฤตดิ ที ฝ่ี ึกฝนจนเป็นนิสยั มนุษยท์ กุ คนในขณะทาํ
จรรยาบรรณ พฤตกิ รรมหรอื กจิ กรรม

ความประพฤตดิ ที ค่ี วรมคี วรเป็น มนุษยท์ ฝ่ี ึกฝนหรอื เรยี นรเู้ รอ่ื ง
การดาํ รงชวี ติ

กฎเกณฑข์ อ้ ปฏบิ ตั ใิ นการดาํ เนินชวี ติ มนุษยท์ ม่ี ศี าสนา
ตามหลกั ศาสนา

ขอ้ ปฎบิ ตั ทิ ด่ี เี พอ่ื สง่ เสรมิ รกั ษาอาชพี มนุษยท์ ป่ี ระกอบสมั มาอาชพี
นนั้


Click to View FlipBook Version