The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paruenatsang, 2023-06-10 10:49:26

05_01Nutrition

05_01Nutrition

CONTENTS -พฤตกรรมการบร ิิโภคของวัยร ุ ่นไทย & ผลกระทบและแนวทางแก้ไข -พฤตกรรมการบร ิิโภคอาหารหวานมันเคม็และผลกระทบต่อส ุ ขภาพ


การบรโภคอาหารของวิยรั ุ นไทย่ รบอัิทธิพลการบรโภคอาหารแบบตะวินตก ั อาหารทÉีมีไขมนสัง ู นาตาลส Êํง ู ทานผกผลไม ัน้อย้


ปัจจยทั É ี ม ี ผลตอพฤต ่ กรรมการบร ิโภคอาหารของวิยรั ุ นไทย่ ปัจจัยที ่ มีผลต่อ การบริโภคอาหาร ของว ั ยร ุ ่นไทย ว ั ยร ุ ่ น ตอนต ้ น (10-13 ปี) ว ั ยร ุ ่ น ตอนกลาง (14-16ปี) ว ั ยร ุ ่ นตอน ปลาย (17-19ปี) - ความร ู ้การบริโภคอาหารมีการเปลี่ยนแปลงโดยได้รับ อิทธิพลการบริโภคอาหารแบบตะวันตก, ไม่ ร ับประทานอาหารเช้า, การบริโภคอาหารจาน ด ่ วน, ดื ่ มน ้ ํ าน ้ อย, ร ับประทานอาหารที ่มีไขมัน และน ้ ํ าตาลส ู ง -ปัจจัยและ ค ่านิยม การเลือกบริโภคอาหารตามสื่อโฆษณาและสื่อ social -ปัจจัยด้าน เศรษฐกิจ พฤติกรรมการใช้จ่ายของวัยรุ่นอาจจะมีการใช้ จ ่ายฟ ุ ่มเฟือยเกินวัย -ปัจจัยด้านสื ่ อเป็นเครื่องมือหรือสิ่งเร้าที่มีอิทธิพลทําให้เกิด การบริโภคอาหารมีผลต่อการกําหนดค่านิยม ของว ั ยร ุ ่ น


https://btimes.biz/whatsup -การร ับประทานอาหารฟาสตฟ์้ ู ดม ี คลอเรสเตอรอลส ู งเส ี É ยงตอการเก ่ดโรคไมิ่ตดติ่อ เร ื อร Ê ั ง (NCDs) เช่นโรคเบาหวานโรคความดนโลห ัตสิูงภาวะไขมันในเลือดสูง โรคหวใจ ัโรคหลอดเลือดสมองตบีโรคมะเร็ง -การร ับประทานอาหารทไมี É ่ ม ี เส้นใยเกดอาหารทิองผ้ ู กโรคอ้วนและโรคมะเร็งลาไสํ้ -การไม่รับประทานอาหารเช้าส่งผลใหเป้็นโรคกระเพาะอาหารระบบขับถ่ายผิดปกติ ร ่ างกายขาดสารอาหารภม ู ิ ตานานลดลง ้ -การบร ิโภคอาหารทไมี É ่ ถ ู กต ้ องม ี ผลกระทบตอระด ่ั บสตปิัญญาขาดความกระตอรืือร้น ความจาเส ํื É อม ผลกระทบจากพฤตกรรมบร ิโภคของวิยรั ุ นไทย่


https://waymagazine.org/salt-the-series-9/


ขอแนะน ้าและเคลํดล ็ บั


ขอแนะน ้าและเคลํดล ็ บั


ขอแนะน ้าและเคลํดล ็ บั


ขอแนะน ้าและเคลํดล ็ บั


Consumer Behavior https://www.innohubkku.com/content/


CONTENTS -โภชนบญญััติ9 ประการการรับประทานอาหารใหเก้ดประโยชนิตามธง ์ โภชนาการ -ความตองการสารอาหาร้ &สารอาหารทรี É ่างกายควรไดร้ับ -วธ ิี การคานวณความต ํ องการพล ้ังงานและสารอาหาร -การส ูญเส ี ยสารอาหารระหว ่ างการเตร ียมและการประกอบอาหาร


อาหารหล กั 5 หมู่


โภชนบัญญัติ 9ประการ กองโภชนาการกรมอนาม ยักระทรวงสาธารณส ขุได จ้ดทั าํ “โภชน บญญั ตัิ9 ประการหร อ ื ขอปฏ ้ ิ บ ตัการก ิ ิ นอาหารเพÉือสขภาพดุีของคนไทย” เพÉือเป็นการเผยแพรแนวทางการเล่ือกบรโภคอาหารท ิÉี ถกต ู องตามหล ้ กั โภชนาการให ก้บประชาชน ัเพÉือสงเสร่มให ิประชาชนม ้ ี สขภาพดุีและเป็ น การลดความเสÉียงของการเกิดปัญหาทพโภชนาการุรวมถงโรคเร ึ อร ืÊ งทัÉี เกÉียวกบโภชนาการ ั


ธงโภชนาการ (NUTRITION FLAG) ธงโภชนาการ (Nutrition Flag) เป็นภาพธงปลายแหลมหรอืสามเหล É ี ยมหวกล ั บ ั ม ี จดม ุ งหมายเพ ่ ุ É ื อแนะนาการบร ํโภคอาหารของคนไทยในิ 1วนัตาม “สดสัวน่ ” “ปรมาณิ ” และ“ความหลากหลาย” ของอาหารสาหรํบเด ักท็ É ี ม ี อายต ุ งแต ั Ê ่6ปีขนไปึ Ê วยร ั ุ น ่ ผใหญู้่และผสู้งอายูุซงม É ึี พ ื นฐานมาจากข Ê อปฏ ้ิบตัิการบรโภคอาหารเพิ É ื อสขภาพท ุ É ี ด ีของคนไทยหรอืโภชนบญญัตัิ9ประการ


https://www.facebook.com/mahid olchannel/posts/1481240031932 914:0


1. การคานวณความต ํ องการพล ้ั งงาน การค ํ านวณความต ้ องการพล ั งงานของร ่างกายเป็นวิธีการที É จะ ทาใหํ้ทราบว่าแต่ละบ ุ คคลต ้ องการพล ั งงานเพ ื É อใช้ในการดารงชํีวิต ในแต่ละวันปริมาณเท่าไรซึ É งแตกต ่ างก ันไปตามนํ Ê าหน ั กส ่ วนส ู ง ชน ิดและระยะเวลาในการทํากิจกรรมการคํานวณความต้องการ พล ังงานใน 1วันหาได้จากพลังงานขั Ê นพ ื นฐานและพล Ê ั งงานท ี É ใช้ใน การทาก ํ จกรรม ิ 1.1 การคานวณพลํังงานขั Ê นพนฐาน ื Ê (Basal metabolic rate: BMR) นิยมใช้วธิีของ Harris-Benedict สมการของ Harris-Benedict BMRเพศชาย = 66.5 + [13.8 xนาหนํ Ê ั กต ั ว (กก.)] + [5 x ส่วนสูง (ซม.)] - [6.8 xอายุ (ปี)] BMRเพศหญิง = 65.1 + [9.6 xนาหนํ Ê ั กต ั ว (กก.)] + [4.9 xส่วนสูง (ซม.)] - [4.7 x อายุ (ปี)] ว ิ ธ ี ค ํ านวณความต ้ องการพล ั งงานสารอาหารและด ั ชน ี มวลกาย


1.2 การคานวณพล ํั งงานทใชี É ้ในการทากํจกรรมิ (Physical activity; PA) เป็นการประมาณพลงงานท ั É ี รางกายใช่ในการท ้ากํิจกรรมตางๆ่ใน 1วนัพลงงานท ั É ีใชท้ากํิจกรรมแตละชน่ิด แสดงในตารางท É ี1 โดยแบงระด่บกัิจกรรมเป็นเบามากเบาปานกลางหนกัและหนกมาก ั ตารางท ี É 1พลงงานท ั É ีใชในการท ้ากํิจกรรมชนิดตางๆ่สาหรํบผัทู้ É ี ม ี อาย ุ 19-50 ปี ท ี ่ มา: Whitney and Rolfs, 2002: 250


นางสาวน ั ชชาอาย ุ 25 ปีหนัก50 กโลกริัมส ู ง165 เซนติเมตรทํางานเป็น ช ่ างเย ็ บผ ้ าจงค ํ านวณหาพล ั งงานท ี ่ น ั ชชาต ้องการใน 1วนั ข ั ้ นตอนท ี ่ 1 คํานวณหา BMRเพศหญงิจากสมการของ Harris-Benedict = 65.1 + [9.6 xนําหน ้ ั กต ั ว (กก.)] + [4.9 xส่วนสูง (ซม.)] - [4.7x อายุ (ปี)] BMRของนางสาวนัชชาหาได้จาก = 65.1 + [9.6 x50)] + [4.9 x165] - [4.7x 25] = 65.1 + 480 + 808.5 – 117.5 = 1,471.1กโลแคลอริี/วนั ข ้ นตอนท ัี ่ 2 หาพลังงานที ่ น ั ชชาต ้องการใช้ในการเย็บผ้า จากตารางท ี ่ 4 ช ่ างเยบผ ็้ า (ญ) มปีัจจยทางกัจกรรมิคือ1.3 ในการหาพลังงานที ่ นางสาวน ั ชชาต ้องการในการเย็บผ้าทําได้โดยนําปัจจัย ทางก ิ จกรรม X BMRได้ดงนัี ้ = 1.3 x 1,471 = 1,912.3 กโลแคลอริี/วนั นางสาวน ั ชชาต ้ องการพล ั งงานประมาณ 1,912 กโลแคลอริี/วนั ต ั วอย ่ างการค ํ านวณหาความต ้ องการพล ั งงานและสารอาหาร


2. การคานวณความต ํ้องการสารอาหาร คารโบไฮเดรต ์โปรตีนและไขมันเป็นสารอาหารท É ีใหพล้ังงานกับ ร ่ างกายโดยคารโบไฮเดรต ์โปรตีนและไขมันเม É ื อผ ่ านกระบวนการเม แทบอล ิ ซ ึมในร่างกายจะให้พลังงาน 4,4และ 9กิโลแคลอรี/กรัม ตามลาด ํ บ ั คณะกรรมการจดท ั าข ํ อก ้ าหนด ํ สารอาหารท ี É ควรได้รับประจาวํัน สาหร ํับคนไทยแนะนําให้ผ ู ้ใหญ่ที É ม ี ส ุ ขภาพด ีควรได้พลังงานจาก คารโบไฮเดรตร ์้อยละ 45-65โปรตนรี้อยละ 10-15 และไขมันร้อย ละ 20-35ต่อวันดงนันั Ê หากตองการทราบว ้าในแต่ละว่นควรร ับประทาน ั อาหารปริมาณเท่าไรจึงจะไดพล้งงานจากสารอาหารท ังั Ê 3ชนิดเพียงพอ ก ั บความต ้ องการของร ่ างกายท ําได้โดยคํานวณหาปริมาณ คารโบไฮเดรต ์โปรตีนและไขมนทั É ี รางกายต ่องการใน ้ 1 วนั


ว ิ ธ ี ค ิ ด พล ั งงานท ี ่ ควรได้รับจากคาร์โบไฮเดรต = 1,912 X 0.65 = 1,242.8 กิโลแคลอรี ค ิดเป็นคาร์โบไฮเดรต = 1,242.8 ÷ 4 = 310.7 หรอื 310 กรมั พล ั งงานท ี ่ ควรได้รับจากโปรตีน = 1,912 X 0.15 = 286.8 กิโลแคลอรี ค ิดเป็นโปรตีน = 286.8 ÷ 4 = 71.7 หรือ72 กรัม พล ั งงานท ี ่ ควรได้รับจากไขมัน = 1,912 X 0.20 = 382.4 กิโลแคลอรี ค ิดเป็นไขมัน = 382.4 ÷ 9 = 42.5 หรือ43 กรัม ใน 1วนนางสาวน ัชชาต ัองการ ้คาร์โบไฮเดรต 310 กรัม โปรตีน 72 กรัมและไขมนั 43 กรัม ตวอย ั างการค ่ านวณหาความต ํ องการสารอาหาร ้ นางสาวนชชาต ั องการพล ้ งงาน ั 1,912 กิโลแคลอร/ีวนัจงคานวณหาปรํมาณคาริโบไฮเดรต ์โปรตีนและไขมนทั É ี นางสาว นชชาต ัองการใน ้ 1วนั กาหนดใหํได้ร้บคาร ัโบไฮเดรต ์รอยละ ้ 65 โปรตีนรอยละ ้ 15 และไขมนัรอยละ ้ 20 ของพลงงานท ั É ี ตองการใน ้ 1วนั


3. การคานวณดํชนั ี มวลกาย (BMI) คาด่ชนั ี มวลกาย Body Mass Indexหรอเร ื ยกย ี อ่ๆ ว า่ BMI คื อ ตวชั ี วÊดมาตรฐานเพ ัÉื อ ประเมินสภาวะของรางกายว่า่มีความสมดลของนุาหน Êํกตัวตัอส่วนส่งอย ู ในเกณฑู่ ท์Éีเหมาะสม หรอไม ื่ ค า่ BMI คานวณจากํคาของน่าหน Êํกตัวหน ั่วยเป็นกิโลกร มัหารดวยส ้วนส่งหน ู่วยเป็ น เมตรยกกาลํงั 2 และแสดงในหน่วยกก./ ม 2


https://www.ryoiireview.com/article/the-right-way-to-cookvegetables/


Click to View FlipBook Version