The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sawita Kajanta, 2022-10-14 12:08:38

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน

เอกสารนวตั กรรมการจดั การเรียนรู้ฉบบั น้ีเป็ นส่วนหน่ึงจากนวตั กรรม
ของ รายวิชา ED13307ส่ือเทคโนโลยีและนวตั กรรมสาหรับครูประถมศึกษาคณะ
ศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลยั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ท่ี
จดั ทาหรือพฒั นาข้ึนเพื่อเป็นคูมือสาหรับบุคลากรทางการศึกษาในเร่ือง นวตั กรรม
การจดั การเรียนรู้ โดยนกั ศึกษาสาขาวชิ าการประถมศึกษา ช้นั ปี ที่2 ปี การศึกษา2565
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ จากรูปแบบนวตั กรรม
จานวน17.รูปแบบ 17 รายการ ดงั น้ี

1.นวตั กรรมการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
2. รูปแบบการสอนแบบมงุ่ ประสบการณ์ภาษา
3.บนั ได5ข้นั QSCCS Model
4.Story board
5.รูปเเบบการเรียนรู้โดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน(Project Based Learning )
6.วฏั จกั รการสืบเสาะหาความรู้7EInquiryCyele
7.รูปแบบการจดั การเรียนโดยใชแ้ ผนภาพความคดิ อิสระ (Mind Mapping)
8. รูปแบบการเรียนรู้โดยใชโ้ ครงงาน(Project)
9.รูปแบบการจดั การเรียนรูโ้ ดยใชซ้ ิปปาโมเดล (CIPPA Model)
10 รูปแบบการสอนแบบRrole play
11.ทฤษฎคี อนสตรคั ติวสิ ต์ (Constructivist Theory)
12. หมวก6ใบ (Mind Mapping)
13.รูปแบบการจดั การเรียนรู้โดยใชโ้ พลยา
14.รูปแบบการจกั การเรียนรู้ Open Approach
15.รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ 4MAT
16.รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบ Mind Mapping
17.การจดั การเรียนรู้โดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning : PBL)

ซ่ึง นวัตกรรมดังกล่าวได้ผ่านการทดลองใช้ในรูปแบบการวิจัย กับ ผูจ้ ดั ทาไดจ้ ดั แสดงการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ รูปแบบการ
นกั เรียนของโรงเรียนและส่งผลในเชิงประจกั ษก์ บั นกั เรียนอย่างเด่นขดั และเพื่อให้ จดั การเรียนรู้ที่ใช้นวตั กรรมรูปแบบต่างๆ และจดั ทาเอกสารนวตั กรรมการ
ครูผสู้ อนใชเ้ ป็นแนวทางในการทาความเขา้ ใจเรื่องการนานวตั กรรมทางการศึกษา จดั การเรียนรู้ฉบบั น้ีข้ึน เพ่ือเป็ นคู่มือสาหรับบุคลากรทางการศึกษา ในเรื่อง
มาใชใ้ นการพฒั นาการเรียนการสอนตามหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐานพุทธศกั ราช นวตั กรรมการจดั การเรียนรู้ โดย นกั ศึกษา สาขาวิชาการประถมศึกษา ช้นั ปี ที่
2544 2 คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลยั ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ซ่ึงเป็นนวตั กรรมท่ี
ได้ผ่านการทดลองใช้ในรูปแบบการวิจัย ส่งผลในเชิงประจกั ษ์ต่อนักเรียน
คณะผูจ้ ัดทาจึงได้เรียบเรียงข้อมูลท่ีเป็ นรูปแบบของนวตั กรรมพร้อม อย่างเด่นชัด และเพ่ือให้ครูผูส้ อนใช้เป็ นแนวทางในการทาความเขา้ ใจเร่ือง
ตวั อย่างแผนการจดั การเรียนรู้โดยใช้นวตั กรรมเพ่ือให้ผูส้ นใจไดร้ ับความรู้ความ การนานวตั กรรมทางการศึกษามาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนตาม
เขา้ ใจมากยิง่ ข้นึ เอกสารเล่มน้ีจะช่วยทบทวนความเขา้ ใจใหข้ ดั เจนยง่ิ ข้นึ จนสามารถ หลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2544
นาไปใช้ในการพฒั นาการจดั การเรียนรู้ของตนเองได้ ประโยชน์ท่ีไดจ้ ากเอกสาร
ฉบบั น้ีย่อมเกิดผลโดยตรงต่อผูเ้ รียนและผูส้ อนในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ คณะ จดั ทาโดย
ผูจ้ ัดทาใคร่ขอขอบคุณแหล่งวิทยาการท่ีเป็ นข้อมูลให้ผูจ้ ดั ทานามาอา้ งอิงเพ่ือใช้ นางสาว ศวิตา กะจนั ตะ๊
ประโยชน์ในกรจดั ทาเอกสารคร้ังน้ี

สารบญั

1.คาช้ีแจง การจัดการเรี ยน รู้แบ บ ใช้โค รงงาน การจดั การเรียนรู้แบบใชโ้ ครงงานเป็ นฐาน คือ กิจกรรมท่ีให้ นกั เรียนรู้จกั
2.คานา เป็ นฐาน คือ กิจกรรมท่ีให้ นักเรี ยนรู้จัก วิธีการทาโครงงานวิจยั เลก็ ๆ ผเู้ รียนลง มือปฏิบตั ิเพ่ือพฒั นาความรู้ทกั ษะ และสร้าง
3.นวตั กรรมการจดั การเรียนรู้โดยใช้ วิธีการทาโครงงานวิจัยเล็กๆ ผูเ้ รียนลง มือ ผลผลิตท่ีมีคุณภาพ ระเบียบวิธีดาเนินการเป็ นระบบ ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์
โครงงานเป็ นฐาน ปฏิบัติเพื่อพัฒนาความรู้ทักษะ และสร้าง จุดประสงคห์ ลกั ของการ สอนแบบโครงงานต้องการกระตนุ้ ให้นกั เรียนรู้จกั สังเกต
4.ข้นั ตอนการจดั การเรียนรู้โดยใช้ ผลผลิตท่ีมีคุณภาพ ระเบียบวิธีดาเนินการ รู้จกั ต้งั คาถาม รู้จกั ต้งั สมมติฐาน รู้จกั วิธี แสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง เพื่อตอบคาถาม
โครงงานเป็ นฐาน เป็ น ระบ บ ใช้วิธี การท างวิท ยาศาสตร์ ท่ีตน อยากรู้ รู้จกั สรุป และทาความเขา้ ใจกบั ส่ิงท่ีคน้ พบ โครงงานอาจจดั ในเวลา
5.ตวั อยา่ งหน่วยการจดั การเรียนรู้ จดุ ประสงคห์ ลกั ของการ สอนแบบโครงงาน เรียน หรือนอกเวลาเรียนก็ ไดโ้ ดยไม่จากดั สถานท่ีอาจทาเป็ นรายบุคคลหรือ เป็ น
6.ตวั อยา่ งแผนการจดั การเรียนรู้ ตอ้ งการกระตุน้ ให้นักเรียนรู้จกั สังเกต รู้จกั กลุ่มได้หากเน้ือหาหรือข้อสงสัยเป็ นไปตาม รายวิชาใดหรือสาระใด จะเรียกว่า
7.ใบงาน ต้งั คาถาม รู้จกั ต้งั สมมติฐาน รู้จกั วธิ ี แสวงหา โครงงานใน รายวิชาน้ัน ๆ เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์โครงงาน คณิตศาสตร์
8.แบบบนั ทึกผลการเรียนรู้ ความรู้ดว้ ยตนเอง เพื่อตอบคาถามท่ีตน อยาก โครงงานคณุ ธรรมจริยธรรม เป็นตน้
9.แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้ รู้ รู้จกั สรุป และทาความเขา้ ใจกบั ส่ิงที่คน้ พบ
10.แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ โครงงานอาจจดั ในเวลาเรียน หรือนอกเวลา สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (2543 อา้ งถึงใน วฒั นา
โดยใช1้ 1.โครงงานเป็นฐาน เรียนก็ ไดโ้ ดยไม่จากดั มงั คสมัน, 2551) ได้ให้ความหมายของการสอนแบบโครงงานไวว้ ่า เป็ นการจัด
12.เอกสารอา้ งอิง ประสบการณ์การเรียนรู้ใหผ้ เู้ รียนไดเ้ ลือกและสร้างกระบวนการเรียนรู้เร่ืองใดเรื่อง
หน่ ึ งอย่างลุ่มลึกด้วยตนเองโดยใช้วิธี การและแหล่งการเรี ยนรู้ท่ีหลากหลายและ
สามารถนาผลการเรียนรู้ไปใชใ้ นชีวติ ได้

ดุษฎี โยเหลาและคณะ( 2557: 19-20) การจดั การเรียนรู้แบบใชโ้ ครงงานเป็น
ฐาน หมายถึง การจดั การเรียนรู้ที่มีครูเป็นผกู้ ระตุน้ เพื่อนาความสนใจที่เกิดจากตวั

นักเรียนมาใช้ในการทากิจกรรมคน้ ควา้ หาความรู้ดว้ ยตวั นักเรียนเอง นาไปสู่การ การฝึกให้ผเู้ รียนมีความคิดเป็นข้นั เป็นตอนดว้ ยตนเอง เพ่ือใหเ้ ห็นภาพรวม
เพ่ิมความรู้ท่ีได้จากการลงมือปฏิบัติ การฟังและการสังเกตุจากผูเ้ ช่ียวชาญ โดย ความคิดความสัมพันธ์ของการใช้โครงงาน และสามารถเขียนหรือออกแบบ
นกั เรียนมีการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทางานเป็ นกลุ่ม ท่ีจะนามาสู่การสรุปความรู้ โครงงานไดห้ ลายลกั ษณะ ดงั น้ี
ใหม่ มีการเขียนกระบวนการจดั ทาโครงงานและไดผ้ ลการจดั กิจกรรมเป็นผลงาน
แบบ 1) โครงงานสารวจ (survey project) เป็ นโครงงานที่ศึกษาโดยการสารวจ
และรวบรวมขอ้ มูลเรื่องใดเรื่องหน่ึง ภายใตป้ ระเด็นหวั ขอ้ ท่ีศึกษา แลว้ นาความรู้ที่
ทิศนา แขมมณี (2560) ให้ความหมายของการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ ได้มาทาการวิเคราะห์เพ่ือให้ทราบถึงผลการศึกษา และการนาเสนอโครงงาน
โครงการเป็นหลกั ไวว้ ่า เป็นการจดั สภาพการณ์ของการเรียนการสอน โดยให้ผเู้ รียน ประเภทน้ีอาจนาเสนอในรูปแบบของตาราง แผนภมู ิ แผนผงั หรือกราฟ
ไดร้ ่วมกนั เลือกทาโครงการที่ตนสนใจ โดยร่วมกนั สารวจ สังเกต และกาหนดเรื่อง
ที่ตนสนใจ วางแผนในการทาโครงการร่วมกนั ศึกษาหาขอ้ มูลความรู้ท่ีจาเป็น และ ตัวอย่างโครงงานสารวจ
ลงมือปฏิบตั ิงานตามแผนงานที่วางไวจ้ นไดข้ อ้ คน้ พบหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ แลว้ จึง
เขียนรายงานและนาเสนอต่อสาธารณชน เก็บขอ้ มูล แลว้ นาผลงานประสบการณ์ ➢ โครงงานการสารวจแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วทางทะเลของภาคใต้
ท้งั หมดมาอภิปรายแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดกนั และสรุปผลการเรียนรู้ที่ไดร้ ับ ➢ โครงงานสารวจความคิดเห็นของเยาวชนตอ่ อาชีพดารา เป็น
จากประสบการณ์ที่ไดร้ ับท้งั หมด
ตน้

ภาพท่ี 1 การสอนโครงงานแบบสารวจจากโครงานบา้ นวิทยาศาสตร์นอ้ ย เรื่องสารวจสตั ว์
ส่ิงมชี ีวิต

2 ) โครงงานศึกษา ค้นคว้า ทดลอง เป็นโครงงานท่ีศึกษาและคน้ ควา้ เรื่องใด 3 )โครงงานส่ิงประดิษฐ์ (invention project) เป็ นโครงงานท่ีสร้างหรือ
เรื่องหน่ึงท่ีผเู้ รียนสนใจและตอ้ งการรู้เรื่องราวรายละเอยี ดอยา่ งลึกซ้ึง อาจจะพฒั นา ประดิษฐ์ส่ิงใหม่ โดยนาองค์ความรู้ท่ีมีอยู่เป็ นพ้ืนฐาน มาผสมผสานกับความคิด
มาจากโครงงานสารวจแลว้ ตอ้ งการศึกษาคน้ ควา้ หรือทดลองเพ่มิ เติม สร้างสรรคท์ ่ีมีและยงั ไม่มีใครเคยคิดประดิษฐ์มาก่อน อาจจะไดม้ าจากการสารวจ
ศึกษาและคน้ ควา้ จากทฤษฎีท่ีมีมาก่อน หรือพฒั นาข้ึนจากส่ิงประดิษฐ์ที่มีมาก่อน
ตวั อย่างโครงงานศึกษา คน้ ควา้ ทดลอง
ตัวอย่างโครงงานส่ิงประดิษฐ์
➢ โครงงานสุสานโจโฉมีจริงหรือไม่ ?
➢ โครงงานสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินเป็นชาวจีนจริงหรือ ? ➢ โครงงานสมดุ ภาพประวตั ศิ าสตร์ไทยสมยั สุโขทยั
➢ โครงงานประดิษฐเ์ คร่ืองกดเจลลา้ งมือดว้ ยไมไ้ ผ่

ภาพที่ 2 การแข่งขนั ประกวดโครงงานประเภทศกึ ษาคน้ ควา้ ทดลอง

ภาพที่ 3 โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ เครื่องกดเจลลา้ งมือกระบอกไมไ้ ผ่ ท่ีมา

4 ) โครงงานทฤษฎี (theory project) เป็ นโครงงานท่ีสร้างทฤษฎีใหม่ ข้นั ตอนการจดั การเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนโดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน
เก่ียวกบั เรื่องใดเร่ืองหน่ึงท่ีสนใจ หรือเป็ นการขยายแนวคิด หรือพิสูจน์ทฤษฎีเดิม (Project – Based Leaning)
เพื่อหาขอ้ เทจ็ จริง โดยทฤษฎีใหม่ที่เสนอน้ีผเู้ สนอตอ้ งมีความรู้ในทฤษฎีน้นั ๆ อยา่ ง ข้นั ที่ 1 ข้นั กระต้นุ ความสนใจ (การใชเ้ กม ใชเ้ น้ือเพลง ใชเ้ น้ือหาท่ีจะเรียน)
ลึกซ้ึง และตอ้ งผา่ นการพิสูจนด์ ว้ ยกฎเกณฑท์ ี่เป็นที่ยอมรับของคนทวั่ ไป ข้นั ที่ 2 ข้นั กาหนดปัญหา/สถานการณ์/เงื่อนไข
ตัวอย่างโครงงานทฤษฎี ข้นั ที่ 3 ข้นั วางแผน
ข้นั ท่ี 4 ข้นั ลงมือปฏบิ ัติ
➢ โครงงานแควน้ สุวรรณภูมิคอื อาณาจกั รไทยใช่หรือไม่ ข้นั ที่ 5 ข้นั สรุปและนาเสนอ
ข้นั ที่ 6 การประเมินผล
ภาพท่ี 4 โครงงานจาลองทฤษฏี เรื่องการไหลของเหลว

สัตว์ การเรียนรู้ 7.หอ้ ง 3.2 แบบ
4.เปรียบเทียบ 2.1 คอมพวิ เตอร์ ประเมิน
ส่วนต่าง ๆ เตรียมความ 8.หอ้ งโสต แผนการ
ของพืชและ พร้อม ฯลฯ จดั การเรียนรู้
สัตว์ 2.2ข้นั กาหนด 9.เครื่องเสียง โดยใช้
ปัญหา/หวั ขอ้ / 10.เครื่องฉาย โครงงานเป็ น
หน่วย/สาระ กจิ กรรม/ สื่อ/แหล่ง วัด/ประเมนิ ผลงานทักษะ เง่ือนไข/ ภาพทึบแสง ฐาน
เรียนรู้ สถานการณ์ มลั ติมีเดีย 3.3 แบบ
การเรียน กระบวนการ **การ 1.กระบวนการ 2.3ข้นั 11.พ้นื ที่ สงั เกต
1.คาศพั ทท์ ่ี ประเมินคา่ คิด วางแผน บริเวณรอบๆ พฤติกรรม
เรียน เก่ียวกบั พชื 1. ประเมิน 2.ทกั ษะข้นั 2.4ลงมือ โรงเรียน การเรียนรู้
และสัตว์ นกั เรียนโดย พ้นื ฐาน ปฏิบตั ิ (สาหรับ
หน่วยท่ี 1 รูปแบบการ 2.แหลง่ การ ..... 3.ทกั ษะการ 2.5นาเสนอ นกั เรียน)
เรียนรู้ของแต่ 2. ประเมนิ ครู คดิ วิเคราะห์ ผลงาน 4.ชิ้นงาน
เรื่อง ตวั เรา สอนโดยใช้ ละกลมุ่ โดย... 4.การคดิ 2.6การ
3.ใบงาน 3. เคร่ืองมือ สร้างสรรค์ ประเมนิ ผล
พืชและสัตว์ โครงงานเป็น 4.ส่ือวสั ดุ สี การประเมิน 5.สร้าง
กระดาษชาร์จ 3.1 แบบ ความรู้โดยใช้
1.ระบชุ ่ือส่วน ฐาน กระดาษ A4 บนั ทึกผลการ โครงงานเป็ น
อุปกรณ์ใน เรียนรู้ ฐาน
ต่าง ๆ ของพืช 1.ข้นั กระต้นุ การทา สาหรับ 6.คณุ ลกั ษณะ
โครงงาน นกั เรียนและ 7.ชิ้นงานกลมุ่
และสัตว์ ความสนใจ 5.Internet ครู และงานเด่ียว
6.รายงาน
2.บอกหนา้ ท่ี 1.1การใช้

และ เกม
ความสาคญั 1.2ใชเ้ น้ือ
ของพชื และ เพลง
สตั ว์ 1.3ใชเ้ น้ือหา
3.เขา้ ใจและ ท่ีจะเรียน
ยกตวั อยา่ ง
ส่วนต่าง ๆ 2.

ของพืชและ กระบวนการ

แผนการจดั การเรียนรู้ทพี่ ฒั นาโดยใช้นวตั กรรม Project – Based Leaning 4. นกั เรียนไดพ้ ฒั นาลกั ษณะนิสัยดา้ นทกั ษะกระบวนการคดิ วเิ คราะห์ อยา่ งมี
วจิ ารณญาณกระบวนการส่ือสาร การอภิปราย การแลกเปลี่ยนการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง โครงสร้างภายนอกของพชื และสตั ว์ จานวน 1 ชั่วโมง และยอมรับฟังความคดิ เห็นของคนอื่น

แผนการเรียนรู้ท่ี 1 โครงสร้างภายนอกของพืชและสัตว์ เวลา 1 ช่ัวโมง 5. นกั เรียนไดพ้ ฒั นาความคิดสร้างสรรคแ์ ละสร้างองคค์ วามรู้

1..สาระมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั 4.สาระการเรียนรู้

ว 1.2 ป.1/1 ระบุช่ือบรรยายลกั ษณะและบอกหนา้ ที่ของส่วนต่าง ๆ ของ เขา้ ใจคาศพั ทท์ ่ีเก่ียวกบั พชื และสัตวร์ วมถึงส่วนต่าง ๆ ของพืช และระบุ
ร่างกายมนุษย์ สตั ว์ และพชื รวมท้งั บรรยายการทาหนา้ ที่ร่วมกนั ของส่วนต่าง ๆ ของ ช่ือพืช ส่วนตา่ งๆที่สาคญั ได้
ร่างกายมนุษยใ์ นการทากิจกรรมต่าง ๆ จากขอ้ มลู ท่ีรวบรวมได
5.กระบวนการเรียนรู้
2.สาระสาคญั
ข้นั ที่ 1 ข้ันกระต้นุ ความสนใจ
อา่ นคาศพั ทท์ เี่ ก่ียวกบั พืช และสตั วร์ วมถึงส่วนตา่ ง ๆ ของพชื และระบุ
ช่ือพืชโดยทว่ั ไป หรือระบุส่วนต่าง ๆ ที่สาคญั ไดแ้ ก่ ราก ลาตน้ ใบ ดอก และผล ซ่ึง 1. แบ่งกลุ่มนกั เรียนออกเป็น กลมุ่ ๆละ 4-5 คน และแนะนากติการการ
ส่วนตา่ ง ๆ แต่ละส่วนทาหนา้ ทท่ี ่ีแตกตา่ งกนั ได้ เรียนข้นั ตอนการทางาน และเอกสารท่ีกาหนดให้เป็นสถานการณ์ปัญหา

3.ผลการเรียนรู้ทีค่ าดหวัง/จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. นกั เรียนสามารถระบุช่ือของพืชสตั วแ์ ละบอกหนา้ ท่ีของส่วนตา่ งๆได้
2. นกั เรียนเขา้ ใจ และสามารถระบสุ ่วนต่าง ๆ ของพชื และสตั วไ์ ด้
3. นกั เรียนสามารถเปรียบเทียบหนา้ ท่ีส่วนต่าง ๆ ของพืชและสตั วไ์ ด้

ข้นั ที่ 2 ข้นั กาหนดปัญหา/สถานการณ์ ข้นั ท่ี 4 ลงมือปฏบิ ตั ิ
ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มรับใบงานท่ี 1 แลว้ ปฏิบตั ิกจิ กรรมตามใบงานตามลาดบั
ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกไปสารวจพืชชนิดต่างๆ ภายในบริเวณโรงเรียน
และเขียนจดบนั ทึกช่ือพืช และหนา้ ท่ีสาคญั ของพืชที่ตนเองรู้จกั ลงบนกระดาษ A4

ข้นั ท่ี 3 ข้นั วางแผน ข้นั ที่ 5 นาเสนอผลงาน
ใหแ้ ต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานที่ไดไ้ ปสารวจมาหนา้ ช้นั เรียน
นกั เรียนคดิ วางแผน ก่อนทีจ่ ะออกไปสารวจพชื รอบตวั เรา ภายในบริเวณ
โรงเรียนลาดบั ว่าจะเขยี นอะไรก่อนอะไรหลงั

ข้นั ที่ 6 การประเมินผล ครูประเมินนกั เรียนโดย
1. การสงั เกตการณ์ทากิจกรรมทุกข้นั ตอน
ให้นกั เรียนไดป้ ระเมินผลงานของตนเอง โดยครูจะถามวา่ นกั เรียนจะใหค้ ะแนน 2. สงั เกตกระบวนการเรียนรู้การทางานกลุ่มการทาแผนภาพความคิด
ตนเองเท่าไหร่ จาก 10 คะแนน และจะมีครูช่วยประเมนิ ผลงานของนกั เรียนอกี หน่ึง 3. สงั เกตกระบวนการสื่อสาร การเจรจาการตอ่ รองการอภิปรายการยอมรับ
รอบอนั ไหนทข่ี าดหายไปครูกจ็ ะช้ีแนะตอ่ ไป ฟังความคิดเห็น
4. ผลงานกลุ่มและชิ้นงานเดียว
5.ส่ือ/อปุ กรณ์/แหล่งเรียนรู้
ครูประเมินตนเองโดย
1. ใบงาน 1. รวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั หลกั เกณฑก์ ารวเิ คราะหป์ ระเด็นสาระสาคญั
2. พ้ืนที่บริเณโรงเรียน ใจความการสรุปประเดน็ สาคญั ของเรื่อง รวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั
3. สื่อวสั ดุ สี กระดาษชาร์จ หลกั เกณฑก์ ารวเิ คราะหเ์ ก่ียวกบั การสร้างและเกิดความคดิ รวบยอด
6.การวัด และประเมินผล 2. สะทอ้ นบทบาทครูในการกระตนุ้ และการส่งเสริมการเรียนรู้

6.1 เคร่ืองมือในการประเมนิ 7. ประเมนิ หลังการสอน

➢ แบบประเมินตามสภาพจริง(ผลงานนกั เรียน) 1. ประเมนิ นกั เรียน……………………………………………………………
➢ แบบบนั ทึกหลงั สอน …………………………………………………………………………………
➢ แบบสงั เกตพฤติกรรม
➢ บนั ทึกภาพ 2.ประเมินครู………………………………………………………………......
………………………………………………………………………………..
6.2 วธิ ีการวดั และการประเมนิ

ส่ิงทต่ี ้องวัด วิธีการวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมนิ หน่วยที่ 1 เรื่อง โครงสร้างภายนอกของพืชและสัตว์(สตั วพ์ ชื น่ารู้)
1. ระบชุ ื่อพชื และ ตรวจแบบฝึ กใน ใบงาน นกั เรียนทกุ คนทา
สัตว์ และบอก เร่ืองใบ แบบฝึ กในใบงาน สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 1
หนา้ ที่ได้ ใบงาน ผา่ น 80 %
2.นกั เรียนมีทกั ษะ แบบประเมนิ ผลการประเมินอยู่ ใบงาน
ทางวิทยาศาสตร์ ประเมินจากแบบ ทกั ษะทาง ในระดบั 3.51 ข้ึน
ประเมินทกั ษะ วิทยาศาสตร์ ไป คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ทากิจกรรมตามข้นั ตอนดงั ต่อน้ี
3..นกั เรียนมี ทางวทิ ยาศาสตร์ แบบประเมิน ผลการประเมินอยู่
ทกั ษะตาม ประเมนิ จากแบบ ทกั ษะตาม ในระดบั 3.51 ข้นึ คาสั่ง 1.ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่ม ออกมาหยิบกระดาษ A4 (1 แผน่ ) แลว้ ออกไปสารวจ
ศตวรรษท่ี21 ประเมินทกั ษะ ศตวรรษท่ี21 ไป พืชรอบๆตวั ภายในบริเวณโรงเรียนให้ไดม้ ากท่ีสุด และเขียนชื่อพืช และหน้าท่ี
4..นกั เรียนมี ตามศตวรรษที่21 แบบประเมิน ผลการประเมินอยู่ สาคญั ของพืชที่ตนเองรู้จักลงบนกระดาษ A4พร้อมกับให้ทุกคนในแต่ละกลุ่ม
สมรรถนะสาคญั ประเมินจากแบบ สมรรถนะสาคญั ในระดบั 3.51 ข้ึน อภิปรายแสดงความคิดเห็น คิดวิเคราะห์ ประเด็นสาระสาคญั ของเรื่องให้ได้มาก
ของผเู้ รียนตาม ของผเู้ รียนตาม ไป ที่สุด
ศตวรรษที่21 ประเมิน ศตวรรษที่ 21
สมรรถนะสาคญั ผลการประเมินอยู่ 2.นาเสนอผลงานของแตล่ ะกลุ่ม
5.นกั เรียนมี ของผเู้ รียนตาม แบบประเมิน ในระดบั 3.51 ข้นึ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ศตวรรษที่ 21 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ไป 2.1 อธิบายข้นั ตอนของกระบวนการทางานกลมุ่
ประสงคแ์ ละ ประเมนิ จากแบบ
คุณลกั ษณะตาม ประสงคแ์ ละ 2.2สรุปประเดน็ สาระสาคญั ของเร่ืองจากขอ้ 1
ศตวรรษท่ี21 ประเมิน คณุ ลกั ษณะตาม
คณุ ลกั ษณะอนั พึง ศตวรรษที่21 3.สมาชิกแตล่ ะคนในกลมุ่ เขียนสรุปประเด็นสาระสาคญั ของเร่ืองที่ไดจ้ ากขอ้ 1
โดยเขียนเป็นแผนภาพความคดิ ของตนเอง
ประสงคแ์ ละ
คณุ ลกั ษณะตาม
ศตวรรษที่21

กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ป.1 4.คุณลกั ษณะทีด่ ี/ค่านิยม/คณุ ธรรม/จริยธรรม

แบบบนั ทึกผลการเรียนรู้ของ นกั เรียน ครู ………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………
วนั ……………………..ที่……...เดือน………..……….. พ.ศ.25…… ………………………………………………………………………………………

1.ข้นั ตอนการทางาน 5.ส่ือ และแหล่งการเรียนรู้

……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………

2.ความรู้ท่ีไดร้ ับ 6.ผลงาน

……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………

3.ทกั ษะที่ไดร้ ับ กลุม่ ท่ี………………………..

……………………………………………………………………………………… สมาชิก 1. …………………………………… เลขท่ี………………
………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………… 2. …………………………………… เลขที่………………

3. ……………………………...……. เลขที่………………

4. ……………………………………. เลขท่ี………………

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 6. ครูเปิ ดโอกาสให้นกั เรียนไดแ้ สดง
ช่ือผสู้ อน..................................................................... ช้นั ................................. ความคิดเห็นและยอมรับเกี่ยวกบั ผลงาน
กล่มุ สาระการเรียนรู้................................................ เร่ือง.......................................... และความสามารถของตนเองและผอู้ ่ืน
วนั ที่.........เดือน.......................................พ.ศ...............เวลา.......................................
คาชี้แจง :ให้ผนู้ ิเทศสงั เกตพฤติกรรมการสอนของครูและโปรดทาเครื่องหมาย / 7. ครูจดั กิจกรรมการเรียนรูท้ ่ีมีการ
ลงในช่องพฤติกรรมการสอนตามรายการ การสงั เกตพฤติกรรมการสอนดงั ตอ่ ไปน้ี เช่ือมโยงความรู้เดิมกบั ความรู้ใหม่ให้
ผเู้ รียน
รายการ ผลการสังเกต ข้อเสนอแนะ 8.ครูมีการใชส้ ่ือการเรียนรู้อยา่ ง
เพม่ิ เติม หลากหลาย
1. ครูจดั กิจกรรมการเรียนการสอนให้ ปฏิบตั ิ ไม่ 9.ครูให้การเสริมแรงนกั เรียนอยา่ ง
ผเู้ รียนไดค้ ิดอยา่ งหลากหลาย ปฏิบตั ิ เหมาะสม
2. ครูเสนอ/จดั แหล่งความรู้เพ่ือใหผ้ เู้ รียน
ไดฝ้ ึกการคน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มลู ลงช่ือ.............................................................
3. ครูจดั กิจกรรมและสถานการณ์ให้
ผเู้ รียนแลกเปล่ียนความคิดและ (................................................................)
ประสบการณ์
4. ครูเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดน้ าเสนอ ผปู้ ระเมิน
ผลงานของตวั เอง/กลุม่ ในรูปแบบต่าง ๆ
5. ครูจดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนไดล้ งมือ
ปฏิบตั ิ

แบบประเมินแผนการจดั การเรียนรู้( สาหรับครู) นาเสนอผลงาน
4.6 จดั กิจกรรมช้ีแนะความรู้
รายการ มากทส่ี ุด มาก พอใช้ ปรับปรุง เพิม่ เติมอภิปรายแสดงขอ้ คดิ เห็น
4 32 1 4.7 จดั กิจกรรมทาแผนภาพ
ความคดิ อิสระโดยสรุปสาระสาคญั
1.สาระสาคญั แสดงความคิด และองคค์ วามรู้เป็นของตนเอง
5. ส่ือ อุปกรณ์และแหลง่ การเรียนรู้
วิเคราะหข์ องสาระการเรียนรูท้ ี่ ที่เหมาะสมตามความสามารถของ
ผเู้ รียน
สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียน 6. มีการวดั และประเมินผลที่
หลากหลายสอดคลอ้ งกบั พฤติกรรม
2.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ครอบคลมุ ท่ีกาหนดในจดุ ประสงคก์ บั ธรรมชาติ
ของสาระการเรียนรู้
พฤติกรรมการเรียนรู้หลายดา้ น(พทุ ธิ
หมายเหตุ ระดบั ผลการประเมินข้นึ อยกู่ บั ดลุ พนิ ิจของผสู้ อนในการกาหนดช่วงคะแนน
พิสัย/ทกั ษะพิสยั /จิตพิสัยและระบุ

พฤติกรรมท่ีสามารถวดั ได้

3.สาระการเรียนรู้ถูกตอ้ งครบถว้ น

ชดั เจนตามหลกั วชิ าการ

4.กระบวนการเรียนรู้

4.1 สอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคก์ าร

เรียนรู้

4.2 จดั กิจกรรมเตรียมความพร้อม

และทบทวนความรู้เดิม

4.3 จดั กิจกรรมหรือกาหนด

สถานการณ์ที่เป็นประเดน็ ปัญหาให้

นกั เรียนคิด

4.4 จดั กิจกรรมให้นกั เรียนได้

แลกเปลี่ยนการเรียนรู้

4.5 จดั กิจกรรมใหน้ กั เรียนได้

เอกสารอ้างองิ องั คณา ตุงคะสมิต. (2559). สังคมศึกษาในโลกอาเซียน Social studies in ASEAN
Community. ขอนแก่น: โรงพมิ พม์ หาวิทยาลยั ขอนแก่น.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน องคค์ วามรู้เพือ่ การจดั กระบวนการเรียนรู้ท่ี
มีประสิทธิภาพ (พิมพค์ ร้ังที่ 21). โรงพมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . พิพฒั น์ คุณวงค.์ (2561).การจดั การเรียนรู้โดยใชโ้ ครงงานเป็ นฐาน (Project-based
Learning).สืบคน้ เม่ือ 15 มีนาคม 2564.จากhttp://pipatkhunwong2.
บญุ เล้ียง ทุมทอง. (2548). แนวการออกแบบการจดั การเรียนรู้โครงงานคณิตศาสตร์.
ในประมวลองคค์ วามรู้และงานวิจยั หลกั สูตรและการเรียนรู้. ฉนั ทนา กล่อมจิต, blogspot.com/2018/02/project-based-learning.html

ลัดดา ศิลาน้อย และพรชนิ ตว์ ลีนาราช. (บรรณาธิการ). ขอนแก่น: คณะ
ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.

ปราชญ์ รัตนานันท์ (2553). คิดโครงงานสังคมศึกษา (พิมพ์คร้ังท่ี 2). กรุงเทพฯ:
เป็ นภาษาและศิลปะ.

พิมพนั ธ์ เดชะคุปต์ และคณะ. (2553). การสอนคิดดว้ ยโครงงาน การเรียนการสอน
แบบบรู ณาการ (พมิ พค์ ร้ังท่ี 2). กรุงเทพฯ: สานกั พิมพแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .

ลดั ดา ศิลานอ้ ย และองั คณา ตุงคะสมิต. (2556). ยกระดบั ครูสังคมศึกษาสู่ประชาคม
อาเซียน (ASEAN Community) ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี21.
ขอนแก่น: สาขาวชิ าสงั คมศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.

วฒั นา มังคสมัน. (2551). การสอนแบบโครงการ (พิมพ์คร้ังท่ี 2). กรุงเทพฯ:
สานกั พิมพแ์ ห่ง จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .


Click to View FlipBook Version