หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
หน่วยพน้ื ฐาน
ของส่งิ มีชีวิต
เรื่องที่ 1
ลกั ษณะและ
รปู รา่ งของเซลล์
สงิ่ มชี ีวิต
ยกตัวอย่าง เซลล์
เซลลอ์ สุจิ
เซลล์เมด็ เลือดขาว-แดง เซลล์คมุ
3
สิ่งมชี ีวิตสามารถแบ่งออกได้กป่ี ระเภท อะไรบ้าง
ผู้คน้ พบเซลลเ์ ปน็ คนแรก คอื ใคร
นกั เรยี นสามารถมองเห็นเซลล์ดว้ ยตาเปลา่ ได้หรือไม่ เพราะอะไร
4
What is “ cell ” ?
Cell คือ หน่วยโครงสร้างท่เี ล็กท่ีสุด และเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต
สามารถเพิ่มจานวน เจริญเติบโต และตอบสนองต่อส่ิงเร้าได้ เซลล์ส่วนใหญ่มี
ขนาดเล็กมาก ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ต้องอาศัยกล้องจุลทรรศน์
ชว่ ยจึงจะมองเหน็ ได้
เซลล์แต่ละชนิดจะมีรูปร่างลักษณะท่ีแตกต่างกันออกไป แต่จะมี
โครงสรา้ งพ้นื ฐาน คือ
1) เยอ่ื ห้มุ เซลล์ (cell membrane)
2) ไซโทพลาสซมึ (cytoplasm)
3) นวิ เคลยี ส (nucleus) 5
ความเป็นมาเก่ยี วกบั การศึกษาเซลล์
โรเบริ ต์ ฮุค (Robert Hooke)
บุคคลแรกทไี่ ด้ศกึ ษาเรื่องเซลล์ กลอ้ งจุลทรรศน์ของโรเบิร์ต ฮุค และเซลล์ไมค้ อรก์
นักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์ชาว 6
องั กฤษ
ค.ศ.1665 ได้ใช้กล้องจุลทรรศน์ที่
เขาประดิษฐ์เองศึกษาโครงสร้างของ
แผ่นไมค้ อร์กบางๆ
ฮคุ ได้ต้งั ชื่อ ส่ิงทเี่ ขาเหน็ วา่ “เซลล์”
ความเป็นมาเกยี่ วกบั การศกึ ษาเซลล์ (ต่อ)
เทโอดอร์ ชวนั น์ (Theodor Schwann)
และมทั ทอี ัส ยาคอบ ชไลเดน (Matthias Jakob Schleiden)
ค.ศ. 1839 9 ต้งั ทฤษฎเี ซลล์
“เน้ือเยือ่ ของสง่ิ มชี วี ติ ทุกชนิดประกอบด้วยเซลลแ์ ละผลิตภณั ฑข์ องเซลล์”
Theodor Schwann Matthias Jakob Schleiden
7
ร้หู รือไม่ .....?
ในรา่ งกายมนุษยม์ เี ซลลอ์ ยปู่ ระมาณ 10,000 Human egg cell
ลา้ นลา้ นเซลล์
เซลล์ท่มี ีขนาดใหญ่ที่สุด คือ เซลล์ไข่ (egg cell) Nerve Cell
เซลลท์ ่ีมขี นาดเล็กท่ีสุด คือ เซลล์ประสาท (nerve
cell) มขี นาดเล็กกว่าเซลล์ไข่ถึง 40 เทา่ 8
สิ่งมีชวี ติ กบั สง่ิ ไม่มีชีวิต
สิ่งมชี ีวติ ส่งิ ไม่มชี วี ติ
หายใจได้ ต้องการอาหาร หายใจไมไ่ ด้ ไมต่ อ้ งการอาหาร
เคล่อื นไหวได้ เจรญิ เติบโตได้ เคล่อื นไหวไม่ได้ เจริญเตบิ โตไม่ได้
สบื พนั ธุไ์ ด้ ต้องการทีอ่ ยู่ สบื พนั ธไ์ุ ม่ได้ ไมต่ อ้ งการท่ีอยู่
ตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ ไม่ตอบสนองต่อสงิ่ ตา่ ง ๆ
9
อะมีบา ส่ิงมีชวี ติ
Lactococcus
สิ่งมีชวี ิตเซลลเ์ ดยี ว (unicellular organism)
ร่างกายจะประกอบด้วยเซลล์เพียงเซลล์เดียว
กิจกรรมต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการดารงชีวิต เช่น
การกินอาหาร การขับถ่าย การสืบพันธุ์จะเกิดข้ึน
ภายในเซลลเ์ พียงเซลลเ์ ดียว
ส่วนมากนิวเคลียสมีเย่ือหุ้ม สามารถดารงชีวิตอยู่
เป็นอิสระได้ เช่น สาหร่ายเซลล์เดียว อะมีบา
ยสี ต์
บางชนดิ นวิ เคลียสไม่มเี ยื่อหุ้ม เชน่ แบคทเี รีย
10
สิ่งมชี วี ิต (ตอ่ )
ส่งิ มีชวี ติ หลายเซลล์ (Multicellular organism)
ได้แก่ สตั ว์และพืช
เซลล์ของพืชและเซลล์ของสัตว์จะมี
โครงสร้างพื้นฐาน คือ เย่ือหุ้มเซลล์
ไ ซ โ ท พ ล า ส ซึ ม แ ล ะ นิ ว เ ค ลี ย ส
เหมือนกัน แต่เซลล์พืชและเซลล์สัตว์ก็
มีข้อแตกตา่ งกนั หลายอย่าง
11
ความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ ง
สิ่งมชี วี ติ เซลลเ์ ดยี วกบั สง่ิ มชี วี ติ หลายเซลล์
สง่ิ มชี วี ติ เซลล์เดยี ว สิ่งมชี วี ติ หลายเซลล์
„ ส่งิ มชี วี ิตทปี่ ระกอบด้วยเซลลเ์ พยี งหนึง่ „ สิง่ มชี วี ติ ทปี่ ระกอบด้วยเซลลม์ ากกวา่
เซลล์ หนง่ึ เซลล์
„ กจิ กรรมต่างๆเกี่ยวกบั การดารงชวี ติ „ เซลลช์ นดิ เดียวกันหลายๆเซลล์ จะมา
เกิดขนึ้ ภายในเซลลเ์ ดียว รวมตวั กันเพ่อื ทาหน้าท่อี ย่างเดียวกัน
เรียกวา่ เนือ้ เย่อื
„ ตัวอยา่ งเช่น อะมบี า ยูกลีนา พารามี
เซียม ไดอะตอม ยสี ต์ เป็นต้น „ ตวั อย่างเช่น พชื และสัตว์
12
ส่ิงมีชวี ติ เซลลเ์ ดียว
อะมบี า (Amoeba)
อะมีบา มีรูปร่างไม่แน่นอน เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว มี
ขนาดเล็ดมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นสัตว์น้าจืด อาศัยอยู่ในน้า
นงิ่ หนอง บงึ บ่อนา้ ทม่ี ีใบไมผ้ ุๆ หรอื ตามพืน้ ดนิ
ในปากตรงบริเวณโคนฟัน เราหาเจอได้โดยใช้ไม้จ้ิมฟันเข่ีย
เศษอาหารตามซอกฟัน แล้วนามาละลายน้าเกลือ ส่องดูด้วย
กลอ้ งจลุ ทรรศน์
โรคเยอ่ื หมุ้ สมองอักเสบจากอะมบี า
โรคบิดมตี วั โรคบิดอะมีบา
13
พารามีเซยี ม (Paramecium)
รูปร่างเรียวยาว คล้ายรองเท้าแตะ มีขน
รอบๆ ตัว และใช้ขนในการเคลื่อนท่ี เกิดในบริเวณ
ที่มีการเน่าของราก เช่น ใบไม้ หญ้า ซากสัตว์ เศษ
อาหาร แหล่งน้าจืดตามธรรมชาติ
ปัจจบุ นั พบวา่ พารามเี ซียมกลายเปน็ อาหาร
ธรรมชาติที่มีประโยชน์อยา่ งย่ิงในการอนบุ าลลูกปลา
วยั ออ่ น
14
ยกู ลนี า
รปู ร่างเรียวยาว ใช้ flagella พัดโบกมาทางข้างหลังแล้วดัน
ตัวของมนั ไปข้างหน้า ทาใหเ้ คลอื่ นตัวไปข้างหน้า
15
ส่งิ มชี ีวติ หลายเซลล์
เซลลป์ ระสาทของคน
รา่ งกายคนมีเซลล์ประสาท จานวนมาก มีรูปร่างและจานวนใยประสาท
แตกต่างกนั ไปแล้วแต่ชนิด ทาหน้าทเ่ี กย่ี วกบั การรบั รู้และการตอบสนอง
16
เซลล์เมด็ เลอื ดแดง
มลี กั ษณะกลมแบนคลา้ ยจาน บรเิ วณกลางเซลล์
เวา้ เข้าหากนั ทงั้ 2 ข้าง ภายในมฮี ีโมโกลบิน ซงึ่ เป็น
สารสแี ดง เซลล์เม็ดเลือดแดงขณะเกิดใหมจ่ ะมนี วิ เคลยี ส
แต่เม่ือโตเต็มที่นวิ เคลยี สจะสลายไป
เซลล์เม็ดเลือดแดง ถูกสร้างในไขกระดูก ทาหน้าท่ี
นาออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงเน้ือเยื่อของร่างกาย และ
นาเอาคาร์บอนไดออกไซด์จากเน้ือเยื่อไปฟอกที่ปอด
เมด็ เลอื ดแดง (มอี าย1ุ 10-120วนั )
17
เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาว
เป็นเซลล์ที่มีนิวเคลียส ไม่มีฮีโมโกลบิน สามารถเคล่ือนท่ีได้
อย่างอิสระ เมด็ เลอื ดขาวมีนอ้ ยกว่ากบั เม็ดเลือดแดง
เม็ดเลือดขาวทาหน้าท่ีช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเช้ือ
โรคในร่างกาย ช่วยกาจัดสารพิษและของเสียบางชนิด รวมทั้งชว่ ย
กาจดั เศษเซลล์ตา่ ง ๆ ทถ่ี ูกทาลายโดยธรรมชาติ
เม็ดเลือดขาวจะมีอายส้ันกว่าเม็ดเลือดเเดง คือ เพียงแค่
3-7 วนั และจะถูกกาจัดท่ีตบั เเละม้ามเช่นเดียวกบั เม็ดเลอื ดเเดง
18
เซลลอ์ สจุ ขิ องคน
เราไม่สามารถมองเห็นตัวอสุจิได้ด้วยตาเปล่า
ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ลาตัว
และหาง โดยหางเป็นโครงสร้างที่ใช้ในการ
เคลื่อนที่
โดยปกติผู้ชายท่ีมีสุขภาพดีจะหล่ังอสุจิได้อย่าง
น้อย 15 ลา้ นเซลลต์ อ่ มิลลลิ ิตร
19
20
เร่อื งที่ 2
กลอ้ งจลุ ทรรศน์
การใชก้ ลอ้ งจุลทรรศนใ์ นการศึกษาเซลล์
กล้องจุลทรรศน์ มีกปี่ ระเภท?
1.กล้องจลุ ทรรศน์แบบใช้แสง (light microscope)
2.กล้องจุลทรรศนอ์ เิ ล็กตรอน (electron microscope)
22
ส่วนประกอบของกลอ้ งจลุ ทรรศน์
เลนส์ใกล้ตา (eyepiece ป่ ุมปรับภาพหยาบ (coarse adjustment
lens) ทำหนำ้ ที่ขยำยภำพที่ knob) ใชห้ มุนเพอ่ื เลื่อนตำแหน่งของ
ไดจ้ ำกเลนส์ใกลว้ ตั ถุใหม้ ี แท่นวำงวตั ถุข้ึนลงในกำรหำภำพ
ขนำดใหญข่ ้ึน
ป่ ุมปรับภาพละเอยี ด (fine
เลนส์ใกล้วตั ถุ (objective adjustment knob) ใชห้ มุนเพ่ือทำให้
lens) ทำหนำ้ ที่ขยำยภำพ เห็นภำพไดช้ ดั เจนยง่ิ ข้ึน
ของวตั ถุ
แขนกล้อง (arm) ใชจ้ บั เวลำเคล่ือนยำ้ ย
แท่นวางวตั ถุ (stage) ใช้ กลอ้ งจุลทรรศน์
สำหรับวำงสไลด์
ฐาน (base) ทำหนำ้ ท่ีรับน้ำหนกั 23
ของกลอ้ งจุลทรรศน์
วธิ ใี ช้กลอ้ งจุลทรรศน์
วางกล้องจุลทรรศนบ์ นพน้ื ท่เี รียบสม่าเสมอ
หมุนเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกาลังขยายต่าสุดมาอยู่ตรงกับลากล้อง และปรับกระจกเงา
หรือเปดิ สวติ ชไ์ ฟ
นาสไลด์วางลงบนแท่นวางวัตถุ แล้วจึงหมุนปุ่มปรับภาพหยาบ ให้ลากล้องเล่ือนลง
มาอยใู่ กล้วัตถุมากท่สี ดุ
มองผ่านเลนส์ใกล้ตา แล้วหมุนปุ่มปรับภาพหยาบข้ึนช้าๆ จนมองเห็นวัตถุค่อนข้าง
ชัดเจน จากนั้นหมุนปุ่มปรับภาพละเอียด เพ่ือปรับภาพให้คมชดั มากขนึ้
ถา้ ตอ้ งการขยายภาพใหม้ ีขนาดใหญ่ขึ้น ใหห้ มนุ เลนสใ์ กล้วัตถุที่มีกาลังขยายสูงเขา้ มา
ในแนวลากลอ้ ง แล้วหมุนปมุ่ ปรับภาพละเอยี ดเพื่อให้เห็นภาพชดั เจนข้ึน
24
ขอ้ ควรระวังในการใช้
1. การยกกล้องควรใหม้ อื หนึ่งจบั แขนกลอ้ งและอีกมือหน่ึงรองท่ีฐาน
2. สไลดแ์ ละกระจกปิดสไลด์ไมค่ วรเปยี กเพราะจะทาให้แทน่ วางวตั ถเุ กดิ สนมิ และเลนสใ์ กล้
วัตถชุ น้ื เกิดราได้
3. การหาภาพเรม่ิ ต้นต้องใชก้ าลังขยายต่าสุดก่อนเสมอ
4. ในการทาความสะอาดให้ใช้กระดาษสาหรับเชด็ เลนสเ์ ท่านั้น
5. เม่อื ใช้เสร็จแลว้ ตอ้ งเอาวตั ถทุ ศ่ี กึ ษาออกเช็ดแท่นวางวัตถุและเชด็ เลนสใ์ หส้ ะอาดหมนุ เลนส์
ใกลว้ ตั ถุกาลงั ขยายต่าสุดให้อยู่ตรงกับลากลอ้ ง และเลอ่ื นลากลอ้ งลงตา่ สุดปรับกระจกให้
อยูใ่ นแนวตั้งได้ฉากกบั แทน่ วางวัตถุเพอ่ื ไมใ่ ห้ฝุ่นลงแลว้ เกบ็ ใสก่ ล่องหรือใสต่ ู้ใหเ้ รียบร้อย
25
กาลงั ขยายของกลอ้ ง
กาลงั ขยายของกลอ้ ง = กาลงั ขยายของเลนสใ์ กล้วัตถุ ĭ กาลังขยายของเลนสใ์ กลต้ า
26
27
ส่วนประกอบของเซลล์
ผนงั เซลล์ (cell wall )
มีลักษณะเป็นผนังหนาอยู่ด้านนอกสุดของ
เซลล์ พบผนังเซลลเ์ ฉพาะในเซลลข์ องพืชเท่าน้นั
ทาหน้าที่ป้องกันส่วนต่าง ๆ ท่ีอยู่ภายใน
เซลล์ และชว่ ยรกั ษารปู ทรงของเซลล์ใหค้ งอยู่
ผนังเซลล์ประกอบด้วยสาร เซลลูโลส
ลิกนิน เพกทิน โปรตีน และสารประกอบอ่ืน ๆ
เช่น คิวทิน และซูเบอริน จึงทาให้ผนังเซลล์มีความ
แข็งแรงมาก
28
สว่ นประกอบของเซลล์ (ต่อ)
เยือ่ หมุ้ เซลล์ (Cell membrane)
เป็นเยื่อบางๆ ประกอบดว้ ยสารประเภทโปรตนี และไขมนั
มีรูขนาดเล็กๆมากมาย ทาหน้าที่คัดเลือกสารท่ีจะผ่าน
เข้า-ออกจากเซลล์ได้ จึงมีคุณสมบัติเป็นเย่ือเลือกผ่าน
(semi permeable membrane)
หน้าท่ีควบคุมปริมาณและชนิดของสารที่จะผ่านเข้าออก
จากเซลล์
แสดงขอบเขตของเซลล์ และหอ่ หุ้มส่วนประกอบในเซลล์
29
สว่ นประกอบของเซลล์ (ต่อ)
ไซโทพลาซมึ (cytoplasm)
ไซโทพลาซึม ที่ทาหน้าท่ีเก่ียวกับกิจกรรม
สว่ นใหญ่ภายในเซลล์
ออร์แกเนลล์ที่พบเฉพาะในเซลล์พืช ได้แก่
คลอโรพลาสตแ์ ละแวควิ โอล
ส่วนออร์แกเนลล์ที่พบเฉพาะในเซลล์สัตว์
คอื เซนทรโิ อล
ส่วนออร์แกเนลล์ท่ีพบได้ท้ังในเซลล์พืช
และเซลล์สัตว์ เช่น ร่างแหเอนโดพลาซึม กอลจิบอดี
และไมโทคอนเดรีย
30
ส่วนประกอบของเซลล์ (ต่อ)
ไซโทพลาซึม (cytoplasm) (ตอ่ )
1. ร่างแหเอนโดพลาซมึ (Endoplasmic reticulum) แบง่ ออกเป็น 2 ชนดิ
1.1ร่างแหเอนโดพลาซมึ ที่มไี รโบโซม (Rough endoplasmic reticulum) RER
คอื รา่ งแหเอนโดพลาสซึมชนดิ ขรุขระ เปน็ ชนดิ ทม่ี ีไรโบโซมมาเกาะ โรงงานผลติ
และลาเลยี งโปรตีน หนา้ ท่ี สังเคราะห์โปรตีนเพื่อส่งออกนอกเซลล์
1.2 ร่างแหแบบท่ีไม่มีไรโบโซม (Smooth endoplasmic reticulum) SER
คือ รา่ งแหเอนโดพลาสซึมชนิดเรียบเป็นชนิดที่ผิวด้านนอกไม่มีมีไรโบโซมมาเกาะ
โรงงานผลิตและลาเลยี งไขมนั และสเตอรอยด์ มหี น้าที่สาคัญคอื ลาเลียงสารตา่ งๆ
เช่น RNA ลิพิดโปรตีนสังเคราะห์สารพวกไขมันและสเตอรอยด์ฮอร์โมน
นอกจากนใ้ี นเซลลต์ ับยงั ชว่ ยในการกาจดั สารพษิ บางชนดิ ด้วย
31
ส่วนประกอบของเซลล์ (ตอ่ )
ไซโทพลาซมึ (cytoplasm) (ตอ่ )
2. กอลจบิ อดี (Golgi body)
มีลักษณะเป็นถุง หลาย ๆ ถุง ที่มีเยื่อหุ้ม
หนึ่งชน้ั เรียงซอ้ นกันเปน็ ชัน้ ๆ
มีหน้าที่ เก็บสะสมสารทรี่ ่างแหเอนโดพลาซึม
สร้างข้ึน ก่อนที่จะปล่อยออกนอกเซลล์ ซึ่ง
ส่ ว น ใ ห ญ่ เ ป็ น ส า ร ป ร ะ ก อ บ ไ ข มั น แ ล ะ
คาร์โบไฮเดรต มีการจัดเรียงตัวหรือจัดสภาพ
ให้เหมาะสมกับสภาพของการใช้งาน
32
สว่ นประกอบของเซลล์ (ตอ่ )
ไซโทพลาซมึ (cytoplasm) (ต่อ)
3. ไมโทคอนเดรยี (Mitochondria)
Mitochondria เปน็ แหลง่ ผลติ พลงั งาน (ATP) เป็นแหลง่ ผลิตสารท่ีให้พลงั งานสงู ให้กบั เซลล์
ให้แกเ่ ซลล์ หรือเรียกว่า powerhouse of cell มรี ูปร่างหลายแบบ ขึน้ กับชนิดของเซลล์
เปรียบได้กบั โรงงานไฟฟา้ ของเซลล์ มเี ย่ือหมุ้ 2 ชั้น ชั้นนอกเรยี บ ชัน้ ในจะพบั ทบ
ไปมาแลว้ ย่นื เขา้ ไปดา้ นใน
ภายในบรรจุของเหลวทมี่ ีเอนไซม์ท่เี กยี่ วข้องกบั
กระบวนการหายใจระดับเซลล์
33
สว่ นประกอบของเซลล์ (ต่อ)
ไซโทพลาซึม (cytoplasm) (ต่อ)
4. คลอโรพลาสต์ (Chloroplast)
มีลกั ษณะเปน็ เมด็ สเี ขยี ว มีเยื่อห้มุ 2 ชน้ั
ภายในบรรจุสารสีเขียว ท่ีเรียกว่า
คลอโรฟีลล์(chlorophyll)
ท า ห น้ า ท่ี เ ก่ี ย ว ข้ อ ง กั บ ก ร ะ บ ว น ก า ร
สังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื
34
สว่ นประกอบของเซลล์ (ต่อ)
ไซโทพลาซมึ (cytoplasm) (ต่อ)
5. แวคิวโอล (Vacuole)
มลี กั ษณะเป็นถงุ มีเยอื่ บาง ๆ หมุ้
ใช้ในการสะสมน้า ของเหลวหรือ
อ า ห า ร แ ล ะ ท า ห น้ า ท่ี ขั บ ถ่ า ย
ของเหลวออกจากเซลล์
35
สว่ นประกอบของเซลล์ (ต่อ) 36
นิวเคลยี ส (nucleus)
ลักษณะค่อนข้างกลม มีเยื่อหุ้ม 2 ช้ัน มีรู
เล็กๆทาหน้าท่ีเป็นเย่ือเลือกผ่านคัดเลือกสาร
ต่างๆที่จะผ่านเข้า-ออกจากนิวเคลียส ภายในมี
โครโมโซม บนโครโมโซมมีหน่วยพันธุกรรมหรือ
ยีนอยู่
ควบคมุ การทางานและการเจรญิ เติบโตของเซลล์
ควบคมุ การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม
เป็นแหล่งสังเคราะห์สารพันธุกรรม และ
ควบคมุ การสงั เคราะห์โปรตนี ภายในเซลล์
สว่ นประกอบของเซลล์ (ตอ่ )
นิวเคลยี ส (nucleus) (ตอ่ )
เซลล์ของสง่ิ มีชวี ติ ทมี่ องไม่เห็นนิวเคลียสในเซลล์ เพราะไมม่ ีเยอ่ื ห้มุ
นวิ เคลยี ส เราเรยี กเซลล์นว้ี ่า เซลล์โพรคาริโอต (prokaryotic cell)
เซลล์ของส่ิงมีชีวิตท่ีมีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ทาให้มองเห็นรูปร่างและตาแหน่ง
ของนิวเคลียสในเซลล์ เรียกเซลล์แบบนี้ว่า เซลล์ยูคาริโอต (eukaryotic
cell)
37
เรอื่ งท่ี 2
เซลล์พชื
และ
เซลลส์ ัตว์
เซลลพ์ ืช และเซลลส์ ตั ว์ เหมือนกนั หรือตา่ งกนั อยา่ งไร ?
39
สิ่งมีชวี ติ กบั สง่ิ ไม่มีชีวิต
สิ่งมชี ีวติ ส่งิ ไม่มชี วี ติ
หายใจได้ ต้องการอาหาร หายใจไมไ่ ด้ ไมต่ ้องการอาหาร
เคล่อื นไหวได้ เจรญิ เติบโตได้ เคล่อื นไหวไม่ได้ เจริญเติบโตไม่ได้
สบื พนั ธุไ์ ด้ ต้องการทีอ่ ยู่ สบื พนั ธไ์ุ ม่ได้ ไมต่ อ้ งการทอี่ ยู่
ตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ ไม่ตอบสนองต่อสงิ่ ตา่ ง ๆ
40
อะมีบา ส่ิงมีชวี ติ
Lactococcus
สิ่งมีชวี ิตเซลลเ์ ดยี ว (unicellular organism)
ร่างกายจะประกอบด้วยเซลล์เพียงเซลล์เดียว
กิจกรรมต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับการดารงชีวิต เช่น
การกินอาหาร การขับถ่าย การสืบพันธุ์จะเกิดข้ึน
ภายในเซลลเ์ พียงเซลลเ์ ดียว
ส่วนมากนิวเคลียสมีเย่ือหุ้ม สามารถดารงชีวิตอยู่
เป็นอิสระได้ เช่น สาหร่ายเซลล์เดียว อะมีบา
ยสี ต์
บางชนดิ นวิ เคลียสไม่มเี ยื่อหุ้ม เชน่ แบคทเี รีย
41
สิ่งมชี วี ิต (ตอ่ )
ส่งิ มีชวี ติ หลายเซลล์ (Multicellular organism)
ได้แก่ สตั ว์และพืช
เซลล์ของพืชและเซลล์ของสัตว์จะมี
โครงสร้างพื้นฐาน คือ เย่ือหุ้มเซลล์
ไ ซ โ ท พ ล า ส ซึ ม แ ล ะ นิ ว เ ค ลี ย ส
เหมือนกัน แต่เซลล์พืชและเซลล์สัตว์ก็
มีข้อแตกตา่ งกนั หลายอย่าง
42
รู้หรือไม่ .....?
อนั โตนี วาน เลเวนฮกุ (Antonie van Leeuwenhoek)
Leeuwenhoek ค.ศ. 1670 ได้ประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์เลนส์เดียว
ข้ึน ใช้ตรวจสอบรูปร่างของแบคทีเรีย โพรโทซัว
สเปิร์ม และเซลล์เม็ดเลือดแดงจากผลงานการ
ประดิษฐ์ของเลเวนฮุก ทาให้วงการวิทยาศาสตร์เริ่ม
ตื่นตวั มากข้ึน
"บดิ าแห่งจุลชวี ัน"
43
เซลลพ์ ืช
สว่ นประกอบของเซลล์
44
เซลลพ์ ืช
การไหลของไซโทพลาสซึม
เซลล์พืชท่ีมีชีวิตจะมีการเคล่ือนไหวภายในเซลล์ หรือมีการไหล
ของไซโทพลาสซึมที่อยู่ภายในเซลล์
ถา้ เซลล์ใดมีสารต่าง ๆ ในไซโทพลาซมึ ทเ่ี ขม้ ข้นมากกว่าเซลล์อื่น
ๆ ท่ีอยู่ติดกันสารต่าง ๆ สารเหล่านี้จะสามารถไหลจากเซลล์ท่ีมีความ
เขม้ ขน้ สารสงู กวา่ ไปยังเซลล์ท่มี ีความเข้มขน้ ต่ากว่า จนกระทั่งมีความเขม้ ข้น
ของสารเทา่ กนั
45
เซลล์พืช (ต่อ)
46
ร้หู รอื ไม่ .....?
ท่ีผิวของใบพืชหรือผิวของลา
ต้นอ่อนทีม่ ีสีเขยี วของพืชจะมชี ั้นของเซลล์
บาง ๆ น้ี ออกมาศึกษาได้ด้วยกล้อง
จุลทรรศน์ซึ่งจะพบเซลล์ที่มีลักษณะเป็น
เหล่ียมเรียงต่อกันเป็นแผ่นถ้าเซลล์ช้ันน้ี
ถูกทาลายไปจะเกิดอันตรายกับเซลล์ทอี่ ยู่
ชั้นใน และอาจมีผลทาให้พืชหยุดการ
เจรญิ เติบโตหรือเฉาตายได้
47
เซลล์สัตว์ เซลล์เมด็ เลอื ดแดง
เซลลป์ ระสาท
เซลล์สัตว์มรี ูปร่างหลายลักษณะ เช่น กลมรี เซลล์กลา้ มเน้ือ4เร8ียบ
ยาวเป็นเส้น หรือรูปร่างอ่ืน ๆ ขึ้นอยู่กับ
ชนดิ และหน้าทขี่ องเซลล์
เซลล์เม็ดเลือดแดง มีรูปค่อนข้างกลม ตรง
กลางเวา้ ทง้ั สองขา้ ง
เซลล์ประสาทมีรูปร่างหลายแบบ คือ กลม
รี หรือเปน็ แฉก
เซลลก์ ล้ามเนื้อเรียบมีรูปร่องเรียวยาว แหลม
หวั แหลมทา้ ย เปน็ ตน้
เซลล์สตั ว์ (ตอ่ )
49
การเปรยี บเทียบเซลล์พชื และเซลล์สัตว์
„ คอ่ นข้างเหลย่ี ม สง่ิ เปรยี บเทยี บ „ คอ่ นข้างกลม
„ มี „ ไม่มี
„ มี „ รูปรา่ ง „ มี
„ มี „ ผนังเซลล์ „ ไมม่ ี
„ ขนาดใหญ่ „ เยื่อหุ้มเซลล์ „ ขนาดเล็ก
„ ไม่มี „ คลอโรพลาสต์ „ มี
„ แวคิวโอล
เซลลพ์ ชื „ เซนทรโิ อล เซลลส์ ตั ว์
50