วิทยาลัยเทคนิคหัวตะพานสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการรายงานการวิจัยในชั้นเรียนนางสาวทัศนวรรณนามสิงห์ตําแหน่งครูแผนกวิชาการบัญชี“การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ”ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2568
กิตติกรรมประกาศงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ” สําเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาและความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายผู้วิจัยขอขอบพระคุณผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ให้คําแนะนําสนับสนุน และอํานวยความสะดวกในการดําเนินการวิจัยครั้งนี้เป็นอย่างดีขอขอบใจนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จํานวน 10 คน ที่ให้ความร่วมมือในการทําแบบทดสอบและตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ จนทําให้งานวิจัยครั้งนี้สําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานวิจัยฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและเป็นแนวทางในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนต่อไป หากมีข้อบกพร่องประการใดผู้วิจัยขอน้อมรับไว้และจะนําไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไปผู้วิจัยนางสาวทัศนวรรณนามสิงห์ก
บทคัดย่อการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพจํานวน10คนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบฝึกทักษะเรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และค่าร้อยละผลการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยมีค่าเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 5.10 คะแนน (S.D. = 0.74) และหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.50 คะแนน(S.D. =0.53) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะโดยรวมอยู่ในระดับมาก(=4.50, S.D. = 0.52)จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะสามารถช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน และทําให้นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้มากขึ้นข
สารบัญหน้ากิตติกรรมประกาศ กบทคัดย่อ ขสารบัญบทที่1 บทนําความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา 1วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1สมมติฐานการวิจัย 1ขอบเขตการวิจัย 1คํานิยามศัพท์ 2บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ 3แนวคิดเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจในการเรียน 4งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4บบทที่3 วิธีดําเนินการวิจัยกลุ่มตัวอย่าง 6เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 6การเก็บรวบรวมข้อมูล 6การวิเคราะห์ข้อมูล 6บทที่4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผลการวิเคราะห์ข้อมูล 8ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ 9บทที่5 การสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะสรุปผลการวิจัย 10อภิปรายผล 10ข้อเสนอแนะการวิจัย 10บรรณานุกรม 11ภาคผนวก 12
2บทที่1บทนํา1. ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาการบัญชีเดี่ยวและการกระทบยอดมีความสําคัญต่อการพัฒนาทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และการคํานวณทางบัญชีโดยเฉพาะเรื่อง การกระทบยอดเงินฝากธนาคารซึ่งเป็นเนื้อหาที่ผู้เรียนต้องอาศัยความเข้าใจในกระบวนการตรวจสอบรายการทางบัญชีและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลจากการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมา พบว่านักเรียนจํานวนหนึ่งยังมีปัญหาในการทําความเข้าใจขั้นตอนการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต่ํา ผู้วิจัยจึงได้พัฒนา แบบฝึกทักษะเรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนการใช้แบบฝึกทักษะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ฝึกคิดวิเคราะห์และเกิดความเข้าใจมากขึ้น ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนหลังจากใช้แบบฝึกทักษะดังกล่าว2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย2.1 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียนเรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ2.2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะเรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร3. สมมติฐานการวิจัย3.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน3.2 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะอยู่ในระดับมาก4. ขอบเขตการวิจัย4.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่างนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ จํานวน 10 คน4.2 เนื้อหาเรื่อง การกระทบยอดเงินฝากธนาคาร4.3 ตัวแปรที่ศึกษา4.3.1 ตัวแปรต้นการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ
24.3.2 ตัวแปรตาม- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน- ความพึงพอใจของนักเรียน5. นิยามศัพท์เฉพาะ5.1 แบบฝึกทักษะ หมายถึง เอกสารหรือกิจกรรมที่จัดทําขึ้นเพื่อให้นักเรียนฝึกปฏิบัติเรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร5.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง คะแนนที่นักเรียนได้รับจากแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน5.3 ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ
บทที่2เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องการวิจัยเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้1. แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ2. แนวคิดเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน3. แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจในการเรียน4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง1. แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะแบบฝึกทักษะเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ใช้เสริมการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติซ้้าๆจนเกิดความเข้าใจและความช้านาญในเนื้อหาที่เรียน การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะช่วยให้ผู้เรียนมีโอกาสฝึกคิด วิเคราะห์และแก้ปัญหาด้วยตนเองแนวคิดของการใช้แบบฝึกทักษะสอดคล้องกับ ทฤษฎีการเรียนรู้แบบพฤติกรรมนิยม(Behaviorism) ซึ่งเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดจากการฝึกฝนและการท้าซ้้าอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้เรียนได้รับการฝึกปฏิบัติหลายครั้งจะท้าให้เกิดความช้านาญและสามารถน้าความรู้ไปใช้ได้อย่างถูกต้องแบบฝึกทักษะจึงมีบทบาทส้าคัญในการจัดการเรียนการสอน โดยมีลักษณะส้าคัญได้แก่1. เป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติหลังจากได้รับความรู้จากครู2. ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเนื้อหาอย่างเป็นระบบ3. ช่วยพัฒนาทักษะการคิด การวิเคราะห์และการแก้ปัญหา4. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสามารถนอกจากนี้การสร้างแบบฝึกทักษะที่ดีควรมีความหลากหลายของกิจกรรม ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้น้าความรู้ที่เรียนมาไปประยุกต์ใช้ในการท้าแบบฝึกได้ดังนั้น การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะจึงเป็นวิธีการที่ช่วยพัฒนาความรู้และทักษะของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ2. แนวคิดเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ระดับความรู้ความสามารถ หรือทักษะที่ผู้เรียนได้รับจากการเรียนรู้ซึ่งสามารถวัดได้จากคะแนนแบบทดสอบหรือการประเมินผลการเรียนรู้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นตัวชี้วัดความส้าเร็จของการจัดการเรียนการสอน โดยแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียนมากน้อยเพียงใด
4การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมักใช้เครื่องมือ เช่น- แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) - แบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) - แบบทดสอบวัดความรู้และทักษะการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีความส้าคัญ เนื่องจากช่วยให้ครูทราบถึงความก้าวหน้าของผู้เรียน และสามารถน้าผลการประเมินไปปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนยังสะท้อนถึงคุณภาพของกระบวนการเรียนรู้และความสามารถของผู้เรียนในการน้าความรู้ไปใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ3. แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจในการเรียนความพึงพอใจในการเรียน หมายถึง ความรู้สึกหรือทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้กิจกรรมการเรียนการสอน หรือสื่อการเรียนรู้ความพึงพอใจของผู้เรียนถือเป็นปัจจัยส้าคัญที่ส่งผลต่อการเรียนรู้เพราะเมื่อผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้จะท้าให้เกิดแรงจูงใจในการเรียน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นและตั้งใจเรียนมากขึ้นองค์ประกอบของความพึงพอใจในการเรียน ได้แก่1. ความสนใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้2. ความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียน3. ความเหมาะสมของสื่อและกิจกรรมการเรียน4. ความรู้สึกสนุกและมีแรงจูงใจในการเรียนการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนมักใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (RatingScale)เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้เรียนต่อการจัดการเรียนรู้4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้องจันทร์แป้น (2557) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนแจกลูกสะกดค้าส้าหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา พบว่า แบบฝึกทักษะที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ก้าหนดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส้าคัญทางสถิตินักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะอยู่ในระดับมากสมชาย พรหมสาขา (2559) ได้ศึกษาการพัฒนาแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา ส้าหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผลการวิจัยพบว่า แบบฝึกทักษะที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ก้าหนด นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะในระดับมากสุภาวดีศรีสวัสดิ์(2561) ได้ศึกษาการใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการบัญชีเบื้องต้น ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ พบว่า การใช้แบบฝึกทักษะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาทางบัญชีได้ดีขึ้น นักเรียนสามารถปฏิบัติงานทางบัญชีได้ถูกต้องมากขึ้นและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างชัดเจน4
4จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะเป็นวิธีการสอนที่ช่วยพัฒนาความรู้ความเข้าใจ และทักษะของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสนใจและความพึงพอใจต่อการเรียนมากขึ้น ดังนั้น ผู้วิจัยจึงน้าแนวคิดและผลการวิจัยดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางในการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ5
บทที่3วิธีดําเนินการวิจัย“การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ” ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2568 ซึ่งผู้วิจัยได้ดําเนินและเก็บรวบรวมข้อมูลในการศึกษาค้นคว้า โดยมีขั้นตอนดําเนินงานดังนี้1. กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย3. การเก็บรวบรวมข้อมูล4. การวิเคราะห์ข้อมูล1. กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่2สาขาวิชาการบัญชีภาคเรียนที่2 ประจําปีการศึกษา 2568 ของวิทยาลัยเทคนิคหัวตะพาน จํานวน10คน2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย2.1 แบบฝึกทักษะเรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร2.2 แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน จํานวน 10 ข้อ2.3 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน3. การเก็บรวบรวมข้อมูล3.1 ให้นักเรียนทําแบบทดสอบก่อนเรียน3.2 จัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ3.3 ให้นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน3.4 ให้นักเรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ4. การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่4.1 ค่าเฉลี่ย (Mean)ค่าเฉลี่ย (Mean) เป็นสถิติที่ใช้ในการหาค่ากลางของข้อมูล เพื่อแสดงค่ากลางของคะแนนหรือข้อมูลที่ได้จากกลุ่มตัวอย่าง โดยการนําผลรวมของคะแนนทั้งหมดหารด้วยจํานวนข้อมูลทั้งหมดสูตรการหาค่าเฉลี่ย คือ
64.2 ร้อยละ (Percentage)ร้อยละ (Percentage) เป็นสถิติที่ใช้ในการแสดงสัดส่วนของข้อมูลในรูปของเปอร์เซ็นต์เพื่อให้เห็นภาพรวมของข้อมูลได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้นสูตรการคํานวณร้อยละ คือเมื่อP หมายถึง ค่าร้อยละf หมายถึง ความถี่ของข้อมูลN หมายถึง จํานวนข้อมูลทั้งหมดในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้ร้อยละในการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของกลุ่มตัวอย่าง และใช้ในการแสดงผลการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะ7
15บทที่4ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยเรื่อง “การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ”ตารางที่1 ตารางผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน จํานวน 10 คนคนที่คะแนนก่อนเรียนคะแนนเต็ม 10 คะแนนคะแนนหลังเรียนคะแนนเต็ม 10 คะแนนคะแนน คะแนน1 5 82 6 93 4 84 5 95 6 96 5 87 4 88 5 99 6 910 5 8เฉลี่ย 5.10 8.50จากตารางที่1 แสดงผลการเปรียบเทียบคะแนนการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยใช้ชุดการสอน เรื่องการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ”มีผลการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 5.10 คิดเป็นร้อยละ 51 ผลการทดสอบหลังเรียนฯ เท่ากับ8.50คิดเป็นร้อยละ 85
15ตารางที่2 แสดงการเปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนการทดสอบ S.D. t Sig.(1-tailed)ก่อนเรียน 5.10 0.743.40 0.52 20.82* 0.000*หลังเรียน 8.50 0.53จากตารางที่2 พบว่า การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใชชุ้ดการสอน เรื่อง การกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่2สาขาวิชาการบัญชีมีคะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 5.10 คะแนน และ 8.50 คะแนน ตามลําดับและเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05ตอนที่2 ผลการวิเคราะห์ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะ“การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ”รายการประเมิน () S.D. ระดับความพึงพอใจ1. แบบฝึกทักษะมีเนื้อหาเข้าใจง่าย 4.60 0.52 มากที่สุด2. แบบฝึกทักษะช่วยให้เข้าใจเรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร4.50 0.53 มาก3. แบบฝึกทักษะมีรูปแบบน่าสนใจ 4.40 0.52 มาก4. แบบฝึกทักษะช่วยให้ฝึกคิดและวิเคราะห์ได้ 4.60 0.52 มากที่สุด5. แบบฝึกทักษะช่วยให้สามารถทําแบบฝึกหัดได้ถูกต้อง 4.50 0.53 มาก6. นักเรียนมีความสนุกในการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ 4.40 0.52 มาก7. แบบฝึกทักษะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทําบัญชี 4.50 0.53 มาก8. แบบฝึกทักษะช่วยให้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 4.60 0.52 มากที่สุด9. แบบฝึกทักษะมีความเหมาะสมกับเนื้อหาที่เรียน 4.40 0.52 มาก10. นักเรียนพึงพอใจต่อการเรียนด้วยแบบฝึกทักษะ 4.50 0.53 มากรวม 4.50 0.52 มากจากตารางพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง การกระทบยอดเงินฝากธนาคาร โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ( =4.50,S.D.=0.52) แสดงให้เห็นว่าแบบฝึกทักษะที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นสามารถช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหา ฝึกปฏิบัติและเกิดความสนใจในการเรียนมากขึ้น9
บทที่5การสรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะรายงาน“การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคารโดยใช้แบบฝึกทักษะ” ของนักเรียน ระดับชั้น ปวช.2สาขาวิชาการบัญชีวิทยาลัยเทคนิคหัวตะพาน ภาคเรียนที่2 ปีการศึกษา 2568 ในการจัดทํางานวิจัยประกอบด้วย ผู้วิจัยได้สรุปผลการทดลอง อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย5.1.1 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน5.1.2 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะในระดับมาก5.2 อภิปรายผลการใช้แบบฝึกทักษะช่วยให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ทําให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้นส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น5.3 ข้อเสนอแนะ5.3.1 ควรนําแบบฝึกทักษะไปใช้กับเนื้อหาอื่นในวิชาบัญชี5.3.2 ควรเพิ่มกิจกรรมฝึกปฏิบัติให้มากขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียน
บรรณานุกรมกระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.จันทร์แป้น, สุพัตรา. (2557). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนแจกลูกสะกดคํา สําหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา. วารสารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 8(2), 45–56.บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.พิมพันธ์เดชะคุปต์และพเยาว์ยินดีสุข. (2557). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่21. กรุงเทพฯ:จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.สมชาย พรหมสาขา. (2559). การพัฒนาแบบฝึกทักษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่องการแก้โจทย์ปัญหา สําหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารศึกษาศาสตร์, 10(1), 112–120.สุภาวดีศรีสวัสดิ์. (2561). การใช้แบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการบัญชีเบื้องต้นของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ. วารสารการอาชีวศึกษา, 5(2), 67–75.สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภาคผนวก
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การกระทบยอดเงินฝากธนาคารคําชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว1. การกระทบยอดเงินฝากธนาคารมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไรก. ตรวจสอบความถูกต้องของยอดเงินฝากธนาคาร ข. ตรวจสอบรายได้ของกิจการค. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายของกิจการ ง. ตรวจสอบกําไรของกิจการ2. รายการใดทําให้ยอดเงินฝากตามสมุดบัญชีธนาคารไม่ตรงกับสมุดบัญชีของกิจการก. เช็คค้างจ่าย ข. เงินสดรับค. รายได้จากการขาย ง. ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน3. เช็คค้างจ่าย หมายถึงข้อใดก. เช็คที่กิจการสั่งจ่ายแล้วแต่ธนาคารยังไม่ได้นําไปขึ้นเงินข. เช็คที่ธนาคารยังไม่ได้ออกให้ลูกค้าค. เช็คที่กิจการยังไม่ได้เขียนง. เช็คที่ธนาคารยกเลิก4. เงินฝากระหว่างทาง หมายถึงข้อใดก. เงินที่กิจการฝากเข้าธนาคารแล้วแต่ธนาคารยังไม่บันทึกบัญชีข. เงินที่กิจการใช้จ่ายไปแล้วค. เงินที่ธนาคารหักค่าธรรมเนียมง. เงินที่ธนาคารโอนเข้าบัญชี5. รายการใดต้องปรับปรุงในสมุดบัญชีของกิจการก. ค่าธรรมเนียมธนาคาร ข. เงินฝากระหว่างทางค. เช็คค้างจ่าย ง. ยอดเงินฝากตามสมุดบัญชีธนาคาร6. เอกสารใดใช้ในการตรวจสอบยอดเงินฝากธนาคารก. สมุดรายวันทั่วไป ข. งบทดลองค. ใบแจ้งยอดเงินฝากธนาคาร ง. สมุดบัญชีแยกประเภท
7. การกระทบยอดเงินฝากธนาคารควรทําเมื่อใดก. ทุกวัน ข. ทุกเดือนค. ทุกปีง. ทุก 6 เดือน8. เช็คที่ธนาคารเรียกเก็บไม่ได้เรียกว่าอะไรก. เช็คค้างจ่าย ข. เช็คคืนค. เช็คฝาก ง. เช็คเงินสด9. รายการใดทําให้ยอดเงินฝากตามใบแจ้งยอดธนาคารเพิ่มขึ้นก. ค่าธรรมเนียมธนาคาร ข. ดอกเบี้ยรับจากธนาคารค. เช็คค้างจ่าย ง. เช็คคืน10. ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการกระทบยอดเงินฝากธนาคารก. ตรวจสอบรายการ ข. บันทึกรายการปรับปรุงค. คํานวณยอดเงินคงเหลือที่ถูกต้อง ง. เปรียบเทียบข้อมูล
แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนคําชี้แจง : โปรดทําเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่านมากที่สุดระดับความพึงพอใจ 5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย1 = น้อยที่สุดข้อ รายการประเมิน 5 4 3 2 11 แบบฝึกทักษะมีเนื้อหาเข้าใจง่าย2 แบบฝึกทักษะช่วยให้เข้าใจเรื่องการกระทบยอดเงินฝากธนาคาร3 แบบฝึกทักษะมีรูปแบบน่าสนใจ4 แบบฝึกทักษะช่วยให้ฝึกคิดและวิเคราะห์ได้5 แบบฝึกทักษะช่วยให้ทําแบบฝึกหัดได้ถูกต้อง6 นักเรียนมีความสนุกในการเรียน7 แบบฝึกทักษะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทําบัญชี8 แบบฝึกทักษะช่วยให้เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง9 แบบฝึกทักษะมีความเหมาะสมกับเนื้อหา10 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกทักษะ
แบบฝึกทักษะเรื่อง การกระทบยอดเงินฝากธนาคารคําสั่ง : จากข้อมูลต่อไปนี้ให้นักเรียนจัดทํา งบกระทบยอดเงินฝากธนาคารยอดเงินฝากตามสมุดบัญชีของกิจการ = 25,000 บาทยอดเงินฝากตามใบแจ้งยอดธนาคาร = 27,000 บาทรายการเพิ่มเติม- เช็คค้างจ่าย 3,000 บาท- เงินฝากระหว่างทาง 2,000 บาท- ค่าธรรมเนียมธนาคาร 500 บาทให้นักเรียนคํานวณยอดเงินฝากที่ถูกต้อง
เฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง การกระทบยอดเงินฝากธนาคารข้อ เฉลย1 ก2 ก3 ก4 ก5 ก6 ค7 ข8 ข9 ข10 ค
ตารางคะแนนนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนลําดับ คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน1 5 82 6 93 4 84 5 95 6 96 5 87 4 88 5 99 6 910 5 8ค่าเฉลี่ย 5.10 8.50
รายงานการวิจัยในชั้นเรียนวิทยาลัยเทคนิคหัวตะพานสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ