The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Vol.04 October - December 2020

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suphasan Bamnejphan, 2020-12-17 21:19:03

OEC Journal

Vol.04 October - December 2020

ISSN : 1686-5073
ปที่ 17 ฉบับที่ 4 ตุลาคม – ธันวาคม 2563

Oสำffนicักeงาoนf เtลhขeาEธdิกuาcรaสtภioาnกาCรoศuึกnษcาil EPdouwcaetrioOnf

www.onec.go.th

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

สารบัญ

วารสารการศึกษาไทย

OEC JOURNAL

ปที ่ี 17 ฉบับที่ 4 ตลุ าคม – ธันวาคม 2563

2 “Digital Native”….. วรจกั ร จองศกั ดิ์
สิ่งที่ต้องมี เม่อื ดิจทิ ัลมีอิทธิพล
4 รายงานการวจิ ยั ..... รองศาสตราจารย์ ดร.จุลนี เทียนไทย ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภทั รพรรณ ท�ำดี
นางสาวกฤษพร ฤทธิชยั ด�ำรงกลุ
นโยบายไทยแลนด์ 4.0 กับ ‘ผลกระทบ’ ที่ไม่ควรมองข้าม
20 บทความวชิ าการ..... ปภสั สร อย่ชู า
New Normal กับความท้าทายการศึกษาไทย : บทเรยี นจากต่างประเทศ

สู่การจดั การเรยี นรูข้ องไทย

28 บทความวชิ าการ..... ดร.ศศิรศั ม์ วีระไวทยะ
Home – Based Learning (HBL) ประสบการณ์สิงคโปรก์ ับการจดั การเรยี นรู้

ในชว่ งวิกฤต (Singapore COVID-19 Circuit Breaker)

42 บทความวชิ าการ..... ฐิตวิ รดา แห้วเพ็ชร
การศกึ ษาที่ตอบโจทยเ์ ศรษฐกจิ และอาชพี ในอนาคต

เพ่ือขบั เคล่อื นประเทศสู่เปา้ หมายแบบไมต่ กเทรนด์

ส่ิงที่ต้องมี Home – Based Learning (HBL) การจดั การศึกษาส�ำหรบั
เม่อื ดิจทิ ัลมีอทิ ธิพล ประสบการณ์สิงคโปร์ ผู้มคี วามสามารถพิเศษ
ด้านดนตรใี นประเทศไทย
2 กับการจดั การเรยี นรใู้ นชว่ งวกิ ฤต
(Singapore COVID-19 Circuit Breaker) 72

28

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

51 บทความวิชาการ..... ดร.กฤษณพงศ์ กรี ตกิ ร กองบรรณาธิการ
วีะพงษ์ อเู๋ จริญ
การจดั สะเต็มศึกษาและ เจา้ ของ

แรงงานสะเต็มในประเทศไทย สำ� นกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา

62 บทความวิชาการ..... วรากร สายแกว้ ที่ปรกึ ษา
เดก็ ทม่ี คี วามสามารถพิเศษ
ดร.อำ� นาจ วิชยานวุ ตั ิ
(Gifted Child) เพชรทต่ี อ้ ง เลขาธิการสภาการศึกษา
เสาะหาและเจยี ระไน ดร.อุษณีย์ ธโนศวรรย์
รองเลขาธกิ ารสภาการศึกษา
72 บทความวิชาการ..... นรศิ รา ใจคง ดร.พรี ศักด์ิ รตั นะ
การจดั การศึกษา
รองเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
ส�ำหรบั ผู้มคี วามสามารถพิเศษ ดร.คมกฤช จันทรข์ จร
ด้านดนตรใี นประเทศไทย ผูช้ ว่ ยเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
ผอู้ �ำนวยการส�ำนักอ�ำนวยการ
80 Digital Native... ฐิตวิ รดา แห้วเพ็ชร ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั นโยบายและแผนการศึกษา
จรยิ า สบื แก้ว ปภัสสร อยชู่ า ผู้อำ� นวยการสำ� นักประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา
Future Skills ผอู้ ำ� นวยการส�ำนกั พฒั นากฎหมายการศึกษา
ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั มาตรฐานการศกึ ษาและพฒั นาการเรยี นร ู้
ของคนในยคุ ดจิ ทิ ลั ผู้อำ� นวยการส�ำนกั วิจยั และพัฒนาการศกึ ษา
ผู้อำ� นวยการสำ� นักนโยบายความร่วมมือกับต่างประเทศ
วตั ถปุ ระสงค์ ผู้อ�ำนวยการสำ� นกั นโยบายการพัฒนาเดก็ ปฐมวัย
ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั สื่อสารองค์กร
1) เพ่ือเผยแพร่นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ นวตั กรรม องค์ความรู้
การพฒั นาการศึกษาไทย คณะท�ำงาน
2) เพอื่ เป็นสอ่ื กลางในการสรา้ งความเขา้ ใจ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้
และสรา้ งการมสี ่วนร่วมทางการศึกษา นางนันทิชา ไวยนพ นางสาวพกิ ุล กันทะวัง
3) เพื่อเป็นการเปิดเวทีการน�ำเสนอเรื่องราวทางการศึกษา ดร.รุง่ นภา จติ รโรจนรกั ษ์ นางสาวตวงดาว ศลิ าอาศน ์
ส�ำหรับหน่วยงานการศึกษารวมถึงประชาชนท่ัวไป นายปานเทพ ลาภเกษร นายอทิ ธกิ ร เถกิงมหาโชค
สู่เป้าหมายในการเป็นวารสารช้ันน�ำที่มีมาตรฐานและ นางสาวณฐั ิกา นติ ยาพร นางสาววรญั ภรณ์ คณุ เวช
คณุ ภาพทางวชิ าการ นายวรี ะพงษ์ อู๋เจรญิ นางสาวอจั ฉรา ทงั นะที
นายภาณพุ งศ์ พนมวนั นางสาวขวัญเมษา จงนเุ คราะห์
ดร.วิภาดา วานิช นางสาววภิ าณี พลอยส่งศรี

จดั พิมพ์

บริษัท เอส.บ.ี เค. การพมิ พ์ จ�ำกัด

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

สิ่งท่ี..ต้องมี วรจกั ร จองศักดิ์
ส�ำนักประเมนิ ผลการจดั การศึกษา
เม่ือดิจทิ ัล
มอี ิทธิพล การเปล่ียนแปลงที่ย่ิงใหญ่ มักจะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ
ไม่เพียงแต่การปฏิวัติด้านเทคโนโลยีท่ีเป็นสิ่งกระตุ้นให้
“โลกไมอ่ าจถกู เคล่อื นยา้ ยดว้ ย สังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเท่าน้ัน แต่จะต้องมา
พลงั แหง่ อำ� นาจเทา่ นน้ั คูก่ ับความฉลาดทางดจิ ทิ ัลและรู้เทา่ ทันสิง่ เหล่านั้นด้วย
หากแตก่ ารเปลยี่ นแปลงที่ยงิ่ ใหญ่
และการปฏวิ ตั ทิ แี่ ทจ้ รงิ ท้งั หลาย ดิจิทัลเนทีฟ เป็นกลุ่มเยาวชน ที่เติบโตมาใน
ยุคดิจิทัล มีความคล่องในการใช้ส่ือดิจิทัล มีศักยภาพ
มกั จะเรมิ่ ตน้ จากจุดเลก็ ๆ ในการเรียนรู้และใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลสูง ทักษะ
และคนเลก็ ๆ ทมี่ คี วามมงุ่ มน่ั การรู้ดิจิทัล (Digital Literacy) ส�ำหรับศตวรรษที่ 21
อนั ยงิ่ ใหญท่ ตี่ อ้ งการเหน็ สงิ่ ทดี่ กี วา่ น้ันถือเป็นเรื่องส�ำคัญ เพราะกลุ่มดิจิทัลเนทีฟสามารถ
เข้าถึงและรับรู้ข้อมูลได้จากทุกที่ท่ัวโลก ไม่ว่าจะเป็น
”ในการขบั เคล่อื นโลกไปขา้ งหนา้ การใช้เพ่ือการศึกษาหรือรับข่าวสารและความบันเทิง
(ศนู ยก์ สกิ รรมธรรมชาตมิ าบเอ้อื ง) การเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ผ่านส่ือดิจิทัลเหล่าน้ันอาจ
ถึงแม้ว่าประเทศไทยได้รับการจัดอันดับ ไม่เหมาะสมและก่อให้เกิดปัญหาตามมา เม่ือกล่าวถึง
ความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence
ความสามารถด้านดิจิทัลและความฉลาดรู้ด้านการอ่าน Quotient : DQ) คือ ส่ิงท่ีท�ำให้การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล
อยู่ในระดับท่ีต�่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่เราไม่อาจจะปฏิเสธ ท้ังความรู้ ทักษะ ทัศนคติ ค่านิยม สามารถปรับตัวให้
และหลีกเลี่ยงสังคมยุคดิจิทัลได้ จากค�ำกล่าวข้างต้น เข้ากันได้ พีรวิชญ์ ค�ำเจริญ และ วีรพงษ์ พลนิกรกิจ
(2561) เขียนไว้ในบทความ เรื่อง เด็กกับการรู้เท่าทัน
2 OECJournal ดิจิทัล ถึงความฉลาดทางดิจิทัลท่ีควรสอนเด็กในยุค
ดิจทิ ลั ประกอบด้วย 8 ทกั ษะในสังคมดจิ ทิ ลั สรุปได้ดงั น้ี
1) การรักษาอัตลักษณ์ (Digital Identity) คือ การสร้าง
ตัวตนออนไลน์ และมีส่วนร่วมในการจัดการผลกระทบ
ทเี่ กิดข้ึนจากสอ่ื ออนไลน์ 2) การใช้ดจิ ิทัล (Digital Use)
คือ การใช้อุปกรณ์และสื่อดิจิทัล อย่างมีความสมดุล
ระหว่างชีวิตออนไลน์และออฟไลน์ 3) ความปลอดภัย
ดิจิทัล (Digital Safety) คือ การบริหารจัดการ
ความเสี่ยง เพ่อื หลีกเลีย่ งและลดความเส่ียงในการใช้งาน
ส่ือดิจิทัล 4) การรักษาความปลอดภัยดิจิทัล (Digital
Security) คือ การปกป้องข้อมูลของตนเอง และ
การตรวจสอบการคกุ คามในโลกออนไลน์ 5) ความฉลาด
ทางอารมณ์ดิจิทัล (Digital Emotional Intelligence)
คือ การเอาใจใส่ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และรวมถึง

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใช้งานออนไลน์อ่ืน ๆ ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย
6) การสื่อสารดิจิทัล (Digital Communication) คือ
การสื่อสาร และการท�ำงานร่วมกับผู้อื่นผ่านเทคโนโลยี สอื่ ดจิ ทิ ลั ทห่ี ลากหลาย ทงั้ การใชฮ้ ารด์ แวรแ์ ละซอฟตแ์ วร์
และสอ่ื ดิจิทัล 7) การร้เู ท่าทันดิจทิ ัล (Digital Literacy) รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทีก่ �ำลงั เกิดข้ึน นอกจากนต้ี ้องมี
คอื การคน้ หา ใชป้ ระโยชน์ และแบง่ ปนั อยา่ งมวี จิ ารณญาณ ความเขา้ ใจ (Understand) สอ่ื สารสนเทศอยา่ งถอ่ งแท้
8) สิทธดิ จิ ทิ ัล (Digital Rights) คือ การเข้าใจ การรกั ษา สามารถจดั การและรบั ผดิ ชอบตอ่ สทิ ธคิ วามเปน็ เจา้ ของ และ
สิทธิส่วนบุคคลตามกฎหมายรวมทั้งทรัพย์สินทางปัญญา การมสี ว่ นรว่ มในสงั คมดจิ ทิ ลั สดุ ทา้ ยตอ้ งมคี วามสรา้ งสรรค์
และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อดิจิทัล (Create) ท้งั การผลติ และสง่ ตอ่ สารสนเทศอย่างถูกตอ้ ง
ท้ัง 8 ทักษะน้ี ควรมีการส่งเสริมอย่างจริงจัง ซ่ึงเม่ือ และสรา้ งสรรค์ โดยคำ� นงึ ถงึ จรยิ ธรรม และมารยาททางสงั คม
ไม่นานมาน้ี Google ประเทศไทยร่วมกับกระทรวง สิ่งต่าง ๆ เหล่าน้ี เหมือนจะเป็นจุดเล็ก ๆ แต่ส่งผล
ศึกษาธิการเปิดตัวโครงการ Be Internet Awesome ต่อการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ดังน้ันเด็กและเยาวชน
บทเรียนออนไลน์ ส�ำหรับเด็กอายุ 7 - 12 ปี สอนใช้ ยุคดิจิทัล ในศตวรรษที่ 21 ผู้ปกครอง ควรแนะน�ำ
อินเทอร์เน็ตอย่างชาญฉลาดปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิด การใช้สื่อดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์และเป็นแบบอย่างท่ีดี
ปัญหาสังคม และพื้นฐานการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดี ให้กับเด็ก สถานศึกษา ควรส่งเสริมองค์ความรู้ทักษะ
ประกอบด้วย 5 หมวดหลัก ได้แก่ คิดก่อนแชร์ ความฉลาดทางดิจิทัลไว้ในแผนการจัดการศึกษา
ไมต่ กหลมุ พรางกลลวง เกบ็ ขอ้ มลู ไวเ้ ปน็ ความลบั เปน็ คนดี ของโรงเรียน ผู้ผลิตสื่อดิจิทัลควรผลิตและเผยแพร่
เทจ่ ะตาย และสงสยั เม่อื ไหรก่ ถ็ ามไดเ้ ลย ซ่งึ เด็ก ๆ จะได้ เนื้อหาอย่างมีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
รบั ทัง้ ความรู้ และความสนุกไปพรอ้ ม ๆ กนั รวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน
ช่วยผลักดันโครงการและกจิ กรรมตา่ ง ๆ
กล่าวโดยสรุป ดิจิทัลเนทีฟ จะต้องมีทักษะ
ส�ำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ การใช้ (Use) เทคโนโลยีและ

OECJournal 3

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

นโยบาย รองศาสตราจารย์ ดร.จลุ นี เทียนไทย
ไทยแลนด์ 4.0 กรรมการสภาการศึกษา
คณะรฐั ศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั
กับ ‘ผลกระทบ’
ที่ไมค่ วรมองขา้ ม ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภัทรพรรณ ท�ำดี
คณะสังคมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

นางสาวกฤษพร ฤทธิชยั ด�ำรงกลุ
คณะรฐั ศาสตร์
จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั

บทน�ำ

จากการวางยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี และนโยบายภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0)
เพ่ือก�ำหนดวิสัยทัศน์และเส้นทางในการพัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคมให้กับสังคมไทย โดยรัฐบาลมีเป้าหมาย
ให้สังคมไทยพัฒนากลายเป็นสังคมยุค 4.0 ท่ีมีระบบเศรษฐกิจขับเคล่ือนด้วยนวัตกรรมและเป็นสังคมท่ีม่ันคง
มั่งค่ัง และย่ังยืน ทั้งน้ี โครงการวิจัย “การท�ำความเข้าใจคุณลักษณะ พฤติกรรม และทัศนคติในอนาคตของ
ชาวดิจิทัลไทย” ภายใต้การสนับสนุนเงินทุนจาก ส�ำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้แผนงาน
ยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม ได้สะท้อนผลของการผลักดันสังคมไทยไปสู่ยุค 4.0 โดยมีเทคโนโลยี
สารสนเทศเป็นกลไกการขับเคล่ือนที่ส�ำคัญ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ใช่ผลจากการด�ำเนินนโยบายโดยตรง แต่หากสังคมไทย
มีทิศทางในการขับเคล่ือนสังคมไปตามแนวทางยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 อย่างชัดเจนแล้ว คงจ�ำเป็นต้องตระหนักถึง
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมา นอกเหนือไปจากเป้าหมายท่ีได้ก�ำหนดไว้ตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว
ซ่ึงอาจเป็นผลท่ีไมไ่ ด้คาดคดิ ไวว้ า่ จะเกดิ ขึน้ มาก่อน (Unintended Consequences)

การศกึ ษาทีน่ ำ� เสนอในท่นี ี้ เริม่ ตน้ โดยการท�ำวรรณกรรมปริทศั น์ (Literature Review) ทเี่ ก่ียวข้องกบั นโยบาย
ไทยแลนด์ 4.0 ต้ังแต่จุดเร่ิมต้นของนโยบายจนถึงปัจจุบัน ซ่ึงเอกสารหลักคือ เอกสารที่ตีพิมพ์หรือเผยแพร่
โดยหนว่ ยงานรัฐบาล มกี ารเผยแพรข่ อ้ มลู เกี่ยวกับนโยบายโดยตรง ทรี่ ะบุถึงผูท้ มี่ ีส่วนเกีย่ วขอ้ ง และใช้เทคนิคการวจิ ัย
เอกสาร (Documentary Research) ซึ่งวิเคราะห์ถึงการเปล่ียนแปลงและการปรับตัวอย่างเป็นรูปธรรมท่ีเกิดขึ้น
ภายใต้บริบทของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และการปฏิบัติงาน
ในภาครัฐ ประเภทของเอกสารท่ีน�ำมาวิเคราะห์น้ันจะประกอบไปด้วย รายงานข่าวบนเว็บไซต์หนังสือพิมพ์
รายงานหรือประกาศจากหน่วยงานทั้งในหน่วยงานราชการและองค์การธุรกิจ บทความเกี่ยวกับแนวทาง
การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันท่ีมีการประกาศใช้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงการใช้เทคนิค การสัมภาษณ์
เชิงลึก (In - depth Interview) จากประชากรชาวดิจิทัล หรือประชากรยุคใหม่ท่ีเกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลาง
การพฒั นาอนิ เทอรเ์ นต็ (Prensky, M., 2001) ในประเทศไทย โดยแบง่ เปน็ ประชากรวยั นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา (อายุ 13 - 23 ป)ี
จำ� นวน 25 คน ประชากรชาวดจิ ทิ ลั รุ่นเก่าหรือวัยท�ำงาน (อายุ 24 - 38 ป)ี จำ� นวน 25 คน และผู้ที่เกีย่ วขอ้ ง อนั ได้แก่
ผ้ปู กครอง ครูระดับมัธยมศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย นายจา้ งหรอื ผู้บัญชาการชาวดจิ ทิ ลั และนกั วชิ าการในเขตพืน้ ที่
กรุงเทพมหานคร ฯ จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดนครพนม ในเขตอ�ำเภอเมือง รวม15 คน รวมท้ังหมด 65 คน

4 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

บทสัมภาษณ์เหล่าน้ีได้ถูกถอดเทปและพิมพ์ข้อความในบทสัมภาษณ์ (Script) เพ่ือน�ำมาวิเคราะห์เน้ือหา (Content
Analysis) เพื่อสะท้อนความคิดเห็นและการรับรู้ถึงผลกระทบและการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนแนวทางการปรับตัว
ตอ่ การเปลยี่ นแปลงท่ีเกิดขึ้นและกำ� ลังจะตามมาในอนาคต

ผลการศึกษา

เพื่อให้เกิดความเข้าใจในนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ในส่วนแรกจะเป็นการน�ำเสนอสาระส�ำคัญของนโยบาย
ตามด้วยการน�ำเสนอการเปล่ียนแปลงและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากมุมมองของชาวดิจิทัลและผู้ท่ีเกี่ยวข้อง ตลอดจน
การสอดแทรกข้อเสนอแนะเพ่อื การปรับตวั ภายใต้ภาวะการณด์ ังกล่าว โดยมีรายละเอียดในแต่ละส่วน ดังน้ี

1. ทำ� ความรู้จักกบั นโยบายไทยแลนด์ 4.0

การปฏิรูปสังคมไทยในระยะเวลาที่ผ่านมาน้ัน สังคมและเศรษฐกิจไทยถูกขับเคล่ือนผ่านนโยบายและ
แผนมาแลว้ 3 ยุคสมยั ซ่งึ จ�ำแนกโดยลกั ษณะสงั คมและรปู แบบเศรษฐกจิ ในแต่ละยุค (กระทรวงอุตสาหกรรม, 2560)
อันไดแ้ ก่

ยุคไทยแลนด์ 1.0 ซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นแผนการบริหารเศรษฐกิจไปท่ีการลงทุนภาคเกษตรกรรม และ
การทำ� ปศสุ ตั ว์ โดยสง่ เสริมท้งั การผลติ เพ่อื จ�ำหน่ายในประเทศและตา่ งประเทศ

ยุคไทยแลนด์ 2.0 ยุคที่เน้นการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพเก่ียวกับการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมและ
ก�ำลังคนในภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงการกระจายสินค้าภายในประเทศ การส่งออกสู่ตลาดตา่ งประเทศ เพ่อื คงระดบั
การเติบโตทางดา้ นเศรษฐกจิ ของประเทศไทยทีป่ ระสบปญั หาเงินเฟ้อในช่วงระยะเวลาดงั กล่าว และ

ยุคไทยแลนด์ 3.0 เป็นยุคท่ีสังคมและเศรษฐกิจในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาความรู้
ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยูใ่ นระดับสงู ท�ำให้เกดิ รูปแบบเศรษฐกจิ อุตสาหกรรมรปู แบบใหม่ เชน่ อตุ สาหกรรม
ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ อุตสาหกรรมเคมี และแผงวงจรไฟฟ้าท่ีซับซ้อนยิ่งข้ึน เป็นต้น ด้วยเหตุน้ี รัฐบาลในยุคดังกล่าว
จึงมุ่งเน้นในการส่งเสริมการผลิตในรอบด้าน การท�ำรายได้ผ่านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในหลากหลายประเภท
ท้ังในด้านการเกษตร ส่ิงของอุปโภค และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยี อีกท้ังรัฐบาลในยุคน้ียังส่งเสริมการลงทุน
ในและต่างประเทศอกี ด้วย

ในปัจจุบันได้มีการคาดการณ์ลักษณะของ สังคมไทยยุค 4.0 ไว้ว่า เป็นสังคมที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยี
จนถงึ ขดี สดุ และมสี งั คมและเศรษฐกจิ ของประเทศตงั้ อยบู่ นพนื้ ฐานของการใชเ้ ทคโนโลยแี ละนวตั กรรมในการขบั เคลอื่ น
เพือ่ ท่จี ะพัฒนาจนอยู่ในระดบั เทยี บเท่ากบั สากล มจี ุดมงุ่ หวังทจี่ ะยกคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชนในสงั คม 4.0 ใหส้ งู ข้นึ
สนับสนุนให้ประชาชนได้รับการศึกษาที่สูงข้ึนและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีการกระจายรายได้ในระดับสูง
และมีความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมท่ีทันสมัย อีกทั้งยังเป็นสังคมท่ีสามารถประเมินได้ว่า
มีทักษะและคุณภาพของแรงงานอยู่ในระดับสูง สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัลของ
ท้งั ในและตา่ งประเทศได้อย่างดีเย่ียม (บณั ฑติ นจิ ถาวร, 2557 และ Bangkok Bank SME, 2559)

ด้วยการคาดการณ์เช่นน้ี รัฐบาลจึงได้ยึดถือภาพสังคม 4.0 นี้เป็นเป้าหมายส�ำคัญในการบริหารและ
ขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคที่ทันสมัย และได้ก�ำหนดเป็น ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี พร้อมกันกับนโยบายภายใต้
ยุทธศาสตร์แห่งชาติ “ไทยแลนด์ 4.0 (Thailand 4.0)” โดยในเนื้อหาของนโยบายนั้น มุ่งพัฒนารูปแบบเศรษฐกิจ

OECJournal 5

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ให้กลายเป็น “เศรษฐกิจท่ีขับเคล่ือนด้วยนวัตกรรม” หรือ “Value – Based Economy” ซึ่งจะท�ำให้ประเทศไทย
ได้มีโอกาสพัฒนาไปสู่กลุ่มประเทศท่ีมีรายได้สูงด้วยการ “ท�ำน้อย แต่ได้มาก” ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและ
การประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปสู่ระบบแบบดิจิทัล ส่งเสริมให้แรงงานมีทักษะความช�ำนาญที่เพ่ิมมากขึ้น
รวมถึงมีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม เป็นคนแบบ “ทันโลก ทันเทคโนโลยี
มีการศึกษาสูง” (กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา, 2560) โดยมุ่งหวังท่ีจะผลักดันประเทศไทย
ให้สามารถข้ามผ่านกับดักรายได้ปานกลาง และปัญหาความเหลื่อมล้�ำและไม่เท่าเทียมของประเทศไทย
ดว้ ยการกำ� หนดรา่ งโมเดลหรอื แผนการพัฒนาประเทศไทยอย่างครอบคลุม ตามท่ีปรากฏในพมิ พเ์ ขยี ว “Thailand 4.0
โมเดลขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความม่ังค่ัง มั่นคง และยั่งยืน” (กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา,
2560) ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาที่ประกอบไปด้วย การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาคลัสเตอร์เทคโนโลยี
และงานวิจัย การบ่มเพาะผู้ประกอบการและพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจท่ีขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม การเสริม
ความเขม้ แข็งของเศรษฐกจิ ภายในประเทศผ่าน 18 กลุ่มจงั หวัด และ 77 จงั หวัด และการบูรณาการอาเซียนเพือ่ เช่อื ม
ประเทศไทยสู่ประชาคมโลก โดยทุกประเด็นการพัฒนาจะยึดถือหลักการสร้างความเข้มแข็งจากภายในจากรากฐาน
ของชุมชน (Strength from Within) และการเชอ่ื มโยงกบั ประชาคมโลก (Connect to the World)

อนึ่งจะเห็นได้ว่า การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นปัจจัยท่ีส�ำคัญเป็นอย่างมากในการขับเคล่ือนให้
ประเทศไทยสามารถเข้าสู่ยุค 4.0 ได้ เนื่องจากรูปแบบสังคมในยุค 4.0 นั้นคือ การน�ำเทคโนโลยีแบบดิจิทัล
มาประยุกต์ใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่เพียงการใช้งานในชีวิตประจ�ำวัน แต่หมายถึงการน�ำมาใช้ในการเรียนรู้การลงทุน
การท�ำธุรกิจ และการปฏิบัติงานด้วย ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่ีมุ่งเน้นเป้าหมาย
หรอื ยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาเทคโนโลยีดิจทิ ัล 6 ด้าน คอื ได้แก่ (1) การพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานดจิ ทิ ัลประสิทธิภาพสงู
ให้ครอบคลุมท่ัวประเทศ (2) การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (3) การสร้างสังคมคุณภาพที่ทั่วถึง
เท่าเทียมด้วยเทคโนโลยี (4) การปรับเปล่ียนภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (5) การพัฒนาก�ำลังคนให้พร้อมเข้าสู่
ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และ (6) การสร้างความเช่ือมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (กระทรวงเทคโนโลยีและ
การสื่อสาร, 2559)

2. ชวี ิตท่เี ปลยี่ นไปของชาวดจิ ิทลั ไทย ภายใตส้ งั คม 4.0

จากเป้าหมายการพัฒนาดิจิทัลทั้ง 6 ข้อตามแผนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อสังคมข้างต้นนั้น แสดงให้เห็นว่า
แผนพัฒนา “ไทยแลนด์ 4.0” คือ แผนเพ่ือการผลักดันสังคมไทยให้พัฒนาและพร้อมที่จะเป็นสังคมในแบบ 4.0
ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีและการน�ำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการการด�ำเนินงาน
ในโครงสรา้ งของประเทศไทย

จากการศึกษาด้วยเทคนิคการวิเคราะห์เอกสารที่เก่ียวข้องกับการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือปรับตัว
ของหน่วยงานภาครัฐ องค์การธุรกิจ และประชาชนในยุคดิจิทัล สะท้อนให้เห็นว่า การปรับตัวของรัฐบาลไทย
ในการบริหารประเทศภายใต้พลวัตการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสมัยใหม่เช่นนี้ เร่ิมปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรม
เม่ือรัฐบาลมีการร่างและประกาศใช้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 11 (พ.ศ.2554 – 2559)
มีเนื้อหาส่วนหนึ่งที่ก�ำหนดการพัฒนาประเทศให้ตั้งอยู่บนความรู้และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพ่ือพัฒนาเศรษฐกิจและ

6 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ก�ำลังคนให้มีประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือ และในขณะเดียวกันเฝ้าระวังและป้องกันความเส่ียงต่าง ๆ ที่อาจ
เกิดข้ึนจากการพัฒนาประเทศในกระแสโลกาภิวัตน์ อันจะน�ำมาซ่ึงภัยคุกคามประชาคมโลก เช่น ความเส่ียงจาก
การพฒั นาและการใชเ้ ทคโนโลยี (ส�ำนักงานพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาต,ิ 2554)

ต่อเนื่องมาถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 12 (พ.ศ.2560 – 2564) ที่มุ่งพัฒนาความรู้
ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างเต็มรูปแบบ เพ่ือผลักดันให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมแห่งนวัตกรรม หรือสังคม
ยุค 4.0 พร้อมทั้งผลักดันให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยมีเสถียรภาพทัดเทียมกับนานาประเทศ มีการปรับปรุง
ตลาดแรงงานเพ่ือตอบสนองต่อความต้องการเก่ียวกับคุณสมบัติทางด้านทักษะและความช�ำนาญของแรงงาน
ท่ีเปล่ียนไป (ส�ำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2559) ซึ่งแนวทางการพัฒนานี้ได้ถูกพัฒนาให้สอดคล้อง
กับยุทธศาสตร์ชาติ 20 จนกลายมาเป็นนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” อีกทั้งยังมี แผนพัฒนาดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจ
และสังคม เพื่อก�ำหนดทิศทางและเป้าหมายในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศอย่างรอบด้าน
ใหช้ ดั เจนยิ่งขึน้

ดังในแผนภาพท่ี 1 นักวิจัยได้น�ำเสนอถึงความสัมพันธ์ของการปรับตัวของประเทศไทยให้ตามทันกระแสโลก
จนกลายมาเป็นแผนเพอื่ การพัฒนาและผลักดนั องคป์ ระกอบต่าง ๆ ในประเทศไทยใหม้ คี วามพร้อมเพือ่ การเข้าสู่สังคม
ยคุ 4.0 ทเ่ี ป็นยคุ แห่งเทคโนโลยแี ละนวัตกรรม ตลอดจนรายละเอียดผลกระทบท่เี กิดขึ้น และการปรบั ตัวของตวั แสดง
ทเี่ กีย่ วขอ้ งเพ่ือให้สอดคลอ้ งกับการเปล่ียนแปลงที่เกดิ ขึ้น (หนา้ ถัดไป)

OECJournal 7

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

8 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ทั้งน้ี การปรับตัวของรัฐบาลไทยดังกล่าวนี้ ส่งอิทธิพลให้เกิดการเปล่ียนแปลงในสังคมไทยอย่างรอบด้าน
ทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรมซึ่งปรากฏให้เห็นในมิติการศึกษา ด้านเศรษฐกิจซึ่งกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจ
และด้านการเมืองซ่ึงกระทบโดยตรงต่อภาครัฐ จากการวิเคราะห์ข้อมูลสัมภาษณ์เชิงลึกจากประชากรชาวดิจิทัล
และผู้เก่ียวข้องกับชาวดิจิทัล ท�ำให้เห็นว่า การผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีน้ี ก่อให้เกิดคุณูปการและก่อให้เกิด
การปรับตัวอย่างเห็นได้ชัดทั้งในภาครัฐและภาคธุรกิจ รวมไปถึงประชากรชาวดิจิทัลที่เป็นนักเรียน นักศึกษา
บุคคลวัยท�ำงาน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับชาวดิจิทัล อันได้แก่ ผู้ปกครอง ครู - อาจารย์ และผู้ประกอบการหรือ
นายจ้าง ในมิติต่าง ๆ โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละมิติส่งผลต่อกลุ่มชาวดิจิทัลท่ีแตกต่างกันไป โดยมีรายละเอียด
ของการเปลีย่ นแปลงและการปรับตัวทเ่ี กดิ ขึน้ ในแตล่ ะมิติ ดงั น้ี
มิติด้านการศึกษา เนื่องจากความต้องการยกระดับคุณภาพตลาดแรงงานของประเทศไทย ท�ำให้เกิด
การเปล่ียนแปลงรูปแบบหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐานด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยี
เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้ศึกษาก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในยุคเศรษฐกิจ 4.0 ในแนวทางเดียวกัน ก็มีการผลักดัน
ให้ใช้เทคโนโลยีเป็นสื่อการเรียนการสอนเพ่ือการประสิทธิภาพในการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะ ยิ่งไปกว่านั้น
ยังมีการผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมในการเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลในฐานะโครงสร้างขั้นพื้นฐาน
ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ด้วยตนเองแบบไร้ข้อจ�ำกัดทางด้านพ้ืนที่และเวลา (ทรูปลูกปัญญา, 2562) ซ่ึงจาก
การสัมภาษณ์ พบว่า การเปล่ียนแปลงท่ีเกิดขึ้นเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องในมิติการศึกษา
ในด้านตอ่ ไปนี้

การพัฒนาทักษะเก่ียวกบั การใช้งานเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั
ชาวดจิ ทิ ลั รุ่นใหม่ (อายุ 13 – 23 ปี) ซ่ึงอยู่ในชว่ งวัยเรียนของนักเรียนและนกั ศกึ ษา เกดิ การปรบั ตัว
ให้สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นโดยพวกเขาได้น�ำการพัฒนาทักษะเก่ียวกับการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล
ท่ีพวกเขาใช้เป็นประจ�ำทุกวัน ให้เกิดประโยชน์ต่อพวกเขาในการเข้าสู่ตลาดแรงงานในการท�ำงานในอนาคต
พวกเขาได้ใช้เทคโนโลยีเพ่ือพัฒนาทักษะการศึกษาและค้นหาข้อมูลนอกห้องเรียน และยังท�ำให้พวกเขามี
ทกั ษะอ่นื ๆ ทีเ่ พิม่ เติมมา คอื ทกั ษะการเขา้ ใจและร้เู ทา่ ทันดิจิทลั (Internet Literacy) อกี ดว้ ย ดังที่ชาวดิจิทัลรุ่นใหม่
ได้แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับการใช้เทคโนโลยใี นการเรยี นรู้นอกห้องเรียนไว้วา่

“เม่ือก่อนอย่างท่ีบอกว่าการหาข้อมูลก็ต้องไปห้องสมุด ก่อนจะมี อินเทอร์เน็ต ใช้หนังสือ ใช้อะไร
ที่เป็นต�ำรา แต่พอมันมี อินเทอร์เน็ต ก็สะดวกข้ึน อยากรู้อะไรก็พิมพ์ใน Google เราก็ได้ข้อมูลจากหลายท่ี
แต่คราวน้ีเราก็ต้องมีความรู้ท่ีจะหาข้อมูลจากหลายแห่งและตรวจสอบว่าได้ข้อมูลที่ได้น้ันถูกต้อง
หรอื ไม่เองอีกดว้ ย”

(ชาวดจิ ทิ ลั รุน่ ใหมว่ ัย 18 ป)ี

OECJournal 9

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

การใชส้ อื่ เทคโนโลยเี พอ่ื ใช้ในการเพม่ิ พูนและส่งตอ่ ความรู้
บุคลากรทางด้านการศกึ ษาอย่าง ครแู ละอาจารย์ กม็ กี ารปรับตวั ในการเรยี นร้กู ารใชส้ อื่ เทคโนโลยี
เพอื่ ใชใ้ นการเพมิ่ พนู และสง่ ตอ่ ความรใู้ หก้ บั นกั เรยี นนกั ศกึ ษา การปรบั ตวั ใหใ้ ชแ้ ละเกดิ ความเคยชนิ กบั อปุ กรณก์ ารศกึ ษา
ทางเทคโนโลยที ี่สอดคลอ้ งกับพฒั นาการของเยาวชนในยุค 4.0 ดังเชน่ ทีอ่ าจารยร์ ะดับมธั ยมทา่ นหนึ่งใหส้ มั ภาษณ์วา่

“ตอนน้ีหลัก ๆ เลยท่ีเห็นได้ชัด คือใช้แอปพลิเคชันในการสอน อย่างหนังสือก็จะเป็น E - Book
ครึง่ หนึง่ ของนกั เรยี นเขากเ็ ลอื กทจ่ี ะซื้อ E - Book เพราะเขามี iPad แล้วกม็ ี แอปพลิเคชนั แล้วก็ใช้ E - Book
ในการเรียน เพราะทุกอย่างเราดูเป็นภาพสีหมดแล้ว แล้วราคาก็ถูกกว่าซ้ือเป็นหนังสือจริง ๆ ด้วย
แลว้ เสยี งเนยี่ เรากไ็ มต่ อ้ งพก CD เรากเ็ ปดิ ฟงั ไดไ้ มว่ า่ จะอยตู่ รงไหนกต็ าม เขาสามารถทจี่ ะเอาขน้ึ มาทบทวนได้
แล้วถืออย่างเดียวก็ครบเลย”

(อาจารยร์ ะดบั มธั ยมศกึ ษา)

การปรับเปลีย่ นมมุ มองใหม่เกยี่ วกับการใชเ้ ทคโนโลยีของชาวดจิ ทิ ัล
การผลักดันเทคโนโลยีในด้านการศึกษายังส่งผลให้ผู้ปกครอง ได้ปรับเปล่ียนมุมมองใหม่เกี่ยวกับ
การใช้เทคโนโลยีของชาวดิจิทัล จากการมองเทคโนโลยีในเชิงลบ กลายเป็นมุมมองในเชิงบวกมากข้ึน เน่ืองจาก
ผู้ปกครองได้มีโอกาสรับรู้แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีในอนาคตจากการเข้าถึงข้อมูลผ่านช่องทางการเรียนรู้ดิจิทัล

ดงั ความเหน็ ของผปู้ กครองของชาวดจิ ทิ ลั รายหนง่ึ ทพ่ี ดู ถงึ บทบาทของเทคโนโลยกี บั การเลยี้ งลกู ในปจั จบุ นั ไดอ้ ยา่ งดไี วว้ า่

“ถ้าเราส่งลูกเราไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์หรือว่าโรงเรียนที่มันมีระบบการเรียนการสอนท่ีส่งเสริม

เทคโนโลยี ลูกก็จะสมั ผสั ต้ังแตต่ อนน้นั แต่ถ้าเป็นในมมุ มองทางพยาบาล กอ่ น 2 ขวบ ก่อนไปโรงเรียนจะให้

คำ� แนะน�ำว่า ไม่ควรจะไดแ้ ตะมอื ถือนะ แต่ถามวา่ ถา้ ระบบ iPad มนั มีบางส่วนท่พี อ่ แมม่ ีความรู้แล้วเอามา

เสริมพัฒนาการของลูก มันก็ใช้ได้ มันขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ท�ำอะไร เพื่อประโยชน์และการเรียนรู้แบบใด

อย่างที่บ้านก็ใช้ดู YouTube กับลูก เพราะมีทางเลือกมากกว่า สารคดีบ้าง ส่ิงบันเทิงบ้าง แต่เราพยายาม

เลือกและควบคุมไดร้ ะดับหนึ่ง”

(ผู้ปกครองชาวดิจิทลั รุน่ ใหม่)

มิติด้านเศรษฐกิจ การผลักดันให้เทคโนโลยีกลายเป็นเครื่องมือหลักในการประกอบธุรกิจ และการพัฒนา
ดา้ นเศรษฐกจิ ของประเทศไทยใหพ้ รอ้ มกบั การเขา้ สยู่ คุ เศรษฐกจิ และอตุ สาหกรรม 4.0 ไดท้ ำ� ใหเ้ กดิ ผลกระทบทางเศรษฐกจิ
โดยตรง ไม่ว่าจะเป็น (1) เกิดช่องทางการท�ำงานใหม่ ๆ และช่องทางการประกอบอาชีพด้วยการใช้เทคโนโลยี เช่น
การเกิดอาชพี รับจา้ งอสิ ระ หรือการทำ� ธรุ กิจออนไลน์ (2) ช่วยเพ่ิมพนู กำ� ลงั การผลิต และคณุ ภาพของสินคา้ และบริการ
ในขณะท่ีช่วยลดต้นทุนในการผลิตลดลง (3) เกิดช่องทางใหม่ในการส่งออก - น�ำเข้า หรือการท�ำธุรกิจร่วมกับ
นานาประเทศในระดบั สากล (4) เกดิ กระแสการแนะนำ� สนิ คา้ บนโลกอนิ เทอรเ์ นต็ เชน่ การรวี วิ สนิ คา้ ผา่ นบลอ็ ก (Blogs)
หรือชอ่ งยูทบู (YouTube) เปน็ ตน้ ซง่ึ การเปลี่ยนแปลงดังกลา่ ว ก่อใหเ้ กิดการปรับตวั ของประชากรในยคุ ดิจิทัล ดังนี้

10 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

การพฒั นาทักษะการใชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ลั เพื่อเพ่มิ ประสิทธภิ าพการทำ� งาน
กลุม่ ชาวดจิ ิทลั ร่นุ เก่า (อายุ 24 – 38 ป)ี กลุ่มบคุ คลที่มสี ถานะเปน็ บคุ คลวัยท�ำงานหรือวยั แรงงาน
เร่ิมพัฒนาทักษะและความรู้เก่ียวกับการใช้งานส่ือหรืออุปกรณ์เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น เพ่ือสร้างความช�ำนาญ
และเพิ่มประสิทธิภาพในการท�ำงานของตนในองค์การธุรกิจอันจะช่วยสร้างประโยชน์และขับเคลื่อนองค์การ
ชาวดจิ ทิ ลั รุ่นเกา่ ได้ยกตวั อย่างการใช้งานเทคโนโลยใี นการทำ� งานวา่

“เรามาจากกระดาษ มาจากความคิดก่อน ถึงจะเอาเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วย คนท่ีอยู่ได้คือ
‘คนคดิ แลว้ ให้เทคโนโลยีท�ำงาน’ เพอ่ื ผลงานที่ออกมาดี เราไมไ่ ดเ้ ป็นแรงงาน เราเปน็ คนคดิ เลย แลว้ กช็ อบใช้
Pinterest เอาไว้กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ว่าคนอ่ืนเขาไปถึงไหน ตามผลงานศิลปะ เป็นแรงบันดาลใจ
ในการท�ำงาน”

(ชาวดจิ ิทลั รุ่นเกา่ วัย 30 ป)ี

ความต้องการในการจา้ งงานและโครงสร้างของภาคธรุ กจิ ทเี่ ปลี่ยนไป
ผู้ประกอบการ นายจ้าง หรือองค์การธุรกิจมีความต้องการในการจ้างงานของภาคธุรกิจ
ท่ีเปลี่ยนไป โดยที่มุ่งเน้นการจ้างงานแรงงานที่มีทักษะและความช�ำนาญในด้านการใช้และท�ำความเข้าใจเทคโนโลยี
เพ่อื ให้สอดรับกบั ธุรกิจในยคุ ท่ีมีพ้ืนฐานอย่บู นเทคโนโลยีและนวตั กรรม จากการสมั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ ไดข้ อ้ มูลเพิม่ เตมิ จาก
ผู้บังคับบัญชาของชาวดจิ ิทลั รายหนง่ึ ไดพ้ ูดถึงความต้องการเกีย่ วกบั คณุ สมบัติของพนกั งานไว้ ดงั น้ี

“แยกเป็นสองส่วน พนักงานหน้าร้าน และพนักงานตรวจเช็คเครื่องยนต์ กลุ่มหน้าร้านเทคโนโลยี
จะเป็นประโยชน์มาก เพราะว่า ต้องส่ือสารกับลูกค้า ต้องเรียนรู้ได้เร็ว ซึ่งลูกค้าบางคนมีความรู้มากกว่าเซล
ด้วยซ้�ำ ซึ่งบางอย่างสิ่งท่ีลูกค้ารู้กับเซลรู้จะไม่ตรงกัน ดังน้ัน เซลต้องใช้โซเชียลมีเดียในการศึกษาหาข้อมูล
พัฒนาตวั เองอยู่ตลอดเวลา”

(ผบู้ งั คับบัญชาชาวดิจิทลั )

การปรบั โครงสรา้ งองค์การเพือ่ ใหส้ อดรบั กับการใช้เทคโนโลยีในการพฒั นาธรุ กจิ
นอกจากนั้น ยังมีการปรับโครงสร้างองค์การเพื่อให้สอดรับกับการมีเทคโนโลยีเป็นตัวช่วย
ในการพัฒนาธุรกิจ ยกตัวอย่างเช่น การน�ำเครื่องมือด้านเทคโนโลยีมาปรับใช้กับฐานลูกค้าในประเทศไทย
เพอื่ ชว่ ยลดตน้ ทนุ ในการลงทุนท่ีซ้�ำซ้อนและเพ่ิมความรวดเร็วในการท�ำงานของบริษัท (ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ, 2560)
เป็นต้น ท้ังน้ี มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระจายข้อมูลของสินค้าและบริการของภาคธุรกิจ (การท�ำการตลาด)
ให้อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล (I Plan Digital, 2561) ซ่ึงช่วยให้เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคได้ง่ายมากข้ึน
และยังทำ� ใหข้ อ้ มูลของสนิ คา้ หรอื บริการน้ันแพร่กระจายเป็นวงกวา้ งอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ตัวแสดงในภาคธุรกิจอย่างผู้บริโภคก็เกิดการปรับตัวต่อรูปแบบธุรกิจท่ีเปล่ียนไป
คือ มีการใช้สื่อเทคโนโลยีโดยเฉพาะส่ือสังคมออนไลน์ในการเข้าถึงข้อมูลของสินค้าและบริการมากขึ้น

OECJournal 11

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ท้ังในการรับข้อมูลสินค้าและเผยแพร่ข้อมูลสินค้าจากการใช้งานจริงสู่ผู้บริโภคด้วยกันเอง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บริโภค
ยังมีการปรับตัวในเรื่องการประกอบธุรกรรมทางการเงินท่ีต่างไปจากเดิม เช่น การใช้เทคโนโลยีในการจ่ายเงิน
ผ่านระบบคิวอาร์โค้ช (QR code) ซ่ึงสร้างความสะดวกสบายและลดความเส่ียงจากการพกเงินสดให้กับพวกเขา
อีกเชน่ เดียวกัน สอดคลอ้ งกับการให้ความคิดเห็นของกล่มุ ผบู้ ริโภคชาวดจิ ทิ ลั รนุ่ ใหมแ่ ละรุ่นเก่าในการสัมภาษณ์ที่ว่า

“เทคโนโลยีและส่ือสังคมออนไลน์นอกจากจะช่วยในเรื่องของการติดต่อส่ือสารกันได้ง่ายขึ้นแล้วยัง
ช่วยให้เราสามารถส่ังซ้ือของผ่านระบบออนไลน์อีกท้ังยังสามารถค้นหาบุคคลท่ีเราอยากเจอได้ง่ายกว่า
การไปตามหาดว้ ยตนเองด้วย”

(ชาวดิจทิ ัลรนุ่ ใหม่ วัย 18 ปี)

“แต่ก่อนเคยลืมกระเป๋าสตางค์ แล้ววุ่นวายมาก ซ้ืออะไรก็ไม่ได้ ต้องไปขอยืมเพ่ือน เด๋ียวนี้ถ้าลืม
พกประเปา๋ สตางคก์ ย็ งั อยไู่ ด้ เพราะมแี คโ่ ทรศพั ทก์ จ็ า่ ยเงนิ ไดแ้ ลว้ แสกนหนา้ รา้ นอะไรแบบนี้ ถา้ อยากใชเ้ งนิ สด
ก็เดินไปตู้ ATM มนั กดเงินแบบไมใ่ ช้บตั รได้แลว้ แคม่ ีแอปของธนาคาร ”

(ชาวดิจิทลั ร่นุ ใหม่ วยั 23 ป)ี

“บางทซี อ้ื ของออนไลนเ์ รากไ็ ปโอนทธ่ี นาคารกไ็ ดถ้ า้ เราจะซอ้ื ของ แตเ่ พราะคนไมค่ อ่ ยออกไปขา้ งนอก
แล้วก็โยงไปกับเหตุการณ์ของ Grab การเรียกแท็กซี่แต่ก่อน ตอนยังเด็ก ๆ จ�ำได้มันมีเรียกแท็กซี่
โดยการโทรศัพท์อยู่แล้ว แต่ว่ามันไม่ค่อยมีใครท�ำกันหรอก เพราะว่าโบกเอาน่าจะเร็วกว่า แต่พอมี
แอปพลิเคชนั มาชว่ ยเรยี ก มันกท็ ำ� ใหส้ ะดวกขน้ึ ”

(ชาวดจิ ิทัลรุน่ เก่า วัย 31 ป)ี

มติ ิดา้ นการเมอื ง พบวา่ การผลกั ดันให้ประเทศไทยเข้าสูส่ งั คมยุค 4.0 นนั้ สง่ ผลให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงตอ่
ภาครฐั โดยตรง ยกตัวอย่างเช่น (1) การเปลย่ี นแปลงไปของเปา้ หมายและทศิ ทางในการบริหารและพฒั นาแผนงานของ
ภาครัฐแบบองค์รวม โดยเปล่ียนจากการมุ่งเน้นการคงสภาพหรือประคับประคองเศรษฐกิจและสังคม
ใหส้ ามารถด�ำรงอยู่ในสงั คมท่ีมีความผันผวนจากกระแสโลก ไปเป็นการมุ่งพฒั นาและส่งเสรมิ ใหม้ ีการใชง้ านเทคโนโลยี
ดิจิทัลเข้ามาช่วยในให้การบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความรวดเร็วมากยิ่งข้ึน (2) เกิดการเชื่อมต่อกัน
ระหว่างหน่วยงานภาครัฐผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (3) เกิดช่องทางการส่ือสารกับประชาชนแบบใหม่ และ
(4) เทคโนโลยีถูกผลักดันให้กลายเป็นโครงสร้างพ้ืนฐานเช่นเดียวกับถนน ไฟฟ้า หรือน้�ำประปาท่ีประชาชนทุกคน
สามารถเขา้ ถงึ ได้ เปน็ ตน้ จากผลกระทบเหลา่ นี้ เป็นทแ่ี น่นอนวา่ หน่วยงานต่าง ๆ ในภาครัฐจำ� เปน็ ต้องมกี ารปรบั ตัว
ครั้งใหญ่ เพ่ือให้สอดคล้องกับความต้องการท่ีมากข้ึนในระดับประชาชน ชุมชน หรือในสังคมระดับประเทศ
ผ่านแผนงานปรับปรุงโครงสร้างการท�ำงาน และแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานราชการของหน่วยงานภาครัฐ
จำ� นวนหนึง่ แล้ว สามารถสรปุ ประเดน็ การปรบั ตวั ท่ีเกดิ ข้นึ ได้ ดังน้ ี

12 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

การปรบั ปรงุ ระบบการท�ำงานและโครงสร้างองค์การหรอื หน่วยงานภาครัฐ
การปรับปรุงระบบการท�ำงานและโครงสร้างองค์การหรือหน่วยงานภาครัฐด้วยการน�ำ
เทคโนโลยีเข้ามาทดแทนระบบหรือส่วนการท�ำงานที่ทดแทนได้ เพ่ือลดค่าใช้จ่าย ลดจ�ำนวนบุคลากรที่เกิน
ความจ�ำเป็น และร่นระยะเวลาในการท�ำงานให้รวดเร็วมากย่ิงขึ้น มีการจัดการฝึกอบรมเพ่ือพัฒนาทักษะและ
ความช�ำนาญด้านการใช้เทคโนโลยีเพ่ิมเติมให้กับบุคลากร เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพและคุณภาพในการท�ำงาน
ให้ได้ตามเป้าหมายท่ีองค์การหรือหน่วยงานได้ตั้งไว้ ยกตัวอย่างเช่น การประกาศสนับสนุนข้าราชการของ
ส�ำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ ให้องค์การเข้าร่วมโครงการ
ฝึกอบรมหลักสูตร “ก้าวสู่ระบบราชการ 4.0 อย่างยั่งยืน ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 4.0”
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจถึงนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และเพิ่มพูนทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ส�ำนักงาน
คณะกรรมการพเิ ศษเพ่อื ประสานงานโครงการอนั เน่อื งมาจากพระราชด�ำริ, 2562)

การปรบั ปรุงโครงข่ายเทคโนโลยีภายในองคก์ ารเพอ่ื เพมิ่ เสถียรภาพ
ในการเช่ือมต่อระหว่างกันภายในองค์การและระหว่างหน่วยงานของภาครัฐ ซ่ึงท�ำให้การท�ำงาน
เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและต่อเน่ืองมากข้ึน อันจะน�ำมาซ่ึงการเรียนรู้การเข้าถึงประชาชนผ่านเทคโนโลยีและ
การส่งมอบสินค้าหรือบริการสาธารณะให้กับประชาชนได้อย่างประสิทธิภาพและความรวดเร็วมากขึ้น เช่น การจัดท�ำ
โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือเช่ือมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลและรองรับการเข้าสู่
กระทรวงการคลังดิจิทัล และโครงการสร้างระบบสารสนเทศ (Application) เพ่ืองานตรวจราชการกระทรวงการคลัง
ตามทีป่ รากฏใน ข้อมลู แผนการจัดซอื้ จัดจ้างตามหน่วยงานภาครฐั ปงี บประมาณ 2562 โดยกระทรวงการคลัง (2562)

การปรับปรุงกฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คับ หรือกฎหมายเกี่ยวกบั พฤติกรรมการใช้งานเทคโนโลยี
โดยมเี ปา้ หมายเพื่อใหท้ นั สมยั และครอบคลุมมากขึน้ เพ่อื ป้องกนั หรือลงโทษบคุ คล หรือหน่วยงาน
ทง้ั ในภาคเอกชน และหนว่ ยงานในความดแู ลของภาครฐั เองไมใ่ หม้ กี ารใชเ้ ทคโนโลยใี นทางทไ่ี มเ่ หมาะสม หรอื ในทางที่
อาจกลายเป็นปัญหา หรือพิษภัยกระทบต่อบุคคลอื่น หน่วยงานอ่ืน หรือกระทบต่อความมั่นคงในระดับประเทศได้
เช่น การจารกรรมข้อมูล การปลอมแปลงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต การล่อลวงผ่านส่ือดิจิทัล หรือการสนับสนุน
กลุ่มก่อการร้ายหรืออาชญากรรมข้ามชาติ เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น ค�ำสัมภาษณ์ของชาวดิจิทัลรุ่นใหม่ท่ีเข้าไปฝึกงาน
ในองคก์ ารราชการ

“ในหน่วยงานท่ีหนูไปท�ำ Intern (ship) จะสอนและเข้มข้นกับการห้ามคัดลอกข้อมูลโดยไม่ใส่
แหล่งอ้างอิง เพราะเอกสารราชการจ�ำเป็นจะต้องมีท่ีมา ระบุให้ชัดเจน และจะไม่หยิบยกว่าเป็นความคิด
ของตนเอง”

(ชาวดจิ ทิ ลั รุ่นใหม่วยั 22 ปี)

OECJournal 13

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

การเปดิ พนื้ ทีใ่ นการมีสว่ นรว่ มทางการเมืองไดอ้ ยา่ งอิสระ
เทคโนโลยีท�ำให้เกิดพื้นที่ท่ีทุกคนสามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างอิสระ และเท่าเทียม
โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์หรือเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เช่น
คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป สมาร์ตโฟน หรอื แท็บเล็ต ซ่งึ เรยี กได้ว่า ทำ� ให้วถิ กี ารแสดงออกทางการเมอื งของคนรนุ่ ใหมน่ ัน้
เปล่ียนไปจากคนรุ่นเก่าอยู่พอสมควรเน่ืองจากมีทางเลือกให้แสดงออกมากข้ึน ท้ังในการแสดงความคิดเห็น
ทใ่ี นอดตี อาจเปน็ เรอื่ งยากทจี่ ะแสดงความคดิ เหน็ ทางการเมอื งในพน้ื ทสี่ าธารณะ เนอื่ งจากอาจกอ่ ใหเ้ กดิ การปะทะหรอื
ความรนุ แรงขนึ้ ระหวา่ งผู้ทมี่ ีความคดิ เหน็ ทางการเมอื งไมต่ รงกัน

นอกจากการพัฒนาของสื่อสังคมออนไลน์ในยุคนี้จะช่วยให้กลุ่มประชากรท่ีมีก�ำลังทางเศรษฐกิจ
พอที่จะเข้าถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีท่ีสามารถเช่ือมต่อกับส่ือสังคมออนไลน์ ได้แสดงออกและมีส่วนร่วมทางการเมือง
ได้เท่าเทียมมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มากไปกว่าน้ัน ชาวดิจิทัลไทยยังสามารถเลือกระดับการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ได้หลากหลายระดับ เช่น การเลือกมีส่วนร่วมกับประเด็นทางการเมืองที่สนใจผ่านการติดตามข่าวสารในกลุ่มหรือ
แฟนเพจบนเฟซบกุ๊ การรว่ มบรจิ าคสงิ่ ของหรอื เงนิ ทนุ ชว่ ยเหลอื ขบวนการเคลอื่ นไหวทางการเมอื ง การแสดงความคดิ เหน็
ผ่านแฮชแท็กในทวิตเตอร์หรือใต้โพสต์ในเฟซบุ๊ก หรือการสร้างกลุ่มเพ่ือเรียกร้องสิทธิหรือความต้องการด้วยตนเอง
ในทวติ เตอร์ เปน็ ตน้ ทงั้ นย้ี งั สามารถเลอื กระดบั ของการแสดงออกหรอื มสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งไดอ้ กี ดว้ ย ยกตวั อยา่ งเชน่
การเลือกแสดงความคิดเห็นทางการเมืองแบบไม่เปิดเผยตัวตน ไม่เปิดเผยช่ือและใบหน้าท่ีแท้จริง ซ่ึงอาจมี
สว่ นช่วยในการลดการเกิดขึน้ ของการปะทะกับผู้ที่มีความเห็นตา่ งในชีวิตจริงลงได้

3. เราจะร่วมกันรับมืออย่างไร เพอ่ื รบั มอื กบั ชวี ติ ทเ่ี ปลย่ี นไปในกระแสไทยแลนด์ 4.0

จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มประชากรท่ีเกี่ยวข้องกับชาวดิจิทัล ท้ังในส่วนของผู้ปกครอง อาจารย์ผู้สอนใน
ระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ตลอดจนผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของชาวดิจิทัล ได้ท�ำให้เห็นถึงการแสดง
ทัศนะและแนวทางเก่ียวกับการเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับประชากรชาวดิจิทัล ตลอดจน
การปรับตัวของผู้เกี่ยวข้องในมิติต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ในการอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ
การผลกั ดนั ทรัพยากรมนษุ ยร์ นุ่ ใหม่ไปสสู่ งั คมยุค 4.0 รว่ มกนั ได้อยา่ งราบรน่ื โดยจ�ำแนกออกเปน็ 2 ประเด็นหลกั ดังนี้
ประเดน็ แรก การปรับตัวด้วยการ “เปดิ ใจ” ที่จะ “เรียนร”ู้ วถิ ีชวี ติ ทห่ี ้อมลอ้ มไปด้วยเทคโนโลยี เพ่ือให้
เกิดความพร้อมในการ “ส่งเสรมิ ” ชาวดิจทิ ัล
การผลักดันสังคมสู่ยุค 4.0 ท�ำให้สังคมเต็มไปด้วยการเจริญเติบโตทางด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี
การติดต่อส่ือสารที่กว้างขวางและไร้พรมแดน ส่งผลให้เกิดองค์ความรู้ที่ขยายและเปิดหลากหลายมุมมอง จึงต้อง
มกี ารเปดิ ใจ และปรบั ตวั ใหท้ นั สำ� หรบั การเรยี นรใู้ หม่ ผา่ นเทคโนโลยที ไี่ มม่ ขี อ้ จำ� กดั ในเรอ่ื งของวยั หรอื อายใุ นการเรยี นรู้
ดงั ตวั อยา่ งกรณขี องอาจารยร์ ะดบั มธั ยมศกึ ษารายหนงึ่ ทใี่ หส้ มั ภาษณเ์ กยี่ วกบั การปรบั ตวั ตอ่ เรอื่ งดงั กลา่ ววา่

“แมว้ า่ เราจะอายเุ ยอะแตก่ ต็ อ้ งเรยี นรู้โชคดตี รงทว่ี า่ เปน็ คนเปดิ ใจรบั ทกุ อยา่ งเปน็ คนเรยี นรู้พยายาม
หาความรเู้ พอื่ ทีจ่ ะท�ำ ถ้าไมร่ ู้อะไร ไม่เขา้ ใจกถ็ ามทนั ที ขอความช่วยเหลอื จากคนใกลช้ ดิ ให้ชว่ ยอธิบาย ตัวเอง
เปดิ ใจทจี่ ะรู้อะไรใหม่ ๆ จากเด็ก จากลกู จากรุน่ น้อง จากรุน่ ลูกศษิ ย”์

(ครสู อนระดบั มัธยมศกึ ษา)

14 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

เช่นเดียวกับผู้ท่ีอยู่ในฐานะพ่อแม่หรือผู้ปกครองของชาวดิจิทัลซ่ึงจะต้องมีการปรับตัวเพ่ือให้ทันต่อข้อมูล
ข่าวสาร องค์ความรู้ ท่ีหลากหลาย และพร้อมที่จะน�ำข้อมูลเหล่าน้ันมาปรับใช้ในการเล้ียงดูบุตรหลานของตน
อย่างมีวิจารณญาณ สอดคล้องกับความเห็นของผู้ปกครองของชาวดิจิทัลรายหนึ่งที่พูดถึงบทบาทของเทคโนโลยีกับ
การเลย้ี งลกู ในปจั จบุ นั ไว้วา่

“หาขอ้ มลู การเลย้ี งลกู จากในเฟซบกุ๊ บา้ งทมี่ เี ดง้ ๆ มาใหอ้ า่ น แลว้ นำ� ขอ้ มลู ปรบั ใชบ้ างขอ้ เรากเ็ ลอื กดู
เฉพาะเร่ืองที่ตรงกับความสนใจของเรา หรือปัญหาของเรา เพราะเรามองว่าข้อไหนท่ีใช้กับเด็กได้เรา
ก็ดงึ มาใช้ เดก็ แตล่ ะคนจะมีการเล้ยี งดูที่แตกตา่ งกัน”

(ผปู้ กครองชาวดิจทิ ัลรุ่นใหม่)

นอกจากนั้น ในสังคมการท�ำงานพบว่า เทคโนโลยีปัจจุบันเข้ามามีบทบาทและอ�ำนวยความสะดวกให้เกิด
การเรียนรูท้ กี่ ว้างขวาง หลากหลาย และเกดิ รูปแบบการเรยี นรใู้ หม่ ๆ ผา่ นโปรแกรมต่าง ๆ จงึ จ�ำเป็นตอ้ งมกี ารพัฒนา
ศกั ยภาพในการทำ� งานและการรบั รขู้ องทง้ั องคก์ ารและผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา เพอื่ เทา่ ทนั ตอ่ สงั คมยคุ ใหม่ ดงั ทผี่ บู้ งั คบั บญั ชา
ของชาวดิจิทัลรายหน่งึ ได้พดู ถึงการส่งเสรมิ ทักษะเทคโนโลยใี นองคก์ รไว้ ดังนี้

“ใชเ้ ทคโนโลยีในการเรยี นรู้ แล้วก็อกี สว่ นหนึง่ ทหี่ นว่ ยงานจดั ใหไ้ ปตามงานสมั มนา อบรมโปรแกรม
อะไรทม่ี ันยาก ๆ ท่ีมันเพม่ิ ขึน้ มา ถา้ มโี ปรแกรมอะไรใหม่ ๆ ก็จะจดั อบรม เรากต็ อ้ งเรียนรู้แลว้ กถ็ ามเขาบ้าง
ถ้าอันไหนที่เราจะไม่ทราบ หรือว่าเขาเปิดอบรมแล้ว ก็ไปเข้าร่วม เพื่อพัฒนาตนเอง อยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้
จะล้าหลัง”

(ผ้บู งั คบั บญั ชาชาวดจิ ิทัลรุ่นเก่า)

ประเดน็ ท่สี อง “ต้องไม่ลืม” ค�ำนงึ ถึงบรรทัดฐานและพฤตกิ รรมท่ีเปล่ยี นแปลงไปของชาวดิจิทัล

รูจ้ กั “ดึงดดู ” ความสนใจของชาวดิจทิ ัลด้วย “ส่ือเทคโนโลย”ี ท่ีสนุกและสรา้ งสรรค์

นอกจากการเปิดใจยอมรับและปรับตัวเพื่อการเรียนรู้ส่ิงใหม่ ๆ ให้ทันต่อเทคโนโลยีในปัจจุบันแล้ว การใช้
เทคโนโลยเี ป็นสือ่ กลางท้งั ในการเลย้ี งดู การเรยี นการสอนและการท�ำงาน ยงั ตอ้ งค�ำนึงถงึ รูปแบบการใชง้ านเทคโนโลยี
ทต่ี อบสนองตอ่ ความตอ้ งการของชาวดจิ ทิ ลั ยคุ ใหมอ่ กี ดว้ ย นนั่ คอื การใชส้ อื่ ทใ่ี หม่ (New Media) ทม่ี คี วามตนื่ ตาตน่ื ใจ
หลากหลาย และสนุก เพอ่ื ดงึ ดูดการเรยี นการสอนและการทำ� งานทสี่ รา้ งสรรค์ หากสามารถท�ำได้ ก็จะสามารถกระตุน้
ความสนใจและความจดจ่อ ตลอดจนสามารถดึงเอาศักยภาพท่ีมีอยู่ในตัวของผู้เรียนและผู้ท�ำงานมาต่อยอด และ
พัฒนาได้ในระดับที่สูงขึ้น ดังเช่นข้อมูลจากอาจารย์ในระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษาที่อธิบายถึงบรรยากาศ
ในการจัดการเรยี นการสอน และเครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นชนั้ เรียน

“ในวิชาเทคโนโลยี ช่วงแรกจะเป็นการเขียนโปรแกรมใช้ภาษา Python การใช้คริบไบต์ เป็น
อุปกรณ์เป็นบอร์ด การใช้ PowerPoint Video Google slide และ Google form ให้เด็กได้ใช้ประโยชน์

OECJournal 15

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

เกย่ี วกับพวก แอปพลเิ คชัน ต่าง ๆ เด็กสมัยนเ้ี ขาต้องการความไว และเข้าถึงอะไรแบบง่าย ๆ อย่างสมัยก่อน
เดก็ จะค่อนขา้ งที่อยากจะให้อาจารยค์ อยแนะนำ� คอยบอกใหช้ ว่ ยใหจ้ ดการบา้ น เหมือนวา่ ตอนน้เี ขาอยากจะ
ท�ำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ความสนใจในการฟังจะลดน้อยลง ปัจจุบันส่ือมีบทบาทมาก เพราะว่าเด็กเน่ีย
ตอ้ งบอกเลยว่า เวลามปี ญั หาอะไร นึกถงึ อะไร ก็จะใชเ้ ทคโนโลยีชว่ ยกอ่ นเลย มคี ำ� ถามอะไรจากอาจารย์ต้อง
ไป Search หา เป็นการค้นหาจาก Google เปน็ สว่ นใหญ่ การทำ� รายงาน การท�ำเร่ืองอะไรตา่ ง ๆ ทเ่ี กีย่ วกับ
หัวข้อการเรียนก็จะอาศัยเทคโนโลยี จะไม่ค่อยไปหาหนังสืออ่าน เขาจะใช้โทรศัพท์ในการค้นหา เราก็ใช้
ลักษณะของการเรียนรู้ของเด็กตรงนี้มาปรับเปลี่ยนเป็นวิธีการเรียนการสอน คุณ(นักเรียน)จะท�ำยังไง
คุณจะเลือกแหล่งการเรียนรู้ยังไง ถึงจะได้ข้อมูลท่ีน่าเช่ือถือมาตรงนี้แทน คุณจะเลือกดูส่ือดูยังไงให้ถูกต้อง
เหมาะสม สื่อท่ีใช้ส่วนใหญ่จะเป็น แอปพลิเคชัน ส่วนใหญ่ของ ม.1 จะเป็น Google อย่างเช่น
การน�ำเสนอผลงาน การรวบรวม การท�ำโปรเจค ก็จะใช้ Google slide มาให้เด็กรู้จักการแชร์ การท�ำงาน
ร่วมกันในกลุ่ม เป็นการทำ� งานแบบออนไลน์ ส่ังโปรเจคไป 1 ช้ิน เค้าก็จะไปบริหารจัดการกันได้ตลอดเวลา
เพราะสามารถใชม้ ือถอื ทำ� งานกไ็ ด้ ท�ำจากทบ่ี ้านก็ได้ แล้วน�ำมานำ� เสนอในหอ้ งเรยี น”

(อาจารย์ระดบั มธั ยมศกึ ษา)

“นกั ศึกษากจ็ ะชอบอะไรที่ Edutainment ท่มี ันสนกุ ในคลาสเรียน มกี ิจกรรมประกอบ ซึง่ อาจารย์
รุ่นใหม่ ๆ เขาจะเกง่ เร่ืองพวกนี้ แล้วเขาก็จะดึงส่อื ต่าง ๆ ท่เี ป็นมลั ติมเี ดยี มา เขาจะชอบ เขาจะไมช่ อบการ
เลคเชอร์แบบส่วนใหญ่”

(อาจารยร์ ะดบั มหาวทิ ยาลยั )

ในขณะที่ฝั่งของผู้บังคับบัญชา ซ่ึงมีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นชาวดิจิทัล จ�ำเป็นท่ีจะต้องเรียนรู้ในการดึงเอา
ศักยภาพของคนกลุ่มนี้ท่ีเป็นเชิงบวก และเป็นพลังในการสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์
ต่อการพัฒนาองค์การในล�ำดับต่อไป ทั้งในส่วนที่เป็นการคิดเชิงวิชาการ และในส่วนท่ีเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรม
ต่าง ๆ ส�ำหรับการท�ำงานในองคก์ าร

“ในงานวชิ าการจะมโี หมดวิชาการ กับโหมดทไ่ี ม่ตอ้ งใช้ครเี อทีฟ เดก็ รุ่นนอ้ ง ๆ เปน็ เดก็ ที่สำ� คญั ที่สุด
ที่ต้องมาช่วยตรงน้ี เพราะว่าเขาจะมีไอเดียอะไรเยอะแยะ มีการประกวดการท�ำคลิปอะไรต่าง ๆ
เข้ามาว่า เขาจะ Create ในการส่ือสารเร่ืองน้ันยังไงบ้าง แต่เด็กเขาจะช่วยกันคิดว่า ควรจะท�ำคลิป
ประชาสัมพันธ์กันจะเป็นเด็กเจนวายหมดเลย มาน่ังคิดกันว่าจะท�ำส่ือตัวไหนออกมา เด็กก็เป็น
คนช่วยกันคิด”

(ผ้บู ังคบั บัญชาชาวดจิ ิทลั ร่นุ เกา่ )

16 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ต้อง “ชดั เจน” “สรา้ งข้อตกลงกันล่วงหน้า”และ “อย่ามาเปล่ียนแปลงภายหลัง”

นโยบายไทยแลนด์ 4.0 กับการน�ำเคร่ืองมือเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันระบบการศึกษา
เพื่อให้ทันต่อสังคมสมัยใหม่อันสอดคล้องกับการมีเทคโนโลยี การใช้งานในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่ีหลากหลาย
ส่งผลให้ผู้เรียนได้ออกแบบและสร้างสรรค์ด้วยตนเอง แต่ในขณะเดียวกันงานวิจัยน้ีได้พบว่า ความหลากหลายและ
การไม่จ�ำกัดขอบเขตเหล่านี้ ส่งผลให้ทักษะการส่ือสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และการสื่อสารระหว่างนายจ้างกับ
ลูกจ้างรุ่นเก่าเกิดความคลาดเคลื่อนได้อีกด้วย เหตุท่ีเป็นเช่นนี้เป็นเพราะผู้เรียนรู้สึกว่าเปิดกว้างเกินไปท�ำให้
การออกแบบและการสรา้ งสรรค์ผลงานอาจไม่ตอบสนองต่อเป้าหมายของผู้สอน ผู้เรียนจึงยังต้องการให้มีการอธิบาย
อย่างละเอียด ชัดเจน โดยสร้างข้อตกลงล่วงหน้า และปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่มีการเปลี่ยนแปลงหรือ
มากำ� หนดภายหลงั โดยทไี่ มม่ กี ารบอกกลา่ วลว่ งหนา้ ดงั ทอี่ าจารยร์ ะดบั มหาวทิ ยาลยั ทา่ นหนง่ึ ไดเ้ ลา่ ใหฟ้ งั ถงึ กรณดี งั กลา่ ว

“เขาต้องการความชัดเจนนะ ยกตัวอย่างงานมอบหมาย เม่ือก่อนบอกให้ไปท�ำยังไงก็ได้ แต่เด๋ียวน้ี
เราต้องเขยี นเปน็ ขอ้ ๆ เลยวา่ ฟอ้ นตต์ ้องใช้ขนาดเทา่ ไหร่ ตอนท่ีเราบอก เราก็ร้สู กึ วา่ ก็มีค�ำสั่งท่ีชดั เจนส�ำหรบั
เราเราคิดว่ามันชัดเจนนะ แต่เค้าบอกว่าไม่ชัดเจน เช่น ใช้ฟ้อนต์เท่าไหร่ หรือว่าส่งงานเน่ีย ส่งเป็นไฟล์
รูปแบบไหนเป็น PDF เป็น Word เป็นได้ไหม ซ่ึงเขาก็แสดงความความชัดเจนตรงนี้ และอาจจะ
เป็นด้วยว่ายุคนี้มันมีทางเลือกท่ีหลากหลาย เช่น โปรแกรมท่ีใช้ แต่เมื่อก่อนอาจจะแค่ Word หรือว่ามีน้อย
เขา (ชาวดิจทิ ัลรนุ่ ใหม่) ตอ้ งการความชดั เจน และจะเป็นความสัมพนั ธใ์ นเชิงสญั ญาขน้ึ มา แล้วถา้ เกิดอาจารย์
หรือนายจ้างจะมาคาดหวังนอกเหนอื จากนน้ั กจ็ ะไม่ได้อกี นอกจากความชดั เจนแล้ว ในเรอ่ื งขอ้ ก�ำหนดกต็ ้อง
มีการตกลงกันไว้ล่วงหน้า ผิดแปลกไปจากเดิมนิดนึงก็ไม่ได้จะถูกเรียกร้อง ร้องเรียนว่าไม่ได้เป็นไป
ตามที่กำ� หนด”

(อาจารยร์ ะดับมหาวิทยาลยั )

“ตักเตือน” เม่อื เห็นการใชเ้ ทคโนโลยีท่ีอาจไม่สรา้ งสรรค์

ในบริบทที่การผลักดันเทคโนโลยีท�ำให้เกิดช่องทางการส่ือสารท่ีเปิดโอกาสให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ท่ีในพ้ืนที่
สาธารณะได้อย่างเปิดกว้าง ส่งผลให้ชาวดิจิทัลยุคใหม่มีโอกาสในการแสดงตัวตนมากข้ึน แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูล
ที่ได้รับจากผลการวิจัยกลับพบว่า การวิพากษ์วิจารณ์ท่ีมีอิสระเสรีเหล่าน้ีบางคร้ังไม่ได้ถูกน�ำไปใช้ในเชิงสร้างสรรค์
ซ่ึงอาจน�ำมาซึ่งผลเสียในวงกว้าง เช่น ในกรณีของการใช้ส่ือสังคมออนไลน์ในการระบายความรู้สึกเหน็ดเหนื่อย
จากการท�ำงานของงานและองค์การ อาจส่งผลกระทบอย่างย่ิงต่อท้ังภาพลักษณ์ในวิชาชีพ และภาพลักษณ์ของ
องค์การ เน่ืองจากผู้รับข้อมูลข่าวสารอาจประเมินหรือตีความข้อมูลที่ถูกน�ำเสนอในมุมมองที่แตกต่างกัน ซ่ึงอาจจะ
แตกต่างไปจากข้อเท็จจริงที่ผู้เผยแพร่ต้องการน�ำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการก�ำหนดเวลาการท�ำงานหรือปริมาณของงาน
ท่ีมากเกินไป การขูดรีดพนักงานให้ต้องท�ำงานเกินกว่าก�ำหนด หรืออ่ืน ๆ ท่ีแล้วแต่การตีความของผู้อ่าน ด้วยเหตุน้ี
ผู้ท่ีเก่ียวข้องกับชาวดิจิทัลรุ่นใหม่จึงต้องมีวิธีการสื่อสารเพื่อก่อให้เกิดการระมัดระวัง ตลอดจนการปรับปรุงแก้ไข
สถานการณ์อย่างชดั เจนอยเู่ สมอ เพ่ือป้องกนั ผลเสยี ทีอ่ าจเกดิ ขน้ึ ตามมา ตวั อยา่ งเช่น

OECJournal 17

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

“ตัวท่ีล�ำบากที่สุด คือ การใช้การโพสต์ส่ิงที่ไม่ควรโพสต์ในส่ือสาธารณะ ในเรื่องงานเราย�้ำอยู่แล้ว
ตง้ั แต่แรกคือ โพสต์ข้อความ หรอื โพสต์ท่ีเป็นเรื่องของงาน เพราะว่ามันเป็นหลายแง่หลายทาง เชน่ โพสต์วา่
ท�ำงานเหนื่อยมาก ที่อาจถูกเหมารวมโยงถึงภาพลักษณ์องค์การ ท่ีคนภายนอกเขาเห็นโพสต์แล้วมองถึงภาพ
ขององคก์ าร นอกจากนน้ั พนักงานรายนัน้ อาจถกู ตรวจสอบในเร่อื งการใช้โซเชยี ลมีเดียในการทำ� งาน ซึง่ เปน็
ความเส่ียงทางจริยธรรมในการท�ำงาน เพราะการใช้โทรศัพท์มือถือขณะปฏิบัติงาน อาจจะมีโอกาสเสี่ยง
ทำ� ให้ความผดิ พลาดในการท�ำงานเกดิ ขึน้ ได”้

(ผู้บังคบั บญั ชาชาวดจิ ทิ ลั วัย 50 ป)ี

บทสรุป

ในท้ายที่สุด จะเห็นได้ว่าการพยายามผลักดันสังคมไทยให้กลายเป็นสังคม 4.0 ตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาล
ในแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้ก่อให้เกิดผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงดังกล่าว
ซ่ึงไม่เพียงเกิดผลกระทบในทางตรงจากการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลอันเป็นหน่ึงในโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีส�ำคัญเท่านั้น
แต่ยังส่งผลกระทบในทางอ้อมถึงผู้เกี่ยวข้องในมิติอื่น ๆ ในสังคม ทั้งในมิติสังคม มิติเศรษฐกิจ และมิติทางการเมือง
ดังท่ีได้กล่าวมา โดยเฉพาะในมิติท่ีมองไม่เห็น เช่น การให้คุณค่ากับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการให้ความส�ำคัญ
ของเทคโนโลยี การเกิดขึ้นของช่องทางการติดต่อสื่อสารแบบใหม่ รวมไปถึงการสะท้อนให้เห็นผลลัพธ์ท่ีจับต้องได้
ในแง่ความรู้ทักษะและความช�ำนาญท่ีตามมาจากการใช้เทคโนโลยี และการสร้างรูปแบบแนวทางในการค้นหาความรู้
แบบไม่จ�ำกัดรูปแบบของแหล่งความรู้ เวลา และพื้นที่ เป็นต้น ยิ่งไปกว่าน้ัน การเปล่ียนแปลงดังกล่าวยังส่งผลให้เกิด
การปรบั ตวั ของผมู้ สี ่วนเกย่ี วขอ้ งให้เท่าทันกบั การพฒั นาของเทคโนโลยี และการเปล่ยี นแปลงไปของระบบหรอื สถาบนั
ต่าง ๆ อันได้แก่ การปรับตัวของประชากรชาวดิจิทัลที่อยู่วัยเรียนและวัยท�ำงาน บุคคลท่ีเก่ียวข้องกับประชากร
ชาวดจิ ทิ ลั อาทิ ผปู้ กครอง ครู อาจารย์ และผปู้ ระกอบการหรอื นายจา้ งในภาคธรุ กจิ ตลอดจนการปรบั ตวั ของหนว่ ยงาน
ภาครัฐในการบริหารและส่งมอบบริการแก่ประชาชน จะเห็นได้ว่า การปรับตัวดังกล่าวไม่เพียงเกิดขึ้นในแง่
ของความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงท่ีในระดับสังคมหรือสถาบันเพียงเท่าน้ัน แต่การปรับตัวยังเกิดข้ึน
ระหว่างประชากรต่างรุ่นวัยอีกด้วย นั่นคือ การพยายามปรับตัวของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับชาวดิจิทัลเพ่ือให้รับรู้เท่าทัน
และสามารถรับมอื กับวถิ ีชวี ติ ของชาวดิจิทัลในยุคแห่งเทคโนโลยีทเ่ี ปลยี่ นแปลงไปจากเดมิ โดยมีเงอื่ นไขคอื การเปิดใจ
เพ่ือท�ำความเข้าใจกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีการเรียนรู้ที่จะใช้ส่ือเทคโนโลยีเป็นส่ือกลางในการดึงดูด
ความสนใจชาวดิจิทลั ตลอดจนการคำ� นึงถงึ รปู แบบบรรทดั ฐานหรือความคิดชุดใหม่ เพือ่ ท่ีในท้ายท่ีสดุ แลว้ จะน�ำไปสู่
การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของประชากรชาวดิจิทัลได้อย่างเข้าใจและเข้าถึง พร้อมท่ีจะใช้ความรู้ความสามารถ
ในฐานะทรัพยากรมนุษย์ที่มคี ณุ ภาพสำ� หรบั สงั คมยุค 4.0 ในอนาคตต่อไป

18 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

กิตติกรรมประกาศ

โครงการวิจัย “การท�ำความเข้าใจคุณลักษณะ พฤติกรรม และทัศนคติในอนาคตของชาวดิจิทัลไทย”
ขอขอบคุณผู้ให้ข้อมูลส�ำคัญทุกท่านที่ให้ข้อมูลอันมีค่า ผู้ให้การสนับสนุนโครงการวิจัยแผนงานบูราการยุทธศาสตร์
เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม คนไทย 4.0 และสถาบันท่ีผู้เขียนสังกัด คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์ และ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั

รายการอา้ งองิ

กระทรวงการคลงั . (2562). ข้อมูลแผนการจดั ซื้อจดั จา้ งตามหนว่ ยงานภาครัฐ ปงี บประมาณ 2562.
สบื ค้นจาก https://www1.mof.go.th/home/egpdocplan.html

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร. (2559). แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสงั คม.
สืบคน้ จาก https://www.dga.or.th/th/content/2044/11962/

กระทรวงอตุ สาหกรรม. (2559). ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาอตุ สาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579).
สบื ค้นจาก https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2017/20171114-oie.pdf

_______. (2560). กวา่ จะถึง Thailand 4.0. สบื คน้ จาก http://www.industry.go.th/center_mng/index.php
/2016-04-24-18-07-42/2016-04-24-18-09-38/2016-04-24-18-10-07/item/10245-thailand-4-0

กองบริหารงานวจิ ยั และประกนั คุณภาพการศึกษา. (2560). พิมพ์เขียว Thailand 4.0 โมเดลขับเคลอื่ นประเทศไทย
ส่คู วามม่ังค่ัง มนั่ คง และยง่ั ยนื (สถาบนั ส่งเสรมิ การจัดการความรเู้ พ่อื สังคม). สบื คน้ จาก
https://www.nstda.or.th/th/nstda-doc-archives/thailand-40/11625-blueprint-thailand-4

จลุ นี เทียนไทย และคณะ. (2563). รายงานฉบับสมบรู ณ.์ โครงการวจิ ยั “การท�ำความเขา้ ใจคุณลักษณะ พฤตกิ รรม
และทัศนคติในอนาคตของชาวดจิ ิทลั ไทย”. (เอกสารอดั ส�ำเนา)

ณัฏฐ์ธยาน์ สทุ ธิเจริญ. (2560). ภาคธรุ กิจปรับตัว รบั ไทยแลนด์ 4.0. สืบค้นจาก
https://www.posttoday.com/economy/news/495167

ทรูปลูกปญั ญา. (2562). การเรียนการสอนในยุค 4.0 ต้องเป็นอยา่ งไร. สบื ค้นจาก
https://www.trueplookpanya.com/blog/content/71421/-teaartedu-teaart-teaarttea-

บัณฑิต นิจถาวร. (2557). Thailand 4.0: Doing Business with Integrity. สืบค้นจาก http://www.thai-
iod.com/th/publications-detail.asp?id=395

ส�ำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำริ. (2562). ประกาศโครงการ
ฝึกอบรมหลักสูตร “กา้ วทนั THAILAND 4.0” ระหวา่ งวนั ท่ี 27-28 สงิ หาคม 2562. สบื ค้นจาก
www.rdpb.go.th/th/Training/อบรม-สัมมนา-c250/โครงการฝึกอบรม-กา้ วทัน-
thailand-4-0-ระหว่างวันท-ี่ -v8967

สำ� นักงานพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแหง่ ชาต.ิ (2554). แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาตฉิ บับท่ี 11
(พ.ศ. 2555-2559). สำ� นักนายกรฐั มนตรี.

_______. (2559). แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาตฉิ บับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564). ส�ำนกั นายกรัฐมนตร.ี
_______. (2559) สรุปสาระส�ำคญั แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบเอ็ด พ.ศ. 2555 – 2559.

สบื คน้ จาก http://www2.oae.go.th/EVA/download/Plan/SummaryPlan11_thai.pdf
Bangkok Bank SME. (2559). รูจ้ ักกบั Thailand 4.0 แบบเข้าใจง่าย อา่ นรอบเดยี ว เล่าไดเ้ ป็นชอ่ งเปน็ ฉาก!!!!.

สืบคน้ จาก http://www.bangkokbanksme.com/article/10053
I Plan Digital. (2561). MARKETING 4.0: การคดั สรรทศิ ทางการตลาดแห่งยุค. สบื คน้ จาก

https://www.iplandigital.co.th/marketing-4-0/
Prensky, M. (2001). Digital Natives, Digital Immigrants Part 1. On the horizon, 9(5), 1-6.

OECJournal 19

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย ปภัสสร อยู่ชา
ส�ำนักมาตรฐานการศึกษา
New Normal
และพฒั นาการเรยี นรู้
กับความท้าทาย
การศึกษาไทย:

บทเรยี นจากต่างประเทศ
สู่การจดั การเรยี นรขู้ องไทย

บทน�ำ

New Normal หรือ ความปกติใหม่ เป็นค�ำยอดนิยมที่หลายคนคุ้นเคย ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ท่ีเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในหลากหลายมิติของคนท่ัวโลก
ตั้งแต่วิถีการท�ำงาน การดูแลสุขภาพ และกิจวัตรประจ�ำวัน ความเปล่ียนแปลงอย่างกะทันหันนี้ ย่อมส่งผลกระทบ
ทงั้ ด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และชมุ ชน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ดา้ นการศกึ ษา เนือ่ งจากสถานศึกษาเปน็ สถานทหี่ นึ่ง
ที่มีความเสี่ยงสูง ท�ำให้สถานศึกษาหลายประเทศต้องประกาศปิดการเรียนการสอน ส่งผลให้ครูและนักเรียน
หลายพันล้านคนทั่วโลกต้องพลิกโฉมการเรียนรู้สู่การเรียนรู้วิถีใหม่ New Normal โดยปรับวิธีการเรียนเปล่ียน
วธิ กี ารสอน นำ� เทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เขา้ มาชว่ ยในการจดั การเรยี นรใู้ นโรงเรยี น ทง้ั การเรยี นการสอนทางไกล การเรยี นการสอน
ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน เพ่ือให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ท้ังยังเป็นมาตรการลดความเสี่ยง
ในการแพร่กระจายของ COVID-19 ด้วย

สาธารณรฐั ประชาชนจีน สหราชอาณาจักร สงิ คโปร์ เกาหลใี ต้ และสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศท่ีใหค้ วามสำ� คญั
กับการจัดการเรียนรู้ในสถานการณ์วิกฤต COVID–19 และมีมาตรการในการเตรียมเปิดโรงเรียน โดยแต่ละประเทศ
มวี ิถีการเรยี นรูร้ ูปแบบใหมใ่ นยุค New Normal โดยมีการนำ� เทคโนโลยดี ิจทิ ลั เขา้ มาช่วยในกจิ กรรมการเรียนการสอน
มีการระดมทรัพยากร ระดมสมองจากทุกภาคส่วนมาช่วยสนับสนุนส่งเสริมในการจัดการศึกษาให้สอดรับ
กับความต้องการและตอบโจทย์ตามบริบทของแต่ละพ้ืนที่ ซึ่งประเทศดังกล่าวมีแนวทางการจัดการเรียนรู้
ในสถานการณ์วิกฤตที่สามารถน�ำมาเป็นต้นแบบในการจัดการเรียนรู้ตามวิถีใหม่ส�ำหรับยุคดิจิทัลได้ บทความนี้
จึงน�ำเสนอบทเรียนจากต่างประเทศสู่การจัดการเรียนรู้ของไทย เพื่อน�ำมาปรับวิธีการเรียนเปล่ียนวิธีการสอน
ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยในการเชื่อมโยงการศึกษากับวิถีชีวิต และสร้างระบบการศึกษาที่เป็น
New Normal in Education อย่างแทจ้ ริง

การเรยี นรูใ้ นยุค New Normal คืออะไร ?

ความปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) เป็นค�ำที่บิลล์ กรอส (Bill Gross) ผู้จัดการกองทุนชื่อดัง
ของสหรัฐอเมริกาที่โดง่ ดงั ในชว่ งวกิ ฤตการเงินส�ำคัญ ๆ ของโลก ได้กลา่ วไว้ในปี 2008 ซ่ึงหมายถงึ พฤตกิ รรมของคน
ในสังคมท่ีเปลี่ยนแปลงไปหลังจากเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หน่ึง เช่น การถือก�ำเนิดข้ึนของอินเทอร์เน็ต ส่งผลให้
รูปแบบการใช้ชีวิตของคนในสังคมเปล่ียนแปลงไป 5 ปรากฏการณ์ใหม่ (New Normal) ของโลกหลังวิกฤต

20 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID - 19) ในเชงิ การศึกษาแล้ว พฤตกิ รรมของนักเรียนนกั ศกึ ษา
ถือว่ายากที่จะเปล่ียนแปลงโลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยเทคโนโลยีจะท�ำลาย (Disrupt) รูปแบบการศึกษา
แบบเดิม ๆ (กรมสขุ ภาพจิต, 2563)
สำ� นกั งานราชบณั ฑติ ยสภา (2563) ไดใ้ หค้ วามหมายของ วิถีใหม่ (New Normal) วา่ หมายถงึ ความปกติใหม่
ฐานวิถีชีวิตใหม่ ซ่ึงหมายถึงรูปแบบการด�ำเนินชีวิตอย่างใหม่ท่ีแตกต่างจากอดีตอันเนื่องมาจากมีบางสิ่งมากระทบ
จนแบบแผนและแนวทางที่ปฏิบัติท่ีคนในสังคมคุ้นเคยที่เป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ ต้องเปล่ียนแปลงไปสู่
วถิ ีใหม่ ภายใต้หลักมาตรฐานใหมท่ ี่ไม่คุน้ เคย รปู แบบวิถีชีวิตใหมน่ ี้ ประกอบดว้ ย วธิ คี ดิ วธิ เี รียนรู้ วธิ สี อ่ื สาร วิธปี ฏิบตั ิ
และการจัดการ การใช้ชีวิตแบบใหม่เกิดข้ึนหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงและรุนแรงอย่างใดอย่างหน่ึง
ท�ำให้มนษุ ยต์ ้องปรบั ตวั เพื่อรบั มือกบั สถานการณป์ ัจจบุ นั มากกวา่ จะธ�ำรงรกั ษาวิถดี ัง้ เดมิ หรือหวนหาถงึ อดีต
รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย วงษ์ใหญ่ และรองศาสตราจารย์ ดร.มารุต พัฒผล อาจารย์มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ (2563) ได้กล่าวถึงการเรียนรู้ใน New Normal ไว้ว่า การเรียนรู้ในวิถีใหม่ (New Normal)
เป็นการเรียนรู้ที่มีแพลตฟอร์มและวิธีการท่ีหลากหลาย มีความพอเพียง และตอบสนองความต้องการของผู้เรียน
อย่างแท้จริง โดยผู้สอนต้องมุ่งเน้นการเปิดพื้นท่ีการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ใช้ความสามารถของตนเองอย่างสูงสุด
ในการเรยี นรู้
ดังน้ัน การเรียนรู้ในยุค New Normal จึงหมายถึง วิถีใหม่ทางการเรียนรู้ ประกอบด้วย วิธีคิดและ
วิธีการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความต้องการของผู้เรียนในแบบ New Normal ท่ีผู้เรียนมีช่องทางและพ้ืนที่ของการเรียนรู้
ท่ีหลากหลายมากข้ึน มีการน�ำเทคโนโลยีดิจิทัลและสร้างสรรค์นวัตกรรม
ที่อ�ำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้เพียงแค่ปลายน้ิว สามารถเรียนรู้ผ่าน
แฟลตฟอร์มออนไลนไ์ ด้ทุกท่ี ทุกเวลา ผเู้ รียนใชศ้ ักยภาพในการเรยี นรู้ของตนเอง
ได้มากขึ้นภายใต้การมีวินัยในตนเอง ท�ำให้ผู้สอนต้องเรียนรู้และปรับตัวให้
สอดรับกับการเรียนรู้วิถีใหม่ในหลาย ๆ ด้าน เพ่ือน�ำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้
อยา่ งจริงจงั น�ำไปสู่การพฒั นาผเู้ รยี นอย่างย่ังยนื www.cronicaglobal.elespanol.com

New Normal in Education ในต่างประเทศ

สาธารณรฐั ประชาชนจนี

รฐั บาลของสาธารณรฐั ประชาชนจีน มีวิธกี ารจดั การเรียนการสอนในสถานการณ์ COVID - 19 โดยใชเ้ ทคโนโลยี
เข้ามาใช้ให้เหมาะสมกับจังหวะและโอกาส โดยมีหลักคิด “นอกกรอบ” พยายามหาทางแก้ไขเฉพาะหน้าและ
วางแนวทางการดำ� เนินการในระยะยาวอกี ด้วย ซึ่งการด�ำเนินการสามารถสรปุ เป็นประเดน็ สำ� คัญไดด้ งั นี้

1) กระทรวงศึกษาธิการจีนได้เปิดตัวโครงการท่ีมีช่ือว่า “Disrupted Classes, Undisrupted Learning”
มีการออกคมู่ ือคำ� แนะนำ� เกย่ี วกับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในสถาบนั อุดมศกึ ษาในชว่ งการปอ้ งกนั และควบคุม
โรคระบาด เพ่ือให้ทุกภาคส่วนที่เก่ียวข้องปฏิบัติตามโดยท่ัวกัน อีกท้ังมีการด�ำเนินมาตรการตรวจสอบว่าการเรียน
ออนไลน์จะมปี ระสทิ ธิภาพเทียบเทา่ กับการเรยี นการสอนในหอ้ งเรียน

2) การเรยี นการสอนผ่านแพลตฟอรม์ ออนไลน์ โดยเปิดหลกั สตู รออนไลน์กว่า 24,000 หลักสูตร และสนับสนุน
ให้ผ้ใู ช้งานสามารถเลือกแพลตฟอรม์ การเรียนรูต้ ามความสนใจ

OECJournal 21

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

3) ประสานความร่วมมือระหว่าง 3 ส่วน “รัฐบาล เอกชน และโรงเรียน หรือ G - E - S” ขยายเครือข่าย
บรอดแบนด์ให้ครอบคลุม รวมถึงอัปเกรดอินเทอร์เน็ตในโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษา เพื่อยกระดับ
การศึกษาออนไลน์ สนับสนุนให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีนท้ัง 3 รายอย่างบริษัท ไชน่า เทเลคอม
ไชน่า โมบายล์ และไชน่ายูนิคอม ให้บริการศึกษาเรียนรู้แบบออนไลน์ที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น อาทิ ห้องเรียน
คลาวด์และไลฟ์สตรีมมิ่งโดยไม่คิดค่าบริการ สร้างความร่วมมือระหว่างพ่อแม่และชุมชนในการแก้ปัญหาเพื่อพูดคุย
แลกเปลีย่ นหาทางออกรว่ มกนั

4) ออกแบบการเรียนการสอนในลักษณะยืดหยุ่น (Flexible Learning) การจัดการศึกษาท่ีมีผู้เรียน
เป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้น “การให้ทางเลือก” ที่หลากหลายแก่ผู้เรียน โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์
แก่การเรยี นรู้ ปรับวิธีการวัดประเมนิ ผลทม่ี ีความยืดหยนุ่

5) การบริการสนับสนุนและช่วยเหลือครูและนักเรียน ในการเรียนการสอนออนไลน์ที่มีคุณภาพ แบ่งเป็น
2 ประเภท คือ บริการทางวิชาการส�ำหรับครูและบริการด้านการเรียนส�ำหรับนักเรียน ซ่ึงบริการสนับสนุนช่วยเหลือ
ท้ังสองประเภทนี้สามารถด�ำเนินการโดยการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ โรงเรียน ภาคธุรกิจ ครอบครัว
และสงั คม (สำ� นักข่าวอศิ รา, 2563)

สหราชอาณาจกั ร
รัฐบาลของสหราชอาณาจักรมีแนวทางในการจัดการเรียนรู้ในในยุค New Normal ที่น่าสนใจ โดยบริษัท

กระจายเสียงแห่งชาติของอังกฤษ (BBC) ได้เชิญบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมผลิตสื่อการสอน เช่น David
Attenborough นักธรรมชาติวิทยาผู้โด่งดังได้ช่วยสอนวิชาภูมิศาสตร์ ศาสตราจารย์ไบรอัน คอกซ์ นักฟิสิกส์
สอนเรื่องแรงโน้มถ่วงและระบบสุริยะ โดยเผยแพร่บทเรียนทางออนไลน์ตามหลักสูตรการเรียนของเด็กในทุกระดับชั้น
โดยมีเน้ือหาในวิชาหลัก น�ำเสนอในรูปแบบวิดีโอ พ็อดคาส และบทความทาง BBC Bitesize Daily ซ่ึงสามารถ
รับชมได้ทางเว็บไซตข์ อง BBC ตอ่ เนือ่ ง 14 สัปดาห์ นับได้ว่าเป็นการบรกิ ารทางวิชาการครั้งใหญท่ ส่ี ดุ ในประวตั ิศาสตร์
โดยรัฐบาลสนับสนับสนุนแล็ปท็อป อุปกรณ์เช่ือมต่ออินเทอร์เน็ต 4G พร้อมทั้งโต๊ะเขียนหนังสือให้แก่นักเรียน
ที่ขาดแคลนและไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์ได้ ทั้งน้ี รัฐบาลอังกฤษหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพ่อแม่ผู้ปกครอง
ที่ลูกเรียนโรงเรียนรัฐ จะท�ำหน้าที่เป็น “ครูจ�ำเป็น” ในการเรียนออนไลน์ของลูก ในส่วนของโรงเรียนเอกชน
ครูโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่ใช้แอปพลิเคชันในการเรียนการสอนออนไลน์ ได้แก่ Zoom, Google Classroom,
Kahoot และอนื่ ๆ ที่เปน็ ส่อื การสอน โดยครูมีการเตรียมบทเรียนลว่ งหน้า (อิสสรยิ า พรายทองแย้ม, 2563)

สิงคโปร์
สิงคโปร์ มีการเรียนการสอนแบบ Home - Based Learning (HBL) โดยครูจะส่งชุดเรียนรู้ที่เรียกว่า
HBL Package ส�ำหรับทุกกลุ่มสาระวิชา (ยกเว้นภาษาแม่) ไปให้ผู้ปกครองนักเรียนที่อยู่ท่ีบ้านผ่านแพลตฟอร์ม
Parent Gateway ในวันทม่ี ีการเรยี นรู้ ในสว่ นของวชิ าทีเ่ ปน็ ภาษาแม่ ครทู ่สี อน (Mother Tongue Language หรอื
MTL ก็จะส่ง HBL Package ไปตอนแปดนาฬิกาเช่นเดียวกัน แต่จะเป็น Package ท่ีแยกออกจากกัน ด้วยวิธีการนี้
นักเรียนสิงคโปร์จะได้รับการบ้านหรือบทเรียนผ่าน HBL Package และรู้ว่าวันน้ีจะต้องเรียนเร่ืองอะไร และ
ท�ำอะไรบ้างที่บ้านของตนเอง โดยหลักการส�ำคัญของ HBL สามารถเรียนรู้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ทั้งนี้ ก่อนท่ี

22 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

โรงเรียนจะส่ง HBL Package ไปท่ีบ้าน โรงเรียนได้ช้ีแจงและท�ำความเข้าใจกับนักเรียนและผู้ปกครองเก่ียวกับ
ตารางเรียน แผนการเรียนรู้ ใบงาน และจ�ำนวนชั่วโมงที่แนะน�ำให้ใช้ในการเรียนรู้วิชานั้น ๆ โดยรัฐบาลจัดหา
แล็ปท็อปและแท็บเล็ตให้นักเรียนผู้มีรายได้น้อยหรือให้ยืมอุปกรณ์สื่อสารเพื่อไว้ใช้เรียนหนังสือที่บ้าน หรือระหว่าง
ที่รฐั บาลมคี �ำสง่ั ใหป้ ิดโรงเรียน นอกจากนย้ี งั จัดหาอุปกรณเ์ ช่อื มต่ออนิ เทอรเ์ นต็ ใหน้ กั เรยี นยมื อกี 1,200 ชดุ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์มีแผนการติดตามและประเมินผลการจัดการเรียนการสอน
แบบ HBL อย่างชัดเจน โดยส่ง Package การติดตามและประเมินผลไปให้นักเรียนและผู้ปกครองท่ีบ้าน โดยครู
มีการตรวจสอบติดตามและให้ค�ำแนะน�ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการรวบรวมความคิดเห็นหรือเสียงสะท้อนจากนักเรียน
และผู้ปกครอง เพ่ือน�ำมาทบทวนและพัฒนา Package ให้มปี ระสทิ ธภิ าพมากยง่ิ ขึ้น (Educa, 2563)

เกาหลีใต้
กระทรวงศึกษาธกิ ารเกาหลใี ต้ มแี นวทางในการจัดการเรยี นการสอนออนไลน์ 3 รูปแบบ ได้แก่
1) การเรยี นการสอนแบบ Real Time ผ่านการใช้ Video Conference
2) การเรยี นการสอนตามเนือ้ หาสารโดยการใช้วิดีโอท่ีโรงเรียนเป็นผู้ผลิตเอง ซึ่งครูบันทึกวิดีโอการสอน
ไวล้ ่วงหน้าเพอ่ื ให้สถานโี ทรทศั น์ของรัฐน�ำไปออกอากาศทั่วประเทศ
3) การเรยี นการสอนโดยอาศยั งานท่ไี ดร้ บั มอบหมายเปน็ ฐาน ซึ่งนักเรียนจะต้องท�ำโครงงานหรือ
รายงานต่าง ๆ ท่ีได้รับมอบหมายด้วยตนเอง ท้ังนี้ กระทรวง ฯ เปิดโอกาสให้โรงเรียนเลือกวิธีการท่ีเหมาะสมตาม
บรบิ ทของแตล่ ะโรงเรียน

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลที่น่าสนใจจากผลการส�ำรวจของ Realmeter พบว่า ผู้ปกครองร้อยละ 72 เห็นด้วย
กับการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ และผู้ปกครองมีความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของโรงเรียนด้านอุปกรณ์
และเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ จากข้อมูลพบว่าโรงเรียนร้อยละ 40 ไมม่ กี ารตดิ ตั้ง Wireless
Network สำ� หรบั ให้ครูใชถ้ า่ ยทอดสดจากห้องเรยี น (Arjin, 2563)

สหรฐั อเมรกิ า
สหรฐั อเมรกิ า ได้นำ� รูปแบบการเรยี นการสอนออนไลน์ ในยคุ New Normal ท่ีน่าสนใจ ดงั นี้
1) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐแมสซาชูเซตส์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ และรัฐวอชิงตัน : ใช้การเรียนการสอนเสมือนจริง

(Visual Education) ห้องเรียนเสมือนจริง (Visual Classroom) และห้องเรียนคลาวด์ โดยใช้ระบบออนไลน์
เป็นเคร่ืองมือในการเรียนการสอน เพื่อสร้างทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ให้กับนักเรียน ช่วยให้นักเรียนสามารถ
เรยี นรไู้ ดอ้ ย่างตอ่ เนื่อง และออกจากกรอบของการเรียนรู้ทีจ่ ำ� กดั เฉพาะในห้องเรียนส่เี หล่ียม

2) รัฐนิวเจอร์ซีย์สร้างคุณภาพมาตรฐานการศึกษาใหม่ ด้วย Educational Technology หรือ EdTech
วิถีการเรียนรู้ใหม่ (New Normal Learning) ได้น�ำเทคโนโลยีด้านการศึกษามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน
ช่วยให้การน�ำเสนอเนื้อหามีความน่าสนใจ สามารถเรียนรู้ได้รวดเร็วขึ้น อีกท้ังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่าง
นกั เรยี นและครไู ดม้ ากขน้ึ แมอ้ าศยั อยภู่ ายในทพ่ี กั ก็ตาม (Marketingoops, 2563)

OECJournal 23

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

New Normal in Education ในประเทศไทย
กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายการจัดการเรียนรู้วิถีใหม่ (New Normal Learning) ช่วงสถานการณ์วิกฤต
COVID - 19 ตามแนวคิด “การเรียนรู้น�ำการศึกษา โรงเรียนอาจหยุดได้ แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้” ในทุกระดับชั้น
และทุกประเภทการศึกษา แนวนโยบายดงั กล่าวมกี ารออกแบบการเรยี นการสอน ดงั น้ี
1) รูปแบบการเรียนการสอนทสี่ อดคล้องกับความปลอดภัยของพ้นื ท่ี
2) นโยบายหลกั ทนี่ ำ� มาใช้ คอื เพม่ิ เวลาพกั ลดการประเมิน และงดกิจกรรมต่าง ๆ ท่ไี ม่จำ� เปน็ โดยเนน้ เรียน
เฉพาะวชิ ากลุ่มสาระหลกั เพื่อให้นกั เรียนผ่อนคลายลง
3) การเตรยี มพรอ้ มในดา้ นระบบการเรยี นรู้ทางไกลและระบบออนไลน์
4) กระทรวงศกึ ษาธกิ ารเปน็ ผสู้ นับสนนุ การเรียนการสอนทางไกล ในสัดส่วนร้อยละ 80 เพื่อให้ทุกคนสามารถ
เข้าถึงการเรียนข้ันพื้นฐานได้ อีกร้อยละ 20 หรือมากกว่า ให้ทางโรงเรียนและคุณครูในแต่ละพื้นท่ีพิจารณา
ตามความเหมาะสม
5) การเรยี นผา่ นการสอนทางไกลจะใช้โทรทศั นใ์ นระบบดจิ ทิ ลั และ DLTV เป็นหลกั ซึ่งได้รบั การอนเุ คราะห์
สอื่ จากมลู นธิ กิ ารศกึ ษาทางไกลผา่ นดาวเทยี ม ในพระบรมราชูปถมั ภ์ โดยมีดิจทิ ลั แพลตฟอรม์ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
หรอื DEEP และการเรียนการสอนแบบโตต้ อบออนไลนเ์ ป็นส่ือเสรมิ
นอกจากน้ี กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดท�ำคู่มือการปฏิบัติส�ำหรับสถานศึกษา
ในการป้องกันการแพร่ระบาดป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 หลังการเปิดเรียน 1 กรกฎาคม 2563
โดยสามารถสรุปในภาพรวมได้ดังน้ี
1) มีการคัดกรองสุขภาพตามมาตรการของกรมอนามัย
อย่างเครง่ ครัด
2) โรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการเตรียมความพร้อมการเปิด
โรงเรียน เช่น การประเมินตนเอง และการจัดห้องเรียนแบบ
เว้นระยะหา่ งไมต่ �ำ่ กวา่ 1.5 เมตร
3) การจัดการเรียนแบบผสมผสาน ตามความเหมาะสม
ของบรบิ ท อาทิ การสลับวนั /เวลาเรยี น โดยการสลบั วนั ค/ี่ คู่ การสลบั
เช้าบา่ ย หรอื การเรียน 5 วัน หยุด หยดุ 9 วัน เปน็ ต้น
4) การนอนในระดบั ปฐมวยั ต้องนอนห่างกนั 1.5 เมตร
5) หากพบนักเรียน ครู หรือ ผ้ทู ี่เกีย่ วขอ้ ง ทเ่ี ป็นผู้ต้องสงสัย
ตอ้ งคดั แยกผู้มอี าการ และแจง้ เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุขโดยทนั ที
6) งดจัดกิจกรรมทท่ี ำ� ให้เกดิ ความแออดั
ทั้งนี้ สถานศึกษาทุกสังกัด ทุกระดับ ต้องมีการปรับปรุงห้องเรียน
และปรับปรุงพื้นท่ีต่าง ๆ ในโรงเรียน อาทิ โรงอาหารที่ต้องเว้นระยะ
ห่างบุคคล ไม่ต�่ำกว่า 2 เมตร และต้องท�ำความสะอาดอยู่เสมอ
ทมี่ า : www.moe.go.th

โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ หอ้ งสขุ า และจดุ สมั ผสั ตา่ ง ๆ (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร,
2563)

24 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ตารางเปรยี บเทียบการจดั การเรยี นรูใ้ นยุค New Normal

ข้อมูลจากการจัดการศึกษาในสถานการณ์ COVID–19 ของต่างประเทศและประเทศไทยสามารถสรุป
เปรียบเทียบได้ ดังนี้

ต่างประเทศ ประเทศไทย
- การจัดการเรยี นรผู้ า่ นแพลตฟอรม์ ออนไลน/์ แอปพลเิ คชนั - การเรียนการสอนทางไกล (DLTV)
- การเรียนการสอนแบบ Home - Based Learning (HBL) - การเรยี นออนไลนผ์ า่ นแอปพลเิ คชนั
- การเรียนการสอนแบบ Real Time ผา่ น Video Conference เช่น Zoom, Google Classroom
- การเรยี นการสอนที่ออกอากาศทางสถานโี ทรทัศน์ เปน็ ต้น
- การเรียนการสอนเสมอื นจริง ห้องเรียนเสมอื นจริง หอ้ งเรียนคลาวด์ - การเรียนรู้ผ่านดิจทิ ลั แพลตฟอรม์
และไลฟ์สตรีมม่ิง ของกระทรวงศึกษาธกิ าร หรือ DEEP
- การเรยี นการสอนโดยอาศัยงานท่ไี ดร้ ับมอบหมายเปน็ ฐาน
- มีการเชญิ บคุ คลทม่ี ีช่ือเสยี งมาร่วมผลติ สอื่ การสอน ทม่ี า : www.tuotrodiario.com, www.isranews.org
- พ่อแม่ผ้ปู กครองทำ� หนา้ ที่ “ครูจำ� เปน็ ”
- ออกแบบการเรียนการสอนและวิธีการวดั และประเมินผลท่ียืดหยุ่น
และหลากหลาย
- รัฐบาลและภาคเอกชนใหก้ ารสนับสนนุ คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป
อุปกรณเ์ ช่ือมต่ออินเทอร์เนต็ รวมถงึ โต๊ะคอมพวิ เตอรใ์ หก้ ับนกั เรียน
ทขี่ าดแคลน

อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้ในยุค New Normal ต้องอาศัยปัจจัยส�ำคัญ คือ ความพร้อมด้านเทคโนโลยี
ซ่ึงต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน จากข้อมูลข้างต้น พบว่า หลายประเทศแม้เป็นประเทศชั้นน�ำของ
โลกท่ีพัฒนาแล้วยังมีความเหลื่อมล้�ำในการเข้าถึงการเรียนรู้ยุคใหม่โดยใช้เทคโนโลยี กล่าวคือ นักเรียน นักศึกษา
และผู้ปกครองที่มีฐานะยากจนไม่สามารถเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ ดังน้ัน ภาครัฐและภาคเอกชน
ควรร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษาอย่างจริงจัง เท่าเทียม และทั่วถึง
เพอ่ื ใหเ้ กิดความเสมอภาคทางการศึกษา และเปน็ การยกระดบั คณุ ภาพการศึกษาอย่างยงั่ ยนื

ขอ้ เสนอแนวทางการพัฒนาการศึกษาสู่ New Normal

นักวิจัยจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ภูษิมา ภิญโญสินวัฒน์ (2563)
ได้ให้ข้อเสนอแนะ/แนวทางการจัดการเรียนการสอนอย่างไรในสถานการณ์ COVID-19 : จากบทเรียนต่างประเทศ
สู่การจัดการเรียนรู้ของไทย” ไว้ ได้แก่ การกระชับหลักสูตร เพ่ิมความยืดหยุ่นของโครงสร้างเวลาเรียน ปรับรูปแบบ
การเรียนรู้ท่ีหลากหลาย และยกระดับการประเมินเพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ COVID-19 และ
ส่ือสารให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนรับรู้ โดยด�ำเนินการปรับหลักสูตรให้กระชับควบคู่ไปกับจัดล�ำดับความส�ำคัญ
ของเน้ือหา ผ่อนคลายตัวชี้วัดและโครงสร้างเวลาเรียน มีการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้
ท่ีเหมาะสม มีการประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ เพ่ิมความชัดเจนในการสื่อสารแก่ครูและผู้ปกครองเก่ียวกับเน้ือหา

OECJournal 25

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ที่จ�ำเป็นของแต่ละช่วงวัย มีการจัดท�ำคู่มือหลักสูตรฉบับย่อส�ำหรับผู้ปกครอง เปิดโอกาสให้ครูมีอิสระในการจัด
การเรียนรู้ตามความเหมาะสม ศึกษานิเทศก์ท�ำหน้าที่เป็นโค้ชให้แก่ครู โดยให้ค�ำแนะน�ำการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะกับ
บริบทและสถานการณ์ของพื้นท่ี นอกจากนี้ ควรเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ท่ีมีความเช่ียวชาญ
ด้านระบบการเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาการจัดการเรียนรู้ รวมถึงส่งเสริมสนับสนุนเครื่องมือ
และเทคโนโลยีทท่ี ันสมัย หลากหลาย เหมาะสม และตอบโจทย์ความต้องการของผ้เู รยี นยุคใหม่

ผู้อ�ำนวยการสถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.) ศาสตราจารย์ ดร.ชกู ิจ ลิมปิจำ� นงค์
(2563) ได้เสนอแนวทางการศึกษายุค New Normal ไว้ว่า ระบบการศึกษาจะพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคม
ท่ใี ห้ความส�ำคญั กบั ความผาสกุ (Well - Being) ของนักเรียนแบบองค์รวม เกดิ การพัฒนาการศกึ ษาโดยการรบั ฟงั เสยี ง
สะท้อนจากทุกระดับ ครู ผ้ปู กครอง นักเรยี น ชมุ ชน รว่ มกนั ตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั การจดั การศึกษา มีการออกแบบหลักสูตร
โดยค�ำนึงถึงความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน มีแบบทดสอบที่หลากหลายเพ่ือวัตถุประสงค์ท่ีแตกต่างกัน นักเรียน
และครูร่วมกันออกแบบสภาพแวดล้อมในห้องเรียน รวมถึงการปรับบทบาทครูในรูปแบบดั้งเดิมให้เป็นผู้สนับสนุน
การเรยี นรู้ หรือ Learning Facilitator

ขอ้ เสนอแนะตอ่ ผมู้ สี ่วนเกย่ี วขอ้ งในการพัฒนาการศกึ ษาสู่ New Normal

จากสภาพการจัดการศึกษาของไทยในปัจจุบันและข้อเสนอแนวทาง ฯ ต่อผู้มีส่วนเก่ียวข้องในการพัฒนา
การศึกษาสู่ New Normal ได้ดังนี้
1) ควรปรับโครงสร้างหลักสูตรให้กระชับ ยืดหยุ่น และหลากหลาย สามารถตอบโจทย์ความต้องการของ
ผู้เรียนได้ทุกสถานการณ์
2) ควรปรับวิธกี ารเรียนเปลี่ยนวิธีการสอนโดยน�ำเทคโนโลยดี จิ ิทัลเขา้ มาชว่ ยในการจัดการเรยี นรู้
3) ควรสร้างการมีส่วนร่วมโดยเชิญบุคคลท่ีมีชื่อเสียงหรือมีความเช่ียวชาญในศาสตร์ต่าง ๆ มาช่วยผลิต
ส่อื การสอน เป็นการกระต้นุ ให้ผเู้ รียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนร้แู ละไมเ่ บอ่ื หนา่ ยในบทเรียน
4) ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ และอ�ำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้
ให้ผู้เรยี นและผปู้ กครอง
5) ควรสร้างความรู้ความเข้าใจแก่พ่อแม่ผู้ปกครองให้มีความพร้อมในการปรับบทบาทเพ่ือสนับสนุนการจัด
การเรียนรแู้ กบ่ ตุ รหลาน ในการสนบั สนนุ การจดั การเรียนรู้
6) ควรพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลเพ่ือการพฒั นามากกวา่ การตัดสนิ ผลการเรยี น
7) ภาครัฐและเอกชนควรร่วมกันจัดหาเคร่ืองมือและสื่อเทคโนโลยีท่ีตอบโจทย์ความต้องการผู้เรียนยุคใหม่
ใหแ้ ก่สถานศกึ ษา อาทเิ ชน่ แลป็ ท็อปหรอื แทบ็ เลต็ สญั ญาณอินเทอรเ์ น็ต 5G และอปุ กรณ์เชือ่ มต่อ (Router)
8) ภาครัฐต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนและเปิดโอกาสให้นักเรียน ครู พ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชน
และภาคเอกชน เขา้ มามสี ่วนรว่ มในการพฒั นาการศึกษา
9) ควรพัฒนาการจัดการศึกษาแบบ New Normal ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นท่ี สามารถเช่ือมโยงกับ
วถิ ชี วี ิตของคนในสังคมได้ ผู้เรียนตอ้ งมีทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง และมีความสขุ ในการเรยี นรู้
บทสรปุ
New Normal ถือเป็นความท้าทายของระบบการศึกษาไทยและเป็นการก้าวสู่วิถีการเรียนรู้ใหม่
ในสถานการณว์ กิ ฤต ทง้ั ดา้ นการปรบั วธิ กี ารเรยี นเปลย่ี นวธิ กี ารสอนไปสกู่ ารเรยี นรทู้ หี่ ลากหลาย การเรยี นรแู้ บบผสมผสาน
ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล และการปรับเปลี่ยนวิธีการวัดและประเมินผล ซึ่งปัจจัยความส�ำเร็จส�ำคัญท่ีปฏิเสธไม่ได้ คือ
นโยบาย เปา้ หมาย กระบวนการคดิ กระบวนการทำ� งานของบคุ ลากรทางการศกึ ษา และการมสี ว่ นรว่ มจากทกุ ภาคสว่ น

26 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

โดยผู้ที่มีส่วนได้เสีย (Stakeholders) จากระบบการศึกษาต้องปรับวิสัยทัศน์ กระบวนทัศน์ และวิธีคิดใหม่
ท่ีเป็นการเรียนรู้แบบเปิด (Open Approach) เน้นการเปิดพ้ืนที่ให้ผู้เรียนได้ใช้ความสามารถของตนเองอย่างสูงสุด
ในการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เชิงรุกและเชิงลึก (Active Learning and Deep Learning) สามารถน�ำความรู้
ไปประยุกต์ใช้ และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การเปล่ียนแปลงของโลกปัจจุบันและอนาคตเพ่ือยกระดับ
“คุณภาพของการเรียนร”ู้

รายการอา้ งองิ

กรมสขุ ภาพจิต. (2563, 29 พฤษภาคม). New Normal ชีวติ วถิ ใี หม่. สบื คน้ จาก https://www.dmh.go.th/news-
dmh/view.asp?id=30337
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2563). การเตรยี มความพรอ้ มของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร กอ่ นเปดิ ภาคเรยี น 1 กรกฎาคม 2563.
สบื คน้ จาก https://www.moe.go.th/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%
B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A7%
E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%
E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81
ธนิสรา สทุ ธานนั ต์. (2563, พฤษภาคม). มองอเมริกาและเกาหลีใต้ บทเรยี นและโอกาสจากการเรียนการสอน
แบบออนไลน์. สืบคน้ จาก https://www.educathai.com/knowledge/articles/350
ชกู ิจ ลมิ ปิจำ� นงค์. (h2t5t6p3s):.//เชwือ่ wคwาน.rงyัดt9ก.าcรoศmกึ /ษsา/ไpทrgย/ค3อื 13“5ค0ร5”ู 3เสนอใช้วกิ ฤตโควิด เปน็ โอกาสปรับการจัดการศกึ ษาครง้ั ใหญ่.
สบื ค้นจาก
แนวหนา้ . (2563, 19 มถิ นุ ายน). พลิกวกิ ฤตโควดิ เปน็ โอกาส ปรบั การจัดการศึกษาครง้ั ใหญ่ รบั วถิ ีนิวนอร์มลั พัฒนาครู.
สบื ค้นจาก https://www.naewna.com/local/500225
ภษู ิมา ภิญโญสินวัฒน์. (2563, 7 พฤษภาคม). จัดการเรยี นการสอนอยา่ งไรในสถานการณโ์ ควิด-19 : จากบทเรียน
ตา่ งประเทศสู่การจัดการเรียนร้ขู องไทย. สบื คน้ จาก https://tdri.or.th/2020/05/examples-of-teaching-
and-learning-in-covid-19-pandemic/
วชิ ัย วงษใ์ หญ่ และมารุต พฒั ผล. (2563, พฤษภาคม). การออกแบบการเรยี นรใู้ น New Normal. สืบค้นจาก
http://www.curriculumandlearning.com/upload/Books/Learning%20design%20in%20new%
20normal_1590575689.pdf
ส�ำนักขา่ วอิศรา. (2563, 28 เมษายน). หนา้ ตาหอ้ งเรยี นแต่ละประเทศท่ีเปล่ยี นไป! หลังเจอ ‘โควดิ -19’ ระบาด.
สบื ค้นจาก https://www.isranews.org/article/thaireform/thaireform-documentary/
88127-COV-3.html
ส�ำนักงานราชบณั ฑิตยสภา. (2563, พฤษภาคม). ราชบณั ฑติ ยสถานบญั ญตั ิศัพท์ใหม่ New Normal. สืบค้นจาก
https://royalsociety.go.th/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%
B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%
B9%8C-new-normal/
อักษร เอ็ดดูเคช่นั . (2563). จับตา New normal ปรากฏการณใ์ หม่ ปรบั โฉมหอ้ งเรยี นไทย ในชว่ ง Covid-19.
สบื ค้นจาก https://www.aksorn.com/new-normal
อสิ สริยา พรายทองแยม้ . (2563, 27 เมษายน). เรียนออนไลน์ : เดก็ ในสหราชอาณาจักรเรียนอย่างไรช่วงลอ็ กดาวน์.
สบื คน้ จาก https://www.bbc.com/thai/thailand-52442922
Arjin. (2563, 31 มีนาคม). เกาหลีใต้ให้โรงเรยี นระดับประถม-มัธยม เปลีย่ นมาสอนแบบออนไลน์แก้ปญั หาโควิด-19.
สบื ค้นจาก https://brandinside.asia/korea-education-elementary-higher-move-online/
Choon, C. M. (2020, April 9). South Korea students begin online learning in late start to
academic year; Covid-19 cases lowest in 7 weeks. The Straits Times. Retrieved from
https://www.straitstimes.com/asia/east-asia/south-korea-students-begin-online-learning-in-
late-start-to-academic-year-covid-19
EDUCA. (2563, เมษายน). เจาะลึก Home-based Learning สิงคโปร์. สืบค้นจาก
https://www.educathai.com/videos/373
Marketgoops, (2563, 15 มนี าคม). COVID – 19 ปฏริ ปู การศกึ ษาทัว่ โลก. สืบค้นจาก
https://www.marketingoops.com/exclusive/business-case/covid-19-reinvent-global-education-
system-with-educational-technology/

OECJournal 27

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

Home–Based ดร.ศศิรศั ม์ วรี ะไวทยะ
Learning (HBL) ส�ำนักมาตรฐานการศึกษา

และพฒั นาการเรยี นรู้

ประสบการณ์สิงคโปร์
กับการจดั การเรยี นรูใ้ นชว่ งวิกฤต
(Singapore COVID-19 Circuit Breaker)

Background

การระบาดของ COVID-19

นับตั้งแต่การเร่ิมต้นสถานการณ์การระบาด
ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ปลายปี
พ.ศ.2562 ในช่วงต้นเดือนธันวาคม เม่ือสาธารณรัฐ
ประชาชนจีนเริ่มมีการประกาศว่าพบผู้ป่วยที่มีอาการ
ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส จ�ำนวน 4 ราย และเพิ่มเป็น
จำ� นวนหลายสบิ คนภายในระยะเวลาไมก่ ว่ี นั โดยแพทยจ์ นี
ลงความเหน็ เพยี งวา่ ผปู้ ว่ ยเหลา่ นน้ั มอี าการทไ่ี มต่ อบสนอง
การรักษาของแพทย์ และมีการแพร่กระจายต่อส่งผลให้
มจี ำ� นวนผปู้ ่วยมากขึ้นอย่างรวดเรว็ จนเมอ่ื วนั ที่ 31 ธนั วาคม 2562 รัฐบาลจนี จึงได้มีการออกแถลงการณ์ พร้อมชแ้ี จง
ตอ่ องคก์ ารอนามยั โลก (WHO) เพอื่ แสดงความมนั่ ใจวา่ โรคทพ่ี บในจนี จะสามารถปอ้ งกนั และควบคมุ ได้ แตใ่ นชว่ งรอยตอ่
ระหว่างเทศกาลวันขึ้นปีใหม่สากล ( 1 มกราคม 2563) และวันตรุษจีน (23 - 25 มกราคม 2563) ได้ปรากฏว่า
มีการเคล่ือนย้ายออกของประชากรชาวจีนในมณฑลหูเป่ย เมืองอู่ฮั่น จ�ำนวนมาก โดยในวันที่ 21 มกราคม 2563
ผู้เช่ียวชาญจากมหาวิทยาลัย Columbia ได้ศึกษาและจัดท�ำบทวิเคราะห์ที่ช้ีให้เห็นว่า นักเดินทางชาวจีนจ�ำนวนมาก
ที่เดินทางออกนอกเมืองและประเทศในระหวา่ งช่วงระยะเวลาดังกล่าว มีอาการป่วยติดเชื้อทางปอดซึ่งในวันเดียวกัน
นน้ั เอง ทางการจนี ก็ได้มีการแถลงยอมรับเปน็ คร้งั แรกวา่ พบเชอื้ ไวรสั ท่ีสามารถแพร่ระบาดเชือ้ จากคนสู่คน และเรม่ิ มี
รายงานขา่ วเกย่ี วกบั การแพรร่ ะบาดของเชอื้ ไวรสั ในเมอื งใหญข่ องประเทศจนี ซงึ่ ทางการจนี กไ็ ดป้ ระกาศปดิ การเดนิ ทาง
ทง้ั ภายในประเทศและเดนิ ทางออกนอกประเทศในวนั ที่ 23 มกราคม 2563 บทวเิ คราะหด์ งั กลา่ ว ยงั ชใี้ หเ้ หน็ อกี ดว้ ยวา่
การแพร่ระบาดของเช้อื ไวรสั ทีเ่ กดิ ขึน้ ในจีน ไดก้ ระจายไปยังประเทศอนื่ ๆ ต้ังแตว่ ันที่ 1 มกราคม จากชาวจนี ท่ีเดินทาง
เคลื่อนย้ายออกจากเมืองอู่ฮั่นจ�ำนวนมากดังได้กล่าวไปแล้ว และเร่ิมพบผู้ป่วยในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง
แห่งสาธารณรฐั ประชาชนจนี โตเกยี ว สงิ คโปร์ โซล กรงุ เทพมหานคร และเมอื งหลวงของประเทศตา่ ง ๆ จากผทู้ เ่ี ดนิ ทาง
ออกจากอู่ฮั่นซึ่งติดเช้ือแต่ไม่มีอาการ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จนน�ำไปสู่การประกาศให้โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019

28 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

(COVID-19) เป็นโรคระบาดใหญ่ (Pandemic) ท่ัวโลก โดยองค์การอนามัยโลก (World Health Organization :
WHO) เมอื่ วันท่ี 12 มีนาคม 2563 ภายหลงั จากการระบาดของ โรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) กระจายไป
อยา่ งนอ้ ย 114 ประเทศ และมผี ูเ้ สยี ชวี ิตกว่า 4,000 ราย

มาตรการจ�ำกัดการเคล่ือนไหวทางสังคม (COVID-19 Circuit Breaker) และ
มาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) ในสิงคโปร์

ส�ำหรับสิงคโปร์เริ่มมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 กรณีแรก ตั้งแต่ช่วงต้นของการระบาด คือ เมื่อวันท่ี
23 มกราคม 2563 จากนักท่องเท่ียวชาวจีนท่ีเดินทางออกจากมณฑลหูเป่ย เมืองอู่ฮ่ันในวันเดียวกับท่ีอู่ฮั่น
ได้ประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) ในขณะนั้น สิงคโปร์ได้ใช้วิธีตรวจสุขภาพท่ีสนามบิน และด�ำเนินการตรวจหา
ผู้ป่วยอย่างกว้างขวางทันที โดยมุ่งให้ครอบคลุมผู้ท่ีมีภาวะเส่ียงทุกราย มีการติดตามบุคคลและกลุ่มบุคคลท่ีเกี่ยวข้อง

ภายหลังการสืบสวนโรคอย่างเคร่งครัด และจ�ำกัดให้
ผู้ที่สัมผัสติดต่อกับผู้ป่วยกักตนเอง (Quarantine) ในบ้าน
จนกวา่ จะไดร้ บั การตรวจวนิ จิ ฉยั ซำ้� วา่ ปลอดเชอ้ื หลายสปั ดาห์
จากน้ัน สิงคโปร์ได้ทุ่มเทความพยายามในการกดจ�ำนวน
ผู้ป่วยใหม่ในประเทศให้อยู่ในระดับต�่ำและสามารถ
ติดตามสอบสวนโรคได้ท้ังหมด ซึ่งพบว่ามีผู้ติดเช้ือ
แบบเป็นกลุ่มก้อน (Cluster) ขนาดเล็กซ่ึงท�ำให้ง่าย
ต่อการควบคุม ท�ำให้สถิติผู้ติดเชื้อของสิงคโปร์ใน

OECJournal 29

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

เดอื นกมุ ภาพนั ธเ์ พม่ิ ขนึ้ ไมเ่ กนิ 10 คนตอ่ วนั ผลจากการบรหิ ารจดั การทด่ี ี ทำ� ใหป้ ระเทศยงั สามารถจดั การเรยี นการสอนได้
ตามปกติ ไม่มีการปิดห้างร้าน อาคารสถานท่ีต่าง ๆ และยังไม่ได้มีการใช้มาตรการจ�ำกัดควบคุมอย่างเข้มงวด
ท่ีมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจ�ำวันของประชาชนซ่ึงท�ำให้นายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ได้รับ
เสียงชื่นชมอย่างมากในภาวะผู้น�ำ การบริหารจัดการการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างความร่วมมือของประชาชน
ในชาตจิ ากองคก์ ารอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) และนานาประเทศเปน็ อนั มาก แสดงให้เหน็ วา่
ระบบที่รฐั บาลสงิ คโปรว์ างไว้ทำ� งานไดด้ ีนับตัง้ แตป่ ลายเดอื นมกราคมเปน็ ต้นมาจนถงึ กลางเดอื นมนี าคม 2563

ในช่วงต้นเดือนมีนาคม สิงคโปร์มีจ�ำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพียง 100 กว่าคน และมีศักยภาพในการหา
ตรวจหาเชอ้ื COVID-19 ไดม้ ากถงึ 6,800 คนตอ่ ประชากร 1 ลา้ นคน ในขณะทเี่ กาหลใี ตต้ รวจได้ 6,500 คน ตอ่ ประชากร
1 ล้านคน แต่ต่อมาตัวเลขผู้ติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19) ของสิงคโปร์ในช่วงต้นเดือนเมษายนกลับ
พงุ่ สงู ขนึ้ เปน็ 1,000 คนอยา่ งรวดเรว็ ในวนั ที่ 1 เมษายน 2563
เพยี งวนั เดยี ว พบผตู้ ดิ เชอ้ื รายใหมม่ ากถงึ 74 ราย (มาจากผทู้ ี่
เดินทางกลับจากต่างประเทศ 20 คน และการระบาด
ในประเทศอกี 54 คน) ซง่ึ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ Jeremy Lim
ผู้เชย่ี วชาญจาก The Saw Swee Hock School of Public
Health อธิบายว่า สิงคโปร์ได้เข้าสู่การระบาดของโรค
ตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ในเฟสสองอยา่ งเปน็
ทางการ และกลายเป็นประเทศที่มียอดผู้ป่วยโควิด-19 มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้ังแต่ช่วงกลางเดือน
เมษายน 2563 เปน็ ต้นมา

งานวิจัยและบทวิเคราะห์หลายชิ้นได้ศึกษาถึงสาเหตุของการเข้าสู่การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19) ในเฟสสองของสิงคโปร์ไว้ว่า ผู้ป่วยใหม่ในเฟสสองนี้เกือบทั้งหมดเป็นแรงงานต่างชาติท่ีอาศัยอยู่
อย่างแออัดตามแหลง่ หอพักคนงาน โดยหอพัก S11 ในเมอื งปงั โกล ทางตะวันออกเฉยี งเหนอื ของประเทศ เป็นสถานท่ี
ทีม่ ีการแพร่ระบาดเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ทส่ี ดุ โดยพบผู้ตดิ เชื้อแลว้ หลายพันราย ซ่งึ รัฐบาลสงิ คโปรไ์ ด้มีการขยายขอบเขต
ใหห้ อพกั คนงานเปน็ พน้ื ทค่ี วบคมุ ดา้ นสาธารณสขุ เพมิ่ เปน็ อยา่ งนอ้ ย 19 แหง่ และสง่ ผลใหส้ งิ คโปรอ์ ยภู่ ายใตม้ าตรการจำ� กดั
การเคลอ่ื นไหวทางสงั คม (Circuit Breaker) โดยรอบแรกกำ� หนดมาตรการจำ� กดั การเคลอื่ นไหวทางสงั คม (Circuit Breaker)
เปน็ เวลา 1 เดอื น ตง้ั แตว่ นั ท่ี 7 เมษายน จนถึงวันท่ี 4 พฤษภาคม 2563 และต่อมา นาย ลี เซยี น ลงุ นายกรัฐมนตรี
ของสิงคโปร์ ได้ประกาศการขยายมาตรการจ�ำกัดการเคล่ือนไหวทางสังคม (Circuit Breaker) ต่อไปอีก 4 สัปดาห์
จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2563 และมีการก�ำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อตัดวงจรท่ีมีความเข้มงวดยิ่งขึ้น เช่น การปิด
สถานทท่ี �ำงาน การกำ� หนดและควบคมุ การเข้าออกพน้ื ท่ีทีเ่ ปน็ Hot spot เชน่ ตลาดสด เปน็ ตน้

ส�ำนักข่าวต่างประเทศ เช่น BBC และ Strait Times ได้วิเคราะห์ 5 จุดอ่อนส�ำคัญท่ีท�ำให้สิงคโปร์
ลม้ เหลวในการควบคมุ การระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ในเฟสสองนี้ ซึ่งจะเป็นบทเรยี นใหก้ บั
ประเทศอ่ืนได้ ประกอบด้วย (1) หอพักคนงานชาวต่างชาติ สิงคโปร์มีพนักงานชาวต่างชาติ 1.4 ล้านคน

30 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ทงั้ วชิ าชพี ชัน้ สูงและผใู้ ชแ้ รงงาน โดยเปน็ คนทำ� งานกอ่ สร้าง
2.84 แสนคน และคนทำ� งานบา้ น 2.55 แสนคน ซ่ึงทงั้ หมด
อยู่กันอย่างแออัดในหอพัก ส่งผลให้กระทรวงทรัพยากร
มนุษย์ และส�ำนักงานควบคุมอาคารและการก่อสร้าง
สิงคโปร์ ให้แรงงานต่างชาติท่ีถือใบอนุญาตท�ำงาน
ในสายงานก่อสร้าง และผู้ถือใบอนุญาต S Pass ส�ำหรับ
แรงงานทักษะฝีมือปานกลางในสายงานเดียวกัน กักตัว
เป็นเวลา 14 วัน เพื่อการเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข
(2) ชาวสิงคโปร์ละเลยมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม
(Social Distancing) และบางส่วนยังออกจากบ้าน
โดยไม่จ�ำเป็นหรือไม่สวมหน้ากาก ตลอดจนชาวสิงคโปร์
จ�ำนวนมากเดินทางกลับมาจากต่างประเทศแต่ละเลย
การกกั ตวั เองทบ่ี า้ นเปน็ เวลา 14 วนั และมกี ารสมั ผสั ใกลช้ ดิ กบั คนในบา้ นแลว้ กระจายไปใหผ้ อู้ นื่ ในเวลาตอ่ มา รฐั บาล
มกี ารปรบั นโยบายให้กักตัวในสถานท่ีที่รัฐก�ำหนดหรือจัดไว้ให้ (State Quarantine) เพ่ือจ�ำกัด Super Spreader
ท่ีน�ำไปสู่การติดเช้ือจ�ำนวนมาก และแนะน�ำให้มีกิจกรรมทางสังคมเฉพาะกับสมาชิกในครอบครัวท่ีอาศัยอยู่ในบ้าน
เดียวกันเท่าน้ัน รวมถึงหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสงั คมทงั้ ในและนอกบา้ น และควรอยบู่ า้ นใหม้ ากทสี่ ดุ เพอื่ ลดความเสยี่ ง
ของการติดเชื้อ และใช้เจ้าหน้าท่ีกว่า 3,000 คน คอยดูแลและกวดขันประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์
(Lockdown) โดยมีการออกค�ำเตือนมากกว่า 6,200 คร้ัง และปรับมากกว่า 1,000 คร้ัง ตั้งแต่ท่ีเร่ิมประกาศใช้
มาตรการ (3) บา้ นพกั คนชรา ผสู้ งู อายมุ คี วามเสย่ี งสงู ทจี่ ะปว่ ยหนกั โดยผเู้ สยี ชวี ติ 20 ราย ในวนั ท่ี 10 พฤษภาคม 2563
เปน็ ผมู้ อี ายมุ ากกวา่ 60 ปี กวา่ 10 คน (4) ศนู ยเ์ ดก็ เลก็ / โรงเรียนเตรียมอนบุ าล ข้อมลู ของกระทรวงสาธารณสุขสงิ คโปร์
พบว่า เด็กจ�ำนวนมากเป็นพาหะของโรคท่ีไม่แสดงอาการ และอาจแพร่เช้ือไปสู่ผู้สูงอายุในครอบครัวโดยไม่รู้ตัว
ทำ� ใหต้ งั้ แตว่ นั ที่ 8 เมษายน 2563 ศนู ยเ์ ดก็ เลก็ ไดร้ ะงบั การใหบ้ รกิ าร เวน้ แตก่ รณผี ปู้ กครองทมี่ คี วามจำ� เปน็ และไม่สามารถ
หาวิธีการดูแลเด็กด้วยวิธีอื่นได้ (5) สถานที่ท�ำงาน หลังจากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown)
ประมาณ ร้อยละ 20 ของพนักงานในสิงคโปร์ที่ท�ำงานในธุรกิจท่ีจ�ำเป็น เช่น บริการสาธารณสุขและสังคม การขนส่ง
อาหาร และธนาคารและการเงนิ ยงั คงตอ้ งเดนิ ทางไปทำ� งานอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ไมไ่ ดท้ ำ� งานจากบา้ น (Work from Home)
หรอื หยดุ งานชวั่ คราวเหมือนกับธุรกิจส่วนใหญ่ ท�ำให้สถานที่ท�ำงานที่ได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการได้ ต้องมีมาตรการ
ดูแลและระมัดระวังอย่างสูง เช่น ต้องให้พนักงานสวมใส่หน้ากากอนามัย จัดโต๊ะท�ำงานให้ห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร
และรบั ประทานอาหารแยกจากผู้อ่ืน เป็นตน้

OECJournal 31

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ประสบการณ์สิงคโปรก์ ับเตรยี มการจดั การเรยี นรูใ้ นชว่ งวิกฤต

(Singapore COVID-19 Circuit Breaker)

เม่ือความพยายามในการควบคุมตัวเลขจ�ำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในช่วงแรก (ราวต้นเดือนมีนาคม 2563)
บรรลุผลส�ำเร็จ รัฐบาลสิงคโปร์จึงได้มีมาตรการที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาที่ส�ำคัญ เช่น ในวันท่ี 17 มีนาคม 2563
กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ได้ประกาศให้นักเรียน นักศึกษาชาวสิงคโปร์ที่ศึกษาอยู่ในต่างประเทศ พยายามหาทาง
เดินทางกลับประเทศ โดยได้ก�ำหนดมาตรการในการด�ำเนินการและเว็บไซต์ที่ใช้ในการติดต่อ แก้ปัญหา และ
ลงทะเบียนให้กับผู้เรียนที่จะเดินทางกลับมาจากทุกประเทศ โดยรัฐบาลเป็นผู้ประสานงานกับสายการบิน
เพื่ออ�ำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังเมืองส�ำคัญต่าง ๆ เพ่ือรองรับความต้องการเท่ียวบินไปกลับสิงคโปร์
โดยมีข้อตกลงในระหว่างการประสานงาน อาทิ ให้นักเรียนนักศึกษาปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำหรือข้อก�ำหนด
ของต้นทาง ลงทะเบียน eRegister กับกระทรวงการต่างประเทศ (MFA) ที่ https://eregister.mfa.gov.sg
โดยเร็วเพ่ือให้สามารถติดต่อในกรณีจ�ำเป็น นักเรียนควรตรวจสอบเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข (MOH)
(https://www.moh.gov.sg/covid-19) และเว็บไซต์ MFA เพื่อติดตามมาตรการล่าสุดท่ีสิงคโปร์ประกาศใช้
และระหว่างรอการเดินทางให้นักเรียนนักศึกษาชาวสิงคโปร์ประสานสถานท่ีรับตัวและ/หรือสถานที่เรียนในสิงคโปร์
ที่จะไปพักอาศัยและศึกษาต่อเม่ือกลับมาถึง เป็นต้น และรวมถึงนักเรียนท่ีกลับมาจากต่างประเทศต้องมีการกักตัวเอง
ท่ีบ้านเป็นเวลา 14 วันและสังเกตอาการ รวมทั้งครอบครัวหรือบุคคลที่เก่ียวข้อง และมีการขยายการสุ่มตรวจ
ให้ครอบคลุมผทู้ ี่เดนิ ทางกลับมาจากตา่ งประเทศด้วย
ต่อมาในวันท่ี 19 มีนาคม 2563 รัฐบาลสิงคโปร์ได้มีประกาศให้โรงเรียนและโรงเรียนอนุบาล
เตรียมเปิดภาคเรียนท่ี 2 อีกครั้งพร้อมมาตรการป้องกันล่วงหน้า (Precautionary Measures) ในวันที่
23 มีนาคม 2563 พร้อมทั้งกระทรวงศึกษาธิการ (MOE) กระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว (MSF)
และส�ำนักงานพัฒนาเด็กเล็ก (ECDA) ได้ให้ค�ำแนะน�ำแก่นักเรียนผู้ปกครองและพนักงานเพ่ือทบทวนแผนการเดินทาง
และงดการเดินทางไปต่างประเทศ ตามค�ำแนะน�ำการเดินทางของกระทรวงสาธารณสุข (MOH) ที่ประกาศ
เม่ือวันที่ 18 มีนาคมว่าให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ ผู้ถือบัตรโดยสารระยะยาว และนักท่องเท่ียวท่ีเดินทางระยะสั้น
จากทุกประเทศจะต้องกกั ตัวเองอย่บู า้ น 14 วัน (Stay Home Notice : SHN) โดยมีผลตัง้ แตว่ ันที่ 20 มีนาคม 2563
เวลา 23.59 น. ในขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข และ ECDA จะด�ำเนินมาตรการ
ป้องกันเพ่ิมเติมจากมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ด้วยการก�ำหนดให้มีการลาพักการเรียน 14 วัน (14 - Day
Leave of Absence : LOA) ส�ำหรบั นักเรยี น และเจ้าหน้าทข่ี องโรงเรยี นอนบุ าลและศนู ย์ดูแลเดก็ ท่เี ดนิ ทางกลบั จาก
ต่างประเทศในวันที่ 14 มีนาคม ซ่งึ เป็นช่วงวันหยุดโรงเรียน และนักเรยี นบางคนเดนิ ทางไปต่างประเทศในช่วงปดิ เทอม
เดือนมีนาคม โดยนับวนั ท่ีศนู ย์ของ 14 วันเร่มิ จากวันแรกท่ีนกั เรียนและ/หรอื ครอบครวั กลับมายังสงิ คโปร์

มาตรการเพิ่มความเข้มงวดด้านสุขอนามัยและการป้องกันล่วงหน้าในโรงเรียน (Enhanced Hygiene
and Precautionary Measures in Schools) ทรี่ ัฐบาลกำ� หนดไว้ ได้แก่

(1) โรงเรียนต้องได้รับการท�ำความสะอาดอย่างละเอียดในช่วงวันหยุดเดือนมีนาคม นอกเหนือจาก
การท�ำความสะอาดจุดสัมผัสที่ใช้บ่อยทุกครั้งแล้วยังต้องให้ความสนใจกับการท�ำความสะอาดห้องน้�ำ มีการเติม

32 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

สบลู่ ้างมือเสมอ และตรวจสอบอุปกรณส์ ุขภัณฑ์ เชน่ กอ๊ กนำ�้ ให้อยู่ในสภาพดี มกี ารทำ� ความสะอาดพืน้ ท่อี ่นื ๆ ได้แก่
การลา้ งพนื้ ในโรงอาหารและการซกั พรม เปน็ ต้น

(2) มกี ารใช้มาตรการปอ้ งกนั เพ่มิ เตมิ ต่อไปเป็นเวลาสองสัปดาห์เมอื่ โรงเรยี นเปิดใหม่ ไดแ้ ก่
- การระงบั กจิ กรรมร่วมหลกั สตู ร
- การเลอ่ื นการจัดงานเทศกาลศิลปะเยาวชนสงิ คโปร์
- ก�ำหนดท่ีนั่งแบบสอบส�ำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป และจัดท่ีน่ังแบบกลุ่ม
ที่ไม่มีการเคล่ือนย้ายส�ำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาปีท่ี 1 และ 2 และนักเรียนระดับอนุบาล
ท่สี ังกดั กระทรวงศึกษาธกิ าร
- การงดกิจกรรมปกตใิ นหอ้ งเรยี น
- ระบุทีน่ ่ังและจดั ลำ� ดับการใช้โรงอาหาร
- จัดนกั เรียนให้สามารถเล่นในสนามเดก็ เล่นในจำ� นวนนอ้ ยลงในแตล่ ะคร้งั

(3) โรงเรียนอนุบาลจะด�ำเนินมาตรการป้องกันล่วงหน้า เพื่อป้องกันสุขภาพและความปลอดภัยของท้ังครู
และเดก็ กอ่ นวยั เรียน ดังนี้

- มีการตรวจสุขภาพและการตรวจคัดกรองอุณหภูมิท่ีบ่อยข้ึนส�ำหรับทั้งครูและนักเรียนทุกคน
(โรงเรียนอนุบาลวันละ 2 ครงั้ และศูนยด์ แู ลเด็ก 3 ครัง้ ต่อวนั )
- จ�ำกัดจ�ำนวนผู้ปกครองเข้าออก และรับลูกออกไปนอกโรงเรียนอนุบาล และต้องมีการเว้นระยะ
การยนื หา่ งจากกัน
- งดการทัศนศึกษาเพื่อลดความเส่ียงในการพาเด็กไปสู่ฝูงชนจ�ำนวนมาก แต่การเล่นกลางแจ้ง
และกจิ กรรมการเรียนรู้ประจำ� วนั ส�ำหรับเดก็ สามารถดำ� เนินตอ่ ไปได้
- งดกจิ กรรมของชมุ ชน เชน่ งานประกอบและงานเฉลมิ ฉลองจำ� นวนมาก เดก็ จะตอ้ งตรงไปทห่ี อ้ งเรยี น
โดยตรงเมอ่ื มาถึงโรงเรยี น และกจิ กรรมประจำ� วันจะต้องเปน็ การด�ำเนนิ การในกลุม่ ย่อย
- เด็ก ๆ สามารถทานอาหารในหอ้ งเรียนหรอื มกี ารสลับกันรับประทานทานอาหาร
- จำ� กดั การใช้ครแู ละพนักงาน/เจา้ หนา้ ทใี่ นโรงเรียนข้ามศูนย์

วันที่ 24 มีนาคม 2563 รัฐบาลสิงคโปร์ได้มีแถลงการณ์ร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวง
การพัฒนาสังคมและครอบครัว (MOE - MSF) ว่าด้วยมาตรการป้องกันเพ่ิมเติมภายหลังจากสถานการณ์การติดเชื้อ
เริ่มปะทุอีกครั้ง โดยมีสาระส�ำคญั คือ

นักเรียนท่ีอยู่ในครัวเรือนเดียวกับผู้ที่เดินทางกลับสิงคโปร์จากประเทศใดก็ได้ ต้ังแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563
เวลา 23.59 ชม. จะตอ้ งลาพกั การเรยี น 14 วัน (LOA)

นักเรียนท่ีอาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกับผู้ท่ีเดินทางกลับสิงคโปร์จากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา
หรือประเทศอาเซียน ในหรือหลังวันที่ 14 มีนาคม 2563 จะต้องลาพักการเรียน 14 วัน (LOA) เร่ิมจากวันที่สมาชิก
ในครอบครัวกลับมาถงึ สิงคโปร์

OECJournal 33

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนเพิ่มเติมจาก LOA ท่ีประกาศก่อนหน้าท่ีออกให้กับนักเรียนและเจ้าหน้าท่ี
ของโรงเรียนอนุบาล และศูนย์ดูแลเด็ก หากมีการเดินทางกลับจากต่างประเทศ ในวันท่ีหรือหลัง 14 มีนาคม
สนับสนุนให้นายจ้างจัดเตรียมการท�ำงานท่ียืดหยุ่นให้กับพนักงานเพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจรุนแรงข้ึน
โดยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว ท�ำหน้าท่ีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
และท�ำงานรว่ มกบั โรงเรียนอนบุ าล ศนู ย์ดแู ลนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน

ในวนั ที่ 27 มีนาคม 2563 กระทรวงศึกษาธกิ ารสิงคโปร์ ไดส้ งั่ การใหโ้ รงเรยี นด�ำเนินการจัดการเรยี นรทู้ ่บี า้ น
(Home - Based Learning : HBL) ให้แก่นักเรียนในแต่ละระดับชั้นและโรงเรียน สัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อทดลอง
การเรียนทางไกลทส่ี อดคล้องกับมาตรการปอ้ งกนั อยา่ งเข้มงวด เพอื่ ปกปอ้ งคมุ้ ครองความเป็นอยทู่ ด่ี ี (Well – Being)
ท่ีปลอดภัยย่ิงขึ้นของรัฐบาล ส�ำหรับครู เจ้าหน้าที่ และนักเรียน ซ่ึงส�ำคัญที่สุด จากการระบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั
โคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกที่ 2 และสนับสนุนให้โรงเรียนพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานในทุกระดับ
ทง้ั น้ี การจดั การเรยี นรทู้ บี่ า้ น (Home - Based Learning : HBL) น้ี ไมร่ วมโรงเรยี นอนบุ าลในสงั กดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
โดยซักซ้อมการจัดตารางและการทดลองเรยี นด้วยรปู แบบการจัดการเรียนรทู้ ่ีบ้าน (Home - Based Learning : HBL)
ท่ีจะเร่ิมด�ำเนินการจริงในต้นเดือนเมษายน 2563 ไปก่อนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา
เรยี นวนั พธุ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ เรยี นวนั พฤหสั บดี และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายเรยี นวนั ศกุ ร์ และนกั เรยี นไมต่ อ้ ง
เข้าเรียนในโรงเรียนอกเหนือจากการเรียนในระบบ HBL เพ่ือลดความแออัดในโรงเรียน ในขณะเดียวกัน โรงเรียน
จะต้องให้ค�ำแนะน�ำแก่นักเรียนและผู้ปกครองในการเข้าถึงส่ือการเรียนรู้ HBL หากพบว่าครอบครัวใดต้องการ
ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลและยังขาดแคลนอยู่ ทั้งที่เป็นอุปกรณ์ดิจิทัลและการเชื่อมสัญญาณ โรงเรียนนอกจากจะต้องท�ำ
การส�ำรวจแล้ว ยังจะต้องให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงทั้งอุปกรณ์และการเช่ือมต่อสัญญาณเหล่านั้น
ด้วย กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้ช่วยสนับสนุนทรัพยากรท่ีเพียงพอแก่โรงเรียน และจัดสรรแพลตฟอร์มพื้นที่
การเรียนรูข้ องนกั เรยี นสิงคโปร์ (Singapore Student Learning Space : SLS) ให้เขา้ ถึงได้งา่ ยสำ� หรับนกั เรียนทกุ คน
ซึ่งรวมถึงนักเรียนในโรงเรียนการศึกษาพิเศษ (SPED) ผู้ปกครอง ครู และบุคลากรอ่ืน ๆ หลักสูตรส�ำหรับนักเรียน
ในโรงเรยี นการศกึ ษาพเิ ศษ (SPED) จะเปดิ โอกาสใหค้ รกู ำ� หนดไดเ้ อง และตดิ ตอ่ กบั นกั เรยี นและครอบครวั ผา่ นการตดิ ตอ่
ตามปกติ ในขณะที่โรงเรียนส�ำหรับนักเรียนกลุ่มเล็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถจัดหาการดูแลเด็กทางเลือกได้ ยังคง
มีการเปิดให้บริการ และมีการให้ความส�ำคัญกับผู้ปกครองในบริการที่จ�ำเป็น เช่น การดูแลสุขภาพ โดยผู้ปกครอง
อาจตดิ ต่อโรงเรยี นเพ่อื ขอความชว่ ยเหลือ และใชค้ รูบางสว่ นคอยดูแลนกั เรียนเหล่าน้ใี นโรงเรยี น และมีส่วนหน่ึงคอยให้

34 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

ความชว่ ยเหลอื นักเรยี นที่บ้านซึง่ อาจมคี ำ� ถามเก่ียวกบั SLS และ HBL โดยรัฐบาลสงิ คโปรใ์ ห้คำ� มัน่ สัญญาวา่ แม้ HBL
จะไม่สามารถแทนท่ีประสบการณ์การเรียนรู้ที่ลึกซ้ึงและหลากหลาย เหมือนที่นักเรียนได้รับจากการเรียนรู้ในโรงเรียน
และอาจส่งผลกระทบต่อผ้ปู กครองและครอบครวั จ�ำนวนมาก โดยเฉพาะผเู้ รยี นที่ไมไ่ ด้รบั การสนบั สนุนจากบ้าน ดังนน้ั
รัฐบาลสิงคโปร์จึงจะท�ำหน้าท่ีคอยแนะน�ำและมีการน�ำ HBL มาใช้อย่างต่อเนื่องในช่วงการทดลอง เพื่อให้ทั้งนักเรียน
และผู้ปกครองมีความพร้อมมากขึ้น และหากสถานการณ์รุนแรงย่ิงขึ้น ส่งผลให้มีการจัดเวลา HBL ท่ีมากข้ึน รัฐบาล
จะได้มีการวางมาตรการเพ่ิมเติมเพ่ือช่วยเหลือนักเรียนท่ีมีความต้องการจ�ำเป็น หรือผู้ท่ีต้องการการสนับสนุนเพ่ิมเติม
ส�ำหรับ HBL ท้ังนี้ ในระยะทดลองและการน�ำ HBL ไปใช้ในช่วงแรก จะอาศัยการเรียนรู้ท่ีจัดโดยส่วนกลางเพ่ือลด
ความเหลอื่ มล�้ำในดา้ นเน้อื หาสาระทเี่ ดก็ จะได้เรยี นรู้ โดยรัฐได้จัดให้การเรยี น HBL ในชว่ งระยะเวลาดังกล่าวใช้เนื้อหา
หลักสูตรในภาคเรียนที่ 2 ของทุกระดบั

ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2563 หลังจากมีชาวสิงคโปร์เดินทางกลับจากต่างประเทศนับพันคน
ทำ� ให้มจี ำ� นวนผปู้ ว่ ยใหม่ในแตล่ ะวันและผู้ปว่ ยสะสมเพิ่มขึ้นเปน็ จ�ำนวนมาก รัฐบาลจึงมีการประกาศ มาตรการต่าง ๆ
เพื่อควบคุม และประกาศใช้มาตรการการมีระยะห่างทางสังคม (Social Distancing หรือ Self - Distancing)
ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 จนกระทั่งวันที่ 7 เมษายน 2563 รัฐบาลสิงคโปร์มีการประกาศใช้มาตรการจ�ำกัด
การเคล่ือนไหวทางสังคม (Circuit Breaker) โดยรอบแรกก�ำหนดมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือน
ตงั้ แตว่ นั ที่ 7 เมษายน 2563 ถึงวันท่ี 4 พฤษภาคม 2563 โดยมีการเรม่ิ ใช้มาตรการใหค้ นในประเทศกักตวั อยู่ในบา้ น
เป็นเวลาหนึ่งเดือน (a Circuit Breaker or a Semi - Lockdown Period) เพ่ือหยุดการแพร่ระบาดของไวรัส
ภายในประเทศ และในเวลาต่อมา นาย ลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ได้ประกาศการขยายมาตรการ
จ�ำกัดการเคล่ือนไหวทางสังคม (Circuit Breaker Extension) ต่อไปอีก 4 สัปดาห์ จนถึงวันท่ี 1 มิถุนายน 2563
และมีการก�ำหนดมาตรการตัดวงจรเพ่ิมเติมท่ีมีความเข้มงวดยิ่งข้ึน ภายหลังพบว่ามีสถิติของผู้ติดเช้ือในกลุ่มแรงงาน
ต่างชาติเพิ่มมากข้ึน ส่งผลให้สิงคโปร์กลายเป็นประเทศท่ีมีผู้ติดเช้ือสูงท่ีสุดในภูมิภาคอาเซียน ท้ังน้ี รัฐบาล
สิงคโปร์ไม่ได้มีการประกาศใช้นโยบายปิดประเทศ
(Lockdown) แบบเต็มรูปแบบเหมือนประเทศอ่ืน ๆ
ยังคงอนุญาตให้มีการเดินทางเข้าออกประเทศได้
แต่คนที่เดินทางเข้ามาในประเทศสิงคโปร์ต้องถูก
ติดตามควบคุมตามนโยบายและมาตรการที่เข้มงวด
ดังได้กล่าวไปแล้ว พร้อมท้ังการเพ่ิมการตรวจหาเช้ือ
ในวงกว้าง ท�ำให้อัตราส่วนผู้ได้รับการตรวจหาเช้ือ
สูงท่ีสุดในภูมิภาคอาเซียนเช่นเดียวกัน (สิงคโปร์
69,000 คน ต่อประชากร 1,000,000 คน
อัตราส่วนของประเทศไทยเป็น 7,000 คนต่อ
ประชากร 1,000,000 คน : ข้อมูล ณ วันที่ 8 มิถุนายน
2563)

OECJournal 35

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

การจดั การเรยี นรูท้ ่ีบ้าน (Full Home-Based Learning : HBL)

เต็มรูปแบบในสิงคโปร์

สิงคโปร์เริ่มเปล่ียนไปใช้การจัดการเรียนรู้ท่ีบ้านเต็มรูปแบบ (Full Home - Based Learning : HBL)
ตั้งแต่วันท่ี 8 เมษายน 2563 ถึง 4 พฤษภาคม 2563 หลังจากได้ทดลองการจัดการเรียนรู้ที่บ้าน (Home - Based
Learning : HBL) 1 วันต่อสัปดาห์ก่อนหน้า ภายหลังจากรัฐบาลมีประกาศมาตรการจ�ำกัดการเคลื่อนไหวทางสังคม
(Circuit Breaker) ต้ังแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 โดยมีการจัดเรียนการสอนท้ังในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา
อุดมศึกษา และโรงเรียนที่จัดการศึกษาส�ำหรับเด็กท่ีมีความต้องการพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันยังไม่มีการจัดการเรียนรู้
ท่ีบ้านส�ำหรับระดับปฐมวัยหรือ Pre - school ในช่วงแรก อันเนื่องจากศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนเตรียมอนุบาล
ถูกระงับการให้บริการต้ังแต่วันท่ี 8 เมษายน 2563 ท้ังนี้ ภาครัฐยังได้เสนอทางเลือกให้สถาบันการศึกษาเอกชน
สามารถใช้การจัดการเรียนรู้ท่ีบ้าน (Home - Based Learning : HBL) หรือโปรแกรมการเรียนอื่น ๆ ท่ีโรงเรียน
จัดท�ำข้ึนในขณะหยุดเรียน ในขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถปรับหลักสูตร และก�ำหนดรูปแบบ
และโครงร่างการจัดการเรียนการสอนที่ชัดเจนท่ีผสมผสานระหว่างการเรียนแบบเผชิญหน้า (Face to Face)
และการใช้ E - Learning ซ่ึงรวมไปถึงการปรับรูปแบบการประเมินผลหรือการสอบด้วย เช่น มีการยกเลิก
การสอบกลางภาค และการทดสอบระดับชาติท่ีมีการสอบในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี อาจมีการทอดระยะเวลา
ออกไปหากสถานการณ์มีความยืดเยื้อ เป็นต้น ในเบ้ืองต้นมีก�ำหนดเปิดช้ันเรียนทุกระดับตามปกติในวันที่
5 พฤษภาคม 2563 โดยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการพัฒนาสังคมและครอบครัว (MOE - MSF)
จะรับผิดชอบการติดตามสถานการณ์ COVID-19 อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินว่าความเป็นไปได้และความยืดเย้ือ
ของมาตรการต่าง ๆ ทก่ี ำ� หนดไว้

ประสบการณจ์ ากการทดลองจัดการเรียนรู้ทบี่ ้าน (Home - Based Learning : HBL) ช่วงปลายเดือนมีนาคม
2563 ได้ช่วยเตรียมความพร้อมให้กับท้ังผู้เรียน ผู้ปกครอง และครู ในการใช้ชุดการจัดการเรียนรู้ท่ีบ้าน
(Home - Based Learning : HBL) ใหค้ ลอ่ งตัวย่งิ ขนึ้ ในช่วงต้นของการทดลองใช้ดังกล่าว รัฐบาลพบวา่ แมส้ ิงคโปร์
จะเป็นประเทศท่ีได้ชื่อว่าสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และมีผลสัมฤทธ์ิทางการศึกษาสูงที่สุดในภูมิภาค
อาเซียน และระดับโลก จากการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันหลาย ๆ เวที แต่กลับประสบปัญหา
ในการเข้าถึงสื่อการสอนทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ มีปัญหาความเหลื่อมล�้ำในการเข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัล
และการเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั้งที่เป็นประเทศขนาดเล็กท่ีมีความเจริญก้าวหน้าครอบคลุมในทุกพ้ืนที่
ปัญหาการขาดแคลนทุนทรัพย์ที่ช่วยสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลในครอบครัวท่ีมีฐานะทางเศรษฐกิจ
และเชอ้ื ชาตทิ ่ตี ่างกนั และปัญหาการขาดความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนการใหค้ วามรว่ มมอื ของผปู้ กครอง ครูและบุคคล
ท่ีเกย่ี วขอ้ ง ทงั้ ๆ ท่ีสิงคโปรเ์ ป็นประเทศทีถ่ กู จดั ให้อยู่ในกลุม่ ประเทศรายได้สูงมาโดยตลอด สิ่งที่ภาครฐั ไดด้ ำ� เนนิ การ
เพอ่ื แก้ปญั หาความเหลื่อมล้ำ� ทเ่ี กิดข้นึ ในช่วงต้นของการใช้การจดั การเรียนรู้ที่บา้ น (Home - Based Learning : HBL)
ได้แก่ การให้สถานศึกษาส�ำรวจความต้องการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลหรือการเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตของผู้เรียน
จัดหาอุปกรณ์ดิจิทัลท่ีมีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการในการใช้งานให้สถานศึกษา น�ำไปให้ผู้เรียนยืมไปใช้งาน
การคืนเงินค่าเล่าเรียนบางส่วนเพื่อให้ผู้ปกครองน�ำเงินส่วนนั้นไปซื้อสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ผู้เรียนได้ใช้งาน

36 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

การพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของนักเรียนในสิงคโปร์ (SLS) ที่มีอยู่เดิมให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น จัดหาคู่มือ
แนวทางในการจัดการเรียนการสอน และสนับสนุนให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้จริง ท้ังในรูปแบบออนไลน์
และแบบเอกสาร รวมท้ังการให้ความรู้ การสร้างการรับรู้ และการประสานความร่วมมือระหว่างผู้ปกครอง ครู
และบุคลากรอ่ืน ๆ ในโรงเรียนให้เกิดการเรียนรู้ไปด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนที่ส�ำคัญท่ีสุด นอกจากน้ัน ครูและเจ้าหน้าที่
ของโรงเรยี นจะต้องมีการท�ำงานท้งั ทบ่ี ้านและโรงเรยี น เพื่อให้ความชว่ ยเหลือผเู้ รยี นในการเรยี นรู้ หากมปี ัญหาในเร่อื ง
การเรียนรู้ และปัญหาการเช่ือมสัญญาณและการเข้าถึงได้อย่างทันทีทันใด นอกจากน้ัน เจ้าหน้าท่ีจะต้องมี
การประสานงานกับผู้ปกครองในส่วนของการสนับสนุน และส่ือสารกับผู้ปกครองให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ในขณะที่ครูที่สอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ได้ด�ำเนินการปรับแผนการเรียนรู้ให้มีความสอดคล้องกับข้อจ�ำกัด
ของเด็กกลุ่มน้ีด้วย และรัฐบาลยังเห็นถึงความส�ำคัญในการให้การบริการและงบประมาณในการดูแลเด็ก
ในศูนย์เด็กเล็ก หรือก่อนอนุบาลส�ำหรับผู้ปกครองท่ีมีความต้องการและมีความจ�ำเป็นเนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่น
อาทิ บุตรของแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าท่ีของรัฐท่ียังต้องท�ำงานและไม่มีเวลา
แนวทางแก้ปัญหาของสิงคโปร์ในการจัดการเรียนรู้ท่ีบ้าน (Home - Based Learning : HBL) ทั้งในช่วงการทดลอง
และการจัดเต็มรูปแบบเกิดขึ้นภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของหลายกระทรวง เพื่อรับมือกับวิกฤต Covid-19
ที่เรยี กว่า Multi - Ministerial Task Force

ภาครัฐได้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ของนักเรียนในสิงคโปร์ (SLS) ที่มีเนื้อหาสาระวิชาท่ีผู้เรียนจ�ำเป็น
ต้องเรียนรู้ในแต่ละระดับชั้นท่ีต่างกัน ซึ่งผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเพ่ือเข้าไปใช้ได้ ในช่วงของการจัดการเรียนรู้ที่บ้าน
(Full Home - Based Learning : HBL) เต็มรูปแบบในสิงคโปร์ จัดท�ำคู่มือแนวทางในการจัดการเรียนการสอน
และสนับสนุนให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้จริง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และแบบเอกสาร รวมท้ังการให้ความรู้
การสร้างการรับรู้และการประสานความร่วมมือระหว่างผู้ปกครอง ครู และบุคลากรต่าง ๆ ในโรงเรียนท่ีใช้ช่ือว่า
คูม่ ือผปู้ กครอง (Parent Kit) เผยแพรใ่ น Website ของกระทรวงศกึ ษาธิการ https://www.moe.gov.sg/parentkit
ทปี่ ระกอบด้วย

OECJournal 37

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

(1) ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและบ้าน (School - Home Partnership)
เป็นคู่มือเพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและบ้านให้ดีข้ึน โดยแบ่งเป็นประเด็นส�ำคัญ
2 - 3 ประการท่ีผู้ปกครองสามารถท�ำงานร่วมกับโรงเรียนของลูกเพ่ือพัฒนาความร่วมมือ
ในเชิงบวกระหว่างโรงเรียนและบ้าน แนะน�ำส�ำหรับ: ผู้ปกครองของนักเรียนระดับประถมศึกษา
มัธยมศึกษา และอนปุ ริญญา

(2) การใช้ไซเบอร์แบบถูกสุขลักษณะ (Cyber Wellness) เป็นคู่มือ
ท่ีแจ้งให้ทราบถึงความพยายามของกระทรวงศึกษาธิการในการแนะน�ำผู้เรียนให้ใช้อุปกรณ์
อย่างรับผิดชอบ และให้ค�ำแนะน�ำที่ผู้ปกครองสามารถดูแลการใช้ไซเบอร์แบบถูกสุขลักษณะ
และการรหู้ นงั สอื ดจิ ทิ ลั ทบี่ า้ นใหก้ บั ลกู ได้ แนะนำ� สำ� หรบั : ผปู้ กครองของนกั เรยี นระดบั ประถมศกึ ษา
และมัธยมศกึ ษา

(3) การเรียนรู้ท่ีบ้านส่วนที่ 1 (Home - Based Learning : HBL Part 1)
เป็นการจัดการข้อกังวลหลักของผู้ปกครองเกี่ยวกับการเรียนรู้ท่ีบ้าน (HBL) และให้ค�ำแนะน�ำ
เกย่ี วกับวิธีที่ผูป้ กครองสามารถสนับสนนุ การเรียนร้ขู องเด็กจากท่บี า้ นแนะน�ำสำ� หรบั : ผปู้ กครอง
ของนกั เรียน ระดับประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษา และอนปุ ริญญา

(4) การเรียนรู้ท่ีบ้านส่วนท่ี 2 (Home - Based Learning : HBL Part 2)
ในคู่มือผู้ปกครองฉบับน้ีจะอธิบายว่าการเรียนรู้จากที่บ้านแบบเต็มรูปแบบ (Full HBL) คืออะไร
และให้ค�ำแนะน�ำเก่ียวกับวิธีที่ผู้ปกครองสามารถสนับสนุนลูก ๆ ในการสร้างวิถีปกติใหม่
(New Normal) ในชว่ งเวลาน้ี โดยการเน้นใหอ้ ยู่บ้านอยา่ งปลอดภัยและช่วยให้ลูกยังคงยงั อยากรู้
อยากเห็นและอยากเรียนรู้ แนะน�ำส�ำหรับ : ผู้ปกครองของนักเรียนระดับประถมศึกษา
และมัธยมศกึ ษา

(5) การเรียนรู้ที่บ้านส่วนท่ี 3 (Home - Based Learning : HBL Part 3)
ในคู่มือน้ีแสดงความเข้าใจผู้ปกครองเกี่ยวกับภาระในการท�ำงานจากท่ีบ้านและการดูแลลูก
ซึ่งส่งผลให้การเรียนรู้ที่บ้าน (HBL) อาจเป็นเร่ืองยาก Parent Kit ในส่วนนี้จึงเป็นแหล่งข้อมูล
ท่ีชว่ ยใหผ้ ปู้ กครองปรับตวั เขา้ กบั การทำ� งานจากที่บ้าน และ HBL และให้คำ� แนะนำ� ใหผ้ ปู้ กครอง
สามารถดแู ลสุขภาพกาย และความเป็นอยูใ่ นโลกไซเบอรข์ องบุตรหลานได้ในช่วงระยะเวลา HBL
แนะน�ำส�ำหรบั : ผูป้ กครองของนักเรยี นระดับประถมศกึ ษา

(6) การเรยี นรทู้ บี่ า้ นสว่ นท่ี 4 (Home - Based Learning : HBL Part 4) ในคมู่ อื
ผู้ปกครองฉบับน้ีจะมีเคล็ดลับเก่ียวกับวิธีท่ีผู้ปกครองสามารถใส่กรอบการสนทนากับลูกวัยรุ่น
ในเชงิ บวกและสงิ่ ทผ่ี ปู้ กครองสามารถทำ� ได้ เพอื่ นำ� ทางลกู วยั รนุ่ ใหม้ คี วามยดื หยนุ่ ทางจติ ใจและอารมณ์
นอกจากนี้ยังมีหัวข้อเฉพาะส�ำหรับผู้ปกครองพร้อมค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับวิธีดูแลความเป็นอยู่ที่ดี
ของผู้ปกครองเอง แนะน�ำส�ำหรับ : ผู้ปกครองของนักเรียน ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา
และอนปุ รญิ ญา

38 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

(7) อยบู่ า้ นอยา่ งปลอดภยั และอยากเรยี นรตู้ อ่ ไป (ฉบบั แกไ้ ขหลงั ขยายวนั หยดุ ยาว) (Stay Home, Stay
Safe, Stay Curious : School Holiday Edition) เป็นคู่มือผู้ปกครองในส่วนของการให้ค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับวิธี
ท่ีผู้ปกครองสามารถใช้เวลาที่อยู่กับลูกอย่างมีความหมายในช่วงวันหยุดโรงเรียน และวิธีที่ผู้ปกครองสามารถส่งเสริม
ความสมั พนั ธท์ แี่ ขง็ แกรง่ ภายในครอบครวั และสรา้ งความทรงจำ� ใหมใ่ นครอบครวั

การเตรยี มการเพ่ือเตรยี มเปดิ เรยี นของสิงคโปร์

ภายหลงั รฐั บาลสงิ คโปรม์ กี ารประกาศใชม้ าตรการการมรี ะยะหา่ ง
ทางสังคม (Social Distancing หรือ Self - Distancing) ตั้งแต่
วนั ท่ี 27 มนี าคม 2563 จนกระทง่ั วนั ที่ 7 เมษายน 2563 และประกาศใช้
มาตรการจ�ำกัดการเคล่ือนไหวทางสังคม (Circuit Breaker) โดยรอบแรก
ก�ำหนดมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือน ต้ังแต่วันที่ 7 เมษายน 2563
ถึงวันท่ี 4 พฤษภาคม 2563 โดยมีการเร่ิมใช้มาตรการให้คนในประเทศ
กักตัวอยู่ในบ้านเป็นเวลาหนึ่งเดือน (a Circuit Breaker or a Semi -
Lockdown Period) เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสภายในประเทศ
และประกาศการขยายมาตรการจำ� กดั การเคลอ่ื นไหวทางสงั คม (Circuit Breaker
Extension) ตอ่ ไปอกี 4 สปั ดาห์ จนถงึ วนั ที่ 1 มถิ นุ ายน 2563 ส่งผลใหก้ ารเปิดเรยี นของสิงคโปรต์ ามท่กี ำ� หนดไวค้ อื

วันท่ี 2 มิถุนายน 2563 ทั้งน้ี ในการเตรียมการเปิดเรียนในวันดังกล่าว
รัฐบาลสิงคโปร์ได้ก�ำหนดให้โรงเรียนมีการจัดท�ำข้อเสนอมาตรการ
การด�ำเนินการเมื่อเปิดภาคเรียนและมีการทดลองด�ำเนินการ อาทิ
การกำ� หนดใหโ้ รงเรยี นมกี ารสลบั วนั เรยี น การคดั กรองผเู้ รยี นและมาตรการ
การมีระยะห่างทางสังคมในโรงเรียน (Social Distancing หรือ Self -
Distancing) เมอ่ื เวลาเขา้ ออกโรงเรยี น การปฏบิ ตั ติ วั ในหอ้ งเรยี นและพน้ื ท่ี
ต่าง ๆ ในโรงเรียน เช่น ห้องเรียน โรงยิมหรือสนามกีฬา โรงอาหาร
การทำ� ความสะอาดพนื้ ทสี่ ว่ นตวั รวมถงึ มาตรการอนื่ ๆ ทโี่ รงเรยี นจดั ไวใ้ ห้
เช่นการใช้น�ำยาฆ่าเช้ือโรคในการท�ำความสะอาดตามสถานท่ีและอุปกรณ์
ตา่ ง ๆ ในโรงเรยี น เปน็ ตน้ ทงั้ นี้ สงิ คโปรไ์ ดม้ กี ารเปดิ เรยี นไปเมอื่ วนั ท่ี 2 มถิ นุ ายน 2563 ตามทไ่ี ดก้ ำ� หนดไว้ และยงั คงมี
การใชก้ ารจดั การเรยี นรทู้ บ่ี า้ น (Home - Based Learning : HBL) สำ� หรบั ผเู้ รยี นบางสว่ นทม่ี กี ารสลบั วนั เรยี น รวมทงั้
การทำ� กจิ กรรมบางประการในชนั้ เรยี น (ขอ้ มลู วนั ที่ 6 มถิ นุ ายน 2563) และมกี ารกำ� หนดแผนการเปดิ ภาคเรยี นเตม็ รปู แบบ
(นักเรียนไปโรงเรียน ร้อยละ 100) ในสัปดาห์ท่ีสองของการเปิดเรียนและยกเลิกการใช้การจัดการเรียนรู้ท่ีบ้าน
(Full Home - Based Learning : HBL) เตม็ รปู แบบในระยะดงั กลา่ ว

OECJournal 39

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

40 OECJournal

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย
รายการอา้ งองิ

กรงุ เทพธรุ กจิ . (2563, 20 เมษายน). ถอดบทเรยี น ‘5 จุดออ่ น’ ตน้ เหตุสงิ คโปรค์ ุมโควิดไม่อยู่. สืบค้นจาก
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/877031

Anna Jones. (2020, April 10). Coronavirus: Should the World Worry about Singapore’s Virus Surge?.
Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-asia-52232147

EDUCA Podcast. (2563, 7 พฤษภาคม). Home-based Learning สโู้ ควิด19 ฉบับสิงคโปร.์ สบื ค้นจาก
https://www.educathai.com/videos/372

Ministry of Education, Singapore. (2020, March 17). Advisory for Singaporean Students Studying
Overseas. Retrieved from https://www.moe.gov.sg/news/press-releases/advisory-for-
singaporean-students-studying-overseas

________. (2020, March 19). Schools and Kindergartens to Re-Open with
Erenlheaasnecse/dscPhroeoclasu-atniodn-akirnydMeregaasruterenss.-tRoe-rteri-eovpeednf-rwoimth-hetnthpas:n//cwedw-wpr.emcoaeu.tgioonv.asrgy/-nmeewass/uprreesss-

________. (2020, March 24). Joint MOE-MSF Statement on Additional
Pmreocea-mutsiof-nstaartyemMeenats-uorne-sa. dRdeittrioienvaeld-pfrreocmauhtitotpnas:r/y/-wmwewas.muroees .gov.sg/news/press-releases/joint-

________. (2020, March 27). Schools to Implement One Day of Home-Based
Limeaprlnemingenat-Woneee-kd. aRye-torfie-hvoemd efr-obmasehdtt-plesa:/r/nwinwgw-a.-mwoeee.kgov.sg/news/press-releases/schools-to-

________. (2020, April 3). Schools and Institutes of Higher Learning to Shift
StoerFvuiclel sH.oRmeteri-eBvaesdedfroLemarhntitnpgs;:/P/rweswcwho.molosea.gnodv.Ssgtu/ndeewnts/CpareressC-reenletearssesto/scShuospoelsn-adnGde-innestriatul tes-
of-higher-learning-to-shift-to-full-home-based-learning-preschools-and-student-care-centres-
to-suspend-general-services

________. (2020, April 6). Preschool Operators to Provide Fee Offsets During
Circuit Breaker Period. Retrieved from https://www.moe.gov.sg/news/press-
releases/preschool-operators-to-provide-fee-offsets-during-circuit-breaker-period

________. (2020, April 13). Extension of School Meal Subsidies to Students
on MOE Financial Assistance Scheme During Full Home-Based Learning Period.
Retrieved from https://www.moe.gov.sg/news/press-releases/extension-of-school-meal-
subsidies-to-students-on-moe-financial-assistance-scheme-during-full-home-based-
learning-period

_____A__d_ju.s(t20A2c0a,dAepmriilc2C1a).leMnidd-ayre; aInrsHtitoulitdeasyosfBHroiguhgehrtLFeoarrwnianrgdtaosESxcthenodolHs ome-based Learning.
Retrieved from https://www.moe.gov.sg/news/press-releases/mid-year-holidays-brought-
forward-as-schools-adjust-academic-calendar-institutes-of-higher-learning-to-extend-home-
based-learning

________. (2020, May 3). Supporting Students in Financial Need: School
Meal Subsidies to Continue till End of Circuit Breaker Extension. Retrieved from
https://www.moe.gov.sg/news/press-releases/supporting-students-in-financial-need--school-
meal-subsidies-to-continue-till-end-of-circuit-breaker-extension

________. (2020, May 19). Arrangements for Schools and Institutes of Higher
Learning at the End of Circuit Breaker. Retrieved from https://www.moe.gov.sg/news/press-
releases/arrangements-for-schools-and-institutes-of-higher-learning-at-the-end-of-
circuit-breaker

Mrs.OK. (2563, 4 เมษายน). ถอดบทเรียน ‘สงิ คโปร์’ ผู้ปว่ ย Covid-19 พุ่ง เพราะคนสงิ คโปร์แห่กลับประเทศ.
สืบคน้ จาก https://www.brandbuffet.in.th/2020/04/learn-from-singapore-how-to-confront-the-
second-wave-of-covid19-epidemic

The Straits times, Singapore. (2020, April 17). 5 Weak Links in Singapore’s Covid-19 Battle.
Retrieved from https://www.straitstimes.com/singapore/5-weak-links-in-singapores-
covid-19-battle

The Straits times, Singapore. (2020, April 18). How home-based learning shows up inequality in
Singapore - a look at three homes. Retrieved from https://www.straitstimes.com/lifestyle/
how-home-based-learning-hbl-shows-up-inequality-in-singapore-a-look-at-three-homes

OECJournal 41

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย

การศึกษาท่ีตอบโจทย์ ฐิติวรดา แหว้ เพ็ชร
เศรษฐกิจและอาชพี ส�ำนักมาตรฐานการศึกษา

และพฒั นาการเรยี นรู้

ในอนาคต New Normal จึงเป็นเหตุผลท่ีภาคการผลิตและ
ภาคการศึกษาต้องหันมาจับเข่าคุยกันอย่างจริงจัง
เพ่ือขบั เคล่ือนประเทศ
สู่เปา้ หมายแบบไมต่ กเทรนด์ เพื่อร่วมวางแผนขับเคล่ือนเศรษฐกิจของประเทศ
ในระยะยาวดว้ ยการศกึ ษา และมองภาพรวมของประเทศ

เม่ือมองภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทย ว่าต้องการบุคลากรท่ีมีสมรรถนะรูปแบบใด ในสายงาน
ในปัจจุบัน สภาพเศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างต่อเน่ือง หรือสาขาอาชีพอะไรบ้าง เพ่ือสนับสนุนระบบเศรษฐกิจ
บวกกับวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ของประเทศ รวมถึงมองแนวทางการพัฒนาทักษะ
(COVID-19) ท�ำให้หลายบริษัทตลอดจนโรงงานต่าง ๆ ของแรงงานที่มีอยู่หรือการ Re - Skill ซ่ึงรวมไปถึง
ทยอยปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงานอย่างต่อเน่ือง แรงงานสูงวัยท่ีจะกลายเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของโลก
ท้งั บรษิ ทั ทเี่ กีย่ วข้องกับการทอ่ งเทย่ี ว โรงแรม สอ่ื มวลชน เพราะปัจจุบนั โลกกำ� ลงั ก้าวสู่สงั คมสงู วยั
ส�ำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
หลายแขนง และมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจของประเทศไทย
คงยังไม่สามารถพลิกฟื้นกลับมาได้เร็วในเวลาอันส้ัน (TCEB) พ.ศ. 2562 ไดเ้ ผยแพรบ่ ทความ เร่ือง ประชากร
เห็นได้จากการจัดอันดับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบของ สูงวัยและแนวโน้มในอนาคตว่า การเพ่ิมขึ้นของ
COVID-19 โดยบริษัท Tris Rating พ.ศ. 2563 ซึ่งจัด ประชากรผู้สูงอายุท่ัวโลกท�ำให้เกิดระบบเศรษฐกิจใหม่
อันดับโดยใช้รายได้ มูลค่าทรัพย์สิน และสภาพคล่อง ซ่ึงเรียกกันว่าเศรษฐกิจสูงวัย หรือ Silver Economy
เป็นเกณฑ์ พบว่า กลุ่มสาขาที่มีความเสี่ยงท่ีได้รับ ซงึ่ ถอื เปน็ ระบบเศรษฐกจิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั กจิ กรรมทตี่ อบสนอง
ผลกระทบมาก คือ สาขาท่ีเกี่ยวข้องกับการท่องเท่ียว ความตองการและความจ�ำเป็นส�ำหรับผู้สูงอายุเป็นหลัก
หรือสายอาชีพท่ีท�ำงานในสถานท่ีที่เสี่ยงต่อการติดโรค ประชากรกลุ่มน้ีอาจมีเงินออมมากกว่ากลุ่มอายุอื่น ๆ
ได้แก่ สายการบิน โรงแรมโรงภาพยนตร์ รวมถึงสาขา และมักถูกมองว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มที่จะ
ในกจิ กรรมการผลติ ทคี่ าดวา่ ไดร้ บั ผลกระทบจากมาตรการ ใช้จ่ายเพ่ือการพักผ่อน ดูแลความงาม บริการการรักษา
Lock Down จนท�ำให้ไม่สามารถน�ำเข้าวัตถุดิบมาใช้ พยาบาล รวมถึงเลือกซ้ือผลิตภัณฑ์และบริการระดับ
ในการผลิตได้ คือ อิเล็กทรอนิกส์ โลหะ ผลิตรถยนต์ พรีเมียม ดังนั้นแล้วประเทศไทยจึงควรที่จะหันมาผลิต
ชิ้นส่วนยานยนต์และกระดาษ ซึ่งผลกระทบท่ีเกิดข้ึน สนิ คา้ และบริการแบบใหม่ ๆ ที่มุ่งเน้นไปที่ความตอ้ งการ
ของผู้สูงอายุเป็นหลัก โดยผสมผสานนวัตกรรม
สง่ ผลต่อแรงงานจ�ำนวนมาก
ท�ำอย่างไรให้แรงงานและกิจการเหล่านี้สามารถ เทคโนโลยีความคิดสร้างสรรค์และความรู้ความเข้าใจ
ปรบั ตวั และอยไู่ ดใ้ นโลกทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ท่ีตอบสนองกลุ่มประชากรอาวุโส ซึ่งจะกลายเป็นกลุ่ม
จงึ ตอ้ งหนั มามองการศกึ ษาของประเทศทถี่ อื วา่ เปน็ ปจั จยั ผู้บริโภคท่ีมีศักยภาพอันดับต้น ๆ ในตลาดโลก และ
พื้นฐานที่ส�ำคัญในการพัฒนาประเทศ การนั่งเรียน ภาคการศึกษาควรที่จะต้องหันมาให้ความส�ำคัญกับ
ต า ม ห ลั ก สู ต ร ก า ร ศึ ก ษ า ขั้ น พื้ น ฐ า น ห รื อ เรี ย น การเรียนรู้ส�ำหรับผู้สูงวัย เพราะในอนาคตนอกจาก
มหาวิทยาลัย 4 ปี คงไม่ตอบโจทย์วิถีใหม่แบบ ผู้สูงวัยจะเป็นผู้บริโภคแล้ว แรงงานสูงวัยอาจมีเพิ่ม

42 OECJournal

มากข้ึน ดังนั้นแรงงานสูงวัยจ�ำเป็นต้องได้รับการพัฒนา ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย
ทักษะจากการเรียนรู้ด้วยหลักสูตรและเวลาเรียนรู้
ทีเ่ หมาะสม ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ท�ำให้การคาดการณ์
อาชีพเปลี่ยนแปลงไปจากอาชีพที่คาดว่าจะมีอัตราความ
แขทผึน้ี่มนไาป:ภมาใพูลนนทปิธี่ี 1คิพ.แฒัศส.นด2าง0งส1าดั น0สผ–ว่ ู้สน2งู ข0ออ4างย0ปุ (รพะช.ศา.ก2ร5อ5า3ยตุ -ำ่� 2ก5ว8า่ 31)5 ปี และอายุ 60 ปี ตอ้ งการเพมิ่ ข้นึ อยา่ งอาชีพพนักงานเสริ ์ฟ ปจั จบุ ันธรุ กิจ
ร้านอาหารค่อนข้างซบเซา อันเน่ืองมาจากสถานการณ์
ความต้องการของตลาดแรงงาน การแพรร่ ะบาดของเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
ชว่ งปี 2560 - 2564 ท�ำให้พนักงานเสิร์ฟต้องตกงาน เห็นชัดว่าแม้จะมี
ที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์โลก การคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ยังมีปัจจัยอ่ืน ๆ
ที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มหรืออาชีพในอนาคต เช่น
เมื่อกล่าวถึงความต้องการของตลาดแรงงาน โรคระบาด ภยั ธรรมชาติ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ
และแนวโนม้ ทจี่ ะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต สำ� นกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ
ไดศ้ กึ ษาแนวโนม้ ความตอ้ งการแรงงานของตลาดแรงงาน สำ� นกั งานพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ
ในประเทศไทย ช่วงปี 2560 - 2564 พบว่า อาชีพท่ีมี เผยแพร่รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสหนึ่งปี 2563
อัตราการเปล่ียนแปลงของความต้องการแรงงานเพิ่มข้ึน ระบอุ ตั ราการวา่ งงานเพม่ิ ขนึ้ เปน็ รอ้ ยละ 1.03 มผี วู้ า่ งงาน
มากทส่ี ดุ เมอ่ื เทยี บกบั ปี 2559 คอื 1) พนกั งานเสริ ฟ์ อาหาร เกอื บ 4 แสนคน และคาดวา่ ปี 2563 จะมแี รงงานทเี่ สยี่ ง
และเครื่องด่ืม และบาร์เทนเดอร์ จาก 3.48 แสนคน ถูกเลิกจ้าง 8.4 ล้านคน ขณะที่เด็กจบใหม่ท่ีจะเข้าสู่
เปน็ 5.86 แสนคน เพม่ิ ขน้ึ รอ้ ยละ 68.34 2) นกั คณติ ศาสตร์ ตลาดแรงงาน 5.2 แสนคนอาจไม่มีงานท�ำ ประกอบกับ
ประกันภัย และนักสถิติ จาก 1.14 หม่ืนคน เป็น 3.77 องคก์ ารแรงงานระหวา่ งประเทศ (International Labour
หม่นื คน เพ่มิ ขน้ึ ร้อยละ 48.73 3) ตวั แทนการให้บริการ Organization: ILO) ระบุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
ทางธุรกิจ จาก 8.50 หม่ืนคน เป็น 1.26 แสนคน โคโรนา 2019 (COVID-19) อาจสง่ ผลกระทบตอ่ คนรนุ่ ใหม่
เพ่ิมขึ้นร้อยละ 47.86 4) นักวิทยาศาสตร์กายภาพและ “ไปตลอดชีวิตการท�ำงาน” โดยการส�ำรวจล่าสุด พบวา่
นักวทิ ยาศาสตร์พนื้ พภิ พ จาก 2.65 หมนื่ คน เปน็ 3.77 ต้ังแต่ต้นปี 2563 ท่ีผ่านมาคนในช่วงอายุ 15 - 24 ปี
หมื่นคน เพิม่ ข้ึนรอ้ ยละ 42.09 5) กรรมการผจู้ ัดการและ ถูกเลิกจ้างงานเป็นจ�ำนวนมากในหลายประเทศท่ัวโลก
ผ้บู ริหารระดบั สงู จาก 4.75 หมื่นคน เป็น 6.26 หม่ืนคน และเป็นกลุ่มประชากรที่ตกงานมากกว่าคนในวัยอนื่ ๆ
เพิ่มข้ึนร้อยละ 31.89 ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อ
อีกท้ังรายงานผลกระทบของโควิด - 19 ต่อ
สถานการณ์ด้านแรงงานฉบับล่าสุดของไอแอลโอ
เผยแพร่เมื่อวันท่ี 27 พฤษภาคม 2563 ยังช้ีให้เห็นว่า
ก่อนเกิดวิกฤต COVID - 19 ทั่วโลกมีคนรุ่นใหม่ท่ีอายุ
ตำ่� กวา่ 25 ปี ไดร้ บั การจา้ งงานอยรู่ าว 178 ลา้ นคนทวั่ โลก
ส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบท่ีไม่มีหลักประกัน
หากถูกเลกิ จา้ ง โดย 4 ใน 10 ของแรงงานในวัยนที้ ำ� งาน
อย่ใู นกิจการ 4 ประเภทท่จี ัดวา่ ไดร้ ับผลกระทบมากทสี่ ุด
จากการแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
ไดแ้ ก่ กจิ การคา้ สง่ - คา้ ปลกี ซอ่ มรถยนตแ์ ละมอเตอรไ์ ซค์
โรงงาน อสังหาริมทรัพย์และการบริหารธุรกิจ กิจการ
ที่พักอาศัยและร้านอาหาร ดังน้ัน คนรุ่นใหม่ท่ีจะก้าวสู่

OECJournal 43

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย 5. นกั สง่ิ แวดลอ้ ม เมอื่ ไมน่ านมาน้ี นกั วทิ ยาศาสตร์
ท่ีท�ำโครงการพัฒนาพันธุ์พืชท่ีช่วยต่อต้านปรากฏการณ์
ต ล า ด แ ร ง ง า น จึ ง ต ้ อ ง เ ต รี ย ม พ ร ้ อ ม หั น ม า เ รี ย น รู ้ โลกร้อน โดยการดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงดิน
ดูแนวโน้มอาชีพในอนาคต และความต้องการแรงงาน ได้รับรางวัลออสการ์ “Oscars of Science” มูลค่า
เพือ่ พฒั นาทกั ษะของตนเอง 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งโครงการน้ีได้รับการสนับสนุน
จาก Mark Zuckerberg ซอี ีโอ Facebook และ Sergey
แล้วอาชพี ในอนาคตจะเปน็ อยา่ งไร ? Brin ผ้รู ว่ มก่อตั้ง Google การลงทุนในพลงั งานทดแทน
เพื่อต่อต้านวิกฤตการณ์โลกร้อนจะน�ำไปสู่การสร้าง
เว็บไซต์ข่าว Huffpost ของต่างประเทศเผยแพร่ ตำ� แหน่งงานใหม่กว่า 20 ลา้ นงาน
บทความ เรอ่ื ง These will be the Most in Demand
Jobs in 2030 (https://sumrej.com) เป็นบทความ ทางด้าน Krungsri Guru ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
จากนกั วจิ ยั คาดการณ์ 5 อาชพี ทจี่ ะมาแรงในปี ค.ศ. 2030 (https://www.krungsri.com) เปิดเผยข้อมูลท่ีถูก
(พ.ศ. 2573) 5 อาชพี ดงั กล่าว คอื ส�ำรวจผ่านแบบส�ำรวจทางสังคมออนไลน์ หรือ Social
Network อาชพี ที่จะมาแรงในอกี 10 ปขี ้างหน้า คือ
1. อาชีพครู งานวิจัยหนึ่งจากองค์กร The
McKinsey Global Institute คาดเดาว่าภายในปี 2030 1. นกั การตลาดออนไลน์ ทุกวันนผี้ คู้ นใชโ้ ทรศัพท์
น้ัน “การท�ำงานที่ต้องอาศัยปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ (ครู) มือถือเช็คข้อมูลข่าวสารแทบจะทุกวินาที สิ่งท่ีติดตาม
จะเป็นท่ีต้องการมากข้ึน ตรงกันข้ามกับงานท่ีต้อง มากับข้อมูล คือ โฆษณา ที่นักการตลาดออนไลน์
ประมวลผลข้อมูล (นักบัญชี)” เพราะว่าระบบอัตโนมัติ เป็นผู้ออกแบบ ผลิตโฆษณาแบบเนียน ๆ ท�ำให้ต้อง
(AI & Bot) จะเข้ามาแทนที่งานของพวกนักวิเคราะห์ ควักเงินซื้อสินค้า หรือบริการที่นักการตลาดต้องการ
ข้อมูลและการเงนิ มากขน้ึ เร่อื ย ๆ สอื่ สารใหผ้ รู้ บั ขอ้ มลู ไดร้ บั รถู้ งึ เรอ่ื งราวของผลติ ภณั ฑต์ า่ ง ๆ

2. อาชีพผู้จัดการ “Soft Skills” หรือ ทักษะ 2. นักเขียน Application ถ้าในอดีตนักเขียน
ดา้ นอารมณ์ เชน่ การจดั การบคุ ลากรอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์คงเป็นที่นิยม แต่ในปัจจุบัน
จะเปน็ ทีต่ อ้ งการมากขึ้น และอนาคตอาชีพท่ีจะมาแรงคงหนีไม่พ้นนักออกแบบ
เขียนโปรแกรม Application บนมือถือ Smart Phone
3. อาชีพดูแลผู้สูงอายุ ท่ัวโลกก�ำลังเข้าสู่สังคม เน่ืองจากผู้คนในยุคข้อมูลข่าวสารต้องการเสพข้อมูล
ของผู้สูงอายุ ธุรกิจการดูแลสุขภาพที่บ้าน (Home ท่ีดูง่าย มีการจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ ค้นหาง่าย
Healthcare) จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว “ภายในปี อ่านง่าย สบายตา หรือแม้แต่ Application ท่ีช่วย
2030 ประชากรที่มีอายุเกิน 65 ปี จะเพ่ิมมากขึ้น อ�ำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่จ�ำเป็น
อย่างนอ้ ย 300 ล้านคนท่วั โลก” อยา่ งยงิ่ ในอนาคตอนั ใกล้

4. ที่ปรึกษาด้านไอที เป็นที่รู้กันดีว่า ในอนาคต 3. เจ้าของ Start Up กิจกรรมท่ีมาแรงในยุคน้ี
เทคโนโลยีประเภทปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และ ไม่มีใครปฏิเสธว่าเหล่า Start Up นั้นเป็นท่ีนิยมกันมาก
Big Data จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ซ่ึงท�ำให้ต�ำแหน่ง วัยรุ่นหลายคนมีฝันใหญ่อยากประสบความส�ำเร็จต้ังแต่
ทป่ี รกึ ษาดา้ นไอทมี คี วามตอ้ งการมากยง่ิ ขน้ึ ทงั้ ภายในและ
ภายนอกองค์กรมากกว่า 20 - 50 ลา้ นต�ำแหนง่ ทวั่ โลก

44 OECJournal

อายุยังน้อย เป็นอายุน้อยร้อยล้าน ต่างก็ตบเท้าเข้ามา ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย
ลองเชิงท�ำธุรกิจ Start Up และแน่นอนที่สุดว่าเทรนด์
ของ Start Up เพิง่ จะเริ่มตน้ ตลาดออนไลน์ ส่ือออนไลน์ Social Media รูปแบบ
ต่าง ๆ ทีบ่ รษิ ทั ใหญ่ ๆ จะใชโ้ ฆษณาประชาสมั พันธ์สนิ คา้
4. นกั บรหิ ารความสมั พนั ธ์ ในยคุ น้คี นเรามักจะ ของตนเอง ตลอดจนข้อมูลในลักษณะของ Big Data
ขัดแย้งกันบ่อยจากการโพสต์ต่อว่ากันไปมาบนส่ือ ที่บริษัทใหญ่ ๆ ต้องใช้ในการวิเคราะห์ความเป็นไป
ออนไลน์ต่าง ๆ บางครั้งกระทบกับสินค้า หรือบริการ ของกิจการ ดังน้ัน ผู้ดูแลเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์
ของบริษัทใหญ่ ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ขนาดใหญจ่ ึงมคี วามจ�ำเป็นสงู
เนื่องจากหากบริษัทเหล่านั้นช้ีแจงด้วยตนเอง อาจท�ำให้
คนท่ีรับข้อมูลรู้สึกไม่เช่ือถือ ท�ำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นมา แม้อาชีพในอนาคตจะมีการเปล่ียนแปลงไป
นักบริหารความสัมพันธ์ โดยคนกลุ่มน้ีอาจเป็น แต่การศึกษายังคงเป็นปัจจัยส�ำคัญที่จะขับเคล่ือน
บล็อกเกอร์ หรือ Influencer เก่ง ๆ ท่ีมีคนติดตาม ประเทศ และเศรษฐกิจให้ก้าวต่อไป ให้สามารถแข่งขัน
จำ� นวนมาก เมอ่ื โพสตข์ อ้ ความลงสอื่ ออนไลนจ์ ะมนี ำ้� หนกั กับต่างประเทศได้ การศึกษาจะต้องผลิตและพัฒนา
มากกวา่ ท่เี จา้ ของผลิตภัณฑ์เปน็ ผโู้ พสต์เอง ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศท้ังวัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่
และวยั สงู อายุ ใหเ้ ปน็ ทรพั ยากรทม่ี คี ณุ ภาพ ประสทิ ธภิ าพ
5. กูรูออนไลน์ ในยุคน้ีข้อมูลข่าวสารเป็นเรื่องท่ี ตรงตามความต้องการของภาครัฐ เอกชน และ
ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ แต่ข้อมูลดิบท่ีไม่ได้ผ่านการคิด ภาคอตุ สาหกรรม ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งสรา้ งใหก้ ารเรยี นรทู้ ไี่ มห่ ยดุ
วิเคราะห์ แยกแยะออกเป็นส่วน ๆ หรือไม่ได้ผ่าน ท่ีการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่การเรียนรู้ต้องเกิดขึ้นได้ทุกที่
การย่อยให้เข้าใจง่าย ๆ ก็จะไม่ได้รับความนิยม ส�ำหรับ ทุกเวลา โดยมีเทคโนโลยีเป็นผู้ช่วยทางการเรียนรู้ท่ีต้อง
คนที่คิดจะพัฒนาตัวเอง มักจะเลือกอ่านข้อมูลท่ีถูกย่อย มีระบบสนับสนุน เช่น ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
มาเปน็ อย่างดี เข้าใจง่าย ไม่ซบั ซอ้ น น่นั จงึ เกดิ อาชพี ใหม่ ความเรว็ สงู สามารถเขา้ ถงึ ไดท้ กุ พนื้ ที่ อปุ กรณใ์ นการเขา้ ถงึ
คือ กรู อู อนไลน์ ข้อมูลอย่างสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ค�ำถามที่เกิดข้ึน คือ
แล้วอีก 10 ปีข้างหน้า โลกของการศึกษาและเรียนรู้
6. นักการตลาดอสังหาริมทรัพย์ อีกเมกะ จะเปน็ อยา่ งไร จะเปลยี่ นแปลงไปจากเดมิ มากนอ้ ยแคไ่ หน
เทรนด์ที่ก�ำลังจะเกิดข้ึนในบ้านเราก็คือ รถไฟฟ้าสาย
สีต่าง ๆ จะก�ำเนิดเกิดขึ้นอย่างมากมาย และรวดเร็ว อกี 10 ปขี า้ งหน้า โลกของการศึกษา
ท�ำให้มีการพลิกหน้าดินใหม่ ๆ เพ่ิมก่อสร้าง
คอนโดมิเนียมริมรถไฟฟ้า ติดสถานีรถไฟฟ้า และ และเรยี นรูจ้ ะเป็นอย่างไร
แ น ่ น อ น ท่ี สุ ด ว ่ า มี ข อ ง จ ะ ข า ย ม า ก ม า ย ด ้ ว ย เ ห ตุ น้ี
จึงต้องการนักการตลาดมาโปรโมทสินค้า โดยเฉพาะ งานวิจัยของ Holon IQ หน่วยงานเก่ียวกับ
อสังหาริมทรัพย์ ประเภทคอนโดมิเนยี ม แพลตฟอร์มข้อมูลเทรนด์และงานวิจัยทางการศึกษา
ระดับโลก เผย 5 ความเป็นไปได้ท่ีจะเกิดข้ึนในโลกแห่ง
7. ผู้ดูแลเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ อาชีพนี้ การศึกษาในยุค 2030 (www.disruptignite.com)
จะคอยสนบั สนุน หรือ Support ทุกอาชีพที่เกย่ี วขอ้ งกบั โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากการใช้ Machine Learning
ดึงข้อมูล 5,000 จุด จากแหล่งข่าวชั้นน�ำทั่วโลก
ผนวกกับการสัมภาษณ์ผู้เช่ียวชาญจากหน่วยงาน
ที่ท�ำงานวิจัยการศึกษาอย่าง World Bank OECD
และ UNESCO ผลการวเิ คราะห์ พบว่า 5 ความเป็นไปได้
คือ

OECJournal 45

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย ความท้าทายในรูปแบบท่ีคล้ายคลึงกัน จึงมองว่า
การร่วมมือกันในระดับภูมิภาคและแก้ปัญหาร่วมกัน
1. Education as Usual ในรปู แบบความเป็น เปน็ ทางทไ่ี ดผ้ ลดที สี่ ดุ แทนทจี่ ะใหแ้ ตล่ ะประเทศแยกยา้ ยกนั
ไปได้แบบ Status Quo นี้ สถาบันการศึกษาจะยังคง ไปหาวธิ รี บั มือกบั ปัญหาของตนเอง เช่น ไทย อนิ โดนเี ซีย
เป็นแหล่งหลักในการเรียนรู้เหมือนดังเช่นทุกวันน้ี แต่ก็ และประเทศอ่ืน ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีปัญหา
ต้องเผชิญความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เรื่องความเหลื่อมล�้ำในการศึกษาและความยากจน
ประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย และการที่ต้อง Re – Skill ในรปู แบบที่คลา้ ยคลงึ กัน
สาขาอาชีพเสยี่ งตกงานตามความตอ้ งการทเ่ี ปลย่ี นแปลง
ไปในตลาดแรงงาน ซึ่งถ้าวิเคราะห์จากสถานการณ์ สิ่ ง ที่ จ ะ เ กิ ด ขึ้ น ใ น ภ า ค ก า ร ศึ ก ษ า ใ น ก ร ณี น้ี
ปัจจุบันแล้ว จะเห็นได้ว่าสถาบันการศึกษาหลายแห่ง คือ การท่ีสถาบันการศึกษาในภูมิภาคร่วมมือกัน
ปรับตัวตามเทรนด์ไม่ทัน จึงมีการคาดการณ์ว่าจะมี ปรบั หลกั สูตร แบ่งปันข้อมลู กนั ร่วมกนั พัฒนามาตรฐาน
สถาบนั หลายแหง่ ทต่ี อ้ งปดิ ตัวไปในอนาคต การอบรมครูให้เป็นสากล จนสามารถท�ำโปรแกรม
Exchange ครูหรือการแลกเปลี่ยนครู เพื่อให้ครู 1 คน
ในทางตรงกันข้ามจะมีสถาบันรูปแบบใหม่ ๆ สามารถสอนได้ในหลายประเทศแบบหมุนเวียน ซ่ึงครู
เกดิ ขนึ้ ทเี่ ปน็ สถาบนั การเรยี นรทู้ เี่ นน้ ทกั ษะอาชพี โดยเฉพาะ ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสังคมสูงวัย
อาจเป็นในรูปแบบของการร่วมมือกับบริษัทต่าง ๆ หรือ ก็สามารถท�ำงานได้ ด้วยการไปสอนนักเรียนในกลุ่ม
ภาคเอกชน เพ่ือสร้างหลักสูตรท่ีเน้นทักษะที่น�ำไปใช้ ประเทศกำ� ลงั พฒั นาทข่ี าดแคลนครู โดยเฉพาะการเตบิ โต
ในการทำ� งานไดจ้ รงิ ไมเ่ นน้ ทฤษฎี จบหลกั สตู รกส็ มคั รงาน ของประเทศก�ำลังพัฒนาในแถบเอเชีย ตะวันออกกลาง
ต�ำแหน่งนั้น ๆ ได้เลย การเรียนน้ีไม่ได้จ�ำกัดแค่นิสิต และแอฟริกา นอกจากการแลกเปล่ียนครูแล้ว จะเกิด
นักศึกษา แต่คนทั่วไปที่ต้องการเปลี่ยนสายงานหรือ การแลกเปลี่ยนนักเรียนและคนท�ำงานเพ่ิมมากขึ้นด้วย
Re – Skill ตวั เอง ก็สามารถมาเรยี นได้ ความร่วมมือระหว่างประเทศ เพ่ือพัฒนาเศรษฐกิจ
และปอ้ งกนั ภาวะสมองไหล คนเกง่ ๆ ไปทำ� งานในประเทศ
อีกเทรนด์หน่ึงที่น่าจะเกิดข้ึน คือ เกิดการ ตะวันตกจนหมด โดยการสร้างโอกาสในการท�ำงาน
จ้างงานข้ามประเทศกันมากข้ึนในรูปแบบการท�ำงาน ท่นี า่ ดงึ ดูดในภูมภิ าคของตนเอง
ออนไลน์ เนื่องจากหลายประเทศจะเข้าสู่สังคมสูงวัย
แบบเตม็ ตวั จะประสบภาวะขาดแคลนแรงงาน ในขณะท่ี การเรียนรู้ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยจะยังคง
หลายประเทศในกลุ่มก�ำลังพัฒนาเองก็จะกลายมาเป็น เป็นโครงสร้างแบบเดิม แต่เพ่ิมรูปแบบ Blended
แหลง่ พฒั นาแรงงานมฝี ีมือ ดังน้นั การเรยี นภาษาองั กฤษ Learning หรือการเรียนรู้แบบผสมผสาน โดยใช้
เพ่ือการท�ำงานยังคงมีความส�ำคัญอยู่ การจ้างงาน เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เป็นการเรียนออนไลน์แต่เรียน
ออนไลน์ข้ามประเทศมักมีปัญหาเรื่องความน่าเช่ือถือ ในห้องเรียน ผู้สอนเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษระดับภูมิภาค
เทคโนโลยี Blockchain เองก็จะเข้ามามีบทบาท โดยใหเ้ ดก็ หลาย ๆ ประเทศเขา้ มาเรยี นออนไลนพ์ รอ้ มกนั
ในการช่วยยืนยันตัวตน ตรวจสอบประวัติการศึกษา โดยมีครูประจ�ำห้องเรยี นเป็นผู้ช่วยดแู ล
และการรกั ษาความปลอดภัยของขอ้ มูล
3. Global Giants ในรูปแบบน้ี เทคโนโลยีและ
2. Regional Rising ในรูปแบบน้ี เป็นการ ความร่วมมือระหว่างภูมิภาคจะเช่ือมต่อโลกท้ังใบ
คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะเตบิ โตในรูปแบบกลมุ่ ประเทศ เข้าด้วยกัน เป็นปัจจัยส่งเสริมให้บริษัทที่เป็นผู้น�ำตลาด
มีการร่วมมือกันอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาคต่าง ๆ จุดที่
น่าสนใจ คือ ประเทศต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาคมักประสบ

46 OECJournal

เข้าถึงผู้ใช้จ�ำนวนมหาศาลท่ัวโลก ผู้เล่นรายย่อยแข่งขัน ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย
ในตลาดได้ยากด้วยทรัพยากรที่จ�ำกัดกว่า เทรนด์น้ี
เหน็ ไดช้ ดั ในสภาพตลาดการศกึ ษาปจั จบุ นั ทผ่ี เู้ ลน่ รายใหญ่ Rating ของผู้สอนซึ่งถูกโหวตในระบบเปิดและการออก
กินสว่ นแบง่ ตลาดเหนือกวา่ รายยอ่ ยหลายเท่าตัว ใบรับรองแบบใหม่ ๆ เป็นการกระจายการเรียนรู้แบบ
กว้างขึ้น เพราะผู้สอนเป็นใครก็ได้ที่มีทักษะและ
เ ท ค โ น โ ล ยี ก า ร ศึ ก ษ า มี ค ว า ม ส� ำ คั ญ ม า ก ใ น ประสบการณ์ในสายอาชีพนั้น ไม่จ�ำเป็นต้องมาจาก
การเจาะตลาดโลก มีการคาดการณ์ว่าตลาดการศึกษา สถาบันแบบดั้งเดิม การเรียนการสอนจะถูกโยกจาก
จะมีขนาด 10 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ ภายในปี 2030 ระดบั สถาบันมาเปน็ ระดบั บุคคล
ตลาดท่ีจะเติบโตมากที่สุด คือ ในทวีปเอเชีย แอฟริกา
และลาตินอเมริกา ซ่ึงเป็นกลุ่มที่มีประชากรจ�ำนวนมาก การใช้สมาร์ตโฟนผสานกับบทเรียนขนาดสั้น
และล้วนใช้สมาร์ตโฟนเป็นหลัก ผู้เล่นรายใหญ่จะเริ่ม Micro - Learning จะท�ำให้การเรียนรู้กลายมาเป็น
ทยอยซ้ือกิจการ EdTech รายย่อย จนในท่ีสุดผู้เล่น ส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจ�ำวัน ท�ำให้ผู้เรียนมี
รายใหญ่จะสามารถให้บริการที่ครอบคลุมทุกส่วน ทางเลือกใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น แทนท่ีจะต้องไปนั่งเรียน
ของการเรียนรู้เช่ือมโยงกัน ทั้งคอร์สเรียน แพลตฟอร์ม ทุกอย่างในหลักสูตร แต่สามารถแตกย่อยเลือกเรียน
วิเคราะห์ข้อมูลการเรียน การวัดผล การส่ือสาร แค่หัวข้อที่ต้องใช้ในการท�ำงาน ผู้เรียนสามารถเลือก
และการรายงานผลการเรยี น และมกี ารรว่ มมอื กนั ระหวา่ ง เรยี นแบบเกบ็ สะสมตาม Module ยอ่ ยจากหลาย ๆ ผสู้ อนได้
ผู้เล่นรายใหญ่กับบริษัทช้ันน�ำ เพ่ือสร้าง Solution
การเรยี นรทู้ ต่ี อบโจทยท์ กั ษะการทำ� งาน บางมหาวทิ ยาลยั จุดนี้จะกดดันให้สถาบันการศึกษาต้องปรับ
อาจไดร้ บั ผลกระทบอยา่ งหนกั อาจตอ้ งหาทางรว่ มมอื กนั โครงสร้างหลักสูตรให้เป็นหน่วยย่อยมากข้ึน การเรียน
เป็นกลุ่มใหญ่ แต่กลุ่มมหาวิทยาลัยชื่อดังท่ีปรับตัวทัน ปริญญาตรีอาจมีทางเลือกใหม่ สามารถทยอยเรียน
กจ็ ะได้เปรียบมาก หน่วยย่อยสะสมไปและท�ำงานไปด้วยได้ ซ่ึงข้อมูล
การเรยี นนจ้ี ะถกู เกบ็ สะสมบน Blockchain
หากเทคโนโลยเี ขา้ มามบี ทบาทมากขน้ึ แลว้ ยง่ิ เปน็
Solution คณุ ภาพระดบั โลก การพฒั นาการเรยี นการสอน 5. Robo Revolution รูปแบบนี้มีสมมติฐาน
ก็จะเป็นแบบ Data - Driven และ Personalized คือ ถ้าหาก AI มีการพัฒนาไปก้าวไกลและได้น�ำมาใช้
มากข้ึน เพราะมีจุดข้อมูลท่ีไม่เคยมีมาก่อน เช่น ข้อมูล ทดแทนต�ำแหน่งงานบางส่วนแล้ว ภาพรวมเศรฐกิจโลก
การเรียนแบบ Real - Time ส่งให้พ่อแม่และคุณครู จะเติบโตอย่างก้าวไกลด้วยต้นทุนที่ลดลงและผลิตผล
ทำ� ใหช้ ่วยสอนได้ถกู จดุ ที่เพ่ิมขึ้น ผู้คนไม่ต้องท�ำงานซ้�ำซากจ�ำเจซ่ึงจะใช้หุ่นยนต์
ท�ำงานเหล่านี้แทนได้ แต่คนจะเปลย่ี นมาเน้นการทำ� งาน
4. Peer to Peer รูปแบบน้ีจะเป็นไปได้ถ้า ท่ีต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความสัมพันธ์ระหว่าง
หากว่าการเรียนรูซ้ ึ่งกันและกันแบบ 1 - 1 ระหว่างบคุ คล มนุษย์แทน
Peer - to - Peer ได้รับการยอมรับแบบกว้างขวาง
ภายในปี 2030 ซึง่ เป็นไปไดว้ ่าเทคโนโลยไี ดเ้ ชอื่ มตอ่ ผู้คน การศึกษา AI จะเข้ามามบี ทบาทอยา่ งมากเชน่ กัน
เข้าด้วยกันแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะมีราคาถูกลง ท�ำให้ แต่แบบที่ได้ผลดีท่ีสุดยังคงต้องเป็นการผสมผสาน
เข้าถึงได้กว้างขึ้น รูปแบบน้ีเหมาะกับการเรียนรู้ทักษะ ระหว่างระบบอัตโนมัติกับความใส่ใจของคุณครู
การท�ำงานของผู้ใหญ่มาก จะมีการรับรองคุณภาพด้วย เพราะการเรียนรู้ของคนไม่ใช่การเขียนโค้ดระบบส่ังการ
เหมือนหุ่นยนต์ คาดการณ์ว่า การเรียนรู้จะเป็นแบบ
Personalized ปรับให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคนมาก
ที่สดุ โดยเรยี นผา่ นระบบ ทกุ คนสามารถเขา้ ถงึ การเรียน

OECJournal 47

ว า ร ส า ร ก า ร ศึ ก ษ า ไ ท ย ล่วงหน้าแล้วกต็ าม การเปลี่ยนแปลงครั้งน้อี าจเปลยี่ นวถิ ี
ชีวิตผู้คนไปตลอดกาล รวมทั้งการศึกษาก็จะถูก
ที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน นักเรียนแต่ละคนจะได้เรียน ปรับเปลี่ยนรูปแบบ อาทิ การเรียนรู้แบบทยอยเรียน
บทเรียนท่ีต่างกันตามระดับความรู้ความเข้าใจของ เป็นหน่วยย่อย เพื่อสะสมหน่วยกิตบน Blockchain
แตล่ ะคน ครอู าจตอ้ งเปลย่ี นบทบาทจากผสู้ อนมาเปน็ ผดู้ แู ล ห้องเรยี นแบบใหมท่ ผ่ี สมผสานเทคโนโลยี ครตู ้องเปลยี่ น
ให้ค�ำแนะน�ำ ท�ำให้ครูมีเวลาและมีข้อมูล ซ่ึงจะช่วยให้ บทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้ดูแลให้ค�ำแนะน�ำ การเรียนรู้
คุณครูสามารถให้ก�ำลังใจนักเรียน ส่งเสริมการเรียนรู้ จะเปิดกว้างไร้พรหมแดน เพราะโลกออนไลน์จะสร้าง
สอนเพ่ิมเติมในจุดท่ีต้องการความช่วยเหลือ ดูแล ห้องเรียนขนาดใหญ่ โดยมีผู้สอนเป็นผู้เช่ียวชาญพิเศษ
เอาใจใสน่ กั เรยี นแตล่ ะคนทม่ี คี วามตอ้ งการทแ่ี ตกตา่ งกนั   จากทั่วทุกมุมโลก และเด็ก ๆ จากหลายประเทศจะได้
เรียนพรอ้ มกัน
รูปแบบการเรียนรู้ของผู้ใหญ่จะเปล่ียนมาใช้
รูปแบบน้ีเช่นกัน คือ เรียนผ่านระบบ แต่มี Career สอดคลอ้ งกบั ความคดิ เหน็ ของ ศาสตราจารยค์ ลนิ กิ
Coach คอยช่วย คนวัยท�ำงานหลายคนอาจต้องตกงาน เกียรติคุณ นายแพทย์ อุดม คชินทร ในรายการเจาะใจ
จากหนุ่ ยนตก์ จ็ รงิ แตก่ ค็ าดการณว์ า่ จะมอี าชพี แบบใหม่ ๆ พ.ศ. 2562 (https://www.facebook.com/watch/
เกิดข้ึนเช่นกัน ตราบใดที่พยายาม Re – Skill ตัวเอง ?t=125&v=1052594585078706) ประเด็น
ก็สามารถคว้าโอกาสใหม่ ๆ ได้ และระบบการเรียน การเรียนยุคใหม่ต้องข้ามศาสตร์ถึงจะรอดได้ ซึ่งกล่าวว่า
แบบนี้นี่เองที่จะเข้ามาช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ ในช่วง 10 ปีท่ีผ่านมา มหาวิทยาลัยในอเมริกาปิดตัวลง
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพมากข้ึน ประมาณ 500 แห่ง เพราะไม่ตอบโจทย์ผู้เรียน
ประกอบกับประชากรวัยเดก็ ลดลง เด็กทเ่ี รียนจบไฮสคลู
ส�ำหรับระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา AI หรือระดับมัธยมศึกษาจะไม่เข้าเรียนต่อในระดับ
อาจมาในรูปแบบผู้ช่วยคุณครูอัจฉริยะ ช่วยลดงาน มหาวิทยาลัย เพราะเด็กต้องการเวลาค้นหาตัวตน
เอกสารของคุณครู เช่น การเตรียมการสอน การเช็คชื่อ ของตนเอง เดก็ รนุ่ ใหมไ่ มต่ อ้ งการเรยี นมหาวทิ ยาลยั นานถงึ
การวัดและประเมินผลการเรียน มีระบบอัจฉริยะ 4 ปี แตต่ อ้ งการเรยี นแบบใช้เวลาไม่นานและไดป้ ระโยชน์
คอยอปั เดตสถานะและแจง้ เตอื นคณุ ครหู ากมเี ดก็ คนไหน น�ำไปใช้ในชีวิตจริงได้ ซึ่งประเทศไทยก็จะเจอปัญหา
นา่ เป็นห่วง ท�ำใหค้ ณุ ครมู ีเวลามากข้ึนในการทำ� กิจกรรม รูปแบบเดียวกับสหรัฐอเมริกา ดังน้ัน มหาวิทยาลัย
กับเด็ก ๆ และให้ความใสใ่ จแบบใกลช้ ดิ ไดม้ ากข้ึน  จะต้องปรับตัว การสอนเพียงแค่ศาสตร์เดียวอาจไม่
ตอบโจทยแ์ ละเพยี งพอ จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งผสมผสานทกุ ศาสตร์
ทงั้ นี้ 5 รปู แบบดงั กลา่ ว เปน็ เพยี งการคาดการณ์ ในหลกั สูตร
จากฐานข้อมูลทั่วโลกที่มีในปัจจุบัน จากการวิเคราะห์
ของ Holon IQ คาดวา่ ส่ิงท่นี ่าจะเปน็ ไปไดม้ ากทส่ี ุด คือ ดังนั้น หลักสูตร ควรเป็นหลักสูตรท่ีเน้นทักษะ
การผสมผสานระหว่างรูปแบบต่าง ๆ และในแต่ละ ท่ีสามารถน�ำไปใช้ในการท�ำงานได้จริง เป็นหลักสูตร
ภูมิภาคจะปรับใช้รูปแบบท่ีต่างกันขึ้นอยู่กับโครงสร้าง แบบยืดหยุ่นหรอื รวมหลาย ๆ ศาสตรเ์ ข้าดว้ ยกนั เพ่ือให้
ประชากร สภาพเศรษฐกจิ และสงั คม ผเู้ รยี นสามารถปรบั ใชไ้ ดท้ งั้ การทำ� งานและชวี ติ ประจำ� วนั
โดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยีที่ทุกอาชีพต้องใช้
บทสรุป เปิดหลักสูตรเพ่ือการประกอบอาชีพ การเพิ่มทักษะ
Up – Skill / Re – Skill แบบ Short Course เพิ่ม
สถานการณ์ COVID-19 เปน็ ตวั เรง่ ปฏกิ ริ ยิ าทท่ี ำ� ให้
เราได้เห็นภาพในอนาคตเร็วข้ึนทั้งเรื่องของความร่วมมือ
แนวโน้มเศรษฐกิจ การศึกษา และการเปลี่ยนแปลงทาง
อาชีพท่ีเกิดข้ึนอย่างรวดเร็วแม้จะมีการคาดการณ์ไว้

48 OECJournal


Click to View FlipBook Version