The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pornpan.dmsu, 2020-05-14 04:19:50

ทักษะวิทยาศาสตร์ 1

เอกสารประกอบการสอน

เอกสารประกอบการสอนวิชาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 51

เพลต (hot plate) หรอื เตาไฟฟา้ โดยตรง เพราะถ้า ตัวทาละลายหกหรอื เดือดลน้ ออกมาจากภาชนะจะเกิด
การลุกไหมไ้ ด้ทันที

ข้อปฏบิ ัติหลงั ทาการทดลองเสร็จ
1. กาจัดของเสยี ทีเ่ กดิ ข้นึ ตามคาแนะนาทีร่ ะบุไวใ้ นการทดลอง หลกั เกณฑ์ทวั่ ไปคือ ของเสยี ที่เปน็

สารละลายในน้า หรอื ในตวั ทาละลายทีร่ วมเป็นเนื้อเดียวกับนา้ และมปี รมิ าณเลก็ น้อย (3-10 มลิ ลิลิตร) ไม่มี
เกลอื โลหะหนกั สารประกอบ ไซยาไนด์ เกลอื ไนเทรต หรอื สารอนั ตรายอืน่ ๆ ให้เทลงท่อนา้ ทิง้ ได้เลยโดยต้อง
เปดิ นา้ ตามปรมิ าณมากเปน็ เวลา 1-2 นาที สารละลายกรดและสารละลายเบสท่ีมีความเขม้ ข้นมากกวา่ 10%
ตอ้ งทาใหเ้ ป็นกลางกอ่ น แล้วจึงเทลงท่อน้าทิง้ และเปิดน้าตาม ปริมาณมากได้ ของเสียบางอยา่ งต้องบาบัดก่อน
เทลงท่อนา้ ทง้ิ ซ่งึ ตอ้ งศกึ ษาหาวธิ ีการไว้ลว่ งหนา้ แลว้ แต่บางอยา่ งเทลงท่อนา้ ทงิ้ ไม่ไดเ้ ลย เช่น ตวั ทาละลาย
อินทรยี ท์ ่ีมีแฮโลเจน สารละลายหรอื ของผสมที่มีเกลือของโลหะหนักหรอื สารเปน็ พิษ ใหเ้ ทใน ภาชนะท่จี ดั แยก
ไว้สาหรับเก็บของเสียแตล่ ะประเภท เพื่อรวบรวมและนาสง่ ไปกาจัดต่อไป

2. ตอ้ งล้างเครื่องแกว้ ให้สะอาด เพราะนอกจากเป็นการเตรียมความพร้อมสาหรบั การทดลองครง้ั
ตอ่ ไปแลว้ ยังเปน็ การลดโอกาสการเกิดอันตรายจากปฏิกริ ิยารนุ แรงทีอ่ าจเกดิ จากสารเคมีท่หี ลงเหลืออยใู่ น
เครอื่ งแก้วเหล่านน้ั และควรเก็บ เครอ่ื งแก้วทล่ี ้างสะอาดแลว้ และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เรยี บรอ้ ย

3. ต้องเช็ดโต๊ะปฏบิ ัติการใหส้ ะอาดก่อนออกจากหอ้ งปฏิบัติการ เพื่อใหแ้ นใ่ จว่าไม่มสี ารเคมใี ดตกค้าง
อยู่ อันอาจเป็น อันตรายตอ่ ผู้อื่นทจี่ ะมาทาการทดลองต่อไป

4. ตรวจดวู า่ ไดถ้ อดปล๊ักไฟ ปดิ วาลว์ น้า และเกบ็ อุปกรณ์เคร่อื งมือทั้งหมดเขา้ ท่เี รยี บร้อย

ขอ้ ควรปฏบิ ัติเมอื่ สารเคมีหก
เม่ือสารเคมีหกอาจเกิดอันตรายไดห้ ากไมร่ ะมดั ระวังใหด้ ี ท้งั นเ้ี พราะสารเคมบี างชนดิ เปน็ พิษต่อ

ร่างกายเมื่อถูกกบั ผวิ หนังหรือสูดดม บางชนิดติดไฟได้ง่าย ดงั นัน้ เมือ่ สารเคมีหกจะต้องรีบเกบ็ กวาดให้
เรียบร้อยทนั ที ตอ่ ไปนีจ้ ะขอกลา่ วถงึ ข้อควรปฏิบตั ิเม่ือสารเคมแี ตล่ ะชนิดหก

1. สารท่ีเปน็ ของแข็ง เม่ือสารเคมีท่เี ปน็ ของแขง็ หก ควรใช้แปรงกวดรวมกนั ใสใ่ นชอ้ นตกั หรือ
กระดาษแข็งก่อน แลว้ จงึ นาไปใสใ่ นภาชนะ

2. สารละลายทเี่ ป็นกรด เมอื่ กรดหกจะต้องรบี ทาใหเ้ จอื จางด้วยนา้ ก่อนแล้วโรย โซดาแอส หรอื
โซเดียมไบคารบ์ อเนตหรือเทสารละลายด่างเพอ่ื ทาให้กรดเป็นกลางต่อจากนั้นจงึ ล้างด้วยน้าใหส้ ะอาด
ขอ้ ควรระวงั เมือ่ เทน้าลงบนกรดเขม้ ขน้ ที่หก เชน่ กรดกามะถันเข้มข้น จะมีความร้อนเกิด ขน้ึ มาก และกรด
อาจกระเดน็ ออกมา จึงควรค่อย ๆ เทนา้ ลงไปมาก ๆ เพื่อใหก้ รดเจอื จางและความร้อนท่ีเกิดขนึ้ รวมทั้งการ
กระเดน็ จะน้อยลง

3. สารละลายทเ่ี ปน็ ด่าง เมอ่ื สารเคมที ีเ่ ปน็ ด่างหกจะตอ้ งเทนา้ ลงไปเพื่อลดความเข้มข้นของด่างแล้ว
เช็ดใหแ้ หง้ โดยใช้ไมท้ ่ีมปี ยุ ผกู ทป่ี ลายสาหรบั ซับนา้ บนพ้นื (Mop) พยายามอยา่ ให้กระเด็นขณะเชด็ เน่ืองจาก
สารละลายดา่ งจะทาให้พ้ืนล่นื เมอ่ื ล้างดว้ ยน้าหลาย ๆ ครั้งแล้วยังไมห่ ายควรใช้ทรายโรยบรเิ วณทดี่ ่างหกแลว้

ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 พรพรรณ ย่งิ ยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 52

เก็บกวาดทรายออกไป จะชว่ ยแกป้ ัญหาน้ีได้
4. สารทร่ี ะเหยง่าย เมอ่ื สารเคมีท่ีระเหยง่ายหกจะระเหยกลายเป็นไออย่างรวดเร็ว บาง ชนดิ ติดไฟได้

ง่าย บางชนดิ เปน็ อันตรายต่อผิวหนังและปอด การทาความสะอาดทีร่ ะเหยง่ายทาไดด้ งั น้ี
4.1 ถ้าสารที่หกมีปริมาณน้อย ใชผ้ ้าข้ีริ้วหรอื เศษผ้าเชด็ ถอู อก
4.2 ถา้ สารท่หี กนั้นมีปริมาณมาก ทาให้แหง้ โดยใชไ้ มท้ ม่ี ีปุยผกู ทป่ี ลายสาหรบั เช็ดถู เม่อื เชด็ แล้วก็

นามาใส่ถังเก็บและสามารถนาไปใช้อีกได้ตามต้องการ
5. สารท่เี ปน็ นา้ มัน สารพวกนีเ้ ชด็ ออกได้โดยใชน้ า้ มาก ๆ เมือ่ เช็ดออกแล้วพ้ืนบริเวณที่ สารหกจะลนื่

จงึ ต้องล้างดว้ ยผงซักฟอกอกี ครง้ั หน่งึ เพ่ือใหส้ ารทตี่ ิดอยู่ออกไปใหห้ มด
6. สารปรอท เนื่องจากสารปรอท ไม่วา่ จะอยใู่ นรูปใดลว้ นเปน็ อันตรายต่อสิง่ มีชีวติ ทั้งส้นิ เพราะทา

อนั ตรายต่อระบบประสาท ทาให้มีอาการทางประสาท เช่น กล้ามเน้ือเตน้ มึนงง ความจาเสอ่ื ม ถ้าได้รบั เข้าไป
มาก ๆ อาจทาใหแ้ ขนขาพกิ ารหรือถงึ ตายได้ ดังน้นั การทดลองใดท่ีเกยี่ วข้องกับสารปรอทต้องใช้ความ
ระมัดระวงั ใหม้ าก ในกรณีท่ีสารปรอทหกวธิ กี ารท่ีถูกต้องควรปฏบิ ัตดิ ังนี้

6.1 กวาดสารปรอทมากองรวมกัน
6.2 เกบ็ สารปรอทโดยใช้เคร่อื งดดู
6.3 ถา้ พนื้ ท่ีสารปรอทหกมรี อยแตกหรือรอยรา้ ว จะมีสารปรอทเขา้ ไปอยู่ขา้ งในจึงไม่ สามารถเกบ็
ปรอทโดยใชเ้ ครื่องดูดดังกล่าวได้ ควรปดิ รอยแตกหรือรอยร้าวนั้นดว้ ยข้ผี ึง้ ทาพ้นื หนา ๆ เพ่อื กันระเหยของ
ปรอทหรอื อาจใชผ้ งกามะถันพรมลงไป ปรอทจะเปลยี่ นเป็นสารประกอบซลั ไฟด์ แล้วเกบ็ กวดอกี ครง้ั หน่งึ

การเกดิ อบุ ตั ิเหตุในห้องปฏิบัตกิ ารและการแกไ้ ข
อบุ ตั ิเหตุอาจเกดิ ขน้ึ ได้ในหอ้ งทดลองหากผู้ทดลองทาด้วยความประมาทเลินเล่อหรือขาดความ

ระมัดระวงั ขาดความเอาใจใส่ในเรือ่ งท่ีทาการทดลอง ทางหนึ่งทจ่ี ะช่วยลดการเกิดอบุ ัติเหตกุ ค็ ือผทู้ าการ
ทดลองจะต้องอ่านขอ้ ควรปฏิบตั ิในหอ้ งทดลองเสียกอ่ น และปฏบิ ตั ิตามอย่างเคร่งครัด การเกิดอุบัตเิ หตใุ น
ห้องทดลองนน้ั มีได้หลายกรณี จะขอแยกกล่าวเป็นข้อ ๆ พร้อมทัง้ วธิ แี ก้ไขดังน้ี

1. ไฟไหม้ เนอื่ งจากการปฏบิ ัติการทางเคมีในห้องปฏบิ ัตกิ ารน้นั บางคร้ังจะต้องใช้ ตะเกียงกา๊ ซด้วย
การใช้ตะเกยี งก๊าซนั้นหากเปลวไฟอยู่ใกลก้ บั สารทีต่ ิดไฟง่ายหรือสารทม่ี ีจุดวาบไฟต่า โอกาสท่จี ะเกดิ ไฟก็ย่งิ
มากข้นึ ดว้ ย จงึ ต้องทาการทดลองดว้ ยความระมดั ระวงั และไม่ใหส้ ารทีต่ ิดไฟงา่ ยอย่ใู กล้ไฟ

วธิ ีแกไ้ ขเม่ือเกดิ อบุ ัติเหตุไฟไหม้ ส่ิงแรกทีค่ วรทาก็คอื ต้องรีบดบั ตะเกียงในหอ้ งปฏิบัติการ ใหห้ มดแลว้
นาสารทตี่ ดิ ไฟงา่ ยออกจากห้องปฏบิ ัติการใหห้ า่ งทสี่ ุดเพื่อไมใ่ ห้สารเหล่าน้ี เป็นเช้ือเพลงิ ได้ ในกรณีทีเ่ กดิ ไฟไหม้
เลก็ น้อย เชน่ เกดิ ในบีกเกอร์หรอื ภาชนะแก้วอนื่ ๆ ท่ใี ช้ในการทดลอง จะดับไฟท่เี กดิ น้ีไดโ้ ดยใชผ้ ้าขนหนูท่ี
เปียกคลุม แต่ถา้ หากไฟลกุ ลามออกไปบนโตะ๊ ปฏบิ ัติการหรือเกิดในบรเิ วณกวา้ ง จะตอ้ งใช้เครื่องดับเพลงิ เข้า
ช่วยทันที

2. แกว้ บาด เน่ืองจากอุปกรณ์ที่ใชใ้ นการทดลองส่วนใหญเ่ ป็นอุปกรณจ์ าพวกเครอ่ื งแกว้ ซ่งึ แตกได้ง่าย
ถา้ อปุ กรณเ์ หล่านแ้ี ตกผู้ทดลองอาจถูกแกว้ บาดได้ การเสียบหลอดแก้วหรอื เทอร์โมมิเตอร์ลงในจุกยาง ถา้

ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1 พรพรรณ ย่ิงยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 53

หลอดแก้วหกั อาจจะท่ิมแทงมือได้เช่นเดยี วกัน จึงเห็นได้วา่ อนั ตรายทเี่ กดิ จากแกว้ บาดนั้นมไี ดม้ าก ผู้ทดลอง
จะตอ้ งระมัดระวงั ไมใ่ ห้อปุ กรณ์พวกแกว้ แตกหรือหกั หากพบควรรบี เก็บกวาดโดยเร็วเพ่ือปอ้ งกนั อนั ตรายที่
เกดิ ขึน้

วิธีแกไ้ ขเม่ือเกิดอุบัตเิ หตแุ ก้วบาดกค็ ือ ตอ้ งทาการห้ามเลอื ดโดยเรว็ โดยใช้น้ิวมือหรอื ผา้ ที่ สะอาดกด
ลงบนแผลถ้าเลอื ดยังออกมากใหย้ กสว่ นทเ่ี ลอื ดออกสูงกว่าส่วนอนื่ ๆ ของรา่ งกาย แล้วห้ามเลอื ดโดยใชผ้ า้ หรือ
เชือกรัดระหว่างแผลกบั หัวใจแต่ต้องคลายออกเป็นคร้ังคราว จนเลอื ดหยุดไหล แล้วทาความสะอาดแผลดว้ ย
แอลกอฮอล์ ใส่ยา ปิดแผล ถ้าหากแผลใหญแ่ ละลึกควรรีบไปหาแพทย์ทันที

อนั ตรายของสารเคมีมีหลายรูปแบบ บางชนิดเปน็ อนั ตรายนอ้ ย บางชนิดก่อให้เกิดอันตรายรุนแรง
ได้แก่ สารไวไฟ สารระเบดิ ได้ สารออกซไิ ดส์ สารกัดกรอ่ น สารระคายเคือง สารพิษ สารกัมมันตรังสี สาร
กอ่ ใหเ้ กิดการกลายพนั ธุ์ และสารกอ่ ใหท้ ารกมีลักษณะผดิ ปกติ จงึ ต้องทางานกบั สารเคมีด้วยความเอาใจใส่
และคานงึ ถงึ เร่ืองความปลอดภยั เปน็ อนั ดับแรกเสมอ

สารเคมเี ขา้ สู่ร่างกายได้ 4 ทาง คือ การสดู ดม การผ่านเขา้ ทางปาก การซึมผา่ นผิวหนังหรอื รอย
บาดแผล และการ ท่มิ แทงของเครอ่ื งแกว้ แตกหรอื ของมีคมอื่นๆทีเ่ ป้ือนสารเคมี ดงั น้ันประเดน็ แรกที่ทุกคน
สามารถทาไดอ้ ย่างงา่ ยๆ เพื่อหลีกเลยี่ ง อันตรายคือ การชว่ ยกนั ลดไอของสารเคมีในบรรยากาศของ
ห้องปฏิบัติการ เช่น ถ่ายเทสารเคมใี นปรมิ าณเท่าทต่ี ้องการใช้ ปดิ ฝา ขวดหรอื ภาชนะให้สนทิ ทันที อย่าปลอ่ ย
สารเคมีไว้ในภาชนะเปิด ถ้าหลกี เล่ยี งไม่ไดห้ รือสารเปน็ พษิ สูง ตอ้ งทาในตูด้ ดู ควัน เปน็ ต้น อกี ประเดน็ หน่งึ คือ
การระมัดระวังอย่าให้ส่วนหน่งึ ส่วนใดของรา่ งกายสัมผสั กับสารเคมเี ป็นเวลานาน

3. สารเคมถี กู ผวิ หนัง เราทราบแล้วว่า สารเคมีทกุ ชนดิ มอี นั ตรายแต่มากน้อยแตกต่างกัน บางชนดิ มี
ฤทธกิ์ ัดกร่อนต่อสิ่งของและเนอ้ื เย่อื เป็นอนั ตรายต่อผิวหนงั บางชนิดใหไ้ อระเหยเปน็ อันตรายตอ่ ระบบหายใจ
บางชนดิ ไวไฟเปน็ พิษหรือระเบดิ ได้ บางชนดิ สามารถซึมผ่านเข้าไปใน ผวิ หนังทาให้เกดิ อันตรายได้มากมาย
ด้วยเหตุนผ้ี ้ทู ดลองจึงไมค่ วรให้สารเคมถี กู ผวิ หนังหรือเสื้อผ้า

ถา้ ทราบว่าถูกสารเคมี ไมว่ ่าจะเป็นชนดิ ใดก็ตามจะตอ้ งรีบลา้ งบรเิ วณนน้ั ดว้ ยนา้ มาก ๆ ทันทีเพื่อ
ไมใ่ ห้สารเคมมี โี อกาสทาลายเซลลผ์ ิวหนงั หรอื ซึมเขา้ ไปในผิวหนังได้

4. สารเคมเี ข้าตา ขณะทาการทดลองหากกม้ หรือมองใกล้เกินไป อาจทาให้ไอของสาร เข้าตาหรอื สาร
กระเด็นถกู ตาได้

วิธแี กไ้ ขเม่ือเกดิ อบุ ัติเหตุจากสารเคมีเขา้ ตาก็คือ จะต้องลา้ งตาด้วยน้าจานวนมาก ๆ ทนั ที พยายามลืม
ตาและกรอกตาในน้านาน ๆ ถา้ สารเคมีท่ีเปน็ ด่างเข้าตา เช่น โซเดยี มไฮดรอกไซด์ แอมโมเนีย ฯลฯ จะเป็น
อันตรายต่อตามากกว่ากรด จะต้องรบี ล้างตาดว้ ยสารละลายกรดโบริกทเี่ จือจาง ในกรณีท่ีกรดเขา้ ตาให้ลา้ งด้วย
สารละลายโซเดียมไบคารบ์ อเนตทเ่ี จือจาง

5. การสูดไอหรือกา๊ ซพษิ เมอ่ื สูดไอของสารเคมีหรือกา๊ ซพษิ ซ่งึ อาจเกิดขน้ึ จากการ ทดลองหรอื สารที่
ใช้ในการทดลองกต็ าม ปกติจะมีอาการตา่ ง ๆ เกดิ ข้นึ เชน่ วงิ เวยี น คล่ืนไส้ หายใจขัด ปวดศีรษะ ฯลฯ ซง่ึ
แล้วแตพ่ ษิ ของสารเคมีนั้น ๆ หากไอน้ันกัดเนื้อเย่ือกจ็ ะทาใหร้ ะคายต่อระบบหายใจดว้ ย

วธิ ีแกไ้ ขก็คือ เมื่อทราบวา่ สูดดมไอของสารเคมี จะต้องรีบออกไปจากทีน่ ้ันและไปอยู่ในท่ีที่ มีอากาศ

ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 พรพรรณ ย่ิงยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 54

บรสิ ทุ ธิ์ หากพบว่ามผี หู้ ายใจเอากา๊ ซพิษเข้าไปมากจนหมดสตหิ รือช่วยตัวเองไม่ได้ จะต้องรบี นาออกมาทนี่ ัน้
ทนั ที ซึ่งผู้เข้าไปช่วยต้องใสห่ น้ากากป้องกันกา๊ ซพษิ หรือใช้เครื่องชว่ ยหายใจ

6. การกลืนกินสารเคมี เนอื่ งจากอปุ กรณบ์ างอย่างผู้ทดลองใช้ปากดูด สารเคมีอาจพงึ่ เขา้ ปากได้ หาก
สารเคมนี น้ั เปน็ สารพิษกย็ ่อมจะเกดิ อนั ตรายต่อผูท้ ดลอง

วิธแี ก้ไขเม่ือกลนื กนิ สารเคมีเข้าไปก็คือ จะต้องรีบลา้ งปากใหส้ ะอาดเปน็ อนั ดับแรก และ ต้องสืบใหร้ ู้
วา่ กลืนสารอะไรลงไป ตอ่ จากนนั้ ก็ให้ดืม่ นา้ หรือนมมาก ๆ เพ่ือทาใหพ้ ิษเจือจาง แลว้ ทาให้อาเจยี นโดยใชน้ ้ิวกด
โคนล้ินหรือกรอกไขข่ าวปลอ่ ยให้อาเจียนจนกว่าจะมนี า้ ใส ๆ ออกมา

การปอ้ งกันอุบตั ิเหตุในห้องปฏิบัตกิ าร
ความปลอดภัยในห้องทใ่ี ชป้ ฏิบตั กิ ารจะเกิดข้นึ ได้ต้องอาศยั ผเู้ ก่ยี วขอ้ งหลายฝา่ ย ต้งั แตผ่ อู้ อกแบบห้อง ผู้
วางแผนการทดลอง ผู้ควบคมุ กรทดลอง ผู้ใหบ้ ริการ และผู้เรียน หลกั การทั่วไปในการป้องกนั อุบตั ิเหตุ คอื

1. การวางระเบยี บข้อบังคบั ระเบียบข้อบังคบั คือมาตรการเบ้ืองตน้ ของการป้องกนั อุบัติเหตุ เช่น การ
หา้ มนาอาหารเข้าไปรับประทานในหอ้ งปฏบิ ัติการ การห้ามสูบบุหรี่ การห้ามอยู่คนเดียวในหอ้ ง แต่การมี
ระเบียบท่ีดจี ะไร้ความหมายหากมไิ ด้มีการปฏิบัติอย่างเครง่ ครดั ควรจะสร้างความเข้าใจใหเ้ กิดข้ึนวา่ การ
ปฏิบัติตามระเบียบน้ีกเ็ พื่อผลประโยชน์ของตนเองและสว่ นรวม

2. การฝึกฝนให้เกิดเปน็ นสิ ัย ในบรรดาสาเหตขุ องอุบัตเิ หตุ ความบกพร่องของคนเปน็ สาเหตุสาคัญ
ประการหนง่ึ หากจะต้องการลดอบุ ัตเิ หตแุ ละทาใหเ้ กดิ สภาพความปลอดภัยขึ้นได้อยา่ งถาวรจะตอ้ งแก้ทตี่ ัวคน
เรอื่ งของการฝึกนสิ ัยการทางานดว้ ยความปลอดภัยจงึ จาเป็น เพราะไม่ว่าเราจะมรี ะเบียบ ขอ้ บังคับ หรอื หาวิธี
ปอ้ งกันได้ดเี พยี งใด หากผู้ปฏบิ ัตยิ ังไม่มนี สิ ยั และเทคนคิ การทางานด้วยความปลอดภยั แล้ว กย็ ากท่ีจะ
ควบคมุ ดูแล

3. การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการดูแลรกั ษา ความเป็นระเบียบย่อมเป็นการปอ้ งกัน
อบุ ตั เิ หตุเบ้ืองต้นไดท้ วั่ ไปทกุ แห่ง นอกจากการรกั ษาความเป็นระเบยี บแลว้ ก็ยังต้องมีการดูแลรักษาสภาพห้อง
และเคร่ืองใชท้ ่วั ไปใหอ้ ยู่ในสภาพดีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครอื่ งไฟฟ้า

4. การใหก้ ารศึกษาเร่ืองอันตรายจากสารเคมี การปอ้ งกนั และวธิ ีแก้ไขอบุ ัติเหตุจากสารเคมยี ่อม
เกิดขึ้นไดง้ า่ ยถ้าใช้ไม่ถูกวธิ ี ดังนนั้ จึงจาเปน็ อยา่ งยง่ิ ท่ีผเู้ รยี นต้องมีความร้เู รอ่ื งอนั ตรายของสารเคมี สว่ นใหญ่
อุบัติเหตุมักเกดิ จากการใชส้ ารไวไฟอย่างไมร่ ะมัดระวัง ควรยา้ เตอื นถึงวิธีใชท้ ี่ถูกต้อง การหกรดของสารต้องมี
วิธีแก้ไขท่ีถกู ต้อง และเนน้ ให้ปฏบิ ตั ติ ามวธิ ที ดลองอย่างเคร่งครดั

5. การจัดเตรยี มอปุ กรณ์ที่จาเป็น การปอ้ งกันบางครง้ั จาเปน็ ตอ้ งจดั เตรยี มอุปกรณท์ ี่เหมาะสมไวใ้ ห้
เช่น แวน่ นริ ภัยเพือ่ กนั สารกระเดน็ เขา้ ตา การจดั สภาพการระบายอากาศของหอ้ ง ตปู้ ฐมพยาบาล อุปกรณ์
ดับเพลงิ รวมท้งั เคร่ืองมอื ทดลองท่ีพอเพียง และอย่ใู นสภาพใช้งานได้อยา่ งปลอดภยั

6. การวเิ คราะหส์ าเหตขุ องอุบัติเหตุ บันทึกเหตุการณ์และข้อเสนอแนะเหตุการณ์ทไ่ี ด้เกิดขน้ึ แลว้ จะ
เป็นบทเรียนทดี่ ีถ้าหากได้มีการวิเคราะหห์ าสาเหตุ และจากสาเหตุจะมขี ้อเสนอแนะในการแก้ไขปอ้ งกนั มิให้
เกิดอบุ ตั ิเหตุข้ึนอกี บนั ทึกเหตกุ ารณ์จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ ผู้มาภายหลัง ซง่ึ เป็นบทเรียนราคาแพงได้มาจาก

ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 พรพรรณ ย่ิงยง |

เอกสารประกอบการสอนวชิ าทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 55

ผูเ้ คราะหร์ า้ ย
7. การสง่ เสริมเพ่ือให้เหน็ ความสาคัญของการป้องกัน หลกั การขน้ั สุดท้ายของการป้องกันอุบัติเหตุคอื

การส่งเสริมเพื่อให้ทุกคนเหน็ ความสาคญั ของการป้องกันอันตราย การทางานด้วยความปลอดภัยเป็นเรื่องที่
ควรทา เพราะเป็นประโยชนต์ ่อทุกฝ่ายทเ่ี กี่ยวข้อง ไมค่ วรเป็นเรื่องของการบังคบั เปน็ ตน้ การส่งเสริมจะเปน็
การช่วยปลกู ฝงั เจตคตทิ ดี่ ีต่อการทางานดว้ ยความปลอดภัย

ระเบยี บเกี่ยวกับความปลอดภัยในห้องปฏิบตั ิการ
การปฏบิ ัตงิ านใดๆในห้องปฏิบตั ิการ มคี วามเสยี่ งสูงท่จี ะเกิดอบุ ตั เิ หตจุ ากสารเคมีอันตรายท่อี าจหกรด

รา่ งกาย หรอื จากการสดู ดมรวมถึงการกลืนกนิ สารเคมี นอกจากนอี้ าจเกิดไฟไหมแ้ ละอุบัติเหตุข้ึนใน
หอ้ งปฏิบตั กิ ารได้ ดังน้ันจงึ จาเป็นอย่างยิง่ ทีผ่ ูใ้ ชห้ อ้ งปฏบิ ัติการทกุ คนจะต้องรับทราบถึงระเบียบและข้อควร
ปฏิบัติเพอื่ ใหเ้ กิดความปลอดภัยในการทางานสูงสุด และวธิ กี ารแก้ไขปัญหากรณเี กิดอบุ ัตเิ หตุได้อยา่ งเหมาะสม

อุปกรณเ์ พื่อใหเ้ กิดความปลอดภยั ในห้องปฏบิ ตั ิการ
ระบบระบายอากาศ (Ventilation)

ห้องปฏบิ ัติการทม่ี ีการใชส้ ารเคมีควรมีการระบายอากาศท่ีดี การระบายอากาศในห้องปฏบิ ัตกิ าร
โดยท่วั ไปไม่ควรน้อยกวา่ 6 เทา่ ของขนาดห้อง ตอ่ ช่วั โมง

ตู้ดูดควัน (Fume hood)

การปฏบิ ตั งิ านทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั สารเคมีอันตราย เชน่ ตัวทาละลายอนิ ทรีย์ กรดแก่ และเบสแก่ ตอ้ งทา

ในตูด้ ูดควันเท่าน้ัน ตู้ดูดควนั ต้องสามารถดูดอากาศได้ไม่น้อยกวา่ 80-120 ฟตุ /นาที เมื่อฝาตู้ (Sash) เปิดท่ี

ระดับ 18 นิว้

การใช้ตูด้ ูดควนั มขี ้อพึงปฏิบัติ ดงั น้ี

- อา่ นวิธกี ารใชต้ ดู้ ดู ควันให้เข้าใจ

- ระหว่างปฏบิ ัตงิ าน ฝาตู้ดดู ควัน (Sash) ตอ้ ง

เปดิ ไม่เกิน 18 น้วิ

- อุปกรณ์และสารเคมีทีใ่ ชป้ ฏิบตั งิ านในต้ดู ดู

ควนั ควรอยหู่ า่ งจากขอบฝาตู้เขา้ ไปดา้ นใน อยา่ งน้อย 6

นว้ิ

ภาพที่ 3.1 ตูด้ ดู ควนั - ควรเปิดพัดลมของต้ดู ดู ควันใหท้ างาน

ตลอดเวลาทม่ี ีสารเคมีอยภู่ ายในตู้ดดู ควัน

- ไมค่ วรใชต้ ดู้ ดู ควันเปน็ ที่เกบ็ สารเคมี

ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 พรพรรณ ย่งิ ยง |

เอกสารประกอบการสอนวชิ าทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1 56

ถงั ดบั เพลิง
ในถงั ดับเพลิงถกู บรรจุด้วยแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ ซงึ่ แก๊สนี้หนักกว่าอากาศ เมอ่ื เข้าไปผสมอยู่กบั

อากาศในบริเวณไฟไหมเ้ ป็นปรมิ าณมากๆ จะทาใหป้ ริมาณของแกส๊ ออกซเิ จนในอากาศบรเิ วณนนั้ เจือจางลง
แกส๊ คาร์บอนไดออกไซดท์ ี่ถกู บรรจุอยูใ่ นถังทม่ี ีความดนั ประมาณ 750 ปอนดต์ อ่ ตารางนิ้ว จงึ มสี ถานะเปน็
คารบ์ อนไดออกไซด์เหลว เม่อื เปดิ วาลว์ อุปกรณ์ดับเพลงิ จะเปน็ การลดความดัน แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์จงึ
กระจายเป็นฝอยออกทางท่อทอ่ี อกแบบไว้ให้พุ่งไปสบู่ ริเวณท่ตี ้องการดบั ไฟได้

ภาพที่ 3.2 ถงั ดบั เพลิง

อา่ งล้างตา และท่ีล้างตัวฉุกเฉนิ (Emergency eyewash fountain and safety shower)
อ่างลา้ งตา และที่ล้างตวั ฉกุ เฉินเปน็ อปุ กรณ์จาเป็นสาหรบั ทกุ หอ้ งปฏิบัติการ ใชใ้ นกรณเี กิดอบุ ตั ิเหตุ

สารเคมีอันตรายหกราดตวั หรอื กระเดน็ เข้าตา ซึง่ อาจก่อให้เกดิ อันตรายถึงขน้ั เสียชวี ิตหรอื ทพุ พลภาพต่อ
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านได้ ไมค่ วรวางสิ่งของกีดขวางบริเวณตดิ ตั้งอา่ งล้างตาและทลี่ า้ งตวั ฉุกเฉิน เพ่ือใหผ้ ู้ปฏบิ ัตงิ าน
สามารถเข้าถึงไดโ้ ดยสะดวก ควรใช้ระยะเวลาการลา้ งตา หรอื ล้างตวั ไม่ต่ากวา่ 15 นาที เพื่อให้แนใ่ จว่าสารเคมี
ได้ถูกชะลา้ งจนหมด การใชอ้ ่างลา้ งตาทาได้โดยการดึงแท่นทอี่ ยูด่ ้านขวาเข้าหาตวั และการใช้ทล่ี ้างตวั ทาได้
โดยดงึ โซท่ ่อี ย่ดู า้ นบน

ภาพที่ 3.3 อา่ งลา้ งตา และที่ลา้ งตัวฉุกเฉนิ

ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 พรพรรณ ยิง่ ยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1 57

ต้เู ก็บสารละลายไวไฟ (Flammable liquid storage)
สารเคมที ใี่ ชเ้ ปน็ ตวั ทาละลาย เชน่ Acetone, ether, alcohol รวมทัง้ กรด Glacial acetic acid

ส่วนใหญม่ ักเปน็ สารไวไฟ ควรจัดเกบ็ ในท่ีหา่ งจากประกายไฟ รวมทั้งควรแยกเกบ็ จากสารเคมอี นื่ ๆ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งสารเคมีในกลุม่ ทเ่ี ปน็ oxidizer อปุ กรณท์ ี่ใช้เกบ็ สารเคมีในกลุ่มนีไ้ ด้แก่ ตเู้ ก็บสารละลายไวไฟ ในสว่ น
สารเคมีท่งี ่ายต่อการเกิดระเบิดควรเก็บในตู้ แต่แยกให้อยบู่ ริเวณนอกอาคาร

ภาพที่ 3.4 ต้เู กบ็ สารละลายไวไฟ

อ่างลา้ งอปุ กรณ์ (Laboratory sink)
ผูป้ ฏิบัตงิ านในหอ้ งปฏบิ ัติการ ตอ้ งล้างมอื ดว้ ยสบู่และน้าสะอาดทุกครง้ั ภายหลังการถอดถุงมอื

ภายหลังเสรจ็ สนิ้ การปฏิบตั งิ าน รวมทัง้ เมือ่ ผวิ หนงั สมั ผสั กบั สารเคมี และอ่างล้างมอื ยังใชใ้ นการลา้ งอปุ กรณใ์ น
หอ้ งปฏบิ ตั ิการที่แปดเป้ือนสารเคมีอีกดว้ ย

ภาพท่ี 3.5 อ่างลา้ งอปุ กรณ์

ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 พรพรรณ ยิง่ ยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 58

อปุ กรณ์ป้องกันส่วนบุคคลในหอ้ งปฏบิ ตั ิการ (Personal protective equipment) หรือ PPE

อุปกรณ์ปอ้ งกันส่วนบุคคลในห้องปฏบิ ัตกิ าร ประกอบไปด้วยอุปกรณเ์ พื่อป้องกนั อันตรายท่ีอาจเกดิ
กับลูกตา (Eye protection), เครือ่ งป้องกนั หน้า เสื้อ รองเทา้ ถุงมือ และหนา้ กากกันสารพิษ เป็นต้น การใช้
อุปกรณ์เหลา่ น้ีควรใชค้ วบคูไ่ ปกบั การจัดการและมาตรการด้านความปลอดภยั อืน่ ๆในห้องปฏบิ ัติการ เน่ืองจาก
ไมม่ ีอปุ กรณใ์ ดทส่ี ามารถป้องกันอันตรายได้ 100 %

อุปกรณ์ป้องกนั อนั ตรายท่ีอาจเกดิ กับลูกตา (Eye protection)
อปุ กรณ์เหลา่ นีป้ ระกอบ ไปด้วยแวน่ ตาประเภทต่างๆ (Glasses, goggles ,shield) ซึ่งมีวัตถุประสงค์

ในการใชเ้ พื่อป้องกันอนั ตรายในระดับท่ีแตกต่างกนั ออกไป อยา่ งไรกต็ ามควรมีการทาความสะอาด และ
ตรวจสอบอุปกรณ์เหล่าน้อี ย่างสมา่ เสมอ บางห้องปฏิบัติการกาหนดให้ผปู้ ฏบิ ัติงานต้องใส่แวน่ ตาตลอดเวลา
ยกเวน้ หากมีการเทสารเคมตี ้องเปลี่ยนมาใช้ goggles

ภาพท่ี 3.6 แวน่ ตาใชใ้ นห้องปฏบิ ตั ิการ

เสื้อคลมุ ปฏิบัติการ (Laboratory coat) เสอ้ื กาว ใช้สวมทบั ชดุ ปกตริ ะหวา่ งปฏบิ ตั ิงาน เพอื่
ปอ้ งกันการปนเป้ือน จากฝนุ่ ผง ตลอดจนการหก กระเซน็ ของ
ภาพท่ี 3.7 เส้อื คลุมปฏบิ ตั ิการ สารเคมี เสื้อกาวควรใชเ้ นอื้ ผ้าท่ีเป็นผ้าฝ้าย หรอื ทาจากใย
สังเคราะห์ประเภท Tyvek หรอื Nomex ไม่ควรใชว้ สั ดุ
ประเภท Rayon หรือ Polyester เนอ่ื งจากเป็นวสั ดทุ ่ีตดิ ไฟ
งา่ ย ซ่งึ จะกอ่ ให้เกิดอันตรายต่อผสู้ วมใส่ ควรไดม้ ีการทาความ
สะอาดเส้ือกาวอยา่ งสม่าเสมอ และควรถอดเสื้อกาวออกทุก
ครง้ั เม่ือออกจากห้องปฏบิ ัติการเพื่อป้องกนั การแพร่กระจาย
ของสารเคมี

ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 พรพรรณ ยิ่งยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 59

รองเท้า
ควรสวมรองเทา้ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานในหอ้ งปฏิบตั ิการ รองเทา้ ทีใ่ ช้สวมใส่ในห้องปฏิบัติการ ควร

เป็นรองเทา้ ทีป่ กปิดน้วิ เท้า อย่างนอ้ ยดา้ นบนของรองเท้าควรทาจากหนังสัตว์ หรือ วสั ดปุ ระเภท Polymeric
เพื่อป้องกันเท้ากรณเี กิดการหก กระเซน็ ของสารเคมี ทงั้ นไ้ี มค่ วรใส่รองเทา้ แตะ รองเท้าผ้า หรอื รองเท้าสน้ สงู

ถุงมือ
ถงุ มือท่ีใช้ในห้องปฏิบัตกิ ารแบ่งได้เปน็ หลายประเภท การจะเลอื กใช้ถงุ มือประเภทใด ขึ้นอยกู่ ับชนิด

และประเภทของสารเคมีทจี่ ะตอ้ งปฏิบตั งิ านด้วย หลีกเลยี่ งการใช้ถงุ มือกนั ความร้อนหรือความเย็นทีท่ าจาก
วัสดุ Asbestos เนื่องจากเป็นวสั ดุทอี่ าจก่อให้เกิดมะเรง็ (carcinogen) ถงุ มอื ท่ีใช้กันสารเคมี ควรทาจากยาง
ธรรมชาติ หรอื วสั ดุประเภท Neoprene, Polyvinyl chloride, Nitrile Butyl ถงุ มือที่ใช้กับงานทางชวี วิทยา
มกั ทาจาก Vinyl หรือ Latex อยา่ งไรก็ตามหลักในทางปฏบิ ัตทิ ่สี าคญั กอ่ นใช้ถุงมือทุกครั้งควรตรวจสภาพของ
ถงุ มือก่อนใช้ นอกจากนีเ้ ม่ือเลิกใช้ ก่อนทจ่ี ะถอดถุงมือออกควรล้างมือ ถอดถุงมือทุกครั้งเมือ่ ออกจาก
ห้องปฏบิ ัติการ และไมค่ วรไปจับอุปกรณ์ตา่ งๆ เชน่ ลูกบดิ ประตู โทรศัพท์ ปากกา ขณะท่ยี งั สวมใส่ถงุ มือ ทงั้ นี้
เพอ่ื ป้องกนั การปนเป้ือนของสารเคมีไปยงั อุปกรณ์เหลา่ นั้น

อุปกรณช์ ่วยหายใจ และหน้ากากปอ้ งกันไอระเหย (Respirator and face mask)
อปุ กรณ์ชว่ ยหายใจ และหนา้ กากป้องกันไอระเหย เป็นอปุ กรณ์ใช้เม่ือต้องปฏิบตั ิงานกับสารเคมี ที่มีไอ

เปน็ อนั ตรายต่อระบบทางเดนิ หายใจ เชน่ สารละลายแอมโมเนยี สารละลายฟอรม์ าลิน เป็นตน้

ภาพที่ 3.8 หน้ากากปอ้ งกนั ไอระเหย

ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1 พรพรรณ ย่ิงยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 60

สารเคมอี ันตราย
สารเคมอี นั ตราย วัตถุอันตรายหรือ สารอนั ตราย หมายถึง ธาตหุ รือสารประกอบ ท่ีมีคณุ สมบตั รเปน็

พษิ หรือเปน็ อนั ตรายต่อมนุษย์ สัตว์ พชื ทาให้ทรัพย์สินและส่งิ แวดลอ้ มเส่ือมโทรม สามารถจาแนกได้ 9
ประเภทตามหลักสากล ดงั น้ี

ประเภทท่ี 1 วัตถรุ ะเบดิ
ประเภทที่ 2 กา๊ ซ
ประเภทที่ 3 ของเหลวไวไฟ
ประเภทที่ 4 ของแข็งไวไฟ
ประเภทที่ 5 วัตถุออกซิไดสแ์ ละออร์แกนิกเปอร์ออกไซด์
ประเภทที่ 6 วัตถุมพี ิษและวตั ถุติดเชื้อ
ประเภทที่ 7 วัตถกุ ัมมันตรังสี
ประเภทที่ 8 วตั ถุกัดกร่อน
ประเภทที่ 9 วตั ถอุ ่ืน ๆ ที่เปน็ อันตราย

ประเภท 1 - ระเบิดได้ (Explosives)
สารระเบดิ ได้ หมายถึง ของแข็งหรือของเหลว หรอื สารผสมท่สี ามารถเกดิ ปฏิกริ ิยาทางเคมีด้วยตวั มนั

เอง ทาให้เกิดก๊าซท่ีมคี วามดัน และความร้อนอย่างรวดเรว็ ก่อให้เกดิ การระเบดิ สร้างความเสยี หายแกบ่ รเิ วณ
โดยรอบได้ ซง่ึ รวมถงึ สารทใ่ี ช้ทาดอกไมเ้ พลิงและส่ิงของท่รี ะเบดิ ไดด้ ว้ ย

วตั ถรุ ะเบิด : ระเบิดได้เมื่อถูกกระแทก เสียดสี หรอื ความร้อน

เช่น ทเี อ็นที ดนิ ปนื พลุไฟ ดอกไมไ้ ฟ

ภาพท่ี 4.1 สัญลกั ษณ์วตั ถุระเบิด พรพรรณ ยงิ่ ยง |

ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1

เอกสารประกอบการสอนวิชาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1 61

ประเภทที่ 2 ก๊าซ (Gases)
กา๊ ซ หมายถึง สารที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซยี ส มีความดนั ไอมากกว่า 300 กิโลปาสคาล หรอื มีสภาพ

เป็นก๊าซ อย่างสมบรู ณ์ทีอ่ ุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส และมีความดนั 101.3 กิโลปาสคาล ได้แก่ ก๊าซอัด ก๊าซ
พิษ กา๊ ซในสภาพ ของเหลว ก๊าซในสภาพของเหลวอุณหภมู ติ า่ และรวมถงึ ก๊าซทีล่ ะลายในสารละลายภายใต้
ความดัน เม่ือเกิดการร่ัว ไหลสามารถก่อใหเ้ กิดอันตรายจากการลกุ ติดไฟและ/ หรือเป็นพิษและแทนท่ี
ออกซิเจนในอากาศ แบ่งเป็น 3 กลมุ่ ย่อย ดังน้ี
2.1 กา๊ ซไวไฟ (Flammable Gases) หมายถึง กา๊ ซทอ่ี ุณหภมู ิ 20 องศาเซลเซียสและมีความดนั 101.3 กโิ ล

ปาสกาล สามารถตดิ ไฟไดเ้ มื่อผสมกับ อากาศ 13 เปอร์เซน็ ต์ หรือตา่ กวา่ โดยปริมาตร หรือมีชว่ งกว้างท่ี
สามารถติดไฟได้ 12 เปอรเ์ ซ็นต์ ข้ึนไป เม่ือผสมกับอากาศโดยไม่คานงึ ถึง ความเขม้ ขน้ ต่าสุดของการผสม โดย
ปกติกา๊ ซไวไฟ หนกั กวา่ อากาศ ตัวอยา่ งของก๊าซกลุ่มน้ี เช่น อะเซทลิ นี กา๊ ซหุงต้มหรือก๊าซแอลพีจี เปน็ ต้น

ภาพท่ี 4.2 สัญลักษณ์กา๊ ซไวไฟ

2.2 กา๊ ซไม่ไวไฟและไมเ่ ปน็ พษิ (Non-flammable Non-toxic Gases) หมายถงึ กา๊ ซท่มี ีความดันไม่
น้อยกว่า 280 กโิ ลปาสคาล ท่ีอณุ หภูมิ 20 องศาเซลเซยี ส หรืออยู่ ในสภาพของเหลวอุณหภมู ิตา่ ส่วนใหญ่เปน็
กา๊ ซหนักกวา่ อากาศ ไม่ติดไฟและ ไมเ่ ป็นพิษหรือแทนท่ีออกซเิ จนในอากาศและทาให้เกิด สภาวะขาดแคลน
ออกซเิ จนได้ ตวั อย่างของก๊าซกลมุ่ น้ี เชน่ ไนโตรเจน คารบ์ อนไดออกไซด์ อาร์กอน เปน็ ตน้

ภาพที่ 4.3 สัญลักษณ์กา๊ ซไม่ไวไฟและไม่เป็นพิษ

ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 พรพรรณ ยง่ิ ยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 62

2.3 กา๊ ซพิษ (Poison Gases) หมายถึง กา๊ ซทมี่ ีคุณสมบตั เิ ป็นอนั ตรายต่อสขุ ภาพหรือถึงแก่ชีวิตได้จาก การ
หายใจ โดยส่วนใหญ่หนกั กวา่ อากาศ มีกล่นิ ระคายเคอื ง ตวั อยา่ งของก๊าซในกลมุ่ น้ี เชน่ คลอรนี เมทิลโบรไมด์
เป็นตน้

ภาพท่ี 4.4 สัญลักษณ์กา๊ ซพิษ

ประเภทที่ 3 ของเหลวไวไฟ (Flammable Liquids)

ของเหลวไวไฟ หมายถึง ของเหลวหรอื ของเหลวผสมทมี่ ี
จดุ วาบไฟ (Flash Point) ไมเ่ กนิ 60.5 องศาเซลเซียส จากการ
ทดสอบด้วยวิธีถ้วยปิด (Closed-cup Test) หรือไม่เกิน 65.6 องศา
เซลเซยี ส จากการทดสอบด้วยวิธถี ว้ ยเปิด (Opened-cup Test) ไอ
ของเหลวไวไฟพร้อมลุกตดิ ไฟเมื่อมีแหล่งประกายไฟ ตัวอยา่ งเชน่ อะ
ซโี ตน น้ามนั เช้ือเพลงิ ทินเนอร์ เป็นต้น

ภาพท่ี 4.5 สัญลักษณ์ของเหลวไวไฟ

ประเภทท่ี 4 ของแข็งไวไฟ สารที่ลกุ ไหม้ไดเ้ องและสารที่สมั ผสั กับนา้ แลว้ ให้ก๊าซไวไฟ

แบ่งเปน็ 3 กลุ่มย่อย ดังนี้

4.1 ของแข็งไวไฟ (Flammable Solids) หมายถึง ของแขง็ ท่ี
สามารถตดิ ไฟไดง้ า่ ยจากการได้รบั ความร้อน จากประกายไฟ/เปลวไฟ
หรอื เกิดการลุกไหมไ้ ดจ้ ากการเสยี ดสี ตัวอยา่ งเช่น กามะถัน ฟอสฟอรสั
แดง ไนโตรเซลลโู ลส เป็นต้น หรือเป็นสารที่มแี นวโนม้ ทจ่ี ะเกิดปฏกิ ิริยา
คายความร้อนท่ีรุนแรง ตัวอย่างเช่น เกลือไดอะโซเนียม เป็นต้น หรอื
เป็นสารระเบิดที่ถูกลดความไวต่อการเกิดระเบิด ตวั อย่างเชน่
แอมโมเนียมพิเครต (เปยี ก) ไดไนโตรฟีนอล (เปยี ก) เปน็ ต้น

ภาพท่ี 4.6 สญั ลกั ษณ์ของแข็งไวไฟ

ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 พรพรรณ ย่งิ ยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 63

4.2 สารทม่ี คี วามเสีย่ งต่อการลุกไหม้ไดเ้ อง (Substances Liable to Spontaneous Combustion) หมายถึง
สารทีม่ แี นวโน้มจะเกดิ ความร้อนข้นึ ได้เองในสภาวะการขนสง่ ตามปกติ หรอื เกดิ ความร้อนสงู ขึ้นได้เมื่อ สมั ผสั
กบั อากาศและ มีแนวโนม้ จะลุกไหม้ได้

ภาพที่ 4.7 สัญลกั ษณ์ของสารทม่ี คี วามเสย่ี งต่อการลุกไหม้ได้เอง

4.3 สารทสี่ ัมผสั กบั น้าแล้วทาใหเ้ กดิ ก๊าซไวไฟ (Substances which in Contact with Water Emit
Flammable Gases) หมายถึง สารที่ทาปฏกิ ริ ยิ ากับนา้ แล้ว มแี นวโนม้ ทจ่ี ะเกิดการตดิ ไฟได้เองหรอื ทาใหเ้ กิด
ก๊าซไวไฟในปริมาณทเี่ ปน็ อนั ตราย

ภาพที่ 4.8 สญั ลกั ษณ์ของสารท่ีสมั ผสั กบั นา้ แล้วทาใหเ้ กดิ กา๊ ซไวไฟ

ประเภทท่ี 5 สารออกซไิ ดซ์และสารอนิ ทรียเ์ ปอรอ์ อกไซด์
แบ่งเปน็ 2 กลุ่มยอ่ ย ดังน้ี

5.1 สารออกซิไดส์ (Oxidizing Substances) หมายถึง ของแขง็ ของเหลวทตี่ วั ของสารเองไม่ติดไฟ แต่
ใหอ้ อกซเิ จนซงึ่ ชว่ ยใหว้ ตั ถุอื่นเกดิ การลุกไหม้และอาจจะกอ่ ให้เกิดไฟ เมอื่ สัมผัสกบั สารที่ลกุ ไหมแ้ ละ เกิดการ
ระเบิดอย่างรุนแรง ตัวอย่างเช่น แคลเซียมไฮโปคลอไรท์ โซเดยี มเปอร์ออกไซด์ โซเดียมคลอเรต เปน็ ตน้

ภาพที่ 4.9 สัญลักษณ์ของสารออกซิไดส์

ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 พรพรรณ ย่งิ ยง |

เอกสารประกอบการสอนวิชาทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 1 64

5.2 สารอินทรียเ์ ปอร์ออกไซด์ (Organic Peroxides) หมายถึง ของแข็งหรือของเหลวทม่ี ีโครงสร้าง ออกซเิ จน
สองอะตอม -O-O- และชว่ ยในการเผาสารทลี่ ุกไหม้ หรือทาปฏิกริ ยิ ากับสารอน่ื แล้วกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายได้ หรือ
เมือ่ ได้รบั ความร้อนหรอื ลุกไหมแ้ ลว้ ภาชนะบรรจสุ ารน้อี าจระเบดิ ได้ ตวั อยา่ งเช่น อะซีโตนเปอร์ออกไซด์ เปน็
ตน้

ภาพที่ 4.10 สญั ลักษณข์ องสารอินทรยี เ์ ปอร์ออกไซด์

ประเภทท่ี 6 สารพษิ และสารตดิ เชอ้ื แบง่ เปน็ 2 กลมุ่ ย่อย ดงั นี้

6.1 สารพษิ (Toxic Substances) หมายถึง ของแข็งหรอื
ของเหลวทสี่ ามารถทาใหเ้ สยี ชีวิตหรอื บาดเจบ็ รนุ แรงตอ่ สุขภาพของ
คน หากกลืน สดู ดมหรือหายใจรับสารนเ้ี ข้าไป หรือเมื่อสารนไี้ ด้รบั
ความร้อนหรือลกุ ไหมจ้ ะ ปลอ่ ยก๊าซพษิ ตวั อยา่ งเชน่ โซเดียม
ไซยาไนด์ กลุ่มสารกาจัดแมลงศตั รูพชื และสัตว์ เปน็ ต้น
ภาพท่ี 4.11 สญั ลกั ษณข์ องสารพิษ

6.2 สารตดิ เช้ือ (Infectious Substances) หมายถึง สารที่มีเช้อื โรคปนเปอ้ื น
หรือสารที่มตี วั อย่าง การ ตรวจสอบของพยาธิ สภาพปนเปื้อนที่เป็นสาเหตุ
ของ การเกิดโรคในสัตว์และคน ตัวอย่างเชน่ แบคทเี รยี เพาะเช้อื เป็นต้น

ภาพที่ 4.12 สญั ลักษณข์ องสารตดิ เชื้อ

ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 พรพรรณ ยงิ่ ยง |

เอกสารประกอบการสอนวชิ าทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1 65

ประเภทที่ 7 วตั ถุกัมมนั ตรงั สี
วตั ถกุ ัมมนั ตรังสี (Radioactive Materials) หมายถงึ วสั ดุทีส่ ามารถแผร่ ังสที ีม่ องไม่เห็นอยา่ งต่อเน่ือง

มากกว่า 0.002 ไมโครครู ตี อ่ กรมั ตวั อยา่ งเชน่ โมนาไซด์ ยเู รเนียม โคบอลต์-60 เปน็ ตน้

ภาพท่ี 4.13 สัญลักษณ์ของวัตถกุ ัมมนั ตรงั สี

ประเภทที่ 8 สารกัดกรอ่ น

สารกดั กร่อน (Corrosive Substances) หมายถึง ของแข็งหรือ
ของเหลวซ่ึงโดย ปฏิกริ ยิ าเคมีมีฤทธ์ิกัดกรอ่ นทาความเสียหาย ตอ่ เนอื้ เย่ือ
ของสิง่ มีชีวิตอย่างรุนแรงหรือ ทาลายสนิ คา้ /ยานพาหนะท่ีทาการขนสง่ เมอื่
เกดิ การรัว่ ไหลของสารไอระเหยของ สารประเภทนี้ บางชนิดกอ่ ให้เกดิ การ
ระคายเคอื งต่อจมูกและตา ตัวอยา่ งเชน่ กรดเกลือ กรดกามะถัน โซเดยี มไฮ
ดรอกไซด์ เปน็ ตน้

ภาพท่ี 4.14 สญั ลักษณ์ของสารกัดกร่อน

ประเภทที่ 9 วัสดุอนั ตรายเบ็ดเตล็ด

วัสดุอันตรายเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Dangerous
Substances and Articles) หมายถงึ สารหรอื สิ่งของท่ใี นขณะขนสง่
เป็นสารอันตรายซง่ึ ไม่จัดอยใู่ นประเภทท่ี 1 ถงึ ประเภทที่ 8
ตัวอยา่ งเชน่ ปุย๋ แอมโมเนยี มไนเตรต เปน็ ต้น และใหร้ วมถึงสารที่ต้อง
ควบคุมใหม้ ีอณุ หภมู ิไม่ต่ากวา่ 100 องศาเซลเซียส ในสภาพของเหลว
หรือมอี ุณหภมู ิ ไมต่ ่ากว่า 240 องศาเซลเซียสในสภาพของแข็งใน
ระหว่างการขนสง่

ภาพที่ 4.15 สญั ลกั ษณ์ของวสั ดอุ นั ตรายเบด็ เตลด็

ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 พรพรรณ ย่ิงยง |


Click to View FlipBook Version