Structure of Plants Structure of Plants
กิจกรรม 9.1 โครงสร้างและการเจริญเติบโตของราก กิจกรรม 9.1 โครงสร้างและการเจริญเติบโตของราก โครงสร้างภาพตัดขวางของรากพืช Epidermis Cortex Stele Endodermis Pith Vascular Bundle Pericycle เนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ของรากพืช พืใบเลี้ยงคู่แ คู่ ละใบเลี้ยงเดี่ยว เมื่อ มื่ ตัดตามขวางแล้วนำ ไปส่อ ส่ งดู ด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่ามีก มี ารเรียงตัวของเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ อยู่เ ยู่ป็นชั้น ชั้ ๆเรียงจากด้านนอก เข้า ข้ สู่บ้ สู่ า บ้ นใน ดังนี้ เนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ของรากพืช พืใบเลี้ยงคู่แ คู่ ละใบเลี้ยงเดี่ยว เมื่อ มื่ ตัดตามขวางแล้วนำ ไปส่อ ส่ งดู ด้วยกล้องจุลทรรศน์ พบว่ามีก มี ารเรียงตัวของเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ อยู่เ ยู่ป็นชั้น ชั้ ๆเรียงจากด้านนอก เข้า ข้ สู่บ้ สู่ า บ้ นใน ดังนี้ เป็นเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ที่อยู่ชั้ ยู่ ชั้ น ชั้ นอกสุด สุ มีก มี ารเรียงตัวของเซลล์เพีย พี งชั้น ชั้ เดียว แต่เรียงชิดชิกัน เชลล์ก็มีผ มี นัง นั บางไม่มี ม่ ค มี ลอโรพลาสต์ มีแ มี วคิวโอขนาดใหญ่ บางเซลล์มีก มี ารเปลี่ยนไปเป็นเชลล์ขนราก มีห มี น้า น้ ที่ป้องกันอัน อั ตรายให้แ ห้ ก่เนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ที่อยู่ภ ยู่ ายในขนรากช่ว ช่ ยดูด ดู น้ำ และแร่ธาตุ ป้องกันไม่ใม่ ห้ น้ำ เข้า ข้ รากมากเกินไป 1.เอพิเพิดอร์มิสมิ ( Epidermis ) เป็นเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ที่อยู่ชั้ ยู่ ชั้ น ชั้ นอกสุด สุ มีก มี ารเรียงตัวของเซลล์เพีย พี งชั้น ชั้ เดียว แต่เรียงชิดชิกัน เชลล์ก็มีผ มี นัง นั บางไม่มี ม่ ค มี ลอโรพลาสต์ มีแ มี วคิวโอขนาดใหญ่ บางเซลล์มีก มี ารเปลี่ยนไปเป็นเชลล์ขนราก มีห มี น้า น้ ที่ป้องกันอัน อั ตรายให้แ ห้ ก่เนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ที่อยู่ภ ยู่ ายในขนรากช่ว ช่ ยดูด ดู น้ำ และแร่ธาตุ ป้องกันไม่ใม่ ห้ น้ำ เข้า ข้ รากมากเกินไป 1.เอพิเพิดอร์มิสมิ ( Epidermis )
2.คอร์เทกซ์ (Cortex) • เป็นอาณาเขตระหว่างนั้น นั้ epidermis และ stele • ประกอบด้วยเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ พาเรงก็มาที่ทำ หน้า น้ ที่มร่วมน้ำ และอาหารเป็นส่ว ส่ นใหญ่ ชั้น ชั้ ใน สุด สุ ของ cortex จะเห็น ห็ เป็นเซลล์เรียงแถวเดียวเรียก เอนโดเดอร์มิสมิ (Endodermis) ซึ่งจะมีส มี ารซูเปอร์นมาสะสมเป็นแอบเรียก แถบ และพาเรียนสตรีพ (Casparian strip) เมื่อ มื่ อายุมากขึ้น ขึ้ จะมีลิ มีลิกนินนิมาสะสมเพิ่มพิ่เห็น ห็ ชัด ชั เจนในพืช พืใบ เลี้ยงเดี่ยว แต่จะมีบ มี างช่ว ช่ งเซลล์แทรคอยู่ใยู่ นชั้น ชั้ นี้แ นี้ ละจะเป็นบริเวณที่อยู่ต ยู่ รงกับแพรของไซเลม 2.คอร์เทกซ์ (Cortex) • เป็นอาณาเขตระหว่างนั้น นั้ epidermis และ stele • ประกอบด้วยเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ พาเรงก็มาที่ทำ หน้า น้ ที่มร่วมน้ำ และอาหารเป็นส่ว ส่ นใหญ่ ชั้น ชั้ ใน สุด สุ ของ cortex จะเห็น ห็ เป็นเซลล์เรียงแถวเดียวเรียก เอนโดเดอร์มิสมิ (Endodermis) ซึ่งจะมีส มี ารซูเปอร์นมาสะสมเป็นแอบเรียก แถบ และพาเรียนสตรีพ (Casparian strip) เมื่อ มื่ อายุมากขึ้น ขึ้ จะมีลิ มีลิกนินนิมาสะสมเพิ่มพิ่เห็น ห็ ชัด ชั เจนในพืช พืใบ เลี้ยงเดี่ยว แต่จะมีบ มี างช่ว ช่ งเซลล์แทรคอยู่ใยู่ นชั้น ชั้ นี้แ นี้ ละจะเป็นบริเวณที่อยู่ต ยู่ รงกับแพรของไซเลม 3.สตีล (stele) เป็นชั้น ชั้ ที่อยู่ถั ยู่ ถั ดจากชั้น ชั้ เอนโดเดอร์มิสมิเข้า ข้ไปในรากสตีลจะแคบกว่าคอร์เทกซ์ ประกอบด้วยชั้น ชั้ ต่างๆ คือ เพริไซเคิล มัด มั ท่อลำ เลียง และพิธพิ 3.สตีล (stele) เป็นชั้น ชั้ ที่อยู่ถั ยู่ ถั ดจากชั้น ชั้ เอนโดเดอร์มิสมิเข้า ข้ไปในรากสตีลจะแคบกว่าคอร์เทกซ์ ประกอบด้วยชั้น ชั้ ต่างๆ คือ เพริไซเคิล มัด มั ท่อลำ เลียง และพิธพิ 3.1 เพริไซเคิล (Pericycle) • เป็นเซลล์ผนัง นั บางขนาดเล็กมี 1-2 แถว พบเฉพาะในรากเท่านั้น นั้ • เป็นแหล่งกำ เนิดนิของรากแขนง | secondary root | • พืช พื บางชนิดนิเนื้อ นื้ เยื่อยื่ชั้น ชั้ นี้จะเปลี่ยนแปลงไปเป็น คอร์ดแคมเบีย บี ม (Cork 3.2 มัด มั ท่อลาเลียง (Vascular bundle) cambium • ประกอบด้วย Xylem อยู่ต ยู่ รงใจกลางเรียงเป็นแจกโดยมี phloem อยู่ร ยู่ ะหว่างแฉก สำ หรับพืช พืใบเลี้ยงคู่ต่ คู่ ต่ อ มาจะเกิดเนื้อ นื้ เยื่อยื่เจริญ, vascular cambium คนระหว่าง xylem กับ phloem • ในรากของพืช พืใบเลี้ยงคู่มี คู่ จำ มี จำนวนแฉกน้อ น้ ยประมาณ 1-8 แฉก โดยมากมัก มั มี 4 แฉก ส่ว ส่ นรากของพืช พืใบ เลียงเดี่ยวมัก มั มีจำ มี จำนวนแฉกมากกว่า 3.3 พิธีพิธี(pith) • เป็นบริเวณตรงกลางรายหรือไส้ใส้ นของรากเห็น ห็ ได้ชัด ชั เจนในรากพืช พืใบเลี้ยงเดี่ยว • ส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ ป็นเ เ พาเรงคิ มา วนรากพืช พืใบเลี้ยงคู่ต คู่ รงกลาง เป็น Xyes 3.1 เพริไซเคิล (Pericycle) • เป็นเซลล์ผนัง นั บางขนาดเล็กมี 1-2 แถว พบเฉพาะในรากเท่านั้น นั้ • เป็นแหล่งกำ เนิดนิของรากแขนง | secondary root | • พืช พื บางชนิดนิเนื้อ นื้ เยื่อยื่ชั้น ชั้ นี้จะเปลี่ยนแปลงไปเป็น คอร์ดแคมเบีย บี ม (Cork 3.2 มัด มั ท่อลาเลียง (Vascular bundle) cambium • ประกอบด้วย Xylem อยู่ต ยู่ รงใจกลางเรียงเป็นแจกโดยมี phloem อยู่ร ยู่ ะหว่างแฉก สำ หรับพืช พืใบเลี้ยงคู่ต่ คู่ ต่ อ มาจะเกิดเนื้อ นื้ เยื่อยื่เจริญ, vascular cambium คนระหว่าง xylem กับ phloem • ในรากของพืช พืใบเลี้ยงคู่มี คู่ จำ มี จำนวนแฉกน้อ น้ ยประมาณ 1-8 แฉก โดยมากมัก มั มี 4 แฉก ส่ว ส่ นรากของพืช พืใบ เลียงเดี่ยวมัก มั มีจำ มี จำนวนแฉกมากกว่า 3.3 พิธีพิธี(pith) • เป็นบริเวณตรงกลางรายหรือไส้ใส้ นของรากเห็น ห็ ได้ชัด ชั เจนในรากพืช พืใบเลี้ยงเดี่ยว • ส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ ป็นเ เ พาเรงคิ มา วนรากพืช พืใบเลี้ยงคู่ต คู่ รงกลาง เป็น Xyes
Vascular cylinder Epidermis Cortax Endodermis เอนโดเดอร์มิร์สมิเรียรีงชั้นชั้เดียว ผนังนัหนา มีเมีมล็ดมาก ส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ ห็น ห็ เอนโดเดอร์ มิสมิ ไม่ชั ม่ ดชัเจน Root Monocot Root Dicot ตารางแสดงความแตกต่างระหว่างโครงสร้างภาพตัดขวางของรากพืช พืไบเลี้ยงเดี่ยวและรากพืช พืใบเลี้ยงคู่ รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว รากพืชใบเลี้ยงคู่ มีขมีนราก มีขมีนรากช่ว ช่ งที่เมล็ดงอกใหม่เ ม่ มื่อมื่ เจริญริเติบโตจะไม่มี ม่ มี มีไมีซเล็มเรียรีงเป็น ป็ แฉก มากกว่า ว่ 6 แฉก มีไมีซเล็มเรียรีงเป็น ป็ แฉกประมาณ 3-4 แฉก ปกติไม่มี ม่ เมีนื้อเยื่อยื่วาสคิวลาร์แร์คมเบียบีม อยู่ ระหว่า ว่ งไซเล็มกับกับโฟลเอ็ม จึงจึไม่มี ม่ กมีาร เจริญริเติบโต ในระยะทุติ ทุติยภูมิ ภูมิยกเว้น ว้ พืชพืบาง ชนิด มีเมีนื้อเยื่อยื่ตามวาสคิวลาร์แร์คมเบียบีม อยู่ ระหว่า ว่ งไซเล็มกับโฟลเอ็มเพื่อพื่ ให้เ ห้ นื้อนื้เยื่อยื่ที่ เจริญริ ในระยะทุติ ทุติยภูมิ ภูมิ ไม่มี ม่ คมีอร์กร์และคอรืแรืคมเบียบีม ถ้าเป็น ป็ ไม้ต้ ม้ ต้ น จะมีคมีอร์กร์และคอร์กร์ แคมเบียบีม เอนโดเดอร์มิร์สมิเห็น ห็ เป็น ป็ แนวชัดชัเจน และ เห็น ห็ แคสพาเรียรีนสตรีฟรีเด่นชัดชักว่า ว่ ในราก พืชพื ใบเลี้ยงคู่ Xylem Phloem Pith
กิจกรรม 9.2 โครงสร้างภายนอกและภายในของลำ ต้น กิจกรรม 9.2 โครงสร้างภายนอกและภายในของลำ ต้น โครงสร้ร้ ร้ร้ างภายนอกของลำลำ ลำลำ ลำลำต้ต้ ต้ต้ น ข้อ ข้ (Node) เป็นบริเวณของลำ ต้นที่มัก มั นุน นุ หรือพองโตกว่าส่ว ส่ นอื่น อื่ ๆ ที่ติดกัน มีต มี า (Bud) ซึ่งอาจแตกไปเป็นกิ่ง ใบหรือดอกปล้อง (Internode) เป็นส่ว ส่ นของพืช พื ที่อยู่ร ยู่ ะหว่างข้อ ข้ในพืช พืใบเลี้ยงเดี่ยว จะเห็น ห็ ข้อ ข้ปล้องได้ ชัด ชั เจนตลอดชีวิ ชีวิ ต ข้อ ข้ (Node) เป็นบริเวณของลำ ต้นที่มัก มั นุน นุ หรือพองโตกว่าส่ว ส่ นอื่น อื่ ๆ ที่ติดกัน มีต มี า (Bud) ซึ่งอาจแตกไปเป็นกิ่ง ใบหรือดอกปล้อง (Internode) เป็นส่ว ส่ นของพืช พื ที่อยู่ร ยู่ ะหว่างข้อ ข้ในพืช พืใบเลี้ยงเดี่ยว จะเห็น ห็ ข้อ ข้ปล้องได้ ชัด ชั เจนตลอดชีวิ ชีวิ ต
1. เอพิเพิดอร์มิสมิ (epidermis) อยู่ชั้ ยู่ ชั้ น ชั้ นอกสุด สุ เซลล์เรียงตัวชั้น ชั้ เดียว ไม่มี ม่ มี คลอโรพลาสต์ 2. คอร์เทกซ์ (cortex) เป็นเซลล์ที่อยู่ร ยู่ ะหว่างเอพิเพิดอร์มิสมิกับสตีล ส่ว ส่ น ใหญ่เ ญ่ ป็นเซลล์พาเร็งคิมา 3. สตีล (stele) ประกอบด้วย 1.1 วาสคิวลาร์บัน บั เดิล (vascular bundle) หรือมัด มั ท่อลำ เลียง ประกอบ ด้วยท่อลำ เลียงน้ำ (xylem) และท่อลำ เลียงอาหาร (phloem) 1.2 พิธพิ (pith) เป็นเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ส่ว ส่ นในสุด สุ ของลำ ต้น ส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ ป็นเซล์พาเร็งคิ มา ทำ หน้า น้ ที่สะสมอาหารพวกแป้ง 1. เอพิเพิดอร์มิสมิ (epidermis) อยู่ชั้ ยู่ ชั้ น ชั้ นอกสุด สุ เซลล์เรียงตัวชั้น ชั้ เดียว ไม่มี ม่ มี คลอโรพลาสต์ 2. คอร์เทกซ์ (cortex) เป็นเซลล์ที่อยู่ร ยู่ ะหว่างเอพิเพิดอร์มิสมิกับสตีล ส่ว ส่ น ใหญ่เ ญ่ ป็นเซลล์พาเร็งคิมา 3. สตีล (stele) ประกอบด้วย 1.1 วาสคิวลาร์บัน บั เดิล (vascular bundle) หรือมัด มั ท่อลำ เลียง ประกอบ ด้วยท่อลำ เลียงน้ำ (xylem) และท่อลำ เลียงอาหาร (phloem) 1.2 พิธพิ (pith) เป็นเนื้อ นื้ เยื่อ ยื่ ส่ว ส่ นในสุด สุ ของลำ ต้น ส่ว ส่ นใหญ่เ ญ่ ป็นเซล์พาเร็งคิ มา ทำ หน้า น้ ที่สะสมอาหารพวกแป้ง ใบเลี้ยงเดี่ ใบเลี้ยงเดี่ ดี่ ดี่ ยว ใบเลี้ลี้ ลี้ ลี้ ยงคู่ ลี้ ยงคู่
ความแตกต่ต่ ต่ต่ างของลำลำ ลำลำ ลำลำต้ต้ ต้ต้ น ลำ ต้นพืช พืใบเลี้ยงเดี่ยว 1. วาสคิวลาร์บัน บั เดิล กระจัด จั กระจายทั่วลำ ต้น 2. ส่ว ส่ นใหญ่ไญ่ ม่มี ม่ แ มี คมเบี่ย บี่ มระหว่างโฟลเอมและไซเลม จึง จึไม่เ ม่ พิ่ม พิ่ ขนาดทางด้านข้า ข้ ง มีแ มี ต่การเพิ่ม พิ่ ความสูง สู 3. ชั้น ชั้ คอร์เทกซ์บางๆ ไม่มี ม่ ก มี ารรวมตัวเป็นเปลือกไม้ ลำ ต้นพืช พืใบเลี้ยงคู่ 1. วาสคิวลาร์บัน บั เดิล เรียงเป็นระเบีย บี บในแนวรัศมี 2. มีแ มี คมเบีย บี มระหว่างโฟเอมและไซเลม จึง จึ มีก มี ารเจริญ เติบโตขั้น ขั้ ที่สอง ทำ ให้ลำ ห้ลำ ต้นอ้ว อ้ นขึ้น ขึ้ 3. ชั้น ชั้ คอร์เทกซ์รวมกับโฟเอมที่มีอ มี ายุ กลายเป็นเปลือก ไม้ ลำ ต้นพืช พืใบเลี้ยงเดี่ยว 1. วาสคิวลาร์บัน บั เดิล กระจัด จั กระจายทั่วลำ ต้น 2. ส่ว ส่ นใหญ่ไญ่ ม่มี ม่ แ มี คมเบี่ย บี่ มระหว่างโฟลเอมและไซเลม จึง จึไม่เ ม่ พิ่ม พิ่ ขนาดทางด้านข้า ข้ ง มีแ มี ต่การเพิ่ม พิ่ ความสูง สู 3. ชั้น ชั้ คอร์เทกซ์บางๆ ไม่มี ม่ ก มี ารรวมตัวเป็นเปลือกไม้ ลำ ต้นพืช พืใบเลี้ยงคู่ 1. วาสคิวลาร์บัน บั เดิล เรียงเป็นระเบีย บี บในแนวรัศมี 2. มีแ มี คมเบีย บี มระหว่างโฟเอมและไซเลม จึง จึ มีก มี ารเจริญ เติบโตขั้น ขั้ ที่สอง ทำ ให้ลำ ห้ลำ ต้นอ้ว อ้ นขึ้น ขึ้ 3. ชั้น ชั้ คอร์เทกซ์รวมกับโฟเอมที่มีอ มี ายุ กลายเป็นเปลือก ไม้
0 กิจกรรม 9.3 โครงสร้าวภายนอกของใบ กิจกรรม 9.3 โครงสร้าวภายนอกของใบ โครงสร้างภายนอกใบเลี้ยงเดี่ โครงสร้างภายนอกใบเลี้ยงเดี่ ดี่ ดี่ ยว โครงสร้างภายนอกใบเลี้ โครงสร้างภายนอกใบเลี้ ลี้ ลี้ ยงคู่ ลี้ ยงคู่ เส้น ส้ใบขนานกัน เส้น ส้ใบเป็นร่างแห