การปลูกข้าว
ผู้จัดทา
นางสาวสุพตั รา แก้วคูนอก
ช้ัน ม.3
ครูทปี่ รึกษา นายอุเทน สมบัติศรี
รายงานเล่มนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ าการส่ือสารและการนาเสนอ (IS2)
โรงเรียนหันห้วยทรายพทิ ยาคม อาเภอประทาย จังหวดั นครราชสีมา
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 31
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2563
การปลูกข้าว
ผู้จัดทา
นางสาวสุพตั รา แก้วคูนอก
ช้ัน ม.3
ครูทปี่ รึกษา นายอุเทน สมบัติศรี
รายงานเล่มนีเ้ ป็ นส่วนหน่ึงของรายวชิ าการส่ือสารและการนาเสนอ (IS2)
โรงเรียนหันห้วยทรายพทิ ยาคม อาเภอประทาย จังหวดั นครราชสีมา
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 31
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2563
บทคดั ย่อ
ขา้ วเป็นพืชอาหารหลกั และเป็นอาชีพที่สาคญั ของเกษตรกรไทย ประเทศไทยมีพ้นื ที่ปลูก ขา้ ว ๖๕– ๖๗ ลา้ นไร่ หรือ
คิดเป็นร้อยละ ๕๐ ของพ้นื ที่การเกษตร เกษตรกรผปู้ ลูกขา้ วมีจานวนกวา่ ๓.๗ ลา้ นครัวเรือน สามารถผลิตขา้ วและ
ส่งออกทารายไดใ้ หแ้ ก่ประเทศปี ละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ลา้ นบาท ซ่ึง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ ๒๐ ของผลิตภณั ฑม์ วล
ภายในประเทศของภาคการเกษตร นอกจากน้ีขา้ วยงั เป็ น แหล่งรายไดท้ ่ีสาคญั ของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม
ต่อเนื่องเป็นจานวนมาก ก่อใหเ้ กิดการจา้ งงานใน อุตสาหกรรมขา้ วหลายลา้ นครัวเรือน ในช่วงเวลาที่ผา่ นมารัฐบาลได้
มีโครงการประกนั รายไดเ้ กษตรกรท้งั นา ปี และนาปรัง ซ่ึงเป็นสิ่งจงู ใจใหเ้ กษตรกรปลูกขา้ วมากข้ึนและตอ่ เน่ืองตลอด
ท้งั ปี เน่ืองจากเกษตรกรเช่ือวา่ จะสามารถสร้างรายไดห้ รือใหผ้ ลตอบแทนสูงมากข้ึน เป็ นสาเหตุทาให้ตอ้ งมีการใชน้ า
ตน้ ทุนในอนาคตของ แต่ละปี อยา่ งต่อเน่ืองมาโดยตลอด ซ่ึงการปฏิบตั ิของเกษตรกรในการปลูกขา้ วอยา่ งต่อเน่ือง
เช่นน้ียอ่ มส่งผล กระทบทาใหส้ ถานการณ์ขาดแคลนนารุนแรงมากข้ึนในอนาคต ยง่ิ ไปกวา่ น้นั การท่ีเกษตรกรไมไ่ ดม้ ี
การพกั ดินทาใหเ้ กิดการระบาดของขา้ ววชั พชื โรคและแมลง ส่งผลใหผ้ ลผลิตขา้ วลดลงหรือเสียหายจนไม่สามารถ
เกบ็ เก่ียวผลผลิตได้ นอกจากน้ี การปลูกขา้ วอยา่ งต่อเน่ืองยงั ทาใหม้ ีการใชป้ ๋ ุยเคมีมากข้ึนจนก่อให้เกิดผลเสีย ตอ่ ระบบ
นิเวศน์ในนาขา้ ว จากสถานการณ์การระบาดของเพล้ียกระโดดสีน้าตาลในพ้นื ท่ีภาคกลางและภาคเหนือ ตอนล่าง อนั
เป็นผลมาจากเกษตรกรทานาอยา่ งต่อเนื่อง มีการปลูกขา้ วหนาแน่น ใชส้ ารเคมีกลุ่มไพรีทรอยด์ สังเคราะห์ซ่ึงเป็นกา
รท าลายศตั รูธรรมชาติ รวมท้งั มีการปลูกขา้ วพนั ธุ์เดียวกนั อยา่ งต่อเนื่องมาโดยตลอด ทาใหเ้ พล้ียกระโดดสีน้าตาลมี
อาหารกินอยา่ งบริบูรณ์ ช่วยใหเ้ พ่ิมปริมาณประชากรและทวกี ารระบาดรุนแรง มากข้ึนเป็น ๑.๙๖ ลา้ นไร่ (กลางเดือน
พฤศจิกายนถึงตน้ เดือนธนั วาคม ๒๕๕๒) รวมท้งั มีการระบาดรุนแรง มากสุดในรอบปี เป็น ๒.๓๙ ลา้ นไร่ (ช่วงเดือน
ธนั วาคมถึงกลางเดือนธนั วาคม ๒๕๕๒) ดว้ ยเหตุน้ี กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ จึงไดเ้ สนอมาตรการเพื่อป้ องกนั
และยบั ย้งั การระบาดของเพล้ียกระโดดสีน้าตาล ซ่ึง คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวนั ท่ี ๑๕ ธนั วาคม ๒๕๕๒ ซ่ึง
มาตรการดงั กล่าวมีแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ระยะยาว โดยการปฏิรูประบบการปลูกขา้ วใหม่ เพ่ือแกไ้ ขปัญหาการ
ระบาดของเพล้ียกระโดดสีน้าตาล โรค เขียวเต้ีย และโรคใบหงิกอยา่ งยง่ั ยนื รวมท้งั ปัญหาขา้ ววชั พืช ความสมดุลของ
ระบบนิเวศน์ และความอุดม สมบรู ณ์ของดิน ผลจากมาตรการดงั กล่าวทาใหพ้ ้นื ที่การระบาดของเพล้ียกระโดดสี
น้าตาลลดลงเหลือ ๖.๗๔ แสนไร่ (ขอ้ มลู วนั ที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๓) และต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไดเ้ สนอ
คณะรัฐมนตรีใน มาตรการเพิ่มเติมสาหรับการใหค้ วามช่วยเหลือเกษตรกรผไู้ ดร้ ับผลกระทบจากการระบาดของเพล้ีย
กระโดด สีน้าตาล โรคเขียวเต้ีย และโรคใบหงิก และคณะรัฐมนตรีไดม้ ีมติ เมื่อวนั ท่ี ๙ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๓ เห็นชอบ
ให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใหค้ วามช่วยเหลือเกษตรกรผไู้ ดร้ ับผลกระทบจากการระบาดขาดเพล้ียกระโดด สี
น้าตาล โรคเขียวเต้ียและโรคใบหงิก ดงั น้นั เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั มติคณะรัฐมนตรีดงั กล่าวขา้ งตน้
สานกั ชลประทานที่ ๑๐ จึง ผลกั ดนั ใหม้ ีการปรับระบบการปลูกขา้ ว โดยกาหนดช่วงระยะเวลาการปลูกขา้ วใหม้ ีความ
เหมาะสมและ 2 สอดคลอ้ งกบั สภาพพ้ืนท่ีเศรษฐกิจและสงั คม และกาหนดแนวทางสนบั สนุนตา่ ง ๆ
คานา
ปัญหาหาของการจดั การน้าในลุ่มน้าเจา้ พระยานบั วนั จะทวคี วามรุนแรงมากข้ึน เน่ืองจากปริมาณ น้าตน้ ทุนท่ี
มีจา้ กดั แต่ความตอ้ งการใชน้ ้าเพ่ิมมากข้ึน ตอ้ งมีการใชน้ ้าตน้ ทุนในอนาคตของแตล่ ะปี อยา่ งตอ่ เนื่อง มาโดยตลอด
ส่งผลกระทบทา้ ใหส้ ถานการณ์การขาดแคลนน้าจะรุนแรงมากข้ึนในอนาคต จา้ เป็ นตอ้ งมี มาตรการแกไ้ ขปัญหาอยา่ ง
จริงจงั เพอ่ื ใหท้ นั กบั ความตอ้ งการใชน้ ้าที่เพิ่มข้ึนทุกปี ก่อนที่สถานการณ์จะรุนแรง ไปมากกวา่ น้ีการจดั ระบบการ
ปลูกขา้ ว ตามโครงการจดั ระบบการปลูกขา้ วของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นมาตรการแกไ้ ขปัญหาที่เหมาะสม
สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ในปัจจุบนั อยา่ งยงิ่ เนื่องจากในลุ่มน้าเจา้ พระยา ขา้ วเป็นกิจกรรมการเกษตรที่มีการใชน้ ้ามาก
ท่ีสุด เพราะมีพ้นื ท่ีเพาะปลูกเป็นจา้ นวนมากและพฤติกรรมการทา้ นาของเกษตรกรขาดระเบียบแบบแผน ก่อใหเ้ กิด
ปัญหาอุปสรรคในการบริหารจดั การน้าเป็ นอยา่ งมาก ทา้ ใหไ้ ม่ สามารถควบคุมการใชน้ ้าใหเ้ ป็นไปตามแผนที่กาหนด
ไวไ้ ด้
เอกสารฉบบั น้ีจึงไดถ้ ูกจดั ทา้ ข้ึนเพือ่ ใชเ้ ป็ นแนวทางในการจดั ระบบการปลูกขา้ ว ในเขตสานกั ชลประทานท่ี
๑๐ ใหเ้ หมาะสมและสอดคลอ้ งกบั การบริหารจดั การน้าในลุ่มน้าเจา้ พระยา ซ่ึงจะส่งผลใหก้ าร บริหารจดั การน้ามี
ประสิทธิภาพ เน่ืองจากเกษตรกรปลูกขา้ วในช่วงเวลาเดียวกนั และไมต่ อ่ เนื่องตลอดท้งั ปี จึง สามารถจดั สรรน้าไดต้ าม
เวลา เป็นไปตามแผนที่กาหนด ไมเ่ กิดวกิ ฤติการณ์ขาดแคลนน้าในภาพรวม ช่วย ประหยดั น้าชลประทานไดป้ ระมาณ
๑,๒๐๐-๒,๕๐๐ ลา้ นลูกบาศกเ์ มตร
สารบัญ
เร่ือง หน้า
1
ข้นั ตอนการทานา
1.การเตรียมพนั ธ์ุข้าว
เม่ือนาเมลด็ ข้าวไปเพาะให้งอก โดยแชนา้ นานประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วนาเมลด็ ขึน้ จากนา้ และเกบ็ ไว้ในทีท่ ม่ี ีความชื้น
สูงเมลด็ จะงอกภายใน 48 ชั่วโมง จึงนาเมลด็ ทีเ่ ริ่มงอกเหล่านีไ้ ปปลกู ในดินทเี่ ปี ยก ส่วนทเ่ี ป็ นรากจะเจริญเติบโตลกึ ลง
ไปในดนิ ส่วนทีเ่ ป็ นยอดกจ็ ะสูงขึน้ เหนือผวิ ดินแล้วเปลย่ี นเป็ นใบ ต้นข้าวเลก็ ๆนีเ้ รียกว่า ต้นกล้า หลงั จากต้นกล้ามอี ายุ
ประมาณ 40 วนั จะมหี น่อใหม่เกดิ ขึน้ โดยเจริญเตบิ โตออกจากตา บริเวณโคนต้น ต้นกล้าแต่ละต้นสามารถแตกหน่อ
ใหม่ประมาณ 5-15หน่อ ท้งั นี้ขึน้ อยู่กบั พนั ธ์ข้าว ระยะปลกู และความอดุ มสมบูรณ์ของดิน
แต่หน่อต้นกล้าให้ร่วงข้าวหน่ึงรวง แต่รวงข้าวมีเมล็ดข้าวประมาณ 100-200 เมลด็ โดยปกตติ ้นข้าวทโี่ ตเตม็ ทแ่ี ล้วจะมี
ความสูงจากพนื้ ดนิ ถงึ ปลายรวงทสี่ ูงทสี่ ุดประมาณ100-200 เซนติเมตรซ่ึงแตกต่างไปตามพนั ธ์ุข้าวตลอดจนถงึ ความ
อุดมสมบูรณ์ของดินและความลกึ ของนา้
2
2.การปลกู ข้าว
วธิ ีการปลูกข้าวหรือการทานาในประเทศไทยแบ่งออกเป็ น 3 วธิ ี ดังนี้
2.1 การปลูกข้าวไร่ หมายถึง การปลูกข้าวบนทด่ี อนไม่มีนา้ ขงั ในพนื้ ทป่ี ลกู ชนิดของข้าวทป่ี ลกู เรียกว่า ข้าวไร่ พนื้ ที่
ดอนส่วนมาก เช่น ภูเขา มักจะไม่มีระดบั คอื สูงๆต่าๆ จึงไม่สามารถไถเตรียมดนิ และปรับระดบั ดนิ ได้ง่ายๆ เหมือนกบั
พนื้ ทรี่ าบ เพราะฉะน้ันชาวนามักปลูกข้าวแบบหยอด โดยข้นั แรกทาการตัดหญ้าและต้นไม้เลก็ ออก แล้วจึงทาความ
สะอาดพนื้ ทท่ี จ่ี ะปลูก แล้วใช้หลกั ไม้ปลายแหลมเจาะดินเป็ นหลมุ ปกตจิ ะต้องหยอดพนั ธ์ุข้าวทนั ทีหลงั จากทเ่ี จาะหลมุ
และหลงั จากหยอดเมลด็ พนั ธ์ุข้าวแล้วจะใช้เท้ากลบดินปากหลุม เมอ่ื ฝนตกหรือเมอื่ เมลด็ ได้รับความชื้นจากดนิ เมลด็
จะงอกและเจริญเติบโตเป็ นต้นข้าว เน่ืองจากทดี่ อนไม่มีนา้ ขงั และไม่มกี ารชลประทาน การปลกู ข้าวไร่จึงต้องใช้นา้ ฝน
เพยี งอย่างเดยี ว พนื้ ทป่ี ลูกข้าวไร่จะแห้งและขาดนา้ ทนั ทเ่ี มอ่ื สิ้นหน้าฝน ดังน้ันการปลูกข้าวไร่จึงต้องใช้พนั ธ์ุทมี่ อี ายุ
เบา โดยปลูกในต้นฤดูฝนและแก่เกบ็ เกย่ี วได้ในปลายฤดูฝน ดังน้ันการปลูกข้าวไร่ ชาวนาจะต้องหมั่นกาจัดวชั พชื
เพราะทดี่ อนมกั จะมีวชั พชื มากกว่าทล่ี ่มุ พนื้ ที่ทป่ี ลูกข้าวไร่ในประเทศไทยมีจานวนน้อยและปลูกมากในภาคเหนือและ
ภาคใต้ ส่วนภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือและภาคกลางปลกู ข้าวไร่น้อยมาก
2.2 การปลกู ข้าวนาดา หรือเรียกว่า การปักดา ซ่ึงวธิ ีการปลูกแบ่งเป็ นสองตอน ตอนแรกได้แก่การตกกล้าในแปลขนาด
เลก็ และตอนทส่ี องได้แก่การถอนต้นกล้านาไปปักดนิ ในนาผนื ทใี่ หญ่ ดงั น้ัน การปลกู แบบปักดาอาจเรียกว่า Indirect
Seeding ซึ่งต้องเตรียมดนิ ที่ดีกว่าการปลกู ข้าวไร่ ซึ่งมีการไถดะ การไถแปร และการคราด ปกตกิ ารไถและคราดในนา
ดามักจะใช้แรงววั ควาย หรือแทรกเตอร์ขนาดเลก็ ทเี่ รียกว่า ควายเหลก็ หรือไถยนต์เดินตาม ท้งั นีเ้ ป็ นเพราะพนื้ ที่นาดา
มคี ันนาแบ่งก้นั ออกเป็ นแปลงเลก็ ๆ ขนาดแปลงละ 1 ไร่ หรือเลก็ กว่า คันนามีไว้เพอ่ื กกั เกบ็ นา้ ปล่อยนา้ ทงิ้ จากแปลงนา
นาดาจึงมกี ารบงั คับนา้ ในนาไว้ได้บ้างพอสมควร การไถดะ หมายถงึ การถคร้ังแรกเพอื่ ทาลายวชั พชื ในนาและพลกิ
กลบั หน้าดิน แล้วปล่อยทงิ้ ไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงทาการไถแปรซ่ึงหมายถึงการไถตัดกบั รอยไถดะ การไถแปรอาจไถ
มากกว่าหน่ึงคร้ัง ท้งั นีข้ นึ้ อยู่กบั ระดับนา้ ในนาตลอดจนถงึ ชนิดและปริมาณของวชั พชื เมอ่ื ไถแปรแล้วทาการคราดได้
ทนั ที การคราดกค็ อื การคราดเอาวชั พชื ออกจากผนื นา และปรับพนื้ ทนี่ าให้ได้ระดบั เป็ นทรี่ าบเสมอกัน ด้วยพนื้ ทนี่ าที่มี
ระดบั เป็ นทรี่ าบจะทาให้ต้นข้าวได้รับนา้ เท่าๆกนั และสะดวกต่อการไขนา้ เข้าออก
การตกกล้า หมายถงึ การนาเมลด็ หวานให้งอก ใช้เวลาประมาณ 25-30 วนั นับจากวนั หว่าน เมลด็ จะเจริญเติบโตเป็ น
ต้นกล้าทมี่ ขี นาดโตพอทจ่ี ะถอนนาไปปักดาได้การปักดา คอื การนาต้นกล้าทีถ่ อนขึน้ จากแปลงแล้วมดั รวมกนั เป็ นมัดๆ
จะต้องสลดั ดนิ โคลนทรี่ ากออก แล้วนาไปปักดาในพนื้ ทน่ี าทไ่ี ด้เตรียมไว้ ถ้าต้นกล้าสูงมากกต็ ดั ปลายใบทงิ้ พนื้ ทนี่ าที่
ใช้ปักดาควรมีนา้ ขงั อยู่ประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพราะต้นข้าวอาจถูกลมพดั จนพบั ลงได้เม่ือนาน้ันไม่มนี า้ ขงั อย่เู ลย
ถ้าระดับนา้ ในน้ันลกึ มากต้นข้าวทปี่ ักดาอาจจมนา้ ในระยะแรก และ ข้าวจะต้องยดื ต้นมากกว่าปกติ จนผลให้แตกกอ
น้อย การปักดาทไี่ ด้ผลผลติ สูงจะต้องปักดาให้เป็ นแถวเป็ นแนว และมีระยะห่างระหว่างกอมากพอสมควร
2.3 การปลกู ข้าวนาหว่าน เป็ นการปลกู ข้าวโดยเอาเมลด็ พันธ์ุหว่านลงในพนื้ ทนี่ าทไ่ี ถเตรียมไว้โดยตรง ซึ่ง
เรียกว่า Direct Seeding การเตรียมดนิ กค็ ือการไถดะและไถแปร ชาวนาจะเร่ิมไถนาสาหรับปลูกข้าวนาหว่านต้ังแต่
3
เดือนเมษายน เน่ืองจากพนื้ ที่นาสาหรับปลูกข้าวนาหว่านไม่มคี นั นาก้นั จึงสะดวกแก่การไถด้วยแทรกเตอร์ขนาดใหญ่
อย่างไรกต็ ามยงั มีชาวนาจานวนมากใช้แรงงานววั และควายไถนาการปลูกข้าวนาหว่านมีหลายวธิ ีด้วยกนั เช่น การ
หว่านสารวย การหว่านคราดกลบหรือไถกลบ การหว่านหลงั ขไี้ ถ และการหว่านนา้ ตม การหว่านสารวย การหว่านวธิ ีนี้
ชาวนาจะหว่านเมลด็ พนั ธ์ุข้าวทย่ี งั ไม่ได้เพาะให้งอกลงในพนื้ ทนี่ าเตรียมดินโดยการไถดะ และไถแปรไว้แล้วโดยตรง
เมลด็ พนั ธ์ุทีห่ ว่านลงไปตกลงปอยู่ในซอกระหว่างก้อนดินและรอยไถ เม่ือฝนตกพนื้ ดนิ เปี ยกและเมลด็ ได้รับความชื้น
เมลด็ ข้าวจะงอกเป็ นต้นกล้า การหวานวธิ ีนีใ้ ช้เฉพาะท้องทซ่ี ึ่งดินมคี วามชื้นพออย่แู ล้วการหว่านคราดกลบหรือไถกลบ
ชาวนาจะทาการไถดะและไถแปร แล้วจึงนาเมลด็ ทยี่ งั ไม่ได้เพาะ ให้งอกหว่านลงไปทนั ทแี ล้วคราด หรือไถเพอ่ื กลบ
เมลด็ ทหี่ ว่านลงไปอกี คร้ังหน่ึง เนื่องจากดินมคี วามชื้นอยู่แล้วเมลด็ จะเร่ิมงอกทันทหี ลงั จากหว่านลงดนิ
การต้งั ตวั ของต้นกล้าจะต้งั ตัวดีกว่าการหว่านสารวย เพราะเมลด็ ทห่ี ว่านถูกกลบฝังลกึ ลงในดนิ การหว่านนา้ ตม การ
หว่านแบบนี้นิยมใช้ในพนื้ ท่มี นี า้ ขงั ประมาณ 3-5 เซนตเิ มตร และพนื้ ท่ีนาเป็ นผนื ใหญ่ขนาดประมาณ 1-2 ไร่มีคันนา
ก้นั เป็ นแปลงการเตรียมดินทาเหมอื นกบั การเตรียมดินสาหรับนาดา ซึ่งมีการไถดะ ไถแปร และคราดเพอื่ เกบ็ วชั พชื
ออกจากพนื้ นาแล้วจึงทงิ้ ให้ดินตกตะกอนจนเห็นว่านา้ ใส จึงนาเมลด็ พนั ธ์ุทเ่ี พาะให้งอกแล้วหว่านลงนาและไขนา้ ออก
เมลด็ จะเจริญเตบิ โตเป็ นต้นข้าวและเจริญเตบิ โตอย่างข้าวอน่ื ๆ ตามปกตกิ ารหว่านแบบนีน้ ิยมทากนั ใน
ท้องทจี่ ังหวดั ฉะเชิงเทรา ทท่ี าการปลกู ข้าวนาปรัง
4
3. การดูแลรักษา
ในระหว่างการเจริญเติบโตของต้นข้าว ต้ังแต่การหยอดเมลด็ การหว่านเมลด็ การปักดาต้นข้าวต้องการนา้ และป๋ ุย
สาหรับการเจริญเติบโต ในระหว่างนีต้ ้นข้าวอาจถูกโรคและแมลงศัตรูข้าวหลายชนิดเข้าทาลายต้นข้าว โดยทาให้ต้น
ข้าวแห้งตายหรือผลผลติ ต่าและคุณภาพเมลด็ ไม่ได้มาตราฐาน เพาะฉะน้ันนอกจากจะมีวธิ ีการปลูกทดี่ ีแล้วจะต้องมี
วธิ ีการดูแลทด่ี ีอกี ด้วย ท้งั การกาจัดวชั พชื ใส่ป๋ ุยและพ่นยาเคมี เพอ่ื ป้ องกนั และกาจัดโรคแมลงศัตรูทอ่ี าจเกดิ ระบาดขึน้
ได้
4. การเกบ็ เกยี่ ว
สามารถทาได้ในสัปดาห์ทสี่ ี่หลงั จากข้าวออกดอกแล้วประมาณ 28-30 วนั ชาวนาภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
และภาคกลางใช่เคยี วสาหรับเกย่ี วข้าวทล่ี ะหลายๆ รวงส่วนชาวนสภาคใต้ใช้แกระสาหรับเกย่ี วข้าวทลี ะรวง เคียวทใี่ ช้
เกยี่ วข้าวมี 2 ชนิด ได้แก่ เคียวนาสวน และเคยี วนาเมือง เคียวนาสวนเป็ นเคียวกว้าง ใช้สาหรับเก่ียวข้าวนาสวนทป่ี ลูก
ไว้แบบปักดา ส่วนเคียวนาเมืองเป็ นเคยี ววงแคบและมดี ้ามยาวกว่าเคียวนาสวน เคียวนาเมอื งใช้เกย่ี วข้าวนาเมืองท่ีปลูก
ไว้แบบหว่าน ข้าวทเ่ี กย่ี วด้วยเคียวไม่จาเป็ นต้องมคี อรวงยาว เพราะข้าวทถ่ี ูกเกี่ยวมาจะถูกมัดเป็ นกาๆ ส่วนข้าวทถ่ี ูก
เกยี่ วด้วยแกระจาเป็ นต้องมีคอรวงยาวเพราะชาวนาต้องเกยี่ วรวงทลี่ ะรวงแล้วมัดเป็ นกาๆ ข้าวทถี่ ูกเกยี่ วด้วยแกระ
ชาวนาจะเกบ็ ไว้ในยุ้งฉางซึ่งโปร่งมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก และจะทาการนวดเม่ือต้องการขายหรือต้องการสีเป็ น
ข้าวสาร ข้าวทเี่ กย่ี วด้วยเคียวซ่ึงปลูกไว้แบบปักดา ชาวนาจะทงิ้ ไว้ในนาบนตอซังเพอ่ื ตากแดดให้แห้งเป็ นเวลา 3-5 วนั
สาหรับข้าวทปี่ ลูกแบบหว่านพนื้ ทน่ี าจะแห้งในระยะเกบ็ เกย่ี ว ข้าวจึงแห้งก่อนเกบ็ เกยี่ ว ข้าวทเี่ กยี่ วแล้วจะถูกกองทงิ้ ไว้
5
บนพนื้ ทน่ี าเป็ นรูปต่างๆ กนั เป็ นเวลา 5-7 วนั เช่น รูปสามเหลย่ี ม แล้วจึงนามาทล่ี านนวด ข้าวทน่ี วดแล้วจะถูกนาไป
เกบ็ ในยุ้งฉางหรือส่งไปขายท่ีโรงสีทนั ทกี ไ็ ด้
5. การนวดข้าว
หมายถงึ การนาเมลด็ ข้าวออกจากรวงและทาความสะอาด เพอ่ื แยกเมลด็ ข้าวลบี และเศษฟางออก เหลอื ไว้เฉพาะเมลด็
ข้าวเปลอื กทตี่ ้องการเท่าน้ัน ซ่ึงการนวดข้าวสามารถทาได้หลายวธิ ี เช่น การนวดข้าวโดยใช้แรงสัตว์ (ววั ควาย) การ
นวดแบบฟาดกาข้าว การนวดแบบใช้เคร่ืองทุ่นแรง (เคร่ืองหมุนตีร่วงข้าว) และการนวกแบบใช้เคร่ืองจักรขนาดใหญ่
(คอมไบน์)โดยเร่ิมจากการนาข้าวทเี่ กยี่ วจากนาไปกองไว้ท่ีลานสาหรับนวดข้าว การกองข้าวมหี ลายวธิ ี แต่หลกั สาคัญ
คือการกองข้าวจะต้องเป็ นระเบยี บ ถ้ากองไม่เป็ นระเบียบมดั ข้าวะอยู่สูงๆ ตา่ ๆ
ทาให้เมลด็ ข้าวได้รับความเสียหายและคุณภาพตา่ โดยปกตแิ ล้วจะกองเป็ นวงกลม หลงั จากข้าวนวดแล้ว ชาวนามักจะ
ทต่ี ากข้าวให้แห้งเป็ นเวลา 5-7 วนั เพอื่ ลดความชื้นในเมล็ดข้าว ข้าวทเี่ กย่ี วใหม่ๆ มีความชื้นประมาณ 20-25% หลงั จาก
ตากแล้วเมลด็ ข้าวจะมีความชื้นเหลอื ประมาณ 13-15% เมลด็
6
6. การทาความสะอาดเมลด็
เมลด็ ข้าวทไี่ ด้จากการนวดมักมีส่ิงเจือปน เช่น ดนิ กรวด ทราย เมลด็ ลบี ฟางข้าวทาให้ขายได้ราคาต่า ฉะน้ันชาวนาจะ
ทาความสะอาดเมลด็ ก่อนทจี่ ะนาข้าวเปลอื กเกบ็ เข้ายุ้งฉางหรือขายให้พ่อค้า การทาความสะอาดเมลด็ หมายถึง การนา
ข้าวเปลอื กออกจากสิ่งเจือปนอน่ื ๆ ซ่ึงทาได้หลายวธิ ี เช่น การสาดข้าว การใช้กระด้งฝัด และการใช้เครื่องฝัด
7. การตากข้าว
เพอ่ื รักษาคุณภาพเมลด็ ข้าวให้ได้มาตราฐานเป็ นเวลานานๆ หลงั จากนวดและทาความ สะอาดเมลด็ ข้าวแล้ว จาเป็ นต้อง
นาข้าวเปลอื กไปตากอกี คร้ังหนึ่งก่อนทจ่ี ะนาไปเกบ็ ในย้งุ ฉาง เพอื่ ให้ข้าวเปลอื กแห้งและมีความชื้นประมาณ 13-
15% เมลด็ ข้าวในยุ้งทมี่ คี วามชื้นสูงกว่านีจ้ ะทาให้เกดิ ความร้อนสูงจนคุณภาพข้าวเส่ือม และอาจทาให้เชื้อราตดิ มากบั
เมลด็ และขยายพนั ธ์ุทาลายเมลด็ ข้าวเปลอื กได้เป็ นจานวนมาก การตากข้าวควรตากบนลานทส่ี ามารถแผ่กระจายเมลด็
ข้าวให้ได้รับแสงโดยทว่ั ถงึ กัน ควรตากแดดนานประมาณ 3-4 แดด ในต่างประเทศใช้เคร่ืองอบข้าวเพอ่ื ลดความชื้นใน
เมลด็ ข้าวเรียกว่า Drier โดยให้เมลด็ ข้าวผ่านอากาศร้อน