คำนำ
โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย ได้ดำเนินการจัดแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 - 2568 เพื่อใช้กำกับทิศทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของหน่วยงาน
ในกรอบระยะเวลา 3 ปี โดยมีสาระสำคัญ ประกอบด้วย ที่มาและแนวทางการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน ตลอดจนแผนงาน โครงการ กิจกรรมที่รองรบั
การดำเนนิ งานการพัฒนาทรัพยากร บุคคล ตัวช้ีวัดค่าเป้าหมาย โครงการและผรู้ บั ผิดขอบในการดำเนินงาน
จัดทำแผนพฒั นาทรพั ยากรบุคคลจะเป็นกลไกสำคัญเพื่อขับเคล่อื นนโยบาย การบริหารทรัพยากรบคุ คลของ
โรงเรียนบ้านภักดเี จรญิ หัวนาโคกชา้ งมะนาย ไปสกู่ ารปฏบิ ัตอิ ย่างเปน็ รูปธรรม
โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 – 2568 ฉบับนี้จะใช้เป็นแนวทางและทิศทาง การบริหารทรัพยากรบุคคล
อย่างเป็นระบบ สร้างความพึงพอใจ ให้กับข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาให้ปฏิบัติงานอย่างมี
เป้าหมาย และได้การปฏบิ ตั ิอย่างเป็นรูปธรรม อันนำไปสู่การพัฒนาระบบการบวิหารทรัพยากรบุคคลให้มี
ความเขม้ แข็งใน การปฏิบตั ิภารกิจให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ ตามเป้าหมายทีว่ างไวแ้ ละมีความพรอ้ มท่จี ะขบั เคลื่อนไป
ข้างหน้า ตามวิสัยทัศน์การบวิหารทรัพยากรบุคคลอันจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้
อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
โรงเรยี นบ้านภกั ดเี จริญหัวนาโคกช้างมะนาย
สารบญั หนา้
บทนำ 1
ความเป็นมา
วัตถปุ ระสงค์ของแผน 2
กระบวนการบรหิ ารทรัพยากรบุคคล 3
แนวคดิ เกี่ยวกบั ความก้าวหน้าในสายอาชพี 5
แผนพัฒนาทรัพยากรบุคคล
การประเมินสถานภาพดา้ นการบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล 9 - 10
11-14
บทนำ
หลักการและเหตุผล
โรงเรยี นบ้านภักดีเจริญหวั นาโคกชา้ งมะนายมีความประสงค์จะกา้ วไปสู่การเป็นองคก์ รในการบรหิ าร
จัดการงานด้านการบริการทรัพยากรบุคคลแบบบูรณาการอย่างมีออาชีพ และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ของสภาพแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ได้แก่ นวัตกรรมใหม ่ ๆด้านเทคโนโลยี
และสาระเทคโนโลยีสนเทศ รวมทั้งนโยบายที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายในการนำพาประเทศสู่โมเดล
“ประเทศไทย 4.0” ที่มุ่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”
ดังนั้นเมื่อองค์กรและระบบงานทรัพยากรบุคคลรวม ทั้งบริบททางเศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลงไป
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ของภาครัฐ ควรมีการปรับเปลี่ยนเช่นกันเพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตได้
อย่างเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพซึ่งผลจากการเปลี่ยนแปลงตาม พระราชบัญญัติข้าราชการครู
และนโยบายประเทศไทย 4.0 นั้นทำให้บุคลากรของโรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย
จึงต้องมีการปรับตัวและพัฒนาเพื่อรับมีอกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุภารกิจ
และเป้าประสงค์ของโรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนายอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การทำงาน
ในองคก์ รบรรลุเปา้ หมายได้ดี
เพือ่ เปน็ การรองรับหลกั การดงั กาวและเปน็ การเตรยี มความพร้อมของบุคลากรในการรองรบั พันธกจิ
ของโรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนายในระยะยาวจึงจำเป็นต้องมกี ารวางแผนการบริหารจัดการ
ทรัพยากรบุคคลตามระยะเวลาของแผนยุทธศาสตร์ของ โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย
ประจำปีงบประมาณ 2565 - 2568 เพื่อเพิ่มสมรรถนะและขีดความสามารถในการทำงานของบุคลากร
ในองค์กรเพื่อการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร ที่จะทำให้เกิดนวัตกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ
รวมทัง้ การสรา้ งสิง่ แวดล้อมทเี่ ออ้ื ต่อการปฏิบัติงาน
ความเปน็ มาของระบบบริหารทรพั ยากรบคุ คล
ทรพั ยากรบุคคล จดั เปน็ ทรพั ยากรที่สำคญั และมีคณุ ค่าทส่ี ุดขององคก์ รการทีอ่ งค์กร จะอยรู่ อดและ
สามารถดำเนินการให้มีความเจริญก้าวหน้า จะต้องอาศัยการรวมพลังของบุคลากรในองค์กรให้สำเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงค์ดงั นั้น การสนับสนุนให้บคุ ลากรมีความรู้ ความสามารถ มสี มรรถนะสอดคล้องกับเป้าหมายและ
ยุทธศาสตร์ขององค์กรตลอดจนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กรการจัดระบบ
การบริหารทรัพยากรบุคคลที่สามารถร่วมมีอและร่วมใจกันอย่างดีจะทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้าและเกิด
การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และยังเปน็ การเตรียมความพร้อมของบคุ ลากรให้สามารถรองรับและเปน็ ผู้นำการ
เปล่ียนแปลงต่างๆทจ่ี ะเกดิ ขึ้นทง้ั ในปัจจบุ นั และอนาคต
การบริหารทรัพยากรบุคคล หมายถึง การจัดการในทุกดา้ นที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรในองค์กรนัน้ ๆ
ให้สามารถปฏบิ ัติงานอย่างมีประสิทธิภาพเต็มความสามารถของแต่ละบุคคล ให้มากที่สุดทั้งในการเพ่มิ พนู
ความรู้ความสามารถเพื่อสรา้ งขวัญกำลังใจ ความก้าวหน้าในการปฏิบัตงิ าน อันจะก่อให้เกิดผลสำเรจ็ สูงสดุ
ตอ่ องคก์ รและบคุ ลากร การบรหิ ารงานบคุ คลหรือเป็นสว่ นสำคญั ในการบรหิ ารงานในองคก์ ร ซึง่ ประกอบด้วย
การวางแผน การจัดการองค์กร การจัดคนเข้าทำงาน การสั่งการ และการควบคุม ในส่วนของการ
จัดคนเข้าทำงานนั้นได้มีการพัฒนาขึ้นเป็นศาสตร์ทางวิชาการที่เรียกว่า การบวิหารงานบุคคล และพัฒนา
ตอ่ เน่อื งมาเป็นการบรหิ ารทรัพยากรบคุ คล โดยได้รวมการพัฒนาการประเมนิ ผลการปฏบิ ัตงิ านเข้าไว้ดว้ ยกัน
การธำรง รักษา การจา่ ยค่าตอบแทน การจดั สวสั ดิการ และการจูงใจในการทำงานด้วยวิธกี ารต่างๆ
การบริหารทรัพยากรบุคคลจึงมีความสำคัญต่อองค์กร และปัจจัยหนึ่งที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ
โดยมีบทบาทสำคัญในการสรรหาทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า มาทำงานอย่างทุ่มเทให้กับองค์กร
จากความสำคัญ และความจำเป็นในการบริหารทรัพยากรบุคคลของโรงเรียนบ้านภักดเี จรญิ หัวนาโคกช้าง
มะนาย จึงกำหนดแนวทางการบริหารทรัพยากรคนให้สอดคล้องและสนบั สนนุ เป้าประสงค์และยทุ ธศาสตร์
ของโรงเรียนบ้านภกั ดีเจรญิ หวั นาโคกชา้ งมะนาย โดยดำเนนิ การ ดังน้ี
1. การวางแผนอตั รากำลงั
2. การสรรหา และการคัดเลือกบุคลากร
3. การฝกึ อบรมและพฒั นาบคุ ลากร
4. การประเมินผลการปฏิบัตงิ าน
5. เสน้ ทางความกา้ วหน้าในสายงาน
6. ระบบค่าตอบแทน
7. ระบบสวสั ดกิ ารและสทิ ธิประโยชน์
8. การเกษียณอายรุ าชการ
วตั ถุประสงค์การบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล
1. เพื่อพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลของโรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย
ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. 2547 และทแี่ กไ้ ขเพ่ิมเตมิ
2. เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้บุคลากรผ่านระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลของโรงเรียน
บา้ นภักดเี จรญิ หวั นาโคกชา้ งมะนาย
3. เพื่อช่วยให้บุคลากรใช้ทักษะความรู้ ความสามารถปฏิบัติงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และประสิทธิผล
4. เพ่ือพัฒนาและธำรงคร์ กั ษาบุคลากรที่มีคณุ คา่ ให้ปฏบิ ัตงิ านในระดบั ท่ีพึงปรารถนา
กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล
1. การวางแผนอตั รากำลัง
โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนายมีการจัดทำแผนอัตรากำลังหนึ่งปี สามปี
และหา้ ปี โดยมแี นวทางการดำเนนิ การ ดงั น้ี
1. การวิเคราะห์และวางแผนอัตรากำลังของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
2. แตง่ ต้ังคณะกรรมการบริหารอตั รากำลงั ของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. จัดทำแผนอัตรากำลังของขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา
2. การสรรหาและคดั เลอื กบุคลากร
โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนายมีระบบการสรรหาทรัพยากรบุคคล
โดยยึดระบบคุณธรรมทั้งนี้ เป็นไปตามพระราซบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และหลักเกณฑ์วิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
และ ก.ค.ศ. กำหนด
- วธิ กี ารสอบแขง่ ขัน
- วธิ กี ารสอบดัดเลอื ก
- วธิ ีการคัดเลือก
3. การฝกึ อบรมและพฒั นาบุคลากร
โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย มีนโยบายเพื่อให้บุคลากรได้มีความรู้
และทักษะในการปฏิบัติงานที่สูงขึ้นและมีประสิทธิภาพใน การปฏิบัติงานให้กับหน่วยงาน
ดังนั้นจึงได้มีการส่งเสรมิ สนับสนุน และจัดสรรงบประมาณ โดยบรรจุไว้ในแผนการปฏิบตั ิ ของโรงเรียนบ้าน
ภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนายในแต่ละงบประมาณ เพื่อให้บุคลากรได้มีการพัฒนาตนเอง
ในการอบรมพฒั นาความรู้ โดยมีการจัดอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร การศึกษาดงู าน และวธิ ีการท่หี ลากหลาย
4. การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ริ าขการ
โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะ นาย ได้กำหนดให้มีก ารประเมินผลบัตร เ งิ น
ปีละสองครั้งรอบท่ี 1 ช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม รอบท่ี 2 ในช่วงเมษายนถึงเดือนกันยายน
ซึ่งบุคลากรทุกคนจะต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติราชการ โดยมีองค์ประกอบของการปนะเมินผล
การปฏิบัติราซการตามลักษณะงาน ซึ่งการประเมินผลการปฏิบัติราชการนั้นเป็นการประเมินสองส่วน
ไ ด ้ แ ก ่ ส ม ร ร ถ น ะ แ ล ะ พ ฤ ต ิ ก ร ร ม ก า ร ป ฏ ิ บ ั ติ ร า ช ก า ร โ ด ย ม ี ก า ร ก ำ ห น ด ต ั ว ชี้ ว ั ด แ ล ะ ม ี ห ล ั ก ฐ า น บ ่ ง ช้ี
หรืออา้ งองิ ประกอบการศึกษาในโรงเรียนบ้านภักดเี จรญิ หัวนาโคกชา้ งมะนาย ดังนี้
1. กำหนดใหป้ ระเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านบุคลากร ปีละ 2 ครงั้ ดงั น้ี
คร้ังท่ี 1 ตั้งแต่ 1 ตลุ าคม - 31 มีนาคม
ครง้ั ท่ี 2 ตง้ั แต่ 1 เมษายน - 30 กันยายน
1.1 ประเมนิ ผลการปฏิบตั งิ านข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาเพื่อเล่ือน
เงินเดือนและลกู จ้างประจำเพ่ือเลื่อนคา่ จ้าง
1.2 ประเมินผลการปฏิบัติงานพนักงานราชการเพื่อเลื่อนค่าตอบแทนและเพ่ือ
การพิจารณาอนุมตั กิ ารต่อสัญญาจา้ งในกรณคี รบกำหนดตามสัญญาจา้ ง
1.3 ประเมินผลพนักงานชั่วคราวและลูกจ้างชั่วคราวเพื่อนำผลการประเมินมา
พิจารณาอนุมัตกิ ารต่อสญั ญาจ้างในกรณีครบกำหนดสัญญาจา้ ง
2. แต่ประเมินผลการปฏิบัติงานตามสายงาน ได้แก่ ข้าราชการครูบุคลากรทางการศกึ ษา
ตำแหน่งครูผู้สอน และบคุ ลากรทางการศึกษาอนื่ ตามมาตรา 38 ค (2)
3. ระดบั คะแนน แบ่งเปน็ 5 ระดบั คอื
ระดับดเี ด่น คะแนนตงั้ แต่ 90 - 100คะแนนขน้ึ ไป
ระดับดีมาก คะแนนตั้งแต่ 80 - 89คะแนนขึน้ ไป
ระดบั ดี คะแนนต้ังแต่ 70 - 79คะแนนขนึ้ ไป
ระดับพอใช้ คะแนนต้งั แต่ 60 - 69คะแนนข้นึ ไป
5. ความกา้ วหนา้ ในสายงาน
การจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ Career Path ของบุคลากรแสดงถึงการ
เตบิ โตในสายงานของบุคลากรเม่อื เข้ามาปฏบิ ตั งิ านในองคก์ ร มีสว่ นชว่ ยในการสร้างขวญั กำลงั ใจ และรักษา
คนเก่งไวใ้ นองคก์ ร รวมทั้งเปน็ การปทู างสกู่ ารสรา้ งบุคลากรที่มคี ณุ ค่าใหแ้ ก่องค์กรในระยะยาว โดยการจดั ทำ
เส้นทางความก้าวหน้าในสายงาน เป็นเครื่องมือในการกำหนดความก้าวหน้าในการทำงานทำให้บุคลากร
ทำงานอยา่ งมเี ป้าหมาย และกำหนดหนทางไปส่คู วามสำเรจ็ ของเปา้ หมาย
แนวคดิ เกย่ี วกบั ความก้าวหนา้ ในสายอาชพี
1. บุคคลเขา้ ทำงานในองค์กรด้วยวัตถปุ ระสงค์ 3 ประการคือมงุ่ หวังค่าตอบแทน เพ่ือการ
ดำรงชีวิตของตนและครอบครัว มุ่งหวังความก้าวหน้าในตำแหน่งที่แสดงถึงการประสบความสำเร็จในชีวติ
การทำงานและการได้รันการยอมรับยกยอ่ งในการทำงาน ดังน้นั องค์กรจึงตอ้ งเขา้ ใจความตอ้ งการของสมาชิก
และดำเนินการตามสะดวกอยา่ งเตม็ ท่ี สามารถธำรงรักษากำลงั คนท่มี คี ณุ คา่ ไวก้ บั องคก์ รตอ่ ไป
2. ในการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ต้องมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายใน
การทำงานท่ีชัดเจน เป็นที่ทางมุ่งสูข่ ้างหน้าโดยมีการปฏิบัติงานในระบบแผนงานระบบการเงิน และระบบ
การบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้มาตรฐานเป็นฐานรองรับองค์กร ในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จึงมีรายละเอียดท่ี
เป็นเครื่องมีอในการบริหารและปฏิบตั ิงานอยู่แล้ว นับตั้งแต่ผลทั้งโครงสร้างองคก์ รระบบตำแหน่งท่บี ่งบอก
ถึงหนา้ ทค่ี วามรบั ผิดชอบและคุณสมบตั ิของผูด้ ำรงตำแหน่ง คำบรรยายลกั ษณะงาน ซ่ึงเปน็ ข้อมูลพื้นฐานใน
การกำหนดเส้นทางก้าวหน้าในสายอาชีพขององค์กร เพื่อให้สมาชิกได้มองเห็นโอกาสทางการสาอาชีพของ
ตนเองและมุ่งพัฒนาความรู้ทักษะในด้านต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จในชีวิตด้านการทำงาน
โดยการสนบั สบนุ อย่างต่อเนอ่ื งขององค์กร
3. กรอบแนวคดิ ในการดำเนนิ การกำหนดรูปแบบ ของการวางแผนพัฒนาทางก้าวหน้าใน
สายงาน จึงเห็นควรกำหนดโดยมุ่งวางระบบของความก้าวหน้าในสายงานที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ได้แก่
เสน้ ทางเจ้าหน้าท่ีสายอาชีพและคณุ สมบตั ิเฉพาะตำแหน่ง ที่เหมาะกับลักษณะงานประกอบการมงุ่ วางระบบ
การพฒั นาทางกา้ วหน้าในสายงาน
ประโยชน์ของเสน้ ทางความกา้ วหนา้ ในสายอาชีพ
ระดบั องค์กร : เพอ่ื เป็นแนวทางในการสง่ เสรมิ และพฒั นาบคุ ลากรใหม้ ีประสทิ ธิภาพสงู
ระดับบุคคล : เพื่อใหบ้ ุคลากรขององค์กรมองเห็นความก้าวหน้าในสายชีพ โดยใช้ประโยชน์ในการ
กำหนดเป้าหมายความต้องการเกี่ยวกับอาชีพ การประเมินตนเองและวางแผนพัฒนาแนวทางในการสร้าง
ความกา้ วหน้าในอาชีพ ดงั น้ี
1. สร้างทัศนคติในการทำงานเพราะความก้าวหน้านั้น ย่อมเกิดจากทัศนคติที่ดีต่อการ
ทำงานของผู้ร่วมงานผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งทัศนคติโดยทั่วไป หมายถึง ความรู้สึก หรืออารมณ์ที่จะทำงาน
กระทำในทางรับ หรือปฏิเสธ ต่อบุคคล กลุ่มคน สถานการณ์ หรือค่านิยมใดๆนั้น ทัศนคติจึงเป็นสิ่งสำคญั
ประการแรก ควรเสริมสร้างใหเ้ กดิ ขนึ้ แกบ่ ุคคล และหนว่ ยงานทกุ งานในองค์กร
2. กำหนดมาตรฐานและสร้างเครื่องมือสำหรับวัดความสำเร็จของการปฏิบัติงาน เช่น
จัดให้ ระบบประเมินผลงานเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน สับเปลี่ยนโยกย้ายดังกล่าว
ย่อมสามารถ ป้องกันความลำเอียงและข้อครหาอันจะนำไปสู่การเสื่อมขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน
ของบุคคลในองคก์ รได้
3. เงนิ เดือนและคา่ จ้าง บคุ ลากรทกุ ศรทำงานเพือ่ หวังว่าจะไตร้ บั ค่าตอบแทนในการยงั ชีพ
ยกมาตรฐานการครองตน ซึ่งหมายถงึ เงินเดอื นมคี วามสัมพนั ธก์ ับการทำงานของบคุ ลากรโดยตรง ดงั น้นั
ความสัมพนั ธ์ท่ไี ม่ไตล้ ดั ส่วนระหวา่ งแรงงานกบั คา่ จา้ ง ยอ่ มทำใหเ้ กดิ ความไมพ่ อใจ
4. ความพึงพอใจในงานที่ทำ ความก้าวหน้าในงานที่เกิดขึ้นหรือความพึงพอใจในงานท่ี
ตนเองทำ
5. ความเป็นหน่วยงานหนึ่งของงานในองค์กรหนึ่งๆ ย่อมมีความสังคมต่างๆขึ้นภายใน
องคก์ รนน้ั เช่น กล่มุ ผมู้ งี านอดิเรกเดยี วกนั หรอื มคี วามสนใจเรอ่ื งเดียวกัน ซึ่งบุคคลหน่งึ อาจเป็นสมาซิกกลุ่ม
ใดกลุ่มหนึ่ง และเมื่ออยู่ในกลุ่มทุกคนย่อมต้องการ การยอมรับ และต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแม้ใน
บางครั้งบุคคลนั้น อาจจะไม่มีความสนใจในงานที่ทำมากนกั แต่การมีขวัญและกำลังใจที่ดีย่อมมีผลต่อการ
ความกา้ วหนา้ ในงานท่ีทำอยู่
6. ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชา กับผู้ใต้บังคับบัญชาจะเป็นสิ่งจูงใจให้เกิด
ขวญั กำลงั ใจและมคี วามกา้ วหน้าในอาชีพการงาน ควรเปน็ ความสมั พันธ์ท่ตี ้งั อยู่บนพื้นฐานความเคารพซึ่งกัน
และกัน ผู้บังคับบัญชาไม่พึ่งเหน็ ผู้ใต้บังคบั บัญชาเป็นเครื่องจักรหรือเป็นคนเกียจคร้าน ที่ต้องคอยจ้ำจ้ีจ้ำไช
ค่อยรับผิดหรือการลงโทษ แต่เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่จะต้องหาทางจูงใจให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
ทำงานด้วยความสมัครใจและเต็มใจ
6. คา่ ตอบแทน
กลุ่มขา้ ราชการได้รบั
1. เงนิ เดอื น เงนิ ประจำตำแหนง่ (พระราชากฤษฎกี าว่าดว้ ยเงินเดอื นและเงินประจำ
ตำแหน่ง)
2. คา่ ตอบแทนนอกเหนือจากเงนิ เดอื น (ตามระเบียบกระทรวงการคลงั วา่ ด้วยการเบกิ จา่ ย
เงนิ ค่าตอบแทนนอกเหนอื จากเงนิ เดือนของข้าราชการและลูกจา้ งประจำของสว่ นราชการ พ.ศ. 2547)
3. เงินเพิ่มจากการครองชีพชัว่ คราว (ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินเพ่มิ การ
ครองชพี ชั่วคราวสำหรบั ข้าราชการและลูกจา้ งประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2548)
4. เงนิ สวัสดิการ
กลมุ่ ลกู จา้ งประจำ ไดร้ บั
1.เงนิ ค่าจา้ ง (ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยลกู จ้างประจำของสว่ นราชการ
พ.ศ. 2537)
2.ค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือน (ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยการเบิกจา่ ยค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือน ของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ
พ.ศ. 2547)
3.เงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว (ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินเพ่ิม
การครองชพี ชั่วคราวสำหรบั ขา้ ราชการและลูกจ้างประจำของสว่ นราชการ พ.ศ. 2548)
7. สวสั ดิการและสทิ ธปิ ระโยชน์
โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย มีกลุ่มบุคลากรในการปฏิบัติงานท่ีมีความ
หลากหลาย ทั้ง ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งระบบสวัสดิการ
และสทิ ธปิ ระโยชนจ์ ะแตกต่าง กันไปตามประเภทของบุคลากร ซง่ึ สามารถจำแนกได้ ดงั นี้
กลุ่มขา้ ราชการและลูกจ้างประจำ ไดร้ บั
1. สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลกลุ่มข้าราชการและลูกจ้างประจำจะได้รับตามระเบียบ
กระทรวงการคลัง
2. สวัสดกิ ารการเบิกค่าการศึกษาของบตุ ร กลมุ่ ข้าราชการและลกู จ้างประจำจะได้รับตาม
ระเบยี บกระทรวงการคลัง
3. สทิ ธิทป่ี ระโยชนใ์ นการลาของขา้ ราชการลกู จา้ งประจำลูกจา้ งชั่วคราว ได้แก่ การลาปว่ ย
การลาคลอดบุตร การลากิจส่วนตวั การลาอุปสมบทหรือการลาไปประพิธีฮัจญ์ (เฉพาะข้าราชการ) การลา
เข้ารับการตรวจเลอื กหรอื เขา้ รบั การเตรียมพล (เฉพาะราชการ)
4. สทิ ธิทปี่ ระโยชน์ในการเป็นสมาชกิ กองทนุ บำเหนจ็ บำนาญข้าราชการ (กบข.)
5. สทิ ธิที่ประโยชน์ในการเปน็ สมาชกิ กองทนุ สวัสดิการลกู จา้ ง (กสจ.)
สำหรับลูกจา้ งประจำ กลุ่มพนกั งานราชการ ไดร้ ับ
1. สวัสดิการค่ารกั ษาพยาบาลกล่มุ พนกั งานและลกู จ้างช่ัวคราวจะได้รับตามกฎหมาย
ประกันสังคม
2. สิทธทิ ปี่ ระโยชนใ์ นการขอพระราชทานเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ์
3. สิทธิประโยชนใ์ นการเบีนสมาชกิ กองทนุ สำรองชีพ
4. สิทธิประโยชน์ในการลา ได้แก่ การลาป่วย การลาคลอดบุตร การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร
หลังคลอด การลากิจส่วนตัว การลาอุปสมบทหรอื ลาไปประกอบพิธีฮัจญ์ การลาเข้ารับตรวจเลือกหรือเข้า
รับการเตรียมพล
8. การเกษียณอายรุ าชการ การเกษียณอายุราชการ และสิทธิประโยชน์ที่ข้าราชการจากราชการ
โดยไมม่ ีความผดิ
บำเหนจ็ บำนาญข้าราชการ ไดแ้ ก่
บำเหนจ็ บำนาญปกติ ซง่ึ จะไดร้ บั เมอื่ ออกจากราชการดว้ ยเหตตุ ิ เช่น
1. ออกจากราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตำแหน่ง หรือมีคำสั่งให้ออกโดยไม่มี
ความผิดหรอื ออกตามบทบญั ญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรอื ทหารออกจากกองหนุนเบี้ยหวัด
(เหตุทดแทน)
2. ออกจากราชการเพราะป่วยเจ็บทุพพลภาพ ที่แพทย์ทางราชการรองรับว่าไม่สามารถ
รับราชการในตำแหนง่ หนา้ ทซ่ี ง่ึ ปฏิบตั ิอยตู่ อ่ ไปได้ (เหตทุ ุพพลภาพ)
3. มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ (เกษียณอายุ) หรืออายุครบ 50 ปีบริบูรณ์ แล้วลาออก
(เหตุสูงอายุ)
4. หรือกรณีมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญครบ 30 ปีบริบูรณ์ แล้วทาง
ราชการสั่งให้ออก หรือผู้ที่มีเวลาราชการครบ 25 ปีบริบูรณ์ แล้วลาออก (เหตุรับราชการนาน) ทั้ง 4 เหตุนี้
ถ้ามเี วลาราชการไม่ถงึ 10 ปี ให้ได้รับบำเหน็จถ้ามเี วลา 10 ปี ขนึ้ ไปให้ได้รบั บำนาญหรอื ขอรบั บำเหนจ็ กไ็ ด้
ทั้งนี้ผู้ที่มีเวลาราชการครบ 10 ปีแล้วลาออก ไม่มีสิทธิใด้รับบำเหน็จบำนาญตามข้อที่
กล่าวมาแล้วแต่ไมม่ ีสทิ ธิรับบำเหน็จ
5. ข้าราชการที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการ หรือเสมือนว่าผู้นั้นได้ลาออกจากราชการ
มีสิทธิรับบำเหน็จนำงาน ดังน้ี ถ้ามีเวลาคำนวณบำเหน็จบำนาญ 25 ปีขึ้นไปให้รับบำเหน็จบำนาญ
เหตรุ ับราชการนาน ถ้ามีอายุ 50 ปี และมีเวลาคำนวณบำเหนจ็ บำนาญครบ 10 ปีขึ้นไป ใหม้ สี ิทธิรับบำเหน็จ
เหตุสูงอายุถ้าอายุไม่ ครบ 50 ปี มีเวลาคำนวณบำเหน็จบำนาญครบ 10 ปีแต่ไม่ถึง 25 ปี ให้มีสิทธ ิ
รบั เฉพาะบำเหน็จ ถา้ มเี วลาคำนวณบำเหน็จบำนาญไมค่ รบ 10 ปี ไมม่ ีสทิ ธริ บั บำเหนจ็ บำนาญ
แผนพฒั นาทรพั ยากรบุคคล
โรงเรยี นบา้ นภักดีเจริญหวั นาโคกชา้ งมะนาย
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 – 2568
การพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และการพัฒนาสมรรถนะของทรัพยากรบุคคล
ขององคก์ รให้ มปี ระสิทธิภาพและสมรรถนะสงู จะเปน็ การสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารทรพั ยากรบุคคล
ให้กับองค์กร และช่วยให้สามารถบริหารจัดการซักอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งเสริมให้
จัดบริหารงานขององค์กรเกิดผลสำเร็จตามวิสยั ทศั น์และยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ โรงเรยี นบ้านภกั ดีเจรญิ หวั
นาโคกช้างมะนาย ไดด้ ำเนินการจดั ทำแผนบริหารและพัฒนาทรพั ยากรบุคคล โดยมีแนวทางการดำเนินงาน
ดังนี้
1. เสริมสรา้ งความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบการบรหิ ารทรัพยากรบคุ คล และการจดั
ทำแผนพัฒนาทรพั ยากรบคุ คลใหแ้ กผ่ บู้ ริหาร และเจ้าหนา้ ท่ที ีเ่ ก่ยี วข้องกบั การบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์
2. ประเมนิ สภาพปจั จุบันดา้ นการบรหิ ารทรพั ยากรบุคคล พรอ้ มทง้ั วิเคราะห์ความคาดหวังของผู้มี
ส่วนไดส้ ่วนเสียต่อการบรหิ ารทรพั ยากรบุคคล
3. แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนพฒั นาทรพั ยากรบุคคลประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 - 2568
4. คณะทำงานดำเนินจัดทำแผนพัฒนาทรัพยากรบคุ คลประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2565 – 2568
เสนอผู้อำนวยการโรงเรียนบา้ นภกั ดีเจรญิ หวั นาโคกช้างมะนายให้ความเห็นชอบ
5. ประชาสัมพันธ์แผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลของโรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2565 - 2568 ใหแ้ กเ่ จ้าหน้าท่แี ละผูเ้ กี่ยวข้องได้รบั ทราบเพอ่ื ให้เปน็ กรอบแนวทาง
และเป็นข้อมูลประกอบในการปฏบิ ัติงานดา้ นการบรหิ ารทรัพยากรบคุ คล
สถานการณ์กำลังคนของโรงเรยี นบา้ นภักดีเจริญหัวนาโคกชา้ งมะนาย
ตารางที่ 1 การสูญเสียอัตรากำลังข้าราชการของโรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย
ต้ังแตป่ ี 2565 – 2568
เหตุในการออกจาราชการ ปงี บประมาณ (ราย)
2565 2566 2567 2568 รวมทั้งหมด
ลาออกจากราชการ
เสียชีวิต -- - --
ออกจากราชการเหตวุ นิ ยั -- - --
ย้ายไปสังกัดอืน่ -- - --
เกษยี ณ -- - --
1- - -1
ตารางท่ี 2 จำนวนผเู้ กษยี ณอายรุ าชการของโรงเรยี นบา้ นภกั ดเี จริญหวั นาโคกชา้ งมะนาย
ปีท่เี กษยี ณ
สังกัด รวม รอ้ ยละ
2565 2566 2567 2568
โรงเรียนบ้านภักดีเจรญิ หวั นาโคกชา้ ง 1 21 - 4 28.57
มะนาย
รวม 1 2 1 - 4 28.57
ตารางที่ 3 การศึกษาของบุคลากรโรงเรยี นบ้านภักดเี จรญิ หวั นาโคกช้างมะนาย
ประเภท ระดับการศึกษา (ราย) รวม
ตํ่ากว่าปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาตรี ปริญญาโท ปรญิ ญาเอก 1
ผู้อำนวยการโรงเรยี น 13
ขา้ ราชการครู - -1- 1
พนักงานราชการ - 841 2
ครูอตั ราจา้ ง - 1- 1
ลูกจา้ งประจำ - 2-- 2
ลกู จ้างชั่วคราว - 1-- 20
2 ---
รวม 2 12 5 1
การประเมินสถานภาพดา้ นการบรหิ ารทรพั ยากรบคุ คล
ในการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรพั ยากรบุคคลประจำปี 2565 - 2568 ของโรงเรียนบ้านภกั ดี
เจริญหัวนาโคกช้างมะนาย ได้ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ในการประเมินสถานภาพ
ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ในด้านทิศทางความคาดหวังด้านการบริหารสรรพยาการบุคคล
ขององค์กรใน 4 ประเด็นสรปุ ได้ ดงั น้ี
ประเด็นที่ 1 ประเด็นเป้าหมายสูงสุดหรือผลสำเร็จของการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่สนับสนุน
สอดคลอ้ งกับวสิ ยั ทศั น์ พันธกจิ และยทุ ธศาสตร์ หมายความว่า โรงเรยี นบา้ นภกั ดีเจรญิ หวั นาโคกชา้ งมะนาย
จะต้องทำอะไรใน ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อทำให้เป้าหมายสูงสุดหรือผลสัมฤทธิบ์ รรลุ
จากระดับความคิดเหน็ ใน 4 ประเดน็ สรปุ ได้ดงั นี้
1. ดา้ นงานหรอื กระบวนงาน
1) ความคล่องตวั และความยืดหยุ่นในการบรหิ ารจดั การ
2) หน่วยงานตา่ งๆทีเ่ กย่ี วข้องมกี ารบรู ณาการอย่างเป็นระบบ
3) นำระบบสาระสนเทศมาใชใ้ นการดำเนนิ งาน
4) นำการประชาสัมพันธ์เซงิ รุก/สรา้ งชอ่ งทางเขา้ ถงึ ของผู้รบั บรกิ าร และผู้มีสว่ นได้
สว่ นเสีย
5) มีกรอบแนวทางในการจัดแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่ซัดเจนและมีความ
สอดคลอ้ งกบั แผนยุทธศาสตรข์ องโรงเรียนบา้ นภกั ดีเจริญหัวนาโคกชา้ งมะนาย
2. ดา้ นคน
1) พัฒนาสมรรถนะของบุคลากรให้ครอบคลุมทุกด้าน ประกอบด้วยความรู้ทักษะ
และทัศนคติในการทำงาน
2) สร้างความเขา้ ใจและพฒั นาสมรรถนะในการปฏบิ ัติงานอย่างมอื อาชีพในทุกระดบั
และมคี วามต่อเนื่อง
3) ขา้ ราชการครูมคี ณุ ภาพชพี และขวญั กำลงั ใจในการปฏบิ ตั งิ าน
3. ดา้ นทรัพยากร
1) ทรัพยากรหอ้ งถนิ่ ได้นำมาใชอ้ ย่างเกิดประโยชนส์ ูงสุด
2) ใช้ตน้ ทนุ ทางวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาท้องถน่ิ
3) ดูแลรกั ษาเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชท้ ่ีมีอยู่ให้มีความพรอ้ มในการใช้งานอย่างเกิดประโยชน์
สูงสดุ
4) ระดมสรรพกำลงั ทกุ ภาคส่วน/ทกุ รูปแบบเพื่อใช้ทรพั ยากรใหบ้ รรลยุ ทุ ธศาสตร์
4. ดา้ นลูกค้า/ผรู้ บั บรกิ ารหรอื ผรู้ บั ผลกระทบ
1) ผู้รบั บรกิ ารไดร้ บั การปฏิบตั อิ ย่างเป็นมติ รและเสมอภาค
2) ผู้รบั บริการไดร้ บั ความพงึ พอใจในการใหบ้ รกิ าร
ประเดน็ ท่ี 2 ประเดน็ จุดแข็งหรือสง่ิ ทด่ี ีฃองโรงเรยี นบ้านภกั ดีเจริญหวั นาโคกช้างมะนาย ที่
มีอยู่ในด้านบุคคล และการบริหารทรพั ยากรบคุ คล อยากจะใหร้ กั ษาต่อไปหรือม่งุ เนน้ ให้ส่งิ ดยี ง่ิ ขนึ้ ดังน้ี
1. ความสามัคคีในการใหค้ วามรว่ มมือ
2. มีความเชีย่ วชาญชำนาญเฉพาะดา้ น
3. ทรัพยากรบคุ คลส่วนใหญ่เป็นคนในท้องถิ่นใหม้ คี วามเจรญิ
ประเด็นที่ 3 ประเด็นสิ่งห้าทาย หรือสิ่งที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้การบริหารงานขององค์กรประสบ
ผลสำเรจ็ เปา้ หมายสงู สุดทีค่ าดหวัง 6 ดา้ น
ดา้ นกระบวนการงาน
1. ทุกหน่วยงานสามารถทำงานรว่ มกันและบรู ณาการในการทำงานอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
2. ลดการซํ้าซอ้ นของงานในแตล่ ะหน่วยงาน (ดา้ นกระบวนงาน)
3. ปรบั ปรงุ /ลดความซ้าํ ซอ้ นของฝ่ายงาน (กระบวนงาน)
4. การจัดกระบวนงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ด้านโครงสร้างและสภาพแวดล้อมของงาน
1. กำหนดวัฒนธรรมองคก์ ร (โครงสรา้ ง)
2. การจัดโครงสรา้ งและสภาพแวดล้อมของงานให้เปน็ ตามรูปแบบ one stop service
(ด้านโครงสร้าง)
ดา้ นคน
1. บรหิ ารจดั การบคุ ลากรในองค์กรของตนให้มรี ะเปียบวินัยและมคี วามรับผดิ ชอบรวม
ทั้งคุณธรรม จริยธรรม จะเปน็ ผลสำเรจ็ ทีด่ ีทำให้องค์กรประสบความสำเรจ็ ได้ (ดา้ นคน)
2. การจัดใหบ้ ุคลากรโรงเรยี นบา้ นภกั ดเี จรญิ หัวนาโคกช้างมะนาย
มีวฒั นธรรมคา่ นิยมในรปู แบบเดียวกัน (ด้านคน)
3. บุคลากรขององคก์ รเปน็ มอื อาชพี
4. การเพมิ่ ความเช่ียวชาญเฉพาะดา้ นในงานทร่ี ับผดิ ชอบ (ดา้ นคน)
5. การสรา้ งจิตสำนกึ ในดา้ นคุณธรรมและจรยิ ธรรม (ดา้ นคน)
6. การสรา้ งคา่ นิยมของขา้ ราชการ “คนเก่ง กลา้ คุณธรรม”
7. สร้างภาพลักษณท์ ี่ดใี หแ้ ก่องค์กร
8. สร้างคา่ นิยมให้ขา้ ราชการดำรงชีพตามแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง
9. ให้ข้าราชการทกุ คนมีคุณภาพ คุณธรรม มีคณุ ภาพชีวติ ท่ดี ี
10. เพ่ิมศกั ยภาพใหบ้ คุ ลากรโดยการเพิ่มองค์ความรู้
11. การสรา้ งค่านิยมใหเ้ ขาจะการทำงานแบบบูรณาการในองค์กรทง้ั ภายในและภายนอก
ด้านขอ้ มลู
1. จัดทำระบบขา่ วสารใหเ้ ป็นปจั จบุ ัน
2. การจะทำข้อมลู ใหเ้ ปน็ เอกภาพในดา้ นขอ้ มลู ของทรพั ยากรบคุ คล
3. เพม่ิ ชอ่ งทางกระจายข้อมลู ให้ทั่วถึง
ด้านการตดั สินใจและผู้นำ
1. ใหผ้ ูบ้ รหิ ารเปน็ ผบู้ ริหารจดั การทดี่ ี
2. สร้างความมีส่วนรว่ มในการตัดสนิ ใจ
3. จดั ช่องทางการเสนอความคดิ เห็นของข้าราชการเพ่อื ขยายกรอบความคิดให้กวา้ งข้นึ
ดา้ นรางวัลและแรงจูงใจ
1. บุคลากรไดร้ บั การพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตท่ดี ขี ึน้
2. ควรมรี ะบบใหร้ างวลั และแรงจูงใจแบบใหม่ (ไมเ่ น้นเงนิ เดอื น) (ด้านแรงจงู ใจ)
3. การจัดใหม้ ีรางวลั แรงจงู ใจท่เี ทย่ี งตรง และเที่ยงธรรมวดั ตามผลงานท่ปี ฏบิ ตั ิ
ประเด็นที่ 4 ประเด็นที่โรงเรียนบ้านภักดีเจริญหัวนาโคกช้างมะนาย ควรจะทำแต่ไม่ได้ทำ
ในช่วงเวลาทผ่ี า่ นหรือคาดหวังให้โรงเรยี นบา้ นภกั ดีเจรญิ หัวนาโคกชา้ งมะนายสนับสนุน
1. ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายด้านบุคลากรของกลุ่มหน่วยงานต่างๆ
ในโรงเรยี นบ้านภกั ดีเจรญิ หัวนาโคกชา้ งมะนาย เพอ่ื ให้เกิดการบรู ณาการในการทำงานร่วมกนั
2. สร้างแรงจงู ใจใหข้ ้าราชการ และเจา้ หน้าท่ีของโรงเรียนบ้านภักดเี จริญหวั นาโคกช้าง
มะนาย