The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by บรรเทิง หงษ์ทอง, 2020-11-05 22:16:32

Hghlghts 2020 ECC Guidelines Thai

Hghlghts 2020 ECC Guidelines Thai

ส่่ ว น สำำ � คัั ญ ที่�่สุุ ด

ของแนวทางสำ�ำ หรับั
การทำ�ำ CPR และ ECC

ของ AMERICAN HEART ASSOCIATION

ประจำ�ำ ปีี 2020

American Heart Association ขอขอบคณุ บุคคลดงั ตอ่ ไปนี�ท�ีใหก้ ารชว่ ยเหลือในการจดั ทำ�ำ ส�ิงตพี มิ พ์ฉบับนี� Eric J. Lavonas,
MD, MS; David J. Magid, MD, MPH; Khalid Aziz, MBBS, BA, MA, MEd(IT); Katherine M. Berg, MD; Adam Cheng, MD; Amber
V. Hoover, RN, MSN; Melissa Mahgoub, PhD; Ashish R. Panchal, MD, PhD; Amber J. Rodriguez, PhD; Alexis A. Topjian, MD,
MSCE; Comilla Sasson, MD, PhD และทมี โครงการข้อมลู สำำ�คญั ของแนวทางของ AHA

© 2020 American Heart Association JN-1092

2 American Heart Association

หัวข้อ

การชว่ ยชวี ติ การชว่ ยชวี ติ การชว่ ยชวี ติ วทิ ยาศาสตร์ ระบบการรกั ษา
ขนั้ พนื้ ฐานและ ขน้ั พนื้ ฐานและ ทารกแรกเกดิ การศกึ ษา
เกยี่ วกบั การ
ขนั้ สงู ใน ขนั้ สงู ในเด็ก ชว่ ยชวี ติ

ผใู้ หญ่

บทนำำ�

เอกสาร "ส่วนสำำ�คญั ทส�ี ุดของแนวทาง" ฉบับนไี� ด้สรปุ ประเด็นสำำ�คญั และการเปลย�ี นแปลงใน แนวทางการนวดหวั ใจผายปอดกูช� พี (CPR)
และการดูแลผูป� ่่ วยโรคหัวใจหลอดเลือดในภาวะฉกุ เฉนิ (ECC) ของ American Heart Association (AHA) ฉบบั ปี 2020 แนวทางของ
ปี 2020 น�ีเป็นฉบบั ทบทวนแบบครอบคลมุ แนวทางของ AHA ในหัวขอ้ สำำ�หรับผ�ใู หญ่ เดก็ ทารกแรกเกิด การศกึ ษาศาสตรก์ ารนวดหวั ใจ
ผายปอดกช�ู พี และหัวขอ้ เรอ�ื งระบบการรกั ษา แนวทางน�ีได้รับการพฒั นาสำำ�หรบั ผ�ูดำำ�เนินการกช�ู ีพและผ�ูฝึกสอนของ AHA เพือ� มง�ุ เนน้
วทิ ยาศาสตรก์ ารกชู� พี และคำำ�แนะนำำ�ตามแนวทางทส�ี ำำ�คัญทีส� ดุ หรอื ขอ้ โตแ้ ยง้ หรือสิง� ที�อาจสง่ ผลให้เกิดการเปล�ียนแปลงในการฝึกอบรม
และการปฏบิ ัตกิ ารกู�ชพี และเพื�อระบุเหตผุ ลสำำ�หรบั คำำ�แนะนำำ�

เนื่่อ� งจากเอกสารฉบับั นี้้เ� ป็็ นบทสรุปุ จึงึ ไม่ไ่ ด้อ้ ้า้ งอิงิ การวิจิ ััยสนัับสนุุนที่่ต� ีพี ิมิ พ์แ์ ละไม่ไ่ ด้จ้ ััดประเภทของระดับั คำำ�แนะนำำ� (COR) หรือื
ระดับั ของหลักั ฐาน (LOE) สำำ�หรัับรายละเอียี ดข้อ้ มูลู เพิ่่ม� เติมิ และเอกสารอ้า้ งอิงิ โปรดอ่า่ นแนวทางการนวดหัวั ใจผายปอดกู้้�ชีพี (CPR) และ
การดูแู ลผู้้�ป่่ วยโรคหัวั ใจหลอดเลือื ดในภาวะฉุุกเฉินิ (ECC) ของ AHA ปีี 2020 รวมถึงึ บทสรุปุ สำำ�หรัับผู้้บ� ริหิ าร1 ซึ่ง�่ ได้ร้ัับการตีพี ิมิ พ์ใ์ นวารสาร
Circulation ในเดือื นตุลุ าคม 2020 ตลอดจนถึงึ บทสรุปุ โดยละเอียี ดเกี่่ย� วกับั วิทิ ยาศาสตร์ก์ ารกู้้�ชีพี ในฉัันทามตินิ านาชาติปิ ีี 2020 สำำ�หรัับ
วิทิ ยาศาสตร์ก์ ารนวดหัวั ใจผายปอดกู้้�ชีพี (CPR) และการดูแู ลผู้้�ป่่ วยโรคหัวั ใจหลอดเลือื ดในภาวะฉุุกเฉินิ (ECC) พร้อ้ มกับั คำำ�แนะนำำ�ในการ
รัักษา ซึ่ง่� ได้ร้ัับการตีพี ิมิ พ์พ์ ร้อ้ มกันั ในวารสาร Circulation2 และ Resuscitation3 ในเดือื นตุลุ าคม 2020 วิธิ ีกี ารที่่ใ� ช้โ้ ดยคณะกรรมการระหว่า่ ง
ประเทศด้า้ นการกู้้�ชีพี (ILCOR) เพื่่อ� ทำำ�การประเมินิ หลักั ฐาน4 และโดย AHA เพื่่อ� แปลการประเมินิ หลักั ฐานเหล่า่ นี้้ใ� ห้เ้ ป็็ นแนวทางการกู้้�ชีพี 5
ได้ร้ัับการตีพี ิมิ พ์อ์ ย่า่ งละเอียี ด

แนวทางปีี 2020 ใช้ค้ ำำ�จำำ�กัดั ความประเภทคำำ�แนะนำำ�และระดับั ของหลักั ฐานเวอร์ช์ ันั ล่า่ สุดุ ของ AHA (ภาพที่่� 1) โดยรวมแล้ว้ มีคี ำำ�แนะนำำ�
เฉพาะ 491 ข้อ้ ที่่จ� ััดทำำ�ขึ้้น� สำำ�หรัับการช่ว่ ยชีวี ิติ ในผู้้ใ� หญ่่ เด็็ก และทารกแรกเกิดิ วิทิ ยาศาสตร์ก์ ารศึกึ ษาเกี่่ย� วกับั การนวดหัวั ใจผายปอดกู้้�ชีพี
และระบบการดูแู ล ในคำำ�แนะนำำ�นี้้� 161 ข้อ้ อยู่่�ในระดับั 1 และ 293 ข้อ้ อยู่่�ในระดับั 2 (ดังั ในภาพที่่� 2) มีเี พิ่่ม� เติมิ คือื คำำ�แนะนำำ� 37 ข้อ้ อยู่่�ใน
ระดับั 3 รวมทั้้ง� 19 ข้อ้ สำำ�หรัับหลักั ฐานของการไม่ม่ ีปี ระโยชน์์ และ 18 ข้อ้ สำำ�หรัับหลักั ฐานของความเป็็ นอันั ตราย

eccguidelines.heart.org 3

รปู ที่ 1  การใช้ร้ ะดับั ของคำ�ำ แนะนำำ�และระดับั ของหลักั ฐานในแผนทางคลินิ ิกิ การรักั ษาแทรกแซง การรักั ษา
หรือื การทดสอบเชิงิ วินิ ิจิ ฉัยั ในการดูแู ลผู้้�ป่่วย (ปรับั ปรุงุ ข้อ้ มูลู ให้เ้ ป็็ นปัจั จุบุ ันั เมื่่อ� พฤษภาคม 2019)*

4 American Heart Association

รปู ที่ 2  มีกี ารเผยแพร่่ COR และ LOE คิดิ เป็็ นเปอร์เ์ ซ็็นต์จ์ ากคำ�ำ แนะนำำ�ทั้้ง� หมด 491 ข้อ้ ในแนวทางของ AHA
สำ�ำ หรับั การทำ�ำ CPR และ ECC ปีี 2020*

*ผลลพั ธค์ อื เปอรเ์ ซน็ ตข์ องคำ�แนะนำ� 491 ขอ้ ในการชว่ ยชวี ติ ขนั้ พน้ื ฐานและขนั้ สงู ในผใู ้ หญ่ การชว่ ยชวี ติ ขนั้ พน้ื ฐานและขนั้ สงู ในเด็ก การชว่ ยชวี ติ ทารกแรกเกดิ
วทิ ยาศาสตรก์ ารศกึ ษาการนวดหวั ใจผายปอดกชู ้ พี และระบบการดแู ลรักษา
อกั ษรยอ่ : COR บง่ ชรี้ ะดบั ของคำ�แนะนำ� (Class of Recommendation) EO คอื ความเห็นของผเู ้ ชยี่ วชาญ (expert opinion) LD คอื ขอ้ มลู ทม่ี อี ยา่ งจำ�กดั
(limited data) LOE คอื ระดบั ของหลกั ฐาน (Level of Evidence) NR คอื แบบไมม่ กี ารสมุ่ (nonrandomized) R คอื แบบสมุ่ (randomized)

เกี�ยวกบั คำ�ำ แนะนำำ�

ความเปน็ จรงิ ทีว� ่าจากคำำ�แนะนำำ� 491 ขอ้ มีเพยี ง 6 ข้อ (1.2%) ทอี� งิ ตามหลักฐานระดับ A (อยา่ งนอ้ ย 1 การทดลองทางคลินิ ิกิ แบบสุ่่�ม
คุณุ ภาพสูงู [RCT] ที่่ไ� ด้ร้ัับการยืนื ยันั โดยการทดลองคุณุ ภาพสูงู แบบสุ่่�มลำำ�ดับั ที่่ส� อง หรือื การศึกึ ษาวิจิ ััยที่่ข� ึ้้น� ทะเบียี น) จึงึ เป็็ นการพิสิ ูจู น์์
ยืนื ยันั ถึงึ ปััญหาท้า้ ทายอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� งในการทำำ�วิจิ ััยเกี่่ย� วกับั การกู้้�ชีพี คุณุ ภาพสูงู เราจำำ�เป็็ นต้อ้ งมีคี วามพยายามร่ว่ มกันั ในระดับั ชาติแิ ละ
นานาชาติเิ พื่่อ� การสนัับสนุุนเงินิ ทุนุ และการสนัับสนุุนงานวิจิ ััยการกู้้�ชีพี

ทั้้ง� กระบวนการประเมินิ หลักั ฐานโดย ILCOR และกระบวนการจััดทำำ�แนวทางโดย AHA อยู่่�ภายใต้ก้ ารควบคุมุ ดูแู ลด้ว้ ยนโยบายการเปิิดเผย
ของ AHA ที่่เ� ข้ม้ งวด ซึ่ง่� ได้ร้ัับการออกแบบมาเพื่่อ� ทำำ�ให้ค้ วามสัมั พัันธ์ก์ ับั อุตุ สาหกรรมและผลประโยชน์ท์ ับั ซ้อ้ นอื่่น� ๆ โปร่ง่ ใสที่่ส� ุดุ และเพื่่อ�
ปกป้้องกระบวนการเหล่า่ นี้้จ� ากอำำ�นาจครอบงำำ�ผิดิ คลองธรรม เจ้า้ หน้า้ ที่่� AHA ได้ป้ ระมวลผลการเปิิดเผยผลประโยชน์ท์ ับั ซ้อ้ นจากผู้้เ� ข้า้ ร่ว่ ม
ทั้้ง� หมด ประธานของกลุ่่�มงานเขียี นแนวทางทั้้ง� หมดและอย่า่ งน้อ้ ย 50% ของสมาชิกิ ของกลุ่่�มงานเขียี นแนวทางจะต้อ้ งไม่ม่ ีผี ลประโยชน์์
ทับั ซ้อ้ นทั้้ง� หมด และความสัมั พัันธ์ท์ ี่่เ� กี่่ย� วโยงกันั ทั้้ง� หมดนั้้น� ได้ร้ัับการเปิิดเผยในการตีพี ิมิ พ์ฉ์ ัันทามติดิ ้า้ นวิทิ ยาศาสตร์ร์ ่ว่ มกับั คำำ�แนะนำำ�และ
แนวทางการรัักษาตามลำำ�ดับั

eccguidelines.heart.org 5

การช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� พื้้น� ฐานและขั้้น� สูงู ในผู้้�ใหญ่่

สรปุ ย่อประเด็นและการเปลีย� นแปลงท�ีสำ�ำ คญั • เนอื่ งจากการฟ้ืนตวั จากอาการภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ ตอ้ งใชร้ ะยะ
เวลานานหลังั การเข้า้ รัับการรัักษาในโรงพยาบาลในระยะแรก
ในปี 2015 ผ�ใู หญ่ราวๆ 350,000 คนในประเทศสหรฐั อเมรกิ าประสบ ควรมีกี ารประเมินิ ผู้้�ป่่ วยอย่า่ งเป็็ นทางการและการช่ว่ ยเหลือื ใน
กับภาวะหวั ใจหยุดเตน้ แบบไม่ได้เกดิ จากแผลบาดเจบ็ ภายนอก ด้า้ นความต้อ้ งการทางกายภาพ การรัับรู้้แ� ละการดูแู ลสภาพจิติ ใจ
โรงพยาบาล (OHCA) และไดร้ ับการดูแลรักษาโดยเจา้ หน้าท�ี
ผ�ูให้บรกิ ารทางการแพทยฉ์ กุ เฉนิ (EMS) แมจ้ ะมจี ำำ�นวนเพ�ิมข�ึน • หลงั การชว่ ยชวี ติ การซกั ถามอยา่ งละเอยี ดจากผชู ้ ว่ ยเหลอื ทวั่ ไป
แต่ผใ�ู หญน่ ้อยกวา่ 40% ไดร้ ับการทำำ� CPR จากบุคคลทีไ� มใ่ ชแ่ พทย์ ผู้้ใ� ห้บ้ ริกิ าร EMS และเจ้า้ หน้า้ ที่่ด� ูแู ลสุขุ ภาพในโรงพยาบาลจะเป็็ น
และน้อยกวา่ 12% ได้รบั การใชเ้ ครอ�ื งกระต�ุนหวั ใจด้วยไฟฟ้าจาก ประโยชน์ต์ ่อ่ การช่ว่ ยเหลือื ทางด้า้ นสุขุ ภาพจิติ ใจและความเป็็ นอยู่่�
ภายนอกรา่ งกายแบบอตั โนมตั ิ (AED) กอ่ นท�ี EMS จะมาถึง ของผู้้�ป่่ วย
หลังมกี ารปรบั ปรงุ อยา่ งมีนยั สำำ�คัญ ผู�รอดชวี ิตจาก OHCA กส็ ูงขนึ�
ตงั� แต่ปี 2012 • การจัดการของการหายจากอาการภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ ในหญงิ ท่ี
ตั้้ง� ครรภ์เ์ น้น้ ไปที่่ก� ารช่ว่ ยชีวี ิติ มารดา ด้ว้ ยการเตรียี มพร้อ้ มสำำ�หรัับ
นอกจากนี้้� ประมาณ 1.2% ในผู้้ใ� หญ่ท่ ี่่เ� ข้า้ รัักษาตัวั ใน การคลอดก่อ่ นกำำ�หนดหากจำำ�เป็็ น เพื่่อ� ช่ว่ ยชีวี ิติ ทารกและเพิ่่ม�
โรงพยาบาลต้อ้ งเผชิญิ กับั ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ที่่เ� กิดิ ขึ้้น� ใน โอกาสของการช่ว่ ยชีวี ิติ มารดาได้ส้ ำำ�เร็็จ
โรงพยาบาล (IHCA) ผลลัพั ธ์ท์ ี่่่ไ�� ด้จ้ าก IHCA ดีกี ว่า่ ผลลัพั ธ์ท์ ี่่ไ� ด้ ้
จาก OHCA อย่า่ งเห็็นได้ช้ ัดั และผลลัพั ธ์จ์ าก IHCA ดีขี ึ้้น� อย่า่ ง ขั้้น� ตอนวิธิ ีแี ละทัศั นูปู กรณ์์
ต่อ่ เนื่่อ� ง
กลม�ุ งานเขียนได้ทบทวนขัน� ตอนวิธที งั� หมดและเน้นการปรบั ปรุง
คำำ�แนะนำำ�สำำ�หรัับการช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� พื้้น� ฐานในผู้้ใ� หญ่่ (BLS) และ ทศั นปู กรณใ์ นการฝกึ อบรม เพ�ือใหม้ นั� ใจถึงประโยชนใ์ ช้สอยในฐานะ
การช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� สูงู ด้า้ นหัวั ใจและหลอดเลือื ด (ACLS) ถูกู รวมอยู่่� เครือ� งมอื ณ จุดท�ีจะทำำ�การดแู ลรกั ษาผ�ปู ่่ วย และแสดงถึงวิทยาการ
ในแนวทางปีี 2020 นี้้� การเปลี่่ย� นแปลงที่่ส� ำำ�คัญั มีดี ังั ต่อ่ ไปนี้้:� ล่าสดุ การเปลยี� นแปลงที�สำำ�คญั ตอ่ ขัน� ตอนวธิ แี ละอปุ กรณช์ ่วยเหลอื
ในการปฏิบตั กิ ารอนื� ๆ มดี ังตอ่ ไปน�ี:
• การปรับปรงุ ขนั้ ตอนวธิ แี ละทศั นูปกรณเ์ พอื่ ใหแ้ นวทางทง่ี า่ ยตอ่
การจดจำำ�สำำ�หรัับสถานการณ์ก์ ารช่ว่ ยชีวี ิติ BLS และ ACLS • การฟ้ืนตวั ซง่ึ เป็ นการเชอ่ื มโยงทหี่ กไดถ้ กู เพมิ่ ลงในเหตกุ ารณ์
ต่อ่ เนื่่อ� งของการรอดชีวี ิติ สำำ�หรัับภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น�
• การเนน้ ย�้ำเกยี่ วความส�ำคญั ของการท�ำ CPR อยา่ งเรง่ ดว่ น ในโรงพยาบาล (IHCA) และภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� นอก
โดยผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ทั่่ว� ไป โรงพยาบาล (OHCA) (ภาพที่่� 3)

• ค�ำแนะน�ำกอ่ นหนา้ นเี้ กย่ี วกบั การใหย้ าอพี เิ นฟรนิ ไดร้ ับการ • ขนั้ ตอนวธิ กี ารกชู ้ พี จากภาวะหวั ใจหยดุ ท�ำงานในผใู ้ หญท่ เ่ี ป็ น
ยืนื ยันั ซ้ำ��ำ อีกี ครั้้ง� โดยเน้น้ ที่่ก� ารให้ย้ าอีพี ิเิ นฟรินิ ตั้้ง� แต่แ่ รกเริ่่ม� สากลไดร้ ับการปรับเปลย่ี น เพอ่ื เนน้ ถงึ บทบาทของการใหย้ า
อีพี ิเิ นฟรินิ ตั้้ง� แต่แ่ รกเริ่่ม� แก่ผ่ ู้้�ป่่ วยที่่ม� ีภี าวะจัังหวะการเต้น้ ของหัวั ใจ
• แนะน�ำใหใ้ ชผ้ ลตอบรับโสตประสาทตามเวลาจรงิ เพอื่ รักษา แบบช็อ็ คไฟฟ้้าไม่ไ่ ด้ ้ (ภาพที่่� 4)
คุณุ ภาพของ CPR
• มกี ารเพมิ่ ขนั้ ตอนวธิ ฉี ุกเฉนิ ทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั สารสกดั จากฝ่ินสอง
• การวดั ความดนั โลหติ หลอดเลอื ดหวั ใจและการวดั ความเขม้ ขน้ แบบใหม่เ่ ข้า้ ไปสำำ�หรัับผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ทั่่ว� ไปและผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ที่่ไ� ด้ร้ัับ
ของก๊า๊ ซคาร์บ์ อนไดออกไซด์ใ์ นลมหายใจที่่ข� ณะหายใจออกสุดุ การฝึึกอบรม (ภาพที่่� 5 และ 6)
(ETCO2) อย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� งระหว่า่ งการช่ว่ ยชีวี ิติ ACLS เป็็ นประโยชน์์
ต่อ่ การปรัับปรุงุ คุณุ ภาพ CPR • ขนั้ ตอนการดแู ลหลงั เกดิ ภาวะหวั ใจหยดุ ท�ำงานในผใู ้ หญไ่ ดร้ ับ
การปรัับปรุงุ เพื่่อ� เน้น้ ย้ำ�ำ�ถึงึ ความจำำ�เป็็ นในการป้้องกันั ภาวะเลือื ด
• จากหลกั ฐานลา่ สดุ ไมแ่ นะน�ำใหใ้ ชก้ ารชอ็ คดว้ ยไฟฟ้าแบบ มีอี อกซิเิ จนน้อ้ ย ภาวะที่่ก� ระแสเลือื ดขาดออกซิเิ จน และภาวะ
ต่อ่ เนื่่อ� งสองครั้้ง� เกือื บพร้อ้ มกันั ทุกุ ครั้้ง� ความดันั โลหิติ ต่ำำ�� กว่า่ ปกติิ (ภาพที่่� 7)

• การใหย้ าผา่ นทางหลอดเลอื ดด�ำ (IV) เป็ นการรักษาทดี่ กี วา่ • ไดม้ กี ารเพมิ่ แผนภาพใหมเ่ พอ่ื ใหแ้ นวทางและระบกุ ารพยากรณ์
ในระหว่า่ งการช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� สูงู ด้า้ นหัวั ใจและหลอดเลือื ด (ACLS) โรคทางระบบประสาท (ภาพที่่� 8)
การให้ย้ าผ่า่ นทางไขกระดูกู (IO) เป็็ นที่่ย� อมรัับได้ห้ ากไม่ส่ ามารถ
ให้ย้ าทาง IV ได้ ้ • มกี ารเพม่ิ ขนั้ ตอนวธิ ใี หมใ่ นการชว่ ยชวี ติ จากภาวะหวั ใจหยดุ
ท�ำงานในหญงิ ตงั้ ครรภ์ เพอื่ จัดการกบั กรณีพเิ ศษเหลา่ น้ี
• การดแู ลผปู ้ ่ วยหลงั การกลบั มาของการไหลเวยี นโลหติ ท่ี (ภาพที่่ � 9)
เกิดิ ขึ้้น� เอง (ROSC) จำำ�เป็็ นต้อ้ งมีกี ารดูแู ลอย่า่ งใกล้ช้ ิดิ ในการ
ให้อ้ อกซิเิ จน การควบคุมุ ความดันั โลหิติ การประเมินิ สำำ�หรัับ
การขยายหลอดเลือื ดหัวั ใจด้ว้ ยบอลลูนู และใส่ข่ ดลวด การจััดการ
อุณุ หภูมู ิแิ บบตรงเป้้า และการพยากรณ์โ์ รคทางระบบประสาท
หลายๆ รูปู แบบ

6 American Heart Association

การชว่ ยชวี ติ ขัน� พืน� ฐานและข�นั สงู ในผใ�ู หญ่

Despite recent gains, less
than 40% of adults receive
layperson-initiated CPR, and
fewer than 12% have an AED
applied before EMS arrival.

รปู ที่ 3  เหตุกุ ารณ์ต์ ่อ่ เนื่่อ� งโดย AHA ของการรอดชีวี ิติ สำ�ำ หรับั ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำ�ำ งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� ในโรงพยาบาล (IHCA)
และภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำ�ำ งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� นอกโรงพยาบาล (OHCA) ในผู้้�ใหญ่่

eccguidelines.heart.org 7

รปู ที่ 4  ขั้้น� ตอนวิธิ ีกี ารช่ว่ ยชีวี ิติ ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ในผู้้�ใหญ่่

8 American Heart Association

การช่วยชีวิตขน�ั พ�ืนฐานและข�นั สูงในผู�ใหญ่

รปู ท่ี 5  ขั้้น� ตอนการดูแู ลเหตุฉุ ุุกเฉินิ ที่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั สารสกัดั จากฝิ่�่ นสำ�ำ หรับั ผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ทั่่ว� ไป

eccguidelines.heart.org 9

รปู ท่ี 6  ขั้้น� ตอนการดูแู ลเหตุฉุ ุุกเฉินิ ที่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั สารสกัดั จากฝิ่�่ นสำ�ำ หรับั ผู้้�ให้บ้ ริกิ ารด้า้ นการดูแู ลสุขุ ภาพ

10 American Heart Association

การช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� พื้้น� ฐานและขั้้น� สูงู ในผู้้ใ� หญ่่

รปู ที่ 7  ขั้้น� ตอนการดูแู ลหลังั เกิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำ�ำ งานในผู้้�ใหญ่่

eccguidelines.heart.org 11

รปู ท่ี 8  แนวทางแนะนำำ�สำ�ำ หรับั การพยากรณ์โ์ รคทางระบบประสาทหลายๆ รูปู แบบในผู้้�ป่่วยที่่เ� ป็็ นผู้้�ใหญ่ห่ ลังั จาก
ประสบภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้

12 American Heart Association

การช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� พื้้น� ฐานและขั้้น� สูงู ในผู้้ใ� หญ่่

รปู ที่ 9  ขั้้น� ตอนการช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� สูงู ด้า้ นหัวั ใจและหลอดเลือื ด (ACLS) ของภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำ�ำ งานในหญิงิ ตั้้ง� ครรภ์์
ในโรงพยาบาล

eccguidelines.heart.org 13

คำ�ำ แนะนำำ�ใหม่ทีส� ำ�ำ คัญและ จากการศึกึ ษาวิจิ ััยแบบสังั เกต 16 ครั้้ง� หัวใจและความอม�ิ ตวั ของออกซิเจนในหลอด
ปรบั ปรงุ แล้ว ในช่ว่ งการทบทวนอย่า่ งเป็็ นระบบล่า่ สุดุ เลือดดำำ�สว่ นกลาง) เมอ�ื เปน็ ไปไดท้ ี�จะตรวจ
ทั้้ง� หมดพบความเกี่่ย� วข้อ้ งกันั ระหว่า่ งการให้ ้ สอบและเพ�ิมประสทิ ธิภาพของคุณภาพการ
การทำ�ำ CPR อย่า่ งเร่ง่ ด่ว่ น ยาเอพิเิ นเฟรินิ และ ROSC สำำ�หรัับผู้้�ป่่ วยใน ทำำ� CPR การบำำ�บดั โดยใชส้ ารกระต�ุนการ
โดยผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ทั่่ว� ไป ช่ว่ งต้น้ ที่่ม� ีภี าวะจัังหวะการเต้น้ ของหัวั ใจ หดตวั กล้ามเน�อื หลอดเลอื ดในเบอ�ื งตน้
แบบช็อ็ คไฟฟ้้าไม่ไ่ ด้ ้ แม้ว้่า่ อัตั ราการรอดชีวี ิติ และตรวจจบั ROSC
2020 (ปรับปรุง): เราแนะนำำ�ให้บคุ คล ที่่เ� พิ่่ม� ขึ้้น� นี้้จ� ะไม่เ่ ห็็นในวงกว้า้ งก็ต็ าม สำำ�หรัับ
ทั�วไปทำำ� CPR ให้กบั ผทู� เ�ี ชือ� วา่ มีภาวะหวั ใจ ผู้้�ป่่ วยที่่ใ� ช้เ้ ครื่่อ� งกระตุ้้น� ไฟฟ้้าแบบช็อ็ คได้ ้ เหตผุ ล: แม้วา่ การใช้การตรวจสอบทาง
หยุดเตน้ เพราะความเสี�ยงอันตรายที�มีต่อ งานวิจิ ััยรองรัับการจััดลำำ�ดับั ความสำำ�คัญั ของ สรรี วิทยา เช่น การวดั ความดันโลหติ
ผ�ูป่่ วยจะอยใ�ู นระดบั ต่ำำ�� หากผปู� ่่ วยไม่ได้เกดิ การช็อ็ คด้ว้ ยไฟฟ้้าและการทำำ� CPR ในช่ว่ ง หลอดเลอื ดหวั ใจและ ETCO2 เพือ� ตรวจสอบ
ภาวะหวั ใจหยุดเตน้ ต้น้ และการให้ย้ าเอพิเิ นเฟรินิ หากความ คุณภาพการทำำ� CPR เปน็ แนวคดิ ท�สี ร้างขน�ึ
พยายามในเบื้้อ� งต้น้ โดยการทำำ� CPR และ แตข่ อ้ มลู ใหม่ก็สนบั สนนุ ใหน้ ำำ�มารวมไว้ใน
2010 (เดิม): ผูช� ว่ ยเหลือทัว� ไปไม่ควร การช็อ็ คด้ว้ ยไฟฟ้้าไม่ส่ ำำ�เร็็จ แนวทาง ข้อมูลท�ีได้จากการศกึ ษาวจิ ยั ที�ขึ�น
ตรวจสอบชีพจร และควรสนั นิษฐานวา่ เกดิ ทะเบยี นเรือ� ง Get With The Guidelines®-
ภาวะหัวใจหยุดเตน้ หากผู�ใหญค่ นนนั� ฟบุ ลง ยาใดๆ ก็ต็ ามที่่เ� พิ่่ม� อัตั ราของ ROSC และ Resuscitation ของ AHA แสดงความนา่ จะ
กบั พน�ื หรือหายใจไมป่ กติ ผ�ใู ห้บรกิ ารด้านการ อัตั ราการรอดชีวี ิติ แต่ไ่ ด้ร้ัับหลังั จากที่่ห� ัวั ใจ เปน็ ท�สี ูงขนึ� ของ ROSC เมอื� คณุ ภาพการทำำ�
ดูแลสขุ ภาพ ควรใชเ้ วลาไมเ่ กิน 10 วินาที หยุดุ ทำำ�งานหลายนาทีมี ีแี นวโน้ม้ ที่่จ� ะเพิ่่ม� CPR ได้รับการตรวจสอบโดยใช้ ETCO2
ตรวจชีพจร และหากไม่รสู� ึกถงึ การเต้นของ ผลลัพั ธ์เ์ กี่่ย� วกับั ผลทางระบบประสาทที่่� หรอื ความดันโลหิตไดแอสโตลกี (diastolic)
ชีพจรภายในเวลานนั� ผู�ชว่ ยชวี ิตควรเริม� น่่าพอใจและไม่น่ ่่าพอใจ ดังั นั้้น� แนวทางที่่ใ� ห้ ้
ทำำ�การกดหน้าอก ประโยชน์ส์ ูงู สุดุ น่่าจะเป็็ นการใช้ย้ าที่่แ� สดงให้ ้ การตรวจสอบนี้้ข� ึ้้น� อยู่่�กับั การใส่ท่ ่อ่ ช่ว่ ย
เห็็นถึงึ โอกาสการรอดชีวี ิติ ต่อ่ ไปได้ ้ พร้อ้ มกับั หายใจ (ETT) หรือื สายสวนคาหลอดเลือื ด
เหตุผล: หลกั ฐานใหมแ่ สดงใหเ้ ห็นว่าความ เน้น้ ความพยายามในวงกว้า้ งขึ้้น� เกี่่ย� วกับั การ แดงตามลำำ�ดับั การกำำ�หนดเป้้าหมายในการ
เสยี� งอันตรายทจ�ี ะเกดิ กบั ผป�ู ่่ วยทไี� ด้รับการ ให้ย้ ากับั ผู้้�ป่่ วยทั้้ง� หมดในระยะเวลาที่่ส� ั้้น� ลง กดหน้า้ อกต่อ่ ค่า่ การวัดั ความเข้ม้ ข้น้ ของ
กดหนา้ อกเมอื� ไมไ่ ดอ้ ยู�ในภาวะหัวใจหยุดเต้น การทำำ�เช่น่ นี้้� ผู้้ร� อดชีวี ิติ จำำ�นวนมากขึ้้น� จะได้ ้ ก๊า๊ ซคาร์บ์ อนไดออกไซด์ใ์ นลมหายใจที่่ข� ณะ
จะมีนอ้ ย ผชู� ่วยเหลือทั�วไปไมส่ ามารถตัดสนิ รัับผลทางระบบประสาทเป็็ นที่่น� ่่าพอใจ หายใจออกสุดุ (ETCO2) ไว้ท้ี่่อ� ย่า่ งน้อ้ ย
ไดอ้ ย่างแม่นยำำ�ว่าผูป� ่่ วยมอี ัตราการเต้นของ 10 มม.ปรอท และตามหลักั การที่่� 20 มม.
ชพี จรหรอื ไม่ และความเสีย� งของการหยดุ ผลตอบรับั โสตประสาท ปรอทหรือื มากกว่า่ นั้้น� อาจมีปี ระโยชน์ใ์ น
ทำำ� CPR ใหก้ บั ผ�ูป่่ วยที�ไมม่ ีสญั ญาณชีพนนั� ตามเวลาจริงิ ฐานะเครื่่อ� งบ่ง่ ชี้้ค� ุณุ ภาพของ CPR เป้้าหมาย
เกินกว่าระดับอันตรายจากการกดหน้าอก ที่่เ� หมาะสมยังั ไม่ไ่ ด้ร้ัับการระบุุ
โดยทไี� ม่จำำ�เปน็ 2020 (ไมเ่ ปลี�ยนแปลง/ยืนยนั อีกคร�ัง):
อาจจะมเี หตุผลทีจ� ะใชอ้ ปุ กรณแ์ สดงผลการ ไม่ส่ นับั สนุนุ การช็็อคด้ว้ ย
การให้ยาอพี เิ นฟรนิ ตั�งแตแ่ รกเรม�ิ ปฏบิ ัติโดยภาพและเสยี งระหว่างการนวด ไฟฟ้้ าแบบต่อ่ เนื่่อ� งสองครั้้ง�
หวั ใจผายปอดกชู� ีพเพ�อื การปรับใหเ้ หมาะสม เกือื บพร้อ้ มกันั
2020 (ไม่เปลี�ยนแปลง/ยืนยันอกี ครั�ง): ท�สี ุดตามเวลาจรงิ ของประสทิ ธิภาพการนวด
เนอื� งจากการเลือกเวลาท�เี หมาะ การให้ยา หัวใจผายปอดกู�ชีพ 2020 (ใหม)่ : ยงั ไมม่ กี ารระบถุ งึ ความมี
อพี เิ นฟรินโดยเร็วทสี� ดุ เทา่ ท�ีจะทำำ�ได้จงึ สม ประโยชนข์ องการชอ็ คดว้ ยไฟฟา้ แบบตอ่ เนอ�ื ง
เหตสุ มผลสำำ�หรบั ภาวะหัวใจ หยดุ เตน้ ทีม� ี เหตผุ ล: การศกึ ษาวิจยั แบบส�ุมมกี ลม�ุ ควบคุม สองครงั� เกอื บพรอ้ มกนั สำ�ำ หรบั จงั หวะการเตน้
จงั หวะการเต้นของหัวใจแบบช็อคไฟฟา้ (RCT) ลา่ สุดรายงานอตั ราการรอดชีวิต ของหวั ใจแบบชอ็ คไฟฟา้ ไดท้ ไี� มต่ อบสนอง
ไม่ได จนออกจากโรงพยาบาลจาก IHCA เพม�ิ ข�นึ
25% โดยมผี ลตอบรบั โสตประสาทจากความ เหตุผล: การช็อ็ คด้ว้ ยไฟฟ้้าแบบต่อ่ เนื่่อ� ง
2020 (ไมเ่ ปลีย� นแปลง/ยนื ยนั อีกครงั� ): ลึกในการกดหน้าอกและการขยายกลับของ สองครั้้ง� เกือื บพร้อ้ มกันั เป็็ นแนวทางปฏิบิ ัตั ิิ
ในเวลาทเี� หมาะสำำ�หรับภาวะหัวใจลม้ เหลว หน้าอก ของการช็อ็ คเกือื บจะพร้อ้ มกันั โดยใช้เ้ ครื่่อ� ง
ท�ใี ชเ้ คร�อื งกระตนุ� ไฟฟ้าแบบชอ็ คได้ อาจ ช็อคดว้ ยไฟฟ้า 2 ตวั แมว้ ่ารายงานของบาง
มีเหตผุ ลท�จี ะใหย้ าเอพเิ นเฟรนิ หลังความ การติดิ ตามคุณุ ภาพการทำ�ำ CPR กรณีแสดงผลลพั ธท์ ด�ี ี แต่การทบทวนอย่าง
พยายามในการช็อคดว้ ยไฟฟ้าล้มเหลว ทางสรีรี วิทิ ยา เป็นระบบของ ILCOR ปี 2020 ไม่พบหลกั
ฐานท�ีจะสนบั สนนุ การช็อคดว้ ยไฟฟา้ แบบ
เหตผุ ล: การเสนอแนะในการให้ย้ า 2020 (ปรบั ปรุง): อาจเป็นการสมเหตุ ต่อเน�ืองสองครัง� เกอื บพร้อมกัน และให้
เอพิเิ นเฟรินิ ในช่ว่ งต้น้ เป็็ นการเสริมิ คำำ�แนะนำำ� สมผลทีจ� ะใช้ตัวแปรทางสรรี วทิ ยา เชน่ คำำ�แนะนำำ�ทไี� มเ่ ห็นดว้ ยกับการใชว้ ิธนี ีเ� ปน็
บนพื้้น� ฐานของการทบทวนอย่า่ งเป็็ นระบบ การวดั ความดันโลหติ หลอดเลือดหวั ใจ หรือ ประจำำ� การศกึ ษาวจิ ัยท�ีมีอย�ขู นึ� อย�ูกับรูปแบบ
และการวิเิ คราะห์อ์ ภิมิ าน ซึ่ง่� รวมถึงึ ผลลัพั ธ์์ ETCO2 เมอื� เป็นไปได้ทีจ� ะตรวจสอบและ ความเบ�ียงเบนหลายอย่าง และการศึกษาวิจยั
ของการวิจยั แบบสมุ� 2 ครงั� ของการให้ยา เพ�ิมประสทิ ธภิ าพของคณุ ภาพการทำำ� CPR แบบสงั เกตไมแ่ สดงการปรับปรงุ ใดๆ
เอพเิ นเฟรนิ กบั ผู�ป่่ วยมากกวา่ 8,500 คน ในผลลพั ธ์
ที�มภี าวะหัวใจหยุดทำำ�งานทเี� กิดขน�ึ นอก 2015 (เดิม): แม้จะยังไมม่ ีการศึกษาวจิ ยั
โรงพยาบาล (OHCA) ซ�งึ แสดงให้เห็นว่า ทางคลนิ ิกใดที�ตรวจสอบว่าความพยายามใน RCT นำำ�ร่อ่ งล่า่ สุดุ เสนอแนะว่า่ การเปลี่่ย� น
ยาเอพิเนเฟรนิ ช่วยเพิม� ภาวะท�กี ลับมกี าร การชว่ ยชีวติ โดยการไทเทรตโดยใชต้ ัวแปร ทิศิ ทางกระแสของการช็อ็ คด้ว้ ยไฟฟ้้าโดย
ไหลเวียนเลอื ดได้เอง (ROSC) และโอกาส ทางสรีรวิทยาในระหวา่ งการทำำ� CPR จะเพมิ� การเปลี่่ย� นตำำ�แหน่่งแผ่น่ อาจมีปี ระสิทิ ธิภิ าพ
ในการรอดชีวติ ในระยะ 3 เดือนช่ว่ งท�มี ี ผลลพั ธ์ให้ดีข�ึนกว่าเดมิ หรือไม่ แต่กเ็ ปน็ เรอ�ื ง เทียี บเท่า่ กับั การช็อ็ คด้ว้ ยไฟฟ้้าแบบต่อ่ เนื่่อ� ง
ความหมายมากทสี� ุดในการฟ�ืนตวั จากอาการ สมเหตสุ มผลทีจ� ะใชต้ ัวแปรทางสรีรวทิ ยา สองครั้้ง� เกือื บพร้อ้ มกันั พร้อ้ มกับั หลีกี เลี่่ย� ง
ระบบประสาท มจี ำำ�นวนการเพิ�มขนึ� โดยไมม่ ี (การตรวจสอบกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ใน ความเสี่่ย� งอันั ตรายจากพลังั งานที่่ส� ูงู ขึ้้น� และ
นยั สำำ�คัญทัง� จากผรู� อดชวี ติ จากผลลพั ธ์ ระบบทางเดินหายใจในรูปแบบคลน�ื ความเสียี หายต่อ่ เครื่่อ� งช็อ็ คด้ว้ ยไฟฟ้้า จาก
เก�ยี วกับผลทางระบบประสาททนี� า่ พอใจ (capnography) การคลายความดนั หลักั ฐานที่่ม� ีใี นปััจจุบุ ันั ยังั ไม่เ่ ป็็ นที่่ท� ราบ
และไม่น่าพอใจในกลุ�มทใี� หย้ าเอพิเนเฟริน ไดแอสโตลกี (diastolic) ในหลอดเลอื ด ว่า่ การช็อ็ คด้ว้ ยไฟฟ้้าแบบต่อ่ เนื่่อ� งสองครั้้ง�
เกือื บพร้อ้ มกันั นั้้น� มีปี ระโยชน์ห์ รือื ไม่่

14 American Heart Association

การช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� พื้้น� ฐานและขั้้น� สูงู ในผู้้ใ� หญ่่

แนะนำำ�การเปดิ IV มากกวา่ IO แนวทางปีี 2020 ได้ป้ ระเมินิ รูปู แบบการ ประสบภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ การซักั ถามทีมี
รัักษา 19 แบบที่่แ� ตกต่า่ งกันั และผลลัพั ธ์์ อย่า่ งละเอียี ดอาจช่ว่ ยในการทบทวนการ
2020 (ใหม่): เป็นเรื�องสมเหตุสมผล เฉพาะ และนำำ�เสนอหลักั ฐานสำำ�หรัับแต่ล่ ะ ปฏิบิ ัตั ิงิ านของทีมี (การศึกึ ษา การปรัับปรุงุ
สำำ�หรับผูใ� หบ้ รกิ ารรักษาที�จะพยายามเปิด IV รูปู แบบ แผนภาพใหม่เ่ สนอแนวทางการรัักษา คุณุ ภาพ) รวมถึงึ การรัับรู้้�สิ่่ง� ที่่ก� ระตุ้้น� ให้เ้ กิดิ
ในครงั� แรกสำำ�หรบั การให้ยาเมือ� เกดิ ภาวะ หลายรูปู แบบสำำ�หรัับการพยากรณ์โ์ รคทาง ความตึงึ เครียี ดตามธรรมชาติทิ ี่่เ� กี่่ย� วเนื่่อ� งกับั
หัวใจหยดุ เตน้ ระบบประสาท การดูแู ลผู้้�ป่่ วยที่่ใ� กล้เ้ สียี ชีวี ิติ คำำ�ชี้้แ� จงทาง
วิทิ ยาศาสตร์ข์ อง AHA เฉพาะสำำ�หรัับหัวั ข้อ้ นี้้�
2020 (ปรบั ปรุง): อาจพจิ ารณาการเปิด IO การดูแู ลรักั ษาและช่ว่ ยเหลือื คาดว่า่ จะมีขี ึ้้น� ในช่ว่ งต้น้ ปีี 2021
หากความพยายามในการเปิด IV ไมส่ ำำ�เรจ็ ในระหว่า่ งพักั ฟื้้� น
หรือไม่สามารถกระทำำ�ได ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำ�ำ งาน
2020 (ใหม่): เราแนะนำำ�ใหผ้ ู�รอดชวี ติ จาก ในหญิงิ ตั้้ง� ครรภ์์
2010 (เดมิ ): เป็นเร�อื งสมเหตสุ มผลสำำ�หรบั ภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ ไดร้ ับการประเมินการ
ผ�ใู ห้บรกิ ารรกั ษาที�จะใหย้ าผา่ นทางไขกระดูก พกั ฟืน� ในหลายรูปแบบ และการรกั ษาสำำ�หรับ 2020 (ใหม)่ : เนื่่อ� งจากผู้้�ป่่ วยที่่ต� ั้้ง� ครรภ์น์ ั้้น�
(IO) หากไมส่ ามารถใหย้ าผ่านทางหลอด ความบกพร่องทางภายภาพ ประสาท ภาวะ มีแี นวโน้ม้ ที่่จ� ะเกิดิ ภาวะเลือื ดมีอี อกซิเิ จนน้อ้ ย
เลือดดำำ� (IV) ได้ ทางหวั ใจและปอดและการรบั รู�กอ่ นได้รบั (hypoxia) จึงึ ควรให้ค้ วามสำำ�คัญั กับั การให้ ้
การส่งตวั ออกจากโรงพยาบาล ออกซิเิ จน และการจััดการทางเดินิ หายใจเป็็ น
เหตุผล: การทบทวนอย่างเป็นระบบของ อันั ดับั แรกระหว่า่ งการช่ว่ ยชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจ
ILCOR ปี 2020 เปรียี บเทียี บระหว่า่ งการให้ ้ 2020 (ใหม)่ : เราแนะนำำ�ว่าผ�รู อดชวี ิตจาก หยุดุ ทำำ�งานในหญิงิ ตั้้ง� ครรภ์์
ยา IV กับั IO (ซึ่ง่� ตามหลักั การแล้ว้ คือื บริเิ วณ ภาวะหัวใจหยุดเต้นและผด�ู ูแลได้รับการ
หน้า้ กระดูกู แข้ง้ ) ระหว่า่ งเกิดิ ภาวะหัวั ใจ วางแผนทีค� รอบคลุมและมีการใชศ้ าสตรต์ า่ งๆ 2020 (ใหม่): เนื่่อ� งจากภาวะแทรกแซงที่่�
หยุดุ เต้น้ พบว่า่ การให้ย้ าแบบ IV นั้้น� สัมั พัันธ์์ เข้าด้วยกนั เมอ�ื ไดร้ บั การส่งตัวออกจาก อาจมีใี นการช่ว่ ยชีวี ิติ มารดา จึงึ ไม่ค่ วรมีกี าร
กับั ผลลัพั ธ์ท์ างคลินิ ิกิ ที่่ด� ีขี ึ้้น� จากการศึกึ ษา โรงพยาบาล เพือ� รวมคำำ�แนะนำำ�เกย�ี วกบั การ ตรวจติดิ ตามทารกในครรภ์น์ ั้้น� ในที่่ร� ะหว่า่ งที่่�
ย้อนหลงั 5 ครัง� ได้แ้ ก่่ การวิเิ คราะห์์ RCT รกั ษาเพอื� การฟื�นฟสู มรรถภาพ และกลบั ส�กู าร เกิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งานในหญิงิ ตั้้ง� ครรภ์์
แบบกลุ่่�มย่อ่ ย ซึ่ง�่ เน้น้ ไปที่่ค� ำำ�ถามทางคลินิ ิกิ ทำำ�กิจกรรม/งานตามท�คี าดการณไ์ ว้ได้
อื่่น� ๆ ที่่พ� บว่า่ เป็็ นผลลัพั ธ์ท์ ี่่เ� ปรียี บเทียี บกันั ได้ ้ 2020 (ใหม่): เราแนะนำำ�การจััดการอุณุ หภูมู ิิ
เมื่่อ� ใช้ ้ IV หรือื IO สำำ�หรัับการให้ย้ า แม้ว้่า่ จะ 2020 (ใหม)่ : เราแนะนำำ�ใหม้ กี ารประเมนิ แบบตรงเป้้าสำำ�หรัับหญิงิ ตั้้ง� ครรภ์ท์ ี่่ย� ังั คงมีี
แนะนำำ�ให้ท้ ำำ�การเปิิด IV มากกว่า่ แต่ส่ ำำ�หรัับ แบบมีโครงสร้างสำำ�หรบั การเกิดภาวะวิตก อาการโคม่า่ อยู่่�หลังั จากการช่ว่ ยชีวี ิติ จาก
สถานการณ์ท์ ี่่ก� ารเปิิด IV ทำำ�ได้ย้ าก การเปิิด กังวล หดหู� ความเครียดจากอาการหลงๆ ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งาน
IO ก็เ็ ป็็ นทางเลือื กที่่ส� มเหตุสุ มผล ลืมๆ และความเหน�อื ยลา้ สำำ�หรบั ผู�รอดชวี ิต
จากภาวะหัวใจหยดุ เตน้ และผู�ดูแลพวกเขา 2020 (ใหม่): ระหว่า่ งการจััดการอุณุ หภูมู ิิ
การดูแู ลหลังั เกิดิ ภาวะหัวั ใจ เหล่านัน� แบบตรงเป้้าของผู้้�ป่่ วยที่่ต� ั้้ง� ครรภ์์ ขอแนะนำำ�
หยุดุ ทำ�ำ งานและการพยากรณ์์ ให้ม้ ีกี ารตรวจติดิ ตามทารกในครรภ์อ์ ย่า่ งต่อ่
โรคทางระบบประสาท เหตผุ ล: กระบวนการฟ�นื ตวั จากภาวะหวั ใจ เนื่่อ� งเพื่่อ� ดูภู าวะหัวั ใจเต้น้ ช้า้ กว่า่ ปกติทิ ี่่อ� าจ
หยดุ เตน้ จะใชเ้ วลานานหลงั การเข้ารับการ เกิดิ แทรกซ้อ้ นได้ ้ และควรได้ม้ ีกี ารให้ค้ ำำ�
แนวทางของปี 2020 น�ปี ระกอบด้วยขอ้ มูล รักษาตัวในโรงพยาบาลในช่ว่ งแรก จำำ�เปน็ ปรึกึ ษาเกี่่ย� วกับั การคลอดและทารกแรกเกิดิ
ทางคลนิ ิกใหมๆ่ ท�สี ำำ�คัญเก�ียวกบั การรักษา ตอ้ งมกี ารช่วยเหลือระหวา่ งพักฟนื� เพื�อให
ท�ีเหมาะสมในวันหลังจากเกดิ ภาวะหัวใจ มนั� ใจในสภาวะทางกายภาพ การรับร�ู และ เหตุผล: คำำ�แนะนำำ�สำำ�หรับการจดั การกบั
หยดุ เตน้ คำำ�แนะนำำ�ที�ไดจ้ ากแนวทางการ ทางอารมณ์ และกลบั คืนส�กู ารทำำ�งานหรือ ภาวะหัวใจหยุดเตน้ ในหญิงตงั� ครรภ์ได้รบั การ
นวดหัวใจผายปอดกชู� พี (CPR) และการดแู ล บทบาทในสังคม กระบวนการนี�ควรเรมิ� ตน้ ทบทวนในการปรบั ปรงุ แนวทางปี 2015
ผ�ูป่่ วยโรคหวั ใจหลอดเลือดในภาวะฉกุ เฉิน ระหว่างการเข้ารับการรกั ษาตวั ในโรงพยาบาล และคำำ�ช�แี จงทางวทิ ยาศาสตรข์ อง AHA ปี
(ECC) ของ AHA ปี 2015 เกี่่ย� วกับั การ ในช่ว่ งแรก และดำำ�เนนิ ต่อไปตราบเท่าท 20157 ทางเดนิ หายใจ การช่วยหายใจ และ
รัักษาภาวะความดันั โลหิติ ต่ำำ�� กว่า่ ปกติิ การ จำำ�เป็น มกี ารระบรุ ายละเอยี ดมากขนึ� ในหัวข้อ การให้อ้ อกซิเิ จนมีคี วามสำำ�คัญั อย่า่ งยิ่่ง� ใน
ไทเทรตออกซิเิ จนเพื่่อ� หลีกี เลี่่ย� งภาวะเลือื ด เหล่านี�ในคำำ�ชแ�ี จงทางวทิ ยาศาสตร์ของ AHA สภาวะที่่ม� ีกี ารตั้้ง� ครรภ์เ์ นื่่อ� งจากการเผาผลาญ
มีอี อกซิเิ จนน้อ้ ย (Hypoxia) ภาวะที่่ก� ระแส ปี 20206 ที่่เ� พิ่่ม� ขึ้้น� ของมารดา การลดลงในค่า่ วัดั การ
เลือื ดขาดออกซิเิ จน การตรวจจัับและการ ออกแรงใช้พ้ ลังั งานในการเผาผลาญรวม
รัักษาอาการชักั และการจััดการอุณุ หภูมู ิิ การซักั ถามผู้้�ช่ว่ ยเหลือื แบบต่อ่ เนื่่อ� ง เนื่่อ� งจากมดลูกู ขณะตั้้ง� ครรภ์์
แบบตรงเป้้าได้ร้ัับการยืนื ยันั ซ้ำ��ำ ด้ว้ ยหลักั ฐาน อย่า่ งละเอียี ด และความเสี่่ย� งต่อ่ การบาดเจ็็บของสมองของ
สนัับสนุุนใหม่่ ทารกในครรภ์จ์ ากภาวะที่่ก� ระแสเลือื ดขาด
2020 (ใหม่): การซักถามอย่างละเอยี ด ออกซิเิ จน
ในบางกรณีี LOE ได้ร้ับั การปรับั ปรุงุ เพื่่อ� และการอา้ งองิ เพ�ือตดิ ตามการชว่ ยเหลือด้าน
สะท้อ้ นความพร้อ้ มใช้ง้ านของข้อ้ มูลู ใหม่จ่ าก อารมณส์ ำำ�หรับผ�ูช่วยเหลอื ท�วั ไป ผู�ให้บรกิ าร การประเมินิ หัวั ใจของทารกในครรภ์ไ์ ม่ม่ ีี
RCT และได้ม้ ีกี ารปรับั ปรุงุ ข้อ้ มูลู การศึกึ ษาวิจิ ัยั EMS และเจ้าหนา้ ท�ดี ูแลสุขภาพใน ประโยชน์ร์ ะหว่า่ งที่่เ� กิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้
แบบสังั เกตคุณุ ภาพสูงู และขั้้น� ตอนวิธิ ีกี าร โรงพยาบาลหลังจากเหตุการณภ์ าวะหัวใจ ในมารดา และอาจเบี่่ย� งเบนไปจากองค์์
ช่ว่ ยชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ เพื่่อ� เน้น้ ถึงึ หยดุ เต้นนัน� อาจจะเป็นประโยชน์ได้ ประกอบการช่ว่ ยชีวี ิติ ที่่จ� ำำ�เป็็ น ในกรณีีที่่�
องค์ป์ ระกอบที่่ส� ำ�ำ คัญั ของการรักั ษาเหล่า่ นี้้� ไม่ม่ ีขี ้อ้ มูลู ที่่เ� ป็็ นไปในทางตรงกันั ข้า้ ม
เพื่่อ� ความน่่าเชื่่อ� ถือื ควรมีกี ารพยากรณ์โ์ รค เหตุผล: ผู้้�ช่ว่ ยเหลือื อาจประสบกับั ความวิติ ก หญิงิ ตั้้ง� ครรภ์ท์ ี่่ร� อดชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจหยุดุ
ทางระบบประสาทไม่เ่ กินิ 72 ชั่่ว� โมงหลังั จาก กังั วลหรือื ความเครียี ดเนื่่อ� งจากอาการหลงลืมื เต้น้ ควรรัับการจััดการอุณุ หภูมู ิแิ บบตรงเป้้า
ที่่ร� ่า่ งกายกลับั เข้า้ สู่่�ภาวะอุณุ หภูมู ิปิ กติิ และ เกี่่ย� วกับั การให้ห้ รือื ไม่ไ่ ด้ใ้ ห้ก้ ารช่ว่ ยชีวี ิติ เช่น่ เดียี วกับั ผู้้ร� อดชีวี ิติ คนอื่่น� ๆ โดยคำำ�นึงึ ถึงึ
การตัดั สินิ ใจแบบคาดคะเนควรตั้้ง� อยู่่�บนพื้้น� ขั้้น� พื้้น� ฐาน (BLS) นอกจากนี้้� ผู้้ใ� ห้ก้ ารดูแู ล สภาพการณ์ข์ องทารกในครรภ์ซ์ ึ่ง่� อาจอยู่่�ใน
ฐานของการประเมินิ ผู้้�ป่่ วยในหลากหลาย ในโรงพยาบาลอาจประสบกับั ผลกระทบ มดลูกู
รูปู แบบ ทางอารมณ์ห์ รือื จิติ ใจจากการดูแู ลผู้้�ป่่ วยที่่�

eccguidelines.heart.org 15

การช่วยชวี ิตข�ันพืน� ฐานและขั�นสงู ในเดก็

สรปุ ย่อประเด็นและการเปลย�ี นแปลงทีส� ำ�ำ คญั • บนพน้ื ฐานสว่ นใหญข่ องการคาดเหตกุ ารณข์ า้ งหนา้ จากขอ้ มลู
ของผใู ้ หญ่ การชว่ ยชวี ติ ทโ่ี ดยทอ่ี งคป์ ระกอบเลอื ดสมดลุ นัน้
ทารกและเด็กมากกว่า 20,000 คนมีภี าวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ในแต่ล่ ะปีี สมเหตุสุ มผลต่อ่ ทารกและเด็็กมีภี าวะช็อ็ คจากการเสียี เลือื ด
ในสหรััฐอเมริกิ า แม้จ้ ะมีจี ำำ�นวนผู้้ร� อดชีวี ิติ เพิ่่ม� ขึ้้น� และได้ร้ัับผลทาง
ระบบประสาทในอัตั ราที่่ด� ีเี ชิงิ เปรียี บเทียี บหลังั เกิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ • การจัดการกบั การใชส้ ารสกดั จากฝิ่นเกนิ ขนาด รวมถงึ การท�ำ CPR
ทำำ�งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� ในโรงพยาบาลในเด็็ก (IHCA) แต่อ่ ัตั ราการรอดชีวี ิติ และการใหย้ านาโลโซนโดยทนั ทว่ งทโี ดยผชู ้ ว่ ยเหลอื ทว่ั ไปหรอื
จากผู้้�ป่่ วยเด็็กที่่ม� ีภี าวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� นอกโรงพยาบาล ผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ที่่ไ� ด้ร้ัับการฝึึกอบรม
(OHCA) ยังั คงอยู่่�ในระดับั ต่ำำ�� โดยเฉพาะอยางยิ่่ง� ในเด็็กทารก
คำำ�แนะนำำ�สำำ�หรัับการช่ว่ ยชีวี ิติ เด็็กขั้้น� พื้้น� ฐาน (PBLS) และการทำำ� • เด็กทมี่ อี าการกลา้ มเนอื้ หวั ใจอกั เสบขนั้ รนุ แรงทมี่ ภี าวะหวั ใจเตน้
CPR ในเด็็กทารก เด็็กและวัยั รุ่�นได้ร้ัับการรวมเข้า้ กับั คำำ�แนะนำำ� ผิดิ จัังหวะ ภาวะที่่ม� ีกี ารปิิดกั้้น� หรือื ช้า้ ลงของการนำำ�ไฟฟ้้าในหัวั ใจ
สำำ�หรัับการช่ว่ ยชีวี ิติ เด็็กขั้้น� สูงู (PALS) ในเอกสารฉบับั เดียี วใน การเปลี่่ย� นแปลงของ ST-segment หรือื ภาวะการสูบู ฉีีดเลือื ด
แนวทางปี 2020 สาเหตทุ ี�ทำำ�ใหเ้ กดิ ภาวะหัวใจหยุดเตน้ ในเด็กทารก ออกจากหัวั ใจต่อ่ นาทีลี ดต่ำำ�� (low cardiac output) นั้้น� มีคี วาม
และเด็กแตกตา่ งจากภาวะหวั ใจหยุดเตน้ ในผ�ใู หญ่ และมีหลกั ฐาน เสี่่ย� งสูงู ต่อ่ ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ การย้า้ ยไปยังั ศูนู ย์ด์ ูแู ลผู้้�ป่่ วยหนััก
เฉพาะเจาะจงมากข�ึนเกีย� วกับเดก็ ทส�ี นับสนนุ คำำ�แนะนำำ�เหลา่ น�ี ตั้้ง� แต่เ่ นิ่่น� ๆ เป็็ นเรื่่อ� งที่่ส� ำำ�คัญั และผู้้�ป่่ วยบางรายอาจต้อ้ งใช้เ้ ครื่่อ� ง
ประเด็นหลัก การเปลีย� นแปลงที�สำำ�คญั และการปรับปรุงให้ดีข�ึน ช่ว่ ยหมุนุ เวียี นโลหิติ หรือื เครื่่อ� งช่ว่ ยพยุงุ การทำำ�งานของหัวั ใจและ
ในแนวทางปี 2020 มดี ังน�:ี ปอดใช้ใ้ นการค้ำำ��จุนุ ชีวี ิติ สำำ�หรัับผู้้�ที่่ป� ่่ วยหนััก (ECLS)

• มกี ารทบทวนขนั้ ตอนวธิ แี ละทศั นูปกรณเ์ พอื่ ใหร้ วมวทิ ยาการทด่ี ี • ทารกและเด็กทม่ี โี รคหวั ใจพกิ ารแตก่ �ำเนดิ และมหี วั ใจหอ้ งเดยี ว
ท่ี สดุ เขา้ ดว้ ยกนั และปรับปรงุ ความชดั เจนส�ำหรับผดู ้ �ำเนนิ การ ทางสรรี วทิ ยาทอี่ ยใู่ นกระบวนการจัดโครงสรา้ งใหมแ่ บบหลาย
กู้้�ชีพี สำำ�หรัับการช่ว่ ยชีวี ิติ เด็็กขั้้น� พื้้น� ฐาน (PBLS) และการช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� ตอนต้อ้ งการการพิจิ ารณาเป็็ นพิเิ ศษในการจััดการ PALS
เด็็กขั้้น� สูงู (PALS)
• การจดั การภาวะความดนั เลอื ดในปอดสงู อาจรวมถงึ การใช ้
• ดว้ ยขอ้ มลู ใหมท่ ม่ี อี ยจู่ ากการชว่ ยชวี ติ ในเด็ก อตั ราการชว่ ยหายใจ ไนตริกิ ออกไซด์แ์ บบสูดู เข้า้ ปอด สารที่่ม� ีฤี ทธิ์์ข� ยายหลอดเลือื ด
ทแ่ี นะน�ำเพมิ่ ขน้ึ เป็ น หายใจ 1 ครัง้ ทกุ ๆ 2 ถงึ 3 วนิ าที (หายใจ ยาระงับั ความเจ็็บปวด ยากล่อ่ มประสาท การปิิดกั้้น� ระบบประสาท
20‑30 ครั้้ง� ต่อ่ นาที)ี สำำ�หรัับสถานการณ์ก์ ารช่ว่ ยชีวี ิติ ในเด็็ก และกล้า้ มเนื้้อ� การกระตุ้้น� ภาวะเลือื ดเป็็ นด่า่ ง หรือื ใช้ก้ ารบำ�ำ บัดั
ทั้้ง� หมด ช่ว่ ยชีวี ิติ ด้ว้ ย ECLS

• แนะน�ำใหใ้ ชท้ อ่ ชว่ ยหายใจแบบมกี ระเปาะเพอ่ื ลดการรั่วไหลของ ข�ันตอนวิธีและทัศนูปกรณ
อากาศ และความจ�ำเป็ นในการเปลย่ี นทอ่ ส�ำหรับผปู ้ ่ วยในทกุ ชว่ ง
อายทุ ต่ี อ้ งใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจ กลมุ� งานเขยี นได้ทำำ�การปรับปรุงขนั� ตอนวิธที ัง� หมดเพ�อื แสดงถึง
วทิ ยาการล่าสดุ และไดท้ ำำ�การเปลี�ยนเเปลงที�สำำ�คัญบางอยา่ งเพอื�
• ไมแ่ นะน�ำใหม้ กี ารกดกระดกู ไครคอยด์ (cricoid pressure) ปรบั ปรงุ การฝกึ ใชท้ ศั นูปกรณ์และอุปกรณช์ ว่ ยเหลือในการปฏิบตั ิการ:
เป็็ นประจำำ�ในระหว่า่ งใช้ท้ ่อ่ ช่ว่ ยหายใจอีกี ต่อ่ ไป • มกี ารสรา้ งเหตกุ ารณต์ อ่ เนอื่ งของการรอดชวี ติ (Chain of

• เพอ่ื เพมิ่ โอกาสสงู สดุ ในการไดผ้ ลลพั ธท์ ดี่ จี ากการชว่ ยชวี ติ Survival) ใหมใ่ นเด็กส�ำหรับการรอดชวี ติ จากภาวะหวั ใจหยดุ
ด้ว้ ยการให้ย้ าเอพิเิ นเฟรินิ อย่า่ งเร็็วที่่ส� ุดุ โดยควรใช้เ้ วลาภายใน ท�ำงานทเ่ี กดิ ขน้ึ ในโรงพยาบาล (IHCA) ในทารก เด็ก และวยั รนุ่
5 นาทีี นัับตั้้ง� แต่เ่ ริ่่ม� ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ที่่ม� ีจี ัังหวะการเต้น้ ของ (ภาพที่่� 10)
หัวั ใจแบบช็อ็ คไฟฟ้้าไม่ไ่ ด้ ้ (ภาวะหัวั ใจหยุดุ สนิทิ และแบบมีคี ลื่่น� • การฟ้ืนตวั ซง่ึ เป็ นการเชอื่ มโยงทห่ี กไดถ้ กู เพมิ่ ลงในเหตกุ ารณ์
ไฟฟ้้าหัวั ใจแต่ไ่ ม่ม่ ีชี ีพี จร) ต่อ่ เนื่่อ� งของการรอดชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� นอก
โรงพยาบาล (OHCA) ในเด็็กและถูกู รวมอยู่่�ในเหตุกุ ารณ์ต์ ่อ่ เนื่่อ� ง
• ส�ำหรับผปู ้ ่ วยทใ่ี สส่ ายสวนคาหลอดเลอื ดเเดง การใชผ้ ลตอบรับ ของการรอดชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� ใน
จากการวดั ความดนั โลหติ หลอดเลอื ดหวั ใจอยา่ งตอ่ เนอ่ื งอาจ โรงพยาบาล (IHCA) ใหม่ใ่ นเด็็ก (ภาพที่่� 10)
ปรับปรงุ คณุ ภาพการท�ำ CPR ใหด้ ขี นึ้ • ขนั้ ตอนวธิ กี ารชว่ ยชวี ติ จากภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ ในเด็กและขนั้ ตอน
วธิ กี ารชว่ ยชวี ติ จากภาวะหวั ใจเตน้ ชา้ กวา่ ปกตใิ นเด็กแตย่ งั คลํา
• หลงั จากภาวะทกี่ ลบั มกี ารไหลเวยี นเลอื ดไดเ้ อง (ROSC) ผปู ้ ่ วย ชพี จรไดไ้ ดร้ ับการปรับปรงุ เพอื่ แสดงถงึ วทิ ยาการลา่ สดุ
ควรไดร้ ับการประเมนิ อาการชกั โดยภาวะชกั ตอ่ เนอ่ื งและอาการ (ภาพที่่� 11 และ 12)
ชกั เกร็งกระตกุ ไดค้ วรไดร้ ับการรักษา • ปัจจบุ นั ขนั้ ตอนวธิ กี ารชว่ ยชวี ติ จากภาวะหวั ใจเตน้ เร็วผดิ ปกตใิ น
เด็กแตย่ งั คลําชพี จรไดค้ รอบคลมุ ภาวะหวั ใจเตน้ เร็วทงั้ แบบแคบ
• เนอื่ งจากการฟื้นตวั จากอาการภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ ตอ้ งใชร้ ะยะ และกวา้ งในผปู ้ ่ วยทเี่ ป็ นเด็ก (ภาพที่ 13)
เวลานานหลงั การเขา้ รับการรักษาในโรงพยาบาลในระยะแรก • มกี ารเพม่ิ ขนั้ ตอนวธิ ฉี ุกเฉนิ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั สารสกดั จากฝิ่นสอง
ควรมีกี ารประเมินิ ผู้้�ป่่ วยอย่า่ งเป็็ นทางการและการช่ว่ ยเหลือื ใน แบบใหม่เ่ ข้า้ ไปสำำ�หรัับผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ทั่่ว� ไปและผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ที่่ไ� ด้ร้ัับ
ด้า้ นความต้อ้ งการทางกายภาพ การรัับรู้้แ� ละการดูแู ลสภาพจิติ ใจ การฝึึกอบรม (ภาพที่่� 5 และ 6)
• มกี ารใหร้ ายการตรวจสอบใหมส่ �ำหรับการดแู ลหลงั เกดิ ภาวะหวั ใจ
• แนวทางการปรับขนาดการจัดการของเหลวโดยการใหย้ า หยดุ ท�ำงานในเด็ก (ภาพที่ 14)
เอพิเิ นเฟรินิ หรือื นอร์อ์ ิพิ ิเิ นฟรินิ หากจำำ�เป็็ นต้อ้ งใช้ส้ ารกระตุ้้น�
การหดตัวั กล้า้ มเนื้้อ� หลอดเลือื ด เป็็ นสิ่่ง� ที่่เ� หมาะสมในการช่ว่ ยชีวี ิติ
จากภาวะช็อ็ คเหตุพุ ิษิ ติดิ เชื้้อ�

16 American Heart Association

การชว่ ยชวี ติ ขั�นพืน� ฐานและขัน� สูงในเด็ก

สาเหตุทุ ี่่ท� ำ�ำ ให้เ้ กิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ
เต้น้ ในเด็็กทารกและเด็็กแตกต่า่ งจาก
ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ในผู้้�ใหญ่่ และมีี
หลักั ฐานเฉพาะเจาะจงมากขึ้้น� เกี่่ย� ว
กับั เด็็กที่่ส� นับั สนุนุ คำ�ำ แนะนำำ�เหล่า่ นี้้�

รปู ที่ 10  เหตุกุ ารณ์ต์ ่อ่ เนื่่อ� งโดย AHA ของการรอดชีวี ิติ สำ�ำ หรับั ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำ�ำ งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� ในโรงพยาบาล (IHCA)
และภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำ�ำ งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� นอกโรงพยาบาล (OHCA) ในเด็็ก

eccguidelines.heart.org 17

รปู ที่ 11  ขั้้น� ตอนวิธิ ีกี ารช่ว่ ยชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ในเด็็ก

18 American Heart Association

การชว่ ยชวี ติ ขั�นพืน� ฐานและขน�ั สูงในเดก็

รปู ที่ 12   ขั้้น� ตอนวิธิ ีกี ารช่ว่ ยชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจเต้น้ ช้า้ กว่า่ ปกติใิ นเด็็กแต่ย่ ังั คลํําชีพี จรได้้

eccguidelines.heart.org 19

รปู ท่ี 13   ขั้้น� ตอนวิธิ ีกี ารช่ว่ ยชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจเต้น้ เร็็วผิดิ ปกติใิ นเด็็กแต่ย่ ังั คลํําชีพี จรได้้

20 American Heart Association

การชว่ ยชวี ิตข�นั พ�ืนฐานและข�นั สูงในเดก็

รปู ท่ี 14  รายการตรวจสอบการดูแู ลหลังั เกิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำ�ำ งานในเด็็ก

eccguidelines.heart.org 21

คำ�ำ แนะนำำ�ใหมท่ ี�สำ�ำ คญั และ ทอ่ ช่วยหายใจแบบมกี ระเปาะ การเน้น้ ย้ำ�ำ� เรื่่อ� งการให้้
ปรบั ปรุงแล้ว ยาอีพี ิเิ นฟรินิ ตั้้ง� แต่แ่ รกเริ่่ม�
2020 (ปรับปรุง): เป็นการสมเหตุสมผล
การเปล�ยี นแปลงของอตั รา มากกวา่ ท�ีจะเลอื กใส่ทอ่ ช่วยหายใจแบบม 2020 (ปรับปรงุ ): สำำ�หรัับผู้้�ป่่ วยเด็็กใน
การชว่ ยหายใจ: การช่วยหายใจ กระเปาะมากกว่าแบบไมม่ ีกระเปาะสำำ�หรับการ สถานการณ์ใ์ ดก็ต็ าม เป็็ นการสมเหตุสุ มผลที่่�
ใสท่ ่อชว่ ยหายใจในทารกหรอื เด็ก เมอ�ื ใชก้ าร จะให้ย้ าอีพี ิเิ นฟรินิ ในช่ว่ งแรกภายใน 5 นาที
2020 (ปรบั ปรุง): (PBLS) สำำ�หรับทารก ใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจแบบมีกระเปาะ ควรใส่ใจใน ตงั� แต่เริม� ทำำ�การกดหน้าอก
และเดก็ ทม�ี สี ัญญาณชพี จรแต่ไมม่ แี รงหายใจ เร�อื งขนาดของทอ่ ชว่ ยหายใจ ตำำ�แหนง่ และ
หรือหายใจไม่เพียงพอ เปน็ การสมเหตสุ ม แรงดันการขยายตัวของกระเปาะ (โดยทว�ั ไป 2015 (เดิม): เป็็ นเรื่่อ� งสมเหตุสุ มผลที่่จ� ะให้ ้
ผลทจ�ี ะผายปอด 1 ครงั� ทุกๆ 2 ถึง 3 วินาที คอื <20-25 cm H2O) ยาอีพี ิเิ นฟรินิ ในช่ว่ งภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้
(20-30 ครัง� /นาท)ี
2010 (เดิม): ทงั� การใชท้ ่อช่วยหายใจแบบ เหตผุ ล: การศึกึ ษาวิจิ ััยในเด็็กที่่ม� ีภี าวะ
2010 (เดมิ ): (PBLS) หากจับสญั ญาณ มแี ละไมม่ กี ระเปาะเปน็ สงิ� ท�ียอมรับไดส้ ำำ�หรบั IHCA ที่่ร� ัับยาอีพี ิเิ นฟรินิ สำำ�หรัับภาวะจัังหวะ
ชีพจรได้ชดั เจน 60 ครัง� /นาที หรือมากกว่า การใสท่ ่อชว่ ยหายใจในทารกและเด็ก ในบาง การเต้น้ ของหัวั ใจแบบช็อ็ คไฟฟ้้าไม่ไ่ ด้ใ้ น
นนั� แตก่ ารหายใจตดิ ขดั ใหผ้ ายปอดในอตั รา สถานการณ์ (เช่น ความยืดหยน�ุ ของเนอื� ปอด ช่ว่ งแรก (ภาวะหัวั ใจหยุดุ สนิทิ และแบบมีคี ลื่่น�
ประมาณ 12 ถงึ 20 ครงั� /นาที (ผายปอด ทไ�ี ม่ดี แรงตา้ นทานตอ่ การไหลของอากาศใน ไฟฟ้้าหัวั ใจแต่ไ่ ม่ม่ ีชี ีพี จร) แสดงให้เ้ ห็็นว่า่
1 ครัง� ทกุ ๆ 3-5 วินาท)ี จนกระทั�งหายใจ ระดบั สูง หรอื การมลี มรวั� ขนาดใหญข่ องชอ่ ง เมื่่อ� ให้ย้ าอีพี ิเิ นฟรินิ ที่่ช� ้า้ ลงทุกุ ๆ หนึ่่ง� นาทีี
ได้เอง สายเสียง) การใช้ทอ่ ช่วยหายใจแบบมอี าจ จะมีกี ารลดลงอย่า่ งมีนี ััยสำำ�คัญั ของภาวะที่่�
เหมาะกว่าแบบไมม่ กี ระเปาะ โดยต้องใสใ่ จ กลับั มีกี ารไหลเวียี นเลือื ดได้เ้ อง (ROSC)
การเปลีย� นแปลงของอัตราการ ใน (รับรองถงึ ความเหมาะสม) เกย�ี วกับขนาด การรอดชีวติ ใน 24 ชวั� โมง การรอดชีวี ิติ อยู่่�จน
ช่วยหายใจ: อตั ราการช่วยหายใจ ของทอ่ ช่วยหายใจ ตำำ�แหนง่ และแรงดันการ ออกจากโรงพยาบาล และการรอดชีวี ิติ โดยมีี
ระหว่างการนวดหัวใจผายปอด ขยายตัวของกระเปาะ ผลทางระบบประสาทซึ่ง่� เป็็ นที่่น� ่่าพอใจ
ก�ชู พี รว่ มกบั อุปกรณ์ช่วยหายใจ
เหตผุ ล: งานศกึ ษาวิจัยบางช�นิ และการ ผู้้�ป่่ วยที่่ไ� ด้ร้ัับยาอีพี ิเิ นฟรินิ ภายใน 5 นาทีี
2020 (ปรับปรุง): (PALS) เมอื� ทำำ� CPR ใน ทบทวนอยา่ งเปน็ ระบบสนับสนุนความ ของการทำำ� CPR เปรียี บเทียี บกับั ผู้้�ที่่ไ� ด้ร้ัับยา
ทารกและเดก็ ดว้ ยการใสอ่ ปุ กรณ์ชว่ ยหายใจ ปลอดภยั ของท่อชว่ ยหายใจแบบมกี ระเปาะ อีฟี ิิเนฟรินิ เกินิ กว่า่ 5 นาทีี หลังั การทำำ� CPR
อาจเป็นการสมเหตสุ มผลท�จี ะกำำ�หนด และแสดงถึงความจำำ�เป็นในการเปลีย� นท่อ มีคี วามเป็็ นไปได้ส้ ูงู กว่า่ ที่่จ� ะรอดชีวี ิติ จน
เปา้ หมายช่ว่ งอัตราการหายใจ 1 ครัง� ทุกๆ และการใสท่ ่อชว่ ยหายใจซ้ำ��ำ ท�ลี ดลง ออกจากโรงพยาบาล การศึกึ ษาวิจิ ััยเกี่่ย� ว
2 ถึง 3 วินาที (20-30 ครงั� /นาที) ขึ�นอยก�ู ับ ท่อชว่ ยหายใจแบบมีกระเปาะอาจทำำ�ให้ ้ กับั OHCA ในเด็็กแสดงให้เ้ ห็็นว่า่ การให้ย้ า
อายแุ ละสภาวะทางคลนิ กิ อัตราทสี� งู กวา่ ความเส�ยี งของการสดู สำำ�ลักลดลง อาการ อีพี ิเิ นฟรินิ อย่า่ งเร่ง่ ด่ว่ นนั้้น� ทำำ�ให้ม้ ีอี ัตั ราการ
คำำ�แนะนำำ�เหล่าน�อี าจทำำ�ให้การไหลเวียน ทางเดนิ หายใจแคบลงถาวร (Subglottic เพิ่่ม� ขึ้้น� ของ ROSC การรอดชีวี ิติ อยู่่�จนไปถึงึ
เลอื ดแย่ลง stenosis) แทบจะไมเ่ กดิ ข�นึ เมอ�ื ใช้ท่อชว่ ย ศูนู ย์ด์ ูแู ลผู้้�ป่่ วยหนััก การรอดชีวี ิติ อยู่่�จนออก
หายใจแบบมกี ระเปาะในเด็ก และปฏบิ ัตติ าม จากโรงพยาบาลและการรอดชีวี ิติ ใน 30 วันั
2010 (เดมิ ): (PALS) หากทารกหรือื เด็็กใส่่ เทคนิคอยา่ งระมัดระวัง
ท่อ่ ช่ว่ ยหายใจ ให้ช้ ่ว่ ยหายใจที่่อ� ัตั ราประมาณ ขั้้น� ตอนวิธิ ีกี ารช่ว่ ยชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจหยุดุ
1 ครงั� ทุกๆ 6 วนิ าที (10 ครัง� /นาท)ี การกดกระดูกไครคอยด์ เต้น้ ในเด็ก็ ในฉบับั ปีี 2018 นั้้น� ผู้้�ป่่ วยที่่ม� ีภี าวะ
โดยไมข่ ัดจังหวะการกดหน้าอก ในระหวา่ งใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจ จังั หวะการเต้น้ ของหัวั ใจแบบช็อ็ คไฟฟ้้าไม่่
ได้ไ้ ด้ร้ับั ยาอีพี ิเิ นฟรินิ ทุกุ ๆ 3 ถึงึ 5 นาทีี
เหตผุ ล: ขอ้ มลู ใหม่แสดงใหเ้ หน็ วา่ อตั ราการ 2020 (ปรบั ปรุง): ไม่แนะนำำ�ให้ใช้วิธกี าร แต่ไ่ ม่ไ่ ด้เ้ น้น้ เรื่่อ� งการให้ย้ าอีพี ิเิ นฟรินิ ตั้้ง� แต่่
ชว่ ยหายใจทส�ี ูงขนึ� (อยา่ งน้อย 30 ครงั� /นาทีี กดกระดกู ไครคอยด์ระหวา่ งการใสท่ อ่ ชว่ ย แรกเริ่่ม� แม้จ้ ะไม่ม่ ีกี ารเปลี่่ย� นแปลงลำำ�ดับั การ
ในทารก [อายุนุ ้อ้ ยกว่า่ 1 ขวบ] และอยา่ ง หายใจผู�ป่่ วยเดก็ ช่ว่ ยชีวี ิติ แต่ไ่ ด้ม้ ีกี ารปรับั ปรุงุ ขั้้น� ตอนวิธิ ีแี ละ
น้อย 25 ครัง� /นาทีในเด็ก) นัน� เกี�ยวขอ้ งกับ ภาษาในคำ�ำ แนะนำำ�เพื่่อ� เน้น้ ถึงึ ความสำ�ำ คัญั
อัตั ราที่่ด� ีขี ึ้้น� ของ ROSC และการรอดชีวี ิติ จาก 2010 (เดมิ ): มหี ลกั ฐานทีไ� ม่เพียงพอทจ�ี ะ ของการให้ย้ าอีพี ิเิ นฟรินิ โดยเร็็วที่่ส� ุดุ เท่า่ ที่่จ� ะ
ภาวะ IHCA ในเด็็ก ถึงึ แม้ว้่า่ จะไม่ม่ ีขี ้อ้ มูลู แนะนำำ�ให้ใช้วิธกี ารกดกระดูกไครคอยด์เป็น ทำำ�ได้ ้ โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่่ง� เมื่่อ� จังั หวะการเต้น้
เกี่่ย� วกับั อัตั ราการช่ว่ ยหายใจที่่เ� หมาะสม ประจำำ�เพ�ือปอ้ งกนั การสดู สำำ�ลกั ระหว่างการ ของหัวั ใจไม่ส่ ามารถช็อ็ คด้ว้ ยไฟฟ้้าได้ ้
ระหว่า่ งการทำำ� CPR โดยไม่ใ่ ส่อ่ ุปุ กรณ์ช์ ่ว่ ย ใสท่ ่อชว่ ยหายใจทางปากผ่านเข้าหลอดลม
หายใจ หรือื สำำ�หรัับเด็็กในภาวะหยุดุ หายใจ ในเดก็ การวดั ความดันโลหิตจาก
โดยมีอี ุปุ กรณ์ช์ ่ว่ ยหายใจหรือื ไม่ม่ ีกี ็ต็ าม หลอดเลือดแดงโดยตรง
เพื่่อ� ความไม่ส่ ลับั ซับั ซ้อ้ นในการฝึึกอบรม เหตผุ ล: การศกึ ษาวิจยั ใหมๆ่ แสดงใหเ้ ห็น เพอื� ประเมนิ คุณภาพ CPR
คำำ�แนะนำำ�เกี่่ย� วกับั ภาวะหยุดุ หายใจได้ร้ัับการ วา่ การใชว้ ธิ ีการกดกระดกู ไครคอยด์เป็น
กำำ�หนดเป็็ นมาตรฐานไว้ส้ ำำ�หรัับสถานการณ์์ ประจำำ�นัน� ลดอัตราความสำำ�เรจ็ ของการใส่ทอ่ 2020 (ปรบั ปรงุ ): สำำ�หรบั ผปู� ่่ วยทีม� กี าร
ทั้้ง� สองแบบ ชว่ ยหายใจและไม่ได้ทำำ�ให้อตั ราการสำำ�รอก วดั ความดันโลหติ จากหลอดเลอื ดแดง
ลดลง กลมุ� งานเขียนได้ยืนยนั คำำ�แนะนำำ� โดยตรงอย่างต่อเนื�องในช่ว่ งที�เกิดภาวะ
ก่อนหนา้ นีอ� กี ครงั� เพ�อื ทจ�ี ะยกเลกิ การกด หวั ใจหยุดเตน้ เปน็ การสมเหตสุ มผลสำำ�หรบั
กระดกู ไครคอยด์ หากจะไปรบกวนการช่วย ผใ�ู หบ้ ริการทางการแพทยท์ ี�จะใช้ความดัน
หายใจหรอื ความเรว็ หรือความสะดวกตอ่ โลหิตไดแอสโตลกี (diastolic) เพอ�ื ทดสอบ
การใสท่ ่อชว่ ยหายใจ คุณภาพของการทำำ� CPR

22 American Heart Association

การช่วยชีวิตข�นั พน�ื ฐานและขน�ั สงู ในเดก็

2015 (เดิม): สำำ�หรบั ผู�ป่่ วยทีม� ีการตรวจ การประเมนิ และช่วยเหลือ การรกั ษาดว้ ย
ติดตามการไหลเวียนเลอื ดในช่ว่ งทีเ� กดิ ภาวะ ผูร� อดชวี ิตจากภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ ยาคอรต์ โิ คสเตยี รอยด
หัวใจหยุดเตน้ นัน� อาจเปน็ การสมเหตสุ มผล
ท�ผี �ชู ่วยเหลือจะใช้ความดนั โลหิตเพ�อื เป็น 2020 (ใหม่): ขอแนะนำำ�ให้ผู้ ้้ร� อดชีวี ิติ 2020 (ใหม)่ : สำำ�หรัับทารกและเด็็กที่่ม� ีี
แนวทางวดั คุณภาพของการทำำ� CPR จากภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ รัับการประเมินิ ภาวะช็อ็ คเหตุพุ ิษิ ติดิ เชื้้อ� ไม่ต่ อบสนองต่อ่
เพื่่อ� รัับบริกิ ารฟื้้�นฟูสู มรรถภาพ สารน้ำ�ำ�และต้อ้ งใช้ย้ าเพิ่่ม� ความดันั เลือื ด
เหตุผล: การกดหน้าอกทมี� ีคณุ ภาพสูงมี (vasoactive support) อาจพิจิ ารณาใช้ย้ า
ความสำำ�คญั มากตอ่ การช่ว่ ยชีวิตไดส้ ำำ�เรจ็ 2020 (ใหม่): การเสนอแนะให้ผู้ ้้ร� อดชีวี ิติ คอร์ต์ ิโิ คสเตียี รอยด์ใ์ นขนาด stress dose
การศึกษาวจิ ัยชิ�นใหม่แสดงให้เหน็ ว่า ในกล�ุม จากภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ในเด็็กให้ไ้ ด้ร้ัับการ
ผ�ูป่่ วยเดก็ ที�ไดร้ บั การทำำ� CPR โดยใส่สาย ประเมินิ ระบบทางประสาทต่อ่ เนื่่อ� งอย่า่ งน้อ้ ย เหตผุ ล: แม้ว้่า่ การให้ส้ ารน้ำำ��ยังั คงเป็็ นหลักั
สวนคาหลอดเลือดเเดง อตั ราการรอดชีวติ ในปีีแรกหลังั จากที่่เ� กิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ สำำ�คัญั ของการบำำ�บัดั ในเบื้้อ� งต้น้ สำำ�หรัับทารก
โดยมผี ลทางระบบประสาทซ�งึ เป็นทีน� ่าพอใจ เป็็ นสิ่่ง� ที่่ส� มเหตุสุ มผล และเด็็กที่่ม� ีภี าวะช็อ็ ค โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่่ง� ใน
มมี ากขน�ึ หากความดนั โลหิตไดแอสโตลิก ภาวะช็อ็ คจากการขาดน้ำำ��หรือื เสียี เลือื ด
อย�ทู ร�ี ะดับอยา่ งนอ้ ย 25 มม.ปรอทในทารก เหตุผล: มีกี ารรัับรู้้ม� ากขึ้้น� ว่า่ การฟื้้�นตัวั จาก (hypovolemic shock) และภาวะช็อ็ คเหตุุ
และอยา่ งนอ้ ย 30 มม.ปรอทในเด็ก8 ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ นั้้น� ต้อ้ งใช้เ้ วลานานหลังั พิษิ ติดิ เชื้้อ� การให้ส้ ารน้ำ�ำ�เกินิ ขนาดสามารถ
การเข้า้ รัับการรัักษาตัวั ในโรงพยาบาลใน นำำ�ไปสู่่�ความเจ็็บป่่ วยที่่เ� พิ่่ม� ขึ้้น� ได้ ้ ในการวิจิ ััย
การตรวจจบั และรกั ษาอาการชกั ช่ว่ งแรก ผู้้ร� อดชีวี ิติ อาจต้อ้ งการการรัักษา ล่า่ สุดุ กับั ผู้้�ป่่ วยที่่ม� ีภี าวะช็อ็ คเหตุพุ ิษิ ติดิ เชื้้อ�
หลงั จากเกดิ ภาวะ ROSC แบบบูรู ณาการ ฟื้้�นฟูสู มรรถภาพ มีผี ู้้�ดูแู ล ผู้้�ที่่ไ� ด้ร้ัับปริมิ าณสารน้ำ�ำ�สูงู ขึ้้น� หรือื การช่ว่ ย
และได้ร้ัับความช่ว่ ยเหลือื จากชุมุ ชนอย่า่ ง ชีวี ิติ โดยการให้ส้ ารน้ำำ��เร็็วขึ้้น� มีคี วามเป็็ นไป
2020 (ปรับปรงุ ): เม�ือทรพั ยากรตา่ งๆ ต่อ่ เนื่่อ� งเป็็ นเวลาหลายเดือื นหรือื นานนัับปีี ได้ท้ี่่จ� ะเกิดิ อาการได้ร้ัับสารน้ำำ��เกินิ ที่่ม� ีนี ััย
พรอ้ มใช้ แนะนำำ�ให้มตี รวจติดตามโดยทำำ�การ หลังั จากประสบภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ คำำ�ชี้้แ� จง สำำ�คัญั ทางคลินิ ิกิ และต้อ้ งใช้เ้ ครื่่อ� งช่ว่ ย
ตรวจสอบคลืน� ไฟฟ้าในสมอง (EEG) อย่าง ทางวิทิ ยาศาสตร์ล์ ่า่ สุดุ ของ AHA เน้น้ ย้ำำ��ถึงึ หายใจ กลุ่่�มงานเขียี นได้ย้ ืนื ยันั คำำ�แนะนำำ�ก่อ่ น
ตอ่ เนอื� งสำำ�หรบั การตรวจจบั อาการชักหลัง ความสำำ�คัญั ของการสนัับสนุุนช่ว่ ยเหลือื ผู้้�ป่่ วย หน้า้ นี้้อ� ีกี ครั้้ง� เพื่่อ� ให้ม้ ีกี ารประเมินิ ผู้้�ป่่ วยซ้ำ��ำ
จากภาวะหัวใจหยดุ เตน้ ในผ�ปู ่่ วยท�ีมีอาการ และครอบครััวระหว่า่ งนี้้เ� พื่่อ� ที่่จ� ะได้ผ้ ลลัพั ธ์ท์ ี่่� หลังั จากการฉีดี สารน้ำ�ำ�ทางหลอดเลือื ดแต่ล่ ะ
ทางสมองเรอื� รัง ดีทีส� ดุ ในระยะยาว6 ครั้้ง� และเพื่่อ� ใช้ส้ ารน้ำ�ำ�คริสิ ตอลลอยด์์
(crystalloid) หรือื คอลลอยด์์ (colloid)
2020 (ปรบั ปรุง): ขอแนะนำำ�ใหร้ กั ษา ภาวะช็อคเหตพุ ษิ ตดิ เช�ือ สำำ�หรัับการช่ว่ ยชีวี ิติ จากภาวะช็อ็ คเหตุพุ ิษิ
อาการชักให้เห็น (clinical seizure) ต่อจาก ติดิ เชื้้อ�
ภาวะหวั ใจหยุดเตน้ การฉดี ยาเข้าหลอดเลอื ด
แนวทางฉบับั ก่อ่ นหน้า้ นี้้ไ� ม่ไ่ ด้ใ้ ห้ ้
2020 (ปรบั ปรุง): เป็็ นการสมเหตุสุ มผล 2020 (ปรบั ปรงุ ): ในผูป� ่่ วยท�ีมภี าวะช็อค คำำ�แนะนำำ�เกี่่ย� วกับั ตัวั เลือื กของสารกระตุ้้น�
ที่่จ� ะรัักษาภาวะชักั ต่อ่ เนื่่อ� งไร้เ้ กร็็งกระตุกุ เหตพุ ิษติดเช�อื นัน� การให้ยาเปน็ ส่วนยอ่ ยใน การหดตัวั กล้า้ มเนื้้อ� หลอดเลือื ด หรือื การใช้ ้
ต่อ่ จากภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ โดยปรึกึ ษา ปริมาณ 10 มล./กก. หรอื 20 มล./กก. คอร์ต์ ิโิ คสเตียี รอยด์ใ์ นภาวะช็อ็ คเหตุพุ ิษิ
ผู้้เ� ชี่่ย� วชาญ พร้อมการประเมนิ ซ้ำ�ำ�บอ่ ยๆ เป็นส�งิ ที�ควร ติดิ เชื้้อ� การศึกึ ษาวิจิ ััยแบบสุ่่�มมีกี ลุ่่�มควบคุมุ
กระทำำ� (RCT) ทั้้ง� สองชิ้้น� แนะนำำ�ว่า่ ยาอีพี ิเิ นฟรินิ
2015 (เดิม): ควรดำำ�เนินิ การและแปลความ ดีกี ว่า่ ยาโดเปมีนี ในฐานะที่่เ� ป็็ นสารกระตุ้้น�
การตรวจวัดั คลื่่น� ไฟฟ้้าสมอง (EEG) สำำ�หรัับ 2015 (เดมิ ): การให้ยาโดยการฉีดทาง การหดตัวั กล้า้ มเนื้้อ� หลอดเลือื ดในเบื้้อ� งต้น้
การวินิ ิจิ ฉััยอาการชักั โดยทันั ทีี จากนั้้น� ควร หลอดเลือดขนั� ตน้ ในปริมาณ 20 มล./กก. ในภาวะช็อ็ คเหตุพุ ิษิ ติดิ เชื้้อ� ในเด็็ก และยา
ตรวจติดิ ตามบ่อ่ ยๆ หรือื อย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� งใน ในทารกและเดก็ ที�ประสบภาวะชอ็ คเป็น นอร์อ์ ิพิ ิเิ นฟรินิ ก็เ็ หมาะสมเช่น่ เดียี วกันั การ
ผู้้�ป่่ วยที่่ม� ีภี าวะโคม่า่ หลังั จากเกิดิ ภาวะ ROSC สิง� ที�สมเหตุสมผล รวมถงึ ผท�ู �มี ีอาการ เชน่ วิจิ ััยทางคลินิ ิกิ ล่า่ สุดุ แนะนำำ�ประโยชน์จ์ าก
การติดเช�ือแบคทีเรยี ในรา่ งกายอยา่ งรนุ แรง การให้ย้ าคอร์ต์ ิโิ คสเตียี รอยด์ใ์ นผู้้�ป่่ วยเด็็ก
2015 (เดมิ ): อาจมีกี ารพิจิ ารณาข้อ้ กำำ�หนด มาลาเรียขัน� รนุ แรง และไขเ้ ลอื ดออก บางรายที่่ม� ีภี าวะช็อ็ คเหตุพุ ิษิ ติดิ เชื้้อ� ที่่�
ยาป้้องกันั อาการชักั เดียี วกันั สำำ�หรัับการรัักษา ไม่ต่ อบสนองต่อ่ การให้ย้ า (refractory
ภาวะชักั ต่อ่ เนื่่อ� งที่่เ� กิดิ จากสาเหตุอุ ื่่น� ๆ หลังั ทางเลอื กการใชส้ ารกระต�ุน septic shock)
เกิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ การหดตัวกล้ามเนอ�ื หลอดเลือด
ภาวะชอ็ คจากการเสียเลอื ด
เหตุผล: เป็็ นครั้้ง� แรกที่่แ� นวทางนี้้ไ� ด้ใ้ ห้ ้ 2020 (ใหม)่ : ในทารกและเด็กที�ยังมภี าวะ
คำำ�แนะนำำ�เฉพาะสำำ�หรัับเด็็กเพื่่อ� การจััดการ ชอ็ คขณะทไ�ี ด้รับสารน้ำ�ำ�ไปแล้วนัน� เปน็ การ 2020 (ใหม)่ : ในกลุ่่�มทารกและเด็็กที่่ม� ีภี าวะ
อาการชักั หลังั เกิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ สมเหตุสมผลทจ�ี ะใหย้ าเอพเิ นเฟรินหรอื ช็อ็ คจากการเสียี เลือื ดและความดันั โลหิติ ต่ำำ��
ภาวะชักั ต่อ่ เนื่่อ� ง รวมถึงึ ภาวะชักั ต่อ่ เนื่่อ� ง นอรอ์ ิพิเนฟรนิ ในฐานะท�เี ป็นยากระตุ�นการหด หลังั การบาดเจ็็บ เป็็ นการสมเหตุสุ มผลที่่จ� ะ
ไร้เ้ กร็็งกระตุกุ เป็็ นภาวะทั่่ว� ไป และไม่ส่ ามารถ ตัวของกลา้ มเนื�อหลอดเลอื ดเบ�อื งตน้ ให้ผ้ ลิติ ภัณั ฑ์โ์ ลหิติ หากมีี แทนการให้ ้
ตรวจจัับได้โ้ ดยไม่ม่ ีกี ารตรวจวัดั คลื่่น� ไฟฟ้้า สารน้ำ�ำ�คริสิ ตอลลอยด์ส์ ำำ�หรัับการช่ว่ ยชีวี ิติ
สมอง แม้ว้่า่ เรายังั ขาดข้อ้ มูลู ผลลัพั ธ์ท์ ี่่ไ� ด้ ้ 2020 (ใหม่): ในทารกและเดก็ ที�ยงั มภี าวะ โดยการให้เ้ ลือื ดตามปริมิ าตรอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� ง
จากประชากรหลังั เกิดิ ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งาน ชอ็ คขณะทไี� ด้รบั สารน้ำำ��ไปแลว้ หากไม่มยี า
แต่ท่ ั้้ง� ภาวะชักั ต่อ่ เนื่่อ� งและภาวะชักั ต่อ่ เนื่่อ� ง เอพิเนเฟรินหรอื นอรอ์ ิพเิ นฟริน อาจพจิ ารณา เหตผุ ล: แนวทางฉบับั ก่อ่ นหน้า้ นี้้ไ� ม่ไ่ ด้ช้ี้้ใ� ห้ ้
ไร้เ้ กร็็งกระตุกุ มีคี วามเกี่่ย� วข้อ้ งกับั ผลลัพั ธ์์ ใชย้ าโดปามนี ได้ เห็็นความแตกต่า่ งของการรัักษาอาการช็อ็ ค
ที่่ไ� ม่ด่ ีี และการรัักษาภาวะชักั ต่อ่ เนื่่อ� งเป็็ น จากการเสียี เลือื ดจากสาเหตุอุ ื่่น� ๆ ของภาวะ
ประโยชน์ต์ ่อ่ ผู้้�ป่่ วยเด็็กโดยทั่่ว� ไป ช็อ็ คจากการขาดน้ำำ��หรือื เสียี เลือื ด มีหี ลักั ฐาน
เพิ่่ม� ขึ้้น� (ส่ว่ นใหญ่เ่ ป็็ นข้อ้ มูลู ของผู้้ใ� หญ่แ่ ละ
ของเด็็กบางราย) แนะนำำ�ประโยชน์ข์ องการ
ช่ว่ ยชีวี ิติ อย่า่ งเร่ง่ ด่ว่ นและสมดุลุ โดยการใช้ ้

eccguidelines.heart.org 23

เซลล์เ์ ม็็ดเลือื ดเเดงอัดั แน่่น พลาสม่า่ แช่แ่ ข็็ง ชีวิต แนวทางปี 2020 ประกอบดว้ ยคำำ�แนะ หัวใจห้องเดยี ว คำ�ำ แนะนำำ�
และเกล็็ดเลือื ด การช่ว่ ยชีวี ิติ อย่า่ งสมดุลุ นั้้น� นำำ�ใหมๆ่ สำำ�หรบั การจัดการกับเด็กทเี� กิดภาวะ สำ�ำ หรับการรกั ษากอ่ นการผา่ ตัด
ได้ร้ัับการสนัับสนุุนโดยคำำ�แนะนำำ�จากสมาคม หยดุ หายใจหรือหัวใจหยดุ เตน้ จากการได้รับ
ดูแู ลผู้้บ� าดเจ็็บแห่ง่ สหัฐั อเมริกิ าและนานาชาติิ สารสกดั จากฝนิ� เกินขนาด และระยะหลังผ่าตัด
หลายแห่ง่
คำำ�แนะนำำ�เดียี วกันั นี้้ใ� ช้ไ้ ด้ก้ ับั ผู้้ใ� หญ่แ่ ละ การประคบั ประคอง ระยะที� I
การรับั สารสกัดั จากฝิ่่� นเกินิ ขนาด เด็็ก เว้น้ แต่ว่ ่า่ การทำำ� CPR แบบกดหน้า้ อก
และการช่ว่ ยหายใจนั้้น� แนะนำำ�สำำ�หรัับผู้้�ป่่ วย (Norwood/Blalock-Tausig
2020 (ปรับปรงุ ): สำำ�หรัับผู้้�ป่่ วยที่่เ� กิดิ ภาวะ เด็็กที่่ส� งสัยั ว่า่ หัวั ใจหยุดุ เต้น้ สามารถให้ย้ า
หยุดุ หายใจนั้้น� การช่ว่ ยชีวี ิติ ด้ว้ ยการผายปอด นาโลโซนโดยผู้้ใ� ห้บ้ ริกิ ารด้า้ นสุขุ ภาพที่่� Shunt) ผปู� ่่ วย
หรือื ใช้ถ้ ุงุ หน้า้ กากช่ว่ ยหายใจ ควรใช้อ้ ยู่่� ได้ร้ัับการฝึึกอบรม บุคุ คลทั่่ว� ไปที่่ไ� ด้ร้ัับการ
ตลอดจนกว่า่ จะหายใจได้เ้ อง และควรใช้ ้ ฝึึกอบรมเฉพาะเรื่่อ� ง และบุคุ คลทั่่ว� ไปที่่ย� ังั 2020 (ใหม่): การตรวจวัดั ความอิ่่ม� ตัวั ของ
มาตรการ PBLS หรือื PALS แบบมาตรฐานต่อ่ ไม่ไ่ ด้ร้ัับการฝึึกอบรม มีกี ารระบุขุ ั้้น� ตอนวิธิ ีี ออกซิเิ จนทางตรง (หลอดเลือื ดเวนาคาวา
หากสัญั ญาณการกลับั มาหายใจได้เ้ อง การรัักษาที่่แ� ยกต่า่ งหากสำำ�หรัับการจััดการ ด้า้ นบน) และ/หรือื ทางอ้อ้ ม (เนียี ร์อ์ ินิ ฟราเรด
ยังั ไม่เ่ กิดิ ขึ้้น� เหตุฉุ ุุกเฉินิ ในการช่ว่ ยชีวี ิติ ที่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั สเปกโตรสโกปีี) เป็็ นประโยชน์ต์ ่อ่ การจััดการ
สารสกัดั จากฝิ่่�นโดยบุคุ คลทั่่ว� ไปที่่ไ� ม่่ ตามแนวโน้ม้ และการจััดการโดยตรงใน
2020 (ปรับปรงุ ): สำำ�หรัับผู้้�ป่่ วยที่่ส� งสัยั ว่า่ สามารถตรวจชีพี จรได้อ้ ย่า่ งน่่าเชื่่อ� ถือื ระยะวิกิ ฤตกับั ทารกแรกเกิดิ ที่่ป� ่่ วยหลังั จาก
ได้ร้ัับสารสกัดั จากฝิ่่�นเกินิ ขนาด ซึ่ง�่ ยังั มีชี ีพี จร (ภาพ 5) และโดยผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ที่่ไ� ด้ร้ัับการฝึึก ระยะที่่� I Norwood palliation หรือื shunt
แต่ก่ ารหายใจไม่เ่ ป็็ นปกติิ หรือื กระหืดื อบรม OHCA ที่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั สารสกัดั จาก placement
กระหอบ (ได้แ้ ก่่ ภาวะหยุดุ หายใจ) ฝิ่่�นอยู่่�ภายใต้ค้ ำำ�ชี้้แ� จงทางวิทิ ยาศาสตร์ข์ อง
นอกเหนือื จากการทำำ� PBLS หรือื PALS AHA ปีี 202010 2020 (ใหม่): ในผู้้�ป่่ วยที่่ม� ีชี ่อ่ งเปิิดที่่ถ� ูกู
มาตรฐานแล้ว้ ยังั มีคี วามสมเหตุสุ มผลที่่� จำำ�กัดั อย่า่ งเหมาะสม การจััดการความ
ผู้้�ช่ว่ ยเหลือื จะให้ย้ านาโลโซนในกล้า้ มเนื้้อ� กล้า้ มเนื้้อ� หัวั ใจอักั เสบเฉียี บพลันั ต้า้ นทานของหลอดเลือื ดในปอดอาจมีผี ล
หรือื ในช่อ่ งจมูกู เพียี งเล็็กน้อ้ ย ในขณะที่่ก� ารลดความต้า้ นทาน
2020 (ใหม่): เมื่่อ� พิจิ ารณาจากเด็็กที่่ม� ีี ของหลอดเลือื ดทั่่ว� ร่า่ งด้ว้ ยการใช้ย้ าขยาย
2020 (ปรับปรุง): สำำ�หรัับผู้้�ป่่ วยรายที่่ท� ราบ ความเสี่่ย� งสูงู จากภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ที่่ม� ีภี าวะ หลอดเลือื ดทั่่ว� ร่า่ ง (systemic vasodilator)
มาก่อ่ นหรือื สงสัยั ว่า่ อยู่่�ในภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ กล้า้ มเนื้้อ� หัวั ใจอักั เสบขั้้น� รุนุ แรงซึ่ง่� แสดง (alpha-adrenergic antagonist และ/หรือื
ในกรณีีที่่ไ� ม่ม่ ีปี ระโยชน์ท์ ี่่พ� ิสิ ูจู น์แ์ ล้ว้ จากการ อาการของหัวั ใจเต้น้ ผิดิ จัังหวะ ภาวะที่่ม� ีกี าร สารต้า้ นฟอสโฟไอเอสเทอเรส ประเภท III)
ใช้ย้ านาโลโซน ควรใช้ม้ าตรการกู้้�ชีพี ตาม ปิิดกั้้น� หรือื ช้า้ ลงของการนำำ�ไฟฟ้้าในหัวั ใจ โดยที่่ม� ีหี รือื ไม่ม่ ีกี ารใช้อ้ อกซิเิ จนมีปี ระโยชน์์
มาตรฐานแทนการให้ย้ านาโลโซน การเปลี่่ย� นแปลงของ St-segment และ/หรือื ต่อ่ การเพิ่่ม� การจ่า่ ยออกซิเิ จน (DO2) ทั่่ว� ร่า่ ง
โดยมุ่่�งเน้น้ ไปที่่ก� ารทำำ� CPR คุณุ ภาพสูงู ภาวะการสูบู ฉีีดเลือื ดออกจากหัวั ใจต่อ่ นาทีี
(การกดหน้า้ อกบวกกับั การช่ว่ ยหายใจ) ลดต่ำำ�� ให้พ้ ิจิ ารณาย้า้ ยไปยังั ห้อ้ งดูแู ลผู้้�ป่่ วย 2020 (ใหม)่ : ECLS หลงั จาก Norwood
หนัักเพื่่อ� ตรวจติดิ ตาม และให้ก้ ารรัักษา palliation ระยะ I มีประโยชนต์ อ่ การรกั ษา
2015 (เดิม): การให้ย้ านาโลโซนทาง โดยเร็็ว DO2 ท�้วร่างในระดบั ต่ำำ��
กล้า้ มเนื้้อ� หรือื ทางช่อ่ งจมูกู ตามประสบการณ์์
แก่ผ่ ู้้�ป่่ วยฉุุกเฉินิ ทุกุ รายที่่ไ� ม่ต่ อบสนอง 2020 (ใหม)่ : สำำ�หรัับเด็็กที่่ม� ีกี ล้า้ มเนื้้อ� หัวั ใจ 2020 (ใหม)่ : ในสถานการณ์ทีท� ราบมาก่อน
ซึ่ง่� อยูใู นภาวะที่่อ� าจเป็็ นอันั ตรายถึงึ ชีวี ิติ ได้ ้ อักั เสบหรือื โรคกล้า้ มเนื้้อ� หัวั ใจผิดิ ปกติิ หรอื สงสัยวา่ ผ�ูป่่ วยมกี ารอดุ ตันสายระบายน้ำำ��
ซึ่ง่� สัมั พัันธ์ก์ ับั สารสกัดั จากฝิ่่�นอาจมีคี วาม (cardiomyopathy) และภาวะการสูบู ฉีีดเลือื ด ในโพรงสมอง จึงเปน็ การสมเหตุสมผลทจี� ะ
สมเหตุสุ มผล โดยเสริมิ กับั การช่ว่ ยเหลือื ออกจากหัวั ใจต่อ่ นาทีลี ดต่ำำ�� และไม่ต่ อบสนอง ใหอ้ อกซิเจนสารกระตุ�นหลอดเลอื ดในปอด
เบื้้อ� งต้น้ ตามมาตรฐานและกระบวนการช่ว่ ย การใช้ ้ ECLS ก่อ่ นภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ หรือื เพื�อเพ�มิ ความดันการลดั วงจรของเลอื ด และ
ชีวี ิติ ขั้้น� พื้้น� ฐานโดยผู้้�ที่่ไ� ม่ใ่ ช่บ่ ุคุ ลากรทาง เครื่่อ� งช่ว่ ยหมุนุ เวียี นโลหิติ มีปี ระโยชน์ใ์ นการ เฮพารนิ (50-100 หน่วย/กก. ในการฉดี เขา้
การแพทย์์ ช่ว่ ยการทำำ�งานของอวัยั วะส่ว่ นปลาย และ หลอดเลอื ด) ในขณะท�ีเตรยี มสายสวนหรอื
ป้้องกันั ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งาน เข้ารับการผา่ ตัด
2015 (เดิม): ผู้้ใ� ห้บ้ ริกิ าร ALCS ควรให้ก้ าร
ช่ว่ ยเหลือื ในการช่ว่ ยหายใจและการให้ย้ า 2020 (ใหม)่ : เม�ือพิจารณาปญั หาทา้ ทาย 2020 (ปรบั ปรงุ ): สำำ�หรับทารกแรกเกดิ
นาโลโซนแก่ผ่ ู้้�ป่่ วยที่่ม� ีจี ัังหวะการเต้น้ ของ ตอ่ การชว่ ยชีวติ ในเดก็ ทมี� ีโรคกลา้ มเนอ�ื หัวใจ กอ่ นทีจ� ะถงึ ระยะที� I ของการรักษาภาวะการ
หัวั ใจที่่ก� ำำ�ซาบ และภาวะหยุดุ หายใจที่่� อักเสบและภาวะการสูบฉดี เลือดออกจาก ไหลเวยี นเลอื ดในปอดสูงเกนิ ไปและภาวะการ
เกี่่ย� วข้อ้ งกับั สารสกัดั จากฝิ่่�น หรือื การกด หัวใจต่อนาทลี ดต่ำำ�� ให้สำำ�เรจ็ ได้นนั� เม�อื เกดิ สบู ฉีดเลือดออกจากหวั ใจตอ่ นาทีลดต่ำำ�� ซึง�
การหายใจขั้้น� รุนุ แรง การช่ว่ ยหายใจด้ว้ ยถุงุ ภาวะหัวใจหยดุ เต้น การพจิ ารณาการทำำ� ชบ�ี อกอาการและ DO2 เป็นการสมเหตุสมผล
หน้า้ กากควรทำำ�อยู่่�ตลอดจนกว่า่ จะหายใจ extracorporeal CPR ตงั� แตเ่ ร�มิ แรกอาจเปน็ ทจี� ะกำำ�หนดเปา้ หมายการแลกเปล�ียนก๊าซ
ได้เ้ อง และควรใช้ม้ าตรการ ACLS แบบ ประโยชน ระหว่างอากาศภายนอกและเลอื ดเพื�อรักษา
มาตรฐานต่อ่ หากสัญั ญาณการกลับั มาหายใจ ระดับแรงดันย่อยของคาร์บอนไดออกไซด์
ได้เ้ องยังั ไม่เ่ กิดิ ขึ้้น� เหตุผล: แม้ว่าโรคกล้ามเน�ือหัวใจอักเสบเป็น (ทำPำ�aไcดo้ใ2น)ชท่ว่ �ี ง5ท0ี�มถีเงึคร6�ือ0งชมว่มย. หปารยอใทจโซดง�ึ ยสกาามรารถ
สาเหตกุ ารเสยี ชวี ิตกะทนั หนั จากโรคหวั ใจ ลดการชว่ ยหายใจตอ่ นาที หรือโดยการใหย้ า
2015 (เดมิ ): เราไมส่ ามารถให้คำำ�แนะนำำ� และหลอดเลอื ดประมาณ 2% ในทารก11 ระงบั ปวด/ยาระงับประสาททม�ี หี รือไมม่ ีการ
เกี�ยวกับการให้ยานาโลโซนเพือ� ยืนยันภาวะ มี 5% ของการเสยี ชีวิตกะทันหนั จากโรค ปดิ กัน� ระบบประสาทและกลา้ มเนอ�ื
หวั ใจหยดุ เตน้ ทีเ� ก�ียวขอ้ งกับสารสกัดจาก หวั ใจและหลอดเลอื ดในเดก็ 11 และ 6% ถงึ
ฝนิ� ได 20% ของการเสียชวี ิตกะทันหนั จากหวั ใจ 2010 (เดิม): ทารกแรกเกดิ ก่อนเข้าส�ภู าวะ
หยดุ เต้นในนกั กรฑี า แนวทาง12,13 PALS หวั ใจหยุดเต้นเนื�องจากสดั ส่วนการไหลเวียน
เหตุผล: การระบาดของการใชย้ าท�ีมสี าร กอ่ นหน้านีไ� ม่มคี ำำ�แนะนำำ�โดยเฉพาะสำำ�หรับ ของเลอื ดไปปอดไปยงั ทัว� รา่ งกายเพิ�มสูงขึ�น
สกดั จากฝิ�นไม่กระจายในกลม�ุ เดก็ ใน การจัดการ คำำ�แนะนำำ�เหล่าน�สี อดคล้องกบั กอ่ นระยะท�ี I ของการรกั ษาอาจไดป้ ระโยชน์
สหรัฐอเมรกิ าปี 2018 การรัับสารสกัดั จากฝิ่่�น คำำ�ชีแ� จงทางวิทยาศาสตรข์ อง AHA ปี 2018 จากการแลกเปล�ียนกา๊ ซระหว่างอากาศ
เกินิ ขนาดเป็็ นสาเหตุขุ องการเสียี ชีวี ิติ ในเด็็ก เกี่่ย� วกับั การทำำ� CPR ในทารกและเด็็กที่่ม� ีี ภายนอกและเลอื ดเพือ� รักษาระดับแรงดันย่อย
65 รายท�ีมอี ายตุ ่ำำ�� กวา่ 15 ปี และ 3,618 ราย โรคหัวั ใจ14 5ข0อ-ง6ค0ารมบ์ มอ.นปไรดออทอซกึ่ไง่� ซสาดม์ (าPรaถcทำoำ�2ไ)ดท้ใ้ ี�นช่ว่ งที่่�
ในกล�มุ คนท�มี ีอายตุ งั� แต่ 15 ถึง 24 ป9 และ มีเี ครื่่อ� งช่ว่ ยหายใจโดยการลดการช่ว่ ยหายใจ
มเี ดก็ อกี มากมายท�ีจำำ�เป็นตอ้ งไดร้ บั การชว่ ย ตอ่ นาที เพิม� อตั ราสว่ นของออกซเิ จน CO2 ใน

24 American Heart Association

การชว่ ยชวี ิตทารกแรกเกิด

ก๊าซทีห� ายใจ หรือใหส้ ารสกัดจากฝ�ินท�ีมีหรือ โดยไม่เ่ ย็็บปิิดหน้า้ ท้อ้ งตั้้ง� แต่แ่ รก (staged 2020 (ใหม)่ : สำำ�หรัับการรัักษาเบื้้อ� งต้น้
ไมม่ สี ารเคมที �ที ำำ�ให้เปน็ อมั พาต surgery) สำำ�หรัับเด็็กที่่เ� กิดิ มาพร้อ้ มกับั สรีรี ะ อาการความดันั เลือื ดในปอดขั้้น� วิกิ ฤตินิั้้น�
ที่่ม� ีหี ัวั ใจห้อ้ งเดียี ว เช่น่ หัวั ใจด้า้ นซ้า้ ยพิกิ าร การให้อ้ อกซิเิ จนและการกระตุ้้น� ภาวะเลือื ด
หัวใจห้องเดียว คำ�ำ แนะนำำ�สำ�ำ หรับ แต่ก่ ำำ�เนิดิ จะยืดื ออกไปก่อ่ นในช่ว่ งต้้ง�้ แต่่ เป็็ นด่า่ งผ่า่ นการรัักษาอาการหายใจเร็็วกว่า่
การรกั ษาหลงั ผา่ ตัดระยะท�ี II เกิดิ สองถึงึ สามปีีแรก15 การชว่ ยชีวิตทารก ปกติหิ รือื ภาวะเลือื ดเป็็ นด่า่ งจะมีปี ระโยชน์์
(Bidirectional Glenn/Hemi- และเด็กเหลา่ นี�มคี วามซบั ซอ้ น และมีวธิ ีการ เมื่่อ� มีกี ารให้ย้ าขยายหลอดเลือื ดเฉพาะใน
Fontan) และระยะ III (Fontan) สำำ�คญั ท�แี ตกตา่ งไปจากการดูแล PALS แบบ ปอดด้ว้ ย
ผป�ู ่่ วยแบบประคบั ประคอง มาตรฐาน แนวทาง PALS ก่อ่ นหน้า้ ไม่ม่ ีคี ำำ�
แนะนำำ�สำำ�หรัับประชากรผู้้�ป่่ วยกลุ่่�มพิเิ ศษนี้้� 2020 (ใหม)่ : สำำ�หรบั เดก็ ท�มี ภี าวะความดัน
2020 (ใหม่): สำำ�หรับผ�ูป่่ วยท�อี ยู�ในช่ว่ ง คำำ�แนะนำำ�เหล่า่ นี้้ส� อดคล้อ้ งกับั คำำ�ชี้้แ� จงทาง เลือดในปอดสูงทไี� มต่ อบสนองต่อการรกั ษา
ก่อนเข้าสูภ� าวะหัวใจหยดุ เต้นทีม� รี อยต่อ วิทิ ยาศาสตร์ข์ อง AHA ปี 2018 เกี�ยวกับการ รวมถงึ มีสญั ญาณการสูบฉดี เลือดออกจาก
เสน้ เลือดดำำ�ปอดด้านบน (superior ทำำ� CPR ในทารกและเด็กทีม� โี รคหวั ใจ14 หัวใจต่อนาทีลดต่ำำ�� หรือระบบทางเดินหายใจ
cavopulmonary anastomosis) ในทาง ลม้ เหลวสนทิ ทงั� ๆ ท�มี กี ารรักษาดว้ ยการทำำ�
สรีรวทิ ยา และภาวะท�ีกระแสเลือดขาด ภาวะความดันเลอื ดในปอดสงู หัตถการเสริมจากการรักษาดว้ ยยาเพยี งอยา่ ง
ออกซิเจนขนั� รุนแรงอนั เนอ�ื งจากเลือดท�ไี ป เดยี ว (optimal medical therapy) แลว้
ปอดไมเ่ พยี งพอ (Qp) แผนการชว่ ยหายใจ 2020 (ปรบั ปรงุ ): ควรใช้ไ้ นตริกิ ออกไซด์์ อาจพิจารณาเปน็ ECLS ได้เชน่ กัน
ทกี� ำำ�หนดเปา้ หมายไปทภ�ี าวะกรดจากระบบ แบบสูดู เข้า้ ปอดหรือื สารที่่ม� ีฤี ทธิ์์ข� ยายหลอด
หายใจทีไ� ม่รุนแรงและคา่ เฉล�ยี ของความดัน เลือื ดในการบำำ�บัดั เบื้้อ� งต้น้ เพื่่อ� รัักษาภาวะ 2010 (เดมิ ): พิจิ ารณาใช้ไ้ นตริกิ ออกไซด์์
ในระบบหายใจทงั� ช่ว่ งหายใจเข้าและออกขัน� ความดันั เลือื ดในปอดขั้้น� วิกิ ฤติิ หรือื หัวั ใจ แบบสูดู เข้า้ ปอดหรือื พรอสตาไซคลินิ ชนิดิ สูดู
ต่ำำ�� โดยทไ�ี มม่ ีภาวะปอดแฟบอาจมปี ระโยชน ซีกี ขวาวายเฉีียบพลันั อันั เกิดิ จากความ พ่น่ หรือื ยาที่่ค� ล้า้ ยกันั เพื่่อ� ลดความต้า้ นทาน
ในการเพ�มิ การให้ ออกซิเจนทางหลอดเลอื ด ต้า้ นทานของหลอดเลือื ดที่่เ� พิ่่ม� สูงู ขึ้้น� ของหลอดเลือื ดในปอด
ไปสูส� มองและทั�วทงั� ร่างกาย
2020 (ใหม)่ : การจัดการเก�ียวกับทางเดิน เหตุผล: ภาวะความดันั เลือื ดในปอดสูงู ซึ่ง่�
2020 (ใหม)่ : การค้ำ�ำ�จุนชวี ิตสำำ�หรับผู�ที�ป่่ วย หายใจอยา่ งระมัดระวังและการตรวจตดิ ตาม เป็็ นโรคที่่พ� บยากในทารกและเด็็กมีคี วาม
หนัก (ECLS) ในผปู� ่่ วยท�มี รี อยต่อเสน้ เลอื ด เพือ� หลีกเลยี� งภาวะกระแสเลอื ดขาด เกี่่ย� วข้อ้ งกับั การเจ็็บป่่ วยและเสียี ชีวี ิติ อย่า่ ง
ดำำ�ปอดด้านบน (superior cavopulmonary ออกซเิ จนและเลือดเป็นกรดในการดแู ล มาก เเละต้อ้ งใช้ก้ ารจััดการเฉพาะด้า้ น
anastomosis) หรือการไหลเวียน Fontain หลงั ผา่ ตัดของเดก็ ทมี� ภี าวะความดนั เลอื ด แนวทาง PALS ก่อ่ นหน้า้ นี้้ไ� ม่ไ่ ด้ใ้ ห้ค้ ำำ�แนะนำำ�
อาจพจิ ารณารักษาโดยการจ่ายออกซิเจน ในปอดสงู สำำ�หรัับการจััดการภาวะความดันั เลือื ดใน
(DO2) จากสาเหตทุ ีแ� กไ้ ขได้หรอื เปน็ สะพาน ปอดสูงู ในทารกและเด็็ก คำำ�แนะนำำ�เหล่า่ นี้้�
ที�เช�ือมไปยงั เคร�ืองมือช่วยหัวใจหอ้ งล่าง 2020 (ใหม่): สำำ�หรบั ผ�ูป่่ วยเดก็ ท�ีมคี วาม สอดคล้อ้ งกับั แนวทางเกี่่ย� วกับั ภาวะหลอด
ทำำ�งานหรือการผ่าตดั เสี�ยงสงู ตอ่ ภาวะความดันเลือดในปอดขัน� เลือื ดในปอดสูงู ในเด็็กที่่ไ� ด้ร้ัับการตีพี ิมิ พ์์
วกิ ฤตินนั� ใหจ้ ัดยาระงับปวด ยาระงับประสาท โดย AHA และ American Thoracic Society
เหตผุ ล: ทารกและเด็กประมาณ 1 ใน และสารทีม� ีฤทธ�ปิ ิดกนั� ระบบประสาทและ ในปี 201516 และสอดคล้อ้ งกับั คำำ�แนะนำำ�ที่่อ� ยู่่�
600 คน เกิดมาพร้อมโรคหวั ใจพกิ ารแต่ กล้ามเนอ�ื ในคำำ�ชี้้แ� จงทางวิทิ ยาศาสตร์ข์ อง AHA ใน
กำำ�เนดิ ชนดิ รนุ แรง การผา่ ตัดแบบสองขัน� ตอน ปี 2020 เกีย� วกับการทำำ� CPR ในทารกและ
เด็กทปี� ่่ วยเปน็ โรคหัวใจ14

การช่วยชวี ิตทารกแรกเกดิ
มคี นเกิดมากกวา่ 4 ล้านคนทกุ ๆ ปี ใน กับั ต้อ้ งการของทารกแรกเกิดิ ที่่ต� กอยู่่�ใน
สหรัฐอเมรกิ าและแคนาดา ทารกแรกเกิด ความเสี่่ย� ง ในแนวทางปีี 2020 เราได้ใ้ ห้ ้ สรุปย่อประเดน็ และ
เหลา่ น�ี 1 ในทุกๆ 10 คนจะตอ้ งการความ คำำ�แนะนำำ�เกี่่ย� วกับั วิธิ ีปี ฏิบิ ัตั ิติ ามขั้้น� ตอนวิธิ ีี การเปลี�ยนแปลงท�ีสำ�ำ คัญ
ชว่ ยเหลอื ในการเปลี�ยนจากสภาพแวดลอ้ ม รวมถึงึ การคาดการณ์แ์ ละการเตรียี มการ
ทเี� ตม็ ไปดว้ ยของเหลวในครรภ์ไปสูห� อ้ งที� การจััดการสายสะดือื ตอนคลอด การดำำ�เนินิ • การชว่ ยชวี ติ ทารกแรกเกดิ ตอ้ งมกี ารคาด
เตม็ ไปด้วยอากาศ จึงเป็นเรอ�ื งสำำ�คญั ที�ทารก การเบื้้อ� งต้น้ การตรวจสอบอัตั ราการเต้น้ ของ หมายและการเตรยี มพรอ้ มโดยผดู ้ แู ลทไ่ี ด ้
แรกเกิดทกุ คนจะมผี ดู� ูแลที�อทุ ิศตนในการ หัวั ใจ การช่ว่ ยชีวี ิติ ที่่ท� างเดินิ หายใจ การกด รัับการฝึึกอบรมแบบรายบุคุ คลและเป็็ นทีมี
สนับสนนุ ช่ว่ งการเปล�ียนผา่ นนนั� และผ�ูดูแล หน้า้ อก การเปิิดหลอดเลือื ดและการบำำ�บัดั
ที�การฝึกอบรมและพรอ้ มสำำ�หรับบทบาทน�ี การระงัับและการยุตุ ิกิ ารช่ว่ ยชีวี ิติ การดูแู ล • ทารกทเ่ี พง่ิ เกดิ สว่ นใหญไ่ มจ่ �ำเป็ นตอ้ ง
นอกจากนี� ทารกแรกเกิดทต�ี อ้ งการการ หลังั การช่ว่ ยชีวี ิติ และปััจจััยด้า้ นมนุุษย์แ์ ละ มกี ารตดั สะดอื หรอื มกี ารกชู ้ พี ทนั ที และ
เปลย�ี นผา่ นท�สี ะดวกข�ึนกต็ ้องเผชิญกบั การปฏบัตั ิกิ าร เราเน้น้ ย้ำำ��คำำ�แนะนำำ�ใหม่แ่ ละ สามารถไดร้ ับการประเมนิ และตรวจ
ความเส�ยี งในเรื�องของความซับซ้อนท�ี คำำ�แนะนำำ�ที่่ป� รัับปรุงุ ที่่เ� ราเชื่่อ� ว่า่ จะมีผี ล ตดิ ตามไดใ้ นชว่ งท่ี สมั ผัสตวั กบั มารดา
ตอ้ งการบุคลากรทไี� ด้รับการฝกึ อบรม กระทบอย่า่ งมากต่อ่ ผลลัพั ธ์ท์ ี่่ไ� ด้ร้ัับจาก หลงั คลอด
เพิม� เติม ควรมีการเตรียมการก่อนการคลอด ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้
ใหพ้ ร้อมสำำ�หรับสถานการณน์ ี� • การป้องกนั ภาวะตวั เย็นเกนิ
(Hypothermia) เป็็ นจุดุ เน้น้ ที่่ส� ำำ�คัญั
กระบวนการอำำ�นวยความสะดวกในการ สำำ�หรัับการช่ว่ ยชีวี ิติ ทารกแรกเกิดิ เราเน้น้
เปลี่่ย� นผ่า่ นนี้้ไ� ด้ม้ ีกี ารอธิบิ ายรายละเอียี ด ย้ำำ��ความสำำ�คัญั ของการดูแู ลแบบเนื้้อ� แนบ
ไว้ใ้ นขั้้น� ตอนการช่ว่ ยชีวี ิติ ทารกแรกเกิดิ เนื้้อ� (skin-to-skin care) ในเด็็กเล็็กที่่ม� ีี
ซึ่ง่� เริ่่ม� ต้น้ ด้ว้ ยความต้อ้ งการของทารกแรก สุขุ ภาพดีี เพื่่อ� เป็็ นการเพิ่่ม� ความผูกู พััน
เกิดิ ทุกุ คนและต่อ่ ไปยังั ขั้้น� ตอนที่่จ� ะจััดการ กับั ผู้้ใ� ห้ก้ ำำ�เนิดิ การให้น้ มจากเต้า้ และการ
ควบคุมุ อุณุ หภูมู ิริ ่า่ งกาย

eccguidelines.heart.org 25

• การขยายตวั และการระบายอากาศของ เหตุผล: เพ�ือช่วยในการส่งผา่ นทารกแรกเกดิ เหตุผล: ในทารกแรกคลอดที่่ม� ีขี ี้้เ� ทาปน
ปอดเป็ นเรอ่ื งส�ำคญั เป็ นล�ำดบั แรกใน ไดอ้ ยา่ งราบรืน� และปลอดภยั จากทอี� ยูใ� นครรภ์ ในน้ำ�ำ�คร��ที่่ห� ายใจติดิ ขัดั หรือื ไม่ห่ ายใจ
ทารกแรกเกดิ ทต่ี อ้ งการความชว่ ยเหลอื ให้ออกมาสูอ� ากาศทห�ี ายใจไดน้ นั� การเกดิ ทกุ อาจดำำ�เนินิ ขั้้น� ตอนเบื้้อ� งต้น้ และทำำ� PPV
หลงั คลอด ครงั� ควรมีบคุ ลากรอย่างน้อย 1 คนซ�ึงมหี น้าท ระบุใุ ห้ม้ ีกี ารดูดู เสมหะทางท่อ่ ช่ว่ ยหายใจ
รบั ผดิ ชอบหลักในการดูแลทารกแรกเกิด และ เฉพาะในกรณีีที่่ส� งสัยั ว่า่ ทางเดินิ หายใจถูกู ปิิด
• อตั ราการเตน้ ของหวั ใจที่สงู ขน้ึ เป็ นตวั ผ่านการฝึกอบรมและเตรยี มพรอ้ มทีจ� ะเรมิ� ทำำ� กั้้น� หลังั มีกี ารระบายอากาศในสภาวะแรงดันั
บง่ ชที้ ่ี ส�ำคญั ท่ี สดุ ของประสทิ ธภิ าพการ PPV โดยไม่ชักช้า จากการศึกษาวิจัยแบบ เป็็ นบวก (PPV) หลักั ฐานจาก RCT แนะนำำ�ว่า่
ระบายอากาศและการตอบสนองตอ่ การ สงั เกตและการปรับปรงุ คณุ ภาพชใี� หเ้ หน็ ว่า ทารกแรกเกิดิ ที่่ห� ายใจติดิ ขัดั หรือื ไม่ห่ ายใจที่่�
รักษาแทรกแซงเพอ่ื ชว่ ยชวี ติ แนวทางน�สี ามารถบ่งชที� ารกแรกเกดิ ทมี� คลอดโดยมีขี ี้้เ� ทาปนในน้ำ�ำ�คร�� มีผี ลลัพั ธ์ท์ ี่่�
ความเสย�ี ง ส่งเสรมิ การใชร้ ายการตรวจสอบ เหมือื นกันั (การอยู่่�รอด ต้อ้ งการช่ว่ ยชีวี ิติ
• มกี ารใชก้ ารวดั ความอมิ่ ตวั ของออกซเิ จน เพอื� เตรยี มเครอ�ื งมือและชว่ ยใหก้ ารสรุป ที่่ท� างเดินิ หายใจ) ไม่ว่ ่า่ จะได้ร้ัับการดูดู
ในเลอื ดจากชพี จร เพอื่ เป็ นแนวทางการ ภายในทีมเปน็ ไปไดส้ ะดวกและง่ายขึ�น การ เสมหะก่อ่ นหรือื หลังั การเริ่่ม� PPV การส่อ่ ง
บ�ำบดั ดว้ ยออกซเิ จนและตรงตามเป้า ทบทวนอยา่ งเป็นระบบของการฝกึ อบรมการ กล้อ้ งโดยตรงและการดูดู เสมหะทางท่อ่ ช่ว่ ย
หมายการอมิ่ ตวั ของออกซเิ จน ชว่ ยชวี ิตทารกแรกเกดิ ในสภาวะทที� รพั ยากร หายใจไม่จ่ ำำ�เป็็ นต้อ้ งทำำ�เป็็ นประจำำ�สำำ�หรัับ
มนี อ้ ยแสดงถงึ การลดลงทัง� ในสว่ นของทารก ทารกแรกเกิดิ ที่่ค� ลอดโดยมีขี ี้้เ� ทาปนในน้ำ�ำ�คร��
• ไมแ่ นะน�ำใหม้ กี ารดดู เสมหะทางทอ่ ท�เี สยี ชวี ิตในครรภ์และมชี วี ติ อยูไ� มถ่ งึ 7 วนั แต่จ่ ะเป็็ นผลดีใี นทารกแรกเกิดิ ที่่ม� ีหี ลักั ฐาน
ชว่ ยหายใจเป็ นประจ�ำส�ำหรับทารกทงั้ ท่ี ของทางเดินิ หายใจถูกู ปิิดกั้้น� ขณะรัับ PPV
หายใจดแี ละหายใจตดิ ขดั หรอื ไมห่ ายใจ การจัดั การอุณุ หภูมู ิิ
ทม่ี ขี เี้ ทาปนในน�้ำคร�่ำ (MSAF) ระบใุ หม้ ี สำ�ำ หรับั ทารกแรกเกิดิ การฟอกเลอื ด
การดดู เสมหะทางทอ่ ชว่ ยหายใจเฉพาะ
ในกรณีที่ สงสยั วา่ ทางเดนิ หายใจถกู ปิด 2020 (ใหม)่ : การที่่ท� ำำ�ให้ท้ ารกแรกเกิดิ ที่่ม� ีี 2020 (ใหม่): สำำ�หรัับทารกที่่ต� ้อ้ งทำำ�การ
กนั้ หลงั มกี ารระบายอากาศในสภาวะแรง สุขุ ภาพดีที ี่่ไ� ม่ต่ ้อ้ งได้ร้ัับการดูแู ลแบบเนื้้อ� แนบ ฟอกเลือื ดในเวลาที่่ค� ลอดออกมา แนะนำำ�ให้ ้
ดนั เป็ นบวก (PPV) เนื้้อ� เพื่่อ� การช่ว่ ยชีวี ิติ หลังั เกิดิ มานั้้น� จะช่ว่ ย ทำำ�การสวนหลอดเลือื ดดำำ�ที่่ส� ายสะดือื หาก
ส่ง่ ผลดีใี นการให้น้ มจากเต้า้ การควบคุมุ ให้ย้ าทาง IV ไม่ไ่ ด้ ้ อาจใช้ว้ิธิ ีใี ห้ย้ าทาง IO
• ท�ำการกดหนา้ อก หากอตั ราตอบสนอง อุณุ หภูมู ิแิ ละความเสถียี รของระดับั น้ำำ��ตาล แทน
การเตน้ ของหวั ใจแผว่ เพอ่ื ระบายอากาศ ในเลือื ด
หลงั จากด�ำเนนิ ขนั้ ตอนปรับการระบาย เหตุผล: ทารกแรกเกิดิ ที่่ไ� ม่ต่ อบสนองต่อ่
อากาศทเี่ หมาะสม ซง่ึ ควรใสท่ อ่ ชว่ ย เหตผุ ล: หลักั ฐานจากการทบทวนอย่า่ งเป็็ น PPV และการกดหน้า้ อกต้อ้ งใช้ก้ ารฟอก
หายใจรว่ มดว้ ย ระบบของ Cochrane พบว่า่ การสัมั ผััสแบบ เลือื ดเพื่่อ� ให้ย้ าอีพี ิเิ นฟรินิ และ/หรือื ตัวั ขยาย
เนื้้อ� แนบเนื้้อ� ตั้้ง� แต่แ่ รกจะช่ว่ ยส่ง่ เสริมิ อุณุ หภูมู ิิ ปริมิ าตร การใส่ส่ ายสวนหลอดเลือื ดในทารก
• การตอบสนองของอตั ราการเตน้ ของหวั ใจ ปกติใิ นทารกแรกเกิดิ ที่่ส� ุขุ ภาพดีี นอกจากนี้้� แรกเกิดิ ทางสายสะดือื เป็็ นเทคนิคิ ที่่น� ิยิ มใช้ ้
ตอ่ การกดหนา้ อกและการรักษาดว้ ยยา การวเิ คราะห์อภมิ าน 2 ครัง� ของ RCT และ กันั ในห้อ้ งทำำ�คลอด การให้ย้ าทาง IO เป็็ น
ควรไดร้ ับการตรวจตดิ ตามดว้ ยภาพคลนื่ การศึกษาวิจัยแบบสังเกตของการดูแลแบบ ทางเลือื กหนึ่่ง� หากการใส่ส่ ายสวนหลอดเลือื ด
ไฟฟ้าของหวั ใจ เนอ�ื แนบเนื�อทขี� ยายเวลาออกไปหลังการ ทางสายสะดือื เป็็ นไปไม่ไ่ ด้ ้ หรือื จััดให้ม้ ีกี าร
ช่วยชีวิตในเบอื� งต้น และ/หรือประคองอาการ ดูแู ลนอกห้อ้ งทำำ�คลอด รายงานกรณีีบางฉบับั
• เมอื่ ตอ้ งมกี ารฟอกเลอื ดในทารกแรกเกดิ แสดงใหเ้ หน็ อตั ราการตายทีล� ดลง การให้นม อธิบิ ายถึงึ ภาวะแทรกซ้อ้ นเฉพาะที่่ท� ี่่เ� กี่่ย� วข้อ้ ง
ควรสวนหลอดเลือื ดดำำ�ที่่ส� ายสะดือื จากเตา้ ท�ดี ขี น�ึ ระยะเวลาการเขา้ พกั ฟืน� สนั� ลง กับั การวางตำำ�แหน่่งเข็็ม IO
เมื่่อ� การเปิิด IV ไม่ส่ ามารถทำำ�ได้ ้ ช่วยเพม�ิ น้ำ�ำ�หนกั ตวั ของทารกทีค� ลอดก่อน
อาจพิจิ ารณาการให้ท้ ำำ�ผ่า่ น IO แทน กำำ�หนดและทารกแรกเกดิ น้ำำ��หนักน้อย การยุติการชว่ ยชีวิต

• หากการตอบสนองตอ่ การกดหนา้ อก การเปิิ ดทางเดินิ หายใจ 2020 (ปรับปรุง): ทารกแรกเกดิ ท�ไี ด้รบั การ
ไม่ด่ ีี อาจเป็็ นการสมเหตุสุ มผลที่่จ� ะให้ ้ เมื่่อ� มีมี ีโี คเนียี อยู่่� ชว่ ยชีวติ หากไม่มีอัตราการเต้นของหวั ใจและ
ยาอีพี ิเิ นฟรินิ โดยเฉพาะอย่า่ งยิ่่ง� ผ่า่ นทาง ดำำ�เนินการทกุ ขนั� ตอนของการช่วยชีวิตแล้ว
หลอดเลือื ด 2020 (ปรับปรุง): สำำ�หรัับทารกแรกเกิดิ ควรมีการหารอื เรอ�ื งการยุติความพยายาม
ที่่ห� ายใจติดิ ขัดั หรือื ไม่ห่ ายใจ (มีภี าวะหยุดุ ในการช่วยชีวิตกับทีมดูแลสขุ ภาพและ
• ทารกแรกเกดิ ทไ่ี มต่ อบสนองตอ่ ยา หายใจชั่่ว� คราวหรือื ความพยายามที่่จ� ะหายใจ ครอบครัว กรอบเวลาทเี� หมาะสมสำำ�หรบั การ
เอพิเิ นเฟรินิ และมีปี ระวัตั ิหิ รือื การตรวจ ไม่ไ่ ด้ผ้ ล) ที่่ค� ลอดโดยมีขี ี้้เ� ทาปนในน้ำำ��คร�� เปลีย� นแปลงเป้าหมายการดแู ลนี�คือหลงั
ที่่ส� อดคล้อ้ งกับั การเสียี เลือื ดอาจต้อ้ งมีี ไม่แ่ นะนำำ�ให้ใ้ ช้ก้ ล้อ้ งส่อ่ งตรวจที่่ม� ีหี รือื ไม่ม่ ีี คลอดประมาณ 20 นาที
การขยายเชิงิ ปริมิ าตร การดูดู เสมหะผ่า่ นทางหลอดลม
2010 (เดิม): ในทารกแรกเกดิ ท�ตี รวจไม่พบ
• หากขนั้ ตอนการชว่ ยชวี ติ ทงั้ หมดเหลา่ นี้ 2020 (ปรบั ปรงุ ): สำำ�หรัับทารกแรกเกิดิ อตั ราการเตน้ ของหวั ใจนนั� มคี วามเหมาะสม
เสร็จสน้ิ อยา่ งดี และไมม่ กี ารตอบสนอง ที่่ห� ายใจติดิ ขัดั หรือื ไม่ห่ ายใจที่่ค� ลอดโดย ทจี� ะพจิ ารณาการหยุดช่วยชวี ติ หากยงั คง
ของอตั ราการเตน้ ของหวั ใจภายใน มีขี ี้้เ� ทาปนในน้ำ�ำ�คร�� ซึ่ง�่ มีหี ลักั ฐานทางเดินิ ตรวจไมพ่ บอัตราการเตน้ ของหวั ใจเป็นเวลา
20 นาทีี ควรหารือื ในเรื่่อ� งการเปลี่่ย� นวิธิ ีี หายใจถูกู ปิิดกั้้น� ระหว่า่ งการทำำ� PPV การใส่่ 10 นาทีี
การดูแู ลรัักษาภายในทีมี และครอบครััว ท่อ่ ช่ว่ ยหายใจและการดูดู เสมหะผ่า่ นทาง
หลอดลมจะมีปี ระโยชน์์ เหตผุ ล: ทารกแรกเกดิ ที�ไมต่ ่อการ
คำ�ำ แนะนำำ�ใหม่ทสี� ำ�ำ คญั และ ตอบสนองต่อความพยายามช่วยชวี ติ ภายใน
ปรบั ปรงุ แลว้ 2015 (เดิม): เมื่่อ� มีมี ีโี คเนียี อยู่่� ไม่แ่ นะนำำ� เวลาประมาณ 20 นาทจี ะมโี อกาสรอดต่ำำ��
การสอดท่อ่ เพื่่อ� ดูดู เสมหะผ่า่ นทางหลอดลม ดว้ ยเหตผุ ลนี� จงึ มีคำำ�แนะนำำ�กรอบเวลาสำำ�หรับ
ความคาดหมายเกี่่ย� วกับั เป็็ นประจำำ�ในสถานการณ์น์ ี้้� เนื่่อ� งจากไม่ม่ ีี การตดั สินใจเกย�ี วกับการยตุ ิความพยายามใน
ความต้อ้ งการการช่ว่ ยชีวี ิติ หลักั ฐานเพียี งพอที่่จ� ะแนะนำำ�แนวทางการ การช่วยชีวิต โดยใหเ้ นน้ การมีส่วนรว่ มของ
ปฏิบิ ัตั ินิี้้ต� ่อ่ ไป บดิ ามารดาและทมี ช่วยชวี ติ ก่อนเปลี�ยนเส้น
2020 (ใหม)่ : การเกดิ ทุกครงั� ควรมบี ุคลากร ทางการดูแล
อย่างน้อย 1 คนท�สี ามารถดำำ�เนนิ ขนั� ตอน
เบื�องต้นของการช่วยชวี ิตเดก็ แรกเกิดได้ และ
เรมิ� การทำำ� PPV และมหี น้าทร�ี บั ผดิ ชอบคอื
การดแู ลทารกแรกเกดิ เท่านัน�

26 American Heart Association

วทิ ยาศาสตรก์ ารศึกษาเก�ียวกบั การช่วยชวี ิต

ประสิทธภิ าพของมนุษย์และระบบ ครั้้ง� แค่ไ่ หนนั้้น� ไม่พ่ บความแตกต่า่ งในผลลัพั ธ์์ 3 ถงึ 12 เดือนหลงั จากการฝกึ อบรม
ของผู้้�ป่่ วย แต่ส่ ามารถแสดงให้เ้ ห็็นถึงึ ข้อ้ ดีี การฝกึ อบรมทบทวนซ้ำ�ำ�แบบสัน� ๆ และบ่อย
2020 (ปรบั ปรุง): สำำ�หรับผู�มสี ่วนรว่ มทีผ� ่าน บางประการในการปฏิบิ ัตั ิกิ ารด้า้ นทักั ษะพิสิ ัยั นัน� เพอื� ปรบั ปรงุ ประสทิ ธิภาพการปฏิบตั ิการ
การฝกึ อบรมการชว่ ยชวี ติ ทารกแรกเกดิ (psychomotor) และความรู้้แ� ละความเชื่่อ� มั่่น� ในการศกึ ษาวิจยั จำำ�ลอง และลดการเสียชีวติ
ควรจดั ให้มีการฝึกอบรมทบทวนซ้ำ��ำ แบบราย เมื่่อ� มุ่่�งเน้น้ ไปที่่ก� ารฝึึกอบรมที่่เ� กิดิ ขึ้้น� ทุกุ ๆ ของทารกแรกเกดิ ในสภาวะท�ีทรพั ยากรมนี อ้ ย
บุคคลหรือเปน็ ทีมให้ถข�ี น�ึ มากกว่าทกุ 2 ปี 6 เดือนหรือื บ่อ่ ยกว่า่ นั้้น� แนะนำำ�ว่า่ ควรจััดให้ ้ เพอ�ื คาดการณแ์ ละเตรยี มพร้อมไดอ้ ยา่ งม
ที่่ร� ะดับั ความถี่่ท� ี่่ส� ามารถช่ว่ ยทบทวนความรู้้� มีกี ารฝึึกอบรมงานด้า้ นการช่ว่ ยชีวี ิติ ทารกแรก ประสทิ ธิภาพ ผูใ� หบ้ ริการดา้ นการดแู ลสุขภาพ
ทักั ษะและพฤติกิ รรมได้ ้ เกิดิ บ่อ่ ยครั้้ง� กว่า่ ทุกุ 2 ปีีเช่น่ ในปััจจุบุ ันั และทมี อาจปรบั ปรุงประสทิ ธภิ าพด้วยการ
ฝกึ ฝนอย่างสมำ่�เสมอ
2015 (เดิม): การศึกึ ษาวิจิ ััยที่่ส� ำำ�รวจว่า่ ผู้้ใ� ห้ ้ เหตผุ ล: การศึกษาวจิ ัยในเชิงการเรยี นการ
บริกิ ารด้า้ นการดูแู ลสุขุ ภาพหรือื นัักศึกึ ษาด้า้ น สอนชีใ� ห้เห็นวา่ ความรแู� ละทกั ษะเกยี� วกับการ
การดูแู ลสุขุ ภาพควรได้ร้ัับการฝึึกอบรมถี่่บ� ่อ่ ย นวดหัวใจผายปอดก�ูชพี จะเสอื� มถอยภายใน

วิทยาศาสตร์การศกึ ษาเก�ยี วกบั การช่วยชวี ติ
การศึกึ ษาที่่ม� ีปี ระสิทิ ธิภิ าพเป็็ นตัวั แปรสำำ�คัญั • ส�ำหรับบคุ คลทวั่ ไป ขอแนะน�ำการฝึก การสนัับสนุุนโดยกลยุทุ ธ์ท์ ี่่ม� ีกี ารกำำ�หนด
ในการปรัับปรุงุ ผลลัพั ธ์ก์ ารรอดชีวี ิติ จาก อบรมโดยการเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเอง ไมว่ า่ จะ เป้้าหมายของการฝึึกอบรมเสริมิ และ/หรือื
ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ หากไม่ม่ ีกี ารศึกึ ษาที่่ม� ีี โดยล�ำพังหรอื รว่ มกบั การฝึกอบรมทมี่ คี รู การปรัับทีมี งาน
ประสิทิ ธิภิ าพ ผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ทั่่ว� ไปและผู้้ใ� ห้ ้ เป็ นผนู ้ �ำ เพอื่ เพม่ิ ความสมคั รใจและความ
บริกิ ารด้า้ นการดูแู ลสุขุ ภาพจะต้อ้ งพยายาม สามารถทจ่ี ะท�ำ CPR การใชว้ ธิ กี ารฝึก • ผใู ้ หบ้ รกิ ารดา้ นการดแู ลสขุ ภาพทกุ คน
ประยุกุ ต์ว์ ิทิ ยาศาสตร์ท์ ี่่ส� นัับสนุุนการรัักษา อบรมโดยการเรยี นรดู ้ ว้ ยตนเองใหม้ าก ควรผ่า่ นหลักั สูตู ร ADLS ในผู้้ใ� หญ่ห่ รือื
แบบอิงิ หลักั ฐานอย่า่ งต่อ่ เนื่่อ� งของภาวะ ขน้ึ อาจขจัดอปุ สรรคในการฝึกอบรมในวง เทียี บเท่า่
หัวั ใจหยุดุ เต้น้ การออกแบบการการสอน กวา้ งขนึ้ ของบคุ คลทวั่ ไปทที่ �ำ CPR
โดยอิงิ กับั หลักั ฐานมีคี วามสำำ�คัญั ต่อ่ การ • ใชก้ ารฝึกอบรม CPR การฝึกอบรมแบบ
ปรัับปรุงุ ประสิทิ ธิภิ าพของผู้้ใ� ห้บ้ ริกิ ารด้า้ น • เด็กมธั ยมตน้ และมธั ยมปลายควรไดร้ ับ มวลชน (mass training) แคมเปญการ
การดูแู ลสุขุ ภาพ และผลลัพั ธ์ท์ ี่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั การฝึกอบรมเพอื่ การท�ำ CPR คณุ ภาพสงู สรา้ งความตระหนักรเู ้ กยี่ วกบั CPR และ
ผู้้�ป่่ วยจากภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ คุณุ ลักั ษณะ การสนัับสนุุนการทำำ� CPR ด้ว้ ยมือื อย่า่ ง
ในการออกแบบการสอนคือื ส่ว่ นประกอบ • สามารถใชก้ ารฝึกอบรมในสถานทจ่ี รงิ เดียี วควรดำำ�เนินิ ต่อ่ ไปในวงกว้า้ งเพื่่อ� เพิ่่ม�
สำำ�คัญั ในการใช้ง้ าน เป็็ นองค์ป์ ระกอบสำำ�คัญั (การศึกึ ษาเกี่่ย� วกับั การช่ว่ ยชีวี ิติ ในพื้้น� ที่่� ความสมัคั รใจที่่จ� ะทำำ� CPR ให้แ้ ก่ผ่ ู้้�ป่่ วยที่่�
ของโปรแกรมการฝึึกอบรมการช่ว่ ยชีวี ิติ ที่่� ทางคลินิ ิกิ จริงิ ) เพื่่อ� ปรัับปรุงุ ผลลัพั ธ์จ์ าก มีภี าวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ เพิ่่ม� ความแพร่ห่ ลาย
กำำ�หนดว่า่ เนื้้อ� หาจะถูกู ส่ง่ ต่อ่ ไปยังั ผู้้เ� รียี นได้ ้ การเรียี นรู้้แ� ละปรัับปรุงุ ประสิทิ ธิภิ าพใน ในการทำำ� CPR โดยผู้้เ� ห็็นเหตุกุ ารณ์์ และ
เมื่่อ� ใดและอย่า่ งไร การช่ว่ ยชีวี ิติ ปรัับปรุงุ ผลลัพั ธ์จ์ าก OHCA

ในแนวทางปีี 2020 เราได้ใ้ ห้ค้ ำำ�แนะนำำ� • ความเป็ นจรงิ เสมอื น (Virtual reality) คำ�ำ แนะนำำ�ใหมท่ สี� ำ�ำ คญั และ
เกี่่ย� วกับั คุณุ ลักั ษณะในการออกแบบการสอน ซึ่ง่� เป็็ นการใช้อ้ ินิ เทอร์เ์ ฟซของ ปรบั ปรุงแลว้
ในการฝึึกอบรมการช่ว่ ยชีวี ิติ และอธิบิ าย คอมพิวิ เตอร์ใ์ นการสร้า้ งสภาพแวดล้อ้ ม
ข้อ้ ควรพิจิ ารณาเฉพาะของผู้้ใ� ห้บ้ ริกิ ารว่า่ มีี เสมือื นว่า่ ตนเองอยู่่�ในสภาพแวดล้อ้ ม การปฏบิ ัตอิ ย่างรอบคอบและ
อิทิ ธิพิ ลต่อ่ การศึกึ ษาเกี่่ย� วกับั การช่ว่ ยชีวี ิติ จำำ�ลองนั้้น� จริงิ ๆ และการเรียี นรู้้โ� ดยใช้ ้ การเรยี นรจู� นเช�ียวชาญ
อย่า่ งไร เราเน้น้ ย้ำ�ำ�คำำ�แนะนำำ�ใหม่แ่ ละคำำ� เทคนิคิ ในรูปู แบบของเกมโดยไม่ใ่ ช้ ้
แนะนำำ�ที่่ป� รัับปรุงุ แล้ว้ ในการศึกึ ษาที่่เ� ราเชื่่อ� ตัวั เกม (gamified learning) ซึ่ง่� การเล่น่ 2020 (ใหม่): อาจมีการพิจารณาการรวมรูป
ว่า่ จะมีผี ลกระทบอย่า่ งมากต่อ่ ผลลัพั ธ์ท์ ี่่ไ� ด้ ้ และการแข่ง่ ขันั กับั ผู้้เ� รียี นคนอื่่น� ๆ สามารถ แบบการปฏบิ ตั อิ ยา่ งรอบคอบและการเรยี น
รัับจากภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ รวมอยู่่�ในการฝึึกอบรมการช่ว่ ยชีวี ิติ รู�จนเชีย� วชาญไวใ้ นหลักสูตรการชว่ ยชวี ิต
สำำ�หรัับคนทั่่ว� ไปและผู้้ใ� ห้บ้ ริกิ ารด้า้ นการ ขัน� พืน� ฐานหรอื ขนั� สูงเพื�อปรบั ปรุงการได้รับ
สรปุ ย่อประเด็นและ ดูแู ลสุขุ ภาพ ทักษะและประสทิ ธภิ าพ
การเปลีย� นแปลงท�สี ำ�ำ คญั
• คนทว่ั ไปควรไดร้ ับการฝึกอบรมวธิ ตี อบ เหตผุ ล: การปฏิบัติอย่างรอบคอบเปน็
• การใชก้ ารปฏบิ ตั อิ ยา่ งรอบคอบและการ สนองตอ่ ผทู ้ ไ่ี ดร้ ับสารสกดั จากฝิ่นเกนิ แนวทางการฝึกทผี� �ูเรียนจะไดร้ ับเป้าหมายท�ี
เรยี นรจู ้ นเชย่ี วชาญในระหวา่ งการฝึก ขนาด รวมถงึ การใหย้ านาโลโซน แยกกันโดยส�ินเชิงเพ�อื การบรรลผุ ล การได้รับ
อบรมการชว่ ยชวี ติ และรวมการฝึกปฏบิ ตั ิ ผลตอบรบั ในทันทเี กย�ี วกบั การปฏิบัติงาน
ซ�้ำๆ เขา้ กบั ผลตอบรับ และมาตรฐานการ • การฝึกอบรมท�ำ CPR ใหก้ บั ผเู ้ ห็น และเวลาที�เพียงพอสำำ�หรับการฝึกปฏบิ ตั ซิ ้ำ��ำ ๆ
ผา่ นเกณฑข์ นั้ ต�่ำจะชว่ ยปรับปรงุ การไดร้ ับ เหตกุ ารณ์ ควรก�ำหนดเป้าหมายไปทก่ี ลมุ่ เพ�อื ปรับปรงุ ประสิทธิภาพ การเรยี นร�ู
ทกั ษะได ้ ประชากรทเี่ จาะจงสถานะเศรษฐกจิ สงั คม จนเชย�ี วชาญคอื การฝกึ ฝนทร�ี อบคอบและ
เชื้้อ� ชาติแิ ละชาติพิ ัันธุ์์�ซึ่ง�่ เป็็ นผู้้�ที่่ม� ีปี ระวัตั ิิ การทดสอบซ�งึ รวมถงึ กฎเกณฑ์ทีก� ำำ�หนด
• ควรเพมิ่ การฝึกอบรมทบทวนซ�้ำ (เซสชนั ในการทำำ� CPR ในฐานะผู้้เ� ห็็นเหตุกุ ารณ์์ มาตรฐานการผา่ นการทดสอบ ซ�งึ แสดงถงึ
การการฝึกอบรมซ�้ำแบบยอ่ ) ไวใ้ นการ อัตั ราที่่ต� ่ำำ�� กว่า่ การฝึึกอบรมทำำ� CPR ควร ความเช�ียวชาญในงานที�ไดร้ ับการเรียนร�ู
เรยี นรแู ้ บบอดั จนจบ (ยดึ ตามหลกั สตู ร จััดการกับั อุปุ สรรคที่่เ� กี่่ย� วข้อ้ งกับั เรื่่อ� งเพศ
ดงั้ เดมิ ) เพอ่ื ชว่ ยรักษาทกั ษะในการท�ำ เพื่่อ� ปรัับปรุงุ อัตั ราการทำำ� CPR โดยผู้้เ� ห็็น หลักั ฐานบ่ง่ ชี้้ว� ่า่ การรวมรูปู แบบการปฏิบิ ัตั ิิ
CPR ไว้ไ้ ด้ ้ โดยมีเี งื่่อ� นไขว่า่ ผู้้เ� รียี นแต่ล่ ะ เหตุกุ ารณ์ท์ ี่่เ� ป็็ นผู้้ห� ญิงิ อย่า่ งรอบคอบและการเรียี นรู้้จ� นเชี่่ย� วชาญไว้ ้
คนสามารถเข้า้ ร่ว่ มได้ใ้ นทุกุ เซสชันั แบ่ง่ ในหลักั สูตู รการช่ว่ ยชีวี ิติ ขั้้น� พื้้น� ฐานหรือื ขั้้น�
การฝึึกอบรมออกเป็็ นหลายๆ เซสชันั • ระบบ EMS ควรตรวจสอบวา่ ผใู ้ หบ้ รกิ าร สูงู นั้้น� จะช่ว่ ยปรัับปรุงุ ผลลัพั ธ์จ์ ากการเรียี น
(การเรียี นรู้้อ� ย่า่ งซ้ำ�ำ�กันั เป็็ นช่ว่ งๆ) จะดีกี ว่า่ ดา้ นการดแู ลสขุ ภาพไดร้ ับการเปิดเผยให ้ รู้้ม� ากมายหลายประการ
ในรูปู แบบการเรียี นรู้้แ� บบอัดั จนจบ เห็็นมากน้อ้ ยเพียี งใดในการรัักษาผู้้�ป่่ วยที่่�
มีภี าวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้ ความผัันแปรในการ
เปิิดเผยในกลุ่่�มผู้้ใ� ห้บ้ ริกิ ารด้า้ นการดูแู ล
สุขุ ภาพในระบบ EMS ที่่ก� ำำ�หนดอาจได้ร้ัับ

eccguidelines.heart.org 27

การฝกึ อบรมทบทวนซ้ำำ�� ตนเองมากข�ึนอาจนำำ�ไปสูส� ดั ส่วนที�เพิ�มขนั� ด้วยรูปแบบเหล่าน�ี โครงการทจ�ี ะนำำ�
เพอื� สง่ เสรมิ และการเรียนรู�อย่าง ของผ�ชู ่วยเหลอื ทว�ั ไปทีไ� ดร้ บั การฝึกอบรม การเรียนรูโ� ดยใชเ้ ทคนคิ ในรูปแบบของเกม
ซ้ำำ�� กันเปน็ ช่ว่ งๆ มาแล้ว จงึ เพม�ิ โอกาสทีผ� ูช� ว่ ยเหลอื ท�วั ไปจะ โดยไมใ่ ช้ตวั เกมและความเปน็ จริงเสมอื นไป
พรอ้ มทำำ� CPR ไดใ้ นเวลาที�จำำ�เปน็ การฝกึ ใชค้ วรพจิ ารณาเกี�ยวกับคา่ ใชจ้ า่ ยเร�มิ ตน้ ทส�ี ูง
2020 (ใหม)่ : แนะนำำ�ใหใ้ ช้เซสชันการ อบรมเดก็ ในวัยเรียนเพอื� ทำำ� CPR ยอ่ มปลูก ซึ�งเป็นเรือ� งเก�ียวกับการจดั ซือ� อปุ กรณ์และ
ทบทวนซ้ำ��ำ เม�อื จะใช้แนวทางการเรียนร�แู บบ ฝังความม�ันใจและทัศนคติทด�ี ตี ่อการทำำ� CPR ซอฟตแ์ วร
อัดจนจบ (massed-learning) สำำ�หรบั การ การกำำ�หนดเป้าหมายประชากรนีด� ว้ ยการฝึก
ฝกึ อบรมการช่วยชีวิต อบรม CPR จะช่วยสรา้ งกลุม� คนทไ�ี ดร้ ับการ การฝึึ กอบรมเกี่่ย� วกับั การใช้้
ฝึกเพื�อจดุ ประสงคเ์ ฉพาะอยา่ งในอนาคตใน สารสกัดั จากฝิ่่� นเกินิ ขนาด
2020 (ใหม)่ : มคี วามสมเหตสุ มผลทีจ� ะใช้ ชุมชนที�ได้รับฝกึ อบรมโดยผ�ูชว่ ยเหลอื ทว�ั ไป สำ�ำ หรับั ผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ทั่่ว� ไป
แนวทางการเรยี นรู�อยา่ งซ้ำ��ำ กนั เป็นช่ว่ งๆ
แทนแนวทางการเรียนร�ูแบบอดั จนจบสำำ�หรบั การศึกษาในสถานทีจ� รงิ 2020 (ใหม)่ : เป็นการสมเหตุสมผลสำำ�หรบั
การฝึกอบรมการชว่ ยชวี ติ ผ�ูชว่ ยเหลอื ทว�ั ไปทีจ� ะได้รบั การฝึกอบรมใน
2020 (ใหม่): มคี วามสมเหตุสมผลทจ�ี ะ การตอบสนองตอ่ การใช้สารสกดั จากฝนิ� เกิน
เหตผุ ล: การเพ�ิมเซสชันการฝกึ อบรมทบทวน จัดการฝกึ อบรมการชว่ ยชีวติ โดยจำำ�ลอง ขนาดรวมถึงการใหย้ านาโลโซน
ซ้ำ�ำ� ซง�ึ เปน็ เซสชันการฝึกอบรมทส�ี ัน� กระชบั สถานการณ์ในสถานที�จริงนอกเหนอื จาก
และบอ่ ยๆ นัน� เน้นท�กี ารทบทวนซ้ำำ�� เนือ� หา การฝกึ อบรบแบบดงั� เดมิ เหตุผล: การเสียชวี ติ จากการใช้สารสกัด
ก่อนหน้านใ�ี นหลักสูตรการช่วยชวี ติ จะชว่ ย จากฝน�ิ เกนิ ขนาดในสหรัฐอเมริกาเพ�ิมขึ�นกวา่
ปรับปรุงการรักษาทักษะในการทำำ� CPR ไวไ้ ด้ 2020 (ใหม่): อาจเปน็ การสมเหตสุ มผลท�ี สองเทา่ ในทศวรรษทีผ� ่านมา จากการศกึ ษา
จะจัดการฝกึ อบรมการชว่ ยชีวิตโดยจำำ�ลอง วิจยั หลายชน�ิ พบว่าการฝกึ อบรมการช่วยชวี ติ
ความถี่่ข� องบทเรียี นฝึึกอมรมทบทวนซ้ำ��ำ สถานการณใ์ นสถานทจี� รงิ แทนการฝึกอบรบ โดยมกี ารกำำ�หนดเป้าหมายสำำ�หรบั ผใ�ู ช้สาร
เพื่่อ� การส่ง่ เสริมิ นั้้น� ควรสมดุลุ ย์ก์ ับั ความ แบบดงั� เดมิ สกัดจากฝน�ิ และครอบครัว รวมถึงเพ�อื นของ
พร้อ้ มของผู้้เ� รียี นและการจััดหาทรััพยากรที่่� พวกเขามีความเกยี� วข้องกบั อัตราทส�ี งู ข�ึนของ
สนัับสนุุนการฝึึกอบรมทบทวนซ้ำ��ำ การศึกึ ษา เหตุผล: การจำำ�ลองสถานการณใ์ นสถานท�ี การใหย้ านาโลโซนในผ�ูทีถ� ูกพบว่าใช้ยาเกนิ
วิจิ ััยแสดงให้เ้ ห็็นว่า่ หลักั สูตู รการเรียี นรู้้อ� ย่า่ ง จริงหมายถงึ กิจกรรมการฝึกอบรมต่างๆ ขนาด
ซ้ำ�ำ� กันั เป็็ นช่ว่ งๆ หรือื การฝึึกอบรมที่่แ� บ่ง่ ออก ท�ีจดั ให้มีขน�ึ ในพืน� ท�ดี แู ลผป�ู ่่ วยจริง ซงึ� ม
เป็็ นหลายๆ เซสชันั นั้้น� มีปี ระสิทิ ธิภิ าพเท่า่ ข้อดใี นการใหส้ ภาพแวดลอ้ มการฝึกอบรม ความเหลือ� มล�ำ้ ในการศึกษา
กันั หรือื มากกว่า่ เมื่่อ� เทียี บกับั หลักั สูตู รที่่จ� ััด ที�สมจรงิ มากขึน� หลักฐานใหมแ่ สดงใหเ้ ห็น
กิจิ กรรมฝึึกอบรมครั้้ง� เดียี ว จำำ�เป็็ นต้อ้ งให้ ้ วา่ การฝกึ อบรมในสภาพแวดลอ้ มจริงไม่ 2020 (ใหม่): เป็็ นการสมเหตุสุ มผลที่่จ� ะ
ผู้้เ� รียี นเข้า้ ชั้้น� เรียี นในทุกุ เซสชันั เพื่่อ� ให้แ้ น่่ใจ วา่ จะเป็นแบบคนเดยี วหรือรว่ มกับการฝึก กำำ�หนดเป้้าหมายและปรัับเปลี่่ย� นการฝึึก
ว่า่ จบหลักั สูตู ร เนื่่อ� งจากมีเี นื้้อ� หาใหม่่ อบรมแบบดัง� เดิมก็ตาม สามารถใหผ้ ลเชงิ อบรมการทำำ� CPR โดยผู้้�ช่ว่ ยเหลือื ทั่่ว� ไป
นำำ�เสนอในแต่ล่ ะเซสชันั บวกตอ่ ผลลพั ธ์จากการเรยี นรู� (เช่น ใช้เวลา แบบเฉพาะเจาะจงกลุ่่�มเชื้้อ� ชาติแิ ละชาติพิ ัันธุ์์�
ในการปฏิบตั ิภารกจิ ท�สี ำำ�คญั ได้เร็วข�นึ และ และเพื่่อ� นบ้า้ นในสหรััฐอเมริกิ า
การฝกึ อบรมผชู� ่วยเหลอื ท�วั ไป ประสิทธภิ าพของทมี ) และผลลพั ธข์ องผ�ูป่่ วย
(เช่น การรอดชีวติ ทีเ� พ�ิมขน�ึ ผลลัพธเ์ กย�ี วกบั 2020 (ใหม่): เป็นการสมเหตุสมผลทีจ� ะ
2020 (ปรบั ปรุง): แนะนำำ�การผสมผสาน ระบบประสาท) จดั การกับอปุ สรรคในการทำำ� CPR โดยผเู� ห็น
ระหว่างการเรียนรดู� ้วยตนเองและการสอน เหตกุ ารณ์สำำ�หรบั ผปู� ่่ วยทีเ� ปน็ ผหู� ญงิ โดยผ่าน
โดยมคี รเู ปน็ ผูน� ำำ�พรอ้ มการฝึกอบรมท เมื่่อ� สร้า้ งสถานการณ์จ์ ำำ�ลองในสถานที่่จ� ริงิ การฝกึ อบรมให้การศึกษาและความพยายาม
เกย�ี วข้องโดยตรง เป็นทางเลอื กนอกจาก ผู้้�สอนควรระมัดั ระวังั เรื่่อ� งความเสี่่ย� งที่่อ� าจ ในการสร้างความตระหนกั รต�ู อ่ สาธารณะ
หลกั สตู รทม�ี ีครูเปน็ ผู�นำำ�สำำ�หรบั ผ�ูช่วยเหลือ เกิดิ ขึ้้น� ได้ ้ เช่น่ อุปุ กรณ์ก์ ารฝึึกอบรมวางรวม
ทัว� ไป หากไมม่ ีการฝึกอบรมทีม� คี รูเป็นผน�ู ำำ� อยู่่�กับั อุปุ กรณ์ร์ ัักษาจริงิ เหตุผล: ชุมุ ชนที่่ม� ีสี ถานะทางเศรษฐกิจิ
แนะนำำ�ใหใ้ ชก้ ารฝึกดว้ ยตนเองสำำ�หรบั สังั คมที่่ต� ่ำำ�� และชุมุ ชนที่่เ� ป็็ นชาวผิวิ ดำำ�และ
ผ�ชู ่วยเหลอื ท�ัวไป การเรียนรโู� ดยใชเ้ ทคนคิ ในรปู แบบ สเปนโดยส่ว่ นใหญ่ม่ ีอี ัตั ราการเป็็ นผู้้�ทำำ� CPR
ของเกมโดยไมใ่ ช้ตัวเกมและ ในฐานะผู้้เ� ห็็นเหตุกุ ารณ์แ์ ละฝึึกอบรม CPR
2020 (ใหม)่ : แนะนำำ�ให้ฝกึ อบรมเด็กใน ความเปน็ จรงิ เสมอื น จำำ�นวนน้อ้ ยกว่า่ มีคี วามเป็็ นไปได้น้ ้อ้ ยกว่า่
ชัน� มัธยมตน้ และมธั ยมปลายเกี�ยวกบั วิธีการ ที่่ผ� ู้้ห� ญิงิ จะได้ร้ัับการทำำ� CPR โดยผู้้เ� ห็็น
ทำำ� CPR คุณภาพสูง 2020 (ใหม)่ : การใช้การเรียนร�ูโดยใช้ เหตุกุ ารณ์์ ซึ่ง่� อาจเป็็ นเพราะผู้้เ� ห็็นเหตุกุ ารณ์์
เทคนิคในรูปแบบของเกมโดยไม่ใชต้ ัว เกรงว่า่ อาจทำำ�ให้ผู้้้�ป่่ วยที่่เ� ป็็ นหญิงิ ได้ร้ัับบาด
2015 (เดิม): อาจพจิ ารณาการผสมผสาน เกมและความเปน็ จรงิ เสมือนอาจถกู นำำ�มา เจ็็บ หรือื ถูกู กล่า่ วหาจากการสัมั ผััสตัวั ที่่�
ระหว่างการเรยี นรู�ด้วยตนเองและการสอนโดย พิจารณาสำำ�หรบั การฝึกอบรมการช่วยชวี ติ ขนั� ไม่เ่ หมาะสม
มคี รูเปน็ ผน�ู ำำ�พรอ้ มการฝึกอบรมท�ีเก�ยี วข้อง พื�นฐานหรือขนั� สูงสำำ�หรบั ผูช� ่วยเหลอื ทัว� ไป
โดยตรง เปน็ ทางเลอื กนอกจากหลกั สูตรทม�ี และ/หรือผใู� หบ้ ริการดา้ นการดูแลสุขภาพ การกำำ�หนดเป้้าหมายไปที่่ก� ลุ่่�มประชากร
ครูเปน็ ผ�ูนำำ�แบบดงั� เดมิ สำำ�หรบั ผท�ู �ไี ม่เคยรบั ที่่เ� จาะจงเชื้้อ� ชาติิ ชาติพิ ัันธุ์์�และที่่ม� ีสี ถานะ
การฝกึ อบรมมาก่อน หากไม่มีการฝึกอบรมที� เหตผุ ล: การเรียนรูโ� ดยใช้เทคนิคในรปู แบบ ทางเศรษฐกิจิ สังั คมที่่ต� ่ำำ�� สำำ�หรัับการศึกึ ษา
มคี รเู ป็นผูน� ำำ� อาจพิจารณาการฝกึ อบรมด้วย ของเกมโดยไม่ใชต้ ัวเกมจะรวมการแข่งขนั เกี่่ย� วกับั CPR และการปรัับเปลี่่ย� นการศึกึ ษา
ตนเองเพอ�ื ใหผ้ ู�ทไ�ี มเ่ คยรบั การฝึกอบรมมา หรือการเล่นในหัวข้อเกี�ยวกบั การช่วยชวี ติ เพื่่อ� จััดการกับั ความแตกต่า่ งทางเพศ
กอ่ นได้เรยี นร�ทู กั ษะการใชเ้ ครอ�ื ง AED และความเป็นจรงิ เสมอื นจะใชอ้ นิ เทอรเ์ ฟซ สามารถลดความเหลื่่อ� มล้ำ�ำ�ในการฝึึกอบรม
คอมพิวเตอร์ทีใ� หผ้ ใู� ชโ้ ต้ตอบกนั ภายในสภาพ การทำำ� CPR และการทำำ� CPR โดยผู้้เ� ห็็น
เหตุผล: จากการศกึ ษาพบวา่ การเรียนร เเวดลอ้ มเสมือนจริง การศึกษาวจิ ัยบางชนิ� เหตุกุ ารณ์์ และอาจเพิ่่ม� ผลลัพั ธ์จ์ ากภาวะ
ดว้ ยตนเองหรือการเรยี นร�ูจากวิดโี อนนั� ม แสดงให้เหน็ ประโยชนเ์ ชงิ บวกต่อผลลพั ธ์ หัวั ใจล้ม้ เหลวในประชากรเหล่า่ นี้้ไ� ด้ ้
ประสิทธภิ าพเท่ากับการฝกึ อบรมที�มีครูเป็น จากการเรยี นรู� (เชน่ การได้รบั ความร�ูมากขึ�น
ผนู� ำำ�สำำ�หรบั การฝึกอบรม CPR แก่ผู�ช่วยเหลือ การรักษาความร�ู และทักษะการทำำ� CPR)
ทว�ั ไป การเปล�ยี นไปทีก� ารฝกึ อบรมดว้ ย

28 American Heart Association

วิทยาศาสตรก์ ารศึกษาเกยี� วกับการช่วยชีวติ

การฝึึ กอบรมทำ�ำ CPR ให้ก้ ับั ผู้้�เห็็น
เหตุกุ ารณ์์ ควรกำ�ำ หนดเป้้ าหมาย
ไปที่่ก� ลุ่่�มประชากรที่่เ� จาะจงสถานะ
เศรษฐกิจิ สังั คม เชื้้อ� ชาติแิ ละชาติพิ ันั ธุ์์�
ซึ่่ง� เป็็ นผู้้�ที่่ม� ีปี ระวัตั ิใิ นการทำ�ำ CPR ใน
ฐานะผู้้�เห็็นเหตุกุ ารณ์อ์ ัตั ราที่่ต� ่ำ�ำ� กว่า่
การฝึกอบรมทำ�ำ CPR ควรจดั การกบั
อุปสรรคทเ�ี ก�ียวขอ้ งกับเรอื� งเพศ
เพื�อปรบั ปรงุ อตั ราการทำ�ำ CPR
โดยผู�เหน็ เหตกุ ารณท์ �ีเป็นผ�ูหญงิ

ประสบการณ์แ์ พทย์ฉ์ ุุกเฉินิ เราจึงแนะนำำ�ใหร้ ะบบ EMS ตรวจสอบการ ความสมัคั รใจที่่จ� ะทำ�ำ CPR
(EMS Practitioner) และการ สมั ผัสเหตุการณข์ องผ�ูใหบ้ รกิ ารและพฒั นา โดยผู้้�เห็็นเหตุกุ ารณ์์
สัมั ผัสั ประสบการณ์ภ์ าวะหัวั ใจหยุดุ แผนการเพอื� จัดการกบั การสมั ผสั เหตกุ ารณ์
ทำ�ำ งานที่่เ� กิดิ ขึ้้น� นอกโรงพยาบาล ในระดับต่ำำ�� 2020 (ใหม)่ : เปน็ การสมเหตสุ มผลท�ีจะ
เพ�ิมความสมคั รใจของผ�เู หน็ เหตกุ ารณท์ �จี ะทำำ�
2020 (ใหม่): เป็็ นการสมเหตุสุ มผล การเขา้ ร่วมหลกั สูตร ACLS CPR ผา่ นการฝึกอบรมการทำำ� CPR การฝกึ
สำำ�หรัับระบบ EMS ที่่จ� ะตรวจสอบการสัมั ผััส อบรมการทำำ� CPR แบบมวลชน (mass CPR
ประสบการณ์ข์ องบุคุ ลากรทางการแพทย์ท์ ี่่� 2020 (ใหม่): เปน็ การสมเหตสุ มผลสำำ�หรับ training) การริเร�ิมสร้างความตระหนกั ร�ใู น
ช่ว่ ยชีวี ิติ เพื่่อ� ให้มั้ ่่น� ใจว่า่ ทีมี งานที่่ร� ัักษามีี ผูป� ระกอบวชิ าชีพด้านการดแู ลสขุ ภาพท�จี ะลง การทำำ� CPR และการสง่ เสรมิ การทำำ� CPR
สมาชิกิ ที่่ม� ีคี วามสามารถในการรัับมือื กับั กรณีี เรยี นหลกั สูตร ACLS ในผ�ูใหญห่ รอื การ ด้วยมืออยา่ งเดียว
ภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งาน ความสามารถของทีมี ฝึกอบรมท�ีเทยี บเทา่
งานอาจได้ร้ัับการสนัับสนุุนผ่า่ นการวางแผน เหตุผล: การทำำ� CPR ทนั ทีโดยผ�เู ห็น
จััดทีมี งานหรือื การฝึึกอบรม เหตุผล: มากกวา่ 3 ทศวรรษทหี� ลักสูตร เหตุการณเ์ ปน็ การเพมิ� โอกาสของผูป� ่่ วยใน
ACLS ไดร้ ับการยอมรบั ว่าเป็นองค์ประกอบที� การรอดชวี ิตจากภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ เปน็
เหตผุ ล: การทบทวนอยา่ งเป็นระบบลา่ สดุ สำำ�คญั ของการฝกึ อบรมการชว่ ยชีวิตสำำ�หรบั สองเทา่ การฝึกอบรมการทำำ� CPR การฝึก
พบวา่ ผ�ูใหบ้ รกิ าร EMS ที�ได้สมั ผสั กบั ภาวะ ผ�ใู ห้บริการดแู ลได้อยา่ งฉบั พลนั การศึกษา อบรมการทำำ� CPR แบบมวลชน (mass CPR
หัวใจหยดุ ทำำ�งานจะมคี วามเก�ียวข้องกับ วิจัยแสดงใหเ้ หน็ วา่ ทีมชว่ ยชีวติ ทีม� ีสมาชิกทมี training) การริเรม�ิ สรา้ งความตระหนักรใู� น
ผลลพั ธข์ องผ�ูป่่ วยท�ดี ีขึ�น รวมถงึ อัตราของ 1 คนหรือมากกว่านนั� ทไี� ดร้ บั การฝกึ อบรมใน การทำำ� CPR และการสง่ เสรมิ การทำำ� CPR
ROSC และการรอดชีวติ เพราะการได้สมั ผัส ACLS ได้รับผลลัพธเ์ กย�ี วกับผป�ู ่่ วยทีด� ีขึน� ดว้ ยมอื อย่างเดยี ว ทัง� หมดนี�มีความเกีย� วข้อง
กบั เหตกุ ารณ์นนั� สามารถเปลย�ี นแปลงได้ กบั อตั ราที�เพิม� ขนึ� ของการทำำ� CPR โดย
ผ�เู หน็ เหตกุ ารณ์

eccguidelines.heart.org 29

ระบบการรักษา • อปุ กรณช์ ว่ ยในการรับรอู ้ าจปรับปรงุ ในข้อ้ มูลู เชิงิ สังั เกตเท่า่ นั้้น� การใช้เ้ ทคโนโลยีี
ประสทิ ธภิ าพการชว่ ยชวี ติ โดยผชู ้ ว่ ยเหลอื โทรศัพั ท์ม์ ือื ถือื ยังั ไม่ไ่ ด้ร้ัับการศึกึ ษาในพื้้น� ที่่�
การรอดชวี ติ หลังจากภาวะหวั ใจหยดุ เต้น ทไี่ มไ่ ดร้ ับการฝึกอบรม แตใ่ นสถานการณ์ ในอเมริกิ าเหนือื แต่ข่ ้อ้ เสนอแนะเกี่่ย� วกับั
ต้องการระบบแบบบรู ณาการของบุคลากร จำำ�ลองพบว่า่ การใช้ง้ านอุปุ กรณ์ด์ ังั กล่า่ ว ประโยชน์ใ์ นประเทศอื่่น� ๆ ทำำ�ให้ ้ สิ่่ง� นี้้ม� ีลี ำำ�ดับั
การฝกึ อบรม อปุ กรณแ์ ละองคก์ รตา่ งๆ ผูเ� หน็ ของพวกเขาทำำ�ให้ก้ ารเริ่่ม� ต้น้ ทำำ� CPR ความสำำ�คัญั สูงู สำำ�หรัับการวิจิ ััยในอนาคต
เหตุการณท์ ส�ี มัครใจ เจา้ ของทรพั ยส์ นิ ที�ดแู ล ล่า่ ช้า้ จำำ�เป็็ นต้อ้ งมีกี ารพััฒนาและศึกึ ษา รวมถึงึ ผลกระทบของการแจ้ง้ เตือื นเหล่า่ นี้้ต� ่อ่
เครื�อง AED ผู�ให้บริการฉุกเฉินโทรคมนาคม เพิ่่ม� เติมิ ก่อ่ นที่่ร� ะบบเหล่า่ นี้้จ� ะได้ร้ัับการ ผลลัพั ธ์ข์ องภาวะหัวั ใจหยุดุ ทำำ�งานในผู้้�ป่่ วย
และผใ�ู ห้บริการ BLS และ ALS ท�ที ำำ�งานใน รัับรองอย่า่ งสมบูรู ณ์์ ชุมุ ชน และบริบิ ททางภูมู ิศิ าสตร์ท์ ี่่ม� ีคี วาม
ระบบ EMS ทงั� หมดล้วนมีสว่ นช่วยให้การ หลากหลาย
ชว่ ยชีวิตจาก OHCA ให้สำำ�เรจ็ ลงได้ • น่าแปลกใจทไี่ มค่ อ่ ยมใี ครรเู ้ กย่ี วกบั
ภายในโรงพยาบาล การทำำ�งานของแพทย์ ผลของอปุ กรณช์ ว่ ยในการรับรทู ้ ม่ี ตี อ่ การลงทะเบียนข้อมลู
พยาบาล นกั บำำ�บดั ระบบหายใจ เภสัชกรและ ประสทิ ธภิ าพของ EMS หรอื ทมี ชว่ ยชวี ติ เพื�อปรับปรงุ ประสิทธภิ าพ
ผูเ� ช�ียวชาญอื�นๆ สนับสนุนผลลัพธ์ของการ ในโรงพยาบาล ของระบบ
ช่วยชีวติ
• แมว้ า่ ศนู ยร์ ักษาภาวะหวั ใจหยดุ เตน้ เฉพาะ ใหม่ (2020): เป็นการสมเหตุสมผล
การช่ว่ ยชีวี ิติ ที่่ป� ระสบความสำำ�เร็็จยังั ขึ้้น� อยู่่� ทางจะมเี กณฑว์ ธิ แี ละเทคโนโลยที ไี่ มม่ ี สำำ�หรับองคก์ รท�รี ักษาผ�ปู ่่ วยภาวะหัวใจหยุด
กับั การสนัับสนุุนของผู้้ผ� ลิติ อุปุ กรณ์์ บริษิ ััท ให้บ้ ริกิ ารในโรงพยาบาลทุกุ แห่ง่ แต่ง่ าน เต้นในการรวบรวมข้อมูลและผลลัพธ์ของ
ยา ผู้้�สอนการช่ว่ ยชีวี ิติ ผู้้�พััฒนาแนวทาง วิจิ ััยที่่ม� ีอี ยู่่�เกี่่ย� วกับั ผลกระทบต่อ่ ผลลัพั ธ์์ กระบวนการดูแล
และอื่่น� ๆ อีกี มากมาย การรอดชีวี ิติ ในระยะ การช่ว่ ยชีวี ิติ ยังั มีขี ้อ้ มูลู ผสมผสานกันั
ยาวต้อ้ งได้ร้ัับการสนัับสนุุนจากครอบครััว เหตุผล: หลากหลายอตุ สาหกรรมรวมถึงการ
และผู้้�ดูแู ลมือื อาชีพี รวมถึงึ ผู้้เ� ชี่่ย� วชาญด้า้ น • ขอ้ เสนอแนะของทมี มคี วามส�ำคญั เกณฑ์ ดแู ลสขุ ภาพได้รวบรวมและประเมนิ ข้อมูล
การฟื้้�นฟูสู มรรถภาพการรัับรู้้� ทางกายภาพ วิธิ ีกี ารสรุปุ การเรียี นรู้้แ� บบมีโี ครงสร้า้ งจะ ประสิทธภิ าพเพอ�ื วัดคุณภาพและระบโุ อกาส
และด้า้ นจิติ ใจ และการฟื้้�นตัวั ความมุงุ มั่่น� ทั้้ง� ช่ว่ ยปรัับปรุงุ ประสิทิ ธิภิ าพของทีมี ช่ว่ ย สำำ�หรับการปรับปรุง ซ�ึงสามารถทำำ�ไดท้ ัง� ใน
ระบบในการปรัับปรุงุ คุณุ ภาพในทุกุ ระดับั การ ชีวี ิติ ในการช่ว่ ยชีวี ิติ ครั้้ง� ต่อ่ ไป ระดบั ท้องถน�ิ ภูมิภาคหรือระดับประเทศผ่าน
ดูแู ลมีคี วามสำำ�คัญั ต่อ่ การบรรลุผุ ลสำำ�เร็็จ การมีส่วนรว่ มในการลงทะเบยี นข้อมูลท�ี
• ขอ้ เสนอแนะทงั้ ระบบมคี วามส�ำคญั รวบรวมขอ้ มูลเกยี� วกบั กระบวนการดูแล
สรุปยอ่ ประเด็นและ การน�ำการรวบรวมขอ้ มลู แบบมโี ครงสรา้ ง (เชน่ ข้อมูลประสิทธภิ าพการทำำ� CPR เวลา
การเปลย�ี นแปลงที�สำ�ำ คญั และการทบทวนมาใชจ้ ะชว่ ยปรับปรงุ ช็อคไฟฟา้ การปฏิบตั ติ ามแนวทาง) และ
กระบวนการชว่ ยชวี ติ และการรอดชวี ติ ทงั้ ผลลพั ธ์ของการดแู ล (เชน่ ROSC, การรอด
• การฟ้ืนตวั ยงั คงด�ำเนนิ ตอ่ ไปอกี นานการ ในและนอกโรงพยาบาล ชีวติ ) ทมี� ีความเกี�ยวข้องกับภาวะหัวใจหยุด
เขา้ รับการรักษาตวั ในโรงพยาบาลในชว่ ง เตน้
แรก และเป็ นองคป์ ระกอบท่ี ส�ำคญั ของ คำ�ำ แนะนำำ�ใหม่ที�สำ�ำ คัญและ
เหตกุ ารณต์ อ่ เนอ่ื งของการรอดชวี ติ จาก ปรบั ปรุงแล้ว การริเิ ริ่่ม� ดังั กล่า่ วสามโครงการ ได้แ้ ก่่
การชว่ ยชวี ติ Get With The Guidelines-Resuscitation
การใช้อปุ กรณเ์ คลื�อนท Registry ของ AHA (สำำ�หรัับ IHCA), AHA
• ความพยายามในการสนับสนุนความ เพอ�ื เรยี กตวั ผู�ชว่ ยเหลือ Cardiac Arrest Registry to Enhance
สามารถและความสมคั รใจของสมาชกิ Survival Registry (สำำ�หรัับ OHCA) และ
ของประชาชนทว่ั ไปในการท�ำ CPR ใหม่ (2020): การใช้เทคโนโลยโี ทรศัพท์ Resuscitation Outcomes Consortium
และการใชเ้ ครอ่ื ง AED จะชว่ ยปรับปรงุ มอื ถือโดยระบบรับแจง้ ฉกุ เฉินเพอ�ื แจง้ เตือน Cardiac Epistry (สำำ�หรัับ OHCA) และมีฐี าน
ผลลพั ธก์ ารชว่ ยชวี ติ ในชมุ ชน ผูเ� หน็ เหตุการณ์ท�ีสมคั รใจทีอ� ยู�ใกล้กับ ข้อ้ มูลู ระดับั ภูมู ิภิ าคจำำ�นวนมาก การทบทวน
เหตกุ ารณท์ อ�ี าจต้องทำำ� CPR หรือใช้ AED อย่า่ งเป็็ นระบบของ ILCOR ในปีี 2020 พบ
• วธิ กี ารใหมๆ่ ในการใชเ้ ทคโนโลยี นนั� เปน็ สิง� ท�ีสมเหตสุ มผล ว่า่ การศึกึ ษาวิจิ ััยส่ว่ นใหญ่ท่ ี่่ป� ระเมินิ ผลก
โทรศพั ทม์ อื ถอื เพอ่ื แจง้ เตอื นผชู ้ ว่ ยเหลอื ระทบของการลงทะเบียี นข้อ้ มูลู ทั้้ง� ที่่ม� ีหี รือื
ทวั่ ไปทไ่ี ดร้ ับการฝึกอบรมส�ำหรับ เหตผุ ล: แม้จ้ ะมีบี ทบาทซึ่ง�่ เป็็ นที่่ย� อมรัับ ไม่ม่ ีกี ารรายงานสาธารณะแสดงให้เ้ ห็็นถึงึ
เหตุกุ ารณ์ท์ ี่่ต� ้อ้ งทำำ� CPR นั้้น� เป็็ นสัญั ญาณ ของผู้้ต� อบสนองคนแรกในการช่ว่ ยเหลือื การปรัับปรุงุ การรอดชีวี ิติ จากภาวะหัวั ใจหยุดุ
ที่่ด� ีี และควรได้ร้ัับการศึกึ ษาเพิ่่ม� เติมิ เพื่่อ� ปรัับปรุงุ ผลลัพั ธ์ข์ อง OHCA แต่ช่ ุมุ ชน ทำำ�งานในองค์ก์ รและชุมุ ชนที่่เ� ข้า้ ร่ว่ มการลง
ส่ว่ นใหญ่ก่ ็็มีปี ระสบการณ์ข์ องการทำำ� CPR ทะเบียี นเกี่่ย� วกับั ภาวะหัวั ใจหยุดุ เต้น้
• ผใู ้ หบ้ รกิ ารสอื่ สารโทรคมนาคมระบบ โดยผู้้เ� ห็็นเหตุกุ ารณ์แ์ ละการใช้เ้ ครื่่อ� ง AED
ฉุกเฉนิ สามารถแนะน�ำใหผ้ เู ้ ห็นเหตกุ ารณ์ ในอัตั ราต่ำำ�� การตรวจสอบอย่า่ งเป็็ นระบบของ
ทำำ� CPR ด้ว้ ยมือื อย่า่ งเดียี วสำำ�หรัับผู้้ใ� หญ่่ ILCOR ล่า่ สุดุ พบว่า่ การแจ้ง้ เตือื นผู้้�ช่ว่ ยเหลือื
และเด็็ก กรอบงาน No-No-Go สามารถ ทั่่ว� ไปผ่า่ นแอปของสมาร์ท์ โฟนหรือื การแจ้ง้
นำำ�มาใช้ไ้ ด้อ้ ย่า่ งมีปี ระสิทิ ธิภิ าพ เตือื นโดยการส่ง่ ข้อ้ ความมีคี วามสัมั พัันธ์ก์ ับั
เวลาตอบสนองที่่ส� ั้้น� ลงของผู้้เ� ห็็นเหตุกุ ารณ์์
• ระบบการใหค้ ะแนนการเตอื นลว่ งหนา้ อัตั ราการทำำ� CPR โดยผู้้เ� ห็็นเหตุกุ ารณ์ท์ ี่่ส� ูงู
และทมี ทตี่ อบสนองอยา่ งรวดเร็วสามารถ ขึ้้น� เวลาในการช็อ็ คไฟฟ้้าที่่� สั้้น� ลง และอัตั รา
ป้องกนั ภาวะหวั ใจหยดุ ท�ำงานทงั้ ในโรง การรอดชีวี ิติ จนออกจากโรงพยาบาลที่่ส� ูงู ขึ้้น�
พยาบาลเด็กและผใู ้ หญ่ แตง่ านวจิ ัยมี สำำ�หรัับผู้้�ที่่ม� ีปี ระสบการณ์์ OHCA ความ
ความหลากหลายเกนิ กวา่ ทจี่ ะเขา้ ใจ แตกต่า่ งของผลลัพั ธ์ท์ างคลินิ ิกิ สามารเห็็นได้ ้
วา่ องคป์ ระกอบใดของระบบเหลา่ นท้ี ี่
เกยี่ วขอ้ งกบั ประโยชนท์ ไี่ ดร้ ับ

30 American Heart Association

เอกสารอ้างองิ

1. Merchant RM, Topjian AA, Panchal AR, et al. Part 1: executive summary: 2020 American Heart Association Guidelines for
Cardiopulmonary Resuscitation and Emergency Cardiovascular Care. Circulation. 2020;142(suppl 2):In press.

2. International Liaison Committee on Resuscitation. 2020 International Consensus on Cardiopulmonary Resuscitation and
Emergency Cardiovascular Care Science With Treatment Recommendations. Circulation. 2020;142(suppl 1):In press.

3. International Liaison Committee on Resuscitation. 2020 International Consensus on Cardiopulmonary Resuscitation and
Emergency Cardiovascular Care Science with Treatment Recommendations. Resuscitation. 2020:In press.

4. Morley P, Atkins D, Finn JM, et al. 2: Evidence-evaluation process and management of potential conflicts of interest:
2020 International Consensus on Cardiopulmonary Resuscitation Science With Treatment Recommendations. Circulation.
2020;142(suppl 1):In press.

5. Magid DJ, Aziz K, Cheng A, et al. Part 2: evidence evaluation and guidelines development: 2020 American Heart
Association Guidelines for Cardiopulmonary Resuscitation and Emergency Cardiovascular Care. Circulation.
2020;142(suppl 2):In press.

6. Sawyer KN, Camp-Rogers TR, Kotini-Shah P, et al; for the American Heart Association Emergency Cardiovascular Care
Committee; Council on Cardiovascular and Stroke Nursing; Council on Genomic and Precision Medicine; Council on
Quality of Care and Outcomes Research; and Stroke Council. Sudden cardiac arrest survivorship: a scientific statement
from the American Heart Association. Circulation. 2020;141:e654-e685. doi: 10.1161/CIR.0000000000000747

7. Jeejeebhoy FM, Zelop CM, Lipman S, et al; for the American Heart Association Emergency Cardiovascular Care
Committee, Council on Cardiopulmonary, Critical Care, Perioperative and Resuscitation, Council on Cardiovascular
Diseases in the Young, and Council on Clinical Cardiology. Cardiac arrest in pregnancy: a scientific statement from the
American Heart Association. Circulation. 2015;132(18):1747-1773. doi: 10.1161/CIR.0000000000000300

8. Berg RA, Sutton RM, Reeder RW, et al; for the Eunice Kennedy Shriver National Institute of Child Health and Human
Development Collaborative Pediatric Intensive Care Quality of Cardio-Pulmonary Resuscitation Investigators. Association
between diastolic blood pressure during pediatric in-hospital cardiopulmonary resuscitation and survival. Circulation.
2018;137(17):1784-1795. doi: 10.1161/CIRCULATIONAHA.117.032270

9. Wilson N, Kariisa M, Seth P, Smith H IV, Davis NL. Drug and opioid-involved overdose deaths—United States, 2017-2018.
MMWR Morb Mortal Wkly Rep. 2020;69(11):290-297. doi: 10.15585/mmwr.mm6911a4

10. Dezfulian, et al. Opioid-associated out-of-hospital cardiac arrest: distinctive clinical features and implications for
healthcare and public responses: a scientific statement from the American Heart Association. Circulation. 2020:In press.

11. Maron BJ, Udelson JE, Bonow RO, et al. Eligibility and disqualification recommendations for competitive athletes
with cardiovascular abnormalities: task force 3: hypertrophic cardiomyopathy, arrhythmogenic right ventricular
cardiomyopathy and other cardiomyopathies, and myocarditis: a scientific statement from the American
Heart Association and American College of Cardiology. Circulation. 2015;132(22):e273-e280. doi: 10.1161/
cir.0000000000000239

12. Maron BJ, Doerer JJ, Haas TS, Tierney DM, Mueller FO. Sudden deaths in young competitive athletes:
analysis of 1866 deaths in the United States, 1980-2006. Circulation. 2009;119(8):1085-1092. doi: 10.1161/
CIRCULATIONAHA.108.804617

13. Fung G, Luo H, Qiu Y, Yang D, McManus B. Myocarditis. Circ Res. 2016;118(3):496-514. doi: 10.1161/
CIRCRESAHA.115.306573

14. Marino BS, Tabbutt S, MacLaren G, et al; for the American Heart Association Congenital Cardiac Defects Committee
of the Council on Cardiovascular Disease in the Young; Council on Clinical Cardiology; Council on Cardiovascular and
Stroke Nursing; Council on Cardiovascular Surgery and Anesthesia; and Emergency Cardiovascular Care Committee.
Cardiopulmonary resuscitation in infants and children with cardiac disease: a scientific statement from the American
Heart Association. Circulation. 2018;137(22):e691-e782. doi: 10.1161/CIR.0000000000000524

15. Oster ME, Lee KA, Honein MA, Riehle-Colarusso T, Shin M, Correa A. Temporal trends in survival among infants with
critical congenital heart defects. Pediatrics. 2013;131(5):e1502-e1508. doi: 10.1542/peds.2012-3435

16. Abman SH, Hansmann G, Archer SL, et al; for the American Heart Association Council on Cardiopulmonary, Critical Care,
Perioperative and Resuscitation; Council on Clinical Cardiology; Council on Cardiovascular Disease in the Young; Council
on Cardiovascular Radiology and Intervention; Council on Cardiovascular Surgery and Anesthesia; and the American
Thoracic Society. Pediatric pulmonary hypertension: guidelines from the American Heart Association and American
Thoracic Society. Circulation. 2015;132(21):2037-2099. doi: 10.1161/CIR.0000000000000329

eccguidelines.heart.org 31

สำำ�หรัับข้อ้ มูลู เพิ่ม�่ เติิมเกี่ย่� วกับั หลักั สูตู รและโปรแกรมพิิทักั ษ์์ชีีวิิต
ของ American Heart Association โปรดติดิ ต่อ่ :
international.heart.org

2020

CGUUPIRIRDDE&ELEINNCECS

7272 Greenville Avenue
Dallas, Texas 75231-4596, USA
www.heart.org

JN-1092 10/20


Click to View FlipBook Version