The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติ ปราสาทบ้านเบญจ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by komen.ubn5, 2023-09-07 10:44:42

ประวัติ ปราสาทบ้านเบญจ์

ประวัติ ปราสาทบ้านเบญจ์

ประวัติ ปราสาทบ้านเบญจ์ (ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบเขมรโบราณ) ตั้งอยู่ที่บ้านหนองอ้ม ต าบลหนองอ้ม ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 63 กิโลเมตร บนเส้นทางเดชอุดม - น้ ายืน ปราสาทบ้านเบ็ญจ์ เป็นศาสนสถานขอมขนาดย่อมประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 หลัง ปราสาทบ้านเบญจ์ตั้งอยู่ที่บ้านหนองอ้ม ต าบลหนองอ้ม ปราสาทบ้านเบญจ์ เป็นศาสนสถานขอม ขนาดย่อมประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่สร้างแยกกัน กรมศิลปากรได้ท าการขุดแต่ง ในปี พ.ศ. 2533 ได้พบทับหลังรูปเทพนพเคราะห์ หรือเทวดาประจ าทิศทั้ง 9 องค์ และรูปพระอินทร์ทรงช้าง เอราวัณ จากลักษณะแผนผังทางสถาปัตยกรรม และภาพสลักบนทับหลังที่พบอาจก าหนดอายุ ปราสาทหลังนี้ ได้ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 16


ความเป็นมา ปราสาทบ้านเบญจ์เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นในช่วงเวลานี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเบญจ์ ต าบลหนองอ้ม อ าเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ลักษณะปราสาทเป็นศาสนสถานศิลปะเขมรโบราณ ประกอบด้วย ปราสาทก่อด้วยอิฐ 3 หลัง เรียงกันในแนวเหนือ-ใต้ ตั้งบนฐานศิลาแลง มีทางเข้าเพียงด้านเดียว องค์ปราสาท หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ล้อมรอบด้วยแนวก าแพงศิลาแลง โดยมักจะใช้ประดิษฐานเทพเจ้าตรีมูรติ เนื่องจากเป็น ศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ ตรงประตูทางเข้าด้านทิศตะวันออกปรากฏร่องรอยฐานศาลา จตุรมุขและซุ้มประตูทางเข้าหรือโคปุระ นอกจากส่วนประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ก่อด้วยอิฐแล้ว ยังมีเสา ประดับกรอบประตูสลักจากหินทรายทับหลังสลักจากหินทรายพบบริเวณตัวปราสาทซึ่งโกลนเป็นลวดลายท่อน พวงมาลัยมีแนวอุบะชั้นกลางเช่นเดียวกับทับหลังศิลปะเขมรแบบคลังหรือเกลียง อายุราวครึ่งแรกของพุทธ ศตวรรษที่ 16 และทับหลังพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ กรมศิลปากรด าเนินการขุดแต่งปราสาทหลังนี้เมื่อ พ.ศ. 2533 พบทับหลังเทพนพเคราะห์ที่สมบูรณ์มาก และปัจจุบันได้จัดแสดงพร้อมกัน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี


ในราวพุทธศตวรรษที่ 14 พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (ครองราชย์ระหว่าง 1345-1393) ได้รวบรวมอาณาจักร เจนละบก และเจนละน้ ารวมกันในนามกัมพุช ซึ่งเป็นจุดก าเนิดของยุคพระนครพร้อมกับการฟื้นตัวของศาสนา พราหมณ์ และการขยายตัวของพุทธศาสนาแบบทวารวดี (ระหว่าง พ.ศ.1420-1432) ในสมัยพระเจ้า อินทรวรมันที่1 อาณาจักรกัมพุชเริ่มขยายอ านาจทางการเมืองเข้ามายังเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือในพุทธ ศตวรรษที่ 14-15 ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีของวัฒนธรรมเขมร สมัยเมืองพระนครบริเวณที่ราบสูง โคราชอย่างแพร่หลายนั้น แสดงถึงความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมระหว่างชุมชนทั้งสอง


นอกจากนี้ภาพถ่ายทางอากาศยังแสดงถึงร่องรอยของชุมชนโบราณในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ตามวัฒนธรรมเขมรยุคพระนคร เช่น การสร้างบาราย แนวคูน้ าคันดิน การค้นพบหลักฐานโบราณสถาน และ โบราณวัตถุในยุคร่วมวัฒนธรรมเขมรสมัยพระนครแสดงว่าพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีมีพัฒนาการท าง ประวัติศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง


อิทธิพลวัฒนธรรมเขมรสมัยเมืองพระนครคงจะสิ้นสุดลงพร้อมกับรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวกลางพุทธศตวรรษที่ 18 หลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการต่างๆ ของชุมชนในเขตจังหวัด อุบลราชธานีเริ่มลดน้อยลงและหายไปในที่สุด จนถึงราวพุทธศตวรรษที่ 23 จึงเริ่มปรากฏหลักฐานการ เคลื่อนย้ายของกลุ่มชนไทย-ลาว เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่พร้อมๆกับการเริ่มต้นของวัฒนธรรมไทย-ลาว ที่ด ารง มาจนถึงทุกวันนี้ พิกัดภูมิศาสตร์ ปราสาทบ้านเบ็ญจ์ ที่ตั้ง ปราสาทบ้านเบญจ์ ต าบลหนองอ้ม อ าเภอทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี


วีดีโดพาเที่ยว ปราสาทบ้านเบญจ์ (ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบเขมรโบราณ)


บรรณานุกรม สมศรี ชัยวณิชยา. (2556). เอกสารประกอบการสอน วิชา 1432 324 ประวัติศาสตร์อุบลราชธานี. อุบลราชธานี: สาขาวิชามนุษยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. ปราสาทบ้านเบญจ์, เข้าถึง เ มื่ อ วั น ที่ 2 0 กั น ย า ย น 2 5 6 0 , http: / / www. qrcode. finearts.go. th/ index. php/ th/historic- site/hs-ubonrajchathani/prasatbanben/prasatbanben01 http://www .ESAN INFORMATION @UBON RATCHATHANI สารสนเทศท้องถิ่นอีสาน ณ อุบลราชธานี


Click to View FlipBook Version