The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tansuda Osot, 2021-02-01 08:03:30

เศรษฐศาสตร์ (1)

เศรษฐศาสตร์ (1)

เศรษฐศาสตร์

เบืองต้น

ความหมายของ
เศรษฐศาสตร์

เศรษฐศาสตร์ เปนวิชาทีศึกษาถึง
กิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์
เพือผลิต บริโภค กระจาย แลก
เปลียนสิ นค้าและบริการ โดยการ
จัดสรรทรัพยากร ทีเปนปจจัยการ
ผลิตอันมีอยู่อย่างจาํ กัดเพือตอบ
สนองความต้องการของมนุษย์ทีมี
อย่างไม่จาํ กัด

นกั เศรษฐศาสตรค์ นสาํ คญั

อัลเฟรด มาร์แชล

นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษผู้ริเริมทฤษฏีทาง
เศรษฐศาสตร์จุลภาคเปคนแรก เขียนผลงาน
พฤติกรรมผู้บริโภค ผู้ผลิต (เสนอทฤษฎีว่าด้วย
การผลิต)

จอห์น เมนาร์ด เคนส์

ผู้ริเริมทฤษฏี ทางเศรษฐศาสตร์มหภาคเปนคน
แรก ได้รับยกย่องว่าเปน “บิดาของวิชา
เศรษฐศาสตร์มหภาค” โดยเสนอ นโยบายวิธี
แก้ปญหาการว่างงาน การเงิน การคลัง การ
ออม การลงทุน

อดัม สมิธ

ชาวอังกฤษได้รับสมญา “บิดาแห่งวิชา
เศรษฐศาสตร์” เขียนหนังสื อ “AN INQUIRY IN
TO THE NATURE AND CAUSES OF THE
WEALTH OF NATIONS” เปนหนังสื อ
เศรษฐศาสตร์เล่มแรกกล่าวถึงทําอย่างไร
ประเทศจึงจะรํารวย พู ดถึงเรืองกลไกสําคัญที
เชือมโยงระหว่างสั งคมกับธุรกิจให้ผลประโยชน์
ร่วมกัน เรืองกลไกของตลาด การกําหนดมูลค่า
ของราคาสิ งของ การบริหารการคลัง
การกระจายรายได้ การค้าระหว่างประเทศ

สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์

เศรษฐศาสตรจ์ ุลภาค

เศรษฐศาสตร์จุลภาคเปนวิชาแขนงหนึงของ
วิชาเศรษฐศาสตร์ ซึงจะศึกษาพฤติกรรมของ
แต่ละหน่วยเศรษฐกิจขนาดเล็ก เช่นการศึกษา
พฤติกรรมของผู้บริโภคว่าผู้บริโภคมีการตัดสิ น
ใจซือสิ นค้าอย่างไรเพือให้ตอบสนองความ
ต้องการสู งสุ ด หรือศึกษาพฤติกรรมการใช้
ท รั พ ย า ก ร ข อ ง ห น่ ว ย ผ ลิ ต อ ย่ า ง ไ ร เ พื อ ใ ห้ ไ ด้ ผ ล
กาํ ไรสู งสุ ด

เศรษฐศาสตรม์ หาภาค

เศรษฐศาสตร์มหภาค (MACROECONOMICS)
เปนการศึกษาภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ของทุก
หน่วยเศรษฐกิจรวมกันทังระบบเศรษฐกิจหรือ
ทังประเทศ อันได้แก่ การผลิตของระบบ
เศรษฐกิจ การบริโภค การออม และการลงทุน
รวมของประชาชน การจ้างงาน ภาวะการเงิน
และการคลังของประเทศ ฯลฯ เศรษฐศาสตร์
มหภาคโดยทัวไปจะครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น
รายได้ประชาชาติ วัฏจักรเศรษฐกิจ เงินเฟอ
และระดับราคา การคลังและหนีสาธารณะ
เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ การเงินและ
สถาบันการเงิน และเศรษฐศาสตร์การพัฒนา
ฯลฯ

ความเปนมาของวชิ า
เศรษฐศาสตรใ์ น
ประเทศไทย

เชือกันว่าการดาํ เนินการเกียวกับเศรษฐกิจ
ตังแต่สมัยสุ โขทัยเปนต้น มาอาศัยแนวความคิด
เศรษฐกิจแบบเสรี เห็นได้จากหลักศิลาจารึกใน
สมัยพ่อขุนรามคาํ แหงมหาราชมีใจความตอน
หนึงว่า ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้า
ค้า ใครจักใคร่ค้าเงินค้าทองค้า ไพร่ฟาหน้าใส
อย่างไรก็ตาม ในสมัยนันยังไม่มีการรวบรวม
ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ไว้เปนหลักเกณฑ์ ที
แน่นอน จนกระทังในป พ.ศ. 2454 พระยา
สุ ริยานุวัตรได้แต่งตําราเศรษฐศาสตร์เล่มแรก
ขึนมีชือว่า ทรัพยศาสตร์ โดยมีสาระเกียวกับ
การสร้างทรัพย์และผลตอบแทนในรูปต่างๆ
ได้แก่ ค่าเช่า ค่าจ้าง กาํ ไร ฯลฯ แต่ก็มิได้นาํ
ออกเผยแพร่ในขณะนัน

ต่อมาในป พ.ศ. 2475 จึงได้พิมพ์เผยแพร่โดย
ใช้ชือว่า เศรษฐศาสตร์วิทยาภาคต้น เล่ม 1 และ
ในป พ.ศ. 2459 กรมหมืนพิทยาลงกรณ์
(น.ม.ส.) ได้ ทรงแต่งตําราเรือง ตลาดเงินตรา
ขึน แต่ก็ไม่เปนทีแพร่หลายนัก

ก า ร ศึ ก ษ า วิ ช า เ ศ ร ษ ฐ ศ า ส ต ร์ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย
เริมขึนอย่างจริงจังเมือมีการก่อตังมหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์และการเมืองในป พ.ศ. 2477
โดยได้มีการเปดสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ ซึงใน
ขณะนันได้มีผู้รู้ทางเศรษฐศาสตร์ของไทยแต่ง
ตาํ ราเศรษฐศาสตร์เพิมเติมจากเดิม ได้แก่ นาย
สหัส กาญจนพังคะ แปลตําราชือ หลัก
เศรษฐศาสตร์ของชาลส์ จีด จากตาํ รา THE
PRINCIPLES OF POLITICAL ECONOMY ของ
ศาสตราจารย์ชาลส์ จีด (CHARLES GIDE) ในป
พ.ศ. 2479 พระสารสาส์ นพลขันธ์ได้แต่งตาํ รา
ชือ เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการค้า และ
เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการเงิน ในป พ.ศ. 2480
และ 2481 ตามลําดับ

อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ต้อง
หยุดชะงักไปเนืองจากเกิดสงครามโลกครังที 2
โดยภายหลังจากสงครามสงบลง ในป พ.ศ.
2492 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง
ได้จัดแบ่งการศึกษาออกเปนสาขาวิชาต่างๆ 4
คณะด้วยกัน คือ คณะเศรษฐศาสตร์ คณะ
พาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะรัฐศาสตร์
และคณะนิติศาสตร์ นับตังแต่นันมาจึงได้มีการ
ศึกษา วิชาเศรษฐศาสตร์กันอย่างแพร่หลายใน
สถาบันการศึกษาต่างๆ ทังในระดับปริญญาตรี
ปริญญาโท และปจจุบันในระดับปริญญาเอก
รวมทังได้ขยายการศึกษาออกไปสู่ ระดับตํากว่า
ปริญญาตรีด้วย

ปญหาทางเศรษฐกจิ

จะผลติ อะไร

หมายถึง ปญหาในการตัดสิ นใจว่าจะผลิตสิ นค้า
และบริการชนิดใดบ้าง จาํ นวนเท่าไร ปญหาข้อนี
เกิดขึนเนืองจากคนในสั งคมมีความต้องการ
สิ นค้าและบริการ หรือเศรษฐทรัพย์มากมาย
หลายชนิดจนนับไม่ถ้วน แต่มีทรัพยากรอยู่จาํ กัด
ในจาํ นวนหนึงเท่านันจะเอาไปผลิตเศรษฐทรัพย์
ให้ครบถ้วนทุกชนิดและตามปริมาณทีต้องการ
ทังหมดนันย่อมเปนไปไม่ได้

จะผลิตอยา่ งไร

คือ จะผลิตสิ นค้าเหล่านันอย่างไร กล่าวอีกนัย
หนึงก็คือ จะผลิตสิ นค้าแต่ละชนิดโดยอาศัย
เทคนิคหรือวิธีการผลิตแบบใด จะผสมปจจัย
การผลิตชนิดใดบ้างในสั ดส่ วนเท่าใดเพราะการ
ผลิตสิ นค้าแต่ละชนิดอาจเลือกใช้วิธีการผลิตได้
หลายแบบหลายวิธี แต่ละวิธีอาจให้ผลผลิตและ
มีต้นทุนทีแตกต่างกันไป

ปญหาทางเศรษฐกจิ

จะผลิตเพือใคร

คือ จะกระจายหรือจัดสรรสิ นค้าและบริการที
ผลิตขึนได้ไปยังบุคคลต่างๆในสั งคมอย่างไร
ใครควรจะได้รับสิ นค้านันๆ บ้าง ในปริมาณ
เท่าใด เพราะการจัดสรรหรือกระจายสิ นค้ามีอยู่
หลายวิธีและวิธีการจัดสรรทีต่างกัน อาจส่ งผล
ต่อสวัสดิการในสั งคมทีแตกต่างกันได้
ป ญ ห า พื น ฐ า น ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ทั ง ส า ม ป ร ะ ก า ร
ข้างต้น หรือทีเรียกย่อๆ เปนภาษาอังกฤษว่า
ปญหา WHAT HOW และ FOR WHOM เปน
ปญหาทีจะอยู่คู่กับมนุษย์และสั งคมตลอดไป
ตราบเท่าทีโลกนียังไม่มีความพอดีกันระหว่าง
ทรัพยากรกับความต้องการ และปญหานีเองที
ทําให้เกิดการแสวงหาแนวทางในการเลือกใช้
ทรัพยากรเพือให้บรรลุสวัสดิการสู งสุ ด

จดั ทําโดย
นางสาวธัญสดุ า โอสถ

ชันม.5/3 เลขท1ี 3


Click to View FlipBook Version