The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สมาชิก
นาย คีรติ แก้วศรีข้าว เลขที่ 2
นาย ณัฐพงศ์ ทองเลื่อน เลขที่ 6
นาย ธนวิชญ์ เรืองติก เลขที่ 10
นาย นุฎน สกุลคง เลขที่ 15
นางสาว ปรางชนก ปรางทอง เลขที่ 18
นาย ภัทรพล เกลี้ยงมาก เลขที่ 22
นาย เมธา พัชรวังสกุล เลขที่ 24
นาย วารุตดีล ม้องพร้า เลขที่ 25

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Prangchanok Prangtong, 2023-03-05 14:25:10

ร็องเง็ง

สมาชิก
นาย คีรติ แก้วศรีข้าว เลขที่ 2
นาย ณัฐพงศ์ ทองเลื่อน เลขที่ 6
นาย ธนวิชญ์ เรืองติก เลขที่ 10
นาย นุฎน สกุลคง เลขที่ 15
นางสาว ปรางชนก ปรางทอง เลขที่ 18
นาย ภัทรพล เกลี้ยงมาก เลขที่ 22
นาย เมธา พัชรวังสกุล เลขที่ 24
นาย วารุตดีล ม้องพร้า เลขที่ 25

Keywords: ร็องเง็ง

ร็ร็ ร็ อ ร็ องงเเ ง็ง็ ง็ ง ง็ ง ภูภูภู เ ภู เ ก็ก็ ก็ ต ก็ ต วัฒนธรรมที่ (เกือบ) ถูกลืม



E-book เล่มนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษา (1103101) เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง ประวัติของจังหวัดภูเก็ต ความสัมพันธ์ ระหว่างภูเก็ตกับมลายู วัฒนธรรมการแสดงร็องเง็ง อย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียนรู้ผู้ จัดกำ หวังว่า E-bookเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำ ลังหาข้อมูล เรื่องนี้อยู่ หากมีข้อแนะนำ หรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำขอขออภัยมาณที่นี้ด้วย E-book เล่มนี้สำ เร็จได้ด้วยดี คณะผู้จัดทำขอขอบคุณอาจารย์ผู้สอบที่คอยให้ความช่วย เหลือ ตลอดจบการให้คำ แนะนำที่ดี คุณค่าและประโยชน์ใดๆ ที่เกิดจากE-book เล่uนี้ คณะผู้จัด ทำขอมอบแด่นักเรียนและครู อาจารย์ และทุกๆท่านที่มีส่วนร่วม คำ นำ ข



ส า ร บั ญ คำ นำ ก ว่า จะมา เ ป็นภู เก็ต เมือง ผู้ค น ชนชาติ • แ ข กมลายู มาอยู่ไทย เล่า ข า น ตำ น า น ร็อง เง็ง • ร้อง..เต้ น จ น เ ป็นวั ฒ น ธรรม แม่จิ้ ว ประโมงกิ จ เ อกลัก ษ ณ์ร็อง เง็ง • ก ารแต่งก าย • เครื่องด นตรี และ เ พลง • ลัก ษ ณ ะก ารเต้ นรำ ก ารอนร็อง เง็งในภู เก็ต อ้าง อิง สมาชิก ข12345678


อ้างอิงจากได้มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่บ้านกมลา อำ เภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ขุดพบ เครื่องมือหินและขวานหินเป็นการแสดงให้ทราบว่ามี มนุษย์อาศัยในดินแดนแถบนี้ไม่ต่ำ กว่า 3,000 ปี มาแล้ว และได้มีหลักฐานการ กล่าวถึงดินแดนในแถบนี้อีกครั้ง เมื่อปี พ .ศ.700 หรือ คริสต์ศตวรรษที่ 2 ในบันทึก ของนักเดินเรือ ชื่อ คลอดิอุส ปโตเลมี กล่าวถึงผืนดินหรือแผ่นดินในส่วนนี้ว่า แหลมตะโกลา เป็นผืนดินที่ถูก ดันออกมาทางใต้กลายเป็นแหลมยาวๆ อยู่ส่วนปลายสุดของจังหวัดพังงา อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของ รอยเลื่อน ของเปลือกโลกขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า รอยเลื่อนคลองมารุย (Klong Marui Fault) ซึ่งวางตัว เป็นแนวยาวจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพังงา ลงมาทางทิศตะวันออกของภูเก็ต ต่อมาได้ถูกคลื่นลมในทะเล กัดเซาะ และตัดพื้นที่ดังกล่าวนี้ ออกจากผืนแผ่นดินใหญ่ จนกลายเป็นเกาะโดยเกิดร่องน้ำ ระหว่างจังหวัดภูเก็ต และพังงาขึ้น กว่าจะมาเป็น ภูเ คำ ว่ ก็ว่า “ภูเก็ต” ก็ ต นั้น เชื่อว่าเพี้ยนมาจาก ภาษามลายูคำ ว่า “บูกิ๊ต” ซึ่งแปลว่าภูเขา และเดิมใช้คำ ว่า “ภูเก็จ” ซึ่งในภาษาของชาวทมิฬ แปลว่า “ภูเขาแก้ว” เป็นคำที่ชาวทมิฬใช้เรียกมณีคราม นอกจากนี้ภูเก็ตยัง มีชื่ออื่นๆ ที่ถูกเรียกขานมาตั้งแต่อดีตอีกหลายชื่อ เช่น แหลมตะโกลา จังซีลอน สิลัน ถลาง และทุ่งคา เป็นต้น 1


แขกในที่นี้หมายถึง ชนชาวอินเดียและอาหรับ โดยเฉพาะแขกอินเดีย ได้เข้ามาค้าขายนานมาแล้ว บางพวก ได้เข้ามาเลี้ยงวัวแถวเมืองระนองก่อนแล้วจึงย้ายถิ่นฐานมา อยู่เมืองตะกั่วป่า และเมืองถลางเมื่อมาอาศัยอยู่นานๆเข้าลูก หลานก็เป็นคนไทย เมือง ผู้คน ชนชาติ จังหวัดภูเก็ตในอดีตเจ้าถิ่นเดิม ได้แก่ เงาะซาไก และชาวน้ำ (ชาวเล หรือ ชาวไทยใหม่) ต่อมาได้มีชาวอินเดีย ชาวไทยและชาวจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยนอพยพเข้า มา สำ หรับชาวไทยได้มีการอพยพเข้ามาอาศัยมากขึ้น ทำให้ สามารถยึดครองภูเก็ตได้มากกว่าชาติอื่น และในที่สุดชาวไทย ที่อาศัยอยู่ก็ได้นำ เอาวัฒนธรรมของชาติต่างๆ มาปรับปรุงและ ดัดแปลง จนกระทั่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของชาวภูเก็ตสืบ เนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และหนึ่งชนชาติที่เป็นเอกลักษณ์สำ คัญ ของวัฒนธรรมดนตรีและการแสดงพื้นบ้านของภูเก็ต นั่นคือ ชาวมลายู แขก มลายู มาอยู่ไทย 2


รองเง็ง เป็นศิลปะการสแสดงในกลุ่มชาติพันธุ์มลายู เป็นการเต้นรำ พื้นบ้านที่ มีความสวยงามทั้ง ลีลาการเคลื่อนไหวของมือ เท้า ลำ ตัว และการแต่งกายของผู้ แสดง ผสมกลมกลืนกับดนตรีที่ไพเราะ เป็นศิลปะการแสดงที่มีการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับ ตะวันตกโดยเฉพาะโปรตุเกสที่เดินทางเข้ามาค้าขายในดินแดนแถบมะละกาเมื่อ ครั้งอดีต คือการเต้นราจับคู่ระหว่างชายหญิง โดยคล้องแขน หมุนตัวไปมาตาม จังหวะดนตรี ทาให้เกิดการเลียนแบบขึ้นในกลุ่มชนชาวพื้นเมืองมลายูและขยายไป สู่ ชุมชนใกล้เคียง จนกลายมาเป็น รองเง็ง เล่่่ล่่่ ล่่่ า ล่่่ าขาน ตำตำตำตำนานร็ร็ ร็ อร็ องเง็ง็ ง็ง็ ร้อ ร้ง…เต้น ต้ ร้อ ร้ง…เต้น ต้ จนเป็นป็วัฒวั นธรรม จนเป็นป็วัฒวั นธรรม รองเง็งชาวเล เป็นนาฏศิลป์พ้ืนเมืองของ ชาวเล ที่ตั้ง ถิ่นฐานในจังหวัดภูเก็ต มีการสืบทอด กันมาต้ัง แต่สมัยบรรพบุรุษ โดยมีท่าเต้นท่ี สวยงาม มีดนตรี ทานองเพลงและเน้ือเพลงมี ความสละสลวย ทานองไพเราะ จนไดร้ ับการ ยอมรับในแวดวงวิชาการว่าเป็ นการแสดงทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นระดับ สากล และสะท้อนถึง ความเป็นอันดามันได้อย่างชัดเจน มีการแสดง ประกอบในพิธีลอยเรือของ ชาวเล ซ่ึงเป็ นพิธีกรรมที่สำ คัญมากของชาวเล ร็องเง็งชาวเล 3


นางจิ้ว ประโมงกิจ สืบเชื้อสายมาจาก เผ่าโอรังลาโอด ซึ่งเป็นกลุ่มชนดั้งเดิมที่ เร่ร่อนอยู่ในทะเลอันดามัน และได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เกาะสิเหร่ อำ เภอเมือง จังหวัดภูเก็ต สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ได้พระราชทานนามสกุล ใหม่ให้เผ่าชาวเลใต้ที่เกาะสิเหร่ว่า“ประโมงกิจ” ครอบครัวนายอาจ และ นางจำ ปา จึงได้ใช้นามสกุล “ประโมงกิจ” นางจิ้ว ประโมงกิจ เร่ร่อนตามพ่อและแม่ ทำ มา หากินในท้องทะเล ยามว่างก็มีโอกาสเรียนการร่ายรำ ที่เรียกว่า“รองเง็ง” จากยายปาซิ้ว ซึ่งเป็น ผู้มีความสามารถ รำ รองเง็งของกลุ่มชาวเล ผู้ที่สามารถจำ บทเพลง และ ทำ นอง การร่ายรำ ได้มากที่สุด นางจิ้ว จึงได้รับความไว้วางใจให้เป็นแม่แบบ ใน การถ่ายทอดท่ารำ ให้แก่ครู นักเรียน ในโรงเรียนต่างๆ แม่ม่ ม่ จิ้ ม่ จิ้ จิ้ วจิ้ ว ผลงานและรางวัลที่ได้รับ 1. ได้รับรางวัลชนะเลิศในการรำ รองเง็งของจังหวัดสตูล 2. เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรำ รองเง็งถวายในพระตำ หนักสวนจิตรลดา 3.รำ รองเง็งถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเมื่อพระองค์เสด็จเยี่ยมเผ่าชาวเลใต้ ที่เกาะสิเหร่พ.ศ.2533 4. นักอนุรักษ์มรดกไทยดีเด่น สาขาดนตรีและนาฏศิลป์ ประจำ ปีพ.ศ.2535 ของคณะอำ นวยการวันอนุรักษ์มรดกไทย 5.รับพระราชทานโล่และเข็มเกียรติคุณอนุรักษ์มรดกไทย จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 6. ได้ดำ เนินงานทางด้านการร้อง และรำ รองเง็ง เพื่อนันทนาการบันเทิง มาตั้งแต่พ.ศ.2488 จนถึงปัจจุบัน หากนับในช่วงวัยรุ่นที่ร่วมรำ กับคณะรองเง็งชุดเก่าก็มากกว่า 50 ปี 7. เป็นหัวหน้าคณะรองเง็งชาวเกาะสิเหร่ที่มีชื่อเสียงมาก 8. มีความสามารถในการดั้นกลอนสดเป็นทำ นองเพลงรองเง็ง มีปฏิภาณไหวพริบที่ต่อกลอนเพลงรองเง็ง ในช่วงวัยรุ่นและวัยสาว สามารถรำ “ลงตงห้อย” อันเป็นนาฏศิลป์รองเง็งที่ยอดเยี่ยม สามารถร้องเพลงรองเง็งนับเป็นร้อยๆ เพลงโดยไม่ซ้ำ เนื้อเพลงได้ตลอด ทั้งคืน ประโมงกิกิ กิ จกิ จ 4


เครื่องดนตรีและ เพลง เพลงลาฆูดูวอ เป็นเพลงเร็ว ชื่อเพลงหมายถึง “เพลงที่สอง” เพลงลานัง เป็นเพลงเร็วและช้าสลับกัน ชื่อเพลงหมายถึง น้ำ ใสที่ไหลหยด เครื่องดนตรีที่ใช้ในการแสดง ๑. กลองรำ มะนา ๒. ฆ้อง ๓. ไวโอลิน (เป็นเครื่องดนตรีหลักที่สำ คัญ) เพลงที่นิยมใช้เต้นรำ มีราว ๗ เพลง 1. 2. น้ำ ตาที่ไหลปีติ 3.พลงปูโจ๊ะปิซัง ชื่อเพลงหมายถึง “ยอดตอง” เปรียบเสมือนยอดแห่งความรัก ที่กำ ลังสดชื่น 4.เพลงจินตาซายัง ชื่อเพลงหมายถึง ความสำ นึกในความรักอันดูดดื่ม 5.เพลงอาเนาะดีดิ ชื่อเพลงหมายถึง ลูกบุญธรรมหรือลูกสุดที่รัก 6.เพลงมะอีนังชวาเป็นเพลงช้าชื่อเพลงหมายถึง แม่นมหรือพี่เลี้ยงชาวชวาได้ท่ารำ คำ ร้องเดิมมาจากชวา 7.เพลงมะอีนังลามา ชื่อเพลงหมายถึง แม่นมหรือพี่เลี้ยง เป็นเพลงเก่าแก่ เอกลัลั ลั ก ลั กษณ์ณ์ ณ์ ร็ ณ์ ร็ร็อร็งเง็ง็ง็ง็ การแต่งกาย ผู้ชายสวมหมวกหนีบไม่มีปีก (หรือที่เรียกหมวกแขก) สีดำ หรือบางทีอาจจะสวม “ชะตางัน” หรือโพกผ้าแบบเจ้าบ่าวมุสลิม ก็ได้ นุ่งกางเกงขากว้าง (คล้ายกางเกงขาก๊วยของคนจีน) ใส่เสื้อคอกลม แขนยาวผ่าครึ่งอกสีเดียวกับกางเกง ใช้ผ้าหน้าแคบคล้ายผ้าขาวม้า เรียก “ผ้าลิลินัง” หรือ “ผ้าซาเลนดัง” เป็นผ้าไหมยกดอกดิ้นทองดิ้นเงิน ผืนงามพันรอบสะโพกคล้ายนุ่งโสร่งสั้นทับกางเกงอีกชั้นหนึ่ง ผู้หญิง ใส่เสื้อเข้ารูป แขนกระบอกเรียกเสื้อ “บันดง” ยาวคลุม สะโพก ผ่าอกตลอด ติดกระดุมทอง เป็นแถวยาว นุ่งผ้าถุงสีหรือลาย ยาวกรอมเท้า มีผ้าผืนยาวบางๆ คลุมไหล่ให้สีตัดกับสีเสื้อ การแต่งกาย 5


การอนุนุนุ รั นุ รั รั ก รั กษ์ษ์ ษ์ ร็ ษ์ ร็ร็อร็งเง็ง็ง็ง็ ในจัจั จั งจั งหวัวั วั ดวั ดภูภูภู เ ภู เก็ก็ก็ตก็ ลักษณะการเต้นรำ ลักษณะการเต้นรำ เมื่อดนตรีขึ้นเพลง ผู้ชายจะไปโค้งฝ่ายหญิง แล้วพากันไปเต้นรำ เป็นคู่ๆ ตามจังหวะเพลง มีทั้งช้าและเร็ว หรือสลับกัน กระบวนท่ามีทั้งท่ายืน ท่านั่ง ปรบมือ เล่นเท้า หมุนตัววาดลวดลายไล่เลียงกันด้วยความชำ นาญ และเข้ากับ จังหวะเพลงอย่างสวยงามน่าดู สนุกสนาน เร้าใจ การเต้นรำ จะไม่ ถูกเนื้อต้องตัวกัน เน้นความสุภาพความอ่อนช้อย ไม่หยาบโลน เน้นศิลปะความสวยงาม พัฒนาหลักสูตรการเรียนที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ โดยการสอนรำ รองเง็งซึ่งเป็นกิจกรรมเคลื่อนไหว และจังหวะ ให้เด็กปฐมวัยเพื่อเป็นการอนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้กับคนในชุมชน ฐานรากในส่วนของการพัฒนาหลักสูตรการ เรียนรู้ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น คณะครุศาสตร์ได้พัฒนาครูในพื้นที่โดยนำ การพัฒนาทักษะสมอง EF สำ หรับครูปฐมวัยไปใช้จัดการเรียนการสอนให้กับเด็กปฐมวัย และนำ รองเง็งลงไปจัดกิจกรรมเคลื่อนไหว และ จังหวะให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อเป็นการอนุรักษ์ การละเล่นของชาวบ้านในพื้นที่เกาะสิเหร่ และสืบสานวัฒนธรรมท้อง ถิ่น ซึ่งเด็กจะสามารถต่อยอดและนำ ไปใช้ได้ในอนาคต โดยอาจารย์และนักศึกษามีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้ และความเชี่ยวชาญในศาสตร์ของมหาวิทยาลัยสู่การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่เป้าหมาย ทำ ให้โรงเรียนใน พื้นที่เป้าหมาย สามารถนำ ความรู้ที่ได้ไปจัดการเรียน การสอนกับเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งมี การเชื่อมโยงให้สอดคล้องเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้และจัดตั้งกลุ่มนักเรียน เพื่อแสดงรองเง็งรุ่นเด็ก (รองเง็งคิดส์) 6


อ้างอิง แหล่งเรียนรู้ร็องเง็ง : https://www.bypkru.org/activity/learning-courses-that-are-aligned-with-localidentity ประวัติแม่จิ้ว ประโมงกิจ : http://phuket99.blogspot.com/2013/05/blog-post_7104.html เอกลักษณ์ร็องแง็ง : ttps://sites.google.com/site/looknampattalung/phumipayya-ni-dan-silpkarsaedng/rxngngeng ประวัติจังหวัดภูเก็ต : https://www.phukettourtoday.com/info/phuket/history


สมาชิก คีรติ แก้วศรีขาว 6410473102 ณัฐพงศ์ ทองเลื่อน 6410473106 ธนวิชญ์ เรื่องติก 6410473110 นุฎน สกุลคง 6410473115 ปรางชนก ปรางทอง 6410473118 ภัทรพล เกลี้ยงมาก 6410473122 เมธา พัชรวังสกุล 6410473124 วารุตดีล ม้องพร้า 6410473125


Click to View FlipBook Version