ก46
4ก7
4ก8
ใบงาน กิจกรรมที่ 11
เร่ือง ทักษะการให้นิยามเชิงปฏบิ ตั กิ ารของตวั แปร
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เม่อื กาหนดปัญหา ขอ้ มูลหรือสถานการณใ์ ห้ สามารถให้นิยามเชิงปฏิบตั ิการของตวั แปรได้
คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนนานิยามที่ระบใุ ห้ไปเตมิ หนา้ ขอ้ ความใหถ้ ูกตอ้ ง
นยิ ามเชิงปฏบิ ัตกิ าร นยิ ามทว่ั ไป
1. คาร์บอนไดออกไซด์
..................................... ก. คาร์บอนไดออกไซด์ หมายถึง สารประกอบชนิดหน่ึงท่มี ีคุณสมบตั ไิ มช่ ่วยใหไ้ ฟ
ตดิ ถา้ จุดไฟแหยล่ งไปในหลอดทดลองมแี กส๊ น้ีอยไู่ ฟจะดบั อยา่ งรวดเร็ว
..................................... ข. คาร์บอนไดออกไซด์ หมายถงึ สารประกอบชนิดหน่ึงซ่ึงแต่ละโมเลกลุ ของ
คาร์บอนไดออกไซดป์ ระกอบดว้ ยธาตคุ าร์บอน 1 อะตอมและธาตุออกซิเจน 2 อะตอม
2. ตวั นาไฟฟ้า
..................................... ก. ตวั นาไฟฟ้า หมายถงึ วตั ถทุ ก่ี ระแสไฟฟ้าไหลผา่ นไดง้ ่าย
..................................... ข. ตวั นาไฟฟ้า หมายถึง วตั ถทุ น่ี ามาต่อกบั แบตเตอร่ีหลอดไฟและต่อให้ครบวงจร
แลว้ ยงั คงทาให้หลอดไฟสวา่ ง
3. กระแสไฟฟ้า
..................................... ก. กระแสไฟฟ้า หมายถึง ปริมาณการเคลือ่ นท่ีของอเิ ล็กตรอนในตวั นาไฟฟ้า
..................................... ข. กระแสไฟฟ้า หมายถึง ปริมาณกระแสไฟฟ้าทีอ่ ่านไดจ้ ากเครื่องวดั มหี น่วยเป็น
มิลลิแอมแปร์
4. ความหนาแน่น
..................................... ก. ความหนาแน่น หมายถึง อตั ราส่วนระหว่างมวลของวตั ถุกบั ปริมาตรของวตั ถนุ ้นั
..................................... ข. ความหนาแน่น หมายถึง ปริมาณมวลสารของวตั ถุน้นั
5. ทรงกระบอก
..................................... ก. ทรงกระบอก หมายถึง วตั ถุ 3 มิตทิ ่ีมฐี านท้งั สองเป็นรูปวงกลมและดา้ นขา้ ง
โคง้ เป็นวงกลม
..................................... ข. ทรงกระบอก หมายถงึ วตั ถุ 3 มติ ทิ ่ีมีฐานท้งั สองเป็นรูปวงกลมท่ีเทา่ กนั ฐานท้งั
สองอยใู่ นระนาบที่ขนานกนั และเมอ่ื ตดั ดว้ ยระนาบท่ขี นานกบั ฐานจะไดร้ อยตดั เป็นวงกลมทเี่ ท่ากนั
ก49
ก50
5ก1
ใบงาน กิจกรรมที่ 12
เรื่อง ทกั ษะการทดลอง
จุดประสงค์การเรียนรู้
เมอ่ื กาหนดปัญหา ขอ้ มูลหรือสถานการณ์ให้ สามารถออกแบบการทดลอง ดาเนินการทดลองเพื่อ
ตรวจสอบสมมุตฐิ านได้
คาชี้แจง ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ต้งั สมมตฐิ าน ออกแบบและดาเนินการทดลองจากปัญหาทมี่ ีอยู่
1. ปัญหา : การเก็บลูกปัดแตล่ ะสีในสนามหญา้ จะเร็วหรือชา้ ข้นึ อยกู่ บั ปัจจยั อะไรบา้ ง
2. สมมุตฐิ าน..........................................................................................................
3. การกาหนดและควบคุมตวั แปร
ตวั แปรตน้ ไดแ้ ก.่ ..................................................................................................
ตวั แปรตาม ไดแ้ ก่ ...............................................................................................
ตวั แปรควบคมุ ไดแ้ ก่ ..........................................................................................
4. การออกแบบการทดลอง
4.1 ใช้เชือกก้นั บริเวณสนามหญา้ เป็นรูปสี่เหลยี่ ม
4.2 ให้นกั เรียนแต่ละกล่มุ ส่งตวั แทนสงั เกตลกู ปัดสีต่างๆ
4.3 ครูโยนลูกปัดลงในบริเวณทกี่ ้นั ไวแ้ ละให้ผสู้ ังเกตหันหลงั
4.4 ผสู้ งั เกตช่วยกนั เก็บลูกปัดภายในเวลา 5 นาที
4.5 นบั จานวนลกู ปัดลงในตารางและนาเสนอขอ้ มูลในรูปของตาราง
5. ข้นั ดาเนินการทดลอง ดาเนินการทดลองตามทีก่ าหนดไวแ้ ลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในตาราง
ตาราง แสดงการเกบ็ ลกู ปัดในเวลา 5 นาที
ลูกปัด จานวนลกู ปัดที่เกบ็ ได้ (ลูก)
สีเขียว
สีดา
สีแดง
สีเหลือง
สีขาว
ก52
6. กราฟแสดงการเปรียบเทียบจานวนลกู ปัดทเี่ กบ็ ได้
…………………
…
…………………
0…
7. สรุปผลการทดลอง
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
5ก3
5ก4
5ก5
ก56
ใบงาน กิจกรรมที่ 13
เร่ือง ทกั ษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป
จุดประสงค์การเรียนรู้
วิเคราะหข์ อ้ มลู อธิบายความสัมพนั ธ์ของขอ้ มลู ทกี่ าหนดให้และสรุปผลการศึกษาได้
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนแตล่ ะกลุม่ ตีความหมายขอ้ มลู จากแผนภูมิแท่งทก่ี าหนดให้
การตีความหมายขอ้ มลู จากแผนภมู แิ ท่ง อธิบายไดว้ ่า
1. ......................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
2. ......................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
3. ......................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
4. ......................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
5. ......................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
5ก7
5ก8
คำช้ีแจง แบบทดสอบหลังเรยี น
เรือ่ ง ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
1. แบบทดสอบนี้มี 12 ขอ้ ใชเ้ วลา 12 นาที คะแนนเตม็ 12 คะแนน
2. ให้นกั เรียนทำเครอื่ งหมายกากบาท (×) ทับขอ้ ทถ่ี ูกต้องท่ีสุด
1. ขอ้ ใดจดั เป็นข้อมูลเชงิ คณุ ภาพท่ีได้จากการสังเกต
ก. ถุงขนมมสี ีแดง ข. ขนมถุงนี้มีน้ำหนัก 5 กรมั
ค. เมอ่ื เขย่าถุงขนมจะมีเสียงดงั ง. เมอ่ื ปลอ่ ยขนมไว้นานจะมีมดขนึ้
2. การกระทำของใครท่นี ำทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มูลนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวันไดด้ ีทสี่ ุด
ก. ขาว ชอบหยุดรถ กะทันหนั เมอ่ื ว่ิงผ่านไฟแดง
ข. ดา ชะลอความเร็วรถเมื่อเห็นนกกำลงั บนิ อยู่
ค. เขียว ยอมรับฟังความคิดเห็นของตนเองว่าถูกตอ้ งเสมอ
ง. แดง เลือกซื้อสนิ ค้า โดยการสังเกตวันหมดอายุที่ข้างกล่อง
3. การจำแนกประเภทของสิ่งมีชวี ติ รูปแบบของเกณฑ์ท่ีใชใ้ นการจำแนก ขอ้ ใดเหมาะสมท่ีสดุ
ก. สีและรูปร่าง ข. ทอ่ี ยอู่ าศัยและขนาด
ค. การกินอาหารและการสืบพันธุ์ ง. รูปรา่ งและการกินอาหาร
4. ในการใช้เคร่ืองช่ังใหถ้ ูกวิธี ขนั้ ตอนแรกควรปฏิบตั อิ ย่างไร
ก. ปรับใหเ้ ขม็ ทีช่ ี้ทต่ี ำแหน่งศนู ย์
ข. วางของท่ีช่งั ทั้งหมดลงในจานซ้าย ใส่ตุ้มน้ำหนักทจี่ านขวา
ค. วางของท่ีช่ังไว้บนจานแล้วเลื่อนต้มุ น้ำหนักให้สมดลุ
ง. ทำความสะอาดจานและตัวเคร่ืองชั่งก่อนชั่ง
5. ดินน้ำมนั ก้อนหนง่ึ มีมวล 250 กรมั และมปี ริมาตร 20 ลูกบาศก์เซนตเิ มตร ดินน้ำมันก้อนน้ี มีความ
หนาแน่นเท่าใด
ก. 12 กรัมตอ่ ลกู บาศก์เซนติเมตร ข. 12.5 กรัมตอ่ ลูกบาศก์เซนติเมตร
ค. 230 กรัมตอ่ ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ง. 5,000 กรัมตอ่ ลูกบาศก์เซนตเิ มตร
6. ข้อมูลในข้อใด เปน็ การแสดงความสมั พันธ์ระหว่างมิติกบั เวลา ได้ถกู ตอ้ ง
ก. น้ำแข็งจะละลาย
ข. น้ำแขง็ จะกลายเป็นไอ
ค. เมอ่ื วางแก้วใสน่ ้ำแขง็ ต้ังทิ้งไว้ จะมีหยดน้ำมาเกาะท่ีขา้ ง ๆ แก้วน้ำ
ง. น้ำแขง็ ลอยนำ้ ได้เพราะมีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ
7. พรเทพเฝ้าสงั เกตตน้ ไมท้ ี่ปลูกไว้พบว่าในเวลา 3 วัน ตน้ ไม้สูงขนึ้ 3 เซนติเมตร จากข้อมูลน้ีนักเรียน
คดิ ว่าจะเกิดอะไรขน้ึ กับต้นไม้ในอีก 3 วันขา้ งหนา้
ก. ต้นไม้จะหยดุ เจรญิ เตบิ โต
ข. ต้นไมจ้ ะสูงขน้ึ 1 เซนติเมตร
ค. ต้นไม้จะสูงเพิ่มขน้ึ 3 เซนติเมตร
ง. ตน้ ไม้จะเจริญเติบโตขนึ้ เพราะไดร้ ับแสงจากดวงอาทติ ย์
5ก9
8. จากสมมติฐานที่วา่ “พืชท่ปี ลูกในดินต่างชนิดกัน จะเจริญเติบโตได้แตกตา่ งกัน” ตวั แปรต้น
คอื ขอ้ ใด
ก. ชนิดของดนิ ข. ขนาดของลำตน้ หลงั ปลูก
ค. การเจริญเติบโตของพชื ง. ชนิดของพชื ท่ีปลกู
9. น้องหญงิ ทำการเลี้ยงไหม 3 วิธี โดยนำตวั ไหมมา 20 ตัวจดั การทดลอง โดยให้ใบหม่อน วันละ 1
กโิ ลกรัม จำนวนใบท่ีนับจากยอด แตกต่างกันดังนี้
ชุดท่ี 1 ให้ใบหม่อนใบท่ี 3-5 โดยนบั จากดอก
ชุดที่ 2 ใหใ้ บหม่อนใบที่ 6-8 โดยนับจากดอก
ชดุ ท่ี 3 ใหใ้ บหม่อนใบท่ี 9-11 โดยนบั จากดอก
ผลปรากฏว่า หลังจากเวลาผ่านไป 7 วนั ชุดการทดลองท่ี 2 ตวั ไหมมกี ารเจริญเติบโตมาก
ทสี่ ุด น้องหญิงจึงตัดสินใจเล้ียงไหมตามชุดการทดลองท่ี 2 นักเรียนคดิ ว่าตัวแปรต้นในการทดลอง
ของนอ้ งหญิง คืออะไร
ก. จำนวนตัวไหม ข. จำนวนใบหม่อน
ค. อายุของใบหม่อน ง. การเจริญเติบโตของตัวไหม
10. จากข้อมูล “เรามีวธิ ีทำใหน้ ้ำกระด้างเป็นฟองกับสบไู่ ด้ดว้ ยวิธใี ด” คำในขอ้ ใดท่ีควรให้นิยามเชงิ
ปฏิบัติการ
ก. น้ำกระด้าง ข. เปน็ ฟองกับสบู่
ค. สบู่ ง. น้ำกระด้างและเป็นฟองกับสบู่
ใช้ข้อมลู ในตารางตอบคำถามข้อ 11
11. จากขอ้ มูลขอ้ ใดเปน็ การตีความหมายข้อมลู และลงขอ้ สรุปทด่ี ีท่ีสุด
ก. เสือและไก่กินสัตว์ได้
ข. พชื เป็นผู้ผลิตและผู้บรโิ ภค
ค. ช้างเป็นสัตว์ใหญ่จึงกินพืชเปน็ อาหาร
ง. สัตว์แบง่ ออกเป็น 3 พวกคือ กนิ พืช กินสัตว์และกินทัง้ พืชและสตั ว์
12. สุรเดชตัดกิ่งมะลิมา 8 ก่ิง ท่ีมีขนาดเทา่ ๆ กัน 4 ก่ิงแรกนำไปแช่น้ำ อกี 4 กิ่งนำไปแช่
สารละลาย A เพื่อดกู ารงอกของราก สุรเดชต้องการรู้อะไรในการทดลองครั้งนี้
ก. สาร A ทำใหร้ ากเน่า
ข. สาร A ทำใหร้ ากงอกเร็วขน้ึ
ค. กิ่งที่แช่ในน้ำรากจะไม่งอก
ง. สาร A ทำใหม้ กี ารแตกยอดอ่อน
ก60
เรื่อง
ก
ก