48
ผลทีเ่ กิดกบั เด็ก
1. ผลที่เกดิ ขึน้ ตำมจุดประสงค์
1.1 เดก็ ทราบวา่ เมื่อพับหรอื ตดั ก็ทบั กันสนทิ พบว่า การสรา้ งรปู สมมาตรจากการหยดสีบน
กระดาษ หลกั การพนื้ ฐานคือ แบง่ เป็น 2 ส่วนเท่าๆกนั รูปหนึง่ จะเป็นรปู สมมาตรไดก้ ต็ อ่ เมือ่ พบั แลว้ รูปทบั กัน
สนิทพอดี
2. พฒั นำกำรควำมสำมำรถพื้นฐำน และพฒั นำกำรของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้ำนกำรเรียนร้/ู ดำ้ นภำษำ/สตปิ ญั ญำ
ดำ้ นกำรเรยี นรู้
-เดก็ สามารถนาวสั ดุการทดลองตามวิธกี ารของตนเอง เกิดทกั ษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์
ขน้ึ มา
ด้ำนภำษำ
- การฟัง เดก็ ใชท้ กั ษะการฟังจากสงิ่ ท่เี พือ่ นสนทนา ซกั ถาม โต้ตอบ
- การพดู ตอบคาถาม แสดงความคิดเหน็ จากสงิ่ ท่ีตนเองคดิ อธิบายสิง่ ทพ่ี บเห็น
- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมทีค่ รอู ่านใหฟ้ ัง อ่านบตั รคาช่ือกจิ กรรม
- การเขียน เดก็ ส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารสงิ่ ไดเ้ รียนรูจ้ ากการทากจิ กรรมได้ชัดเจน
ดำ้ นสติปญั ญำ
-เดก็ ส่วนใหญส่ ามารถทาการทดลองด้วยตนเอง เกดิ การเชอ่ื มโยงทางคณิตศาสตร์ และเกดิ
จินตนาการในการพบั สี
2.2 ด้ำนสังคม
- รู้จักปรึกษาและแสดงความคิดเหน็ กบั เพื่อนๆ
- ชว่ ยเหลอื เพื่อนในขณะทาการทดลอง
- เอ้อื เฟอื้ แบง่ ปัน รอคอยได้ รับฟงั ความคดิ เห็นของผู้อนื่
2.3 ด้ำนอำรมณ์ – จิตใจ
- มีความสนใจ กระตอื รอื ร้นและกลา้ แสดงออกในการร่วมกจิ กรรม ร่าเริงสดใสสมวยั
2.4 ด้ำนกำรเคล่ือนไหว/รำ่ งกำย
- การใชก้ ลา้ มเนือ้ มัดเล็กในการหยิบจบั อุปกรณ์การทดลองคลอ่ งแคลว่
- ใช้กล้ามเนอื้ มอื ในการเขยี น / วาดภาพ
49
รำยงำนกำรจัดกิจกรรมกำรทดลอง ตำมโครงกำรบ้ำนนกั วทิ ยำศำสตร์นอ้ ย ประเทศไทย
โรงเรียนบ้ำนนำไค้ สำนักงำนเขตพืน้ ท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำน่ำน เขต 1
กจิ กรรมที่ 17 ฟองสบ่รู ปู สเี่ หลย่ี มและวงกลม
จุดประสงค์
1. เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ๆทราบเกีย่ วกับรปู ทรงของฟองสบู่
2. เพอ่ื ให้เด็กเกิดความสนุกสนานในการเลน่ ฟองสบู่
ข้นั ตอนกำรจัดกจิ กรรม
ตั้งคำถำมทีอ่ ยำกรู้ : ครูและเด็กๆรว่ มกนั พดู ถึงรปู ทรงต่างๆ และพูดถึงลักษณะพิเศษของฟองสบู่ ครู
แลเด็กรว่ มกันต้งั คาถามว่า “รปู ทรงของฟองสบู่จะเป็นรูปทรงอะไรไดอ้ ีกไหม”
รวบรวมควำมคดิ และคำดคะเนคำตอบ : เด็กๆช่วยกนั คิดโดยครูคอยชแี้ นะ เด็กๆคาดคะเนคาตอบท่ี
แตกต่างกัน บางคนก็บอกว่าเป็นรูปทรงส่เี หลี่ยม บางคนก็บอกว่าเป็นรปู ทรงสามเหลย่ี ม และมบี างคนบอกว่า
เป็นได้แค่รูปทรงกลมเทา่ นัน้
ทดสอบและปฏิบตั กิ ำรสืบเสำะ :
กจิ กรรมฟองสบรู่ ปู สี่เหลยี่ มและทรงกลม: คณุ ครูและเด็กร่วมกันเติมน้าใส่ถังประมาณคร่ึงถัง จากน้ัน
ใส่สบู่หรือน้ายาล้างจานลงไปประมาณ 5 ช้อน จากน้ันคุณครูดัดลวดเป็นรูปร่างต่างๆ ทั้ง วงกลม สี่เหล่ียม
สามเหลี่ยม โดยให้มีด้ามจับ อาจใช้อุปกรณ์ในห้องเรียนเป็นต้นแบบในการดัด เช่น แก้วน้า แล้วสังเกตผลที่
เกดิ ขึน้
สังเกตและบรรยำย : จากการทดสอบจะสังเกตได้ว่า เม่ือใช้ลวดดัดเป็นทรงรูปส่ีเหล่ียม รูปวงกลม
และรปู สามเหล่ียม ฟองสบกู่ ย็ งั เปน็ รปู ทรงกลมเสมอ
บันทึกผล : เด็กๆบันทึกผลที่ตนเองได้สังเกตจากการทดลอง โดยการวาดภาพระบายสีลงในใบงาน
ครูคอยสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ ๆแสดงความคิดเห็นของตนเองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพ่ือน เพ่ือนาข้อมูลนั้น
มาวาดรปู เพิม่ เติมในใบงานของตนเอง
สรุปและอภปิ รำย : รปู ทรงของฟองสบไู่ มข่ ้นึ อยกู่ บั รปู ร่างของลวด จะเป่าจากลวดท่ีดัดเป็นรูปอะไรก็
ตาม ฟองสบู่จะเปน็ รปู ทรงกลมเสมอ เนือ่ งจากพน้ื ผวิ ของฟองสบู่จะเป็นชั้นของเหลวบางๆ ซึ่งมีแรงตึงผิวคอย
ดงึ ใหฟ้ องสบ่คู งรูปอยไู่ ด้
50
ภภาพำพกจิกกจิ รกรรมรกมากรำทรดทลดอลงอ“งฟ“อกงำสรบลรู่ะปู ลสำ่ีเยหขลอ่ยี งมนแำ้ ลตะำวลง”กลม”
วสั ดุอปุ กรณ์
เด็กๆร่วมกิจกรรมกำรทดลอง
เด็กๆนำเสนอผลงำนของตนเอง
51
ผลทีเ่ กิดกบั เดก็
1. ผลท่ีเกิดขึ้นตำมจดุ ประสงค์
1.1 เด็กทราบว่า รูปทรงของฟองสบู่ไม่ขึ้นอยู่กับรูปร่างของลวด จะเป่าจากลวดท่ีดัดเป็นรูป
อะไรกต็ าม ฟองสบจู่ ะเปน็ รปู ทรงกลมเสมอ เน่ืองจากพ้ืนผิวของฟองสบู่จะเป็นช้ันของเหลวบางๆ ซึ่งมีแรงตึง
ผวิ คอยดึง ใหฟ้ องสบคู่ งรปู อยูไ่ ด้
1.2 เดก็ เลน่ ฟองสบู่อยา่ งสนกุ สนาน
2. พฒั นำกำรควำมสำมำรถพื้นฐำน และพัฒนำกำรของเดก็ ปฐมวยั
2.1 ดำ้ นกำรเรยี นรู/้ ด้ำนภำษำ/สติปญั ญำ
ด้ำนกำรเรียนรู้
-เด็กมคี วามรู้เกี่ยวกบั ฟองสบมู่ ากข้ึน
ด้ำนภำษำ
- การฟัง เดก็ ใช้ทกั ษะการฟงั จากสง่ิ ทเ่ี พ่ือนสนทนา ซกั ถาม โต้ตอบ
- การพูด ตอบคาถาม แสดงความคิดเหน็ จากส่งิ ท่ีตนเองคิด อธิบายสิ่งทีพ่ บเหน็
- การอา่ น อา่ นตามใบกิจกรรมที่ครูอา่ นใหฟ้ ัง อ่านบตั รคาชื่ออปุ กรณ์และชอื่ กิจกรรม
- การเขียน เด็กสว่ นใหญว่ าดภาพสอื่ สารสิง่ ไดเ้ รยี นร้จู ากการทากิจกรรมได้ชดั เจน
ดำ้ นสตปิ ัญญำ
-เดก็ สว่ นใหญ่สามารถทาการทดลองดว้ ยตนเอง เด็กๆสนกุ สนานกบั เล่นเป่าฟองสบู่
2.2 ดำ้ นสังคม
- รู้จักปรกึ ษาและแสดงความคิดเหน็ กับเพอื่ นๆในกลมุ่
- ชว่ ยเหลือเพือ่ นในขณะทาการทดลอง
- เอ้อื เฟือ้ แบ่งปัน รอคอยได้ รับฟังความคดิ เห็นของผู้อืน่
2.3 ด้ำนอำรมณ์ – จติ ใจ
- มคี วามสนใจ กระตอื รือร้นและกลา้ แสดงออกในการรว่ มกิจกรรม รา่ เริงสดใสสมวัย
2.4 ดำ้ นกำรเคลือ่ นไหว/ร่ำงกำย
- การใช้กล้ามเน้ือมัดเล็กในการหยิบจับอุปกรณก์ ารทดลองคลอ่ งแคลว่
- ใช้กล้ามเนือ้ มือในการเขียน / วาดภาพ
52
รำยงำนกำรจัดกิจกรรมกำรทดลอง ตำมโครงกำรบำ้ นนกั วทิ ยำศำสตรน์ อ้ ย ประเทศไทย
โรงเรียนบ้ำนนำไค้ สำนกั งำนเขตพ้นื ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำน่ำน เขต 1
กจิ กรรมท่ี 18 ร้จู กั กบั เหลี่ยมและมมุ
จุดประสงค์
1. เพอ่ื ให้เดก็ ๆได้รจู้ ักมมุ และเหลีย่ ม
ข้นั ตอนกำรจดั กจิ กรรม
ต้ังคำถำมที่อยำกรู้ : ครูและเด็กๆร่วมกันพูดถึงมุมและเหลี่ยม และพูดถึงวิธีการนับมุมและเหล่ียม
และร่วมกันตง้ั คาถาม “อะไรบ้างทเ่ี ปน็ เหลยี่ มและมมุ ”
รวบรวมควำมคิดและคำดคะเนคำตอบ : เดก็ ๆช่วยกนั คดิ โดยครูคอยชแี้ นะ เด็กๆคาดคะเนคาตอบที่
แตกตา่ งกนั เดก็ ตอบหลายคาตอบ เช่น บา้ น หลงั คา ธงชาติ กระดาษ สมุด หนังสือ ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด
เปน็ ตน้
ทดสอบและปฏิบัตกิ ำรสืบเสำะ :
กิจกรรมรจู้ ักกบั เหลีย่ มและมุม: ให้ครแู ละเด็กๆช่วยกันวาดรูปเรขาคณติ แบบตา่ งๆ เช่น รูปสามเหล่ียม
รปู ส่ีเหลยี่ ม รูปหกเหลี่ยม เปน็ ต้น ลงบนกระดาษแขง็ โดยใหด้ า้ นทุกดา้ นและมมุ ทุกมุมเท่ากัน ดังน้ันถ้าวาดรูป
ส่ีเหล่ยี มก็ตอ้ งไดร้ ปู สเ่ี หลีย่ มจัตรุ สั จากน้นั ตัดออกครูต้งั คาถามวา่ รปู เรขาคณติ ใดทมี่ มี มุ แหลมบา้ ง หลังจากนั้น
ให้เด็กๆนับมุมภายในของรปู เรขาคณติ พยายามหาความสัมพันธ์สลับกันหยิบ ระหว่างจานวนด้านและจานวน
มุม เช่น รูปสามเหลี่ยมจะมีด้านท้ังหมด 3 ด้าน และมีมุมภายในทั้งหมด 3 มุม ครูนารูปเรขาคณิตท่ีตัดใส่ใน
กระเปา๋ หรอื ถุงทึบ แล้วให้เดก็ แต่ละคนสลับกันหยิบ โดยให้ครูออกคาส่ังให้หยิบรูปส่ีเหล่ียม ครูพยายามไม่ให้
เด็กเหน็ ข้างใน แต่ใช้มือสัมผัสแทนเพื่อนับจานวนมุมของรูปเรขาคณิตชนิดนั้นๆ แล้วให้หาสิ่งของที่มีลักษณะ
เปน็ รปู เหลีย่ มภายในห้องเรยี น
สังเกตและบรรยำย : จากการทดสอบจะสงั เกตไดว้ ่า
บันทึกผล : เด็กๆบันทึกผลที่ตนเองได้สังเกตจากการทดลอง โดยการวาดภาพระบายสีลงในใบงาน
ครคู อยส่งเสรมิ ให้เด็กๆแสดงความคิดเห็นของตนเองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพ่ือน เพื่อนาข้อมูลนั้น
มาวาดรูปเพ่ิมเติมในใบงานของตนเอง
สรุปและอภิปรำย : สิ่งรอบตัวท่ีมองเห็นในชีวิตประจาวัน ส่วนใหญ่จะมีรูปหรือรูปทรงเรขาคณิต
ประกอบอยู่ เช่น หลงั คาบ้านเป็นรูปสามเหล่ยี ม ลกู บอลเปน็ รปู ทรงกลม และสิ่งของอื่นๆส่วนใหญ่จะประกอบ
ไปดว้ ยรปู เรขาคณิตทงั้ ส้นิ
53
ภภำาพพกกจิจิ กกรรรรมมกกาำรรททดดลลอองง““รกู้จำักรกลบั ะเลหำลยย่ี ขมอแงลนะำ้มตมุ ำ”ล”
วสั ดุอุปกรณ์
เด็กๆรว่ มกิจกรรมกำรทดลอง
เด็กๆนำเสนอผลงำนของตนเอง
54
ผลที่เกิดกบั เด็ก
1. ผลท่ีเกดิ ข้ึนตำมจดุ ประสงค์
1.1 เด็กทราบว่าสิ่งรอบตัวท่มี องเห็นในชวี ิตประจาวนั สว่ นใหญ่จะมีรูปหรือรูปทรงเรขาคณิต
ประกอบอยู่ เชน่ หลังคาบ้านเป็นรปู สามเหล่ยี ม ลูกบอลเปน็ รูปทรงกลม และส่ิงของอื่นๆส่วนใหญ่จะประกอบ
ไปด้วยรปู เรขาคณติ ท้ังสิ้น
2. พฒั นำกำรควำมสำมำรถพ้นื ฐำน และพฒั นำกำรของเดก็ ปฐมวยั
2.1 ดำ้ นกำรเรียนรู/้ ด้ำนภำษำ/สติปญั ญำ
ด้ำนกำรเรียนรู้
-เดก็ จะสร้างรปู เรขาคณิตชนดิ ต่างๆด้วยตนเอง ได้สมั ผสั กับดา้ นและมมุ จริงๆ นอกจากน้ยี ัง
เรยี นรู้ความสมั พันธร์ ะหว่าง จานวนดา้ นและมมุ เช่น รูปทมี่ มี มุ 3 มุม เรยี กว่า รปู สามเหลี่ยม
ด้ำนภำษำ
- การฟงั เดก็ ใช้ทกั ษะการฟังจากส่ิงทเี่ พอื่ นสนทนา ซกั ถาม โต้ตอบ
- การพดู ตอบคาถาม แสดงความคดิ เหน็ จากส่งิ ท่ีตนเองคิด อธบิ ายส่ิงทพ่ี บเห็น
- การอา่ น อา่ นตามใบกจิ กรรมที่ครอู ่านใหฟ้ ัง อ่านบัตรคาชื่ออุปกรณ์ ช่ือกิจกรรม
- การเขยี น เดก็ ส่วนใหญ่วาดภาพสื่อสารส่ิงได้เรียนร้จู ากการทากิจกรรมไดช้ ัดเจน
ด้ำนสติปญั ญำ
-เด็กส่วนใหญส่ ามารถทาการทดลองดว้ ยตนเอง ได้ใชป้ ระสาทสมั ผัสในการจบั ดู
2.2 ด้ำนสังคม
- รู้จกั ปรกึ ษาและแสดงความคิดเหน็ กับเพื่อนๆ
- ช่วยเหลอื เพอ่ื นในขณะทาการทดลอง
- เอื้อเฟ้อื แบ่งปัน รอคอยได้ รับฟังความคิดเห็นของผ้อู น่ื
2.3 ด้ำนอำรมณ์ – จติ ใจ
- มคี วามสนใจ กระตอื รือรน้ และกล้าแสดงออกในการร่วมกิจกรรม ร่าเริงสดใสสมวัย
2.4 ดำ้ นกำรเคลอื่ นไหว/ร่ำงกำย
- การใช้กลา้ มเนื้อมดั เล็กในการหยบิ จับอุปกรณ์การทดลองคลอ่ งแคลว่
- ใชก้ ลา้ มเนื้อมอื ในการเขยี น / วาดภาพ
55
รำยงำนกำรจดั กิจกรรมกำรทดลอง ตำมโครงกำรบำ้ นนกั วิทยำศำสตร์น้อย ประเทศไทย
โรงเรยี นบำ้ นนำไค้ สำนักงำนเขตพ้ืนท่กี ำรศึกษำประถมศึกษำน่ำน เขต 1
กิจกรรมที่ 19 ปรำศจำกขอ้ ควำม สญั ลกั ษณภ์ ำพ pictogram
จุดประสงค์
1. เพื่อใหเ้ ดก็ สามารถเข้าใจภาพสญั ลกั ษณ์ได้อยา่ งงา่ ยดาย
ขนั้ ตอนกำรจดั กจิ กรรม
ตง้ั คำถำมทอ่ี ยำกรู้ : ครแู ละเดก็ ๆรว่ มกนั พูดถึงภาพสัญลกั ษณข์ องปา้ ยต่างๆบริเวณโรงเรียนที่เคยพบ
เหน็ และรว่ มกันตง้ั คาถาม ดงั นี้ “ปา้ ยสัญลักษณ์ในโรงเรยี นมีอะไรบา้ ง”
รวบรวมควำมคดิ และคำดคะเนคำตอบ : เด็กๆชว่ ยกันคิดโดยครคู อยชีแ้ นะ เด็กๆคาดคะเนคาตอบที่
แตกต่างกัน บางคนก็บอกว่าป้ายห้ามสูบบุหร่ี เด็กๆและครูจึงร่วมกันเดินหาป้ายสัญลักษณ์ต่างๆภายใน
บรเิ วณโรงเรียน
ทดสอบและปฏิบัตกิ ำรสืบเสำะ :
กิจกรรมปรำศจำกข้อควำม สัญลักษณภ์ ำพ pictogram:ครแู ละเด็กๆร่วมกันออกสารวจค้นหาภาพ
สัญลักษณ์ หาสัญลักษณ์ที่แสดงคาสั่งภายในบริเวณโรงเรียน เด็กๆเจอป้ายสัญลักษณ์ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามดื่ม
เหล้า ห้ามเล่นโทรศัพท์ ห้ามบันทึกเสียง ใส่เจลแอลกอฮอล์ท่ีมือ เป็นต้น และได้เรียนรู้อารมณ์ต่างๆ ครูและ
เดก็ ร่วมกันพูดคยุ ความหมายของปา้ ยสัญลกั ษณใ์ นแต่ละอัน และให้เด็กๆคิดป้ายสัญลักษณ์ของตนเองโดยการ
วาดภาพ
สังเกตและบรรยำย : จากการทดสอบจะสังเกตได้ว่าสัญลักษณ์ท่ีส่ือข้อมูลผ่านรูปภาพท่ีมีความเรียบ
งา่ ย โดยมกั ถูกใช้เปน็ รูปแบบมาตรฐานในการส่งขอ้ ความทไ่ี มต่ ้องพึ่งพาภาษาใด และสื่อสารได้รวดเร็ว เหมาะ
กบั เด็กและประชาชนท่ัวไป เดก็ ๆเข้าใจสญั ลักษณไ์ ดง้ า่ ยโดยครไู มต่ ้องบอก
บันทึกผล : เด็กๆบันทึกผลที่ตนเองได้สังเกตจากการทดลอง โดยการวาดภาพระบายสีลงในใบงาน
ครูคอยสง่ เสริมให้เด็กๆแสดงความคิดเห็นของตนเองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพ่ือน เพื่อนาข้อมูลน้ัน
มาวาดรปู เพิ่มเติมในใบงานของตนเอง
สรุปและอภิปรำย : สัญลักษณ์ที่สื่อข้อมูลผ่านรูปภาพที่มีความเรียบง่าย โดยมักถูกใช้เป็นรูปแบบ
มาตรฐานในการส่งข้อความทไ่ี มต่ ้องพง่ึ พาภาษาใด และส่ือสารไดร้ วดเร็ว เหมาะกบั เดก็ และประชาชนทว่ั ไป
56
ภาพกิจกรรมกภาำรพทดกลิจอกงรร“มปกรำารศทจดาลกอขอ้งค“วกาำมรลสะญั ลลำกั ยษขณองภ์ นาำ้พตpำลic”togram”
วัสดอุ ุปกรณ์
เดก็ ๆรว่ มกิจกรรมกำรทดลอง
เด็กๆนำเสนอผลงำนของตนเอง
57
ผลท่เี กิดกับเด็ก
1. ผลท่เี กิดข้ึนตำมจุดประสงค์
1.1 เดก็ ทราบวา่ สญั ลักษณ์ทส่ี ือ่ ข้อมลู ผ่านรปู ภาพทม่ี คี วามเรยี บงา่ ย โดยมกั ถูกใช้เป็นรูปแบบ
มาตรฐานในการส่งข้อความท่ีไม่ต้องพ่ึงพาภาษาใด และส่ือสารได้รวดเร็ว เหมาะกับเด็กและประชาชนท่ัวไป
เข้าใจความหมายได้เรว็
2. พัฒนำกำรควำมสำมำรถพน้ื ฐำน และพัฒนำกำรของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้ำนกำรเรียนร/ู้ ด้ำนภำษำ/สตปิ ัญญำ
ดำ้ นกำรเรียนรู้
-เด็กสามารถร่วมกนั ค้นคว้าหาภาพสญั ลักษณ์ในบริเวณโรงเรียนได้
ดำ้ นภำษำ
- การฟัง เดก็ ใชท้ ักษะการฟงั จากสิ่งทเ่ี พือ่ นสนทนา ซกั ถาม โตต้ อบ
- การพดู ตอบคาถาม แสดงความคดิ เห็นจากสงิ่ ท่ีตนเองคิด อธิบายสงิ่ ท่ีพบเห็น
- การอา่ น อ่านตามใบกจิ กรรมท่ีครอู า่ นใหฟ้ ัง อ่านบตั รคาช่อื อปุ กรณ์
- การเขยี น เดก็ สว่ นใหญ่วาดภาพสื่อสารสงิ่ ไดเ้ รียนรจู้ ากการทากจิ กรรมไดช้ ดั เจน
ด้ำนสติปญั ญำ
-เด็กส่วนใหญ่สามารถทาการทดลองด้วยตนเอง เชือ่ มโยงภาพท่เี กิดจากเหตุการณ์
จรงิ ๆ ทาให้ใช้จินตนาการในการคดิ
2.2 ด้ำนสังคม
- รูจ้ ักปรกึ ษาและแสดงความคิดเหน็ กับเพอ่ื นๆในกลุม่
- ช่วยเหลือเพ่ือนในขณะทาการทดลอง
- เออ้ื เฟ้ือ แบ่งปัน รอคอยได้ รับฟังความคดิ เห็นของผอู้ นื่
2.3 ดำ้ นอำรมณ์ – จติ ใจ
- มคี วามสนใจ กระตอื รอื รน้ และกล้าแสดงออกในการรว่ มกิจกรรม ร่าเรงิ สดใสสมวยั
2.4 ด้ำนกำรเคลือ่ นไหว/รำ่ งกำย
- การใชก้ ลา้ มเน้ือมดั เลก็ ในการหยิบจับอุปกรณก์ ารทดลองคลอ่ งแคล่ว
- ใช้กล้ามเนือ้ มอื ในการเขยี น / วาดภาพ
58
รำยงำนกำรจัดกิจกรรมกำรทดลอง ตำมโครงกำรบำ้ นนกั วิทยำศำสตร์น้อย ประเทศไทย
โรงเรยี นบำ้ นนำไค้ สำนกั งำนเขตพนื้ ท่กี ำรศึกษำประถมศกึ ษำนำ่ น เขต 1
กิจกรรมที่ 20 ส่งิ ใดเกิดกอ่ นกนั กำรเรียงลำดับในชีวติ ประจำวัน
จดุ ประสงค์
1. เพือ่ ใหเ้ ด็กๆทราบถงึ การใช้ชวี ติ ประจาวันโดยเรียงลาดับเหตุการณ์ได้
ขั้นตอนกำรจัดกิจกรรม
ตั้งคำถำมทอ่ี ยำกรู้ : ครแู ละเด็กๆร่วมกันพดู ถึงเหตุการณใ์ นชีวิตประจาวันในแต่ละวันของเด็กๆ และ
เกดิ คาถามขึ้นมาวา่ “เราไมเ่ รยี งลาดบั ตามเหตุการณ์ในชีวติ ประจาวันไดไ้ หม”
รวบรวมควำมคดิ และคำดคะเนคำตอบ : เดก็ ๆชว่ ยกันคดิ โดยครูคอยชแ้ี นะ เด็กๆคาดคะเนคาตอบท่ี
แตกตา่ งกัน บางคนกบ็ อกว่าได้ บางคนกบ็ อกวา่ ไมไ่ ด้ และบางคนก็บอกว่าไดแ้ คบ่ างเหตกุ ารณ์
ทดสอบและปฏบิ ัติกำรสบื เสำะ :
กิจกรรมส่ิงใดเกิดก่อนกัน กำรเรียงลำดับในชีวิตประจำวัน: คุณครูร่วมพูดคุยกับเด็กและบันทึก
กิจกรรมที่ตอ้ งทาหลังจากตนื่ นอนในตอนเช้าทกุ ๆวัน ใหเ้ ด็กทุกคนวางส่งิ ของไว้ตรงกลาง สิ่งของเหล่านี้ใช้แทน
สญั ลักษณ์กจิ กรรมนน้ั ๆ เชน่ แปรงสฟี นั แทนการแปรงฟนั ชามแทนอาหารเช้า เส้ือผ้ารองเท้าแทนการแต่งตัว
เป็นต้น หลังจากน้ันให้จัดเรียงสิ่งของต่างๆ ตามลาดับท่ีควรจะเกิดขึ้นและพูดคุยแลกเปล่ียนกัน เช่น จาเป็น
หรือไม่ท่ีจะต้องกินอาหารเช้าก่อนแล้วจึงแต่งตัว ลาดับแบบน้ีแตกต่างกันหรือไม่ หรือข้ึนอยู่กับความชอบ
ส่วนตัวของแต่ละคน กิจกรรมใดท่ีลาดับมีความสาคัญบ้าง เราจะใส่รองเท้าก่อนใส่ถุงเท้าได้หรือไม่ แล้วมี
กิจกรรมใดอกี บา้ งทเี่ ด็กๆคดิ ว่าลาดบั มคี วามสาคัญ ให้ร่วมพดู คุยเก่ียวกับกิจวัตรประจาวันร่วมกัน อาจใช้เวลา
ส้ันๆ เช่นการเดินทางมาโรงเรียน-กลับบ้าน หรือการช่วยคุณพ่อคุณแม่ปลูกต้นไม้ เป็นต้น แล้วสังเกตผลท่ี
เกดิ ขึ้น
สงั เกตและบรรยำย : จากการทดสอบจะสังเกตได้ว่า วิธีการเรียงตามลาดับในแต่ละคนในเหตุการณ์
เดยี วจะไม่เหมือนกัน เช่นเด็กบางคนเรียงลาดับเหตุการณ์ต่ืนนอนตอนเช้าโดยเอาการแปรงฟันขึ้นเป็นลาดับ
แรกบางคนเอาการอาบน้าขึ้นเป็นอันดับแรก เว้นแต่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ท่ีจากัด เช่นการใส่ถุงเท้าก่อนการใส่
รองเทา้
บันทึกผล : เด็กๆบันทึกผลท่ีตนเองได้สังเกตจากการทดลอง โดยการวาดภาพระบายสีลงในใบงาน
ครคู อยส่งเสรมิ ให้เด็กๆแสดงความคิดเห็นของตนเองและแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับเพ่ือน เพ่ือนาข้อมูลนั้น
มาวาดรปู เพิ่มเติมในใบงานของตนเอง
สรปุ และอภิปรำย : ในชีวติ ประจาวันของเด็ก มีกิจกรรมมากมายที่ต้องทาตามลาดับ เช่น เราต้องถุง
เท้ากอ่ นใส่รองเท้าทกุ ครงั้ บางเหตุการณ์สามารถมีลาดับขั้นตอนที่หลากหลายได้ เช่น การต่ืนนอนในตอนเช้า
บางคนลุกขึน้ ไปแปรงฟนั ก่อนส่วนบางคนอาจจะอาบนา้ ก่อนแปรงฟัน เป็นตน้
59
ภาพกิจกรภรำมพกการิจทกดรลรมอกงำ“รสท่งิ ดใดลเอกงดิ ก“่อกนำรกลันะกลาำรยเขรอยี งลนา้ำดตับำใลน”ชวี ิตประจาวนั ”
วัสดุอปุ กรณ์
เดก็ ๆรว่ มกจิ กรรมกำรทดลอง
เด็กๆนำเสนอผลงำนของตนเอง
60
ผลท่เี กดิ กับเด็ก
1. ผลทเ่ี กิดขึน้ ตำมจุดประสงค์
1.1 เด็กทราบว่าในชีวิตประจาวันของเด็ก มีกิจกรรมมากมายที่ต้องทาตามลาดับ เช่น เรา
ต้องถงุ เท้าก่อนใส่รองเท้าทุกคร้ัง บางเหตุการณ์สามารถมีลาดับขั้นตอนท่ีหลากหลายได้ เช่น การต่ืนนอนใน
ตอนเชา้ บางคนลุกขึ้นไปแปรงฟนั กอ่ นสว่ นบางคนอาจจะอาบน้ากอ่ นแปรงฟัน เปน็ ตน้
2. พัฒนำกำรควำมสำมำรถพืน้ ฐำน และพฒั นำกำรของเดก็ ปฐมวัย
2.1 ด้ำนกำรเรียนรู้/ดำ้ นภำษำ/สตปิ ัญญำ
ดำ้ นกำรเรียนรู้
-เดก็ สามารถเรียงลาดับเหตกุ ารณ์ในชวี ิตประจาวันได้ ทาให้เด็กรจู้ ักเวลาเพิม่ มากขึน้ รู้ว่าเม่ือ
ถึงเวลานั้นๆควรทจ่ี ะทาสง่ิ ไหนกอ่ น-หลงั
ดำ้ นภำษำ
- การฟัง เดก็ ใช้ทักษะการฟงั จากสิง่ ทีเ่ พือ่ นสนทนา ซกั ถาม โตต้ อบ
- การพูด ตอบคาถาม แสดงความคดิ เห็นจากสง่ิ ท่ีตนเองคิด อธบิ ายส่งิ ที่พบเห็น
- การอ่าน อ่านตามใบกิจกรรมท่ีครูอ่านให้ฟงั อ่านบัตรคาช่อื กิจกรรม
- การเขียน เด็กส่วนใหญ่วาดภาพส่อื สารสิ่งได้เรียนรจู้ ากการทากิจกรรมไดช้ ัดเจน
ด้ำนสตปิ ญั ญำ
-เดก็ สว่ นใหญส่ ามารถทาการทดลองด้วยตนเอง ใช้ความคิดในการเรยี งลาดบั เหตุการณ์ใน
ชวี ติ ประจาวันของตนเอง
2.2 ดำ้ นสงั คม
- รูจ้ กั ปรึกษาและแสดงความคิดเหน็ กับเพอื่ นๆ
- ช่วยเหลือเพือ่ นในขณะทาการทดลอง
- เอื้อเฟ้อื แบง่ ปัน รอคอยได้ รบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผ้อู น่ื
2.3 ดำ้ นอำรมณ์ – จิตใจ
- มคี วามสนใจ กระตอื รอื ร้นและกลา้ แสดงออกในการร่วมกจิ กรรม รา่ เริงสดใสสมวยั
2.4 ดำ้ นกำรเคลอ่ื นไหว/ร่ำงกำย
- การใชก้ ลา้ มเน้ือมัดเลก็ ในการหยิบจบั อุปกรณก์ ารทดลองคลอ่ งแคลว่
- ใชก้ ล้ามเนื้อมือในการเขยี น / วาดภาพ