โภชนาการ
กับแนวทางการควบคมุ “ เบาหวาน “
ดว้ ยตัวเอง
จรี ะเดช อินทเจรญิ ศานต์ , ดร.สธุ รี า อนิ ทเจริญศานต์
จักรกฤช ใจรัศมี , ทรงพล สัตยซ์ ่ือ
1 พ.ญ.สุวรรณา พิชญช์ ยั ประเสรฐิ , สมุ าลี บญุ มี
คำ�นำ�
เบาหวานเป็นโรคที่สามารถควบคุมได้ด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำ�ลังกาย
และกินยาให้ถูกต้อง การที่คนเป็นเบาหวานจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่กับเบาหวาน
อย่างมีความสุขจำ�เป็นต้องมีความรู้ด้านโภชนาการและวิธีการปฏิบัติตนในการกินอาหาร
เพ่อื ควบคมุ ระดบั น้ำ�ตาลในเลอื ดและปอ้ งกนั ภาวะแทรกซ้อนตา่ ง ๆ รวมถึงต้องทราบวิธี
การออกกำ�ลงั กายทเี่ หมาะสมกบั คนเปน็ เบาหวาน หนงั สือหรือคู่มอื ความรูด้ ้านโภชนาการ
และแนวปฏิบัติในการควบคุมเบาหวานสำ�หรับเป็นแนวทางให้ผู้ป่วยเบาหวานใช้ในการ
ควบคุมโรคนี้จะเปน็ สอ่ื สำ�คญั ทช่ี ว่ ยเพม่ิ เตมิ ความรดู้ า้ นโภชนาการและใหแ้ นวปฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ต้อง
แก่คนเปน็ เบาหวาน และเพือ่ ความสะดวกในการใชง้ านหนงั สอื จึงไดม้ ีการพฒั นาให้เป็นส่อื
อิเลก็ ทรอนิกส์ในรูปแบบไฟล์เอกสารประเภทหนังสืออิเล็กทรอนิกส์แบบมีปฏสิ ัมพนั ธ์
ทำ�ให้ผู้ป่วยใชง้ านไดส้ ะดวกและงา่ ยขึ้น คณะผูจ้ ดั ทำ�หวังเป็นอย่างยง่ิ ว่าหนังสอื ฉบับ
น้ีจเป็นประโยชน์ต่อการควบคุมระดับนำ้ �ตาลในเลือดและควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน
จากเบาหวาน และสง่ เสรมิ ใหค้ นเปน็ เบาหวานมีสุขภาพแขง็ แรงและมคี ุณภาพชีวิตทีด่ ีข้ึนได้
คณะผ้จู ดั ทำ�
2
บทท่ี 1 ความรู้เบอ้ื งต้นเกี่ยวกบั เบาหวาน หน้า
ชนดิ ของโรคเบาหวาน
บทท่ี 2 สาเหตขุ องการเกดิ โรคเบาหวาน 1
บทที่ 3 ปัจจัยเสี่ยงเพิม่ นำ้ �ตาลในเลอื ด 2
บทที่ 4 อาการที่สำ�คญั ของโรคเบาหวาน 3
ภาวะแทรกซอ้ นของโรคเบาหวานและการปอ้ งกนั 3
4
แนวทางการควบคุมเบาหวาน 4
แนวทางการควบคุมอาหาร
แนวทางการออกกำ�ลังกาย 7
แนวทางการใชย้ าเบาหวาน 8
การประเมินสุขภาพตนเอง 12
การประเมนิ การควบคุมระดับน้ำ�ตาลในเลอื ด 14
การประเมินและตดิ ตามสุขภาพผปู้ ่วยโรคเบาหวาน 15
การกำ�หนดเปา้ หมายการควบคุมเบาหวาน 16
17
ปฏบิ ตั ิการควบคมุ โรคเบาหวาน 18
การประเมนิ ภาวะโภชนาการ
20
การประเมนิ สดั ส่วนร่างกาย 20
การตรวจระดับน้ำ�ตาลในเลือด 21
การประเมนิ อาหารทก่ี นิ ในแตล่ ะวนั 23
การคำ�นวณความต้องการพลงั งานและคารโ์ บไฮเดรต 23
ขัน้ ตอนการคำ�นวณความตอ้ งการพลงั งาน 24
ขนั้ ตอนการคำ�นวณความต้องการคารโ์ บไฮเดรต 25
วิธกี ารตั้งเป้าหมายควบคุมเบาหวาน 26
วิธกี ารควบคมุ โรคเบาหวานดว้ ยกลยทุ ธ์ 2อ.1ย. 28
อ.อาหารการกินถกู ต้อง 33
อ. ออกกำ�ลังกายอยา่ งสม่ำ�เสมอ 33
ย. ยาเบาหวานใช้ใหต้ รงขนาดตรงเวลา 36
การตดิ ตามประเมินผล 37
38
3
4
บทท่ี 1
ความรเู้ บอื้ งตน้
เก่ยี วกบั เบาหวาน
เบาหวาน (Diabetes mellitus, DM)
เปน็ โรคเร้ือรงั ท่เี กดิ จากความผดิ ปกติของการเผาผลาญน้ำ�ตาลกลโู คสในรา่ งกาย เนอื่ งจากตับอ่อนสร้างฮอรโ์ มน
อินซลู นิ ไมเ่ พียงพอหรือเซลลต์ ่าง ๆ ไมต่ อบสนองหรอื ดอ้ื ตอ่ อนิ ซลู นิ นำ้ �ตาลจงึ ไมส่ ามารถเขา้ สเู่ ซลลไ์ ด้ ทำ�ใหน้ ำ้ �ตาลคง่ั ในเลอื ด
จนเกิดภาวะน้ำ�ตาลในเลือดสูง สาเหตุหลักของโรคเบาหวานเกิดจากการกินอาหารไม่ถูกต้อง ดังนั้นการรักษา
จึงตอ้ งปรบั ปรุงพฤตกิ รรมการกินอาหาร โดยกินใหเ้ หมาะสมกับสมรรถภาพของอินซลู ินที่รา่ งกายสร้างขึ้น เพราะการใชว้ ิธี
ควบคุมอาหารอย่างเดียวอาจควบคุมระดับน้ำ�ตาลในเลือดได้ แต่หากการรักษาด้วยอาหารไม่ได้ผล ก็จำ�เป็นจะต้องใช้
การรกั ษาด้วยการออกกำ�ลังกายและกินยาเบาหวานรว่ มดว้ ย ผปู้ ว่ ยท่ีไมส่ ามารถควบคุมโรคเบาหวานได้ปล่อยใหร้ ะดับ
นำ้ �ตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จะส่งผลทำ�ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด
โรคความดันโลหิตสูง ไตวายเรอื้ รงั ชาปลายมือปลายเทา้ แผลติดเช้อื รกั ษาหายยาก บางรายแผลลุกลามรกั ษาไมห่ าย
จนถึงขน้ั ตอ้ งตัดขา เบาหวานขน้ึ ตาทำ�ให้ตาบอด อมั พฤกษ์อัมพาตจากโรคหลอดเลือดสมองหรอื สโตรก๊ ภาวะแทรกซ้อน
เหล่านท้ี ำ�ให้ผ้ปู ว่ ยตอ้ งเสยี คา่ ใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพิม่ ขึ้น คณุ ภาพชีวิตแย่ลง และมีโอกาสเสียชวี ิตสูงขน้ึ ด้วย
เบาหวานเป็นโรคท่ีรักษาได้และผปู้ ว่ ยสามารถควบคมุ โรคได้ดว้ ยตนเอง หากปรับเปล่ียนพฤตกิ รรมการใช้
ชีวิตให้ถูกต้องเพ่ือเพิ่มการเผาผลาญน้ำ�ตาลในร่างกายและเพ่ิมสมรรถภาพของฮอร์โมนอินซูลินให้ทำ�งานอย่างมี
ประสิทธภิ าพ รวมถึงการกินยาอย่างถกู ต้องตรงขนาด ตรงเวลา ตามคำ�แนะนำ�ของแพทยเ์ จ้าของไข้ หากผ้ปู ่วย
สามารถควบคมุ อาหารและออกกำ�ลงั กายไดด้ จี นระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดอยใู่ นเกณฑเ์ หมาะสม เปน็ ระยะเวลานาน
กอ็ าจได้รับการพิจารณาจากแพทย์เจ้าของไข้ให้ลดหรือหยุดยาเบาหวานได้ เพราะถือว่าผู้ป่วยสามารถ
ควบคุมเบาหวานไดด้ ้วยตนเอง
1
1. โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (type 1 diabetes mellitus, T1DM)
เกดิ จากเบต้าเซลลท์ ต่ี ับออ่ นถูกทำ�ลาย โดยมากพบในเด็กอายุ
นอ้ ยกวา่ 20 ปี เดก็ จะมอี าการปสั สาวะมาก กระหายนำ้ � ดม่ื นำ้ �มากอ่อนเพลยี
นำ้ �หนกั ลด รปู รา่ งเดก็ จะผอมลงอยา่ งรวดเรว็ ผปู้ ว่ ยเบาหวานชนิดที่ 1
จำ�เป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมนอินซูลินเข้าส่รู ่างกายทุกวัน
หากไม่ได้รับการรักษาอาการจะเกิดรุนแรงมากเพราะจะมีการเผาผลาญไข
มันเป็นแหล่งพลังงานจนเกิดภาวะเลือดเป็นกรดที่เกิดจากสารคีโตนค่ังใน
เลือด (ketosis) ซง่ึ เป็นพษิ ต่อระบบประสาท ทำ�ใหผ้ ปู้ ว่ ยหมดสติและเสยี
ชวี ติ ได้
2. โรคเบาหวานชนดิ ท่ี 2 (type 2 diabetes mellitus, T2DM)
เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีภาวะด้ือต่อฮอร์โมนอินซูลิน
(insulin resistance) หรือมคี วามบกพร่องในการผลิต
อินซูลินของตับอ่อนทำ�ให้มีอินซูลินลดลงหรือขาดประสิทธิภาพ
ผู้ป่วยจำ�เป็นต้องกินยาควบคุมระดับนำ้ �ตาลในเลือดทุกวันมัก
พบในคนอายมุ ากกว่า 30 ปี อาการไมร่ นุ แรงโดยจะเกดิ ขึ้น
แบบค่อยเป็นคอ่ ยไปหรอื อาจไม่แสดงอาการเลย
มกั พบผปู้ ่วยมรี ูปร่างท้วมหรืออ้วน ซง่ึ โรคอว้ นลงพงุ
เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำ�คัญของการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ประกอบกับการมีอายุมากขึ้น กินอาหารไม่ถูกสัดส่วน
ขาดการออกกำ�ลงั กาย มไี ขมนั ในเลอื ดสงู ความดนั โลหติ สงู
และหากมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานย่ิงเพิ่มความเส่ียงต่อ
การเป็นเบาหวานมากขนึ้ ไปอีก
2
3. โรคเบาหวานขณะตง้ั ครรภ์ (gestational diabetes mellitus, GDM)
เป็นภาวะที่ตรวจพบระดับน้ำ�ตาลในเลือดสูงระหว่างตั้งครรภ์ เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีภาวะดื้อตอ่ อนิ ซลู นิ และ
ตบั ออ่ นผลติ อนิ ซลู นิ ไมเ่ พียงพอตอ่ ความต้องการ โดยโรคเบาหวานชนิดน้ีมักจะหายไปหลังคลอด แตม่ ารดาอาจมีโอกาส
เสย่ี งต่อการเปน็ เบาหวานชนดิ ท่ี 2 ได้ หากไม่ควบคุมปัจจัยเส่ยี ง รวมถึงทารกทค่ี ลอดมาก็มีโอกาสเกดิ โรคอว้ นและมีโอกาส
เสย่ี งต่อการเปน็ เบาหวานชนิดท่ี 2 ได้เช่นเดียวกนั
4. โรคเบาหวานท่ีมีสาเหตจุ ำ�เพาะ (specific types of diabetes due to other causes)
เปน็ โรคเบาหวานที่เกิดจากความผิดปกติของเบต้าเซลลห์ รอื ตบั ออ่ น ทำ�ให้ประสทิ ธภิ าพการผลติ อินซูลนิ บกพรอ่ ง
อาจจะผลิตลดลงหรอื ไม่สามารถผลิตอินซูลินไดเ้ ลย ซึ่งสาเหตอุ าจเกิดจากปัจจัยหลายอยา่ ง เชน่ ยา สารเคมี การตดิ เชื้อ
ปฏกิ ริ ยิ าภูมคิ ุม้ กัน หรือความผดิ ปกติทางพนั ธกุ รรม เป็นต้น
สาเหตุของการเกดิ โรคเบาหวาน ได้แก่
1. กรรมพนั ธุ์ ผู้ทม่ี บี ิดา มารดา หรอื ญาติสายตรงเปน็ เบาหวาน จะมโี อกาสเป็นโรคเบาหวานมากกว่า
คนไม่มกี รรมพันธุ์ 6-10 เท่า
2. อายุ เมื่อคนเราอายมุ ากขึน้ จะมโี อกาสเป็นเบาหวานมากขน้ึ ส่วนใหญจ่ ะพบในคนอายุมากกว่า 40 ปี
3. น้ำ�หนกั เกิน (อ้วน) ทำ�ให้เซลลด์ ้อื ต่อฮอร์โมนอนิ ซูลิน
4. ขาดการออกกำ�ลงั กาย และมคี วามเครียดเรื้อรงั ทำ�ให้ฮอรโ์ มนอินซลู นิ ทำ�งานได้ไม่เต็มท่ี
5. ตดิ เชอื้ โรคทีท่ ำ�ลายตับออ่ น หรือภูมคิ ้มุ กนั ต่อตา้ นเซลลต์ บั ออ่ นของตนเอง ทำ�ให้ตับออ่ นสร้างฮอรโ์ มน
อินซูลนิ ได้ลดลงหรืออาจไมส่ ามารถสรา้ งไดเ้ ลย
6. ความดนั โลหติ สูง ไขมนั ในเลือดสงู กเ็ พม่ิ โอกาสเปน็ โรคเบาหวานไดม้ ากกว่าคนปกติ
ปัจจยั เสี่ยงเพมิ่ น้ำ�ตาลในเลอื ด
1. ปัจจัยเส่ยี งด้านสงั คม เศรษฐกิจ ส่งิ แวดล้อม เช่นขา่ วสารผิด ๆ
ในสื่อสังคมออนไลน์ ความเชื่อในการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและ
สมุนไพร ระดับการศกึ ษา และอาชีพเสยี่ ง รวมถึงความเจรญิ ทาง
เศรษฐกิจ ทำ�ให้คนเข้าถึงแหล่งอาหารง่ายขึ้น อาหารจำ�พวกแป้ง
และน้ำ�ตาลมีความหลากหลายยั่วยวนทำ�ให้คนบริโภคปริมาณมาก
จนเกินขีดจำ�กัดของร่างกาย
2. ปัจจยั เส่ยี งดา้ นพฤตกิ รรมส่วนบคุ คล เชน่ การบริโภคอาหารเกนิ
และไมไ่ ด้สัดส่วน ขาดการออกกำ�ลงั กาย การด่มื สรุ า ภาวะเครยี ด
เปน็ ตน้
3. ปัจจัยเสี่ยงด้านชีวภาพ ภาวะน้ำ�หนักเกินหรืออ้วนลงพุง
ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันผิดปกติ
ปจั จยั ตา่ ง ๆ เหลา่ น้ี ลว้ นเปน็ สาเหตทุ ท่ี ำ�ใหร้ ะดบั นำ้ �ตาล
ในเลอื ดสงู ขน้ึ และเปน็ ตน้ เหตขุ องการเกดิ โรคเบาหวาน
3
หรอื บางคนอาจไมแ่ สดงอาการเลยก็ได้ จึงจำ�เปน็ ตอ้ งมีกระบวนการตรวจคดั กรอง (screening test)
ค้นหาผปู้ ่วยเบาหวานท่ไี ม่มีอาการ เพื่อวนิ ิจฉัยและให้การรกั ษาทถี่ ูกตอ้ งต้ังแต่ระยะเรมิ่ แรก ซึ่งจะชว่ ยปอ้ งกัน
การเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นของเบาหวานให้แก่ผ้ปู ่วยได้
อาการและการเผชิญเมอ่ื ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการตา่ ง ๆ เช่น
1. หากเปน็ คนหิวบอ่ ย อาจแกไ้ ขดว้ ยการเพมิ่ ผักในม้อื อาหาร กินอาหารม้ือละน้อย ๆ หรอื เพ่ิมมอ้ื อาหารจาก
3 ม้อื หลัก เป็น 5 – 6 มอื้ ยอ่ ย
2. หากกินเกง่ อาจตอ้ งเพม่ิ งานอดเิ รกหรอื เดนิ เพิ่มขน้ึ
3. หากปัสสาวะบอ่ ย ควรด่ืมนำ้ �เปลา่ มาก ๆ หรอื จิบนำ้ �บอ่ ย ๆ หากน้ำ�หนักตวั ลด ควรควบคมุ การกนิ อาหาร
ใหพ้ อดีกับความตอ้ งการของรา่ งกาย
(สถาภบันาเววชะศแาสทตรร์ผกู้สซูงอ้อายนุ กขรอมกงาโรรแพคทเยบ์ การหะทวรวางนสาแธลาระณกสาขุ .ร2ป5้อ49ง:ก1นั2-14)
ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน แบ่งเป็น 3 แบบ ไดแ้ ก่
1. ภาวะแทรกซอ้ นแบบเฉยี บพลนั
1.1 ระดบั น้ำ�ตาลในเลอื ดตำ่ � หมายถึง ภาวะทม่ี นี ำ้ �ตาลในเลอื ดต่ำ�กวา่ 50 มิลลิกรมั ต่อเดซลิ ิตร อาจทำ�ให้หมดสติ
ไม่รู้สึกตัว สาเหตุเกิดจากการกินอาหารน้อยเกินไป หรือการฉีดอินซูลินหรือกินยาลดน้ำ�ตาลในเลือดมากเกินไป
หรอื มีการออกกำ�ลงั กายหกั โหมมากเกนิ ไป
อาการน้ำ�ตาลในเลือดต่ำ� ได้แก่ อ่อนเพลีย หิว กระวนกระวาย ตื่นเต้น ใจสั่น มือสั่นตัวสั่น เหงื่อแตก มึนงง
ตาพร่ามัว และอาจชักเกร็งและหมดสติได้
วิธีการรกั ษาอาการน้ำ�ตาลในเลือดตำ่ � แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
1) เริ่มใจสน่ั หวิว ๆ ยงั รูส้ กึ ตัวดี จดั ให้กินนม 1 กล่อง สม้ 1 – 2 ผล หรือกินอาหาร 1 มอ้ื
2) มอื ส่ัน จะเปน็ ลม แตย่ ังรสู้ กึ ตวั ดี จัดให้กินอาหารพวก คาร์โบไฮเดรตที่ดดู ซึมเรว็ เชน่ นำ้ �หวาน 1/2 - 1 แก้ว
อาจชงน้ำ�ตาล 1 ชอ้ นโต๊ะ ละลายนำ้ � 100 มิลลิลติ ร หรือลกู อม 2 เม็ด หรือน้ำ�ตาล 2 กอ้ น
3) หลบั เรยี กไมร่ ู้สกึ ตัว จัดให้นำ้ �ตาล 2 กอ้ น ไวท้ ี่กระพงุ้ แกม้ ข้างละ 1 กอ้ น แล้วนำ�ส่งโรงพยาบาลท่ใี กลท้ ่สี ุดโดยเร็ว
4
1.2 ระดับนำ้ �ตาลในเลือดสงู เกดิ จากผู้ปว่ ยไมส่ ามารถ
ควบคุมระดบั นำ้ �ตาลในเลือดอาการน้ำ�ตาลในเลือดสูง ได้แก่
กระหายนำ้ �มาก หวิ บ่อย ปสั สาวะบอ่ ย อ่อนเพลีย งว่ งนอน คลื่นไส้
ตาลาย ผวิ แหง้ คนั กนิ จแุ ตน่ ้ำ�หนกั ลด (ผอม) และอาจชักกระตุก
และซมึ หมดสตไิ ด้
วิธีการรักษาอาการน้ำ�ตาลในเลือดสูง คือ ต้องรีบนำ�ผ้ปู ่วย
ส่งโรงพยาบาลเพอ่ื ให้อินซูลนิ โดยเร็วที่สดุ
2. ภาวะแทรกซอ้ นของเบาหวานแบบเรอื้ รัง
2.1 การเส่ือมสภาพและตบี ของหลอดเลอื ดแดงใหญ่
1) หลอดเลือดหัวใจ จะเกิดโรคหวั ใจขาดเลือด
กล้ามเน้อื หัวใจตาย
2) หลอดเลอื ดสมอง จะเกิดโรคอัมพฤกษ์อัมพาต
3) หลอดเลอื ดไปเล้ยี งขา จะเกดิ อาการปวดน่อง
แตถ่ า้ อดุ ตันจะทำ�ให้กล้ามเน้อื ขาและเท้าขาด
เลอื ด เนือ้ เย่อื จะตาย เน่า และดำ� ทำ�ให้ต้องตัดขา
2.2 การเสือ่ มสภาพและตบี ของหลอดเลือดแดงเล็ก
1) หลอดเลอื ดตา จะทำ�ให้จอตาผิดปกติ ตามวั และ
อาจมีเลอื ดออกในจอประสาทตาทำ�ให้ตาบอดได้
2) หลอดเลือดไต จะทำ�ให้ไตเสือ่ มสภาพทำ�ให้กรอง
ของเสยี ไมไ่ ด้ จงึ เกิดของเสยี คั่งในเลอื ด
เกิดโรคไตวายได้ ซ่งึ ระยะแรกผู้ปว่ ยจะไม่แสดงอาการแต่สามารถตรวจคัดกรองไดโ้ ดยการตรวจหาความผิดปกติ
ของอัลบมู นิ ในปสั สาวะ
3) หลอดเลือดท่ีไปเล้ียงระบบประสาทสว่ นปลาย จะทำ� ให้ปลายประสาทเสื่อม มอี าการมอื เทา้ ชา ไมม่ ีความรสู้ กึ เจบ็ ปวด
โดยมกั เร่มิ จากปลายเทา้ แลว้ ลุกลามข้นึ ไปอวยั วะอื่น ซ่งึ อาการชาท่ีเทา้ อาจทำ�ให้เกิดแผลติดเชอื้ ลุกลามจนถงึ ขน้ั ตอ้ ง
ตัดขาได้ หากลามไปหลอดเลือดลำ�ไส้ จะทำ�ใหร้ ะบบประสาทลำ�ไส้เสื่อมทำ�งานผิดปกติ ลำ�ไสเ้ คล่ือนไหวน้อยลง
เกดิ อาการท้องผกู และหากลามไปท่ีอวยั วะเพศจะทำ�ใหร้ ะบบประสาทอวยั วะเพศเสอ่ื มทำ�ให้เส่อื มสมรรถภาพทางเพศได้
3. อาการแทรกซ้อนท่ตี ้องระมัดระวังเฝ้าสงั เกตอาการ ไดแ้ ก่
3.1 อาการตามัวชั่วคราว ตอ้ กระจก ต้อหนิ ตามองเห็นภาพซอ้ นอาการเจ็บหนา้ อก แน่นๆ ตรงกลางร้าวไปด้านในของ
แขนซา้ ย
3.2 อาการชา หรอื ไม่รู้สกึ ครึ่งซีก
3.3 หนังตาตก ปากเบี้ยว
3.4 ไมร่ สู้ กึ ตวั ถา้ เปน็ เสน้ เลือดในสมองเสน้ ใหญ่
3.5 ผู้ปว่ ยเบาหวานมีโอกาสเกดิ โรคไตวายขน้ั สดุ ทา้ ย 20 เท่าของคนปกติ
5
ผู้ป่วยโรคเบาหวานทีไ่ ม่สามารถควบคมุ ระดบั น้ำ�ตาลในเลือดได้ มักเกดิ ภาวะแทรกซอ้ น จงึ จำ�เป็นต้องมีการ
ประเมินตนเองเป็นประจำ� โดยดำ�เนินการ
1. ควบคมุ ระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดพบแพทย์เจาะเลอื ดตามนัดทกุ 1 – 3 เดือน
2. ตรวจนำ้ �ตาลเฉล่ยี (ฮโี มโกลบินเอวนั ซี) ทกุ 3 – 6 เดอื น
3. ตรวจไขมนั เชน่ โคเลสเตอรอลรวม เอชดีแอล แอลดแี อล และไตรกลีเซอไรด์
4. ช่งั นำ้ �หนกั ตวั วดั ความดนั โลหิตเปน็ ประจำ�และควบคมุ ให้อย่ใู นเกณฑ์ปกติ
5. การตรวจเทา้ ทกุ 3 – 6 เดอื น อาจใชว้ ธิ ี monofilamentในการตรวจ
6. ตรวจตาโดยการขยายมา่ นตาและสขุ ภาพฟันทุกปี
7. ตรวจอลั บูมนิ ในปสั สาวะและตรวจหนา้ ทไี่ ตทกุ ปี
6
เบาหวานเปน็ โรคไมห่ ายขาด แตส่ ามารถควบคุมได้ และผ้ปู ่วยสามารถดำ�เนินชวี ติ เหมือนคนปกตไิ ด้ โดยการกินอาหาร
ให้เหมาะสมกับสภาวะนำ้ �ตาลในเลอื ด ออกกำ�ลงั กายแต่พอดี ตรวจนำ้ �ตาลในปัสสาวะ หรอื ตรวจเลอื ดเปน็ ประจำ�
และกินยาหรือฉดี ยาให้ตรงเวลาตามที่แพทยก์ ำ�หนด หากผู้ปว่ ยสามารถรักษาระดับน้ำ�ตาลในเลือดใหอ้ ย่ใู นเกณฑป์ กตไิ ด้
เป็นระยะเวลานานพอ แพทย์เจา้ ของไข้อาจพจิ ารณาใหผ้ ้ปู ว่ ยหยดุ กนิ เบาหวานได้ แต่ไมไ่ ด้หมายความว่าผปู้ ่วยจะหายขาด
จากโรคนี้ เพราะผูป้ ่วยยังจำ�เปน็ ต้องมวี นิ ยั ในการควบคุมอาหารและออกกำ�ลงั กายอยา่ งสมำ่ �เสมอ หากผูป้ ว่ ยกลับไปใชช้ วี ิต
เหมือนตอนก่อนเป็นโรคเบาหวาน ระดับน้ำ�ตาลในเลอื ดของผูป้ ว่ ยจะกลับเพ่ิมสงู ขนึ้ และต้องกลบั มานง่ั กนิ ยากนั อกี คร้ัง
ซ่ึงไม่ใชส้ ่งิ ทพ่ี ึงปรารถนาของทงั้ ตัวผู้ป่วยและแพทย์เจ้าของไขอ้ ยา่ งแน่นอน
แนวทางสำ�คญั ในการควบคุมเบาหวานดว้ ยตนเอง
ของผปู้ ่วยโรคเบาหวาน ได้แก่ 1) การลดปริมาณ
คาร์โบไฮเดรตหรือน้ำ�ตาลเขา้ สู่ร่างกายโดยการควบคมุ
อาหาร 2) การกำ�จัดนำ้ �ตาลสะสมออกจากร่างกาย
ของผู้ป่วยโดยการเคลอื่ นไหวออกกำ�ลังกาย และ 3)
การกนิ ยาเบาหวานตามคำ�สัง่ แพทยอ์ ยา่ งสมำ่ �เสมอ
ตรงขนาด ตรงเวลา หากผูป้ ่วยสามารถปฏบิ ัตไิ ดต้ าม
3 แนวทางนี้ กจ็ ะสามารถควบคุมเบาหวานได้อยา่ ง
แน่นอน
7
ผู้ป่วยโรคเบาหวานจำ�เป็นต้องควบคุมปริมาณการกินอาหารท่ีมี
คารโ์ บไฮเดรต จำ�พวกข้าว แป้ง น้ำ�ตาล เพื่อลดปริมาณคารโ์ บไฮเดรตหรอื
น้ำ�ตาลเขา้ สู่รา่ งกาย มีเป้าหมายให้ระดับน้ำ�ตาลในเลือดลดลงกลับสภู่ าวะปกติ
ท้ังนี้ตวั ผู้ปว่ ยตอ้ งมีความตระหนกั เขา้ ใจ และมีวินัยในการควบคมุ การกินอาหาร
ผูป้ ่วยเบาหวานตอ้ งเขา้ ใจว่าการควบคุมอาหารนอกจากจะจำ�กัดหรืองดการ
กนิ น้ำ�ตาล ของหวาน เครอื่ งดืม่ หวาน ๆแลว้ ต้องจำ�กัดอาหารทม่ี ีคาร์โบไฮเดรต
จำ�พวกข้าว แป้ง เช่น ข้าวเหนยี ว ข้าวสวย ก๋วยเตี๋ยว บะหม่ี ขนมจีน ขนมปงั เคก้
คุกก้ี และขนมต่าง ๆ
ทท่ี ำ�จากแปง้ ดว้ ย เมอ่ื กนิ เขา้ ไปแลว้ คารโ์ บไฮเดรตทม่ี อี ยใู่ นอาหารเหลา่ น้ี
จะถกู ยอ่ ยจนกลายเปน็ นำ้ �ตาลกลูโคส (น้ำ�ตาลโมเลกุลเดยี่ ว) ท่ีเป็นสาเหตทุ ำ�ให้
น้ำ�ตาลในเลอื ดสงู นั่นเอง ดังนั้น การควบคุมอาหารสำ�หรับผู้ป่วยเบาหวาน
ต้องจำ�กัดทัง้ อาหารจำ�พวกข้าวแป้งและน้ำ�ตาลควบคกู่ ันไปจึงจะไดผ้ ลดี
8
โดยทั่วไปรายการอาหารสำ�หรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับอาหารธรรมดาทั่ว ๆ ไป
คือสามารถใชร้ ายการอาหารปกติของสมาชกิ ในครอบครัว แตผ่ ูป้ ว่ ยโรคเบาหวานตอ้ งตระหนักวา่ ตนเองมีสัดส่วน
การกินชนิดอาหารแตกต่างจากคนอ่นื เพราะต้องจำ�กดั ปรมิ าณการกนิ อาหารทม่ี คี าร์โบไฮเดรต จำ�พวกขา้ ว แปง้
และหากเป็นไปได้ควรงดน้ำ�ตาลและเครื่องดื่มผสมน้ำ�ตาล เพราะการได้รับน้ำ�ตาลปริมาณมากจะทำ�ให้ระดับ
น้ำ�ตาลในเลอื ดสูงข้ึนอยา่ งรวดเรว็ โดยเพิ่มปริมาณการกินผักที่มใี ยอาหารมากช่วยชะลอการดดู ซมึ น้ำ�ตาลเขา้ กระแส
เลอื ดไดด้ ี และอาจเพม่ิ การกนิ อาหารทม่ี โี ปรตนี จำ�พวกเนอ้ื สตั วต์ า่ ง ๆ เพอ่ื เสรมิ สรา้ งกลา้ มเนอ้ื ทงั้ น้ีตอ้ งออกกำ�ลงั กาย
รว่ มด้วยจงึ จะไดผ้ ลดที ีส่ ุด หลกั การควบคุมอาหารสำ�หรบั ผู้ปว่ ยเบาหวาน ผู้เขียนขอแนะนำ� 2 หลกั การ คือ หลกั การ
อาหารจานสุขภาพและหลักการนบั คาร์โบไฮเดรต (การนับคารบ์ ) ซงึ่ ผู้เขียนเคยใชไ้ ดผ้ ลดีในการอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร
เพื่อลดน้ำ�หนักและควบคุมเบาหวานในคนอ้วนลงพุงซึ่งพบว่าหากน้ำ�หนักผู้ป่วยลดลงก็จะทำ�ให้ระดับน้ำ�ตาลในเลือด
ลดลงไปด้วย ดังนั้น การจำ�กัดปริมาณการกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตแล้วไปเพิ่มปริมาณกินผักจะทำ�ให้ผู้ป่วย
ไดร้ บั พลงั งานและคาร์โบไฮเดรตลดลง สง่ ผลให้นำ้ �หนักตวั และน้ำ�ตาลในเลือดลดลงตามน่ันเอง
9
1. จัดอาหารใหไ้ ดพ้ ลงั งานเพยี งพอต่อความต้องการของผปู้ ่วย และต้องคำ�นงึ ถงึ การรกั ษานำ้ �หนักตวั ของผปู้ ว่ ย
ใหอ้ ย่ใู นเกณฑ์ปกติ
2. ประเมินบรโิ ภคนสิ ยั และความต้องการของผู้ป่วย เพื่อจัดเตรยี มอาหารใหส้ อดคลอ้ งกบั บรบิ ทของผูป้ ่วย
3. เลอื กใชช้ นดิ ของอาหารหมวดต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เนน้ อาหารท่ีมกี ากใย หรอื อาหารทีม่ ีค่าดัชนนี ำ้ �ตาลต่ำ�
ถึงปานกลางเปน็ หลัก สลับสับเปลี่ยนกันไปไม่ให้ซ้ำ�ซากจำ�เจ โดยค่าดัชนีน้ำ�ตาล (glycemic index, GI)
เปน็ ดชั นี บง่ ชว้ี า่ คารโ์ บไฮเดรตทก่ี นิ เขา้ ไปนน้ั สามารถเพม่ิ ระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดไดม้ ากหรอื นอ้ ย โดยเปรยี บเทยี บกับ
การรับประทานกลูโคสบริสุทธิ์ ถ้าค่าดัชนีต่ำ�แสดงว่าอาหารนี้จะค่อย ๆ ถูกย่อยและปล่อยกลูโคส
ออกมาในลำ�ไส้อย่างช้า ๆ จึงถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้า ๆ เช่นกัน ทำ�ให้ระดับน้ำ�ตาลในเลือด
ไม่ขนึ้ สงู อยา่ งรวดเร็ว
4. ลดปริมาณการได้รับคารโ์ บไฮเดรต ลดไขมันอ่มิ ตัว ลดโคเลสเตอรอล และลดโซเดยี มจากอาหาร
5. จดั อาหารใหน้ ่ารับประทาน โดยใชส้ ีธรรมชาตมิ าเสริมแตง่ ให้อาหารนา่ รบั ประทาน
6. รสชาติของอาหารท่จี ดั ใหผ้ ปู้ ่วยโรคเบาหวาน ควรเนน้ รสออ่ น ตอ้ งไม่หวาน และควรจดั ใหม้ อี าหารรสเปรีย้ ว
เคม็ และอาจมรี สเผด็ บา้ งบางมอื้
7. ควรหลกี เลีย่ งการจัดอาหารที่มไี ขมนั สัตว์ น้ำ�มนั หมู เนย มนั ไก่ เครอื่ งใน หมูสามช้นั ครมี กะทิ หลีกเลย่ี ง
อาหารทที่ อดในนำ้ �มันมาก ๆ ควรจดั อาหารท่ไี มต่ ดิ มัน เช่น เนอ้ื ปลา เต้าหู้ ถ่ัวต่าง ๆ งดของหวานและ
ผลไมท้ หี่ วานจัด
8. ใหค้ วามรใู้ นการเลอื กกนิ อาหารแกผ่ ปู้ ว่ ย และมกี ิจกรรมเพอ่ื ปรบั เปลี่ยนพฤตกิ รรมการบรโิ ภคอาหารโดยให้
ผปู้ ่วยมสี ว่ นรว่ ม
10
1. การกระจายพลังงาน ควรจัดอาหารโดยให้มกี ารกระจาย
พลังงานต่อสารอาหารให้พลังงานให้เหมาะสมและเพียงพอกับ
สภาวะโรคของผู้ป่วยเบาหวาน โดยมากจะให้คาร์โบไฮเดรต
45 –50% ของพลงั งานที่ควรได้รบั โปรตีน 15 – 25% นอกน้นั
เปน็ พลังงานจากไขมันประมาณ 20 – 35% ในผ้ปู ่วยท่มี ีน้ำ�หนัก
อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควรได้รับพลังงาน 30 – 35 กิโลแคลอรีต่อ
นำ้ �หนกั ตัว 1 กิโลกรัมตอ่ วนั ผปู้ ว่ ยน้ำ�หนักเกนิ เกณฑ์ (อ้วน) ควร
ไดร้ ับพลงั งาน 25 กโิ ลแคลอรตี อ่ น้ำ�หนกั ตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
ส่วนผู้ป่วยน้ำ�หนักต่ำ�กว่าเกณฑ์ (ผอม) ควรได้รับพลังงาน
40 – 55 กิโลแคลอรีตอ่ น้ำ�หนกั ตัว 1 กิโลกรมั ต่อวนั
2. คารโ์ บไฮเดรต ควรให้คารโ์ บไฮเดรตเชงิ ซอ้ น พวกข้าว แปง้
เผือกมันเน้นให้กินข้าวกล้องหรือซ้อมมือเพ่อื เพ่มิ ใยอาหารมากข้นึ
เพราะเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่มีค่าดัชนีน้ำ�ตาลต่ำ� จะช่วย
ลดและชะลอการดูดซึมน้ำ�ตาลเข้าสู่กระแสเลือด ทำ�ให้ผู้ป่วย
คุมระดับน้ำ�ตาลในเลือดได้ดขี ึน้ หรอื จะบรโิ ภค ขนมปังโฮลวตี
แทนเปน็ บางมอ้ื กไ็ ด้ แตท่ ส่ี ำ�คญั คอื ตอ้ งงดนำ้ �ตาลทกุ ชนดิ ฝกึ ใหผ้ ปู้ ว่ ย
กนิ จดื จะช่วยใหผ้ ปู้ ว่ ยคมุ อาหาร ไดด้ ยี งิ่ ขนึ้
3. โปรตีน เลือกอาหารทีเ่ ปน็ แหล่งโปรตนี ท่มี คี ุณภาพดี เช่น ไข่
นม และเนอ้ื สตั ว์ ความต้องการของสารอาหาร โปรตนี ของผู้ป่วย
เบาหวานที่ไม่มีอาการเบาหวานและอยู่ในระยควบคุมได้ดีแล้วนั้น
จะมคี วามตอ้ งการโปรตีน เทา่ บคุ คลปกติ แต่ถ้าผ้ปู ่วยมีโรคติดเชือ้
รว่ มดว้ ยกต็ ้องกำ�หนด ปรมิ าณโปรตนี เพม่ิ ขึ้น ในรายที่จำ�เปน็ ต้อง
ให้โปรตนี สงู นั้น จะให้ไมต่ ่ำ�กวา่ 65 กรัมต่อวนั และถา้ ผปู้ ว่ ยอยใู่ น
ภาวะไตเสื่อมสมรรถภาพ ต้องจำ�กัดปริมาณโปรตีนแต่ไม่ควร
ตำ่ �กว่า 60 กรมั ต่อวัน
11
4. ไขมัน ในคนไขป้ กตจิ ะให้ไขมัน ร้อยละ 30 ของพลงั งานทค่ี วรได้
รับและไขมันอม่ิ ตวั ตอ้ งไมเ่ กินรอ้ ยละ 10 ของพลงั งานทค่ี วรไดร้ บั
ส่วนในคนไข้สูงอายุต้องเป็นอาหารท่ีมีโคเลสเตอรอลตำ่ �และให้ไขมัน
ประมาณร้อยละ 25 ของพลังงานที่ควรไดร้ ับ และจะให้เปน็ ไขมนั
จำ�เป็นชนดิ ไม่อ่ิมตวั เป็นสว่ นใหญ่
5. วติ ามินและแรธ่ าตุ ควรจัดวติ ามนิ และแรธ่ าตใุ หไ้ ดเ้ ท่ากับ
คนปกติท่ัวไปยกเว้นในรายท่ีมีภาวะหัวใจวายหรือไตเส่ือม
สมรรถภาพ จำ�เปน็ จะต้องจำ�กดั โซเดียม อาจเพิม่ อาหารท่ีเปน็
แหล่งของโครเมียม เชน่ ยสี ต์ หอยนางลม ตบั และมันฝรง่ั เป็นต้น
6. ใยอาหาร ควรจัดอาหารที่ให้ใยอาหารสงู ใหไ้ ดใ้ ยอาหาร 14 กรมั
ต่ออาหาร 1,000 กิโลแคลอรี หรือประมาณ 25-35 กรัมตอ่ วนั เพื่อ
เพม่ิ กากใยในลำ�ไส้ให้มากข้นึ ทัง้ น้ีการใหอ้ าหารท่ีมใี ยอาหารสูงนี้ จะมี
สว่ นชว่ ยลดและ ชะลอการดูดซมึ นำ้ �ตาลและไขมัน ทำ�ให้ระดบั นำ้ �ตาล
และ ไขมนั ในเลือดลดลงได้ อาหารทม่ี กี ากใยสงู ได้แก่ ผกั นั่นเอง ผัก
ท่แี นะนำ�ให้รับประทานไดไ้ ม่จำ�กดั คอื ผักประเภท ก. เช่น ผกั บ้งุ จีน
ผกั กาดขาว ผักกาดเขียว ผักกวางตุ้ง ผักกะเฉด ส่วนผกั ประเภท
ข. ถว่ั ลนั เตา ถั่วฝักยาว หกั ผกั กาด แครอท เปน็ ผักทม่ี กี ากใยสงู
แต่ก็ มแี ป้งดว้ ย จงึ จำ�เปน็ ต้องคำ�นงึ ถึงพลังงานทจี่ ะเพิม่ ข้นึ ดว้ ย
ผู้ป่วยเบาหวานควรออกกำ�ลังกายสม่ำ�เสมอทกุ วันหรอื อยา่ งน้อยสัปดาห์ละ 3-5 ครง้ั การออกกำ�ลังกาย
จะชว่ ยเผาผลาญพลงั งานส่วนเกินในรา่ งกาย ช่วยสง่ เสรมิ การทำ�งานกล้ามเนื้อหวั ใจและปอด ชว่ ยให้เซลล์และอวัยวะ
ต่างๆทำ�งานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพตอบสนองต่ออินซลู ินได้ดขี นึ้ สง่ เสรมิ การทำ�งานของฮอรโ์ มนและเอนไซม์ ชว่ ยเพม่ิ
มวลกลา้ มเนอ้ื และช่วยผอ่ นคลายความเครยี ด ทำ�ใหผ้ ูป้ ่วยควบคุมระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดไดด้ ีขึ้น เพราะขณะออกกำ�ลงั
กายกลา้ มเนอื้ จะใช้น้ำ�ตาลกลูโคสเพ่มิ ขึ้นเพ่ือเปน็ แหล่งใหพ้ ลงั งาน จงึ มีการดึงน้ำ�ตาลกลโู คสออกจากกระแสเลือดเข้าไป
เผาผลาญในเซลล์กลา้ มเน้ือ สง่ ผลให้ระดับนำ้ �ตาลในเลือดลดลง รวมถงึ ระดับไขมนั ในเลอื ด ความดนั โลหิต และน้ำ�หนัก
ตัว กล็ ดลงดว้ ย
12
ผูป้ ว่ ยเบาหวานควรออกกำ�ลงั กายท้ัง แบบ
1. แบบคารด์ โิ อเพือ่ ส่งเสรมิ ประสิทธภิ าพให้ระบบการทำ�งานของร่างกายโดยเฉพาะหัวใจและปอด เช่น เดินเรว็ วิ่ง เตน้ รำ�
เตน้ แอโรบกิ กายบรหิ าร ว่ายนำ้ � โยคะ สงั เกตจากการออกกำ�ลังกายทม่ี ีการเคล่ือนไหวตอ่ เนื่องตลอดเวลา ด้วยการ
ออกแรงสม่ำ�เสมอจะจัดเปน็ การออกกำ�ลงั กายแบบคาร์ดโิ อ
2) แบบเวทเทรนน่งิ เพอ่ื สง่ เสริมความแข็งแกรง่ และเพิ่มมวลกล้ามเนือ้ ซึ่งเป็นแหล่งเผาผลาญพลงั งานสว่ นเกนิ เชน่
น้ำ�ตาลและไขมนั หากรา่ งกายมีกลา้ มเนือ้ มากก็จะสามารถเผาผลาญได้มาก การออกกำ�ลงั กายแบบเวทเทรนนิ่ง เช่น
การยกขวดนำ้ � ยกดัมเบล การ ออกกำ�ลงั กายท่ตี ้องออกแรงเกร็งกล้ามเน้ือในฟติ เนส ดงั น้นั ผปู้ ว่ ยเบาหวานจำ�เปน็ ตอ้ ง
ออกกำ�ลงั กายแบบคาร์ดโิ อและเวทเทรนน่ิงควบคู่กนั ไป
ในท่ีนี้ ขอแนะนำ�ให้ออกกำ�ลังกายทกุ วัน วนั ละ 30-60 นาทีโดยเลอื กชนิดของการออกกำ�ลังกายที่ชอบ ถนัด
สะดวกในการปฏิบัติและเหมาะกับอายุหรือภาวะสุขภาพตนเองแนะนำ�ให้ออกกำ�ลังกายท้ังแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนน่ิง
โดยให้ปฏบิ ัติสลบั กนั ไปวนั เว้นวนั เริ่มต้นจากการออกกำ�ลงั กายแบบคาร์ดิโอและวันถดั ไปก็ใหท้ ำ�เวทเทรนนิ่ง หากไม่
สะดวกในการออกกำ�ลงั กาย กใ็ ห้ใชก้ ารเคลื่อนไหวรา่ งกายทที่ ำ�ตอ่ เนอื่ งกนั อย่างนอ้ ย 10-15 นาที หรอื จนเหงอื่ ออก
เชน่ การทำ�งานบา้ น กวดบ้าน ถบู า้ น ล้างจาน ลา้ งรถ ทำ�สวน ทำ�ไร่ ขุดดิน เข็นรถ และเดินภายในบา้ นอย่างต่อเนอ่ื ง
กันด้วยความเร็วสม่ำ�เสมอนาน 10-15 นาที ก็จะเท่ากับเราได้ออกกำ�ลังกายระดับเบาถึงปานกลางแล้ว
ดังนั้น การออกกำ�ลงั กายจึงสามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ทกุ ทที่ กุ เวลาขน้ึ อยู่กบั ว่าตัวผูป้ ว่ ยจะเขา้ ใจและตระหนักถึงผลดี
ของการออกกำ�ลังกายแลว้ ลงมือปฏบิ ตั อิ ย่างสมำ่ �เสมอ เพือ่ สุขภาพที่ดีของตวั ผ้ปู ว่ ยเอง
13
โดยปกติ ผทู้ ีเ่ ขา้ รบั การตรวจเบาหวานที่มีผลระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดสงู กวา่ 125 มลิ ลกิ รมั ตอ่ เดซิลิตร ไม่มากนัก
จำ�นวน 2 ครงั้ จะถอื ว่าภาวะเบาหวานท่เี ปน็ อย่เู ป็นไม่มากก็ไมต่ ้องกนิ ยา แตจ่ ะได้รับคำ�แนะนำ�ในการปฏิบัตติ นด้านการ
บริโภคอาหาร ออกกำ�ลังกาย งดด่มื สุรา งดสูบบหุ ร่ี เพ่ือควบคมุ ระดับนำ้ �ตาลในเลือดให้กลบั สู่ระดบั ปกติ หากไมส่ ามารถ
ควบคมุ ปล่อยใหร้ ะดับนำ้ �ตาลในเลอื ดสงู แพทย์เจ้าของไข้กจ็ ำ�เปน็ ต้องสง่ั จา่ ยยาเบาหวานให้ผ้ปู ่วยนำ�กลบั ไปกินทบ่ี า้ น ยา
ทใี่ ชป้ กติจะอยใู่ นรูปของยากินสำ�หรับผู้ปว่ ยเบาหวานชนิดที่ 2 ส่วนยาฉีดอินซลู นิ จะใชใ้ นผปู้ ่วยเบาหวานชนิดท่ี 1
ในที่นี้จะกลา่ วถงึ ยากนิ ซง่ึ การออกฤทธ์ิของยา แบ่งออกเปน็ 4 กล่มุ คอื ยากลุ่มทกี่ ระตุน้ ใหม้ ีการหลั่งอนิ ซลู นิ
จากตบั ออ่ นเพ่มิ ข้นึ ยากลมุ่ ทช่ี ว่ ยแกไ้ ขภาวะดอ้ื อนิ ซลู นิ ทต่ี บั และเซลลก์ ลา้ มเนอ้ื ยากลมุ่ ทช่ี ว่ ยชะลอการย่อยและการดูดซึม
น้ำ�ตาลกลโู คสจากลำ�ไส้ และยากลุ่มทช่ี ว่ ยขับนำ้ �ตาลกลโู คสทง้ิ ทางปสั สาวะ โดยแพทย์เจา้ ของไขจ้ ะเปน็ ผพู้ จิ ารณาในการ
จา่ ยยาให้แก่ผปู้ ่วย โดยทว่ั ไปจะให้กนิ ยาร่วมกบั การปรับเปลยี่ นพฤติกรรมในการควบคมุ เบาหวาน ขณะทีผ่ ู้ป่วยจำ�เปน็
ต้องมคี วามเข้าใจในเร่ืองการใชย้ าให้ถกู ต้อง
ข้อควรปฏิบัติในการใช้ยา
1. ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาและยาท่ใี ช้อยใู่ นปจั จุบัน
2. กินอาหารในปริมาณสมำ่ �เสมอและตรงเวลา
3. กนิ ยาตามมอื้ อาหารที่แพทยส์ ง่ั แต่ถ้าลืมกินยาหลังอาหาร 1-2 ชว่ั โมง ให้กนิ ยาได้ทันทที ีน่ กึ ได้ แต่
ถา้ ลมื จนถงึ มื้อถดั ไปใหก้ ินยาขนาดตามแพทย์สงั่ เท่าน้ัน หา้ มเพม่ิ ขนาดยา
4. เม่อื สงสัยวา่ มีอาการผดิ ปกตขิ องรา่ งกายหลังกินยา ใหร้ ีบปรกึ ษาแพทย์เจา้ ของไข้
5. ควรทราบอาการและวธิ แี กไ้ ขเม่อื เกดิ ภาวะนำ้ �ตาลในเลอื ดตำ่ �
6. ควรมเี ครื่องตรวจนำ้ �ตาลปลายนว้ิ ทบี่ ้าน เพ่ือตดิ ตามระดบั น้ำ�ตาลในเลือดอยา่ งสม่ำ�เสมอ
ดังน้ันแนวทางในการควบคุมโรคเบาหวานผู้ป่วยจำ�เป็นต้องเข้าใจและให้ความร่วมมือในการปรับเปล่ียน
พฤติกรรมตนเองทั้งในด้านการกินอาหารให้ถูกต้อง การออกกำ�ลังกายสม่ำ�เสมอ และกินยาให้ตรงขนาดตรงเวลา
หากผูป้ ่วยปฏิบัตติ นไดถ้ กู ตอ้ งสามารถรักษาระดับนำ้ �ตาลในเลอื ดให้ได้ตามเป้าหมายเป็นระยะเวลาหน่งึ ผู้ป่วยอาจไดร้ ับ
การพจิ ารณาให้หยุดกินยาได้ ก็จะถอื วา่ การควบคุมเบาหวานเปน็ ผลสำ�เร็จน่นั เอง
14
การตรวจสุขภาพตนเอง
ทบี่ ้านอย่างสม่ำ�เสมอ
จะชว่ ยใหผ้ ู้ปว่ ยสามารถควบคมุ โรคเบาหวาน
ได้ดีขึ้นเพราะผู้ป่วยจะทราบความผิดปกติของ
ร่างกายตนเองในเบ้ืองต้นแล้วนำ�ไปปรึกษาแพทย์
ผู้ดูแลก็จะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องซึ่งเป็นผลดี
ต่อกระบวนการรักษาทำ�ให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นและ
ป้องกันไม่ให้เกดิ ภาวะแทรกซอ้ นได้
- วัดระดับความดันโลหติ
- วดั ระดับน้ำ�ตาลในเลอื ด
- ช่งั นำ้ �หนัก วัดรอบเอว
- ตรวจสขุ ภาพเท้าก่อนเข้านอน
- ตรวจการมีบาดแผลหรอื ความผิดปกตขิ อง
ร่างกาย
- สงั เกตอาการชาปลายมือปลายเทา้
- สังเกตการณเ์ ปลีย่ นแปลงของเงือกและฟนั
- สังเกตสแี ละความขนุ่ ของปัสสาวะ
15
การประเมินการควบคมุ
ระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ด
การควบคมุ ระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดของผูป้ ว่ ยใหไ้ ดผ้ ลดที สี่ ดุ จำ�เปน็ ต้องได้รับความรว่ มมือในการปรับเปลย่ี น
พฤติกรรมเพื่อปฏิบัติพฤติกรรมพึงประสงคใ์ นการควบคมุ นำ้ �ตาลในเลอื ดของตวั ผปู้ ว่ ยเองนอกจากนผ้ี ดู้ ูแลผู้ป่วย
หรือบคุ ลากรทางสาธารณสุขก็จะตอ้ งประเมนิ ภาวะสุขภาพของผู้ปว่ ยเป็นระยะ ๆ
การประเมินการควบคมุ ระดับนำ้ �ตาลในเลอื ดของผ้ปู ่วยโรคเบาหวาน มีดังนี้
- การตรวจทางคลนิ ิก เช่น ประวตั กิ ารเจบ็ ปว่ ย ชง่ั นำ้ �หนกั
วัดรอบเอว ดชั นมี วลกาย วดั ความดนั โลหติ วดั อตั ราการเตน้ ของ
หวั ใจ ประเมินโอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลอื ด
- ผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร เชน่ ระดับไขมนั ในเลือด
การตรวจการทำ�งานของไต
- การตรวจร่างกาย เช่น ตรวจสุขภาพชอ่ งปาก การ
ตรวจตาและจอตา การตรวจเทา้ โดยตรวจดูผวิ หนงั ตาปลา
แผล ประสาทรบั ความรู้สึกทเี่ ท้า
- ประวตั ิการกินอาหาร รูปแบบและอุปนิสยั การบริโภค
อาหารตามปกติ และปริมาณสารอาหารทีป่ ริโภคในแตล่ ะวัน
- ประวัติการออกกำ�ลงั กาย
- วิถกี ารดำ�เนนิ ชวี ติ ทีส่ ่งผลต่อการควบคมุ เบาหวาน เชน่
ความเครียด เคล่ือนไหวรา่ งกาย
- ประเมินระดับความพร้อมในการปรับเปลยี่ นพฤติกรรม
16
การประเมนิ และตดิ ตามสขุ ภาพผ้ปู ว่ ยโรคเบาหวาน
นอกจากการควบคุมระดับนำ้ �ตาลในเลือดแล้ว
ควรจะประเมนิ และตดิ ตามปจั จยั เสย่ี งและตรวจหาภาวะแทรกซ้อนเป็นระยะ ๆ ดงั น้ี
- ตรวจรา่ งกายอย่างละเอียดปลี ะ 1 คร้งั
- ตรวจตาและจอตา ปลี ะ 1 ครงั้
- ตรวจประสาทรับความรู้สกึ ท่เี ทา้ ปีละ 1 ครง้ั
- ตรวจสุขภาพชอ่ งปากและฟนั โดยทันตแพทยป์ ีละ 1 ครั้ง
- ตรวจระดับไขมนั ในเลือดปีละ 1 คร้ัง
- ตรวจปสั สาวะและโปรตนี ในปัสสาวะปลี ะ 1 ครง้ั
- ติดตามการเลกิ สบู บุหรี่ (สำ�หรับผทู้ ่ีเคยสบู )
- ตดิ ตามการลด ละ เลกิ ดื่มเครอ่ื งดื่มผสมแอลกอฮอล์
(สำ�หรบั ผูท้ เี่ คยดม่ื ) โดยผู้ไม่ด่ืมอยู่แล้วไม่แนะนำ�ใหด้ ืม่ แอลกอฮอล์
หากจำ�เป็นตอ้ งดม่ื เชน่ ร่วมงานสงั สรรค์ควรดมื่ ในปรมิ าณจำ�กัด
คือ ไม่เกิน 1 สว่ น สำ�หรบั ผหู้ ญิง หรอื 2 สว่ น สำ�หรับผู้ชาย
(1 สว่ น เทา่ กับ วิสก้ี (เหลา้ ) 45 มล. หรือไวน์ 150 มล. หรอื
เบยี ร์ชนดิ อ่อน 330 มล.)
- ประเมนิ คุณภาพชวี ติ และสขุ ภาพจติ ของผปู้ ว่ ยและครอบครัว
17
การกำ�หนดเป้าหมายการควบคุมเบาหวาน
เปน็ การกำ�หนดเปา้ หมายในการลดระดับนำ้ �ตาลในเลือด ลดอาการ
ของโรคเบาหวาน ลดโอกาสเกดิ ภาวะแทรกซ้อนทำ�ให้ผปู้ ว่ ยมีคณุ ภาพชวี ิต
ที่ดีข้ึน การกำ�หนดเป้าหมายที่ถูกต้อง ผู้ปว่ ยตอ้ งมีความเขา้ ใจและเช่อื มน่ั
วา่ จะจดั การการพฤตกิ รรมการดแู ลตนเองได้ ซง่ึ ผปู้ ว่ ยจำ�เปน็ ตอ้ งปรบั รปู แบบ
ชีวิตในการบริโภคอาหารการออกกำ�ลังกายการจัดการกับอารมณ์
การกนิ ยา เพอ่ื ควบคมุ ระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดใหใ้ กลเ้ คยี งคนปกติ โดยอาจใช้
ค่าผลตรวจทางห้องปฏิบัติการประกอบการพิจารณากำ�หนดปฏิบัติการ
ควบคมุ เบาหวานให้บรรลุเป้าหมาย เช่น ค่าระดับน้ำ�ตาลในเลือด
และคา่ ฮีโมโกลบนิ เอวนั ซี (HbA1C) โดยค่าเป้าหมายของระดับน้ำ�ตาลในเลอื ดหลังอดอาหาร 8 ช่วั โมง จะต้องอยู่
ในชว่ ง 80 – 120 มิลลกิ รมั ตอ่ เดซลิ ติ ร และคา่ น้ำ�ตาลเฉลี่ย (ฮโี มโกลบิน เอวันซี) ต้องน้อยกวา่ 7% จงึ ถือว่าควบคุมได้
ดี แต่ถ้าค่าระดับน้ำ�ตาลในเลือดสูงกวา่ 140 มิลลกิ รัมต่อเดซลิ ติ ร และคา่ ฮโี มโกลบนิ เอวนั ซี มากกวา่ 8% จะถือว่าต้อง
ปรบั ปรงุ จำ�เป็นตอ้ งพจิ ารณาปรบั วธิ ปี ฏบิ ัติในการดูแลตนเองใหม่ โดยการประเมนิ ผลการปฏบิ ัตติ นอาจต้องติดตามผู้ป่วย
3 – 4 เดอื นตอ่ ครั้ง เพื่อประเมินผปู้ ่วยเป็นระยะจนครบ 1 ปี ถึงทำ�การตรวจประเมนิ ทั้งภาวะนำ้ �ตาลในเลือดและภาวะ
แทรกซ้อนที่อาจเกิดข้นึ ด้วย การกำ�หนดเปา้ หมายปฏิบัติการ เชน่
1. กำ�หนดเป้าหมายการควบคมุ อาหาร
ดำ�เนินการโดยการประเมนิ ภาวะสุขภาพตนเอง ระดับนำ้ �ตาลในเลอื ด และรายการอาหารท่กี นิ เพ่อื นำ�
ขอ้ มูลมากำ�หนดความตอ้ งการสารอาหารทส่ี มดลุ กบั ความตอ้ งการของรา่ งกาย แลว้ จงึ กำ�หนดเปา้ หมาย
การลดปริมาณการได้รับคารโ์ บไฮเดรตและน้ำ�ตาล เพื่อไปใหถ้ ึงผลลัพธ์ท่ีตอ้ งการคอื สามารถควบคมุ
ระดบั น้ำ�ตาลในเลือดให้เทา่ กบั หรอื ใกลเ้ คยี งคนปกติมากท่ีสุด โดยประเมนิ ผลจากค่าระดับนำ้ �ตาลในเลือด
และค่าฮีโมโกลบิน เอวนั ซี ถา้ ท้ัง 2 คา่ กลบั สูภ่ าวะปกติ กถ็ ือว่าผปู้ ว่ ยสามารถควบคุมอาหารไดด้ นี ั่นเอง
18
2. กำ�หนดเปา้ หมายการออกกำ�ลงั กาย
ให้พิจารณาชนิดการออกกำ�ลังกายที่ชอบทั้งแบบ
เวทเทรนนิ่งเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อเช่น ยกขวดน้ำ� ยกดัมเบล
ออกกำ�ลงั กายเพม่ิ แรงตา้ นใหก้ บั กลา้ มเนอ้ื ในฟติ เนสและแบบคารด์ โิ อ
หรอื แอโรบคิ เพอื่ เสรมิ สร้างกล้ามเนื้อหัวใจและปอด เชน่ เดนิ เรว็
วง่ิ เต้นแอโรบิก เต้นรำ�/รา่ ยรำ� ข่จี กั รยาน เปน็ ต้น แลว้ จงึ กำ�หนด
เป้าหมายระยะเวลาการออกกำ�ลงั กายโดยทว่ั ไปจะกำ�หนดเปา้ หมาย
สัปดาห์ละ 3-5 วนั นานวันละ 30-60 นาที
3. กำ�หนดเป้าหมายการกินยาตรงขนาดตรงเวลา
เชน่ ปัญหาการปรับยากนิ เอง ตอ้ งแกด้ ว้ ยการทำ�ใหผ้ ู้ปว่ ยมีความรเู้ ข้าใจหลกั การใช้ยาทีถ่ กู ต้อง รวมถงึ การ
ร้จู ักแกป้ ัญหาเม่ือเกดิ ผลข้างเคียงของยา และปญั หาการลืมกินยา ผปู้ ว่ ยจำ�เป็นตอ้ งมีวิธีป้องกนั การลมื กนิ ยาของ
ตนเองอาจใช้วธิ กี ารตง้ั เวลาเตือนการกินยาในโทรศพั ท์มอื ถือ เตอื นโดยบุคคลใกลช้ ดิ ใชป้ ฏิทินยา หรอื อาจใช้วธิ อี น่ื
ท่ีผปู้ ว่ ยสะดวกทสี่ ดุ เพือ่ ปอ้ งกันการลืมกนิ ยา
4. กำ�หนดเป้าหมายการควบคุมน้ำ�หนัก
ในกรณที ่ีนำ้ �หนักเกิน ควรลดน้ำ�หนักโดยมีเป้าหมายเพอ่ื ใหไ้ ด้ดัชนีมวลกาย
และเส้นรอบเอวท่ีเหมาะสมโดยท่ัวไปถ้าผู้ป่วยเบาหวานสามารถลดน้ำ�หนักตัวลงได้
ระดบั นำ้ �ตาลและไขมันในเลอื ดมกั ลดลงตาม ดงั นัน้ ผ้ปู ่วยเบาหวานจงึ จำ�เปน็ ตอ้ งมี
เป้าหมายในการลดนำ้ �หนกั ด้วย ซง่ึ การลดน้ำ�หนกั จะใช้หลักการคล้ายการควบคมุ
เบาหวาน เช่น การจำ�กัดอาหารหวานมนั เค็ม เพ่ิมการออกกำ�ลังกาย และทำ�จิตใจ
ใหส้ งบ แจม่ ใส ลดความเครยี ด เปน็ ตน้ การกำ�หนดเปา้ หมายลดนำ้ �หนกั อาจตง้ั เปา้ โดย
เร่ิมต้นลดน้ำ�หนกั ลงร้อยละ 5-10 ของนำ้ �หนักตัวปจั จุบนั หรอื ลดนำ้ �หนกั ลง เดือน
ละ 2 กโิ ลกรมั แบบคอ่ ยเป็นค่อยไป ไมค่ วรหักโหม
19
การควบคุมโรคเบาหวานให้ได้ผลดีที่สุด คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร
การออกกำ�ลงั กาย และการกินยา ใหถ้ กู ตอ้ งอย่างสมำ่ �เสมอ ดงั น้ัน ผปู้ ่วยจำ�เป็นตอ้ งมีตระหนักถึงสถานการณ์
ของโรค ความเข้าใจ และใหค้ วามร่วมมอื ในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่าง ๆ ท่แี พทย์เจา้ ของไขห้ รอื ผ้ดู ูแลแนะนำ�เพื่อ
นำ�ไปสู่การควบคุมน้ำ�ตาลในเลือดของผู้ป่วยได้อย่างถาวร เมื่อระดับน้ำ�ตาลในเลือดกลับสู่ภาวะปกติ
เปน็ เวลานานพอ แพทย์อาจพจิ ารณาให้ผูป้ ว่ ยหยุดยาเบาหวานได้ เพราะผปู้ ่วยสามารถควบคมุ โรคเบาหวาน
ไดด้ ว้ ยตนเองจากควบคมุ อาหารและออกกำ�ลงั กายอยา่ งสมำ่ �เสมอนน่ั เอง ดงั นน้ั ปฏบิ ตั กิ ารควบคมุ โรคเบาหวาน
ในหนงั สอื เลม่ นี้ จงึ มุ่งเน้นไปทีก่ จิ กรรมการควบคมุ อาหาร การออกกำ�ลังกาย และการป้องกนั ลืมกินยา
ในที่นี้จะเรยี กว่า “2อ.1ย. หยดุ เบาหวาน หยุดภาวะแทรกซอ้ น” ดังรายละเอยี ดกจิ กรรมดงั นี้
1. การประเมนิ ภาวะโภชนาการ
2. การคำ�นวณความต้องการพลงั งานและคาร์โบไฮเดรต
3. การตง้ั เปา้ หมายควบคุมเบาหวาน
4. วิธกี ารควบคมุ โรคเบาหวานด้วยกลยุทธ์ 2อ.1ย.
การประเมินภาวะโภชนาการจะใช้สำ�หรับประเมินภาวะสุขภาพของผู้ป่วยตั้งแต่เข้าพบแพทย์เพื่อรักษาโรค
เบาหวาน และผูป้ ่วยจะไดร้ บั การประเมนิ ภาวะโภชนาการเปน็ ระยะเพื่อติดตามความรนุ แรงหรือผลสำ�เรจ็ ในการ
รักษาโรคตามการพิจารณาของแพทย์เจ้าของไข้แต่มีการประเมินภาวะโภชนาการที่ผู้ป่วยสามารถทำ�ได้เองท่ีบ้าน
เพอ่ื ประเมินผลการปฏบิ ัตติ นในการควบคุมเบาหวานไดด้ ้วยตนเอง โดยก่อนท่ผี ปู้ ่วยจะเรมิ่ ควบคุมโรคเบาหวาน
ตัวผู้ป่วยเองจำ�เป็นต้องรู้จักภาวะโภชนาการของตนเองโดยวิธีการประเมินที่ผู้ป่วยสามารถทำ�ได้ด้วยตนเองก่อน
เร่ิมควบคุมเบาหวาน ได้แก่ การประเมินสดั สว่ นร่างกาย การประเมนิ ทางคลินิกที่สามารถทำ�ไดเ้ องท่ีบา้ นรวมถึง
การประเมนิ อาหารทีก่ ินในแต่ละวนั การคำ�นวณความตอ้ งการพลังงานและสารอาหารของร่างกาย เปน็ ตน้ วิธีการ
เหล่านี้ยังสามารถใช้ติดตามผลการปฏิบัติตนของผู้ป่วยและใช้เป็นข้อมูลวางแผนการควบคุมเบาหวานให้ได้ผลดียิ่ง
ขน้ึ การประเมนิ ภาวะโภชนาการทีผ่ ปู้ ่วยเบาหวานสามารถทำ�ได้ดว้ ยตนเองท่บี า้ น ไดแ้ ก่
20
โดยทว่ั ไปผ้ปู ่วยสามารถประเมินสดั ส่วนร่างกายตนเองไดท้ ่บี า้ น เพื่อสะดวกในการตดิ ตามประเมินสัดสว่ น
รา่ งกายได้ด้วยตนเองเช่น การช่งั น้ำ�หนกั การวัดสว่ นสูง การวัดรอบเอวโดยผปู้ ่วยสามารถประเมนิ สัดส่วน
รา่ งกายดว้ ยการหาค่าดชั นีมวลกาย (body mass index; BMI) และสามารถประเมนิ ความต้องการพลังงานและ
สารอาหารได้โดยใช้ข้อมูลจากผลการประเมินสัดส่วนร่างกายเพ่ือปรับแผนการควบคุมอาหารและออกกำ�ลังกายให้
เหมาะสมกบั ภาวะโภชนาการในช่วงเวลานนั้ ดยมีวธิ ีการประเมนิ และเกณฑ์ ดงั นี้
BMI = น้ำ�หนกั ตัว (กโิ ลกรัม) X 10,000
ส่วนสูง (เซนตเิ มตร) X สว่ นสงู (เซนติเมตร)
21
เกณฑ์การแปลผลทำ�ได้โดยใช้ช่วงระดับความรุนแรงของภาวะขาดสารอาหารและโรคอ้วนตามเกณฑ์ของ
กระทรวงสาธารณสขุ ดังนี้
นอ้ ยกวา่ 16 แปลผลวา่ ภาวะขาดโปรตีนและพลงั งาน ระดบั 3
16.0 - 16.9 แปลผลว่า ภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน ระดับ 2
17.0 - 18.4 แปลผลวา่ ภาวะขาดโปรตนี และพลังงาน ระดับ 1
18.5 - 22.9 แปลผลวา่ นำ้ �หนกั อยูใ่ นเกณฑ์ปกตหิ รือสมส่วน
23.0 – 24.9 แปลผลวา่ ท้วม (นำ้ �หนกั เกนิ )
25.0 - 29.9 แปลผลว่า อ้วน ระดบั 1
30.0 – 40.0 แปลผลวา่ โรคอ้วน ระดบั 2
มากกวา่ 40 แปลผลว่า โรคอว้ น ระดบั 3
หลายท่านอาจอยากทราบวา่ นำ้ �หนักตวั ที่ควรจะเปน็ หรอื น้ำ�หนักมาตรฐานของตนเองควรจะเป็นกี่กิโลกรัม มีวิธี
คำ�นวณงา่ ย ๆ ดงั นี้
ชาย = ความสงู (ซม.) – 100
หญิง = [ความสงู (ซม.) – 100] – 10%[ความสูง (ซม.) – 100]
22
การแปลผลภาวะอ้วนลงพุง ประเมินโดยใช้ คา่ สว่ นสงู หารดว้ ยสอง หากค่าความยาวเสน้ รอบพงุ
มากกว่าหรอื เทา่ กับสว่ นสูงหารสอง จะถือวา่ มภี าวะอว้ นลงพงุ หรือจะแปลผลโดยใช้เกณฑ์ มีดงั น้ี
ชาย มเี สน้ รอบเอว ≥36 นิ้ว หรอื ≥90 ซม. ถอื ว่าอว้ นลงพงุ
หญงิ มเี สน้ รอบเอว ≥32 นว้ิ หรือ ≥80 ซม. ถือว่าอ้วนลงพงุ
การตรวจระดับนำ้ �ตาลในเลอื ด
ผู้ปว่ ยสามารถทำ�ไดเ้ องท่ีบา้ นโดยเจาะเลอื ดทป่ี ลายน้วิ มือ
แล้วใช้เครื่องตรวจนำ้ �ตาลในเลือดแบบพกพาวัดค่าระดับนำ้ �ตาล
สามารถใช้ในการติดตามความรุนแรงของโรคเบาหวานได้ดีที่
ผปู้ ว่ ยสามารถตรวจไดเ้ องโดยผปู้ ว่ ยเบาหวานทค่ี วบคมุ เขม้ งวดมาก
ต้องรักษาระดับน้ำ�ตาลในเลือดให้อยู่ในช่วง 70-110
มิลลกิ รัม/เดซิลิตร แต่ถ้าค่าทีว่ ัดได้หากมากกวา่ 140 มิลลกิ รัม
/เดซลิ ิตร จะถือว่าไมเ่ ขม้ งวดในการควบคมุ จำ�เปน็ ตอ้ งปรบั ปรุง
พฤตกิ รรมการกนิ อาหารอย่างเร่งดว่ น
นอกจากนี้ผปู้ ว่ ยอาจใชว้ ธิ ีตรวจน้ำ�ตาลทถ่ี ูกขับออกมากบั
ปัสสาวะโดยใช้แผน่ ตรวจสำ�เรจ็ รูป รวมถงึ การวดั ความดันโลหิต
อยา่ งสมำ่ �เสมอเพอ่ื เฝา้ ระวงั โรคความดนั โลหติ สงู หากมแี นวโนม้
ระดบั ความดนั สงู เกนิ เกณฑ์ คอื สงู กวา่ 140/90 มลิ ลเิ มตรปรอท
(ค่าปกติ 120/80 มิลลิเมตรปรอท) ตอ้ งรีบขอเขา้ พบแพทยเ์ พือ่
เริ่มทำ�การรกั ษาอย่างทันทว่ งที
การประเมนิ อาหารท่กี นิ ในแตล่ ะวัน
จะทำ�ใหท้ ราบถงึ ลกั ษณะการกินอาหารของตนเอง เพราะบอ่ ยครง้ั เราเพลินเพลินกบั การกนิ อาหารจนลืม
คดิ ถงึ คณุ ภาพของอาหารที่กิน ทำ�ให้เรากนิ อาหารแตล่ ะมอื้ ปรมิ าณมากและไม่ได้สดั ส่วนสำ�หรบั คนเปน็ เบาหวาน
จนสง่ ผลใหไ้ ม่สามารถควบคุมระดบั นำ้ �ตาลในเลือดได้ ดงั นน้ั หากผู้ปว่ ยจดบนั ทึกอาหารและของวา่ งที่กนิ ทั้งวัน
จะทำ�ให้มองเห็นภาพรวมการกินอาหารในวนั นน้ั ของตนเอง ว่าได้กินอาหารจำ�พวกข้าว แป้ง นำ้ �ตาลเกนิ ลมิ ิต
ของตนเองหรอื ไม่ ซึ่งจะกล่าวถงึ ในหวั ข้อถัดไป
23
การคำ�นวณความต้องการพลงั งานและคาร์โบไฮเดรต
รา่ งกายต้องการพลังงานตลอดเวลา เพอ่ื ใชใ้ นการทำ�งาน
ของอวยั วะภายในและใช้เพ่ือทำ�กจิ กรรมต่าง ๆ ในการดำ�รงชวี ติ
ความต้องการพลังงานของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปข้ึนอยู่กับ
เพศ วยั น้ำ�หนกั สว่ นสูง การเคลอ่ื นไหวร่างกาย กจิ กรรมการ
ใชพ้ ลงั งาน การทำ�งานหนกั หรือเบา เปน็ ต้น การคำ�นวณความ
ต้องการพลังงานสำ�หรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจะใช้วิธีเดียวกัน
กบั คนปกติ แตก่ ารกำ�หนดสดั ส่วนของพลงั งานที่ควรได้รับจาก
คารโ์ บไฮเดรตจะแตกตา่ งออกไป โดยมากจะใหค้ ารโ์ บไฮเดรต
45 –50% ของพลงั งานทค่ี วรไดร้ บั โปรตนี 15 – 25% นอกนน้ั เปน็
พลังงานจากไขมันประมาณ 20 – 35% ในที่นี้แนะนำ�ให้
ผู้ป่วยควบคุมเบาหวานแบบเข้มงวดมากโดยจำ�กัดสัดส่วนการ
ได้รับคาร์โบไฮเดรต 45% ของพลงั งานทีค่ วรไดร้ ับต่อวัน แล้วไป
เพิ่มสัดส่วนของโปรตีนเป็น 25% (กรณีไม่เป็นโรคไต)
และคงสัดสว่ นไขมนั เท่าคนปกติ 30% โดยไขมันอิ่มตัวตอ้ งไม่เกิน
ร้อยละ 10 ของพลงั งานทค่ี วรไดร้ ับ
การประเมนิ ความตอ้ งการพลงั งานตอ่ วนั ของผปู้ ว่ ยเบาหวาน อาจจะใชพ้ ลงั งานทค่ี วรไดร้ บั ตอ่ นำ้ �หนกั ตวั ผปู้ ว่ ยต่อวนั
เชน่ ในกรณี คนทม่ี ีนำ้ �หนกั อยใู่ นเกณฑ์ปกติ ควรไดร้ บั พลงั งาน 30 – 40 กโิ ลแคลอรตี อ่ นำ้ �หนกั ตวั 1 กโิ ลกรมั ตอ่ วนั
คนทน่ี ้ำ�หนกั เกนิ เกณฑ์ (อ้วน) ควรไดร้ ับพลงั งาน 25 – 35 กโิ ลแคลอรีตอ่ นำ้ �หนกั ตัว 1 กโิ ลกรัมต่อวัน สว่ นคนที่
น้ำ�หนกั ตำ่ �กว่าเกณฑ์ (ผอม) ควรไดร้ บั พลังงาน 30 – 45 กิโลแคลอรตี อ่ นำ้ �หนักตัว 1 กิโลกรมั ต่อวัน ท้ังนี้ข้นึ อยู่
กบั ความหนกั เบาของกิจกรรมเคล่ือนไหวร่างกายของผูป้ ่วยในแตล่ ะวัน หรืออาจประเมนิ ได้จากสูตรคำ�นวณความ
ต้องการพลังงานต่อวนั ในทน่ี ี้จะแนะนำ�วิธีทส่ี ะดวกและคำ�นวณง่าย ดงั น้ี
พลงั งานทคี่ วรได้รบั ตอ่ วนั = น้ำ�หนกั ตัว x คา่ คงที่ระดบั กจิ กรรม
คา่ คงท่ี (factor) ระดบั กิจกรรม มีรายละเอียดดังน้ี
ภาวะโภชนาการ ค่าคงที่ระดับกิจกรรม
(กโิ ลแคลอรี/นำ้ �หนกั 1 กโิ ลกรมั /วัน)
น้ำ�หนกั ตวั เกิน/อว้ น
น้อย ปานกลาง มาก
25 30 35
น้ำ�หนกั ตัวปกติ/สมส่วน 30 35 40
น้ำ�หนกั ตัวนอ้ ย/ผอม 30 40 45
24
ข้ันตอนการคำ�นวณความตอ้ งการพลังงาน
ในทนี่ ้ขี องยกตวั อย่างกรณี ผปู้ ่วยเบาหวานหญิงมาใชใ้ นการประเมนิ ความต้องการพลังงานและคาร์โบไฮเดรต
โดยผปู้ ว่ ยมนี ้ำ�หนักตัว 70 กโิ ลกรมั สว่ นสงู 160 เซนตเิ มตร รอบเอว 90 เซนติเมตร อยู่บ้านเฉย ๆ ทำ�งานบ้านบ้าง
แตไ่ ม่ออกกำ�ลังกายเลย วิธีคำ�นวณความต้องการพลังงานและคารโ์ บไฮเดรตของผ้ปู ่วยคนนี้ คือ
ขั้นตอนที่ 1 ประเมินภาวะโภชนาการ โดยอาจคำ�นวณหาค่า BMI หรอื แปลผลรอบเอวกไ็ ด้ ดังน้ี
ขน้ั ตอนท่ี 2 คำ�นวณหาพลังงานทคี่ วรได้รบั ตอ่ วัน ใช้ค่าคงทร่ี ะดบั กจิ กรรม 25 กโิ ลแคลอรี/กิโลกรมั /วนั
เพราะผู้ปว่ ยอยบู่ า้ นเฉย ๆ และไมอ่ อกกำ�ลงั กายเลย จึงคำ�นวณไดด้ งั น้ี
พลงั งานทค่ี วรได้รับตอ่ วนั = 70 กิโลกรมั x 25 กโิ ลแคลอรี/กิโลกรมั /วัน
ดงั น้นั พลงั งานทีค่ วรไดร้ ับต่อวัน คือ 1,750 กโิ ลแคลอรี/วัน
25
ขน้ั ตอนการคำ�นวณความต้องการคาร์โบไฮเดรต
ข้ันตอนที่ 3 คำ�นวณปริมาณคาร์โบไฮเดรตทค่ี วรไดร้ ับตอ่ วนั ในทน่ี ีแ้ นะนำ�ใหใ้ ห้ผูป้ ว่ ยจำ�กดั สดั สว่ นการได้รับ
คาร์โบไฮเดรต 45% ของพลงั งานที่ควรไดร้ ับตอ่ วัน การคำ�นวณทำ�ไดด้ งั นี้
1. พลังงานท่ีควรไดร้ บั จากคารโ์ บไฮเดรต
= พลงั งานท่ีควรได้รับตอ่ วัน x 45
100
= 1,750 กโิ ลแคลอรี/วนั x 45 = 787.5 กโิ ลแคลอร/ี วัน
100
2. แล้วผู้ป่วยจะต้องกนิ อาหารขา้ วแป้งหรืออาหารทีม่ ีคารโ์ บไฮเดรตอยา่ งไร จงึ จะได้พลังงาน
จากคาร์โบไฮเดรต 788 กิโลแคลอรี ให้คำ�นวณปริมาณการกนิ อาหารทีม่ ีคารโ์ บไฮเดรตไดด้ ังนี้
= 787.5 กิโลแคลอรี x 1 สว่ น = 9.8 คาร์บ
80 กิโลแคลอรี
แปลว่า ผ้ปู ว่ ยรายนค้ี วรเลอื กกนิ อาหารท่ีมีคาร์โบไฮเดรตได้ ไม่เกินวันละ 10 คาร์บ ซง่ึ ใน 10 คารบ์
ทผ่ี ปู้ ่วยต้องกินนี้จะนับรวมอาหารทุกชนดิ ที่มคี าร์โบไฮเดรต ทง้ั ข้าว แป้ง ขนมปัง ธญั พชื นม ผลไม้ ขนม
น้ำ�ตาล เปน็ ตน้ เรียกวิธีการน้วี า่ “การนบั คาร์บ” โดยมกี ติกา คือ
1) ข้าว แปง้ 1 ส่วน มคี าร์โบไฮเดรต 15 กรมั นบั เปน็ 1 คารบ์
ผลไม้ 1 ส่วน มีคารโ์ บไฮเดรต 15 กรมั นบั เปน็ 1 คาร์บ
นมจืด 1 ส่วน มคี าร์โบไฮเดรต 12 กรัม นับเปน็ 1 คาร์บ
ผกั ตา่ ง ๆ 1 สว่ น มคี าร์โบไฮเดรต 5 กรัม นับเป็น 1/3 คารบ์
อาหารอน่ื ๆ 1 ส่วน มคี ารโ์ บไฮเดรต 15 กรมั นับเป็น 1 คาร์บ
2) สามารถเลอื กกนิ อาหารทมี่ ีคารโ์ บไฮเดรตได้ทุกชนิดโดยต้อง
แลกเปลย่ี นส่วนอาหารตามจำ�นวนคารบ์
26
วิธกี ารนับคาร์บ เชน่ หมวดขา้ วแปง้ 1 สว่ น กับหมวดผลไม้ 1 ส่วน
แตล่ ะหมวดจะนบั เปน็ 1 คารบ์ จึงสามารถแลกเปลีย่ นกนั ไดใ้ นสดั ส่วน
1 : 1 สว่ น หรอื หมวดข้าว 1 ส่วน แลกเปลย่ี นกบั หมวดผักได้ 3 สว่ น
เพราะหมวดขา้ วแปง้ 1 คารบ์ คือ ขา้ ว 1 ส่วน มีคาร์โบไฮเดรต 15 กรมั
สว่ นหมวดผกั 1 คาร์บ คือ ผัก 3 ส่วน มีคารโ์ บไฮเดรต 15 กรัมเทา่
กนั ดังนนั้ จึงตอ้ งแลกในสดั สว่ น 1 : 3 จงึ จะได้คารโ์ บไฮเดรตเทา่ กนั คอื
15 กรมั
สำ�หรบั ปรมิ าณอาหารต่อคารบ์ เชน่ อาหารหมวดผลไม้ 1 คารบ์
= 1 กำ�มือควำ่ �หรอื 6-8 ช้ินพอคำ� หมวดนมแนะนำ�ให้ด่ืมนมจืดไม่ผสม
น้ำ�ตาล 1 คาร์บ = 1 กลอ่ ง หรือ 1 แกว้ ไม่แนะนำ�ใหก้ นิ นมรสหวาน นม
เปรี้ยว ขนมรสหวาน และควรงดกนิ นำ้ �ตาลและเคร่ืองดืม่ ที่ผสมนำ้ �ตาล
และหมวดผกั 1 คารบ์ = 3 ทพั พี (หรือผกั 1 ทพั พี = 1/3 คาร์บ) ส่วน
ตวั อย่างรายการอาหารข้าวแป้ง 1 คาร์บ โดยประมาณ มีดงั น้ี
ข้าวสวย 1 คารบ์ = 1 ทพั พี ข้าวเหนียว 1 คารบ์ = คร่ึงทพั พี
ขา้ วต้ม 1 คาร์บ = 2 ทัพพี เส้นก๋วยเตยี๋ ว 1 คาร์บ = 1 ทพั พี
เสน้ หมี่ 1 คารบ์ = 1 ทพั พี เส้นบะหมี่ 1 คาร์บ = 1 ทพั พี
วุ้นเสน้ 1 คารบ์ = 1 ทพั พ ี บะหมกี่ งึ่ สำ�เรจ็ รูป 1 คาร์บ = คร่ึงซอง
ขนมจีน 1 คารบ์ = 1 จับ เส้นกว๋ ยจบ๊ั 1 คาร์บ = 1 ทพั พี
ขนมปัง 1 คารบ์ = 1 แผ่น แฮมเบอรเ์ กอร์ 1 คาร์บ = คร่งึ คู่
สปาเกตตี้ 1 คาร์บ = 1 ทพั พ ี มักกะโรนี1 คาร์บ = 1 ทพั พี
ขา้ วโพด 1 คารบ์ = ครงึ่ ฝัก เผอื ก มนั เทศ 1 คาร์บ = 1 ทัพพี
ฟกั ทอง 1 คาร์บ = 1 ทพั พี ธญั พืช ถั่วต่าง ๆ 1 คาร์บ = 1 ทัพพี
สาคู 1 คารบ์ = 1 ทัพพ ี เสน้ ลอดชอ่ ง ซาหริม่ 1 คาร์บ = 1 ทพั พี
หมายเหตุ : 1) อาจประมาณ 1 ทัพพี เทา่ กับ 1 อุ้งมอื กไ็ ด้ เพ่ือง่ายตอ่ การปฏบิ ัติ
2) ควรเลือกกินอาหารท่ีผ่านกระบวนการนอ้ ย ๆ เช่น ข้าวกลอ้ ง ขนมปังโฮลวตี เป็นหลัก
3) ควรหลีกเลี่ยงขนมและเครอื่ งดืม่ ทมี่ นี ำ้ �ตาลเปน็ สว่ นผสม
3. วธิ คี ำ�นวณท่ีง่ายและรวดเรว็ คอื ใช้คา่ พลังงานทีค่ วรไดร้ บั ตอ่ วนั คูณคา่ คงท่ี 0.0056 กจ็ ะทราบว่าตัวผปู้ ว่ ย
ควรกนิ ขา้ วแป้งกส่ี ว่ น ตามตัวอย่างผู้ปว่ ยข้างตน้ พลังงานทคี่ วรไดร้ บั ตอ่ วนั คือ 1,750 กิโลแคลอรี/วนั
วิธีคำ�นวณปริมาณขา้ วแป้งทเี่ หมาะสมต่อวนั
= 1,750 กโิ ลแคลอรี/วัน x 0.0056 ส่วน/กโิ ลแคลอรี = 9.8 คารบ์ /วัน
27
จะเห็นว่า ค่าท่ไี ด้จะตรงกบั การคำ�นวณด้วยสูตรข้างต้น นนั่ คอื ผู้ป่วยรายนี้ควรเลือกกนิ อาหารที่มี
คารโ์ บไฮเดรตได้ ไม่เกนิ วันละ 10 คาร์บ นัน่ เอง
กรณีผปู้ ว่ ยเบาหวานตอ้ งการควบคุมอาหารแบบเขม้ งวด อาจกำ�หนดตวั เองให้กินอาหารข้าวแปง้ ลดลง
มากกว่านกี้ ไ็ ด้ แตต่ อ้ งไมต่ ำ่ �กว่า 4 คาร์บ ทางทด่ี คี วรปรกึ ษาแพทยเ์ จา้ ของไขเ้ พอ่ื ปรบั การกนิ ยารว่ มกบั การปรบั ลด
การกินข้าวแป้ง และเมื่อลดขา้ วแป้งก็จำ�เป็นต้องเพิม่ อาหารหมวดเนื้อสตั วแ์ ละไขมัน เพือ่ ให้รา่ งกายได้รบั พลังงาน
เพยี งพอตอ่ การดำ�รงชวี ิต ซ่ึงปรมิ าณการบรโิ ภคอาหารสองกลมุ่ หลังนจี้ ะมขี ้อจำ�กัดในบางโรคซึ่งมคี วามเกย่ี วโยง
กบั โรคเบาหวานอยแู่ ล้ว ดังนัน้ จงึ ควรปรึกษาแพทย์กอ่ นท่จี ะลงมอื ปฏบิ ตั ิการลดขา้ วแปง้ แบบเขม้ งวด เพ่ือสขุ ภาพ
ของตวั ผู้ป่วยเอง
วิธกี ารคตวงั้บเคปุม้าหเบมาาหยวาน
เปา้ หมายการควบคมุ เบาหวาน ไดแ้ ก่ การลดระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดและการลดอาการตา่ ง ๆ ของโรคเบาหวาน
โดยตวั ผปู้ ่วยต้องมคี วามตง้ั ใจ ตง้ั มัน่ จรงิ จังในการปฏิบัตติ นเพ่ือลดน้ำ�ตาลในเลือดให้กลับสู่ภาวะปกตใิ หเ้ ร็วท่สี ดุ
และรักษาไว้ให้นานท่สี ดุ เพอ่ื เปา้ หมายสงู สดุ คอื ไมต่ อ้ งกนิ ยาเบาหวานอกี ตอ่ ไป นน่ั กค็ อื เสมอื นตวั ผปู้ ว่ ยเองไดร้ กั ษาหาย
จากโรคเบาหวานแลว้ ด้วยการปรบั เปล่ียนพฤตกิ รรมของตนเองนน่ั เอง ดงั นนั้ ผปู้ ่วยต้องเข้าใจและให้ความร่วมมือ
ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การปฏิบัติตนที่ถูกต้องในการจัดการกับการจำ�กัดอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต
การออกกำ�ลงั กายสมำ่ �เสมอ และการกนิ ยาใหต้ รงขนาดตรงเวลา เพื่อนำ�ไปสู่การมีระดบั นำ้ �ตาลในเลือดเหมอื นหรอื
ใกลเ้ คียงกับคนปกติ ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน สง่ เสรมิ คุณภาพชีวติ ของผู้ปว่ ยให้ดีขึ้น และสุดทา้ ยคือไดห้ ยดุ ยา
เบาหวานนัน่ เอง
การตั้งเป้าหมายเป็นหัวใจสำ�คัญของกระบวนการ
ปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมในการควบคุมเบาหวานแนวทางการ
ตั้งเป้าหมายอาจต้องอาศัยข้อมูลจากการประเมินภาวะ
โภชนาการและผลตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัติการ ตวั ชีว้ ดั สำ�คญั
ไดแ้ ก่ คา่ ระดับนำ้ �ตาลในเลอื ดและค่าฮโี มโกลบิน เอวนั ซี
(HbA1C) เปน็ คา่ แสดงการสะสมนำ้ �ตาลกลโู คสในเมด็ เลอื ดแดง
ซึ่งสามารถบ่งช้ีคุณภาพการควบคุมระดับน้ำ�ตาลในเลือด
ตลอดระยะเวลา 3-4 เดอื น ตามอายขุ องเมด็ เลอื ดแดงนน่ั เอง
28
หากผู้ป่วยสามารถควบคุมอาหารและน้ำ�ตาลในเลือดได้ดีระดับน้ำ�ตาลในเลือดจะอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ระหว่าง 80-120 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และค่าฮีโมโกลบิน เอวันซี จะน้อยกว่า 7% แต่ถ้าค่าระดับน้ำ�ตาลในเลือด
สงู กว่า 140 มลิ ลิกรัมต่อเดซลิ ิตร และคา่ ฮโี มโกลบนิ เอวนั ซี สงู กวา่ 8% แสดงวา่ ควบคมุ ไมด่ ี โดยเฉพาะคา่ ฮโี มโกลบนิ
เอวันซี สูงเกนิ เกณฑ์ แปลวา่ มีนำ้ �ตาลกลูโคสสะสมในเมด็ เลอื ดแดงมากเกินไป แสดงให้เหน็ ว่าผปู้ ว่ ยไมส่ ามารถ
ควบคุมน้ำ�ตาลในเลือดได้เลยจำ�เป็นต้องปรับปรุงพฤติกรรมการควบคุมเบาหวานของตนเองอย่างเร่งด่วน
ดังน้นั ค่าฮโี มโกลบิน เอวันซี จงึ ถูกนำ�มาใช้อยา่ งแพรห่ ลายในการตดิ ตามผลการควบคมุ เบาหวานของผปู้ ่วย
กระบวนการตั้งเป้าหมายควบคุมเบาหวาน ต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของตัวผู้ป่วยรวมถึงผู้ดูแลผู้ป่วย
ในการตั้งเป้าหมายร่วมกันเพื่อให้ได้รับแรงจูงใจและเพิ่มความสำ�เร็จของการเรียนรู้และสร้างทักษะเพื่อการดูแล
ตนเองในการควบคุมโรคเบาหวาน โดยต้องตง้ั เป้าหมายทงั้ การควบคมุ อาหาร การออกกำ�ลังกาย และการกนิ ยา
เบาหวาน
1. ตง้ั เป้าหมายการควบคุมอาหาร
1.1 จำ�กดั การกินอาหารทมี่ ีคาร์โบไฮเดรต เลอื กกนิ อาหารทม่ี ีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนย่อยช้าดูดซมึ ช้า สว่ นใหญ่
เป็นกลุ่มอาหารที่ผ่านกระบวนการน้อยหรือไม่ขัดสี ทำ�ให้มีใยอาหารเหลืออยู่มากจึงช่วยชะลอการดูดซึมน้ำ�ตาล
ในลำ�ไส้ได้ ตัวอย่างอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ธัญพืชไม่ขัดสี
และถัว่ ต่าง ๆ นอกจากน้ี ควรเน้นให้ได้รับคารโ์ บไฮเดรตจากผกั ผลไม้ และนมจืดไขมนั ตำ่ � เปน็ ประจำ� โดยเฉพาะผัก
เป็นแหล่งอาหารท่ีมีใยอาหารมากแต่ มคี ารโ์ บไฮเดรตนอ้ ยมาก ( ผกั 1 คารบ์ เทา่ กบั 3 ทพั พี และผกั 1 ทพั พี มใี ยอาหาร
ประมาณ 3 กรมั แนะนำ�ให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรกินอาหารทม่ี ใี ยอาหารสงู ให้ไดใ้ ยอาหาร 14 กรัมต่ออาหาร 1,000
กโิ ลแคลอรี หรอื ประมาณ วนั ละ 25-35 กรมั
29
การกำ�หนดเปา้ หมายปริมาณการกนิ อาหารทีม่ ีคารโ์ บไฮเดรตนั้น
ในท่ีน้ีจะแนะนำ�กำ�หนดเป้าหมายอยู่ 2 วิธี ได้แก่
1) การกนิ อาหารตามหลกั จานสุขภาพ เป็นวิธีทงี่ า่ ยทสี่ ดุ โดย
กำ�หนดใหผ้ ปู้ ว่ ยกนิ อาหารเพยี งมอ้ื ละ 1 จาน วนั ละ 3 มอ้ื ในแตล่ ะมอ้ื
จะกำ�หนดใหผ้ ปู้ ว่ ยตกั อาหารใสจ่ านโดยมปี รมิ าณผักคร่งึ จาน เน้ือ
สัตว์ 1 ใน 4 ของจาน และใหต้ ักข้าวเพยี ง 1 ใน 4 ของจาน หรอื
ประมาณ 1-2 ทพั พี กำ�หนดใหท้ ง้ั วนั เลอื กกนิ ผลไมไ้ ดไ้ มเ่ กนิ 2 กำ�มอื
และนม 1 กลอ่ ง และงดขนมและเคร่อื งดื่มผสมนำ้ �ตาลอย่างเดด็ ขาด
2) การนับคาร์บ เปน็ วิธีทตี่ อ้ งคำ�นวณปรมิ าณคาร์โบไฮเดรต (คาร์บ) ท่ีควรไดร้ บั สำ�หรับผ้ปู ่วยเบาหวาน
เนือ่ งจากแต่ละคนจะมคี วามต้องการคาร์โบไฮเดรตแตกต่างกันขนึ้ อยู่กับอายุ น้ำ�หนกั ส่วนสูง ภาวะสุขภาพ และ
กจิ กรรมเคลื่อนไหวร่างกาย จงึ จำ�เป็นต้องคำ�นวณปรมิ าณคาร์บท่คี วรได้รับต่อวัน (อา่ นในหวั ข้อ “การคำ�นวณ
ความตอ้ งการพลังงานและคาร์โบไฮเดรต”) เมอ่ื ทราบปรมิ าณคารบ์ ที่ควรได้รบั ต่อวันแลว้ ตอ้ งกำ�หนดกระจาย
ปริมาณคาร์บออกเป็น 3 มื้อ เท่า ๆ กัน ส่วนชนิดของอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตให้เลือกตามความชอบของ
ผปู้ ว่ ยโดยใหม้ ีการสลับสับเปลี่ยนชนิดอาหารให้หลากหลายไม่ซำ้ �ซากจำ�เจจากนัน้ ใหต้ ้งั เป้าหมายในการกนิ คาร์บ
ไห้ได้ตามปรมิ าณทีก่ ำ�หนดไวใ้ นแตล่ ะมอ้ื โดยไม่มกี ารเพ่มิ อาหารระหวา่ งม้อื ถา้ มีอาการหิวระหว่างมือ้ แต่พอทน
ไดห้ รือลองตรวจนำ้ �ตาลปลายน้วิ แลว้ ไมต่ ่ำ�กวา่ เกณฑ์ (ไมน่ อ้ ยกว่า 60 มลิ ลกิ รัมตอ่ เดซิลิตร) แนะนำ�ให้ดม่ื นำ้ �
เปล่าแทนขนมของวา่ ง แต่หากค่าที่ตรวจไดต้ ำ่ �กวา่ 70 มลิ ลิกรัมตอ่ เดซลิ ิตร ก็ใหก้ นิ อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตได้
แตไ่ ม่เกิน 1 คารบ์ เชน่ นม 1 กลอ่ ง หรือผลไม้ 1 กำ�มอื เป็นตน้
30
1.2 งดกินน้ำ�ตาลทกุ ชนดิ แตถ่ า้ ไม่สามารถงดได้ แนะนำ�ใหจ้ ำ�กดั
การกนิ นำ้ �ตาล ทัง้ ในอาหาร ขนม นำ้ �ผึง้ และเครอื่ งด่ืม แต่ต้อง
แลกเปลย่ี นคารบ์ กบั อาหารท่ีมคี ารโ์ บไฮเดรตชนิดอ่ืน (นำ้ �ตาล 1
คารบ์ เทา่ กบั 3 ชอ้ นชา) โดยกำ�หนดปรมิ าณนำ้ �ตาลทก่ี นิ ไดท้ ง้ั วนั
ต้องไม่เกนิ ร้อยละ 5 ของพลังงานรวม หรอื ให้กนิ ได้ไมเ่ กนิ วันละ
3-5 ชอ้ นชา หรือ 12-20 กรัม
1.3 เลือกแหล่งอาหารท่ีมีโปรตนี คณุ ภาพดี เชน่ ปลา ไข่ และเนือ้ ไก่ ให้ไดโ้ ปรตนี รอ้ ยละ 15-20 ของพลงั งาน
ท้ังหมด หรอื แนะนำ�ให้กินเนอ้ื สัตวม์ ื้อละ ไม่เกนิ 1 ฝา่ มอื (เฉพาะส่วนทีเ่ ปน็ ฝ่ามอื ไม่นบั สว่ นท่ีเปน็ นิ้ว)
2. ตั้งเป้าหมายการออกกำ�ลังกาย ผู้ป่วยเบาหวานต้องออกกำ�ลังกายเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อไว้เป็นแหล่ง
เผาผลาญน้ำ�ตาล รวมถงึ ตอ้ งเคลอ่ื นไหวร่างกายต่อเนอ่ื งใหก้ ล้ามเนื้อทำ�งานได้ดีข้ึน โดยเฉพาะกลา้ มเนือ้ หัวใจ
และปอดทำ�ใหร้ า่ งกายแขง็ แรงและเพิ่มการเผาผลาญ ดังนั้นจึงต้องเลือกออกกำ�ลังกายทั้งแบบเวทเทรนนงิ่
และแบบคาร์ดิโอที่ตัวผู้ป่วยชอบและเหมาะกับภาวะสุขภาพตนเอง และต้องมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจ
ในการไปออกกำ�ลังกาย
31
2.1 ตั้งเป้าหมายระยะสั้น เป็นการตั้งเป้าหมายจำ�นวนครั้งและปริมาณ
ออกกำ�ลงั กาย เช่น ตั้งเป้าหมายจะออกกำ�ลงั กายทกุ วัน นานวันละ 60 นาที
จากนั้นจงึ ทำ�ตารางการออกกำ�ลังกาย กำ�หนดชนิดของการออกกำ�ลงั กาย
สถานที่ เวลา ถา้ ปฏบิ ัติได้ตามตารางที่กำ�หนดไว้ กถ็ ือว่าบรรลเุ ป้าหมาย
นัน่ เอง แนะนำ�ชว่ งสปั ดาหแ์ รกควรออกแบบคาร์ดิโอ เช่น เดนิ เร็วสลบั วิง่ หรอื
เต้นแอโรบิก ควรออกกำ�ลังกายเบา ๆ ไม่ควรเคร่งครัดหรือหักโหมเกินไป
เพราะกล้ามเนื้อยังไม่พร้อมเต็มที่ในการออกกำ�ลังกาย ในสัปดาห์ที่ 2
จึงเริ่มแบบเวทเทรนน่งิ มาเสริมแบบคาร์ดิโอสัปดาห์ละ 3-4 วัน และสัปดาห์
ตอ่ ไปจึงใหอ้ อกกำ�ลงั กายทัง้ 2 แบบ ในทุกวันไดเ้ ลย ข้อควรระวงั ทุกคร้ังท่จี ะ
ออกกำ�ลังกาย ต้องเร่ิมจากการอบอุ่นรา่ งกายดว้ ยการยดื เหยียด ประมาณ
5-10 นาที จากนน้ั ถงึ เรม่ิ ออกกำ�ลงั กาย นาน 20-30 นาที สุดท้ายควร
ผอ่ นเครอ่ื งดว้ ยการยดื เหยยี ด เพอ่ื ผอ่ นคลายกลา้ มเนอ้ื ประมาณ 5-10 นาที
จะชว่ ยลดอาการบาดเจ็บได้ โดยเฉพาะในวันแรก ๆ ของการออกกำ�ลงั กาย
2.2 ต้ังเปา้ หมายระยะยาวเปน็ การตัง้ เปา้ หมายในการควบคมุ เบาหวานและ
ปอ้ งกนั ภาวะแทรกซ้อน น่นั คือเป้าหมายการลดนำ้ �ตาลในเลือด ผลสำ�เรจ็
อาจประเมินจากคา่ ระดับนำ้ �ตาลในเลอื ดและค่าฮโี มโกลบนิ เอวันซี และอาจ
ใช้น้ำ�หนักทลี่ ดลงเป็นตวั ชว้ี ัดดว้ ยกไ็ ด้ ซงึ่ ผลของการออกกำ�ลังกายด้วยการ
ควบคุมเบาหวานจะแสดงให้เห็นได้ชัดเจนหลังจากปฏิบัติไปแล้ว อย่างน้อย
3-4 เดือน ทั้งนี้ต้องควบคุมอาหารร่วมด้วยจึงจะเกิดผลดีที่สุด แต่หาก
ประเมินนำ้ �หนักท่ีลดลงจะเห็นผลได้เร็วกว่าเพราะสามารถติดตามผลได้ทุก
สปั ดาห์ ซ่งึ จะทำ�ใหผ้ ปู้ ว่ ยเหน็ การเปลยี่ นแปลงเรว็ ทำ�ใหม้ กี ำ�ลงั ใจในการตอ่ สู้
กับเบาหวานมากขึ้น
3. ตั้งเป้าหมายกินยาตรงขนาดตรงเวลาด้วยการลืมกินยายังเป็นปัญหาสำ�คัญสำ�หรับผู้ป่วยเบาหวานจำ�นวนมากซึ่งจะ
ส่งผลเสยี ตอ่ การรักษาโรคได้ ดังน้นั จึงตอ้ งตง้ั เป้าหมายการกนิ ยาแนะนำ�ใชว้ ิธกี ารตงั้ เวลาเตือนกนิ ยารว่ มกบั การจดบนั ทึก
การกินยาในปฏทิ ินยาสว่ นตวั ของผู้ปว่ ย หรืออาจใชว้ ธิ ีอน่ื ตามความสะดวกของผู้ป่วยกไ็ ด้
32
การควบคมุ โรคเบาหวานทด่ี แี ละไดผ้ ลทส่ี ดุ กค็ อื ผปู้ ว่ ยตอ้ งมคี วามสามารถทจ่ี ะดแู ลตนเองเบอ้ื งตน้ ได้ ทง้ั การกนิ อาหาร
ให้ถูกต้องการออกกำ�ลังกายสม่ำ�เสมอการควบคุมอารมณ์ให้แจ่มใสผ่อนความความเครียดได้ด้วยตนเองการใช้ยาเบาหวาน
ถกู ตอ้ งตรงขนาดตรงเวลา การตรวจระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดด้วยการเจาะปลายนวิ้ การดูแลสุขภาพและจัดการแก้ปัญหาภาวะ
น้ำ�ตาลในเลือดตำ่ �หรอื สูงได้ด้วยตนเอง และงดสูบบุหรแี่ ละงดหรือลดปริมาณการด่ืมเคร่ืองด่มื แอลกอฮอล์ ดังน้ัน ผู้ป่วยจงึ
จำ�เป็นต้องมีความเข้าใจและตระหนักต่อภาวะสุขภาพของตนเอง และต้องมีความรู้ในเรื่องการดูแลตนเองเบื้องต้นได้
จงึ จะทำ�ใหผ้ ปู้ ว่ ยสามารถพง่ึ พาตนเองในการควบคมุ โรคเบาหวานได วธิ ีการควบคมุ โรคเบาหวานดว้ ยหลัก 2อ.1ย. น้ี จะเนน้
กลยุทธใ์ ห้ผูป้ ่วยควบคุมเบาหวานดว้ ยการจัดการกบั อ. อาหารการกินถูกตอ้ ง อ. ออกกำ�ลงั กายอยา่ งสมำ่ �เสมอ และ ย. ยา
เบาหวานใชใ้ ห้ตรงขนาดตรงเวลา รายละเอยี ดของทงั้ 3 กลยทุ ธ์ มดี งั น้ี
โรคเบาหวานท่ีพบในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็น
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มสี าเหตุเกดิ จากการมีพฤติกรรม
การดแู ลสุขภาพไมถ่ กู ตอ้ ง โดยเฉพาะพฤตกิ รรมการกิน
ไม่ถูกต้องและขาดการออกกำ�ลังกายจนเกิดภาวะเซลล์
ด้ือต่อฮอร์โมนอินซูลินทำ�ให้น้ำ�ตาลกลูโคสเข้าเซลล์ไม่ได้
ส่งผลให้นำ้ �ตาลกลูโคสคงค้างหรือค่ังในกระแสเลือดสูง
เกินปกติจนเกิดโรคเบาหวานน่ันเองการแก้ปัญหาให้ตรง
จุดก็ต้องแก้กันท่ีการกินอาหารให้ถูกต้องไม่ใช่การกินยา
ลดน้ำ�ตาลในเลือดโดยไม่ปรับเปล่ียนพฤติกรรมตนเอง
เลยดังนั้นคนเป็นเบาหวานไม่ควรกินเพราะอยากกิน
แต่ควรกินม้ือหลักให้ตรงเวลาจะเป็นผลดีต่อการควบคุม
เบาหวานแนน่ อน ในทน่ี ้จี ะแนะนำ�วธิ ีการควบคุมอาหาร
2 วธิ ี ได้แกว่ ธิ ีการกินอาหารควบคุมเบาหวานและวธิ ีการ
อา่ นฉลากโภชนาการลดหวานมนั เคม็ แนะนำ�ให้ผู้ป่วยใช้
ท้ัง 2 วธิ นี ี้เป็นตวั ชว่ ยหลกั ในการควบคุมเบาหวาน
33
1.1 สามารถเลือกกนิ อาหารท่ชี อบได้สามารถเตมิ แต่งสสี ันกลิ่นอาหารใหน้ ่ากนิ ไดต้ ่ต้องเนน้ อาหารรสชาตอิ ่อน ไม่หวาน ไม่มัน
ไมเ่ คม็
1.2 ต้องจำ�กดั ปรมิ าณพลังงานและคารโ์ บไฮเดรตตามทีต่ นเองควรได้รบั ในแต่ละวนั อยา่ งเคร่งครัด (คำ�นวณได้ในหวั ข้อ
การคำ�นวณความตอ้ งการพลังงานและคาร์โบไฮเดรต) แนะนำ�ให้กำ�หนดความตอ้ งการคารโ์ บไฮเดรตหรือคารบ์ ตอ่ วัน
แล้วกระจายคารบ์ ออกเป็น 3 มือ้ เท่า ๆ กัน แลว้ พยายามจำ�กัดการกินอาหารให้ได้ปริมาณคารบ์ เทา่ กับหรือไม่เกนิ ปรมิ าณ
ที่กำ�หนดไว้ โดยใช้หลักการนบั คาร์บให้ได้ตามทก่ี ำ�หนดในทุกม้ือ เชน่ กำ�หนดให้กินอาหารโดยจำ�กัดไม่เกิน 10 คาร์บต่อวัน
อาจกระจายคารบ์ เป็น 4-3-3 โดยกำ�หนดตารางการกินอาหาร ดังน้ี
7.00 – 8.00 น. ใหก้ นิ ได้ไม่เกิน 4 คาร์บ
12.00 – 13.00 น. ใหก้ นิ ได้ไม่เกนิ 3 คาร์บ
17.00 – 18.00 น. ใหก้ นิ ได้ไมเ่ กนิ 3 คาร์บ
งดไมใ่ ห้มีอาหารวา่ ง และหลงั พระอาทิตย์ตกดนิ ใหด้ ม่ื ได้เฉพาะนำ้ �เปลา่ โซดา หรือเครื่องดืม่ สมุนไพรไมเ่ ตมิ น้ำ�ตาล ไมม่ ไี ขมนั
และไม่มโี ปรตนี
1.3 ควรกนิ อาหารใหค้ รบ 3 มือ้ และตรงเวลา จัดอาหารทกุ ม้อื แบบ 2-1-1 โดยแบ่งจานอาหารออกเป็น 4 ส่วน กำ�หนด
ใหม้ ีผกั ปรมิ าณมากประมาณคร่ึงจานหรอื 2 ใน 4 ของจาน มีเนอ้ื สัตว์ประมาณ 1 ใน 4 ของจาน หรือประมาณ 1 ฝา่ มือ
(ไมร่ วมน้ิวมือ) เลอื กเนื้อสตั วไ์ ม่ตดิ มนั ลดปรมิ าณการกินข้าวแปง้ ลงใหเ้ หลอื 1 ใน 4 ของจาน หรอื ไม่เกิน 2 ทัพพี เลือก
กินข้าวกลอ้ งขา้ วซอ้ มมือ และเลอื กเครอ่ื งด่มื ทีไ่ ม่มสี ว่ นผสมของนำ้ �ตาล เพียงเทา่ นก้ี จ็ ะได้ม้อื ทีย่ ังคงอ่มิ ทอ้ งเหมอื นเดมิ แต่
นำ้ �ตาลไมข่ น้ึ เรว็ จนเกนิ ไป สว่ นผลไมแ้ นะนำ�ใหก้ นิ ไดว้ นั ละ 2-3 กำ�มอื ควรเลอื กกนิ ผลไมไ้ มห่ วานหลงั อาหาร และถา้ ไมจ่ ำ�เปน็
ไม่ควรมีม้ือวา่ ง หากหิวเลก็ น้อยแนะนำ�ให้อดทนและด่ืมน้ำ�เปล่าบรรเทาหิว ในชว่ งแรกอาจลำ�บากบ้างแต่หากทำ�บ่อย
ร่างกายจะเรม่ิ ชินไปเอง แต่หากหิวมากจนมอี าการนำ้ �ตาลในเลอื ดตำ่ �และเจาะน้ำ�ตาลทป่ี ลายน้ิวแลว้ ต่ำ�กว่า 70 มิลลกิ รัม
ต่อเดซิลิตร แนะนำ�ให้เลือกดื่มนมจืดหรือผลไม้จะเหมาะสมที่สุด แต่ถ้าค่าต่ำ�กว่า 60 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งผู้ป่วย
ยังรู้สึกตวั ดี ตอ้ งรบี หานำ้ �หวาน 1 แกว้ มาด่มื ทนั ที
34
1.4 การจัดอาหารทีม่ ีคาร์โบไฮเดรตพวกขา้ ว แป้ง ขนมปงั
ควรเลือกกินกลุ่มท่ีมีใยอาหารสูงหรือกลุ่มที่มีค่าดัชนี
นำ้ �ตาลต่ำ�ถึงปานกลางเปน็ หลกั เชน่ ข้าวกลอ้ งขา้ วซอ้ มมอื
ขนมปังโฮลวีต เปน็ ต้น โดยใหก้ นิ สลบั สับเปลีย่ นกนั ไปไม่ให้
ซ้ำ�ซากจำ�เจ
1.5 ต้องคำ�นงึ ถึงการลดปริมาณการกินอาหารไขมนั อม่ิ ตัว
สงู เช่น สัตว์ นำ้ �มันหมู เนย มนั ไก่ หมูสามช้นั ครมี กะทิลด
อาหารโคเลสเตอรอลสูง เช่น เคร่ืองในสตั ว อ์ าหารทะเล และ
ลดอาหารโซเดียมสูง พวกอาหารรสเค็ม งดของหวานและ
ผลไมห้ วานจดั ดงั นั้น อาจกลา่ วไดว้ า่ “เปน็ เบาหวานตอ้ ง
ควบคุมคารบ์ ลดหวานมันเค็ม” น่นั เอง
2. วิธกี ารอา่ นฉลากโภชนาการลดหวานมนั เคม็
ฉลากโภชนาการหรอื ขอ้ มลู โภชนาการทพี่ บบนบรรจุภัณฑ์ของสนิ คา้ จะอยู่ในกรอบ “คุณค่าทางโภชนาการ” ที่เขยี นไว้หนา้ กระป๋อง
ขวด กลอ่ ง หรือซองของผลติ ภณั ฑต์ า่ ง ๆ หรือในกรอบสเี่ หลย่ี มด้านหลังของผลติ ภณั ฑ์ เป็นข้อมลู สำ�หรบั ใช้ประกอบการตัดสนิ ใจ
เลอื กซ้อื ผลิตภัณฑ์อาหารทเ่ี หมาะสมกบั สภาวะสขุ ภาพของตนเองและครอบครัว เพ่อื จดุ ประสงค์บางอย่าง เชน่ ควบคุมนำ้ �หนัก ลด
การน้ำ�ตาลหรอื ไขมันในเลือด หรือตอ้ งการเพิ่มสารอาหารบางชนดิ เชน่ แคลเซียม วิตามนิ เอ หรือวติ ามินซี เป็นตน้ ดงั นนั้ คนท่ี
เปน็ เบาหวานมคี วามจำ�เป็นอย่างยงิ่ ทีต่ อ้ งรูจ้ กั การอา่ นฉลากหรอื ข้อมูลโภชนาการทีต่ ิดอยบู่ นฉลากอาหารขา้ งกระป๋อง ขวด กล่อง
หรอื ซองผลิตภัณฑ์ เพอื่ พจิ ารณาปรมิ าณคาร์โบไฮเดรต นำ้ �ตาล ไขมนั และโซเดียม
แนะนำ�ให้ผปู้ ว่ ยเบาหวานพจิ ารณาเลอื กผลติ ภัณฑ์ ดงั น้ี
1) พิจารณาเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีข้อความหรือเครื่องหมาย
“น้ำ�ตาลตำ่ �” “SUGAR FREE” “ไขมนั ตำ่ �” “0% Fat”
“พลงั งานต่ำ�” “อาหารควบคุมพลังงาน”
2) พิจารณา ข้อมูลสัญลักษณ์โภชนาการแบบย่อ
“คณุ คา่ ทางโภชนาการ” ท่ีหน้าซองหรือกล่อง จะระบปุ รมิ าณพลังงาน
นำ้ �ตาล ไขมนั และโซเดยี ม ควรหลกี เลย่ี งอาหารทม่ี ปี รมิ าณนำ้ �ตาลไขมนั
และโซเดยี มสงู เกินประมาณท่กี ำ�หนดในแตล่ ะมื้อ แตห่ ากตอ้ งการกินจะ
ตอ้ งแลกเปล่ียนกับข้าวแปง้ ในมือ้ อาหาร มรี ายละเอยี ดอา่ นในขอ้ ถัดไป
3) พจิ ารณา “ข้อมูลโภชนาการ” ที่ด้านหลังของผลิตภัณฑ์ ดังนี้ เริ่มต้นจากการพิจารณา “หนึ่งหน่วยบริโภค”
เปน็ ข้อมูลปรมิ าณอาหารทีผ่ ้ผู ลิตแนะนำ�ให้บรโิ ภคตอ่ หนง่ึ คร้งั หรอื ต่อหนงึ่ คน เชน่ “หนง่ึ หนว่ ยบรโิ ภค : 1/3 ซอง” หมายความวา่
ควรแบ่งผลิตภณั ฑ์นี้ออกเป็น 3 ส่วนเท่า ๆ กนั แนะนำ�ใหก้ ินเพียง 1 สว่ นต่อคนต่อวนั แล้วจะได้รับพลงั งานและสารอาหารต่าง ๆ
ตามปริมาณที่แนะนำ�ให้บริโภคตามตัวเลขที่ระบุใน “ข้อมูลโภชนาการ” แต่ถ้ากินผลิตภัณฑ์นี้คนเดียวทั้งซองหรือกินทั้ง 3 ส่วน
กจ็ ะไดพ้ ลังงานและสารอาหารเพิ่มขน้ึ เปน็ 3 เท่าของทีแ่ นะนำ�ใหบ้ ริโภค
การพจิ ารณาสารอาหารคารโ์ บไฮเดรตนำ้ �ตาลไขมนั ทง้ั หมดโปรตนี และโซเดยี ม โดยวธิ อี า่ นงา่ ยทส่ี ดุ คอื พจิ ารณาคา่ รอ้ ยละ
ของปริมาณท่แี นะนำ�ต่อวนั สารอาหารแตล่ ะชนิดต้องมคี า่ ไม่เกิน 5% จงึ จะดเี ลอื กกินได้ ยกเว้นกลมุ่ วิตามนิ และเกลอื แรค่ วรเลือก
ผลิตภัณฑ์ที่มีรอ้ ยละของปรมิ าณทแี่ นะนำ�ตอ่ วนั สงู ๆ แตค่ วรจำ�กัดอย่าใหเ้ กิน 100% เพราะการได้รบั วิตามนิ เกลอื แร่เกินปริมาณท่ี
แนะนำ�มาก ๆ ตดิ ต่อกนั เป็นเวลานาน อาจเกดิ ผลเสยี ต่อรา่ งกายได้ สำ�หรบั ผูป้ ว่ ยโรคเบาหวานตอ้ งพิจารณาปรมิ าณคารโ์ บไฮเดรต
และน้ำ�ตาลเป็นอันดับแรกถ้าค่าร้อยละของคาร์โบไฮเดรต มากกว่า 5 ก็ไม่ควรเลือกกินผลิตภัณฑ์นั้น แต่หากต้องการจะต้องกิน
ผปู้ ว่ ยตอ้ งพจิ ารณาปรมิ าณคารโ์ บไฮเดรตแลว้ แปลงจำ�นวน “กรมั ” ใหเ้ ปน็ “คารบ์ ”(คารโ์ บไฮเดรต 15 กรมั เทา่ กบั ขา้ วแปง้ 1 คารบ์ )
35
แล้วจึงกินโดยแลกเปล่ยี นผลิตภัณฑ์น้กี ับข้าวแป้งในม้อื อาหารตามจำ�นวน
คารบ์ ที่กำ�หนดให้กินได้ในแต่ละมื้อ เช่น ถ้ากำ�หนดมื้อเช้าให้กินข้าว
ได้ 3 คารบ์ (ข้าว 3 ทัพพี) แตผ่ ้ปู ่วยอยากกินขนมปัง ส้ม และด่มื นม
ในมอ้ื นี้ ดงั นัน้ จึงจำ�เป็นต้องแลกข้าวกบั ขนมปงั โฮลวตี ส้ม และนมจืด
โดยพจิ ารณาขอ้ มูลโภชนาการขา้ งหอ่ ขนมปังโฮลวตี ระบมุ คี ารโ์ บไฮเดรต
23 กรมั และข้างกล่องนม ระบมุ ีคารโบไฮเดรต 12 กรัม
ดังนั้น จงึ สามารถกนิ ขนมปังโฮลวีตได้ 1 แผน่ เติมผักสลัด 1 ทพั พี กนิ
สม้ ผลเล็กได้ผลครึ่ง และดม่ื นมได้ 1 กลอ่ ง รวมไดป้ ระมาณ 3 คารบ์
ตามท่ีกำ�หนดไว้พอดี ส่วนปริมาณน้ำ�ตาลให้พึงระวังว่า น้ำ�ตาล 5 กรมั
เทา่ กบั 1 ชอ้ นชา คนเปน็ เบาหวานไมค่ วรกนิ นำ้ �ตาลเกนิ 3-5 ชอ้ นชาตอ่ วนั
แต่ทางท่ดี ีคนท่เี ป็นเบาหวานควรงดนำ้ �ตาลและอาหารท่มี ีรสหวานจะช่วย
ใหค้ วบคุมเบาหวานไดผ้ ลดยี ง่ิ ขนึ้
การออกกำ�ลังกายมีความสำ�คัญตอ่ การเสรมิ สร้างกลา้ มเนอ้ื เพิ่มสมรรถภาพการทำ�งานของฮอรโ์ มนตา่ ง ๆ ทำ�ใหร้ ่างกาย
ทำ�งานเต็มศักยภาพมากขนึ้ โดยเฉพาะอินซูลินทมี่ ีความสำ�คญั ตอ่ การควบคมุ เบาหวาน นอกจากนกี้ ารออกกำ�ลังกายยงั
ทำ�ใหร้ ะบบหวั ใจและปอดทำ�งานไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ และผอ่ นคลายความเครยี ดไดด้ มี าก ผปู้ ว่ ยเบาหวานควรออกกำ�ลงั กาย
สม่ำ�เสมอเพื่อสุขภาพที่ดีและช่วยควบคุมระดับน้ำ�ตาลในเลือด ควรกำ�หนดให้มีการออกกำ�ลังกายทั้งแบบคาร์ดิโอ และ
แบบเวทเทรนนิ่ง เพราะการออกกำ�ลังกายแบบคาร์ดิโอจะส่งเสริมการทำ�งานของหัวใจและปอดทำ�ให้ร่างกายแข็งแรง
ฮอรโ์ มนทำ�งานดขี นึ้ เพ่ิมการเผาผลาญน้ำ�ตาลและไขมนั ท่สี ะสมในร่างกายได้ดี ขณะทกี่ ารออกกำ�ลังกายแบบเวทเทรนน่งิ จะ
ชว่ ยเพิม่ มวลกลา้ มเนอื้ ที่เปรยี บเสมอื นเปน็ เตาเผาน้ำ�ตาลกลโู คสและไขมันในรา่ งกาย ดังนนั้ การออกกำ�ลังกายท้งั สองแบบ
จะช่วยใหผ้ ปู้ ่วยสามารถควบคมุ ระดับน้ำ�ตาลในเลอื ดไดด้ ีขึน้ และยังชว่ ยลดไขมันสะสมในรา่ งกายด้วย
1. ขอ้ แนะนำ�ในการออกกำ�ลังกายสำ�หรบั ผูป้ ว่ ยเบาหวาน
1.1 ให้ผปู้ ว่ ยเลือกชนิดของการออกกำ�ลังกายทชี่ อบถนดั สะดวก
ทำ�แล้วมีความสขุ และ เหมาะกบั ภาวะสุขภาพตนเองขณะนน้ั
1.2 ผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
ไขมนั ในเลอื ดสงู ควรปรกึ ษาแพทยเ์ จา้ ของไขก้ อ่ นเรม่ิ ออกกำ�ลงั กาย
1.3 เลือกรองเท้าทพี่ อเหมาะกบั เท้าและเหมาะสมกับชนดิ ของการ
ออกกำ�ลังกาย
1.4 งดออกกำ�ลงั กายถา้ ระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ดสงู กวา่ 250 มลิ ลกิ รมั
ต่อเดซลิ ิตร หรือน้ำ�ตาลในเลอื ด ณ ขณะใด ๆ สงู กวา่ 300
มลิ ลิกรมั ตอ่ เดซลิ ติ ร
1.5ไม่ควรออกกำ�ลังกายทันทีหลังกินอาหารควรเว้นช่วงเวลา
โดยให้เริ่มออกกำ�ลังกายหลังกินอาหารไปแล้วอย่างน้อย
30-60 นาที
36
1.6 พกพาลูกอม นำ้ �หวาน น้ำ�เปลา่ ไวใ้ กล้ตวั ขณะออกกำ�ลังกาย
1.7 ดม่ื น้ำ�เปล่าให้เพียงพอทั้งกอ่ น ระหว่าง และหลงั ออกกำ�ลงั กาย
1.8 ควรออกกำ�ลงั กายกับเพ่ือนทร่ี วู้ ธิ ีแก้ปญั หานำ้ �ตาลในเลอื ดต่ำ� ไมค่ วรออกกำ�ลังกายคนเดยี วหรอื ในสถานท่ลี บั ตาคน
1.9 ผทู้ ี่เร่มิ ออกกำ�ลังกาย ควรเรม่ิ จากการเคลอ่ื นไหวเบา ๆ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งตามกำ�ลงั ของตนเองกอ่ น แลว้ คอ่ ย ๆ เพม่ิ ความเรว็
และเพ่ิมเวลาในการเคลอื่ นไหวมากขึ้นทีละน้อย แต่ระวงั อย่าหักโหมหรือออกกำ�ลังจนเหนอ่ื ยเกนิ ไป
2. วธิ กี ารออกกำ�ลงั กายสำ�หรบั ผูป้ ว่ ยเบาหวาน
ผูป้ ว่ ยเบาหวานสามารถเลอื กออกกำ�ลงั กายไดห้ ลายอยา่ งตามความชอบ ความถนดั ความสะดวก และพจิ ารณาความ
เหมาะสมกบั อายุ หากอายุมากอาจออกกำ�ลังได้เพยี งการเดินเร็ว การรำ�มวยจนี หรอื การบริหารรา่ งกายทา่ ง่ายๆ ผทู้ ี่มี
ภาวะแทรกซอ้ น เชน่ โรคหัวใจ ตอ้ งระมัดระวงั ไมใ่ ห้ออกกำ�ลังกายหนกั เกินไป เม่อื มอี าการเหนื่อยหรอื แนน่ หน้าอกตอ้ งหยุด
ออกกำ�ลังกายทันที ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนเริ่มออกกำ�ลังกาย เพื่อรับ
คำ�แนะนำ�ที่ถกู ต้องและเพือ่ ความปลอดภัยของตัวผูป้ ่วยเอง ขนั้ ตอนในการออกกำ�ลังกายสำ�หรับคนเปน็ เบาหวานทไ่ี มม่ ีภาวะ
แทรกซ้อนกเ็ หมอื นกบั คนปกตทิ ่วั ไป น่นั คอื
2.1 เลอื กชนิดของการออกกำ�ลังกายท่ชี อบ ถนัด สะดวก และทำ�แล้วมีความสขุ โดยใหม้ ีการออกกำ�ลังกายทง้ั แบบ
คาร์ดโิ อและแบบเวทเทรนนิง่ แตห่ ากมีข้อจำ�กัดหรอื ไม่สะดวกในการออกกำ�ลงั กาย แนะนำ�ให้ใชก้ ารเคลือ่ นไหวรา่ งกายในการ
เดนิ ภายในบา้ น ทำ�งานบา้ น กวดบา้ น ถูบ้าน ลา้ งจาน ลา้ งรถ ทำ�สวน โดยพยายามเคลอื่ นไหวร่างกายใหต้ ่อเนือ่ งกนั นาน
10-15 นาที หรือจนเหง่ือออก กจ็ ะถือว่าได้ออกกำ�ลังกายระดบั เบาถงึ ปานกลาง
2.2 กำ�หนดใหอ้ อกกำ�ลังกายอย่างสมำ่ �เสมอทกุ วัน วนั ละ 30-60 นาที โดยออกกำ�ลงั กายแบบคารด์ ิโอ 4-5 ครั้ง
ตอ่ สปั ดาห์ แบบเวทเทรนน่ิง 2-3 ครงั้ ตอ่ สปั ดาห์
2.3 ข้นั ตอนการออกกำ�ลังกาย แนะนำ�ให้เร่ิมจากการยดื เหยยี ดรา่ งกายประมาณ 5 – 10 นาที เพ่ือเตรยี มความ
พรอ้ มกล้ามเนอ้ื จากนัน้ จึงเร่ิมออกกำ�ลงั กายต่อเนื่องกัน 20 - 30 นาที และกอ่ นเลิกออกกำ�ลังกายต้องยืดเหยยี ดรา่ งกาย
5 – 10 นาที เพ่ือผ่อนคลายกล้ามเนอื้ ช่วยลดอาการเจ็บปวดกลา้ มเน้อื หลังออกกำ�ลังกายได้
ผปู้ ว่ ยเบาหวานต้องมีความเข้าใจในการใช้ยารักษาเบาหวาน การเก็บยา
ท่ถี ูกต้องอาการขา้ งเคียงหรอื อาการไม่พึงประสงค์ของยาเบาหวาน ปัญหาการ
ใชย้ าท่ีพบบ่อยในผ้ปู ว่ ยคือ การลมื กนิ ยา การเกบ็ รกั ษายา และการปรบั ยากนิ เอง
เหลา่ นจ้ี ะสง่ ผลตอ่ คณุ ภาพการรกั ษา ทำ�ใหโ้ อกาสทน่ี ำ้ �ตาลในเลอื ดจะกลบั เปน็ ปกติ
เป็นไปไดย้ ากขึ้น ดงั น้นั จงึ ต้องมีวธิ ีทจ่ี ะชว่ ยให้ผปู้ ่วยสามารถปฏบิ ัตติ นได้ถกู ตอ้ ง
ในการใช้ยา
37
1. การใช้ยารักษาเบาหวาน ผปู้ ่วยต้องเขา้ ใจวธิ กี ารกนิ ยา กินยาตามขนาด และตรงเวลา ตามคำ�ส่ังของแพทย์
เจ้าของไข้อยา่ งเครง่ ครดั แตถ่ า้ เกิดเหตกุ ารณ์ลมื กนิ ยาหลังอาหารผ่านไปแล้ว 1-2 ช่ัวโมง ก็ให้รีบกินยาตามได้ทันทที น่ี กึ ได้
แต่ถ้าลืมจนใกล้ถงึ ม้อื ถัดไปก็ใหก้ ินยาตามขนาดท่ีแพทยส์ งั่ เท่าน้ัน ห้ามเพม่ิ ขนาดยาเป็น 2 เมด็ แทนเมด็ ท่ีลืมโดยเดด็ ขาด วิธี
ปอ้ งกนั การลมื กนิ ยา อาจใช้ปฏิทินยาโดยใสเ่ มด็ ยาไวใ้ นซองยา แล้วนำ�ไปเยบ็ ตดิ ไวท้ ป่ี ฏิทินยา โดยวางหรอื แขวนปฏิทินยาไว้
ให้เห็นงา่ ยหรอื ใกล้โตะ๊ อาหาร สว่ นอกี วธิ ี คือ การตง้ั เวลาเตือนการกนิ ยาในโทรศพั ทม์ ือถือ หรอื เตอื นโดยบคุ คลใกล้ชิด หรือ
อาจใช้วธิ ีอื่นทีผ่ ้ปู ่วยสะดวกทสี่ ดุ เพอ่ื ปอ้ งกันการลมื กินยา
2. การเกบ็ รักษายาเบาหวานที่ถกู ตอ้ ง ควรเกบ็ ยาที่อณุ หภูมิ 15 – 30 องศาเซลเซียส หรือท่อี ณุ หภูมหิ ้องท่มี ีอากาศ
ถา่ ยเท และต้องเก็บยาให้พน้ จากแสงแดดและความชน้ื
3. อาการข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงคข์ องยาเบาหวาน เชน่ อาการทางระบบทางเดนิ อาหาร คลนื่ ไส้ อาเจยี น
ปวดท้อง ท้องเสยี เบ่ืออาหาร เมื่อเกดิ อาการเหล่านี้ แนะนำ�ให้ผ้ปู ่วยหยุดใช้ยาแลว้ รบี ไปพบแพทยเ์ จา้ ของไข้เพื่อพจิ ารณา
ปรับเปลี่ยนการใชย้ า ปรบั ขนาดยา หรอื เปล่ยี นชนิดยา ตามที่แพทยเ์ หน็ สมควร ห้ามไม่ใหผ้ ปู้ ว่ ยปรบั ขนาดยากนิ ด้วยตนเอง
เพราะจะเกดิ ผลเสยี ต่อการรกั ษาและอาจเปน็ อนั ตรายต่อตวั ผู้ปว่ ยเองก็ได้
การควบคุมโรคเบาหวานด้วยกลยทุ ธ์ 2อ.1ย. แบง่ ออกเป็น
3 กลยทุ ธ์ ไดแ้ ก่ อ. อาหารการกินถกู ตอ้ ง ด้วยหลกั การนบั คารบ์
และการอา่ นฉลากโภชนาการ อ. ออกกำ�ลังกายอย่างสมำ่ �เสมอ
โดยเน้นทง้ั แบบคาร์ดโิ อและแบบเวทเทรนนงิ่ และ ย. ยาเบาหวาน
ใช้ใหต้ รงขนาดตรงเวลา ผปู้ ว่ ยเบาหวานต้อง ปฏิบัตคิ วบคกู่ นั ไปทง้ั
3 กลยุทธ์จงึ จะควบคุมเบาหวานไดเ้ ป็นผลสำ�เร็จเปน็ ไปได้ยากทจี่ ะ
ปฏบิ ัตอิ ยา่ งใดอย่างหน่งึ แลว้ จะได้ผลการควบคุมเบาหวานท่ดี ไี ด้
การติดตามประเมินผลการควบคุมเบาหวานในที่นี้จะเน้นให้ตัวผู้ป่วยสามารถติดตามประเมินผลและกำ�กับตนเอง
ในการควบคมุ เบาหวานไดด้ ว้ ยตนเอง ผา่ นการประเมนิ จากตวั ชว้ี ดั ตามเปา้ หมาย เชน่ สงั เกตสภาวะสขุ ภาพ ระดบั นำ้ �ตาลในเลอื ด
หรอื ในปัสสาวะ ระดบั ความดนั โลหติ การเปลย่ี นแปลงนำ้ �หนกั ตวั ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ติ นในการกนิ อาหาร การออกกำ�ลงั กาย
และการใช้ยา ถ้าผปู้ ่วยปฏิบัติตนไดถ้ กู ตอ้ งตามคำ�แนะนำ� ก็จะเห็นการเปล่ียนแปลงของระดับน้ำ�ตาลในเลอื ดไปในทางที่ดขี ึ้น
แน่นอน การติดตามประเมนิ ตนเองทีผ่ ปู้ ว่ ยสามารถทำ�ได้ด้วยตนเอง ไดแ้ ก่
1. การสังเกตสภาวะสขุ ภาพ เช่น ถ้าผ้ปู ่วยมอี าการกระหายน้ำ�มาก หิวบอ่ ย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะกลางคืน
อ่อนเพลีย คล่ืนไส้ ตาลาย แสดงวา่ ระดับน้ำ�ตาลในเลอื ดสงู เกินไป แตถ่ ้ามอี าการหวิ มาก ออ่ นเพลยี กระวนกระวาย ใจสน่ั
เหงอ่ื แตก ตาพร่ามัว แสดงวา่ ระดับน้ำ�ตาลในเลือดตำ่ �เกินไปน่ันเอง
2. ตรวจระดับนำ้ �ตาลในเลอื ดด้วยเครอื่ งตาลนำ้ �ตาลแบบพกพา หรือตรวจนำ้ �ตาลในปสั สาวะด้วยแผน่ ทดสอบ
สำ�เรจ็ รูป โดยตดิ ตามประเมนิ การเปลย่ี นแปลงของค่าทุกสัปดาห์ หรือหากตรวจได้ทุกวันจะดมี าก ซงึ่ ค่าทว่ี ัดได้จะสอดคลอ้ ง
กับปริมาณอาหารทกี่ นิ และการออกกำ�ลงั กาย ดงั นน้ั จงึ จำ�เปน็ ต้องใช้วธิ ีการตรวจน้ำ�ตาลสะสมเฉลีย่ หรอื ฮีโมโกลบนิ เอวนั ซี
38
ในการติดตามประเมินผลการเปล่ียนแปลงของนำ้ �ตาลสะสมเฉล่ียทุก ๆ 3 เดือน เพื่อความเมน่ ยำ�ในการประเมนิ ผลการ
ควบคุมเบาหวาน
3. ชง่ั นำ้ �หนกั ตวั ทกุ วนั เป็นการติดตามผปู้ ่วยหลงั ไดร้ บั คำ�แนะนำ�ทีเ่ ห็นผลการเปลย่ี นแปลงไดอ้ ยา่ งชัดเจนถา้ ควบคมุ
เบาหวานไดด้ ี น้ำ�หนกั ควรลดลงเดือนละ 2 กิโลกรัม
4. ประเมินผลการปรับเปล่ียนพฤติกรรมด้วยตนเอง อาจใช้วธิ ีการสงั เกตหรือใหท้ ำ�แบบประเมิน
39
บรรณานกุ รม
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (มนี าคม 2546). คมู่ อื ดแู ลตนเองเบ้ืองตนเร่ืองเบาหวาน “รทู้ นั เบาหวาน”.
จรี ะเดช อินทเจรญิ ศานต์. (2560). โภชนศาสตรเ์ พ่อื สขุ ภาพ. ตำ�ราคณะวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัย
ราชภัฏสุรนิ ทร์.
จฑุ ามาส เกษศลิ ป,์ พาณี วิรัชชกุล และอรุณี หลอ่ นิล. (มกราคม – เมษายน, 2556). การจดั การดแู ลตนเอง ความรู้คณุ
ภาพชีวิตของผปู้ ว่ ยเบาหวานชนิดท่ี 2 รายใหม่ ก่อน–หลงั เขา้ โปรแกรมการจดั การการดแู ลตนเองในผูป้ ่วยเบา
หวานชนดิ ที่ 2 ในเขต อ.เมือง จ.อทุ ยั ธาน.ี วารสารกองการพยาบาล 40(1).
แนวทางเวชปฏิบัติสำ�หรบั โรคเบาหวาน 2560. พมิ พ์ครั้งที่ 3. จดั ทำ�โดย สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระ
ราชปู ถมั ภส์ มเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ าร,ี สมาคมตอ่ มไรท้ อ่ แหง่ ประเทศไทย, กรมการแพทย์
กระทรวงสาธารณสุข, สำ�นักงานหลกั ประกันสุขภาพแหง่ ชาต.ิ ปทมุ ธานี : บรษิ ัท ร่มเย็น มเี ดยี จำ�กัด.
ประชมุ พร กวีกรณ์ และประเสรฐิ ประสมรกั ษ.์ (กรกฎาคม – กันยายน, 2559). การพฒั นารูปแบบการส่งเสริมพฤตกิ รรม
การดูแลตนเองในการควบคมุ ระดับนำ้ �ตาลในเลือดของผปู้ ว่ ยโรคเบาหวาน ชนดิ ที่ 2 ท่ขี ึ้นทะเบียนรกั ษาในโรง
พยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชเลิงนกทา. วารสารการพฒั นาสขุ ภาพชมุ ชน มหาวิทยาลัยขอนแกน่ 4(3).
วาสนา ธรรมวงศา และเบญจา มกุ ตพันธุ.์ (2556). การบริโภคอาหารและภาวะโภชนาการของผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ชนิดท่ี 2 ที่มารบั บริการท่ีโรงพยาบาลมโหสด นครหลวงเวยี งจนั ทน์ สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว.
ศรีนครนิ ทร์เวชสาร 28(1).
วชิ ยั เอกพลากร. (มกราคม, 2549). การประเมนิ ความเสี่ยงตอ่ โรคเบาหวาน. สถานการณ์สุขภาพประเทศไทย. 2(8).
ศรีสมยั วบิ ลู ยานนท,์ ปอแก้ว ทับแสง และวรรณี นธิ ยิ านนั ท์. (สงิ หาคม, 2550). กนิ อยา่ งไรกับเบาหวาน. ศนู ย์เบาหวาน
ศิรริ าช คณะแพทยศาสตรศ์ ริ ิราชพยาบาล.
สถาบันเวชศาสตรผ์ สู้ งู อายุ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (กันยายน, 2549). แนวทางเวชปฏิบัติ การดแู ลโภชน
บำ�บดั ในโรคเบาหวาน โรคความดนั โลหติ สงู และภาวะไขมนั ในเลอื ดผดิ ปกตสิ ำ�หรบั ผสู้ งู อาย.ุ พมิ พค์ รงั้ ท่ี
1. พิมพท์ ่ี ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำ�กัด.
สปุ รียา เสยี งดัง. (มกราคม – เมษายน, 2560). พฤตกิ รรมการดูแลสขุ ภาพตนเองของผู้ปว่ ยโรคเบาหวานที่ควบคมุ
ระดบั นำ้ �ตาลในเลือดไม่ได้. วารสารเครือข่ายวทิ ยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้ 4(1).
สพุ ิชชา แสงทองพราว. (2563). ปลดล็อกเบาหวาน ด้วยอาหารในชีวิตประจำ�วัน. [E-book]. เขา้ ถงึ ได้จาก :
https://www.facebook.com/SugarFreedomTH 13 พฤษภาคม 2563.
สำ�นักโรคไมต่ ิดต่อ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสาธารณสขุ . (ม.ป.ป.). สมุดบันทึกสุขภาพประจำ�ตวั เพ่ือการประเมินและ
จัดการความเส่ยี งตอ่ โรคไม่ตดิ ต่อเรื้อรัง.
40
โภชนาการ กับแนวทางการควบคุม “ เบาหวาน “ ด้วยตัวเอง
จรี ะเดช อินทเจรญิ ศานต์ , ดร.สธุ ีรา อินทเจริญศานต์
จักรกฤช ใจรศั มี , ทรงพล สัตย์ซือ่
พ.ญ.สุวรรณา พิชญช์ ยั ประเสรฐิ , สมุ าลี บญุ มี
41