โครงการอันเนื่อง
มาจากพระราชดำริ
วิชาความเป็นไทย วิถีชีวิต และศาสตร์พระราชา
นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า
(0020112)
คำนำ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร
และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูรได้เสร็จ
พระราชดำเนินเยี่ยมเยียนประชาชนทั่วภูมิภาคโดยได้พระราชทานพระราชดำริให้
ส่วนราชการต่างๆดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือ
ประชาชนทุกหมู่เหล่าซึ่งทุกโครงงานมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือ ความอยู่ดีกินดีและความ
ผาสุก ของประชาชนทั้งสิ้น
คณะผู้จัดทำในฐานะประชาชนชาวไทยดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระ
ราชดำริได้เล็งเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระ
ราชดำริในด้านต่างๆตลอดจนความจำเป็นในการรวบรวมข้อมูลโครงการอันเนื่องมา
จากพระราชดำริที่ถูกต้องครบถ้วน คณะกรรมจัดทำหนังสือเล่มนี้
จึงขอขอบคุณเป็ยอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้
คณะผู้จัดทำ
นักศึกษาสาขาเทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
สารบัญ
เรื่อง หน้าที่
คำนำ 2
สารบัญ 3
บทที่ 1 โครงการพัฒนาพื้นที่พรุแฆแฆ 4
บทที่ 2 โครงการชั่งหัวมัน 10
บทที่ 3 โครงการฝายชะลอน้ำ 16
บทที่ 4 โครงการพระราชดำริปางตอง2(ปางอุ๋ง) 21
บทที่ 5 โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านกูแบซีรา 26
บทที่ 6 โครงการเกษตรวิชญา 32
บทที่ 7 โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึง 37
จังหวัด ยโสธร 42
48
บทที่ 8 โครงการราชทัณฑ์ปันสุขทำความดี
เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
บทที่ 9 โครงการแก้มลิง
บทที่1
โครงการพัฒนาพื้นที่พรุแฆแฆ
ของ ในหลวง ร.9
ความเป็นมาของโครงงาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดําเนินทอดพระเนตรสภาพพ้ื
นที่บริเวณลุ่มน้ํา คลองน้ําจืด - คลองแฆแฆ อําเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 30
กันยายน พ.ศ. 2535 เมื่อถึง ชายคลองน้ําจืด บ้านท่งุ เค็จ เป็นเวลาตะวันลับขอบฟ้าพอดี
พระองค์ได้ทรงพิจารณาแผนที่ด้วยแสงไฟฉายเป็น เวลานาน ทรงรับสั่งให้ไปตาม
เจ้าของที่ดินมาเข้าเฝ้าฯ วันน้ัน ลุงวาเด็ง ปูเต๊ะ กําลังทําสวนอยู่กับภรรยา นุ่งกางเกงชาวเล
ไม่ได้สวมเส้ือ ในหลวงทรงสอบถามเส้นทางการขุดคลองสายทุ่งเค็จ ว่ามีเขตติดต่อที่ไหน
บ้าง จะสร้างคลองชลประทานให้ ลุงวาเด็งจึงได้กราบทูลฯ ให้ในหลวงทรงทราบเมื่อ
พระองค์ทรงรับส่ังให้ลุงวาเด็ง พายเรือให้พระองค์เสด็จฯ สํารวจคลองสายทุ่งเค็จ พระองค์
ตรัสถามพร้อมเปิดแผนที่ เพื่อให้รู้ว่าจะสร้าง แหล่งชลประทานอย่างไร โดยระหว่างพาย
เรือลุงวาเด็ง ได้กราบทูลฯ ในหลวงว่า เมื่อถึงเวลาหน้าฝนน้ําจะท่วม ทํานาไม่ได้ เมื่อถึง
หน้าแล้งก็ทํานาไม่ได้เพราะไม่มีน้ําทําให้ชาวบ้านเดือดร้อน ชาวบ้านได้แต่ทํา
การเกษตรตาม วิถีชีวิตของคนชนบท คือ ปลูกพืชผักสวนครัวและทําสวนไว้กินกัน ชะรอย
ในหลวงจะทรงลองใจ จึงตรัสถามขอ ที่ดินเพื่อทําโครงการพระราชดําริ ด้วยความ
ปลาบปลื้มลุงวาเด็ง ปูเต๊ะ จึงยกที่ดินถวายให้พระองค์ทันที
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้พระราชทานพระราชดําริเกี่ยวกับงาน
ชลประทานให้พิจารณา วางโครงการก่อสร้างขุดคลองระบายน้ําและอาคารบังคับน้ํา
เพื่อช่วยระบายน้ําที่ท่วมขังออกจากพ้ืนที่ ป้องกันน้ําเค็มไม่ให้ไหลเข้าส่พู ื้นที่ทํา
การเกษตรและเก็บกักน้ําจืดไว้ให้เกษตรกรใช้ทําการเพาะปลูกใช้อุปโภค- บริโภค
ได้ตลอดท้งั ปี และยังสามารถใช้คลองระบายน้ําเป็นแหล่งทําการประมงได้
วัตถุประสงค์
1. เพื่อปรับปรุงพื้นที่พรุ ให้กลับมาใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้
2. เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ประกอบอาชีพหลัก และมีรายได้ประจําใน
พื้นที่ของตน
3. เพื่อศึกษาการแก้ปัญหาพื้นที่
ที่ต้ังพื้นที่โครงการ
โครงการฯ ต้ังอยู่ที่ บ้านป่าทุ่ง หมู่ที่ 4 ตําบลบางเก่า อําเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
มีพื้นที่ ดําเนินการประมาณ 11,000 ไร่ อยู่ระหว่างพิกัด E 784000 – 790000 N
741000 – 751000
แหล่งอ้างอิง
http://www.ldd.go.th/web_kingproject/Project/King9/12-001.pdf
ผู้จัดทำ [บทที่1]
นางสาว จุฬาลักษณ์ ขวัญกิจเวโรจน์
[ 6511219556019 เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า ]
บทที่ 2
โครงการชั่งหัวมัน
[ ในหลวง ร.9 ]
โครงการชั่งหัวมัน
เมื่อปี พ.ศ. 2551 เกิดเหตุการความคิดเห็นต่างกันทางการ
เมืองทำให้มีกลุ่มบุคคลออกมาแสดงความคิดเห็น สร้างความไม่สงบ
ขึ้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ
บพิตร ทรงเอาหัวมันเทศวางบนตาชั่งตั้งไว้บนโต้ะทรงงาน เพื่อเป็น
คติเตือนใจ “ชั่งหัวมัน” หัวมันเทศเมื่องวางอยู่นานเข้าก็จะแตกใบ
มีต้นงอกออกมา ก็ทรงให้เอาต้นมันนั้ นไปเพาะเลี้ยงไว้ในเรือน
เพาะชำ แล้วนำมันเทศหัวใหม่มาวางไว้บนตาชั่งแทน ทำเช่นนี้เรื่อย
ไป ในเรือนเพาะชำก็มีแต่ต้นมันเทศ ทรงมีดำริว่า หัวมันเทศวางไว้
บนตาชั่งไม่มีดินและน้ำยังงอกได้ที่ดินแปลงนี้ มีดินและพอมีน้ำอยู่
บ้างก็น่าจะปลูกมันเทศได้ จึงทรงพระราชทานต้นมันเทศจากเรือน
เพาะชำมาปลูกไว้ที่นี่ และพระราชทานชื่อโครงการนี้ว่า “โครงการชั่ง
หัวมัน ตามพระราชดำริ”
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจ พืชพันธุ์ดีของอำเภอท่ายาง
และของจังหวัดเพชรบุรี
2. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร
3. เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแปลงหรือมาช่วย
งานพระองค์
เป้าหมาย
โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ มีเป้าหมายในการสนอง
พระราชประสงค์และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรม
หาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้เป็นศูนย์รวมพันธุ์พืช
เศรษฐกิจของอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงรวม
ทั้งการจัดการฟาร์มโคนม และโรงเลี้ยงไก่ไข่ โรงงานแปรรูป
ผลิตภัณฑ์นม ซึ่งมีผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ และสเตอริไรส์
ตลอดจนมีหน่วยทดลองพลังงานทดแทน เช่น ทุ่งกันหันลม
พลังงานแสงอาทิตย์ และไบโอดีเซล ทั้งนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและ
เอกชน รวมถึงชาวบ้านที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามาร่วมกันบำรุง
ดูแลรักษา และแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นตามวิถีการดำรงชีวิต
เกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
แหล่งอ้างอิง
https://thayang-phet.go.th/Main/PlaceotopPreview/id/1
ผู้จัดทำ[ บทที่2 ]
นางสาวลักษณาภรณ์ หวานเย็น
6511210996001 เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้ า
บทที่ 3
โครงการฝายชะลอน้ำ
(ในหลวง ร.9)
โครงการฝายชะลอน้ำ
ปัญหาอุทกภัย หรือ ภาวะน้ำท่วมในฤดูฝนและปัญหาภัยแล้งหรือภาว
การณ์ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ความทั้งสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิ
อากาศ ทำความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สิน ของประชาชนคนไทยเป็นอย่าง
มาก และมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้น การบุกรุกทำลายป่า พื้นที่ต้นน้ำ
ลำธาร และการใช้ประโยชน์ที่ดินที่ไม่เหมาะสม เป็นหนึ่งในสาเหตุที่สำคัญของ
ปัญหาการเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ จึงจำเป็นที่จะต้องเร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่า
ต้นน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อลดความ
รุนแรง และบรรเทาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในทุกรูปแบบ วิธีการหนึ่งที่สำคัญและ
ได้ผลดี คือ ฝาย ซึงเป็นแนวพระราชดำริทฤษฎีการพัฒนาและฟื้นฟูป่าไม้
โดยการใช้ทรัพยากรที่เอื้ออำนวยและสัมพันธ์ซึ่งกันและกันให้เกิดประโยชน์
สูงสุด
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่ง
แวดล้อม
2. เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความ
สามัคคีให้เกิดแก่พนักงาน
3. เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในเขต
ชุมชน
4. เพื่ออนุรักษ์และเพื่อแหล่งอาหารให้กับสัตว์ป่า
แหล่งอ้างอิง
https://www.siamyachiyo.com/sycsite/?p=2353
https://sites.google.com/site/king9ofthailand/khorng
kar-fay-chalx-na
ผู้จัดทำ [บทที่3]
นายดำรงศักดิ์ แก้วคำ
6511219556007 เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า
บทที่ 4
โครงการพระราชดำริปางตอง2 (ปางอุ๋ง)
[ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ]
ความเป็นมา
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช-
มหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเห็นว่า บริเวณรอบ ๆ พื้นที่ที่จะสร้างอ่าง
เก็บน้ำห้วยปางตองและฝายปางอุ๋ง ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง
แม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่ที่มีการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า
เป็นบริเวณกว้าง สภาพป่าไม่สามารถที่จะฟื้นตัวขึ้นเองตามธรรมชาติได้
ทันกับความต้องการในด้านอุปโภคบริโภค การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ
ขาดสมดุลทางระบบนิเวศ ถ้าปล่อยให้สภาพการณ์เป็นไปเช่นนี้ ก็จะมีผล
เสียหายและกระทบกระเทือนสู่บริเวณลุ่มน้ำแม่สะงาและลุ่มน้ำในสอยทั้ง
ในด้านเศรษฐกิจ สังคมและระบบนิเวศ จึงทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับ
พลเอกปิ่น ธรรมศรี หัวหน้าคณะทำงานส่วนพระองค์ในขณะนั้น เมื่อวัน
ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2527 ความว่า ให้มีการปรับปรุงสภาพป่าบริเวณรอบ ๆ
พื้นที่ที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยปางตองและฝายปางอุ๋ง ตำบลหมอกจำ
แป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
กรมป่าไม้ ในขณะนั้นจึงได้จัดตั้งโครงการขึ้นมา เพื่อฟื้นฟูป่าตามพระ
ราชดำริดังกล่าว โดยได้เริ่มดำเนินการปลูกและฟื้นฟูสภาพป่า ตั้งแต่ปี
พุทธศักราช 2528 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้มีอยู่ในอัตราส่วนที่เหมาะสมที่จะรักษาดุล
ธรรมชาติ
2.เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ดิน ป่าไม้ และสัตว์ป่า
3. เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น
4.เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนเกิดความรัก หวงแหน รู้ถึงคุณ
ประโยชน์ของป่าไม้
แหล่งอ้างอิง
http://royal-
project.maehongson.go.th/index.php/th/18-project/53-
2017-10-07-11-44-25.html
ผู้จัดทำ [บทที่ 4]
นาย กุลวัฒน์ อยู่คะเชนทร์
6511219556013 เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า
บทที่ 5
โครงการพัฒนาพื้นที่บ้านกูแบซีรา
(ในหลวงรัชกาลที่ 10)
พระราชดำริ
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2544 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรา-
ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ทอดพระเนตรสภาพ
พื้นที่และทรงเยี่ยมราษฎรบ้านกูแบสีรา หมู่ที่ 4 ตำบลกอลำ อำเภอยะรัง
จังหวัดปัตตานี ได้ทรงทราบถึงปัญหาของราษฎรในพื้นที่ดังกล่าว ว่าพื้นที่
อยู่อาศัยและพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ตลอด
จนขาดแคลนน้ำใช้ในการอุปโภค - บริโภค ในการนี้ได้พระราชทานพระ
ราชดำริกับ นายสหัส บุญญาวิวัฒน์ ผู้ช่วยเลขาธิการพระราชวัง ฝ่าย
กิจกรรมพิเศษ นายวิศาล ไมตรียืนยง วิศวกรใหญ่ที่ปรึกษาวิชาชีพเฉพาะ
ด้านควบคุมงานก่อสร้าง กรมชลประทาน นายเกียรติศักดิ์ สุขวัฒน์ ผู้
อำนวยการสำนักงานกิจกรรมพิเศษ กรมชลประทาน และนายลลิต ถนอม
สิงห์ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการฯ 4 สำนักงาน กปร. ให้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ โดย “ให้แก้ไข
ปัญหาเรื่องเร่งด่วนก่อน พร้อมทั้งศึกษาในภาพรวม เมื่อได้ศึกษาในภาพ
รวมทั้งระบบแล้ว ให้ดูว่าส่วนใดจะแก้ไขอย่างไร และให้แก้ไขไปทีละส่วนเป็น
ขั้นตอน จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบ” และทรงรับไว้เป็นโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
วัตถุประสงค์
1.เพื่อสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่
จะแก้ไขปัญหาให้ราษฎรบ้านกูแบสีรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
2. เพื่อการสัญจรและขนส่ง
3.เพื่อปรับปรุงดินให้มีการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ ผลผลิตคุ้มค่าแก่
การลงทุน เพียงพอแก่การบริโภคในครัวเรือน และประกอบอาชีพในพื้นที่
ตลอดปี
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. ชุมชนบ้านกูแบสีราและประชาชนทั่วไปได้รับประโยชน์จากการก่อสร้างถนนที่ใช้เป็น
เส้นทางสัญจรไป-มา และขนส่งพืชผลทางการเกษตรออกสู่ตลาดได้สะดวกและ
รวดเร็ว ลดความเสียหายระหว่างการขนส่งทำให้จำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรได้
ในราคาที่สูงขึ้น
2. เพิ่มคุณภาพชีวิตและการพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียนและเพิ่มโอกาสในการ
ประกอบอาชีพเสริมของพ่อและแม่เด็ก
3. ทำให้เยาวชนในหมู่บ้านได้มีสถานที่ออกกำลังกายและเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด
ของยาเสพติดในหมู่เยาวชน
4. ทำให้ราษฎรมีศูนย์พัฒนาอาชีพสำหรับฝึกอาชีพและเพิ่มทักษะให้สามารถนำไป
ประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับเปลี่ยนอาชีพให้หลากหลาย
มากขึ้น นอกเหนือจากการทำนา ส่งผลให้เศรษฐกิจในชุมชนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น
5. ประชาชนทุกคนในหมู่บ้านมีความพร้อมในการพัฒนาหมู่บ้านตามแนวพระราชดำริ
6. สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตรและบริเวณชุมชนของหมู่บ้านกูแบสีรา
ประมาณ 500 ไร่
7.สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และการปรับปรุงที่ดินเพื่อ
การเกษตร ทำให้สามารถทำการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้น
แหล่งอ้างอิง
https://king.kapook.com/kingrama10/sec4_read4.html
http://tsdf.nida.ac.th/th/royally-initiated-projects
ผู้จัดทำ [บทที่5]
นาย กรชวัล บำรุงนคร
6511219556011 เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า
บทที่ 6
โครงการเกษตรวิชญา
(ในหลวง ร.10)
ความเป็นมาของโครงการ
“เกษตรวิชญา” เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ที่ตั้งอยู่
ทางภาคเหนือของประเทศไทย ตามพระราชดำริของพระบาท
สมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งดำรงพระราชอิสริยยศ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งได้ทรง
มีพระราชดำริที่จะมอบที่ดินส่วนพระองค์บริเวณบ้านกอง
แหะ หมู่ที่ 4 ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มี
เนื้อที่จำนวน 1,350 ไร่ ให้กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เพื่อนำไปดำเนินการในลักษณะเป็นคลินิกเกษตร เพื่อเผย
แพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตร เป็นศูนย์ฝึกอบรม
และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเพื่อ
การฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่
สมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ที่ตั้งโครงการ
บ้านกองแหะ หมู่ที่ 4 ตาบลโป่งแยง อาเภอแม่ริม
จังหวัดเชียงใหม่
วัตถุประสงค์
เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยี
การเกษตร เป็นศูนย์ฝึกอบรมและวิจัยพัฒนาการ
เกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเพื่อการฟื้นฟูและ
อนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์
เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้ประโยชน์
จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
แหล่งอ้างอิง
https://qsds.go.th/project/viewpro.ph
p?idpro=PJ1564314203
ผู้จัดทำ [บทที่6]
นาย พรประเสริฐ ขอเพิ่มกลาง
6511219556024
เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า
บทที่ 7
โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง
จ.ยโสธร
(ในหลวง ร.10)
พระราชดำริ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมิ-
นทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรา
ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงเยี่ยม
ราษฎร บ้านคำน้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เมื่อวันที่ 28
พฤศจิกายน 2543 ทรงรับทราบถึงปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนที่ชาวบ้าน
ได้ถวายรายงาน จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยราชการให้การ ช่วย
เหลือดูแลราษฎรให้อยู่ดีกินดี และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระ
ราชดำริให้พัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ ด้วยการขุดลอกหนองอึ่งที่เป็นพื้นที่
สาธารณประโยชน์ พร้อมการพัฒนาปรับปรุงดินและพื้นที่ แห้งแล้ง ด้วยการ
ปลูกป่า และหญ้าแฝก รวมถึงการฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบหนองอึ่งในพื้นที่กว่า
3,006 ไร่ โดยราษฎรได้ เข้ามามีส่วนร่วมและร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่โดยรอบ
หนองอึ่ง มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบหรือสบกัน คือแม่น้ำชีและลำน้ำยัง พื้นที่
ดังกล่าวเป็นที่ลุ่มต่ำและเป็นเส้นทางน้ำไหลผ่าน ทำให้ประสบกับปัญหาน้ำท่วม
ในช่วงฤดูฝน ราษฎรจำนวน 7 หมู่บ้าน ประสบกับปัญหาน้ำท่วมมาอย่าง
ยาวนาน เส้นทางสัญจรถูกตัดขาดติดต่อไม่ได้ พื้นที่การเกษตรเพาะปลูกข้าว
นาปีมีความเสียหาย ปัญหาน้ำท่วมเกิดขึ้นซ้ำซากทุก ๆ ปี ขณะเดียวกันเมื่อถึง
ช่วงฤดูแล้งน้ำแห้งไม่มีน้ำเพียงพอเพื่อการอุปโภค บริโภค ทำการเกษตรไม่ได้
ผล
อดีตก่อนได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
พัฒนาหนองอึ่ง ประสบ ปัญหาน้ำทวีความรุนแรงขึ้นต่อการดำรงชีพ ในเวลา
เดียวกันประชากรในพื้นที่เพิ่มขึ้น เพื่อความอยู่รอด ชาวบ้านจึงทำทุกอย่าง
แม้แต่การบุกรุกถากถางป่า ป่าไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกแผ้วถางเพื่อสร้างที่อยู่
อาศัย เพื่อเพิ่มพื้นที่ทำไร่เลื่อนลอย นำไม้มาทำฟืน และใช้สอย ทำให้สภาพป่า
เสื่อมโทรม ชาวบ้านโดยรวมจึงมีชีวิตยากลำบากยิ่งขึ้น ในระยะหลังแม้แต่จะ
อาศัยเก็บหาของป่าเพื่อบริโภคและจำหน่วยไม่ได้เหมือนเดิม ราษฎรส่วนหนึ่ง
ต้องพากันอพยพออกไปรับจ้างย้ายถิ่นฐานไปอยู่หัวเมืองใหญ่ เพื่อหารายได้
เลี้ยงตัวเองและครอบครัว ต่อมาได้จัดตั้งเป็น “ป่าชุมชนดงมัน” ในปี 2546
เพื่อสนองพระราชดำริ “ฟื้นฟูสภาพป่าเพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล”
โดยได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากหน่วยราชการต่าง ๆ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อปรับปรุงคุณภาพของดิน
2. เพื่อแก้ปัญหาสภาพของหน้าดินที่ถูกน้ำพัดพาไป
3. เพื่อแก้ปัญหาสภาพด้านการเกษตรให้แก่ราษฎรบริเวณ
ท้ายอ่าง
แหล่งอ้างอิง
http://www.tsdf.nida.ac.th/th/royally-initiated-
projects
ผู้จัดทำ [บทที่ 7]
นาย จิรันธร เปรื่องนุช
6511219556003
เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า
บทที่ 8
โครงการราชทัณฑ์ปันสุขทำความดี
เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
(ในหลวงรัชกาลที่10)
ความเป็นมาของโครงงาน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา-
วชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ประกาศพระบรมราชโองการแต่ง
ตั้งคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทาความ ดี เพื่อชาติ
ศาสน์ กษัตริย์ เนื่องจากทรงมีพระราชดาริว่า โรงพยาบาล
ราชทัณฑ์เป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวในสังกัดกระทรวงยุติธรรม
ต้องให้บริการแก่ผู้ต้องขัง ในกรณีเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นจานวนมาก
ยังขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ การดูแล
สุขภาพ ของผู้ต้องขังถือเป็นหน้าที่สาคัญของกรมราชทัณฑ์ ใน
การที่จะให้ผู้ป่วย เข้าถึงการรับการรักษาพยาบาลอย่างเท่า
เทียมตามหลักมนุษยธรรม
วัตถุประสงค์
1. เพื่อยกระดับการดู และสุขภาพผู้ต้องขังให้ได้รับ การ
รักษาพยาบาลเท่าเทียมกับบุคคล ภายนอกให้ เป็นไปตาม
หลักสิทธิมนุษยชน
2. เพ่ือจัดระบบการรักษาพยาบาลให้มีประสิทธิภาพ ตลอด
จนปรับปรุงอนามัยสิ่งแวดล้อม การป้องกันโรค และการส่ง
เสริมสุขภาพ
3. จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์สาหรับสถานพยาบาล ใน
เรือนจำทัณฑสถานทัณฑสถานโรงพยาบาล ราชทัณฑ์ และโรง
พยาบาลแม่ข่ าย
4. พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ของกรมราชทัณฑ
5. พัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุข เรือนจา (อสรจ.) ให้ได้
มาตรฐาน
โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ระยะที่ 1
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องมือและ
ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมเป็นเงินทั้ง
สิ้น 190,072,863 บาท จัดซื้อเครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ได้ถึง
756 ชิ้น
1.โรงพยาบาลแม่ข่าย 12 แหง่ จานวน
24 ชิ้นเป็นเงิน 98,880,000 บาท
2.เรือนจำทัณฑสถาน 24 แห่ง จานวน 615 ช้ินเป็นเงิน47,796,050 บาท
3.ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จานวน 117 ชิ้นเป็นเงิน 43,396,813 บาท
โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ระยะที่ 2
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเครื่องมือและ
ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รวมเป็นเงินทั้ง
สิ้น 118,547,200 บาท
1. เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแม่ข่าย จำนวน 16
รายการ 191 หน่วย เป็นเงิน 102,691,400 บาท
2. เครื่องมือและครุภัณฑ์ทางการแพทย์ของสถานพยาบาลเรือนจา จำนวน 16
รายการ 338 หน่วย เป็นเงิน 15,855,800 บาท
รวมเป็นเงินท้ังสิ้น 118,547,200 บาท
แหล่งอ้างอิง
https://www.tijthailand.org/public/files/highlight/HL%20Sum
mary%20Mandela%202021/Presentation_Weerakit_DOC_and
%20Prison%20Management%20by%20DOC.pdf
ผู้จัดทำ [บทที่ 8]
นายอภิมุข เย็นประโคน
6511219556022 เทคโนโลยีวิศวกรรมไฟฟ้า
บทที่ 9
โครงการแก้มลิง
ในหลวงรัชกาลที่ 9
โครงการแก้มลิง
โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกา-
ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
(ในหลวงรัชกาลที่ 9) ที่ทรงมีพระราชดำริไว้แก้ปั ญหา
อุทกภัยในประเทศไทย และยังคงใช้เป็ นแนวทางการแก้
ปั ญหาน้ำท่วมจวบจนปั จจุบัน
ปั ญหาน้ำท่วมในประเทศไทยเป็ นปั ญหาที่เรื้อรังมา
ยาวนาน และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในเขต
กรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลยาวนานกว่า 2 เดือน
เมื่อปี พ.ศ. 2538 ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีพระราชดำริ
จัดทำโครงการแก้มลิง เพื่อช่วยบรรเทาปั ญหาอุทกภัย
โดยอิงจากหลักการกินกล้วยของฝู งลิง
วัตถุประสงค์
โครงการแก้มลิงสร้างขึ้นเพื่อแก้ปั ญหาน้ำท่วมขัง โดย
ใช้หลักการทางธรรมชาติคือกักเก็บน้ำฝนเอาไว้ เพื่อรอ
เวลาระบายออก ซึ่งลักษณะการดำเนินงานของแก้มลิงจะมี
ขั้นตอนดังต่อไปนี้
ลักษณะและวิธีการ
1.ดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ตอนบนให้ไหลไปตาม
คลองในแนวเหนือ-ใต้ลงคลองพักน้ำขนาดใหญ่ที่บริเวณ
ชายทะเล เช่น คลองชายทะเลของฝั่ งตะวันออก ซึ่งจะทำหน้าที่
เป็ นบ่อเก็บน้ำขนาดใหญ่ คือ แก้มลิง ต่อไป
2. เมื่อระดับน้ำทะเลลดต่ำลงกว่าระดับน้ำในคลอง ก็ทำการ
ระบายน้ำจากคลองดังกล่าวออกทางประตูระบายน้ำ โดยอาศัย
ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกตามธรรมชาติ
3. สูบน้ำออกจากคลองที่ทำหน้าที่ “แก้มลิง” ให้ระบายออกใน
ระดับต่ำที่สุดออกสู่ทะเล เพื่อจะได้ทำให้น้ำตอนบนค่อยๆ ไหลมา
เองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมพื้นที่ลดน้อยลง
4. เมื่อระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำในลำคลองให้ทำการปิด
ประตูระบายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะเลไหลย้อนกลับ โดยยึด
หลักน้ำไหลทางเดียว
ประโยชน์ของโครงการ
โครงการแก้มลิงช่วยป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม
ในช่วงฤดูแล้ง ไม่ให้น้ำเค็มจากทะเลไหลเข้าสู่แม่น้ำ
ลำคลองและพื้นที่การเกษตร รวมทั้งแก้มลิงยังสามารถ
เก็บกักน้ำจืดไว้ด้านเหนือประตูระบายน้ำ ประชาชนจึง
สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรกรรม
อุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภคอีกด้วย
ที่สำคัญโครงการแก้มลิงยังมีส่วนสำคัญในการ
ช่วยอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากน้ำที่ถูกกัก
เก็บไว้ในแก้มลิงต่างๆ เมื่อถูกระบายสู่คู คลอง จะไป
ช่วยบำบัดน้ำเน่าเสียให้เจือจางลง กระทั่งผลักดันให้น้ำ
เน่าเสียเดิมที่มีอยู่ ถูกระบายออกไปได้ในที่สุดและแม้
วันนี้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระ
ม ห า ก รุ ณ า ธิ คุ ณ อั น ยิ่ ง ใ ห ญ่ จ ะ ส ถิ ต อ ยู่ ใ น ใ จ ค น ไ ท ย ชั่ ว
กาลนาน ไม่ต่างจากโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ที่จะ
ก่อเกิดประโยชน์แก่ลูกหลานเราสืบไป ด้วยสำนึกใน
พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้