The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เชิดฉิ่งศุลักษณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อรกัญญา อรรคบุตร, 2022-10-01 07:45:18

เชิดฉิ่งศุลักษณ์

เชิดฉิ่งศุลักษณ์

รายงาน
เรื่อง เพลงเชดิ ฉง่ิ ศภุ ลกั ษณ์

คณะผ้จู ัดทา
นางสาว อรกญั ญา อรรคบตุ ร รหัสนักศกึ ษา 3044642010
นางสาว ชรินรตั น์ สายสมบตั ิ รหัสนกั ศึกษา 3044642016
นางสาว นันทนา พาโฮม รหัสนักศกึ ษา 3044642017

นักศกึ ษาชั้นปรญิ ญาตรีปที ี่ 2

เสนอ
อาจารย์ ธญั ลกั ษณ์ ทับจัน
อาจารย์ เกณิกา วงศ์นรนิ ทร์

รายวิชาทักษะนาฏศิลป์ 3
วทิ ยาลัยนาฏศลิ ปร้อยเอ็ด
สถาบันบัณฑิตพฒั นศิลป์ กระทรวงวฒั นธรรม
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565

คานา
รายงานฉบบั นเ้ี ปน็ ส่วนหน่งึ ของรายวชิ าทักษะนาฏศลิ ป์๓ หลกั สตู รศกึ ษาศาสตร์บณั ฑติ
คณะศิลปศกึ ษา สาขาวชิ านาฏศลิ ป์ศกึ ษา (๔ ปี) จดั ทาขน้ึ เพ่ือให้ผู้ที ่สนใจศึกษากระบวนท่ารา
สามารถอธิบายให้ผอู้ นื่ เข้าใจได้ และทาให้ผู้ทอ่ี า่ นรายงานนส้ี ามารถใชป้ ระโยชนไ์ ดต้ ่อไป ผูจ้ ดั ทา
ต้องขอกราบขอบคุณอาจารย์ประจารายวิชา ผู้ให้ความรู้ถา่ ยทอดกระบวนท่าราเพลงเชิดฉิ่งศุภ
ลักษณ์ และแนะแนวทางการทางาน ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอย่างยงิ่ ว่ารายงานฉบบั นี้จะให้ความรู้ และ
เป็นประโยชนต์ อ่ ผู้อ่านทุกทา่ นหากมขี อ้ เสนอแนะประการใดคณะผจู้ ัดทาจึงขออภัยมา ณ ท่นี ีด้ ว้ ย

คณะผู้จัดทา

สารบญั หนา้
เร่ือง 1
ประวตั ินางศุภลกั ษณ์ 2
ลักษณะเฉพาะของนางศภุ ลักษณ์ในบทละครเรอื่ งอุณรทุ 4
การแต่งกายการแสดงชดุ เชิดฉงิ่ ศุภลกั ษณ์ 5
เครื่องดนตรีท่ีใช้ในการแสดง 6
กระบวนทา่ ราเพลงเชิดฉ่ิงศภุ ลักษณ์ 18
บรรณานุกรม 19
คิวอารโ์ คด๊ วดิ โิ อเพลงเชดิ ฉิ่งศภุ ลักษณ์

1

ประวตั ินางศุภลกั ษณ์

เชิดฉิง่ ศภุ ลกั ษณ์ ตัวละครนางศุภลกั ษณน์ ี้ ถูกกาหนดบทบาทใหม้ คี วามสาคญั อย่างย่งิ ในตอนหน่ึงของเร่ือง

อณุ รุทซ่ึงเปน็ จุดสาคญั ทท่ี าให้เรอ่ื งราวเปน็ ไปจนถึงทสี่ ดุ ภารกิจหรอื บทบาทสาคัญของนางศภุ ลกั ษณ์ในเรื่อง
อณุ รุทมี 2 ตอน คือ ศภุ ลักษณว์ าดรปู และศภุ ลักษณ์อุม้ สม ในปจั จุบันการแสดงใน 2 ตอนนี้ ได้รบั ความนิยม
นามาแสดงบ่อยคร้ังกว่าใน ตอนอนื่ ของเร่ือง

ตอนวาดรปู

เป็นเร่ืองราวทส่ี บื เน่ืองมาจากท่ีพระไทรอุ้ม พระอณุ รุทมาสมกับนางอษุ าท่ีปราสารทเมืองรัตนา แล้วพากลบั
ไปคืนที่ใตต้ ้นไทร ปลอ่ ยใหน้ างอษุ าครา่ ครวญหาชายนิรนามในคนื นั้น จนนางศภุ ลกั ษณ์หน่ึงในพระพี่เล้ียงทงั้
ห้า สังเกตเหน็ เฝา้ ปลอบถามนางก็เล่าใหฟ้งและขอให้พระพ่ีเล้ียงศุภลกัษณช์ ่วยด้วยรู้ว่าศุภลกษั ณ์เป็นผู้มี
ความสามารถ ในการวาดรปู และอิทธิฤทธ์ิในการเหาะไปในอากาศ สามารถติดตามหาชายนริ นามผู้นั้นมาส่ง
ข่าวให้ไดว้ า่ เปน็ ใครมา จากไหน พระพ่ีเลยี้ งศภุ ลักษณ์ก็รบั อาสาจะชว่ ยคลี่คลายความสงสัยของนางอุษาด้วย
ความรัก จากนนั้ จงึ ทลูลานางอุษา แล้วเหาะไปในท่ีตา่ งๆเพ่อื วาดรปู เทพเทวาท่ีอยุทุกช้ันสวรรคแ์ ละกษัตรยิ ์
เมอื งตา่ งๆนากลบั มาใหน้ างอุษาดูถงึ 3ครงั้ ในตอนวาดรูปน้ีไดม้ ีกระบวนทา่ ราทก่ี าหนดไว้สาหรับตัว
ละครศุภลักษณโ์ ดยเฉพาะ คือ “ราเชิดฉิ่งศภุ ลักษณ์”

ตอนอมุ้ สม

หลังจากทนี่ างอุษาดรู ปู ทน่ี างศุภลักษณว์ าดมาให้ดเู ป็นครั้งท3ี่ จึงรู้วา่ ชายนิรนามทเ่ี ข้ามาร่วมภริมย์กบั นางใน
คืนนั้นคอื พระอุณรทุ แหง่ เมอื งณรงกา จึงไดร้ บเร้าใหน้ างศุภลักษณช์ ว่ ยไปทลู เชิญพระอุณรทุ มาพบนางที่
ปราสาท เมอื งรตั นาซ่ึงพระพเ่ี ลี้ยงศภุ ลกษั ณ์กร็ ับอาสาจะทาใหแ้ ตไ่ ด้ขอประทานแหวนและสไบใส่ผอบไปเปน็
เครอื่ งยืนยนั แทน นาง เพราะเกรงว่าพระอุณรทุ จะไมเ่ ชื่อเม่ือรับผอบแล้วก็รบี เหาะไปยังเมอื งณรงกาทันที
ขณะนั้นเปน็ เวลาพลบค่า จึงไปแอบอยทู่ ่ีบ้านพระแกล (หน้าตา่ ง)ใกล้พระแทน่ บรรทมของพระอุณรุท แล้วเปิด
ผอบใหก้ ล่ินสไบฟุ้งไปถงึ พระอุณรุท เม่ือพระอณุ รุทได้กลิน่ ก็จาไดว้ ่าเหมอืนกล่ินของนางในปราสาทจึงผุดลุก
ทรงพระดาเนินมายังพระแกล(หน้าตา่ ง)นาง ศภุ ลกั ษณ์ก็ถวายผอบพรอ้มกราบทูลให้ทรงทราบวา่ นางอุษาน้ัน
มคี วามอาลัยคคิดถึงพระองค์มากแล้วขอเชิญเสด็จไป พบนางเม่ือพระอุณรุทเปดิ ผอบออกมาเห็นผา้ สไบกบั
แหวนกจ็ าไดว้ า่ เปน็ ของนางในปราสาทจึงถามถงึ นางอุษาว่า เป็นใคร นางศภุ ลักษณ์ก็ทูลความให้ฟังทกุ อยา่ ง
และทูลเชิญไปเมอื งณรงกา ซ่ึง พระอณุ รทุ กย็ ินดี นางศุภลักษณ์จึงพนมมอื ไหว้ะระอุณรุทแล้วโอบอมุ้ พาเหาะ
มายงั เมืองรตั นาในการเดนิ ทางในคร้ังน้ีพระพ่ีเลี้ยงศุภลักษณไ์ ด้โอบอุ้มองค์ พระอณุ รุทเหาะไปในอากาศ ได้
เกิดกระบวนทา่ ราทีส่ วยงาม ที่นิยมนาไปเปน็ ชุดแสดงเรียกว่า “ศุภลักษณ์อุ้มสม”

2

ลักษณะเฉพาะของนางศภุ ลักษณ์ในบทละครเรอ่ื งอุณรทุ

1.ทมี่ าของตัวละครนางศุภลักษณ์

ศุภลักษณ์กรรฐาหรือศุภลักษณ์เปน็ ช่ือของตวั ละครเอกฝ่ายนางทเี่ รยี กในเร่ืองอุณรุทซ่ึงมตี วั ละคร ท่ี
บทบาทเดยี วกนั น้ีมีชอ่ื เรยี กต่างกนั ออกไปคือ

คัมภรี ว์ ษิ ณปุ รุ าณะ เรยี กว่าจิตรเลขา

อนิรทุ ธคาฉนั ท์ เรียกว่าพจติ ริ เลขา

สมุทรโฆษคาฉันท์ เรียกว่ารตนั ธารี

ศุภลักษณ์มีความหมายวา่ ผู้ท่ีมีลกั ษณะเฉพาะ หรอื ผู้ทค่ี ุณสมบตั ิดีงาม สว่ นคาวา่ กรรฐา แปลวา่

คอ นั้น จะเปน็ ส่วนทบ่ี ่งบอกลักษณะเดน่ ของเจ้า ของชื่อด้วยหรือไมน่ นั้ มิไดม้ ีพรรณนาไว้ในบทละคร

สาหรบั ทีม่ าของชื่อศภุ ลักษณ์ในเร่ืองอุณรทุ ชลดา เรืองรักษ์ลขิ ิต (2535 : 134) ได้แสดงความคิดเหน็ วา่ อาจ
เพย้ี นมาจากศรีพรหมรักษซ์ งึ่ สวมบทบาทของพระพันสบดีทาหน้าท่ีอย่างเดียวกับพระไทรเทพารักษท์ ี่อุม้
พระอนิรทุ ธ์ไปสมนางอุษาครั้งแรก นางศุภลักษณ์เป็นตัวละครตัวเอกท่ีมคี ุณสมบตั เิ พียบพร้อมสมบูรณ์ในทุกๆ
ด้านกล่าวได้วา่ นางศภุ ลักษณ์ถึงพร้อมดว้ ยรปูสมบัติและคุณสมบัติอนั พงึ ประสงคด์ ังนี้

2)ชาติกาเนดิ

นางศภุ ลักษณ์มชี าติกาเนดิ เปน็ ยักษเ์ กดิ ในราชตระกูลของท้าวกรงุ พาณแห่งเมือง รัตน จึงนา่ จะเป็น
เหตุผลขอ้ สาคัญในการอธบิ ายได้ว่า ศภุ ลักษณ์เปน็ ตัวละครนางยักษ์ทม่ี ีรปู รา่ งหน้าตาสวยงาม เพราะถึงแมว้ ่า
นางศุภลกัษณ์จะเป็นยักษ์แต่กเ็ ป็นยกั ษ์ฝ่ายดมี ชี าติมตี ระกูลมิใชน่ างยักษ์ท์ม์น่ ีสัยพาลตามสัญชาติยกั ษ์ ทว่ั ไป
ซ่งึ เทยี บไดก้ บั นางเบญกายในเรื่องรามเกยี รต์ิ

3)ลักษณะเฉพาะ

ตามทอ่ี ธิบายไวใ้ นขา้ งต้นวา่ นางศุภลักษณ์มีชาติกาเนิดทด่ี จี งึ มคี ุณลักษณะเฉพาะตัวทีด่ ีและ
เพยี บพร้อมไปด้วยคณุ สมบัติอนั พงึ ประสงค์คือ

ก. เป็นผทู้ ี่มีรปู ลักษณท์ ่ีสวยงาม และมีสุขภาพแข็งแรง ต้องตามลักษณะเบญจกัลยาณี ด้วยนางศุภลักษณ์นั้น
จดั อยู่ในตวั ละครฝ่ายดี

3

ข. เปน็ ผู้ท่ีมีความรู้ ความสามารถหลากหลาย เชน่ ความสามารถในการวาดรูปเหมือนนได้ดีมสี รรพวิทยา
สามารถเหาะเหินเดนิ อากาศได้อย่างรวดเร็วกาบังตนได้ รอบรเู้ ร่ืองราวตา่ งๆ และมีความฉลาด สามารถแก้ไข
ปัญหาเฉพาะหนา้ ได้เปน็ อยา่ งดี

4) อุปนสิ ยั

นางศุภลักษณเ์ ป็นผู้มจี ติ ใจทดี่ อี าจเปน็ เพราะเกิดจากชาติกาเนดิ และการอบรมที่ดีจงึ ช่วยหล่อ
หลอมใหน้ างศุภลักษณ์มคี ุณสมบัตอิ นั พงึ ประสงค์ เช่น การมบี ุคลกิ ภาพท่ีดีการพดู จาด้วยความอ่อนหวาน เปน็
ผู้ที่มวี ินยั และความรับผิดชอบในการทาหนา้ ทโี่ ดยจะเห็นได้จากการทาหนา้ ที่พระพเี่ ล้ียงทดี่ ี กล่าวคอืการรับ
อาสาเพ่ือหวงั ใหน้ างอษุ าผู้มฐี านะเป็นนายมีความสุขมากท่ีสุด และพยายามท่ีจะปฏบิ ตั หิ นา้ ที่จนสาเร็จไมว่ ่าจะ
พบกับอุปสรรคหรือต้องทางานซ้าๆกนั สกั กคี่ ร้ัง ซ่ึงในเรือ่ งจะพบว่านางศุภลักษณ์ต้องไปวาดรปูชายท่ีมาลอบ
ชมนางอุษาถึง3ครั้งจงึ ทราบว่าชายผู้นั้นคือ พระอุณรุท

การวิเคราะห์กระบวนทา่ ราเชดิ ฉิ่งศุภลกั ษณ์

วิเคราะห์กระบวนทา่ ราเชิดฉิง่ ศุภลักษณต์ ามลกัษณะของเพลงท่ีใชบ้ รรเลงประกอบการร่ายราพบว่า กระบวน
ทา่ ราแบ่งออกเปน็ 3 ชว่ งตามลักษณะของเพลงท่ีใชบ้ รรเลงประกอบการรา่ ยรา คือ

ช่วงท่ี 1 เพลงเชิด

ชว่ งท่ี 2 เพลงเชิดฉ่งิ

ช่วงท่ี 3 เพลงเชิดกลอง

ท่ารามีท่ีมาจากของเพลงท่ีเป็นแมแ่ บบของนาฏศิลป์ไทย คือ

1.เพลงช้า เพลงเร็ว

2.เพลงแม่บทใหญ่

3.เพลงแม่บทเล็ก

4

การแตง่ กายการแสดงชดุ เชดิ ฉิ่งศภุ ลกั ษณ์

แตง่ กายดว้ ยชุดยนื เคร่ืองนางห่มสไบสองชายดงั นี้

1) ผา้ ห่มนาง 2) ผา้ นุ่ง

3) เสอื้ ในนาง 4) นวมนาง

5) จี้นาง 6) เขม็ ขดั พร้อมหวั

7) สะอิ้ง 8) ทองกร

9) ปะวะหลา่ 10) แหวนรอบ

11) กาไลเท้า 12) ศรี ษะใสร่ ัดเกล้าเปลว

13) อบุ ะดอกไม้ทัด

5

เคร่อื งดนตรีท่ีใชใ้ นการแสดง

ทานองเพลง

เพลงทใ่ี ชป้ ระกอบการแสดง ชดุ เชดิ ฉง่ิ ศุภลกั ษณ์ ประกอบด้วย ๓ ช่วง คือ

ชว่ งท่ี 1 เพลงเชิด ซึ่งเปน็ เพลงหนา้ พาทยป์ ระกอบการแสดง พบกระบวนทา่ รารา่ ย ซ่ึงเป็นกระบวนท่า
ราท่ีมีจารีตของการใช้ท่าราที่ให้ความหมายถึงการเดินทางมาถึงจุดหมาย หรือการหยุดพักเพ่ือทากิจกรรมใน
ระหว่างการเดินทาง โดยมีการใช้ท่าเชื่อม ท่ีมีลักษณะท่ารา ท่ีเรียกช่ือตามลักษณะปฏิบัติ เช่น ท่าสอดเชิด
และทา่ สอดสรอ้ ย

ช่วงท่ี 2 เพลงเชิดฉิ่ง ซ่ึงเป็นเพลงหน้าพาทย์ ใช้ประกอบการราก่อนที่จะกระทากิจสาคัญในช่วงน้ียัง
ปรากฏว่ามกี ระบวนทาราเฉพาะที่แทรกอยู่ด้วย คือ กระบวนท่าตื่นกลอง โดยใช้ท่าราท่ีมีชื่อว่าผาลาเพียงไหล่
และการก้าวเทา้ ตามจงั หวะรวั กลอง เป็นการสือ่ ความหมายของการตื่นตวั ในการเดนิ ทางในท่ีทไี่ ม่คุ้นเคย

ช่วงท่ี 3 เพลงเชิดกลอง ซ่ึงเป็นเพลงหน้าพาทย์ มีจังหวะท่ีรุกเร้ากระช้ันข้ึนเป็นการเร่งและบอกให้
ผู้ชมทราบวา่ การเดินทางในภารกิจคร้ังนี้ กาลังจะส้ินสุดลง และเป็นการส่งบทบาทของตัวละครให้ต่อเน่ืองกับ
การดาเนนิ เนือ้ เร่อื งต่อไป

เคร่ืองดนตรีทใี่ ช้ประกอบการแสดง

วงป่พี าทยเ์ ครื่องห้า

6

กระบวนท่ารา ภาพรูปภาพทา่ รา

ลาดบั อธิบายท่ารา
1 มอื ทงั้ สองข้างจบี คว่าระดบั อก งอแขน

เล็กนอ้ ย ซอยเท้าออกมาหนั ไปด้านขวา

2 เทา้ ซา้ ยก้าวข้าง แลว้ กดปลายมือทั้งสอง

ขา้ งลง ศรี ษะเอียงขวา พร้อมกบั กลอ่ ม
หน้าไปตามจงั หวะ

3 ยกเทา้ ขวาขึ้น มือซา้ ยจีบระดับชายพก

มอื ขวาตั้งวงระดับชายพก ศีรษะเอียง
ซ้าย หมุนลงไปด้านซา้ ย

7

4 มือขวาจีบระดบั ชายพก มือซ้ายจบี

ส่งหลัง เทา้ ขวากา้ วข้างศีรษะเอียง
ซา้ ย แล้วหมุนตัวไปดา้ นขวา

5 ประเทา้ ขวายกขนึ้ มือขวาท้าวเอว

มือซ้ายทา่ แหวกมือเดยี ว เทา้ ซา้ ย
กา้ วข้าง ศีรษะเอียงขวา

6 กล่อมหน้าตามจงั หวะ จนหมดจงั หวะ พรอ้ ม

กดปลายมือลง

7 ยกเทา้ ขวา มือขวาจบี คว่า งอแขน

เลก็ น้อย ศรี ษะเอียงซ้าย

8

8 ก้าวเท้าขวาหนั มาด้านหนา้ มือขวา

คลายจบี ออก มือซ้ายตง้ั แขนเหยยี ด
ตงึ จรดเทา้ ซา้ ย แลว้ ซอยเท้าข้นึ ไป
2 ครั้ง ลง 2 ครง้ั ศรี ษะอียงขวา
แล้วซอยเทา้ เปล่ียนมืออย่กู ับท่ี

9 ทาท่ารารา่ ย ก้าวเทา้ ซ้ายไปด้านข้าง แลว้ ทา

มือทา่ บังสุริยา เหลื่อมเทา้ ขวา

10 ก้าวเท้าขวา มือขวาหยิบจบี คลายจีบ

11 ถอนเท้าซ้ายแล้วยกเทา้ ขวา มือทาท่าสอด

สร้อยมาลา

9

12 หมนุ ตัวมาทางด้านขวา แยกมือออก

กระทุ้งเท้าซ้าย มือซ้ายพลิกป้องหนา้
ศรี ษะเอียงซ้าย ห่มเขา่ พร้อมลกั คอ
ตามจังหวะฉิ่ง หมดจังหวะ กดเอยี งขวาแลว้
กลับเอียงซ้าย

13 ยืดตัว ยกเท้าซา้ ยเล่ือนขึน้ มาข้างหน้า

แล้วช้อนมือชอ้ นมอื ซ้ายข้นึ จีบปกขา้ ง มือ
ขวาต้งั วงกลาง แล้วเท้าซา้ ยก้าวขา้ ง
ศรี ษะเอยี งขวา

14 หมนุ ตวั มาดา้ นซา้ ย กระทุ้งเท้าขวา

ยืดตัว พลกิ มือเป็นท่าสอดสร้อยมาลา
ศรี ษะเอยี งขวา ห่มเข่าลักคอตาม
จงั หวะฉิ่ง จนหมดจงั หวะ

15 ยกเทา้ ขวาเล่ือนมาข้างหนา้ มือขวา

สอดจบี เป็นท่าสอดสูง เท้าขวากา้ ว
ข้าง ศรี ษะเอยี งซ้าย ยืดยุบ

10

16 หมนุ มาด้านขวา กลบั ดา้ นเอยี งขวา

เทา้ ขวาก้าวหน้า แลว้ ขยนั ข้นึ ไปข้างหนา้
2 ครงั้ ขยันเทา้ ลงมาขา้ งลา่ ง 2 ครง้ั แลว้ ลัก
คอ กา้ วเท้าขวาเอยี งซา้ ย แล้ววางเทา้
ซ้ายลง กลบั เอียงขวา

17 ยดื ตัว ยกเทา้ ขวาพรอ้ มกดไหล่ซา้ ย

ยกเท้าซ้าย พรอ้ มกดไหลข่ วา แลว้
ก้าวเทา้ ซา้ ยไปขา้ งหนา้ เลือ่ นมือซ้าย
ขนึ้ มอื ขวาลดมอื ลงแขนเหยียดตึง
แล้วจรดเทา้ ขวา ยืดยุบจรดอีกคร้ัง
ศรี ษะเอียงซ้าย

18 หมนุ ตัวลงมาด้านซา้ ย ก้าวเท้าซา้ ย

มอื ทั้งสองแทงมือ ประยกเท้าขวาข้นึ
ศีรษะเอยี งซ้าย

19 แยกมือทั้งสองออก พลิกมอื ข้ึนตง้ั วง

เท้าขวาก้าวหนา้ ศีรษะเอียงขวา
แล้วกระท้งุ เท้า พร้อมกลอ่ มหนา้ ไป
ตามจังหวะฉง่ิ จนหมดจงั หวะ

11

20 มือขวาจีบหงาย มอื ซ้ายต้ังวงแขนตึง

ท้งั สองข้างยกเทา้ ซา้ ย ศีรษะเอยี งซา้ ย

21 หนั มาด้านหนา้ กลับเอียงขวาเปลยี่ น

มอื จบี พรอ้ มจรดเทา้ ซา้ ย ซอยเทา้ วง่ิ
ข้นึ 2 ครั้ง ซอยเทา้ ลง 2 ครงั้ แลว้ อยู่
กบั ที่ เปล่ียนมือพร้อมซอยเท้าจนหมด
จังหวะ

22 ถอนเท้าขวา ศีรษะเอยี งด้านซ้าย

แลว้ ปาดมอื ขวา เท้าซา้ ยก้าวข้าง
ศรี ษะเอยี งขวา หมนุ ตัวไปดา้ นซา้ ย

23 ถอนเท้าซา้ ยลง ศีรษะเอียงดา้ นขวา

แล้วปาดมือซ้ายย่อตวั เท้าขวาก้าวขา้ ง
ศีรษะเอียงดา้ นซา้ ย หมุนไปด้านขวา

12

24 ก้าวเท้าซ้ายไป ตามด้วยก้าวเท้าขวา

พลิกมือซ้ายตง้ั วง พลิกมือขวาจีบควา่
แลว้ เดย่ี วเทา้ ซา้ ย ศรี ษะเอยี งดา้ นขวา
วางเท้าซา้ ยหมุนตวั แล้วเดยี่ วเท้าขวา

25 ยดื ตวั ขึ้น แล้วมอื ขวามว้ นจีบออก

เทา้ ขวากา้ วข้าง ศรี ษะเอียงซ้าย

26 งอแขนเล็กนอ้ ย กลบั เอยี งดา้ นขวา

เทา้ ซา้ ยก้าวไขว้ ย่าเทา้ ตามจังหวะ
กลอง ศีรษะเอยี งขวา

27 เทา้ ซา้ ยก้าวหน้า มือขวาจีบแลว้ มว้ น

มอื ออก พร้อมกบั เท้าขวากา้ วขา้ ง
ศีรษะเอียงซ้าย

13

28 ยกเท้าขวา พร้อมลักคอ แล้วลดมือ

ซ้ายลงมาระดับชายพก หนั มาดา้ น
หนา้ จรดเท้าซ้าย วง่ิ ซอยเท้าขึ้นไป
2 ครงั้ ซอยเท้าลง 2 ครง้ั แล้วซอย
เท้าเปลย่ี นมอื อยู่กับท่ี

29 ถอนเท้าขวาลง แลว้ มือขวาม้วนจบี

ยกเท้าซา้ ย ก้าวข้างพร้อมปาดมอื
ท้ังสอง ถ่ายน้าหนักตวั ไปขา้ งหน้า
และหลัง

30 มือซ้ายดึงจบี แขนเหยียดตึงระดบั

หวั ไหล่ มือขวาตั้งวงระดบั ชายพก
แล้วกระดกเทา้ ขวา ศรี ษะเอยี งขวา
แล้วหม่ เข่ากลอ่ มหน้าตามจงั หวะน่งิ
จนหมดจงั หวะ

31 ถอนเท้าขวาลงยกเท้าซา้ ย วางเท้า

ยกเทา้ ขวา ก้าวข้างพรอ้ มปาดมอื
ทัง้ สอง ถา่ ยน้าหนกั ตัวไปข้างหน้า
และหลัง

14

32 มอื ขวาดงึ จีบ แขนเหยียดตงึ ระดับ

หวั ไหล่ มือซ้ายต้ังวงระดับชายพก
แลว้ กระดกเท้าซา้ ย ศรี ษะเอียงซา้ ย
แล้วหม่ เข่ากลอ่ มหน้าตามจงั หวะน่ิง
จนหมดจังหวะ

33 หมุนตัวไปดา้ นซ้าย มือขวาจบี คว่า

ศรี ษะเอียงขวา มอื ซ้ายพลิกมือหงาย
เท้าขวากา้ วข้าง แลว้ ศรี ษะเอียงซา้ ย
พลิกมือซ้ายขึน้ ตงั้ วง มือขวาลดลง
งอแขนระดับเอว พร้อมก้าวเทา้ ไขว้
ย่าเทา้ ตามจงั หวะกลอง จนหมด

34 ก้าวเทา้ ซา้ ย ขวา แล้วนั่งตั้งเข่าขวา

มือขวา จีบ มือซ้ายพลิกมือหงาย

35 หมุนมาด้านขวาเปล่ยี นตั้งเขา้ ขวาข้ึน

มือขวาจบี ปกข้าง มือซ้ายตัง้ วงระดบั
ชายพก พร้อมกับลักคอ ค่อยๆลกุ ขึน้

15

36 กระดกเท้าซา้ ย แลว้ วางเท้าหมนุ ไป

ดา้ นซ้าย

37 มอื ซ้ายจบี แง่ศรี ษะ กระดกเท้าขวา

ศีรษะเอียงขวา แล้ววางเท้าลง

38 มอื ทาท่าสอดสร้อยมาลา มือซา้ ย

จบี ทีช่ ายพก ศรี ษะเอียงด้านซ้าย
เทา้ ขวาก้าวข้าง หมนุ ไปดา้ นขวา

39 มอื ขวาจีบคว่า แลว้ ประยกเท้าซา้ ย

ศีรษะเอยี งซ้าย

16

40 เทา้ ซ้ายก้าวขา้ ง มว้ นขวามือออก

เปน็ ทา่ เหาะ ใชต้ ัวตามจงั หวะ
6 ครั้ง แล้วยกเท้าซ้ายสไลด์เท้า
ลงไปข้างหลัง มือขวาสงู

41 เท้าซา้ ยกา้ วข้าง มือท่าเหาะ ยดื ยุบ

42 ว่ิงสืบเทา้ แลว้ มือท้ังสองทาทา่ เหาะพร้อม

เปลย่ี นมือไปเรอ่ื ยๆ เปน็ เลขแปดแนวนอน

43 เปลย่ี นมอื เป็นท่าแหวกสองมือ

17

44 เปล่ยี นมือ เป็นทา่ แหวกมือเดียว

แลว้ วงิ่ ซอยเทา้ กลบั ท่ี ทาท่าชักแป้ง
ดนตรีไปเร่อื ยๆ จนหมด

45 ว่ิงสบื เท้าแลว้ มือท้ังสองทาท่าเหาะพร้อม

เปลีย่ นมือไปเร่ือยๆ

18

บรรณนานุกรม

ธนติ อยโู่ พธิ์. (2531). ศิลปะละครรา หรือคมู่ ือนาฎศลิ ป์ไทย. พมิ พ์คร้ังท่ี 2.
กรุงเทพมหานคร : กรมศิลปากร.

ปยี วดี มากพา. (2547). เชดิ ฉ่งิ : รามาตรฐานตวั พระในการแสดงละครใน.
วิทยานพิ นธ์ศิลปศาสตรมหาบณั ฑติ คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .

พทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลก, พระบาทสมเด็จ. (2545). บทละครเร่อื งอณุ รุท บทพระราช
นพิ นธใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช. กรงุ เทพฯ : กองวรรณกรรมและ
ประวัติศาสตร์กรมศิลปากร.

19

ควิ อาร์โค๊ดวิดโิ อเพลง เชิดฉงิ่ ศภุ ลกั ษณ์


Click to View FlipBook Version