The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โมจิไส้แครอทปละสับปะรด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chirtuy, 2023-09-03 20:42:23

โมจิไส้แครอทปละสับปะรด

โมจิไส้แครอทปละสับปะรด

ก โครงการสัมนา เรื่อง โมจิไส้แครอทกับสับปะรด เสนอโดย นายไกรวิทย์ ก๋องแก้ว เลขที่ 2 สคอ.65.1 นางสาวณัฐภร ทองใหญ่ เลขที่ 8 สคอ.65.1 นางสาวปริยฉัตร ใหม่ทรายเปียง เลขที่ 13 สคอ.65.1 นางสาวอัจฉริยา อารีสวัสดิ์ เลขที่ 20 สคอ.65.1 ที่ปรึกษา คุณครูกัลยากร ตุ้ยบุญมา เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 30400-2002 เทคนิคการสัมนาและการนำเสนอผลงาน ระดับชั้นประกาศนิยบัตรวิชาชีพชั้นสูง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


ก ชื่อโครงงาน : โมจิไส้แครอทกับสับปะรด ผู้ดำเนินโครงงาน : นายไกรวิทย์ ก๋องแก้ว : นางสาวณัฐภร ทองใหญ่ : นางสาวปริยฉัตร ใหม่ทรายเปียง : นางสาวอัจฉริยา อารีสวัสดิ์ สาขาวิชา : อาหารและโภชนาการ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการการ : นางสาวกัลยากร ตุ้ยบุญมา ปีการศึกษา : 2566 บทคัดย่อ เนื่องจากผู้จัดทำเล็งเห็นว่าปัจจุบัน การบิโภคขนมนั้นมีทางเลือก ที่หลากหลายมากขึ้น จึงมีแนวคิด การพัฒนาผลิตภัณฑ์มาจากโมจิ ประยุกต์ให้เกิดรสชาติที่แปลกใหม่และเป็นจุดสนใจ โดยการนำแครอทมา ผสมในขนมปัง เพื่อให้เกิดรสชาติบ่งบอกถึงการต่อยอดของธุรกิจโดยมีแนวคิด ในการผลิตโมจิไส้แครอทกับ สับปะรด เพื่อเป็นการสืบสานผลิตภัณฑ์ของสินค้าที่มีอยู่ ไปสร้างจุดเด่น จุดสนใจให้กับผลิตภัณฑ์ โดยมี เอกลักษณ์เฉพาะตัวคือรสชาติที่แปลกใหม่ บรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่น เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายและทำให้เป็นจุด สนใจในการซื้อไม่ว่าจะเป็นรสชาติที่เป็นการประยุกต์และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม และที่สำคัญ นำผลิตภัณฑ์ มาสร้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจขนาดย่อมในชุมชน ให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น โมจิแครอทกับสับปะรดเป็นผลงานที่ภาคภูมิใจของผู้จัดทำโครงการที่สร้างสรรค์การนักทองมาพัฒนา รสชาติที่แปลกใหม่ถูกปากของคนสมัยใหม่ จากโมจิได้ปรับเปลี่ยนเป็นโมจิแครอทกับสับปะรด ที่รสชาติ แปลกใหม่ เพื่อให้เกิดทางเลือกความแตกต่าง ทางเลือกเหนือคู่แข่งธุรกิจเดียวกัน มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ใน รสชาติที่แปลกใหม่ นอกจากนั้นผู้จัดทำยังนำความรู้ความสามารถ ที่ได้ศึกษามาประยุกต์ใช้ในการดำเนิน ธุรกิจได้


ข กิตติกรรมประกาศ การศึกษาเรื่องโมจิแครอทครั้งนี้ จะไม่สามารถลุล่วงได้ หากปราศจากความช่วยเหลือจากคุณครู ที่ปรึกษา นางสาวกัลยกร ตุ้ยบุญมา ที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะและให้คำปรึกษาตรวจข้อบกพร่องเป็นอย่าง ดี ตลอดจนคุณครูท่านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ให้ความรู้แก่ผู้วิจัยขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ในการค้นคว้าข้อมูลเพื่อใช้ในการศึกษาผู้วิจัยได้รับความช่วยเหลือจาก ครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนักเรียนนักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปางมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังมีหน่วยงาน ภาครัฐ เอกชน สถานประกอบการและร้านค้าที่ให้ความช่วยเหลือในการทำวิจัยในครั้งนี้ จึงได้ขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ นายไกรวิทย์ ก๋องแก้ว นางสาวณัฐภรณ์ ทองใหญ่ นางสาวปริยฉัตร ใหม่ทรายเปียง นางสาวอัจฉริยา อารีสวัสดิ์ คณะผู้วิจัย


ค สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง บทที่ 1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา 1 บทที่ 2 แนวคิดทฤษฎีหลักและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 3 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย 7 บทที่ 4 ผลการวิจัย 11 บทที่ 5 สรุปผลวิจัยอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 13 บรรณานุกรม ภาคผนวก


ง สารบัญตาราง เรื่อง หน้า ตารางที่ 1.4 การดำเนินการ 2 ตารางที่ 3.3.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจผู้บริโภค 7 ตารางที่ 4.1 ศึกษาสูตรพื้นฐานของแป้งโมจิ 11 ตารางที่ 4.2 ศึกษาสูตรไส้โมจิแครอทและสับปะรด 11 ตารางที่ 4.3 ตารางแสดงความพึงพอใจ 12


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำคัญของปัญหา โมจิ เป็นอาหารชนิดหนึ่งของญี่ปุ่นที่ทำจากข้าวเหนียว ตัดเป็นก้อน สามารถนำไปประยุกต์ทำ ขนมได้หลายชนิด ในประเทศไทยขนมโมจิเป็นขนมที่ได้รับความนิยมทุกยุคทุกสมัย มีรสสัมผัสละมุน หวาน กำลังดี ณ ปัจจุบันขนมโมจิมีไส้ที่นิยมหลายอย่าง เช่น ไส้ชาเขียว ไส้ช็อกกโกแลต ไส้สตรอเบอร์รี่ เป็นต้น ผู้วิจัยจึงมีความคิดที่จะนำพืชผักและผลไม้อย่างแครอทและสับปะรดเพื่อมาต่อยอดพัฒนารสชาติในรูปแบบ ใหม่ แครอท เป็นพืชในตระกูลที่มีหัวอยู่ใต้ดิน มีสีสันหลากหลายทั้งส้ม แดง เหลือง ขาว และม่วง สามารถรับประทานได้ทั้งส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินและใบ แต่ส่วนหัวจะเป็นที่นิยมนำมาใช้รับประทานเป็นอาหาร ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบดิบ คั้นน้ำ ผ่านการปรุงสุก หรือใช้ปรุงเป็นขนม รวมถึงอาจใช้เป็นยาก้ได้ เช่นกัน ประโยชน์ของแครอทอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนช่วยบำรุงสายตา ช่วยป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็ง ปอด รักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร บำรุงผิวให้เปล่งปลั่งและเสริมความแข็งแรง ของฟัน สับปะรด มีต้นกำเนิดทาจากทวีปอเมริกาใต้ มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี และ จัดว่าเป็นผลไม้เศรษฐกิจของบ้านเราด้วย โดยประโยชน์ของสับปะรดนั้นมีอยู่หลากหลายเพราะอุดมไปด้วย แร่ธาตุและวิตามินต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งได้แก่ คาร์โบไอเดต วิตามินซี วิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 และบี6 มีกรดโฟ ลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุแมงกานิด ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี เป็นต้น โมจิแครอทเป็นรูปทรงแครอทและวงกลมมีน้ำตาลรูปแครอทเป็นท็อปปี้ง 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1. เพื่อศึกษาสูตรมาตรฐานโมจิ 2. เพื่อศึกษาสูตรไส้โมจิแครอทและสับปะรด 3. เพื่อศึกษาการยอมรับผู้บริโภค 1.3 ขอบเขตของการวิจัย เป็นกิจกรรมการศึกษาที่ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าปฏิบัติด้วยตนเอง โดยอาศัยหลักวิชาการทางทฤษฎี ตามเนื้อหาโครงสร้างงานนั้นๆหรือจากประสบการณ์และกิจกรรมต่างๆที่ได้พบเห็นมาแล้ว ผู้เรียนทุกคน พิจารณาจัดทำโครงงานด้วยตนเอง


2 1.4 ตารางการดำเนินงาน สัปดาห์ที่3-17 ของการศึกษา หรือ วันที่ 29 พฤษภาคม - วันที่ 5 กันยายน 2566 ลำดับขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. ผู้รับผิดชอบ ศึกษาข้อมูล คณะผู้วิจัย รวบรวมข้อมูล คณะผู้วิจัย ทดลองหาสูตรผลิตภัณฑ์ คณะผู้วิจัย ทำบรรจุภัณฑ์ คณะผู้วิจัย จัดทำเอกสารประกอบ คณะผู้วิจัย สรุปผลดำเนินงาน คณะผู้วิจัย 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.นักศึกษาได้รียนรู้เกี่ยวกับโมจิ 2.นักศึกษาได้เรียนรู้โมจิแครอทสามารถนำไปปรับใช้ได้ 1.6 รายการเครื่องมือและอุปกรณ์ - กระทะ - ตราชั่ง - พายไม้ - ถ้วยตวงขงเหลว - เครื่องผสมอาหาร - ช้อนตวง - อ่างผสม - ตะกร้อมือ 1.7 งบประมาณ งบประมาณนี้ใช้งบทั้งสิ้น 2,000 บาท


3 บทที่ 2 ทฤษฎีและหลักการที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาทฤษฎีและหลักการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์โมจิแครอท ผู้จัดทำได้ แบ่งทฤษฎีและหลักการที่เกี่ยวข้องออกเป็นหัวข้อ ดังต่อไปนี้ 2.1 ความรู้ที่เกี่ยวกับโมจิ 2.2 ความรู้ที่เกี่ยวกับโมจิแตกต่างจากไดฟูกุและดังโงะยังไง 2.3 ความรู้เกี่ยวกับแครอท 2.4 ความรูเกี่ยวกับสับปะรด 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ความรู้เกี่ยวกับโมจิ โมจิ คือ ขนมที่ทำจากแป้งข้าวเหนียวที่นึ่งแล้วนำมาตำจนเป็นเนื้อเดียวกัน อาจทานสดๆ หลัง ตำ นำไปย่าง หรือใส่อาหารอื่น เช่น ซุปถั่วแดง โมจินับเป็นขนมมงคลในหลายโอกาส จึงมีการนำไปใช้ประกอบวันสำคัญหรือพิธีต่างๆ เช่น คา งามิโมจิในวันปีใหม่ ซากุระโมจิในวันเด็กผู้หญิง 2.2 โมจิแตกต่างจากไดฟูกุและดังโงะยังไง ไดฟุกุทำจากแป้งโมจิที่นำไปห่อไส้ต่างๆ เช่น ถั่วแดง ผลไม้ ดังนั้นไดฟุกุจึงนับเป็นโมจิชนิด หนึ่ง ดังโงะจะทำมาจากแป้งผสมน้ำปั้นเป็นก้อนแล้วนำไปนึ่ง ส่วนโมจินั้นทำจากข้าวนึ่งแล้วค่อย ตำให้เป็นเนื้อแป้ง รวมถึงดังโงะจะมีเนื้อที่แน่นและเหนียวกว่าโมจิ 2.3 ตวามรู้เกี่ยวกับแครอท แครอท(Carrot) เป็นไม้ล้มลุก อายุ 1-2 ปี หัวเป็นสีส้ม และมีสารแคโรทีนอยู่เป็นจำนวนมาก รากยาวเรียว ใบมีลักษณะเป็นฝอย แครอทเป็นพืชกินหัวชนิดหนึ่ง มีลักษณะยาว หัวแครอทมีหลายสี เช่น เหลือง ม่วง ส้ม แต่ที่นิยมรับประทานในปัจจุบัน คือ สีส้ม เป็นพืชแถบเอเชียตะวันออก และเอเชีย กลาง มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าแท่งดินสอ หรือที่เรียกว่า เบบี้แครอท ไปจนถึง ขนาดใหญ่ แครอทเป็นพืชสองฤดู โดยฤดูแรก เจริญทางต้น ใบ และราก ฤดูที่สอง จะเจริญทางดอก และเมล็ด ลักษณะลำต้นเป็นแผ่นใบ จะเจริญจากลำต้น เป็นกลุ่มมีก้านใบยาว ประกอบด้วย เปลือกบาง (Periderm) และส่วนของเนื้อ (Cortex) ซึ่งประกอบด้วย ท่ออาหาร และเป็นแหล่งเก็บอาหารสำรอง ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำตาล เป็นส่วนประกอบ 45-65% ของหัว เนื้อสีขาว เหลือง ส้ม แดง ม่วง และ


4 ดำ ส่วนของแกน (inner core) ประกอบด้วย ท่อน้ำ (xylem) และแกน (pith) แครอทสายพันธุ์ที่มี คุณภาพสูง จะมีแกนขนาดเล็ก และมีสีเดียว กับเนื้อ หรือมีส่วนของเนื้อมากกว่าส่วนของแกน การปลูก ฤดูที่สอง เพื่อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ ลำต้นจะยืดตัว สร้างก้านดอกยาว 2-4 ฟุต บนยอดมีช่อดอก ซึ่งช่อแรก จะเจริญจากส่วนกลางของลำต้น ต่อจากนั้นช่ออื่น ๆ จะเจริญตาม การผสมเกสร จะเป็นแบบผสมข้าม ส่วนใหญ่แมลงเป็นตัวช่วยผสมเกสร แครอท ที่มา : https://spfresh.co.th/product/carrot/ 2.4 ความรู้เกี่ยวกับสับปะรด รูปลักษณะ ไม้ล้มลุกอายุหลายปี สูง 90–100 ซม. มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ใบเดี่ยวเรียงสลับ ซ้อนกัน ถี่มากรอบต้น กว้าง 6.5 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ไม่มีก้านใบ ดอกช่อออกจากกลางต้น มีดอกย่อยจำนวน มาก ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีใบเป็นกระจุกที่ปลาย สับปะรดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี เป็นพืชเศรษฐกิจที่ สำคัญ เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถ ดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย สับปะรดแบ่งออกตามลักษณะความเป็นอยู่ได้ 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือพวกที่มีระบบรากหา อาหารอยู่ในดิน หรือเรียกว่าไม้ดิน, พวกอาศัยอยู่ตามคาคบไม้หรือลำต้นไม้ใหญ่ ได้แก่ ไม้อากาศต่าง ๆ ที่ไม่แย่งอาหารจากต้นไม้ที่มันเกาะอาศัยอยู่ พวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ประดับ, และพวกที่เจริญเติบโต บนผาหินหรือโขดหิน ส่วนสับปะรดที่เราใช้บริโภคจัดเป็นไม้ดิน แต่ยังมีลักษณะบางประการของไม้อากาศเอาไว้ คือ สามารถเก็บน้ำไว้ตามซอกใบได้เล็กน้อยมีเซลล์พิเศษสำหรับเก็บน้ำเอาไว้ในใบ ทำให้ทนทานในช่วง แล้งได้ด้วย


5 สับปะรด ที่มา : https://www.disthai.com/สับปะรด 2.5 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ชนิษฎา และกมลวรรณ (2552) ได้ทำการศึกษาอิทธิพลของส่วนผสมต่อคุณภาพขนมไดฟูกุจาก แป้งข้าวเหนียวกล้องงอก โดยได้ทำการทดลองเพื่อหาอัตรส่วนที่เหมาะสมของน้ำในการผลิตขนมไดฟู กุ จากแป้งข้าวเหนียวกล้องงอกไส้ถั่วกวน เพื่อศึกษาผลของอัตราส่วนระหว่างแป้งข้าวเหนียวกล้อง งอกต่อ แป้งมันสัมปะหลัง 3 ระดับ (100:0, 80:20 และ60:40) และอัตราส่วนของแป้งต่อน้ำ 3 ระดับ (100:105, 100:90 และ100:75) ที่มีผลต่อคุณภาพของขนมไดฟูกุ พบว่าการเพิ่มปริมาณน้ำ และแป้ง ข้าวเหนียว กล้องงอก ทำให้ผลิตภัณฑ์มีค่าความแข็งลดลงและมีการเกาะติดผิวเพิ่มขึ้น ธนาภรณ์เลียบทอง คนันท์นาฎ เรืองสกุลการ (2559)การศึกษาคุณลักษณะทางเคมีและการ ยอมรับของ แป้งไดฟูกที่ผลิตด้วยผงมันเทศสีม่วง วิจยัคร้ังนี้มีวตัถุประสงคเ์พื่อศึกษาขั้นตอนการทำผง จากมันเทศสีม่วง สูตร พื้นฐานของขนมไดฟูกุโมจิปริมาณการใช้ผงมันเทศสีม่วงทดแทนแป้งข้าวเหนียว บางส่วนในขนมไดฟูกุโมจิ และองค์ประกอบทางเคมีของแป้งขนมไดฟูกุโมจิมันเทศสีม่วงการทดลอง ครั้งนี้ได้น้ำ สูตรพื้นฐานของขนมไดฟูกุโมจิมา 3 สูตร แล้วทำการทดลอง เพื่อหาการยอมรับของผู้ชิม โดยการประเมินคุณภาพทางประสาทสัมผัส ด้านสีกลิ่น รสชาติความนุ่มของแป้งและคาวมชอบ โดยรวมด้วยวิธีการ Hedonicคะแนนความชอบ 9 ระดับ ผู้ชิมเป็นอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิชาค หกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเกต จำนวน 30คน 1 ซ้านา สูตร ขนมไดฟูกุโมจิที่ผานการ คัดเลือกจาก สูตรพื้นฐานมาทำการศึกษาปริมาณผงมันเทศสีม่วง โดยวางแผนการทดลองแบบเจาะ (Purposive sampling)โดยแปรผันปริมาณผงมันเทศสีม่วง ที่ทดแทนแป้งข้าวเหนียวร้อยละ0 10 20 และ30ของส่วนผสมแป้งข้าวเหนียวผลจากการท าผงมันเทศสีม่วงโดยใช้ หัวมันเทศดิบพันธุ์พิจิตร จำนวน 4 กิโลกรัม พบว่าไดผงมันเทศสีม่วงจำนวน 1กิโลกรัม จากการทดลองสูตรพื้นฐาน พบวา สูตร ที่ไดร้ับการยอมรับ มากที่สุด มีส่วนผสมประกอบดว้ยแป้งขา้วเหนียว 360กรัม น้ำตาลทราย 120กรัม และน้ำ 420กรัม ไดร้ับการ ยอมรับมากที่สุด จากการศึกษาการยอมรับของขนมไดฟูกุโมจิที่ใช้ผงมัน


6 เทศสีม่วงทดแทนแป้งข้าวเหนียว ร้อยละ 20 พบว่าไดร้ับการยอมรับดา้นสีกลิ่น รสชาติเนื้อสัมผัส และ ความชอบโดยรวมมากกว่าชุดการทดลองอื่น (p< 0.05) ผลการศึกษาองค์ประกอบทางเคมี พบว่ามี พลังงาน 221.07กิโลแคลอรี พลังงานจากไขมัน 3.51กิโลแคลอรี เถ้า 0.28กรัม คาร์โบไฮเดรต 51.90 กรัม ไขมัน0.39กรัม โปรตีน 2.49กรัม ครูดไฟเบอร์ 0.16กรัม ความชื้น 44.94กรัม และแอนโทไซยา นิน 8.84กรัม


7 บทที่ 3 วิธีการดำเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง โมจิไส้แครอทและสับปะรด ที่มีการพัฒนาเค้กบีทรูทให้ตรงตามความ ต้องการของผู้บริโภคโดยปรับและเพิ่มส่วนประกอบที่ผู้บริโภคต้องการได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นผู้วิจัย ได้ดำเนินการวิจัยตามขั้นตอนดังนี้ 1. แบบแผนการวิจัย 2. ประชากรและกลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มตัวอย่าง 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือวิจัยและการหาคุณภาพการวิจัย 5. การดำเนินการวิจัย 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล 7. การวิเคราะห์ข้อมูล 8. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 แบบแผนการวิจัย แบบแผนการวิจัยครั้งนี้ ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 3.2 ประชากรและกลุ่มเป้าหมาย 1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษา ปวช. ปวส. (อายุ 11 – 20 ปี) ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่และบุคคล ทั่วไป ของสถาบันวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 30 คน 2. กลุ่มเป้าหมายคือ/กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษา ห้อง สคอ 65.1 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.แบบประเมินสอบถามความพึงพอใจ


8 3.4 ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือวิจัยและการหาคุณภาพการวิจัย 1. แบบฟอร์มการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภควัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโมจิไส้แครอท และสับปะรด 3.5 การดำเนินการวิจัย ศึกษาสูตรโมจิพื้นฐานโดยการทำแบบทดสอบประสาทสัมผัสจำนวน 20 คน เพื่อหาสูตร แป้งโมจิพื้นฐานและนำมาวิจัยพัฒนาไส้โดยนำเอาแครอทและสับปะรดและทำแบบทดสอบประสาท สัมผัสที่ได้โมจิไส้แครอทและสับปะรดสูตรที่พัฒนาแล้วนำมาทำแบบประเมินสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 30 คน 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล จากการวิจัยพัฒนาโมจิครอท และได้ทำการทดสอบโดยให้ผู้บริโภค จำนวน 30 คนทำ แบบประเมินความพึงพอใจ ของเค้กบีทรูทโดยให้คะแนนตามระดับคุณลักษณะที่สอบถาม ได้แก่ รสชาติของแป้งและไส้ กลิ่นของตัวโมจิ เนื้อสัมผัส รูปร่างของบรรจุภัณฑ์ ความเหมาะสม ของบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น 3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ แบบสอบถาม ผู้วิจัยได้นำแบบสอบถามความพึงมาใจมาวิเคราะห์โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้คือ 1. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของการตอบแบบสอบถามทุกฉบับ 2. แบบสอบถามตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ แบบสอบถาม โดยใช้ค่าความถี่และค่าร้อยละ เพื่อนำมาประกอบการอภิปรายผลในการศึกษาค้นคว้า 3. คำนวณหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของข้อมูลแบบสอบถามความพึงพอใจ ของเค้กบีทรูทโดยให้คะแนน ตามเกณฑ์โดยแบ่งช่วงของค่าตัวกลางเลข 5 กลุ่ม ในการแปล ความหมาย ดังนี้ คือ 1.00 -1.49 ระดับความพึงพอใจ น้อยที่สุด 1.50 – 2.49 ระดับความพึงพอใจ น้อย 2.50 – 3.49 ระดับความพึงพอใจ ปานกลาง 3.50 – 4.49 ระดับความพึงพอใจ มาก 4.50 – 5.00 ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด 4. แบบสอบถามตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ของเค้ก บีทรูท วิเคราะห์โดยวิธีการวิเคราะห์ความคิดเห็นที่มีความคล้ายคลึงกัน แล้วหาค่าความถี่เพื่อนำมา ประกอบการอภิปรายผล


9 3.8 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ผู้วิจัยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งใช้ค่าสถิติ ดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ย (Mean) นำข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที่2 มาหาค่าเฉลี่ยหาค่าตัวกลาง 2. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) นำค่าเฉลี่ยเลขคณิต แต่ละข้อมาวัดการกระจายของคะแนน แนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางโดย หาค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต่ละข้อ 3. เปรียบเทียบโดยการใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1. ค่าเฉลี่ย (̅ ) ของคะแนนโดยใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 105) ̅ = ∑̅ เมื่อ ̅ แทน คะแนนค่าเฉลี่ย ∑̅ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง 2. ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน ( S.D ) คำนวณจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 106) .. = √ ∑ 2−(∑) 2 (−1) เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน แทน ผลรวมของคะแนน ∑ 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกำลังสอง แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง การแปลความหมายของข้อมูล แปลผลจากค่าเฉลี่ยเลขคณิตศาสตร์ ( ̅ ) โดยใช้หลักเกณฑ์นี้ 1.00 -1.49 ระดับความพึงพอใจ น้อยที่สุด 1.50 – 2.49 ระดับความพึงพอใจ น้อย 2.50 – 3.49 ระดับความพึงพอใจ ปานกลาง 3.50 – 4.49 ระดับความพึงพอใจ มาก


10 4.50 – 5.00 ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด เกณฑ์ระดับความพึงพอใจ 1 = ปรับปรุง 2 = พอใช้ 3 = ปานกลาง 4 = ดี 5 = ดีมาก


11 บทที่ 4 ผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาสูตรพื้นฐานของโมจิ 2. เพื่อศึกษาสูตรไส้แครอทกับสับปะรด ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็น ลำดับตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ข้อมูลปรากฏดังนี้ ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ ตารางที่4.1 ศึกษาสูตรพื้นฐานของแป้งโมจิ วัตถุดิบ สูตรที่ 1 สูตรที่ 2 สูตรที่ 3 แป้งข้าวเหนียว 180 กรัม 225 กรัม 110 กรัม แป้งข้าวโพด 25 กรัม 32.5 กรัม 20 กรัม น้ำตาลทราย 50 กรัม 60 กรัม 30 กรัม นมจืด 300 กรัม - 160 กรัม น้ำสะอาด - 375 กรัม - เนยสด 60 กรัม 10 กรัม 30 กรัม สีผสมอาหารสีส้ม - - - วิปครีม - - - จากตารางที่ 4.1 ผลจากแบบทดสอบประสาทสัมผัส พบว่าสูตรที่ 1 ได้รับความชอบมากกว่า สูตรที 2 และสูตรที่ 3 เพราะสูตรที่ 1 มีลักษณะตัวโมจิเหนียวนุ่มกำลังดีและหอมเนยมากกว่าสูตรที่2 และ 3 ตารางที่ 4.2 ศึกษาสูตรไส้โมจิแครอทและสับปะรด วัตถุดิบ สูตรที่ 1 สูตรที่ 2 สูตรที่ 3 แครอท 190 190 190 สับปะรด 50 50 50 น้ำตาลทราย 100 100 80 น้ำเลม่อน - 1 ชต 1 ชต ผิวเลม่อน - - 1 ชช


12 จากตารางที่ 4.2 ผลจากแบบทดสอบประสาทสัมผัส พบว่าสูตรที่ 3 มีความชอบมากที่สุด เพราะสูตรที่ 3 ตัวไส้มีความหวานตัดเปรี้ยวกำลังดีมีกลิ่นผิวเลม่อนให้ได้สัมผัสอีกด้วย ตารางที่ 4.3 ตารางแสดงความพึงพอใจ รายการประเมิน ระดับคะแนนความพึงพอใจ ̅ สีสันของโมจิไส้แครอทและสับปะรด 4.30 รสชาติของโมจิไส้แครอทสับปะรด 4.10 กลิ่นของโมจิไส้แครอทสับปะรด 4.23 เนื้อสัมผัสของโมจิไส้แครอทสับปะรด 4.27 รูปทรงของโมจิไส้แครอทสับปะรด 4.13 รูปทรงที่ใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์ 4.30 โลโก้บรรจุภัณฑ์ 4.37 ความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ 4.20 ขนาดของบรรจุผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับ ผลิตภัณฑ์ 4.43 ความน่าสนใจของบรรจุภัณฑ์ 4.17 ค่า S.D. 0.74 จากตารางที่ 4.3 ผลการวิเคราะห์ ความพึงพอใจสีสันของโมจิไส้แครอทและสับปะรด มีค่าเฉลี่ย 4.30 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้านรสชาติ มีค่าเฉลี่ย 4.10 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้านกลิ่น มีค่าเฉลี่ย 4.23 การประเมินผลอยู่ในระดีบดี ด้านเนื้อสัมผัส มีค่าเฉลี่ย 4.27 การประเมินผลอยู่ในระดับดีด้านรูปทรง มีค่าเฉลี่ย 4.13 การประเมินผลอยู่ในระดับดีด้านรูปทรงที่ใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.30 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้านโลโก้ผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.37 การประเมินผลอยู่ ในระดับดีด้านความสวยงามของบรรจุภัณฑ์มีค่าเฉลี่ย 4.20 การประเมินผลอยู่ในระดับดีด้านขนาด ของบรรจุผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.43 การประเมินผลอยู่ในระดับดีด้านความ น่าสนใจของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.17 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ตามลำดับจากผู้ตอบ แบบสอบถาม 30 คน การประเมินผลอยู่ในระดับดี


13 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ สรุปอภิปรายผลการวิจัยที่ได้ คณะผู้วิจัยอภิปรายผลการวิจัย ดังต่อไปนี้ 5.1 การศึกษาอัตราส่วนของแครอทและสับปะรดที่เหมาะสมในการทำไส้โมจิแครอทและสับปะรด จากการศึกษาปริมาณแครอทและสับปะรดที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์โมจิไส้แครอทและ สับปะรด พบว่า สูตรที่ 3 คือ ปริมาณของแครอท 190 กรัม สับปะรด 50 กรัม ได้คะแนนความชอบ มากที่สุด แตกต่างจากสิ่งทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ด้าน เนื้อสัมผัส และความชอบรวม ได้ คะแนน เท่ากับ คุณลักษณะด้าน สีกลิ่น รสชาติ และความชอบรวม ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ 5.2 การศึกษาสูตรพื้นฐานที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์โมจิไส้แครอทและสับปะรด จากการศึกษาสูตรพื้นฐานของผลิตภัณฑ์โมจิไส้แครอทและสับปะรด พบว่า สูตรที่ 3 คือ ปริมาณของแครอท 190 กรัม สับปะรด 50 กรัม ได้คะแนนความชอบมากที่สุด แตกต่างจากสิ่ง ทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ด้าน เนื้อสัมผัส และความชอบรวม ได้คะแนน ตามลำดับ คุณลักษณะด้าน สี กลิ่น รสชาติ ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 5.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภค ผลการวิเคราะห์ ความพึงพอใจสีสันของโมจิไส้แครอทและสับปะรด มีค่าเฉลี่ย 4.30 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้านรสชาติ มีค่าเฉลี่ย 4.10 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้านกลิ่น มี ค่าเฉลี่ย 4.23 การประเมินผลอยู่ในระดีบดี ด้านเนื้อสัมผัส มีค่าเฉลี่ย 4.27 การประเมินผลอยู่ใน ระดับดี ด้านรูปทรง มีค่าเฉลี่ย 4.13 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้านรูปทรงที่ใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.30 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้านโลโก้ผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.37 การประเมินผลอยู่ ในระดับดี ด้านความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.20 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้าน ขนาดของบรรจุผลิตภัณฑ์เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.43 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ด้าน ความน่าสนใจของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.17 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ตามลำดับจากผู้ตอบ แบบสอบถาม 30 คน การประเมินผลอยู่ในระดับดี ข้อเสนอแนะ ควรแต่งกลิ่นให้โดดเด่นกว่านี้มีกลิ่นเลม่อนที่บางเกินไป ด้านสีสันและรสชาติถือว่าใช้ได้ ตัวน้ำตาลมีการจับตัวกันดีแต่แน่นน้อยไปหน่


บรรณานุกรม ชนิษฎา วงศ์บาสก์ และกมลวรรณ. 2552. อิทธิพลของส่วนผสมต่อคุณภาพขนมไดฟูกุจากแป้ง ข้าว เหนียวกล้องงอก. น. 630-638. รายงานการประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้ง ที่ 47 (สาขาอุตสาหกรรมเกษตร). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ ธนาภรณ์ เลียบทอง คนันท์นาฎ เรืองสกุล ทิตยา ชนะกุล อินทัช สาระกุล และ สิริโสภา จุนเด็น. (2559). การศึกษาคุณลักษณะทางเคมีและการยอมรับของแป้งไดฟุกุที่ผลิตด้วยผงมัน เทศสีม่วงบางส่วน. การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประจําปี 2559 (น. 168-175). กรุงเทพฯ:.มหาวิทยาลัยรังสิต. วิกิพีเดียบรรณานุกรมเสรี 2566 โมจิ https://th.wikipedia.org/wiki/โมจิ SPRING GREEN EVOLUTION แครอท https://www.sgethai.com/article/ประโยชน์ของแค รอท/ เดลินิวส์ 2558 สับปะรด https://d.dailynews.co.th/agriculture/332745/


ภาคผนวก ก


ภาคผนวก ก วัสดุอุปกรณ์ กระทะ พายไม้ เครื่องปั่น ตาชั่ง อ่างผสม เครื่องตีผสม


วัตถุดิบและขั้นตอนในการทำวิจัย -แป้งข้าวเหนียว -แป้งข้าวโพด -น้ำตาลทราย -นมสด -น้ำสะอาด สีผสมอาหารสีส้ม ไส้แครอทสับปะรด -แครอท -วิปครีม -สับปะรด -น้ำตาลทราย -มะนาว/เลม่อน -น้ำสะอาด


ขั้นตอนวิจัย 1.นำแป้งข้าวเหนียวและแป้งข้าวโพดร่อนรวมกัน 2.นำส่วนผสมที่ร่อนเทใส่อ่างผสมใหญ่ใส่น้ำตาลทรายใส่นมสดและหยดสีผสมอาหารสีส้มคนส่วนผสม ให้เข้ากัน 3.นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงในกระทะกวนด้วยไฟอ่อนจนสีดูใสขึ้น 4.แป้งโมจิสุกใส่เนยสดลงไปคนจนส่วนเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกัน


5.นำแป้งโมจิห่อด้วยแร็ปรอหายร้อน ขั้นตอนการทำไส้ 1.ตีวิปครีมใส่ถุงบีบและแช่ในตู้เย็นพักไว้ 2.นำแครอทและสับปะรดปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 3.นำแครอทและสับปะรดที่เตรียมไว้ใส่มนเครื่องปั่นและตามด้วยน้ำสะอาดปั่นให้ละเอียด 4.เทใส่หม้อใส่น้ำตาลทรายเปิดไฟปานกลางคนจนน้ำตาลละลายลดไฟเหลือไฟอ่อนกวนต่อจนไส้แห้ง 5.นำแป้งข้าวเหนียวที่ผัดให้สุกโรยลงบนโต๊ะและนำแป้งโมจิมาตัดก้อนละ 30 กรัม รีดเป็นแผ่นวงกลม บีบวิปครีมเป็นฐานรองตักไส้ใส่ตรงกลางและบีบวิปครีมปิดและห่อปิด ฃฃฃฃฃ


ต้นทุน ราคาทุนที่ใช้โมจิไส้แครอทและสับปะรด วิปครีม 65.- แป้งข้าวเหนียว 5.4.- น้ำตาลปั้น 45.- แป้งข้าวโพด 2.5.- มะนาว 10.- น้ำตาลทราย 3.25 เนยสด 12.- นมสด 10.5.- แครอท 20.- สับปะรด 10.- ต้นทุนรวม = 183.65 บาท ผลิตได้ขนมปังฟักทองไส้ฟักทองผัดไข่ได้ 14 ลูก ค่าน้ำ-ไฟ 10 % = 18.36 บาท รวมทั้งหมด 32.23 บาท ค่าแรง 20 % = 36.73 บาท ราคาทุนลูกละ 23.08 บาท กำไร 30 % = 55.09 บาท ราคาขาย 25 บาท ค่าบรรจุภัณฑ์ 15.4 บาท ค่าสติกเกอร์ 14 บาท


รูปหน้าเพจขายโมจิไส้แครอทและสับปะรด


แบบทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อ โมจิแครอท ข้อชี้แจง กรุณาทำเครื่องหมายในข้อที่ตรงกับความเป็นจริงและในช่องที่ตรงกับความคิดเห็น ของท่านมากที่สุด 1. เพศ 1) ชาย 2) หญิง 2. อายุ 1) ต่ำกว่า 20 ปี 2) 21 - 40 ปี 4) 41 – 60 ปี 6) 60 ปีขึ้นไป 3. ระดับการศึกษาสูงสุด 1) ปวช. 2) ปวส. 3) ปริญญาตรี 4) อื่นๆ 4. สถานภาพของผู้มารับบริการ 1) นักเรียน/นักศึกษา 2) ครูอาจารย์ 3) บุคลากรในวิทยาลัย 4) อื่นๆ....................... ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม


ค ำอธิบำยระดับควำมพึงพอใจ 5= ดีมาก 4= ดี 3= ปานกลาง 2= พอใช้ 1= ปรับปรุง ประเด็น/ด้าน ระดับความพึงพอใจ ระดับความไม่พึง พอใจ ดีมาก 5 ดี 4 ปาน กลาง 3 พอใช้ 2 ปรับปรุง 1 1. ด้านผลิตภัณฑ์ 1.1 สีของผลิตภัณฑ์ 1.2 รสชาติของผลิตภัณฑ์ 1.3 กลิ่นของผลิตภัณฑ์ 1.4 เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ 1.5 รูปทรงของผลิตภัณฑ์ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจ / ไม่พึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์


ปัญหา 1. ............................................................................................................................. .... 2. ......................................................................................................................... ........ ข้อเสนอแนะ 1....................................................................................................................... .. 2......................................................................................................................... ขอขอบคุณในความร่วมมือที่ท่านได้เสียสละเวลาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ทางราชการในครั้งนี้ ประเด็น/ด้าน ระดับความพึงพอใจ ระดับความไม่พึง พอใจ ดีมาก 5 ดี 4 ปาน กลาง 3 พอใช้ 2 ปรับปรุง 1 2. ด้านบรรจุภัณฑ์ 2.1 รูปทรงที่ใช้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์ 2.2 โลโก้บรรจุภัณฑ์ 2.3 ความสวยงานของบรรจุภัณฑ์ 2.4 ขนาดของบรรจุภัณฑ์เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ 2.5 ความน่าสนใจของบรรจุภัณฑ์ ตอนที่ 3 ปัญหา / ข้อเสนอแนะ


ภาคผนวก ข


ประวัติผู้จัดทำโครงงาน ชื่อ-นามสกุล : นายไกรวิทย์ ก๋องแก้ว วัน/เดือน/ปี เกิด : วันที่25 พฤษภาคม 2546 อายุ : 20 ปี ที่อยู่ :73/1 หมู่ 4 ตำบลใหม่พัฒนา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง 52130 รหัสนักศึกษา : 65304040002 ประวัติการศึกษา : -ระดับมัธยปลาย วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง -กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอาหาร และโภชนาการวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


ประวัติผู้จัดทำโครงงาน ชื่อ-นามสกุล : นางสาวณัฐภร ทองใหญ่ วัน/เดือน/ปี เกิด : วันที่24 มีนาคม 2547 อายุ : 19 ปี ที่อยู่ :30/1 หมู่ 7 ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เม๊าะ จังหวัดลำปาง 52220 รหัสนักศึกษา : 65304040007 ประวัติการศึกษา : -ระดับมัธยปลาย วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง -กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอาหาร และโภชนาการวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


ประวัติผู้จัดทำโครงงาน ชื่อ-นามสกุล : นางสาวปริยฉัตร ใหม่ทรายเปียง วัน/เดือน/ปี เกิด : วันที่ 5 พฤศจิกายน 2546 อายุ : 20 ปี ที่อยู่ :122 หมู่ 1 ตำบลเวียงจาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง 52190 รหัสนักศึกษา : 65304040042 ประวัติการศึกษา : -ระดับมัธยปลาย วิทยาลัยการอาชีวศึกษาลำปาง -กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอาหาร และโภชนาการวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


ประวัติผู้จัดทำโครงงาน ชื่อ-นามสกุล : นางสาวอัจฉริยา อารีสวัสดิ์ วัน/เดือน/ปี เกิด : วันที่11 มกราคม 2547 อายุ : 19 ปี ที่อยู่ :17 หมู่ 8 ตำบลบ่อแฮ้ว อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52100 รหัสนักศึกษา : 65304040042 ประวัติการศึกษา : -ระดับมัธยปลาย วิทยาลัยการอาชีวศึกษาลำปาง -กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอาหาร และโภชนาการวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


Click to View FlipBook Version