The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สัมนาคุกกี้มัทฉะไข่ผำ สคอ.65.1(1) ครูตุ้ย0000

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chirtuy, 2023-09-03 23:18:51

สัมนาคุกกี้มัทฉะไข่ผำ สคอ.65.1(1) ครูตุ้ย0000

สัมนาคุกกี้มัทฉะไข่ผำ สคอ.65.1(1) ครูตุ้ย0000

Keywords: ไข่ผำ

ก โครงการสัมมนา เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำ เสนอโดย นางสาวจิราวรรณ สีหมุ่ย เลขที่ 4 สคอ.65.1 นางสาวรัตติกร วันยะ เลขที่ 16 สคอ.65.1 นายสุทธิพงษ์ ทรายมูล เลขที่ 17 สคอ.65.1 นางสาวอิริยา เปี้ยขัน เลขที่ 20 สคอ.65.1 ที่ปรึกษา ครูกัลยกร ตุ้ยบุญมา เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 30400-2002 เทคนิคสัมมนาและการนำเสนอผลงาน ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 วิทยาลัยการอาชีวศึกษาลำปาง


ก ชื่อโครงงาน : คุกกี้มัทฉะไข่ผำ ผู้ผู้จัดทำโครงงาน : นางสาว จิราวรรณ สีหมุ่ย นางสาว รัติติกร วันยะ นายสุทธิพงษ์ ทรายมูล นางสาว อิริยา เปี้ยขัน อาจาร์ที่ปรึกษา : ครูกัลยกร ตุ้ยบุญมา ปีการศึกษา : 2566 บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาสูตรพื้นฐาน ของตัวคุกกี้มัทฉะไข่ผำ (2) เพื่อให้นักศึกษาได้ความรู้เรื่อง คุกกี้มัทฉะไข่ผำ การศึกษาสูตรมาตรฐานที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำ จำนวน 3 สูตร อัตราส่วน ที่แตกต่างกัน โดยผู้ทดสอบชิมที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนจำนวน 30 คนใช้แบบทดสอบ แบบประเมิน สอบถามความพึงพอใจ พบว่า สิ่งทดลองสูตรที่ 2 การศึกษาสูตรพื้นฐานที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์ คุกกี้มัทฉะไข่ผำ จากการศึกษาสูตรพื้นฐานของผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำพบว่า สูตรที่ 2 คือ ปริมาณ ไข่ผำ 15 กรัม ได้คะแนนความชอบมากที่สุด แตกต่างจากสิ่งทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ด้าน เนื้อสัมผัส และความชอบรวม ได้คะแนน ตามลำดับ คุณลักษณะด้าน สี กลิ่น รสชาติ ไม่มีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การศึกษาการยอมรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำ จำนวน 30 คน พบว่า ยอมรับ ผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยอมรับผลิตภัณฑ์ผลการวิเคราะห์ ด้าน ลักษณะ มีค่าเฉลี่ย 4.10 ด้านรสชาติ มีค่าเฉลี่ย 4.10 ด้าน กลิ่นมีค่าเฉลี่ย 4.03 ด้านเนื้อสัมผัส มี ค่าเฉลี่ย 3.93 ด้านรูปทรง มีค่าเฉลี่ย 3.93 ด้านบรรจุภัณฑ์ [ความคิดสร้างสรรค์ของบรรจุภัณฑ์] มี ค่าเฉลี่ย 3.96 ด้านบรรจุภัณฑ์ [รูปลักษณ์ภายนอกของบรรจุภัณฑ์] มีค่าเฉลี่ย 4.16ด้านบรรจุภัณฑ์ [ความสวยงามของบรรจุภัณฑ์] มีค่าเฉลี่ย 4.00 ด้านบรรจุภัณฑ์ [ความเหมาะสมในด้านปริมาณเมื่อ เทียบกับราคา]มีค่าเฉลี่ย 4.03 ด้านบรรจุภัณฑ์ [ความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์เข้ากับตัวผลิตภัณฑ์] มีค่าเฉลี่ย 4.03 การประเมินผลอยู่ในระดับดี ตามลำดับจากผู้ตอบแบบสอบถาม 30 คน การประเมิน อยู่ในระดับดี


ข กิตติกรรมประกาศ การศึกษาเรื่องคุกกี้มัทฉะไข่ผำ ครั้งนี้จะไม่สามารถลุล่วงได้ หากปราศจากความช่วยเหลือ จากคุณครูที่ปรึกษา นางสาวกัลยกร ตุ้ยบุญมา และคุณครูแผนกอาหารและโภชนาการ ที่ได้กรุณา ให้ข้อเสนอแนะและให้คำปรึกษาตรวจข้อบกพร่องเป็นอย่างดี ตลอดจนคุณครูท่านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความรู้แก่ผู้วิจัย ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ในการค้นคว้าข้อมูลเพื่อใช้ในการศึกษาผู้วิจัยได้รับความช่วยเหลือจาก ครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ และนักเรียนนักศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปางมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังมีหน่วยงาน ภาครัฐ เอกชน สถานประกอบการและร้านค้าที่ให้ความช่วยเหลือในการทำวิจัยในครั้งนี้ จึงได้ ขอขอบคุณทุกท่านมา ณ โอกาสนี้ คณะผู้วิจัย


ค สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง บทที่ 1บทนำ 1-3 บทที่ 2 แนวคิดทฤษฎีหลักและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4-7 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย 8-11 บทที่ 4 ผลการวิจัย 12-15 บทที่ 5 สรุปผลวิจัยอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ 16-17 บรรณานุกรม ภาคผนวก ก ภาคผนวก ข


ง สารบัญตาราง เรื่อง หน้า ตารางที่ 1.4 ตารางการดำเนินงาน 2 ตารางที่ 3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจของผู้บริโภค 9 ตารางที่4.1 การทดลองสูตรมาตรฐานของคุกกี้มัทฉะ 12 ตารางที่ 4.2 การศึกษาสูตรคุกกี้มัทฉะไข่ผำ 13 ตารางที่4.3 ตารางความพึงพอใจ


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญ ขนมคุกกี้ มีต้นกำเนิดมานานและมีความนิยมกันทั่วโลก มีรูปร่างแบนที่ทำมาจาก แป้งสาลี เดิมทีคุกกี้เป็นเพียงขนมที่ใช้ทดสอบอุณหภูมิที่จะใช้อบ เป็นขนมที่เก็บไว้กินได้เป็นเวลานาน มีอายุที่ อยู่ได้นาน ไม่เสียง่ายๆ เป็นของทานเล่นระหว่างการดื่มชา กาแฟ มีหลาหลายประเภท มากถึง 6 ประเภท โดยประกอบไปด้วย คุกกี้หยอด คุกกี้ม้วน คุกกี้กด คุกกี้ปั้น และคุกกี้แท่งหรือคุกกี้บาร์ ผงมัทฉะ เป็นชาจากต้นชาที่ปลูกภายใต้การดูแลเป็นพิเศษเหมือนกับ Gyokuro คือ หลังจาก ที่ใบชาเริ่มแตกยอดนั้น จะไม่ให้ยอดใบชาถูกแสงแดด ทำให้ชtลอการเจริญเติบโตของใบชา เป็นผลทำ ให้ใบชามีสีเขียวเข้มขึ้น มีการสร้างกรดแอมิโนซึ่งทำให้ ใบชามีรสหวานขึ้น แล้วเลือกเก็บเกี่ยวเฉพาะ ใบชาที่ดีที่สุดด้วยมือ หลังจากนั้นแล้วใบชาที่ม้วนงอเป็นปกติ จะถูกจัดเกรดเป็น Gyokuro ส่วนใบชา ที่แผ่ออกเป็นใบ จะนำไปทำแห้ง (dehydration) แล้วป่นให้เป็นผง ซึ่งจะเรียกชาส่วนนี้ว่า เทนฉะ (tencha) จากนั้นจะนำไปบด ให้เป็นผงละเอียดด้วยครกหิน จนมีลักษณะเป็นผงละเอียดคล้ายแป้ง ส่วนประโยชน์ของมัทฉะ มีโพลีฟีนอล คาเทชิน และแอลธีอะนีน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และลดการก่อเกิดของเซลล์มะเร็ง และยังช่วยกระตุ้นการผลิตอินซูลินและช่วยดูดซึมกลูโคสในผู้ป่วย เบาหวานได้ ไข่น้ำ หรือชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า “ผำ” หรือไข่ผำ เป็นพรรณไม้น้ำประเภทลอยน้ำ ขนาดเล็กในวงศ์ Lemnaceae พบในลำคลองหนองบึงหรือแหล่งน้ำขัง รูปร่างเป็นเม็ดสีเขียวกลม หรือเกือบกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 – 1.5 มิลลิเมตร ไม่มีราก เป็นพืชที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก พบว่า มีโปรตีน เบต้า - คาโรทีน และคลอโรฟิลล์จขากการสังเคราะห์แสง ไข่น้ำมีสารต้านอนุมูลอิสระ รักษาอาการท้องผูก สภาวะซีดในคนที่เป็นโรคโลหิตจางได้ ดังนั้นผู้วิจัย จึงมีการคิดพัฒนา คุกกี้ไข่ผำ ให้ตอบโจทย์ ความต้องการ โดยตัวของคุกกี้จะมีรูปร่างที่ แตกต่างจากท้องตลาด ส่วนผงมัทฉะจะช่วยให้คุกกี้ไข่ผำมีความหอมอร่อย และต่างไปจากเดิม จะมี


2 การทำเป็นรูปทรง แบบแท่ง มีการเพิ่มไข่ผำที่เป็นพืชท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นและทำให้เป็นที่น่า รู้จัก 1.2 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1.2.1 ศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมในการผลิตผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำ 1.2.2 เพื่อศึกษาสูตรมาตรฐานของคุกกี้มัทฉะ 1.2.3 เพื่อศึกษาการยอมรับของผู้บริโภค 1.2.4 เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ 1.3 ขอบเขตของโครงงาน เป็นกิจกรรมการศึกษาที่ให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าปฏิบัติด้วยตนเอง โดยอาศัยหลักวิชาการทาง ทฤษฎี ตามเนื้อหาโครงสร้างงานนั้นๆหรือจากประสบการณ์และกิจกรรมต่างๆที่ได้พบเห็นมาแล้ว ผู้เรียนทุกคนพิจารณาจัดทำโครงงานด้วยตนเอง 1.4 ตารางการดำเนินงาน สัปดาห์ที่3-17 ของการศึกษา หรือ วันที่ 29 พฤษภาคม - วันที่ 8 กันยายน 2566 ลำดับขั้นตอนการ ปฏิบัติงาน พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. ผู้รับผิดชอบ ศึกษาข้อมูล คณะผู้วิจัย รวบรวมข้อมูล คณะผู้วิจัย ทดลองหาสูตรผลิตภัณฑ์ คณะผู้วิจัย ทำบรรจุภัณฑ์ คณะผู้วิจัย จัดทำเอกสารประกอบ คณะผู้วิจัย สรุปผลดำเนินงาน คณะผู้วิจัย 1.5 ประโยชน์ที่คาดวาจะได้รับ 1.5.1 คณะผู้วิจัยได้มีประสบการณ์ในการทำคุกกี้มัทฉะมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งวิเคราะห์และ สามารถแก้ปัญหาได้ 1.5.2 สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาประยุกต์ในใช้ในการสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์อื่นๆ


3 1.5.3 สร้างความสัมพันธ์ในการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ 1.5.4 ได้การยอมรับจากผู้บริโภค 1.5.6 เพื่อให้ทุกคนหันมาสนใจอาหารในท้องถิ่นมากขึ้น 1.6 รายการเครื่องมือและอุปกรณ์ - เครื่องตีแป้ง - ไม้พาย - ที่ร่อนแป้ง - ถาดรองอบ - เตาอบ - ชามผสม 1.7 งบประมาณ โครงงานนี้ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2,000 บาท


4 บทที่ 2 เอกสารทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการโครงการ คุกกี้มัทฉะไข่ผำ ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปางระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม ถึง 8 กันยายน 2566 ผู้ดำเนินโครงการที่ได้รวบรวมเอกสาร ทฤษฎีและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องมีหัวข้อดังต่อไปนี้ 2.1 ความรู้เกี่ยวกับโครงการที่ทำ คุกกี้ คือ ขนมอบชนิดหนึ่งที่ทำจากแป้งข้าวสาลี หรือแป้งข้าวสาลี ผสมกับแป้งชนิดอื่น น้ำตาล ไขมันหรือน้ำมันบริโภค นม ไข่ ผงฟู เบคกิ้งโซดา สารแต่งกลิ่นรส เกลือ อาจมีส่วนผสมอื่น เช่น โกโก้ เมล็ดธัญพืช ผลไม้แห้ง ทำเป็นชิ้นโดยการหยอด หั่น กด ปั้น หรือวิธีอื่น ที่เหมาะสมแล้ว นำไปอบจนกรอบ 2.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ไข่ผำ เป็นพืชน้ำ ลักษณะเป็นสีเขียวขนาดเล็กคล้ายไข่ปลา กระจายคลุมเหนือผิวน้ำเป็นแพ มี ขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น บึง และหนองน้ำธรรมชาติทั่วไป โดยปกติจะมีมากในแหล่งน้ำ ธรรมชาติที่ไม่มีน้ำไหลเวียน ก่อนนำไปปรุงทำอาหารต้องล้างให้สะอาดเสมอ ไข่ผำ มักถูกนำไป ประกอบอาหารมาตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น แกง หรือผัด บางที่ก็ใส่เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อเพิ่ม รสชาติให้มีความหอม มัน อร่อย มากยิ่งขึ้น นอกจากจะเป็นวัตถุดิบหลักของอาหาร แล้วเป็นตัวช่วยในการเพิ่มรสชาติ ไข่ผำ ยังมี ประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารอย่างมากเลยทีเดียว ไข่ผำมีโปรตีนสูงมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ของ น้ำหนักแห้ง และโปรตีนของมันยังคล้ายกับของถั่วเหลืองอีกต่างหาก และในบางพื้นที่ สภาพแวดล้อม ทำให้ไข่ผำมีโปรตีนสูงมากกว่าไข่และเนื้อได้ด้วย 2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ศิริรวัตร ข่าเหล็กและคณะการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการคัดเลือกตำรับของ ผลิตภัณฑ์บิสกิตโดยคัดเลือกตำรับจากแหล่งอ้างอิง 3 ตำรับ ทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัสด้วย วิธี 9-Points Hedonic Scale พบว่าตำรับที่มีส่วนผสมของแป้งอเนกประสงค์ เนย น้ำตาล เกลือ ยีสต์ ผงฟู น้ำ ได้รับคะแนนความชอบมากที่สุดด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น เนื้อสัมผัส รสชาติ และ ความชอบโตยรวมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ps0.05) 7.20 , 7.00", 6.60 , 7.20 , 6.80 และ 7.20' ตามลำดับ จากนั้นศึกษาอัตราส่วนของแป้งข้าวเจ้าต่อแป้งข้าวโพดที่เหมาะสมต่อ ผลิตภัณฑ์บิสกิตปราศจากกลูเตน ใช้แป้งข้าวเจ้าต่อแป้งข้าวโพดในปริมาณร้อยละ 50:50, 60:40, 70:30 และ 80:20 พบว่าที่อัตราส่วน 50:50 ได้รับคะแนนความชอบสูงสุดด้านลักษณะปรากฏ สี


5 กลิ่น เนื้อสัมผัส รสชาติ และความชอบโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(ps0.05) เท่ากับ 7.43", 7.33', 7.13', 7.23', 7.63" และ 7.43" ตามลำดับจึงนำมาศึกษาปริมาณการเติมไข่ผำใน ผลิตภัณฑ์บิสกิตปราศจากกลูเตนที่ระดับร้อยละ 0, 5, 10 และ15 พบว่าปริมาณการเติมไข่ผำร้อยละ 5 ได้รับคะแนนความชอบสูงสุดด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น เนื้อสัมผัสรสชาติ และความชอบโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ps0.05) เท่ากับ 7.27', 7.30', 6.87',7.43", 7.27 และ 7.60" ตามลำดับ จากการศึกษาการคัดเลือกตำรับผลิตภัณฑ์บิสกิตจากแหล่งอ้างอิง 3 ตำรับ พบว่าตำรับที่ 1 ที่มีส่วนผสมของแป้งอเนกประสงค์ เนย น้ำตาล เกลือ ยีสต์ ผงฟู่ น้ำได้รับคะแนนความชอบสูงสุดต้าน ลักษณะปรากฏ สี กลิ่น เนื้อสัมผัส รสชาติ และความชอบโดยรวม 7.20 , 7.00*, 6.60, 7.20, 6.80 และ 7.20* ตามลำดับ ศึกษาอัตราส่วนของแป้งที่เหมาะสมต่อผลิตภัณฑ์บิสกิตปราศจากกลูเตน ใช้ แป้งข้าวเจ้าต่อแป้งข้าวโพดในปริมาณร้อยละ 50:50, 60:40, 70:30 และ 80:20 พบว่าที่อัตราส่วน 50:50 ได้รับคะแนนความชอบสูงสุดด้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น เนื้อสัมผัส รสชาติ และความชอบ โตยรวม 7.43', 7.33', 7.13', 7.23', 7.63* และ7.43* ตามลำดับ ศึกษาปริมาณการเติมไข่ผำใน ผลิตภัณฑ์บิสกิตปราศจากกลูเตนที่ระดับร้อยละ 0 5 10 และ 15 พบว่าปริมาณการเติมไข่พำร้อยละ 5ได้รับคะแนนความชอบสูงสุดต้านลักษณะปรากฏ สี กลิ่น เนื้อสัมผัส รสชาติ และความชอบโดยรวม 7.27 , 7.30, 6.87, 7.43, 7.27' และ 7.60* ตามลำดับ ศันสนีย์ อุตมอ่างและคณะ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการเสริมไข่น้ำต่อ คุณภาพของช็อกโกแลตชิฟมัฟฟิน โดยเสริมไข่น้ำเป็น 7 ระดับคือ 0, 5, 10, 15, 20, 25 และ 30 เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักแป้ง โดยใช้ผู้ทดสอบกึ่งฝึกฝนจำนวน 20 คน จากการทดลองพบว่าการเสริม ไข่น้ำมีผลต่อคุณภาพทางประสาทสัมผัสในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และความชอบรวม (ps0.05) ซึ่ง ช็อกโกแลตชิฟมัฟฟินสูตรเสริมไข่น้ำ 20 เปอร์เซ็นต์มีคะแนนความชอบรวมมากที่สุด การเสริมไข่น้ำ ไม่มีผลต่อร้อยละการสูญเสียน้ำหนักในระหว่างการอบ (p>0.05) ปริมาตรจำเพาะของช็อกโกแลต ชิฟมัฟฟินสอดคล้องกับผลการวัดความสูง การเสริมไขน้ำไม่มีผลต่อความชื้น ไขมัน โปรตีน เถ้า เส้นใย และคาร์โบไฮเดรต (p>0.05) ของช็อกโกแลตชิฟมัฟฟินสูตรควบคุม และสูตรเสริมไข่น้ำ 20 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามช็อกโกแลตชิฟมัฟฟินสูตรเสริมไขน้ำ 20 เปอร์เซ็นต์มีเส้นใยอาหารที่ไม่ ละลายน้ำ และวิตามินเอ (เบต้าแคโรทีน) สูงกว่าสูตรควบคุม แต่มีพลังงานน้อยกว่า ในระหว่างการ เก็บรักษาทำการเปรียบเทียบช็อกโกแลตชิฟมัฟฟินสูตรควบคุมกับสูตรเสริมไข่น้ำ 20 เปอร์เซ็นต์ พบว่าการเสริมไข่น้ำมีผลต่อการยอมรับของผู้บริโภคในด้านเนื้อสัมผัส และความชอบรวม (ps0.05) โดยผู้บริโภคให้คะแนนการยอมรับที่อายุการเก็บรักษา 4 วัน สอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ เชื้อจุลินทรีย์ทั้งหมด ยีสต์และรา พบว่าช็อกโกแลตชิฟมัฟฟินทั้งสองสูตรมีอายุการเก็บรักษา 4 วัน เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนเค้กมผช.459/2549 ค่าที่ได้จากการวัดเนื้อสัมผัส ได้แก่


6 ความแข็ง ความยืดหยุ่น และพลังงานในการบดเคี้ยวของช็อกโกแลตชิฟมัฟฟินทั้งสองสูตรแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิต (ps0.05) ส่วนประกอบและคุณสมบัติของวัตถุดิบในการผลิตคุกกี้มัทฉะไข่ผำ 1.ไข่ผำ ผำนั้น เป็นพืชน้ำ มีสีเขียว เม็ดกลมขนาดเล็ก คล้าย ๆ ไข่ปลา มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 0.1-0.2 มิลลิเมตร กระจายคลุมเหนือผิวน้ำเป็นแพ มักจะขึ้นอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง เช่น บึง และ หนองน้ำธรรมชาติทั่วไป จัดเป็นพืชดอกไม่มีรากและใบ จะมีมากในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่มีน้ำ ไหลเวียน เวลาเก็บไข่ผำ ต้องใช้สวิงช้อนขึ้นมา แล้วล้างให้สะอาด ก่อนจะนำไปปรุงทำอาหาร เป็น พืชผักพื้นบ้านที่ชาวบ้านนิยมนำไปประกอบอาหารกันมานานตั้งแต่สมัยโบราณ เช่น แกง ผัด หรือใส่ เป็นส่วนประกอบของอาหาร เพื่อเพิ่มรสชาติให้มีความหอม มัน อร่อย มากยิ่งขึ้นนั่นเอง การใช้ประโยชน์ ไข่ผำประมาณ 100กรัม ให้พลังงาน 8 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย เส้นใย 0.3 กรัม แคลเซียม 59 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 25 มิลลิกรัมเหล็ก 6.6 มิลลิกรัม มีโปรตีนสูงไม่แพ้ถั่วเหลือง มี โปรตีน 40% ของน้ำหนักแห้ง ช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้ปกติ มี กรดอะมิโน และแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูก และฟัน มีธาตุเหล็ก ป้องกันภาวะโลหิตจาง มีบีตาแคโรทีน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงสายตา มีไฟเบอร์ ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารต่าง ๆช่วยปรับสภาพร่างกายให้เป็นด่าง ในคนที่มีสภาวะเครียด หรือ ร่างกายมีความเป็นกรดจากอาหาร และช่วยรักษาภาวะซีด ที่มา https://shorturl.asia/3JFfn 2. มัทฉะ มัทฉะ คือชาเขียวญี่ปุ่นประเภทหนึ่ง ลักษณะเป็นผงละเอียด ละลายน้ำได้ดี สีเขียวเข้ม มี กลิ่นหอม สามารถชงกับน้ำร้อนหรือนมเป็นเครื่องดื่ม และใช้ทำขนมได้


7 มัทฉะได้จากการนำใบชาที่เรียกว่าเทนฉะมาผ่านกระบวนการพิถีพิถัน ตั้งแต่การปลูก ใบชาที่จะนำมา ทำมัทฉะจะต้องไม่โดนแสงแดดมากเกินไป จึงต้องคลุมตาข่ายกันแสง เพื่อทำให้ใบชาเร่งผลิต คลอโรฟิลล์ ทำให้สีเขียวเข้ม ยิ่งสีเข้มมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีกลิ่นหอม ตอนเก็บใบชาจะต้องเก็บยอด อ่อนเท่านั้น จึงต้องเลือกด้วยมือละใบ เมื่อเก็บใบมาแล้วจะนำใบชาไปนึ่ง หยุดปฏิกริยา oxidation ตากให้แห้ง แล้วบดให้เป็นผงด้วยเครื่องบดที่ทำจากหินเพื่อหลีกเลี่ยงความร้อน เพราะหากมัทฉะโดน ความร้อนจะเสื่อมสภาพทันที การใช้ประโยชน์ มัทฉะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ สารคาเทชิน และวิตามินต่างๆ ไม่มีแคลอรี่ มีคุณสมบัติ ช่วยเผาผลาญไขมัน ชะลอวัย ต้านมะเร็ง ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน มีสาร EGCG ยัง ช่วยเพิ่มมวลกระดูก มีแอลธีอะนีนที่เป็นกรดอะมิโนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในชาเขียว ออกฤทธิ์ทำให้ ผ่อนคลาย ที่มา https://shorturl.asia/Hy2Jf


8 บทที่3 วิธีการดำเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง คุกกี้มัทฉะไข่ผำ เป็นการศึกษาและพัฒนาคุกกี้มัทฉะ ของนักศึกษาระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง มีกระบวนการวิจัยตามขั้นตอน ดังนี้ 1. แบบแผนการวิจัย 2. ประชากรและกลุ่มเป้าหมาย/กลุ่มตัวอย่าง 3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 4. ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือวิจัยและการหาคุณภาพการวิจัย 5. การดำเนินการวิจัย 6. การเก็บรวบรวมข้อมูล 7. การวิเคราะห์ข้อมูล 8. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 แบบแผนการวิจัย แบบแผนการวิจัยครั้งนี้ ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ 3.2 ประชากรและกลุ่มเป้าหมาย 1. ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษา ปวช. ปวส. (อายุ 11 – 20 ปี) ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่และบุคคล ทั่วไป ของสถาบันวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 30 คน 2. กลุ่มเป้าหมายคือ/กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษา ห้อง สคอ 65.1 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.แบบประเมินสอบถามความพึงพอใจ 3.4 ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือวิจัยและการหาคุณภาพการวิจัย


9 1. แบบฟอร์มการประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภควัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคุกกี้มัทฉะไข่ ผำ 3.5 การดำเนินการวิจัย ศึกษาสูตรโมจิพื้นฐานโดยการทำแบบทดสอบประสาทสัมผัสจำนวน 20 คน เพื่อหาสูตร คุกกี้มัทฉะพื้นฐานและนำมาวิจัยพัฒนาคุกกี้มัทฉะไข่ผำและทำแบบทดสอบประสาทสัมผัสที่ได้สูตรที่ พัฒนาแล้วนำมาทำแบบประเมินสอบถามความพึงพอใจจำนวน 30 คน 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล จากการวิจัยพัฒนาคุกกี้มัทฉะไข่ผำ และได้ทำการทดสอบโดยให้ผู้บริโภค จำนวน 30 คน ทำแบบประเมินความพึงพอใจ ของคุกกี้มัทฉะไข่ผำโดยให้คะแนนตามระดับคุณลักษณะที่สอบถาม ได้แก่ รสชาติ กลิ่นของคุกกี้ เนื้อสัมผัส รูปร่างของบรรจุภัณฑ์ ความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์ เป็น ต้น 3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ แบบสอบถาม ผู้วิจัยได้นำแบบสอบถามความพึงมาใจมาวิเคราะห์โดยมีลำดับขั้นตอนดังนี้คือ 1. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของการตอบแบบสอบถามทุกฉบับ 2. แบบสอบถามตอนที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบ แบบสอบถาม โดยใช้ค่าความถี่และค่าร้อยละ เพื่อนำมาประกอบการอภิปรายผลในการศึกษาค้นคว้า 3. คำนวณหาค่าเฉลี่ยและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของข้อมูลแบบสอบถามความพึงพอใจ ของคุกกี้มัทฉะไข่ผำโดยให้คะแนน ตามเกณฑ์โดยแบ่งช่วงของค่าตัวกลางเลข 5 กลุ่ม ในการแปล ความหมาย ดังนี้ คือ 1.00 -1.49 ระดับความพึงพอใจ น้อยที่สุด 1.50 – 2.49 ระดับความพึงพอใจ น้อย 2.50 – 3.49 ระดับความพึงพอใจ ปานกลาง 3.50 – 4.49 ระดับความพึงพอใจ มาก 4.50 – 5.00 ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด 4. แบบสอบถามตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ของ คุกกี้มัทฉะไข่ผำ วิเคราะห์โดยวิธีการวิเคราะห์ความคิดเห็นที่มีความคล้ายคลึงกัน แล้วหาค่าความถี่ เพื่อนำมาประกอบการอภิปรายผล 3.8 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ผู้วิจัยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล


10 ซึ่งใช้ค่าสถิติ ดังนี้ 1. ค่าเฉลี่ย (Mean) นำข้อมูลจากแบบสอบถามตอนที่2 มาหาค่าเฉลี่ยหาค่าตัวกลาง 2. ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) นำค่าเฉลี่ยเลขคณิต แต่ละข้อมาวัดการกระจายของคะแนน แนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางโดย หาค่า ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของแต่ละข้อ 3. เปรียบเทียบโดยการใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1. ค่าเฉลี่ย (̅ ) ของคะแนนโดยใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 105) ̅ = ∑̅ เมื่อ ̅ แทน คะแนนค่าเฉลี่ย ∑̅ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง 2. ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน ( S.D ) คำนวณจากสูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 106) .. = √ ∑ 2−(∑) 2 (−1) เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน แทน ผลรวมของคะแนน ∑ 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกำลังสอง แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง การแปลความหมายของข้อมูล แปลผลจากค่าเฉลี่ยเลขคณิตศาสตร์ ( ̅ ) โดยใช้หลักเกณฑ์นี้ 1.00 -1.49 ระดับความพึงพอใจ น้อยที่สุด 1.50 – 2.49 ระดับความพึงพอใจ น้อย 2.50 – 3.49 ระดับความพึงพอใจ ปานกลาง 3.50 – 4.49 ระดับความพึงพอใจ มาก 4.50 – 5.00 ระดับความพึงพอใจ มากที่สุด เกณฑ์ระดับความพึงพอใจ


11 1 = ปรับปรุง 2 = พอใช้ 3 = ปานกลาง 4 = ดี 5 = ดีมาก


12 บทที่4 ผลการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาการใส่ไข่ผำต่ออัตราส่วนของคุกกี้ไข่ผำ 2. เพื่อศึกษาสูตรมาตรฐานของคุกกี้มัทฉะชาเขียวไข่ผำ 3. เพื่อศึกษาการยอมรับของผู้บริโภค ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลเป็น ลำดับตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ข้อมูลปรากฏดังนี้ ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ ตารางที่4.1 การศึกษาสูตรมาตรฐานของคุกกี้มัทฉะ วัตถุดิบ สูตร1001 สูตร1002 สูตร1003 แป้งอเนกประสงค์ 160g 180g 170g เนยเค็ม 50g 90g 70g น้ำตาลไอซิ่ง 10g 50g 20g ไข่ไก่ 1 ฟอง 1 ฟอง 1ฟอง ผงมัทฉะชาเขียว 15g 30g 45g ผงนมสด 20g 20g 20g ผงฟู 4g 5g 3g จากตารางที่4.1 การทดลองสูตรมาตรฐานของคุกกี้มัทฉะ สูตร 1011 ตัวคุกกี้มีรสชาติค่อนข้างหวานน้อย ไม่ค่อยกรอบ สูตร 1012 ตัวคุกกี้มีรสชาติหวานพอดี กรอบพอดี สูตร 1013 ตัวคุกกี้มีรสชาติหวานพอดี สีค่อนข้างเข้ม ทางผู้วิจัยจึงเลือกสูตรที่ 1002 หวังสูตรที่ 2 เป็นสูตรคุกกี้มัทฉะมาตรฐานของคณะผู้จัดทำ โครงงาน ตารางที่ 4.2 ศึกษาสูตรคุกกี้มัทฉะไข่ผำ วัตถุดิบ สูตร110 สูตร111 สูตร112 แป้งอเนกประสงค์ 180g 180g 180g เนยเค็ม 90g 90g 90g


13 น้ำตาลไอซิ่ง 50g 50g 50g ไข่ไก่ 1 ฟอง 1 ฟอง 1 ฟอง ผงมัทฉะชาเขียว 30g 30g 30g ผงนมสด 20g 20g 20g ผงฟู 5g 5g 5g ไข่ผำ 20g 15g 30g จากตารางที่4.2 ผลจากแบบทดสอบประสาทสัมผัส พบว่าสูตรที่ 2 มีความชอบมากที่สุด เพราะสูตรที่ 2 ตัวคุกกี้มีรสชาติที่หวานพอดีกลิ่นมัทฉะชัดเจน กรอบร่วน ตารางที่ 4.3 ตารางแสดงความพึงพอใจ รายการประเมิน ระดับคะแนนความพึงพอใจ (x̄) 1.ลักษณะของผลิตภัณฑ์ 4.10 2.รสชาติของคุกกี้มัทฉะไข่ผำ 4.10 3.กลิ่นของคุกกี้มัทฉะไข่ผำ 4.03 4.เนื้อสัมผัสของคุกกี้มัทฉะไข่ผำ 3.93 5.รูปทรงของคุกกี้มัทฉะไข่ผำ 3.93 6.ความคิดสร้างสรรค์ของคุกกี้มัทฉะไข่ผำ 3.96 7.รูปลักษณ์ภายนอกของบรรจุภัณฑ์ เหมาะสมกับบรรจุภัณฑ์ 4.16 8.ความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ 4.00 9. ความเหมาะสมในปริมาณเมื่อเทียบกับ ราคา 4.03 10.ความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์เข้ากับ ผลิตภัณฑ์ 4.03 ค่า S.D. 0.58 จากตารางที่ 4.3 ความพึงพอใจด้านลักษณะ มีค่าเฉลี่ย 3.73 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ด้านรสชาติมีค่าเฉลี่ย 4.10 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ด้านกลิ่น มีค่าเฉลี่ย 4.03 การประเมินอยู่ ในระดับดีมาก และด้านเนื้อสัมผัส มีค่าเฉลี่ย 3.93 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ด้านรูปทรงของ


14 คุกกี้มัทฉะไข่ผำ มีค่าเฉลี่ย 3.93 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ความคิดสร้างสรรค์ของคุกกี้มัทฉะไข่ ผำ มีค่าเฉลี่ย 3.96 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก รูปลักษณ์ภายนอกของบรรจุภัณฑ์เหมาะสมกับ บรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.16 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.00 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ความเหมาะสมในปริมาณเมื่อเทียบกับราคา มี่ค่าเฉลี่ย 4.03 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์เข้ากับผลิตภัณฑ์ มี่ค่าเฉลี่ย 4.03 การ ประเมินอยู่ในระดับดีมาก ตามลำดับจากผู้สอบถาม 30 คน การประเมินอยู่ในระดับดีมาก


15 บทที่5 สรุปผลวิจัยอภิปรายและข้อเสนอแนะ สรุปอภิปรายผลการวิจัยที่ได้ คณะผู้วิจัยอภิปรายผลการวิจัย ดังต่อไปนี้ 5.1 การศึกษาอัตราส่วนของไข่ผำที่เหมาะสมในการทำคุกกี้มัทฉะไข่ผำ จากการศึกษาปริมาณแครอทและสับปะรดที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์โมจิไส้แครอทและ สับปะรด พบว่า สูตรที่ 2 คือ ปริมาณของไข่ผำ 15 กรัม ได้คะแนนความชอบมากที่สุด แตกต่างจาก สิ่งทดลองอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ด้าน เนื้อสัมผัส และความชอบรวม ได้คะแนน เท่ากับ คุณลักษณะด้าน สีกลิ่น รสชาติ และความชอบรวม ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 5.2 การศึกษาสูตรพื้นฐานที่เหมาะสมของผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำ จากการศึกษาสูตรพื้นฐานของผลิตภัณฑ์คุกกี้มัทฉะไข่ผำ พบว่า สูตรที่ 3 คือ ปริมาณของ แครอท 190 กรัม สับปะรด 50 กรัม ได้คะแนนความชอบมากที่สุด แตกต่างจากสิ่งทดลองอื่นอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ ด้าน เนื้อสัมผัส และความชอบรวม ได้คะแนน ตามลำดับ คุณลักษณะด้าน สี กลิ่น รสชาติ ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 5.3 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภค ความพึงพอใจด้านลักษณะ มีค่าเฉลี่ย 3.73 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ด้านรสชาติ มี ค่าเฉลี่ย 4.10 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ด้านกลิ่น มีค่าเฉลี่ย 4.03 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก และด้านเนื้อสัมผัส มีค่าเฉลี่ย 3.93 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ด้านรูปทรงของคุกกี้มัทฉะไข่ผำ มี ค่าเฉลี่ย 3.93 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ความคิดสร้างสรรค์ของคุกกี้มัทฉะไข่ผำ มีค่าเฉลี่ย 3.96 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก รูปลักษณ์ภายนอกของบรรจุภัณฑ์เหมาะสมกับบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.16 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ย 4.00 การประเมินอยู่ใน ระดับดีมาก ความเหมาะสมในปริมาณเมื่อเทียบกับราคา มี่ค่าเฉลี่ย 4.03 การประเมินอยู่ในระดับดี มาก ความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์เข้ากับผลิตภัณฑ์ มี่ค่าเฉลี่ย 4.03 การประเมินอยู่ในระดับดีมาก ตามลำดับจากผู้สอบถาม 30 คน การประเมินอยู่ในระดับดี โดยมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ลดความเค็มนิด ข้อเสนอแนะ ดังนี้ลดความเค็มนิดหนึ่งจะดี,รสชาติอร่อยใช้ได้ ,คุกกี้หอมกรอบอร่อย ,บรรจุภัณฑ์ควร น่าสนใจมากกว่านี้, แนะนำเรื่องสติ๊กเกอร์, ควรให้พร้อมมากกว่านี้ผู้จัดทำโครงงานได้รวบรวมข้อมูล คำแนะนำจากการทดสอบความพึงพอใจของผู้บริโภคเพื่อไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาตค


16 แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อ คุกกี้ไข่ผำ ข้อชี้แจง กรุณาทำเครื่องหมาย ในข้อที่ตรงกับความเป็นจริงและในช่องที่ตรงกับความ คิดเห็นของท่านมากที่สุด 1. เพศ 1) ชาย 2) หญิง 2. อายุ 1) ต่ำกว่า 20 ปี 2) 21 - 40 ปี 4) 41 – 60 ปี 6) 60 ปีขึ้นไป 3. ระดับการศึกษาสูงสุด 1) ปวช. 2) ปวส. 3) ปริญญาตรี 4) อื่นๆ โปรดระบุ ..... 4. สถานภาพของผู้มารับบริการ 1) นักเรียน นักศึกษา 2) ครู/อาจารณ์ 3) บุคลากรในวิทยาลัย 4) อื่นๆ โปรดระบุ ………….. ประเด็น/ด้าน ระดับความพึงพอใจ ระดับความไม่พึงพอใจ พอใจมาก 5 พอใจ 4 พอใจน้อย 3 ไม่พอใจ 2 ไม่พอใจมาก 1 1. ด้านผลิตภัณฑ์ 1.1 ลักษณะของผลิตภัณฑ์ 1.2 รสชาติของผลิตภัณฑ์ 1.3 กลิ่นของผลิตภัณฑ์ 1.4 เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ 1.5 รูปทรงของผลิตภัณฑ์


17 ปัญหา 1. ................................................................................................................... 2. ................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ 1. .. ................................................................................................................ 2. .. ................................................................................................................ ขอขอบคุณในความร่วมมือที่ท่านได้เสียสละเวลาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในครั้งนี้ ประเด็น/ด้าน ระดับความพึงพอใจ ระดับความไม่พึงพอใจ พอใจมาก 5 พอใจ 4 พอใจน้อย 3 ไม่พอใจ 2 ไม่พอใจมาก 1 1. ด้านบรรจุภัณฑ์ 1.1 รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ 1.2 ความคิดสร้างสรรค์ของบรรจุภัณฑ์ 1.3 ความสวยงามของบรรจุภัณฑ์ 1.4 ความเหมาะสมของบรรจุภัณฑ์ 1.5 ความน่าสนใจของบรรจุภัณฑ์


18 บรรณานุกรม ศิริรวัตร ข่าเหล็ก. 2565. การพัฒนาผลิตภัณฑ์บิสกิตปราศจากกลูเตนเสริมไข่ผำ. โรงเรียน การเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา ลำปาง ศันสนีย์ อุตมอ่างและคณะ. 2555. การพัฒนาตำรับอาหารจากไข่น้ำเพื่อส่งเสริมการใช้ ประโยชน์ระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์. คณะเทคโนโลยีการเกษตร, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์. วิกิพีเดียบรรณานุกรมเสรี. 2565. คุกกี้. https://th.wikipedia.org/wiki/คุกกี้ วิกิพีเดียบรรณานุกรมเสรี. 2566. ผำ. https://th.wikipedia.org/wiki/ผำ วิกิพีเดียบรรณานุกรมเสรี. 2566. ชาเขียว. https://th.wikipedia.org/wiki/ชาเขียว


19 ภาคผนวก ก วัตถุดิบและขั้นตอนการผลิต


20 ขั้นตอนการทำคุกกี้มัทฉะไข่ผำ 1.ส่วนผสมของคุกกี้ไข่ผำ มีดังนี้ แป้ง เนย น้ำตาลไอซิ่ง ผงฟู ไข่ไก่ ผงนมสด ไข่ผำ และผงมัท ฉะชาเขียว 2.ตีเนยกับไอซิ่งจนเป็นครีม แล้วใส่ไข่ลงไปตีจนเป็นเนื้อครีม 3.ใส่แป้งที่ร่อนพร้อมผงฟู ผงนมสด และผงมัทฉะชาเขียว ตีจนเข้ากัน แล้วใส่ไข่ผำลงไปตีจน เข้ากัน


21 4.ใส่ถุงบีบ บีบเป็นรูปทรงแบบแท่ง แล้วนำไปอบอุณหภูมิ 175-180 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 7-10 นาที ใช้ไฟบนล่าง 5.อบเสร็จแล้วนำมาพักไว้ให้หายร้อนประมาณ 5 นาทีแล้วจัดเก็บใส่บรรจุภัณฑ์


22 ภาคผนวก ข ประวัติของผู้จัดทำโครงงาน


23 ประวัติผู้จัดทำโครงงาน ชื่อ-นามสกุล : นางสาวจิราวรรณ สีหมุ่ย วัน/เดือน/ปี เกิด : วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม 2547 อายุ : 19 ปี ที่อยู่ :33 หมู่ 8 ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000 รหัสนักศึกษา : 65304040005 ประวัติการศึกษา : -ระดับมัธยปลาย วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง (ปวช.3) -กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอาหาร และโภชนาการวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


24 ประวัติผู้จัดทำโครงงาน ชื่อ-นามสกุล : นาย สุทธิพงษ์ ทรายมูล วัน/เดือน/ปี เกิด : วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2545 อายุ : 21ปี ที่อยู่ : 42/2 หมู่ 5 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง 5200 รหัสนักศึกษา : 65304040026 ประวัติการศึกษา : -ระดับมัธยปลาย วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง (ปวช.) -กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอาหาร และโภชนาการวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


25 ประวัติผู้จัดทำโครงงาน ชื่อ-นามสกุล : นางสาว รัตติกร วันยะ วัน/เดือน/ปี เกิด : วันศุกร์ที่26 กันยายน 2546 อายุ : 20 ปี ที่อยู่ :13/4 หมู่ 6 ตำบลเสริมขวา อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง 52210 รหัสนักศึกษา : 65304040022 ประวัติการศึกษา : -ระดับมัธยปลาย วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง (ปวช.) -กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอาหาร และโภชนาการวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


26 ประวัติผู้จัดทำโครงงาน ชื่อ-นามสกุล : นางสาว อิริยา เปี้ยขัน วัน/เดือน/ปี เกิด : วันอังคาร ที่ 23 กันยายน 2546 อายุ : 20 ปี ที่อยู่ :79/1 หมู่1 ต.ดอนไฟ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง 52100 รหัสนักศึกษา : 65304040029 ประวัติการศึกษา : -ระดับมัธยปลาย วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง (ปวช.) -กำลังศึกษาอยู่ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอาหาร และโภชนาการวิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


27


Click to View FlipBook Version