The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นำเสนองานอาหาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chirtuy, 2024-02-20 23:22:29

นำเสนองานอาหาร

นำเสนองานอาหาร

Keywords: นำเสนองานอาหาร

20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 1 งานน าเสนอ (Presentation) คืออะไร งานนําเสนอ หรือ พรีเซนเตชั่น (Presentation) คือการนําข้อมูล ความรู้ความ คิดเห็น หรือความ ต้องการที่เราต้องการสื่อสารไปยังผู้รับ เช่น การนําเสนอสินค้า ตัวใหม่ การนําเสนอแผนงานทางธุรกิจ การ แสดงบทเรียนในการจัดการเรียนการสอน การประชาสัมพันธ์หน่วยงาน เป็นต้น โดยการใช้เทคนิคหรือวิธีการ ต่างๆ ซึ่งในอดีต การเตรียมการสําหรับการนําเสนอค่อนข้างมีความยุ่งยากและสลับซับซ้อนเพราะต้องใช้สื่อ ประกอบการบรรยายมากมาย เช่น แผ่นป้าย แผ่นภูมิ บัตรคํา แต่ในปัจจุบันมีเครื่อง คอมพิวเตอร์เข้ามาแทนที่ พร้อมกับโปรแกรมที่ช่วยในการจัดทํางานนําเสนอทําให้การสร้างสรรค์งานทําได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว และ มีลูกเล่นมากมายทําให้การนําเสนอเป็นที่ น่าสนใจให้กับผู้รับชมได้เป็นอย่างดี โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 คืออะไร โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 คือ โปรแกรมที่ช่วยนําเสนองาน(Present) ให้สวยงามด้วย รูปแบบที่ทันสมัย และง่ายต่อ การใช้งาน โดยการนําเสนอในลักษณะของ Multimedia คือ สามารถนําเสนอใน รูปแบบของภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงเพลง ได้ในเวลาเดียวกัน จึงถือได้ว่าโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก ขั้นตอนการเตรียมงานน าเสนอ การสร้างงานนําเสนอที่ดีต้องมีแบบแผน ต้องเตรียมการ ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์เริ่มต้นจากจุดประสงค์ ในการนําเสนอ ว่าจะนําเสนอเรื่องอะไร ใครเป็นผู้รับฟัง มีกลุ่มเป้าหมายกี่ท่าน ใช้อุปกรณ์ใดในการนําเสนอ ซึ่ง มีขั้นตอนดังนี้ 1. การเตรียมข้อมูล การเตรียมตัวสําหรับงานนําเสนอ ต้องหาข้อมูลที่ดีที่สุดเพื่อใช้นําเสนอ เริ่มจาก ต้องทราบว่าการนําเสนอในครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไร ต้องการให้ผู้ฟังทราบอะไรบ้าง ต้องทราบว่าผู้ฟังเป็นใคร มี วุฒิภาวะ การศึกษาระดับใด มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสิ่งที่จะนําเสนอบ้าง หรือมีความสนในสิ่งนี้หรือไม่ 2. จัดทํางานนําเสนอ เมื่อมีข้อมูลจนครบถ้วน ก็ให้นําข้อมูลต่างๆมาสร้างเป็นงานนําเสนอ เริ่มจาก การจัดเตรียมหัวข้อหลักๆ ให้เหมาะสม ให้เป็นไปตามจุดประสงค์ที่วางเอาไว้คือ ต้องทราบว่าในสไลด์แต่ละ แผ่นมีวัตถุประสงค์อะไร ควรมีข้อความใดบ้าง เมื่อครบถ้วนแล้วจึงค่อยตกแต่งแต่ละสไลด์ให้สวยงาม การ ตกแต่งอาจใส่รูปภาพใส่กราฟ ตัวการ์ตูน ใส่เสียงภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ 3. การซักซ้อมก่อนน าเสนอจริง การซักซ้อมก่อนนําเสนอเพื่อเพิ่มความชํานาญและความมั่นใจให้แก่ ผู้บรรยาย ป้องกันความผิดพลาดและเป็นการควบคุมเวลาในการนําเสนอ 4. การน าเสนอจริง ขณะน าเสนอจริง ผู้บรรยายควรเป็นส่วนเดียวกับผู้ฟัง กล่าวคือควรท าให้ บรรยากาศการบรรยายเป็นกันเอง เมื่อเป็นกันเองแล้วเรื่องต่างๆ ก็จะง่าย ผู้บรรยายก็ไม่เกร็ง ผู้ฟังรู้สึก สบาย งานน าเสนอก็จะราบรื่นไปด้วยดี


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 2 การเปิดโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 มี 2 วิธี ดังนี้ วิธีที่ 1 1. คลิกเมาส์ที่ปุ่ม (Start) บนแถบ Task bar 2. คลิกเลือก All Programs 3. คลิกเลือก Microsoft Office 4. คลิกเลือก Microsoft PowerPoint 2010 รูปที่ 1 ภาพแสดงขั้นตอนการเปิดโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 3 5. จะปรากฏ หน้าต่างโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 รูปที่ 2 ภาพแสดงหน้าจอโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 วีธีที่ 2 1. ดับเบิ้ลคลิกที่ชอร์ตคัด (Shortcut) โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 บนหน้าจอ Desktop 2. จะปรากฏหน้าจอโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 ดังรูปที่ 1.2 รูปที่ 3 ภาพแสดงขั้นตอนการเปิดโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 4 1. คลิกที่แท็บ แฟ้ม (File) 2. คลิกปุ่ม จบการทํางาน หรือ ปุ่ม รูปที่ 4 ภาพแสดงขั้นตอนการปิดโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 รูปที่ 5 ภาพแสดงข้อความเตือนให้บันทึกงาน การปิดโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2010 หากขณะนั้นมีงานที่เราสร้างไว้แล้วแต่ยังไม่บันทึก โปรแกรมจะเตือนให้ทราบ เช่น


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 5 ส่วนประกอบของหน้าต่างโปรแกรม 1. ปุ่ม แฟ้ม (File) = เป็นส่วนที่ใช้เก็บค าสั่งต่าง ๆ ที่ใช้งานในโปรแกรม เช่น ค าสั่ง สร้าง (New), บันทึก (Save) เป็นต้น 2.แถบเครื่องมือด่วน (Quick Access) = เป็นแถบที่ใช้แสดงค าสั่งที่ใช้งานบ่อย ๆ ขึ้นมาให้เราสามารถ เรียกใช้งานได้ทันที 3.แถบชื่อเรื่อง (Title bar) = เป็นส่วนที่ใช้แสดงชื่อโปรแกรม และรายชื่อไฟล์ที่ได้เปิดใช้งานอยู่ 4. ปุ่มควบคุม = Windows เป็นปุ่มที่ใช้ควบคุมการ เปิด-ปิด และขยายหน้าต่างโปรแกรมที่ได้เปิดขึ้นมา 5.ริบบอน (Ribbon) = เป็นแถบที่ใช้รวบรวมเครื่องมือการใช้งานเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน 6.Slide and outline= เป็นส่วนที่ใช้แสดงแบบจ าลองของภาพนิ่งทั้งหมดที่มีอยู่ในสไลด์โชว์ 7.Slide Pane= เป็นพื้นที่ที่ใช้แสดงรายละเอียดของสไลด์โชว์ 8. Note Pane= เป็นส่วนที่ใช้ใส่ข้อความเพิ่มเติมลงไปในสไลด์โชว์ 9.Status Bar= เป็นส่วนที่ใช้แสดงรายละเอียดของสไลด์โชว์ที่เปิดขึ้นมาใช้งาน หน้าจอและส่วนประกอบต่างๆ ของ Microsoft PowerPoint 2010


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 6 การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง File การสร้างสไลด์ 1. เปิดโปรแกรม PowerPointขึ้นมา 2. คลิกแท็บ File 3. คลิกเลือก Blank presentation


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 7 การบันทึกไฟล์ 1. คลิกปุ่ม Save 2. เลือกตําแหน่งที่ต้องการบันทึกไฟล์ในช่อง Save in 3. ตั้งชื่อไฟล์ในช่อง File name (ไฟล์ที่สร้างจากโปรแกรม PowerPoint 2010 มีนามสกุลเป็น .pptx) การเรียกใช้ Template 1. คลิก File เลือกคําสั่ง New เลือก Sample Templates 2. เลือกชื่อ Template แล้วคลิกปุ่ม Create 3. จากนั้นทําขั้นตอนของการสร้าง Presentation ตามปกติต่อไป


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 8 บันทึกไฟล์ในรูปแบบของ Template เมื่อเสร็จจากขั้นตอนการสร้าง Template แล้วยังคงจะต้องมีการบันทึกไฟล์ก่อนดังนี้ 1. จากหัวข้อที่แล้ว ให้คลิกเมนู File เลือกคําสั่ง Save As 2. ในช่อง Save As Type ให้เลือกเป็น Design Template 3. ตั้งชื่อในช่อง File name แล้วคลิกปุ่ม Save วิธีพิมพ์งานนําเสนอ 1. คลิก Fileแล้วเลือกคําสั่ง Print 2. กําหนดสไลด์ที่ต้องการพิมพ์ในส่วนของ Sittings 3. กําหนดตัวเลือกต่าง ๆ แล้วคลิกปุ่ม OK


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 9 ท าPresentation ใส่ใน CD 1. คลิก File แล้วเลือกคําสั่ง Save & Send 2. คลิก Package Presentation for CD 3. Package for CD 4. พิมพ์ชื่อแผ่น CD 5. คลิก Copy to CD 6. จะปรากฏหน้าต่างขึ้นมาถามว่าจะบันทึกการเชื่อมโยงลิงค์ต่างๆ ในไฟล์ PowerPoint หรือไม่ 7. คลิกปุ่ม Yes 8. ใส่แผ่น CD ลงไดร์ฟแล้วรอโปรแกรมบันทึกแผนสักครู่ 9. เมื่อการบันทึกเสร็จสิ้นจะปรากฏหน้าต่างขึ้นมาถามว่าต้องการบันทึก CD อีกหรือไม่ 10. คลิกปุ่ม No การใช้งานแถบกลุ่มคําสั่ง Home การกําหนดสีให้ข้อความ 1. คลิกแท็บ Home 2. คลิกปุ่ม Font Color 3. เลือกสีที่ต้องการ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 10 การกําหนดรูปแบบตัวอักษร 1. คลิกแท็บ Home 2. คลิกปุ่ม Fonts 3. เลือก Font ที่ต้องการ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 11 การตั้งระยะห่างระหว่างบรรทัด 1. คลิก Home 2. คลิก Line Spacing 3. คลิก Line Spacing Options… เพื่อกําหนดค่าที่ต้องการ สร้างสัญลักษณ์หัวข้อย่อยและล าดับรายการ 1. เมื่อต้องการเปลี่ยนสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลําดับเลขหนึ่งรายการ ให้วางเคอร์เซอร์ไว้ที่ จุดเริ่มต้นของบรรทัดที่คุณต้องการเปลี่ยน เมื่อต้องการเปลี่ยนสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลําดับเลข หลายรายการ ให้เลือกข้อความในสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลําดับเลขทั้งหมดที่คุณต้องการเปลี่ยน 2. บนแท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ย่อหน้า ให้คลิกลูกศรที่ปุ่ม สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย หรือ ลําดับเลข แล้ว คลิก สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยและลําดับเลข 3. ในกล่องโต้ตอบ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยและลําดับเลข ให้เลือกทําอย่างน้อยหนึ่งอย่างต่อไปนี้เมื่อ ต้องการเปลี่ยนลักษณะของสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลําดับเลข บนแท็บ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อ ย่อย หรือแท็บ ลําดับเลข ให้คลิกลักษณะที่คุณต้องการ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 12 - เมื่อต้องการใช้รูปภาพเป็นสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย บนแท็บ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย ให้คลิก รูปภาพ แล้วเลื่อนดูเพื่อค้นหาไอคอนรูปภาพที่คุณต้องการใช้ - เมื่อต้องการเพิ่มอักขระจากรายการสัญลักษณ์ลงในแท็บ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย หรือ ลําดับเลข บนแท็บ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย ให้คลิก กําหนดเอง คลิกสัญลักษณ์ แล้วคลิก ตกลง คุณสามารถนํา สัญลักษณ์นั้นไปใช้กับภาพนิ่งของคุณได้จากรายการลักษณะ - เมื่อต้องการเปลี่ยนสีของสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลําดับเลข บนแท็บ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย หรือแท็บ ลําดับเลข ให้คลิก สี แล้วเลือกสี - เมื่อต้องการเปลี่ยนขนาดของสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลําดับเลขเพื่อให้มีขนาดที่เฉพาะเจาะจง โดยสัมพันธ์กับข้อความของคุณ บนแท็บ สัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อย หรือแท็บ ลําดับเลข ให้คลิก ขนาด แล้วใส่ค่าเปอร์เซ็นต์ - เมื่อต้องการแปลงรายการสัญลักษณ์แสดงหัวข้อย่อยหรือลําดับเลขที่มีอยู่ให้เป็นกราฟิก SmartArt บน แท็บ หน้าแรก ในกลุ่ม ย่อหน้า ให้คลิก แปลงเป็นกราฟิก SmartArt การคัดลอกเฉพาะรูปแบบ หลังจากที่ได้ทําการจัดรูปแบบแต่ละออปเจ็คไปบ้างแล้ว และต้องการจะให้ออปเจ็คที่เหลือ บางออปเจ็คนั้นมีรูปแบบเดียวกัน สามารถ Copy เฉพาะรูปแบบได้โดยไม่ต้องเสียเวลาจัดรูปแบบ ใหม่ โดยทําตามขั้นตอนดังนี้


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 13 Slide Layout การลิงค์ตารางข้อมูล Excel ไปยัง PowerPoint การ Copy ตารางจาก Excel ไปยัง PowerPoint ถ้าตารางในไฟล์ Excel มีการเปลี่ยนแปลงตารางที่คัดลอกมาไว้ใน PowerPoint จะไม่เปลี่ยนตาม เพราะไม่ได้ลิงค์กันอยู่ เราสามารถกําหนดให้ตารางใน PowerPoint ลิงค์ข้อมูลไปยังตารางหลักใน Excel ได้ ดังนี้ 1. Copy ตารางใน Excel 2. ใน PowerPoint แท็บ Home เลือก Paste > Paste Special 3. จะมีหน้าต่าง Paste Special ขึ้นมา ให้เลือก Paste Link แบบ Microsoft Office Excel Worksheet Object แล้วคลิก OK 1. เลือกออปเจ็คต้นแบบ จากนั้นคลิก ปุ่ม บนแท็บ Home 2. เมาส์จะปรากฏรูปแปรงทาสีติดมา ด้วย ให้นํา เมาส์ไปคลิกออปเจ็คปลายทางที่ต้องการ คัดลอก เฉพาะรูปแบบ เค้าโครง คือ รูปแบบหรือลักษณะของการจัด วางองค์ประกอบของ สิ่งต่างๆภายในสไลด์ (ไม่ว่าจะเป็น ข้อความ รูปภาพ เสียง วีดีโอ) ว่า ต้องการให้แสดงส่วนไหนบ้าง และวาง ในต าแหน่งใด เรียกว่า Layout เป็นตัวช่วย ในการจัดการรูปแบบของสไลด์ 1. บริเวณแท็บ Home คลิกปุ่ม Layout 2. คลิกเลือกรูปแบบที่ต้องการ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 14 การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง Insert การพิมพ์ข้อความเพิ่มเติมด้วย Text box กรณีที่ต้องการพิมพ์ข้อความเพิ่มเติม นอกเหนือจากออปเจ็คที่แต่ละ Layout มีให้มา นั้นต้องใช้เครื่องมือ Text Box เข้ามาช่วยใน การพิมพ์ดังนี้ 1. คลิกปุ่ม Text Box ที่แท็บ Insert 2. คลิกเมาส์ไปยังตําแหน่งที่ต้องการจะพิมพ์ ข้อความเพิ่มเติมเมื่อพิมพ์เสร็จแล้วให้กดแป้น Esc 4. เมื่อมีการอัพเดทข้อมูล ให้ปรับปรุงข้อมูลใน Excel ก่อน โดยใน PowerPoint จะอัพเดทลิงค์ ได้ 2 วิธี คือ 1) เมื่อเปิดไฟล์ PowerPoint จะมีหน้าต่างถาม ให้ เลือกเป็น Update Links 2) ถ้าเปิดไฟล์ PowerPoint อยู่ ให้คลิกขวาที่ ตาราง เลือก Update Link


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 15 การใส่รูปภาพ (Picture) ตัดส่วนที่ไม่ต้องการของรูปภาพ เมื่อต้องการตัดส่วนที่ไม่ต้องการของ รูปภาพ แต่จะเป็นเฉพาะส่วนที่เป็นขอบด้าน นอกให้คลิกเมาส์ที่แท็บ Format ของ Picture Tools เลือกคําสั่ง Crop เลื่อนเมาส์ไปวาง ณ ตําแหน่งที่ต้องการตัดส่วนรูปภาพ แล้วเลื่อน ตําแหน่งตามต้องการ เปลี่ยนสีของรูปภาพ หลักการเปลี่ยนสีของรูปภาพของ Clip Art จะไม่ใช่เป็นการเทสีเหมือนกับ Drawing Object แต่ จะเป็นการแทนสี โดยสามารถเลือกโทนสีได้ที่คําสั่ง Recolor ที่แท็บ Format บน Picture Tool


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 16 สร้างกราฟิกด้วย Shape สําหรับการสร้างกราฟิกต่างๆ ใน PowerPoint 2010 มีเครื่องมือ วาดภาพสําเร็จรูป หรือ Shape ให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย โดยสามารถ คลิกเลือกรูปทรง แล้ววาดลงบนพื้นที่สไลด์ได้ตามต้องการ สร้างอักษรศิลป์ด้วย Word Art นอกจากการสร้างภาพกราฟิกด้วย Shape แล้วยังสามารถออกแบบตัวหนังสือให้สวยงามได้อีกด้วย โดยการใช้ Word Art ดังนี้ 1. คลิกแท็บ Insert เลือกคําสั่ง Word Art 2. เลือกรูปแบบ Word Art ที่ต้องการ จะปรากฏกล่องข้อความอักษรศิลป์บนแผ่นสไลด์ที่ทํางานอยู่ 3. พิมพ์ข้อความตามต้องการ ใส่รูปภาพจาก Clip Art กรณีที่ต้องการใส่รูปภาพเพื่อตกแต่งสไลด์ สามารถใส่ได้จาก Clip Art ซึ่งติดมากับโปรแกรม Microsoft Office อยู่แล้ว โดยวิธีการใช้ งานมีดังต่อไปนี้ 1. คลิกแท็บ Insert เลือกค าสั่ง Clip Art 2. ปรากฏ Clip Art Window ด้านขวามือ 3. คลิกเลือกรูปภาพที่ต้องการ สร้างชาร์ต 1. คลิกแท็บ Insert 2. คลิกแท็บ Chart เพื่อสร้างแผนภูมิ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 17 3. เลือกประเภทและรูปแบบย่อยของกราฟ คลิกปุ่ม OK 4. พิมพ์ข้อความ และตัวเลขลงในตาราง จะได้ ผลลัพธ์ดังรูป 5. ต้องการแก้ไขกราฟ ดับเบิ้ลคลิกที่รูปกราฟ จะ ปรากฏ Chart Tools คลิกเลือกปุ่มเครื่องมือจาก แท็บ Design , Layout , Format การใส่ตารางให้สไลด์ โปรแกรม Microsoft PowerPoint ได้เตรียมเครื่องมือในการสร้างตาราง (Table) มาให้พร้อมใช้งาน ได้ทันที เราสามารถสร้างตารางแบบรวดเร็วผ่านทางแท็บเมนู Insert ได้ง่ายๆ พร้อมทั้งก าหนดจ านวนของ แถว (Row) และคอลัมภ์ (Column) ได้ทันที 1. คลิกแท็บ Insert 2. คลิกไอคอน หัวข้อ Table 3. โปรแกรมจะแสดงตารางให้เลือก 4. ลากเม้าส์เลือก จ านวน row และ column 5. จากนั้นปล่อยเม้าส์ตารางจะถูกสร้างให้อย่างอัตโนมัติ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 18 การใส่ Media Clip วิดีโอสามารถปรับค่าต่างๆ ได้เหมือนกับการปรับค่ารูปภาพเช่น ความสว่าง สีหรือการใส่ Style มี 3 แบบ ดังนี้ 1. Video from File… 2. Video from Web Site… 3. Clip Art Video… แบบ Video from File… 1. คลิก Insert เลือก Videoคลิก Video from File…หรือ 2. เลือกคลิปที่จะใช้แล้วกด Insert 3. ผลลัพธ์จะได้ดังภาพ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 19 แบบ Video from Web Site… 1. คลิก Insert เลือก Videoคลิก Video from Web Site… 2. ไปที่ ฝัง ก็อปปี้ code ใน youtube 3. น า code ที่ได้มาใส่ใน Insert Video From Web Site แล้วกด Insert 4. ผลลัพธ์จะได้ดังภาพ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 20 แบบ Clip Art Video… 1. คลิก Insert เลือก Videoคลิก Clip Art Video… 2. เลือก Clip Art Video ที่เราต้องการ การสร้างอัลบั้มรูป 1. คลิก Insert เลือก Photo Album 2. คลิก File/Disk… เพื่อเลือกรูปภาพ 3. เลือกรูปภาพแล้วกด Insert 4. กด Create เพื่อสร้างอัลบั้ม


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 21 การตั้งค่าต่างให้กับ Photo Album 1. ก าหนดรูปภาพเป็นขาวด าทั้งหมด 2. ปรับเปลี่ยนล าดับรูปภาพ 3. การลบรูปภาพออก 4. หมุนรูปภาพ 5. ปรับความคมชัด 6. ปรับความสว่าง 7. ก าหนดเค้าโครง 8. ก าหนดรูปแบบของอัลบั้ม ผลลัพธ์ การปรับแต่งออปเจ็ค คลิกที่ออปเจ็คที่ต้องการปรับแต่ง แล้วสามารถเลือก แท็บ Format ของ Drawing Tools ปรับแต่งได้ตามต้องการ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 22 เปลี่ยนล าดับการวางภาพ เมื่อเรานําออปเจ็คกราฟิกต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาวางซ้อนกัน แต่การซ้อนกันโดยปกตินั้นภาพที่วาด หรือถูกสร้างขึ้นมาก่อนจะอยู่หลังสุด และภาพต่อมาก็จะเรียงซ้อนกันขึ้นมาตามลําดับ แต่บางครั้งอาจ ต้องการจัดวางลําดับของภาพใหม่ สามารถทําได้ดังนี้ ใช้ค าสั่ง Group และ Ungroup กับภาพกราฟิก 1. เลือกภาพที่ ต้องการจะจัดกลุ่มให้เป็น ภาพเดียวกัน โดยการกด Shift ค้างไว้แล้วคลิกเมาส์ เลือกภาพที่ต้องการ 1. ให้เลือกออปเจ็คที่ต้องการไว้แล้ว คลิก แท็บ Format บน Drawing Tools 2. เลือกต าแหน่งการวางที่ต้องการ เช่น ถ้า ต้องการให้ออปเจ็คที่เลือกมาอยู่ข้างหน้าสุดให้ เลือก Bring to font


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 23 2. คลิกเมาส์ขวา เลือกคําสั่ง Group ปรับขนาดของรูปภาพ สามารถปรับขนาดของรูปภาพได้โดยการชี้เมาส์ไป ยังบริเวณจุดสี่เหลี่ยมที่อยู่ล้อมรอบรูปภาพ จุดใดจุดหนึ่ง จากนั้นใช้เมาส์ลากปรับขนาดตามต้องการ ย้ายรูปภาพ คลิกเมาส์ค้างที่รูปภาพแล้วลากไปยังตําแหน่งที่ต้องการบนสไลด์


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 24 ใส่ลูกเล่นให้กับออปเจ็คประเภทข้อความ และชาร์ต 1. คลิกแท็บ Animation เลือก Custom Animation จะ ปรากฏ Task Pane ทางด้านขวามือ จากนั้นเลือกค าสั่ง Add Effect เลือกรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ต้องการ 2. เมื่อเลือกเสร็จเรียบร้อยชื่อออปเจ็คที่เลือกจะถูกใส่ไว้ที่ ส่วน Animation order ด้านล่าง ซึ่งสามารถสลับ ล าดับ การ เล่นลูกเล่นได้ 3. สามารถปรับเปลี่ยนลักษณะ Effect เช่น ทิศทาง ,ความเร็ว ของการแสดงผลได้ 4. สามารถปรับแต่งลูกเล่น และเสียงตามที่ต้องการโดย คลิก ขวาที่รูปแบบ Effect นั้นแล้วเลือก Effect Options 5. กดปุ่ม Play หรือ Slide Show เพื่อดูรูปแบบการ แสดงผล


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 25 การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง Design เรียกใช้งาน Themes การก าหนดค่าสีเริ่มต้นต่างๆ เช่น สีของ Drawing Objects, Graph, Text, Hyperlink หรืออื่นๆ ใน โปรแกรมจะมีชุดของ Theme Colors ให้เลือกอยู่หลายชุดด้วยกันโดยเรียกใช้งานได้ดังนี้ 1. คลิกแท็บ Design จากนั้นเลือก Theme ตามต้องการ 2. กรณีต้องการเปลี่ยนชุดสีเลือก Color แล้วปรับแต่ง


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 26 การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง Transitions ใส่ลูกเล่นการเปลี่ยนสไลด์ด้วย Slide Transition ในการฉายสไลด์ถ้าหากสไลด์หนึ่งฉายผ่านไปเป็นสไลด์ต่อไปแบบนิ่งๆ คงจะไม่เป็นที่น่าสนใจหรือน่า ดึงดูดใจเท่าที่ควร ซึ่งเราสามารถใส่ลูกเล่นในการเปลี่ยนสไลด์ให้ดูน่าสนใจมากขึ้นได้ดังนี้ 1. คลิกแท็บ Transition แล้วเลือก Transition ตามต้องการ 2. เลือกระดับความเร็วในช่อง Transition Speed 3. เลือกเสียงเมื่อมีการฉายสไลด์ในช่อง Transition Sound 4. คลิกปุ่ม Apply to All ถ้าต้องการกําหนดทุกๆ Slide 5. กดปุ่ม Preview หรือ Slide Show เพื่อดูรูปแบบการแสดงผล การยกเลิก Slide Transition หากต้องการยกเลิก Slide Transition ที่กําหนดไว้ ให้เลือก None


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 27 การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง Animations การใส่ Animation วิธีการใส่ลูกเล่นสําเร็จรูปให้กับข้อความ 1. เลือกกรอบข้อความที่จะกําหนดลูกเล่น 2. คลิกแท็บ ภาพเคลื่อนไหว (Animation) 3. คลิกเลือก เพิ่มภาพเคลื่อนไหว (Add Animation) การลบ Animation หากต้องการยกเลิก Animation ที่กําหนดไว้ให้เลือก None การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง Slide Show การน าเสนองานด้วย Slide Show มุมมอง Slide Show เป็นหัวใจหลักสําคัญของงานนําเสนอ ก่อนการนําเสนอสามารถกําหนดค่าการ นําเสนอได้โดยการคลิกแท็บ Slide Show เลือกคําสั่ง Set up Slide Show เมื่อกําหนดค่าเริ่มต้นต่างๆ เรียบร้อยแล้วสามารถกดปุ่ม F5 หรือคลิกที่ แท็บ View เลือกคําสั่ง SlideShow เพื่อน าเสนองานตั้งแต่หน้า แรกได้ 4. กําหนดว่า Present แบบไหน ระยะเวลา(Duration) ระยะหน่วงเวลา (Delay)


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 28 วิธีใช้ Slide Navigator การนําเสนอบางครั้งอาจจําเป็นที่จะต้องบรรยายสไลด์ที่กระโดดข้าม คืออาจจะไม่สามารถบรรยาย เรียงตามลําดับได้เสมอไป แต่เราอาจจะลืมไปได้ว่าสไลด์ที่เราจะข้ามไปบรรยายนั้นเป็นสไลด์ที่เท่าไหร่จึงไม่ สามารถใช้เทคนิคการกดหมายเลขแล้ว Enter ได้ จึงต้องอาศัย Navigator เป็นตัวนําทางนั่นเองดังนี้ 1. ขณะนําเสนองานจะไม่เห็นสัญลักษณ์ของตัวชี้เมาส์นอกจากจะต้องขยับเมาส์ 2. คลิกเมาส์ปุ่มขวาบนพื้นที่ของสไลด์ จากนั้นเลือกคําสั่ง Go to Slide 3. คลิกเลือกหน้าที่ต้องการจาก Slide Navigator สร้าง Custom Show เมื่องานนําเสนอที่ได้สร้างขึ้นมาจําเป็นที่จะต้องนําไปนําเสนอในหลายสถานที่ หลายโอกาส หลายกลุ่ม คน แต่ใช้ไฟล์นําเสนอเดียวกัน เพียงแต่กลุ่มไม่ได้ใช้ทุกสไลด์ทั้งหมดเหมือนกัน เช่น เมื่อนําเสนอให้คนกลุ่ม ผู้บริหารอาจจะนําเสนอเพียงแค่สไลด์ที่ 1 – 10 , กลุ่มแผนกการตลาดใช้สไลด์ 2 – 12 เป็นต้น เราก็สามารถ จัด กลุ่มสไลด์ที่จะไปนําเสนอในแต่ละโอกาสด้วย Custom Show ดังนี้ 1. คลิกแท็บ Slide Show เลือกคําสั่ง Custom Slide Show 2. คลิกปุ่ม New แล้วตั้งชื่อในช่อง Slide show name 3. เลือกสไลด์ที่ต้องการจากด้านซ้ายมือ แล้วคลิกปุ่ม Add จากนั้นคลิกปุ่ม OK


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 29 4. ถ้าต้องการแก้ไขให้คลิกปุ่ม Edit แต่ถ้าต้องการลบทิ้งให้คลิกปุ่ม Remove 5. เมื่อต้องการใช้งานให้คลิกเมนู Slide show แล้วเลือกคําสั่ง Custom Show 6. เลือกชื่อที่ต้องการจะ Show แล้วคลิกปุ่ม Show ใช้ Rehearse Timings ในการจับเวลาการบรรยาย เป็นการจับเวลาในการบรรยายว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการบรรยายแต่ละสไลด์นานแค่ไหน เพื่อจะได้ ควบคุมเวลาในการบรรยายได้โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1.คลิกเมนู Slide Show เลือกคําสั่ง Rehearse Timings 2. โปรแกรมจะเริ่มทําการฉายสไลด์พร้อมกับจับเวลาไปด้วย 3. ให้คลิกปุ่ม Next บนทูลบาร์ Rehearsal เมื่อพูดจบสไลด์ แรกเพื่อเลื่อนไปยังสไลด์ต่อไป หรือกรณีที่ต้องการหยุด ชั่วคราวให้คลิกปุ่ม Pause และต้องการจะจับเวลาต่อก็คลิก ปุ่ม Pause ซ้ําอีกครั้ง 4. คลิกปุ่ม Repeat ถ้าต้องการเริ่มใหม่สําหรับสไลด์นั้นๆ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 30 5. เมื่อจบแล้วโปรแกรมจะทําการสรุปเวลาในการบรรยาย ให้คลิกปุ่ม Yes การยกเลิก Record Slide Show กับ Rehearse Timings หากต้องการยกเลิกการตั้งเวลา 1. Slide Show 2. Record Slide Show 3. Clear 4. Clear Timings on All Slides การก าหนดให้ Slide Show ฉายวนไปเรื่อยๆ 1. คลิกแท็บ Slide Show 2. เลือก Set Up Slide Show 3. เลือก Loop continuously until ‘Esc’ 4. กด OK


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 31 บันทึกเสียงด้วย Record Slide Show 1. คลิกแท็บ Slide Show 2. คลิก Record Slide Show 3. คลิก Start Recording from Current Slide… 4. คลิกปุ่ม Start Recording 5. หลังจากบันทึกเสร็จแล้ว คลิกปุ่มปิด จะมีการบันทึกเสียงแต่ละสไลด์ไว้ในสไลด์แต่ละแผ่น สังเกตได้ จากจะมีรูปลาโพงในแต่ละสไลด์ เปลี่ยนเป็นมุมมองปกติแล้วทดลองฟังเสียงได้โดยคลิกปุ่ม Play บนรู ปลาโพง ดังรูป การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง Review Ribbon (Review) คือ ตําแหน่งที่สามารถตรวจสอบการสะกด เปลี่ยนแปลงภาษาในงานนําเสนอ หรือเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงในงานนําเสนอปัจจุบันกับงานนําเสนออื่น การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง View มุมมองต่างๆของสไลด์ มุมมองแบบ Normal View เป็นมุมมองที่สามารถมองเห็นรายละเอียดของแต่ละสไลด์ 3 ส่วนด้วยกันคือหัวข้อของแต่ละ สไลด์ (Outline pane), สไลด์ (Slide) และส่วนสุดท้ายคือส่วนของคําอธิบายของสไลด์นั้นๆ (Notes pane)


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 32 มุมมองแบบ Slide Sorter View เป็นมุมมองที่สามารถเห็นได้พร้อมกันมากกว่า 1 สไลด์ซึ่งมุมมองแบบนี้เหมาะสําหรับการย้าย สลับตําแหน่งของแต่ละสไลด์ ก๊อบปี้สไลด์หรือแม้กระทั่งการลบสไลด์ก็สามารถใช้มุมมองนี้ได้เช่นกัน


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 33 มุมมองแบบ Slide Show มุมมองนี้จะทําให้คุณเห็นสไลด์อย่างเต็มหน้าจอ ซึ่งเป็นมุมมองนําเสนองานนั่นเอง การใช้มุมมอง (View) แบบต่างๆ การท าโน้ตส าหรับผู้พูด มุมมองนี้เป็นมุมมองที่ใช้ สําหรับเป็นบันทึกย่อเวลาที่เรา แสดงงานนําเสนอ หรือ แสดง ภาพนิ่ง คือ เมื่อคลิกที่มุมมองนี้ แล้ว จะมีหน้าหรือส่วนที่ให้บันทึก ย่อ อยู่ใต้ภาพนิ่ง ในกรณีที่เรา นําเสนอ และบรรยายประกอบการ น าเสนอนั้น เราก็บันทึกสิ่งที่จะพูด ในมุมมองนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ลืม หรือ พูดให้ตรงกันกับภาพนิ่งที่เรา นําเสนอ 1. คลิกแท็บ View 2. คลิก Note Page


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 34 การย้ายต าแหน่งสไลด์ เลือกสไลด์ที่ต้องการจะย้ายตําแหน่งแล้วคลิกที่สไลด์นั้นๆ แล้วลากไปไว้ในลําดับสไลด์ที่ต้องการ การใช้งาน Slide Master Slide Master หมายถึงเป็นส่วนที่เราสามารถเข้าไปแก้ไข หรือตกแต่งส่วนต่างๆ ของสไลด์ได้ แต่จะแตกต่างจากการตกแต่งสไลด์ ที่เราใช้งานตั้งแต่ต้นตรงที่ว่า ถ้าหากเราเข้าไปแก้ไขตกแต่งในส่วนของ Master View นั้นจะทําให้การตกแต่งนั้นมีผลกับทุกสไลด์ในไฟล์นั้น หรือ เป็นแม่แบบของสไลด์นั่นเอง 1. คลิกแท็บ View จากนั้นเลือกคําสั่ง Slide Master 2. ท าการตกแต่ง เพิ่มเติม แก้ไข ส่วนที่ต้องการ 3. คลิกปุ่ม Close Mater View เพื่อกับสู่หน้าจอของ Slide View การแทรกและลบสไลด์อย่างรวดเร็ว ถ้าต้องการแทรกสไลด์ ให้เลือก New Slide ถ้าต้องการลบสไลด์ ให้เลือก Delete Slide


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 35 การใช้งานแถบกลุ่มค าสั่ง Add-Ins Add-in คือโปรแกรมเพิ่มเติมที่เพิ่มคําสั่งแบบกําหนดเองหรือคุณลักษณะแบบกําหนดเองลงใน Microsoft PowerPoint 2010 คุณสามารถรับ Add-in ของ PowerPoint จากเว็บไซต์ Office.com หรือ เว็บไซต์ของ ผู้จําหน่ายรายอื่นก็ได้ ถ้าคุณเป็นนักพัฒนา คุณสามารถเขียนโปรแกรม Add-in แบบกําหนดเองของคุณได้โดย ใช้ Visual Basic for Applications (VBA) เมื่อต้องการใช้ Add-in ขั้นแรก คุณจะต้องเพิ่ม Add-in ของคุณลง ในรายการ Add-In ที่มีอยู่ ก่อน จากนั้นจึงทําการโหลด Add-in นั้น การเพิ่ม Add-in ของ PowerPoint ถ้าคุณดาวน์โหลด Add-in หรือถ้าเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนของคุณส่ง Add-in ให้คุณ คุณสามารถบันทึก Add-in นั้นลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วทําการติดตั้งได้โดยการเพิ่ม Add-in นั้นลงในรายการ Add-In ที่มีอยู่ 1. คลิกแท็บ แฟ้ม 2. ภายใต้ PowerPoint ให้คลิก Option 3. ในกล่องโต้ตอบ Optionของ PowerPoint ให้คลิก Add-In 4. ในรายการ จัดการ ให้คลิก Add-in ของ PowerPoint แล้วคลิก Go… 5. ในกล่องโต้ตอบ Add-In ให้คลิก เพิ่มใหม่ 6. ในกล่องโต้ตอบ เพิ่ม Add-In ของ PowerPoint ใหม่ ให้เรียกดู Add-in ที่คุณต้องการเพิ่ม จากนั้นคลิก ตกลง 7. ข้อมูลด้านความปลอดภัยจะแสดงขึ้น ถ้าคุณแน่ใจว่า Add-in นั้นมาจากแหล่งที่เชื่อถือ ได้ ให้คลิก เปิดใช้งานแมโคร แล้วคลิก ปิด


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 36 การโหลด Add-in ของ PowerPoint เมื่อคุณโหลด Add-in ใด Add-in หนึ่ง คุณจะเริ่ม Add-in ที่คุณเพิ่มลงใน PowerPoint 1. คลิกแท็บ แฟ้ม 2. ภายใต้ PowerPoint ให้คลิก Option 3. ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของ PowerPoint ให้คลิก Add-In 4. ในรายการ จัดการ ให้คลิก Add-in ของ PowerPoint แล้วคลิก Go… 5. ในรายการ Add-in ที่มีอยู่ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมายที่อยู่ถัดจาก Add-in ที่คุณต้องการเพิ่ม แล้วคลิก Close การยกเลิกการโหลดหรือการเอา Add-in ออก การยกเลิกการโหลด Add-in การยกเลิกการโหลด Add-in จะป้องกันไม่ให้มีการเรียกใช้ Add-in ใน Microsoft PowerPoint 2010 1. คลิกแท็บ แฟ้ม 2. ภายใต้ PowerPoint ให้คลิก Option 3. ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของ PowerPoint ให้คลิก Add-In 4. ในรายการ จัดการ ให้เลือก Add-in ของ PowerPoint แล้วคลิก Go… 5. ในรายการ Add-In ที่มีอยู่ ให้เลือก Add-in ที่คุณต้องการยกเลิกการโหลด คลิก ไม่โหลด แล้วคลิกClose การเอา Add-in ออก การเอา Add-in ออกจะป้องกันไม่ให้ Add-in ปรากฏอยู่ใน Microsoft PowerPoint 2010 หมายเหตุ การเอา Add-in ออกนั้นไม่ได้เป็นการลบแฟ้ม Add-in ออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ เมื่อ ต้องการลบ Add-in ออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้ลบแฟ้มออกจากโฟลเดอร์ของ Add-in นั้นใน Windows ด้วยตนเอง 1. คลิกแท็บ แฟ้ม 2. ภายใต้ PowerPoint ให้คลิก ตัวเลือก 3. ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของ PowerPoint ให้คลิก Add-In 4. ในรายการ จัดการ ให้เลือก Add-in ของ PowerPoint แล้วคลิก ไป 5. ในรายการ Add-In ที่มีอยู่ ให้เลือก Add-in ที่คุณต้องการเอาออก คลิก เอาออก แล้วคลิก ปิด


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 37 การสร้าง e-book ด้วยโปรแกรม Flip PDF Professional e-book คืออะไร e-Book ย่อมาจากคําว่า Electronic Book หมายถึงหนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้า จอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์ และออนไลน์ คุณลักษณะของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยงจุด ไปยังส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ เว็บไซต์ต่าง ๆ ตลอดจนมีปฏิสัมพันธ์และโต้ตอบกับผู้เรียนได้ นอกจากนั้นหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว แบบทดสอบ และสามารถสั่งพิมพ์เอกสารที่ต้องการ ออกทางเครื่องพิมพ์ได้ อีกประการหนึ่งที่สําคัญก็คือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์สามารถปรับปรุงให้ทันสมัยได้ ตลอดเวลา ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้จะไม่มีในหนังสือธรรมดาทั่วไปประเภทของ E-book ผู้ผลิตสามารถเลือกสร้าง E-Books ได้ 4 รูปแบบ คือ 1. Hyper Text Markup Language (HTML) 2. Portable Document Format (PDF) 3. Peanut Markup Language (PML) 4. Extensive Markup Language (XML) ซึ่งรายละเอียดของไฟล์แต่ละประเภทจะมีดังนี้ 1. HTML : เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุด HTML เป็น ภาษามาร์กอัปออกแบบมาเพื่อใช้ ในการสร้างเว็บเพจ หรือข้อมูลอื่นที่เรียกดูผ่านทางเว็บBrowser เริ่มพัฒนาโดย ทิม เบอร์เนอรส์ ลี(Tim Berners Lee) สําหรับภาษา SGML ในปัจจุบัน HTML เป็นมาตรฐานหนึ่งของ ISO ซึ่งจัดการโดย World Wide Web Consortium (W3C) ในปัจจุบัน ทาง W3C ผลักดัน รูปแบบของ HTML แบบใหม่ ที่เรียกว่า XHTML ซึ่งเป็นลักษณะของโครงสร้าง XML แบบหนึ่งที่มีหลักเกณฑ์ในการกําหนดโครงสร้างของโปรแกรมที่มี รูปแบบที่มาตรฐานกว่า มาทดแทนใช้ HTML รุ่น 4.01 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน HTML ยังคงเป็นรูปแบบไฟล์ อย่างหนึ่ง สําหรับ .html และ สําหรับ .htm ที่ใช้ในระบบปฏิบัติการที่รองรับ รูปแบบนามสกุล 3 ตัวอักษร 2. PDF : ไฟล์ประเภท PDF หรือ Portable Document Format ถูกพัฒนาโดย Adobe System Inc เพื่อ จัดเอกสารให้อยู่ในรูปแบบที่เหมือนเอกสารพร้อมพิมพ์ ไฟล์ประเภทนี้สามารถใช้งานได้ในระบบปฏิบัติการ จํานวนมากและรวมถึงอุปกรณ์ E-Book Reader ของ Adobe ด้วยเช่นกัน และยังคงลักษณะเอกสารเหมือน ต้นฉบับ เอกสารในรูปแบบ PDF สามารถจัดเก็บ ตัวอักษร รูปภาพ รูปลายเส้นในลักษณะเป็นหน้าหนังสือ ตั้งแต่หนึ่งหน้า หรือหลายพันหน้าได้ในแฟ้มเดียวกัน PDF เป็นมาตรฐานที่เปิดให้คนอื่นสามารถเขียนโปรแกรม มา ท างานร่วมกับ PDF ได้การใช้งานแฟ้มแบบ PDF เหมาะสมสําหรับงานที่การแสดงผลให้มีลักษณะเดียวกัน กับต้นฉบับ ซึ่งแตกต่างกับการใช้งานรูป Browser แบบอื่น เช่น HTML การแสดงผลของ HTML จะแตกต่าง กันออกไป ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้ และจะแสดงผลต่างกัน ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ต่างกัน 3. PML : พัฒนาโดย Peanut Press เพื่อใช้สําหรับสร้าง E-Books โดยเฉพาะ อุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ที่สนับสนุนไฟล์ประเภท PML นี้จะสนับสนุนไฟล์นามสกุล .pdb ด้วย


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 38 4. XML : สําหรับการใช้งานทั่วไป พัฒนาโดย W3C โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็น สิ่งที่เอาไว้ติดต่อกันในระบบ ที่มี ความแตกต่างกัน (เช่น ใช้คอมพิวเตอร์มี่มีระบบปฏิบัติการคนละตัว หรืออาจจะเป็นคนละโปรแกรมประยุกต์ที่ มีความต้องการสื่อสารข้อมูลถึงกัน)และ เพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างภาษามาร์กอัปเฉพาะทางอีกขั้นหนึ่ง XML พัฒนามาจาก SGML โดยดัดแปลงให้มีความซับซ้อนลดน้อยลง XML ใช้ในแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกัน และเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต XML ยังเป็นภาษาพื้นฐานให้กับ ภาษาอื่น ๆ อีกด้วย (ยกตัวอย่างเช่น Geography Markup Language (GML), RDF/XML, RSS, MathML, Physical Markup Language (PML), XHTML, SVG, Music XML แล ะ cXML) ซึ่งอนุญาตให้โปรแกรม แก้ไขและทํางานกับเอกสารโดยไม่จําเป็นต้องมีความรู้ในภาษานั้นมาก่อน ข้อดีของ e-Book 1. อ่านที่ไหน เมื่อไหร่ ได้ตลอดเวลา เนื่องจากพกไปได้ตลอดและได้จํานวนมาก 2. ประหยัดการตัดไม้ทําลายป่า เพราะไม่ต้องตัดไม้มาทํากระดาษ 3. เก็บรักษาได้ง่าย ประหยัดเนื้อที่ในการจัดเก็บ ประหยัดค่าเก็บรักษา 4. ค้นหาข้อความได้ ยกเว้นว่าอยู่ในลักษณะของภาพ 5. ใช้พื้นที่น้อยในการจัดเก็บ (cd 1 แผ่นสามารถเก็บ e-Book ได้ประมาณ 500 เล่ม) 6. อ่านได้ในที่มืด หรือแสงน้อย 7. ทําสําเนาได้ง่าย 8. จําหน่ายได้ในราคาถูกกว่าในรูปแบบหนังสือ 9. อ่านได้ไม่จํากัดจํานวนครั้ง เพราะไม่ยับหรือเสียหายเหมือนกระดาษ 10. สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง แค่คลิกเดียวก็สามารถเลือกอ่านหนังสือที่ต้องการได้ทันที 11. เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาธรรมชาติ โดยลดการใช้กระดาษกับ True e-Book ข้อเสียของ e-Book 1. ต้องอาศัยพลังงานในการอ่านตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ 2. เสียสุขภาพสายตา จากการได้รับแสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 3. ขาดความรู้สึก หรืออรรถรส หรือความคลาสสิค 4. อาจเกิดปัญหากับการ ลง hardware หรือ software ใหม่หรือแทนที่อันเก่า 5. ต้องมีการดูแลไฟล์ให้ดี ไม่ให้เสียหรือสูญหาย 6. การอ่านอาจเกิดอันตรายต่อสายตา 7. เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ง่าย 8. ไม่เหมาะกับบาง format เช่น รูปวาด รูปถ่าย แผนที่ใหญ่ เป็นต้น


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 39 ประโยชน์ของ e-Book ส าหรับผู้อ่าน 1. ขั้นตอนง่ายในการอ่าน และค้นหาหนังสือ 2. ไม่เปลืองเนื้อที่ในการเก็บหนังสือ 3. อ่านหนังสือได้จากทุกที่ที่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ส าหรับห้องสมุด 1. สะดวกในการให้บริการหนังสือ 2. ไม่ต้องใช้สถานที่มากในการจัดเก็บหนังสือ และไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ 3. ลดงานที่เกิดจากการซ่อม จัดเก็บ และการจัดเรียงหนังสือ 4. ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานมาดูแลและซ่อมแซมหนังสือ 5. มีรายงานแสดงการเข้ามาอ่านหนังสือ ส าหรับส านักพิมพ์และผู้เขียน 1. ลดขั้นตอนในการจัดทําหนังสือ 2. ลดค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงในการจัดพิมพ์หนังสือ 3. ลดค่าใช้จ่ายในการจัดจําหน่ายผ่านช่องทางอื่น ๆ 4. เพิ่มช่องทางในการจําหน่ายหนังสือ 5. เพิ่มช่องทางในการประชาสัมพันธ์ตรงถึงผู้อ่าน ข้อจ ากัดของ E-book เนื่องจากอาจเกิดปัญหากับการ ลง Hardware หรือ Software ใหม่หรือแทนที่อันเก่า ดังนั้นจึงต้องมี โปรแกรมและเครื่องมือในการอื่น คือ Hardware ประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พกพาอื่น ๆ พร้อมทั้งระบบติดตั้งระบบปฏิบัติการหรือ Software ที่ใช้อ่านข้อความต่าง ๆ ตัวอย่าง เช่น Organizer แบบพกพา Pocket PC หรือ PDA เป็นต้น การดึงข้อมูล E-Book ซึ่งจะอยู่บนเว็บไซต์ที่ให้บริการ ทางด้านนี้มาอ่าน ก็จะใช้วิธีการ Download ผ่านทางอินเตอร์เน็ตเสียเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตามมิใช่ว่า Hardware ทุกชนิดจะอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ เนื่องจากมีข้อจํากัดของชนิดไฟล์บางประเภทนั่นเองซึ่ง ต้องมีการแก้ปัญหาด้วยการน า Software บางตัวมาช่วยสําหรับ Software ที่ใช้งานกับ E-Book ในปัจจุบันมี สองประเภทคือ Software ที่ใช้อ่านข้อมูลจาก E-Book และ Software ที่ใช้เขียนข้อมูลออกมาเป็น E-Book นอกจากนี้ผู้ใช้ต้องมีการดูแลไฟล์ให้ดี ไม่ให้เสียหรือสูญหาย คํานึงเสมอว่าการอ่านอาจเกิดอันตรายต่อสายตา E-Bookนี้ ไม่เหมาะกับบาง format เช่น รูปวาด รูปถ่าย แผนที่ใหญ่ เป็นต้น บทบาทของ E-book E-Book เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลความรู้จากสื่อต่าง ๆ นําเสนอออกมาทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ใน รูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สามารถแสดงผลด้วยภาพ ข้อความ เสียง สีสัน และภาพเคลื่อนไหวได้ ทําให้


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 40 ผู้ใช้บริการได้รับความบันเทิงในการศึกษาข้อมูลมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถพกพาไปอ่านได้ทุกที่ โดยไม่ต้อง คํานึงถึงแสงมากหรือน้อย เพราะอุปกรณ์ E-Book มักมีแสง Backlight ของตัวเอง E-Book ยังทําให้อ่านหรือ ทําความเข้าใจได้ง่ายกว่าหนังสือ นอกจากนี้ยังสามารถเก็บข้อมูลได้มากอีกด้วย การติดตั้งและถอนโปรแกรม Flip PDF Professional 1. วิธีการ Download โปรแกรม Flip PDF Professional 1.1. พิมพ์ หรือคัดลอก URL ดังกล่าว แล้วกดปุ่ม Enter Download ได้จาก URL : https://drive.google.com/drive/folders/1p0rHBeHhMIOT8sgdBpta 08ntTUN6Yhq?usp=sharing หรือ Download โปรแกรมได้ที่ http://gg.gg/ebook-FPP 1.2. จะเห็นไฟล์โปรแกรม ให้คลิกขวาที่ไฟล์เพื่อดาวน์โหลด 1.3. จะแสดงหน้าต่างระบุการสแกนไวรัสไม่ได้ เพราะไฟล์ที่ดาวน์โหลดเป็น .rar ให้คลิก ดาวน์โหลดต่อ


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 41 1.4. จะแสดงหน้าต่างให้เลือกพื้นที่จัดเก็บโปรแกรม เมื่อเลือกพื้นที่จัดเก็บได้แล้วให้คลิก Save 1.5. เปิดหน้าต่างที่จัดเก็บโปรแกรม ให้คลิกขวาที่โปรแกรมเพื่อแตกไฟล์ออกมาให้ในรูปแบบ folder


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 42 2. วิธีการติดตั้งลงโปรแกรม (Install) เปิด folder >> Flip.PDF.2.4.7.6.Pro ที่ได้ดาวน์โหลดมาตั้งไว้ 2.1. เปิด folder setup >> ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ชื่อ flip-pdf-pro 2.2. จะปรากฏหน้าต่าง Open File - Security Warning ถามผู้ติดตั้งโปรแกรม Do you want to run this file? (คุณต้องการรันไฟล์นี้ไหม) ให้คลิกปุ่ม Run 2.3. แสดงหน้าต่างให้เลือกภาษา ให้เลือก English แล้วคลิก OK 2.4. จะปรากฏหน้าต่าง Setup - Flip PDF Corporate Edition แสดงข้อความ Welcome to the Flip PDF Corporate Edition Setup Wizard (ยินดีต้อนรับส าหรับการลงโปรแกรม Flip PDF Professional 2.4.9.1) ให้คลิกที่ ปุ่ม Next> เพื่อด าเนินการต่อไป


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 43 2.5. จะปรากฏหน้าต่าง License Agreement (ข้อตกลงเกี่ยวลิขสิทธิ์โปรแกรม Flip PDF Professional) ให้คลิกเลือกวงกลมหน้าคําว่า I accept the agreement (ฉันยอมรับข้อตกลง) แล้วคลิกปุ่ม Next > 2.6. กําหนดที่ตั้งของไฟล์โปรแกรมเป็น C:\Program Files (x86)\Flip PDF Corporate Edition หลังจากนั้นให้คลิกปุ่ม Next > เพื่อดําเนินการต่อไป


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 44 2.7. จะปรากฏหน้าต่าง Select Start Menu Folder ให้คลิกที่ ปุ่ม Next> เพื่อดําเนินการต่อไป 2.8. จะปรากฏหน้าต่าง Select Additional Tasks ให้คลิกเลือกสี่เหลื่ยมหน้าคําว่า Create a desktop icon (สร้างไอคอนหน้าเดสท็อป) แล้วคลิกปุ่ม Next> เพื่อดําเนินการต่อไป 2.9. จะปรากฏหน้าต่าง Ready to Install ให้คลิกที่ ปุ่ม Install โปรแกรมจะด าเนินการติดตั้ง ให้รอ ประมาณ ไม่เกิน 1 นาที (แล้วแต่ความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์)


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 45 2.10. เมื่อโหลดเสร็จแล้ว จะแสดงหน้าต่างให้ป้อนชื่อ กับอีเมล์ ไม่ต้องป้อนข้อมูลให้คลิกปุ่ม Cancel 2.11. จะปรากฏหน้าต่าง Installing ให้แสดงคําว่า Finishing installation... คลิกที่กากบาทเพื่อปิด หน้าต่าง Installing 2.12. จะปรากฏหน้าต่าง โปรแกรม Flip PDF Professional เพื่อให้ใส่ Key ในการ Register โปรแกรม คลิกปิดโปรแกรม


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 46 2.13. ให้ Copy ไฟล์Patch ทั้ง 3 ไฟล์ในโฟลเดอร์ Flip.PDF.2.4.7.6.Pro > Patch ไปวางที่ C:/ProgramFile(x86)/FlipPdf Professional หรือ C:/ProgramFile/FlipPdf Professional แล้วไปคลิกเปิด โปรแกรมที่หน้าจอ (เด็สทอป) 2.14. เมื่อวางไฟล์ที่ Copy มาไปไว้ใน Flip PDF Professional แล้วให้หาไฟล์ที่ชื่อ Patch 2.15. ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์Patch จะแสดงหน้าต่างขึ้นมา ให้คลิกที่ปุ่ม Patch


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 47 2.16. จะแสดงหน้าต่างลง Patch ไฟล์เรียบร้อยแล้ว คลิกปุ่ม OK แล้วปิดหน้าต่าง Patch 2.17. เปิดโปรแกรมใช้งานคลิกที่ 3. การถอนโปรแกรม Flip PDF Professional 3.1. ดับเบิลคลิกที่ไอคอน Control Panel บนหน้า Desktop


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 48 3.2. เลือก View by : Large icons > จากนั้นทําการคลิกเลือก Programs and Features 3.3. ทําการคลิกเลือกโปรแกรม Flip PDF Professional ที่เราต้องการจะลบ จากนั้นคลิกขวา จะขึ้น ให้เลือก Uninstall คลิกเพื่อดําเนินการ หรือทําการกดปุ่ม Uninstall 3.4. จะปรากฏหน้าต่าง Flip PDF Professional Uninstall ถามว่า คุณต้องการถอนการติดตั้งโปรแกรม Flip PDF Professional ใช่หรือไม่ ให้คลิกที่ปุ่ม Yes 3.5. หลังจากนั้น Windows ก็จะลบโปรแกรมที่เราเลือกออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา จากนั้นบาง โปรแกรมก็จะให้ท าการ Restart Computer ด้วย ก็ให้เราท าตามและเราก็จะได้พื้นที่ของโปรแกรมที่เราลบ ไปกลับคืนมา 3.6. จะปรากฏหน้าต่าง Flip PDF Professional Uninstall บอกว่า โปรแกรม Flip PDF Professional ได้ถอนการติดตั้งออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ปุ่ม OK


20404-2116 การน าเสนองานอาหาร 49 การออกแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ด้วย PowerPoint บอกส่วนประกอบและหน้าที่ของปุ่มเครื่องมือต่าง ๆ ของโปรแกรม PowerPoint ที่ส าคัญได้ขั้นตอนในการ เริ่มต้นสร้าง e-book มีดังนี้ 1. การกําหนดเนื้อหา 2. การรวบรวมข้อมูลที่จะต้องรวบรวมและจัดเตรียมได้แก่ 2.1 เนื้อหา โดยการเตรียมเป็นไฟล์ข้อมูล 2.2 รูปภาพ หรือภาพเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับเนื้อหา เป็นไฟล์ jpg, gif, png 2.3 ไฟล์วีดีโอที่เกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับเนื้อหา เป็นไฟล์ wav, avi, wmv, mpg, mp4 2.4 เสียงดนตรี หรือ เสียงบรรยาย ไฟล์ประเภท mp3, wma, wav, mid 3. การวิเคราะห์เนื้อหา คือการนําเนื้อหาที่สืบค้นได้มาเรียบเรียงให้ได้ใจความและกะทัดรัดยิ่งขึ้น 4. การออกแบบ เป็นการกําหนดว่าใน e-book ที่จะจัดทําจะต้องครบถ้วนตามโครงสร้าง เริ่มจาก ปกหน้า หน้าคํานํา หน้าสารบัญ หน้าเนื้อหา หน้าอ้างอิง หน้าดัชนี และ ปกหลัง ส่วนที่ต้องกําหนดและ ออกแบบเพิ่ม คือ หน้าที่บรรจุเนื้อหาโดยจะต้อง ออกแบบให้เหมาะสมกับเนื้อหาที่ได้เตรียมไว้ เป็นการกําหนด ว่าจะต้องใช้หน้าเนื้อหากี่หน้า ในแต่ละหน้าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง นั่นเอง 5. การกําหนดตัวอักษร แนะนําให้ใช้ขนาด หัวข้อหลัก 28 หรือ 36 Point และในส่วนข้อความใช้ขนาด 24 Point 1. จัดท าเอกสารโดยโปรแกรม PowerPoint 1.1. เปิดโปรแกรม Microsoft Powerpoint คลิกที่เมนู ใหม่ > เลือก งานนําเสนอเปล่า 1.2. จะได้สไลด์หรือภาพนิ่งดังรูป


Click to View FlipBook Version