โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เลม่ 2
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 6
Slide PowerPoint_ส่อื ประกอบการสอน
บริษทั อกั ษรเจริญทัศน์ อจท. จำกดั : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรงุ เทพฯ 10200
Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand
โทรศัพท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
4หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่
เสถยี รภาพอากาศและแนวปะทะอากาศ
ผลการเรียนรู้
• อธิบำยควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงเสถียรภำพอำกำศและกำรเกดิ เมฆ
• อธิบำยกำรเกิดแนวปะทะอำกำศแบบต่ำง ๆ และลักษณะลมฟ้ำอำกำศท่ีเกยี่ วขอ้ ง
เมฆ การเกิดเมฆ
3
ละอองน้ำทอ่ี ยใู่ นเมฆ จะมีแรง
โน้มถ่วงของโลกและแรงพยุง
มำกระทำและตกลงมำเปน็ ฝน
2 1
ไอนำ้ ในอำกำศลอยตวั สงู ข้น เมื่อกระทบควำมเย็น พน้ื ผวิ โลกไดร้ ับควำมร้อนจำก
จะเกดิ กำรควบแนน่ เปน็ ละอองนำ้ ขนำดเลก็ แล้ว ดวงอำทิตย์ ทำใหอ้ ุณหภูมิสูงข้น
รวมตวั กนั เป็นเมฆขนำดต่ำง ๆ
VDO
เมฆ
เมฆเปน็ กลุ่มละอองน้ำขนำดเลก็ จำนวนมำกทลี่ อยอยู่ในอำกำศ ซ่งเมฆเกดิ จำกกำรยกตวั ของกล่มุ อำกำศใน
ควำมสูงเหนือระดับกำรควบแน่น ทำให้กลุ่มอำกำศนนั้ เกิดกำรควบแน่นและรวมตัวกัน
เมฆเกดิ จากกลไกการยกตัวของอนภุ าคอากาศซึ่งมี 4 ลกั ษณะ
12 3 4
การพาความร้อน การยกตวั ของอากาศ การบีบตัวของอากาศ การเกิดแนวปะทะอากาศ
ตามความชันหรือตามภเู ขา
เมฆ
การพาความรอ้ น
เมือ่ โลกไดร้ ับพลงั งำนจำกดวงอำทิตยท์ ำใหพ้ นื้ ผวิ โลกร้อน มวลอำกำศท่ีปกคลมุ
บรเิ วณพื้นผวิ โลกมีอณุ หภูมสิ ูงข้นแลว้ ลอยตัวข้นในแนวดิ่ง เม่ือถงระดับควบแนน่
ไอน้ำในอำกำศจะกอ่ ตวั กลำยเปน็ เมฆคิวมลู ัส และอำจพฒั นำเปน็ เมฆคิวมโู ลนมิ บัส
อากาศลอยตัวขนึ้
การยกตวั ของอากาศตามความชนั หรอื ตามภเู ขา
กระแสลมพดั พำอำกำศท่มี คี วำมชืน้ เคล่อื นทีไ่ ปตำมควำมชันของภเู ขำ
อำกำศจะถูกดันใหล้ อยสงู ขน้ และขยำยตัว อณุ หภูมลิ ดลงจนถงจดุ ควบแน่น
ไอนำ้ ในอำกำศเกดิ กำรกลน่ั ตวั กลำยเป็นเมฆนิมโบสเตรตัส และเกิดฝนตก
ดำ้ นหน้ำเขำ สว่ นบริเวณหลังเขำจะมีปริมำณฝนนอ้ ย เรยี กว่ำ เขตเงำฝน
เมฆ การบบี ตวั ของอากาศ
ลม กระแสลมพัดมำปะทะกัน อำกำศบรเิ วณทลี่ มปะทะกนั ยกตัวขน้ ทำใหอ้ ุณหภมู ลิ ดลง
จนถงระดบั ควบแน่น ไอนำ้ ในอำกำศควบแน่นเป็นหยดนำ้ รวมตวั กันเปน็ เมฆ
เมฆทพ่ี บ ไดแ้ ก่ เมฆแอลโตคิวมลู สั , แอลโตสเตรตสั , ซีรโ์ รควิ มูลสั , สเตรโทควิ มูลสั ,
สเตรตสั
ลม
การเกิดแนวปะทะอากาศ อากาศเย็น อากาศร้อน
มวลอำกำศสองกลุม่ ทม่ี อี ณุ หภมู แิ ละควำมชน้ื แตกตำ่ งกันเคลื่อนทม่ี ำปะทะกนั
อำกำศร้อนจะลอยตัวขน้ ตำมแนวปะทะอำกำศ และอณุ หภมู ิลดลงจนถงระดบั
ควบแนน่ ทำใหเ้ กิดเมฆและฝน
เมฆ ชนดิ ของเมฆ แบง่ ตามรปู รา่ งของเมฆ
เมฆซรี ร์ สั (cirrus) เมฆสเตรตสั (stratus) เมฆคิวมลู สั (cumulus)
มีลักษณะเปน็ เส้นใย มสี ขี ำวหรือสีนำ้ เงิน มีลักษณะเป็นแผน่ ปกคลมุ บรเิ วณกวำ้ ง มลี ักษณะเปน็ กอ้ นหนำ ๆ คลำ้ ยปุยฝ้ำย
ภำยในกอ้ นเมฆอยู่ในสภำพท่เี ป็นอนภุ ำค มสี ีเทำ ควำมสูงของฐำนเมฆสมำ่ เสมอกัน มีสีขำว ฐำนเมฆเป็นสีเทำกอ่ ตวั ในแนวตั้ง
ซ่งเกดิ จำกหมอกทลี่ อยขน้ มำจำกพนื้ ดนิ
ของเกลด็ นำ้ แข็ง เกดิ ขน้ จำกอำกำศท่ไี ม่มเี สถยี รภำพ
เมฆ ชนดิ ของเมฆ แบง่ ตามระดับความสงู ของฐานเมฆ
เมฆชนั้ สงู องคป์ ระกอบภายในเมฆส่วนใหญ่ เปน็ ผลกึ นา้ แขง็
ซีรโ์ รควิ มลู ัส ซรี ์รัส คิวมูโลนมิ บสั
เป็นร้ิวคลำ้ ยคล่ืน เป็นเสน้ ใยบำง ๆ เมฆก่อตัวในแนวตงั้
เมฆชั้นกลาง 6,000 ม.
องค์ประกอบภายในเมฆส่วนใหญ่ เปน็ ผลกึ น้าแขง็ และละอองน้า
แอลโตควิ มูลสั แอลโตสเตรตสั
เรียงตวั เป็นคลนื่ เปน็ แผน่ ปกคลุมบรเิ วณกว้ำง
เมฆช้ันล่าง 2,000 ม.
องค์ประกอบภายในเมฆส่วนใหญ่ เป็นละอองน้า
สเตรโทคิวมลู ัส คิวมูลสั
เรียงต่อกนั หนำแนน่ เป็นกอ้ นคลำ้ ยปยุ ฝ้ำย
เสถยี รภาพอากาศ อากาศมเี สถยี รภาพ
เมื่อกลุม่ อำกำศยกตัว ปริมำตรจะเพมิ่ ขน้ และอุณหภมู ิลดต่ำลง ถำ้ กลุ่มอำกำศมอี ุณหภูมิตำ่ กว่ำสภำวะแวดล้อม
กลมุ่ อำกำศจะไม่เคลื่อนทห่ี รอื จมตวั ลงกลบั สู่ท่ีเดิม หำกกลมุ่ อำกำศยกตัวสูงจนเหนอื ระดบั ควบแน่นจะเกิดเมฆในแนวรำบ
ระดับควบแน่น 0°C 10°C
10°C 2,000 เมตร
เม่ือกลุ่มอำกำศยกตวั สูงขน้ จนถงระดับ
ควบแนน่ จะทำใหเ้ กดิ เมฆในแนวรำบ 15°C
1,000 เมตร
กล่มุ อำกำศยกตัว โดยมีอณุ หภูมิ 20°C 20°C
ต่ำกว่ำสภำวะแวดลอ้ ม พ้นื ผิว
เสถยี รภาพอากาศ อากาศไมม่ เี สถียรภาพ
เมอ่ื กลมุ่ อำกำศยกตัวข้นอย่ำงรวดเร็ว โดยกลุม่ อำกำศมีอุณหภูมสิ งู กวำ่ สภำวะแวดลอ้ ม จะทำให้ลอยตัวข้นและก่อตัวเป็นเมฆในแนวต้งั
ระดับควบแนน่ 20°C 16°C
30°C 2,000 เมตร
เมื่อถงระดบั ควบแน่น กลุ่มอำกำศ
จะลอยตัวสงู ข้นเรอ่ื ย ๆ ทำให้เกิด 28°C
เมฆที่ก่อตวั ในแนวตงั้ 1,000 เมตร
กลมุ่ อำกำศยกตัวข้นอย่ำงรวดเร็ว 40°C 40°C
โดยอณุ หภมู ิสงู กวำ่ สภำวะแวดล้อม พน้ื ผิว
แนวปะทะอากาศ
แนวปะทะอากาศ เปน็ แนวที่ขอบเขตระหว่ำงมวลอำกำศอุ่นและมวลอำกำศเย็นเคลื่อนทมี่ ำปะทะกนั โดยมวลอำกำศ
เย็นทมี่ ีควำมหนำแนน่ มำกกว่ำจะจมตัวลงด้ำนล่ำง ส่วนมวลอำกำศร้อนจะลอยตัวข้นดำ้ นบน ซง่ บริเวณรอยตอ่ ของมวล
อำกำศทั้งสองจะมีสภำพอำกำศแปรปรวน
แนวปะทะอากาศแบง่ ออกเปน็ 4 ประเภท
แนวปะทะอากาศอ่นุ แนวปะทะอากาศเย็น แนวปะทะอากาศรวม แนวปะทะอากาศคงท่ี
1 2 3 4
แนวปะทะอากาศ แนวปะทะอากาศอนุ่
เกิดจำกมวลอำกำศอุน่ เคลื่อนท่ีเขำ้ หำมวลอำกำศเย็น ซ่งจะทำใหม้ วลอำกำศอนุ่ ยกตวั สูงขน้ ตำมแนวของมวลอำกำศเย็น เกดิ ฝนตก
กระจำยเปน็ บรเิ วณกว้ำง
มวลอากาศอุ่น
มวลอากาศเย็น
แนวปะทะอากาศ แนวปะทะอากาศเย็น
เกดิ จำกมวลอำกำศเยน็ เคล่อื นทเ่ี ขำ้ หำมวลอำกำศอุ่น ทำใหม้ วลอำกำศอ่นุ ลอยตัวสงู ข้นอยำ่ งรวดเรว็ ตำมแนวอำกำศเย็นจนถง
ระดับควบแนน่ กอ่ ตัวเปน็ เมฆควิ มลู ัส หรือคิวมูโลนิมบสั เกดิ พำยฝุ นฟำ้ คะนอง
มวลอากาศอนุ่
มวลอากาศเย็น
แนวปะทะอากาศ แนวปะทะอากาศรวม
เกิดจำกมวลอำกำศเยน็ ที่มคี ณุ สมบัติตำ่ งกันเคล่ือนทม่ี ำปะทะกนั ทำให้มวลอำกำศอุ่นบรเิ วณนั้นลอยตวั ข้นเหนอื มวลอำกำศเยน็
ก่อตวั เป็นเมฆควิ มูโลนมิ บสั เกิดพำยฝุ น
มวลอากาศเย็น มวลอากาศเย็น
แนวปะทะอากาศ แนวปะทะอากาศคงท่ี
เกดิ จำกมวลอำกำศอุ่นและมวลอำกำศเย็นเคล่อื นที่เข้ำหำกัน แต่ไมแ่ ทนทีก่ นั เนื่องจำกแรงผลักดนั เทำ่ กัน ทำให้เกิดแนวปะทะ
อำกำศทีไ่ ม่เคล่อื นที่ช่วงระยะเวลำหน่ง
มวลอากาศเยน็ มวลอากาศอุ่น
VDO