The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเรื่องการปลูกแคคตัสฉบับมือใหม่สู้อาชีพเสริม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Aunny KtPk, 2022-05-24 13:50:14

รายงานเรื่องการปลูกแคคตัสฉบับมือใหม่สู้อาชีพเสริม

รายงานเรื่องการปลูกแคคตัสฉบับมือใหม่สู้อาชีพเสริม

รายงาน
เร่ือง วธิ ีการปลกู แคคตสั หรอื กระบองเพชร ฉบบั มือใหม่

จากมือสมคั รเล่นสอู่ าชีพเสรมิ สร้างรายได้

เสนอ
ผศ.สาโรช สะอาดเอ่ียม

จัดทำโดย
นางสาวรัญชดิ า ปวงคำ
นักศึกษาชนั้ ปที ่ี 1 ห้อง 1 สาขาวิชาการปกครอง คณะสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตล้านนา

รายงานฉบับน้ี เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา
รายวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื การศึกษาคน้ ควา้
รหัสวชิ า GE4005 ภาคเรียนท่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2564



รายงาน
เร่ือง วธิ ีการปลกู แคคตสั หรอื กระบองเพชร ฉบบั มือใหม่

จากมือสมคั รเล่นสอู่ าชีพเสรมิ สร้างรายได้

เสนอ
ผศ.สาโรช สะอาดเอ่ียม

จัดทำโดย
นางสาวรัญชดิ า ปวงคำ
นักศึกษาชนั้ ปที ่ี 1 ห้อง 1 สาขาวิชาการปกครอง คณะสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตล้านนา

รายงานฉบับน้ี เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา
รายวชิ าเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื การศึกษาคน้ ควา้
รหัสวชิ า GE4005 ภาคเรียนท่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2564



คำนำ

รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า รหัสวิชา
GE4005 ชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2564 สาขาวิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิทยาเขตล้านนา โดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลและศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการปลูกแคคตัส
พร้อมมาแบ่งปันและร่วมแชร์ประสบการณ์ในการปลูกต้นแคคตัสสำหรับมือใหม่ นำไปสู่การต่อยอด
สรา้ งเปน็ อาชีพเสริมเพม่ิ รายได้

ขอขอบคุณ ผศ.สาโรช สะอาดเอี่ยม อาจารย์ประจำวิชาที่ให้ความรู้ และแนะแนวทาง
ในการศึกษาการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ตลอดจนการจัดทำรูปเล่ม และขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ให้
ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ผู้จัดหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานเล่มนี้ จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่
สนใจไมม่ ากกน็ ้อย

ผจู้ ดั ทำ
นางสาวรญั ชิดา ปวงคำ รหสั 6410530432126

สารบัญ ข

เรื่อง หน้า

คำนำ ข
1
สารบญั 1
2
1. ทม่ี าของแคคตสั 4
4
2. สายพนั ธ์ุของแคคตสั 5
6
3. แนะนำสายพันธ์ุ Cactus สำหรับมือใหม่ 7
10
4. วธิ กี ารขยายพนั ธุ์
1
5. การเตรียมส่วนผสมดนิ และวิธกี ารผสมดนิ 2
3
6. ขัน้ ตอนการปลูก 4
5
7. วิธกี ารดแู ลแคคตัส 6
7
8. ศัตรูตัวเป้งของแคคตัสและการกำจดั

บรรณานกุ รม

ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แนะนำสายพันธ์ุ Cactus สำหรบั มือใหม่
ภาคผนวก ข แนะนำสายพันธ์ุ Cactus สำหรับมอื ใหม่
ภาคผนวก ค แนะนำสายพนั ธุ์ Cactus สำหรับมอื ใหม่
ภาคผนวก ง แนะนำสายพนั ธุ์ Cactus สำหรบั มอื ใหม่
ภาคผนวก จ วิธีการผสมดนิ
ภาคผนวก ฆ ข้ันตอนการใสด่ ินลงกระถาง
ภาคผนวก ฒ ประวตั ิผู้จดั ทำ

1

1. ทมี่ าของแคคตัส
กระบองเพชรหรือมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษที่เรียกกันติดปาก ณ ปัจจุบันนี่ว่า แคคตัส (Cactus)

มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mila sp. ชื่อสามัญ Mila มีข้อสันนิษฐานกันว่า เป็นพรรณไม้ที่เกิดข้ึน
ในยุค Tertiary ลักษณะของต้นแคคตัสในยุคนั้น มีลำต้น กิ่งก้าน และใบไม่ต่างจากต้นไม้ทั่วไป
จนกระทั่งสภาพอากาศของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้แคคตัสต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
โดยเปลี่ยนรูปทรงของลำต้นให้มีขนาดเล็ก สูงเรียว สามารถเก็บน้ำได้มาก เปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลด
การคายน้ำและป้องกันสัตว์มากัดกิน และหยั่งรากตื้นเพื่อให้จับน้ำในอากาศได้ง่าย จึงทำให้ แคคตัส
สามารถเจรญิ เตบิ โตไดแ้ ม้ทีแ่ ห้งแลง้ อย่างทะเลทราย

แคคตัสส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนขยายไปยังแอฟริกาและทั่วโลก ซึ่งบาง
สายพันธุ์นั้นก็มีการพัฒนาให้สามารถเจริญเติบโตได้ในสภาพอากาศร้อนชื้นอย่างเช่นในประเทศไทย
ซึ่งมีชื่อเรียกแคคตัสอื่นว่า โบตั๋น หรือ ท้าวพันตา เชื่อกันว่าการปลูกแคคตัสทิศตะวันตกจะนำโชคลาภ
มาให้ โดยเฉพาะผู้ที่สามารถปลูกแคคตัสให้ออกดอกสวยงามได้ และยังช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ป้องกัน
ภยั อนั ตราย และเปน็ ท่ีเกรงกลวั ของศตั รูอกี ด้วย

2. สายพนั ธขุ์ องแคคตัส
แคคตัสเป็นพืชที่มีสายพันธุ์มากกว่า 2,000 สายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์ก็มีรูปร่างและขนาด

ท่แี ตกต่างกนั ออกไปแต่สามารถจำแนกเป็น 5 ประเภทหลักตามลกั ษณะของลำต้น ไดด้ ังนี้
1. แคคตัสทม่ี ีลำตน้ และใบแบน (Flat-stem) เช่น สกลุ Opuntia, Zygocactus, Epiplyllum
2. แคคตสั พวกทม่ี ลี ำต้นเปน็ หวั กลม ๆ(Globular-stem)เช่นสกลุ As-trophytum,Thelocactus,Mam-

millaria
3. แคคตัสพวกที่มีกิ่งก้านคล้ายต้นไม้ทั่ว ๆ ไป (Branching-stern) เช่น สกุล Myrtillocactus

Cereus, Pachy- cereus, Nopalxochia
4. แคคตัสพวกที่มตี น้ เป็นกระจุกหรอื ตน้ เลก็ ๆ เหมาะสำหรบั ปลูกในกระถาง (Small cacti) เชน่

สกลุ Echinopsis, Ariocarpus, Neobesseya
5. แคคตัสพวกที่เปน็ เถาเลื้อยไต่ตามต้นไม้ กำแพง (Climbingcacti) เช่น สกุล Echinocactus,

Cornegiea, Trichocereus

2

3. แนะนำสายพนั ธ์ุ Cactus สำหรับมอื ใหม่
สำหรับมือใหม่ที่หัดปลูกแคคตัส จะต้องดูองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ทั้งสายพันธุ์ที่เลือกปลูก

สภาพแวดล้อม และการผสมสัดส่วนในการปลูก ไม่ว่าจะเป็น ดิน การให้น้ำ การใส่สารบำรุง หรื อ
สภาพแวดล้อมทเี่ หมาะสม

สำหรับสายพันธุ์ของต้นแคคตัสที่นิยมปลูกในประเทศไทยจะมีอยู่ด้วยกัน 3 สายพันธุ์ ได้แก่
Mammillaria, Astrophytum asterias และ Gymnocalycium mihanovichii

1. Gymnocalycium Mihanovichii ยิมโนคาลเี ซ่ียม มฮิ าโนะวิชิอาย
ดอกของยิมโนสวยงาม หลากสี เช่น ขาว ครีม เขียว ชมพูอ่อน ชมพูเข้ม และบานทนหลายวัน
Gymnocalycium หรือเรียกกันง่ายว่า “ยิมโน” สายพันธุ์ที่ทุกบ้านควรมี เพราะเป็นพันธุ์ที่อึดถึกทน
เลี้ยงง่าย ออกดอกได้ตลอดทั้งปี ดอกสวยและบานทนหลายวัน จริง ๆ แล้วยิมโนมีหลายชนิด เช่น
Gymnocalycium Baldianum บัลเดียนั่ม, Gymnocalycium Bruchii บลูชิอาย และอื่น ๆ แต่ยิมโน
ยอดนิยมในบ้านเรา ได้แก่ Gymnocalycium Mihanovichii มิฮาโนะ แต่ส่วนใหญ่มักเรียก “มิฮาโนะ”
กนั ตดิ ปากว่า “ยมิ โน”
ยิมโนมีลำต้นกลมแป้น ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ลักษณะลำต้นแยกออกเป็นสันพูชัดเจน มีตุ่มหนามเรียงอยู่บน
สันพูเนินหนามเปน็ ทเี่ กดิ ของ หนาม หน่อและดอก ขยายพนั ธ์ุด้วยการเพาะเมลด็ หรอื ชำหนอ่
2. Opuntia Microdasys มิ๊กกเ้ี มา้ ส์
Opuntia Microdasys หรือ ฝรั่งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Bunny Ears แต่ไทยกลับเรียกว่า
หมู กิ๊ กเ้ี ม้าส์เปน็ หน่ึงในขวัญใจของนักเล้ียงมือใหม่ เพราะหนา้ ตานา่ รัก มงุ้ มิ้ง เลย้ี งงา่ ย ขยายพันธ์ุด้วยการ
เด็ด Pad ปักชำด้วยรูปทรงน่ารัก “มิ๊กกี้เม้าส์” จึงมักเป็นแคคตัสที่สาว ๆ หลงรัก และนำมาวางไว้ที่โต๊ะ
เรียนหรือโต๊ะทำงานเพิ่มอารมณ์มุ้งมิ้งให้ตัวเอง และมักถูกเลือกเป็นพร๊อพในร้านกาแฟ หรือถ่ายรูป
เรื่องราวเกีย่ วกบั แคคตัสเสมอ ๆ แต่ถึงแม้จะน่ารักมากมาย มองดูไม่มีพิษภัยไร้หนาม นั่นเป็นความเข้าใจ
ผิดมหันต์ เพราะ Dot สีน้ำตาลอ่อน ที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับมิ๊กกี้เม้าส์นั้น กลับซ่อนหนามเล็กละเอียดไว้
หากโดนเข้า อาจจะไม่เจ็บจี๊ดก็จริง แต่จะฝังหนามเล็กละเอียดไว้ในผิวเรา ยากที่จะเอาออก ต้องใช้
ปากคีบคม ๆ ดงึ ออกทลี ะน้อยจนกว่าจะหมด ซ่ึงเปน็ งานยากจริง ๆ หลายคนที่เคยเจอหนามเจา้ มิก๊ กเี้ ม้าส์
เข้าไปถอดใจเลกิ เล้ยี งพนั ธุ์นกี้ ันไปเลยก็มี
3. Astrophytum Asterias แอสโตรไฟตั้ม แอสทเี รียส
Astrophytum Asterias หรือแอสโตรเป็นแคคตัสไม่มีหนาม ลำต้นอ้วนกลม มีหลากหลายชนิด
ให้สะสม ดอกใหญ่สวยงามทั้งสีเหลืองและสีแดง และมีราคาเริ่มต้นที่ไม่แพงจนเกินไปนัก เป็นแคคตัสที่
น่าสะสมสายพนั ธ์หุ น่งึ ท่ีดมู คี วามเรียบง่ายแต่อบอุ่น (อ่าน สายพันธุแ์ อสโตรไฟต้มั )

3

4. Mammillaria Peacock แมมพีค๊อก
Mammillaria Peacock แมมพีค๊อก อาจจะไม่ได้เป็นแมมสวยหวานใจละลายเหมือนแมมตวั อื่น
แต่เป็นแมมที่เลี้ยงง่าย ออกดอกตลอดปี ราคาเบาๆ แมมพีค๊อกเป็นแมมที่เราจะเห็นเนินหนาม
(Tubercle) ชัดเจน เพราะเค้ามีหนามเส้นเลก็ ๆ ประปรายที่ปลายเนินหนาม ไม่ได้มีหนามหรือขนปกุ ปุย
เหมือนแมมตัวอ่ืน แต่หากจะศึกษาว่า “เนินหนาม (Tubercle)” ของแมมหน้าตาเปน็ อย่างไร แมมพีค๊อก
จะเป็นอาจารย์ใหญ่ีทด่ี มี าก ๆ
5. Mammillaria Schumannii แมมชแู มน
ดอกของแมมชูแมนมีขนาดใหญ่กว่าแมมทั่วไป และมีความหลากหลาย Mammillaria
Schumannii (แมมมิลลาเรียชูแมนนิอาย) หรือแมมชูแมนเป็นแมมอีกตัวที่มองเห็น “เนินหนาม
(Tubercle)” ชัดเจน แต่แมมชูแมนผิวต้นจะดูเงาเป็นมันเหมือนเคลือบแว๊กและมีขนาดของเนินหนาม
ใหญ่กลมมนกว่าแมมพีค๊อก ที่สำคัญมีดอกใหญ่อลังการ ไม่เหมือนกับ Mammillaria ทั่วไป ที่จะมีดอก
ขนาดจ๋ิว ๆ น่ารกั ซ้ำยงั มดี อกหลากหลายแบบเป็นแมมอีกฃนิดทค่ี วรเก็บ ราคาจับต้องได้ ไม่แพง
6. Mammillaria Boscasana แมมขนแมว
แมมขนแมวเป็นแมมน่ารักน่าเอ็นดูอีกตัวหนึ่ง ยิ่งถ้าต้นทีม่ ีขนฟูมาก ๆ จะดูเหมือนลูกแมวจริง ๆ
แมมขนแมวจะมขี นนิ่ม ๆ บางเบาสขี าว ซึง่ กค็ ือหนามรัศมี (Radial spines) แผ่กระจายออกจากตุ่มหนาม
และมีหนามกลาง (Central Spines) เป็นหนามเล็ก ๆ ปลายงองุ้มคล้ายตะขอ ดอกเป็นสีชมพูหวาน ๆ
หรือชมพูเข้ม น่ารักยิ่งตัดกับขนสีขาวยิ่งทำให้น่ารักใจละลายกันทีเดียว แต่คนเลี้ยงต้องระวังหนามตะขอ
ของเค้า แม้จะเป็นหนามเล็ก ๆ บาง ๆ แต่ถ้าเกี่ยวก็ติดเข้าไปในผิวเนื้อกันทีเดียว ดึงออกตรงๆ ไม่ได้
ต้องค่อยๆ จับหนามย้อนรอยออกจากผิวเหมือนเบ็ดตกปลา และถ้าเดินผ่านไม่ระวัง บางทีหนามตะขอ
ของมนั กเ็ กาะติดชายเสอ้ื จนต้นหลุดหรอื กระถางล่วงลงพ้ืนกันทีเดยี ว
7. Mammillaria Plumosa แมมขนนกขาว
แมมขนนกขาว เป็นแมมที่แม้จะไม่มีดอกแต่ก็ดูน่ารักได้ เพราะมีปุยขนสีขาวปกคลุมบดบังลำต้น
และเนนิ หนามสีเขียวท่ัวต้น ขน (หนาม) สีขาวแผ่กระจายเป็นรัศมี เมือ่ มองรวมกนั เหมือนกับขนนกจริง ๆ
มดี อกเลก็ ๆ ปลายกลบี ดอกกลมมนดูนา่ รกั ดอกสีชมพูจะราคาสงู กว่าดอกสขี าวคอ่ นข้างมาก
8. Melocactus (เมโล)
เมโลเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นไม้สามัญประจำบ้านตัวหนึ่ง หากคนที่หลงเข้ามาในโลกของแคคตัส
ด้วยเหตุผลเพราะหลงรักหนาม เมโลจะเป็นคำตอบที่คุณค้นหา เพราะเมโลเป็นแคคตัสที่มีหนามสวยงาม
หลากหลาย มีเสน่ห์ และท่สี ำคญั ราคาไมแ่ พง สำหรับต้นทอ่ี ายนุ ้อย จึงเหมาะกับมือใหม่ แต่เมโลจะมีช่วง
ชีวิตของการกลายร่างเป็นเมโลเต็มวัย ซึ่งใช้เวลานานถึง 6-7 ปี เมื่อถึงเวลานั้น จะมีเซฟาเลี่ยมผุดขึ้นมา

4

ที่ยอดเป็นที่เกิดของดอกและฝักซึ่งจะทำให้เมโลมีราคาพุ่งขึ้นไปมากกว่า 600 บาทกันทีเดียว เมโล
จึงมีช่วงชีวติ ที่นา่ สนใจสำหรับผู้เลี้ยง แต่การใชเ้ วลาทีย่ าวนานขนาดน้ัน บางครั้งเรากจ็ ำเปน็ ต้องยอมจา่ ย
ซ้ือต้นทีม่ ีเซฟาเลี่ยมมาเพราะรอไม่ไหวจริง ๆ

4. วธิ ีการขยายพันธ์ุ
การขยายพันธ์ุแคคตสั มีอยูด่ ว้ ยกนั 2 แบบ ดังน้ี
1. การเพาะดว้ ยเมล็ด
โดยนำเมล็ดแก่หรือเมลด็ จากผลทป่ี รแิ ตก มาแชน่ ำ้ 2-5 นาที จากน้นั ลา้ งเมือกออก แลว้ ตากแดด

ให้แห้งประมาณ 1-2 วัน พักไว้อีก 1-2 เดือน ค่อยนำมาปลูกลงในกระถาง โดยใช้ทรายหรือดินร่วนผสม
กบั ปุย๋ หมักหรือปุ๋ยคอก ในอัตรา 1:1 สว่ น ใสล่ งในกระถางพลาสติกเล็ก ๆ เพ่ือทำการเพาะ ก่อนนำเมล็ด
มาโรยแล้วเกลี่ยดินกลบเล็กน้อย ก่อนจะรดน้ำให้ชุ่มแล้วนำถุงพลาสติกมาหุ้มคลุมไว้ วางไว้ในที่ที่มีแดด
รำไร พร้อมกับเช็กเป็นระยะ หากดินแห้งให้หมั่นรดน้ำเป็นประจำ หากพบว่าเมล็ดงอกเป็นต้นอ่อนได้
2-3 วัน ค่อยย้ายไปปลูกในกระถางใหญ่

2. การเพาะแคคตสั โดยการปกั ชำต้นแคคตัส
โดยเตรียมวัสดุปลูกเหมือนกับการปลูกในกระถาง จากนั้นนำต้นหรือกิ่งจากต้นแม่มาปักชำลง
กระถาง วางไว้ในที่แดดรำไร และรดน้ำ 2 วันต่อครั้ง หลังจากกิ่งชำติดแล้วลดเหลือ 3 วันต่อครั้งก็พอ
เพราะเปน็ ต้นไมท้ ี่ต้องการน้ำนอ้ ยแต่ตอ้ งการต่อเน่อื ง

5. การเตรียมสว่ นผสมดิน และวิธีการผสมดิน
บางคนเข้าใจว่าใช้ดินที่ใช้ปลูกไม้ดอกหรือไม้ประดับทั่วไปก็ได้ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด

เพราะดนิ ของแคคตัสนน้ั จะต้องมีคุณสมบตั ิโปร่งและระบายน้ำได้ดี ดินปลูกแคคตสั นั้นมีหลายสูตรต่างกัน
ไปแต่ละสูตรก็ขึ้นอยู่กับว่าจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับแคคตัสของเรา หรือลองนำมาปรับสูตรอาจจะ
ลองผสมดินปลูกแคคตัสเอง หรือตามสตู รทแี่ นะนำดังน้ี

ส่วนผสม
- ส่วนผสมที่ 1

1. ดนิ ใบกา้ มปูร่อน 3 สว่ น
2. ถ่านเกลด็ 1 สว่ น (แบบท่ีเป็นเกล็ดพอดี ไม่ใหญจ่ นเกินไปนะคะ)
3. ขยุ มะพรา้ ว 1 ส่วน ควรนำไปแช่นำ้ จนหมดยางกอ่ นใช้

5

4. ป๋ยุ อินทรีย์ 1 สว่ น
- สว่ นผสมท่ี 2

1. กรวดน้ำจดื ½ ส่วน
2. ทรายหยาบ ½ ส่วน กอ่ นใช้ควรล้างเอาความเค็มและฝนุ่ ผงออกไปก่อนค่ะ
3. หินภูเขาไฟ เบอร์ 00 1 สว่ น (เปน็ ส่วนผสมทีช่ ่วยให้ดนิ ปลกู ของเรามีความโปรง่ )
4. หินฟอสเฟต (Rock Phosphate) ½ สว่ น
5. รีโบน หรอื กระดกู ปน่ ½ ส่วน
6. โดโลไมต์ (Dolomite) ½ สว่ น (เปน็ สารปรับสภาพดิน เพ่อื ให้ดินมีสภาพเป็นกลาง)

การผสมดิน
1. นำสว่ นผสมที่ 1 ท้ังหมดมาคลุกผสมใหเ้ ขา้ กนั ค่อย ๆ พรมน้ำทลี ะนดิ เพือ่ ไม่ใหฟ้ ุ้งกระจาย
2. จากนั้นผสมส่วนผสมที่ 2 ให้เข้ากันและนำมาผสมกับส่วนผสมที่ 1 จำนวน 4 ส่วน คลุกเคล้า

ใหเ้ ข้ากนั และอาจพรมนำ้ เล็กน้อยเพือ่ ป้องกนั สว่ นผสมแยกตัวจากกันมากเกนิ ไป
ดินปลกู ทีผ่ สมแลว้ ควรเก็บใส่ถงุ พลาสติกและมัดปากถงุ ให้ดี เก็บไว้ในถงั ทีม่ ีฝาปดิ มิดชิดเพ่ือรักษา

ความชน้ื ในดนิ เพือ่ พร้อมสำหรบั การเปลี่ยนกระถางแคคตสั อยเู่ สมอ
ในช่วงแรกของการปลูกแคคตัสใหม่ ๆ ไม่ควรรดน้ำทันที แต่ควรเว้นระยะไว้ประมาณ 2-3 วัน

เพื่อป้องกันการเน่า เนื่องจากต้นไม้อาจได้รับการกระทบกระเทือนจากการปลูก และหลังจากปลูกแล้ว
อย่าเพิ่งนำต้นแคคตัสไปรับแสงแดดจัด แต่ควรนำไปจัดวางไว้ในที่มีแสงแดดรำไรก่อน เมื่อส่วนยอดของ
ลำต้นค่อย ๆ เจริญเติบโตจึงค่อยเพิ่มปริมาณการรับแสงแดดให้กับต้นแคคตัส สำหรับผู้ที่ใช้วัสดุปลูก
ที่สามารถระบายน้ำได้ดี จะทำให้ดินในกระถางแห้งเร็วและไม่กักเก็บความชื้นไว้นาน จะรดน้ำประมาณ
สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แต่หากวางต้นแคคตัสไว้ในที่ไม่ถูกแสงแดดทั้งวันแนะนำให้รดน้ำเมื่อดินเริ่มแห้ง
ประมาณ 2-3 วนั จึงคอ่ ยรดน้ำใหม่

6. ขัน้ ตอนการปลูก
1. ใส่วัสดุรองกันกระถาง เพื่อให้น้ำสามารถไหลผ่านได้ดีโดยใส่ประมาณ 1/3 ของกระถาง

แต่กข็ ึ้นอยู่กับความลึกของกระถาง และความยาวของราก
2. ตักดินปลูกแคคตัสลงไปปลูก กะความลึกใหพ้ อดกี บั ต้นและราก
3. นำแคคตัสลงไปปลูก จัดแคคตัสให้อยู่กึ่งกลางของกระถาง และค่อย ๆ ตักดินใส่รอบ ๆ ต้น

โดยใส่ดินให้ต่ำกวา่ ขอบกระถางประมาณ 1 เซนติเมตร

6

4. ใส่ปุ๋ย เราจะใส่ปุ๋ยออสโมโค้ท (Osmocote) หรือปุ๋ยละลายช้าปริมาณเล็กน้อย แต่ถ้าไม่มีปุ๋ย
ก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้ค่ะ เพราะในดินปลูกแคคตัสก็มีสารอาหารและแร่ธาตุอยู่แล้ว ช่วงฤดูหนาว
อาจจะไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย เพราะแคคตัสบางสายพันธุ์จะพักตัว หยุดเจริญเติบโต รากของเขาก็จะไม่ดูด
ซึมอาหาร แต่ก็มีแคคตัสที่เจรญิ เติบโต และออกดอกในหน้าหนาว เช่น สกลุ แมมลิ ลาเรยี (Mammillaria)
นอกจากน้กี ารใส่ปุ๋ยควรใสท่ กุ 3-6 เดือน และควรระวงั เพราะถา้ ใสม่ ากเกินไปอาจทำใหแ้ คคตสั ตายได้

5. โรยหินให้ทั่ว ใช้ช้อนตักและโรยหินให้ทั่ว โดยไม่ต้องโรยหนาเกินไป แค่ไม่เห็นดินก็พอแล้ว
ไม่ควรเปลี่ยนกระถางในช่วงฤดูฝน เพราะจะเสี่ยงต่อการเน่ามากที่สดุ นอกจากนี้เมื่อเปลี่ยนกระถางใหม่
ไม่ควรรดน้ำทันที ควรทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน จึงจะรดน้ำตามปกติ แต่ถ้าเราผึ่งรากให้แห้งสนิทแล้ว
ก็สามารถรดนำ้ ไดเ้ ลย หลังจากปลกู เสรจ็ คะ่ และหลงั จากเปลย่ี นกระถางใหม่หมาด ๆ ควรนำแคคตัสไปไว้
ในที่ทีม่ แี ดดรำไรก่อน และคอ่ ย ๆ ฝกึ ออกแดดช่วงเชา้ และเย็นเปน็ เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ กอ่ นจะนำไป
เลยี้ งรวมกบั แคคตสั ตน้ อ่ืน ๆ

7. วธิ ีการดแู ลแคคตสั
แม้ว่าต้นแคคตัสจะเป็นพืชที่ทนต่อสภาพอากาศที่หลากหลาย และไม่จำเป็นต้องรดน้ำหรือ

ให้ป๋ยุ บอ่ ย แตก่ ารจะเลี้ยงแคคตสั ใหเ้ จรญิ เติบโต แข็งแรง มดี อกใหไ้ ด้ชม ต้องมีการสงั เกตลักษณะของต้น
ดว้ ย การเล้ียงเบ้อื งตน้ ควรดเู รือ่ งนำ้ อากาศ ดิน และแสงแดด

1. การใหน้ ำ้
แม้แคคตัสจะทนแล้งได้ดี แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ต้องการน้ำเลย การรดน้ำต้นแคคตัส แนะนำให้นำ
กระถางไปใส่ไว้ในกะละมังที่มีน้ำ เพื่อให้ดินและรากค่อย ๆ ดูดความชื้นเก็บไว้ โดยตั้งทิ้งไว้ประมาณ
1 ชว่ั โมงก่อนนำกระถางออก แนะนำใหท้ ำทุก ๆ 3 วัน
2. แสงแดด
ตน้ แคคตสั ชอบแดดจดั แต่แดดในเมอื งไทยกถ็ อื วา่ แรงเกินไปสำหรบั ต้นแคคตัสบางชนิด จนทำให้
อาจเกิดอาการด่างแดดได้ ดังนั้นใครที่ปลูกไว้นอกบ้าน ควรปลูกให้โดนแดดประมาณ 80 เปอรเซ็นต์
หรือหากปลูกในบ้าน ให้สลับเอาออกไปตากแดด เพราะหากได้แดดไม่เพียงพอ ต้นจะโน้มหาแสง ทำให้
ผิดรูปได้
3. อากาศ
ตน้ แคคตสั สามารถอยใู่ นที่อากาศร้อนจัดและเยน็ จัดได้ ขึน้ อยูก่ ับแตล่ ะสายพันธ์ุ แต่ควรตง้ั ไว้ในที่
อากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก ไม่อบั เกนิ ไป

7

4. การใหป้ ุ๋ย
ปยุ๋ ทเี่ หมาะกับการใหต้ ้นแคคตัส หากตอ้ งการให้ออกดอกดี แนะนำใหใ้ ช้ปยุ๋ ทีม่ ี Phosphorus (P)
สูง แนะนำให้ใชเ้ ป็นปยุ๋ ละลายนำ้ จะดีท่สี ุด
แม้จะเป็นพรรณไม้ที่ทนแล้งได้ดี แต่ก็ไม่ควรลืมรดน้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยควรพิจารณาจาก
สภาพอากาศ ไม่ควรใหน้ ้ำมากเกินไปจนดนิ ชุ่ม เพราะอาจทำให้เกิดปญั หารากเน่า และเกิดคราบความช้ืน
ขึ้นตามลำต้นของแคคตัสท่ปี ลูกไว้จนทำให้ไม่สวยงาม และถงึ แมต้ ้นแคคตัสจะช่นื ชอบแสงแดด แต่ควรอยู่
ในที่มีแสงแดดไม่จัดจ้าจนเกินไป โดยควรให้ต้นแคคตัสที่ปลูกไว้ได้รับแสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมเป็น
เวลานาน อย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมง หากตั้งไว้ในพื้นที่โล่งกลางแจ้ง แนะนำให้ใช้วัสดุกันแสงหรือ
ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการพรางแสงแดดไม่ให้ถูกกับลำต้นโดยตรงมากจนเกินไป แต่หาก
ไม่สามารถนำต้นแคคตัสมารับแสงแดดได้ตามเวลาที่บอกไว้ อย่างน้อยก็ควรได้รับแสงแดดมากกว่า 4
ชัว่ โมง เพ่อื ปอ้ งกันลำตน้ แคคตสั ยดื หรือผิดรปู ทรงไปจากเดิม จนทำใหไ้ มส่ วยงามเท่าท่ีควร"

8. ศัตรตู ัวเป้งของแคคตสั และการกำจัด
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการปลูกต้นแคคตัสฉบับมือใหม่ที่ควรระวัง คือโรคที่อาจเกิดกับ

ตน้ แคคตสั และแมลงตา่ ง ๆ เชน่ เพล้ยี แป้ง ไรแดง เป็นต้น
แคคตัส (Cactus) เหมือนจะเป็นพืชแข็งแกร่งที่ทนต่อสภาพความแห้งแล้ง สามารถนำไปปลูก

เลี้ยงในสภาวะอากาศ ดินและน้ำที่แตกต่างไปจากถิ่นกำเนิดได้ และอดทนต่อการขาดน้ำได้ยาวนาน
โดยไม่สะทกสะท้านก็จริง แต่ก็สู้ไม่ได้กับศัตรูแคคตัส 4 ชนิดนี้ ต้องยอมแพ้ไปทุกครั้งที่ได้เจอ นั่นคือ
เพลี้ยแป้ง Mealy Bug, เพลี้ยหอย Scale Insect, เพลี้ยญี่ปุ่น (Cochineal Insect) และ ไรแดง
Red Spider Mites ผู้เลยี้ งควรมาสำรวจวา่ ศัตรูของไม้หนามที่เรารักหนา้ ตาเป็นอยา่ งไร เพ่อื หาวิธีป้องกัน
และรักษาไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง

1. เพลีย้ แป้ง Mealy Bug
ศตั รเู บอร์หน่ึงของแคคตสั คอื เพล้ยี แป้ง Mealy Bug เป็นขาประจำทีแ่ วะเวียนมาหาไม่เคยวางเว้น
เผลอเม่ือไหร่ ถา้ เหน็ ไมเ้ ริ่มมีอาการตวั ฟีบ โคนยุบ ใหเ้ ดาได้เลยว่าเพลยี้ แปง้ เวยี นมาหาอกี รอบ
เพลี้ยแป้งเป็นแมลงศัตรูพืชขนาดเล็ก ลำตัวอ่อนนุ่มปกคลุมด้วยไขมันและปุยผงสีขาวสามารถ
มองเห็นได้ถ้าสังเกตดี ๆ แฝงตัวอยู่ตามตุ่มหนาม โคนต้น ซอกหนาม และราก จะดูดกินน้ำเลี้ยงตาม
ส่วนต่างๆ ทำให้แคคตัสหยุดชะงักการเจริญเตบิ โต ตน้ เห่ียวฟีบหรือหงิกงอ ถ้าเกาะที่รากจะทำลายระบบ
การดูดซึมของรากทำให้รากดูดซึมน้ำและอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ต้นเหี่ยวแห้ง ฟีบ โคนยุบและอาจ
ตายได้ถ้าปลอ่ ยทง้ิ ไวน้ าน ๆ

8

การกำจดั ใช้ข้ันตอนเบาไปหาหนัก ดังนี้
- คบี ออกโดยใช้ฟอเซบ็ (Forcep)
- ใชส้ ายยางฉีดพน่ นำ้ แรง ๆ ใหเ้ พลี้ยกระเดน็ หลดุ ออก
- ใช้ยากำจดั แมลงประเภทดดู ซึม เช่น มาลาไทออน

2. เพล้ียหอย Scale Insect
เพลี้ยหอย เป็นแมลงปากดูด สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ลักษณะเป็นแผ่นกลมนูนคล้าย
หัวเข็มหมุดมีสารเคมีคล้ายขี้ผึ้งสีน้ำตาลแข็งเหมือนเปลือกหอย อาศัยเกาะติดแน่นอยู่ตามลำต้น
ของแคคตัส พบมากบริเวณโคนหนาม ซึ่งเป็นจุดที่แคะออกได้ยาก จนระบาดเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
กระจายออกมาทผ่ี วิ ต้นและลกุ ลามไปตน้ อืน่ ๆ
เพลย้ี หอยจะเกาะดดู กนิ น้ำเล้ียงส่วนต่างๆ ของต้น ทำใหต้ ้นหยุดชะงักการเจริญเติบโต และการที่
มันเกาะแน่นและกระจายอยู่ทั่วลำต้น ทำให้แคคตัสผิวไม่สวย ถ้าเป็นมากจนลามปกคลุมไปทั่วทั้งผิวต้น
อาจทำให้แคคตัสเกิดอาการซีดเหลืองขาดอาหาร อ่อนแอลงจนถึงตายได้เลยทีเดียว หากเป็นแคคตัส
ที่เลี้ยงในโรงเรือนมักเกิดกับแคคตัสในตระกูลที่มีผิวเรียบมัน เช่น ยิมโน (Gymnocalycium) เมโล
(Melo) ดิสโก้ (Discocactus) แอสโตร (Astrophytum) และแคคตสั ตระกูล Cereus
การกำจัด ใช้ขน้ั ตอนเบาไปหาหนกั ดังนี้

- แคะและคีบออกโดยใช้ฟอเซ็บ (Forcep) เพลี้ยหอยจะเกาะติดแน่นอยู่บนผิวแคคตัส
ตอ้ งแคะจงึ จะออก

- ใช้แปรงสีฟันเกา่ ขัดออก
- ใชม้ ดี ท่ไี มม่ คี มขูดออกเบา ๆ ถา้ แรงจะทำใหผ้ วิ แคคตสั เปน็ รอยเสยี หาย
- พ่นยากำจัดแมลงประเภทดูดซึม เช่น มาลาไธออน (Malathion) หรือนิโคตินซัลเฟต
(Nicotine Sulphate) ตามอัตราที่ระบุ
3. เพลย้ี ญ่ปี ่นุ (Cochineal Insect)
เพลี้ยอีกชนิดหนึ่งที่แนะนำว่าควรระวังสำหรับการเลี้ยงแคคตัสคือ เพลี้ยญี่ปุ่น มีข้อมูลว่า
เพลี้ยญี่ปุ่นเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่งพบระบาดในวงการแคคตัสบ้านเราเมื่อไม่นาน สันนิษฐานว่าติดมาจาก
ไมท้ ่ีนำเขา้ มาจากประเทศจนี และญ่ีปุ่น มักจะเกิดกับไมใ้ นสกุล แอสโตร อรโิ อ ยิมโน เมโล
โดยเพลี้ยชนิดนี้จะแฝงตัวอยู่บริเวณตุ่มหนามบนยอด อยู่รวมกันเป็นกระจุก ลักษณะเป็นปุย
สีขาวฟูขึ้นมา ถ้าไม่สังเกตให้ดี จะคิดว่าเป็นขนท่ีตุ่มหนาม (Alero) ซึ่งเป็นลักษณะปกติของแคคตัสหลาย
สายพันธุ์ แต่ถ้าก้อนปุยสีขาวใหญ่เร็วขึ้นอย่างผิดปกติ ให้ระวังว่าจะเป็นเพลี้ยญี่ปุ่น เมื่อลองเขี่ยดู
จะพบเป็นตัวเพลี้ยสีชมพูอมม่วง ซึ่งมักอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ลักษณะการทำลายจะดูดกินน้ำเลี้ยง

9

ทำให้ยอดเสีย และไม้จะหยุดการเจริญเติบโตผิวบริเวณที่ถูกทำลายจะเป็นตำหนิ มีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ
ไม้จะเสียโฉม ไมส่ วย แมจ้ ะรักษาหายแลว้ กจ็ ะเป็นรอยแผลเปน็ จนกวา่ จะไล่ลง ซึง่ ใช้เวลาหลายปี

การกำจัด
- ใช้สารป้องกันกำจัดประเภทดูดซึมพวก ไทอะมิโทแซม (Thiamethoxam) ฉีดพ่นตาม

อัตราที่ระบุ จะทำให้ตัวเพลี้ยเป็นอัมพาต แต่ที่ร้ายกาจคือ แม้เป็นอัมพาตก็ยังวางไข่ได้ ดังนั้นควรฉีดพ่น
ต่อเนอ่ื ง 3-5 สปั ดาห์

4. ไรแดง Red Spider Mites
ไรแดงเป็นแมลงปากดูดขนาดเล็ก สังเกตุเห็นได้ง่าย มองเห็นเป็นจุดเล็กๆ สีแดงหรือสีน้ำตาล
เข้ม จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนหรือผิวต้น โดยเฉพาะโลโฟ Lophophola ที่มีผิวอ่อนบาง ทำให้ผิว
เกิดความเสียหาย และไม่สามารถกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ต้องรอไล่ลง ซึ่งใช้เวลาหลายปี โลโฟที่ถูก
ไรแดงจโู่ จม ทำใหผ้ วิ เป็นรอยคราบสนี ้ำตาลคล้ายผวิ ไหม้ บางคร้งั มรี อยลอ่ นเป็นแผน่ เหมือนสะเก็ดบาง ๆ
ถ้าพบเห็นอาการลักษณะนใี้ นโลโฟใหร้ ู้ไดท้ นั ทวี า่ โดนไรแดงโจมตี เพอ่ื จะทำการจำกดั ไรแดงใหเ้ ร็วทีส่ ุด
การกำจดั

- หากเลี้ยงโลโฟ (หรือแคคตัสชนิดอื่นก็ตาม) จำเป็นที่จะต้องใช้ยาฆ่าไรแดงฉีดพ่นเป็น
ระยะ เนื่องจากหากเป็นแล้ว ผิวไม้ที่เสียหายไม่สามารถรักษาได้ ต้องรอไล่ลง ซึ่งใช้เวลาหลายปี ยาที่ใช้
ได้แก่ ออทุส หรือยี่ห้ออื่นที่ให้ผลไม่ต่างกัน ผสมน้ำตามอัตราส่วนที่ระบุ ฉีดพ่นติดกัน 2-3 วันครั้ง และ
ควรฉีดพ่นทกุ สองสปั ดาห์ จนไม่พบการระบาด

วิธีการปอ้ งกนั
1. นอกจากการกำจัดเมื่อเกิดการรุกรานของแมลงศัตรูพืชแล้ว การระวังรักษาและดูแลบริเวณ
สถานท่ีเลีย้ งไมก้ เ็ ป็นส่ิงสำคญั สามารถปอ้ งกนั ไมใ่ หแ้ มลงศตั รูพชื มารุกรานไดใ้ นระดับหนง่ึ
2. หมั่นสังเกตไม้ที่เลี้ยงว่ามีการเจริญเติบโตดีหรือไม่ ถ้าไม้ฟีบ ผิวแห้ง โคนยุบ หนามดูไม่สดใส
แสดงวา่ โดนโจมตจี ากศตั รูพืชชนิดใดชนิดหนึ่ง
3. เปลย่ี นดนิ ทุก 6 เดือน การเปล่ยี นดนิ จะทำให้รูว้ า่ มศี ตั รูพืชพวกเพลยี้ แปง้ ซอ่ นอยู่ในดนิ หรือไม่
4. โรงเรือนหรือทวี่ างแคคตัสควรมีความสะอาด แห้ง ไมช่ ืน้ แฉะ
5. ระวังและสังเกต มด ในโรงเรือน เพราะมดเป็นตวั การสำคญั ทพ่ี าเอาเพลยี้ มายังต้นไมข้ องเรา
6. แคคตัสที่ซื้อมาใหม่ ควรมีการพักไม้ดูอาการว่ามโี รคหรอื เพลีย้ ตดิ มากับไมห้ รือไม่ หรือเป็นไป
ได้ควรเปลี่ยนดนิ หรือแช่นำ้ ยากำจัดเพลย้ี และเชอื้ รากอ่ นนำมารวมกบั ไม้อน่ื ๆ ในสวน
7. ผสมยาฆ่าแมลงชนดิ เกรด็ ลงในดิน จะชว่ ยปอ้ งกันได้ระยะหน่งึ

10

บรรณานุกรม

kapook Home. 22 พฤษภาคม 2563. วธิ ีปลูกแคคตสั ใคร ๆ ก็เลี้ยงได้ พรอ้ มเทคนิคทำใหอ้ อกดอกสวย.
สืบค้นเมอ่ื 18 พฤษภาคม 2565,

จาก https://home.kapook.com/view184519.html
kapook Home. 31 กรกฎาคม 2558. วิธีปลูกต้นแคคตัสพร้อมสตู รปุ๋ย สำหรับมือใหม่หัดปลูก !. สืบค้น
เมอ่ื 18 พฤษภาคม 2565,

จาก https://home.kapook.com/view125215.html
Sanook. 06 ก.ค. 63. เคล็ดลับปลูกแคคตัสฉบับมือใหม่ จากมือสมัครเล่นสู่อาชีพเสริมสร้างรายได้.
สืบคน้ เมอื่ 7 พฤษภาคม 2565,

จาก https://www.sanook.com/home/26137/
The cactuswheel. September 21, 2021. แนะนำสายพันธุ์ Cactus สำหรับมือใหม่. สืบค้นเมื่อ 21
พฤษภาคม 2565,

จาก https://cactuswheel.com/cactus-variety/
The cactuswheel. October 1, 2021. 4 ศัตรูตัวเป้งของแคคตัส. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2565,

จาก https://cactuswheel.com/cactus-variety/

ภาคผนวก

1

ภาคผนวก ก แนะนำสายพนั ธ์ุ Cactus สำหรับมอื ใหม่

Gymnocalycium Mihanovichii ยิมโนคาลเี ซ่ยี ม มิฮาโนะวชิ อิ าย

Opuntia

Microdasys มก๊ิ กี้เม้าส์

2

ภาคผนวก ข แนะนำสายพนั ธุ์ Cactus สำหรบั มือใหม่

Astrophytum Asterias แอสโตรไฟตม้ั แอสทีเรียส
Mammillaria Peacock แมมพคี ๊อก

3

ภาคผนวก ค แนะนำสายพันธ์ุ Cactus สำหรับมอื ใหม่

Mammillaria Schumannii แมมชูแมน
Mammillaria Boscasana แมมขนแมว

4

ภาคผนวก ง แนะนำสายพันธุ์ Cactus สำหรบั มือใหม่

Mammillaria Plumosa แมมขนนกขาว

Melocactus (เมโล)

5

ภาคผนวก จ วธิ ีการผสมดิน

ผสมดินสว่ นท่ี 1

ผสมดินสว่ นที่ 2

6

ภาคผนวก ฆ ขนั้ ตอนการใส่ดนิ ลงกระถาง

การใส่ดินลงกระถาง

7

ภาคผนวก ฒ

ประวตั ิผูจ้ ัดทำ

ช่อื - นามสุกล รหัส : นางสาวรญั ชดิ า ปวงคำ รหัส 6410530432126
วนั เดือน ปี เกดิ : 11 มถิ ุนายน 2528
ทอ่ี ยู่ : 81/3 หมู่ 4 ต.ออนกลาง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่
การศึกษา : ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ชน้ั สูง
จาก โรงเรยี นพณชิ ยการเชยี งใหม่
การทำงาน : ปริญญาตรี จาก มหาวิทยาลยั แม่โจ้
ปจั จบุ ันกำลงั ศึกษาต่อ ปรญิ ญาตรี คณะสังคมศาสตร์
สาขาวิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยมหามกฏราช
วทิ ยาลยั
วทิ ยาเขตล้านนา
เจา้ หนา้ ทีป่ กครอง ฝา่ ยทะเบียนและบัตร
ทที่ ำการปกครองอำเภอแมอ่ อน จงั หวดั เชยี งใหม่


Click to View FlipBook Version