The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ธีรภัทร วงศ์เกื้อ, 2023-08-01 06:11:08

นาฏศิลป์ไทยกลุ่ม5ม.4/5

นาฏศิลป์ไทย

Keywords: นาฏศิลป์ไทย

นาฏศิลป์ไทย คุณครูสุธิษา ราชสงค์ เสนอ หนังสือนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชานาฏศิลป์


๑) นายพงศ์ภวิชญ์ เพชรสุทธิ์ เลขที่ ๓ (บุคคลสำ คัญในวงการนาฏศิลป์ไทย) ๒) นายจักริน อินทองมาก เลขที่๖ (การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง เพลงรำ กลองยาวหรือเถิดเทิง) ๓) นายณัฐวัฒน์ ดวลโคกสูง เลขที่ ๙ (ระบำ รำ ฟ้อน การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง) ๔) นายณัฐเมศร์ ดำ สว่าง เลขที่ ๑๐ (การแสดงนาฏศิลป์ไทยในโอกาสต่างๆ) ๕) นายธีรภัทร วงศ์เกื้อ เลขที่๑๓ (การสืบทอดนาฏศิลป์ไทย) ๖)นางสาวพิรญาณ์ พานิชกุล เลขที่๓๔ (คุณค่าและประโยชน์ของนาฏศิลป์) จัดทำ โดย


คำ นำ รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชานาฏศิลป์ไทย มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับคุณค่าของนาฏศิลป์ไทย ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของนาฏศิลป์ไทยเกี่ยวกับการรำ ในด้าน การใช้ท่าทางเพื่อสื่อความกับผู้ชม โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับคุณค่าและประโยชน์ บุคคลสำ คัญ การแสดงในโอกาสต่างๆ การแสดงพื้นเมือง คณะผู้จัดทำ ได้ศึกษา และสรุปเรียบเรียงเนื้อหาต่างๆเป็น รายงานเล่มนี้ โดยมีจุดประสงค์ต่อมาเพื่อนำ เสนอต่อผู้อ่านที่สนใจ ให้ได้ประ โยชน์จากการอ่านรายงานเล่มนี้ หวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน ไม่มากก็น้อย หากรายงานเล่มนี้มีข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำ ก็ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ


-คุณค่าและประโยชน์ของนาฏศิลป์ไทย -การสืบทอดนาฏศิลป์ไทย -การแสดงนาฏศิลป์ไทยในโอกาสต่างๆ -ระบำ รำ ฟ้อน การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมือง สารบัญ -การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง เพลงรำ กลองยาวหรือเถิดเทิง -บุคคลสำ คัญในวงการนาฏศิลป์ไทย


คุณค่าและประโยชน์ของนาฏศิลป์ไทย คุณค่าของนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์ไทยมีคุณค่าในฐานะทื่เป็นที่ร่วมของศิลปะหลายแขนง ปลูกฝังจริยธรรมและเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่แสดงถึงความเป็น อารยประเทศ อาทิ ศิลปะแขนงวิจิตรศิลป์หรือ ประณีตศิลป์ เป็น ศิลปะแห่งความงามที่มุ่งหมายเพื่อสนองความต้องการทางสติปัญญา อารมณ์ ก่อให้เกิดความสะเทือนใจ หรือมุ่งแสดงสุนทรียะโดยตรง ศิลปะแขนงวิจิตรศิลป์ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับนาฏศิลป์มาก ที่สุด ลักษณะงานวิจิตรศิลป์ที่ปรากฏอยู่ในงานนาฏศิลป์มี ดังต่อไป นี้ ประติมากรรม คือ ศิลปะในการปั้น แกะสลัก รุปหล่อต่างๆปรากฏในงานนาฏศิลป์ ในรูปแบบของการสร้างอุปกรณ์ ในการแสดงฉาก อุปกรณ์ประกอบ ฉาก เช่น พระพุทธรูป เทวรูป เป็นต้น การสร้างเครื่องแต่ง กาย เช่น หัวโขน มงกุฎ สถาปัตยกรรม เป็นศิลปะในการออกแบบ สร้างฉากสร้างบ้านที่อยู่ในฉาก ปราสาทราชวัง อาคารสถานที่ต่างๆ โบสถ์ วิหาร เป็นต้น


จิตรกรรม ในการแสดงนาฏศิลป์ต้องมีฉาก การแต่งหน้า เครื่องแต่งกาย เป็นองค์ประกอบสำ คัญ ดังนั้น ศิลปะสาขาจิตรกรรมจึงมีความใกล้ ชิดกับการแสดงทางด้านนาฏศิลป์ เพราะเกี่ยวกับการวาดระบายสี ฉากให้มีความงดงามการเขียนลวดลายลงบนเครื่องแต่งกาย และ การแต่งหน้า วรรณกรรม วรรณกรรม ที่ปรากฏในงานศิลป์ ได้แก่บทประพันธ์ที่เป็น ร้อยแก้วและร้องกรอง บทละคร บทเพลง เป็นการ ใช้ภาษา เป็นสื่อเพื่อให้ผู้ชมเกิดจินตนาการ มีอารมณ์คล้อย ดุริย ริ างคศิลป์ ดุริยางคศิลป์ คือ ศิลปะทางดนตรี ขับร้อง นับว่าเป็นหัวใจสำ คัญ สำ หรับนาฏศิลป์ไทย เพราะการแสดงลีลาท่ารำ ต้องมีดนตรีประกอบ การแสดง นาฏศิลป์ไทยรวมศิลปะไว้สามประการ คือ การบรรเลง ดนตรี การขับร้อง และการฟ้อนรำ


นาฏศิลป์มีคุณค่าในการปลูกฝังจริยริธรรม ผู้ที่ศึกษาจะได้รับการ ปลูกฝังค่านิยมอันเป็นจารีต รีประเพณีของศิลปิน เช่น ปลูกฝังจริยธรรมในเรื่องความกตัญญูู ศิษย์นาฏศิลป์ทุกคน จะได้รับการปลูกฝังให้ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ มีความ เชื่อศรัทธาต่อเทวดา ครู สิ่งศักดิ์หรือความเชื่อทาง ไสยศาสตร์ ก่อนเข้าฝึกหัดจะต้องทำ พิธีไหว้ครู คำ นับครู เพื่อมอบตัวเป็นศิษย์ ก่อนแสดงก็ต้องผ่านพิธีครอบครู จึงจะ สามารถออกโรงแสดงได้ ปลูกฝังจริยธรรมในเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน ศิลปินที่มีฝีมือจะ ไม่โอ้อวดว่ามีความสามารถเหนือคนอื่น จะต้องคารวะต่อผู้อาวุโส ก่อนออกโรงแสดง ต้องไหว้ครูผู้ฝึก ผู้กำ กับ และเมื่อเลิกแสดง ต้องขอขมาผู้อาวุโส ปลูกฝังจริยธรรมในเรื่องความมีระเบียบเรียบร้อย ซึ่งความมี ระเบียบเรียบร้อยสามารถแสดงออกด้วยพฤติกรรมในการนั่ง การยืน การเดิน การแสดงกิริยามารยาท


ประโยชน์ของนาฏศิลป์ นาฏศิลป์เป็นส่วนสำ คัญในการประกอบพิธีกรรมทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ นอกเหนือไปจากการให้ความบันเทิง และยังมีประโยชน์อีกหลายๆด้าน ดังนี้ ๑ สถาบันพระมหากษัตริย์จำ เป็นต้องมีพระราชพิธีต่างๆ ตามพระราช ประเพณี จึงต้องมีนาฏศิลป์ โขน ละคร ไว้ร่วมแสดงประกอบพระราชพิธี และเพื่อ เป็นการประดับพระเกียรติยศ ๒ นาฏศิลป์ไทยผูกพันกับวิถีชีวิตคนไทยในอดีตจนถึงปัจจุบันตั้งแต่เกิดจน ตาย เช่น ฉลองวันเกิด งานบวช งานแต่งงาน และงานศพ ล้วนแต่มีนาฏศิลป์ ดนตรี แสดงเพื่อความเป็นสิริมงคลเกือบทั้งสิ้น นอกจากนี้ พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การทำ มาหากิน การบูชาบวงสรวง ขอให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ ก็มีการแสดงนาฏศิลป์ ดนตรีในพิธีขอฝนด้วย พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชนหรือสังคม เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ศาสนาเทวดา ครู ผี เป็นคติความเชื่อที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นำ มาซึ่งความสำ เร็จ ความสุข ความปลอดภัย ขจัดปักเป่าภัยพิบัติต่างๆ ดังนั้ร จึงนับว่านาฏศิลป์มีคุณ ประโยชน์เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของบ้านเมืองและเป็นส่วนหนึ่งของคนไทย นับแต่ เกิดจนตาย ๓ ประโยชน์โดยตรงสำ หรับผู้ศึกษาวิชานาฏศิลป์ คือ สอนให้เป็นผู้รู้จักตตนเอง เพราะเป็นวิชาทักษะที่ต้องอาศัยความมีมานะ อดทน ฝึกฝนเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ผู้เรียนจะค้นพบศักยภาพของตนเอง และเข้าใจเนื้อหาของวิชาอย่างถ่องแท้ มีความ เคารพ เชื่อฟังครูอย่างมีเหตุมีผล สาระของนาฏศิลป์อย่างหนึ่งคือ จะให้เรียนรู้เกี่ยว กับความเชื่อ ทัศนคติ ค่านิยมของสังคมในอดีต ซึ่งนักเรียนจะต้องรู้จักคิด วิเคราะห์ มีเหตุผลว่า สมควรเชื่อหรือไม่ จะได้มีความรู้ที่ถูกต้อง สามารถอธิบายเหตุผลได้ และทำ นายหรือคาดเดาเหตุการณ์ในอนาคตได้ มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และสามารถ นำ ความรู้และประโยชน์ไปประยุกต์ใช้กับการดำ เนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์


การสืบทอดนาฏศิลป์ไทย กระบวนการสืบทอดองค์ความรู้ทางนาฏศิลปั ถือเป็นวิชาทักษะที่ผู้ศึกษาจะต้องมีความอดทน อย่างสม่ำ เสมอ และฝึกฝนเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เพื่อสืบสานภูมิปัญญาของบรรพชนตลอดไป ๑) การสืบทอดนาฎศิลป์สมัยโบราณ เป็นการถ่ายทอดจากครูแบบตัวต่อตัว โดยวิธี การจำ ไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ครูนาฏศิลป์จึงมีความสำ คัญมาก องค์ความรู้ทั้งหมด จะอยู่ในตัวครู ซึ่งจะสอนศิษย์โดยวิธีการปฏิบัติ คือ จากตัวครูผู้สอนไปยังศิษย์ ในสมัยโบราณศิษย์ ที่จะได้รับการถ่ายทอดวิชาจะต้องเข้าไปปฏิบัติรับใช้ที่บ้านครู จนครู เห็นว่าศิษย์ผู้นี้มีความกตัญญู มีศรัทธาแน่วแน่ที่จะรับการถ่ายทอดวิชา ครูก็จะสอนและมอบวิชาให้ ส่วนสถาบันในการถ่ายทอดวิชานาฎศิลป์ ส่วนมากจะเป็นการถ่ายทอดและศึกษาเล่า เรียนกันในวัง ครูละครจะเป็นเจ้าจอม เป็นราชนิกูล ใครได้รับบทให้แสดงเป็นตัวละคร ในเรื่องใด ก็จะฝึกเฉพาะบทนั้นจนเชี่ยวชาญ เช่น อิเหนา บุษบา รจนา เป็นต้น ต่อมาเมื่อไม่ สามารถ แสดงได้ก็จะฝึกสอนลูกศิษย์รุ่นใหม่ต่อไปบทเรียนในการฝึกให้เกิดทักษะ คือ เรียนเพลงหน้าพาทย์ ๔ เพลง ได้แก่ เพลงช้า เพลงเร็ว เชิด เสมอ ๒) กระบวนการสืบทอดนาฎศิลป์ในสมัยปัจจุบัน ปัจจุบันวิชานาฏศิลป์เปิดสอน อยู่ในสถาบันการศึกษาเกือบทุกระดับ มีกระบวนการเรียนการสอนที่เป็นแบบแผน โดย จัดทำ สื่อและทำ กิจกรรมเพื่อประเทืองปัญญา โดยใช้ระบบการเรียนการสอนที่มีผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ฝึกให้รู้จักการสังเกต คิดวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์ สร้างจินตนาการ จนเกิดความคิดสร้างสรรค์ และนำ ไปใช้ประโยชน์ได้ในชีวิต ประจำ วัน


แนวทางการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย -อนุรักษ์โดยการปลุกจิตสำ นึกให้คนในท้องถิ่น ตระหนักถึงคุณค่า แก่นสาระและความสำ คัญของนาฏศิลป์ -ฟื้นฟูโดยการเลือกสรรภูมิปัญญาที่กำ ลังสูญหายหรือที่สูญหายไป แล้วมาทำ ให้มีคุณค่าและมีความสำ คัญ -พัฒนาริเริ่มสร้างสรรค์และปรับปรุงนาฏศิลป์ให้ เหมาะสมกับยุค สมัยและเกิดประโยชน์ในการดำ เนินชีวิตประจำ วัน -การเผยแพร่แลกเปลี่ยน โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ เกิด การเผยแพร่และแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอย่างกว้างขวาง -ส่งเสริมกิจกรรม โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดเครือข่าย การสืบสานและพัฒนาภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม


หลักในการเลือกชุดการแสดงให้เหมาะสม ๑. เลือกชุดแสดงให้เหมาะสมกับโอกาสที่แสดง ถ้าเป็นงานเฉลิม ฉลองควรเลือกชุดการแสดง ที่เป็นการอวยพร มอบความเป็นสิริ มงคลให้มั่งมีศรีสุข ๒. การเลือกชุดตามที่ผู้จัดต้องการ ๓. รูปแบบของการแสดง ผู้แสดง เครื่องแต่งกาย ๔. เวลาที่ใช้ในการแสดง ๕. ขนาดของพื้นที่ในการแสดง ๖. งบประมาณเพื่อให้เหมาะสมกับงานนั้นๆ การแสดงนาฏศิลป์ไทยในโอกาสต่างๆ ๑. การแสดงนาฏศิลป์ในงานพระราชพิธี ๒.การแสดงนาฏศิลป์และการละครไทยในงานมงคลทั่วไป ๓. การแสดงนาฏศิลป์และการละครในงานอวมงคล ๔. การแสดงนาฏศิลป์ในงานเทศกาลต่างๆ


ระบำ รำ ฟ้อน การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง


การแสดงนาฏศิลป์ไทยพื้นเมือง การแสดงพื้นเมือง เป็นการแสดงที่แสดงออกถึงการสืบทอดทางศิลปะ และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นที่สืบทอดกันต่อๆ มาอย่าง ช้านาน ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน การแสดงจะออกมาในรูปแบบใด นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพทางภูมิศาสตร์ สิ่งแวดล้อม อาชีพ ภาคเหนือ ภาคเหนือภูมิประเทศเป็นป่าเขาอุดมไปด้วยป่าไม้ มีอากาศหนาว เย็น ทำ ให้คนภาคเหนือมีนิสัยที่นุ่มนวน งดงาม อ่อนช้อย เหล่านี้จึง ทำ ให้เกิดวัฒนธรรมต่างๆขึ้นมา ตัวอย่างเช่น ฟ้อนสาวไหม ฟ้อน ผาง เป็นต้น และมีเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์เช่น สะล้อ ซึง กลองสะบัดชัย กลองเต่งถิ้ง ภาคอีสาน ภาคอีสานได้รับอิทธิพลจากลาวมาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมักจะ เรียกการแสดงหรือการละเล่นเหล่านี้ว่า”เซิ้ง ฟ้อน และ หมอลำ ” ยกตัวอย่างเช่น เซิ้งกระติบ เซิ้งแหย่ไข่มดแดง ฟ้อนภูไท เป็นต้น และมีเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์คือ แคนพิณ ซอ


ภาคกลาง ภาคกลางมีภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำ หลายสายซึ่งเหมาะ แก่การทำ การเกษตร เช่น การทำ นาปลูกข้าว ทำ สวนทำ ไร่ ปัจจัยเหล่านี้จึงทำ ให้เกิดวัฒนธรรมต่างๆขึ้นมา ตัวอย่างเช่น เต้นกำ รำ เคียว เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ รำ กลองยาว ลิเก เป็นต้น และมีเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์เช่น โทน กลอง ยาว ระนาดเอก ภาคใต้ ภาคใต้มีพื้นที่ติดกับทะเลฝั่งตะวันตกและตะวันออก ทางใต้ติดกับมลายู ทำ ให้ได้รับวัฒนธรรมบางส่วนมาด้วย คนใต้จะมีลักษณะพูดเร็ว ห้าวๆ ตัดสินใจเร็ว เด็ดขาด จึงทำ ให้ทีวัฒนธรรมต่างๆขึ้นมา ตัวอย่างเช่น มโนราห์ หนังตะลุง รอเง็ง ระบำ ตารีกีปัส เป็นต้น และมีเครื่องดนตรี ที่เป็นเอกลักษณ์เช่น ทับ กลองตุ๊ก ฉิ่ง รำ มะนา ฆ้อง ฉาบ ปี่


รำ กลองยาว ประเพณีการกลองยาว หรือ เถิดเทิง มีผู้เล่าให้ฟังเป็นเชิง สันนิษฐานว่าเป็นของพม่า นิยมเล่นกันมาก่อนเมื่อครั้งที่พม่ามาทำ สงครามกับไทยในสมัยกรุงธนบุรี หรือสมัยต้นแห่งกรุง รัตนโกสินทร์ เวลาพักรบพวกทหารพม่าก็จะเล่นสนุกสนานกัน ด้วยการเล่นต่างๆ ซึ่งทหารพม่าบางพวกก็เล่น “กลองยาว” พวก ไทยเราได้เห็นก็จำ มาเล่นกันบ้าง เมื่อชาวไทยเห็นว่ารำ กลองยาว เป็นการเล่นที่สนุกสนาน และเล่นได้ง่ายก็นิยมเล่นกันไปแทบ ทุกบ้านทุกเมืองมาจนทุกวันนี้ โอกาสในการละเล่น มักเล่นในงาน บุญงานรื่นเริง เช่น งานสงกรานต์ งานทอดกฐิน ขบวนแห่นาค


๑.ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ผลงานด้านการแสดง ท่านแสดงเป็นตัวอิเหนา นางดรสา พระพิราพ นางเมขลา ไชยเชษฐ์ พระไวย ไกรทอง มีฝีมือ การรำ เป็นเลิศ เชี่ยวชาญเพลงอาวุธทุกชนิด เช่น กระบี่ ทวน และกริช ท่านได้นำ นาฏศิลป์นานาชาติมาพัฒนาเป็นนาฏศิลป์ ไทย เช่น เป็นผู้ปรับปรุงวางรากฐานทางด้านนาฏศิลป์ให้แก่กรม ศิลปากรหลายแขนง นับตั้งแต่การประพันธ์บทโขน ละคร ประดิษฐ์ท่ารำ ทั้งพระ นาง ยักษ์ ลิง และประดิษฐ์ชุดการ แสดงระบำ รำ ฟ้อน มากมาย เช่น อิเหนาฉายกริช มโนราห์ตอนบูชายัญ ระบำ วีระชัย ระบำ ทวน ระบำ กินรีร่อน ระบำ นางไม้ ระบำ ไกรลาศสำ เริง ระบำ นพรัตน์ ระบำ นางใน ระบำ เทพบันเทิง ฟ้อนมาลัย ฟ้อนลาวดวงเดือน ฟ้อนจัทราพาฝันและอีกมากมาย บุคคลสำ คัญในวงการนาฏศิลป์ไทย


๒..ครูอาคม สายาคม ผลงานด้านการแสดง ครูอาคมได้แสดงเป็นตัวเอกหลายตัว เช่น พระราม พระร่วง พระอภัยมณี อิเหนา ขุนแผน พระไวย ไกรทอง ฮเนา(เรื่องเงาะป่า) พระลอ พระสังข์ เป็นต้น ผลงานด้านการประดิษฐ์ท่ารำ ได้แก่ เพลงหน้าพาทย์ตระนาฏ ราช เพลงหน้าพาทย์โปรยข้าวตอก เพลงเชิดจีน ลีลาประกอบ ท่าเชื่อม ตำ ราท่ารำ ผลงานด้านวิชาการ เขียนอธิบายนาฏยศัพท์ บทความ เพลง พื้นเมือง เพลงหน้าพาทย์ ความสำ คัญของหัวโขน ระบำ รำ เต้น


๓.ครูลมุล ยมะคุปต์ ผลงานด้านการประดิษฐ์ท่ารำ ที่ประดิษฐ์ให้กรมศิลปากร ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เช่น รำ แม่บทใหญ่ รำ ซัดชาตรี รำ วงมาตรฐาน รำ เถิดเทิง รำ กิ่งไม้เงินทอง ระบำ กลอง ระบำ ฉิ่ง ระบำ นกยูง ระบำ กฤดาภิหาร ระบำ ชุมนุมเผ่าไทย ระบำ อธิษฐาน ระบำ ในน้ำ มีปลา ระบำ ระฆัง ระบำ นกสาม หมู่ ระบำ เชิญพระขวัญ ฟ้อนเงี้ยว ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา ฟ้อนแพน ฟ้อนแคน เซิ้งสราญ เซิ้งสัมพันธ์ เป็นต้น


Click to View FlipBook Version