The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เคมีม.4 ไฟล์เรื่องความปลอดภัย(แจกฟรี)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panaratt61, 2021-10-23 04:39:11

เคมีม.4 ไฟล์เรื่องความปลอดภัย(แจกฟรี)

เคมีม.4 ไฟล์เรื่องความปลอดภัย(แจกฟรี)

ความปลอดภยั และทกั ษะในปฏบิ ตั กิ ารเคมี

เคมี เลม่ 1 ม.4

Name………………………

ความปลอดภัยและทักษะปฏบิ ตั ิการเคมี เคมี ม. 4 1

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏิบตั ิการเคมี เคมี ม. 4 2

ทดสอบความรู้เบอ้ื งตน้

1. วิธีจดุ ตะเกียงแอลกอฮอล์ทาโดยการเอยี งตะเกยี งต่อไฟจาก
ตะเกียงแอลกอฮอล์อื่น ใช่หรอื ไม่
.......................................................................................................
.......................................................................................................

2. หลอดหยดเปน็ อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการถา่ ยเทสารปรมิ าณ
น้อย ๆ ใช่หรอื ไม่
...................................................................................................

1 ใส่เครอื่ งหมาย / หน้าขอ้ ความท่ีถูกตอ้ ง และเคร่อื งหมาย X หน้าขอ้ ความทไี่ มถ่ กู ตอ้ ง

.....................1.1 ถา้ นกั เรยี นทาขวดบรรจุสารเคมีตกแตกและสารเคมหี กเปื้อนโตะ๊ นักเรยี นต้องกันเพ่อื น ๆ
ออกจากบริเวณนน้ั และแจ้งอาจารยผ์ ดู้ แู ลการทดลอง

.....................1.2 สารละลายทม่ี สี มบัติเปน็ กรดจะเปลยี่ นสกี ระดาษลติ มัสจากแดงเป็นนา้ เงนิ

......................1.3 ควรสวมถงุ มอื และใชผ้ ้าปดิ ปาก ปิดจมกู เม่ือตอ้ งใช้สารเคมที ีม่ ีสญั ลกั ษณ์ ความเป็น
อนั ตรายรูปหัวกะโหลกไขว้

......................1.4 การตวงปรมิ าตรน้า สามารถใชถ้ ้วยตวงของเหลวสาหรับทาขนมแทนการตวงด้วยบกี เกอร์ได้

ความปลอดภยั และทักษะปฏิบัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 3

2. จบั คู่รปู อุปกรณก์ บั ชือ่ ใหถ้ กู ตอ้ ง

ABC

DEF

G HI

.............1 บกี เกอร์ ..................2 กระบอกตวง
.............3 เทอรม์ อมิเตอร์ ..................4 กรวยกรอง
.............5 หลอดทดลอง ...................6 บิวเรตต์
.............7 ปเี ปตต์ ...................8 กระจกนาฬกิ า
..............9 ถ้วยระเหยสาร

ความปลอดภัยและทักษะปฏิบัติการเคมี เคมี ม. 4 4

3. จากรูปต่อไปน้ี อุปกรณ์ใดใชใ้ นการวดั ปริมาณสาร

123

456

789

อุปกรณท์ ่ใี ช้ในการวดั ปรมิ าณสาร ได้แก่ หมายเลข
...............................................................................................................................................................
o การทดลองทางเคมสี าหรับนักเรียนนยิ มทาในหอ้ งปฏบิ ัติการ โดยมขี ้อควรปฏบิ ตั แิ ละควรหลกี เลยี่ งที่
เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทาปฏบิ ตั ิการ
o การจดั การเก่ยี วกับอบุ ตั เิ หตุจากสารเคมี ความเทีย่ งความแม่น หน่วยวัด และวิธกี ารทางวิทยาศาสตร์
o การทาปฏบิ ตั ิการเคมีไดอ้ ย่างปลอดภัยจะตอ้ งคานงึ ถงึ เรือ่ งใดบา้ ง

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 5

1. ความปลอดภยั ในการทางานกบั สารเคมี

o การทาปฏิบัติการเคมีส่วนใหญต่ อ้ งมคี วามเกีย่ วข้องกบั สารเคมี อปุ กรณ์และเครือ่ งมอื ต่าง ๆ
o ซง่ึ ผู้ทาปฏิบตั กิ ารตอ้ งตระหนกั ถงึ ความปลอดภยั ของตนเอง ผู้อ่นื และส่ิงแวดลอ้ ม
o โดยผ้ทู าปฏิบัตกิ ารควรทราบเกย่ี วกบั ประเภทของสารเคมีทีใ่ ช้ ข้อควรปฏิบัตใิ นการทาปฏิบัตกิ าร

เคมี และการกาจดั สารเคมีทใ่ี ชแ้ ลว้ หลงั เสรจ็ สนิ้ ปฏิบตั กิ าร เพ่อื ให้สามารถทาปฏบิ ัติการเคมไี ด้
อยา่ งปลอดภยั

1.1. ประเภทของสารเคมี
o สารเคมมี หี ลายประเภท แตล่ ะประเภทมีสมบตั แิ ตกต่างกัน สารเคมจี ึงจาเป็นตอ้ งมฉี ลากที่มี

ข้อมูลเกย่ี วกบั ความเปน็ อันตรายของสารเคมีเพอื่ ความปลอดภัยในการจดั เก็บ การนาไปใช้
และการกาจดั โดยฉลากของสารเคมีทใ่ี ชใ้ นหอ้ งปฏบิ ตั ิการควรมีข้อมลู ดังนี้
o โดยฉลากของสารเคมีทใ่ี ชใ้ นหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารควรมีขอ้ มลู ดงั นี้

1. ชื่อผลิตภัณฑ์
2. รูปสญั ลักษณ์ แสดงความเป็นอนั ตรายของสารเคมี
3. คาเตอื น ข้อมูลความเป็นอันตราย และข้อควรระวงั
4. ข้อมูลของบรษิ ัทผ้ผู ลติ สารเคมี

ฉลากจะบอกข้อมูลของสารเคมี ***ควรอา่ นฉลากเพอ่ื ใหร้ ู้ข้อมูลของสารเคมกี อ่ นนาไปใช้

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏบิ ัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 6

o บนฉลากบรรจุภณั ฑม์ ีสญั ลกั ษณแ์ สดงความเปน็ อันตรายท่ีสอ่ื ความหมายได้ชดั เจนเพอ่ื ให้
ผใู้ ช้สังเกตไดง้ ่าย

o สัญลักษณ์แสดงความเปน็ อันตรายมีหลายระบบ ในที่น้จี ะกลา่ วถงึ 2 ระบบ ท่ีมกี ารใชก้ ันอย่าง
แพรห่ ลาย คอื
1. Globally Harmonized System of Classification and Labelling

of Chemicals (GHS) ซง่ึ เปน็ ระบบทใี่ ชส้ ากล
2. National Fire Protection Association Hazard Identification System

(NFPA/) เปน็ ระบบทใ่ี ชใ้ นสหรฐั อเมรกิ า
o ซึ่งสัญลักษณท์ ั้งสองระบบนสี้ ามารถพบเหน็ ได้ท่วั ไปบนบรรจุภณั ฑส์ ารเคมีในระบบ GHS จะแสดง

สญั ลักษณ์ในสีเ่ หลยี่ มกรอบสีแดง พนื้ สขี าว ลักษณะดังรูป

ระบบ GHS

ตัวอยา่ ง จากฉลากของกรดไฮโดรคลอรกิ สารเคมีทั้งสองมีอนั ตรายตามระบบ GHS อยา่ งไรบ้าง

1. .....................................................................
2. .....................................................................
3. .....................................................................
4. ......................................................................

ความปลอดภัยและทักษะปฏิบตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 7

o สาหรบั สญั ลักษณ์แสดงความเปน็ อนั ตรายในระบบ NFPA
o จะใชส้ แี ทนความเป็นอนั ตรายในดา้ นตา่ ง ๆ ได้แก่

* สแี ดง แทนความไวไฟ
*สนี า้ เงนิ แทนความเปน็ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ
*สเี หลอื งแทนความวอ่ งไวในการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี
• โดยใส่ตัวเลข 0 ถงึ 4 เพ่ือระบรุ ะดบั ความเป็นอนั ตรายจากนอ้ ยไปหามาก
• และช่องสีขาวใชใ้ สอ่ กั ษรหรอื สญั ลักษณ์ท่ีแสดงสมบัติทเ่ี ป็นอันตรายดา้ นอน่ื ๆ
• ดงั ตัวอยา่ งในรปู

ระบบ NFPA

ตวั อยา่ ง จากสญั ลักษณค์ วามเป็นอนั ตรายในระบบ NFPA
ของกรดไฮโดรคลอรกิ และแอมโมเนีย สารคมีใดเปน็
อนั ตรายมากกวา่ กันในดา้ น
1. ความไวไฟ ......................................................................
2. ความเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

..........................................................................................
3. ความวอ่ งไวในการเกิดปฏิกิริยาเคมี

...........................................................................................

ความปลอดภยั และทักษะปฏิบัติการเคมี เคมี ม. 4 8

เอกสารความปลอดภยั (safety data sheet, SDS)
เปน็ เอกสารท่มี ีข้อมูลอยา่ งละเอยี ดเก่ยี วกับสารเคมี เชน่
*ความปลอดภัยในการใชส้ ารเคมี
*สมบัติและองคป์ ระกอบของสารเคมี
*ความเปน็ อนั ตราย
*การปฐมพยาบาลเบือ้ งต้น

ความปลอดภยั และทักษะปฏิบตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 9

1.2 ข้อควรปฏบิ ตั ใิ นการทาปฏบิ ตั กิ ารเคมี

o การทาปฏิบัตกิ ารเคมีให้เกดิ ความปลอดภัยนอกจากต้องทราบข้อมูลของสารเคมีท่ใี ช้แลว้
o ผทู้ าปฏิบตั กิ ารควรทราบเก่ยี วกบั การปฏบิ ัติตนเบ้ืองตน้ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลงั ทาปฏิบัตกิ าร

ดังต่อไปนี้
กอ่ นทาปฏบิ ัตกิ าร

1) ศกึ ษาข้ันตอนหรอื วิธีการทาปฏบิ ัติการให้เข้าใจ วางแผนการทดลอง หากมีข้อสงสยั
ต้องสอบถามครูผู้สอนก่อนทจี่ ะทาการทดลอง

2) ศึกษาข้อมูลของสารเคมที ใ่ี ชใ้ นการทดลอง เทคนิคการใช้เครอื่ งมือ วสั ดุอปุ กรณ์
ตลอดจนวิธกี ารทดลองท่ีถูกต้องและปลอดภยั

3) แต่งกายให้เหมาะสม เช่น สวมกางเกงหรือกระโปรงยาว สวมรองเท้ามดิ ชดิ สน้ เตยี้
คนทมี่ ผี มยาวควรรวบผมให้เรยี บร้อย หลีกเลยี่ งการสวมใส่เคร่ืองประดบั และ
คอนแทคเลนส์ขณะทาปฏบิ ตั ิการ

1) ข้อปฏบิ ัติโดยทัว่ ไป
1.1 สวมแวน่ ตานริ ภยั สวมเสื้อคลมุ ปฏบิ ัตกิ าร ที่ตดิ กระดมุ ทกุ เมด็ ควรสวมถุงมอื เม่อื

ต้องใชส้ ารกดั กรอ่ น หรือสารท่ีมีอันตราย ควรสวมผ้าปดิ ปากเมื่อตอ้ งใช้สารเคมีที่มีไอระเหย และทา
ปฏิบัตกิ ารในท่ีซึง่ มอี ากาศถ่ายเทหรอื ในตดู้ ูดควนั ดงั รูป

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏิบตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 10

1.2 ห้ามรับประทานอาหารและเครอ่ื งดืม่ หรอื ทากิจกรรมอืน่ ๆ ท่ไี ม่เกีย่ วข้องกับการทา
ปฏิบัติการ

1.3 ไมท่ าการทดลองในห้องปฏิบตั ิการตามลาพงั เพยี งคนเดยี ว เพราะเมือ่ เกิดอบุ ตั เิ หตุ
ขน้ึ จะไม่มใี ครทราบและไม่อาจชว่ ยได้ทนั ท่วงที หากเกิดอบุ ัตเิ หตุในหอ้ งปฏิบัติการ ตอ้ งแจ้งให้ครูผสู้ อน
ทราบทันทที ุกคร้งั

1.4 ไมเ่ ล่นและไม่รบกวนผอู้ ่ืนในขณะท่ที าปฏิบัติการ
1.5 ปฏบิ ตั ิตามข้ันตอนและวธิ กี ารอยา่ งเครง่ ครดั ไม่ทาการทดลองใด ๆ ท่ี
นอกเหนือจากท่ไี ด้รบั มอบหมาย และไมเ่ คลอื่ นยา้ ยสารเคมี เครอ่ื งมือ และอปุ กรณ์สว่ นกลางทตี่ อ้ งใช้
ร่วมกนั นอกจากได้รบั อนญุ าตจากครูผสู้ อนเท่านน้ั
1.6 ไมป่ ล่อยให้อุปกรณใ์ หค้ วามร้อน เช่น ตะเกียงแอลกอฮอล์ เตาแผ่นให้ความร้อน
(hot plate) ทางานโดยไมม่ ีคนดแู ล และหลงั จากใช้งานเสร็จแลว้ ใหด้ บั ตะเกียงแอลกอฮอลห์ รอื ปิดเคร่ือง
และถอดปลก๊ั ไฟออกทนั ที แลว้ ปลอ่ ยไว้ใหเ้ ยน็ กอ่ นการจดั เกบ็ เม่อื ใชเ้ ตาแผน่ ใหค้ วามรอ้ นต้องระวังไม่ให้
สายไฟพาดบนอปุ กรณ์

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏิบตั ิการเคมี เคมี ม. 4 11

2) ข้อปฏบิ ตั ใิ นการใชส้ ารเคมี
2.1 อา่ นชอ่ื สารเคมีบนฉลากใหแ้ นใจกอ่ นนาสารเคมไี ปใช้
2.2 การเคลอื่ นย้าย การแบ่ง และการถ่ายเทสารเคมตี อ้ งทาด้วยความระมดั ระวงั

โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ สารอันตราย และควรใชอ้ ปุ กรณ์ เช่น ช้อนตกั สารและบีกเกอร์ที่แห้งและสะอาด การ
เทของเหลวจากขวดบรรจุสารใหเ้ ทด้านตรงขา้ มฉลาก เพื่อปฺองกนั ความเสยี หายของฉลากเนือ่ งจากการ
สมั ผสั สารเคมี

แบบของแขง็ แบบของเหลว

2.3 การทาปฏิกิริยาของสารในหลอดทดลอง ตอ้ งหันปากหลอดทดลองออกจากตวั เอง
และผ้อู นื่ เสมอ

2.4 ห้ามชิมหรือสูดดมสารเคมโี ดยตรง ถ้าจาเปน็ ตอ้ งทดสอบกลน่ิ ใหใ้ ชม้ ือโบกใหไ้ อ
ของสารเขา้ จมูกเพียงเล็กนอ้ ย

2.5 การเจือจางกรด ห้ามเทนา้ ลงกรดแตใ่ หเ้ ทกรดลงน้า เพ่ือใหน้ ้าปริมาณมากชว่ ย
ถ่ายเทความร้อนทีเ่ กิดจากการละลาย

2.6 ไมเ่ ทสารเคมที เี่ หลือจากการเทหรือตกั ออกจากขวดสารเคมีแลว้ กลับเข้าขวดอยา่ ง
เด็ดขาด ใหเ้ ทใส่ภาชนะทง้ิ สารทจ่ี ัดเตรยี มไว้

2.7 เมอื่ สารเคมีหกในปรมิ าณเลก็ นอ้ ยใหก้ วาดหรอื เชด็ แล้วทงิ้ ลงในภาชนะสาหรบั ทิ้ง
สารทเ่ี ตรยี มไวใ้ นห้องปฏิบัตกิ าร หากหกในปรมิ าณมากใหแ้ จง้ ครูผู้สอน

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏิบัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 12

หลังทาปฏิบตั ิการ
1) ทาความสะอาดอปุ กรณ์ เคร่อื งแกว้ และวางหรือเกบ็ ในบริเวณทีจ่ ดั เตรยี มไวใ้ ห้

รวมทง้ั ทาความสะอาดโต๊ะทาปฏิบัติการ
2) กอ่ นออกจากหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารใหถ้ อดอปุ กรณป์ อฺ งกนั อนั ตราย เชน่ เส้ือคลมุ ปฏบิ ตั กิ าร

แว่นตา นิรภัย ถุงมือ

จากรปู ผ้ทู าปฏิบัติการควรปรับปรุงสง่ิ ใดบา้ ง เพ่ือใหเ้ กิดความปลอดภยั ในการทาปฏบิ ตั ิการ

ความปลอดภัยและทักษะปฏิบัติการเคมี เคมี ม. 4 13

1.3 การกาจดั สารเคมี
o สารเคมีทใี่ ชแ้ ลว้ หรือเหลือใชจ้ ากการทาปฏบิ ัตกิ ารเคมี จาเปน็ ต้องมีการกาจัดอยา่ งถกู วธิ ี เพื่อ

ใหเ้ กิดความปลอดภยั ตอ่ ส่งิ แวดล้อมและสง่ิ มชี ีวติ
o การกาจัดสารเคมีแตล่ ะประเภท สามารถปฏิบัตไิ ด้ดงั นี้

ชนิดของสาร
ของเหลวท่ีไม่อนั ตราย
ละลายน้าได้
pH เปน็ กลาง
ปริมาตรไม่เกนิ 1 ลิตร
วธิ กี ้าจดั
สามารถเทลงอา่ งนา้ และเปดิ นา้ ตามมาก ๆ

ชนิดของสาร
สารละลายเข้มข้นบางชนดิ เช่น
กรดไฮโดรคลอรกิ โซเดยี มไฮดรอกไซด์
วธิ ีกาจดั
สามารถเทลงอ่างน้า และเปิดน้าตามมาก ๆ

ชนิดของสาร
สารเคมีทเ่ี ปน็ ของแขง็ ไม่อนั ตรายปริมาณไม่เกิน 1
กิโลกรัม
วธิ ีกาจดั
ใส่ในภาชนะท่ีปิดมิดชิด
ตดิ ฉลากช่อื ใหช้ ดั เจนก่อนทง้ิ ในท่ีซ่งึ จดั เตรียมไว้

ชนดิ ของสาร
สารไวไฟ
ตวั ทาละลายทไ่ี ม่ละลายน้า
สารประกอบของโลหะเป็นพษิ
สารท่ที าปฏิกิริยากบั น้า
วธิ ีกาจดั
ให้ท้งิ ไวใ้ นภาชนะทท่ี างหอ้ งปฏิบตั กิ าร
จดั เตรยี มไวใ้ ห้

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏบิ ัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 14

แบบฝกึ หดั ท่ี 1 2

11. พจิ ารณาตัวอยา่ งฉลากสารเคมตี ่อไปนี้

34
56
78

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏิบตั ิการเคมี เคมี ม. 4 15

พิจารณาตวั อย่างฉลากสารเคมแี ลว้ ตอบคาถาม ตอ่ ไปน้ี
1 สารเคมหี มายเลขใดไมค่ วรวางใกลเ้ ปลวไฟ
...............................................................................................................................................................
2. สารเคมหี มายเลขใดเป็นพิษต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
..............................................................................................................................................................
3. สารเคมหี มายเลขใดมีฤทธ์ิกดั กรอ่ นผวิ หนงั
............................................................................................................................................................
4 เมื่อสมั ผสั กบั โซเดียมซัลเฟต (หมายเลข 5 ) ควรปฏิบัตอิ ยา่ งไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
5 สารละลายเลด(II)ไนเทรต (Pb(NO3)2) (หมายเลข 8 ) เขม้ ขน้ ร้อยละ 10 โดยมวลต่อปริมาตร ที่
เหลือจากการทดลอง 5 มลิ ลิลติ ร ควรทิง้ อยา่ งไร
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

2. จากรูปผู้ทาปฏิบตั ิการควรปรับปรงุ สิง่ ใดบา้ ง เพื่อให้เกดิ ความปลอดภยั ในการทาปฏิบัตกิ ารเคมี

1...............................................................................................................
2..............................................................................................................
3..............................................................................................................
4..............................................................................................................

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏิบัติการเคมี เคมี ม. 4 16

3. แปลความหมายของสัญลกั ษณ์แสดงความเปน็ อันตรายในระบบ GHS ตอ่ ไปน้ี และ ถา้ นกั เรยี นตอ้ ง
ใชส้ ารเคมีเหลา่ นีใ้ นการทาปฏิบัตกิ ารจะตอ้ งใชอ้ ปุ กรณป์ อฺ งกนั เพ่มิ เตมิ ใดนอกจากเสอ้ื คลมุ ปฏิบัตกิ าร

ขอ้ ท่ี สัญลกั ษณ์ การแปลความหมายของสญั ลกั ษณ์ อปุ กรณป์ อฺ งกนั
เพม่ิ เตมิ

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏบิ ัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 17

2 อบุ ตั ิเหตจุ ากสารเคมี

o ในการทาปฏบิ ตั กิ ารเคมอี าจเกิดอุบตั ิเหตตุ า่ ง ๆ จากการใชส้ ารเคมีได้
o ซึง่ หากผู้ทาปฏบิ ตั กิ ารมคี วามรู้ในการปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้ จะสามารถ ลดความรุนแรงและความ

เสียหายทีเ่ กดิ ขนึ้ ได้ โดยการปฐมพยาบาลเบ้อื งตน้ จากอบุ ัตเิ หตจุ ากการใชส้ ารเคมี มีข้อปฏิบตั ิดังนี้

การปฐมพยาบาลเมอ่ื ร่างกายสัมผสั สารเคมี

1. ถอดเส้อื ผา้ บริเวณท่เี ป้อื นสารเคมอี อก และซบั สารเคมี
ออกจากร่างกายให้มากทส่ี ดุ
2. กรณีเป็นสารเคมที ่ีละลายน้าได้ เช่น
กรดหรือเบส ใหล้ ้างบริเวณที่สมั ผัสสารเคมีดว้ ยการ
เปิดน้าไหลผ่านปริมาณมาก
3. กรณีเปน็ สารเคมีทีไ่ ม่ละลายน้า ให้ล้างบริเวณ
ทสี่ ัมผสั สารเคมดี ้วยน้าสบู่
4. หากทราบวา่ สารเคมที ี่สมั ผัสร่างกายคือสารใด
ให้ปฏิบัตติ ามขอ้ กาหนดในเอกสารความปลอดภยั ของสารเคมี

กรณีท่ีรา่ งกายสมั ผัสสารเคมีในปรมิ าณมากหรือมีความ
เข้มขน้ สงู ให้ปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ แลว้ นาสง่ แพทย์

การปฐมพยาบาลเม่ือสารเคมเี ขา้ ตา
ตะแคงศรี ษะโดยใหต้ าด้านท่ีสัมผสั สารเคมีอยูด่ ้านลา่ ง
ลา้ งตาโดยการเปิดนา้ เบา ๆ ไหลผ่าน
ด้งั จมูกใหน้ า้ ไหลผา่ นตาข้างทีโ่ ดนสารเคมี ดงั รปู

พยายามลืมตาและกรอกตาในน้าอยา่ งนอ้ ย 10 นาที หรอื
จนกวา่ แน่ใจวา่ ชะล้างสารออกหมดแล้ว ระวังไมใ่ ห้น้าเข้าตาอกี ข้าง

หน่ึง แล้วนาสง่ แพทยท์ นั ที

ความปลอดภยั และทักษะปฏบิ ัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 18

การปฐมพยาบาลเมอ่ื สดู ดมแก๊สพษิ
1. เมื่อมแี กส๊ พษิ เกิดขนึ้ ตอ้ งรบี ออกจากบรเิ วณน้นั และไปบริเวณทีม่ ีอากาศถา่ ยเทสะดวกทันที
2. หากมีผู้ท่สี ดู ดมแก๊สพษิ จนหมดสติหรือไมส่ ามารถชว่ ยเหลือตนเองได้ ต้องรบี เคลอ่ื นยา้ ย
ออกจากบริเวณนัน้ ทนั ที โดยท่ีผู้ช่วยเหลอื ตอ้ งสวมอุปกรณ์ปฺองกนั ทีเ่ หมาะสม เช่น หน้ากากปฺองกนั
แก๊สพษิ ผ้าปิดปาก

3. ปลดเส้ือผา้ เพื่อให้ผูป้ ระสบอุบัตเิ หตหุ ายใจได้สะดวกขึ้น
หากหมดสติใหจ้ ับนอนควา่ และตะแคงหนา้ ไปด้านใดด้านหนงึ่
เพ่ือปฺองกนั โคนลิน้ กีดขวางทางเดนิ หายใจ

4. สังเกตการเต้นของหวั ใจและการหายใจ หากวา่
หวั ใจหยดุ เต้นและหยุดหายใจใหน้ วดหวั ใจ
และผายปอดโดยผู้ทผี่ ่านการฝกึ แตไ่ ม่ควรใช้วิธี
เปูาปาก (mouth to mouth) แล้วนาส่งแพทย์ทันที

การปฐมพยาบาลเมือ่ โดนความรอ้ น
1. แช่น้าเยน็ หรือปิดแผลด้วยผา้ ชบุ น้าจนหายปวดแสบปวดรอ้ น
2. แล้วทายาข้ผี งึ้ สาหรับไฟไหมแ้ ละนา้ รอ้ นลวก
3. หากเกดิ บาดแผลใหญใ่ หน้ าส่งแพทย์

กรณที ส่ี ารเคมเี ขา้ ปากให้ปฏบิ ัติตามคาแนะนาตามเอกสาร
ความปลอดภัยแลว้ นาสง่ แพทยท์ ุกกรณี

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 19

แบบฝึกหดั ที่ 2

1. ให้นกั เรียนระบุวิธีปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ ที่เหมาะสม เมอื่ เกิดอุบตั เิ หตุตอ่ ไปนี้ในหอ้ งปฏิบัตกิ าร
1.1 สารละลายกรดกระเดน็ ถูกผวิ หนัง
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
1.2 สมั ผัสกับเม็ดโซเดียมไฮดรอกไซด์
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
1.3 ไอน้าารอ้ นจากอา่ งน้าารอ้ นสัมผสั รา่ งกาย
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
1.4 เศษแกว้ จากหลอดทดลองทแ่ี ตกบาดมอื
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
1.5 เมื่อใช้มอื สัมผสั โตะ๊ ในหอ้ งปฏบิ ัติการ แล้วเกิดอาการแสบร้อน
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

2. สบื ค้นขอ้ มลู safety data sheet ของ 1-naphthyl methylcarbamate ซ่งึ เป็นยาฆ่าแมลง
ในกล่มุ คาร์บาเมต (carbaryl insecticide) ทนี่ าามาใช้ในการกาาจดั แมลงศตั รูพชื เพ่ือตอบคาาถาม
ต่อไปนี้
2.1 วธิ เี ก็บรกั ษา
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
2.2 วิธปี ฐมพยาบาล เมอ่ื สมั ผสั ผิวหนัง
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏบิ ัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 20

3. เติมเครื่องหมาย / หนา้ ขอ้ ความท่ถี ูกตอ้ ง และเติมเครื่องหมาย X หนา้ ข้อความท่ไี มถ่ ูกต้อง
...................3.1 สามารถใช้แว่นสายตาทดแทนแวน่ นิรภัยในการทาปฏบิ ัติการเคมีได้
...................3.2 ควรถอดรองเทา้ ก่อนเข้าหอ้ งปฏิบัตกิ ารเคมีเสมอ
...................3.3 การทดสอบปฏิกริ ิยาเคมใี นหลอดทดลองไมค่ วรหนั ปากหลอดทดลองไปทางท่ีมคี น
...................3.4 เมื่อสัมผัสบีกเกอร์หรือภาชนะท่รี อ้ น ควรใชย้ าสฟี นั ทาบริเวณท่ีสัมผัสของรอ้ น
...................3.5 หลังทาการทดลอง ควรทาความสะอาดอปุ กรณ์ และโต๊ะให้สะอาดก่อนออกจาก
ห้องปฏบิ ัตกิ ารเคมี
...................3.6 ถ้าทาสารเคมหี กบนเคร่อื งชง่ั ควรทาความสะอาดทนั ทโี ดยไมจ่ าเป็นตอ้ งปดิ เคร่อื งชัง่
...................3.7 การวาดกราฟแสดงความสมั พันธข์ องข้อมูล เปน็ วิธหี นงึ่ ในการนาเสนอข้อมลู เพ่ือ
วิเคราะห์ผล
...................3.8 ควรสวมเส้อื คลุมปฏิบตั กิ ารทุกครัง้ ทีท่ าการทดลอง เพ่ือปอฺ งกนั สารเคมีหกรดถกู ร่างกาย
...................3.9 เอกสารความปลอดภัยเปน็ เอกสารที่บอกสมบตั ิ อันตราย และการปฐมพยาบาล
ของสารเคมีแต่ละชนดิ
..................3.10 การห้ามรับประทานอาหารและเครอ่ื งด่ืมในหอ้ งปฏบิ ัติการเคมี เปน็ การปอฺ งกนั
ไม่ให้ไดร้ ับอุบตั ิเหตจุ ากการกลืนกนิ สารเคมี

4. จากรปู ให้นักเรียนระบุวา่ บคุ คลใดบ้างทป่ี ฏบิ ัตไิ มถ่ ูกหลักความปลอดภัยในหอ้ งปฏิบตั ิการ
พร้อมระบวุ า่ บุคคลนน้ั ปฏิบัติตัวไม่ถกู ตอ้ งในเร่ืองใด

บคุ คลท่ีปฏบิ ัตไิ มถ่ กู หลักความปลอดภัยในหอ้ งปฏบิ ัติการ คือ.................................................................
...........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏบิ ัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 21

1.3 การวดั ปรมิ าณสาร

o ในปฏบิ ัติการเคมจี าเป็นตอ้ งมกี ารชง่ั ตวง และวัดปรมิ าณสาร ซงึ่ การชัง่ ตวง วดั
o มีความคลาดเคลือ่ นทอี่ าจเกิดจากอุปกรณท์ ใี่ ช้ หรือผู้ทาปฏิบัติการ ท่จี ะส่งผลใหผ้ ลการทดลองทไี่ ดม้ ี

คา่ มากกวา่ หรอื นอ้ ยกวา่ ค่าจริง
o ความนา่ เช่อื ถอื ของข้อมูล สามารถพิจารณาไดจ้ าก 2 สว่ นดว้ ยกนั คือ

**ความเทย่ี ง (precision) คอื ความใกลเ้ คียงกันของคา่ ท่ีไดจ้ ากการวดั ซา้
**ความแม่น (accuracy) คือ ความใกลเ้ คียงของคา่ เฉลย่ี จากการวดั ซ้าเทยี บกับคา่ จริง
o ความเท่ยี งและความแม่นของข้อมลู ทไ่ี ดจ้ ากการวัดขน้ึ อยู่กบั
- ทักษะของผู้ท่ีทาการวดั
- ความละเอยี ดของอปุ กรณท์ ี่ใช้
o อปุ กรณ์การวดั ท่ีใชโ้ ดยทว่ั ไปในปฏิบตั กิ ารเคมี ได้แก่
- อุปกรณว์ ดั ปริมาตร
- อุปกรณ์วดั มวล

อุปกรณ์วัดปรมิ าตร
o อุปกรณ์วัดปรมิ าตรสารเคมที ่เี ปน็ ของเหลวทีใ่ ชใ้ นหอ้ งปฏิบัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตร์มีหลายชนดิ

แต่ละชนิดมีขีดและตัวเลขแสดงปรมิ าตรท่ไี ดร้ ับการตรวจสอบมาตรฐานและกาหนดความคลาด
เคล่ือนที่ยอมรับได้ บางชนดิ มีความคลาดเคลื่อนนอ้ ย บางชนดิ มคี วามคลาดเคลอื่ นมาก
o ในการเลือกใช้ตอ้ งคานงึ ถึงความเหมาะสมกับปรมิ าตรและระดบั ความแมน่ ทีต่ ้องการ
o อปุ กรณ์วัดปริมาตรบางชนิดท่ีนักเรยี นได้ใช้งานในการทาปฏบิ ัติการทางวทิ ยาศาสตรท์ ผี่ า่ นมา
เชน่ บีกเกอร์ ขวดรูปกรวย กระบอกตวง เปน็ อุปกรณ์ท่ไี ม่สามารถบอกปริมาตรไดแ้ มน่ มาก
พอสาหรับการทดลองในบางปฏิบัติการ

บีกเกอร์ มาจากคาวา่ beak แปลว่า บกี เกอร์ (beaker) มลี ักษณะเปน็ ทรงกระบอก
จะงอยปากนก เนอื่ งจากทีบ่ ริเวณขอบ ปากกว้าง มีขีดบอกปริมาตรในระดับมลิ ลิลติ ร
บีกเกอร์มีลกั ษณะคลา้ ยจะงอยปากของนก มหี ลายขนาด ดงั รปู

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏบิ ตั ิการเคมี เคมี ม. 4 22

ขวดรปู กรวย (erlenmeyer flask) มี
ลักษณะคลา้ ยผลชมพู่ มีขีดบอกปรมิ าตรใน
ระดบั มลิ ลลิ ิตรมีหลายขนาด ดังรูป

กระบอกตวง (measuring cy linder) มลี ักษณะเป็น
ทรงกระบอก มีขดี บอกปริมาตรในระดับมลิ ลิลติ ร
มีหลายขนาด ดงั รปู

นอกจากน้ียังมอี ุปกรณท์ สี่ ามารถวดั ปริมาตรของของเหลวไดแ้ มน่ มากกว่าอุปกรณข์ ้างตน้ โดย
มที ้งั ทเี่ ปน็ การวัดปริมาตรของของเหลวทบ่ี รรจอุ ยู่ภายใน และการวดั ปริมาตรของของเหลวทถ่ี า่ ยเท
เชน่ ปีเปตต์ บิวเรตต์ ขวดกาหนดปริมาตร

ปเี ปตต์ (pipette) เป็นอปุ กรณ์วัดปริมาตรทม่ี คี วามแมน่
สูง ซงึ่ ใช้สาหรบั ถา่ ยเทของเหลวปีเปตต์ท่ใี ชก้ ันท่ัวไป
มี 2 แบบ คือ แบบปริมาตรซึ่งมีกระเปาะตรงกลาง มีขีด
บอกปรมิ าตรเพียงค่าเดยี วและแบบใช้ตวง มขี ดี บอก
ปรมิ าตรหลายคา่ ดังรปู

ตัวอย่าง ในหอ้ งปฏิบัตกิ ารมปี ิเปตต์แบบใชต้ วงขนาด 5 มลิ ลเิ มตรและ
10 มิลลิเมตรและมปี ิเปตต์แบบปริมาตรขนาด 5 มลิ ลเิ มตรและ 25
มลิ ลเิ มตรหากตอ้ งการของเหลวปริมาตรตอ่ ไปนี้
ต้องเลือกปิเปตต์แบบใดและขนาดปริมาตรใด
1. 2.50 มลิ ลิเมตร ใช้...................................................................................
2. 5.00 มิลลิเมตร ใช้...................................................................................
3. 25.00 มิลลิเมตร ใช้...................................................................................

ความปลอดภยั และทักษะปฏบิ ัติการเคมี เคมี ม. 4 23

บวิ เรตต์ (burette) เป็นอุปกรณส์ าหรับถ่ายเทของเหลวใน
ปรมิ าตรตา่ ง ๆ ตามตอ้ งการ มีลักษณะเปน็ ทรงกระบอก
ยาวท่ีมขี ดี บอกปริมาตร และมีอปุ กรณ์ควบคมุ การไหลของ
ของเหลวทเี่ รียกวา่ กอ๊ กปิดเปดิ (stop cock) ดังรปู

ขวดกาหนดปริมาตร (volumetric flask) เปน็ อปุ กรณ์
สาหรบั วัดปรมิ าตรของของเหลวที่บรรจภุ ายใน ใช้สาหรับ
เตรียมสารละลายทีต่ อ้ งการความเขม้ ขน้ แนน่ อน มีขีดบอก
ปริมาตรเพยี งขดี เดียวมีจุกปิดสนทิ ขวดกาหนดปรมิ าตรมี
หลายขนาด ดงั แสดงในรูป

o การใช้อปุ กรณ์วัดปรมิ าตรเหลา่ น้ีใหไ้ ดค้ า่ ท่ีน่าเช่อื ถอื จะต้องมกี ารอา่ นปริมาตรของของเหลวใหถ้ ูกวธิ ี
o โดยตอ้ งใหส้ ายตาอยรู่ ะดบั เดียวกนั กบั ระดับส่วนโคง้ ของของเหลว
o โดยถ้าสว่ นโค้งของของเหลวมีลกั ษณะเว้า ให้อา่ นปริมาตร

ทจี่ ดุ ต่าสุดของส่วนโค้งน้นั
o แต่ถา้ สว่ นโคง้ ของของเหลวมีลักษณะนูน ให้อา่ นปรมิ าตร

ทจ่ี ุดสูงสดุ ของสว่ นโคง้ น้ัน แสดงดงั รูป

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 24

o อปุ กรณว์ ดั ปรมิ าตรบางชนิด เชน่ ปีเปตต์แบบปรมิ าตร ขวดกาหนดปรมิ าตร มีขดี บอก

ปรมิ าตรเพียงขีดเดยี ว
o อุปกรณ์ประเภทนอี้ อกแบบมาเพือ่ ให้ใช้ในการถา่ ยเทหรอื บรรจขุ องเหลวที่มปี รมิ าตรเพียงคา่ เดยี ว

ตามทรี่ ะบุบนอปุ กรณ์
o ดังนัน้ ผู้ใช้จึงจาเปน็ ต้องพยายามปรบั ระดบั ของเหลวใหต้ รงกับขดี บอกปริมาตร
o การบนั ทกึ ค่าปริมาตรให้บนั ทกึ ตามขนาดและความละเอียดของอุปกรณ์
o เชน่ ปเี ปตต์ มคี วามละเอียดของค่าปรมิ าตรถึงทศนยิ มตาแหนง่ ทส่ี อง ดังนนั้ ปริมาตรของเหลวที่ได้

จากการใชป้ ีเปตต์ ขนาด 10 มิลลลิ ิตร บันทึกค่าปริมาตร เปน็ 10.00 มลิ ลิลิตร

1. จากรูป ปริมาตรของของเหลวในกระบอกตวงมีค่าเท่าใด

อา่ นคา่ ปริมาตรของของเหลวไดป้ ระมาณ .......................มลิ ลลิ ิตร
(ทศนยิ มตาาแหนง่ ท่ีสองเปน็ ค่าประมาณนกั เรียนอาจตอบตา่ งจาก
แนวคาาตอบได้)

2. ปริมาตรเร่มิ ตน้ และปริมาตรสุดทา้ ยจากการถ่ายเทของเหลวด้วยบวิ เรตต์ เป็นดังรูป
ของเหลวทถ่ี ่ายเทได้มีปรมิ าตรเทา่ ใด
อ่านคา่ ปรมิ าตรเริ่มตน้ และปริมาตรสุดทา้ ย
ได้ ..................... และ ....................มิลลิลติ ร ดังนน้ั
ของเหลวท่ถี า่ ยเทไดม้ ีปริมาตร ................... มิลลลิ ิตร

(ทศนิยมตาาแหน่งทีส่ องเปน็ คา่ ประมาณ
นกั เรยี นอาจตอบตา่ งจากแนวคาาตอบได้)

อุปกรณ์แตล่ ะชนดิ มีความละเอยี ดไม่เท่ากนั โดยชใี้ ห้เหน็ ตัวเลขท่ีปรากฏบนอปุ กรณท์ ่ีนามาใหน้ กั เรียนดู
เช่น คา่ ความคลาดเคลื่อนของกระบอกตวงและปเิ ปตต์ขนาด 25 มิลลิลติ ร เทา่ กับ +0.40 และ +0.10
ตามลาดับ ดังรูป

1. สัญลักษณ์ Blow-out pipet
2. ขีดบอกปริมาตร
3. ความจุ
4. ปรมิ าตรแต่ละขดี
5. ระดบั ชั้นคณุ ภาพ
6. วตั ถุประสงคก์ ารใชง้ าน
7. ความคาดเคลอื่ นของปรมิ าตร

ความปลอดภยั และทักษะปฏบิ ัติการเคมี เคมี ม. 4 25

อุปกรณ์วดั มวล
o เครอ่ื งช่ัง เปน็ อุปกรณส์ าหรบั วดั มวลของสารทง้ั ทเี่ ปน็ ของแขง็ และของเหลว
o ความนา่ เชอ่ื ถอื ของคา่ มวลทว่ี ดั ไดข้ ึ้นอยกู่ ับความละเอยี ดของเครื่องชง่ั และวธิ ีการใช้เครอื่ งช่งั
o ช่ังที่ใชใ้ นหอ้ งปฏบิ ัติการเคมโี ดยท่ัวไปมี 2 แบบ คอื

เครื่องช่ังแบบสามคาน (riple beam)

เครื่องช่ังไฟฟาฺ (electronic balance)

o ปจั จบุ นั เคร่อื งช่งั ไฟฟาฺ ไดร้ ับความนิยมมากข้นึ เนอื่ งจากสามารถใช้งานได้สะดวก

และหาซ้ือได้ง่าย
o ตัวเลขทศนิยมตาแหนง่ สุดทา้ ยซ่ึงเปน็ ค่าประมาณของเครื่องช่งั แบบสามคานมา

จากการประมาณของผู้ช่ัง
o ขณะท่ีทศนิยมตาแหน่งสดุ ทา้ ยของเครื่องชั่งไฟฟาฺ มาจากการประมาณของอปุ กรณ์

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏบิ ัติการเคมี เคมี ม. 4 26

3 เลขนยั สาคญั

o ค่าท่ีได้จากการวัดด้วยอุปกรณ์การวัดตา่ ง ๆ ประกอบด้วยตวั เลขและหนว่ ย
o โดยคา่ ตวั เลขท่ีวดั ไดจ้ ากอุปกรณแ์ ต่ละชนดิ อาจมคี วามละเอยี ดไมเ่ ท่ากนั ซงึ่ การบนั ทึกและรายงาน

ค่าการอา่ นตอ้ งแสดงจานวนหลกั ของตวั เลขทสี่ อดคล้องกับความละเอียดของอปุ กรณ์
o เช่น อณุ หภมู ิที่อา่ นได้จากเทอรม์ อมิเตอรท์ ั้งสอง มคี า่ เทา่ ใด

อ่านค่าได้ 26.0 องศาเซลเซียส

อ่านคา่ ได้ 26.22 องศาเซลเซียส

จากรูป
o อุณหภูมจิ ากเทอรม์ อมเิ ตอรแ์ บบดิจทิ ลั อ่านได้เท่ากับ 26.22 องศาเซลเชยี ส
o ขณะทอี่ ณุ หภมู ิจากเทอรม์ อมิเตอร์ตาแหน่งของของเหลวอยทู่ ่ขี ดี บอกอุณหภมู ิ 26 องศาเซลเชียส
o ซง่ึ การบนั ทึกและรายงานค่าต้องมีการประมาณคา่ ในตาแหนง่ สดุ ทา้ ยด้วยเพื่อใหส้ อดคลอ้ งกบั ความ

ละเอยี ดของอุปกรณ์
o ดังนั้น อาจบนั ทกึ อุณหภมู ิท่ีไดเ้ ปน็ 26.0 องศาเซลเซยี ส โดยตัวเลขทุกตัวถอื ว่ามคี วามสาคญั

และจานวนหลกั ของตัวเลขท้ังหมด เรียกวา่ เลขนยั สาคญั (significant figure)
o ดังน้ันคา่ ทไี่ ด้จากการวดั อุณหภมู ดิ ว้ ยเทอรม์ อมเิ ตอรแ์ บบดิจทิ ลั และเทอรม์ อมิเตอรม์ เี ลขนัยสาคญั

4 และ 3 ตวั ตามลาดบั

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏิบตั ิการเคมี เคมี ม. 4 27

การอ่านคา่ และเลขนยั สาคัญ

เลขนยั สาคัญ
1. ช่วยใหข้ ้อมูลท่อี ่านไดม้ ีคา่ ใกลเ้ คยี งค่าจรงิ มากท่สี ุด
2. สามารถบอกความละเอยี ดและความแมน่ ของอปุ กรณ์ท่ีเรา
ใช้ในการวัดได้

การปัดตัวเลข(rounding the number)
การปดั ตวั เลข พิจารณจากตวั เลขทีอ่ ยู่ถัดจากตาแหนง่ ทตี่ ้องการ ดังน้ี

1. ดูวา่ ต้องการเลขนยั สาคญั ก่ีตวั
2. ดูตาแหนง่ ทถี่ ัดจากเลขนัยสาคญั ทเ่ี ลือก

• ถ้า มากกวา่ หรอื เทา่ กบั 5 ปัดขึ้น
• ถา้ นอ้ ยกวา่ 5 ปดั ลง

การบวกและการลบ
ผลลพั ธ์ทไ่ี ดจ้ ะมจี านวนตวั เลขท่ีอยู่หลงั จดุ ทศนยิ ม
เทา่ กบั ขอ้ มลู ทม่ี จี านวนตวั เลขทอ่ี ยหู่ ลงั จดุ ทศนยิ มนอ้ ยทส่ี ดุ

การคูณและการหาร
ผลลพั ธ์ทีไ่ ด้จะมจี านวนเลขนยั สาคญั
เท่ากบั ขอ้ มลู ทม่ี เี ลขนยั สาคญั นอ้ ยทส่ี ดุ

ความปลอดภัยและทักษะปฏิบตั ิการเคมี เคมี ม. 4 28

จงอา่ นเลขนยั สาคญั จากหลกั การ ดงั นี้
1. ตัวเลขท่ไี ม่มเี ลขศนู ยท์ งั้ หมดนบั เปน็ เลขนัยสาคัญ

เชน่ 1.23 มเี ลขนยั สาคญั ................. ตวั
2. เลขศูนย์ทอี่ ยู่ระหว่างตวั เลขอนื่ นบั เปน็ เลขนยั สาคญั

เชน่ 6.02 มีเลขนยั สาคญั ................ ตวั
72.05 มเี ลขนัยสาคัญ ............... ตัว

3. เลขศนู ย์ทีอ่ ยูห่ นา้ ตวั เลขอ่ืน ไม่นับเป็นเลขนัยสาคญั
เชน่ 0.25 มีเลขนัยสาคัญ ................. ตวั
0.025 มีเลขนยั สาคญั .................. ตัว

4. เลขศนู ย์ทอ่ี ยู่หลังตวั เลขอื่นท่อี ยู่หลงั ทศนยิ ม นบั เป็นเลขนยั สาคญั
เชน่ 0.250 มเี ลขนัยสาคัญ................. ตัว
0.0250 มเี ลขนัยสาคัญ ............... ตัว

5. เลขศูนย์ที่อย่หู ลังเลขอน่ื ที่ไม่มที ศนิยม อาจนับหรอื ไมน่ ับเปน็ เลขนยั สาคัญก็ได้
เช่น 100 อาจมีเลขนัยสาคัญเป็น 1 2 หรอื 3 ตวั ก็ได้

เน่ืองจากเลขศูนย์ในบางกรณี อาจมคี า่ เปน็ ศนู ย์จรงิ ๆ จากการวดั หรือเปน็ ตวั เลขทใี่ ช้แสดง
ให้เห็นวา่ คา่ ดงั กลา่ วอยู่ในหลกั ร้อย
6. ตัวเลขที่แมน่ ตรง (exact number) เปน็ ตัวเลขที่ทราบค่าแนน่ อนมีเลขนัยสาคญั เป็นอนนั ต์

เชน่ คา่ คงที่ เช่น = 3.142... มีเลขนยั สาคญั เปน็ อนนั ต์
คา่ จากการนบั เช่น ปีเปตต์ 3 คร้งั เลข 3 ถอื ว่ามีเลขนัยสาคญั เป็นอนนั ต์
ค่าจากการเทียบหนว่ ย เชน่ 1 วัน มี 24 ช่วั โมง ทั้งเลข 1 และ 24 ถือวา่ มีเลขนยั สาคญั เป็นอนนั ต์

7. ข้อมลู ทมี่ คี า่ น้อย ๆ หรือมาก ๆ ให้เขยี นในรูปของสญั กรณ์วทิ ยาศาสตร์'โดยตวั เลขสมั ประสทิ ธิ์
ทกุ ตวั นับเป็นเลขนยั สาคัญ

เชน่ 6.02 x 1023 มีเลขนยั สาคัญ ..................... ตวั
1.660 x 10-24 มเี ลขนัยสาคัญ .................... ตัว

ค่าตวั เลข 100 ใน สามารถเขยี นในรูปของสญั กรณ์วทิ ยาศาสตร์ แล้วแสดงเลขนยั สาคญั ได้อย่างชดั เจน
เช่น 1 x 102 มีเลขนยั สาคัญ ...................... ตัว
1.0 x 102 มีเลขนัยสาคัญ ..................... ตัว
1.00 x 102 มีเลขนยั สาคญั ...................... ตวั

o การนาคา่ ตวั เลขท่ีไดจ้ ากการวดั มาคานวณจะตอ้ งคานงึ ถงึ เลขนัยสาคญั ของผลลพั ธ์
o โดยการคานวณส่วนใหญ่เกย่ี วข้องกบั ตัวเลขทไี่ ด้จากอุปกรณ์ทแ่ี ตกตา่ งกันทงั้ หนว่ ย

และความละเอยี ด
o ดงั น้ัน ต้องมกี ารตัดตัวเลขในผลลพั ธด์ ้วยการปดั เศษ ดงั ตอ่ ไปนี้

ความปลอดภยั และทักษะปฏบิ ตั ิการเคมี เคมี ม. 4 29

การปัดตวั เลข
การปดั ตวั เลข (rounding the number) พจิ ารณาจากตัวเลขที่อยู่ถัดจากตาแหนง่ ทีต่ ้องการ

1. กรณีท่ตี ัวเลขถดั จากตาแหนง่ ทตี่ ้องการมคี ่าน้อยกวา่ 5 ใหต้ ดั ตวั เลขที่อยู่ถัดไปทั้งหมด
เชน่ 5.7432 ถ้าต้องการเลขนัยสาคัญ 2 ตวั ปัดเปน็ .........................
ถ้าต้องการเลขนัยสาคญั 3 ตวั ปดั เปน็ ........................

2. กรณีที่ตวั เลขถดั จากตาแหนง่ ทตี่ อ้ งการมีคา่ มากกวา่ 5 ให้เพม่ิ ค่าของตัวเลขตาแหนง่
สดุ ทา้ ยท่ตี ้องการอีก 1

เช่น 3.7892 ถ้าตอ้ งการเลขนัยสาคญั 2 ตวั ปดั เปน็ ......................
ถา้ ตอ้ งการเลขนยั สาคญั 3 ตวั ปัดเป็น ......................

3. กรณีท่ีตัวเลขถัดจากตาแหนง่ ทีต่ อ้ งการมีคา่ เทา่ กบั 5 และมีตัวเลขอน่ื ที่ไม่ใช่ 0 ตอ่ จากเลข
5 ใหเ้ พมิ่ ค่าของตัวเลขตาแหน่งสดุ ทา้ ยท่ตี ้องการอกี 1

เช่น 2.1652 ถา้ ต้องการเลขนยั สาคัญ 3 ตัว ปดั เปน็ .....................
กรณีทต่ี ัวเลขถัดจากตาแหน่งที่ต้องการมคี า่ เทา่ กบั 5 และมี 0 ต่อจากเลข 5 ให้พิจารณาโดย
ใชห้ ลักการในข้อ 4
4. กรณที ี่ตัวเลขถัดจากตาแหน่งท่ตี ้องการมีค่าเท่ากบั 5 และไม่มเี ลขอ่นื ต่อจากเลข 5 ตอ้ ง
พิจารณาตวั เลขท่ีอยู่หนา้ เลข 5 ดังนี้
4.1 หากตัวเลขท่ีอยู่หน้าเลข 5 เปน็ เลขคี่ ใหต้ วั เลขดงั กล่าวบวกค่าเพมิ่ อกี 1 แล้วตดั ตัวเลข
ตั้งแต่เลข 5 ไปทั้งหมด
เช่น 0.635 ถ้าต้องการเลขนัยสาคญั 2 ตัว ปดั เป็น ............................

4.2 หากตัวเลขทอ่ี ย่หู นา้ เลข 5 เป็นเลขคู่ ใหต้ วั เลขดังกล่าวเป็นตัวเลขเดิม แล้วตดั ตัวเลข
ต้ังแต่เลข 5 ไปทัง้ หมด

เชน่ 0.645 ถา้ ตอ้ งการเลขนัยสาคัญ 2 ตัว ปัดเป็น ..........................
สาหรบั การคานวณหลายข้นั ตอน การปดั ตวั เลขของผลลัพธใ์ หท้ าในขนั้ ตอนสดุ ท้ายของการคานวณ

ตวั อยา่ ง 1 1.2 + 3.45 + 6.789 มผี ลลัพธเ์ ทา่ ใด
วิธที า 1.2 + 3.45 + 6.789 = ........................

ผลลัพธท์ ีไ่ ด้ตอ้ งปดั เปน็ .................. ซึง่ มีตวั เลขหลังจดุ ทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง
ตามจานวนทมี่ เี ลขหลงั จดุ ทศนยิ มน้อยทส่ี ดุ คือ ........................

ตัวอยา่ ง 2 12.35 + 27.27 มผี ลลัพธเ์ ทา่ ใด
วธิ ีทา 31.5 - 12.35 + 27.27 = 46.42

ผลลพั ธ์ท่ไี ดต้ อ้ งปัดเป็น ......................ซงึ่ มีตวั เลขหลงั จดุ ทศนยิ ม 1 ตาแหนง่
ตามจานวนทีม่ ีเลขหลงั จุดทศนยิ มน้อยที่สุด คือ .......................

ความปลอดภัยและทักษะปฏิบตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 30

ตวั อยา่ ง 3 2.279 x 6.51 มผี ลลัพธ์เท่าใด
วธิ ที า 2.279 x 6.51 = ุุุุุุุุุ.
ผลลพั ธ์ที่ได้ตอ้ งปดั เปน็ ........................ซึง่ มเี ลขนยั สาคญั ...................ตวั
ตามจานวนท่มี ีเลขนยั สาคญั นอ้ ยที่สุด คือ .....................

ตัวอยา่ ง 4 7.44 x 4.3 - 2.48 มีผลลพั ธ์เทา่ ใด
วิธีทา 7.44 x 4.3 - 2.48 = ุุุุุุุุ.
ผลลพั ธ์ท่ีไดต้ ้องปดั เป็น .......................ซ่งึ มีเลขนยั สาคญั ................ ตัว
ตามจานวนที่มีเลขนยั สาคัญนอ้ ยท่สี ดุ คือ .........................

ตวั อยา่ ง 5 ช่ังมวลของสารได้ 76.98 และ 34.9 กรมั ตามลาดับ ผลรวมของมวลสารเปน็ เทา่ ใด
วิธีทา ในการบวก ผลลัพธท์ ไ่ี ดิ จ้ ะมจี านวนตัวเลขหลงั ทศนยิ ม เท่ากบั ขอ้ มูลที่นอ้ ยท่สี ดุ

ดงั น้นั ผลรวมของวตั ถุทั้งสองเท่ากับ ........................ กรัม

ตวั อยา่ ง 6 ช่งั น้าปรมิ าตร 10.0 มลิ ลิลิตร 3 คร้ัง ทอี่ ณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซยี ส ไดม้ วลเป็น 10.01
9.98 และ 10.02 กรมั มวลเฉล่ยี ของนา้ เปน็ เท่าใด

วิธีทา มวลเฉล่ยี ของนา้ 10.01 + 9.98 + 10.02 = ........................
3

o ในขนั้ แรกเป็นการหาผลรวม ผลลัพธ์ทีไ่ ดจ้ ะมตี ัวเลขหลงั จุดทศนยิ ม 2 ตาแหน่ง ทาให้มี
เลขนยั สาคญั 4 ตวั เมือ่ หารดว้ ย 3 ซึ่งเป็นตวั เลขที่แม่นตรงท่ไี มน่ ามาพจิ ารณาเลขนัยสาคญั

o ดังนน้ั ผลลพั ธ์ท่ไี ดจ้ ากการหารตอ้ งปัดเศษเป็น ........................ กรัม ซง่ึ มีเลขนยั สาคัญ 4 ตัว
ดังนั้น มวลเฉล่ียของน้า เท่ากบั ..............................กรมั

ตวั อยา่ ง 7 ปรอทปรมิ าตร 20.00 มลิ ลิลิตร จะมมี วลเท่าใด เม่อื ปรอทมีความหนาแน่นเทา่ กบั
1.36 กรมั ต่อมิลลิลติ ร

วธิ ีทา .............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ความปลอดภยั และทักษะปฏบิ ตั ิการเคมี เคมี ม. 4 31

แบบฝึกหดั ที่ 3
1. อ่านปริมาตรของของเหลว จากรปู ต่อไปน้ี

....................... มิลลลิ ิตร ....................... มิลลลิ ติ ร ....................... มิลลลิ ิตร

2. อ่านคา่ ปริมาตรของของเหลวในบวิ เรตต์ทมี่ ีปริมาตรเทา่ กันในมุมมองทีแ่ ตกต่างกันไดเ้ ท่าใด และ
คา่ ทอ่ี ่านไดใ้ นแต่ละขอ้ ถูกต้องหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

1 23

หมายเลขมุมมองท่ี อ่านได้ถูกต้อง คอื หมายเลข.........................................
เพราะ..................................................................................................................
............................................................................................................................
หมายเลขมมุ มองท่ี ไม่ถูกต้อง คือหมายเลข.........................................
เพราะ..................................................................................................................
............................................................................................................................
หมายเลขมุมมองที่ ไมถ่ ูกต้อง คอื หมายเลข.........................................
เพราะ..................................................................................................................
............................................................................................................................

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏบิ ตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 32

3. วิธกี ารในแตล่ ะข้อตอ่ ไปน้ี สามารถวัดปรมิ าตรน้าท่ีต้องการได้แมน่ หรือไม่ เพราะเหตใุ ด
3.1 ตวงน้าโดยใช้กระบอกตวงขนาด 100 มลิ ลลิ ิตร ครั้งละ 100.00 มลิ ลิลิตร 2 ครง้ั และ
50.00 มลิ ลิลิตร 1 คร้ัง จะได้น้าปริมาตร 250.00 มิลลลิ ิตร
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
3.2 ไขน้าจากบิวเรตต์ท่ีบรรจุนา้ เริ่มต้นท่ขี ดี บอกปริมาตรเลข 0 มาถงึ ขีดบอกปรมิ าตร เลข 20
จะได้น้าปรมิ าตร 20.00 มลิ ลิลิตร
..................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
3.3 เติมน้าลงในขวดกาหนดปรมิ าตรขนาด 100 มิลลลิ ติ ร ปรบั ให้พอดีกบั ขดี บอกปรมิ าตร
เมือ่ เทนา้ ออกใส่บกี เกอร์จะไดน้ ้าปรมิ าตร 100.00 มิลลิลติ รพอดี
.................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................

4. เตมิ เคร่อื งหมาย / หนา้ ขอ้ ความทถ่ี กู ตอ้ ง และเครือ่ งหมาย X หน้าข้อความทไี่ มถ่ กู ต้อง

...................4.1 ข้างขวดน้าด่มื ยหี่ ้อหน่งึ ระบุวา่ ปริมาตรน้าภายในขวดเทา่ กับ 0.6 ลิตร หมายความวา่
นา้ ดมื่ ในขวดนน้ั มนี า้ ปริมาตร 600 มิลลิลิตร

...................4.2 ใชป้ ีเปตต์แบบปรมิ าตรขนาด 10 ลูกบาศกเ็ ซนตเิ มตร ปีเปตต์สารละลาย A ถา่ ยลง
ในบกี เกอร์ สารละลาย A ในบีกเกอร์มีปริมาตรเท่ากับ 10.00 มิลลิลติ ร

...................4.3 สารละลาย B ในขวดกาหนดปรมิ าตรขนาด 250 มลิ ลิลิตร หมายความวา่ เม่อื เท
สารละลาย B ออกมาใส่กเกอร์สามารถวัดปริมาตรได้เท่ากบั 250 มลิ ลลิ ิตร

...................4.4 ในการไขสารละลายออกจากบิวเรตต์ จะอ่านเลขทศนิยมของปรมิ าตรของสารละลายได้
2 ตาแหน่งเสมอ

...................4.5 เมอ่ื ตวงสารละลาย C โดยใชก้ ระบอกตวงให้มีปริมาตร 100.00 มลิ ลิลติ ร แลว้ เทใส่
ในบีกเกอร์ขนาด 250 มลิ ลิลติ ร จะสามารถอ่านปริมาตรของสารละลาย C ได้เทา่ กบั
100.00 มิลลลิ ิตร

ความปลอดภัยและทักษะปฏิบัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 33

1.4 หน่วยวดั

o การระบุหน่วยของการวดั ปริมาณตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวนั ไมว่ า่ จะเปน็ ความยาว มวล อุณหภูมิ
o แตกต่างกนั ในแต่ละประเทศ

เชน่ การระบนุ า้ หนกั เป็น กโิ ลกรมั ปอนด์

การระบสุ ่วนสงู เป็น เซนตเิ มตร ฟตุ
o ซึ่งทาให้ไม่สะดวกในการเปรยี บเทยี บหรือสื่อสารใหเ้ ขา้ ใจตรงกนั
o ในบางกรณอี าจนาไปส่คู วามเข้าใจผดิ ท่ีทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายได้
o ดังนน้ั เพ่อื ใหก้ ารสือ่ สารขอ้ มูลจากการวัดเป็นทเี่ ขา้ ใจตรงกัน
o จงึ มกี ารตกลงรว่ มกันใหม้ หี นว่ ยมาตรฐานสากลขึน้

หนว่ ยในระบบเอสไอ
o ในปี พ.ศ. 2503 ทีป่ ระชมุ นานาชาติวา่ ด้วยการชงั่ และการวดั

(The General conference on Weights and Measures)
o ไดต้ กลงใหม้ ีหนว่ ยวัดสากลข้ึน เรยี กว่า ระบบหนว่ ยวดั ระหวา่ งประเทศ หรือ เรยี กยอ่ ๆ ว่า

หนว่ ยเอสไอ (SI units) ซง่ึ เปน็ หน่วยทีด่ ัดแปลงจากหนว่ ยในระบบเมทริกซ์
o โดยหนว่ ยเอสไอแบง่ เป็น

- หน่วยพืน้ ฐาน (SI base units) มี 7 หน่วย ซ่ึงเป็นหนว่ ยที่ไมข่ ึน้ ต่อกัน

สามารถนาไปใชใ้ นการกาหนดหนว่ ยอืน่ ๆ ได้
- หน่วยเอสไออนพุ ทั ธ์ (Derived SI units) ซง่ึ เปน็ หน่วยอน่ื ๆ ที่มีความสมั พันธ์กัน

ทางคณติ ศาสตร์ของหนว่ ยเอสไอพ้นื ฐาน

หนว่ ยพื้นฐาน (SI base units)

ปริมาณ ชื่อหนว่ ย สญั ลักษณ์ของหนว่ ย
มวล กิโลกรัม (kilogram) Kg
ความยาว M
เวลา เมตร (meter) S
อุณหภมู ิ วนิ าที (second) K
ปรมิ าณสาร เคลวิน (kelvin) mol
กระแสไฟฟาฺ A
โมล (mole)
แอมแปร์ (ampere)

ความเข้มแหง่ การสอ่ งสวา่ ง แคนเดลลา (candela) cd

ความปลอดภยั และทักษะปฏบิ ตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 34

หน่วยเอสไออนพุ ัทธ์ (Derived SI units)

ปรมิ าณ ชื่อหนว่ ย สัญลักษณข์ องหน่วย
m3
ปริมาตร ลกู บาศกเ์ มตร (cubic meter)
mol/m3
ความเข้มข้น โมลต่อลูกบาศกเ์ มตร
ความหนาแนน่ (mol per cubic meter) Kg/m3

กิโลกรมั ต่อลกู บาศก์เมตร
(kilogram per cubic meter)

หน่วยนอกระบบเอสไอ นอกจากหนว่ ยในระบบเอสไอแล้ว ในทางเคมยี งั มหี นว่ ยอน่ื ท่ี
ไดร้ บั การยอมรบั และมกี ารใชก้ นั อยา่ งแพร่หลาย ตวั อย่างดังตาราง

ปริมาณ ช่อื หนว่ ย สญั ลักษณ์ คา่ ทเ่ี ทยี บกบั หนว่ ยเอสไอ
ของหน่วย
ปริมาตร ลติ ร(liter) L หรอื l 1 L = 10-3 m3
1 g = 10-3 kg
กรมั (gram) g 1 Da = 1.66 x 10-27 kg
Da 1 u = 1.66 x 10-27 kg
มวล ดอลตนั (dalton)
หน่วยมวลอะตอม u
(unified atomic mass unit)
บาร์ (bar) bar 1 bar = 10-5 Pa
มลิ ลิเมตรปรอท mmHg 1 mmHg = 133.32 Pa

ความดนั (millimeter of mercury) atm 1 atm = 1.013 x 10-5 Pa
บรรยากาศ ( 1 atm ประมาณ 1 bar)
(atmospheric pressure)
A 1 A = 10-10 m
ความยาว องั สตรอม (angstrom)
cal 1 cal = 4.2 J
พลงั งาน แคลอรี (calorie) ๐C ๐C = K – 273
องศาเซลเซยี ส

อุณหภูมิ
(degree celsius)

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏิบัติการเคมี เคมี ม. 4 35

ตวั อยา่ ง
1. ลวดแมกนีเซยี มหนา 0.1 มิลลเิ มตร สามารถเขยี นแสดงความหนาใหอ้ ยู่ในรปู สัญกรณ์

วทิ ยาศาสตร์ในหนว่ ยเอสไอไดเ้ ป็นเทา่ ใด
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
2. ปริมาตรน้าทไี่ ดจ้ ากปีเปตต์ 10.00 ลกู บาศก์เซนติเมตร สามารถเขียนแสดงปริมาตรใหอ้ ยู่
ในรปู สญั กรณ์วิทยาศาสตรใ์ นหนว่ ยเอสไอได้เป็นเท่าใด
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................

o ในทางวทิ ยาศาสตรก์ ารคานวณเกย่ี วกบั ปรมิ าณตา่ ง ๆ อาจจาเป็นตอ้ งมกี ารเปลย่ี นหน่วย
ใหอ้ ยู่ในหน่วยทเ่ี หมาะสม

o โดยไมท่ าใหค้ า่ ของปริมาณเปลยี่ นแปลง เช่น ในทางเคมีนิยมระบุพลังงานในหนว่ ยแคลอรี่
o ในขณะทีห่ น่วยเอสไอของพลงั งาน คือ จลู ดังน้นั นักเคมีจึงจาเป็นต้องเปลี่ยนหนว่ ยพลงั งาน

ระหวา่ งแคลอรแี ละจลู เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกับการใช้งาน
o การเปล่ยี นหนว่ ยทาได้หลายวธิ ี ในท่นี ้จี ะใชว้ ิธกี ารเทยี บหน่วย ซ่ึงต้องใช้แฟกเตอร์เปลย่ี นหนว่ ย

ความปลอดภัยและทักษะปฏบิ ตั ิการเคมี เคมี ม. 4 36

แฟกเตอร์เปลีย่ นหนว่ ย
แฟกเตอร์เปลีย่ นหนว่ ย (conversion factors) เปน็ อตั ราสว่ นระหวา่ งหน่วยท่ีแตกต่างกนั

2 หนว่ ยที่มีปริมาณเทา่ กัน

การหาแฟกเตอร์เปลย่ี นหนว่ ยเปน็ ดงั น้ี เมอื่ ใช้ 1 cal หารทัง้ สองข้างจะได้เปน็
1 cal = 4.2 J
1 cal = 1 cal
1 = 4.2 J
1 cal

หรือถา้ ใช้ 4.2 J หารทง้ั สองขา้ งจะไดเ้ ปน็
1 cal = 4.2 J
4.2 J 4.2 J
1 cal = 1
4.2 J

ดงั น้นั แฟกเตอร์เปล่ียนหน่วยเขยี นไดเ้ ปน็ 1 cal หรอื 1 cal
4.2 J 4.2 J

o ในทางคณติ ศาสตร์เมอ่ื คูณปริมาณด้วย "1 " จะทาให้ค่าของปริมาณเดมิ ไมเ่ ปลีย่ นแปลง
o และแฟกเตอร์เปลีย่ นหนว่ ย 1 cal และ 4.2J กม็ ีค่าเท่ากับ 1

4.2 J 1 cal
o ดงั นั้นจึงสามารถนาแต่ละแฟกเตอร์เปลยี่ นหน่วยไปใชใ้ นการเปลี่ยนหน่วยของปริมาณท่วี ดั จาก

หน่วยหนึ่งไปเป็นหน่วยอนื่ โดยปริมาณไม่เปลีย่ นแปลง
o เชน่ พลังงาน 20 cal สามารถเปล่ยี นเปน็ หน่วย ได้ดังน้ี

พลังงาน 20 cal สามารถเปล่ยี นเปน็ หนว่ ย ได้ดงั น้ี
พลงั งาน = 20 cal x 4.2 J
1 cal
= 84 J

ความปลอดภัยและทักษะปฏบิ ัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 37

วิธีการเทยี บหนว่ ย
วิธกี ารเทียบหนว่ ย (fact or label method) ทาไดโ้ ดยการคูณปริมาณในหน่วยเรม่ิ ตน้ ด้วย

แฟกเตอรเ์ ปลีย่ นหน่วยทม่ี หี นว่ ยทต่ี ้องการอยดู่ า้ นบน ตามสมการ
ปริมาณและหน่วยทตี่ ้องการ = ปริมาณและหนว่ ยเรม่ิ ตน้ x หน่วยทต่ี อ้ งการ
หนว่ ยเริ่มตน้

ตวั อยา่ ง 1 สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ มวล 20 กรมั ความหนาแน่น 1.18 กรัมตอ่ ลกู บาศก์
เซนติเมตรมีปรมิ าตรเทา่ ใด
วธิ ีทา ปรมิ าตรของกรดไฮโดรคลอรกิ = ุุุุsetution x ุุุุ.solution

ุุุุ..solutien
= ุุุุุุุุุุุุุ
ตวั อยา่ ง 2 ปรอท 1 มิลลิลติ ร มีมวล 13.6 กรมั ปรอทมวล 20.4 กรมั จะมปี รมิ าตรก่มี ิลลลิ ิตร

วิธีทา ปรมิ าตรของปรอท = ุุุุุุุุ.. x ุุุุุุุุุุ....

ุุุุุุ.ุุ.ุุ

= ุุุุุุุุุุุุุ

ตวั อยา่ ง 3 ทองแดง 75.5 กิโลกรัม มีปรมิ าตรก่ีลกู บาศก์เมตร
(ความหนาแนน่ ของทองแดง เทา่ กบั 8.9 x 10 กิโลกรัมตอ่ ลกู บาศกเ์ มตร)
วธิ ที า ปรมิ าตรของทองแดง = ุุุุุุุุ.. x ุุุุุุุุุุ....

ุุุุุุ.ุุ.ุุ

= ุุุุุุุุุุุุุ

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏิบัติการเคมี เคมี ม. 4 38

แบบฝกึ หดั 1.4

1. จงแสดงวิธกี ารเปลย่ี นหนว่ ยไปเป็นหนว่ ยใหมท่ ต่ี ้องการในแตล่ ะขอ้ ตอ่ ไปนี้

ขอ้ ที่ ปรมิ าณและหนว่ ยเร่ิมตน้ หนว่ ยใหม่ทีต่ อ้ งการ

1.1 59.2 cm dm

ตอบ

1.2 1.8 kg mg
ตอบ

1.3 2,800 mL dm3
ตอบ

1.4 3.2 g/mL kg/dm3
ตอบ

ความปลอดภยั และทักษะปฏิบตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 39

2. นา้ บรสิ ุทธ์ิปริมาตร 50.0 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ทีอ่ ณุ หภมู ิ 20.5 องศาเซลเซียสมีมวลเทา่ ใด
เมื่อความหนาแน่นของน้าทอ่ี ุณหภมู ิ 20.5 องศาเซลเซยี ส เท่ากบั 0.998099 กรัมต่อลูกบาศก์เซนตเิ มตร
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................

3. สารละลายกรดซลั ฟวิ ริกเขม้ ข้นรอ้ ยละ 24 โดยมวล มคี วามหนาแนน่ 1.2 กรมั ตอ่ ลกู บาศก์
เซนติเมตร ถา้ สารละลายกรดซัลฟิวริก 200 ลกู บาศก์เซนติเมตร จะมีกรดซัลฟิวริกก่ีกรมั
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................

4. ถา้ ทองเหลือง 12 กรมั ต้องใชท้ องแดง 9.0 กรมั มตี ้นทุนราคาของทองแดงกิโลกรมั ละ 200 บาท
หากตอ้ งการทองเหลือง 300 กรมั ต้องซื้อทองแดงกบี่ าท
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................................

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏบิ ตั ิการเคมี เคมี ม. 4 40

5. ถา้ ใชอ้ ุปกรณ์ 3 ชนดิ ตวงน้าปริมาตร 15.00 มิลลิลติ ร แล้วชั่งด้วยเคร่ืองชงั่ โดยแต่ละอปุ กรณ์ ทา
การทดลองซ้า 5 ครั้ง ได้ข้อมลู การทดลองดงั ต่อไปน้ี

มวลนา้ ทชี่ งั่ (g)
คร้ังที่

อุปกรณ์ A อุปกรณ์ B อปุ กรณ์ C

1. 15.12 14.88 15.02

2. 15.09 14.93 14.86

3. 14.98 14.92 15.37

4. 14.95 15.12 15.20

5. 15.02 14.81 15.41

หมายเหตุ ทาการตวงน้าท่ีอุณหภูมิ 30.0 องศาเซลเซยี ส
นา้ มคี วามหนาแน่น 1.00 กรมั ตอ่ มิลลิลติ ร

ใหน้ ักเรียนเขียนกราฟความสัมพันธโ์ ดยแกน x เป็นครั้งทช่ี ง่ั และแกน y เป็นมวลนา้ ทีช่ ั่งได้ (g)

คานวณหามวลของนา้ ปริมาตร 15.00 มิลลิตร ทอ่ี ุณหภูมิ 30.0 องศาเซลเซยี ส ได้ดงั นี้
.......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏิบตั ิการเคมี เคมี ม. 4 41

ตอบคาถามต่อไปน้ี
5.1 อปุ กรณใ์ ดมีความเทยี่ งมากท่สี ดุ
.......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
5.2 อปุ กรณ์ใดมีความแม่นมากทสี่ ุด
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
5.3 ถา้ ตอ้ งใช้อุปกรณใ์ นการทาการทดลอง เพ่อื ใหไ้ ด้ความถูกตอ้ งมากท่สี ุด ควรเลือก
อุปกรณใ์ ด พร้อมทง้ั ให้เหตผุ ล
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................

ความปลอดภยั และทักษะปฏบิ ตั กิ ารเคมี เคมี ม. 4 42

วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ (scientific method)

o เปน็ กระบวนการศกึ ษาหาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ท่ีมแี บบแผนขั้นตอน

โดยภาพรวมสามารถทาไดด้ งั น้ี

1. การสังเกต เป็นจดุ เรมิ่ ต้นของการได้ขอ้ มลู เกี่ยวกับสิ่งทตี่ ้องการศึกษา

โดยอาศยั ประสาทสมั ผัสทั้ง 5 คอื

1. การมองเห็น 2. การฟังเสยี ง

3. การได้กลน่ิ 4. การรับรส

5. การสัมผัส

จากขอ้ มูลดังกลา่ วจะนาไปสู่ข้อสงสยั หรอื ต้ังเปน็ คาถามที่ตอ้ งการคาตอบ

ดังนั้น การสงั เกตจึงเปน็ ทักษะท่ีสาคญั ท่ีก่อใหเ้ กดิ การเรยี นรูข้ องผเู้ รยี น

2. การตัง้ สมมติฐาน เป็นการคาดคะเนคาตอบของคาถามหรือปญั หา โดยมพี ื้นฐานจากการ
สังเกต ความรู้ หรอื ประสบการณเ์ ดิม โดยท่วั ไปสมมตฐิ านจะเขียนในรูปของข้อความท่แี สดงเหตุ
และผลท่ีเกดิ ขนึ้ หรืออกี นยั หน่ึงจะเป็นความสมั พันธ์ของตวั แปรตน้ และตวั แปรตาม

3. การตรวจสอบสมมตฐิ าน เปน็ กระบวนการหาคาตอบของสมมติฐาน โดยมีการออกแบบ
การทดลองให้มีการควบคมุ ปจั จยั ต่าง ๆ ท่มี ีผลต่อการทดลอง รวมถงึ ขัน้ ตอนการทดลองท่ีชดั เจน

4. การรวบรวมขอ้ มูลและวเิ คราะหผ์ ล เปน็ การนาข้อมูลที่ไดจ้ ากการสังเกต การตรวจสอบ
สมมตฐิ าน มารวบรวม วิเคราะห์ และอธบิ ายข้อเท็จจรงิ

5. การสรุปผล เปน็ การสรุปความรหู้ รอื ขอ้ เทจ็ จริงที่ได้จากการตรวจสอบสมมตฐิ าน และมีการ
เปรียบเทยี บกับสมมตฐิ านท่ตี ัง้ ไวก้ อ่ นหน้า

o ทงั้ นี้ ในการศกึ ษาหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์น้นั ไมม่ ีรูปแบบทต่ี ายตัว โดยอาจมี

รายละเอยี ดทแี่ ตกตา่ งกันขน้ึ อยกู่ ับคาถาม บรบิ ท หรือวิธีการที่ใช้ในการสารวจตรวจสอบ
o การเรียนการสอนวทิ ยาศาสตรข์ องนกั เรียนในระดบั ช้นั ตา่ ง ๆ ทผี่ ่านมาน้นั มกี ารทดลอง

และกจิ กรรม ที่สง่ เสรมิ ใหไ้ ด้ใช้วิธกี ารทางวิทยาศาสตรศ์ กึ ษาหาความรู้

ความปลอดภัยและทกั ษะปฏิบัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 43

พิจารณาสถานการณ์ตอ่ ไปน้ีว่าเกย่ี วข้องกับวธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์อย่างไร

1. การออกแบบการทดลองสอดคล้องกบั สมมติฐานที่ตง้ั ไวห้ รอื ไม่ อยา่ งไร
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
2. การสรปุ ผลการทดลองสอดคลอ้ งกบั ขอ้ เท็จจรงิ ทีไ่ ด้จากการตรวจสอบสมมตฐิ านหรอื ไม่
อยา่ งไร
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
3. สมมติฐานที่ตงั้ ไวส้ อดคลอ้ งกบั สง่ิ ท่ีสงั เกตได้วา่ นา้ าอดั ลมที่แช่เย็นมีความซ่ามากกวา่
น้าาอัดลมทไ่ี ม่แช่เย็นหรอื ไม่ อยา่ งไร
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
4. ถ้าตอ้ งการออกแบบการทดลองเพื่อตอบคาาถามว่า เพราะเหตใุ ดเม่อื ดม่ื นา้ าอัดลมทีแ่ ชเ่ ยน็ จะ
รู้สึกว่ามคี วามซ่ามากกวา่ นา้ าอดั ลมทีไ่ ม่แช่เยน็ ควรมีขอ้ มลู ใดเพ่มิ เติมบา้ ง
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

นอกจากวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์แล้ว การเขยี นรายงานการทดลอง เปน็ สงิ่ สาคัญเชน่ กัน เพราะ
o นอกจากจะชว่ ยใหผ้ ทู้ าการทดลองมขี ้อมลู ไวอ้ า้ งอิงแลว้ รายงานยงั เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ผอู้ นื่

สามารถนาไปศกึ ษาและปฏบิ ัติตามได้ โดยหวั ข้อที่ควรมีในรายงานการทดลองมดี ังนี้
1. ชอ่ื การทดลอง
2. จดุ ประสงค์
3. สมมตฐิ านและการกาหนดตวั แปร
4. อุปกรณแ์ ละสารเคมี
5. วิธีการทดลอง
6. ผลการทดลอง
7. อภปิ รายและสรุปผลการทดลอง

ความปลอดภัยและทักษะปฏบิ ัตกิ ารเคมี เคมี ม. 4 44

การศึกษาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ต้องอาศยั ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
(scientific process skill) และจิตวิทยาศาสตร์ (scientific mind) โดยมีรายละเอียด ดงั น้ี

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ เปน็ ความสามารถและความชานาญในการคดิ เพอ่ื

คน้ หาความรู้และแก้ไขปัญหา โดยทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ประกอบด้วย 14 ทักษะ คือ

1. การสงั เกต 2. การวัด

3. การลงความเห็นจากขอ้ มูล 4. การจาแนกประเภท

5. การหาความสมั พนั ธ์ของสเปซกบั เวลา 6. การใชจ้ านวน

7. การจดั กระทาและสอื่ ความหมายข้อมลู 8. การพยากรณ์

9. การต้งั สมมตฐิ าน 10. การกาหนดนยิ ามเชิงปฏบิ ัติการ

11. การกาหนดและควบคมุ ตัวแปร 12. การทดลอง

13. การตคี วามหมายขอ้ มูลและลงข้อสรุป 14. การสรา้ งแบบจาลอง

จติ วิทยาศาสตร์
o เปน็ ความรสู้ กึ นึกคิด พฤตกิ รรมหรอื ลักษณะนิสัย ทเี่ ป็นผลมาจากประสบการณแ์ ละการเรยี นรู้
o ซึ่งมีอทิ ธิพลต่อความคิด การตัดสินใจ หรือพฤตกิ รรมของบคุ คลต่อความรู้หรือส่งิ ท่ีมคี วาม

เกยี่ วข้องกับวทิ ยาศาสตร์
o เชน่ ความอยากรอู้ ยากเหน็ การใชว้ จิ ารณญาณ ความใจกว้างความซือ่ สัตย์ ความมงุ่ ม่ันอดทน

ความรอบคอบ การเห็นความสาคญั และคุณคา่ ของวทิ ยาศาสตร์
o การท่ีนกั เรียนมเี จตคติทด่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ เห็นคุณคา่ ของการเรียนวทิ ยาศาสตร์ ยอ่ มจะทาให้

มีความฝักใฝใู นการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละมีการนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม

ตวั อยา่ ง จากการทาากจิ กรรมออกแบบและทดลองเปรียบเทียบความแมน่ ในการวดั
ปริมาตรน้าาด้วยกระบอกตวงท่มี ขี นาดต่างกัน นักเรียนได้ใช้ทกั ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และจิตวทิ ยาศาสตร์ใดบ้าง
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ความปลอดภยั และทกั ษะปฏบิ ตั ิการเคมี เคมี ม. 4 45

จดบนั ทึก


Click to View FlipBook Version