แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 1.พระราชบัญญัตินี้ให้ไว้เมื่อใด ก.วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ข.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ค.วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2560 ง.วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560 2.พระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ ใคร ก.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข.รัฐสภา ค.วุฒิสภา ง.สภานิติบัญญัติ 3. “การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายถึงข้อใด ก.การดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุโดยการซื้อ จ้าง เช่า แลกเปลี่ยน หรือโดยนิติกรรมอื่นตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง ข.งานบริการ งานก่อสร้าง งานจ้างที่ปรึกษาและงานจ้างออกแบบ หรือควบคุมงานก่อสร้าง รวมทั้งการ ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ค.งานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของและการรับขน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ง.สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารที่ทำการ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ 4.วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หมายถึงข้อใด ก.งานก่อสร้าง ข.สินค้า ค.งานบริการ ง.งานจ้างที่ปรึกษา 5. งานจ้างบริการ งานจ้างเหมาบริการ งานจ้างทำของและการรับขน หมายถึงข้อใด ก.งานก่อสร้าง ข.สินค้า ค.งานบริการ ง.งานจ้างที่ปรึกษา
6.งานอันเกี่ยวกับการประปา การไฟฟ้า การสื่อสาร การโทรคมนาคม การระบายน้ำ การขนส่งทางท่อ ทางน้ำ ทางบก ทางอากาศ หรือทางราง หรือการอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดำเนินการในระดับพื้นดิน ใต้พื้นดิน หรือเหนือ พื้นดิน ข้อความขึ้นต้นหมายถึงข้อใด ก.อาคาร ข.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ค.การบริหารพัสดุ ง.สาธารณูปโภค 7.สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารที่ทำการ โรงพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอย สำหรับอาคารนั้น ๆ เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน้ำ หอถังน้ำถนน ประปา ไฟฟ้า หรือสิ่งอื่น ๆ ซึ่งเป็น ส่วนประกอบของตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ หรือเครื่องเรือน ข้อความขึ้นต้นหมายถึงข้อใด ก.อาคาร ข.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง ค.การบริหารพัสดุ ง.สาธารณูปโภคตอบ 8.ข้อใดหมายถึง “ราคากลาง” ก.ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด ข.ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทำ ค.ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด ง. ถูกทุกข้อ ** อธิบายเพิ่มเติม “ราคากลาง” หมายความว่า ราคาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับเปรียบเทียบราคาที่ผู้ยื่นข้อเสนอ ได้ยื่นเสนอไว้ซึ่งสามารถจัดซื้อจัดจ้างได้จริงตามลำดับ ดังตอไปนี้ (1) ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด (2) ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทำ (3) ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด (4) ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด (5) ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลาสองปีงบประมาณ (6) ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ
9. “คณะกรรมการ ค.ป.ท.” หมายถึงข้อใด ก.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ข.คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ค.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ง.คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ 10. “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์” หมายถึงข้อใด ก.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ข.คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ค.คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ ง.คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ 11.ให้ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ก.นายกรัฐมนตรี ข.รัฐมนตรี ค.คณะรัฐมนตรี ง.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 12.คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐ หมายถึงข้อใด ก.คณะกรรมการราคากลาง ข.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ค.คณะกรรมการนโยบาย ง.คณะกรรมการวินิจฉัย 13.พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่ใคร ก.การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง ข.การจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์และการบริการที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ค.การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา ง. ถูกทุกข้อ
**อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 7 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่ (1) การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับการพาณิชย์โดยตรง (2) การจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์และการบริการที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติโดยวิธีรัฐบาล ต่อรัฐบาลหรือ โดยการจัดซื้อจัดจ้างจากต่างประเทศที่กฎหมายของประเทศนั้นกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (3) การจัดซื้อจัดจ้างเพื่อการวิจัยและพัฒนา เพื่อการให้บริการทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา หรือการจ้าง ที่ปรึกษา ทั้งนี้ ที่ไม่สามารถดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ได้ (4) การจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ สถาบัน การเงินระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและที่มิใช่ระดับรัฐบาล มูลนิธิ หรือเอกชน ต่างประเทศ ที่สัญญาหรือข้อกำหนดในการให้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (5) การจัดซื้อจัดจ้างโดยใช้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ สถาบัน การเงินระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและที่มิใช่ระดับรัฐบาล มูลนิธิ หรือเอกชน ต่างประเทศ ที่สัญญาหรือข้อกำหนดในการให้เงินกู้หรือเงินช่วยเหลือกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น โดยใช้เงินกู้หรือ เงินช่วยเหลือนั้นร่วมกับเงินงบประมาณ ซึ่งจำนวนเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือที่ใช้นั้นเป็นไป ตามหลักเกณฑ์ที่ คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (6) การจัดซื้อจัดจ้างของสถาบันอุดมศึกษาหรือสถานพยาบาลที่เป็นหน่วยงานของรัฐโดยใช้ เงินบริจาครวมทั้ง ดอกผลของเงินบริจาค โดยไม่ใช้เงินบริจาคนั้นร่วมกับเงินงบประมาณ 14.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐต้องก่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของ รัฐ และต้องสอดคล้องกับหลักการตามข้อใด ก.คุ้มค่า ข.โปร่งใส ค.มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ง. ถูกทุกข้อ 15.โดยมีการเก็บข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ ข้อความขั้นต้นหมายถึงข้อใด ก.ตรวจสอบได้ ข.โปร่งใส ค.คุ้มค่า ง.มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 16.โดยพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ ในการใช้งานของหน่วยงาน ของรัฐ มีราคาที่เหมาะสม และมีแผนการบริหารพัสดุที่เหมาะสมและชัดเจน ข้อความขั้นต้นหมายถึงข้อใด ก.ตรวจสอบได้ ข.โปร่งใส ค.คุ้มค่า ง.มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
**อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 8 การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐต้องก่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงานของรัฐ และต้องสอดคล้องกับหลักการ ดังต่อไปนี้ (1) คุ้มค่า โดยพัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่ตอบสนองวัตถุประสงค์ ในการใช้งานของ หน่วยงานของรัฐ มีราคาที่เหมาะสม และมีแผนการบริหารพัสดุที่เหมาะสมและชัดเจน (2) โปร่งใส โดยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุต้องกระทำโดยเปิดเผย เปิดโอกาสให้มี การแข่งขันอย่าง เป็นธรรม มีการปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายโดยเท่าเทียมกัน มีระยะเวลาที่เหมาะสม และเพียงพอต่อการ ยื่นข้อเสนอ มีหลักฐานการดำเนินงานชัดเจน และมีการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุใน ทุกขั้นตอน (3) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยต้องมีการวางแผนการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ล่วงหน้า เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีกำหนดเวลาที่เหมาะสม โดยมีการ ประเมินและเปิดเผยผลสัมฤทธิ์ของการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ (4) ตรวจสอบได้ โดยมีการเก็บข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุอย่างเป็นระบบ เพื่อประโยชน์ใน การตรวจสอบ ให้หน่วยงานของรัฐใช้หลักการตามวรรคหนึ่งเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อ จัดจ้าง และการบริหารพัสดุ หากการจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าว แต่ไม่มีผลต่อการจัดซื้อจัด จ้าง อย่างมีนัยสำคัญหรือเกิดจากกรณีเร่งด่วน หรือมีเหตุผลหรือความจำเป็นอื่น การจัดซื้อจัดจ้างนั้นย่อมไม่ เสียไป 17.การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐ คำนึงถึงตามข้อใด ก.คุณภาพ ข.เทคนิค ค.วัตถุประสงค์ของการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ง. ถูกทุกข้อ 18.ข้อใดหมายถึง “การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและผู้ประกอบการในการป้องกันการทุจริต” ก.จัดให้ ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ ข.กำหนดให้มี การจัดทำข้อตกลงคุณธรรมตามโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ ค.จัดทำเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการและผู้ประกอบการที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ง.ถูกทุกข้อ 19.มาตรฐานขั้นต่ำของนโยบายและแนวทางป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ประกอบการ ต้องจัดให้มี ตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ใครกำหนด ก.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ข.คณะกรรมการ ค.ป.ท. ค.คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ง.คณะกรรมนโยบาย
20.ใครเป็นประธาน “คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ” ก.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ค.ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ง.ปลัดกระทรวงการคลัง 21.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคนให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ในด้านใด ก.ความเชี่ยวชาญ ข.ประสบการณ์ ค.มีความรู้ ง. ถูกทุกข้อ **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 20 ให้มีคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ประกอบด้วย (1) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังซึ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ (2) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อัยการสูงสุด อธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดิน และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง จากสภาวิศวกร สภาสถาปนิก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แห่งละหนึ่งคน ในส่วนที่ เหลือให้แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม การเงิน การ คลัง การบริหารจัดการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเป็นประโยชน์ต่อการ ดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบาย 22.ให้ใครเป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ก.ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ข.ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ค.อธิบดีกรมบัญชีกลาง ง.อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 23.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละกี่ปี ก.หนึ่งปี ข.สองปี ค.สามปี ง.สี่ปี
24.จากข้อ 23 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอาจได้รับ แต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกี่วาระไม่ได้ ก.หนึ่งวาระ ข.สองวาระ ค.สามวาระ ง.สี่วาระ 25.เมื่อครบกำหนดตามวาระแล้ว ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายใน กี่วัน ก.สามสิบวัน ข.สี่สิบห้าวัน ค.หกสิบวัน ง.เก้าสิบวัน **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 22 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับ แต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง ให้ ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายใน หกสิบวัน ในระหว่างที่ยังมิได้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ 26.ข้อใดหมายถึงอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบาย ก.เสนอแนะนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐต่อคณะรัฐมนตรี ข.กำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของหน่วยงานของรัฐ ค.กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานและจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่ ง. ถูกทุกข้อ **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 24 ให้คณะกรรมการนโยบายมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) เสนอแนะนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐต่อคณะรัฐมนตรี (2) เสนอแนะแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐต่อ คณะรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น (3) กำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไป ตามแนวทางของ พระราชบัญญัตินี้ (4) วินิจฉัยความเป็นโมฆะของสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา 104 รวมทั้งตีความและ วินิจฉัยปัญหาข้อหารือ เกี่ยวกับประกาศที่คณะกรรมการนโยบายออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ (5) กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานและจรรยาบรรณของเจ้าหน้าที่ (6) กำหนดแนวทาง วิธีปฏิบัติ แบบหรือตัวอย่าง เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบที่ออก ตามความใน พระราชบัญญัตินี้ 7) จัดทำรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้เสนอคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละ หนึ่งครั้ง (8) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี มอบหมาย
27.ใครเป็นประธาน “คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ” ก.นายกรัฐมนตรี ข.ปลัดกระทรวงการคลัง ค.ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ง.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ 28.ให้อธิบดีกรมบัญชีกลางมอบหมายข้าราชการของกรมบัญชีกลางคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ และ อีกกี่คนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ก.สองคน ข.สามคน ค.สี่คน ง.หกคน 29.ใครเป็นคนแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อการดำเนินงานของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัด จ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ก.ผู้แทน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ข.ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ค.อธิบดีกรมบัญชีกลาง ง.ปลัดกระทรวงการคลัง 30.จากข้อ 29 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินกี่คน ก.ห้าคน ข.หกคน ค.เจ็ดคน ง.แปดคน **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 27 ให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ประกอบด้วย (1) ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ (2) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ อธิบดีกรมบัญชีกลาง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนสำนักงาน ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้แทน สำนักงาน คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคนซึ่งปลัดกระทรวงการคลัง แต่งตั้งจากผู้มี ความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม การเงิน การคลัง การบริหารจัดการ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อ การดำเนินงานของ คณะกรรมการวินิจฉัย
31.ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับ อำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการวินิจฉัย” ก.เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ต่อ คณะกรรมการนโยบาย ข.ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ค.กำหนดแนวทาง วิธีปฏิบัติ แบบหรือตัวอย่าง เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบที่ออก ตามความใน พระราชบัญญัตินี้ ง.จัดทำรายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุเสนอ คณะกรรมการนโยบายอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 29 ให้คณะกรรมการวินิจฉัยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ต่อ คณะกรรมการนโยบาย (2) ให้คำปรึกษาแนะนำแก่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ (3) ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือระเบียบที่ ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ (4) ยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงหรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ (5) เสนอความเห็นต่อปลัดกระทรวงการคลังในการพิจารณาสั่งให้ผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญา เป็นผู้ทิ้งงาน และ การเพิกถอนรายชื่อผู้ทิ้งงาน รวมทั้งเสนอความเห็นต่อปลัดกระทรวงการคลังและรัฐมนตรี ในการพิจารณา อุทธรณ์คำสั่งลงโทษให้เป็นผู้ทิ้งงาน (6) จัดทำรายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุเสนอ คณะกรรมการนโยบายอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (7) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการนโยบาย รัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย 32.ข้อใดไม่ใช่ “คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ” ก.ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ข.ผู้แทนสำนักงบประมาณ ค.ผู้แทนกระทรวงการคลัง ง.ผู้แทนสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน 33.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นประโยชน์ต่องานของคณะกรรมการราคากลางจำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนแต่ไม่ เกินกี่คน ก.ไม่เกินเจ็ดคน ข.ไม่เกินเก้าคน ค.ไม่เกินสอบเอ็ดคน ง.ไม่เกินสิบสามคน
34.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ อำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการราคากลาง” ก.ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลาง ข.ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลาง ค.จัดทำรายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการกำหนดราคากลางของ หน่วยงานของรัฐ ง. ถูกทุกข้อ **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 34 ให้คณะกรรมการราคากลางมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลาง (2) กำกับดูแลการกำหนดราคากลางให้เป็นไปตามแนวทางของพระราชบัญญัตินี้ (3) ให้คำปรึกษาแนะนำแก่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐเกี่ยวกับการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ กำหนดราคากลาง (4) ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลาง (5) ยกเว้นหรือผ่อนผันกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามรายละเอียดของหลักเกณฑ์และวิธีการ กำหนดราคากลาง ตาม (6) พิจารณาข้อร้องเรียนกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการกำหนด ราคากลาง (7) ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่มีสิทธิ เป็นผู้ยื่น ข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ (8) จัดทำรายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการกำหนดราคากลางของ หน่วยงานของรัฐ และ การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่มีสิทธิเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐเสนอ คณะกรรมการนโยบายอย่าง น้อยปีละหนึ่งครั้ง (9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการนโยบาย รัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย 35.คณะกรรมการราคากลางต้องพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนด ราคากลางอย่างน้อยปีละกี่ ครั้ง ก.ปีละหนึ่งครั้ง ข.ปีละสองครั้ง ค.ปีละสามครั้ง ง.ปีละสี่ครั้ง 36.ใครเป็นประธาน “คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ” ก.อธิบดีกรมบัญชีกลาง ข.ปลัดกระทรวงการคลัง ค.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ง.ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
37.องค์กรเอกชนที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีวัตถุประสงค์ในการต่อต้านการทุจริตหรือ ส่งเสริมด้านคุณธรรม และจริยธรรมต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ และได้ ดำเนินงานมาแล้วไม่น้อยกว่ากี่ปี ก.หนึ่งปี ข.สองปี ค.สามปี ง.สี่ปี 38.จากข้อ 37. ใครเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก.อธิบดีกรมบัญชีกลาง ข.ปลัดกระทรวงการคลัง ค.คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ง.ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 39.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต” ก.กำหนดแบบของข้อตกลงคุณธรรมและแบบรายงานของผู้สังเกตการณ์ ข.คัดเลือกผู้สังเกตการณ์เพื่อเข้าร่วมโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ ค.ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการ ความร่วมมือ ป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ง. ถูกทุกข้อ **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 39 ให้คณะกรรมการ ค.ป.ท. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) กำหนดแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ (2) กำหนดแบบของข้อตกลงคุณธรรมและแบบรายงานของผู้สังเกตการณ์ (3) คัดเลือกโครงการการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเข้าร่วมโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ (4) คัดเลือกผู้สังเกตการณ์เพื่อเข้าร่วมโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐ (5) ตีความและวินิจฉัยปัญหาข้อหารือเกี่ยวกับแนวทางและวิธีการในการดำเนินงานโครงการ ความร่วมมือ ป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตาม (1) (6) ยกเว้นหรือผ่อนผันกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามรายละเอียดของแนวทางและวิธีการ ในการดำเนินงาน โครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตาม (1) (7) พิจารณาข้อร้องเรียนกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทาง และวิธีการในการ ดำเนินงานโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐตาม (1) (8) จัดทำรายงานผลการประเมินโครงการการจัดซื้อจัดจ้างที่เข้าร่วมโครงการความร่วมมือ ป้องกันการทุจริต ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเสนอคณะกรรมการนโยบายอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง (9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้
40.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน ซึ่งปลัดกระทรวงการคลัง แต่งตั้งจาก องค์กรเอกชนที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ตามข้อใด ก.เป็นประโยชน์ต่อ การดำเนินงานของคณะกรรมการวินิจฉัย ข.เป็นประโยชน์ต่องานของคณะกรรมการราคากลาง ค.ต่อต้านการทุจริตหรือส่งเสริมด้านคุณธรรม และจริยธรรม ง.เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบาย 41.ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ “คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน” ก.พิจารณาข้อร้องเรียนกรณีที่เห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางของ พระราชบัญญัตินี้ ข.จัดทำรายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ค.ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้หรือตามที่คณะกรรมการนโยบาย รัฐมนตรี หรือ คณะรัฐมนตรีมอบหมาย ง. ถูกทุกข้อ 42.จัดทำรายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน เสนอ คณะกรรมการนโยบายอย่างน้อยปีละกี่ครั้ง ก.หนึ่งครั้ง ข.สองครั้ง ค.สามครั้ง ง.สี่ครั้ง 43.ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กระทำการตามหน้าที่โดยสุจริต ย่อมได้รับการคุ้มครอง ไม่ต้องรับ ผิดตามข้อใด ก.ทางแพ่ง ข.ทางอาญา ค.ทางปกครอง ง. ถูกทุกข้อ 44.ใครมีหน้าที่ในการดูแลและพัฒนาระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการประกาศ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ก.องค์กรสนับสนุนดูแลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ข.คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ค.กรมบัญชีกลาง ง.กระทรวงการคลัง
45.กรมบัญชีกลางต้องปรับปรุงฐานข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในระบบเครือข่ายสารสนเทศ และ ฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุ อย่างน้อยปีละกี่ครั้ง ก.หนึ่งครั้ง ข.สองครั้ง ค.สามครั้ง ง.สี่ครั้ง 46.ใครมีหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และประเมินผลการปฏิบัติงาน ตามพระราชบัญญัตินี้ และจัดทำรายงาน เกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการพร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ก.องค์กรสนับสนุนดูแลการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ข.คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ค.กรมบัญชีกลาง ง.กระทรวงการคลัง 47.การจัดทำรายงานเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการพร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาและ ปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐเสนอคณะกรรมการนโยบาย อย่างน้อยปีละ กี่ครั้ง ก.หนึ่งครั้ง ข.สองครั้ง ค.สามครั้ง ง.สี่ครั้ง 48.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ” ก.ให้กรมบัญชีกลางประกาศรายชื่อผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ข.ให้คณะกรรมการราคากลางมีอำนาจประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ให้งานก่อสร้าง ค.ให้ผู้ประกอบการงานก่อสร้างทุกรายมีสิทธิขอขึ้นทะเบียนได้ ตลอดเวลา ง. ถูกทุกข้อ 49.ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ก.วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ข.วิธีคัดเลือก ค.วิธีเฉพาะเจาะจง ง. ถูกทุกข้อ
50.ให้ใช้กับงานที่ไม่ซับซ้อน งานที่มีลักษณะ เป็นงานประจำของหน่วยงานของรัฐ หรืองานที่มีมาตรฐานตาม หลักวิชาชีพ และมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถ ทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป ข้อความขั้นต้นหมายถึงข้อใด ก.งานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก ข.งานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ค.งานจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ง. ไม่มีข้อใดถูก **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 69 งานจ้างที่ปรึกษาอาจกระทำได้โดยวิธี ดังต่อไปนี้ (1) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนที่ปรึกษาทั่วไปที่มีคุณสมบัติ ตรงตาม เงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดให้เข้ายื่นข้อเสนอ (2) วิธีคัดเลือก ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนเฉพาะที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข ที่หน่วยงาน ของรัฐกำหนดซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ายื่นข้อเสนอ เว้นแต่ในงานนั้นมีที่ปรึกษาที่มี คุณสมบัติตรงตามที่ กำหนดน้อยกว่าสามราย (3) วิธีเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การที่หน่วยงานของรัฐเชิญชวนที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตาม เงื่อนไขที่หน่วยงาน ของรัฐกำหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอ หรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา 51.ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการโดยคำนึงถึง ความคุ้มค่าและวัตถุประสงค์ ของงานจ้างที่ปรึกษาเป็นสำคัญ โดยให้พิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพตามข้อใด ก.ผลงานและประสบการณ์ของที่ปรึกษา ข.ประเภทของที่ปรึกษาที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน ค.ข้อเสนอทางด้านการเงิน ง. ถูกทุกข้อ **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 75 ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการโดยคำนึงถึง ความคุ้มค่าและวัตถุประสงค์ของงานจ้างที่ปรึกษาเป็นสำคัญ โดยให้พิจารณาเกณฑ์ด้านคุณภาพ ดังต่อไปนี้ (1) ผลงานและประสบการณ์ของที่ปรึกษา (2) วิธีการบริหารและวิธีการปฏิบัติงาน (3) จำนวนบุคลากรที่ร่วมงาน (4) ประเภทของที่ปรึกษาที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (5) ข้อเสนอทางด้านการเงิน (6) เกณฑ์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 52.งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างอาจกระทำได้กี่วิธี ก. 1.วิธี วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ข. 2 วิธี วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก ค. 3 วิธี วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก วิธีเฉพาะเจาะจง ง. 4 วิธี วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป วิธีคัดเลือก วิธีเฉพาะเจาะจง วิธีประกวดแบบ
**อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 79 งานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างอาจกระทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้ (1) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป (2) วิธีคัดเลือก (3) วิธีเฉพาะเจาะจง (4) วิธีประกวดแบบ 53.การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญา หรือข้อตกลง ให้อยู่ในดุลพินิจ ของผู้มีอำนาจที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงตามข้อใด ก.เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ ข.เหตุสุดวิสัย ค.เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ง. ถูกทุกข้อ 54.ข้อใดเป็นการกระทำอันมีลักษณะเป็น การทิ้งงาน ก.เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ กับหน่วยงานของรัฐ ภายในเวลาที่กำหนด ข.คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐหรือผู้รับจ้างช่วงที่หน่วยงานของรัฐอนุญาตให้รับช่วงงานได้ ไม่ปฏิบัติตาม สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือนั้น ค.มือปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมีลักษณะเป็น การขัดขวางการ แข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือกระทำการโดยไม่สุจริต ง. ถูกทุกข้อ **อธิบายเพิ่มเติม มาตรา 109 ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการ ดังต่อไปนี้ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญานั้นกระทำการอันมีลักษณะเป็น การทิ้ง งาน (1) เป็นผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ กับหน่วยงานของรัฐ ภายในเวลาที่กำหนด (2) คู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐหรือผู้รับจ้างช่วงที่หน่วยงานของรัฐอนุญาตให้รับช่วงงานได้ ไม่ปฏิบัติตาม สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือนั้น (3) เมื่อปรากฏว่าผู้ยื่นข้อเสนอหรือคู่สัญญาของหน่วยงานของรัฐกระทำการอันมีลักษณะเป็น การขัดขวางการ แข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือกระทำการโดยไม่สุจริต (4) เมื่อปรากฏว่าผลการปฏิบัติตามสัญญาของที่ปรึกษาหรือผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบ หรือควบคุมงาน ก่อสร้างมีข้อบกพร่อง ผิดพลาด หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐอย่างร้ายแรง (5) เมื่อปรากฏว่าผู้ให้บริการงานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้างหรือผู้ประกอบการ งานก่อสร้างไม่ ปฏิบัติตามมาตรา 88 (6) การกระทำอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
55.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับ “การอุทธรณ์” ก.การอุทธรณ์ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ ในหนังสืออุทธรณ์ ต้องใช้ถ้อยคำสุภาพและระบุ ข้อเท็จจริงและเหตุผลอันเป็นเหตุ แห่งการอุทธรณ์ให้ชัดเจน พร้อมแนบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปด้วย ข.ให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์ยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานของรัฐนั้นภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันประกาศผลการจัดซื้อจัด จ้างในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ค.ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาและวินิจฉัยอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ ง. ถูกทุกข้อ