The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Phuwadon Kotphakwaen, 2024-02-27 02:15:40

ปั้นจั่น

ปั้นจั่น

คู่มือความปลอดภัยในการทำ งาน เครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ


การจัดทำ หนังสือคู่มือความปลอดภัยนี้ก็เป็นมาตรการสำ คัญอันหนึ่ง ที่มุ่งหวัง จะให้เป็นคู่มือในการบริหารงานความปลอดภัยให้บรรจุสมดังเจตนารมณ์ข้างต้นนี้ ด้วย หนังสือคู่มือความปลอดภัยฉบับนี้ ได้มาจากการศึกษากฎกระทรวงแล้วรวบรวม คู่มือความปลอดภัยฉบับนี้ได้จำ แนกประเภทเครื่องจักรในแต่ละงานไว้เป็นการเฉพาะ เรื่อง เพื่อสะดวกในการใช้การค้นคว้าและใช้ปฏิบัติงาน โดยในแต่ละเรื่องได้เน้นสาระ สำ คัญเป็นสองส่วน กล่าวคือ ส่วนแรกว่าด้วย เรื่องกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งใน ส่วนนี้ให้ยึดตามกฎกระทรวงกำ หนดมาตรฐานในการบริการ จัดการและดำ เนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำ งานเกี่ยวกับ เครื่องจักร ปั่นจั่น และหม้อไอน้ำ พ.ศ.2564 เป็นส่วนมุ่งเสริมให้ทุกคนได้ตระหนัก และระมัดระวัง อันเป็นการสร้างความปลอดภัยที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนที่สอง ข้อ แนะนำ เรื่องการใช้งานเครื่องจักรที่ถูกวิธี เพื่อให้เกิดสภาพงานที่ปลอดภัยและปฏิบัติ งานข้อเสนอแนะอย่างครบถ้วน คู่มือความปลอดภัยฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับว่าด้วยการทำ งาน ขอให้ทุกคนได้ตระหนักและเรียนรู้ทำ ความเข้าใจให้ถ่องแท้ หากมีข้อสงสัยให้ สอบถามหัวหน้างานเพิ่มเติม เพื่อความกระจ่างชัดเจนยิ่งขึ้น และสามารถนำ ไป ปฏิบัติได้ถูกต้อง อันจะนำ มาซึ่งความปลอดภัยของทุกคนโดยถ้วนหน้ากัน คำ นำ นักนัศึกษาสหกิจ


สารบัญ วัตถุประสงค์ 1 ความรู้เบื้องต้นในการทำ งาน 2 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร 4 กฎข้อบงคับ 10 ประการ 7 ความหมายของเครื่องจักร และเครื่องมือกล 9 เครื่อมือกล 10 ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือกล 14 เครื่องจักรกล 16 การทำ งานหมุนรอบตัวเอง เครื่องกลึง 17 ความปลอดภัยในการใช้เครื่องกลึง 18 การบำ รุงรักษาเครื่องกลึง 18 กลุ่มทำ งานเจาะ สว่านเจาะ 19 ความปลอดภัยในการใช้สว่านเจาะ 20 กลุ่มทำ งานกัด เครื่องกัด 21 ความปลอดภัยในการใช้เครื่องกัด 22 กลุ่มทำ งานไส เครื่องไส 23 ความปลอดภัยในการใช้เครื่องไส 24 กลุ่มทำ งานขัดและเจียระไน 25 ความปลอดภัยในการใช้เครื่องเจียระไน 26 กลุ่มทำ งานลักษณะอื่นๆ เครื่องปั๊มโลหะ 27 ความปลอดภัยในการใช้เครื่องปั๊มโลหะ 28 รอก 29 ความปลอดภัยในการใช้รอก 35


สารบัญ ปั้นจั่น 36 ความปลอดภัยในการใช้ปั้นจั่น 39 การตรวจสอบปั้นจั่น 42 ความปลอดภัยในงานยก 43 ลวดสลิง 44 การจัดเก็บและดูแลรักษาลวดสลิง 46 อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล 47


คู่มือทะเบียนกฎหมาย วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาหลักการทำ งานของเครื่องจักร ปั่นจั้น และหม้อน้ำ 2.เพื่อเป็นการทบทวนคู่มือทะเบียนกฎหมาย 1


2) ความรู้เบื้องต้นในการทำ งาน ผู้ปฏิบัติงานที่จะทำ การขนย้ายเครื่องจักรแต่ละ ประเภทจะต้อง ศึกษา ก่อนว่าสินค้าที่เราจะเคลื่อนย้ายนั้นต้องทำ อย่างไรบ้าง เช่น ต้องรู้ขนาดของเครื่อง ใช้เครื่องมืออะไรที่เหมาะสมสถานที่ที่จะเข้าไปทำ งานเป็น อย่างไรหากผู้ปฏิบัติงานไม่ศึกษาการทำ งานอาจจะเกิดความผิดพลาดได้ทุกเวลา ผลที่จะได้รับอาจทำ ให้สินค้าเสียหายต่อตนเองและสินค้าได้ทุกเวลา การทำ talk safety ก่อนการทำ งานก็มีความสำ คัญก่อนการทำ งานทุกครั้ง เพื่อพูดถึงลักษณะ งานที่ไม่ปลอดภัยและข้อควรระวัง 1) อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล การทำ งานประเภทเครื่องจักรไม่ว่าจะเป็นกลาง แจ้งหรือที่ใต้อาคาร ต่างๆที่จะต้องนำ เครื่องจักรเข้าไปเก็บต้องยึดหลักความ ปลอดภัยต่อบุคคลหรือผู้ปฏิบัติงานที่ สำ คัญคืออุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลเช่น สวมหมวกเซฟตี้เสื้อสะท้อนแสงและรองเท้าเซฟตี้ บางสถานที่อาจจะต้องมี Earplugs และแว่นตาแล้วแต่ข้อกำ หนดของสถานที่นั้นๆการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน ภัยส่วนบุคคลนั้นไม่ได้ป้องกันความปลอดภัย 100 % แต่ต้องสวมใส่เพื่อความ ป้องกันอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ความรู้เบื้องต้นในการทำ งาน 2


4) ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการทำ งาน ความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายกับ การทำ งานนั้น เกิดขึ้น ได้จากปัจจัยหลายอย่างหากเราไม่รู้วิธีป้องกัน ไม่ให้เกิด ขึ้นก่อนความเสี่ยงคืออะไร คือการ ทำ งานที่อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้หากไม่มีการ ระมัดระวังหรือศึกษางานก่อนทำ งานดังนั้นเราควรมี การปิดความเสี่ยงทุกครั้ง ก่อนเริ่มทำ งาน 3) ข้อควรระวังในการทำ งาน การทำ งานเกี่ยวกับเครื่องจักรนั้นเบื้องต้นเราคงรู้ดีว่า สินค้าจะต้องมี น้ำ หนักมากขนาดใหญ่ดังนั้นข้อควรระวังต่างๆจะต้องเข็มงวดมาก และจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆของสถานที่นั้นๆการแต่งกายเซฟตี้ เช็คอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆและสิ่งที่สุด คือความพร้อมของตนเองว่าเรามีความ พร้อมแค่ไหนในการทำ งานไม่ควรฝืนตัวเองหากเราไม่พร้อมปฏิบัติงาน 3


กําหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดำ เนินการด้านความ ปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำ งาน เกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และ หม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔ กฎกระทรวง 4


“เครื่องจักร” หมายความว่า สิ่งที่ประกอบด้วยชิ้น ส่วนหลายชินสําหรับก่อกําเนิดพลังงานเปลี่ยนหรือแปลง สภาพพลังงาน หรือส่งพลังงาน ทังนี ด้วยกําลังนํา ไอนํ้า เชื้อเพลิง ลม ก๊าซ แสงอาทิตย์ ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น และหมายความรวมถึงเครื่องอุปกรณ์ ล้อตุนกําลัง รอก สายพาน เพลา เฟือง หรือสิ่งอื่นที่ทำ งานสัมพันธ์กัน รวมทั้งเครื่องมือกล 5 “รอก” หมายความว่า อุปกรณ์ผ่อนแรงมีลักษณะคล้าย ล้อเพื่ออำ นวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ โดย ร้อยไว้กับเชือก โซ่ หรือลวดสลิง “ปั้นจั่น” หมายความว่า เครื่องจักรที่ใช้ยกสิ่งของขึ้น ลงตามแนวดิ่ง และเคลื่อนย้ายสิ่งของเหล่านั้นใน ลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบ


6 “ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่” หมายความว่า ปั้นจั่นที่ประกอบไป ด้วยอุปกรณ์ควบคุม และเครื่องต้นกำ ลังอยู่ในตัว ซึ่งติดตั้ง อยู่บนหอสูง ขาตั้ง หรือบนล้อเลื่อน “ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่” หมายความว่า ปั้นจั่นที่ประกอบไป ด้วยอุปกรณ์ควบคุม และเครื่องต้นกำ ลังอยู่ในตัว ซึ่งติดอยู่ บนยานพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ “ลวดสลิง” หมายความว่า เชือกที่ทำ ด้วยเส้นลวดหลาย เส้นที่ตีเกลียวหรือพันกันรอบแกนชั้นเดียวหรือหลายชั้น


กฎข้อบังคับ 10 ประการ ปฏิบัติตามกฎ ข้อบังคับ เครื่องหมาย และคำ สั่งโดย เคร่งครัด อย่างเสี่ยง ถ้าไม่รู้ให้ถามผู้รู้ ห้ามกระทำ การใด นอกเหนือหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ช่วยกันระวังรักษาทุกสิ่งทุกอย่างให้สะอาดเรียบร้อย และปลอดภัยรักษาความสะอาดโดยวิธีการ 5 ส. ใช้เครื่องมือ, อุปกรณ์, เครื่องจักรที่ถูกต้องอย่างปลอดภัย รายงานการเกิดอุบัติเหตุทันที ที่เกิดขึ้น ความบาดเจ็บและมี การรักษาพยาบาลที่เหมาะสม ทันที 01 แจ้งหรือรายงานสภาพที่ไม่ปลอดภัยใน โครงการทันทีที่พบเห็น 02 03 04 05 7


เกี่ยวกับความปลอดภัย สวมใสอุปกรณ์ความปลอดภัยส่วน บุคคลและรักษาให้อยู่ในสภาพที่ ใช้ได้เสมอ ดูแลเครื่องจักร เครื่องมือให้อยู่ในสภาพ เรียบร้อย ในการยกของหนัก ต้องมีคนช่วย และยกให้ ถูกวิธี ห้ามหยอกล้อ หรือกวนใจผู้อื่น ขณะปฏิบัติงาน ปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ รวมถึง เครื่องหมาย และคำ แนะนำ เกี่ยวกับความปลอดภัยในโครงการ 06 07 08 09 10 8


เครื่องจักร (Machine) หรือ เครื่องกล เครื่องจักรกล หรือในบางคำ นิยามอาจจะ ใช้เรียกว่า เครื่อง หมายถึง เครื่องมือที่ใช้ส่วนประกอบด้วยชิ้นส่วนหลายชิ้น ที่จะ ประกอบจากส่วนหนึ่งไปอีกส่วนหนึ่ง หรือ ประกอบส่วนต่างๆ ไปหลายๆ ส่วน ซึ่งจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำ ให้สิ่งเหล่านั้นบรรลุจุดมุ่งหมายอย่างเฉพาะเจาะจง อย่างหนึ่งเท่านั้น เครื่องจักร (Machine) เป็นอุปกรณ์ที่มีพลังขับเคลื่อน ซึ่งมักจะ เป็นพลังงานเชิงกล เคมี ไฟฟ้า หรือ ความร้อน และบ่อยเครื่องมักถูกทำ ให้เป็น เครื่องยนต์ ในประวัติศาสตร์ อุปกรณ์จะเรียกว่าเป็นเครื่องจักรได้ก็ต่อเมื่อถ้ามีส่วน ที่สามารถขยับหรือเคลื่อนที่ได้ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีอีเล็กทรอนิกส์ (Electronic Technology) ได้นำ ไปสู่การพัฒนาอุปกรณ์ที่ไม่จำ เป็นที่จะต้องมีส่วนที่ขยับหรือ เคลื่อนที่ได้ แต่ยังนับว่าเป็นเครื่องจักรอยู่ เครื่องจักร หรือเครื่องมือกล 9


เครื่องมือกลชนิดเคลื่อนย้ายได้จะทำ งานโดยอาศัยพลังงานจาก ไฟฟ้า ลม (Pheumatic) เครื่องยนต์ (Gasoline) การระเบิด (Expiosive) มักใช่้ในงานเลื่อย เจาะ และขัด แต่ก็พบว่ามีการนำ ไปใช้งานในลักษณะอื่น เหมือนกัน แต่ในประเทศไทยส่วนมากนิยมใช้เครื่องมือกลชนิดเคลื่อย้ายได้ ชนิดพลังงานไฟฟ้าและพลังงานลมเป็นหลัก เครื่องมือกล Portable Power Tool หมายความว่า เป็นเครื่องมือกลขนาดเล็กที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายจากจุด หนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ไมไ่ด้ยึดติดตายอยู่กับที่เหมือนเครื่องจักรกลทั่วไปที่มีขนาด ใหญ่ จึงมีความคล่องตัวและสะดวกในการใช้งาน 10


1.แบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เป็นเครื่องมือขนาดเล็กที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย ทำ งานโดยอาศัยพลังงานไฟฟ้า มีหลายชนิด เช่น สว่านไฟฟ้า เลื่อยไฟฟ้า หินเจียรนัย เครื่องขัดกระดาษ แบบมือถือ เครื่องมือกลเหล่านี้ปกติน้ำ หนักจะไม่มาก สามารถนำ ติดตัวไปใช้งานนอกสถานที่ ได้ง่าย มีเงื่อนไขเพียงขอให้มีไฟฟ้าเท่านั้น เลื่อยวงเดือน 11 ที่มา : https://www.jumboa.net/product เครื่องขัดกระดาษทราย ที่มา : https://www.fnengineering.com/product


2.แบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เป็นเครื่องกลขนาดเล็กที่เคลื่อนย้ายได้ง่าย ทำ งานโดยอาศัยพลังงานจากความดัน ของลมที่มีความดันสูงประมาณ 100 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว มีหลายชนิด เช่น หินเจียรนัยแบบใช้ลมขับ 12 ที่มา: http://www.pondmalee.com/article/631 หินเจียรนัยแบบใช้ลมขับ


เครื่องตอกหรือกระแทกคอนกรีตแบบใช้ลม 13 ที่มา: https://www.yucmachinery.com/product ประแจลม และไขขวงแบบใช้ลม ที่มา: https://itoolmart.com/product/7l3m9


ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือกล ข้อที่ 1 การหลีกเลี่ยงอันตราย(Avoid Danger) กฏความปลอดภัยภัข้อข้แรกของ power toolsคือคืหลีกลีเลี่ย ลี่ งอันอัตรายโดยการอยู่ห่ยู่ าห่ง จากเส้นส้ทางของสิ่ง สิ่ ที่เ ที่ ราไม่สม่ามารถควบคุมคุได้ ผู้ใผู้ช้งช้านทุกทุคนต้อต้งเรียรีนรู้ถึรู้งถึสถานการณ์ที่ณ์ ที่ ควรหลีกลีเลี่ย ลี่ งการใช้เช้ครื่อ รื่ งมือมืผิดผิประเภท เช่นช่นำ หินหิเจียจีร์ ใบเจียจีร์ ไปใช้ใช้นงานตัดตัวัสวัดู หรือรืหลีกลีเลี่ย ลี่ งการฝืนฝืใช้งช้านเครื่อ รื่ งมือมืที่มี ที่ สมีภาพไม่ปม่ลอดภัยภัซึ่ง ซึ่ ต้อต้งเน้นน้ย้ำ หลีกลีเลี่ย ลี่ งหรือรื ห้าห้มอย่าย่งจริงริจังจัวิธีวิที่ธีดี ที่ ที่ดีสุ ที่ ดสุคือคืต้อต้งรู้จัรู้กจัเครื่อ รื่ งมือมืและรู้จัรู้กจัปรับรัเปลี่ย ลี่ นพฤติกติรรมการทำ งาน การเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือจนกว่าจะได้รับการอบรมวิธีการใช้งานอย่างถูก ต้อง รู้ถึงข้อจำ กัดและอันตราย รู้ถึงวิธีการควบคุมและการใช้งานทั้งหมด รู้วิธีการระบุถึงปัญหาที่เกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับส่วนที่เคลื่อนที่ได้ โดยการเรียนรู้ถึงจุดอันตรายของ เครื่องมือทุกชนิดที่ต้องใช้งาน ไม่ถอดหรือเคลื่อนย้ายการ์ด ตรวจสอบการ์ดก่อนใช้งาน ถ้าไม่มีการ์ดหรือการ์ดไม่พร้อมใช้งาน ควรทำ การติดป้ายที่เครื่องจักรเพื่อ ทำ การซ่อม 14


ความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือกล ข้อที่ 2 การป้องกันอันตรายจากการสัมผัส(Prevent Contact) สามารถหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำ งานให้ ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยป้องกันการสัมผัสกับอันตรายของเครื่องมือ เคลื่อนไหวมือให้ห่างจากเครื่องมือ ไม่เอื้อมมือเข้าไปหรือยกมือข้ามเครื่องมือ ไม่ปัดขี้เลื่อย, เศษไม้ หรือเศษกลึง ในขณะที่เครื่องมือกำ ลังทำ งาน ใช้คีม ที่หนีบหรืออุปกรณ์อื่น ในการยึดจับชิ้นงาน และใช้สองมือในการควบคุม เครื่องมือ คาดการณ์ถึงจุดที่คุณและเครื่องมืออาจมาสัมผัสกันได้ หากคุณเสียการทรงตัว หรือเครื่องมือลื่นไถล และควรหาพื้นที่ที่จะทำ ให้ปลอดภัย ควบคุมเครื่องมือจนกว่าเครื่องจะหยุดสนิท ห้ามวางลงหรือแกว่งเข้าหาตัว หากเครื่องมือมีน้ำ หนักมากจนเกิดความลำ บากในการทำ งาน ควรหาเครื่องมือที่ เบากว่า หรือใช้เครื่องมืออื่นในการช่วยผ่อนน้ำ หนักนั้น ข้อที่ 3 การปกป้องตนเอง(Protect yourself) ต้องเรียนรู้ที่จะคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะทำ ให้รู้ว่า ควรรับมือกับข้อผิดพลาดนั้นอย่างไร เพื่อป้องกันตัวเองจากอันตราย โดยการสวมใส่ อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ที่เหมาะสม และต้องแน่ใจว่าเครื่องมือและ อุปกรณ์ต่างๆนั้นปลอดภัยต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตาทุกครั้งที่ทำ งานกับ power tools เลือกใช้ PPE ให้เหมาะสมกับงานที่ทำ และอาจมีการใช้อุปกรณ์อื่นใน การช่วยป้องกันด้วย 15 o เท้า o มือ o การหายใจและปอด เป็นต้น o ศรีษะ o ใบหน้า o การได้ยิน


2.เครื่องจักรกล Machine Tools เครื่องจักรที่ทำ งานโดยอาศัยพลังงานจากไฟฟ้า เครื่องยนต์ และต้นกำ ลัง อื่นๆ ปกติจะขนาดใหญ่มีน้ำ หนักมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยยกำ ลังสองมือ ใช้สำ หรับเปลี่ยนหรือแปรรูปวัสดุด้วยการเฉือน กัด ขัดหรือแปรรูป ประเภทเครื่องจักร กลุ่มทำ งานหมุนรอบตัวเอง กลุ่มทำ งานเจาะหรือคร้านรู กลุ่มทำ งานกัด กลุ่มทำ งานไส กลุ่มทำ งานขัดหรือเจียระไน กลุ่มทำ งานลักษณะอื่น นอกเหนือจาก 5 ข้อ ข้างต้น 16


1.การทำ งานหมุนรอบตัวเอง การทำ งานชิ้นงานจะหมุนรอบตัวเอง ส่วนมีดตัดจะยึดอยู่กับที่เศษโลหะที่ได้จะเป็น หรือชิ้นขนาดใหญ่จะสั้นหรือยาวแล้วแต่การป้อนใบมีดและวัสดุที่ทำ ชิ้นงาน เครื่องจักรกลที่มีลักษณะการทำ งานแบบนี้มีหลายชนิด เช่น เครื่องกลึง เครื่องกลึง จัดเป็นเครื่องมือในกลุ่มทำ งานหมุนรอบตัวเอง มีใช้มากใน โรงกลึง หน่วยซ่อมบำ รุงโรงงาน และโรงงานซ่อมสร้างเครื่องจักรทั่วไป เครื่องกลึง 17 ที่มา: https://www.aimphanpress.com/content/2785


การบำ รุงรักษาเครื่องกลึง การใช้เครื่องทุกครั้งควรตรวจดูน้ำ มันหล่อลื่นทุกครั้งในบริเวณต่อไปนี้หัวเครื่อง (Head stock) กล่องเฟือง (Gear Box) และ Apron ว่าน้ำ มันหล่อลื่นอยู่ในระดับที่ เหมาะสมหรือไม่ 1. 2.ก่อนใช้เครื่องต้องหยอดน้ำ มันหล่อลื่นตรงจุดที่มีการเคลื่อนที่บนชุดแท่นเลื่อนเสมอ 3.ขณะทำ งานกลึง หากมีส่วนหนึ่งของเครื่องชำ รุดให้หยุดใช้เครื่องทันที 4.หลังเลิกใช้เครื่องกลึงแต่ละครั้งจะต้องทำ ความสะอาดเครื่องอย่างดี ความปลอดภัยในการใช้เครื่องกลึง ห้าห้มทิ้ง ทิ้ประแจขันขัหัวหัจับจัค้าค้งไว้กัว้บกัหัวหัชิ้น ชิ้ งาน เพราะถ้าถ้เครื่อ รื่ งกลทำ งานประแจจะกระเด็นด็ ออกมาก่อก่นให้เห้กิดกิอันอัตรายแก่ผู้ก่ ปผู้ ฏิบัฏิติบังติานหรือรืผู้ที่ผู้อ ที่ ยู่ใยู่กล้เล้คียคีงได้ 1. 2.ห้ามใช้ประแจขันหัวจับและวัดชิ้นงานขณะปฏิบัติงาน 3.ห้ามวางเครื่องมือทุกชนิดบนแท่นกลึงขณะปฏิบัติงาน ห้ามเปลี่ยนเกียร์ ทดสอบความเร็วรอบ และทำ ความสะอาดชิ้นงานขณะเครื่องกล กำ ลังทำ งาน 4. ขณะปฏิบัติงานระมัดระวังอย่าให้เสื้อผ้าหรือส่วนต่างๆ ของร่างกายเข้าใกล้ชิ้นงาน ที่กำ ลังหมุน 5. ขณะปฏิบัฏิติบังติานเครื่อ รื่ งกลึงลึหรือรืชิ้น ชิ้ งานมีเมีสียสีงดังดัหรือรือาการสั่น สั่ ผิดผิปกติ ต้อต้งหยุดยุเครื่อ รื่ ง ทันทัที แล้วล้แก้ไก้ขให้เห้รียรีบร้อร้ยก่อก่นจึงจึใช้งช้านต่อต่ ไป 6. 7.หลีกเลี่ยงการจัดชิ้นงานหรือหยุดชิ้นงานด้วยมือขณะชิ้นงานยังหมุน 18


กลุ่มทำ งานเจาะหรือคว้านรู การทำ งานชิ้นงานจะถูกยึดแน่นกับที่ ส่วนดอกสว่านหรือมีดตัดจะหมุนรอบตัวเอง เศษโลหะที่ได้เป็นชิ้นหรือเส้นแต่ขนาดจะเล็กกว่าเศษโลหะที่ได้จากกลุ่มทำ งานหมุนรอบ ตัวเอง เครื่องมือกลที่มีลักษณะการทำ งานแบบนี้มีหลายชนิด เช่นสว่านเป็นต้น สว่านเจาะ เป็นเครื่องมือกลในกลุ่มทำ งานเจาะหรือคว้านรู ใช้งานกันมากในโรงงาน อุตสาหกรรมทั่วไป โดยเฉพาะในแผนกซ่อมบำ รุงรักษา สว่านเจาะ 19 ที่มา: https://fnengineering.co.th/HD-25


ความปลอดภัยในการใช้สว่านเจาะ 1.ผู้ปฏิบัติงานต้องแต่งกายให้เหมาะสม 2.ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ดอกสว่านที่ใช้ต้องคมและปรับแต่งมุมอย่างถูกต้อง เพราะถ้าดอกสว่านทื่อต้องใช้ แรงกดมาก อาจทำ ให้ดอกสว่านหักได้ 3. ชิ้นงานที่จะนำ มาเจาะรูควรตอกนำ ศูนย์ไว้ก่อน แล้วยึดแน่นกับปากกาซึ่งจะยึดแน่น กับโต๊ะอีกที 4. เมื่อดอกสว่านเข้ากับแกนติดดอกสว่าน ต้องยึดให้แน่นด้วยดอกจอก แล้วปรับ ความเร็วรอบของดอกสว่านให้เหมาะสม 5. หลีกเลี่ยงที่ใช้มือจับชิ้นงานหรือปากกาจับชิ้นงานขณะเจาะชิ้นงานเพราะอาจเกิด อุบัติเหตุชิ้นงานตีนิ้วมือได้ 6. 7.ควรใช้สว่านเจาะที่มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่ดอกสว่าน การเจาะรูชิ้นงานขนาดใหญ่ควรเจาะชิ้นงานด้วยสว่านดอกเล็กก่อนแล้วจึงค่อยเจาะ ตามด้วยดอกสว่านดอกใหญ่ตามต้องการปละไม่ควรหยุดเครื่องขณะที่ดอกสว่านยัง คงค้างอยู่ในชิ้นงาน 8. 9.อย่าใช้มือจับดอกสว่านเพื่อให้หยุด แต่ควรปล่อยให้ดอกสว่านหยุดด้วยตัวเอง 10.การทำ ความสะอาดชิ้นงานควรใช้แปรงหลีกเลี่ยงการใช้มือหรือลมเป่า 11.การบำ รุงรักษาสว่านเจาะ 12.ตรวจสอบสภาพความพร้อมของเครื่องก่อนใช้งานทุกครั้ง ขณะใช้สว่านเจาะหากมีส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดความเสียหายให้หยุดเครื่องเพื่อซ่อม บำ รุงทันที 13. 14.หลังใช้งานเสร็จแล้วต้องทำ ความสะอาดอย่างดีทุกครั้ง 20


เครื่องกัด กลุ่มทำ งานกัด การทำ งานชิ้นงานจะถูกยึดแน่นแล้วเลื่อนเข้าหามีดกัดหรือใบเลื่อยซึ่งกำ ลัง หมุน เศษโลหะที่ได้จะมีขนาดเล็กๆ หรือเป็นผงเครื่องมือกลที่มีลักษณะการทำ งาน แบบนี้มีหลายชนิด เช่น เครืองมือกัด เลื่อยวงเดือน และเลื่อยสายพาน เป็นต้น เครื่องกัด เครื่องกัดจัดเป็นเครื่องมือในกลุ่มงานกัด มีใช้เฉพาะในโรงงานซ่อมสร้าง เครื่องกัดขนาดใหญ่ที่ต้องการความละเอียดและแม่นยำ สูง 21 ที่มา: www.oro.co.th.com


ความปลอดภัยในการใช้เครื่องกัด 1.ผู้ปฏิบัติงานต้องแต่งกายอย่างเหมาะสม 2.ผู้ปฏิบัติงานควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล 3.เครื่องกัดควรมีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่บริเวณโดยรอบมีดกัด 4.ชิ้นงานต้องยึดให้แน่นกับปากกา และปากกายึดแน่นกับแท่นรองงาน ก่อนเดินเครื่องจักรควรทดลองหมุนแกนใบมีดกัด เพื่อตรวจสอบกับการ ยึดแน่นและได้ศูนย์ 5. เลือกความเร็วของใบมีดให้เหมาะสมกับชิ้นงาน พร้อมทั้งคำ นวณและตั้ง ระยะป้อนชิ้นงาน พร้อมทั้งคำ นวณ ตั้งระยะป้อนชิ้นงานให้ถูกต้อง 6. ห้ามปรับแต่งน้ำ หล่อเย็น วัดขนาดชิ้นงานและใช้ผ้าเช็ดชิ้นงาน ขณะ เครื่องกัดกำ ลังทำ งาน 7. 8.การทำ ความสะอาดชิ้นงานควรใช้แปรง หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือลมเป่า 22


กลุ่มทำ งานไส การทำ งานคล้ายกับการไสไม้ กรณีที่ชิ้นงานเคลื่อนที่ไปมามีส่วนมีดตัดอยู่กับที่ เรียกว่า เครื่องไส แนวนอนหรือเครื่องไสช่วงยาว ในทางกลับกัน เครื่องไสจัดเป็น เครื่องมือกลในกลุ่มงานไส มีใช้เฉพาะในโรงงานซ่อมสร้างเครื่องจักขนาดใหญ่ เครื่องไส 23 ที่มา: เhttps://lsp-corp.com/product/auto-planer-model-rh-20h


ความปลอดภัยในการใช้เครื่องไส 1.ผู้ปฏิบัติงานต้องแต่งกายให้เหมาะสม 2.ผู้ปฏิบัติงานควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล ส่วนที่เคลื่อนไหวไปมาของเครื่องไส ควรมีราวกั้นกำ หนดระยะความปลอดภัยไว้ให้ ชัดเจน 3. 4.ขณะเครื่องไสทำ งานห้ามมือและนิ้วอยู่ในการเคลื่อนที่ และไม่ควรวัดชิ้นงานด้วย กรณีที่ใช้แท่นจับชิ้นงานแบบแม่เหล็กไฟฟ้า ควรตรวจสอบว่าปล่อยกระสไฟฟ้าเพื่อ ให้เกิดอำ นาจแม่เหล็กก่อนเดินเครื่อง 5. ขณะเครื่องไสทำ งานระมัดระวังการกระเด็นของเศษโลหะทีละมากๆ อาจทำ ให้ชิ้น งานกระเด็นหลุดจากแท่งจับได้ 6. 7.การทำ ความสะอาดชิ้นงาน ควรใช้แปรงกลีกเลี่ยงการใช้ลมหรือมือ การเคลื่อนย้ายใบมีดที่มีขนาดใหญ่ ต้องระมัดระวัง เพราะอาจตกหรือบาดตนเอง และผู้อื่น 8. 24


กลุ่มทำ งานขัดหรือเจียระไน ชิ้นงานจะถูกเปลี่ยนขนาดหรือรูปร่างจากการสัมผัสกับส่วนที่หมุนของเครื่อง เจียระไน เศษโละหะที่ได้จะมีขนาดเล็กและเป็นผงเครื่องมือกลที่มีลักษณะการทำ งาน แบบนี้หลายชนิด เช่น เครื่องเจียระไนแบบแท่นและเครื่องเจียระไนแบบตัด เป็นต้น จานหินเจียระไน (Abrassive Disk) เครื่องเจียระไนที่ทำ งานโดยใช้ส่วนที่แบนหรือด้านหน้า ล้อหินเจียระไน (Abrassive Wheel) เครื่องเจียระไนที่ทำ งานโดยใช้สันหรือขอบ เครื่องเจียระไน 25ที่มา: www.thaitools.com


ความปลอดภัยในการใช้เครื่องเจียระไน 1.ผู้ปฏิบัติงานแต่งกายให้เหมาะสม 2.ผู้ปฏิบัติงานควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เครื่องเจียระไนควรมีอุปกรณ์ป้องกันอันตราย เช่น ฝาครอบล้อหินเจียระไนที่ดูดฝุ่น และอุปกรณ์ป้องกันเศษโลหะกระเด็นเข้าตาด้วย 3. ควรตรวจหินเจียระไน บริเวณที่ใช้เจียระไน ถ้าสกปรกหรือสึกหรอเป็นร่องลึกต้อง ทำ ความสะอาดหรือแต่งผิวให้เรียบก่อนใช้งาน ถ้าพบว่าร้าวต้องเปลี่ยนใหม่ 4. กรณีที่เปลี่ยนหิน เคาะเบาๆ ที่ตำ แหน่ง 45 องศา เส้นผ่านศูนย์แนวดิ่ง จุดที่เคาะ ควรห่างจากขอบ 1 นิ้ว ถ้าไม่มีการร้าวเสียงจะดังปิ๊งๆ 5. ขณะเปลี่ยนหินเจียระไนควรถอดปลั๊กไฟออก เมื่อเริ่มเปิดเครื่องเจียระไนครั้งแรก ควรยืนด้านข้างโดยเฉพาะถ้าเพิ่งเปลี่ยนหินเจียระไนใหม่ 6. ที่พักชิ้นงานควรอยู่ห่างจากหินเจียระไนประมาณ 1/8 นิ้ว ขณะใช้งานห้ามปรับ ที่พักชิ้นงานเด็ดขาด 7. 8. การบำ รุงรักษาเครื่องเจียระไน 9.ก่อนใช้เครื่องเจียระไนทุกครั้งต้องตรวจดูความพร้อมของเครื่องทุกครั้ง 10.ถ้ากระแสไฟฟ้าไม่เต็มเฟส ห้ามใช้เครื่องเจียระไน เพราะจะทำ ให้มอเตอร์ไหม้ ในขณะลับไม่ควรกดลับชิ้นงานกับผิวหน้าของหินล้อเจียระไน หรือลับห่างมากเกิน ไปเพราะจะทำ ให้ล้อหินแตกได้ 11. 12.หลังเลิกใช้งาน ให้ทำ ความสะอาดทุกครั้ง 26


กลุ่มทำ งานลักษณะอื่น โดยลักษณะของเครื่องมือกลลักษณะนี้จะทำ แบบผสม 2-3 กลุ่มจึงแยกออกมาชัดเจน ไม่ได้ เช่น เครื่องปั๊ม เครื่องเชื่อม เครื่องปั๊มโลหะเป็นเครื่องมือกลที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงมาก มีใช้งานเฉพาะโรงงาน ที่ต้องขึ้นรูปโลหะโดยการตัดหรือเฉือน ปัจจุบันมีใช้งานในลักษณะอื่น เช่น ปั๊มยาง หนัง หรือพลาสติก การทำ งานจะอาศัยกำ ลังจากมอเตอร์ หรือไฮดรอลิค ทำ การอัดหรอ กระแทก (ปั๊ม) ชิ้นงานให้ขาดออกจากกันเป็นรูปหรือโค้งงอตามแต่ความต้องการ เครื่องปั๊มโลหะ 27 ที่มา: https://meerakmachine.co.com


ความปลอดภัยในการใช้เครื่องปั๊มโลหะ 1.ผู้ปฏิบัติงานต้องแต่งกายให้เหมาะสม 2.ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมใส่ปุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล 3.เครื่องปั๊มโลหะต้องมีอุปกรณ์ที่เครื่องปั๊ม ก่อนใช้งานควรตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เครื่องจักรว่าอยู่ในสภาพ ที่พร้อมใช้งาน และไม่ขัดขวางการทำ งาน 4. 5.ขณะเปลี่ยนแบบที่หัวปั๊มโลหะต้องตัดสวิตช์ปั๊มโลหะ ชิ้นงานที่จะปั๊มรูปควรมีที่ว่างพอให้มือจับอย่างปลอดภัย ถ้าไม่มีควรใช้คีม หรืออุปกรณ์อย่างอื่นแทนการใช้มือจับโดยตรง 6. สวิตช์ควบคุมการทำ งานของปั๊มโลหะแบบที่ใช้เท้าเหยียบ บริเวณเท้าเหยียบ ควรมีฝาครอบป้องกันความเผลอเรอ หรือสิ่งอื่นมากระทบขณะปฏิบัติงาน 7. การทำ งานกับเครื่องปั๊มโลหะแบบใช้เท้าเหยียบควรใช้ถุงมือนิรภัยเสมอและผู้ ปฏิบัติควรได้รับการอบรมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เราะเครื่องปั๊มโลหะชนิดนี้ อันตรายที่สุด 8. 28


เครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงยก เคลื่อนย้ายวัตถุขึ้นที่สูงหรือใช้หย่อนจากที่สูงลงมา ด้านล่าง โดยใช้ล้อหมุนทำ มาจากโลหะที่มีความแข็งแรงทนทานสูง หรือที่เรียกว่า มูเล่ย์ ซึ่งตรงแกนกลางจะเป็นร่องเพื่อให้เชือก โซ่ หรือ สลิง พันรอบได้ เพื่อลาก หรือดึงวัตถุได้สะดวกรวดเร็วขึ้น การเลือกรอก ควรเลือกจากแต่ละองประกอบให้เหมาะสมกับการใช้ โดย พิจารณาจากโครงสร้างของรอก เราจะเห็นได้ว่า รอกจะมี 2 องค์ประกอบหลักๆ คือ ประเภทกำ ลังที่ใช้ยก ประเภทของวัสดุที่ใช้รับแรงโหลด รอก 29


รอกไฟฟ้า ที่มา: https://northpower.co.th ประเภทกำ ลังที่ใช้ยก ขนาดของกำ ลังที่รอกสามารถส่งออกไปได้ จะเป็นตัวกำ หนดว่ารอกสามารถยกของได้ หนักเท่าไหร่ และที่มาของกำ ลังจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1. รอกไฟฟ้า รอกไฟฟ้าจะใช้แรงขับจากมอเตอร์ ซึ่งจะเหมาะกับงานที่ยกของหนักบ่อยๆ แต่หากใช้ งานเยอะเกินไป อาจจะทำ ให้รอกเกิดการโอเวอร์ฮีตได้ 30


รอกมือสาว ที่มา: https://northpower.co.th 2. รอกมือสาว รอกมือ จะใช้ ตัวเฟือง หรือ ที่เรียกว่าเกียร์ ที่ค่อยช่วยผ่อนแรง เพื่อให้ใช้แรงคนดึงได้ แต่จะไม่สามารถใช้งานกับงานที่หนักเป็นเวลานานๆได้จะแบ่งได้เป็นสองแบบคือ 31


รอกนิวเมติก ที่มา: https://northpower.co.th 3. รอกนิวเมติก รอกนิวเมติกจะมีความได้เปรียบกว่ารอกสองแบบก่อนหน้านี้ ตรงที่สามารถยกของหนักๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวการ Overheat ของรอก เพราะใช้ระบบลมในการส่งกำ ลัง แต่ต้อง หมั่นดูแลกว่ารอกประเภทอื่นๆ 32


รอกโซ่ ที่มา: https://northpower.co.th ประเภทของวัสดุที่ใช้รับแรงโหลด ตัววัสดุที่จะใช้รับน้ำ หนักของวัตถุจะมีผลต่อความหนัก และ ความสูงที่จะยกวัตถุได้ ถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1. รอกโซ่ ตัวโซ่มักใช้ในรอกมือ เนื่องจากสามารถใช้จับได้ถนัดมือ และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่จะไม่เหมาะกับงานที่ต้องมีการเคลื่อนย้ายเร็วๆ หรือยกของขึ้นในที่สูง แบบนั้นสลิง จะเหมาะกว่า 33


รอกโซ่ ที่มา: https://northpower.co.th 2. รอกสลิง ตัวสลิงมักจะใช้ในรอกไฟฟ้า และรอกนิวเมติก เพราะสามาถยกของได้หนักด้วย ความแข็งแรงและความเหนียวของสลิง ในขณะใช้งานจะไม่ส่งเสียงดัง แต่จะมีราคาแพง กว่าโซ่ 34


ความปลอดภัยในการใช้รอก 1. ไม่ควรใช้งานรอกยกสิ่งของที่หนักเกินกำ ลังของรอกที่ใช้งานอยู่ 2. มีป้ายบอกพิกัดน้ำ หนักยก รอกที่มีขนาด 1 ตันขึ้นไป ต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 3. 4. ควรเลือกขนาดของรอกที่ต้องใช้งานให้เหมาะสมกับ สิ่งของที่เราต้องการยก ควรตรวจสอบรอก่อนใช้งานทุกครั้ง หากรอกเกิดการชำ รุด หรือขาดจากกัน ไม่ควรนำ ใช้งานโดยเด็ดขาด 5. 6.ไม่ควรนำ โซ่ของรอกโซ่ไปผูกกับวัสดุโดยตรง 7.หลังจากการใช้งานเสร็จ ควรตรวจสอบรอกทุกครั้ง ว่ามีการชำ รุดหรือไม่ 8.จัดเก็บ รอกโซ่ให้ถูกวิธี ควรม้วนโซ่ให้เป็นกลุ่ม 35


ปั้นจั่น หรือ เครน คือเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ช่วยในการยกสิ่งของหรือวัสดุ ตามแนวดิ่งและแขวนสิ่งของในลักษณะแนวราบโดยปั้นจั่นนั้นมีองค์ประกอบ หลักอยู่ที่ 2 ส่วนคือส่วนที่เป็นเสาตั้งซึ่งจะต่อด้วยเสาเหล็กขึ้นไปที่ละส่วนเพื่อ ที่จะทำ ให้มันทำ หน้าที่ยกขึ้นไปนั่นเองและอีกส่วนก็คือส่วนที่เป็นแนวนอนที่ จำ เป็นจะต้องติดตั้งด้วยเครนและชิ้นส่วนของปั้นจั่นยังมีด้วยกัน 6 ชิ้นส่วนนั่น ก็คือ แขนบูม เป็นแขนโลหะซ้อนกัน ซึ่งสามารยืด-หด ได้ด้วยระบบไฮดรอลิค ในตัวมันมีความสามารถในการช่วยยกน้ำ หนักและยิ่งยืดออกไปเท่าไหร่ ก็ยังทำ ให้ตัวปั้นจั่นไม่ล้มเท่านั้น กว้าน จะช่วยในการควบคุมลวดสลิงของั้นจั่นในการยกสิ่งของขึ้นมา โดยจะมีระบบของรอกชุดและสวดสลิงในการช่วยผ่อนแรงอยู่นั่นเอง ขายันพื้น ซึ่งจะช่วยทำ ให้ตัวปั้นจั่นไม่เอียงไปเอียงมาขณะกำ ลังยก สิ่งของอยู่ น้ำ หนักถ่วง จะช่วยทำ ให้ปั้นจั่นสมดุล ลวดสลิงปั้นจั่น มีลักษณะเป็นเกลียวละเอียด ตะขอ เป็นส่วนที่จะช่วยในการยกสิ่งของ ด้วยการเกี่ยวของขึ้นมานั่นเอง ปั้นจั่น 36


ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ 1. ปั้นจั่นแบบอยู่กับที่หมายถึงปั้นจั่นที่ต้องติดอยู่กับอุปกรณ์ใดๆก็ตามที่มีการ เคลื่อนที่จำ กัดเช่นติดอยู่กับล้อเลื่อนซึ่งจะเหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมหรือการ ก่อสร้างอาคารที่มีความสูงหลายเมตรเป็นต้นซึ่งในส่วนของปั้นจั่นแบบอยู่กับที่ยังแบ่ง ออกมาเป็นประเภทย่อยๆ อีก 2 ประเภทคือ 1.1 ปั้นจั่นแบบเหนือศีรษะ มีลักษณะเป็นสะพานที่เคลื่อนที่ได้ 1.2 ปั้นจั่นแบบขาสูง มีลักษณะที่คล้ายกับปั้นจั่นแบบเหนือศีรษะ แต่จะมีตัวสะพายที่ วางอยู่บนขาของปั้นจั่นนั่นเอง ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ ที่มา: https://www.thailandcrane.com 37


ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ 2. ปั้นจั่นแบบเคลื่อนที่หมายถึงปั้นจั่นที่ต้องติดตั้งกับอุปกรณ์ใดๆที่สามารถเคลื่อนที่ ได้ เช่น ติดกับรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งในปั้นจั่นแบบเคลื่อนที่นี้ก็ยังมีการแบ่งออก เป็นประเภทย่อยๆอีก 4 ประเภทคือ 2.1 รถเครนตีนตะขาบคือปั้นจั่นที่ถูกติดตั้งกับตัวรถที่มีการเคลื่อนที่ด้วยตีนตะขาบ และส่วนใหญ่มีบูมเป็นแบบบูมสานซึ่งเหมาะกับพื้นที่ที่กำ ลังจะเริ่มก่อสร้าง 2.2 รถเครนล้อยางซึ่งเป็นตัวรถติดปั้นจั่นที่ขับเคลื่อนไปด้วยล้อยางสามารถวิ่งได้เร็ว เหมือนรถบรรทุกเหมาะแก่การทำ งานในพื้นที่ที่ขรุขระ 2.3 รถเครนสี่ล้อเป็นรถติดปั้นจั่นที่เหมาะแก่การทำ งานในพื้นที่ขรุขระแต่ไม่เหมาะสม กับงานที่ต้องเดินทางไกล 2.4 ปั้นจั่นติดรถบรรทุกเป็นรถบรรทุกที่ติดตั้งปั้นจั่นเอาไว้ซึ่งเหมาะแก่การใช้ยกของ ขึ้นไว้บนหลังรถบรรทุก ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ ที่มา: https://thai-draftman.blogspot.com 38


ความปลอดภัยในการใช้ปั้นจั่น 1. ผู้ควบคุมปั้นจั่นต้องมีความรู้ในการควบคุมกฎความปลอดภัยและสัญญาณมือที่ใช้ ในการเคลื่อนย้ายวัสดุ 2. กรณีที่ห้องควบคุมปั้นจั่นอยู่สูงจากพื้น บันไดขึ้นจะต้องมีครอบป้องกันโดยตลอด ขั้นบันไดต้องมีความแข็งแรง 3. ผู้ควบคุมปั้นจั่นต้องมีสุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บป่วย ขณะปฏิบัติงานต้องสวมชุด ปฏิบัติงานที่รัดกุม ใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามความเหมาะสม เช่น ปลั๊กอุดหู หรือหมวกนิรภัย เป็นต้น 4. ก่อนเปิดสวิตซ์ใหญ่ควบคุมการทำ งาน ควรตรวจปุ่มควบคุมการทำ งานว่าอยู่ใน ตำ แหน่งปิด จากนั้นจึงเปิดสวิตซ์ใหญ่ แล้วทดสอบระบบการทำ งานต่างๆ เช่น การ เคลื่อนที่เดินหน้า-ถอยหลัง ขึ้น-ลง เบรก สัญญาณ เสียง และแสง เป็นต้น 5. ผู้ควบคุมการเคลื่อนย้ายวัสดุซึ่งอยู่ข้างล่างจะต้องรู้จักวิธีการส่งสัญญาณมือที่ใช้ใน การเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้อง และต้องสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วน บุคคล เช่น หมวกนิรภัย รองเท้านิรภัย และถุงมือหนัง เป็นต้น 6. รู้น้ำ หนักของที่จะยก และไม่ยกเกินที่เครื่องจักรสามารถยกระยะนั้น ตาม มาตรฐานที่กำ หนดไว้ 7. กรณีที่ใช้ปั่นจั่นชนิดเคลื่อนที่ ก่อนยกเคลื่อนย้ายวัสดุต้องใช้ตีนช้าง (Outrigger) ยันกับพื้นที่มั่นคงแข็งแรงให้เรียบร้อย 8. การเริ่มยกขึ้นครั้งแรก ควรดำ เนินการอย่างช้าๆ และยกขึ้นเพียงเล็กน้อยเพื่อ ตรวจสอบความสมดุลและความสามารถในการยก กรณีที่วัสดุที่ยกหนักใกล้เคียงกับ พิกัดกำ หนด ควรทดสอบการทำ งานของเบรคด้วย 39


ความปลอดภัยในการใช้ปั้นจั่น 9. ขณะวัสดุที่เคลื่อนย้ายลอยสูงจากพื้น จะต้องปฏิบัติ ดังนี้ 9.1 ไม่สัมผัสสิ่งกีดขวาง หรือข้ามศีรษะผู้ปฏิบัติงานอื่น 9.2 ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกาะบนสิ่งของที่ยก 9.3 กรณีที่เป็นปั้นจั่นชนิดที่อยู่กับที่ ควรมีสัญญาณเสียงและแสง 9.4 หลีกเลี่ยงการแขวนสิ่งของไว้กลางอากาศ แต่ถ้าจำ เป็นต้องล็อคเครื่องด้วย ห้ามใช้เบรคเพียงอย่างเดียว 9.5 กรณีมีลมพัดแรงมากจนวัสดุที่เคลื่อนย้ายแกว่งไปมาอย่างรุนแรงต้องรีบวาง วัสดุลงทันที 9.6 เมื่อจำ เป็นต้องวางของต่ำ มากๆ ต้องเหลือลวดสลิงไว้มากกว่า 2 รอบบนดรัม 10. การใช้ปั้นจั่นตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไปยกของร่วมกัน ให้สัญญาณมือผู้ควบคุมการ เคลื่อนย้ายเพียงคนเดียว 11. การใช้ปั้นจั่นใกล้กับสายไฟฟ้าแรงสูง ชิ้นส่วนต่างๆ ของปั้นจั่นต้องห่างจากสาย ไฟไม่น้อยกว่า 3 เมตร หรือตามขนาดของแรงเคลื่อนไฟฟ้า ถ้าไม่สามารถทำ ตาม ระยะที่กำ หนดได้ ต้องมีผู้คอยสังเกตและให้สัญญาณเตือน 12. การใช้ปั้นจั่นชนิดที่มีการถ่วงน้ำ หนักด้านท้าย ห้ามถ่วงเพิ่มจากที่กำ หนด 13. การปฏิบัติงานตอนกลางคืนควรมีไฟแสงสว่างให้เพียงพอทั่วบริเวณที่ปฏิบัติงาน แต่แสงไฟต้องไม่รบกวนการปฏิบัติงานของผู้ควบคุมปั้นจั่น 14. กรณีที่ใช้ปั้นจั่นบนตึกสูง ต้องมีสัญญาณไฟหรือสัญญาณบอกตำ แหน่งให้เครื่อง บินทราบ 15. การยกของต้องยกขึ้นในแนวดิ่ง ให้รอกตะขอตรงกับศูนย์กลางของน้ำ หนักที่ยก และตรงกึ่งกลางแขนของปั้นจั่น 16. ปรับให้ตัวปั้นจั่นมีเสถียรภาพมากที่สุด และได้ดิ่ง 40


ความปลอดภัยในการใช้ปั้นจั่น 17. เมื่อหยุดหรือเลิกใช้งานปั้นจั่น ผู้ควบคุมควรปฏิบัติ ดังนี้ 17.1 วางสิ่งของที่ยกค้างอยู่ลงกับพื้น 17.2 กว้านหรือม้วน ลวดสลิงและตะขอ เก็บเข้าที่ 17.3 ใส่เบรคและอุปกรณ์ล็อคชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ 17.4 ปลดสวิตซ์ใหญ่ที่จ่ายไฟให้ปั้นจั่น 18. ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในห้องควบคุมปั้นจั่น 19. ภายในห้องควบคุมปั้นจั่น ไม่ควรมีเครื่องมือที่ไม่เกี่ยวข้องเก็บไว้แต่ต้องมีถังดับ เพลิง 20. ต้องบำ รุงรักษาเป็นระยะฯ โดยเฉพาะบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวหรือเสียดสี 41


การตวจสอบปั้นจั่น ควรกระทำ ทุก 1 หรือ 3 เดือน หรือตามบริษัทผู้ผลิตแนะนำ แต่ไม่น้อยกว่าที่ กฎหมายกำ หนด สำ หรับปั้นจั่นที่หยุดใช้งานเกินกว่า 1 เดือน เมื่อนำ มาใช้งานควร ตรวจสอบเช่นกัน การตรวจสอบปั้นจั่นทำ ได้ดังนี้ ตรวจการทำ งานของอุปกรณ์และชิ้นส่วนควบคุมปั้นจั่น เพื่อหาการสึกหรอ การ ชำ รุด หรือความผิดปกติอื่นๆ 1. ตรวจการทำ งานและการชำ รุดของต้นกำ ลังระบบส่งกำ ลัง ผ้าเบรคและคลัช เป็นต้น 2. ตรวจที่รองรับ เช่น คาน เสา รางเลื่อน แขน และโครงสร้าง เป็นต้น เพื่อหาการ สึกหรอ สนิม ผุกร่อน และบิดเบี้ยว โดยเฉพาะบริเวณที่เชื่อมหรือยึดด้วย สลักเกลียว 3. ตรวจการชำ รุดหรือสึกหรอของรอกหรือดรัม โดยเส้นผ่าศูนย์กลางของดรัมต้อง มากกว่าของลวดสลิง 15 ต่อ 1 4. 5.ตรวจการชำ รุดหรือสึกหรอของลวดสลิง เชือก หรือโซ่ ตามที่กล่าวแล้ว 6.ตรวจตะขอและที่ล็อค เพื่อดูการชำ รุด บิดงอ ปากถ่าง หรือแตกร้าว สำ หรับปั้นจั่นที่ติดตั้งบนรถบรรทุก ต้องตรวจสอบรถบรรทุกเกี่ยวกับเบรค ยาง พวงมาลัย และไฟสัญญาณต่างๆ 7. 42


43 ความปลอดภัยในการยก ก่อนที่จะมีการยกของนั้นควรได้มีการตรวจสอบสภาพของการจับยึด การควบคุม ทิศทางของของที่ยกสลิงและอุปกรณ์ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีการทำ ลายทิ้ง เพื่อไม่ ให้มีการนำ มาใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กฎทั่วไปประกอบด้วย 1. การจับยึดของที่จะยกต้องมีความแน่นหนาและเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการร่วง หล่นขณะที่มีการยกของขึ้นที่สูง 2. ต้องมีการใช้เชือกหรือสลิง (Tagline) ในการควบคุมบังคับทิศทางการหมุนหรือ แกว่งตัวของของที่ยก 3. ของที่จะยกจะต้องไม่ถูกยึดติดกับอะไร หรือถูกสิ่งอื่นทับอยู่ และสลิงทุกเส้น ต้องได้รับแรงเท่ากัน โดยดูได้จากความตึงของสลิง และใช้สลิงที่ยาวเท่ากัน 4. ห้ามใช้ปั้นจั่นในการลาก ดึง สิ่งของโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำ ให้ปั้นจั่นล้มได้ 5. ต้องระวังไม่ให้สลิงพันกัน เพราะจะทำ ให้สลิงขาด และเกิดอันตรายได้ 6. ต้องแจ้งให้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำ งานออกจากพื้นที่ทำ งานก่อนที่จะมีการยก ยกเว้นว่าจะได้รับมอบหมายและอบรมในการทำ งานกับบริเวณที่มีอันตราย 7. ห้ามคนนั่งหรือขึ้นไปกับของที่จะยกเด็ดขาด เนื่องจากสลิงอาจขาดได้ทุกเมื่อ ขณะที่ไม่มีอุปกรณ์ความปลอดภัยอื่นมาช่วย 8. ก่อนหมุนเคลื่อนที่ หรือหมุนของที่ยก ผู้ควบคุมหน้างานต้องดูรัศมีที่จะหมุนไป ไม่มีอะไรมากีดขวาง หรือเป็นอันตรายต่อผู้ที่ทำ งาน เพราะคนขับรถปั้นจั่นอาจ มองไม่เห็นชัดเจน 9. ห้ามคนทำ งานใต้ของที่แขวน ถ้าไม่มีการยึดอย่างแน่นหนาและตรวจสอบ อย่างดีจากผู้ควบคุมงาน


เป็นเชือกประเภทหนึ่งซึ่งประกอบไปด้วยมัดของเส้นลวดโลหะ ที่บิดเป็น เกลียว ในสมัยก่อนนั้นใช้เหล็กคาร์บอนต่ำ เหล็กอ่อน (wrought iron) ในการผลิต ต่อมาในปัจจุบันลวดสลิงเปลี่ยนมาผลิตจากเหล็กกล้า ลวด สลิงนั้นพัฒนามาจากโซ่เหล็กซึ่งมีปัญหาเรื่องการขาดของข้อโซ่ ซึ่งทำ ให้ เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงมากมาย ในขณะที่การขาดของเส้นลวดที่ใช้ทำ สาย ลวดสลิงนั้นมีผลน้อยกว่า เนื่องจากยังมีลวดเส้นอื่นที่สามารถรับน้ำ หนักได้ แรงเสียดทานระหว่างลวดแต่ละเส้นและมัดเส้นลวดซึ่งเป็นผลมาจากการ บิดเกลียว ก็ยังช่วยชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น ลวดสลิง 44


ลวดสลิง ที่ใช้งานกันในงานก่อสร้าง คุณสมบัติของลวดสลิง จะมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการใช้งานแต่ละประเภท มีอยู่ 4 ชนิดหลัก ๆ ได้แก่ Wire rope slings ประกอบจากการมัดของเส้นลวดโลหะ ที่ถูกนำ มาบิด เป็นเกลียว มีคุณสมบัติโค้งตัวไปตามมุมของวัตถุได้ และยังรับแรงเค้น แรงดึงจากวัตถุได้ดี ส่วนมากนิยมนำ มาใช้เป็นตัวดึงในการรับสิ่งของ 1. Stay ropes เป็นเชือกสลิงที่มักจะใช้งานแบบตายตัว เน้นอยู่กับที่เป็น หลัก เนื่องจากคุณสมบัติของตัวสลิงประเภท Stay ropes สามารถรับแรง ดึง และยังสามารถรับน้ำ หนักแบบคงที่ และไม่คงที่ได้ดีนั้นเอง 2. Rack ropes เป็นเชือกสลิง ที่นิยมนำ ไปทำ เป็นรางสายสำ หรับรับลูกล้อ เช่น รถกระเช้า เครน หรือยานพาหนะ ในการเคลื่อนที่ที่อาศัยลูกล้อ มี ความแข็งแรงสูง รับน้ำ หนักได้ดี 3. Running ropes เป็นเชือกสลิง ที่นิยมนำ ไปใช้งานในรูปแบบเคลื่อนที่ได้ โดยนำ ไปวางบิดบนลูกรอก เพราะเป็นลวดสลิงที่รับแรงเค้น โดยการบิด เป็นแรงหลัก 4. ข้อควรระวัง ควรคำ นึงความปลอดภัย เพราะลวดสลิงนั้น ได้รับความเค้นโดยแรงที่ไม่คงที่ การสึกหรอ การกัดกร่อน และจากน้ำ หนักที่เกิน อายุการใช้งานของลวดสลิงมีจำ กัดด้วย ควรมีการตรวจสภาพของลวดสลิงอย่างสม่ำ เสมอ มีร่องรอยความเสียหาย เพื่อจะเปลี่ยน ก่อนจะเกิดอันตราย การติดตั้ง ควรได้รับการออกแบบ เพื่ออำ นวยความสะดวกของการตรวจสภาพของลวด สลิง การติดตั้งลวดสลิงสำ หรับลิฟต์โดยสาร ควรจะมีวิธีการเพื่อป้องกันตัวลิฟต์นั้นหล่นลง มา ส่วนบันไดเลื่อน จะมีทั้งลวดสลิงที่ใช้รับน้ำ หนัก และอุปกรณ์ความปลอดภัยด้วยโดย เฉพาะ 45


Click to View FlipBook Version