The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khim Patharawadee, 2023-02-16 23:19:56

วิจัย

วิจัย

43 ตาราง 2 ผลการทดสอบหาประสิทธิภาพ เปรียบเทียบ E1 และ E2 ของชุดกิจกรรม คนที่ ทดสอบก่อน เรียน E1 E2 ชุดกิจกรรมที่ 1 ชุดกิจกรรมที่ 2 รวม หลังเรียน 20 คะแนน 10 คะแนน 10 คะแนน 20 คะแนน 20 คะแนน 1 6 9 7 16 17 2 10 8 8 16 16 3 8 7 10 17 14 4 9 8 9 17 15 5 5 9 9 18 18 6 7 9 7 16 16 7 11 7 8 15 15 8 9 8 9 17 16 9 8 8 8 16 18 10 6 6 8 14 16 11 9 9 7 16 15 12 5 7 9 16 16 13 10 9 8 17 15 14 5 8 9 17 18 15 7 9 7 16 19 16 8 7 9 16 16 17 11 9 7 16 18 18 6 8 8 16 15 19 9 9 8 17 18 20 5 7 9 16 15 21 10 7 7 14 19 22 8 8 8 16 16 23 9 10 7 17 19 24 6 8 7 15 16 25 7 9 9 18 17 26 9 7 7 14 15 27 8 8 8 16 18 28 8 7 9 16 18 29 5 8 7 15 16 30 9 9 8 17 19


44 ตาราง 2 ผลการทดสอบหาประสิทธิภาพ เปรียบเทียบ E1 และ E2 ของชุดกิจกรรม (ต่อ) คนที่ ทดสอบก่อน เรียน E1 E2 ชุดกิจกรรมที่ 1 ชุดกิจกรรมที่ 2 รวม หลังเรียน 20 คะแนน 10 คะแนน 10 คะแนน 20 คะแนน 20 คะแนน 31 7 9 8 17 16 32 8 7 10 17 18 33 11 10 7 17 17 34 9 9 8 17 16 35 10 8 9 17 19 36 9 9 9 18 15 37 6 9 8 17 17 38 8 7 10 17 15 39 10 10 8 18 16 40 7 9 7 16 17 รวม 313 336 325 661 665 ร้อยละ 39.13 84.00 81.25 82.63 83.13 จากตาราง 2 พบว่าคะแนนจากการท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อน เรียนคิดเป็นร้อยละ 39.13 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน คะแนนจากการประเมินระหว่างเรียนรู้ด้วย การใช้แบบฝึกแบบการสืบเสาะหาความรู้(5E) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้ง 2 ชุด คิดเป็น ร้อยละ 82.63 และผลการเรียนรู้จากการท าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน คิดเป็น ร้อยละ 83.13 จากคะแนนเต็มทั้งหมด 20 คะแนน ดังนั้น แบบฝึกแบบการสืบเสาะหาความรู้(5E) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จึงมีประสิทธิภาพ เท่ากับ 82.63 /83.13 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 3. ผลการวิเคราะห์การวิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผล การวิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผล และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน กลุ่มที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ สืบเสาะหาความรู้(5E) ส าหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้ศึกษาได้น าคะแนนจากตาราง 1 มาค านวณ หาค่าดัชนีประสิทธิผลของ ชุด กิจกรรมแบบการสืบเสาะหาความรู้(5E) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผลปรากฏดังตาราง 2 E.I. = ผลรวมของคะแนนทดสอบหลังเรียน – ผลรวมของคะแนนทดสอบก่อนเรียน (จ านวนนักเรียน x คะแนนเต็ม) - ผลรวมของคะแนนทดสอบก่อนเรียน


45 665 - 313 ตาราง 3 ดัชนีประสิทธิผลหาค่าดัชนีประสิทธิผลของ ชุดกิจกรรมแบบการสืบเสาะหาความรู้(5E) ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จ านวนนักเรียน คะแนนเต็ม ผลรวมคะแนน ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ทดสอบก่อนเรียน ทดสอบหลังเรียน 40 20 313 665 0.7228 จากตาราง 3 พบว่า ชุดกิจกรรมแบบการสืบเสาะหาความรู้(5E) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 มีค่าดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ 0.7228 แสดงว่า นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนรู้คิดเป็น ร้อยละ 72.28 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มที่ได้รับการจัดการ เรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5Es) ซึ่งเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังการจัดการเรียนรู้และก่อนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้สถิติt- test (Dependent Samples) ดัง ตาราง 2 ตาราง 4 การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกลุ่มที่ได้รับการจัดการ เรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน N t p หลังเรียน 40 50.34 .000 ก่อนเรียน 40 * มีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตาราง 4 พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (40 x 20) – 313 = 352 487 = 0.7228 =


46 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา ความรู้(5E) เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ผลดังตาราง 5 ตาราง 5 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ พื้นฐาน เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย ( X ) ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) ระดับความ พึงพอใจ ด้านเนื้อหา 1. การเรียนด้วยชุดกิจกรรมอาจท าให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหา ได้ง่าย 2. ช่วยให้นักเรียนจ าเนื้อหาได้ดีขึ้น 3. นักเรียนมีความชอบในการเรียนชุดกิจกรรม 4.86 4.95 4.86 0.36 0.22 0.36 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด รวม 4.89 0.31 มากที่สุด ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4. นักเรียนมีความสนุกสนานในการร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ 5. กิจกรรมท าให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริงนักเรียนสามารถ วางแผนฝึกทักษะอย่างมีระบบและชัดเจน 6. นักเรียนรู้สึกสบายใจ ภูมิใจที่ช่วยเหลือเพื่อนๆ ภายใน กลุ่ม 7. เพื่อนในกลุ่มมีความสามัคคีและช่วยเหลือกันทุกครั้งเมื่อ มีปัญหา 4.81 4.86 4.76 4.95 0.40 0.36 0.44 0.22 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด รวม 4.85 0.35 มากที่สุด ด้านการใช้สื่อการเรียนรู้ 8. กิจกรรมในชุดกิจกรรมน่าสนใจและช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ให้ดีขึ้น 9. นักเรียนได้ร่วมท ากิจกรรมการเรียนรู้มากขึ้นกว่าการ เรียนแบบเดิม 10. ชุดกิจกรรมช่วยลดปัญหาความแตกต่างระหว่าง นักเรียนที่เรียนเก่งและนักเรียนที่เรียนอ่อน 11. นักเรียนได้ท างานและเรียนเป็นกลุ่มมีโอกาสให้ความรู้ แก่เพื่อนและได้รับความรู้จากเพื่อนเช่นเดียวกัน 4.81 4.86 4.90 4.90 0.40 0.36 0.30 0.30 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด รวม 4.86 0.34 มากที่สุด


47 รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย ( X ) ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) ระดับความ พึงพอใจ ด้านการวัดและประเมินผล 12. นักเรียนรู้สึกภูมิใจเมื่อตอบค าถามได้ 13. ชุดกิจกรรมท าให้ทราบความก้าวหน้าในการเรียนของ นักเรียน 14. นักเรียนได้รับความพอใจในการเรียนชุดกิจกรรม 15. นักเรียนทุกคนมีเวลาพอที่จะท างานที่ได้รับมอบหมายได้ เสร็จสมบูรณ์ 4.81 4.86 4.86 4.81 0.40 0.36 0.36 0.40 มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด มากที่สุด รวม 4.83 0.38 มากที่สุด โดยรวม 4.85 0.34 มากที่สุด จากตาราง 5 พบว่า คะแนนเฉลี่ยรวมความพึงพอใจของนักเรียนชั้นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้(5E) เพื่อส่งเสริม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยา เรื่องพฤติกรรมของสัตว์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.85) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านเนื้อหาอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.89) ด้านการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.85) ด้านการใช้สื่อการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.86) และด้านการวัดและประเมินผลอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.83)


48 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ จากผลวิจัยการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัยได้สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ โดยมีรายละเอียดตามล าดับ ดังนี้ สรุปผลการศึกษา 1. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ผลการพิจารณาค่าความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณา เป็นรายข้อ พบว่าค่าความเหมาะสมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ผลการหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม การเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เมื่อเทียบค่าประสิทธิภาพของ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กับเกณฑ์ ประสิทธิภาพที่ก าหนด พบว่า โดยภาพรวมมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ก าหนด คือ82.63 /83.13 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของ สัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรม โดย ภาพรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจแต่ละ ข้ออยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด อภิปรายผลการศึกษา 1. ผลการหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.63/83.13 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ก าหนด เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้และเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 3 ทั้งนี้อาจเนื่องจากชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรม ของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่สร้างขึ้น ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นตามกระบวนการและขั้นตอน ต่าง ๆ ในการสร้างอย่างเป็นระบบและมีการวิเคราะห์ปัญหา ศึกษารายละเอียดของหลักสูตร ด าเนินการ เลือกเนื้อหาที่เหมาะสม น ามาแบ่งเป็นบทเป็นตอน ศึกษารูปแบบการเขียนชุดกิจกรรมจากเอกสารและ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและน ามาเป็นแนวในการเขียนเนื้อหาแต่ละตอน มีภาพประกอบ และข้อสอบที่ สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ น าไปให้ผู้เชี่ยวชาญจ านวน 3 ท่าน พิจารณาความเหมาะสม และ แก้ไขปรับปรุงตามค าแนะน าของผู้เชี่ยวชาญ และน าไปทดลองแบบหนึ่งต่อหนึ่งเพื่อตรวจสอบความ เหมาะสมของเนื้อหา กิจกรรมและเวลาที่ใช้ ปรับปรุงแก้ไขแล้วน าไปทดลองแบบกลุ่มเล็ก และแบบ ภาคสนาม จึงท าให้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 สอดคล้องกับการศึกษาของธีรชัย ปูรณโชติ (, 2539) ที่ได้ศึกษา ค้นคว้าเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เศรษฐศาสตร์ในชีวิตประจ าวันของนักเรียน


49 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนส าเร็จรูปกับการจัดการเรียนรู้แบปกติ พบว่า ประสิทธิภาพของบทเรียนส าเร็จรูปที่สร้างขึ้นมีค่าเท่ากับ 81.70/82.34 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 สอดคล้องกับชรินรัตน์ จิตตสุโสภา และคณะ (, 2553) ที่ได้ศึกษาค้นคว้าเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรม เรื่อง หน่วยสิ่งมีชีวิตและชีวิตพืช กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการศึกษาพบว่า ชุดกิจกรรม เรื่องหน่วยสิ่งมีชีวิตและชีวิตพืช มีประสิทธิภาพเท่ากับ 86.22/81.25 ซึ่ง สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับณัชชา ตุ้ยหล้า (, 2553) ที่ได้ศึกษาเรื่อง การ พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง พลังงานความร้อน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ เรื่อง พลังงานความร้อน มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.03/82.22 ซึ่งสูงกว่ามาตรฐาน 80/80 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนละหลังเรียน โดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่านักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะชุดกิจกรรมมีกิจกรรมที่หลากหลายในการเรียนรู้ นักเรียนได้ฝึกด้วยการท า กิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ตอบสนองตอบต่อความสนใจและความสามารถของนักเรียน ท า ให้นักเรียนมีความสนใจ กระตือรือร้นในการเรียน มีส่วนร่วม และกล้าแสดงออกในการร่วมกิจกรรมใน การสืบเสาะหาความรู้ โดยที่นักเรียนได้ด าเนินกิจกรรมด้วยตนเอง คือ นักเรียนสามารถทดสอบตัวเอง ดูก่อนว่ามีความสามารถอยู่ในระดับใด หลังจากนั้นก็จะเริ่มต้นเรียนในสิ่งที่เขาไม่รู้ เป็นการท้าทายให้เกิด ความรู้ เมื่อเรียนจบแล้วนักเรียนสามารถทดสอบความรู้ความเข้าใจด้วยตนเองได้ และทราบผลการเรียน ของตนเองได้ทันทีตลอดเวลา นักเรียนจะมีโอกาสได้พบปะหารือกับผู้สอนมากขึ้น เพราะผู้เรียนเรียนด้วย ตนเอง ผู้สอนก็มีเวลาให้ค าปรึกษากับผู้มีปัญหาในขณะที่ใช้ชุดกิจกรรม นอกจากนั้นชุดกิจกรรมที่สร้างขึ้น สร้างจากหลักการเรียนรู้ คือ ความสามารถของบุคคลในการ เรียนรู้ การปรับตัวต่อปัญหาอย่างเหมาะสม และความสามารถในอันที่จะท ากิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมี จุดหมายและมีคุณค่า สามารถคิดอย่างมีเหตุผล สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม และสังคมอย่างมี ประสิทธิภาพ ท าให้ชุดกิจกรรมที่สร้างขึ้นน่าสนใจและท้าทายความสามารถท าให้ผู้เรียนสนุกสนานไม่ รู้สึกเบื่อหน่าย ซึ่งการเสนอที่แปลกใหม่ท าให้สามารถดึงดูดความสนใจตลอดเวลา ผู้เรียนเกิดความอยาก รู้อยากเห็นที่จะสืบเสาะหาความรู้ในลักษณะของความต้องการที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่แปลกใหม่ จาก เหตุผลดังกล่าว จึงส่งผลให้นักเรียนที่เรียนโดยชุชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความรู้ความเข้าใจและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ท าให้มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยของกนกวลี แสงวิจิตรประชา (, 2550) ได้วิจัย เรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง หน่วยของสิ่งมีชีวิตและชีวิตพืช ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนที่เรียนด้วย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เรื่อง หน่วยของชีวิตและชีวิตพืช หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สอดคล้องกับทศพันธ์ คงเกิด (, 2551) ที่ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมฝึก กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้พันธุกรรม ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมฝึก กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้


50 พันธุกรรม หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับ อนงค์ พิมพาวัตร (, 2554) ที่ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สาระการเรียนรู้เพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สาระการเรียนรู้ เพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องพฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ เรื่องพฤติกรรมของสัตว์ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในแต่ละข้อค าถามอยู่ในระดับมากถึง มาก ที่สุด ทั้งนี้เนื่องมาจากผู้วิจัยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ กล่าวคือให้ผู้เรียนได้ ปฏิบัติจริง มีสื่อที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติได้อ่าน ได้คิด ได้เขียน ได้ทดลองตามความสนใจของ ผู้เรียน จึงท าให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสนุกสนาน ไม่เกิด ความเบื่อหน่าย ซึ่งสอดคล้องกับเพ็ญญาภรณ์ เกลี้ยงพร้อม (, 2553) ที่ได้วิจัยเรื่อง การพัฒนาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม เรื่องอาหาร และ สารอาหาร วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรม เรื่อง อาหารและ สารอาหาร วิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อยู่ในระดับมากที่สุด สอดคล้องกับ ธัญญาธร ครุฑสุวรรณ (, 2554) ที่ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนา ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่อง สาร และสมบัติของสาร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า นักเรียนมีความพึง พอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่อง สารและสมบัติของสาร อยู่ในระดับมากที่สุด และ สอดคล้องกับดวงชีวัน กิติอาษา (, 2554) ที่ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้าน กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่อง เอก ภพ รายวิชาวิทยาศาสตร์ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปี ที่ 3 พบว่านักเรียนมีความพึง พอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่อง เอกภพ รายวิชาวิทยาศาสตร์ 6 อยู่ในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะทั่วไป 1.1 การน าชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปใช้ ครูผู้สอนควรศึกษารายละเอียดของชุดกิจกรรมทุกองค์ประกอบอย่างละเอียด เพื่อจะได้เข้าใจท าความเข้าใจและน าไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประสิทธิผลตามที่มุ่งหวังไว้ 1.2 ผู้ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ควรมีการยืดหยุ่นเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสม 1.3 การสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ควรเลือกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจ าวันของนักเรียน เชื่อมโยงเนื้อหากับกลุ่ม สาระการ เรียนรู้อื่น ๆ 2. ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป 2.1 ควรน าสื่อประเภทชุดกิจกรรมที่สร้างขึ้นนี้ไปเผยแพร่ให้กับคณะครูในโรงเรียน เพื่อ เป็นแนวทางในการท าชุดกิจกรรมการเรียนรู้ในวิชาอื่น ๆ ต่อไป


51 2.2 ควรมีการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ โดยใช้ชุดกิจกรรมกับวิธีสอนแบบอื่น ๆ 2.3 ควรมีการศึกษาตัวแปรต่าง ๆ ที่มีผลต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของ นักเรียนหลังจากที่ได้รับการสอนจากชุดกิจกรรม 2.4 ควรมีการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในสาระ อื่น ๆ เช่น ระบบประสาท ระบบฮอร์โมน ระบบสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต


52 บรรณานุกรม กุณฑรี เพ็ชรทวีพรเดช และคณะ. (2551). สุดยอดวิธีสอนวิทยาศาสตร์น าไปสู่การจัดการเรียนรู้ของ ครูยุคใหม่. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์. ชนาธิป พรกุล. (2545)การสอนกระบวนการคิด. กรุงเทพฯ : วี. พริ้นท์ (1991). ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษา. 5,3: 7-20 ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). 80 นวัตกรรม การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ. พิมพ์ครั้งที่ 7. นนทบุรี :พี บาลานซ์ดีไซด์แอนปริ้นติ้ง ชูศิลป์ อัตชู. (2550). การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น เพื่อพัฒนากระบวนการคิดระดับสูง. วารสารสถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี. 35(147), 56-57. ณฐกรณ์ ด าชะอม. (2553). ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5Es และ วิธีการทางประวัติศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประวัติศาสตร์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ทองแดง สุกเหลืองและคณะ. (2552). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ศาสนพิธี กลุ่มสาระ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. การศึกษาค้นคว้า ด้วยตนเอง กศ.ม. มหาวิทยาลัยนเรศวร, พิษณุโลก. ทิศนา แขมมณี. (2545). ศาสตรการสอน. กรุงเทพมหานครฯ : ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. ธีรชัย ปูรณโชติ. (2537). การสร้างผลงานวิชาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. นันทกา คันธิยงค์. (2547). ผลการใช้กิจกรรมการเรียนการสอนตามวัฏจักรการเรียนรู้5E’s BSCS ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ค.ม. (หลักสูตรและการสอน). อุดรธานี: มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุดรธานี. บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2545). นวัตกรรมการศึกษา. ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: ภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนรินทรวิโรฒ, บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. ประดิษฐ์ เหล่าเนตร และณัฐภัสสร เหล่าเนตร. (2555). กิจกรรมเสริมทักษะการ สืบเสาะหาความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. กรุงเทพฯ: เบ็นภาษาและศิลปะ. ประสาท เนืองเฉลิม. (2558).“แนวการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในศตวรรษที่ 21”. ใน วารสารพัฒนาการ เรียนการสอน. 9(1), 136-153. ปริยทิพย์ บุญคง. (2546). การศึกษาปัจจัยบางประการที่สัมพันธ์กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์(กศ.ม.) หลักสูตรและการสอน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิต พันธ์ ทองชุมนุม. (2547). การสอนวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร.


53 พิสณุ ฟองศรี. (2552). การสร้างและการพัฒนาเครื่องมือการวิจัย. กรุงเทพฯ : บริษัทด่าน สุทธาการพิมพ์จ ากัด. ไพศาล หวังพานิช. (2536). การวัดผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ภาวิดา ตั้งกมลศรี. (2552). การพัฒนาชุดกจิกรรมฝึกเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ทาวิทยาศาสตร์ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง กศ.ม. สาขาวิชาวิจัย และ ประเมินผลทางการศึกษา มหาวิททยาลัยนเรศวร. ระพินทร์ โพธิ์ศรี. (2549). การสร้างและคุณภาพเครื่องมือส าหรับการวิจัย. อุตรดิตถ์: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ วรนุช แหยมแสง. (2549). TL371. พฤติกรรมการสอนวิทยาศาสตร์ 1. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย รามค าแหง. วัฒนาพร ระงับทุกข์. (2545). เทคนิค และกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิก. วิชัย วงษ์ใหญ่. (2555). จากหลักสูตรแกนกลางสู่หลักสูตรสถานศึกษา: กระบวนทัศน์ใหม่การพัฒนา. กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์. ศรีสุดา จริยากุล. (2547). “นวัตกรรมการเรียนการสอน,” ใน เอกสารการสอนชุดวิชาระบบการเรียน การสอนหน่วยที่ 8-15. หน้า 647-648. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช. สมพร เชื้อพันธ์. (2547). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนการสอน แบบสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองกับ การจัดการเรียนการสอนตามปกติ. วิทยานิพนธ์ ค.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. สมพร ประมวลศิลป์ชัย. (2548). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและค่านิยมต่อภูมิปัญญาไทยของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา โดยใช้ชุดการเรียนภูมิปัญญาไทยกับการใช้กระบวนการกลุ่ม สัมพันธ์. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ประสานมิตร, กรุงเทพฯ. สุพิน บุญชูวงศ์. (2538). หลักการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: สถาบันราชภัฏสวนดุสิต. สุวิทย์ มูลค า และอรทัย มูลค า. (2551).การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์ อี.เค.บุ๊คส์.


54 ภาคผนวก


55 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ รายนามผู้เชี่ยวชาญที่ให้ค าปรึกษา พิจารณาความเหมาะสมขององค์ประกอบของชุดกิจกรรม การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรม มีรายนามต่อไปนี้ 1. นางดวงใจ ดวงสุภา ครูช านาญการพิเศษ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อ าเภอ บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ 2. นางขนิษฐา บุตรที ครูช านาญการพิเศษ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อ าเภอ บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ 3. นายนพรัตน์ คุณศรี ครูช านาญการพิเศษ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อ าเภอ บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์


56 ภาคผนวก ข แบบประเมินความเหมาะสมในองค์ประกอบต่าง ๆ ของชุดกิจกรรมเรียนรู้การพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ส าหรับผู้เชี่ยวชาญ) ค าชี้แจง โปรดพิจารณาว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พฤติกรรมของ สัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความเหมาะสมตามองค์ประกอบด้านต่าง ๆ ที่ก าหนดหรือไม่ โดยเขียน เครื่องหมาย ลงในช่อง “ระดับความเหมาะสม” ตามความคิดเห็นของท่าน ดังนี้ 5 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมาก 3 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อย 1 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อยที่สุด รายการประเมิน ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 1. ด้านค าชี้แจง 1.1 องค์ประกอบมีความชัดเจน ครบถ้วนเพียงพอ 1.2 จ านวนชุดกิจกรรมการเรียนรู้ครอบคุลมสาระ การเรียนรู้ 1.3 สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ 1.4 ข้อปฏิบัติในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เข้าใจ ง่าย ชัดเจน 2. ด้านคู่มือครู 2.1 บทบาทของครูผู้สอนสามารถกระตุ้นให้นักเรียน เกิดความสนใจ อยากเรียนรู้


57 รายการประเมิน ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 2.2 ระบุหน้าที่ของครูผู้สอนได้ละเอียดครบถ้วน เพียงพอส าหรับการจัดกิจกกรมการคิดอย่างมี วิจารณญาณ 2.3 สามารถชี้แนะแนวทางให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายและสรุปผล ได้บรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.4 ระบุสิ่งที่ครูผู้สอนต้องเตรียมในการใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้ได้ละเอียดครบถ้วน 3. ด้านคู่มือนักเรียน 3.1 ค าแนะน าในการปฏิบัติชัดเจน 3.2 ระบุกิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติได้ชัดเจนและ สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3.3 การวัดและประเมินผลวัดได้ครอบคลุมและ สอดคล้องกับจุดประสงค์ 4. ด้านแผนการจัดการเรียนรู้ 4.1 มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดชั้นปี และสาระการ เรียนรู้ ตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4.2 สาระการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ สอดคล้องกับตัวชี้วัด 4.3 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับจุดประสงค์และ สาระการเรียนรู้ 4.4 เนื้อหาเหมาะสมกับวัยและความสนใจของ ผู้เรียน 4.5 กิจกรรมการเรียนรู้มีความสอดคล้องตาม ขั้นตอนของกระบวนการการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4.6 กิจกรรมมีความหลากหลาย 4.7 กิจกรรมครอบคลุมสาระการเรียนรู้ 4.8 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสมต่อการ เรียนในเนื้อหาแต่ละชุดกิจกรรม 5. ด้านสื่อการเรียนรู้ 5.1 ค าแนะน าในการใช้สื่อมีความชัดเจน เข้าใจง่าย 5.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 5.3 สอดคล้องกับกิจกกรมการเรียนรู้


58 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ……………………………………………….ผู้ประเมิน (………………………………………………………) ต าแหน่ง……………………………………………… วัน/เดือน/ปี…………………………………………… รายการประเมิน ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 5.4 เหมาะสมกับการเรียน 5.5 กิจกรรมช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการคิดอย่างมี วิจารญาณ 5.6 ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ เกิดความคิดรวบยอด รวดเร็วและสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง 5.7 ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ 5.8 ช่วยให้ผู้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อและแหล่งข้อมูลต่าง เพื่อการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม 6.ด้านการประเมิน 6.1 วัดได้ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ 6.2 การวัดและประเมินผลตรงกับลักษณะของ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 6.3 เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผลครอบคลุม จุดประสงค์การเรียนรู้ 6.4 เกณฑ์ที่ใช้วัดและประเมินผลครอบคลุม จุดประสงค์การเรียนรู้ 6.5 วัดและประเมินผลเน้นการประเมินตาม สภาพจริง


59 ภาคผนวก ค แสดงผลการพิจารณาความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ของผู้เชี่ยวชาญจ านวน 3 ท่าน ตาราง 6 แสดงผลการพิจารณาความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 รายการประเมิน คะแนนความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญคนที่ X S.D. ระดับ ความ 1 2 3 เหมาะสม 1. ด้านค าชี้แจง 1.1 องค์ประกอบมีความชัดเจน ครบถ้วนเพียงพอ 5 4 5 4.67 0.58 มากที่สุด 1.2 จ านวนชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ครอบคลุมสาระการเรียนรู้ 4 4 5 4.33 0.58 มาก 1.3 สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด 1.4 ข้อปฏิบัติในการชุชุดกิจกรรม การ เรียนรู้เข้าใจง่าย ชัดเจน 4 5 5 4.67 0.58 มากที่สุด เฉลี่ยด้านค าชี้แจง 4.58 0.14 มากที่สุด 2. ด้านคู่มือครู 2.1 บทบาทของครูผู้สอนสามารถ กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจอยาก เรียนรู้ 4 4 5 4.33 0.58 มาก 2.2 ระบุหน้าที่ของครูผู้สอนได้ละเอียด ครบถ้วนเพียงพอส าหรับการจัดกิจกรรม การคิดอย่างมีวิจารณญาณ 5 4 5 4.67 0.58 มากที่สุด 2.3 สามารถชี้แนะแนวทางให้นักเรียน แต่ละกลุ่มอภิปรายและสรุปผล ได้บรรลุ ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด


60 ตาราง 6 แสดงผลการพิจารณาความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ต่อ) รายการประเมิน คะแนนความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญคนที่ X S.D. ระดับ ความ 1 2 3 เหมาะสม 2.4 ระบุสิ่งที่ครูผู้สอนต้องเตรียมใน การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่าง ละเอียดครบถ้วน 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด เฉลี่ยด้านคู่มือครู 4.58 0.14 มากที่สุด 3. ด้านคู่มือนักเรียน 3.1 ค าแนะน าในการปฏิบัติชัดเจน 4 4 4 4.00 0.00 มาก 3.2 ระบุกิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติได้ ชัดเจนและสอดคล้องกับจุดประสงค์ 5 4 5 4.67 0.58 มากที่สุด 3.3 การวัดและประเมินผลวัดได้ ครอบคลุมสอดคล้องกับจุดประสงค์ 4 5 5 4.67 0.58 มากที่สุด เฉลี่ยด้านคู่มือนักเรียน 4.44 0.19 มากที่สุด 4. ด้านแผนการจัดการเรียนรู้ 4.1 มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดชั้นปี และสาระการเรียนรู้ ตรงตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 5 5 5 5.00 0.00 มากที่สุด 4.2 สาระการเรียนรู้เหมาะสม และ จุดประสงค์การเรียนรู้สอดคล้องกับ ตัวชี้วัด 5 4 5 4.67 0.58 มากที่สุด 4.3 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับ จุดประสงค์และสาระการเรียนรู้ 4 5 5 4.67 0.58 มากที่สุด 4.4 เนื้อหาเหมาะสมกับวัยและความ สนใจของผู้เรียน 5 5 5 5.00 0.00 มากที่สุด 4.5 กิจกรรมการเรียนรู้มีความ สอดคล้องตามขั้นตอนของกระบวนการ คิดอย่างมีวิจารณญาณ 4 4 5 4.33 0.58 มาก 4.6 กิจกรรมมีความหลากหลาย 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด


61 ตาราง 6 แสดงผลการพิจารณาความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 (ต่อ) รายการประเมิน คะแนนความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญคนที่ X S.D. ระดับ ความ 1 2 3 เหมาะสม 4.7 กิจกรรมครอบคลุมสาระการ เรียนรู้ 4 5 5 4.67 0.58 มากที่สุด 4.8 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรม เหมาะสมต่อการเรียนในเนื้อหาแต่ละชุด กิจกรรม 5 5 5 5.00 0.00 มากที่สุด เฉลี่ยด้านแผนการจัดการเรียนรู้ 4.75 0.13 มากที่สุด 5. ด้านสื่อการเรียนรู้ 5.1 ค าแนะน าในการใช้สื่อมีความ ชัดเจน เข้าใจง่าย 5 4 5 4.67 0.58 มากที่สุด 5.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ 4 5 5 4.67 0.58 มากที่สุด 5.3 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ 5 4 5 4.67 0.58 มากที่สุด 5.4 เหมาะสมกับผู้เรียน 5 5 5 5.00 0.00 มากที่สุด 5.5 กิจกรรมช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิด การคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4 5 4 4.33 0.58 มาก 5.6 ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ เกิดความคิด รวบยอดรวดเร็วละสรุปองค์ความรู้ได้ด้วย ตนเอง 5 4 5 4.67 0.58 มากที่สุด 5.7 ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาด้าน ความรู้ ทักษะกระบวนการคิดอย่างมี วิจารณญาณ คุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมอันพึงประสงค์ 4 5 4 4.33 0.58 มาก 5.8 ช่วยให้ผู้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อและ แหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติม 5 5 5 5.00 0.00 มากที่สุด เฉลี่ยด้านสื่อการเรียนรู้ 4.67 0.07 มากที่สุด


62 ตาราง 6 แสดงผลการพิจารณาความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ต่อ) รายการประเมิน คะแนนความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญคนที่ X S.D. ระดับ ความ 1 2 3 เหมาะสม 6. ด้านการวัด/ประเมินผล 6.1 วัดได้ครอบคลุมจุดประสงค์การ เรียนรู้ 5 4 5 4.67 0.58 มากที่สุด 6.2 การวัดและประเมินผลตรงกับ ลักษณะของกระบวนการคิดอย่างมี วิจารณญาณ 4 5 4 4.33 0.58 มาก 6.3 เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผล ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ 5 5 5 5.00 0.00 มากที่สุด 6.4 เกณฑ์ที่ใช้วัดและประเมินผล ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ 4 4 5 4.33 0.58 มาก 6.5 วัดและประเมินผลเน้นการ ประเมินตามสภาพจริง 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด เฉลี่ยด้านการวัด/ประเมินผล 4.60 0.00 มากที่สุด รวมเฉลี่ย 5.58 0.02 มากที่สุด


63 ภาคผนวก จ แบบประเมินส าหรับผู้เชี่ยวชาญส าหรับชุดกิจกรรมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ค าชี้แจง โปรดพิจารณาว่าข้อสอบแต่ละข้อว่ามีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบวัดความสามารถ ในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กับพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยเขียนเครื่องหมาย √ ลงในช่อง “ระดับความ คิดเห็น” ตามความคิดเห็นของท่าน ดังนี้ + 1 ถ้าแน่ใจว่าข้อค าถามนั้นเป็นตัวแทนตามขั้นตอนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 0 ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อค าถามนั้นเป็นตัวแทนตามขั้นตอนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ - 1 ถ้าแน่ใจว่าข้อค าถามนั้นเป็นตัวแทนตามขั้นตอนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ แบบประเมินส าหรับผู้เชี่ยวชาญ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6


64 ข้อสอบข้อที่ ระดับความคิดเห็น + 1 0 -1 1. พฤติกรรมเป็นผลมาจากการท างานร่วมกันของสิ่งใด ก. สิ่งเร้าและระบบประสาท ข. พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ค. ระบบประสาทและระบบกล้ามเนื้อ ง. สิ่งเร้า ระบบประสาท และระบบกล้ามเนื้อ 2. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของพฤติกรรมที่เป็นมาแต่ก าเนิด ก. มีแบบแผนพฤติกรรมที่แน่นอน ข. มีลักษณะเฉพาะในแต่ละสปีชีส์ ค. พบในสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวเท่านั้น ง. ถูกควบคุมโดยพันธุกรรมทั้งหมด 3. พฤติกรรมใดเป็นพฤติกรรมแบบไคนีซิส ก. การเคลื่อนที่ของแมลงสาบในที่โล่งแจ้ง ข. การเคลื่อนที่เข้าหาผลไม้สุกของแมลงหวี่ ค. การเคลื่อนที่ของแมลงเม่าเข้าหาแสงสว่าง ง. การเคลื่อนที่ของตัวอ่อนผีเสื้อเมื่อเจริญเป็น ดักแด้ 4. การเคลื่อนที่หนีจากอุณหภูมิของพารามีเซียมมี พฤติกรรมเหมือนการเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตใด ก. การเคลื่อนที่เข้าหาแสงของแมลงเม่า ข. การเคลื่อนที่เข้าหาแสงของพานาเรีย ค. การเคลื่อนที่ออกจากที่แห้งของตัวกะปิ ง. การเคลื่อนที่หนีแสงของหนอนแมลงวัน 5. พฤติกรรมใดไม่ใช่พฤติกรรมแบบแทกซิส ก. การเคลื่อนที่เข้าหาอาหารของค้างคาว ข. การเคลื่อนที่หนีแสงของหนอนแมลงวัน ค. การเคลื่อนที่หนีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ของ พารามีเซียม ง. การเคลื่อนที่เข้าหาแสงสว่างของพานาเรีย


65 ข้อสอบข้อที่ ระดับความคิดเห็น + 1 0 -1 6. “ห่านเกรย์เลคจะใช้จะงอยปากแตะกับไข่และยืดคอ เพื่อพยายามกลิ้งไข่เข้าสู่รัง” พฤติกรรมของห่านเกรย์เลคเป็นพฤติกรรมแบบใด ก. รีเฟล็กซ์ ข. ฟิกแอกชันแพทเทิร์น ค. แฮบบิชูเอชัน ง. การฝังใจ 7. พฤติกรรมใดของสัตว์จัดเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการ เรียนรู้ ก. การสร้างรังของนก ข. การชักใยของแมงมุม ค. การวางไข่ของปลาแซมอน ง. การกลิ้งไข่กลับรังของห่านเกรย์เลค 8. “สัตว์ในสวนสัตว์เปิดจะไม่ตกใจกลัวและหนีออกห่าง จากมนุษย์” พฤติกรรมของสัตว์ในสวนสัตว์เปิดเป็น พฤติกรรมแบบใด ก. การฝังใจ ข. โอเรียนเตชัน ค. แฮบบิชูเอชัน ง. การใช้เหตุผล 9. “เด็กชายกอล์ฟชอบส ารวจสิ่งของต่าง ๆ ในบริเวณ บ้าน วันหนึ่งแม่ของเด็กชายกอล์ฟจุดธูปเพื่อใช้ไหว้เจ้า เด็กชายกอล์ฟจึงใช้มือจับธูปที่ติดไฟ ท าให้มือแสบร้อน หลังจากนั้นเด็กชายกอล์ฟจึงไม่จับธูปที่ติดไฟอีก ” เด็กชายกอล์ฟแสดงพฤติกรรมแบบใด ก. การลองผิดลองถูก ข. การฝังใจ ค. แฮบบิชูเอชัน ง. การมีเงื่อนไข


66 ข้อสอบข้อที่ ระดับความคิดเห็น + 1 0 -1 10. พฤติกรรมของสุนัขที่ถูกฝึกเพื่อแสดงละครเป็น พฤติกรรมแบบใด ก. การฝังใจ ข. แฮบบิชูเอชัน ค. การมีเงื่อนไข ง. การใช้เหตุผล 11. เสียงที่เกิดจากการขยับปีกของยุงตัวเมียมี วัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด ก. เรียกคู่ผสมพันธุ์ ข. เตือนภัย ค. ป้องกันตัว ง. แสดงต าแหน่ง 12. การเต้นร าของผึ้งมีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด ก. เตือนภัยผึ้งตัวอื่น ข. ป้องกันตัวจากศัตรู ค. กระตุ้นให้เกิดการสืบพันธุ์ ง. บอกระยะทางของแหล่งอาหาร 13. “ยูจีนอลเป็นสารเลียนแบบฟีโรโมนธรรมชาติ ถูกใช้ เพื่อล่อให้แมลงวันผลไม้เพศผู้มารวมกลุ่มกันเพื่อน าไป ก าจัดต่อไป” ยูจีนอลมีฤทธิ์คล้ายฟีโรโมนประเภทใด ก. ฟีโรโมนเพศ ข. ฟีโรโมนตามรอย ค. ฟีโรโมนเตือนภัย ง. ฟีโรโมนนางพญา 14. การสื่อสารด้วยสารเคมีในข้อใดมีวัตถุประสงค์เพื่อ แสดงอาณาเขต ก. การปัสสาวะตามต้นไม้ของสุนัข ข. การปล่อยกรดฟอร์มิกตามทางเดินของมด ค. การปล่อยสารบอยบายโกลของผีเสื้อไหม เพศเมีย ง. การปล่อยสารจากต่อมบริเวณทวารหนัก ของสกังก์


67 ข้อสอบข้อที่ ระดับความคิดเห็น + 1 0 -1 15. “นกกระจอกจะบินออกไปหาวัสดุมาสร้างรัง เมื่อ พบวัสดุดังกล่าวจะจิกขึ้นมาตรวจสอบว่าเป็นวัสดุที่ ต้องการหรือไม่หากเป็นวัสดุที่ต้องการจะน าวัสดุนั้น กลับมาที่รังและพยายามประกอบวัสดุดังกล่าวเป็นรัง เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็บินออกไปหาวัสดุชิ้นใหม่เพื่อ น ามาสร้างรังต่อไป ซึ่งนกกระจอกจะท าพฤติกรรม รูปแบบนี้จนกระทั่งสร้างรังเสร็จสมบูรณ์” พฤติกรรม ของนกกระจอกเป็นพฤติกรรมแบบใด ก. แทกซิส ข. รีเฟล็กซ์ ค. ฟิกแอกชันแพทเทิร์น ง. การลองผิดลองถูก 16. การสื่อสารระหว่างสัตว์ด้วยสัญญาณแบบใดใช้ สื่อสารในระยะไกลได้ และยังปลอดภัยจากการตรวจหา ของผู้ล่าได้ดีกว่า ก. เสียง ข. ไฟฟ้า ค. ท่าทาง ง. สารเคมี 17. การรับฟีโรโมนโดยการสัมผัสพบในสัตว์ชนิดใด ก. สัตว์เซลล์เดียว ข. สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ า ค. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ง. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 18. ข้อใดเป็นการสื่อสารด้วยท่าทางของสัตว์ ก. การร าแพนหางของนกยูงเพศผู้ ข. การแยกเขี้ยวของแมวเพื่อขมขู่ศัตรู ค. ไก่ขันยามเช้า ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข


68 ข้อสอบข้อที่ ระดับความคิดเห็น + 1 0 -1 19. การสื่อสารระหว่างสัตว์ต่าง Species กัน จะพบได้ ในความสัมพันธ์แบบใด ก. ครอบครัว ข. Symbiosis ค. Social group ง. ถูกทุกข้อ 20. สัตว์สามารถรับฟีโรโมนได้จากวิธีการใด ก. การรับกลิ่น ข. การกิน ค. การสัมผัส ง. ถูกทุกข้อ ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................. .................................. .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................... ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน (........................................................) ต าแหน่ง....................................................


69 ภาคผนวก ฉ ผลการพิจารณาความสอดคล้องของแบบทดสอบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 (ของผู้เชี่ยวชาญ) จ านวน 3 ท่าน ตาราง 7 แสดงผลการพิจารณาความสอดคล้องของแบบทดสอบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของ ผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 3 ท่าน ข้อที่ ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ (คน) IOC แปลผล 1 2 3 1 +1 0 +1 0.67 ใช้ได้ 2 0 +1 +1 0.67 ใช้ได้ 3 +1 +1 0 0.67 ใช้ได้ 4 +1 0 +1 0.67 ใช้ได้ 5 0 +1 +1 0.67 ใช้ได้ 6 0 +1 +1 0.67 ใช้ได้ 7 +1 +1 +1 1.00 ใช้ได้ 8 +1 +1 0 0.67 ใช้ได้ 9 +1 0 +1 0.67 ใช้ได้ 10 0 +1 +1 0.67 ใช้ได้ 11 +1 0 +1 0.67 ใช้ได้ 12 +1 +1 0 0.67 ใช้ได้ 13 0 +1 +1 0.67 ใช้ได้ 14 +1 +1 0 0.67 ใช้ได้ 15 0 +1 +1 0.67 ใช้ได้ 16 +1 +1 0 0.67 ใช้ได้ 17 +1 +1 +1 1.00 ใช้ได้ 18 +1 0 +1 0.67 ใช้ได้ 19 +1 0 +1 0.67 ใช้ได้ 20 +1 +1 +1 1.00 ใช้ได้


70 ภาคผนวก ช แสดงค่าอ านาจจ าแนก (B) และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบการพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จ านวน 20 ข้อ ตาราง 8 แสดงค่าอ านาจจ าแนก (B) และค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 20 ข้อ ข้อที่ ค่าอ านาจจ าแนก แปลผล 1 0.55 ใช้ได้ 2 0.61 ใช้ได้ 3 0.55 ใช้ได้ 4 0.56 ใช้ได้ 5 0.39 ใช้ได้ 6 0.55 ใช้ได้ 7 0.64 ใช้ได้ 8 0.75 ใช้ได้ 9 0.46 ใช้ได้ 10 0.60 ใช้ได้ 11 0.56 ใช้ได้ 12 0.64 ใช้ได้ 13 0.46 ใช้ได้ 14 0.51 ใช้ได้ 15 0.50 ใช้ได้ 16 0.75 ใช้ได้ 17 0.46 ใช้ได้ 18 0.64 ใช้ได้ 19 0.55 ใช้ได้ 20 0.56 ใช้ได้ ค่าอ านาจจ าแนก (B) ระหว่าง 0.46 - 0.75 ค่าความเที่ยงแบบโลเวท เท่ากับ 0.9949


71 ภาคผนวก ฌ คะแนนการทดสอบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรม การเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อน-หลังเรียน โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม ปีการศึกษา 2565 จ านวน 10 คน ตาราง 9 คะแนนการทดสอบการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม ปีการศึกษา 2565 จ านวน 10 คน นักเรียนคนที่ คะแนนของแบบทดสอบ ชุดกิจกรรมที่ 1 รวม (ข้อ 1-10) ชุดกิจกรรมที่ 2 (ข้อ 11-20) 10 10 20 1 6 5 11 2 5 7 12 3 7 6 13 4 6 5 11 5 6 7 13 6 5 6 11 7 7 8 15 8 5 7 12 9 6 6 12 10 6 7 14 รวม 59 64 124 เฉลี่ย 5.9 6.4 12.40


72 ภาคผนวก ญ แบบประเมินความสอดคล้องของแบบสอบความพึงพอใจของนักเรียนที่มี ต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ค าชี้แจง โปรดพิจารณาแบบสอบความพึงใจของนักเรียนที่ต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้การ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วลง ความเห็น ข้อความมีความสอดคล้องกับคุณลักษณะที่ต้องการวัดหรือไม่ โดยเขียนเครื่อง √ ลงในช่อง ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งก าหนดเกณฑ์การให้คะแนนความคิดเห็น ดังต่อไปนี้ +1 เมื่อแน่ใจว่ารายการนั้นสอดคล้องกับคุณลักษณะที่ต้องการวัด 0 เมื่อไม่แน่ใจว่ารายการนั้นสอดคล้องกับคุณลักษณะที่ต้องการวัด -1 เมื่อแน่ใจว่ารายการนั้นไม่สอดคล้องกับคุณลักษณะที่ต้องการวัด รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น +1 0 -1 1. ด้านปัจจัยน าเข้า 1.1 ค าชี้แจงของกิจกรรมการเรียนรู้ท าให้ฉันเข้าใจง่าย 1.2 รูปแบบบัตรเนื้อหา บัตรกิจกรรม บัตรเฉลย เหมาะสมและ น่าสนใจส าหรับฉัน 1.3 การได้รับค าชมเชยและรางวัลท าให้กลุ่มฉันท ากิจกรรมส าเร็จ 1.4 สื่อในชุดกิจกรรมหลากหลายน่าสนใจท าให้ฉันอยากเรียน 1.5 ฉันมีเวลาเพียงพอส าหรับกิจกรรมฝึกการคิด 1.6 เนื้อหาที่เรียนมีความเหมาะสมกับฉัน 2. ด้านกระบวนการ 2.1 ชุดกิจกรรมส่งเสริมให้ฉันเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 2.2 กิจกรรมท าให้ฉันเข้าใจเรื่องที่เรียนง่ายขึ้น 2.3 กิจกรรมการเรียนส่งเสริมให้ฉันฝึกคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับความสามรถของฉัน แบบประเมินความสอดคล้องของแบบสอบถามความพึงพอใจของเรียนที่มี ต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 (ส าหรับผู้เชี่ยวชาญ)


73 รายการประเมิน ระดับความคิดเห็น +1 0 -1 2.5 ฉันมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม 2.6 ฉันฝึกปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้จากง่ายไปยาก 2.7 ขั้นตอนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ท าให้ฉันมีความรู้ ความ เข้าใจในบทเรียนมากขึ้น 3. ด้านผลผลิต 3.1 ฉันได้เรียนรู้ตามขั้นตอนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3.2 ฉันสามารถหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ จากการ เรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม 3.3 ฉันได้รับทราบความก้าวหน้าของตนเองและของกลุ่มจากการ เข้าร่วมกิจกรรม 3.4 กิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้ฉันประสบผลส าเร็จในการเรียน 3.5 การเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฉันสามารถน าไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้ ข้อเสนอแนะ .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................. ................... ................................................................................................................................................ ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน (................................................) ต าแหน่ง.....................................


74 ภาคผนวก ฎ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ค าชี้แจง แบบสอบถามฉบับนี้สร้างขึ้นเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยการเขียนเครื่องหมาย √ ลงในช่องว่างที่ตรงกับระดับความพึงพอใจของตนเองเพียงช่องเดียว ระดับความพึงพอใจ ระดับ 5 หมายถึง นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง นักเรียนมีความพึงพอใจมาก ระดับ 3 หมายถึง นักเรียนมีความพึงพอใจปานกลาง ระดับ 2 หมายถึง นักเรียนมีความพึงพอใจน้อย ระดับ 1 หมายถึง นักเรียนมีความพึงพอใจน้อยที่สุด รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 1. ด้านปัจจัยน าเข้า 1.1 ค าชี้แจงของกิจกรรมการเรียนรู้ท าให้ฉันเข้าใจง่าย 1.2 รูปแบบบัตรเนื้อหา บัตรกิจกรรม บัตรเฉลย เหมาะสมและ น่าสนใจส าหรับฉัน 1.3 การได้รับค าชมเชยและรางวัลท าให้กลุ่มฉันท ากิจกรรมส าเร็จ 1.4 สื่อในชุดกิจกรรมหลากหลายน่าสนใจท าให้ฉันอยากเรียน 1.5 ฉันมีเวลาเพียงพอส าหรับท ากิจกรรมฝึกการคิด 1.6 เนื้อหาที่เรียนมีความเหมาะสมกับฉัน 2. ด้านกระบวนการ 2.1 ชุดกิจกรรส่งเสริมให้ฉันเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง 2.2 ชุดกิจกรรมท าให้ฉันเข้าใจเรื่องที่เรียนง่ายขึ้น 2.3 กิจกรรมการเรียนส่งเสริมให้ฉันฝึกคิดอย่างมีวิจารณญาณ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรม ของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6


75 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ....................................... .................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ................................................................................................................................................. ................... ................................................................................................................ .................................................... ............................................................................................................................................ ลงชื่อ..................................................ผู้ประเมิน (..................................................) รายการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 5 4 3 2 1 2.4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับความสามารถของฉัน 2.5 ฉันมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม 2.6 ฉันฝึกปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้จากง่ายไปหายาก 2.7 ขั้นตอนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ท าให้ฉันมีความรู้ ความเข้าใจ ในบทเรียนมากขึ้น 3. ด้านผลผลิต 3.1 ฉันได้เรียนรู้ตามขั้นตอนกรคิดอย่างมีวิจารณญาณ 3.2 ฉันสามารถหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ จากการเรียนรู้ ด้วยชุดกิจกรรม 3.3 ฉันได้รับทราบความก้าวหน้าของตนเองและของกลุ่มจากการเข้า ร่วมกิจกรรม 3.4 กิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้ฉันประสบผลส าเร็จในการเรียน 3.5 การเรียนด้วยชุดกิจกรรมฉันสามารถน าไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจ าวันได้


76 1. เสียงที่เกิดจากการขยับปีกของยุงตัวเมียมีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด ก. เรียกคู่ผสมพันธุ์ ข. เตือนภัย ค. ป้องกันตัว ง. แสดงต าแหน่ง 2. การเต้นร าของผึ้งมีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด ก. เตือนภัยผึ้งตัวอื่น ข. ป้องกันตัวจากศัตรู ค. กระตุ้นให้เกิดการสืบพันธุ์ ง. บอกระยะทางของแหล่งอาหาร ภาคผนวก ฏ แบบทดสอบก่อนเรียนชุดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แบบทดสอบก่อนเรียน ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พฤติกรรมของสัตว์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 ...................................................................................................................................................... ค าชี้แจง 1. ข้อสอบเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จ านวน 20 ข้อ (20 คะแนน) 2. ให้นักเรียนท าแบบทดสอบทุกข้อ 3. ในการตอบให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้ว X ลงในกระดาษค าตอบ (ในแต่ละข้อมีค าตอบที่ถูกต้องหรือถูกที่สุดเพียงค าตอบเดียว)


77 5. พฤติกรรมใดไม่ใช่พฤติกรรมแบบแทกซิส ก. การเคลื่อนที่เข้าหาอาหารของค้างคาว ข. การเคลื่อนที่หนีแสงของหนอนแมลงวัน ค. การเคลื่อนที่หนีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ของพารามีเซียม ง. การเคลื่อนที่เข้าหาแสงสว่างของพานาเรีย 6. “ห่านเกรย์เลคจะใช้จะงอยปากแตะกับไข่และยืดคอเพื่อพยายามกลิ้งไข่เข้าสู่รัง” พฤติกรรมของห่านเกรย์เลคเป็นพฤติกรรมแบบใด ก. รีเฟล็กซ์ ข. ฟิกแอกชันแพทเทิร์น ค. แฮบบิชูเอชัน ง. การฝังใจ 3. “ยูจีนอลเป็นสารเลียนแบบฟีโรโมนธรรมชาติ ถูกใช้เพื่อล่อให้แมลงวันผลไม้เพศผู้มารวมกลุ่มกัน เพื่อน าไปก าจัดต่อไป” ยูจีนอลมีฤทธิ์คล้ายฟีโรโมนประเภทใด ก. ฟีโรโมนเพศ ข. ฟีโรโมนตามรอย ค. ฟีโรโมนเตือนภัย ง. ฟีโรโมนนางพญา 4. การสื่อสารด้วยสารเคมีในข้อใดมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงอาณาเขต ก. การปัสสาวะตามต้นไม้ของสุนัข ข. การปล่อยกรดฟอร์มิกตามทางเดินของมด ค. การปล่อยสารบอยบายโกลของผีเสื้อไหมเพศเมีย ง. การปล่อยสารจากต่อมบริเวณทวารหนักของสกังก์


78 7. พฤติกรรมใดของสัตว์จัดเป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้ ก. การสร้างรังของนก ข. การชักใยของแมงมุม ค. การวางไข่ของปลาแซมอน ง. การกลิ้งไข่กลับรังของห่านเกรย์เลค 8. “สัตว์ในสวนสัตว์เปิดจะไม่ตกใจกลัวและหนีออกห่างจากมนุษย์” พฤติกรรมของสัตว์ ในสวนสัตว์เปิดเป็นพฤติกรรมแบบใด ก. การฝังใจ ข. โอเรียนเตชัน ค. แฮบบิชูเอชัน ง. การใช้เหตุผล 9. “เด็กชายกอล์ฟชอบส ารวจสิ่งของต่าง ๆ ในบริเวณบ้าน วันหนึ่งแม่ของเด็กชายกอล์ฟจุดธูป เพื่อใช้ไหว้เจ้า เด็กชายกอล์ฟจึงใช้มือจับธูปที่ติดไฟ ท าให้มือแสบร้อน หลังจากนั้นเด็กชายกอล์ฟ จึงไม่จับธูปที่ติดไฟอีก ” เด็กชายกอล์ฟแสดงพฤติกรรมแบบใด ก. การลองผิดลองถูก ข. การฝังใจ ค. แฮบบิชูเอชัน ง. การมีเงื่อนไข 10. พฤติกรรมของสุนัขที่ถูกฝึกเพื่อแสดงละครเป็นพฤติกรรมแบบใด ก. การฝังใจ ข. แฮบบิชูเอชัน ค. การมีเงื่อนไข ง. การใช้เหตุผล


79 11. เสียงที่เกิดจากการขยับปีกของยุงตัวเมียมีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด ก. เรียกคู่ผสมพันธุ์ ข. เตือนภัย ค. ป้องกันตัว ง. แสดงต าแหน่ง 12. การเต้นร าของผึ้งมีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด ก. เตือนภัยผึ้งตัวอื่น ข. ป้องกันตัวจากศัตรู ค. กระตุ้นให้เกิดการสืบพันธุ์ ง. บอกระยะทางของแหล่งอาหาร 13. “ยูจีนอลเป็นสารเลียนแบบฟีโรโมนธรรมชาติ ถูกใช้เพื่อล่อให้แมลงวันผลไม้เพศผู้มารวมกลุ่ม กันเพื่อน าไปก าจัดต่อไป” ยูจีนอลมีฤทธิ์คล้ายฟีโรโมนประเภทใด ก. ฟีโรโมนเพศ ข. ฟีโรโมนตามรอย ค. ฟีโรโมนเตือนภัย ง. ฟีโรโมนนางพญา 14. การสื่อสารด้วยสารเคมีในข้อใดมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงอาณาเขต ก. การปัสสาวะตามต้นไม้ของสุนัข ข. การปล่อยกรดฟอร์มิกตามทางเดินของมด ค. การปล่อยสารบอยบายโกลของผีเสื้อไหมเพศเมีย ง. การปล่อยสารจากต่อมบริเวณทวารหนักของสกังก์


80 15. “นกกระจอกจะบินออกไปหาวัสดุมาสร้างรัง เมื่อพบวัสดุดังกล่าวจะจิกขึ้นมาตรวจสอบว่าเป็นวัสดุที่ ต้องการหรือไม่หากเป็นวัสดุที่ต้องการจะน าวัสดุนั้นกลับมาที่รังและพยายามประกอบวัสดุดังกล่าวเป็นรัง เมื่อประกอบเสร็จแล้วก็บินออกไปหาวัสดุชิ้นใหม่เพื่อน ามาสร้างรังต่อไป ซึ่งนกกระจอกจะท าพฤติกรรม รูปแบบนี้จนกระทั่งสร้างรังเสร็จสมบูรณ์” พฤติกรรมของนกกระจอกเป็นพฤติกรรมแบบใด ก. แทกซิส ข. รีเฟล็กซ์ ค. ฟิกแอกชันแพทเทิร์น ง. การลองผิดลองถูก 16. การสื่อสารระหว่างสัตว์ด้วยสัญญาณแบบใดใช้สื่อสารในระยะไกลได้ และยังปลอดภัยจากการ ตรวจหาของผู้ล่าได้ดีกว่า ก. เสียง ข. ไฟฟ้า ค. ท่าทาง ง. สารเคมี 17. การรับฟีโรโมนโดยการสัมผัสพบในสัตว์ชนิดใด ก. สัตว์เซลล์เดียว ข. สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ า ค. สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ง. สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 18. ข้อใดเป็นการสื่อสารด้วยท่าทางของสัตว์ ก. การร าแพนหางของนกยูงเพศผู้ ข. การแยกเขี้ยวของแมวเพื่อขมขู่ศัตรู ค. ไก่ขันยามเช้า ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข


81 19. การสื่อสารระหว่างสัตว์ต่าง Species กัน จะพบได้ในความสัมพันธ์แบบใด ก. ครอบครัว ข. Symbiosis ค. Social group ง. ถูกทุกข้อ 20. สัตว์สามารถรับฟีโรโมนได้จากวิธีการใด ก. การรับกลิ่น ข. การกิน ค. การสัมผัส ง. ถูกทุกข้อ


82 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ นางสาวภัทรวดี ค ามอญ วัน/เดือน/ปี 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2543 ที่อยู่ปัจจุบัน 67/3 ม.2 ต.อ่ายนาไลย อ.เวียงสา จ.น่าน 55110 ประวัติการศึกษา - ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านนาไลย ต าบลอ่ายนาไลย อ าเภอเวียงสา จังหวัดน่าน - มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร ต าบลดู่ใต้ อ าเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน - มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร ต าบลดู่ใต้ อ าเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ปัจจุบัน - ก าลังฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูในสถานศึกษา 1 ปี อยู่ที่โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม ต าบลบ้านโคก อ าเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์


Click to View FlipBook Version