The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ssiwaraphon, 2022-03-01 19:10:54

นิทาน

นิทาน

นิทานอีสป เรื่อง ผึ้ง ตัวต่อ
และแตน

ในโพรงไม้แห่งหนึ่งเป็นที่กักตุนน้ำผึ้ง ซึ่งตัวต่อประกาศว่า
น้ำผึ้งทั้งหมดเป็นของพวกมัน ฝ่ายผึ้งก็มั่นใจว่าขุมทรัพย์เป็น
ของพวกมันต่างหาก การถกเถียงลุกลามใหญ่โตจนดูเหมือน

ว่าเรื่องราวไม่อาจยุติลงได้โดยปราศจากการสู้รบ ท้ายที่สุด
ด้วยความมีเหตุมีผลของทั้งสองฝ่าย พวกมันจึงตกลงว่าควรมี
ผู้พิพากษาที่จะมาตัดสินในเรื่องนี้พวกมันจึงนำความไปยื่น

ต่อแตน ซึ่งเป็นผู้คงความสันติในป่าแถบนั้ i น
เมื่อผู้พิพากษาเบิกความ ก็มีพยานมากมายให้การว่าพวก
มันเห็นสัตว์ที่มีปีกบินอยู่แถวๆ โพรงไม้ดังกล่าว ส่งเสียงหึ่ง
ดังไปทั่ว พวกมันมีลำตัวเป็นแถบลายสีเหลืองและดำเหมือน

ผึ้ง
ทนายฝ่ายตัวต่อรีบยืนกรานทันทีว่าคำอธิลายนี้ตรงกับ

ลักษณะของลูกความมัน

พยานหลักฐานที่ว่าไม่อาจช่วยให้ผู้พิพากษาแตนตัดสินความได้ มันจึง
เลื่อนการพิจารณาของศาลออกไปอีกหกสัปดาห์เพื่อขอเวลาคิดให้รอบคอบ
เมื่อถึงเวลาพิจารณาคดีอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายต่างมีพยานเพิ่มขึ้นอีกมากมาย
มดตัวหนึ่งยืนขึ้นให้การเป็นตัวแรก และกำลังจะถูกซักค้าน เมื่อผึ้งชราผู้

หลักแหลมแสดงตนต่อหน้าศาล
"ข้าแต่ศาลที่เคารพ" มันเอ่ยขึ้น "คดีนี้ถูกเลื่อนมาหกสัปดาห์แล้ว
หากเร็วๆ นี้ยังไม่มีการตัดสิน น้ำผึ้งก็คงจะเอาไปทำอะไรไม่ได้ ข้าจึง
ขอเสนอว่า จงมอบหมายให้ทั้งผึ้งและต่อสร้างรวงผึ้งขึ้นมา แล้วเราก็จะ

ได้เห็นกันในไม่ช้าว่าน้ำผึ้งนี้เป็นของใครกันแน่"
พวกตัวต่อประท้วงกันเสียงดัง ผู้พิพากษาแตนผู้ชาญฉลาดเข้าใจใน
พริบตาว่าทำไมพวกมันจึงประท้วงเช่นนั้น เป็นเพราะพวกมันรู้ดีว่าไม่

อาจสร้างรวงผึ้งและใส่น้ำผึ้งเข้าไปในนั้นได้
"ชัดเจนแล้วว่า ใครที่สร้างรวงผึ้งและใครไม่อาจทำได้ สรุปว่าน้ำ

ผึ้งเป็นของพวกผึ้ง" ผู้พิพากษากล่าว

นิทานอีสป เรื่อง จูปิเตอร์และ
ลิงไม่มีหาง

อยู่มาวันหนึ่งเทพจูปิเตอร์ มีความประสงค์ให้เหล่าสัตว์
บนสรวงสวรรค์มาชุมนุมต่อพระพักตร์โดยพร้อมเพรียง

กัน และมีความประสงค์ให้นำลูก ๆ มาด้วย เพื่อคัด
เลือกว่าสัตว์ตัวใดมีลูกที่งดงามที่สุด

แม่ลิงไม่มีหางพาลูกๆ ของมันมาเข้าเฝ้าเทพจูปิ
เตอร์ก่อนสัตว์ทั้งหลาย เจ้าลิงโอบกอดลูกไว้ในอ้อมแขน

ด้วยความรักอันเปี่ยมล้น เทพจูปิเตอร์เห็นพฤติกรรม
ของแม่ลิง ตึงตัดสินว่า "ครอบครัวของแม่ลิงไม่มีหาง

งดงามที่สุด"

นิทานอีสป เรื่อง หมาจิ้งจอก

กับองุ่นเปรี้ยว

วันหนึ่งมีหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งมองเห็นพวงองุ่นสุกห้อยระย้าลงมา
จากเถาที่เลื้อยพันไปตามกิ่งก้านของต้นไม้ องุ่นเหล่านั้นดูฉ่ำไป
ด้วยน้ำ เจ้าหมาจิ้งจอกมองจนน้ำลายสอ อยากลิ้มลององุ่นยิ่งนัก

พวงองุ่นเหล่านั้นอยู่บนกิ่งไม้สูง ซึ่งเจ้าหมาจิ้งจอกจำต้อง
กระโดดเพื่อคว้ามาให้ได้ กระโดดครั้งแรก มันพลาดพวงองุ่นไป
หลายช่วงตัว มันจึงถอยไปตั้งหลักเล็กน้อย ก่อนจะกระโจนเข้าใส่
อีกครั้งเพียงเพื่อคว้าน้ำเหลวเช่นเคย มันลองแล้วลองเล่าอีกหลาย

รอบแต่ก็ไร้ความหมาย
ในที่สุดมันจึงนั่งลงและมองพวงองุ่นด้วยสายตารังเกียจเดียด

ฉันท์
"ข้าช่างโง่อะไรเช่นนี้" มันเอ่ยขึ้น "นี่ข้าดิ้นรนเพื่อจะคว้าพวง

องุ่นเปรี้ยวๆ ที่ไม่คุ่มค่าพอจะไขว่คว้ามาหรอกหรือนี่"
แล้วมันก็เดินจากไปด้วยท่าทีเหยียดหยาม

นิทานอีสป เรื่อง นกอินทรีติดกับ
ดัก

นกอินทรีตัวหนึ่งออกหากินตามปกติ วันหนึ่งนกอินทรีบินไปติดตา
ข่ายดักนกของนายพราน นกอินทรีดิ้นเพื่อให้หลุดออกจากตาข่าย
และได้รับอิสรภาพตามเดิม แต่ก็ไร้ความหมาย เพราะยิ่งดิ้นรน
เท่าไรก็ทำให้ตาข่ายมัดแน่นเท่านั้นจนทำให้ปีกของนกอินทรีหัก
ทันใดนั้นเองก็มีนกกระจอกฝูงหนึ่งบินเข้ามาแนะนำนกอินทรีว่า

"ท่านบนินกผกิดระทจาองกอที่กาตนัวตอ้อองก
บคินวาตม่ำคเิกดินเหไ็นปแว่นา่ๆ"
"เท่าที่ข้ารู้ ท่านไม่รู้วิธีบินที่ดีเลย เพราะถ้ารู้จริงท่านจะไม่มีวันบิน

มาติดกับดักแน่นอน"

นิทานอีสป เรื่อง พระจันทร์ใน

บ่อน้ำ

ในขณะที่พ่อค้าเดินทางไกลผ่านมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง พ่อค้าเดินไป
เรื่อยๆ จนพบกับกลุ่มคนกลุ่มใหญ่กำลังอยู่ล้อมรอบบ่อน้ำนอกหมู่บ้าน

พวกเขากำลังจะ ลงไปในบ่อน้ำ พ่อค้าเห็นเข้าจึงถามว่า
"พวกท่านจะลงไปในบ่อน้ำทำไมหรือ?"
คนเหล่านั้นร้องตอบพ่อค้าว่า

"ทำไมเล่า พวกเรามีเหตุผลที่จะลงไปในบ่อน้ำ ท่านเข้ามาดูสิ
พระจันทร์หกคะเมนลบไปในบ่อน้ำ และพวกเราก็กำลังจะลงไปเอามัน

ขึ้นมาให้ได้"
กลุ่มคนพูดจบ พ่อค้าจึงระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นแล้วบอกกับกลุ่ม

คนว่า
"พวกท่านจงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า พระจันทร์ที่เห็นในบ่อน้ำ

มันคือเงาของพระจันทร์"
แต่กลุ่มคนเหล่านั้นไม่เชื่อ แถมยังทำร้ายร่างกายพ่อค้าจนได้รับ

บาดเจ็บสาหัส

นิทานอีสป เรื่อง ค้างคาวเลือกพวก



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีค้างคาวตัวหนึ่งมันถือว่าตนมีปีก
เหมือนนก

เเละก็มีหูเหมือนสัตว์อื่นทั่วๆ ไป
ดังนั้นเมื่อนกยกพวกไปต่อสู่กับสัตว์อื่นๆ ค้างคาวก็ขอตัว…

ไม่เข้าข้างฝ่ายใดโดยทำตัวเป็นกลาง
เเต่พอเมื่อพวกนกนั้นมีท่าทีว่าจะชนะ…
ค้างคาวก็จะประกาศตัว แล้วไปเข้าข้างกับฝ่ายนกทันที
ต่อมาพวกนกกำลังพลาดท่าเสียทีเเก่สัตว์อื่นๆ…
ค้างคาวก็ผละจากฝ่ายนกไปเข้าพวกกับสัตว์อื่นๆ
ต่อมาพวกนกต่อสู้จนใกล้จะได้รับชัยชนะ…

ค้างคาวก็กลับมาอยู่กับพวกนกอีก

เมื่อนกกับสัตว์อื่นๆ ทำสัญญาสงบศึกเเละเป็นมิตรต่อ
กัน

สัตว์ทั้งหลายต่างก็พากันขับไล่ค้างคาว ไม่ยอมให้เข้า
พวกด้วย

ค้างคาวอับอายจึงต้องไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ…
และจะออกจากถ้ำไปหา อาหาร ในตอนกลางคืน

เท่านั้น

นิทานอีสป เรื่อง แมวกับหนู



บ้านหลังหนึ่งมีหนูชุกชุมมาก เจ้าของบ้านจึงนำแมวมาเลี้ยงไว้
เจ้าแมวขยันไล่จับหนูกินทุกวันจนลดจำนวนลงไปทีละตัว ๆ

ด้วยความกลัวว่าจะถูกกินเป็นรายต่อไป…
พวกหนูจึงพากันเก็บตัวเงียบไม่ออกมาจากรูที่พวกมันอาศัยอยู่

แมวเฝ้ารอจับหนูอยู่หลายวันแต่ไม่เห็นหนูวิ่งเพ่นพ่านก็แปลก
ใจ

จึงวางแผนแกล้งนอนนิ่ง ๆ ซ่อนเล็บแหลมคมไว้มิดชิด
ทำทีว่าตายเป็นซากไร้วิญญาณให้พวกหนูตายใจจะได้ออกจาก

ที่ซ่อนแล้วจับกิน

หนูตัวหนึ่งเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงร้องออกมาว่า
“เฮ้อ…คุณผู้หญิงผู้แสนดี…แม้ว่าท่านจะมีความสามารถพิเศษ…
นอนนิ่งได้นานแสนนาน…พวกเราก็จะไม่มีวันเข้าไปใกล้…ตัวเจ้าเด็ดขาด”

นิทานอีสป เรื่อง ลิงกับอูฐ

วันหนึ่งได้มีการจัดงานเลี้ยงฉลองขึ้น พวกสัตว์ป่า
ทั้งหลายก็มารวมตัวกัน และในงานเลี้ยงก็มีเจ้าลิง
ตัวหนึ่งที่เต้นรำอย่างสนุกสนาน ท่าเต้นของมัน

นั้นช่างพลิ้วไหวจนสัตว์ทั้งหลายก็ต่างพากัน
ชื่นชม เจ้าอูฐตัวหนึ่งหันไปเห็นเข้ามันจึงเกิด
อิจฉา จึงลุกขึ้นเต้นบ้าง ทว่าท่าเต้นของมันนั้นกับ
ดูเก้ ๆ กัง ๆ จนทำให้สัตว์ป่าทั้งหลายพากัน
หัวเราะ เจ้าอูฐจึงอับอายและหยุดเต้นในที่สุด


Click to View FlipBook Version