วิจัยในชัน้ เรียน
ชือ่ เรือ่ ง การพฒั นาทักษะการอา่ นดว้ ยทฤษฎี Brain-based Learning (BBL) โดยใชส้ ี ในการแยก
พยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และตวั สะกดในนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑
ชอ่ื ผูว้ ิจยั นางสาวลดั ดาวรรณ ทัศนุรักษ์
สอนวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕
บทคัดยอ่
การทำวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากใช้ทฤษฎี
Brain-based Learning (BBL) โดยใช้สี ในการแยก พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกดของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ กลุ่มตัวอย่างในการวิจยั ในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรียนวัดโพธวิ งษ์ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน ๑๒ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบ
ก่อนเรยี นและหลงั เรียน สถติ ิท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ไดแ้ ก่ ค่าเฉลยี่ ของแบบทดสอบ
ผลการวิจัยพบว่าคน ในแบบทดสอบก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ย ร้อยละ ๔๐.๔๑ และหลังจาก
การจัดเรยี นรู้นักเรยี นมคี ะแนนเฉลย่ี ในแบบทดสอบหลงั เรยี น รอ้ ยละ ๗๑.๒๕ แสดงให้เหน็ วา่ นกั เรียนมี
พัฒนาการด้านการอ่านสะกดคำเพิ่มขึน้ จากเดิม
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ภาษาไทยเป็นมรดกสำคัญของชาติไทยเป็นเครื่องแสดงถึงความเจริญงอกงามทางวัฒนธรรม
เปน็ ความภาคภมู ใิ จของคนไทยมายาวนาน และภาษาไทยเปน็ ภาษาประจำชาติท่ีเป็นสิ่งท่ีจำเป็นในการ
สื่อสารของมนษุ ย์ การสอื่ สารของมนษุ ยต์ ้องใชท้ กั ษะทส่ี ำคัญหลายทกั ษะ เชน่ การฟงั การพูด การอ่าน
และการเขียน ในปัจจุบนั วิชาภาษาไทยประสบกบั ปญั หานักเรียนขาดทกั ษะดา้ นการอ่าน ซ่ึงเป็นทกั ษะที่
มีความสำคัญและไม่ได้รับการสง่ เสริมอย่างตอ่ เนื่อง ทำให้ยังมีนักเรยี นบางส่วนอา่ นสะกดคำไมถ่ กู ตอ้ ง
หากต้องการพัฒนาทักษะด้านการอ่าน จำเป็นต้องฝึกฝนการอ่านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผู้อ่านมี
พ้นื ฐานในการอ่านท่ีดี ท้ังจะช่วยให้เกิดความชำนาญและความรู้ท่กี ว้างขึน้ ดงั น้นั การที่นักเรียนจะเป็น
ผู้อ่านที่ดีจึงอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ครูเป็นผู้จัดเตรียมให้ อีกทั้งยังต้องผสมผสานความใส่ใจของผู้เรียน
เพื่อเป็นแรงจูงใจที่ช่วยให้นกั เรียนไดอ้ ่านอย่างสมำ่ เสมอ ทำให้ในการจัดการเรียนการสอนจึงต้องมุ่งเน้น
ใหน้ ักเรียนเกิดทกั ษะการอ่าน เพือ่ ใหน้ กั เรยี นสามารถอา่ นหนังสอื ตา่ งๆได้อย่างคลอ่ งแคล่วรวดเรว็ การ
ฝกึ ทักษะดังกลา่ วจึงจำเปน็ ทีจ่ ะตอ้ งอาศัยแบบฝกึ หรือทฤษฎเี พ่ือมาช่วยในพัฒนาทกั ษะการอา่ น
วัตถุประสงคข์ องการวิจัย
เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากใช้ทฤษฎี Brain-based Learning (BBL) โดยใช้สี
ในการแยก พยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และตวั สะกดของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะไดร้ ับ
ในการทำวิจัยครง้ั นี้ทำให้ทราบถงึ ทฤษฎี Brain-based Learning (BBL) ซึง่ อาจจะมีประโยชน์
ตอ่ การทำสอ่ื ในการจกั การเรียนรู้ เพอื่ ชว่ ยใหผ้ ลสัมฤทธท์ิ างการอา่ นของนกั เรียนดีขน้ึ
ขอบเขตของการวิจยั
๑. ขอบเขตดา้ นเนอ้ื หา ผวู้ จิ ัยได้กำหนดเนื้อหาในการทำวิจยั จากคำในบทที่ ๑-๖ จากหนังสือ
เรยี น ภาษาพาที ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑
๒. ขอบเขตด้านประชากร นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ โรงเรยี นวดั โพธวิ งษ์ ปีการศกึ ษา
๒๕๖๕ จำนวน ๑๓ คน
๓. ตวั แปร
ตัวแปรอสิ ระ : บตั รคำในบทเรยี นท่ใี ชส้ ีในการแยก พยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และตัวสะกด
ตัวแปรตาม : ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
นยิ ามศัพท์ทีใ่ ช้ในการวิจยั
๑. บัตรคำ หมายถึง บัตรคำทีม่ ีคำในบทเรยี นท่ี ๑-๖ จากหนังสอื เรยี นภาษาพาที
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ โดยมกี ารแกยสีตามทฤษฎี Brain-based Learning (BBL) แยก พยญั ชนะ สระ
วรรณยกุ ต์ และตัวสะกดคนละสี
๒. ผลสัมฤทธทิ์ างการอ่าน หมายถงึ ผลคะแนนท่ไี ด้จากการทำแบบทดสอบ
เอกสาร/งานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยรังสิต (๒๕๖๕) ได้ให้ความหมายของ BBL ( Brain Based
Learning ) หมายถึง การเรียนรู้ ที่ใช้โครงสร้างและหน้าที่ของสมองเป็นเครือ่ งมือในการเรียนรู้ โดยไม่
สกดั กนั้ การทำงานของสมอง แตเ่ ป็นการส่งเสรมิ ให้สมองไดป้ ฏิบัตหิ น้าทีใ่ ห้สมบรู ณ์ ทสี่ ดุ ภายใตแ้ นวคิด
ที่ว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ ทุกคนมีสมองพร้อมที่จะทำเรียนรู้มาตั้งแต่กำเนิด BBL (Brain Based
Learning) เป็นการ การจัดการเรียนรู้ท่ีสอดคล้องกับพัฒนาการของสมองแต่ละช่วงวยั เป็นการนำองค์
ความรู้เรือ่ งสมองมาใช้เป็นฐานในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ โดยมีที่มาจากศาสตร์การเรยี นรู้ ๒
สาขาคือ ๑.ความรู้ทางประสาทวิทยา (Neurosciences) ซึ่งอธิบายที่มาของความคิดและจิตใจของ
มนุษย์โดยเฉพาะในด้านที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับทักษะการเรียนรู้ อันได้แก่ ความสามารถในการเรียนรู้
ความจำ ความเขา้ ใจ และความชำนาญ โดยผ่านทฤษฎีว่าด้วยการทำงานของสมองเป็นสำคญั ๒.แนวคิด
ทฤษฎีการเรียนรู้ (Learning Theories) ต่างๆ ที่อธิบายเกี่ยวกับการเรียนรู้ของสมองมนุษย์ และ
กระบวนการเรียนร้เู กดิ ขึน้ และมพี ัฒนาการอย่างไร การบรู ณาการองค์ความรูท้ ง้ั ๒ สาขาเข้าด้วยกันทำ
ให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ตั้งอยู่บนฐานของการพิจารณาว่าปัจจัยใดบ้างที่จะทำให้สมองมีการ
เปลี่ยนแปลงสมองมีปฏิกิรยิ าตอบรบั ต่อการเรียนการสอนแบบใด และอย่างไร ซึ่งทัง้ หมดนีน้ ำไปสูก่ าร
จัดกจิ กรรมระหว่างผูส้ อนกับผู้เรยี น การจัดสิ่งแวดล้อมทเ่ี อือ้ ต่อการเรียนรู้ และท่สี ำคัญคือการออกแบบ
และใช้เครอื่ งมือเพอ่ื การเรียนรู้ต่างๆ โดยเน้นวา่ ต้องทำให้ผู้เรยี นสนใจ เกดิ การเรยี นรู้ ความเข้าใจ และ
การจดจำตามมา และนำไปสู่ความสามารถในการใชเ้ หตุผล เข้าใจความเชื่อมโยงสัมพันธ์ในทุกมิติของ
ชีวติ
วิธดี ำเนินการวจิ ัย
๑. ประชากร
นกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ โรงเรียนวัดโพธวิ งษ์ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน
๑๒ คน
๒. เคร่ืองมอื ในการวจิ ัย
เครอ่ื งมือทีใ่ ชใ้ นการวิจยั ท่ีใช้ในการศึกษาเรื่อง “การพฒั นาทกั ษะการอ่านด้วยทฤษฎี
Brain-based Learning (BBL) โดยใช้สี ในการแยก พยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และตวั สะกดในนกั เรยี น
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑” คอื แบบทดสอบด้านการอา่ นกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น
๓. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
๓.๑ ทำการทดสอบก่อนเรยี น
๓.๒ ผู้วิจัยทำการสอนโดยใช้ทฤษฎี Brain-based Learning (BBL) โดยใช้สี ในการ
แยก พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกด โดยสร้างสื่อการเรียนรู้เป็นบัตรคำที่มีการแยกสี และมี
ภาพประกอบ ใช้ประกอบการเรียนคู่กับเนื้อหาในบทเรียนที่ ๑ - ๖ หนังสือเรียน ภาษาพาที ช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ตลอดระยะเวลา ๓ เดือน
๓.๓ ทำการทดสอบหลงั เรยี น
การวเิ คราะห์ข้อมูล
วเิ คราะห์จากผลคะแนนทีไ่ ด้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน โดยนำคะแนนท่ี
หาได้มาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนของหลังจากใช้ทฤษฎีทฤษฎี Brain-based Learning
(BBL) โดยใชส้ ี ในการแยก พยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และตวั สะกดของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ ๑
ผลการวจิ ยั
ช่ือ - สกุล คะแนนก่อนเรยี น คะแนนหลงั เรยี น
(๒๐ คะแนน) (๒๐ คะแนน)
เด็กชายณัฐวุฒิ กลนิ่ ประทมุ ๑๒
เด็กชายธนพิสิฐ ไม้งาม ๕ ๑๗
เดก็ ชายภทั รพล พูนทองคำ ๑๓ ๑๐
เดก็ ชายภาคนิ ชนื่ ภริ มย์ ๖ ๑๐
เดก็ ชายภวู ดล จินดารกั ษ์ ๗ ๑๑
เดก็ ชายมนต์ณัฐ ทา้ วโพธ์เิ อน ๘ ๑๔
เด็กชายสุรเชษฐ์ สขุ นิยม ๖ ๑๘
เดก็ หญิงชญานิน สนิ อยู่ ๗ ๑๐
เด็กหญงิ เปรมสินี เกตสุ ุข ๑๒ ๑๗
เด็กหญงิ วชิ ญาพร วงษว์ ิหค ๘ ๒๐
เดก็ หญิงสภุ าสินี ลายสงิ ห์ ๘ ๑๗
เด็กชายวรสรณ์ แจง้ สว่างศรี ๕ ๑๗
ร้อยละ ๔๐.๔๑ ๑๐
รวมค่าเฉล่ีย ร้อยละ ๗๑.๒๕
อภิปรายผลวิจยั
ก า ร ว ิ จ ั ย ใ น คร ั ้ ง น ี ้ มี จ ุ ด ป ร ะ สง ค์ เ พ ื ่ อ ศึ ก ษ า ผลสั ม ฤ ท ธ ิ ์ ท า ง ก า ร เ ร ี ย น ห ลั ง จ า ก ใ ช้ ท ฤ ษ ฎี
Brain-based Learning (BBL) โดยใช้สี ในการแยก พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และตัวสะกดของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ซึ่งผลในการใช้ทฤษฎีดังกล่าวในการจัดทำสื่อ และใช้ในกระบวนการ
จัดการเรียนรู้ พบว่าผลจากการทำแบบทดสอบด้านการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรยี นวัดโพธิวงษ์ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ จำนวน ๑๒ คน ในแบบทดสอบก่อนเรยี นมคี ะแนนเฉลย่ี ร้อย
ละ ๔๐.๔๑ และหลงั จากการจัดเรียนรนู้ กั เรียนมคี ะแนนเฉล่ียในแบบทดสอบหลงั เรียน รอ้ ยละ ๗๑.๒๕
แสดงให้เห็นว่านกั เรยี นมีพัฒนาการด้านการอ่านสะกดคำเพิ่มข้นึ จากเดิม นกั เรียนสามารถทำคะแนนได้
ดีอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แสดงให้เห็นว่าการใช้ทฤษฎี Brain-based Learning (BBL) โดยใช้สี ในการ
แยก พยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และตวั สะกด สามารถช่วยพฒั นาทกั ษะการอา่ นของนกั เรยี นไดด้ ียง่ิ ขน้ึ
ข้อเสนอแนะ
๑. ในการทำวจิ ัยครั้งตอ่ ไป อาจเพิ่มขอบเขตของเน้ือหาในการทำวจิ ยั เพือ่ เพมิ่ ผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรียนของนักเรยี น
๒. การให้กำลงั ใจ คำยกย่อง ชมเชย ทำใหน้ ักเรียนมกี ำลงั ใจในการฝึกฝนพฒั นาทกั ษะการอ่าน
ครูควรใชแ้ ทรกในเน้ือหามนแตล่ ะบท
เอกสารอา้ งองิ
จารุวรรณ จนั ทรเ์ กิด.(๒๕๖๒).การส่งเสริมทักษะการอา่ นสะกดคำของนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๑.
สุราษฎรธ์ านี.สบื คน้ จาก http://bhs.tpp.ac.th/ep๐๑/wp-content/uploads/๒๐๒๐/
๐๒/%E๐%B๘%A๗%E๐%B๘%B๔%E๐%B๘%๘๘%E๐%B๘%B๑%E๐%B๘%A๒%E๐%B๘%๘
A%E๐%B๘%B๑%E๐%B๙%๘๙%E๐%B๘%๙๙%E๐%B๙%๘๐%E๐%B๘%A๓%E๐%B๘%B๕%
E๐%B๘%A๒%E๐%B๘%๙๙-%E๐%B๘%๙B.%E๐%B๙%๙๑-%E๐%B๘%๘๔%E๐%B๘%A๓%E
๐%B๘%B๙%E๐%B๘%๘๘%E๐%B๘%B๒%E๐%B๘%A๓%E๐%B๘%B๘%E๐%B๘%A๗%E๐%
B๘%A๓%E๐%B๘%A๓%E๐%B๘%๙๓.pdf
ศูนย์การเรยี นรู้มหาวทิ ยาลยั รังสติ .(๒๕๖๕).การเรียนร้โู ดยใชส้ มองเปน็ ฐาน.สืบคน้ จาก
https://lc.rsu.ac.th/weblog/๑๑
ภาคผนวก
แบบทดสอบดา้ นการอา่ น ( Pre-test)
นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๑. ตา ๒. หู
๓. งวง ๔. รัก
๕. ใบโบก ๖. ดีใจ
๗. ให้ ๘. แม่
๙. ลาน ๑๐. ภผู า
๑1. ไก่ ๑๒. ลูกชา้ ง
๑๓. คอ ๑๔. ห้ิว
๑๕. เดก็ ๑๖. โบกมอื
๑๗. เพ่ือน ๑๘. ร้อง
๑๙. หนา้ ๒๐. โรงเรียน
๑. ตา แบบทดสอบดา้ นการอา่ น ( Pos-test)
นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๒. หู
๓. งวง ๔. รัก
๕. ใบโบก ๖. ดใี จ
๗. ให้ ๘. แม่
๙. ลาน ๑๐. ภผู า
๑1. ไก่ ๑๒. ลูกชา้ ง
๑๓. คอ ๑๔. หว้ิ
๑๕. เดก็ ๑๖. โบกมอื
๑๗. เพ่ือน ๑๘. รอ้ ง
๑๙. หนา้ ๒๐. โรงเรียน
บทท่ี ๑๒ วันสงกรานต์
บทที่ ๑๒ วันสงกรานต์
บทท่ี ๑๒ วันสงกรานต์
บทที่ ๑๒ วันสงกรานต์
บทท่ี ๑๒ วันสงกรานต์
บทที่ ๑๒ วันสงกรานต์
บทที่ ๑๒ วันสงกรานต์
บทท่ี ๑๒ วันสงกรานต์
บทท่ี ๑๒ วันสงกรานต์
บทที่ ๑๒ วันสงกรานต์
บทที่ ๑๑ ชา้ งน้อยน่ารกั
บทที่ ๑๑ ช้างนอ้ ยนา่ รกั
บทที่ ๑๑ ชา้ งน้อยน่ารกั
บทที่ ๑๑ ช้างนอ้ ยนา่ รกั
บทที่ ๑๑ ชา้ งน้อยน่ารกั
บทที่ ๑๑ ช้างนอ้ ยนา่ รกั
บทที่ ๑๑ ชา้ งน้อยน่ารกั
บทที่ ๑๑ ช้างนอ้ ยนา่ รกั
บทที่ ๑๑ ชา้ งน้อยน่ารกั
บทที่ ๑๑ ช้างนอ้ ยนา่ รกั
บทที่ ๑๑ ชา้ งน้อยน่ารกั
บทที่ ๑๑ ช้างนอ้ ยนา่ รกั
บทที่ ๑๐ เพอ่ื นรใู้ จ
บทท่ี ๑๐ เพ่อื นรใู้ จ
บทที่ ๑๐ เพอ่ื นรใู้ จ
บทท่ี ๑๐ เพ่อื นรใู้ จ
บทที่ ๑๐ เพอ่ื นรใู้ จ
บทท่ี ๑๐ เพ่อื นรใู้ จ
บทที่ ๑๐ เพอ่ื นรใู้ จ
บทท่ี ๑๐ เพ่อื นรใู้ จ
บทที่ ๑๐ เพอ่ื นรใู้ จ
บทท่ี ๑๐ เพ่อื นรใู้ จ
บทที่ ๑๐ เพ่ือนรูใ้ จ
บทที่ ๙ เกือบไป
บทท่ี ๙ เกอื บไป
บทที่ ๙ เกอื บไป
บทท่ี ๙ เกอื บไป
บทที่ ๙ เกอื บไป