แบบเสนอข้อมูลขององค์กรที่ได้รับการเสนอชื่อ เป็นองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น ประจำปี ๒๕๖๖ ************************* ๑. หน่วยงานที่เสนอ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ๒. ประวัติขององค์กร - ชื่อองค์กร มูลนิธิแก้วคุ้มครอง - ประเภทขององค์กร หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน องค์กรธุรกิจ/รัฐวิสาหกิจ - สถานที่ตั้ง เลขที่ ๕๙ ถนน ประเทืองถิ่น ตำบลบางมูลนาก อำเภอ บางมูลนาก จังหวัดพิจิตร รหัสไปรษณีย์๖๖๑๒๐ โทรศัพท์มือถือ ๐๘ ๐๐๒๙ ๐๙๔๙ อีเมล [email protected] - ประวัติความเป็นมาขององค์กร มูลนิธิแก้วคุ้มครองจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิตั้งแต่วันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๒ โดยนายปรีดา โรจนายน กับพวก โดยมีจุดเริ่มต้นจากความเคารพและศรัทธาร่วมกันของชาวบางมูลนากที่มีต่อองค์เจ้าพ่อแก้ว ใน ฐานะเทพเจ้าที่ปกป้องดูแลให้ความสงบสุขความปลอดภัยแก่ผู้คนในชุมชนบางมูลนาก ตามความเชื่อของ ชาวไทยเชื้อสายจีน การจัดตั้งมูลนิธิแก้วคุ้มครองในระยะแรก มีคุณวิศิษฐ์ โรจน์พจนรัตน์และคุณปรีดา โรจนายน เห็นว่า ควรตั้งองค์กรเพื่อดูแลชาวบางมูลนาก เนื่องจากในขณะนั้นโจร ขโมยชุกชุม จึงได้ร่วมกันจัดหาอาคารเพื่อ เป็นที่พักชั่วคราวให้กับเจ้าหน้าที่ ที่คอยตรวจตราและบอกเวลาในตลาดบางมูลนาก และยังฝึกอบรมการ ใช้อุปกรณ์ดับเพลิงแก่จิตอาสา เตรียมจัดหาอุปกรณ์ดับเพลิงตามจุดต่าง ๆ ในชุมชน โดยตั้งชื่อหน่วยงานนี้ ว่าศูนย์ชาละวัน ศูนย์ชาละวันได้ช่วยเหลือชาวบางมูลนากและชุมชนข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๔๘ มูลนิธิแก้วคุ้มครองมีแนวคิดสร้างศาลเจ้าพ่อแก้วแห่งใหม่ เพื่อรองรับชาวบางมูลนากที่ศรัทธาในองค์เจ้า พ่อแก้ว และได้ศาลเจ้าแห่งใหม่เสร็จในปี พ.ศ.๒๕๕๐ ตั้งแต่นั้นมามูลนิธิแก้วคุ้มครองก็เริ่มขยายภารกิจ ทางสังคมให้กว้างขวางขึ้น เช่น การสนับสนุนทุนการศึกษา การส่งเสริมการศึกษา การบรรเทาทุกข์ ผู้ประสบภัยพิบัติ การร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ นอกจากนี้มูลนิธิแก้วคุ้มครองยัง ทำหน้าที่ส่งเสริมวัฒนธรรม ประเพณี อันดีงาม อย่างต่อเนื่องกว่า ๒๐ ปี โดยการสนับสนุนให้จัดงาน
ประจำปีเจ้าพ่อแก้ว จนกลายเป็นประเพณีที่รวมใจชาวบางมูลนากที่อยู่ในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศได้กลับมา บางมูลนาก ก่อให้เกิดสำนึกรักถิ่นฐานบ้านเกิดและทำให้มูลนิธิแก้วคุ้มครองมีรายได้เพื่อจัดกิจกรรมทาง สังคมมาโดยตลอด นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มูลนิธิแก้วคุ้มครอง ยังได้จัดโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมทางสังคมอีก หลายโครงการ เช่นการจัดโครงการชาวบางมูลนากสุขภาพดี…สู้ภัยมะเร็งเต้านม โครงการสนับสนุน ช่วยเหลือกรณีโรคระบาด โควิด-๑๙ โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก เป็นต้น ภารกิจทั้งหลายที่มูลนิธิแก้วคุ้มครองดำเนินการล้วนเกิดจากชาวบางมูลนากที่เป็นจิตอาสาทั้งสิ้นและ มูลนิธิแก้วคุ้มครองเชื่อมั่นว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นนั้นตรงตามวิสัยทัศน์ที่มูลนิธิแก้วคุ้มครองตั้งไว้คือ “เราจะทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชาวบางมูลนาก ด้วยความสามัคคีและโปร่งใส” - โครงสร้างองค์กร - คณะกรรมการมูลนิธิแก้วคุ้มครอง ๑.นางเมตตา สุขสวคนธ์ ประธานมูลนิธิ ๒.นายเขต เส็งพานิช รองประธานมูลนิธิ ๓.นายประเสริฐ ตระการศิริ ๔. นายวิศาล ประวัติเมือง ๕.นายอภิสิทธิ์ ประวัติเมือง ๖.นายจิรวัฒน์ ลาภะชัยวิวัฒน์ ๗.นายจตุพล เปียฉ่ำ ๘.นายอภิรักษ์ เป้าขันธุ์
๙.นายกิตติพล แสงอินทร์ ๑๐.นางศรีรัตน์ กริษฐาทิพย์ ๑๑.นางสาวภารดี ฉิมชาญเวท ๑๒.นายพงษ์ศิรินทร์ จีนปั้น ๑๓.นายณัฐพร วงศ์แสงทอง ๑๔.นายยุทธจักร เรืองเดชาวิวัฒน์ ๑๕.นายหิรัญ อาจองค์ ๑๖.นายชยานนท์ ธัมมิกกะกุล ๑๗.นายกวีรพรรษ์ อึ้งสุรีย์ธีระวัฒน์ ๑๘.นายณัฏฐวัฒน์ ศิริกมลทิพย์ ๑๙.นายบารมี วีระเศรษฐกุล เหรัญญิกมูลนิธิ ๒๐.นางอัจฉริยา ขำแป้น เลขานุการมูลนิธิ - วิสัยทัศน์ “เราจะทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชาวบางมูลนาก ด้วยความสามัคคีและ โปร่งใส” - พันธกิจ ๑.พัฒนาและส่งเสริมการศึกษา ศิลปะ การกีฬา ให้แก่เยาวชน ๒.ส่งเสริมและสนับสนุนสังคมผู้สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ๓.ส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่ ประเพณี วัฒนธรรม ๔.สนับสนุนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพื่อให้สังคมน่าอยู่ ๕.บริหารงานอย่างมีระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด วัตถุประสงค์ของมูลนิธิแก้วคุ้มครอง 1. เพื่อส่งเสริมการศึกษา โดยให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี เรียบร้อย แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 2. เพื่อส่งเสริมการศึกษา โดยจัดอบรมจัดกิจกรรมหรือฝึกวิชาชีพให้เป็นพลเมืองดี มี ความสามารถเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต ๓. เพื่อช่วยเหลือ ปรับปรุงและพัฒนาสถานศึกษาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ๔. เพื่อให้ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ สาธารณภัยและให้สวัสดิการแก่ผู้ ได้รับความเดือดร้อนตามทำนองครองธรรม ๕. เพื่อให้การช่วยเหลือและร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชนและองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อ สาธารณประโยชน์ของส่วนรวม ๖. ไม่ดำเนินกิจกรรมใด ๆ อันเกี่ยวข้องกับการเมือง
๓. ประวัติการทำงานขององค์กร - รายละเอียดการทำงานขององค์กรตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน (โดยสังเขป) มูลนิธิแก้วคุ้มครองจัดตั้งเป็นมูลนิธิตั้งแต่วันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๒ เป็นองค์กรภาคประชาชน ที่มี จุดเริ่มต้นจากการดูแลความปลอดภัยของชุมชนที่อยู่และขยายภารกิจงานให้กว้างขวางขึ้น ตลอด ๒๔ ปี ที่ผ่านมา การทำงานของมูลนิธิแก้วคุ้มครอง ผ่านการทำงานจากจิตอาสาชาวบางมูลนากผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมา ช่วยกันทำ ในสิ่งที่ตนถนัด โดยมีคำขวัญที่ผู้ร่วมงานพึงระลึกเสมอคือ “เพื่อชาวบางมูลนาก” มูลนิธินำวิสัยทัศน์และคำขวัญมากำหนดเป็นกลยุทธ์ พันธกิจ และแผนงานทุก ๒ ปี เพื่อให้การ ดำเนินงานของมูลนิธิฯ สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยพยายามทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของ ประชาชน สอดคล้องกับนโยบายของรัฐ อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน และเชื่อว่าสิ่งที่มูลนิธิแก้วคุ้มครองทำ นั้นจะเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นได้นำไปปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติได้ - ผลงานที่สำคัญดีเด่นขององค์กร ๑. โครงการ ชาวบางมูลนากสุขภาพดี..สู้ภัยมะเร็งเต้านม โดยความร่วมมือระหว่าง โรงพยาบาลนมะ รักษ์และมูลนิธิแก้วคุ้มครอง ด้วยมูลนิธิแก้วคุ้มครอง และโรงพยาบาลนมะรักษ์ มีแนวคิดที่พัฒนาคุณภาพชีวิตชาว บางมูลนาก ให้เป็นชุมชนที่มีความสุข โดยที่ รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการรักษาโรคมะเร็งเต้านม จาก รพ.นมะรักษ์ในฐานะลูกหลานชาวบางมูลนาก มีความประสงค์จะให้ความสนับสนุนการรักษาโรคมะเร็ง เต้านมให้กับชาวบางมูลนากที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านม ที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในการเข้าถึงการรักษา จึงได้ ร่วมมือกับมูลนิธิแก้วคุ้มครองในฐานะเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ จัดทำเกิดโครงการนี้ขึ้น เพื่อคัดเลือกผู้ป่วย มะเร็งเต้านม เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลนมะรักษ์รักษาโดยการผ่าตัด และส่งต่อโรงพยาบาลตามสิทธิ์เพื่อทำการ รักษาด้วยการให้เคมีบำบัดหรือฉายแสงต่อไป ปัจจุบันมูลนิธิแก้วคุ้มครองได้คัดเลือกผู้ยากไร้ที่ป่วยเป็นมะเร็งเต้า นม จำนวน ๓ ราย เพื่อเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลนมะรักษ์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และมูลนิธิแก้วคุ้มครองสนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการติดตามโรค
๒.โครงการพัฒนาหน่วยกู้ภัยมูลนิธิแก้วคุ้มครองให้เป็นมาตรฐานและพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กู้ชีพ เพื่อช่วย ให้ชุมชนบางมูลนากปลอดภัย ได้รับการดูแลเมื่อเกิดสาธารณภัย สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิแก้วคุ้มครอง คือให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ สาธารณภัยและให้สวัสดิการแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อนตาม ทำนองครองธรรม ๓.การพัฒนาพื้นที่ชุมชนริมน้ำซึ่งในอดีตกว่า ๑๐๐ ปี พื้นที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่ย่านการค้าที่สำคัญ ที่สุด แต่เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปทำให้พื้นที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง มูลนิธิแก้วคุ้มครองจึงประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ปรับปรุงภูมิทัศน์ และบูรณะอาคารหลายหลังให้กลับมามีชีวิตเหมือนในอดีต นอกจากนั้น ยังพัฒนาอาคารให้เป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชน เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รู้จักชุมชน ของตนเองให้มากขึ้น อีกทั้งเป็นการสร้างพื้นที่สาธารณะให้กับชาวบางมูลนากเพิ่มขึ้น โดยมีผลพลอยได้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอบางมูลนากอีกด้วย
- สิ่งที่เป็นตัวอย่าง หรือแบบฉบับที่ดีต่อสังคม ๑. ส่งเสริมการศึกษา โดยให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี เรียบร้อยแต่ขาด แคลนทุนทรัพย์ ๑.๑ มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนในเขตอำเภอบางมูลนาก ทั้งสิ้น ๓๒๕ ทุน ๑.๒ มอบเงิน โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม เพื่อส่งเสริมการศึกษา ๑.๓ เป็นกำลังใจ ให้ หลานๆ มัคคุเทศก์น้อย จัดรางวัล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้มุมานะ พยายาม ฝึกซ้อม กันต่อไป ๑.๔ ประธานมูลนิธิแก้วคุ้มครอง เข้าร่วมพิธีไหว้ครู และ มอบเกียรติบัตรให้นักศึกษาที่มีผลงานใน กิจกรรมต่างๆ ของวิทยาลัยชุมชนพิจิตร รวมทั้งรับชมการแสดงรำไทยจากนักศึกษา และมอบทุนการศึกษาและ
รางวัลให้นักศึกษาที่แสดงรำไทยด้วยทุนทรัพย์ส่วนตัว นับเป็นความร่วมมือในชุมชนใกล้เคียงที่ดียิ่ง วิทยาลัยชุมชน พิจิตร (โพทะเล) ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าบัว นักศึกษาส่วนใหญ่ มาจากอำเภอบางมูลนาก และอำเภอโพทะเล ๒. เพื่อส่งเสริมการศึกษา โดยจัดอบรมจัดกิจกรรมหรือฝึกวิชาชีพให้เป็นพลเมืองดี มีความสามารถ เลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวได้ในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมให้บุคลากรในหน่วยงาย พัฒนาศักยภาพจนได้รับรางวัล ๒.๑ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิแก้วคุ้มครอง พยายามพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ เป็นอาสากู้ภัย จน ยกระดับเป็นหน่วยกู้ภัยและเป็นหน่วยกู้ชีพ รวมทั้งดูแลส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมเพื่อเพิ่มทักษะในการกู้ชีพ เพื่อ ช่วยเหลือประชาชนในเขตอำเภอบางมูลนาก
๒.๒ มูลนิธิแก้วคุ้มครอง ในฐานะหนึ่งในกรรมการ พชอ.บางมูลนาก ในภาคส่วนเอกชน ได้รับคัดเลือก จากคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ) บางมูลนาก ให้เป็นตัวแทนเข้าร่วม โครงการวิจัย การศึกษาวิจัยบทบาทและการรับรู้ของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ) ในการลดความ เหลื่อมล้ำของประชาชน เขตสุขภาพที่ ๓ โดยมีสาธารณสุขอำเภอบางมูลนาก เป็นตัวแทนในส่วนสาธารณสุขจาก ทั้งเขตสุขภาพที่ ๓ และ ตัวแทนจากจังหวัดอื่น ในเขตสุขภาพที่ ๓ ในส่วนราชการ เอกชน และ ประชาชน ผลของ การวิจัย จะย้อนกลับมาส่งเสริมให้ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
๒.๓ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิแก้วคุ้มครอง ได้ก้าวขึ้นมาสู่หน่วยกู้ชีพมูลนิธิแก้วคุ้มครอง โดยใช้เวลากว่าสามปี เสริมสร้างความรู้ความสามารถให้กับจิตอาสา ส่งอบรมความรู้ทางวิชาการในการช่วยเหลือผู้ป่วย และการบรรเทา สาธารณะภัยอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการส่งเสริมการศึกษาให้กับเจ้าหน้าที่ของเราในทุกระดับ จนกระทั่งมูลนิธิฯ สามารถขึ้นทะเบียนหน่วยกู้ชีพได้ ๒.๔ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๕ หน่วยกู้ชีพมูลนิธิแก้วคุ้มครอง และกู้ชีพ ใน อ.บางมูลนาก ฟื้นฟู การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการใช้เครื่อง AED ให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพมีความรู้ ความสามารถ นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย และแบ่งเขต การปฏิบัติหน้าที่ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๕ ที่โรงพยาบาลบางมูลนาก
๒.๕ โครงการ AED เพื่อชาวบางมูลนาก จัดซื้อเครื่อง AED เพื่อช่วยชีวืตชางบางมูลนาก เนื่องจาก เครื่อง AED มีจำนวนน้อย อาจไม่ทันการเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน โดยเปืดโอกาสให้หน่วยกู้ชีพอื่นยืมใช้ได้
๒.๖ มูลนิธิแก้วคุ้มครอง ขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีบุคลากรที่มีความสามารถในองค์กร เป็น ผู้ที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม ปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง ได้เป็นอย่างดี และ มีจิตอาสาที่ มาช่วยทำงานเพื่อส่วนรวม โดยมีคณะกรรมการของมูลนิธิแก้วคุ้มครอง ๒ ท่าน ได้รับรางวัลจาก สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระ บรมราชูปถัมภ์ คือ ๑. แม่ดีเด่นแห่งชาติ #สาขาแม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม คือ นางอัจฉริยา ขำแป้น ๒. ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่คือ นายประเสริฐ ตระการศิริ เข้ารับพระราชทานรางวัล จาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณี สิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๕
๓. เพื่อช่วยเหลือ ปรับปรุงและพัฒนาสถานศึกษาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป รวมทั้งพัฒนา บูรณะตลาด ฟื้นอดีตบางมูลนาก และจัดทำพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก ๓.๑ โครงการมัคคุเทศน์น้อย ด้วยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิแก้วคุ้มครองและโรงเรียนโถงจื้อบางมูล นากสหสงเคราะห์วิทยา มีแนวคิดเพื่อฝึกมัคคุเทศน์น้อย ฝึกนักเรียนให้กล้าแสดงออก ให้เด็กๆได้เรียนรู้ ค้นคว้า ความเป็นมา ความสำคัญของประวัติบ้านเกิดของตนเอง ภาพจำเหล่านี้ จะทำให้พวกเขาจดจำไปจนเติบใหญ่ และ กลับมาช่วยเหลือบ้านเกิดเมืองนอน หรือบ้านที่เคยอาศัย รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวบางมูลนากให้เป็นที่รู้จัก อย่างแพร่หลาย ภาพจำที่งดงามจะฝังลึกในจิตใจของเด็กที่กำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้ พวก เขามีโอกาสได้แสดงต่อหน้าศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งช่อรายการโทรทัศน์ต่างๆ
๓.๒ เป็นแหล่งเรียนรู้ นอกสถานที่ ให้ทุกโรงเรียนในอำเภอบางมูลนาก ที่มาเยี่ยมชม ตลาดฟื้นอดีต บางมูลนาก และ พิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก
๓.๓ ต้อนรับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ เนื่องจาก อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เห็นผลงานที่มูลนิธิแก้วคุ้มครองพัฒนาพื้นที่ย่านตลาดเก่าบางมูลนาก จึงมาเยี่ยมให้กำลังใจทีมงาน พร้อมทั้งวาดรูปไว้ให้เป็นที่ระลึก ๓.๔ บูรณะ และจัดทำพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก จัดพื้นที่ให้เป็นห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับชาว บางมูลนาก โดยจะจัดเป็นนิทรรศการหมุนเวียน และจะนำเรื่องราวเหล่านั้นเข้าไปจัดเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ชาวบาง มูลนาก เพื่อแสดงให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของบางมูลนากในอดีต ร่วมบูรณะศาลเจ้าพ่อแก้วเก่าในอดีต ให้กลับมา มีชีวิตอีกครั้ง ร่วมพัฒนา อดีตร้านราดหน้าชื่อเสียงโด่งดังที่เจ้าของบ้าน ทิ้งร้างไว้ ๓๐ ปี เป็น ความทรงจำร่วมของ ชาวบางมูลนาก ร่วมสร้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก ที่ได้รับการบริจาค เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ของชาวบางมูลนากสืบต่อไป
ก่อนบูรณะ หลังบูรณะ
๓.๕ บูรณะอาคารไม้ริมน้ำ เพื่อจำลองเรื่องราวในอดีตและรวบรวม จัดแสดงภาพเมืองบางมูลนากใน อดีต เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำร่วมกันของชาวบางมูลนาก ก่อนบูรณะ หลังบูรณะ เป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเช็คอินของอำเภอบางมูลนาก
๓.๖ จัดเพิ่มพื้นที่สาธารณะในชุมชน โดยใช้ ศิลปะเข้ามาช่วยเป็นแรงดึงดูด เพื่อทำเป็นแหล่งเรียนรู้ ให้กับเด็กและเยาวชน โดยขอใช้ผนังบ้านมาวาดภาพ น้องนากตัวใหญ่ สัญลักษณ์ของอำเภอบางมูลนาก ปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวเป็นเป็นจุดท่องเที่ยวของอำเภอบางมูลนาก ก่อนทำ
หลังทำ ๓.๗ หลังจากพัฒนาพื้นที่ตลาดฟื้นอดีตบางมูลนากแล้ว เจ้าของบ้านในบริเวณนั้น เห็นการพัฒนาที่ มูลนิธิแก้วคุ้มครองดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จึงมอบอาคารให้มูลนิธิแก้วคุ้มครองเพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ชาว บางมูลนาก รับมอบบ้านที่ บริจาค บวงสรวงเจ้าที่ก่อนการบูรณะ
รับมอบกรรมสิทธิ์อาคารอย่างเป็นทางการจากเจ้าของเดิมเพื่อปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก ๓.๗ ได้รับมอบกรรมสิทธิ์ในที่ดินข้างพิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก เพื่อจัดเป็นพื้นที่สาธารณะของพิพิธภัณฑ์ ๔ เพื่อให้ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ สาธารณภัยและให้สวัสดิการแก่ผู้ได้รับ ความเดือดร้อนตามทำนองครองธรรม ๔.๑ โครงการบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิแก้วคุ้มครองซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีวัตถุให้ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ สาธารณภัยและให้สวัสดิการแก่ผู้ได้รับความเดือดร้อนตามทำนองครองธรรม เมื่อเกิดเหตุตลิ่งทรุดพังทำให้บ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำน่านพังเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน มูลนิธิแก้วคุ้มครอง ได้ให้ความช่วยเหลือโดยมอบถุงยังชีพและปัจจัยในการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้เสียหาย ในวันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
๔.๒ ในวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๕ เกิดอุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก ความเสียหายเพิ่ม มากขึ้น เทศบาลบางมูลนากต้องระดมจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ ช่วยในการกรอกทราย ทำพนังกั้นน้ำ มูลนิธิแก้ว คุ้มครองในฐานะองค์กรสาธารณกุศล จึงมีโครงการสนับสนุนอาหารให้เจ้าหน้าที่ และจิตอาสา รวมทั้งผู้ประสบภัย ตั้งแต่วันที่ ๖-๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๕
๕ เพื่อให้การช่วยเหลือและร่วมมือกับองค์กรภาคเอกชนและองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ ของส่วนรวม ๕.๑ คณะกรรมการมูลนิธิแก้วคุ้มครอง ร่วมกับหน่วยกู้ภัยแก้วคุ้มครอง ร่วมกันผลิตแผ่นป้องกันละออง ฝอยบริเวณใบหน้า ( face shield ) สำหรับกันเชื้อโคโรนาไวรัส เพื่อมอบให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในช่วงเดือน เมษายน พ.ศ.๒๕๖๓ ๕.๒ มูลนิธิแก้วคุ้มครองประสานงานให้มูลนิธิเฮอริเทจ ประเทศไทย ร่วมกับโครงการเพื่อนธรรมวารีสู้ภัย โควิด ส่งกำลังใจแก่นักรบสีขาวผ่านมูลนิธิแก้วคุ้มครอง มูลค่า ๑,๐๓๔,๘๐๐บาท (ส่งทั่วประเทศ) โดย มูลนิธิแก้ว คุ้มครองเป็นผู้ส่งให้ รวมทั้ง นำสิ่งของที่ได้รับมอบให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังโรคโควิด๑๙ ตามจุดต่าง ๆ ในจังหวัดพิจิตร
๕.๒ มูลนิธิแก้วคุ้มครอง ขอรับบริจาคข้าวสาร และนำไปแจกจ่ายแก่ผู้เดือดร้อนจากผลกระทบจาก โรคระบาด โควิด-๑๙ โดยผ่านอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในเขตเทศบาลเมืองบางมูลนาก กรรมการมูลนิธิฯและหน่วยกู้ภัยแก้วคุ้มครองนำไปมอบให้ตามบ้าน
๕.๓ ช่วยเหลือการยังชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-๑๙ โดยร่วมใจกันแจกอาหารถุง ที่ หน้าศาลเจ้าพ่อแก้ว ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ ๒๙ เมษายน ถึง ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๔ โดยเริ่มต้นจากวันละหม้อ ซึ่ง ต่อมามีผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมจำนวนมาก จนเพิ่มเป็นวันละ ๖-๗ หม้อ
๕.๔ ส่งมอบอาหาร เป็นกำลังใจให้ เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลบางมูลนาก โรงพยาบาลสนาม ทั้ง ๓ แห่ง ๕.๕ โครงการแก้วสารพัดนึกแก่พี่น้องชาวบางมูลนากเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๔ คณะกรรมการมูลนิธิแก้วคุ้มครอง และ จิตอาสา ร่วมสนับสนุนจัดอาหารแจกจ่าย ๕.๖ แจกหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ในเขต เทศบาลเมืองบางมูลนาก เพื่อลดการกระจาย เชื้อของโรคระบาดโควิด-๑๙
๕.๗ โครงการ แก้วคุ้มภัยพาลูกหลานกลับบ้าน ในระยะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ในช่วงแรก การหาที่รักษาโรคทำได้ยากมาก ลูกหลานชาวบางมูลนากที่อยู่ต่างถิ่น หาที่รักษาไม่ได้ ต้องกลับมารักษาตัวที่บ้าน เกิด มูลนิธิแก้วคุ้มครองเป็นผู้ประสานงานให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ช่วยพากลับบ้าน ๕.๘ โครงการแก้วบันดาลต้านภัยโควิด มอบถุงแก้ววิเศษ ประกอบด้วย ยาแก้ไข้ ยาแก้ไอ ยาอม ยา ลดน้ำมูก ปรอทวัดไข้ เครื่องวัด ออกซิเจน ปลายนิ้ว ฟ้าทะลายโจร มาม่า มอบสู่กลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว โดยนำไปมอบที่ โรงพยาบาลสนามหรือศูนย์กักกัน
๕.๘ โครงการฉีดวัคซีน ในช่วงแรกที่ประชาชนยังเข้าไม่ถึงวัคซีน โดยขอรับการจัดสรรวัคซีน จาก สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ให้กับประชาชน โดยไม่จำกัดว่าอยู่ในพื้นที่อำเภอบางมูลนากหรือไม่ โดยไม่แสวงหาผลกำไร โดยจัดสรรให้ประชาชน ๒๖๖ ราย ฉีดที่โรงพยาบาลบางมูลนาก พิจิตร โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร โรงพยาบาลศรีสวรรค์ นครสวรรค์ ๕.๙ โครงการแพทย์อาสาคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินอาหาร และโรคตับคั่งไขมัน โดยมีคณะแพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นจิตอาสา ในวันที่ ๑–๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๕ ณ โรงพยาบาลบางมูลนาก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานในการเปิดงาน โดยมูลนิธิแก้วคุ้มครองมีส่วนร่วม ในการดูแลในเรื่องอาหาร กลางวัน รวม ๒ วัน ๘๓๐ คน
๕.๑๐ ดูแล ให้การช่วยเหลือให้ คนเร่ร่อนซึ่งเป็นลูกหลานคนบางมูลนาก ครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อื่น เมื่อกลับมาบางมูลนากในสภาวะคนเร่ร่อน มูลนิธิแก้วคุ้มครองพยายามดูแลเขาอยู่ โดยดูแลเรื่องสุขภาพ และ พยายามจะให้มีสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ของการเป็นพลเมืองบางมูลนาก ปัจจุบันได้ย้ายสิทธิการรักษาตามหลักประกัน สุขภาพมาที่โรงพยาบาลบางมูลนากแล้ว กำลังเตรียมรักษาเพื่อให้กลับมาเป็น คนปกติอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้ ๕.๑๑ มูลนิธิแก้วคุ้มครอง มอบเงินให้กับโรงพยาบาลบางมูลนาก เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ และ โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม เพื่อส่งเสริมการศึกษา ๕.๑๒ จัดงานทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อสมทบทุน สร้างบูรณะตลาดฟื้นอดีต และ สร้างพิพิธภัณฑ์ชาว บางมูลนาก โดยมี ศาตสราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เป็นประธานกิตติมศักดิ์ มี ข้าราชการระดับสูง นักการเมือง พ่อค้า ประชาชน ร่วมงาน ข้าพเจ้าจัดงานโดยประสานงานกับ สาธารณสุขอำเภอ และ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ ๓ มาจัดระบบการป้องกันโควิด-๑๙ อย่างเคร่งครัด ทำให้ ไม่มีการติดเชื้อใน งานทอดผ้าป่า ครั้งนั้น ได้เงินทั้งสิ้น ๒,๕๔๖,๘๒๘.๔๙ บาท ซึ่งจะนำไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็น “บางมูลนากเมืองน่าอยู่” หลังเสร็จสิ้นงานทอดผ้าป่า มีการเปิด พิพิธภัณฑ์ชาวบางมูลนาก โดย ศาตสราจารย์ เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี
๕.๑๓ ร่วมพัฒนาพื้นที่สาธารณะ สถานีรถไฟบางมูลนาก ให้น่าสนใจเป็นจุดเช็คอิน โดยตกแต่งสถานที่ ให้ สวยงาม ไว้คอยต้อนรับผู้โดยสาร ให้เป็นจุดเช็คอินอีกแห่งของอำเภอบางมูลนาก
๕.๑๔ มูลนิธิแก้วคุ้มครอง ภายใต้การนำของ คุณเมตตา สุขสวคนธ์ ประธานมูลนิธิ และคุณเขต เส็งพานิช รองประธานมูลนิธิ ต้อนรับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เยือนตลาดบางมูลนาก ชมตลาดฟื้นอดีต บางมูลนาก และ สักการะเจ้าพ่อแก้ว
๕.๑๕ มูลนิธิแก้วคุ้มครอง อำเภอทูบีนัมเบอร์วันอำเภอบางมูลนาก และคณะกรรมการ พชอ.บางมูลนาก ขอเชิญชวน กิจกรรมเดิน-วิ่งสนุกสุขภาพดี (RUN For FUN) ครั้งที่ ๔ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ในวัน อาทิตย์ที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๖ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนออกกำลังกาย และหารายได้สมทบกองทุน พัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.) อำเภอบางมูลนาก ภายใต้แนวคิด "คนบางมูลนาก ไม่ทอดทิ้งกัน"
๔. การได้รับรางวัลหรือประกาศเกียรติคุณ ลำดับ ที่ รางวัลหรือเกียรติคุณที่ได้รับ องค์การที่ให้ เมื่อ พ.ศ. ๑ ประกาศเกียรติคุณ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ๒๕๖๓ ๒ ประกาศเกียรติคุณ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๒๕๖๓ ๓ ประกาศเกียรติคุณ คุณเมตตา อุทกพันธุ์ ประธานบริหารบริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่งจำกัด (มหาชน) ๒๕๖๕ ๔ ประกาศเกียรติคุณ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ๒๕๖๕ ๕ ประกาศเกียรติคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ๒๕๖๖ ๖ ประกาศเกียรติคุณ คุณประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ๒๕๖๖
๕. เหตุผลที่เสนอชื่อเป็นองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น มูลนิธิแก้วคุ้มครองเป็นองค์กรที่เริ่มต้นจากการรวมตัวกันของชาวบางมูลนากรวมเพื่อช่วยกันดูแล ความ ปลอดภัยในชุมชน และค่อย ๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยขยายภารกิจดูแลชุมชนในด้านต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับพันธ กิจของมูลนิธิฯ คือ ๑. พัฒนาและส่งเสริมการศึกษา ศิลปะ การกีฬาให้แก่เยาวชน ๒. ส่งเสริมและสนับสนุนสังคมผู้ สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ๓. ส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่ ประเพณี วัฒนธรรม ๔. สนับสนุนและส่งเสริม การมีส่วนร่วมเพื่อให้สังคมน่าอยู่ ๕. บริหารงานอย่างมีระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๒-๒๕๖๖ มูลนิธิแก้วคุ้มครองได้นำแนวคิด “เมืองน่าอยู่” มาปรับใช้กับชุมชนบางมูลนาก คือการ ให้ความสำคัญกับกระบวนการทำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพทางกาย สุขภาพทางใจ สุขภาพ สังคม และพร้อมที่จะร่วมกันสร้างสรรค์สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม ต่อการดำรงชีวิต ซึ่งผลการทำงานของมูลนิธิ แก้วคุ้มครองอย่างต่อเนื่องโดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ เริ่มเห็นเป็นที่ประจักษ์ และสามารถเป็น ต้นแบบให้ชุมชนอื่นเห็นว่ากิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ ที่ร่วมกันทำจากภาคประชาชนจะนำพาให้ชุมชนเติบโตไป ด้วยกันอย่างยั่งยืน สมดังวิสัยทัศน์ที่มูลนิธิแก้วคุ้มครองตั้งไว้คือ “เราจะทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ชาวบางมูลนากด้วยความสามัคคีและโปร่งใส” ด้วยเหตุนี้จึงสมควร ได้รับการเสนอชื่อเป็นองค์การที่มีกิจกรรมทางสังคมดีเด่น (ลงนาม) .................................................................. ( นางเมตตา สุขสวคนธ์ ) ผู้เสนอ ตำแหน่ง ประธานมูลนิธิแก้วคุ้มครอง องค์การ มูลนิธิแก้วคุ้มครอง