The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทอดผ้าป่ากลางน้ำ - Copy

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by matine43, 2021-10-11 23:09:32

ทอดผ้าป่ากลางน้ำ - Copy

ทอดผ้าป่ากลางน้ำ - Copy

งานทอดผ้ากลางแม่น้าประแส (จดั ขึนในวันเพ็ญ เดอื นสบิ สอง ของทุกปี) มีการวางพุม่ ผ้าปา่ ไวต้ าม
บา้ นเรอื นของประชาชน เพอ่ื ใหพ้ ระสงฆไ์ ปทอดผา้ ตามสลากทไ่ี ด้ มีทงั งานกลางวนั และกลางคืน โดยมีการแข่งเรอื
พาย ประกวดร้องเพลง จดั ดนตรี ชมงาน ฯลฯ

การทอดผ้าป่ากลางนา้ (ในอดีต)

การทอดผ้าป่ากลางนา้ (ในปัจจุบัน )

ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป็ น ม า

ปากน้าประแส เป็นเมืองที่ติดชายทะเลแห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง ที่มี
ประเพณกี ารทอดผา้ ป่าท่ีแปลกกว่าทีอ่ ่นื ๆ คอื ประเพณที อดผ้าป่ากลางน้า สืบเนื่องจาก
ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพประมง ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือตลอด เรือจึงเปรียบเสมือนบ้าน
หลังท่ีสองของพวกเขา ชาวประมงเวลาอยากท้าบุญบ้าน (เรือ) ให้เป็นสิริมงคล จึงได้มี
การจัดท้าบุญทอดผ้าป่าขึนในเรือ ซึ่งเป็นประเพณีท่ีมีมานานกว่า 100 ปี จากการ
สอบถามบุคคลเก่าของชุมชนปากน้าประแส เม่ือปี พ.ศ.2534 คือ คุณแม่มณี หวาน
เสนาะ เกิดปี พ.ศ.2437 และคุณแม่พวง บุญช่วยรอด เกิดปี พ.ศ.2444 เดิมชาวประ
แสทป่ี ลูกบา้ นเรอื นอยูช่ ายหาด ชายคลองแมน่ ้าประแส ตังอยู่ห่าง ๆ กัน ไม่หนาแน่นนัก
มีอาชีพหาปลาโดยวิธีตกเบ็ด ยกยอ ทอดแห ดักรอก ฯลฯ ใช้พาหนะเรือแจวบ้าง เรือ
พายบ้าง ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธมาแต่บรรพบุรุษ เมื่อมีเงินมีทองก็คิดจะท้าบุญ
ซึง่ ชาวประแสจะมปี ระเพณีอย่อู ย่างหน่ึง เวลาบ้านใดท้าบุญบ้าน งานแต่งงาน ต้องมกี าร
ทอดผ้าป่าด้วย ผู้ที่ปลูกบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้าล้าคลองถ้าจะท้าบุญทอดผ้าป่าส่วนมาก
ตอ้ ง อาศัยเรือตัดไม้มาท้าพุม่ ผา้ ปา่ ใช้ไมไ้ ผ่ปกั ไวด้ า้ นหวั เรือ-ทา้ ยเรือ แล้วนิมนต์พระไป
สวดมนตท์ ีบ่ ้าน เวลาขากลบั นิมนต์ชกั ผา้ ป่าในเรือ แต่บางแห่งชักผ้าป่าก่อนสวดมนต์ก็มี
แต่บางแห่งถึงบ้านชักผ้าป่าก่อนก็มี แต่การจัดท้าบุญทุกครังคราว เข้าใจว่า ด้วยเหตุนี
เองจึงเป็นที่เกดิ ของ "ประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้า" ของชาวประแส

ประวัติความเป็นมา (ต่อ)

ประเพณีทอดผา้ ปา่ กลางนา้ ได้สืบทอดกนั มาระยะ ยาวนานแต่ไดม้ ีการ
หยุดการจดั ไประยะหนงึ่ เม่อื ปี พ.ศ.2484 เนื่องจากเกดิ สงครามอินโดจีน แล้วน้ามา
เร่ิมจดั ใหมใ่ น ปี พ.ศ.2487 ในชว่ งแรก ๆ จะทา้ พุ่มผ้าป่าไว้บนเรือแลว้ นมิ นต์
พระภกิ ษไุ ปชกั พุ่มผา้ ป่าบนเรอื ตอ่ มาคณะกรรมการฯ

เหน็ ว่าเปน็ การสรา้ งความลา้ บากใหก้ บั พระภกิ ษุ จึงไดม้ ีการเปล่ียนแปลง
การท้าพธิ ีชักผา้ ปา่ โดยให้ชาวประมงมาจดั พ่มุ ผา้ ปา่ ไวต้ ามบ้านแลว้ พระภกิ ษจุ บั สลาก
หมายเลขพุม่ ผา้ ปา่ และในปจั จบุ ันไดม้ กี ารวิวฒั นาการมาเรอ่ื ย ๆ มกี ารเปลี่ยนแปลง
โดยมีการท้าแพผา้ ป่าไวก้ ลางแมน่ า้ ประแส พรอ้ มนิมนต์พระท้าพิธที อดผา้ ปา่ บนแพ
ส่วนพมุ่ ผา้ ปา่ ตามบา้ นเรอื นประชาชนกค็ งไว้เหมือนเดมิ พระภิกษุจะจับสลากหมายเลข
พุม่ แลว้ เดนิ ชกั พุ่มผา้ ป่าตามหมายเลข ท่ีจบั ไดแ้ ละมีการจัดงานมหรสพประมาณ 3-4
วนั จดั ขนึ ทกุ ปี วันทอดผ้าป่ากลางน้าจะตรงกับวนั เพ็ญเดอื นสบิ สอง ส่วนวันอน่ื ๆ
แลว้ แตค่ ณะกรรมการจดั งานจะกา้ หนดกนั ในแต่ละปี

ชุ ม ช น ป า ก แ ม่ น้า ป ร ะ แ ส

ชุมชนปากน้าประแสเป็นชุมชนโบราณตังแต่สมัยอยุธยา มีความ
อดุ มสมบูรณด์ ้วยทรพั ยากรทางธรรมชาติ และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ประชากรที่อาศยั มีทงั ชาวไทยและชาวจีน พืนที่ชุมชนประแสมที ังส่วนที่ติดริมน้า
และด้านในที่ไม่ติดริมน้า ประชากรเกือบคร่ึงที่ตังบ้านเรือนอยู่ริมน้าประกอบ
อาชพี ประมง ขณะที่ประชากรทตี่ ังรกรากอยู่ในพนื ท่ีด้านในไม่ติดริมน้าตังแต่หน้า
วัดตะเคยี นงามไปจรดท่งุ คลองปนู ประกอบอาชพี ท้านา ทา้ สวน เช่น สวนมะมว่ ง
เปน็ หลัก ผลติ ภัณฑท์ ่ไี ด้จากการท้าประมงได้มีการแปรรูป ท้าให้เป็นสินค้าที่โดด
เดน่ ของชุมชน ชมุ ชนประแสไมเ่ พยี งมชี ื่อเสียงด้านอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์
แปรรปู จากอาหารทะเลเท่านันแต่ในชุมชนยงั มรี า้ นอาหารดงั หลายรา้ น

ค ว า ม สา้ คัญ

เหน็ วา่ เป็นการสรา้ งความล้าบากให้กบั พระภิกษุ จงึ ไดม้ กี ารเปลีย่ นแปลงการท้าพธิ ชี กั ผา้ ป่า
โดยใหช้ าวประมงมาจดั พุ่มผา้ ปา่ ไวต้ ามบ้านแลว้ พระภกิ ษุจบั สลากหมายเลขพุ่ม ผ้าป่า และในปจั จุบนั ได้
มีการวิวฒั นาการมาเรื่อย ๆ มกี ารเปลี่ยนแปลงโดยมีการท้าแพผา้ ปา่ ไว้กลางแม่น้าประแส พร้อมนมิ นต์
พระท้าพิธที อดผ้าป่าบนแพ สว่ นพมุ่ ผ้าปา่ ตามบา้ นเรือนประชาชนก็คงไว้เหมอื นเดมิ พระภกิ ษุจะจับสลาก
หมายเลขพุ่ม แล้วเดนิ ชกั พุ่มผา้ ป่าตามหมายเลข ท่ีจับได้และมีการจดั งานมหรสพประมาณ 3-4 วนั จัด
ขึนทุกปี วนั ทอดผ้าป่ากลางน้าจะตรงกับวันเพ็ญเดือนสบิ สอง ส่วนวันอื่น ๆ แลว้ แตค่ ณะกรรมการจัดงาน
จะก้าหนดกนั ในแตล่ ะปี

• วันที่จัดงาน

จะจดั งานขึนในฤดชู ว่ งดอื นพฤษภาคมถงึ เดือนกรกฎาคม เปน็ เเวลา 1 สัปดาห์
ราวเดอื น พ.ค. ของทกุ ปี

• สิ่งที่น่าสนใจ

วนั ทสี่ ้าคัญที่สุดในงานก็คอื วนั เปดิ งาน จะมีขบวนแห่รถประดับผลไม้จากสวน
ศรีเมอื งมายงั ตลาด ประกวดธดิ าชาวสวนท่สี วนศรีเมอื ง ช่วงบ่ายเป็นพธิ เี ปดิ มีการมอบ
รางวลั ขบวนรถประดบั ผลไม้ ทังประเภทสวยงามและความคดิ สร้างสรรค์ มอบรางวลั ใหธ้ ดิ า
ชาวสวนหลังจากนันจะมีการแข่งขันรบั ประทานผลไม้ สว่ นวนั อน่ื ๆ ก็มีเฉพาะการออกรา้ น
จ้าหนา่ ยผลติ ผลทางการเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ต่างๆ

• สาระ

การทอดผา้ ป่าแสดงให้เห็นถึงความสามคั คีเปน็ น้าหนง่ึ ใจเดียวกัน และหลังจากทอดผา้ ปา่
เสร็จเรยี บร้อยแลว้ ชาวบ้านได้จดั ใหม้ กี ารแขง่ ขันและมีการละเล่นต่าง ๆ ท่แี ปลกออกไป เช่น การ
แขง่ เรอื ขา้ มทุ่น เปน็ ต้น ซึ่งสรา้ งความสนกุ สนานครืนเครง เป็นการสืบทอดประเพณอี ันดีงามและ
สนุกสนานไปด้วย

ศ า ส น วั ต ถุ

๑. ควรมผี ้า
๒. ควรมีกิง่ ไมป้ ักไวด้ ้วย
๓. อุทิศถวายไม่เจาะจงพระรูปไหน

- การมีผ้าและกง่ิ ไม้ก็เพือ่ ใหส้ มกบั ค้าวา่ ผ้าปา่ คือ ผา้ ทีช่ าวบา้ นขาทงิ ไวใ้ นป่า
- การไมเ่ จาะจงพระรปู ใด กเ็ พราะผา้ ป่าเป็นผ้าที่ทอดสา้ หรบั ภกิ ษผุ ้ตู อ้ งการด้วยผา้ บงั สุกุลจวี ร
การทอดถวายผา้ ป่าในปจั จบุ นั แยกออกไปเป็นหลายประเท และกรรมวธิ ี เชน่ เปน็ ผา้ ปา่ หางกฐนิ
ผา้ ป่าโยงคอื การท้าหลายๆ กอง เช่น ผา้ ปา่ ๑0๘ กอง ผา้ ปา่ สามัคคี และผ้าปา่ ขอบคุณของพวกทศั นาจร

ค้าถวายผา้ ปา่

คา้ บาลี อมิ านิ มยงั ภันเต ปงั สุกูลจีวรานิ สปริวารานิ ภิกขสุ งั ฆสั สะ โอโณชยามะ สาธุโน ภนั เต ภกิ ขสุ ังโฆ
อมิ านิ ปงั สกุ ูลจวี รานิ ปฏิคคัณหาตุ อัมหากงั ทีฆรัตตงั หิตายะ สุขายะ
ค้าแปล ข้าแตพ่ ระสงฆ์ผู้เจรญิ ข้าพเจา้ ทงั หลาย ขอนอ้ มถวาย ผา้ บังสุกุลจีวร กบั ทังบริวารทงั หลายเหล่านี
แต่พระภิกษสุ งฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์ จงรับ ผา้ บังสกุ ุลจวี ร กับทังบริวารเหล่านี ของขา้ พเจา้ ทงั หลาย เพื่อประโยชนแ์ ละ
ความสขุ แก่ข้าพเจ้าทังหลายตลอดกาลนานเทอญ

ศ า ส น พิ ธี

ในช่วงแรกของการทอดผา้ ปา่ กลางนา้ ชาวบ้านได้จดั พุ่ม
ผ้าปา่ ไว้ในเรือแต่ละล้า แลว้ นิมนตพ์ ระขึนไปชักพุม่ ผ้าปา่ บนเรือ ซึ่ง
สร้างความล้าบากใหแ้ ก่พระเป็นอย่างย่งิ เพราะต้องลงเรอื แล้วออกจาก
ชายฝ่ัง เพื่อไปขึนเรอื ซ่งึ จอดอยู่กลางลา้ น้าประแสร์ แล้วจึงทา้ พิธชี ักพุ่ม
ผา้ ปา่ ตอ่ มาจึงเปลี่ยนให้เป็นการจดั พุม่ ผา้ ป่าไว้ในเรอื เพยี งลา้ เดยี ว แลว้
นา้ ไปจอดเทียบไว้ท่ที ่านา้ จากนนั นมิ นต์พระขึนไปชกั พุ่มผา้ ปา่ สว่ น
ชาวบา้ นตา่ งกจ็ ัดพุ่มผ้าปา่ ไวท้ ี่บา้ นของตนตามริมน้า แลว้ ให้พระภกิ ษุ
จบั สลากหมายเลขพุม่ ผา้ ป่า เมอ่ื ไดแ้ ลว้ จึงออกไปหาพ่มุ ผ้าป่าเพอ่ื ทา้ พธิ ี
ชกั พมุ่ ผา้ ปา่ ต่อไป วิธีนกี ส็ รา้ งความยุ่งยากพอสมควร เพราะพระบางรปู
กว่าจะหาพมุ่ ผ้าป่าพบก็เป็นเวลาดึกด่ืน

ศาสนพิธี (ต่อ )

ในปัจจบุ นั การทอดผา้ ป่ากลางนา้ ไดใ้ ชว้ ธิ ีการผสมผสานให้
สอดคลอ้ งกับสภาพปจั จบุ ันกล่าวคือ ชาวบ้านจดั พมุ่ ผา้ ปา่ ให้สวยงามใส่ไวใ้ น
เรอื ล้าใดลา้ หนึ่ง แลว้ แตจ่ ะตกลงกัน จากนนั นา้ เรือไปจอดกลางล้านา้ ประ
แสร์ นมิ นตพ์ ระ ๕-๑๐ รูป ไปฉนั เพลในเรือ ครันเวลาบา่ ย ๒ โมง จึง
นมิ นต์พระภิกษเุ พียงรปู เดียวขนึ ไปชกั พ่มุ ผ้าป่าในเรือ ภิกษรุ ปู อ่ืนๆ กไ็ ปจบั
สลากหมายเลขทว่ี ดั ตะเคยี นงาม ไดห้ มายเลขแลว้ จึงเดนิ ไปหาพมุ่ ผา้ ป่าตาม
บา้ นต่อไป และทา้ พธิ ีชกั พุ่มผ้าปา่ ซ่งึ ก็มักจะพอรกู้ นั ว่าบ้านใครอยูท่ ี่
ใด หลังจากประกอบพธิ ีกรรมทอดผ้าป่ากลางนา้ แลว้ ประชาชนจะร่วม
กจิ กรรมสนุกสนานรนื่ เริง โดยการจัดการละเลน่ อนั ได้แก่ การแข่งเรือพาย
แข่งพายกะโล่ แขง่ พายเรือข้ามลา้ ไม้ไผ่ แข่งชกมวยทะเล

ผู้ จั ด ท้า

นางสาวเมทินี สจั จมั่น รหัส 007 นายอนันต์ สายทอง รหัส 018
คณะครุศาสตร์ สาขาสงั คมศกึ ษา คณะครศุ าสตร์ สาขาสงั คมศึกษา

ขอบคุณค่ะ/ครับ


Click to View FlipBook Version