The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ข้อมูลพื้นฐาน 9 ประการ ประจำปี 2563 (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanjana Nualming, 2021-12-27 02:08:47

ข้อมูลพื้นฐาน 9 ประการ ประจำปี 2563 (1)

ข้อมูลพื้นฐาน 9 ประการ ประจำปี 2563 (1)

ประวัติจังหวดั พทั ลงุ

พัทลุงเป็นจังหวัดหน่ึงในภาคใต๎ของประเทศไทย ท่ีมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน ต้ังแตํ
สมัยกํอนประวัติศาสตร์ ดังปรากฏหลักฐานจากการค๎นพบขวานหินขัดในท๎องที่ท่ัวไปหลายอาเภอในสมัยศรี
วิชัย (พุทธศตวรรษท่ี 13 –14) บริเวณเมืองพัทลุงเป็นแหลํงชุมชนที่ได๎รับวัฒนธรรมอินเดียในด๎าน
พระพุทธศาสนาลัทธิมหายาน มีหลักฐานค๎นพบ เชํน พระพิมพ์ดินดิบจานวนมากเป็นรูปพระโพธิสัตว์ รูป
เทวดาโดยค๎นพบบรเิ วณถ้าคหู าสวรรค์ และถา้ เขาอกทะลุ

ในพุทธศตวรรษที่ 19 เมืองพัทลุงได๎ตั้งขึ้นอยํางม่ันคงภายใต๎การปกครองของกรุงศรีอยุธยา
ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ได๎ปรากฏช่ือเมืองพัทลุง ในกฎหมายพระอัยการนาทหารหัวเมือง พ.ศ. 1998
ระบุวําเมืองพัทลุงมีฐานะเป็นเมืองช้ันตรี ซึ่งนับได๎วําเป็นหัวเมืองหน่ึงของพระราชอาณาจักรทางใต๎ ท่ีตั้งเมือง
พัทลุงในระยะเริ่มแรกนั้นเช่ือกันวํา ต้ังอยํูที่เมืองสทิงพระ จังหวัดสงขลาในปัจจุบัน มักจะประสบปัญหาโดน
โจมตีจากกลํุมโจรสลัดมาเลย์อยํูเสมอ โดยเฉพาะอยํางย่ิงกลุํมโจรสลัดราแจะอารูและอุยงคตนะ ได๎เข๎า
ปล๎นสดมภโ์ จมตเี ผาทาลายเมืองอยูํเนือง ๆ

ในรัชสมัยพระเจ๎าทรงธรรม ด๏ะโต๏ะโมกอล ชาวมุสลิมที่อพยพมาจากเมืองสาเลห์ บริเวณหมํู
เกาะชวา ซงึ่ เป็นตน๎ ตระกูลของสุลตาํ นสุไลมาน แหงํ เมอื งสงขลาได๎เข๎ามาตั้งถิ่นฐานค๎าขาย ณ หัวเขาแดง แล๎ว
ตงั้ ประชาคมมุสลิมขึ้น ตรงนั้นอยํางสงบ ไมํมกี ารขดั แย๎งกับชาวเมอื งท่อี ยมูํ ากํอน ปักหลักอยํูยาวนานจนมีผ๎ูคน
อพยพมาอาศยั อยูํมากข้ึนในท่ีสุดก็พฒั นาขน้ึ มาเปน็ เมืองทําปลอดภาษี มีเรือสาเภาแวะเขา๎ มาซื้อ

บทบาทของดะโตะ๏ โมกอลไดร๎ ับการสนับสนุนจากอาณาจักรศรีอยุธยาด๎วยดี พระเจ๎าทรงธรรม
โปรดเกล๎าฯแตงํ ตง้ั เป็น "ขา๎ หลวงใหญํ" ผดู๎ ารงตาแหนํงนี้ตอํ มาคือทาํ นสุไลมานบุตรชายคนโต มีหน๎าที่ปกครอง
ดูแลรักษาความสงบของพื้นท่ีตั้งแตํตอนลํางของนครศรีธรรมราช มาจดเขตปัตตานี ครอบคลุมครึ่งลํางของ
เมืองตรัง ปะเหลียน พัทลุง และสงขลา นอกจากน้ีก็ต๎องเก็บสํวยสาอากรสํงถวายพระเจ๎าแผํนดินที่กรุงศรี
อยุธยา ทํานสุไลมานก็ได๎ทาหนา๎ ท่ีนเ้ี รยี บร๎อยด๎วยดีมาตลอด ตอํ มาได๎ยา๎ ยเมอื งสงขลาจากสทิงพระมายังหัวเขา
แดงซ่ึงมีชัยภูมิปูองกนั ตนเองไดด๎ ีกวาํ

ในสมัยสุลตํานสุไลมาน บุตรของดะโต๏ะโมกอล ได๎สํง ฟาริซีน๎องชายซ่ึงเป็นปลัดเมืองมาสร๎าง
เมืองใหมํที่เขาชัยบุรี เพื่อปูองกันศัตรูที่จะมาโจมตีเมืองสงขลาทางบก ภายหลังได๎รับโปรดเกล๎าฯ ให๎เป็นเจ๎า
เมอื งพัทลุง และได๎ย๎ายเมืองพัทลุงออกจากเมืองสงขลาต้ังแตํน้ัน และต้ังเมืองอยูํท่ีเขาชัยบุรีตลอดมาจนกระท่ัง
สน้ิ กรุงศรอี ยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2310

ในสมยั ธนบุรีและรตั นโกสนิ ทร์ ไดม๎ กี ารย๎ายสถานทตี่ งั้ เมืองอีกหลายครั้งและได๎ยกขึ้นเป็นเมือง
ช้นั โทในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟูาจุฬาโลกมหาราช ในชํวงนี้เมืองพัทลุงมีผ๎ูนาท่ีมีความสาคัญใน
การสรา๎ งความเจริญและความม่ันคงให๎กับบ๎านเมืองหลายทําน อาทิ พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) พระยาวิชิต
เสนา (ทองขาว)พระยาอภัยบริรักษ์ (จ๎ุย จันทร์โรจน์วงศ์) สํวนประชาชนชาวเมืองพัทลุงก็ได๎มีบทบาทในการ
รวํ มมอื กับผู๎นา ตํอสู๎ปอู งกนั เอกราชของชาติมาหลายครั้ง เชํน เม่ือสงครามเก๎าทัพ (พ.ศ. 2328 – 2329) พมํา
จัดกองทพั ใหญํ 9 ทัพ 1 ใน 9 ทัพ มเี กงหวนํุ แมงยเี ปน็ แมํทพั ยกลงมาตที างใต๎ ตีได๎เมืองกระบุรี ระนอง ชุมพร
ไชยา และนครศรธี รรมราชตามลาดับ และในขณะท่ีกาลังจัดไพรํพลอยํูที่นครศรีธรรมราช เพื่อจะยกมาตีเมือง
พัทลุงและสงขลานั้น พระยาพัทลุงโดยความรํวมมือจากพระมหาชํวยแหํงวัดปุาลิไลยก์ ได๎รวบรวมชาวพัทลุง
ประมาณ 1,000 คน ยกออกไปต้ังขดั ตาทพั ท่คี ลองทําเสม็ด

จนกระท่ังทัพของสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน๎าในรัชกาลท่ี 1 ทรงยกกองทัพมาชํวย
หัวเมืองปักษ์ใต๎ ตีทัพพมําแตกหนีไป พระมหาชํวยได๎รับโปรดเกล๎าฯ ให๎ลาสิกขาแล๎วแตํงต้ังเป็นพระยาทุก
ราษฎร์ชํวยราชการเมืองพัทลุง นอกจากสงครามกับพมําแล๎วชาวพัทลุงยังมีบทบาทสาคัญในการรักษาความ
มั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติในหัวเมืองภาคใต๎ เพราะปรากฏอยูํเสมอวําทางเมืองหลวงได๎มีคาสั่งให๎เกณฑ์
ชาวพัทลุง พร๎อมดว๎ ยเสบยี งอาหารไปทาสงครามปราบปรามกบฏในหวั เมืองมลายูเชํน กบฏไทรบุรี พ.ศ. 2373
และ พ.ศ. 2381 ซึ่งบทบาทดังกลําวนี้สะท๎อนให๎เห็นความสาคัญของเมืองพัทลุง ทางด๎านการเมือง การ
ปกครองในอดีตเปน็ อยาํ งดี

คร้ันรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎าเจ๎าอยํูหัว ได๎ปฏิรูปการปกครองเป็นแบบ
เทศาภิบาลใน พ.ศ. 2437 และได๎ประกาศจัดตั้งมณฑลนครศรีธรรมราชขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2439 ประกอบด๎วย
เมืองตํางๆ คือ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และหัวเมืองท้ัง 7 ที่เป็นเมืองปัตตานีเดิม สาหรับเมืองพัทลุง
แบํงการปกครองออกเป็น 3 อาเภอ คืออาเภอกลางเมือง อาเภออุดร และอาเภอทักษิณ ขณะนั้น ตัวเมือง
ตงั้ อยํูทตี่ าบลลาปา จนกระท่ัง พ.ศ. 2467 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล๎าเจ๎าอยูํหัว โปรดเกล๎าฯ ให๎ย๎ายเมือง
พัทลุงมาอยํูที่ตาบลคูหาสวรรค์ในปัจจุบัน เพ่ือจะได๎อยูํใกล๎เส๎นทางรถไฟ และสะดวกในด๎านติดตํอกับเมือง
ตํางๆ

ภเู ขาอกทะลุ ตั้งตระหงาํ นเป็นเสาหลกั เมอื ง และเปน็ สัญลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงดังปรากฏอยูํ
ในตราประจาจังหวัด ด๎านหน๎าภูเขาทางทิศตะวันออกของเมือง (ดังภาพ) เป็นบริเวณที่ตั้งของเมืองพัทลุงใน
ปจั จุบัน สมยั กอํ นเคยมีเจดียป์ ระดิษฐานอยบํู นยอดสูงสดุ ของภูเขาแหํงน้ี แตํด๎วยภัยธรรมชาติโดยเฉพาะฟูาผํา
ทาให๎เจดีย์องค์ดังกลําวได๎พังทลายลงไปตามกาลเวลา ปัจจุบันได๎เปิดให๎นักทํองเที่ยวเดินขึ้นบันไดไปชม
ทัศนียภาพตรงจุดที่เป็นถ้าทะลุผํานถึงกันตรงบริเวณใจกลางภูเขาได๎และสาหรับผ๎ูที่ชื่นชอบความท๎าทาย
นักทํองเที่ยวยังสามารถไตํภูเขาโดยเชือก ตํอจากถ้าทะลุไปจนถึงปลายยอดภูเขาได๎อีกด๎วยซ่ึงผู๎ปีนเขาจาเป็น
จะตอ๎ งใชค๎ วามระมดั ระวงั เปน็ อยาํ งสงู ความสูงโดยรวมของภเู ขาอกทะลุวัดไดป๎ ระมาณ 250 เมตร

จากอดีตถึงปัจจุบัน เมืองพัทลุงได๎มีการย๎ายเมืองหลายคร้ังสถานที่เคยเป็นที่ต้ังเมืองพัทลุง
มาแล๎ว ได๎แกํ

1. โคกเมืองแกว๎ ปจั จบุ ัน หมํทู ่ี 4 ตาบลจองถนน อาเภอเขาชยั สน
2. บา๎ นควนแรํ ปจั จุบัน หมูทํ ่ี 1 ตาบลควนมะพร๎าว อาเภอเมอื งพทั ลุง
3. เขาชัยบุรี(เขาเมือง) ปจั จบุ ัน เขต 3 ตาบล คอื ตาบลชยั บรุ ี อาเภอเมืองพทั ลุง
4. ทาํ เสม็ด ปัจจบุ ัน ตาบลทําเสม็ด อาเภอชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
5. เมืองพระรถ ปจั จบุ นั หมํูที่ 1 ตาบลควนมะพร๎าว อ.เมอื งพทั ลุง
6. บ๎านควนมะพรา๎ ว ปัจจุบนั หมูํที่ 2 ตาบลพญาขัน อ.เมืองพัทลุง
7. บา๎ นมํวง ปจั จบุ ัน หมํทู ี่ 2 ตาบลพญาขนั อ.เมืองพัทลุง
8. บา๎ นโคกสงู ปัจจุบนั หมทูํ ี่ 4 ตาบลลาปา อ.เมืองพัทลุง

ในปี พ.ศ. 2476 ได๎มีการจัดระเบียบบริหารสํวนภูมิภาคเป็นจังหวัดและอาเภอ ได๎ยกเลิกการ
ปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล ทาให๎เมืองพัทลุงมฐี านะเปน็ จงั หวดั หนึ่ง ในปัจจุบันจังหวัดพัทลุง แบํงเขตการ
ปกครองออกเป็น 11 อาเภอ คอื อาเภอเมอื งพทั ลุง อาเภอควนขนนุ อาเภอเขาชัยสน

อาเภอปากพะยูน อาเภอกงหราอาเภอตะโหมด อาเภอปาุ บอน อาเภอศรีบรรพต อาเภอปุาพะยอม อาเภอบาง
แกว๎ และอาเภอศรนี ครนิ ทร์

หนว่ ยการปกครอง
การปกครองแบงํ ออกเปน็ 11 อาเภอ 65 ตาบล 626 หมูํบ๎าน

1. อาเภอเมืองพัทลงุ
2. อาเภอกงหรา
3. อาเภอเขาชยั สน
4. อาเภอตะโหมด
5. อาเภอควนขนนุ
6. อาเภอปากพะยนู
7. อาเภอศรบี รรพต
8. อาเภอปาุ บอน
9. อาเภอบางแกว๎
10. อาเภอปุาพะยอม
11. อาเภอศรีนครินทร์

แผนทหี่ นํวยการปกครอง

มรี ายชอ่ื อาเภอและตาบลดังนี้

ช่อื อาเภอ ชอื่ ตาบล
1. อาเภอเมือง
ตาบลคหู าสวรรค์
๒. อาเภอกงหรา ตาบลเขาเจียก
3. อาเภอเขาชยั สน ตาบลท่ามหิ รา
4. อาเภอตะโหมด ตาบลโคกชะงาย
5. อาเภอควนขนุน ตาบลนาทอ่ ม
ตาบลปรางหมู่
ตาบลท่าแค่
ตาบลลาปา
ตาบลตานาน
ตาบลควนมะพรา้ ว
ตาบลรม่ เมือง
ตาบลชัยบรุ ี
ตาบลนาโหนด
ตาบลพญาขัน

ตาบลกงหรา
ตาบลชะรดั
ตาบลคลองเฉลิม
ตาบลคลองทรายขาว ตาบลสมหวงั

ตาบลเขาชัยสน
ตาบลควนขนุน
ตาบลจองถนน
ตาบลหานโพธิ์
ตาบลโคกมว่ ง

ตาบลแมข่ รี
ตาบลตะโหมด
ตาบลคลองใหญ่

ตาบลควนขนุน
ตาบลทะเลน้อย
ตาบลนาขยาด
ตาบลพนมวังก์
ตาบลแหลมโตนด
ตาบลปันแต

6. อาเภอปากพะยนู ตาบลโตนดด้วน
ตาบลดอนทราย
7. อาเภอศรีบรรพต ตาบลมะกอกเหนอื
8. อาเภอปา่ บอน ตาบลพนางตุง
9. อาเภอบางแก้ว ตาบลชะมวง
10. อาเภอปา่ พะยอม ตาบลแพรกหา
11.อาเภอศรีนครินทร์
ตาบลปากพะยนู
ตาบลดอนประดู่
ตาบลเกาะนางคา
ตาบลเกาะหมาก
ตาบลฝาละมี
ตาบลหารเทา
ตาบลดอนทราย

ตาบลเขายา่
ตาบลเขาปู่
ตาบลตะแพน

ตาบลปา่ บอน
ตาบลโคกทราย
ตาบลหนองธง
ตาบลท่งุ นารี
ตาบลวังใหม่

ตาบลทา่ มะเดือ่
ตาบลนาปะขอ
ตาบลโคกสัก

ตาบลป่าพะยอม
ตาบลลานขอ่ ย
ตาบลเกาะเตา่
ตาบลบ้านพร้าว

ตาบลชมุ พล
ตาบลบา้ นนา
ตาบลอ่างทอง
ตาบลสาสินธุ์

จงั หวดั พทั ลงุ

เมอื งหนงั โนรา อนูํ าข๎าว พราวนา้ ตก แหลํงนกนา้ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้าพรุ อ๎ น

ขอ้ มูลท่ัวไป พทั ลงุ
ชื่ออกั ษรไทย Phatthalung
ชื่ออกั ษรโรมัน เมืองลงุ
ชอื่ ไทยอนื่ ๆ นายวญิ ญู ทองสกลุ (ต้ังแตํ พ.ศ. 2554)
ผว๎ู าํ ราชการ พะยอม
ต๎นไม๎ประจาจงั หวัด พะยอม
ดอกไมป๎ ระจาจังหวดั

ข้อมูลสถติ ิ 3,424.473 ตร.กม.[1]
พน้ื ท่ี 514,492 คน[2] (พ.ศ. 2555)
ประชากร 150.24 คน/ตร.กม.
ความหนาแนนํ

ศนู ย์ราชการ

ที่ต้งั ศาลากลางจงั หวดั พัทลงุ ถนนราเมศวร์ ตาบลคูหาสวรรค์ อาเภอเมอื ง
พทั ลุง จังหวัดพัทลงุ 93000
โทรศพั ท์ (+66) 0 7461 3409
โทรสาร (+66) 0 7461 3409
เวบ็ ไซต์ จงั หวัดพัทลุง
แผนท่ี

อาเภอบางแก้ว

ดนิ แดนศิลปวัฒนธรรม แหลํงพืชพนั ธธุ์ ญั ญาหาร เมืองงามธรรมชาตบิ ริสทุ ธ์ิ

ข้อมูลทั่วไป อาเภอบางแกว๎
อักษรไทย Amphoe Bang Kaeo
อักษรโรมัน พทั ลุง
จังหวัด 9309
รหัสทางภมู ิศาสตร์ 93140, 93160 (เฉพาะหมูํที่ 4, 7-8, 10, 13 ตาบลโคกสัก)
รหัสไปรษณยี ์
113.45 ตร.กม.
ข้อมูลสถติ ิ 25,606 คน (พ.ศ. 2555)
พ้ืนที่ 225.70 คน/ตร.กม.
ประชากร
ความหนาแนนํ ทวี่ าํ การอาเภอบางแกว๎ หมูํท่ี 6 ตาบลนาปะขอ อาเภอบางแก๎ว
จังหวัดพัทลงุ 93140
ท่ีวา่ การอาเภอ 0 7469 7099
ทตี่ ้งั 0 7469 7099

หมายเลขโทรศัพท์
หมายเลขโทรสาร

ประวัติอาเภอบางแก้ว
ทอ๎ งทอี่ าเภอบางแกว๎ เดิมเปน็ สวํ นหนึง่ ของอาเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ซึ่งได๎รับการประกาศจัดตั้ง

จากกระทรวงมหาดไทยให๎เป็นก่ิงอาเภอบางแก๎ว เม่ือวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2533 โดยมีผลการจัดตั้งเมื่อ
วันท่ี 1 เมษายน พ.ศ. 2533[1] และได๎รับการจดั ตั้งเป็นอาเภอบางแก๎ว เมื่อวนั ท่ี 8 กันยายน พ.ศ. 2538 [2]

ท่ีต้งั และอาณาเขต
อาเภอบางแก๎วมีอาณาเขตตดิ ตํอกบั อาเภอข๎างเคยี ง ดังน้ี
- ทศิ เหนอื ตดิ ตํอกบั อาเภอเขาชัยสน
- ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตํอกับอาเภอปากพะยนู
- ทิศใต๎ ตดิ ตํอกับอาเภอปากพะยนู อาเภอปาุ บอน และอาเภอตะโหมด
- ทิศตะวนั ตก ติดตํอกับอาเภออาเภอเขาชยั สนและอาเภอตะโหมด

การแบง่ เขตการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค

อาเภอบางแก๎วแบํงเขตการปกครองยอํ ยออกเปน็ 3 ตาบล 34 หมบูํ ๎าน ได๎แกํ

1. ทาํ มะเดื่อ (Tha Maduea) 7 หมบํู ๎าน

2. นาปะขอ (Na Pakho) 14 หมูํบ๎าน

3. โคกสัก (Khok Sak) 13 หมูํบา๎ น

การปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ทอ๎ งท่ีอาเภอบางแกว๎ ประกอบด๎วยองค์กรปกครองสํวนท๎องถ่นิ 4 แหงํ ได๎แกํ
- เทศบาลตาบลทาํ มะเด่อื ครอบคลุมพืน้ ทีต่ าบลทาํ มะเดื่อ (เฉพาะบางสวํ นของหมูทํ ่ี 1 และ

บางสวํ นของหมูํที่ 6) และตาบลโคกสัก (เฉพาะหมูํท่ี 1)
- เทศบาลตาบลบางแก๎ว ได๎รับการยกฐานะจากองค์การบริหารสวํ นตาบลทํามะเด่ือเม่ือวนั ท่ี 28

พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ครอบคลุมพ้ืนท่ตี าบลทํามะเดื่อทั้งตาบล ยกเวน๎ บางสํวนของหมํูท่ี 1
และบางสวํ นของหมูทํ ่ี 6 ซ่ึงอยํูในเขตเทศบาลตาบลทาํ มะเด่ือ
- องค์การบริหารสํวนตาบลนาปะขอ ครอบคลุมพน้ื ท่ตี าบลนาปะขอท้งั ตาบล
- องค์การบริหารสวํ นตาบลโคกสัก ครอบคลุมพ้ืนทีต่ าบลโคกสกั ทัง้ ตาบล ยกเวน๎ หมูํท่ี 1 ซึง่ อยใูํ น
เขตเทศบาลตาบลทํามะเด่ือ

อาเภอบางแก้ว จังหวดั พทั ลุง
ขอ้ มูลแหล่งทอ่ งเทยี่ ว

1. โบราณสถาน/โบราณวตั ถุ ไดแ้ ก่

1.1 มณฑปเจดียห์ ลวงปุเู ปล้ือง วัดบางแกว๎ ผดงุ ธรรม ที่ตง้ั หมูทํ ่ี 1 ตาบลทาํ มะเดื่อ

1.2 พิพิธภณั ฑ์ทอ๎ งถ่นิ พระครพู ทิ กั ษ์ชัยเขต วัดรัตนวราราม ที่ตั้ง หมทูํ ี่ 6 ตาบลทาํ มะเด่ือ

1.3 วัดเกาํ ปากพล ทีต่ ง้ั หมทํู ่ี 9 ตาบลนาปะขอ

2. สถานทที่ ํองเทีย่ ว ได๎แกํ

2.1 โครงการฟารม์ ตัวอยาํ ง ตามพระราชดาริจงั หวัดพัทลุง ทต่ี ง้ั หมูํที่ 1,8,10 ตาบลนาปะขอ

2.2 ธารหูแรํ ท่ตี ัง้ หมํทู ี่ 5 ตาบลทํามะเดื่อ

2.3 จดุ ชมทิวทศั นร์ ิมทะเลสาบสงขลา บา๎ นหัวปอ ท่ตี ง้ั หมทํู ี่ 11 ตาบลทาํ มะเดือ่

2.4 ศูนย์หัตถกรรมแกะรปู หนงั ตะลุง (ครูอมิ่ จนั ทรช์ มุ ) ทต่ี ง้ั หมูํท่ี 1 ตาบลทํามะเดอ่ื

2.5 หาดไขเํ ตาํ ทต่ี ้ัง หมํทู ่ี 1 ตาบลนาปะขอ

2.6 โครงการสงํ น้าและบารุงรกั ษาทาํ เขียด ที่ต้ัง หมํูท่ี 8 ตาบลโคกสกั

3. รายชือ่ โรงแรม ไดแ้ ก่ ทต่ี ัง้ เขตเทศบาลตาบลทาํ มะเดื่อ
3.1 มายการ์เดน รสี อร์ท ทต่ี ั้ง เขตเทศบาลตาบลทาํ มะเดื่อ
3.2 เฟื่องฟาู รีสอร์ท ที่ตง้ั ริมถนนสายเอเซีย หมทูํ ่ี 10 ต.โคกสัก
3.3 อนนั ตา รสี อร์ท
3.4 ปันนา รสี อรท์ ท่ีตง้ั ริมถนนสายเอเซีย หมทํู ี่ 10 ต.โคกสกั
3.5 บา๎ นมารัก รีสอรท์ ท่ีตั้ง ริมถนนสายเอเซีย หมทํู ่ี 10 ต.โคกสัก
3.6 วรา รีสอร์ท ที่ต้งั หมทูํ ่ี 5 ต.โคกสกั
ทต่ี ง้ั หมํูที่ 8 ต.โคกสกั
4. รายชื่อเกสทเ์ ฮ๎า ทีต่ ง้ั ริมถนนสายเอเซยี หมูํท่ี 8 ต.โคกสกั
5. รายชอื่ รา๎ นค๎า ร๎านอาหาร ไดแ๎ กํ

5.1 รา๎ นสวนสม๎ แปูน
5.2 รา๎ นเจ๏นชุ
5.3 ร๎านอีสานแมํขรี
5.4 รา๎ นรมํ โพธิ์
5.5 ร๎านแปะซะปตั ตานี
5.6 ร๎านธารทพิ ยห์ ูแรํ
5.7 ร๎านธารทพิ ย์
5.8 รา๎ นครวั สวนปาลม์

ชอ่ื ผลติ ภณั ฑ์ OTOP อาเภอบางแกว๎ จงั หวัดพทั ลุง
1. ข๎าวซอ๎ มมอื " หแู รํ" 163 ม.5 บ๎านหแู รํ ต.ทาํ มะเด่ือ โทร.0-6286-8776: นางหนูคล่ี เรืองแกว๎
2. ข๎าวซอ๎ มมือ สงั ขห์ ยด 164 หมูํ 4 ตาบลโคกสกั โทร.
3. ข๎าวซอ๎ มมือ " สหกรณ์" 22 ม.8 บ๎านสหกรณ์ ต.นาปะขอ โทร.0-9655-6885
: นางสพุ ิศ แสงจันทร์
4. ขนมเปี๊ยะ 389 หมทูํ ่ี 5 ตาบลโคกสกั : นายสวุ รรณ ธรรมเคร่ือง
5. ขา๎ วเกรียบสมุนไพร "คุณยาํ " 124 ม.6 บ๎านทาํ มะเดื่อ ต.ทาํ มะเดื่อ โทร.0-7469-7050
: นางเปรมใจ ปานยิ่ง
6. น้าพริกไตปลาแหง๎ "ทํุงเศรษฐี" 282 ม.12 บ๎านทํุงเศรษฐี ต.นาปะขอ โทร.0-1789-4751 นาง
คิ้ม อนันตท์ ิพย์
7. ไขํเค็ม " ห๎วยเนยี ง" 150 ม.5 บ๎านห๎วยเนยี ง ต.โคกสัก : นางชพี เพง็ บุญ
8. ไวนผ์ ลไม/๎ สมุนไพร 59 ม.4 บา๎ นทาํ มะเดอื่ ต.ทาํ มะเดอื่ โทร.0-9599-7922
: นางสาวชตุ ิมา คงหนู
9. แกะรูปหนังตะลงุ "ทงุํ รวงทอง" 142 ม.1 บ๎านทงุํ รวงทอง ต.ทํามะเด่ือ โทร.0-7469-7160
: นายอิ่ม จนั ทรช์ มุ
10. แกะรปู หนงั ตะลงุ 537 ม.6 บา๎ นบางแก๎ว ต.ทํามะเดื่อ : นายเสนหํ ์ ชวู ิจติ ร
11. มดี โคกสัก 337 ม.2 บ๎านโคกสัก ต.โคกสัก โทร.0-1766-7227 : นายมะโลม ยีสมยั
12. จกั สานกระเป๋าพลาสติก " หวั ปอ" 212 ม.11 บา๎ นหัวปอ ต.นาปะขอ โทร.0-1969-4017
: นายประภาส สทิ ธโิ สภา

13. เฟอรน์ เิ จอรไ์ ม๎ตาล "บา๎ นใหมํ" 175 ม.5 บ๎านห๎วยเนียง ต.โคกสกั โทร.0-7469-7282
: นายหมัดเรน เพญ็ สะอิ

14. ผลติ ภณั ฑ์กรงนก 117/2 หมทูํ ี่ 5 ตาบลโคกสัก
15. ผลติ ภณั ฑจ์ ากตอไม๎/รากไม๎ 190 ม.6 บา๎ นนาหมอํ ม ต.นาปะขอ :นายนุกูล ย๎อยแสง
16. กลุํมรอ๎ ยลูกปัด 9 ม.13 บา๎ นเกาะเคยี น ต.นาปะขอ โทร.0-7286-4202

: นางพรทิพย์ สุริยะจันทร์
17. ดอกไมผ๎ ๎าใยบัว 850 ม.6 บ๎านบางแก๎ว ต.ทํามะเดื่อ โทร.0-7469-7176

: นางวิภาวรรณ จนั ทรอ์ กั ษร
18. แกะสลักสบูํ 24/1 ม.4 บา๎ นทาํ มะเดอื่ ต.ทาํ มะเด่ือ โทร.0-1367-3578

: นายพิเชษฐ์ บุตรเกตุ
19. ตก๏ุ ตาชาววัง/ตก๏ุ ตาชาวใต๎ 142 ม.1 ต.ทํามะเดื่อ โทร.0-7469-7578: นายเฉลียว จนั ทรช์ มุ
20. กลํุมแมบํ ๎านแปรรปู สมุนไพรทวดทอง 378 ม.12 บา๎ นทวดทอง ต.โคกสกั โทร.0-9659-4729

: นางพรรณี ตาํ งเนตรหนู
21. ปุ๋ยชีวภาพ " แกนคง" 344 ม.6 บา๎ นลาธาร์ ต.โคกสกั โทร.0-9659-4729

: นายปรีชา ดลหมาน
22. ผลติ ภณั ฑจ์ ากหนงั 76 ม.5 บา๎ นหว๎ ยเนียง ต.โคกสกั โทร.0-9653-1693

: นายโสภณ สงวนแก๎ว
23. ลกู หยี "เจ๏อําง" 41/2 ม.1 ต.ทํามะเด่อื โทร.0-7469-7074: นางสาวทพิ ย์วลั ย์ แซอํ ่ัน

ลักษณะภูมปิ ระเทศของจงั หวดั พัทลุง

สภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขาและที่ราบสูงทางด๎านตะวันตกอันประกอบด๎วยเทือกเขา
บรรทัดมีระดับสูงจากน้าทะเลปานกลาง ประมาณ 50 - 1,000 เมตรสํวนใหญํเป็นปุาไม๎เชํน สวนยางพารา
สวนไม๎ผลและไมย๎ ืนต๎นถัดลงมาทางดา๎ นตะวันออกเป็นทร่ี าบสลับท่ีดอนมีความสูงจากระดับน้าทะเลปานกลาง
เฉล่ีย 0 - 15 เมตร บริเวณนี้สํวนใหญํปลูกข๎าว ยางพารา มะพร๎าว พืชผัก และพืชไรํชนิดตํางๆโดยมีอัตรา
ความลาดชนั 1: 1,000 จากทศิ ตะวันตกมาสทํู ศิ ตะวันออกของจงั หวดั

ลักษณะภมู ิอากาศของจังหวดั พทั ลุง

สภาพภูมิอากาศของจังหวัดพัทลุง มี 2 ฤดูกาลคือฤดูร๎อน และฤดูฝนได๎รับอิทธิพลจากมรสุม
ตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต๎ปริมาณน้าฝนโดยเฉล่ีย 1,853.5 มิลลิเมตรตํอปีจานวนวันฝน
ตกเฉลี่ย 154 วันตํอปีอุณหภมู ิสูงสดุ เฉล่ีย 29.3 องศาเซลเซียสในเดือนเมษายน และอุณหภูมิต่าสุดเฉลี่ย 26.7
องศาเซลเซียสในเดอื นธันวาคม อุณหภูมเิ ฉล่ยี ตลอดปี 28.14 องศาเซลเซียสความช้ืนสัมพัทธ์อยํูระหวําง 75 –
83 เปอร์เซ็นต์โดยเฉลี่ย 78.7 เปอร์เซ็นต์และความเร็วลมประมาณ 1 - 2 เมตรตํอวินาทีปริมาณการระเหย
ของนา้ ประมาณ 3.3 - 5.5 มลิ ลิเมตรตอํ วัน

ทาเนยี บผูว้ า่ ราชการจังหวดั พัทลงุ

รายพระนามรายนาม พทุ ธศกั ราช
1. พระยาพัทลงุ (ขนุ คางเหล็ก) 2315 - 2332
2. พระศรไี กรลาศ 2332 - 2333
3. พระยาวิจิตเสนา (ทองขาว) 2334 - 2360
4. พระยาพทั ลุง (เผอื ก) 2360 - 2369
5. พระยาอทุ ยั ธรรม (น๎อยใหญ)ํ 2369 - 2382
6. พระยาอภัยบริรกั ษ์ (จุ๎ย จนั ทรโรจนว์ งศ์) 2382 - 2393
7. พระยาอภัยบรริ กั ษ์ (ทบั ) 2394 - 2410
8. พระยาอภยั บริรักษ์ (น๎อย) 2410 - 2431
9. พระยาอภยั บริรักษ์ (เนตร) 2431 - 2446
10.พระสุรฤทธิ์ภักดี (คอยตุ ่ี ณ ระนอง) 2446 - 2447
11.พระศริ ธิ รรมบริรกั ษ์ (เย็น สุวรรณปตั มะ) 2447 - 2449
12.พระแก๎วโกรพ (หมี ณ ถลาง) 2449 - 2450
13.พระกาญจนดิษฐ์มณี (อวบ ณ ถลาง) 2450 - 2451
14.พระยาอุดรกจิ พจิ ารณ์ (สดุ สารสุทธ)ิ 2452 - 2454
15.พระยาวุฒิภาคภกั ดี (ช๎าง ช๎างเผือก) 2455 - 2456
16.หมอํ มเจา๎ พระสพประสงค์ (ชุมพล) 2456 - 2456
17.หลวงวชิ ติ เสรี (หงวน ศตะรตั น์) 2457 - 2458
18.พระวิชติ สรไกร (ทองสุก ผลพันธิน) 2458 - 2464
19.พระคณาศยั สนุ ทร (สา สวุ รรณสาร) 2464 - 2475
20.พระสาครบรุ านุรักษ์ (ปริก สุวรรณนานนท์) 2475 - 2476
21.พ.อ.พระยาสรุ เดชรณชิต (ชติ ยุวณเตมยี )์ 2476 - 2477
22.ขนุ ประสงค์สุขการี (สมบญุ ลาภเจริญ) 2477 - 2479
23.หลวงปราณปี ระชาชน (ลาภ หงษเวศ) 2479 - 2485
24.ขุนพเิ ศษนครกิจ (ชบุ กลิน่ สุคนธ์) 2485 - 2486
25.หลวงอรรถวิจติ รจรรยารักษ์ (กังวาน วงษส์ กลุ ) 2486 - 2487
26.ร.อ.ขนุ สุรจติ จตรุ งค์ (สรุ จติ อนิ ทรกาแหง) 2488 - 2489
27.นายสุวรรณ ร่ืนยศ 2489 - 2490
28.หลวงอรรถวิภชั พจนกร (กรงุ อรรถวิภชั น)์ 2491 - 2493
29.นายลขิ ติ สตั ยายุทย์ 2493 - 2495

รายพระนามรายนาม พทุ ธศักราช
30.นายจนั ทร์ สมบรู ณ์กลุ 2495 - 2497
31.นายชูสงํา ไชยพนั ธ์ 2497 - 2498
32.ขนุ วัฒนานรุ ักษ์ (ประจักษ์ วงษร์ ตั น)์ 2498 - 2499
33.พ.ต.อ.บญุ นรงค์ วฑั ฒนายนต์ 2499 - 2500
34.นายพนั ธุ์ สายตระกูล 2500 - 2501
35.นายวชิ าญ บรรณโสภิฐ 2501 - 2503
36.นายสวสั ด์ิ มเี พยี ร 2503 - 2508
37.นายนิรุต ไชยกูล 2508 - 2509
38.นายสมคั ปทมุ านนท์ 2509 - 2512
39.นายมนสั เจริญประสทิ ธิ์ 2512 - 2514
40.พลตรสี วุ รรณ อนิ ทลุ ักษณ์ 2514 - 2517
41.นายจาลอง พลเดช 2517 - 2518
42.นายบารุง สุขบษุ ย 2518 - 2519
43.นายดิเรก ดิเรกวฒั นะ 2519 - 2521
44.ร๎อยตรกี ติ ติ ประทมุ แก๎ว 2521 - 2523
45.นายนพิ นธ์ บญุ ญภัทโร 2523 - 2526
46.เรือตรีสุกรี รกั ษศ์ รีทอง 2526 - 2529
47.รอ๎ ยตรอี นกุ ลู สุภาไชยกิจ 2529 - 2531
48.พนั ตรีชอบ มงคลรัตน์ 2531 - 2533
49.นายสมพงศ์ ศรียะพันธ์ุ 2533 - 2535
50.นายไพโรจน์ พรหมสาส์น 2535 - 2537
51.นายประสิทธ์ิ พรรณพสิ ุทธ์ิ 2537 - 2539
52.นายสวุ ชิ รตั นะรตั 2539 - 2540
53.นายนริ ันดร์ชยั เพชรสิงห์ 2540 - 2542
54.นายไพศาล แกว๎ ประสม 2542 - 2544
55.นายอานวย สงวนนาม 2544 - 2546
56.นายประจกั ษ์ สุวรรณภกั ดี 2546 - 2549
57.นายสุเทพ โกมลภมร 2549 - 2552
58.นายวิญญู ทองสกุล 2552 - 2552
59.นายวินยั ครุวรรณพัฒน์ 2552 - 2553
60.นายพสิ ิษฐ บุญชํวง 2553 – 2554
61.นายวิญญู ทองสกุล 2554 - 2556

รายพระนามรายนาม พุทธศักราช
62.นายเสรี ศรีหะไตร 2556 - 2557
63.ดร.วนิ ยั บวั ประดิษฐ์ 2557 - 2559
64.นายวนั ชยั คงเกษม 2559 - 2560
65.นายกเู๎ กียรติ วงศ์กระพันธ์ุ 2560 - ปจั จุบนั

ศลิ ปะ วัฒนธรรมและประเพณที อ้ งถน่ิ

1.งานประเพณีแข่งโพนลากพระ (ชักพระ) นิยมทากันท่ัวไปในภาคใต๎ ในชํวงเดือน 11
(แรม 1 ค่า เดือน 11) การลากพระมีอยํู 2 ลักษณะ ตามความเหมาะสมของภูมิประเทศ คือ ลากพระทางบก
และลากพระทางน้า สาหรับจังหวัดพัทลุงเป็นการลากพระทางบก ซึ่งจะมีการตีโพน (กลอง) เพื่อควบคุม
จังหวะในการลากพระ ขบวนพระลากของแตลํ ะวดั ก็จะมผี ู๎ตีโพนอยบูํ นขบวน และเมื่อผํานวัดตํางๆ ก็จะมีการ
ตีโพนท๎าทายกัน ทาให๎มีการแขํงขันตีโพนเกิดขึ้น และทางจังหวัดพัทลุงก็ได๎จัดให๎มีการแขํงขันตีโพนขึ้นเป็น
ประจาทุกปี ในเทศกาลลากพระเดอื น 11

การแขงํ ขนั ตโี พน ประเพณลี ากพระ หรือชักพระ สํงเสริมความสามัคคี

2. การละเลน่ ซัดตม้ ประเพณีซัดตม๎ มีทม่ี าอันเก่ียวข๎องกับประเพณีลากพระกลําว คือ ในสมัย
พทุ ธกาลเมอ่ื พระพทุ ธเจา๎ เสด็จกลบั จากจาพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงมายังโลกมนุษย์ซ่ึงตรงกับวันแรม 1
ค่า เดือน 11 จะมีพุทธศาสนิกชนรอ เข๎าเฝูาเพื่อถวายภัตตาหารแดํพระพุทธองค์ แตํเนื่องจากพุทธศาสนิกชนมี
เป็นจานวนมาก ทาให๎ไมํสามารถถวายภัตตาหาร ไดอ๎ ยาํ งใกล๎ชิด จึงได๎มกี ารนาใบไม๎มาหํอห๎ุมภัตตาหาร ซ่ึงเรียก
กันวํา "ข๎าวต๎ม" หรือ "ต๎ม" และพยายามโยนต๎มเหลํานั้นให๎ลงบาตร แตํการโยนทาให๎ต๎มพลาดไปถูกเหลํา
พุทธศาสนิกชนด๎วยกันเอง ตํอมาจึงกลายเป็นการละเลํนซัดต๎ม และพัฒนาเป็นการแขํงขันด๎านไหวพริบ และ
ความรวดเร็ววํองไวในการซัดและหลบหลีกต๎มซ่ึงจัดทาอยํางพิเศษ (ใช๎ข๎าวตากผสมกับทรายหํอด๎วยใบตาลเป็น
รูปตะกร๎อส่ีเหลี่ยม) การละเลํนซัดต๎มต๎องอาศัยความกล๎าหาญเป็นอยํางมาก เพราะถ๎าไมํสามารถหลบหลีกต๎ม
ของคูํตํอส๎ู อาจจะเป็นอันตรายได๎ ปัจจุบันการซัดต๎มหาดูได๎คํอนข๎างยาก ทางจังหวัดพัทลุงจึงได๎จัดให๎มีการ
แขํงขนั ซดั ตม๎ รวมอยํใู นงานประเพณแี ขํงโพนลากพระใน เดือน 11 ด๎วย

3. ประเพณีชิงเปรต เป็นงานประเพณีซึ่งจัดข้ึนในเทศกาลสารทไทย ปีหนึ่งจะมีการจัดงาน
ชิงเปรตข้ึน 2 คร้ัง คือในวันแรม 1 ค่า เดือน 10 และวันแรม 15 ค่า เดือน 10 อีกครั้งหน่ึง ตามคติโบราณที่
เชื่อกันมาวํา ผู๎ตายไปแล๎วนั้นมีจานวนไมํน๎อย ไปตกนรกหมกไหม๎ เพราะเม่ือคร้ังมีชีวิตอยูํได๎ทาบาปไว๎มาก ผ๎ูท่ี
ตกนรกน้ีชาวพัทลุงเรียกวํา "เปรต" คร้ันพอถงึ วนั แรม 1 ค่า เดือน 10 ยมบาลจะปลํอยตัวเปรตเหลํานี้ออกจาก
นรกมาบนโลกมนุษย์ เพื่อรับเซํนสังเวยจากญาติพ่ีน๎องของตนเอง และจะอยูํได๎จนถึงวันแรม 15 ค่าเดือน 10
เทํานั้น จะต๎องกลับลงนรกในวันนี้ ด๎วยคตินี้เอง ชาวเมืองพัทลุงจึงจะพากันไปทา บุญอุทิศสํวนกุศลให๎ญาติพ่ี
น๎องของตน โดยจดั สารับเครือ่ งคาวหวานใสสํ ารับไปถวายพระ พร๎อมกับนาขนมและอาหารคาว หวานอีกสํวน
หนึ่งต้ังไว๎ตรงปากทางเข๎าวัดเรียกวํา "ต้ังเปรต" พอทาบุญเสร็จก็มีการชิงเปรต คือมีการแยํงอาหารคาวหวาน
และขนมทีต่ ัง้ ไว๎ โดยถือวําการแยํงหรือชิงเคร่ืองเซํนสังเวยเปรตบรรพบุรุษนั้นกินแล๎วจะโชคดี พิธีชิงเปรตนี้จึง
ทากนั คร้งั แรก ในวันแรม 1 ค่า เดือน 10 ถือเป็นวนั ต๎อนรบั เปรตท่ีข้ึนมาจากนรก และทาอีกคร้ังในวันแรม 15
ค่า เดือน 10 ถอื เป็นการสงํ เปรตกลับสํูนรก

4. งานวันอนุรักษ์มรดกไทยและงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง เป็นงานที่จัดข้ึนในชํวง
ต๎นเดือนเมษายนของทุกปี กิจกรรมภายในงานจะเป็นการจัดนิทรรศการการละเลํนพื้นบ๎านปักษ์ใต๎ และการ
ประกวดหนังตะลุงซง่ึ ไดร๎ บั ความสนใจจากศิลปินพ้ืนบ๎านเข๎ารํวมการประกวดมากมาย งานดังกลําวนี้จะจัดข้ึน
ณ บรเิ วณสนามหน๎าศาลากลางจังหวัดพัทลุง

การแกะตวั หนัง การเชิดหนงั ตะลุง

5. โนรา นาฏศิลป์เมืองใต้ เป็นการละเลํนพ้ืนเมืองภาคใต๎ท่ีมีมาแตํโบราณ ประมาณอายุ
ตามทหี่ ลาย ๆ ทํานสนั นิษฐานไว๎ ตกสมัยศรวี ชิ ัย หรือไมํก็ราวพุทธศตวรรษที่ 19 เป็นอยํางน๎อย ด๎วยกาลเวลา
ผํานมานานเชนํ น้ี ทาให๎ประวัติความเป็นมาของโนราเลําผิดเพ้ียนกันจนกลายเป็นตานานหลายกระแสเลําโดย
ขุนอุปถัมภ์นรากร( โนราพํุมเทวา) อาเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ความวํา พระยาสายฟูาฟาดเป็นกษัตริย์
ครองเมือง ๆ หนึง่ มชี ายาชื่อนางศรีมาลา มีธิดาชือ่ นวลทองสาลี วนั หนง่ึ นางนวลทองสาลสี บุ นิ วํามีเทพธิดามา
รํายราใหด๎ ู ทาํ รามี 12 ทํา มีดนตรีประโคมไดแ๎ กํ กลอง ทบั โหมํง ฉิ่ง ป่ี และแตระ นางให๎ทาเครื่องดนตรี และ
หดั ราตามทส่ี ุบนิ เป็นที่ครกึ ครน้ื ในปราสาท

กระแสที่ 2 เลําโดยโนราวัด จันทร์เรือง ตาบลพังยาง อาเภอระโนด จังหวัดสงขลา ความวํา
เมอื งปญั จา เจา๎ เมือง ชือ่ ท๎าวแสงอาทิตย์ ชายาชอื่ กฤษณา มโี อรสชื่อ ศรีสธุ น มชี ายาชอ่ื กาหนม มีพราน
ปืนหน่ึงคน ช่ือบุญสิทธิ์ พรานออกปุาลําเน้ือมาสํงสํวยทุก 7 วัน คร้ังหนึ่งหาเนื้อไมํได๎ แตํได๎พบนาง 7 คน มา
อาบน้าทสี่ ระอโนตดั ครั้นกลับมาเฝูาพระราชาและทูลวําหาเน้ือไมํได๎ จึงถูกภาคทัณฑ์วําถาหาเน้ือไมํได๎อีกครั้ง
เดียว จะถูกตัดหัว พรานจึงคิดจะไปจับนางท้ัง 7 มาถวายแทนสัก 1 คน ครั้งหน่ึง ขณะนางท้ัง 7 คน

อาบนา้ ท่สี ระอโนตัด พรานบุญลกั ปีกหางนางโนรา แล๎วไปขอร๎องพญานาคเกลอมาชํวยจับ พญานาคน้ีเดิมเคย
ถูกครุฑเฉย่ี ว พรานบุญไดช๎ วํ ยชวี ิตไว๎ ครัน้ พรานขอร๎องจึงให๎การชํวยเหลือ พรานนานางโนราไปถวายพระศรีสุ
ธน พระศรีสุธนรับไว๎เป็นชายา ตํอมาข๎าศึกเมืองพระยาจันทร์ยกมาตีปันจา พระศรีสุธนออกศึก แล๎วตามไป
ปราบถึง เมืองพระยาจนั ทร์อยขํู า๎ งหลงั นางกาหนมหาอุบายจะฆํานางโนรา โดยจ๎างโหรให๎ทานายวํา พระศรีสุ
ธนมี พระเคราะห์จะไมํได๎กลับเมือง ถ๎าไมํได๎ทาพิธีบูชายัญ การบูชายัญน้ีให๎เอานางโนราเผาไฟ นางโนราจึง
อุบาย ขอปีกหางสวมใสํเพ่ือราไห๎แมํผัวดูกํอนตาย และให๎เปิดจาก 7 ตับเพื่อราถวายเทวดา นางราจนเพลิน
แลว๎ บนิ หนไี ปเมอื งไกรลาศ พระสธุ นตามไปจนได๎รับกลบั เมือง

กระแสที่ 3 สมเด็จพระเจ๎าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพทรงอ๎างถึงหลักฐานอัน
เป็นตานานท่ไี ดไ๎ ปจากนครศรีธรรมราช ดงั ปรากฎในหนังสอื ตานานละครอิเหนาวํา”ในคาใหว๎ครูของโนรามีคา
กลาํ วถงึ ครูเดิมของโนราทช่ี อ่ื ขุนศรัทธาอยใํู นกรงุ ศรอี ยธุ ยา มีความผิดต๎องราชทัณฑ์ ถูกลอยแพไปเสียจากพระ
นคร แพลอยไปติดอยทํู เ่ี กาะสีชัง พวกชาวเรือทะเลมาพบเข๎า จึงรับไปสํงข้ึนที่เมืองนครศรีธรรมราช ขุนศรัทธา
จงึ ไดเ๎ ป็นครูฝึกโนรา ให๎มขี ้นึ ทเ่ี มืองนครเป็นตน๎ มา”

โนรารนํุ เยาว์ สืบสานนาฏศิลป์แดนใต๎ การแสดงมโนราหท์ นี่ บั วนั จะหาดไู ด๎ยาก

การทอ่ งเทย่ี ว

แหล่งท่องเทีย่ วท่สี าคญั ของจงั หวดั พัทลงุ
1. อทุ ยานนกนา้ ทะเลนอ้ ย เป็นอุทยานนกน้าท่ีใหญํที่สุดในประเทศไทย ต้ังอยูํท่ีตาบลทะเลน๎อย อาเภอ
ควนขนุน มีเน้ือที่ประมาณ 450 ตารางกิโลเมตร (พื้นดิน 422 ตร.กม.และพ้ืนน้า 28 ตร.กม.) เป็นที่
อาศัยของนกน้าหลากพันธุ์ ประมาณ 187 ชนิด และมีพืชไม๎นานาพันธ์ุมากมาย ใช๎เส๎นทางหลวง
หมายเลข 4048 จากอาเภอเมืองพทั ลงุ อาเภอ ควนขนนุ ระยะทาง 32 กิโลเมตร

2. อุทยานแห่งชาติเขาปู่ – เขาย่า มีเนื้อที่ประมาณ 433,750 ไรํ หรือ 694 ตารางกิโลเมตร มี
สภาพเปน็ ปาุ ดงดบิ ชื้นพชื พรรณไมท๎ สี่ าคัญ เชํน หลุมพอ เคี่ยมตะเคยี นทอง และมีสัตว์ปุาท่ีสาคัญ
เชนํ สมเสร็จ แรด ลิง คําง และนกตําง ๆ ใช๎เส๎นทางหมายเลข 41 ไปอาเภอควนขนุน แยกซ๎าย
เข๎าทางหลวงหมายเลข 4164 สอํู าเภอศรีบรรพต เข๎าไปประมาณ 17 กิโลเมตร และแยกซ๎ายเข๎า
อีก 4 กโิ ลเมตร ถึงทท่ี าการอทุ ยาน ฯ

3. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด มีเนื้อที่ประมาณ 167 ตารางกิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่ ตรัง
สงขลา สตูล ภูมิประเทศเป็นเทือกเขา เป็นแหลํงต๎นน้าลาธารและพรรณไม๎มีคํามากมาย ท่ีทาการ
ต้ังอยํูตาบลบา๎ นนา กงิ่ อาเภอศรีนครินทร์ หาํ งจากตวั เมอื งพัทลงุ ไปตามทางหลวงแผํนดิน หมายเลข 4
ระยะทาง 27 กิโลเมตร

4. หาดแสนสุขลาปา เป็นหาดทรายที่มีทิวสนรํมรื่น ริมฝ่ังทะเลสาบน้าจืดท่ีใหญํที่สุดในเอเซีย (ทะเลสาบ
สงขลา) กลางวงเวียนมีรูปปั้นปูนฝูงปลาลาปา ซ่ึงเป็นปลาท๎องถิ่นที่อยูํอาศัยในบริเวณลาปา มีศาลา
กลางน้า ช่ือวํา “ศาลาลาปาที่รัก” สาหรับชมทิวทัศน์บริเวณทะเลสาบสงขลา และจากบริเวณ
ชายหาดมีสะพานเชื่อมไปยังเกาะลอย ซึ่งเป็นเกาะที่เกิดจากการทับถมของดินตะกอนปากน้าลาปา
เดนิ ทางจากเมืองพัทลงุ ไปตามทางหลวงหมายเลข 4047 ระยะทาง 10 กิโลเมตร

5. แหลมจองถนน ต้ังอยูํตาบลจองถนน จากเมืองพัทลุงไปตามเส๎นทางสายเพชรเกษม เลี้ยวซ๎าย
ผํานอาเภอเขาชัยสน ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร (ระยะทางจาก ตัวเมืองพัทลุง รวม 39
กิโลเมตร) เป็นหมูํบ๎านชาวประมง อยํูบนเนินดินและลาดชันลงไปยังหาดทะเลสาบสงขลา
สามารถมองเห็นทวิ ทัศนเ์ กาะแกงํ ตาํ ง ๆ ไดเ๎ ปน็ อยํางดี

6. เกาะส่ี เกาะหา้ ตง้ั อยูํในทะเลสาบสงขลา ตาบลเกาะหมาก อาเภอปากพะยูนเกาะแหํงนี้เป็นท่ีอยํู
อาศัยของนกนางแอนํ ทะเลเปน็ จานวนมาก จึงถูกเรยี กวํา “เกาะรังนก” และมีสัมปทานเพ่ือนารัง
นกเหลําน้ีไปจาหนําย สภาพธรรมชาติของเกาะ มีความงดงามมากแหํงหน่ึงของจังหวัดพัทลุง
การเดินทางสามารถเดินทางได๎จากทําเรือตาบลลาปา ระยะทาง 25 กิโลเมตร หรือทําเรืออาเภอ
ปากพะยูน ระยะทาง 10 กิโลเมตร และท่ีสาคัญเกาะแหํงนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล๎า
เจา๎ อยหํู ัว (รชั กาลที่ 5) เคยเสด็จประพาส และทรงจารึกพระปรมาภิไชยยํอไว๎ ณ บริเวณหน๎าผา
ถ้าเทวดา และในบริเวณนีไ้ ดก๎ ํอสร๎างอนสุ าวรยี ์พระองค์ทํานประดิษฐานไว๎ดว๎ ย

7. บ่อน้าร้อน บ่อน้าเย็น (ธารน้าเย็น) ต้ังอยูํตาบลเขาชัยสน อาเภอเขาชัยสน เชื่อกันวําเป็นน้า
ศักดิ์สิทธ์ิท่ีใช๎รักษาโรคบางอยํางได๎ อยํูหํางจากตัวจังหวัดพัทลุงไปทางใต๎ตามทางหลวงหมายเลข 4
ประมาณ 25 กิโลเมตร แยกซ๎าย (บ๎านทํานางพรหม) เข๎าทางหลวงหมายเลข 4081 ไปอาเภอเขา
ชัยสน ระยะทาง 7 กิโลเมตร บริเวณถนนสุขาภิบาลซอย 2 ติดที่วําการอาเภอเขาชัยสน จะมี
ถนนลาดยางแยกขวามือเข๎าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงหน๎าผาเชิงเขาชัยสน อันเป็นที่ต้ังของ
บํอนา้ เยน็ แตํเปน็ สวนพกั ผํอน เลยไปอกี 300 เมตร เปน็ บํอน้ารอ๎ น ลักษณะเป็นแอํงนา้ ร๎อน

8. น้าตกไพรวลั ย์ ตง้ั อยใูํ นหนํวยพิทักษ์ปุาบ๎านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปุาเขาบรรทัด ตาบล คลอง
เฉลิม อาเภอกงหรา ใช๎เส๎นทางจากบ๎านคลองหมวยไปตามถนนลาสินธ์ุบ๎านกงหรา (ทางหลวง
หมายเลข 4122) ระยะทาง 23 กิโลเมตร เป็นน้าตกขนาดใหญํ มีความงดงามตามธรรมชาติ เงียบ
สงบและรมํ เยน็ อดุ มไปดว๎ ยพรรณไมน๎ านาชนิด บรเิ วณน้าตกมีรา๎ นอาหารไว๎บริการด๎วย

9. น้าตกตะโหมด หรือน้าตกหมํอมจุ๎ย ตั้งอยูํในบริเวณหนํวยพิทักษ์ปุา ตะโหมด อยูํหํางจาก ท่ีทาการ
อาเภอตะโหมด ระยะทาง 12 กิโลเมตร การเดินทางใช๎เส๎นทางหมายเลข 4121 และตํอด๎วย
เสน๎ ทางหมายเลย 4137 (อยูํทางตอนใต๎ของเมืองพัทลุง) แยกทางหลวงหมายเลข 4 เข๎าไปจนถึง
วัดตะโหมด ซ่ึงอยํูเลยวัดตะโหมดไประยะทาง 5 กิโลเมตร เป็นน้าตกที่อยูํทํามกลางปุาที่รํมร่ืน
ลักษณะของนา้ ตกจะแบํงเป็นชั้น ๆ แตํละช้ันมีชื่อตํางกัน มีแอํงน้าสามารถเลํนน้าได๎ มีลานกว๎าง
เหมาะแกํการพกั ผํอนหยอํ นใจ

10. ภูเขาออกทะลุ จากวัดคูหาสวรรค์ มุํงหน๎าไปบนทางหลวงหมายเลข 4047 จะพบภูเขาอกทะลุ
ตั้งตระหงํานอยํูทางทิศตะวันออกของสถานีรถไฟพัทลุง ภูเขาอกทะลุ เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด
พัทลุง มีความสูงประมาณ 250 เมตร มีบันไดสาหรับขึ้นยอดเขา เพ่ือชมวิวทิวทัศน์ ของเมือง
พัทลุงได๎ ลักษณะพิเศษของภูเขาลูกน้ี คือมีโพรงทะลุ มองเห็นอีกด๎านหน่ึง อยํูบริเวณเกือบตอน
ปลายของยอดเขา ซ่งึ เปน็ ทีม่ าของช่ือภเู ขา

11. ถ้าสุมโน ตั้งอยูํท่ีตาบลบ๎านนา กิ่งอาเภอศรีนครินทร์ อยํูหํางจากตัวเมืองพัทลุงไปตามถนนสาย
พัทลงุ – ตรัง (ทางหลวงแผํนดินสายเพชรเกษม หมายเลข 4 ระยะทาง 21 กิโลเมตร ตัวถ้าอยํู
หํางจากถนนประมาณ 500 เมตร เป็นถ้าท่ีมีหินงอก หินย๎อย และมีห๎องโถงกว๎างขวางใหญํโต
และรมํ เยน็ สวยงามวิจติ รตระการตาตามธรรมชาติ ถ้ามีสองช้ัน คือ ชั้นแรกเสมอกับพื้นราบ และชั้น
ใตด๎ ิน ภายในถ้ามีพระพุทธรูปปางตํางๆ หลายองค์ นอกจากนั้นถ้าสุมโนยังเป็นสถานท่ีวิปัสนาท่ี
มชี อื่ เสยี งโดํงดังในกลํุมของผู๎ที่แสวงหาธรรม

12. วัดวังตงั้ อยํตู าบลลาปา อาเภอเมืองพัทลุง หํางจากเมืองพัทลุง ไปตามทางหลวงหมายเลข 4047
ระยะทาง 6 กโิ ลเมตร เป็นปูชนียสถานท่ีสาคัญแหํงหนึ่งของจังหวัดพัทลุง สร๎างโดยพระยาพัทลุง
(ทองขาว) ในสมัยรัชกาลท่ี 3 และเคยเป็นสถานท่ีทาพิธีถือน้าพิพัฒน์สัตยาในสมัยรัตนโกสินทร์
ภายในพระอโุ บสถมภี าพเขียนฝาผนัง เขียนด๎วยสีฝุน เกี่ยวกับพุทธประวัติและเทพ พระประธาน
เป็นพระพุทธรูปปนู ปั้น สมยั เดียวกนั ในระเบยี งคดโดยรอบมีพระพุทธรปู ปูนปัน้ จานวน 108 องค์

13. วดั คูหาสวรรค์ ตั้งอยู่เชิงเขาคูหาสวรรค์ ใกล๎ ๆ กับตลาดสดเทศบาลเมืองพัทลุง วัดนี้สร๎างสมัย
อยธุ ยา และตํอมาไดร๎ บั การยกฐานะขน้ึ เปน็ อารามหลวง แหํงแรกของจังหวัดพัทลุง ภายในวัดน้ีมี
ถ้าพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญํ และพระพุทธรูปนั่งประดิษฐานอยํูตามผนังถ้า และบริเวณ
หน๎าถ้ามีจารึกพระปรมาภิไธยยํอของพระมหากษัตรยิ ์ และเช้ือพระวงศ์หลายพระองค์

14. พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือท่ีเรียกกันวํา “พระส่ีมุมเมือง” เป็นพระพุทธรูป
ประจาภาคใต๎ และปูชนียวัตถุคูํเมืองของพัทลุง ประดิษฐานอยูํภายในศาลาจตุรมุข บริเวณ
ด๎านหน๎าระหวําง ศาลากลางจังหวัดพัทลุง กับ ศาลจังหวัดพัทลุง เป็นพระพุทธรูปหลํอสัมฤทธ์ิ
ปางสมาธิ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ๎า อยูํหัวรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลท่ี 9) โปรดเกล๎า
พระราชทานไว๎ที่จังหวดั พัทลุง เม่ือปี พ.ศ. 2511

15. อนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ (ชํวย) ประดิษฐานอยูํท่ีสามแยกทํามิหรา ตาบลทํามิหรา อาเภอ
เมอื งพัทลงุ ตามประวตั ิกลาํ ววาํ พระยาทุกขราษฎร์ (ชํวย) เดิมเป็นพระสงฆ์ ชื่อ พระมหาชํวย จา
พรรษาอยํูวัดปุาลิไลยก์ ในสมัยรัชกาลท่ี 1 ซึ่งขณะนั้นเกิดสงคราม 9 ทัพ พระมหาชํวยได๎
ชํวยเหลือพระยาพัทลุง นาชาวบ๎านเข๎าตํอต๎านกองทัพพมําจนแตกพําย ตํอมาจึงลาสิกขาบท
แล๎วได๎รับโปรดเกล๎า ฯ ให๎เป็นพระยาทุกขราษฎร์ ดารงตาแหนํงผ๎ูชํวยทาราชการเมืองพัทลุง มี
ตาแหนํง “พระยา” เทยี บเทําเจา๎ เมอื ง

16. วัดเขียนบางแก้ว ตั้งอยํูหมูํที่ 4 ตาบลจองถนน อาเภอเขาชัยสน ตามเส๎นทางหลวงหมายเลข
4081 เลยท่ีวําการอาเภอเขาชัยสน ระยะทาง 7 กิโลเมตร วัดเขียนต้ังอยํูริมทะเลสาบสงขลา
เปน็ วัดเกําแกทํ ี่มีพระธาตุบางแก๎ว ซ่ึงสร๎างแบบเดียวกับพระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช แตํมี
ขนาดเล็กกวํา เป็นปูชนียสถานที่เกําแกํท่ีสุดแหํงหนึ่งของจังหวัดพัทลุง เช่ือกันวําสร๎างมาต้ังแตํ
สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต๎น สันนิษฐานวําพื้นท่ีบริเวณวัดนี้เป็นที่ตั้งของเมืองพัทลุงมากํอน เพราะ
ได๎พบซากปรกั หกั พงั ของศลิ าแลงและพระพุทธรปู มากมาย

17. ศูนย์วัฒนธรรมบ้านตะโหมด ต้ังอยํูในบริเวณโรงเรียนประชาบารุง จากวัดตะโหมดไปศูนย์
วัฒนธรรม ระยะทาง 1 กิโลเมตร เป็นศูนย์รวบรวมวัฒนธรรม ท๎องถิ่น วิถีชีวิตพื้นบ๎านของ
ชุมชน บ๎านตะโหมด นับเป็นสิ่งที่มีคุณคํา ที่คนรุํนหลังจะได๎สืบทอดความเป็นมาของชุมชนตะ
โหมด

18. หมบู่ ้านหตั ถกรรมรูปหนังตะลุง ตั้งอยํูหมํูท่ี 1 ตาบลทํามะเด่ือ อาเภอบางแก๎ว ตามเส๎นทางจาก
สามแยกถนนเพชรเกษมไปทางรถไฟ ระยะทาง 9 กิโลเมตร จากทางรถไฟไปอีก 200 เมตร ถึง
หมํูบ๎านหัตถกรรมรูปหนังตะลุง มีสมาชิก จานวน 25 คน แกะรูปหนังตะลุง และหนังใหญํ และ
รูปแบบใหมํ ๆ ตามผ๎ูสั่งซ้ือ ฝีมือประณีต งดงาม สํงจาหนํายท่ัวประเทศและตํางประเทศ
ประมาณ 16 ประเทศ

19. วังเจ้าเมืองพัทลุง หรือวังเก่า – วังใหม่ ต้ังอยํูที่ตาบลลาปา อาเภอเมืองพัทลุง เดิมเป็นท่ีวํา
ราชการและเปน็ ท่ีอยอูํ าศยั ของเจา๎ เมอื งพทั ลงุ ปัจจุบันยังคงเหลืออยํูสํวนหน่ึง คือ วังเกํา สร๎างใน
สมยั พระยาพทั ลุง (นอ๎ ย จันทรโรจนวงษ์) เป็นผ๎ูวําราชการ ตํอมาวังได๎ตกทอดมาจนถึง นางประไพ
มุตามะระ บุตรขี องหลวงศรีวรฉตั ร สํวนวังใหมํ สร๎างเมื่อ พ.ศ. 2462 โดยพระยาอภัยบริรักษ์ จัก
ราวิชิตพิพิธภักดี (เนตร จันทรโรจนวงษ์) บุตรชายของพระยาพัทลุง ซึ่งเป็นเจ๎าเมืองพัทลุง
ปัจจุบันทายาทตระกูลจันทรโรจนวงษ์ ได๎มอบวังนี้ให๎เป็นสมบัติของชาติ และกรมศิลปากร ได๎
ประกาศข้ึนทะเบียนเปน็ โบราณสถานแหํงชาติ เมือ่ พ.ศ. 2526

ศลิ ปวัฒนธรรมพื้นบา้ น

มโนราห์ หรือ โนรา ศิลปะการแสดงของภาคใต๎ โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง ได๎ชื่อวําเป็นต๎น
กาเนิดของโนรา สันนิษฐานวําได๎รับอิทธิพลมาจากอินเดียภาคใต๎พร๎อมกับละครชาตรี แตํทํารํายราได๎ถูก
เปล่ียนแปลงไป ให๎เข๎ากับรสนิยมของแตํละภาค ลักษณะโรงโนราสร๎างเป็นเวทียกพ้ืนคล๎ายโรงลิเก มีดนตรี
และลกู คํนู ่ังอยํทู างด๎านหน๎าของโรง การแตํงกายของโนราแตํเดิมสวมเทริด นํุงสนับเพลา คาดเจียระบาด มีผ๎า
หอ๎ ยหนา๎ ประดับหางอยํางนางมโนราห์ มีสายสังวาล ประดับทบั ทรวง กรอบคอและสวมเล็บยาว การรํายรา
มีทําสาคัญ 12 ทํา การแสดงจะดูทํารํายราท่ีสวยงาม และฟังบทร๎อง ซึ่งผู๎แสดงจะร๎องเองโดยกลอนสด หรือ
รอ๎ งตามบทที่แตํงไว๎ ปัจจบุ นั วิทยาลัยนาฎศลิ ป์พัทลงุ เป็นผู๎สืบทอดและเผยแพรํศิลปะการแสดงโนราของเมือง
นีไ้ ว๎ และมนี าฎศลิ ปพ์ ืน้ บา๎ นอีกหลายคณะในจังหวัดพัทลุง

หนังตะลงุ ศิลปะการแสดงพ้ืนบ๎านที่นิยมกันมากท่ัวภาคใต๎ เชํนเดียวกับการแสดงโนรา ซ่ึง

จังหวัดพัทลุงเองก็ได๎ช่ือวําเป็นแหลํงกาเนิดหนังตะลุงเชํนกัน รูปหนังตะลุง ทาจากหนังวัวดิบ ซ่ึงตากแห๎งเป็น
แผํนแข็ง ตัดเป็นตัวละครตําง ๆ สลักลวดลายสวยงาม โดยมากมักจะทาสีดาท้ังตัว แตํถ๎าเป็นหนังบางอยํางที่
เรียกวําหนังแก๎ว จะระบายด๎วยสี ตัวหนังจะมีไม๎ไผํผําเพื่อหนีบตัวหนังเรียกวําไม๎ตับ ปากและมือจะประดิษฐ์
ใหข๎ ยบั ได๎ตามทํวงทําลลี าของบทบรรยาย โรงหนังตะลุงจะสร๎างเป็นโรงยกสูง มุงหลังคาแบบเพิงหมาแหงน กรุ
ฝาสามด๎าน ด๎านหน๎าเป็นจอผ๎าสีขาว ภายในโรงเป็นท่ีวางตัวหนัง มีคนเชิด ซึ่งเป็นคนพากย์ในตัว และวงดนตรี
รวมแล๎ว จานวนไมํเกิน 8 คน เครื่องดนตรี ประกอบด๎วย ป่ี กลอง โทน ฆ๎อง ฉิ่ง โหมํง การแสดงเป็นหน๎าที่
ของนายหนัง ซ่ึงเป็นหัวหน๎าคณะหนังตะลุง โดยเลํนเป็นเร่ืองตามวรรณคดี หรือเลํนเป็นเรื่องสมัยใหมํท่ีนายหนัง
ผกู เรอ่ื งขึ้นมาเอง

เทศกาลงานประเพณีที่สาคัญ

งานวันพืน้ ท่ีชุ่มนา้ โลก และงานเทศกาลล่องเรือ - แลนกทะเลนอ้ ย
เปน็ งานประเพณีท่ีเร่ิมข้ึนมาใหมํ เม่ือปี พ.ศ.2541 เพ่ือเป็นกิจกรรมการทํองเที่ยวพิเศษในปี
ทํองเที่ยวไทย และให๎เหมาะสมกับพื้นท่ีทํองเที่ยวที่สาคัญของพัทลุง โดยมีกิจกรรมทํองเท่ียวเชิงนิเวศ (2
กมุ ภาพนั ธ์ -15 เมษายน ของทกุ ปี) ในชํวงเวลาทม่ี ีนก และธรรมชาติท่ีสวยงามที่สุด สถานท่ีจัดงานอยูํในบริเวณ
เขตห๎ามลําสัตว์ปุาทะเลน๎อย อาเภอ ควนขนุน กิจกรรมในงานในแตํละวันมีกิจกรรมให๎นักทํองเท่ียวนั่งเรือหาง
ยาวเที่ยวชมนก และพรรณไม๎น้า การแสดงพื้นบ๎าน การจาหนํายสินค๎าเกษตรและวิถีชีวิตของชุมชนทะเลน๎อย
ตลอดจนเลอื กซื้อผลติ ภัณฑ์พ้ืนบา๎ นนานาชนดิ

งานประเพณีแขง่ โพน - ลากพระ
เป็นงานประเพณีที่สาคัญของจังหวัดพัทลุง นิยมปฏิบัติดังเชํน พุทธศาสนิกชนชาวใต๎ท่ัวไป

เม่ือถึงเทศกาลออกพรรษาจะต๎องมีงานประเพณีลากพระ หรือชักพระ ทั้งทางบกและทางน้า สาหรับจังหวัด
พทั ลุง ใหค๎ วามนิยมในการลากพระทางบก ซ่งึ จะมีการตีโพน (กลอง) เพือ่ ควบคุมจังหวะในการลากพระของแตํ
ละวัด ซ่ึงจะมีผู๎ตีโพน อยํูในขบวน เมื่อผํานวัดตําง ๆ ก็จะมีการท๎าทายกัน ทาให๎มีการแขํงขันตีโพนเกิดข้ึนจน
กลายเป็นงานบุญออกพรรษาท่ยี ่ิงใหญํของชาวพัทลุง ซึ่งจะจดั ในชวํ งวันขึ้น 14 – 15 คา่ และวนั แรม 1 ค่า เดอื น

สนิ ค้าพ้ืนเมืองท่สี าคัญ

สินค๎าพืน้ เมืองของจงั หวดั พัทลุง สํวนใหญํจะเป็นหตั ถกรรมพนื้ บา๎ น เชํน เคร่ืองจักสานตําง ๆ
สาหรับสินค๎าหน่ึงตาบล หน่ึงผลิตภัณฑ์ (OTOP) ของจังหวัดพัทลุงระดับ 3 - 5 ดาว มีจานวนทั้งสิ้น 59
รายการ แยกตามประเภทผลติ ภณั ฑ์ ดังน้ี

1. ประเภทอาหาร จานวน 30 ผลิตภัณฑ์ ที่สาคัญ เชํน เค๎กทําแค (จินตนา) อาเภอเมืองพัทลุง
กลว๎ ยฉาบแมแํ ดง อาเภอเมืองพทั ลงุ ลกู หยสี ามรส ก่งิ อาเภอศรนี ครนิ ทร์

2. ประเภทเครื่องด่ืม จานวน 6 ผลิตภัณฑ์ ที่สาคัญ เชํน ไวน์สมุนไพร อาเภอปุาบอน นมพาส
เจอร์ไรส์ (นมโคพทั ลงุ ) อาเภอเมอื งพทั ลงุ

3. ประเภทเส้อื ผา๎ และเคร่ืองแตํงกาย จานวน 5 ผลิตภัณฑ์ท่ีสาคัญ เชํน ผ๎าทอลานขํอย อาเภอ
ปุาพะยอม ผา๎ ทอแพรกหา อาเภอควนขนุน ผ๎าทอหนา๎ เกาะ อาเภอศรบี รรพต

ผ๎าฝูายลายดอกพะยอม
4. ประเภทเครื่องใช๎และเคร่ืองประดับตกแตํง จานวน 9 ผลิตภัณฑ์ที่สาคัญ เชํน ผลิตภัณฑ์

กะลามะพรา๎ ว อาเภอเมอื งพัทลุง ผลติ ภัณฑ์กระจดู อาเภอควนขนุน

5. ประเภทศิลปะประดิษฐ์และของที่ระลึก จานวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได๎แกํ แกะรูปหนังตะลุง
อาเภอบางแกว๎

6. ประเภทสมุนไพรไมํใชํอาหารและยา จานวน 7 ผลิตภัณฑ์ ท่ีสาคัญ เชํน ครีมล๎างหน๎า สบูํ
เหลวขมน้ิ ชนั และเจลแตงกวา อาเภอเมอื งพทั ลุง

การดาเนินงานโครงการหน่งึ ตาบล หนึ่งผลติ ภัณฑ์ (นตผ.) จังหวดั พทั ลงุ

จงั หวัดพัทลุง ได๎ดาเนินงานโครงการหนง่ึ ตาบล หน่ึงผลิตภัณฑ์ (นตผ.) ตามนโยบายรัฐบาลในการ
สร๎างรายได๎ และสํงเสริมเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งผลการดาเนินงานที่ผํานมาได๎กํอให๎เกิดรายได๎แกํชุมชนและ
ประชาชนในท๎องถ่ิน เกิดการสร๎างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ชุมชนจากภูมิปัญญาไทยอยํางแพรํหลาย จากผลการ
ดาเนนิ งานโครงการหนึ่งตาบลหนึง่ ผลิตภัณฑ์ มีผู๎ผลติ /ผูป๎ ระกอบการสินคา๎ OTOP จานวน 191 ราย
ผลิตภัณฑ์ นตผ. จังหวดั พทั ลงุ

- ระดับ 5 ดาว มีจานวน 5 ผลิตภัณฑ์ คือ นมโคพัทลุง/กล๎วยฉาบแมํแดง/น้านมดิบ
ต.เกาะเตาํ อ.ปุาพะยอม/ลกู หยีแมํหนดู า/กล๎วยฉาบมว๎ นศรีนครินทร์

- ระดับ 4 ดาว มจี านวน 20 ผลิตภัณฑ์
- ระดบั 3 ดาว มีจานวน 23 ผลติ ภัณฑ์

สินค้า OTOP อาเภอเมืองพัทลงุ

1. ประเภทอาหาร

ข้าวสงั ขห์ ยด

ข๎าวสงั ขห์ ยดเปน็ ขา๎ วพืน้ เมอื ง มแี หลํงปลกู ด้ังเดิมอยํูในจังหวัดพัทลุง ปลูกกันมานานไมํต่ากวํา 100 ปี
เป็นพันธุ์ข๎าวที่ถูกเก็บรักษาไว๎โดยวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวเมืองพัทลุงจากหลักฐานการรวบรวมพันธุ์ใน
ท๎องถิ่นตําง ๆ ท่ัวประเทศ โดยกองบารุงรักษาพันธ์ุ กรมการค๎าข๎าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2495 -
2496 ปรากฏวํา ช่ือข๎าวสังข์หยดเปน็ 1 ใน 11 ตัวอยาํ งพนั ธุ์ข๎าวพนื้ เมือง ที่เก็บรวบรวมจากอาเภอเมืองพัทลุง
ซ่ึงปรากฏใน Locality ท่ี 81 ข๎าวสังข์หยด มีลักษณะเมล็ดเรียวยาว ปริมาณ อมิโลสต่า ข๎าวสารมีสีขาวขํุน
ขา๎ วกลอ๎ งมีเยือ่ หม๎ุ เมล็ดสขี าวปนแดงจาง ๆ จนถึงแดงเขม๎ เมื่อหุงสุกใหมํ ๆ จะมีความนํุมมาก และยังคงนุํมอยูํ
เมอ่ื เยน็ ตัวลงในปี 2549 ขา๎ วสังข์หยดพัทลุง ได๎รับคา ประกาศรับรองให๎เป็นสินค๎าส่ิงบํงชี้ทางภูมิศาสตร์ (ข๎าว
GI) ตามพระราชบัญญัติคุ๎มครองสิ่งบงช้ีทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 โดยใช๎ช่ือวํา "ข๎าวสังข์หยดเมืองพัทลุง"
ตัง้ แตวํ ันที่ 23 มถิ ุนายน 2549 นับเป็นข๎าว จี ไอ พันธุ์แรกของประเทศ สามารถติดตํอได๎กลุํมผลิตข๎าวซ๎อมมือ
ตาบลเขาเจยี ก หมทํู ี่ 4 ตาบลเขาเจียก อาเภอเมืองพัทลงุ จังหวดั พัทลุง โทร 081:368-1381

กลว้ ยฉาบน้องนอ้ ย
นางอัจฉรา พรหมสวุ รรณ
512 ถนนราเมศวร์ ตาบลคหู าสวรรค์
อาเภอเมอื งพทั ลุง จงั หวัดพัทลงุ

โทร 081: 595-2260

ขา้ วหลามปรางหมู่
นางสุรีย์ จนั ทร์คง
เลขที่ 10 หมู่ที่ 2 ตาบลปรางหมู่
อาเภอเมอื งพทั ลุง จังหวัดพัทลุง
โทร 081: 595-2260

ขนมจนี ตานาน
นายพล เอียดปล้ืม
เลขท่ี 141 หมู่ท่ี 11ตาบลตานาน
อาเภอเมืองพทั ลุง จงั หวัดพัทลงุ
โทร 087: 982-3069

ข้าวตังศาลาพระนาย
กลุ่มแม่บ้านศาลาพระนาย

นางจารวุ รรณ เสง้ สนุ้
เลขท่ี 62 หมทู่ ี่ 4ตาบลตานาน
อาเภอเมืองพทั ลุง จงั หวดั พัทลงุ

โทร 087: 982-3069

ไขเ่ ค็มพลายทอง
นายนฤสรณ์ แจม่ จารสั
เลขที่ 38 หมู่ท่ี 9 ตาบลพญาขนั
อาเภอเมืองพทั ลุง จังหวดั พัทลงุ
โทร 089: 611-9218

กะลาแมนางลาด
นางสาวทิม จินดาพนั ธ์
เลขที่ 151 ตาบลคหู าสวรรค์
อาเภอเมอื งพัทลุง จงั หวัดพัทลุง

โทร 074: 613521

โรตกี รอบคลองลาหลิง
กล่มุ แม่บ้านเกษตรกรคลองลาหลงิ

นางรมย์ เกื้อเสง้
เลขท่ี 51 หมทู ่ี 13 ตาบลตานาน
อาเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลงุ

โทร 074: 614890

ปั้นสบิ ชัยบรุ ี
นางประพนั ธ์ แสงเอยี ด
เลขท่ี 23 หมูท่ี 8 ตาบลชัยบุรี
อาเภอเมืองพทั ลุง จงั หวดั พัทลุง
โทร 089: 295-8190

เหด็ ทอดนาโหนด
นายชยั ยงค์ คชพันธ์
เลขที่ 190 หมูที่ 11 ตาบลนาโหนด
อาเภอเมอื งพทั ลุง จงั หวัดพัทลงุ
โทร 074: 641082

กงุ้ ส้ม
นางสาวอญั ชิสา จันทร์ชู
เลขที่ 125/1หมูท่ี 10 ตาบลลาปา
อาเภอเมืองพทั ลุง จงั หวดั พัทลุง

โทร 086: 2918817

2. ประเภทเครอ่ื งด่ืม

ว๎นุ มะพรา๎ วทับทมิ ไทย
นายชัชชลติ ปุรินทราภิบาล
เลขที่ 389/2 ถนนราเมศวร์ ตาบลคูหาสวรรค์
อาเภอเมืองพทั ลุง จังหวดั พทั ลงุ

โทร 074:613545

3. ประเภทของใช/้ ของตกแต่ง/ของทีร่ ะลึก นา้ ผลไม้ 3 ส
นายสมหมาย บวั มา
เลขที่ 75 หมู่ที่ 1 ตาบลรม่ เมอื ง
อาเภอเมอื งพัทลุง จงั หวัดพัทลุง
โทร 087:2853250

กลองพรก
นายทนงค์ ประทุมเมท
เลขที่ 12 หมู่ท่ี 6 ถนนบา้ นโคกมะม่วง

ตาบลโคกชะงาย
อาเภอเมอื งพทั ลุง จงั หวัดพัทลงุ

โทร 089:7372045

กระดาษรีไซเคิล
นางศภุ นนั คงรกั ษ์
เลขที่ 56 ถนนเสนหํ ์เจรญิ
ตาบลคูหาสวรรค์
อาเภอเมืองพทั ลงุ จังหวัดพัทลุง
โทร 089:2981910

ดอกไมป๎ ระดิษฐ์
นางซํอนกลน่ิ อณั ฑยานนท์
เลขที่ 13 ถนนเสนํหเ์ จริญ

ตาบลคหู าสวรรค์
อาเภอเมืองพัทลงุ จังหวดั พัทลงุ

โทร 081:9694423

ผลติ ภณั ฑ์จากกระดาษ
นางอวยพร ไทยกลาง
เลขท่ี 27 ถนนสปุ ระชาบาล

ตาบลคหู าสวรรค์
อาเภอเมืองพัทลุง จงั หวัดพัทลงุ

โทร 081:4793834

ผลติ ภัณฑโ์ อํงผา๎
นางอวยพร ไทยกลาง
เลขท่ี 27 ถนนสุประชาบาล ตาบล

คหู าสวรรค์
อาเภอเมืองพัทลุง จังหวดั พัทลุง

โทร 081:4793834

ภาพประดบั ตกแตงํ
นายศกั ยศ์ ร ภูมิศิริเลขท่ี 21ถนน

สุรนิ ทร์ ตาบลคูหาสวรรค์
อาเภอเมืองพทั ลงุ จงั หวัดพัทลงุ

โทร 080:7050718

กระเป๋าผ๎าเพน๎ ท์สี
นายศักย์ศร ภมู ิศิรพิ ฒั น์
เลขท่ี 21ถนนสุรนิ ทร์ ตาบลคูหาสวรรค์
อาเภอเมืองพทั ลุง จงั หวัดพัทลุง

โทร 080:7050718

โมเดลปนู พลาสเตอร์ยิปซัม
นายศกั ศร ภูมิศริ พิ ัฒน์
เลขที่ 21ถนนสรุ นิ ทร์
ตาบลคูหาสวรรค์

อาเภอเมืองพัทลงุ จังหวดั พทั ลงุ
โทร 080:7050718

ศนู ยร์ วมหัตถกรรมกะลามะพรา้ วเมืองพัทลงุ
อ.เมอื ง จ.พทั ลงุ

ศูนยร์ วมหตั ถกรรมกะลามะพรา๎ วเมอื งพทั ลงุ อยํทู ีห่ มํู 1 ตาบลชยั บรุ ี หํางจากตวั เมอื งไปตามเส๎นทาง
ท่ีแยกไสยวน ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นหมํูบ๎านหัตถกรรมผลิตภัณฑ์กะลาที่มีช่ือเสียง จนได๎ช่ือวํา “หมํูบ๎าน
กะลาเงินล๎าน” จากแนวความคิดของนายปลื้ม ชูคง ผู๎นาชุมชนเป็นผ๎ูริเร่ิม โดยมีการนากะลามะพร๎าวมา
ออกแบบเป็นภาชนะสาหรับใช๎ในครัวเรือน เครื่องประดับ เชํน ช๎อน ถ๎วยกาแฟ ถ๎วยน้า กระบวยตักน้า ทัพพี
โคมไฟและเคร่ืองประดับ ซึ่งจะสํงจาหนํายทั้งในประเทศและตํางประเทศ สนใจชมวิถีชีวิตชาวบ๎านและเลือก
ซอื้ ผลติ ภัณฑ์ ติดตํอนายปลื้ม ชูคง โทร. 0 7461 4512, 0 1465 5751

4. ประเภทผ้า เครือ่ งแต่งกาย

ผา้ ทอปรางหมูํ

การทอผา๎ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมทีม่ ีการสบื สานมาอยํางยาวนาน เสนํห์ของผ๎าทอลวดลายความ
ปราณลี ะเอยี ดอํอน ของเสน๎ ใยท่ีบรรจงถักทอออกมาเปน็ ผนื ผ๎า ผา๎ ทอในแตํละท๎องถ่ิน จะมีเอกลักษณเ์ ฉพาะ
ตน ในภาคเหนือ ภาคอสี าน ภาคกลาง นิยมเรียกผา๎ ทอออกเป็นลาย เชํน ผ๎ามดั หมี ผา๎ หางกระรอก ไหมแพร
วา ลายนา้ ไหล แตใํ นภาคใต๎ จะนิยมเรยี กผา๎ ทอตามแหลงํ ทีผ่ ลิต เชํน ผา๎ ทอพํมุ เรยี ง ผ๎าทอนาหม่นื สี ผา๎ ทอ
เกาะยอ ผา๎ ทอแพรกหา ผา๎ ทอลานขํอย ผา๎ ทอหนา๎ เกาะ ผา๎ ทอพนมวงั ก์ เปน็ ต๎นผ๎าทอจังหวดั พทั ลงุ เป็นภูมิ
ปญั ญาทม่ี ีการสบื สานกันมาต้ังแตํบรรพบุรุษแตํไมํเปน็ ทน่ี ยิ มกันมากนักจงึ ได๎เลิกทอกนั ไป ตอํ มาใน ปี 2522 ได๎
มีการฟื้นฟูการทอผา๎ ขน้ึ มาอกี ครั้งหนึง่ ในนามผ๎าทอแพรกหาจนเป็นที่ได๎รับความนิยมอยากแพรหํ ลาย ผา๎ ทอที่

เปน็ เอกลักษณ์ของกลมํุ คือ ผ๎าทอลายตาหลาง (ตาราง หรือตะราง) ผา๎ ทอลานตาหมุก
สามารถติดตํอได๎กลุมํ ทอผ๎าพัฒนาอาชีพตาบลปรางหมูํ หมูํที่ 7 ตาบลปรางหมํู อาเภอเมือง จังหวดั พทั ลงุ

โทร 087:2915948

บาติกศศิกร
นางสาวศศกิ ร จิตรภักดี
เลขที่ 1 ถนนสอุ ภัยบริรกั ษ์ ตาบลคูหาสวรรค์

อาเภอเมอื งพัทลุง จังหวดั พัทลงุ
โทร 074:617007

เสอ้ี บาตกิ ศตวรรษ
นางจาปี ชํวยนมุํ
เลขที่ 19/25 ถนนผดุงดอนยอ ตาบลคูหาสวรรค์
อาเภอเมืองพัทลงุ จังหวดั พทั ลุง
โทร 074:612230

5.ประเภทของใช้/ของตกแต่ง/ของท่รี ะลกึ
กะลามะพรา้ ว

มะพร๎าวเป็นพืชใบเล้ียงเด่ียวตระกูลปาล์ม สันนิษฐานวํา มะพร๎าวมีแหลํงกาเนิดอยํูบริเวณตั้งแตํ
แหลมมลายูไปจนถึงประเทศนิวซีแลนด์ ปัจจุบันการปลูกมะพร๎าวทากันในแถบเอเซีย และตามเกาะใน
มหาสมุทรแปซิฟิก มากกวําบริเวณอ่ืน ๆ เพราะมะพร๎าวชอบพ้ืนท่ีดินรํวนปนทราย มีปริมาณน้าฝนมากพอ
อากาศอบอุํนหรือคํอนข๎างร๎อนริมฝั่งทะเลที่น้าทะเลเข๎าถึง อุณภูมิประมาณ 27 องศาเซลเซียส เชํนประเทศ
ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และอินเดีย เป็นต๎นสันนิษฐานวํา มนุษย์นากะละมะพร๎าวมาใช๎ประโยชน์ในการ
ดารงชวี ิตตัง้ แตํสมัยกอํ นประวตั ศิ าสตร์ โดยใช๎เปน็ ภาชนะใสอํ าหาร ถ๎วย จาน ชาม จนกระทั้งเป็นต๎นแบบของ
ภาชนะตําง ๆ ในยกุ ตท์ ่มี นษุ ย์เร่มิ รู๎จกั ผลติ ภาชนะดินเผาขึ้นมาใชง๎ าน หรอื เริ่มรจ๎ู กั นาส่งิ ของทม่ี อี ยรูํ อบตัวมาใช๎
ประโยชน์ ประเทศไทยมีการนากะลามะพร๎าวมาระดิษฐ์เป็นของใช๎ ของประดับกันมานานแล๎ว และพบได๎ทั่ว
ทุกภาคของประเทศ เชํนกลุํมหัตถกรรมกะลามะพร๎าวบ๎านคอกวัว อาเภอเมือง จังหวัดพัทลุง กลุํมหัตถกรรม
กะลามะพร๎าว อาเภอควนขนุน กลุํมหัตถกรรมกะลามะพร๎าวบ๎านไรํเจ็ดสิบ อาเภอปุาพะยอม ได๎ผลิตออกมา
หลากหลายรูปแบบ เชนํ ถ๎วย ชาม ทัพพี ตะหลวิ ชอ๎ น ซอ๎ ม ตะเกยี บ พวงกุญแจ ท่ีเขี่ยบุหร่ี โคมไฟ แจกัน ป่ิน
ปักผม เข็มขดั ตํางหู โคมไฟ เป็นต๎น สามารถติดตํอได๎กลุํมหัตถกรรมกะลามะพร๎าวตาบลชัยบุรี หมูํที่ 1ตาบล
ชัยบุรี อาเภอเมอื งพทั ลุง จงั หวัดพัทลงุ โทร 074:614512

รูปหนังตะลุง

หนังตะลงุ เปน็ การละเลํนพืน้ เมืองทีส่ าคัญอยาํ งหนึ่งของภาคใต๎มาแตํโบราณ และสืบทอดมาจนถึง
ปัจจุบัน หนังตะลุงเป็นมหรสพท่ีได๎รับความนิยมจากผู๎ชมอยํางกว๎างขวาง การแสดงหนังตะลุงเป็นการแสดง
ความสามารถที่ถือวําเป็น อัจฉริยะสํวนตัวของนายหนังตะลุงผนวกกับการฝึกฝนจนมีความชานิชานาญ จึงจะ
สามารถแสดงหนังตะลุงให๎ประทับใจผู๎ชมได๎ หนังตะลุงมิใชํจะให๎แตํความบันเทิงแกํผ๎ูชมเทําน้ัน แตํยังได๎
สอดแทรกคติธรรม จริยธรรม การศึกษา แกํผ๎ูชมไปด๎วย จึงถือได๎วําหนังตะลุงมีบทบาทตํอความเป็นอยูํของ
ชุมชนในท๎องถ่ินภาคใต๎เป็นอยํางมาก เช่ือกันวํา หนังตะลุง เผยแพรํมาจากชวา (อินโดนีเซีย) มายังมาเลเซีย
แล๎วคนไทยทางภาคใต๎ไปได๎แบบอยํางมาอีกทีหนึ่งจากเมืองยะโฮร์ มาฝึกหัดเลํนในเมืองไทยเป็นครั้งแรกที่
จังหวัดพัทลุง ที่เรียกวํา หนังตะลุงนั้น คาวํา "หนัง" ก็คือเอาหนังวัว หนังควาย มาตัดฉลุเป็นรูป สํวนคาวํา
"ตะลงุ " ก็คงมาจากคาวํา "พัทลุง" น่ันเอง เคยมีคานิยมเรียกหนังตะลุงวํา "หนังควน" เพราะเกิดข้ึนท่ีบ๎านควน
มะพร๎าว อาเภอเมืองฯ จังหวัดพัทลุง เป็นแหํงแรก การแสดงหนังตะลุงเริ่มข้ึนในสมัยใด ไมํมีหลักฐานยืนยัน
แนํนอน พอจับเค๎าได๎วําคนไทยชาวภาคใต๎ ชื่อ ตานุ๎ย ตาหนักทอง และนายทองช๎าง ได๎แบบอยํางมาจากเมือง
ยะโฮร์ แลว๎ เอามาหัดเลนํ หนงั ตะลุงคณะแรก ก็คือ คณะของพวกตาน๎ุย ตาหนักทอง และนายทองช๎าง เพราะ
เดิมหนังตะลุงนิยมแสดงกันหลายคน แบํงกันพากย์ตามความถนัด แตํปัจจุบันหนังตะลุงนิยมพากย์คนเดียว
สามารถติดตํอได๎กลุํมหัตถศิลป์แกะภาพหนังเมืองพัทลุง เลขท่ี 426/4 ถนนราเมศวร์ ตาบลคูหาสวรรตค์
อาเภอเมืองพทั ลงุ จังหวดั พัทลงุ โทร 074:611790

6. ประเภทสมนุ ไพรทไี่ มใ่ ชอ่ าหาร

สมุนไพรกระเทยี ม
นางเพญ็ บุญ ศรีจนั ทร์
เลขท่ี 181 ถนนนม่ิ อรุณอุทศิ ตาบล

คูหาสวรรค์
อาเภอเมืองพัทลงุ จงั หวัดพทั ลุง

โทร 074:626185

แชมพสู ามราศรี สบสํู ามราศรี
นายประเสรฐิ ชานาญเวทย์
เลขที่ 18 ถนนราเมศวร์ ตาบลคหู าสวรรค์
อาเภอเมือง จังหวัดพทั ลงุ

โทร 086: 5986204

ยาดมสมุนไพร
นางศภุ นนั คงรักษ์
เลขที่ 56 ถนนเสนํหเ์ จรญิ ตาบลคหู าสวรรค์
อาเภอเมืองพทั ลุง จงั หวัดพัทลุง
โทร 087:2981910

อาหารพน้ื บ้านภาคใต้

อาหารไทยภาคใต้
อาหารของภาคใต๎จะมีรสเผ็ดมากกวําภาคอ่ืนๆ แกงท่ีมีช่ือเสียงของภาคใต๎ คือ แกงเหลือง

แกงไตปลา เคร่ืองจ้ิมก็คือ นา้ บดู ู และชาวใตย๎ งั นิยมนาน้าบูดูมาคลุกข๎าวเรียกวํา "ข๎าวยา" มีรสเค็มนา
และมีผักสดหลายชนิดประกอบ อาหารทะเลสดของภาคใต๎มีมากมาย ได๎แกํ ปลาหอยนางรม และก๎ุง
มงั กร เป็นตน๎

เม็ดเหรียง เป็นคาเรียกของคนภาคใต๎ มีลักษณะคล๎ายถ่ัวงอกหัวโต แตํหัวและหางใหญํกวํา
มาก สีเขียว เวลาจะรับประทานต๎องแกะเปลือกซึ่งเป็นสีดาออกกํอน จะนาไปรับประทานสดๆ หรือนาไปผัด
กบั เนื้อสัตว์ หรอื นาไปดองรับประทาน กบั แกงตํางๆ หรอื กบั นา้ พรกิ กะปิ หรอื กบั หลนก็ได๎

ลูกเนียง มีลักษณะกลม เปลือกแข็งสีเขียวคล้าเกือบดา ต๎องแกะเปลือกนอก แล๎ว
รับประทานเนื้อใน ซ่ึงมีเปลือกอํอนหุ๎มอยํู เปลือกอํอนนี้จะลอกออกหรือไมํลอกก็ได๎แล๎วแตํความชอบ ใช๎
รับประทานสดๆ กับน้าพริกกะปิ หลนแกงเผ็ด โดยเฉพาะแกงไตปลา ลูกเนียงที่แกํจัดใช๎ทาเป็นของหวานได๎
โดยนาไปต๎มให๎สกุ แล๎วใสมํ ะพร๎าวทึนทึกขูดฝอย และน้าตาลทรายคลุกให๎เข๎ากนั

ฝกั สะตอ มีลกั ษณะเปน็ ฝักยาว สีเขียว เวลารับประทานต๎องปอกเปลือกแลว๎ แกะเม็ดออก ใชท๎ ้งั เมด็
หรอื นามาหน่ั ปรุงอาหารโดยใช๎ผดั กบั เน้ือสัตว์หรอื ใสํในแกง นอกจากนย้ี ังใชต๎ ม๎ กะทิรวมกับผกั อ่นื ๆ หรอื ใชเ๎ ผา
ทง้ั เปลือกใหส๎ ุก แล๎วแกะเม็ดออกรับประทานกบั น้าพรกิ หรอื จะใช๎สดๆ โดยไมตํ อ๎ งเผาก็ได๎ ถา๎ ต๎องการเกบ็ ไว๎
นานๆ ควรดองเกบ็ ไว๎

อาหารพ้นื บ้านภาคใตท้ ี่มชี ื่อเสยี ง เชน่

แกงไตปลาน้าข้น

แกงส้มออกดิบ (คนู )

แกงหมกู ับลกู เหรียง

ผัดสะตอใสก่ ะปิ
ข้าวยา
ไกต่ ม้ ขม้ิน

น้าพรกิ มะม่วงเบา
ปลากระบอกตม้ ส้ม
ไกก่ อแหละ

รายช่ือโรงเรยี นในจงั หวัดพทั ลงุ (จากวิกพิ ีเดยี สารานกุ รมเสรี)

โรงเรียนมัธยม สพม.

อาเภอเมืองพัทลุง
 โรงเรียนประภัสสรรงั สติ
 โรงเรยี นพรหมพนิ ิตชยั บุรี
 โรงเรียนพัทลงุ
 โรงเรียนพัทลุงพิทยาคม
 โรงเรียนวชิรธรรมสถิต
 โรงเรยี นสตรพี ทั ลุง

อาเภอกงหรา
 โรงเรยี นกงหราพชิ ากร
 โรงเรียนชะรดั ชนปู ถมั ภ์

อาเภอเขาชัยสน
 โรงเรียนเขาชยั สน
 โรงเรียนหานโพธิ์พทิ ยาคม

อาเภอควนขนนุ
 โรงเรยี นควนขนุน
 โรงเรียนดอนศาลานาวิทยา
 โรงเรียนนาขยาดวิทยาคาร
 โรงเรยี นปัญญาวธุ
 โรงเรยี นพนางตงุ
 โรงเรยี นอุดมวิทยายน

อาเภอปากพะยูน
 โรงเรียนควนพระสาครินทร์
 โรงเรยี นปากพะยนู พิทยาคาร
 โรงเรยี นมัธยมเกาะหมาก
 โรงเรียนหารเทารงั สีประชาสรรค์



อาเภอศรบี รรพต
 โรงเรยี นตะแพนพิทยา
 โรงเรยี นศรบี รรพตพิทยาคม

อาเภอตะโหมด
 โรงเรยี นตะโหมด
 โรงเรยี นประชาบารุง

อาเภอป่าพะยอม
 โรงเรียนนคิ มควนขนนุ วิทยา
 โรงเรยี นป่าพะยอมพิทยาคม

อาเภอบางแก้ว
 โรงเรียนบางแกว้ พิทยาคม

อาเภอป่าบอน
 โรงเรียนป่าบอนพิทยาคม

วทิ ยาลยั /อาชีวศึกษา

 วิทยาลยั เทคนิคพทั ลุง อาเภอเมืองพัทลุง
 วทิ ยาลัยสารพดั ชา่ งพัทลุง อาเภอเมืองพัทลงุ
 วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลงุ อาเภอเมือง
 วทิ ยาลัยเทคนคิ ป่าพะยอม อาเภอปา่ ยอม
 วิทยาลยั การอาชีพควนขนนุ อาเภอควนขนุน
 วทิ ยาลยั การอาชีพบางแกว้ อาเภอบางแก้ว
 วทิ ยาลัยนาฏศลิ ปพัทลงุ อาเภอเมอื ง

มหาวทิ ยาลยั

 มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณป่าพะยอม

โรงเรยี นเอกชน

 โรงเรียนพณิชยการพัทลงุ อาเภอเมอื งพทั ลุง
 โรงเรยี นอนุบาลเสรมิ ปญั ญา อาเภอเมืองพทั ลงุ
 โรงเรยี นอนบุ าลเมตตาธรรม อาเภอเมืองพทั ลงุ
 โรงเรียนอนบุ าลเมตตาธรรม อาเภอเมืองพัทลงุ
 โรงเรยี นเรวดพี ทั ลุง อาเภอเมืองพัทลงุ
 โรงเรยี นมธั ยมพัทลุง อาเภอเมอื งพัทลงุ
 โรงเรยี นอารียาศึกษา อาเภอควนขนุน
 โรงเรยี นอนบุ าลธนะวทิ ย์ อาเภอตะโหมด
 โรงเรยี นอนุบาลสขุ คณะ อาเภอปากพะยูน
 โรงเรียนอนบุ าลสนิ ธนา อาเภอตะโหมด
 โรงเรยี นอนบุ าลพัทลุง อาเภอเมืองพัทลุง

โรงเรยี นเอกชนสอนศาสนา

 โรงเรยี นศาสนูปถมั ภ์ปากพะยูนมูลนิธิ อาเภอปากพะยูน
 โรงเรียนประทีปศาสนว์ ิทยามูลนิธิ อาเภอปากพะยูน
 โรงเรยี นบา้ นนาบอน (อสิ ลามศกึ ษา) มลู นิธิ อาเภอกงหรา
 โรงเรียนอสิ ลามศาสตรม์ ลู นธิ ิ อาเภอกงหรา
 โรงเรยี นพฒั นาวทิ ยามูลนิธิ อาเภอกงหรา
 โรงเรยี นบารงุ อสิ ลามมลู นธิ ิ อาเภอกงหรา


Click to View FlipBook Version