The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การใส่สายยางเพื่อสวนล้างและการสวนล้างกระเพาะอาหาร<br>(Nasogastric tube<br>& gastric lavage)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เบญจวรรณ ขานเพราะ, 2023-06-26 02:12:38

การใส่สายยางเพื่อสวนล้างและการสวนล้างกระเพาะอาหาร (Nasogastric tube & gastric lavage)

การใส่สายยางเพื่อสวนล้างและการสวนล้างกระเพาะอาหาร<br>(Nasogastric tube<br>& gastric lavage)

การใส่สายยางเพื่อสวนล้างและการ สวนล้างกระเพาะอาหาร (Nasogastric tube & gastric lavage)


การใส่ Nasogastric tube วัตถุประสงค์ ของการใส่ NG tube 1.เพื่อให้อาหารทางสายยาง 2.ล้างกระเพาะกรณีผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือล้าง สารพิษ 3.หยุดเลือดกรณมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร 4.ต้องการนําน้ำ ย่อยไปตรวจวินิจฉัย NG tube หรือ Nasogastric Tube หมายถึง ท่อสายยาง ผ่านระหว่างรูจมูกลงไปยังกระเพาะอาหาร ซึ่งมักใช้เป็นทางเลือก แรกเมื่อจำ เป็นต้องให้อาหารในผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหาร ทางปากได้เองในปริมาณที่เพียงพอ และยังมีการทำ งานของระบบ ทางเดินอาหารปกติ โดยมักให้ในระยะสั้นๆ ไม่เกิน 4 สัปดาห์


1. ถาดสี่เหลี่ยม 1 ใบ สําหรับใส่ของใช้ 3.Asepto syring (ปลายเป็นกระเปาะ) ขนาด 50 ซีซี อุปกรณ์ที่ใช้ในการใส่สาย NG TUBE 2. สายกระเพาะอาหารชนิด เลวิน (Levin Tube) ขนาดที่ใช้ - ผู้ใหญ่เบอร์ 14F, 16F, 18F - เด็กโตเบอร์ 8F-12F - เด็กทารกเบอร์ 3F,5F,8F,10F 4. สารหล่อลืน เช่น K.Y Jelly หรือ Glycerine 5. ชามรูปไต 1 ใบ กระดาษสําหรับเช็ด ปาก 6. ผ้าก๊อส 1-2 ผืน 7.พลาสเตอร์ติด tube หรือสายผูก 8. Stethoscope 9.ไม้พันสำ ลีชุบน้ำ เพื่อทำ ความสะอาดรูจมูก 10. ถุงมือสะอาด


1. อธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจวัตถุประสงค์ และ การใส่สายยางให้อาหาร 2. ล้างมือ 3. เตรียมอุปกรณ์ 4. จัดท่าผู้ป่วย ( High fowler’s position) 5. คลุมผ้ากันเปื้อน 6. ทำ ความสะอาดโพรงจมูกและช่องปากตรวจดูรูจมูก ผนังกันรูจ มูกเพื่ิอเลือกใส่ข้างที่ดี ถ้าเป็นปกติทั้ง 2 ข้างเลือกข้างใดข้างหนึ่ง 7. เลือกขนาดสายยางตามความเหมาะสม วิธีการใส่สาย NG TUBE ขั้นตอนการปฏิบัติ วัดตำ แหน่งที่จะใส่สายให้อาหารลงสู่กระเพาะอาหารในผู้ใหญ่ ปลายจมูก ติ่งหู Xyphoiid process


ปาก/ปลายจมูก ติ่งหู กึ่งกลางระหว่างxyphoid กับสะดือเด็ก ระหว่างคิว/สันจมูก กึ่งกลางระหว่างxyphoid กับสะดือเด็ก วิธีการใส่สาย NG TUBE ขั้นตอนการใส่สาย NG TUBE ในเด็กอายุ 2ขวบขึ้นไป ขั้นตอนการใส่สาย NG TUBE ในเเด็กทารก


การตรวจสอบ ดูดสิ่งตกค้างออกช้าๆ จนหมด ถ้าสายยางเกิดการอุดตันข้ึน เช่น มีเศษอาหาร หรือเม็ดยาอุดตัน ให้ยก syringe ใส่สารละลายให้สูงข้ึนให้มากที่สุด หรือใช้วิธิีการบีบรูด (Milking) สายยาง ตำ แหน่งของสาย NG TUBE ใส่สายยางลงสู่กระเพาะอาหาร ทดสอบดูว่าปลายสายให้อาหาร อยู่ในกระเพาะจริง ถ้าใส่สารละลายเข้าไปแล้วดูดออกมาไม่ได้ อาจเป็นเพราะ สายยางเลื่อน ต้อง ใส่สายยางให้ลึกจากเดิมลงไปอีก 1-2 นิ้ว วิธีที่ 1 วิธีที่ 2 ดันลมจากกระบอกสูบประมาณ 10-15 cc. ใช้หูฟัง (stethoscope) ฟังลมที่แนวกระดูกซี่โครงใกล้บริเวณลิ้นปี่ เยื้องไปด้านซ้ายเล็กน้อย/เด็ก หรือทารก ดันลม 5-10 cc. จะ ได้ยินเสียงดัง“ฟึด”


2. เปลี่ยนพลาสเตอร์ติดสายให้อ ห้ าหารที่จมูกให้ผู้ป่วย เมื่อพลาสเตอร์ที่ติดสายให้อาหารที่จมูกมีร่อน แปะยึดไม่อยู่ หรือสกปรก ผู้ดูแลต้องทำ การเปลี่ยนเพื่อป้องกันการเลื่อนหลุดของสายยางให้อาหาร และป้องกันความสกปรกของคราบกาวที่จะติดกับสายยาง การดูแลผู้ป่วยระหว่างใส่สาย NG Tube 1. เช็คสายก่อนฟีดอาหารทุกครั้ง การฟีดอาหารผู้ป่วยที่ใส่สายให้อาหารทางจมูก ผู้ดูแลต้องมีการเช็ค สายว่าปลายสายอยู่ในกระเพราะอาหารหรือไม่โดยใช้หูฟังทางการ แพทย์(stetoscope) ฟังที่ลิ้นปี่ (xyphoid process) ก่อนใส่อากาศ เข้าไป 10 cc. ด้วย syringe feed อาหารเพื่อฟังเสียงลม 3.การบีบและรูดสายให้อ ห้ าหาร(Milking and stripping) ผู้ป่วยที่ใส่สายให้อาหารทางจมูก เมื่อฟีดอาหารทางสายบ่อยครั้ง จะทำ ให้สายให้อาหารมีคราบอาหารภายในสายได้ ดังนั้นหลังจากผู้ดู แลฟีดอาหารหรือนมให้ผู้ป่วยเสร็จ ในขณะที่ทำ การฟีดน้ำ ตาม ต้องมี การบีบและรูดสายให้อาหาร (milking and stripping) ในกรณีที่ สายให้อาหารมีคราบอาหารติดในสายเพื่อให้คราบอาหารหลุด ทำ ให้ ยืดอายุสายให้อาหารให้สะอาดได้นานขึ้น


5.ระวังสายให้อาหารดึงรั้ง เมื่อผู้ป่วยใส่สายให้อาหารผู้ดูแลต้องจัดท่าให้ผู้ป่วยเกิดความสุขสบาย และ ระวังสายให้อาหารดึงรั้ง เช่น การรั้งจากร่างกายผู้ป่วยทับสายให้อาหารขณะพลิก ตะแคงตัว หรือผู้ป่วยนอนทับสายให้อาหาร การดูแลผู้ป่วยระหว่างใส่สาย NG Tube (ต่อ) 4. เปลี่ยนสายให้อาหารตามระยะเวลากำ หนด การใส่สายให้อาหารมีกำ หนดระยะเวลาในการใส่สายให้อาหาร โดยปกติ แพทย์จะทำ การนัดวันที่ในการเปลี่ยนสายให้อาหารให้ เมื่อถึงครบกำ หนด เปลี่ยนสายให้อาหาร ผู้ดูแลต้องพาผู้ป่วยไปเปลี่ยนสายให้อาหารตามกำ หนด เพื่อป้องกันสายให้อาหารมีคราบสกปรกสะสมมากและป้องกันสายให้อาหารมี ฉีก ขาด จากการเสื่อมสภาพจากการใช้งาน และเมื่อเปลี่ยนสายให้อาหารควรใส่ สายให้อาหารคนละข้างกับรูจมูกเดิมเพื่อลดการกดทับของเนื้อเยื่อของผู้ป่วย 6.ระวังผู้ป่วยดึงสายให้อาหาร ผู้ป่วยหลายคน ไม่เคยใส่สายให้อาหารทางจมูกมาก่อน จะ มีความรู้สึกไม่สุขสบาย ระคายคอ เหมือนมีอะไรอยู่ในคอตลอด ทำ ให้อาจเผลอไปจับหรือดึงสายให้อาหารทำ ให้เกิดการเลื่อน หลุดของสายให้อาหารได้


โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1.Gastric Lavage เช่น Gastric cooling 2.Gastric Irrigation 3.Gastric Suction เช่น Gomco suction หมายถึง การสวนล้างกระเพาะอาหาร โดยการใส่สายยางที่มีขนาดใหญ่ เข้าไปใน กระเพาะอาหาร ล้างด้วยของเหลวที่เหมาะสมซึ่ง โดยทั่วไปนิยมใช้ 0.9% NSS เพื่อล้างพิษ อาหารที่ ไม่ย่อย หรือสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากกระเพาะ การล้างกระเพาะ (Gastric Lavage)


1.การล้างกระเพาะอาหาร (gastric lavage) หมายถึง การล้างกระเพาะอาหารด้วยสารละลายจำ นวน มาก เพื่อให้สารละลายแทรกซึมเข้าไปถึงรอยย่นของ กระเพาะอาหาร เพื่อชำ ระล้าง ๆ ส่วนของเยื่อบุ ช่วยเจือ จางสารพิษ ช่วยลดความหนืดของสิ่งคัดหลั่ง และทำ ให้ ถูกระบายออกมาอย่างสะดวก วัตถุประสงค์ 1. เพื่อชําระล้างสิ่งแปลกปลอมออกจากกระเพาะอาหาร 2. เพื่อเตรียมผ่าตัดหรือการตรวจวนิจฉัยโรค 3. เพื่อล้างสารพิษภายหลังการดื่มสารพิษ 4.เพื่อวินิจฉัยภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหารและห้าม เลือดที่ออกมา


1. ชุดสวนล้างกระเพาะอาหารปลอดเชื้อ 1. Syringe สวนล้าง 2.ชามรูปไต (500 มิลลิตร) 1 ใบ 2. นํ้ายาที่ใช้ในการสวนล้าง ชนิดของน้ำ ยาขึ้นอยู่กับ แผนการรักษาของแพทย์ เช่น Nss 3. ถังน้ำ สําหรับใส่สิ่งตกค้าง 4. หูฟัง (Stethoscope) 5.ผ้ากันเปื้อน 6. ถุงมือสะอาด อุปกรณ์ที่ใช้ ในการล้างกระเพาะอาหาร


1.ล้างมือให้สะอาด 2.เตรียมเครื่องมือที่จะใช้ให้ครบถ้วน 3. บอกให้ผู้ป่วยทราบและแนะนำ การปฏิบัติตัวขณะสวนล้าง 4.รองผ้ายางและผ้าขวางเตียงบริเวณศีรษะ และลำ ตัวผู้ป่วยส่วนบน 5. จัดท่าให้อยู่ในท่าศีรษะสูง(semi Fowler's position or high Fowler's position) 6. ใส่ NG tube หรือตรวจสอบตำ แหน่งสายยางก่อนล้างกระเพาะอาหาร 7.ต่อ Syringe กับ gastric tube ดูดเอาน้ำ ย่อยและสิ่งตกค้างในกระเพาะ อาหารออกให้หมดและใส่ขวดหรือชามรูปไตสำ หรับส่งตรวจ 8.ใช้ Syringe ดูด gastric content ออกมาเบาๆในช่วงแรกจนกระทั่ง ของเหลวระบายออกมาสะดวกโดยทั่วไป ในผู้ใหญ่จะใส่สารละลาย ประมาณ1,000-5,000cc ในเด็กจะใส่สารละลาย ประมาณ 1,000-2,000cc ขั้นตอนการปฏิบัติ การล้างกระเพาะอาหาร


1. ข้อห้ามล้างกระเพาะอาหาร -ในผู้ป่วยที่กินสารพิษประเภทกัดกร่อนอย่างแรง(strongcorrosive) -สารพิษพวกไอระเหย เช่น นํามันรถยนต์ -กรณีที่กินยานอนหลับ (barbiturate) เกินขนาดทำ ให้การดูดซึมยาเร็ว ขึ้น และกระตุ้นให้ทางเดินอาหารเกร็งตัวตีบแคบลง -ห้ามทำ ในผู้ป่วยที่รับประทานกรด ด่าง หรือสารในกลุ่ม hydrocarbon ซึ่งมีโอกาสที่ทำ ให้เกิดอาการสําลักได้ง่าย และระวังในผู้ที่สําลักได้ง่าย 2. การล้างกระเพาะอาหารอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ เช่น เกิดบาดแผล มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร สําลักสิ่งที่ออกมาจากกระเพาะอาหาร 3. ขณะที่ทำ การล้างกระเพาะอาหารถ้ามีเลือดออกต้องหยุดทันที 4. หมั่นตรวจสอบสัญญาณชีพและอาการทั่วไปของผู้ป่วยตลอดเวลา 5. ในกรณีใช้เครื่องดูดเสมหะระบบสุญญากาศจะต้องพร้อมที่จะใช้ได้เสมอ เพราะสายยางที่ใส่ทางปากมักทำ ให้ผู้ป่วยมีอาการหลั่งสิ่งคัดหลั่งออกมาก การล้างกระเพาะอาหารด้วยน้ำ เย็นจัด (gastric cooling) ข้อห้ามและข้อควรคำ นึงในการล้างกระเพาะอาหาร ความหมาย การล้างกระเพาะอาหารด้วยนําเย็นจัด หมายถึง การใส่ นําเย็นจัดลงไปในกระเพาะอาหารเพื่อดูดเอาก้อนเลือดออกมา เพื่อ ลดและห้ามเลือดบริเวณหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร **ปัจจุบันไม่นิยมใช้** วัตถุประสงค์ เพื่อห้ามเลือดชั่วคราวในรายที่มีการตกเลือด เป็นจำ นวนมาก จากทางเดินอาหารส่วนบน


2.การสวนล้างกระเพาะอาหาร (gastric irrigation) ความหมาย การสวนล้างสายยาง หมายถึง การใส่สารละลายปริมาณน้อย คือ ประมาณ 50-100cc. เข้าไปในสายยาง แล้วดูดสารละลายออกมาหรือปล่อย ให้ไหลออกมาเองเพื่ิอให้สิ่งที่อุดตันหรือตกค้างอยู่ใน สายยางหลุดออกมาได้ 1. เพื่อป้องกันหรือลดการอุดตันของสายยาง ซึ่งเกิด จากสิ่งคัดหลั่งที่ค้างอยู่ตามสายหรือลิ่มเลือดที่ค้างอยู่ ทำ ให้contentไม่ สามารถระบายออกมาได้ 2. เพื่อลดอาการท้องอืดจากแก๊สและสิ่งคัดหลั่งที่ค้างอยู่ ในกระเพาะอาหาร วัตถุประสงค์


การพยาบาล เท NSS 50-100 cc ลงในชามรูปไตใบใหญ่ ใช้ syringe ดูด nss ครั้งละ 30-50 cc ตามแผนการรักษา ต่อ syringe เข้ากับสายยางและดันสารละลายเข้าไปช้าๆ ทำ การสวนล้างสายชำ ระอีกครั้งจนกระทั่งได้ content ออกมาตามแผนการรักษา 1. 2. 3. วิธีปฏิบัติ (gastric irrigation) ตรวจสอบตำ แหน่งสายยางก่อนสวนล้างสายยางเสมอ ถ้าใส่สายเข้าไปแล้วดูดออกมาไม่ได้ อาจเป็นเพราะสายยาง เลื่อน ต้องใส่สายยางให้ลึกจากเดิมลงไปอีก 1-2 นิ้ว บันทึก I/o (intake/output) 1. 2. 3.


Gomco suction การใส่สายให้อาหารเพื่อระบายและต่อกับ เครื่องควบคุมความดันสูญญากาศ เพื่อระบาย สารคัดหลั่งลม ออกจากกระเพาะอาหาร 3.gastric suction


benchawan.k. การใส่สายให้อาหารทางจมูก. https://sites.google.com/a/bcn.ac.th กนกพรรณ เรืองนภา และ มาลัย ว่องชาญชัยเลิศ. การใส่สายให้อาหารทาง ปาก ในทารกแรกเกิด. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. การตรวจสอบตำ แหน่งของสายng. https://www.unitynursingcare.com unitynursingcare. การดูแลผู้ป่วยที่ใส่สายให้อาหารทางจมูก (NG Tube). https://www.nurse.kku.ac.th/index. สิริอร ขอยุน. (ม.ป.ป.). บทที่3 หลักการและเทคนิคการสวนล้าง และ การบันทึก ปริมาณนําเข้า-ออก.อุดรธานี:นีวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี.อุดรธานี อ้างอิง https://nursesoulciety.com


นางสาวนภัสรา สุขทน เลขที่ 21 รหัส 65118301055 นางสาวนภัสวรรณ พรหมเมืองขวา เลขที่ 22 รหัส 65118301056 นางสาวนภัสสร พ่อค้าช้าง เลขที่ 23 รหัส 65118301057 นางสาวนภารัตน์ สังข์วาลวงศ์ เลขที่ 24 รหัส 65118301058 นางสาวนฤมล วิเศษ เลขที่ 25 รหัส 65118301060 นางสาวนันทิดา ใจรักเรียน เลขที่ 26 รหัส 65118301061 นางสาวบุณยาพร ชุมพล เลขที่ 27 รหัส 65118301064 นางสาวเบญจวรรณ ขานเพราะ เลขที่ 28 รหัส 65118301065 นางสาวปติณญา เมืองเลน เลขที่ 29 รหัส 65118301067 นายปรเมศ แก่นจันทร์ เลขที่ 30 รหัส 65118301068 เรื่อง การใส่สายยางเพื่อสวนล้างและการสวนล้างกระเพาะอาหาร (Nasogastric tube& gastric lavage) เสนอ อาจาร์สิริอร ขอยุน จัดทำ โดย นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 รายวิชา การพยาบาลขั้นพื้นฐาน รหัสวิชา 0118300209 ปการศึกษา 2566 ภาคการศึกษาที่ 1 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุดรธาน


THANK YOU


Click to View FlipBook Version