The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตรวจสอบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by โมโม่ หนวดแมว, 2022-09-30 12:40:37

No1

ตรวจสอบ

กรณีศึกษา
ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ

&
Tesco Lotus
สำนักงานใหญ่ England

ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน)
(Bangkok Bank of Commerce: BBC)

จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2487
ในระยะแรกของการบริหารเป็นการจัดการโดยครอบครัว

และต่อมาได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2530

ปัญหาการทุจริตของธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด
(มหาชน)

เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2536
- เมื่อนายราเกซ สักเสนา ได้ขึ้นมาเป็นที่ปรึกษานายเกริก
เกียรติ ชาลีจันทร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่
- ในระยะนั้น ปัญหาการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อระบบ
เศรษฐกิจของประเทศไทย เป็นผลจากการที่ผู้บริหารธนาคารมี
การบริหารงานผิดวัตถุประสงค์
*โดยปล่อยสินเชื่อให้แก่ภาคอุตสาหกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้*

และการทำธุรกรรมด้านสินเชื่อเพื่อการครอบงำกิจการ
(Takeover Loans/Leveraged Buyout)

โดยไม่คำนึงถึงหลักประกันที่กำหนดตามหลักเกณฑ์ของ
ธนาคารพาณิชย์

อีกทั้งมีการปล่อยกู้ให้แก่ผู้บริหารธนาคารเอง (นาย
เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ และนายราเกซ สักเสนา) และพรรค
พวกของตน รวมถึงนักการเมืองที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด

กรณีศึกษาธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ

แสดงให้เห็นการทุจริตภายในองค์กร อันเป็นผลมาจากการขาดความ
โปร่งใสในการบริหารงาน

และในกระบวนการปล่อยสินเชื่อซึ่งมีการประเมินราคา
อสังหาริมทรัพย์มากเกินความเป็นจริง

รวมถึงการปล่อยกู้โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างเพียงพอ

นายราเกซ สักเสนา มีการใช้อำนาจหน้าที่จากตำแหน่งผู้บริหารระดับ
สูงโดยไม่เหมาะสม

เห็นได้จากการนำเงินไปซื้อกิจการทั้งภายในและต่างประเทศเป็น
จำนวน 36,266 ล้านบาท

ซึ่งแสดงให้เห็นการใช้สินทรัพย์ของกิจการในทางที่ผิด

ในปี พ.ศ. 2536–2537 ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ
มีปัญหาการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง

และจำเป็นต้องตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ จำนวน 3,000 ล้านบาท

มีการดำเนินธุรกรรมเพื่อระดมทุนจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

ซึ่งมีต้นทุนตํ่ากว่าเงินสกุลบาท เพื่อลดต้นทุนการกู้เงิน

อย่างไรก็ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในระยะเวลาดังกล่าวส่งผลให้
ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ไม่สามารถปล่อยกู้

ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด แต่ยังคงต้องแบกรับภาระการจ่าย
ดอกเบี้ยเงินฝาก จึงทำให้ผลประกอบการของธนาคารตกตํ่าและ

ขาดทุนในที่สุด

ภาพที่ 2 แสดงให้เห็นตัวอย่างข้อบกพร่องของระบบการควบคุมภายใน





ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด
มีการข้ามขั้นตอนเกณฑ์การพิจารณาการปล่อยสินเชื่อ โดย
ปล่อยกู้อย่างไม่เหมาะสมแก่บริษัทต่างประเทศที่เข้ามาลงทุน
ซื้อกิจการในประเทศไทย


รวมถึงการปล่อยกู้ให้กับกิจการในกลุ่มผู้บริหาร นายราเกซ
สักเสนา โดยใช้ที่ดินรกร้างในต่างจังหวัดค้ำประกันการกู้


ข้อบกพร่องของระบบการควบคุมภายใน ซึ่งนำไปสู่การปล่อย
กู้อย่างไม่ระมัดระวังและ
ไม่เหมาะสม ขาดการประเมินความสามารถในการใช้คืน และมี
การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกันเกินกว่าความเป็นจริง
ส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้เสียเป็นจำนวนถึง 60,000 ล้านบาท

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เข้ายึดและสั่งปิดกิจการธนาคาร
กรุงเทพฯ พาณิชย์การ ในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2539

มีการฟ้องศาลให้ดำเนินคดีกับนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์
และนายราเกซ สักเสนา

ว่าด้วยการกระทำผิดตามกฎหมายธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505
และกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ในข้อหาฉ้อโกงและยักยอกรวมทั้งสิ้น 17 คดี
ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 50,000 ล้านบาท

ต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำตัดสินเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2552
สั่งจำคุกนายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ เป็นเวลา 20 ปี
และปรับเป็นเงิน 3,100 ล้านบาท

ซึ่งต่อมาธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ
ต้องปิดกิจการลงในปี พ.ศ. 2541

ภาวะการล้มละลายของธนาคารกรุงเทพฯ
พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน)

ส่งผลกระทบต่อระบบการเงินและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย
เนื่องจากทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบธนาคารรวมถึง

ธนาคารแห่งประเทศไทย และพากันถอนเงินออกจากธนาคาร

จากกรณีศึกษาข้างต้น
จะเห็นได้ว่าการปล่อยกู้แก่โครงการที่มีความเสี่ยงสูง
ก่อให้เกิดปัญหาหนี้ด้อยคุณภาพซึ่งส่งผลกระทบต่อ
การดำรงอยู่ของกิจการ (Going Concern)

ปัญหาการขาดธรรมาภิบาล (Good Corporate Governance)
ยังส่งผลต่อเนื่อง (Domino Effects)

ทำให้สถาบันการเงินจำนวน 56 แห่ง ต้องปิดกิจการลง
ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่วิกฤติการเงินปี พ.ศ. 2540
ส่งผลเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

(Wonglimpiyarat and Tripipatkul, 2005)

Tesco Lotus สำนักงานใหญ่ England

เทสโก้โลตัส เป็นกลุ่มค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ และใหญ่เป็น
อันดับ 3 ขยายกิจการในประเทศอื่น ทั้งในและยุโรปและเอเชีย

บริษัทมีการรายงานกำไรเกินจริงไป 263 ล้านปอนด์ หรือราว 1.3
หมื่นล้านบาท และพบว่ามีรายงานที่ผิดพลาดมามากกว่า 3 ปีแล้ว

สำนักงานตรวจสอบการฉ้อโกงร้ายแรง ในอังกฤษ
(Serious Fraud Office) หรือ SFO

จะเริ่มเข้ามาดำเนินการ สืบหาสาเหตุที่พบว่า มีการตกแต่งบัญชีของ
บริษัท เทสโก้ ห้างค้าปลีกชื่อดังยักษ์ใหญ่ จนมีกำไรเกินจริงเมื่อปีที่แล้วถึง

263 ล้านปอนด์ หรือราว 1.3 หมื่นล้านบาท

และได้มีการสั่งพักงานผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทสโก้ จำนวน 8 คน
และในจำนวนผู้บริหาร ทั้ง 8 คน หาก SFO มีการสืบสวนสวนแล้ว
พบหลักฐานมีพฤติกรรมฉ้อโกงบริษัท นำไปสู่การถูกดำเนินคดี
และมีสิทธิติดคุกนานถึง 10 ปี เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญา

เรียกว่า การที่ SFO เข้ามาทำคดีเทสโก้
เพราะสืบพบว่ามีการตกแต่งบัญชีของบริษัทผลประกอบการเกินจริง

หลังจากเทสโก้ ต้องเผชิญวิกฤติหนัก
กำไรลดฮวบฮาบอย่างน่าใจหายถึง 99%
หรือหายไปเหยียบ 4 หมื่นล้านบาทนั้น มันไม่ใช่เรื่องปกติ

บริษัทเทสโก้ ซึ่งครองแชมป์ ห้างค้าปลีกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก
แจ้งกำไรผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ ดิ่งเหว ลงไปถึง 99%
เหลือแค่เพียง 9.6 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 300 ล้านบาท)

เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก เมื่อปี 2556 ที่ได้กำไรเป็นเงิน 1,300 ล้านดอลลาร์
(ราว 4.2 หมื่นล้านบาท)

เรียกว่า ภายในครึ่งปี กำไรของบริษัทเทสโก้ หายไปเกือบ 4 หมื่นล้านบาท

เรื่องนี้ ทำให้ เซอร์ริชาร์ด บรอดเบนต์ ประธานบริษัทเทสโก้
ตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่ง

ท่ามกลางปัญหาอื้อฉาวตกแต่งบัญชีบริษัท และรายได้ที่ลดลงอย่างดิ่งเหว
จนนับเป็นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเทสโก้ ที่ได้เปิด
ดำเนินกิจการมานานถึง 95 ปี

การขาดการกำกับดูแลกิจการและการควบคุมภายในที่สำคัญ



- การแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นและการตั้งเป้าหมายไม่สอดคล้องกับความเป็น
จริง สร้างแรงกดดันให้กับผผู้บริหาร เนื่องจากยอดของบริษัทไม่เป็นไป
ตามเป้าหมาย ส่งผลให้เกิดการตกแต่งตัวเลขทางบัญชี โดยเร่งบันทึก
รับรู้ได้เร็วเกินไป ขณะที่มีการเลื่อนการบันทึกค่าใช้จ่ายให้ช้าลง เพื่อทำให้
ผลกำไรที่แสดงในงบการเงินสูงกว่าความเป็นจริง



- คณะกรรมการบริษัท ขาดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจค้า
ปลีก และขาดการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งในเรื่องพฤติกรรมของผู้บริหาร
และแสวงหารายได้ของกิจการ




ผลกระทบ

- การปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อลดค่าใช้จ่าย ทำให้มีการลดจำนวนพนักงาน
ลงจำนวนหลายพันตำแหน่ง ยกเลิกเงินบำนาญพนักงาน
- ขายกิจการบางส่วน ตัดงบค่าใช้จ่ายในการลงทุนบางส่วน และไม่มีการจ่าย
เงินปันผลในปี 2014/2015

จัดทำโดย

นางสาวธิดารัตน์ ทองแหยม รหัสนักศึกษา 6424622008

นางสาววรณัน ภัทรปรากฏผล รหัสนักศึกษา 6424622018

นางสาววันวิสาข์ คงบู่ รหัสนักศึกษา 6424622021

นางสาวหฤทัย เปรมทวี รหัสนักศึกษา 6424622023

นางสาวกนกวรรณ ไชยศิริ รหัสนักศึกษา 6124621001


Click to View FlipBook Version