หนั งสือแนะแนวอาชีพ
PA t i s S i E R
CH E F
เชฟขนมหวาน
จัดทำโดย
นางสาว กัญจน์ ญาดา โกละกะ 5/4 12
คำนำ
หนั งสือแนะแนวอาชีพเชฟขนมหวานเป็ นส่วนหนึ่ งในรายวิชา
แนะแนวประจำปี การศึ กษา 2565 โดยผู้จัดทำหวังว่าการจัดทำ
หนั งสือแนะแนวเล่มนี้ จะเป็ นประโยชน์ ต่อผู้ต้องการจะศึ กษา
ประกอบการตัดสินใจไม่ไม่มากก็น้ อย
จัดทำโดย
นางสาว กัญจน์ ญาดา โกละกะ
table of 1.นิ ยามความหมายของอาชีพเชฟขนมหวาน
paticsosinetrencthef 2. ลักษณะงานและสถานที่ในการทำงาน
3. คณะสถาบันที่เปิ ดสอน
สารบัญ 4. คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
เชฟขนม 5. การเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ
6.ความก้าวหน้ าทางอาชีพ
หวาน 7. บรรณานุกรมและแหล่งอ้างอิง
นิ ยามความหมาย
เชฟขนมหวาน มีตำแหน่ งเทียบเท่ากับ Chef de cuisine แต่จะคุมแค่
ในส่วนของขนมหวาน เป็ นบุคคลทเตรียมส่วนผสมให้ถูกต้องครบถ้วน
เพราะถ้าผิดเพี้ยนเพียงนิ ดหน่ อยขนมรสชาติเปลี่ยนไปทันที และต้อง
ใส่จินตนาการ ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในขนมว่าหน้ าตาควรจะ
ออกมาเป็ นอย่างไรให้น่ ารับประทาน
หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่ความสร้างสรรค์ที่เราจะต้องสรรหาขนมเบเกอรี่
ใหม่ๆ มาให้ลูกค้า และต้องมีความรับผิดชอบให้ขนมของเรามีคุณภาพ
และมีประโชน์ กับลูกค้า
คณะ/มหาลัยที่เปิ ดสอน
วิทยาลัยนานาชาติสาขาการ
จัดการโรงแรม
วิชาการจัดการ เทคโนโลยีอาหารและ
ครัวและการ การบริการ,โรงเรียนการเรือน
ประกอบอาหาร
วิทยาศาสตร์การประกอบ
วิทยาลัยเทคโนโลยีธุ รกิจ อาหารและการจัดการบริการ
อาหารไทยและนานาชาติคณะ อาหาร
มนุษย์ศาสตร์
คุณสมบัติของการเป็ นเชฟ f
ขนมหวาน
มีประสบการณ์ในการทำงานด้านเบเกอรี่อย่างน้ อย 2 ปี ขึ้นไป
มีความรักในการทำขนม มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมเรียนรู้ส่ิงใหม่ๆ
สามารถเปิ ดรับสิ่ งใหม่ๆ และมีความมุ่งใหม่ในการหาวิธีใหม่ๆที่จะ
ทำให้ผลิตภัณฑ์ดีขึ้น
สามารถทำงานเป็ นกะ หรือล่วงเวลาได้
ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลา
สะอาด เป็ นระเบียบ สามารถทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย
che
ลักษณะการทำงานและ
สถานที่ทำงาน
เชฟเบเกอรี่จะต้องทำงานร่วมกับฝ่ ายอื่นๆ ในร้าน เช่น ทำงานร่วมกับ
พนั กงานขายเพื่อรับรู้ว่าเราขายขนมอะไรไปบ้างและต้องทำขนมอะไร
เพิ่มเติม ลูกค้าเป็ นอย่างไรชอบแบบไหน, ทำงานร่วมกับฝ่ ายจัดซื้อ
เพื่อแจ้งว่าต้องการวัตถุดิบอะไรบ้างในการทำขนม ต้องการปริมาณ
เท่าใด ต้องการเมื่อไหร่ หรืออาจจะต้องคุยกับเจ้าของร้านหรือที่
ปรึกษาร้านอาหาร สถานที่ทำงานจะมีความยืดหยุ่นมาก สามารถ
ทำได้ที่ร้านเบเกอรี่ต่างๆ ร้านกาแฟจนกระทั่งประจำในร้านอาหาร
โรงแรม
การเตรียมตัวเข้าสู่ อาชี พ
1. ตัดสินใจให้ได้ก่อนว่าอยากเรียนตามสถาบัน หรือเรียนรู้จากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานจริง
สามารถเลือกชะตาชีวิตเองได้เลยว่าจะเสียเงินแล้วเข้าไปเรียนกับสถาบันต่าง ๆ โดยสถาบันจะสอนเทคนิ ค
ต่าง ๆ ให้ รวมถึงทฤษฎีการคิดคำนวณและการบริหาร การจัดซื้อให้ด้วย ซึ่งจะได้เทคนิ คเยอะ ในเวลาอันสั้น
แต่จะขาดประสบการณ์ในการทำงานจริงและความคล่องตัวในการทำงานจริงต่ำ อีกทางเลือกคือการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์จริง โดยการสมัครงานและเรียนรู้จากหน้ างาน วิธีนี้ จะเหนื่ อย หนั ก นาน แต่ได้เงิน วิธีการทำ
บางอย่างอาจไม่ตรงตามตำราเรียน พวกนี้ ต้องอาศั ยทักษะและไหวพริบอย่างมากเพื่อที่จะเติบโตในสายงาน
หากเลือกทางนี้ ต้องเริ่มตั้งแต่เป็ นผู้ช่วยในครัว หรือ Pastry cook กัน
2. เลือกทำงานในสายที่ใช่ การเป็ นพาสทรี้เชฟนั่ น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำขนม คนที่รักจะเป็ นพาสทรี้เชฟ
ยังต้องเลือกอีกว่าตนเองนั้ นถนั ด และชอบในสายงานไหน เช่น สายโรงแรม สายร้านอาหาร สายโรงงาน
เป็ นต้น ซึ่งการทำงานเป็ นพาสทรี้เชฟให้กิจการที่แตกต่างกัน ก็ย่อมมีการปฏิบัติที่แตกต่างกันด้วย
การเตรียมตัวเข้าสู่ อาชี พ
3. พัฒนาฝี มือและขยับฐานะจากพาสทรี้กุ๊กให้เป็ นพาสทรี้เชฟ คำว่า”เชฟ”นั้ น ใช่ว่าจะได้มา
โดยง่าย ต้องผ่านการฝึ กฝน เรียนรู้การคิดคำนวณ และการดูแล การจัดการต่าง ๆ มากมาย
ทั้งนี้ แต่ละคนอาจใช้เวลาพัฒนาจากการเป็ นกุ๊กไปสู่เชฟไม่เท่ากัน โดยส่วนใหญ่จะใช้เวลา
ประมาณ 3 – 5 ปี
4. อย่าหยุดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองไปเรื่อย ๆ เนื่ องจากเทรนด์ของขนมเปลี่ยนไปเรื่อย
ๆ และมีวิทยาการใหม่ ๆ เข้ามา พาสทรีเชฟจึงต้องเรียนรู้สิ่ งใหม่ ๆ ตลอดเวลา อีกทั้งยังต้อง
ทดลองสูตรใหม่ ๆ และสั่ งสมประสบการณ์ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ความก้าวหน้ าทางอาชีพ
เส้นทางอาชีพของเชฟเบเกอรี่ก็จะคล้ายๆ กับอาชีพเชฟ ที่
สามารถขยับไปเป็ นได้ทั้ง Food stylist, ที่ปรึกษา, นั กคิดค้น
สูตร, ผู้ประกอบการ ฯลฯ
แหล่งอ้างอิง
https://www.a-chieve.org/information/detail/chef-bakery/
https://www.admissionpremium.com/innovation/news/5323
https://intrend.trueid.net/bangkok/ก้าวแรก-เริ่มเรียนรู้สู่การเป็ น-pastry-chef-trueidintrend_89172
https://th.wikipedia.org/wiki/ปาตีซีเย
https://www.wongnai.com/food-tips/kitchen-family-tree