The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติประเทศไทย-ชัญญา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Apiwat Wangkahat, 2022-08-16 00:37:51

ประวัติประเทศไทย-ชัญญา

ประวัติประเทศไทย-ชัญญา

ประวัตปิ ระเทศไทย

ประเทศไทย มีชื่ออย่างเปน็ ทางการว่า ราชอาณาจักรไทย เป็นรัฐชาตอิ ันต้งั อยูใ่ นภูมิภาคเอเชยี
ตะวันออกเฉยี งใต้ เดมิ มชี อื่ ว่า "สยาม" รฐั บาลประกาศเปลี่ยนช่ือเป็นประเทศไทยอยา่ งเป็นทางการต้งั แตป่ ี
2482 ประเทศไทยมีขนาดใหญเ่ ป็นอนั ดบั ท่ี 50 ของโลก มีเนื้อท่ี 513,120 ตารางกิโลเมตร[10] และมีประชากร
มากเปน็ อันดบั ท่ี 20 ของโลก คอื ประมาณ 70 ล้านคน มอี าณาเขตติดตอ่ กบั ประเทศพม่าทางทศิ เหนือและ
ตะวนั ตก ประเทศลาวทางทิศเหนือและตะวนั ออก ประเทศกัมพูชาทางทศิ ตะวนั ออก และประเทศมาเลเซยี ทาง
ทิศใต้ กรุงเทพมหานครเปน็ ศนู ย์กลางการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ และนครใหญส่ ดุ ของประเทศ และการ
ปกครองส่วนภมู ิภาค จัดระเบยี บเป็น 76 จังหวดั [11] แมจ้ ะมีการสถาปนาระบอบราชาธิปไตยภายใตร้ ัฐธรรมนญู
และประชาธปิ ไตยระบบรัฐสภา ในปี 2475 แตก่ องทัพยงั มบี ทบาทในการเมอื งไทยสงู โดยมรี ัฐประหารครั้ง
ลา่ สุดในปี 2557

พบหลักฐานการอยอู่ าศยั อย่างตอ่ เนอ่ื งในอาณาเขตประเทศไทยปจั จุบนั ตั้งแต่ 20,000 ปีก่อน
ครสิ ตกาล ชาวไทเริ่มอพยพเขา้ สบู่ รเิ วณนใ้ี นครสิ ต์ศตวรรษที่ 11 แลว้ เข้ามาต้ังแว่นแคว้นต่าง ๆ ทีส่ าคญั
ไดแ้ ก่ อาณาจักรสุโขทัย อาณาจักรลา้ นนาและอาณาจกั รอยุธยา นักประวตั ศิ าสตร์มักถือวา่ อาณาจักรสโุ ขทัย
เป็นจดุ เริ่มตน้ ของประวตั ิศาสตรไ์ ทย ตอ่ มาอาณาจักรอยุธยาค่อย ๆ เรอื งอานาจมากข้ึนจนเปน็ มหาอานาจใน
ภมู ภิ าคในปลายคริสตศ์ ตวรรษท่ี 14 แทนจกั รวรรดิเขมร อาณาจักรอยธุ ยาสามารถผนวกสโุ ขทยั เขา้ เป็นส่วน
หนง่ึ ของตนได้ การตดิ ต่อกบั ชาติตะวันตกเรมิ่ ดว้ ยผูแ้ ทนทางทตู ชาวโปรตเุ กสในปี 2054 การสงครามกบั พมา่
นาไปสู่การเสยี กรงุ ในปี 2112 แตส่ มเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงประกาศอสิ รภาพในเวลา 15 ปี อาณาจกั ร
รุ่งเรอื งอย่างมากในรชั กาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่หลังจากน้ันคอ่ ย ๆ เสื่อมอานาจโดยมีสาเหตุสว่ น
หน่งึ จากการผลดั แผน่ ดนิ ทม่ี กี ารนองเลือดหลายรัชกาล จนสุดท้ายกรงุ ศรอี ยธุ ยาถกู ทาลายสิ้นเชิงในปี
2310 สมเดจ็ พระเจ้ากรงุ ธนบุรี ทรงรวบรวมแผ่นดินทแ่ี ตกออกเป็นกก๊ ต่าง ๆ และสถาปนาอาณาจกั รธนบรุ ีทมี่ ี
อายุ 15 ปี ความวุ่นวายในชว่ งปลายอาณาจักรนาไปส่กู ารสาเรจ็ โทษพระองคโ์ ดยพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอด
ฟา้ จุฬาโลกมหาราช ปฐมราชวงศจ์ ักรีแหง่ กรงุ รตั นโกสินทร์

ช่วงตน้ กรงุ รัตนโกสนิ ทร์ อาณาจักรสามารถรับมอื กบั ภัยคกุ คามจากชาติใกลเ้ คยี ง แตห่ ลงั รัชกาล
พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั เปน็ ต้นมา ชาตติ ะวนั ตกเรมิ่ มีอิทธิพลในภูมิภาคเปน็ อย่างมาก นาไปสู่
การเขา้ เป็นภาคีแหง่ สนธิสญั ญาไม่เปน็ ธรรมหลายฉบบั เรมิ่ จากสนธิสัญญาเบาวร์ ิง กระน้นั สยามไมต่ กเปน็
อาณานคิ มของตะวนั ตกชาติใด มีการปรับใหส้ ยามทนั สมยั และรวมอานาจปกครองในรัชกาลพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั สยามเข้ารว่ มกับฝา่ ยสมั พันธมติ รในสงครามโลกคร้ังที่หนง่ึ ในปี 2460 ในปี 2475
เกดิ การปฏิวตั ิเปลยี่ นแปลงการปกครองส่รู ะบอบราชาธิปไตยภายใตร้ ฐั ธรรมนูญโดยไม่เสียเลือด
เนอ้ื คณะราษฎรมีบทบาทนาทางการเมือง และในพุทธทศวรรษ 2480 นายกรฐั มนตรี จอมพล แปลก พบิ ูล
สงคราม ดาเนินนโยบายชาตนิ ยิ มเขม้ ข้น ระหวา่ งสงครามโลกคร้ังทีส่ อง ไทยเขา้ กบั ฝา่ ยอักษะ แต่ฝา่ ย
สมั พนั ธมติ รสว่ นใหญไ่ ม่ยอมรบั การประกาศสงคราม[12] ในช่วงสงครามเย็น ประเทศไทยเปน็ พนั ธมิตรกับสหรัฐ
ซ่งึ สนับสนนุ รฐั บาลทหาร รัฐประหารท่ีมจี อมพล สฤษด์ิ ธนะรัชตเ์ ปน็ หัวหน้าคณะในปี 2500 นาประเทศเขา้ สู่
ยุคเผด็จการทหารอยา่ งเบด็ เสร็จ รัฐบาลฟน้ื ฟูพระราชอานาจและดาเนินนโยบายต่อต้านคอมมวิ นิสตใ์ นภมู ภิ าค
ผลของเหตกุ ารณ์ 14 ตุลา 2516 ทาให้เกดิ ประชาธิปไตยระบบรัฐสภาชว่ งส้นั ๆ[13] แตห่ ลังจากเหตุการณ์ 6
ตุลา และรัฐประหารปี 2519 ทาให้ประเทศไทยกลบั เข้าสู่เผดจ็ การทหารและ "ประชาธปิ ไตยครึ่งใบ" ประเทศ
ไทยมนี ายกรฐั มนตรจี ากการเลือกตงั้ ครั้งแรกในปี 2531[14] หลังพทุ ธทศวรรษ 2540 มวี ิกฤตการเมอื งระหว่าง
ฝ่ายที่สนบั สนนุ และตอ่ ตา้ นอดตี นายกรฐั มนตรที ักษิณ ชินวตั รมาจนปัจจุบนั รวมท้ังเกดิ รัฐประหารสองคร้งั โดย
ครง้ั ล่าสุดเกิดในปี 2557 รฐั ธรรมนญู ฉบบั ปัจจุบนั เป็นฉบบั ที่ 20 ประกาศใช้เมอ่ื วันที่ 6 เมษายน 2560

ประเทศไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ เอเปก และเป็นผรู้ ่วมก่อตง้ั อาเซียน ประเทศไทยเป็นพนั ธมติ ร
ของสหรัฐตัง้ แต่สนธิสัญญาซโี ตใ้ นปี 2497 ถอื เปน็ ประเทศอานาจนาภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใตแ้ ละ
ประเทศอานาจปานกลางในเวทโี ลก[15]:104 ประเทศไทยเปน็ ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง-สูงและประเทศ
อตุ สาหกรรมใหม่ มรี ายได้หลกั จากภาคอตุ สาหกรรมและบริการ การเปลย่ี นแปลงทางเศรษฐกจิ ทาใหม้ ีการ
อพยพเข้าสู่เมืองในครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 20 ตามประมาณการในปี 2562 จีดีพขี องประเทศไทยมีมูลคา่ ราว
516,662 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับว่าเศรษฐกจิ ไทยเปน็ เศรษฐกจิ ใหญส่ ุดเปน็ อนั ดับ 2 ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
และใหญ่เป็นอนั ดับที่ 25 ของโลก

ชื่อเรียก

SPPM Mongkut Rex Siamensium
(สมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหามงกฎุ พระเจ้ากรุงสยาม)
พระปรมาภไิ ธยของพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ชาวตา่ งชาตเิ รียกอาณาจกั รอยธุ ยาว่า "สยาม" เมือ่ ราวปี 2000[16]:73 ยอรช์ เซเดส์ นกั ประวตั ิศาสตร์
ชาวฝรง่ั เศส เขียนว่ามกี ารพาดพิงทาสหรือเชลยศึกซเี อม (Syam) ในจารกึ อาณาจักรจามปาในคริสต์ศตวรรษท่ี
11[17]:190–191, 194–195 ทวา่ คนไทยไม่เคยเรยี กตนเองว่า "สยาม" หรือ "ชาวสยาม" เลย[18] สว่ นคาวา่ "คนไทย" น้นั
จดหมายเหตลุ าลูแบร์ได้บนั ทกึ ไวช้ ัดเจนวา่ ชาวอยธุ ยาเรยี กตนเองเช่นนั้นมานานแล้ว

เดมิ ประเทศไทยเคยใชช้ ือ่ วา่ สยาม มาแต่รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว โดยปรากฏใช้
เป็นชอื่ ประเทศชัดเจนในปี 2399[19] ต่อมา เม่ือวันที่ 24 มิถนุ ายน 2482 รัฐบาลจอมพล ป. พบิ ูลสงคราม ออก
ประกาศสานกั นายกรัฐมนตรวี ่าดว้ ยรฐั นิยม ฉบบั ท่ี 1 เปลยี่ นช่ือประเทศ พร้อมกับเรียกประชาชน และสญั ชาติ
จาก "สยาม" มาเป็น "ไทย" ซง่ึ จอมพล ป. ตอ้ งการบอกว่าดินแดนนเ้ี ปน็ ของชาวไทยมิใชข่ องเชอ้ื ชาติอนื่ ตาม
ลทั ธิชาตินิยมในเวลานัน้ [20]:57–8 ตอ่ มามีการเปลย่ี นชื่อประเทศกลบั เปน็ สยามอีกชว่ งสัน้ ๆ เมื่อปี 2488 และ
เปลี่ยนกลับมาใช้ว่าไทยอีกครั้งเมื่อปี 2491 ซ่งึ เปน็ ช่วงที่จอมพล ป. พบิ ลู สงครามกลบั มาเป็นนายกรฐั มนตรี
การเปลย่ี นชื่อในครงั้ น้ียังเปลีย่ นจาก "Siam" ในภาษาอังกฤษและภาษาฝร่ังเศส เป็น "Thaïlande" ในภาษา
ฝรง่ั เศส และ "Thailand" ในภาษาองั กฤษอย่างในปัจจุบัน[18] อยา่ งไรกต็ าม ชอ่ื สยาม ยังคงเป็นท่รี จู้ ักกันอยา่ ง
แพรห่ ลายทัง้ ในและต่างประเทศ

ในความหมายอย่างเครง่ ครดั คาว่า "ไทย" หมายถงึ ประเทศไทยในช่วงหลังการเปลย่ี นชือ่ ประเทศหลงั
ปี 2482 โดยเวน้ ชว่ งสน้ั ๆ ทเี่ ปล่ียนกลับไปเปน็ ชือ่ "สยาม" ระหว่างปี 2488–91 ดังกลา่ วข้างต้น ทวา่ ใน
ความหมายอย่างกวา้ ง คาว่า "ไทย" อาจใชห้ มายถึงราชอาณาจักรทั้งหลายซ่งึ นกั ประวัติศาสตร์กระแสหลกั ถือ
เป็นราชธานขี องคนไทยตง้ั แตอ่ าณาจกั รสโุ ขทยั เรื่อยมาจนถงึ ปจั จบุ นั

ประวตั ิศาสตร์

ยุคก่อนประวตั ศิ าสตร์

แผนท่ีแสดงการกระจายทางภูมศิ าสตรข์ องผพู้ ดู ภาษาตระกูลขร้า-ไท จะเห็นรูปแบบทั่วไปของการย้ายถ่ินของเผา่ ทพ่ี ดู ภาษาไทตามแมน่ ้าและชอ่ งเขาต่าง ๆ

มีหลักฐานบง่ ช้วี ่ามมี นุษย์อยอู่ าศัยในอาณาเขตประเทศไทยปัจจบุ นั อย่างต่อเนือ่ งมาตง้ั แต่ยุคหนิ เกา่
อยา่ งนอ้ ยราว 20,000 ปี[22]:4 พบหลักฐานการปลกู ขา้ วเกา่ แกส่ ดุ เมือ่ 2,000 ปีก่อนครสิ ตกาล[21]:4 ยุคสารดิ
เกิดข้นึ ระหวา่ ง 1,250–1,000 ปกี อ่ นครสิ ตกาลโดยคาดวา่ รับมาจากตอนใตข้ องจนี [21]:4 แหลง่ โบราณคดีบา้ น
เชยี งในจังหวัดอุดรธานีจัดเป็นศนู ย์การผลติ ทองแดงและสาริดเกา่ แกท่ สี่ ุดในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
[23] ประมาณ 500 ปีก่อนครสิ ตกาลเริ่มปรากฏการใชเ้ หลก็ [21]:5 อาณาจักรฟูนันเป็นอาณาจักรแรกสดุ และทรง
อานาจทสี่ ุดในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ เจรญิ ขึ้นเมือ่ ศตวรรษที่ 2 กอ่ นคริสตกาล[22]:5 ต่อมา ชาวมอญอาศัยช่วง
ท่ฟี ูนันเสือ่ มลงตงั้ อาณาจกั รของตน คือ อาณาจักรทวารวดแี ละอาณาจกั รหรภิ ญุ ชยั ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 6 ส่วน
ชาวเขมรตงั้ อาณาจักรใหญม่ ีศนู ยก์ ลางอยทู่ ี่องั กอรใ์ นครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 9[22]:7 อาณาจักรตามพรลงิ ก์เปน็ รัฐมลายู
ท่ีควบคุมการคา้ ผ่านช่องแคบมะละกาทท่ี รงอานาจทีส่ ุด เจริญขึ้นในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 10[22]:5

ไทยสยามจัดอยูใ่ นกลุม่ ชาวไท (Tai people) ซ่ึงปจั จุบนั อาศัยอยู่ในบริเวณทิศตะวันออกเฉยี งใตข้ อง
ทวปี เอเชยี แผน่ ดนิ ใหญ่ โดยมีภาษารว่ มกนั [24]:2 หลกั ฐานจีนบันทกึ ถึงชาวไทคร้ังแรกในศตวรรษท่ี 6 ก่อน
คริสตกาล เดิมมีแนวคดิ เก่ยี วกบั ถิน่ กาเนิดของชนชาติไทอยูห่ ลายแนวคิด เดวดิ เค. วยั อาจ (David K. Wyatt)
ระบวุ ่าบรรพบรุ ุษของชาวไทในประเทศลาว ไทย พม่า อนิ เดียและจนี ปัจจบุ ันเป็นกลุม่ ท่อี าศัยอยใู่ นแถบเดยี น
เบยี นฟใู นช่วงครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 5 ถงึ 8[24]:6 ราวครสิ ต์ศตวรรษที่ 11 เร่มิ มคี นไทมาอยู่อาศัยในอาณาเขตประเทศ
ไทยปจั จุบันซึ่งในเวลานั้นมีอาณาจกั รมอญและเขมรอย[ู่ 25] ทาให้วัฒนธรรมไทยได้รบั อทิ ธพิ ลจากอินเดยี มอญ
และเขมร[26]

อาณาจกั รสุโขทยั และแคว้นต่าง ๆ

ดบู ทความหลักท:่ี อาณาจกั รสุโขทยั และ อาณาจักรล้านนา

เขตอทิ ธพิ ลในแหลมอินโดจีน ปลายครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 13

เมอ่ื จกั รวรรดิขแมร์และอาณาจกั รพกุ ามเส่ือมอานาจเมือ่ ต้นคริสตศ์ ตวรรษที่ 13 ทาให้เกดิ รัฐใหม่ขนึ้ เปน็
จานวนมากในเวลาไล่เล่ียกนั อาณาจักรของชาวไทกินอาณาบรเิ วณตงั้ แต่ทศิ ตะวนั ออกเฉียงเหนือของประเทศ
อนิ เดียปัจจบุ ันจนถึงทศิ เหนอื ของลาว และลงไปถงึ คาบสมทุ รมลาย[ู 24]:38–9 ระหว่างคริสต์ศตวรรษท่ี 13 มี
ประชากรชาวไทอาศัยอย่มู ่ันคงในอดตี ดินแดนแกนกลางของอาณาจกั รทวารวดีและอาณาจกั รลพบุรี จนถึง
ดินแดนนครศรีธรรมราช แตไ่ มม่ บี นั ทึกรายละเอยี ดการเขา้ มาของชาวไท[24]:50–1 ประมาณครสิ ต์ทศวรรษ 1240
(ประมาณปี 1780) พอ่ ขนุ บางกลางหาวรวบรวมกาลังกบฏต่อเขมร และราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์สโุ ขทยั
พระองคแ์ รก[24]:52–3 อาณาจักรสโุ ขทยั แผข่ ยายดินแดนออกไปอย่างกว้างขวางในรัชสมัยพอ่ ขนุ รามคาแหง
มหาราช จรดน่านและหลวงพระบางทางทิศเหนือ นครศรีธรรมราชทางทศิ ใต้ พุกามและมะตะบนั ทางทิศ
ตะวันตก[24]:55 อย่างไรก็ดี อาณาเขตอนั กวา้ งใหญน่ ้ีนา่ จะเกิดจากการสวามิภักดขิ์ องเจ้าท้องถน่ิ มากกวา่ [24]:55–
6 นอกจากนี้ พระองคย์ งั ทรงประดษิ ฐอ์ กั ษรไทย มเี ครอื่ งดินเผาสวรรคโลกเป็นสินค้าออกสาคัญ แตเ่ สถียรภาพ
ของอาณาจักรไดอ้ ่อนแอลงภายหลังการสวรรคตของพระองค์ ในรชั กาลพญาลไิ ท อาณาจักรรับอิทธพิ ลของ
ศาสนาพทุ ธนิกายเถรวาทแบบลงั กาวงศ์

ส่วนเหนือขึน้ ไป พญามงั รายซง่ึ สบื ราชสมบตั หิ ิรัญนครเงนิ ยางเชยี งราว ทรงตง้ั อาณาจักรลา้ นนาขึ้นในปี
1839 มศี ูนย์กลางอยู่ทเี่ ชยี งใหม่ ทรงรวบรวมแวน่ แคว้นขน้ึ ในแถบล่มุ แมน่ ้าปิง พระมหากษัตริย์ลา้ นนาลว้ นสบื
เชือ้ สายจากพระองค์ต่อเน่ืองกันกว่าสองศตวรรษ และสรา้ งเครอื ข่ายพันธมติ รทางการแตง่ งานกบั เจ้าเมืองต่าง
ๆ จรดแม่นา้ นา่ นทางทศิ ตะวนั ออกและเหนอื แมน่ ้าโขงขึน้ ไป[27]:8 ส่วนบรเิ วณเมืองท่าบรเิ วณลุ่มแม่นา้
เจา้ พระยาตอนล่าง มีการตัง้ สหพันธรฐั ในบรเิ วณเพชรบรุ ี สพุ รรณบุรี ลพบรุ แี ละอยธุ ยาในคริสตศ์ ตวรรษที่
11[27]:8

อาณาจักรอยุธยาและธนบุรี

ดบู ทความหลักท:ี่ อาณาจักรอยธุ ยา และ อาณาจักรธนบรุ ี

กรุงศรีอยธุ ยาในแผนท่ีฟรา มาอูโร (Fra Mauro) ประมาณปี 1993 ออกช่ือวา่ "ชิแอร์โน" (Scierno)

อาณาจกั รอยธุ ยากาเนิดจากลพบุรีและสุพรรณบรุ ที ่ีอย่ใู กลเ้ คียง พระเจา้ อทู่ องทรงกอ่ ต้ังกรงุ ศรีอยุธยา
เมือ่ ปี 1893 ในเขตเมอื งอโยธยาเดิม[28]:4 การปกครองของอาณาจกั รอยุธยามลี ักษณะเป็นเครือข่ายราชรัฐและ
จังหวัดบรรณาการทสี่ วามิภกั ด์ิตอ่ พระมหากษัตริยอ์ ยธุ ยาตามระบบมณฑล[29]:355 เน่ืองจากขาดกฎ
สบื ราชสมบัติ เม่ือใดทีม่ ีการผลดั แผ่นดนิ จะมีเจ้าหรือขนุ นางทรงอานาจยกทพั เข้าเมืองหลวงเพอ่ื อ้างสทิ ธิ์ทาให้
เกดิ การนองเลือดบอ่ ยคร้ัง[30] การขยายอาณาเขตช่วงแรกอาศัยการพิชิตดนิ แดนและการอภิเษกทางการเมอื ง
[28]:17 ในปี 1912, 1931 และ 1974 อาณาจักรอยธุ ยายกทพั ไปตีเมืองพระนคร (นครธม) เมอื งหลวงของ
จกั รวรรดขิ แมร์ ไดท้ ั้งสามครงั้ [28]:26 ทาใหอ้ าณาจักรอยุธยาเป็นมหาอานาจแทนจกั รวรรดิขแมร์ การเขา้
แทรกแซงสโุ ขทัยอยา่ งต่อเนื่องทาให้สโุ ขทัยตกเปน็ ประเทศราชและส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยธุ ยา
ตามลาดับ สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถทรงปฏิรปู การปกครองใหม่ ซ่งึ บางสว่ นไดใ้ ช้มาจนถึงรชั กาล
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั [28]:31 และทรงสถาปนาระบบศักดนิ า กอ่ ใหเ้ กดิ ระบบไพรซ่ ่งึ เปน็
แรงงานเกณฑใ์ หร้ าชการปลี ะหกเดือน[31]:107 อยา่ งไรกด็ ี การพยายามขยายอานาจไปยังรฐั สุลตา่ นมะละกาทาง
ใต[้ 22]:11, 13 และอาณาจกั รลา้ นนาไมป่ ระสบความสาเร็จ

การยดึ ครองมะละกาของโปรตเุ กสในปี 2054 ทาให้กรงุ ศรอี ยุธยาเริ่มตดิ ตอ่ กับชาตติ ะวันตก[31]:131 การ
ชงิ ความเป็นใหญร่ ะหว่างอาณาจกั รอยธุ ยาและอาณาจักรพม่าเหนอื เชียงใหม่และมอญทาให้ทงั้ สองขดั แย้งกัน
[28]:5 ขณะเดียวกนั ราชวงศ์ตองอขู องพม่าเร่ิมมีอานาจมากขน้ึ กระท่งั ขยายดนิ แดนมายังกรงุ ศรอี ยุธยาใน
รชั กาลพระเจา้ ตะเบ็งชะเวตี้และพระเจ้าบเุ รงนอง หลงั จากนน้ั กรงุ ศรอี ยธุ ยาตกเป็นประเทศราชของอาณาจักร
ตองอูในปี 2112[31]:146–7 สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราชทรงใชเ้ วลา 15 ปสี รา้ งภาวะครอบงาในลมุ่ แมน่ า้
เจ้าพระยาอกี ครง้ั หนง่ึ [27]:11

โกษาปานนาพระราชสาส์นของสมเด็จพระนารายณ์

ถวายแด่พระเจา้ หลยุ ส์ที่ 14

จากนั้น กรุงศรอี ยุธยายังมงุ่ เพ่มิ ความสมั พนั ธ์กับชาติยุโรปต่อมาอกี หลายรชั กาล[31]:164–5 ความสมั พนั ธ์
ระหว่างประเทศของอยุธยารุ่งเรอื งข้ึนอย่างมากในรัชกาลสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช ซง่ึ สถาปนา
ความสมั พนั ธท์ างการทตู กับฝรัง่ เศส ฮอลนั ดา และอังกฤษ ผเู้ ดินทางชาวยุโรปในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 16 และ 17
ยกอาณาจักรอยุธยาว่าเป็นสามมหาอานาจแห่งเอเชียร่วมกับจีนและอินเดยี [21]:ix อทิ ธพิ ลของชาวตา่ งชาตใิ นกรุง
ศรอี ยธุ ยาที่เพ่มิ ขึน้ ทาให้เกดิ ความเกลยี ดกลัวตา่ งชาติ จนลงเอยดว้ ยการปฏิวัติในปี 2231[31]:185–6 อย่างไรก็ดี
ความสมั พนั ธก์ ับชาติยุโรปอนื่ ยงั เปน็ ปกติและต่อมาบาทหลวงฝรง่ั เศสก็กลับมามอี สิ ระในการเผยแผ่ศาสนา

[31]:186

อาณาจักรอยุธยาเรมิ่ เส่อื มอานาจลงราวพุทธศตวรรษท่ี 24 รชั กาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศถือ
เปน็ "สมัยบ้านเมืองดี" ในกรุงศรอี ยุธยาตอนปลาย[28]:84 ความขดั แยง้ ภายในตดิ ๆ กนั หลายรชั กาล และการ
สงครามกบั ราชวงศค์ องบอง (อลองพญา) จนส่งผลให้เสียกรุงคร้งั ทส่ี องเมอ่ื ปี 2310 ซ่ึงกอ่ นหนา้ น้ันกรุงศรี
อยุธยาว่างเว้นจากศึกสงครามมากว่า 150 ปี[32]:22 หลงั จากนัน้ บ้านเมืองแตกออกเป็นก๊กเป็นเหลา่ รวมทัง้ ส้นิ 5
ก๊ก ในปเี ดียวกัน เจ้าตากไดร้ วบรวมไพร่พลขบั ไล่พม่า และยา้ ยราชธานมี าอยทู่ ่ีกรุงธนบรุ ี พระองคท์ รงรวบรวม
แผ่นดนิ ให้อยภู่ ายใต้พระองค์ ด้านสงครามภายนอก กองทัพธนบุรสี ามารถขับไล่พม่าออกจากล้านนาไดใ้ นปี
2319[31]:225 และยึดกรุงเวียงจนั ทนไ์ ด้ในปี 2321[31]:227–8 อาณาจกั รธนบุรีมีอายุเพียง 15 ปีและสมเดจ็ พระเจ้า
กรุงธนบรุ ที รงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียว หลงั เกิดความขัดแย้งช่วงปลายรชั กาล พระองคแ์ ละพระราช
โอรสท้งั หลายทรงถูกสาเรจ็ โทษโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษตั รยิ แ์ หง่ ราชวงศ์จกั รี ผู้
สถาปนากรุงรตั นโกสินทร์ขนึ้ เม่ือวนั ที่ 6 เมษายน 2325

จกั รพรรดินิโคลสั ที่ 2 แห่งรัสเซียกบั รัชกาลที่ 5

ในปี 2440 ระหวา่ งการเสดจ็ ประพาสยโุ รป

กรุงรตั นโกสนิ ทรต์ อนตน้ และสมยั อาณานคิ ม

ดบู ทความหลักท:่ี อาณาจักรรตั นโกสินทร์ (สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย)์

ในรชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช กรงุ รตั นโกสนิ ทร์สามารถปอ้ งกนั การเข้าตี
ของพม่าครงั้ ใหญใ่ นปี 2328 และยตุ กิ ารบกุ ครองของพมา่ กอ่ นพระองค์สวรรคตสามารถสถาปนาอานาจ
ปกครองเหนอื พื้นทีไ่ พศาลอนั เป็นทีต่ ัง้ ของประเทศลาวและกัมพชู าปัจจุบัน[33] ในปี 2364 จอหน์ ครอวเ์ ฟิร์ดถูก
ส่งมาเจรจาความตกลงการค้าฉบบั ใหม่กับกรุงรตั นโกสินทร์ซึ่งเปน็ สญั ญาณแรกของปญั หาท่จี ะครอบงา
การเมืองสยามในครสิ ตศ์ ตวรรษท่ี 19[34] ในปี 2369 กรงุ เทพมหานครลงนามสนธิสญั ญาเบอรน์ ี หลังสงคราม
องั กฤษ-พมา่ ครงั้ ที่หน่ึงยุตลิ งด้วยชัยขององั กฤษ[31]:281 ปเี ดียวกัน เจ้าอนุวงศ์แหง่ เวียงจันทน์ทรงกอ่ กบฏเพราะ
เข้าพระทัยวา่ องั กฤษจะบุกกรุงเทพมหานคร แตถ่ กู ปราบปราม[31]:283–5 ผลทาให้กรุงเวยี งจันทน์ถกู ทาลาย
รวมท้งั มีการกวาดตอ้ นชาวลาวข้ามแมน่ า้ โขงมาอย่ใู นเขตท่รี าบสูงโคราชจานวนมาก[31]:285–6 กรุงเทพมหานคร
ยงั ทาสงครามแย่งชิงอิทธิพลเหนอื กมั พูชากับญวน ทาใหก้ รงุ เทพมหานครกลบั มามีอทิ ธพิ ลเหนอื กมั พชู าอกี ครัง้

ตงั้ แต่ปลายครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 19 สยามพยายามทาใหก้ ลมุ่ ชาติพันธุ์ภายในราชอาณาจกั รใหอ้ ยูใ่ น
ฐานะอาณานิคม[31]:308 ในรชั กาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั ด้วยตระหนกั ถึงภยั คกุ คามจากชาติ
ตะวันตก ราชสานกั จึงติดต่อรัฐบาลองั กฤษโดยตรงเพือ่ ลดความตึงเครียด[31]:311 ฝา่ ยรฐั บาลอังกฤษส่งเซอร์
จอห์น เบาริง่ เข้ามาทาสนธิสญั ญาเบาว์ริง ซึ่งเป็นสนธิสญั ญาไม่เปน็ ธรรมฉบับแรก ๆ อนั นามาส่กู ารทา
สนธิสัญญากบั ชาตอิ น่ื ด้วยเงอื่ นไขทคี่ ล้ายกนั หากก็นามาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจในกรุงเทพมหานครและการค้า
ระหว่างประเทศ[35] การเสด็จสวรรคตอยา่ งกะทนั หนั ของพระองค์ด้วยโรคมาลาเรียทาให้เจ้าฟ้าจฬุ าลงกรณ์ฯ

พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกล้าเจา้ อยู่หัวทรงรวมศูนย์อานาจ ต้งั สภาช่วยราชการ การเลกิ ทาสและ
ไพรอ่ ันเปน็ การยกเลกิ ระบบแรงงานเกณฑ์[31]:329–30 วิกฤตการณว์ ังหนา้ ในปี 2417 ทาใหค้ วามพยายามปฏริ ปู
ต้องหยดุ ชะงกั [31]:331–3 ในครสิ ตท์ ศวรรษ 1870–80 พระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ทรงใช้นโยบาย
ผนวกหวั เมอื งเหนอื เขา้ เปน็ สว่ นหน่งึ ของราชอาณาจกั ร และตอ่ มาได้ขยายไปยังภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และ
ภาตใต้[31]:334–5 ในปี 2430 มีการต้งั กรมจานวน 12 กรมซ่งึ ตอ่ มาเป็นกระทรวงตา่ ง ๆ[31]:347 ในปี 2436 เกิด
วกิ ฤตการณ์ ร.ศ. 112 เน่ืองจากความขดั แยง้ กับฝรงั่ เศสทาใหม้ ีการเรยี กรอ้ งเอาดินแดนลาวฝั่งตะวันออกของ
แมน่ ้าโขง[31]:350–3 ฝรงั่ เศสและบริเตนตกลงใหส้ ยามเปน็ รฐั กนั ชนระหว่างเจา้ อาณานคิ มท้งั สอง[36] ลว่ งเขา้
ครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 20 สยามมงุ่ เจรจาแก้ไขสนธสิ ญั ญาไมเ่ ป็นธรรมต้ังแตส่ นธิสัญญาเบาวร์ ิงรวมทัง้ สทิ ธิสภาพนอก
อาณาเขต แต่ตอ้ งแลกมาดว้ ยการแลกเปลยี่ นดนิ แดนหลายคร้งั [31]:358–9 ต่อมามีการเร่ิมระบบมณฑลเทศาภบิ าล
ซึ่งเปน็ การสรา้ งรัฐชาตสิ มัยใหม[่ 31]:362–3 ในปี 2448 เกิดกบฏในหัวเมอื งปัตตานโี บราณ อบุ ลราชธานี และแพร่
เพอ่ื ตอ่ ต้านความพยายามลดทอนอานาจของเจา้ ผปู้ กครองท้องถิ่น[31]:371–3

ในปี 2454 เกิดกบฏ ร.ศ. 130 ซึง่ คณะนายทหารพยายามลม้ ลา้ งระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธิราช
[31]:397 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอย่หู วั ทรงตอบโต้ด้วยการโฆษณาชวนเชอ่ื จนสิน้ รชั กาล[31]:402 ทรง
เผยแพรแ่ นวพระราชดารวิ า่ ด้วยชาติไทย[31]:404 ในปี 2460 รฐั บาลประกาศเข้าสู่สงครามโลกครง้ั ที่หนึง่ โดยถอื
ฝา่ ยสัมพนั ธมติ ร เพอ่ื ตัดความกังวลทว่ี า่ ฝา่ ยสัมพนั ธมติ รอาจจัดการกบั ประเทศเป็นกลางและต้องการแกไ้ ข
สนธสิ ญั ญาไมเ่ ป็นธรรมต่าง ๆ[31]:407 ผลทาให้สยามไดเ้ ข้าร่วมการประชุมสันติภาพทแ่ี วร์ซาย มีอานาจอิสระใน
การเกบ็ ภาษแี ละยกเลกิ สิทธสิ ภาพนอกอาณาเขต[31]:408

ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ สงครามโลกคร้ังท่ีสอง และสงครามเยน็

ดูบทความหลกั ที่: การปฏิวตั ิสยาม พ.ศ. 2475, ประเทศไทยในสงครามโลกครั้งท่ีสอง และ ประวตั ิศาสตร์ไทย (พ.ศ. 2475–2516)

พระยามโนปกรณนติ ธิ าดา (กอ้ น หตุ ะสิงห)์ ปราศรัยตอ่ ฝูงชนหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม

สบื จากปญั หาเศรษฐกจิ รนุ แรงจากภาวะเศรษฐกจิ ตกตา่ ครงั้ ใหญ่ และราคาข้าวตกลงอย่างรนุ แรง
นอกจากน้ยี งั มีการลดรายจา่ ยภาครฐั อย่างมากทาให้เกดิ ความไมพ่ อใจในหมูอ่ ภิชน[22]:25 วันท่ี 24 มถิ นุ ายน
2475 คณะราษฎรนาปฏิวตั เิ ปล่ียนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสทิ ธิราชยม์ าเปน็ ระบอบ
ประชาธปิ ไตย ทาให้คณะราษฎรเข้ามามบี ทบาททางการเมอื ง ปลายปี 2476 เกดิ กบฏบวรเดช ซง่ึ หวัง
เปล่ยี นแปลงการปกครองกลับส่สู มบูรณาญาสิทธริ าช แต่ล้มเหลว[31]:446–8 ปี 2477 พระบาทสมเด็จ

พระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัวมีความเหน็ ไม่ลงรอยกับรัฐบาลจงึ ทรงสละราชสมบตั ิในปี 2478 สภาผูแ้ ทนราษฎรเลือก
พระวรวงศ์เธอ พระองคเ์ จ้าอานนั ทมหดิ ลเป็นพระมหากษัตริย์ ซ่ึงขณะนน้ั ทรงศกึ ษาอยใู่ นประเทศ
สวิสเซอรแ์ ลนด[์ 31]:448–9

เดอื นธันวาคม 2481 พลตรหี ลวงพบิ ูลสงครามไดเ้ ปน็ นายกรัฐมนตรี เขาปราบปรามศตั รูทางการเมือง
รวมทั้งตอ่ ตา้ นราชวงศอ์ ย่างเปดิ เผย[31]:457 รัฐบาลมีแนวคิดชาตนิ ยิ มและปรบั ใหเ้ ป็นตะวนั ตก และเริ่มดาเนนิ
นโยบายต่อตา้ นจีนและฝรัง่ เศส[22]:28 วนั ที่ 23 มถิ ุนายน 2482 มกี ารเปล่ียนชื่อประเทศจาก "สยาม" มาเปน็
"ไทย" ในปี 2484 เกิดสงครามขนาดย่อมขึน้ ระหว่างวชิ ฝี ร่ังเศสกบั ไทย ทาใหไ้ ทยไดด้ นิ แดนเพ่มิ จากลาวและ
กมั พูชาชว่ งส้นั ๆ[31]:462 วนั ท่ี 8 ธนั วาคม ปีเดียวกนั ประเทศญป่ี นุ่ บกุ ครองไทย และรัฐบาลลงนามเป็นพันธมติ ร
ทางทหารกับญี่ปนุ่ และประกาศสงครามกบั สหรัฐและสหราชอาณาจักร[31]:465 มีการตั้งขบวนการเสรไี ทยข้นึ ท้ัง
ในและต่างประเทศเพ่อื ต่อต้านรฐั บาลและการยดึ ครองของญ่ปี ุน่ [31]:465–6 หลงั สงครามยุติในปี 2488 ประเทศ
ไทยลงนามความตกลงสมบรู ณ์แบบเพ่อื เลิกสถานะสงครามกบั สหราชอาณาจักร

พระราชพธิ ีราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในเดอื นมิถนุ ายน 2489 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ลเสด็จสวรรคตอยา่ งเป็น

ปริศนา และสมเดจ็ พระเจา้ นอ้ งยาเธอ เจา้ ฟ้าภมู พิ ลอดุลเดชทรงสืบราชสมบัตติ อ่ มา รฐั ประหารปี 2490 โดย
ฝา่ ยนยิ มเจา้ และทหารทาใหค้ ณะราษฎรหมดอานาจทางการเมอื ง และเข้าส่ยู คุ "การเมืองสามเสา้ " ในระหวา่ งปี
2490 ถงึ 2500 โดยแปลก, สฤษด์ิ ธนะรัชต,์ และเผ่า ศรยี านนท์ คานอานาจกัน ในปี 2497 ประเทศไทยเข้า
เปน็ สมาชิกองคก์ ารสนธิสญั ญาป้องกนั ภมู ภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ (ซโี ต)้ เปน็ พันธมิตรกับสหรัฐ[31]:493 ในปี
2500 ฝ่ายนยิ มเจ้าและอนุรกั ษนิยมรัฐประหารโดยมีจอมพลสฤษดเิ์ ปน็ หัวหนา้ จอมพลสฤษด์ปิ กครองอยา่ ง
เบ็ดเสรจ็ เดด็ ขาด เขาสร้างความชอบธรรมโดยตอกย้าสภาพสมมติเทพของกษตั รยิ ์ และผูกโยงความจงรกั ภกั ดี
ตอ่ รฐั บาลกับพระมหากษัตริย[์ 31]:511 รฐั บาลม่งุ ปรบั ปรุงโครงสรา้ งพื้นฐานและการศกึ ษา[31]:514 และในปี 2504
หลังสหรัฐเขา้ สงครามเวยี ดนาม เกิดสญั ญาลับซึง่ สหรัฐใหก้ ารคมุ้ ครองไทย[31]:523

สงครามเวยี ดนามเรง่ ใหเ้ กดิ การทาใหท้ ันสมยั และการกลายเป็นตะวนั ตกของสังคมไทย มกี ารอพยพจาก
ชนบทส่เู มอื งเพอื่ หางาน ชาวนาในชนบทเกิดสานกึ เรือ่ งชนช้ันและรวมตวั กบั พรรคคอมมิวนสิ ต์แห่งประเทศไทย

เริ่มตง้ั แต่ปี 2507[31]:528 การพัฒนาทางเศรษฐกจิ และการศึกษาทาให้เกดิ ชนชัน้ กลางใหมข่ น้ึ ใน
กรงุ เทพมหานครและตามหัวเมืองใหญ่ ซึง่ เป็นกลุ่มผูม้ กี ารศึกษา มีรายไดพ้ อสาหรับการใหก้ ารศกึ ษาแก่บตุ ร
และสามารถเปลยี่ นฐานะทางเศรษฐกจิ และสงั คมได[้ 31]:534 ในเดอื นตุลาคม 2514 มีการชมุ นุมใหญต่ อ่ ตา้ นเผดจ็
การจอมพลถนอม กติ ติขจร และมกี ารสลายการชุมนมุ จนมผี ู้เสยี ชวี ิต[31]:541–3 ทีเ่ รยี ก "เหตุการณ์ 14 ตลุ า"
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชทรงแต่งตั้งสัญญา ธรรมศักด์ิเป็นนายกรฐั มนตรีนบั วา่
พระมหากษัตริยเ์ ข้ามามีบทบาททางการเมืองโดยตรงครั้งแรกนับแตป่ ี 2475[13] ผลของเหตุการณ์ดงั กล่าวทาให้
เกดิ ประชาธิปไตยระบบรฐั สภาช่วงสั้น ๆ[13] ทีม่ ักเรยี กว่า "ยคุ ประชาธิปไตยเบง่ บาน"

รว่ มสมยั

ดูบทความหลักท:่ี ประวตั ศิ าสตร์ไทย (พ.ศ. 2516–2544) และ ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยหลัง พ.ศ. 2544

หลงั เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 มีการดาเนินกจิ กรรมทางการเมอื งและเสรีภาพในการแสดงออกอยา่ งท่ไี ม่
เคยปรากฏมาก่อน รวมทงั้ การแพรห่ ลายของวรรณกรรมคอมมิวนสิ ต[์ 31]:544, 546 ในช่วงนัน้ รฐั บาลผสมหม่อม
ราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชไม่มั่นคงและคอมมวิ นิสต์ชนะทง้ั ในเวียดนาม ลาวและกัมพชู า[31]:547 สถาบัน
พระมหากษตั ริย์ ชนชัน้ นาและชนชัน้ กลางจานวนมากมองว่านักศกึ ษาฝ่ายซา้ ยถกู คอมมิวนิสตช์ ีน้ า ทาใหม้ ีการ
สนับสนุนองคก์ ารฝา่ ยขวาต่าง ๆ[31]:548 ปลายปี 2519 เกดิ การสงั หารหม่ทู ม่ี หาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ใน
"เหตุการณ์ 6 ตลุ า"[31]:548–9 เปน็ การปิดฉากการทดลองทางประชาธิปไตย กองทพั กลับเข้ามามอี านาจ และการ
แสดงออกถูกปดิ ก้ัน[31]:549 หลงั จากนั้น รฐั บาลธานินทร์ กรัยวิเชียร "กลับไปใชอ้ านาจนิยมยิง่ กว่าสมัยสม
บูรณาญาสิทธริ าช"[31]:552 นกั เคลอ่ื นไหวฝา่ ยซ้ายหนีเขา้ ปา่ และออกนอกประเทศจานวนมาก รัฐบาลเร่ิมเสียการ
สนบั สนนุ จากกองทพั จนมีการเปล่ียนตัวนายกรฐั มนตรใี นปี 2520[31]:552–3 รฐั บาลใหมข่ องพลเอก เกรียงศักด์ิ
ชมะนันทน์ ไมส่ ามารถรบั มือกบั ปญั หาเศรษฐกิจและปัญหาผู้ลีภ้ ยั และการปะทะตามชายแดนกบั เวียดนามทา
ให้พลเอก เปรม ติณสลู านนท์ เปน็ นายกรัฐมนตรีแทน[24]:553–4

การสู้รบกบั คอมมิวนสิ ตย์ ตุ ิลงอยา่ งสิน้ เชิงเม่ือปี 2523[20]:60 รฐั บาลสามารถนาผกู้ ่อการเรบิ กลับเข้าสู่
สงั คมและจดั การเลอื กต้ังทั่วไปไดใ้ นปี 2526[31]:557 พลเอกเปรมเป็นนายกรัฐมนตรีแปดปใี นระบอบ
"ประชาธปิ ไตยครึง่ ใบ" ซึง่ มสี ภาผแู้ ทนราษฎรท่สี มาชกิ มาจากการเลือกตง้ั และวฒุ ิสภาทีส่ มาชกิ มาจากการ
แตง่ ต้งั ประเทศไทยมนี ายกรฐั มนตรจี ากการเลอื กตงั้ คร้งั แรกในปี 2531[14] ไดแ้ ก่ พลเอก ชาตชิ าย ชุณหะ
วณั เขาดูแลกองทัพทเ่ี ป็นพวกของตน ทาใหก้ องทัพอีกฝ่ายยดึ อานาจในเดือนกมุ ภาพันธ์ 2534 นาโดยพล
เอก สุจนิ ดา คราประยูร ทีแรกเขาใหส้ ัญญาวา่ จะไม่รบั อานาจทางการเมืองแต่สดุ ทา้ ยเขาตระบัดสัตย์และเข้า
เป็นหวั หนา้ รัฐบาลใหม[่ 24]:572–3 ทาใหเ้ กิดการประท้วงตอ่ ต้านรัฐบาล เกิดการสลายการชมุ นุมทาให้มผี เู้ สียชวี ติ
เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "พฤษภาทมิฬ" พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภูมพิ ลอดุลยเดชรบั ส่งั ให้พลเอกสจุ นิ ดา
และพลตรี จาลอง ศรเี มือง แกนนาผู้ประทว้ ง เขา้ เฝ้า แลว้ หลงั จากนั้นพลเอกสจุ นิ ดาก็ลาออก

ปี 2540 เกดิ วิกฤตการณท์ างการเงนิ ทเ่ี รียกว่า "วิกฤตตม้ ยาก้งุ " ยตุ ิการเติบโตทางเศรษฐกจิ 40 ปี
ติดต่อกนั [37]:3 ทาใหอ้ ตั ราแลกเปลี่ยนเงนิ บาทเทยี บกบั ดอลลารส์ หรัฐอ่อนตัวลง[31]:576 รฐั บาลชวน หลกี ภยั ทา
ข้อตกลงก้ยู ืมเงนิ จากกองทนุ การเงนิ ระหวา่ งประเทศ แต่ปญั ญาชนหลายคนโจมตีวา่ เปน็ กองทุนช่วยเหลือคน

รวย และไมส่ นใจการฉ้อราษฎร์บงั หลวง[31]:576 ตอ่ มา ทักษิณ ชนิ วตั ร ชนะการเลือกต้ังทวั่ ไปปี 2544 นโยบาย
ของเขาประสบความสาเรจ็ ในการลดความยากจนในชนบท[38] และริเรม่ิ ระบบประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้ [39] ซึง่
ทาใหเ้ ขาได้รบั ฐานเสยี งขนาดใหญใ่ นหมู่คนยากจน[40] ในปี 2547 เกิดคลนื่ สนึ ามพิ ดั ถลม่ ภาคใต้และเร่ิมต้น
ความไมส่ งบในสามจังหวดั ชายแดนใตอ้ ีกคร้ัง ในปี 2548 ทักษณิ ชนะการเลอื กต้ังท่ัวไปอย่างถลม่ ทลายและ
ดารงตาแหน่งนายกรัฐมนตรเี ป็นสมัยที่สอง โดยมีผูม้ าใช้สิทธมิ ากท่สี ดุ เปน็ ประวตั กิ ารณ์[41] ตั้งแตป่ ลายปี 2548
เกดิ วกิ ฤตการณท์ างการเมืองขึ้นโดยกลุม่ พันธมติ รประชาชนเพอ่ื ประชาธิปไตย (พธม.) ประท้วงขับไลเ่ ขาออก
จากตาแหนง่ สดุ ท้ายมรี ฐั ประหารลม้ รฐั บาลทักษิณในเดอื นกันยายน 2549 รฐั บาลทหารปกครองประเทศหนึ่ง
ปีจนมกี ารเลือกต้งั เป็นการท่วั ไปในปี 2550

พรรคพลงั ประชาชนชนะการเลอื กต้งั เป็นการทั่วไปในปี 2550 และจัดตัง้ รัฐบาล ต่อมา พธม. จัดการ
ชมุ นุมใหญ่ในปี 2551 ซึง่ มีการปดิ ท่าอากาศยานดอนเมอื งและสวุ รรณภมู ิ ศาลรฐั ธรรมนญู วินจิ ฉยั ยบุ พรรค
รฐั บาล 3 พรรค หลังจากนน้ั พรรคประชาธิปัตย์ได้เปน็ รัฐบาล แนวร่วมประชาธปิ ไตยต่อตา้ นเผดจ็ การ
แหง่ ชาติ ซงึ่ เป็นกลมุ่ ผสู้ นบั สนนุ ทักษณิ ชมุ นมุ ประทว้ งรฐั บาลในปี 2552 และ 2553 ซงึ่ คร้ังหลังน้ยี ตุ ลิ งด้วย
การเข้าสลายการชมุ นุมของทหารทาให้มีผู้เสียชวี ิตกว่า 70 คน ในการเลอื กตงั้ ทัว่ ไปปี 2554 ผลปรากฏวา่ พรรค
เพ่ือไทย นาโดยยงิ่ ลักษณ์ ชินวตั ร ชนะการเลือกต้งั และเป็นผู้นาจัดตงั้ รัฐบาล ในปีเดยี วกนั เกดิ มหาอทุ กภัย มี
พื้นทปี่ ระสบภยั 65 จงั หวัด นับเป็น "อุทกภยั ครัง้ ร้ายแรงท่ีสุดท้งั ในแงข่ องปริมาณน้าและจานวนผูไ้ ด้รบั
ผลกระทบ"[42]

ปลายปี 2556 เกิดวิกฤตการณก์ ารเมอื งรอบใหม่ มสี าเหตหุ ลกั จากสภาผแู้ ทนราษฎรผลกั ดันรา่ ง
พระราชบญั ญตั ินิรโทษกรรมฯ[43] เกิดการชมุ นมุ ประท้วงรฐั บาลยงิ่ ลกั ษณ์ และรฐั บาลยบุ สภาผู้แทนราษฎร
และจดั การเลอื กตั้งสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรเมอื่ วนั ท่ี 2 กมุ ภาพันธ์ 2557 แตศ่ าลรฐั ธรรมนูญเพิกถอนการ
เลือกตง้ั วนั ที่ 22 พฤษภาคม 2557 กองทพั ยึดอานาจการปกครองประเทศ คณะผยู้ ึดอานาจการปกครอง
พยายามจดั โครงสรา้ งการเมืองเพือ่ สงวนอานาจของอภิชน เพิ่มบทบาทและอานาจของกองทพั ขณะทลี่ ดอานาจ
ของประชาสังคมและการปกครองส่วนท้องถิ่นจากการเลือกต้งั นอกจากนย้ี ังมีการวางแผนปฏิรูปประเทศ 20 ปี
และให้วฒุ สิ ภาท่ีมาจากการแต่งตัง้ เป็นผดู้ าเนนิ การ[44]:281–2 ซง่ึ ทาให้ประเทศไทยเขา้ สู่ยคุ ทก่ี องทัพช้ีนา
ประชาธปิ ไตย[45] หลงั พระบาทสมเด็จพระมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชเสด็จสวรรคตในปี 2559 และเข้าส่รู ัชกาล
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอย่หู ัว กองทัพก้าวเขา้ มาเป็นผูช้ ้ีนาการกระจายอานาจและผลประโยชนใ์ นช่วง
หลังเปลย่ี นรัชกาลใหม[่ 44]:286 ตอ่ มาในปี 2560 มีการประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทยฉบบั
ล่าสุด หลงั การลงประชามติเมื่อปกี ่อน และหลงั จากครองอานาจเกือบห้าปี คสช. ยอมให้จัดการเลือกตงั้ ทวั่ ไป
ในปี 2562 ผลทาให้เกดิ รฐั บาลผสมท่มี ีพรรคพลังประชารัฐเปน็ แกนนา โดยได้รบั การสนับสนุนจากวุฒสิ ภา ใน
ปี 2563 เริม่ เกิดการประทว้ งในประเทศต่อต้านรฐั บาลประยทุ ธ์สืบเนอ่ื งจากคาวินจิ ฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่
ตลอดจนมาตรการรบั มอื การระบาดท่วั ของโควดิ -19 ของรฐั บาล ในการประท้วงนนั้ มขี อ้ เสนอปฏริ ูปสถาบัน
พระมหากษตั รยิ [์ 46] รวมท้งั มกี ระแสสาธารณรฐั นยิ มมากทีส่ ดุ อยา่ งไม่เคยปรากฏมากอ่ น[47]

ภูมปิ ระเทศ

ดบู ทความหลกั ท่:ี ภูมศิ าสตรไ์ ทย

ดอยภคู าในจังหวดั น่าน

ตน้ แม่น้าเจ้าพระยาในจังหวดั นครสวรรค์

หมูเ่ กาะพีพี
ประเทศไทยตั้งอยกู่ ลางคาบสมทุ รอนิ โดจนี ในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ และยังอยูบ่ นคาบสมทุ รมลายู

ด้วย อยู่ระหวา่ งละตจิ ดู 5° ถงึ 21° เหนือ และลองตจิ ูด 97° ถึง 106° ตะวันออก มพี รมแดนดา้ นตะวนั ออกตดิ
ประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ทศิ ใต้เป็นแดนต่อแดนประเทศมาเลเซยี และอา่ วไทย ทศิ ตะวนั ตกติดทะเลอนั
ดามันและประเทศพม่า และทศิ เหนอื ติดประเทศพม่าและลาว มีแม่น้าโขงกน้ั เป็นบางชว่ ง ประเทศไทยมีพนื้ ท่ี
513,115 ตารางกิโลเมตร เป็นอันดบั ท่ี 51 ของโลกและอันดับที่ 3 ของเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ รองจาก
ประเทศอินโดนเี ซยี และเมียนมาร์ ประเทศไทยมอี าณาเขตทางทะเล (maritime zone) ตามอนสุ ญั ญา
สหประชาชาติว่าดว้ ยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 กวา่ 323,488 ตารางกโิ ลเมตร มีความยาวชายฝั่งทะเลท้งั ฝ่ัง

อา่ วไทย และฝงั่ อนั ดามันรวมถงึ ชอ่ งแคบมะละกาตอนเหนือ รวมความยาวชายฝ่งั ทะเลในประเทศไทยทั้งสน้ิ
3,148 กิโลเมตร[48]

ประเทศไทยมลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศทห่ี ลากหลาย ภาคเหนือเป็นพ้นื ทภ่ี ูเขาสงู สลบั ซับซอ้ น จดุ สูงท่สี ดุ ใน
ประเทศไทย คอื ดอยอนิ ทนนท์ ณ 2,565 เมตรเหนอื ระดบั นา้ ทะเล[49] รวมทงั้ ยงั ปกคลมุ ด้วยป่าไมอ้ นั เป็นต้น
น้าท่สี าคญั ของประเทศ ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือส่วนใหญ่เป็นพืน้ ท่ีของท่ีราบสูงโคราช สภาพของดินค่อนข้าง
แหง้ แล้งและไมค่ ่อยเออื้ ตอ่ การเพาะปลกู ภาคกลางเปน็ ที่ราบลมุ่ น้าทว่ มถึง มีแมน่ ้าเจา้ พระยา แมน่ า้ ใหญ่ที่สดุ
ในประเทศซ่ึงเกดิ จากแมน่ ้าปงิ และแมน่ ้านา่ นที่ไหลมาบรรจบกันทป่ี ากน้าโพ จงั หวดั นครสวรรค์ ทาใหภ้ าค
กลางเปน็ ภาคที่อุดมสมบูรณท์ สี่ ดุ และถอื ไดว้ ่าเปน็ แหล่งปลกู ขา้ วท่สี าคญั แหง่ หนึ่งของโลก[20]:103 ภาคใต้เปน็
สว่ นหนึ่งของคาบสมุทรมลาย[ู 50]:22 ขนาบด้วยทะเลท้งั สองดา้ น มีจดุ ท่แี คบลง ณ คอคอดกระ แลว้ ขยายใหญ่
เป็นคาบสมทุ รมลายู ทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบท่ใี หญท่ ี่สดุ ของประเทศไทย ส่วนภาคตะวนั ตกเปน็ หบุ เขา
และแนวเทือกเขาซง่ึ พาดตวั มาจากทางตะวนั ตกของภาคเหนือ

ภูมิอากาศ

ดบู ทความหลกั ท:่ี ภมู ิอากาศไทย

ภูมอิ ากาศของไทยส่วนใหญ่เปน็ แบบ "ภูมิอากาศร้อนช้นื เขตร้อนหรือสะวันนา" ตามการแบง่ เขต
ภูมอิ ากาศแบบเคปิ เปน[51] ส่วนปลายใต้สดุ และตะวันออกสดุ ของประเทศมภี ูมอิ ากาศแบบมรสมุ เขต
ร้อน ประเทศไทยมอี ุณหภูมเิ ฉล่ียระหวา่ ง 18–34 °C[52]

ประเทศไทยมี 3 ฤดกู าล ฤดูแรกเป็นฤดูฝนหรอื ฤดูมรสมุ ตะวันตกเฉยี งใต้ (กลางเดือนพฤษภาคมถึง
กลางเดอื นตลุ าคม) ฝนตกหนกั ทส่ี ุดในเดอื นสิงหาคมและกันยายน[53]:2 ฤดหู นาวหรอื ฤดูมรสุม
ตะวนั ออกเฉยี งเหนือเรมิ่ ตง้ั แต่กลางเดอื นตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พนื้ ท่สี ่วนใหญข่ องประเทศมีอากาศ
แห้งและอณุ หภูมไิ ม่รอ้ นมาก ยกเว้นภาคใต้ท่มี ีฝนตกหนัก โดยเฉพาะอย่างย่ิงระหวา่ งเดอื นตุลาคมถงึ
พฤศจกิ ายน[53]:2 ส่วนฤดรู อ้ นหรอื ฤดกู อ่ นมรสุมกินเวลาตั้งแตก่ ลางเดอื นกุมภาพนั ธถ์ งึ กลางเดือนพฤษภาคมซึ่งมี
อากาศร้อน สาหรบั ภาคเหนอื ตะวันออกเฉยี งเหนือ กลางและตะวนั ออกของประเทศไทย เดอื นมีนาคมถึง
พฤษภาคมเปน็ ชว่ งทรี่ ้อนที่สดุ ของปี ปกติอุณหภูมมิ กั สูงถงึ 40 °C ยกเว้นพ้นื ทช่ี ายฝ่งั ในทางตรงขา้ ม การพัด
ของลมเย็นจากประเทศจนี ทาใหอ้ ุณหภมู ิตา่ ลง ซึ่งบางกรณีอาจเขา้ ใกล้หรอื ตา่ กวา่ 0 °C ได้[53]:3 ภาคใต้มีความ
แตกต่างของอุณหภูมิระหวา่ งกลางวันกลางคนื และระหวา่ งฤดูกาลนอ้ ยเน่อื งจากอทิ ธิพลของทะเล[53]:3

พนื้ ทีส่ ่วนใหญข่ องประเทศมฝี นตกเฉลี่ยทงั้ ปี 1,200 ถึง 1,600 มลิ ลเิ มตร[53]:4 แตใ่ นบางพนื้ ท่ีท่ีเปน็ ฝง่ั
รับลมของภูเขา เช่น จงั หวัดระนองและจังหวดั ตราดมีปริมาณฝนกว่า 4,500 มลิ ลเิ มตรต่อปี สว่ นบริเวณแห้ง
แล้งคอื ฝงั่ รับลมของหุบเขาภาคกลางและสว่ นเหนอื สดุ ของภาคใตซ้ ึ่งมีปรมิ าณฝนเฉล่ียตอ่ ปนี อ้ ยกวา่ 1,200
มลิ ลเิ มตร[53]:4 ในภาคใต้ ฝนตกหนักเกดิ ท้งั ในฤดูมรสมุ ตะวนั ออกเฉียงเหนอื และตะวันตกเฉียงใต้ โดยมีมากสดุ
ในเดอื นกันยายนในฝ่ังตะวนั ตก และต้ังแตเ่ ดือนพฤศจกิ ายนถึงมกราคมในฝ่ังตะวันออก[53]:4

ความหลากหลายทางชวี ภาพ
ดเู พ่ิมเติมที่: ปญั หาสงิ่ แวดลอ้ มในประเทศไทย

ประเทศไทยมคี วามหลากหลายทางชีวภาพของทงั้ พชื และสตั วอ์ ยมู่ าก อนั เป็นรากฐานอันมน่ั คงของการ
ผลิตในภาคเกษตรกรรม และประเทศไทยมผี ลไม้เมืองร้อนหลากชนิด[20]:103 พ้นื ทร่ี าว 29% ของประเทศเป็นป่า
ไม้ รวมไปถึงพ้นื ท่ีปลูกยางพาราและกจิ กรรมปลกู ปา่ บางแหง่ [54] ประเทศไทยมเี ขตรักษาพนั ธ์ุสัตวป์ ่ากวา่ 50
แห่ง เขตหา้ มลา่ สัตวป์ ่าอีก 56 แหง่ โดยพ้นื ที่ 12% ของประเทศเป็นอทุ ยานแหง่ ชาติ (ปัจจบุ นั มี 110 แห่ง)
และอีกเกอื บ 20% เปน็ เขตป่าสงวน[54] ประเทศไทยมพี ชื 15,000 สปชี ีส์ คิดเปน็ 8% ของสปีชสี พ์ ชื ท้งั หมดบน
โลก[55] ในประเทศไทย พบนก 982 ชนดิ นอกจากน้ี ยังเปน็ ถน่ิ ทีอ่ ยู่ของสตั ว์สะเทนิ น้าสะเทินบก นก สัตว์เลยี้ ง
ลกู ดว้ ยนา้ นม และสตั ว์เลื้อยคลานกวา่ 1,715 สปีชีส์ซงึ่ มกี ารบนั ทึก[56]

การลกั ลอบล่าสตั วใ์ กลส้ ญู พนั ธุย์ ังเป็นปัญหาสาคัญ นักลา่ มักฆา่ สัตวอ์ ย่างเสอื โคร่ง เสือดาวและแมว
ใหญ่อ่นื เพ่ือเอาหนงั มกี ารเล้ียงหรอื ล่าสัตว์หลายชนิดรวมทงั้ เสอื โคร่ง หมี จระเขแ้ ละงจู งอางเพื่อเอาเน้อื แม้
การค้าสตั วใ์ กลส้ ญู พันธุผ์ ิดกฎหมาย แตต่ ลาดนดั จตจุ กั รในกรุงเทพมหานครยงั ข้ึนชื่อเรอื่ งการขายสัตวใ์ กลส้ ญู
พันธุ์อยู่[57]

การเมอื งการปกครอง

ดูเพ่ิมเตมิ ท่ี: การเมอื งไทย, รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย, รฐั บาลไทย, และ การเลอื กต้ังในประเทศไทย

พระบาทสมเด็จพระวชริ เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
พระมหากษตั ริยต์ ง้ั แตป่ ี 2559

ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา
นายกรัฐมนตรตี ้งั แตป่ ี 2557[a]

ราชธานีของคนไทยแต่โบราณลว้ นปกครองระบอบราชาธิปไตยตั้งแตส่ มัยอาณาจกั รอยธุ ยาเปน็ ตน้ มา มี
การรวมอานาจปกครองในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวซง่ึ เป็นการสถาปนาระบอบ
สมบรู ณาญาสทิ ธิราชยแ์ บบตะวันตก ครั้นวันท่ี 24 มถิ นุ ายน 2475 คณะราษฎรเปลย่ี นแปลงการปกครองมา
เป็นราชาธิปไตยภายใต้รฐั ธรรมนูญ

พระมหากษัตริย์พระองคป์ จั จุบนั ไดแ้ ก่ พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ซ่งึ ทรงราชยต์ ้ังแต่ปี
2559 ทรงถูกจากัดพระราชอานาจตามรัฐธรรมนูญและมสี ถานภาพเป็นประมุขแห่งรฐั ในทางพิธีการ ทรงเป็น
จอมทัพไทย กฎหมายบัญญัตใิ ห้พระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ พทุ ธมามกะ และเปน็ อัครศาสนูปถมั ภก ทรงมีอานาจ
แต่งตัง้ รชั ทายาท พระราชทานอภยั โทษ และพระราชทานพระบรมราชานญุ าต อยา่ งไรก็ดี พระมหากษตั ริย์ยงั
มกี ารแทรกแซงการเมอื งไทยโดยตรงอยเู่ ปน็ ระยะ[b] และรฐั ธรรมนญู ยงั เปดิ ช่องใหพ้ ระมหากษัตรยิ ์ทรงใช้พระ
ราชอานาจวนิ ิจฉยั ไดต้ ามประเพณี พระมหากษตั ริยเ์ ป็นที่เคารพสักการะ และความผดิ ต่อองคพ์ ระมหากษตั รยิ ์
ถอื เปน็ อาชญากรรมรา้ ยแรงในประเทศ ท้งั น้ี มผี อู้ ธบิ ายพระราชอานาจตามประเพณีหรือโดยพฤตินยั ว่า "แม้วา่
พระราชอานาจดังกลา่ วจะมิไดบ้ ัญญตั ิเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรไว้ในรฐั ธรรมนญู ฉบบั ใดก็ตาม แตก่ ็เป็นธรรมเนียม
ปฏิบตั ิทเ่ี ขา้ ใจตรงกนั ของทกุ ฝ่ายทเี่ ก่ียวขอ้ งว่าเป็นพระราชอานาจทมี่ อี ยู่จริง และอาจกล่าวไดว้ า่ เป็นพระราช
อานาจส่วนทส่ี าคญั ทสี่ ุดในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญเทา่ ทปี่ รากฏในปัจจุบนั "[20]:461 ทัศนคตติ ่อสถาบนั
พระมหากษัตรยิ ข์ องชาวไทยแตกต่างกนั ไปตามรชั กาล[58][59]

ประเทศไทยมรี ัฐธรรมนญู มาแล้ว 20 ฉบับ นบั เปน็ ประเทศท่มี รี ฐั ธรรมนญู มากที่สุดในทวปี เอเชีย
ประเทศไทยขาดเสถียรภาพทางการเมืองสูงและมีรัฐประหารหลายคร้งั รฐั ธรรมนญู มกั ถูกเปลยี่ นโดยผลของ
รัฐประหาร ประเทศไทยมีรฐั ประหารมากท่ีสดุ ในโลกในประวตั ิศาสตรร์ ว่ มสมัย[60] ในปี 2559 "ประเทศไทยมี
ทหารหรืออดตี ทหารเป็นนายกรัฐมนตรีในประเทศไทยเปน็ เวลา 57 จาก 85 ปีนับแต่ล้มสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชย์
ในปี 2475"[61] รัฐประหารครง้ั ล่าสุดเกดิ ขนึ้ ในปี 2557 โดย คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช.) ซ่ึงผลพวง
จากเหตุการณน์ ั้นทาให้เกิดรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2560 ซง่ึ เป็นรัฐธรรมนูญฉบบั ที่ 20

ในทางพฤตินัย ปจั จบุ นั ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยระบบรฐั สภา อยา่ งไรกต็ าม นัก
วิจารณ์การเมืองระบุวา่ ระบอบดังกลา่ วมาจากการเลอื กตงั้ ท่ีมขี ้อบกพร่องและเป็นการสบื ทอดอานาจของ

กองทพั [62] รัฐธรรมนญู ฉบบั ล่าสุด ระบุว่า ประเทศไทยมรี ูปแบบรัฐเป็นราชาธปิ ไตยภายใตร้ ฐั ธรรมนญู และ
ปกครองดว้ ยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา หรือใช้วา่ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็น
ประมขุ โดยกาหนดรูปแบบองค์กรบรหิ ารอานาจทง้ั สามสว่ นดังน้ี

 อานาจนิตบิ ัญญตั ิ มีรฐั สภาซ่ึงใช้ระบบสภาคู่เปน็ ผใู้ ชอ้ านาจ ประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร มีสมาชกิ
500 คนจากการเลือกต้ังแบบแบ่งเขต 350 คน แบบบัญชีรายช่อื 150 คน มวี าระ 4 ปี โดยการเลือกต้ัง
ลา่ สดุ เกดิ ข้ึนในปี 2562 และวุฒสิ ภาซึ่งสมาชิกมาจากการแต่งตงั้ จานวน 250 คน ตามบทเฉพาะกาลใน
รฐั ธรรมนญู มาตรา 269 มวี าระ 5 ปี รัฐสภายดึ ระบบเวสต์มนิ สเตอรแ์ ละใชส้ ปั ปายะสภาสถานเปน็ ท่ี
ประชุม

 อานาจบริหาร มนี ายกรฐั มนตรีเป็นประมขุ แหง่ อานาจและเป็นหัวหน้ารัฐบาล นายกรฐั มนตรีมาจากการ
แต่งตัง้ โดยพระมหากษัตรยิ ต์ ามมตทิ ปี่ ระชมุ ร่วมกันของรัฐสภา[เชิงอรรถ 1] และรัฐมนตรอี ืน่ ไม่เกนิ 35 คน
ซึ่งพระมหากษัตรยิ ์ทรงแต่งตัง้ ตามคากราบบังคมทลู ของนายกรฐั มนตรี คณะรฐั มนตรีเป็นองคก์ รบริหาร
อานาจ วาระการดารงตาแหนง่ 4 ปนี ับตัง้ แต่วนั เลอื กต้ัง

 อานาจตลุ าการ มรี ะบบศาล ซงึ่ ประกอบด้วยศาลยุตธิ รรม ศาลรฐั ธรรมนญู และศาลปกครอง เปน็
องคก์ รบรหิ ารอานาจ มีประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนญู และประธานศาลปกครองสูงสุด เป็น
ประมขุ ในส่วนของตน

กองทัพและอภชิ นขา้ ราชการประจาควบคุมพรรคการเมอื งไดอ้ ย่างเบ็ดเสร็จต้ังแต่ปี 2489 ถึงครสิ ต์
ทศวรรษ 1980 (ประมาณปี 2523)[63]:16 พรรคการเมอื งในประเทศไทยสว่ นใหญ่มคี วามเปน็ สถาบัน
(institutionalize) ต่าและแทบทัง้ หมดมอี ายสุ น้ั [64]:246 ระหว่างปี 2535–2549 ประเทศไทยมรี ะบบพรรค
การเมืองเป็นแบบสองพรรคหลกั [64]:245 และมแี นวโน้มเป็นระบบพรรคเดียว (พรรคไทยรักไทย) มากขน้ึ จนถงึ ปี
2549[64]:244 พรรคการเมอื งซงึ่ เปน็ พันธมิตรทางการเมอื งของ ทกั ษณิ ชนิ วตั ร ชนะการเลอื กตั้งท่ัวไปทุกคร้ัง
ต้ังแต่ปี 2544

การแบง่ เขตการปกครอง

ดูบทความหลักท:่ี การแบ่งเขตการปกครองของประเทศไทย และ จังหวัดในประเทศไทย

ประเทศไทยเป็นรฐั เดย่ี ว ตามพระราชบญั ญัติระเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดนิ พ.ศ. 2534 มีการจัด
ระเบยี บราชการออกเปน็ สามระดบั ไดแ้ ก่ ราชการส่วนกลาง ราชการสว่ นภูมภิ าค และราชการส่วน
ท้องถ่นิ การปกครองส่วนภมู ิภาคจัดระเบียบเปน็ 76 จังหวัด โดยจังหวัดเป็นการแบ่งเขตการปกครองระดับ
บนสดุ 878 อาเภอ 7,255 ตาบล[11] ผู้วา่ ราชการจงั หวัด นายอาเภอและปลดั อาเภอมาจากการแตง่ ต้ังของ
รัฐบาลกลาง จงั หวัดล่าสดุ ของประเทศไทย คือ จงั หวดั บึงกาฬซ่งึ แยกจากจงั หวัดหนองคายในปี 2554 ประเทศ
ไทยมีองค์การปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในระดบั ตาบล เมืองและนครรวม 7,852 แห่ง[65] สาหรับกรงุ เทพมหานคร

และเมอื งพทั ยาเป็นองค์การปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ รปู แบบพเิ ศษ สาหรบั ปรมิ ณฑลและภมู ิภาคไมใ่ ช่การแบ่งเขต
การปกครองตามกฎหมาย ท้งั นี้ มีการแบ่งประเทศไทยออกเป็น 4 ถงึ 6 ภาค แล้วแตแ่ หล่งอ้างอิง

แผนทปี่ ระเทศไทยแบบคลิกได้ เม่ือคลกิ ทชี่ อื่ จงั หวัดแล้วจะลงิ ก์ไปบทความจังหวัดน้ัน ๆ

การแบง่ จังหวัดต่าง ๆ ของประเทศไทยออกเปน็ 6 ภาค ซงึ่ ใชม้ าตงั้ แต่ปี 2478[66]

ความสมั พันธร์ ะหวา่ งประเทศ

ดูบทความหลักท่:ี ความสัมพันธร์ ะหวา่ งประเทศของไทย
อาณาจกั รโบราณของไทยมคี วามสัมพนั ธเ์ ป็นรฐั บรรณาการของจนี ส่วนความสมั พนั ธ์กับรฐั ใกล้เคยี งใน

เอเชียตะวนั ออกเฉียงใตแ้ ผน่ ดนิ ใหญ่จะเนน้ การรวบรวมอาณาจกั รของคนไทซง่ึ รวมท้ังสโุ ขทยั ล้านนา
นครศรีธรรมราช และลา้ นชา้ ง สว่ นความสมั พันธก์ บั พม่าและเวียดนามเปน็ ไปในลักษณะการทาสงครามเพอ่ื
แยง่ ชิงความเป็นใหญ่ โดยมกี ารแย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือกัมพชู ากบั เวียดนามตงั้ แต่กรุงศรีอยุธยาจนถึงกรงุ

รัตนโกสินทร์ตอนต้น ส่วนความสมั พนั ธ์ดา้ นการค้านั้น กรุงศรอี ยุธยามีการคา้ ขายกบั ชาตใิ นเอเชยี และตะวนั ตก
และเป็นเมืองทา่ สาคญั

นับแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั ประเทศสยามเผชญิ กับลทั ธจิ กั รวรรดนิ ิยม
ตะวนั ตก นาไปส่กู ารลงนามสนธสิ ัญญาเบาวร์ งิ ซ่ึงเปน็ สนธิสัญญาไม่เป็นธรรม รฐั บาลลงนามสนธิสัญญาทานอง
เดยี วกันกับชาตติ ะวันตกหลายประเทศเพ่ือหวงั สร้างความสัมพนั ธแ์ บบพหภุ าคีเพ่อื ให้ชาติเหลา่ นั้นถว่ งดลุ
กันเอง ประเทศสยามไม่ตกเปน็ อาณานคิ มของชาติตะวันตกซ่งึ สาเหตุบางส่วนเน่อื งจากบรเิ ตนและฝรงั่ เศสตก
ลงให้สยามเปน็ รัฐกนั ชน ประเทศสยามเขา้ ร่วมสงครามโลกครงั้ ทหี่ นึง่ โดยเขา้ กับฝา่ ยสมั พันธมิตร ทาใหไ้ ด้แกไ้ ข
สนธิสัญญาไมเ่ ป็นธรรม และในสงครามโลกครัง้ ที่สอง รัฐบาลไทยเขา้ รว่ มกบั ญ่ีป่นุ แตก่ ลบั ได้สถานะผชู้ นะ
สงครามไปด้วย จนไดช้ ่อื วา่ "การทูตไมไ้ ผ"่ หรอื "การทูตลตู่ ามลม"[67]

นายกรัฐมนตรปี ระยทุ ธ์ จันทรโ์ อชากบั ผู้นาประเทศอาเซยี นตา่ ง ๆ ในปี 2559

การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 2492 เปน็ ปจั จยั สาคัญในการกาหนดนโยบายตา่ งประเทศ
ของไทยในชว่ งสงครามเยน็ [22]:214 ประเทศไทยเป็นพันธมติ รที่สาคัญของสหรฐั มาตั้งแต่การลงนามองคก์ าร
สนธสิ ญั ญาปอ้ งกนั ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2497 และดาเนนิ นโยบายตอ่ ต้านคอมมวิ นสิ ตอ์ ยา่ ง
เขม้ ขน้ มกี ารส่งทหารไปรว่ มรบในสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม ไทยอนุญาตใหส้ หรัฐตง้ั ฐานทพั ใน
ประเทศ อยา่ งไรก็ดี หลังจากสหรัฐถอนกาลงั ออกจากเวยี ดนาม ประเทศไทยเปลยี่ นนโยบายไปปรับ
ความสมั พันธก์ บั ประเทศจนี แทน จนมกี ารเลิกการอนญุ าตใหส้ หรฐั ต้ังฐานทัพในประเทศไทยและปรับ
ความสัมพนั ธ์ทางทตู กบั จนี อยา่ งเปน็ ทางการในปี 2518[22]:216

ประเทศไทยเป็นประเทศผรู้ ่วมกอ่ ตั้งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ (อาเซียน) ไทยลง
นามความตกลงการค้าเสรที วภิ าคีกบั ประเทศบาหเ์ รน จีน เกาหลีใต้ ออสเตรเลยี ชลิ ี และเปรู และความตกลง
การค้าเสรีกับประเทศอาเซียน และความตกลงการค้าพหภุ าคี (ในฐานะอาเซียน) กับประเทศออสเตรเลียและ
นวิ ซแี ลนด[์ 68] สมยั นายกรฐั มนตรที ักษณิ ชนิ วัตร ประกาศวา่ ประเทศไทยจะเลกิ รบั ความชว่ ยเหลอื จาก
ตา่ งประเทศและทางานร่วมกับประเทศผู้บริจาคเพ่อื ชว่ ยพัฒนาประเทศพืน้ บ้านในอนภุ ูมิภาคลุ่มแม่น้าโขง
ทักษณิ มุ่งให้ประเทศไทยเปน็ ผู้นาภมู ภิ าค แต่เขากส็ รา้ งความสมั พันธ์ใกล้ชิดกับเผดจ็ การทหารพมา่ รวมท้งั การ
ให้สินเชือ่ [69] ในสมัยนายกรัฐมนตรอี ภสิ ิทธิ์ เวชชาชวี ะ ประเทศไทยมีขอ้ พพิ าทกบั ประเทศกมั พูชาเหนือความ
เปน็ เจา้ ของปราสาทพระวหิ าร เกดิ กรณีพิพาทพรมแดนระหวา่ งปี 2551–2554 หลังรัฐประหารในประเทศไทย

พ.ศ. 2557 ความสัมพันธร์ ะหว่างประเทศไทยกบั ชาตติ ะวนั ตกเสื่อมลง และไทยหนั ไปเขา้ กับประเทศจนี มาก
ขึ้น[70]
กองทัพ
ดูบทความหลกั ท:่ี กองทัพไทย

เครือ่ งบินขับไลเ่ อฟ-16 ไฟทงิ ฟอลคอนของกองทพั อากาศไทย

พระมหากษตั รยิ ด์ ารงตาแหน่งจอมทพั ไทยโดยนิตินยั ในทางปฏบิ ตั ิ กองทพั อยู่ภายใต้การบริหารจัดการ
ของกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงกลาโหมเปน็ ผู้สั่งการ และอยภู่ ายใต้การบังคับบญั ชาของ
กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมีผูบ้ ญั ชาการทหารสงู สุดเปน็ ผ้บู ัญชาการ กองทพั ไทยแบง่ ออกเป็น 3 เหล่าทัพ
ได้แก่ กองทพั บก กองทพั เรอื และกองทัพอากาศ ทุกวันน้ีกองทพั ไทยมีกาลงั ทหารทง้ั สน้ิ 1,025,640 นาย และ
มกี าลังหนุนกวา่ 200,000 นาย และมกี าลังก่งึ ทหารประจาการกวา่ 113,700 นาย[71] ในปี 2558 เครดิตสวิส
จัดอนั ดบั ว่าประเทศไทยมีดชั นีกาลังทางทหารสูงเป็นอันดับท่ี 16 ของโลก[72] งบประมาณกลาโหมเพิ่มขึ้นเกือบ
สามเท่าจาก 78,100 ลา้ นบาทในปี 2548 เปน็ 207,000 ลา้ นบาทในปีงบประมาณ 2559 คิดเป็นประมาณร้อย
ละ 1.5 ของจดี พี [ี 73][74]

ประเทศไทยมกี ารเกณฑท์ หาร ปจั จบุ นั ประเทศไทยเปน็ ประเทศอานาจทางบกตามแบบทีส่ าคญั ใน
เอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้แผ่นดนิ ใหญ่ พร้อมทง้ั กองทพั อากาศขนาดใหญพ่ อสมควรและมสี มรรถนะกองทพั เรือท่ี
เพิม่ ข้นึ [75]:26 อยา่ งไรกด็ ี การซ้ือเรอื หลวงจักรีนฤเบศร เรือบรรทุกเครือ่ งบนิ มีปัจจยั ดา้ นเกยี รติภูมเิ ข้ามา
เก่ียวข้องนอกเหนือจากประโยชน์ใช้สอย[75]:33 ประเทศไทยเคยส่งกาลังพลเขา้ รว่ มภารกจิ รักษาสนั ตภิ าพของ
สหประชาชาติ ไดแ้ ก่ ประเทศกัมพูชา ประเทศติมอรต์ ะวันออก และดารฟ์ รู ์ ประเทศซดู าน[76]:135

หน้าทห่ี ลักของกองทัพไทยคอื การรบั มอื ภยั คกุ คามในประเทศมากกวา่ นอกประเทศ[77] กองอานวยการ
รักษาความม่ันคงภายในราชอาณาจักรไดช้ ่ือวา่ เป็นฝ่ายการเมืองของกองทัพไทย โดยมอี านาจหน้าทท่ี างสังคม
และเศรษฐกจิ ของราชการพลเรอื นดว้ ย และยังมภี ารกิจในการตอ่ ต้านประชาธิปไตย[77] กองทพั ไทยขึ้นชื่อเรื่อง
มีทหารทุจรติ เช่น จากกรณีการซ้ือยทุ ธภณั ฑไ์ มไ่ ด้มาตรฐานหรอื แพงเกิน การลกั ลอบคา้ มนษุ ย์[78] การปฏิบัติ
ตอ่ ทหารเกณฑ์อย่างเลว[79] รวมทงั้ การใช้เสน้ สายฝากตัง้ ญาตเิ ปน็ นายทหาร[80]
อาชญากรรมและการบงั คับใชก้ ฎหมาย
ดบู ทความหลกั ท่:ี กฎหมายไทย, อาชญากรรมในประเทศไทย, การฉอ้ ราษฎร์บังหลวงในประเทศ
ไทย และ ตารวจไทย

คดอี าชญากรรมรวมทวั่ ประเทศเพิม่ ขน้ึ เฉลย่ี เดอื นละประมาณร้อยละ 1.3 ระหวา่ งปี 2540–2554
ในช่วงนโยบายปราบปรามยาเสพติดของนายกรฐั มนตรที กั ษณิ ชนิ วตั ร (กมุ ภาพันธ์–เมษายน 2546)
อาชญากรรมยาเสพตดิ ลดลงรอ้ ยละ 64.6 แต่การฆา่ คนและอาชญากรรมอนื่ ตอ่ บคุ คลเพ่ิมขึ้น[81]:162 จังหวดั
ชลบุรแี ละภเู กต็ เปน็ จังหวัดท่ีมีอาชญากรรมสูงสุดสองอนั ดับแรก แตส่ ว่ นใหญ่ไม่ใช่อาชญากรรมรนุ แรง
[81]:162 อตั ราชาระคดี (clear-up) ของตารวจโดยเฉลยี่ อยูท่ ี่รอ้ ยละ 86.78 ระหว่างปี 2550–2554[81]:163 อัตรา
อาชญากรรมถว่ งนา้ หนกั แปรผนั ตรงกับจานวนแรงงานเขา้ เมืองมชิ อบด้วยกฎหมาย แตแ่ ปลผกผันกบั คะแนน
ทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ จานวนพระภกิ ษแุ ละความหนาแน่นของประชากร[81]:163 ประเทศไทยมีปัญหา
จานวนอาวุธปืนมาก ชาวไทยประมาณรอ้ ยละ 10 เปน็ เจา้ ของปนื และมอี ตั ราการเสยี ชีวิตเกีย่ วกับปนื ที่มี
รายงานสูงสดุ ในทวีปเอเชยี [82] สหประชาชาติวจิ ารณป์ ระเทศไทยวา่ ไมส่ ามารถขจดั ความเป็นทาสและการ
ละเมิดสิทธิมนษุ ยชนในภาคประมง[83]

สถิติปี 2555 พบว่าชาวไทยประสบเหตอุ าชญากรรม 152,228 คน เปน็ อาชญากรรมต่อทรัพยส์ นิ มาก
ทีส่ ดุ (รอ้ ยละ 92.5)[84]:v ทรัพย์สินที่ถูกขโมยสว่ นใหญเ่ ป็นทรพั ย์สนิ ท่ีสามารถนาตดิ ตวั ไปได้ นอกจากนน้ั เป็น
เครื่องใช้นอกและในบา้ น เคร่ืองประดับ เป็นตน้ [84]:vi ประสบเหตอุ าชญากรรมตอ่ ชวี ติ และรา่ งกาย 7,879 คน
เปน็ การถูกทารา้ ยร่างกายมากทีส่ ุด (รอ้ ยละ 79.8)[84]:vii ส่วนใหญผ่ ปู้ ระสบเหตอุ าชญากรรมไมไ่ ด้แจง้ ตารวจ
โดยเฉลี่ยร้อยละ 66.6 ยกเวน้ อาชญากรรมทางเพศและอาชญากรรมตอ่ ชีวิตและรา่ งกายที่มกี ารแจง้ ตารวจเกนิ
คร่งึ (รอ้ ยละ 67.2 และ 55 ตามลาดบั )[84]:26

มรี ายงานวา่ กาลงั ความม่ันคงบางคร้งั ใชก้ าลงั เกนิ กวา่ เหตุและถึงตายต่อผตู้ อ้ งสงสยั และมีวสิ ามัญ
ฆาตกรรม การฆ่าคนตามอาเภอใจและการฆา่ คนไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย รวมท้ังมีการทรมานและทุบตผี ตู้ ้องสงสัย
เพอ่ื รดี คาสารภาพ[85] ประเทศไทยมผี ู้ต้องขงั ประมาณ 306,000 คนในปี 2559[85] ประเทศไทยมจี านวน
ผู้ต้องขังมากทสี่ ุดในอาเซียน และมากเปน็ อนั ดับที่ 3 ของทวีปเอเชยี [86] ผู้ต้องขงั กอ่ นพจิ ารณาคดีในศาลคิดเป็น
รอ้ ยละ 18 ของประชากรเรอื นจา ในปงี บประมาณ 2559 มีผูเ้ สียชีวติ ระหว่างถกู ควบคุมตวั 762 คน[85] มี
หลายกรณีท่ีกลา่ วหาว่าตารวจใชอ้ านาจมชิ อบ แตผ่ ู้ถกู กลา่ วหามักไม่ถกู ลงโทษ[85] ในศาลพลเรอื น รฐั บาล
จัดหาความชว่ ยเหลือทางกฎหมาย แต่มีรายงานวา่ ความชว่ ยเหลอื ดังกล่าวมีคณุ ภาพต่า[85]

ประเทศไทยมคี วามเสยี่ งสูงตอ่ การฉอ้ ราษฎรบ์ ังหลวงในหลายภาคส่วนของประเทศ[83] หลังรัฐประหารปี
2557 ฝ่ายตุลาการถูกทาให้เปน็ เรือ่ งการเมอื งอย่างสูง กระบวนการทางกฎหมายในประเทศไทยมักช้าและบาง
ทีมีการใชว้ ิธีการนอกกฎหมายเพือ่ มีผลต่อคาพพิ ากษา[83] ฝ่ายความมัน่ คงในประเทศไทยมีชอื่ เสียงว่าเปน็
สถาบนั ทฉี่ อ้ ฉลทส่ี ดุ ในประเทศเนื่องจากความพวั พนั กบั การเมืองและระบบอุปถมั ภ์[83] บริษัทท่ไี มจ่ ่ายค่า
อานวยความสะดวกแกข่ ้าราชการอาจเสียเปรยี บด้านการแขง่ ขนั เทยี บกบั บรษิ ัทอน่ื [83] มกี ารฮวั้ ประมลู [83] การ
บงั คับใช้กฎหมายในประเทศไทยมีความผันแปรและการดาเนนิ คดกี ารฉอ้ ราษฎร์บงั หลวงระดบั สงู อาจมี
แรงจูงใจทางการเมืองมาเก่ียวข้อง[83]

ความผดิ ต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยมกี ารเรยี กวา่ "อาจเป็นกฎหมายอาญาวา่ ด้วยการหมนิ่ ประมาทที่
รุนแรงท่สี ดุ ในโลก"[87] และ "โหด"[88] องคก์ ารนริ โทษกรรมสากลถือวา่ ผู้ถูกจาคกุ ฐานดงั กลา่ วเปน็ นกั โทษ

การเมือง[89] คณะทางานวา่ ดว้ ยการกักขังโดยพลการของสหประชาชาติถอื วา่ การกกั ขงั กอ่ นพจิ ารณาคดถี อื วา่
ละเมดิ กฎหมายสิทธิมนษุ ยชนระหวา่ งประเทศ[90]

เศรษฐกิจ
ดูบทความหลักท:่ี เศรษฐกจิ ไทย

เครือ่ งชภี าวะเศรษฐกิจทส่ี า้ คัญ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมใน 16.56 ลา้ นล้าน [91]
ประเทศในรปู ตัวเงิน บาท (2563)

การเติบโตของจดี ีพี 3.9% (2560) [92]

ดัชนรี าคาผบู้ ริโภค [93]

• ท่ัวไป 1.23% (2564)

• พ้ืนฐาน 0.23% (2564)

อัตราการมีส่วนรว่ ม 68.0% (2560) [94]:29
กาลังแรงงาน

อัตราการวา่ งงาน 1.2% (2560) [92]

หน้ีสาธารณะรวม 9.83 ล้านลา้ น [95]
บาท (ก.พ. 2565)

ความยากจน 8.61% (2559) [94]:36

ทรัพย์สินครวั เรือน 20.34 ล้านลา้ น [96]:2
สทุ ธิ บาท (2553)

กรงุ เทพมหานครเปน็ เมอื งหลวงและศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ กรุงเทพมหานครเปน็ นครท่ีมเี ศรษฐกจิ
ใหญท่ ่ีสดุ เปน็ อันดบั ท่ี 6 ในทวปี เอเชยี [97]:85

ประเทศไทยมเี ศรษฐกจิ แบบผสม ประเทศไทยมีเศรษฐกจิ ใหญ่เปน็ อันดบั สองในเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้
รองจากประเทศอินโดนีเซยี โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาตจิ ัดให้ประเทศไทยเปน็ "ผู้ประสบความสาเร็จสูง"
ในเอเชียตะวนั ออก[98] ในปี 2556 ประเทศไทยมีดัชนีการรบั รกู้ ารทจุ ริตคอ่ นข้างต่า โดยอยู่อันดบั ที่ 102 จาก
177 ประเทศ[99] ธนาคารโลกจดั ให้ประเทศไทยเป็นประเทศมีรายไดป้ านกลาง-สูงในปี 2554[100]

ประเทศไทยมมี ูลคา่ การส่งออกเป็นอนั ดบั ท่ี 24 ของโลก ในปี 2556 การสง่ ออกเปน็ สดั สว่ น 74% ของจี
ดพี [ี 101] ภาคอตุ สาหกรรมมีสดั สว่ นตอ่ จดี พี ีมากทส่ี ุดคอื 38.1% ภาคการค้าสง่ ค้าปลกี มีสดั สว่ นต่อจีดพี ี 13.4%
ภาคการขนสง่ และการส่อื สารมีสัดส่วนตอ่ จดี ีพี 10.2% ภาคเกษตรกรรมมีสดั สว่ นต่อจดี ีพี 8.3% ในปี 2552–
2553 ประเทศไทยสง่ ชิน้ ส่วนและสว่ นประกอบออก ซ่ึงอยใู่ นอุตสาหกรรมยานยนตแ์ ละอิเล็กทรอนิกสเ์ ปน็
สาคญั มลู ค่า 48,000 ล้านดอลลา่ ร์สหรฐั หรือ 25% ของมลู ค่าการสง่ สนิ ค้าออก[98] มีมูลค่าการนาเข้าเปน็
อันดบั ที่ 23 ของโลก ประเทศคคู่ ้าหลัก ไดแ้ ก่ ประเทศจนี ญ่ปี ุ่น สหรฐั อเมริกา มาเลเซยี สิงคโปร์ อนิ โดนีเซีย
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรเลยี ฮ่องกงและเกาหลใี ต[้ 102] เครือ่ งจักรเปน็ ทั้งสนิ ค้านาเขา้ และส่งออกทสี่ าคัญ
ทีส่ ุดของไทย[103] องค์การความรว่ มมือระหว่างประเทศแห่งญปี่ ุน่ (JICA) เปน็ เจ้าหน้ตี ่างประเทศรายใหญท่ ่ีสุด
ของไทย[104]

ประเทศไทยมกี าลังแรงงาน 39.38 ล้านคน อยใู่ นภาคเกษตรกรรมมากทสี่ ดุ 15.41 ลา้ นคน หรือ
39.1% ของกาลังแรงงาน ตงั้ แตว่ นั ท่ี 1 มกราคม 2556 ค่าแรงข้ันต่าทางการทกุ จงั หวดั เปน็ 300 บาท อัตรา
การวา่ งงานของประเทศอยทู่ ่ี 1.2%[92] ซึ่งนอ้ ยเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่แนวโนม้ แรงงานกวา่ ครงึ่ ประกอบ
อาชีพทไ่ี ม่มน่ั คงหรอื อาชีพท่ีไม่เป็นทางการ[105] กบั ทั้ง 40% มปี ญั หาการทางานตา่ ระดับ[106] ในปี 2559
ประเทศไทยมผี ยู้ ้ายถ่ินขึ้นทะเบียนประมาณ 2 ลา้ นคน โดยหนึ่งในสามเป็นผถู้ ือใบอนญุ าตทางานชว่ั คราว ส่วน
แรงงานไมส่ ม่าเสมอคาดวา่ มีอกี ประมาณ 1–2 ล้านคน[107] หลังรัฐประหารปี 2557 แรงงานตา่ งดา้ วกัมพูชา
หลบหนกี ลับประเทศจานวน 180,000 คนหลังรัฐบาลประกาศปราบปราม[108] หลังประกาศใชพ้ ระราช
กาหนดการบริหารจดั การการทางานของคนต่างดา้ ว พ.ศ. 2560 ทาใหม้ แี รงงานต่างด้าวออกนอกประเทศ
หลายหม่ืนคน[109] ในปี 2560 เศรษฐกิจไทยมีแรงงานนอกระบบ (คอื แรงงานท่ีไมไ่ ด้รบั ความคมุ้ ครองหรือไมม่ ี
หลักประกนั สังคม) 20.8 ล้านคน คดิ เปน็ ร้อยละ 55.2 ของผู้มงี านทา[110]:iii

หลงั สงครามโลกครง้ั ทีส่ อง ประเทศไทยเปน็ ประเทศยากจนท่สี ดุ ในโลกประเทศหนึง่ โดยก่อนหน้าน้ี
เศรษฐกจิ ไทยซบเซามาอยา่ งนอ้ ยหนึง่ ศตวรรษ[37]:3 ระหวา่ งปี 2508 ถึง 2539 ผลติ ภัณฑ์ประชาชาตเิ บอ้ื งตน้
ต่อคนเตบิ โตรอ้ ยละ 7 ตอ่ ปี และระหว่างปี 2530 ถึง 2539 เรียกวา่ เปน็ ชว่ ง "เศรษฐกิจบมู " เศรษฐกจิ ไทย
เติบโตเร็วทีส่ ุดในโลก ซ่งึ มาจากการลงทนุ ระดบั สูงมาก[37]:3 การเตบิ โตของหนุ้ เปน็ ปจั จัยทาให้เศรษฐกจิ เติบโต
กว่าครึ่ง[37]:9 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในชว่ งเศรษฐกิจบมู เปน็ การไหลเขา้ ของทนุ ระยะส้ันร้อยละ
23[37]:12 วิกฤตการณ์การเงินในเอเชยี พ.ศ. 2540 มสี าเหตรุ ะยะยาวหลายอย่าง แตช่ นวนเหตทุ ีบ่ ่นั ทอนความ
เชื่อม่ันเกดิ จากการเติบโตของการส่งออกลดลงอยา่ งรุนแรงในปี 2539[37]:21–2 จีดีพีของไทยหดตัวร้อยละ 10.5
ในปี 2541[37]:30

ประเทศไทยฟน้ื ตวั จากวิกฤตการเงนิ ในปี 2546[37]:53 การฟืน้ ตัวทางเศรษฐกิของไทยลา่ ชา้ เพราะขาด
อุปทานรวม[37]:32 ระหว่างปี 2542 ถงึ 2550 จดี พี ีไทยเติบโตระหว่างร้อยละ 2.1 ถึง 7.1 ตอ่ ปี[111] ด้วยการขาด
เสถียรภาพจากการประท้วงใหญ่ในปี 2553 การเติบโตของจดี พี ขี องประเทศไทยอยทู่ ี่ราวร้อยละ 4–5 ลดลง
จากรอ้ ยละ 5–7 ในรฐั บาลพลเรอื นกอ่ น ความไม่แนน่ อนทางการเมอื งเป็นสาเหตหุ ลักของการเสอื่ มความ
เชอื่ มนั่ นกั ลงทุนและผบู้ ริโภค[112] นโยบายเศรษฐกจิ ของรฐั บาลทหารหลังรฐั ประหารในประเทศไทย พ.ศ.
2557 ทีเ่ รียก ประชารัฐ ทาใหเ้ กิดทุนนยิ มแบบลาดับชั้นทธ่ี ุรกิจขนาดใหญข่ องไทยเชอ้ื สายจนี เขา้ ไปเลีย้ งดูและ
ชี้นาธุรกจิ ในท้องถนิ่ [44]:300 เศรษฐกิจไทยหดตัวรอ้ ยละ 6.1 เนอ่ื งจากการระบาดของโควิด-19 นบั เปน็ การหดตวั
มากทสี่ ุดนับแต่วิกฤตตม้ ยากุ้ง[113] หนี้สาธารณะของประเทศเพม่ิ ข้ึนอย่างรวดเรว็ ในสมัยประยทุ ธ์ จันทรโ์ อชา
โดยในตาแหน่งนายกรฐั มนตรี 7 ปี (จนถงึ เดอื นพฤษภาคม 2564) รัฐบาลกู้เงิน 8.47 ลา้ นลา้ นบาท ทาใหม้ ี
สัดสว่ นหนีส้ าธารณะคิดเปน็ รอ้ ยละ 58.6 ของจดี ีพี[114]

ความมงั่ คัง่ ความยากจนและความเหล่ือมล้า

สดั ส่วนความมัง่ คัง่ ทค่ี รวั เรอื นถอื ครองแบ่งตาม
เปอรเ์ ซนไทลข์ องครัวเรือน[115]:15–6

เปอรเ์ ซนไทล์ สัดสว่ น

ต่าสดุ รอ้ ยละ 20 0.5

ตา่ สดุ ร้อยละ 40 3.5

ต่าสดุ ร้อยละ 60 12.5

สงู สุดรอ้ ยละ 20 69.5

ประเทศไทยมคี วามม่งั คัง่ มัธยฐานต่อผู้ใหญห่ นึ่งคน 1,469 ดอลลารส์ หรฐั ในปี 2559[115]:98 เพม่ิ ขึน้ จาก
605 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2543[115]:34 ประเทศไทยจัดอยู่ในอนั ดับท่ี 55 ของดชั นีความมนั่ คงทางอาหารโลกในปี
2560[116] หลงั ภาวะเศรษฐกจิ ถดถอยคร้ังใหญ่ ภาคครวั เรือนยงั มสี ภาพคล่องดี และมคี วามสามารถในการดารง

การบรโิ ภคได้ แม้มรี ายไดส้ ทุ ธติ อ่ ค่าใช้จา่ ยลดลงเมอ่ื เทียบกบั ปี 2549 แตก่ ารบรโิ ภคไมไ่ ด้ลดลง[96]:3 ในปี
2559 ดชั นกี ารพฒั นามนุษยข์ องไทยอยู่ในอันดับที่ 87[117] และดชั นกี ารพัฒนามนษุ ยท์ ปี่ รบั ความเหล่อื มลา้ แล้ว

อย่อู ันดับท่ี 70[118] กรงุ เทพมหานครซ่ึงมีผลติ ภัณฑ์จังหวดั สูงสุดมีมูลคา่ ผลิตภัณฑจ์ ังหวดั เป็น 406.9 เท่าของ
จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอนซึ่งมนี ้อยทีส่ ดุ [เชิงอรรถ 2]

ในปี 2560 ครวั เรือนมีรายได้เฉล่ียเดอื นละ 26,946 บาท[120]:1 ครวั เรือนท่มี ีรายได้สงู สุดรอ้ ยละ 20 มี
สว่ นแบง่ รายได้คดิ เปน็ ร้อยละ 45.0 และครัวเรือนทม่ี รี ายไดต้ า่ สดุ รอ้ ยละ 20 มสี ่วนแบ่งรายไดค้ ิดเปน็ ร้อยละ
7.1[120]:4 กลมุ่ ประชากรร้อยละ 40 ที่มรี ายไดต้ ่าสดุ มีรายไดต้ ่ากว่า 5,344 บาทตอ่ คนต่อเดอื นมีจานวน 26.9
ล้านคน[121]:5 ในปี 2556 ผ้ปู ระทว้ งกลุ่ม กปปส. ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 32) มีรายไดค้ รวั เรือนเกิน 50,000 บาทต่อ
เดอื น สว่ น นปช. ส่วนใหญ่ (รอ้ ยละ 27) มีรายไดค้ รัวเรอื น 10,000–20,000 บาทต่อเดือน[122]:7

ในปี 2559 สถาบันการเงนิ เครดติ สวสิ รายงานวา่ ประเทศไทยเปน็ ประเทศทีม่ คี วามเหลอ่ื มล้ามากเปน็
อันดับท่ี 3 ของโลกรองจากประเทศรัสเซียและอนิ เดยี [123] คนรวยสดุ รอ้ ยละ 10 ถือครองทรัพย์สนิ ร้อยละ 79
ของประเทศ[123] มหาเศรษฐีไทย 50 ครอบครัวแรกมีมลู คา่ ทรัพย์สินรวมคิดเป็นรอ้ ยละ 30 ของจีดพี ีไทย[123]

ในปี 2559 ประเทศไทยมีคนยากจน 5.81 ลา้ นคน หรอื รอ้ ยละ 8.6 ของประชากร แตห่ ากนับรวม "คน
เกอื บจน" (near poor) ด้วยจะเพ่มิ เป็น 11.6 ลา้ นคน หรอื รอ้ ยละ 17.2 ของประชากร[121]:1 ในปี 2559 ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคเหนอื มสี ดั สว่ นคนจนร้อยละ 12.96, 12.35 และ 9.83 ของประชากรใน
แตล่ ะภาคตามลาดับ[121]:2 ในปี 2560 มผี มู้ าลงทะเบยี นผูม้ รี ายไดน้ อ้ ย (รายไดน้ อ้ ยกว่า 100,000 บาทตอ่ ป)ี
เพอ่ื รบั สวัสดกิ ารจากรัฐเป็นจานวน 14 ลา้ นคน[123] ปลายปี 2560 ประเทศไทยมหี นี้สนิ ครวั เรือน 11.76 ลา้ น
ล้านบาท[94]:5 ในปี 2553 ครวั เรือนทม่ี ปี ญั หาล้มละลาย (ทรัพย์สินน้อยกว่าหนีส้ นิ ) คิดเป็นร้อยละ 3 ของ
ครวั เรอื นทัง้ ประเทศ[96]:5 ในปี 2560 ครวั เรือนทมี่ ีทีอ่ ยอู่ าศัยถาวรคิดเปน็ สดั สว่ นรอ้ ยละ 99.69 ของครัวเรอื น
ทงั้ ประเทศ[94]:36 ในปี 2559 สานกั งานกองทนุ สนับสนุนการสรา้ งเสรมิ สุขภาพประมาณการว่ามคี นไร้บา้ นทวั่
ประเทศ 30,000 คน[124]
เกษตรกรรม
ดูบทความหลกั ท่ี: เกษตรกรรมในประเทศไทย

ประเทศไทยเปน็ ผ้สู ่งออกขา้ วรายใหญ่อันดบั ตน้ ๆ ของโลก

การพฒั นาการเกษตรตั้งแต่ครสิ ตท์ ศวรรษ 1960 ส่งเสรมิ การเปลีย่ นผ่านส่เู ศรษฐกิจอตุ สาหกรรมของ
ประเทศ[125] ในพนื้ ทชี่ นบท อาชีพเกษตรกรรมคดิ เปน็ กึง่ หนง่ึ ของการจ้างงาน[125] ในปี 2555 ประเทศไทยมี
ทีด่ นิ เพาะปลูกได้ 165,600 ตารางกิโลเมตร คิดเปน็ 32.3% ของพ้นื ท่ีประเทศ[126] ซง่ึ ในจานวนนีก้ วา่ 55% ใช้
ปลกู ขา้ ว ในปี 2551 ประเทศไทยส่งขา้ วออกราว 10 ลา้ นตนั คิดเปน็ ประมาณ 33% ของการค้าขา้ วท่ัวโลก
[127] ขา้ วเป็นพืชผลสาคัญสุดของประเทศ และประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกขา้ วอันดบั หนงึ่ มาชา้ นาน จนประเทศ
อินเดียและเวยี ดนามแซงเมอ่ื ไม่นานน[ี้ 128]

ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางรายใหญท่ ีส่ ดุ ของโลก[129] คดิ เป็นรอ้ ยละ 40 ของยางธรรมชาติ
โลก[130] พชื ที่มมี ลู คา่ การผลิตสงู สดุ อนื่ ได้แก่ อ้อย มนั สาปะหลัง เนอื้ ไก่ เน้อื หมู มะมว่ ง มงั คุด ฝร่ัง สัปปะรด
รวมท้ังพวกผลไมเ้ ขตร้อน[126] กุ้ง ขา้ วโพดและถว่ั เหลือง[131] ประเทศไทยได้ชื่อว่าเปน็ แหล่งผลติ อาหารที่สาคญั
ของโลก และเป็นผ้สู ง่ ออกอาหารรายใหญอ่ นั ดับ 5 ของโลก[132] ประเทศไทยเป็นผผู้ ลติ และสง่ ออกผลติ ภณั ฑ์
นมรายใหญ่สดุ ในอาเซียน[133]
อตุ สาหกรรม

คนงานสายการผลิตในโรงงานในจงั หวัดฉะเชิงเทรา

บริษัทเกอื บทง้ั หมดของไทย กว่า 2.7 ล้านวสิ าหกจิ คิดเปน็ รอ้ ยละ 99.7 จดั เป็นวิสาหกิจขนาดกลาง
และขนาดย่อม (SME) ในปี 2560 SME คิดเปน็ การจา้ งงานร้อยละ 80.3 ของการจา้ งงานท้ังหมด (13 ล้านคน)
ในปี 2556 สดั ส่วนตอ่ จีดพี ขี อง SME อยทู่ ่รี อ้ ยละ 37.4 มีรายงานว่า SME ร้อยละ 70 ปิดกจิ การภายใน "ไมก่ ่ี
ป"ี [134]:47

อุปกรณ์ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ สเ์ ป็นภาคส่งออกใหญส่ ดุ ของไทย คดิ เป็นประมาณร้อยละ 15 ของการ
ส่งออกทง้ั หมด ในปี 2557 การสง่ ออกดงั กลา่ วรวมมลู คา่ 55,000 ลา้ นดอลลาร์สหรัฐ มีคนงานประมาณ
780,000 คนในปี 2558 คิดเปน็ ร้อยละ 12.2 ของการจา้ งงานทงั้ หมดในภาคการผลติ แต่ผู้ผลติ กาลงั ย้ายการ
ผลติ ไปยงั ประเทศท่ีมีคา่ แรงถกู กว่าประเทศไทย[135] อตุ สาหกรรมรถยนตใ์ นประเทศไทยใหญ่สดุ ในเอเชีย
ตะวนั ออกเฉยี งใตแ้ ละใหญส่ ุดเป็นอนั ดบั ที่ 9 ของโลก[136] โดยมีการจ้างงานประมาณ 417,000 ตาแหน่งในปี
2558 คิดเป็นร้อยละ 10 ของจีดพี ปี ระเทศ[137]:12-13 คนงานกว่าร้อยละ 70 ในท้ังสองภาคมีความเสี่ยงสงู ต่อการ
เสยี งานใหก้ ับหุ่นยนต[์ 137]:39, xix

พลงั งาน
ดบู ทความหลักท:ี่ พลงั งานในประเทศไทย

โรงแยกกา๊ ซธรรมชาติของ ปตท. ทจี่ ังหวัดระยอง
ประเทศไทยเปน็ ผู้นาน้ามันและแก๊สธรรมชาตเิ ข้าสุทธิ มกี ารผลติ และปรมิ าณสารองนา้ มันน้อยและตอ้ ง

นาเข้าเป็นส่วนใหญ่เพื่อการบรโิ ภค แมว้ ่ามปี รมิ าณสารองแกส๊ ธรรมชาตทิ ี่พิสูจน์แลว้ ขนาดใหญ่ แตย่ งั ต้อง
นาเข้าเพ่อื ใหเ้ พียงพอกับอุปทานในประเทศ การบริโภคพลังงานหลักของประเทศไทยมาจากเชอ้ื เพลงิ ซากดึก
ดาบรรพ์ คิดเป็นกวา่ 80% ของท้งั หมด ในปี 2553 ประเทศไทยบรโิ ภคพลงั งานจากนา้ มันมากที่สดุ (39%)
รองลงมาคือ แก๊สธรรมชาติ (31%) ชวี มวลและของเสยี (16%) และถา่ นหนิ (13%) ประเทศไทยเปน็ ผู้นาเข้า
นา้ มนั รายใหญอ่ ันดับสองของเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใตร้ องจากประเทศสงิ คโปร์ เช้อื เพลิงดีเซลเปน็ สัดสว่ นหนงึ่
ในสามของผลติ ภณั ฑ์น้ามนั และเปน็ เชือ้ เพลงิ หลักสาหรบั การขนสง่ [138] ในปี 2558 ประเทศไทยมีการนาเขา้ ซ่ึง
พลงั งานขั้นตน้ สทุ ธเิ ทียบเทา่ นา้ มัน 1.253 ลา้ นบารเ์ รลต่อวนั โดยมีการซื้อไฟฟ้าจากประเทศลาว และแกส๊
ธรรมชาติจากประเทศเมียนมาร[์ 139]

ในปี 2554 ประเทศไทยมีสมรรถภาพติดตงั้ ผลติ ไฟฟ้าประมาณ 32.4 กิกะวัตต์ โดยผลติ จากแก๊ส
ธรรมชาตมิ ากที่สุด (71%) ประเทศไทยคดิ สนับสนุนพลงั งานนิวเคลียรเ์ พอ่ื ลดการพงึ่ พาแก๊สธรรมชาติ แตห่ ลัง
ภัยพบิ ัตนิ วิ เคลียร์ฟุกชุ มิ ะไดอิชิในปีนั้น ทาให้โรงไฟฟ้านิวเคลียรแ์ หง่ แรกทเ่ี สนอถกู เล่อื นไปหลงั ปี 2569[138]
การขนส่ง
ดบู ทความหลักท่ี: การขนสง่ ในประเทศไทย

แผนท่ีถนนในประเทศไทย

การขนสง่ ทางถนนเปน็ ภาคหลักของการขนสง่ ผโู้ ดยสารและคา่ ระวางในประเทศไทย[140]:269 โดยคิดเปน็
รอ้ ยละ 85 และ 86 ของการขนส่งทางบกทง้ั หมดตามลาดับ[141]:25 ประเทศไทยมที างหลวงความยาว 390,000
กิโลเมตร[142] และมีเครือข่ายถนน 462,133 สาย[143] เปน็ เครือข่ายทางหลวง 51,776 กิโลเมตรที่เชอ่ื มภาคตา่ ง
ๆ ของประเทศ มีทางดว่ นสองเสน้ ทาง ซ่งึ เช่อื มกรงุ เทพมหานครกบั เขตอตุ สาหกรรมโดยรอบ รวมระยะทาง
150 กิโลเมตร[141]:22 อตุ สาหกรรมขนส่งคา่ ระวางในประเทศไทยอาศยั รถบรรทุกถงึ รอ้ ยละ 80[140]:276 ในปี
2560 ประเทศไทยมยี านพาหนะจดทะเบยี น 37 ลา้ นคัน เปน็ รถจกั รยานยนต์ 20 ล้านคัน และมที ไ่ี มไ่ ดจ้ ด
ทะเบยี นอกี หลายลา้ นคัน[143] ในปี 2555 ประเทศไทยมอี ัตราเปน็ เจา้ ของยานพาหนะ 488 คนั ต่อประชากร
1,000 คน มากเป็นอันดับสองของอาเซยี น[144]:40 ในปี 2561 มีรถแท็กซขี่ ึ้นทะเบียนทว่ั ประเทศ 80,647 คัน
[145] และมกี ารดาเนนิ การรถตู้สาธารณะ 114 เสน้ ทางจากกรงุ เทพมหานคร[146] ในปี 2559 ประเทศไทยเปน็
ประเทศทก่ี ารจราจรตดิ ขัดมากท่ีสดุ ในโลก[147] สหประชาชาติจดั อนั ดับถนนในประเทศไทยวา่ อนั ตรายสงู สุด
เปน็ อนั ดบั สองของโลก โดยมียอดผู้เสยี ชีวติ จากยานพาหนะกวา่ 30,000 คนต่อปี ซง่ึ เปน็ อัตราตอ่ หวั สูงสุดเป็น
อนั ดับสองของโลกรองจากประเทศลเิ บีย[142]

ประเทศไทยมรี างรถไฟยาว 4,034 กโิ ลเมตร และการขนสง่ สนิ คา้ ทางรางคดิ เปน็ รอ้ ยละ 1.4 ของ
นา้ หนกั บรรทกุ ท้งั หมดในปี 2558[142] ในปี 2555 มผี โู้ ดยสารทางราง 41 ล้านคน[144]:59 การรถไฟแห่งประเทศ
ไทย (รฟท.) เป็นผ้ดู าเนนิ การเสน้ ทางรางแหง่ ชาตขิ องประเทศ ซึง่ ถกู มองวา่ ไร้ประสิทธิภาพและไม่ยอม
เปล่ยี นแปลง รถไฟมักชา้ และอุปกรณ์สว่ นใหญเ่ กา่ และมกี ารบารุงรกั ษาไมด่ ี ความพยายามของรฐั บาลในการ
จดั โครงสรา้ งใหม่และโอนเปน็ ของเอกชนถูกสหภาพคดั ค้านอย่างหนักตลอดมา[148][149] ในช่วงปหี ลัง มคี วาม
พยายามกอ่ สรา้ งรถไฟความเร็วสูง

ประเทศไทยมที า่ อากาศยานพาณชิ ย์ 38 แห่ง[150]:3 ในปี 2559 ทา่ อากาศยานสุวรรณภมู เิ ปน็ ทา่ อากาศ
ยานท่มี ีผู้โดยสารมากทสี่ ดุ ของประเทศและเป็นอันดบั ที่ 20 ของโลก[151] ประเทศไทยมที างน้าในประเทศท่ีใช้

เดินเรือได้ 1,750 กิโลเมตร ประเทศไทยทา่ เรือน้าลึกระหวา่ งประเทศ 8 แห่ง[141]:31 ทา่ เรือแหลมฉบังเป็น
ท่าเรือน้าลกึ หลักของประเทศไทย ส่วนท่าเรอื แมน่ ้ามที ั้งหมด 132 แหง่ ซง่ึ ใชส้ าหรบั การขนสง่ สินค้าขั้นต้นและ
สินคา้ เกษตรเปน็ หลัก[141]:32

การท่องเที่ยว
ดูบทความหลกั ท:่ี การทอ่ งเทยี่ วในประเทศไทย

ในปี 2560 ประเทศไทยมีนกั ท่องเท่ยี วชาวตา่ งชาติ 35.38 ล้านคน[152] จานวนนักทอ่ งเทยี่ วเติบโตขึน้
อย่างรวดเร็วจากเดมิ ทมี่ ีชาวตา่ งชาติ 336,000 ราย และทหารท่ีเข้ามาพกั 54,000 นายในปี
2510[153] ประเทศทีน่ ักทอ่ งเท่ียวเดินทางเข้าประเทศมากท่สี ุด ไดแ้ ก่ จนี มาเลเซยี เกาหลีใต้ ญีป่ ุน่ และลาว[152]

การท่องเทีย่ วแหง่ ประเทศไทย (ททท.) เป็นหน่วยงานสง่ เสรมิ การทอ่ งเทย่ี วของประเทศตง้ั ข้ึนในปี
2522[154] นอกจากนี้ รฐั บาลยังมีการจัดตงั้ ตารวจทอ่ งเท่ยี วเพอ่ื อานวยความสะดวกแกน่ ักท่องเที่ยว
ชาวต่างชาติ[152]

ประเทศไทยมแี หลง่ มรดกโลกของยเู นสโก 6 แหลง่ ได้แก่ นครประวัตศิ าสตร์พระนครศรอี ยุธยา เมอื ง
ประวตั ศิ าสตร์สโุ ขทยั และเมอื งบริวาร แหลง่ โบราณคดีบา้ นเชยี ง เขตรักษาพันธส์ุ ัตวป์ ่าทุง่ ใหญ-่ หว้ ยขาแข้ง ปา่
ดงพญาเยน็ -เขาใหญ่ และกล่มุ ปา่ แก่งกระจาน

ประเทศไทยจดั อยูใ่ นอันดบั ท่ี 9 ของโลกในดา้ นจานวนนักท่องเทยี่ วตา่ งชาติในปี 2559[155] รายงาน
ความสามารถแขง่ ขันการเดินทางและการท่องเท่ียวปี 2558 จัดอันดบั ประเทศไทยอยใู่ นอันดับท่ี 35 จาก 141
ประเทศ โดยประเทศไทยมีคะแนนสงู ในดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและโครงสร้างพน้ื ฐานบรกิ ารนกั ทอ่ งเทีย่ ว แต่
มีคะแนนตา่ ในดา้ นความยัง่ ยนื ทางสง่ิ แวดลอ้ มและความปลอดภัยและความมน่ั คง[156]

การค้าประเวณีและการท่องเทยี่ วทางเพศถอื เป็นสว่ นหนึง่ ของเศรษฐกิจ ประมาณการในปี 2546 ระบุ
มลู ค่าไว้ 4.3 พนั ล้านดอลลาร์สหรัฐหรอื ประมาณรอ้ ยละ 3 ของเศรษฐกิจ[157] เชือ่ วา่ เงนิ นกั ท่องเทยี่ วอยา่ งนอ้ ย
ร้อยละ 10 ใช้ค้าประเวณ[ี 158]

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ประเทศไทยจดั เป็นประเทศนวตั กรรมมากทสี่ ดุ อันดับท่ี 45 ในดชั นีนวตั กรรมบลมู เบริ ก์ ปี 2561[159] ใน
ปี 2556 ประเทศไทยมีรายจา่ ยดา้ นการวจิ ัยและพัฒนา 1.7 พนั ลา้ นดอลลารส์ หรัฐ หรอื คดิ เปน็ ร้อยละ 0.5
ของจดี ีพี เป็นรายจ่ายจากภาครฐั ร้อยละ 51.3 และจากภาคเอกชนรอ้ ยละ 48.7 รัฐบาลมแี ผนใชส้ งิ่ จงู ใจภาษี
เพือ่ เพิม่ การลงทนุ ของเอกชน[160]:74 การวจิ ยั และพฒั นาในประเทศไทยมสี ดั ส่วนงานวจิ ัยประยุกตส์ งู กวา่
งานวจิ ัยพืน้ ฐานมาก ขอ้ มูลในปี 2552 พบว่าประเทศไทยมนี ักวจิ ยั 38,500 คนหรอื เทยี บเทา่ เต็มเวลา (FTE)
22,000 คน[160]:74 ประเทศไทยมจี านวนงานวจิ ัยตพี มิ พ์มากเป็นอนั ดับสามในอาเซียน รองจากประเทศมาเลเซยี
และสงิ คโปร[์ 160]:75 ในปี 2553 มผี ขู้ อจดสทิ ธบิ ัตรในประเทศไทย 1,925 ฉบบั และมีการออกให้ 772 ฉบับ เกนิ

ครึง่ ของผขู้ อจดสิทธิบัตรไม่ใชพ่ ลเมอื ง และคดิ เปน็ กว่าร้อยละ 90 ของสิทธบิ ัตรท่อี อกให้[160]:75 ประเทศไทย
เป็นประเทศผู้ลงนามองคก์ ารความร่วมมอื อวกาศเอเชยี -แปซฟิ ิก (APSCO) ซึ่งมปี ระเทศจีนเปน็ ผนู้ า[160]:79

วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยใี นประเทศไทยกา้ วหนา้ อยา่ งรวดเร็วตัง้ แต่ปี 2551 องคก์ รสง่ เสริมการวิจยั
สาคญั อยา่ ง สวทช., สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และศนู ย์ความเป็นเลิศดา้ น
ชวี วิทยาศาสตร์ (TCELS) ชว่ ยประสานงานระหว่างมหาวิทยาลยั กับบริษัท อุตสาหกรรมการผลิตของไทยสว่ น
ใหญ่พึ่งพาการผลติ ท้องถ่นิ ของบริษทั ต่างชาติ ทาให้มผี ลลัพธก์ ารวิจัยวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยนี ้อย[160]:80

จุดแขง็ ด้านวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยขี องไทยอยูใ่ นสายอาหาร-เทคโนโลยชี ีวภาพ-ชวี วทิ ยาศาสตร์-
เกษตรศาสตร์ เทคโนโลยพี ลังงาน และการผลิต โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ในอตุ สาหกรรมรถยนต์และอเิ ล็กทรอนิกส์

[161]:103

ประชากรศาสตร์
ดูเพม่ิ เตมิ ท่ี: ประชากรศาสตรไ์ ทย
ประชากร

ประชากรไทย

ปี ประชากร ±%

2453 8,131,247 —

2462 9,207,355 +13.2%

2472 11,506,207 +25.0%

2480 14,464,105 +25.7%

2490 17,442,689 +20.6%

2503 26,257,916 +50.5%

2513 34,397,371 +31.0%

2523 44,824,540 +30.3%

2533 54,548,530 +21.7%

2543 60,916,441 +11.7%

2553 65,926,261 +8.2%

แหลง่ ที่มา: [1] สานกั งานสถติ แิ หง่ ชาติ

กระทรวงมหาดไทยประมาณวา่ ประเทศไทยมปี ระชากร 69,183,173 คน[162] ซง่ึ มากเปน็ อันดบั ท่ี 20
ของโลก แตค่ าดว่าประชากรจะลดลงกอ่ นปี 2563[163]:i ประเทศไทยเป็นหนง่ึ ในประเทศทอี่ ัตราเจรญิ พนั ธล์ุ ดลง
เร็วทสี่ ุดในโลก ระหว่างปี 2513 ถงึ 2533 อัตราเจรญิ พนั ธุ์ระหว่างประเทศลดลงจาก 5.5 เหลือ 2.2 สาเหตุ
จากการคมุ กาเนิด ขนาดครอบครวั ท่ปี รารถนาลดลง สดั สว่ นผสู้ มรสลดลง และการสมรสชา้ [163]:i ในปี 2552
อตั ราเจรญิ พันธร์ุ วมของไทยอยทู่ ่ี 1.5[163]:4 ในปี 2553 อตั ราการเกดิ อย่างหยาบอยู่ท่ี 13 ตอ่ 1,000[163]:31 คาด
วา่ จานวนผู้สูงอายใุ นประเทศไทยจะเพิม่ ขน้ึ เป็นร้อยละ 15 ภายในปี 2573[163]:32 จานวนประชากรในวัยทางาน
ทั้งหมดจะเรม่ิ ลดลงหลังปี 2563[163]:7

จานวนการเกิดของวัยรุ่นสงู ขึ้น โดยสถิติหญิงอายุ 15–19 ปีทเี่ คยสมรสในปี 2553 มีประมาณ 330,000
คน[163]:28 และในปี 2552 มจี านวนการเกดิ จากแมอ่ ายุไม่เกิน 19 ปีจานวน 765,000 คน[163]:31 ในปี 2549–
2552 มกี ารทาแท้งชกั นาเกิน 60,000 คนตอ่ ปี[163]:28

ประเทศไทยถอื ว่ามคี วามหลากหลายทางเชื้อชาติ ราวร้อยละ 75–95 ของประชากรเป็นชาติพันธ์ไุ ท ซ่งึ
รวมสภี่ มู ภิ าคหลกั คือ ไทยกลางรอ้ ยละ 30 อีสานหรือลาวร้อยละ 22 ล้านนาร้อยละ 9 และใตร้ ้อยละ 7 และมี
ไทยเชื้อสายจีนร้อยละ 14 ของประชากร ท่ีเหลือเปน็ ไทยเชอ้ื สายมลายู ชาวมอญ ชาวเขมร และชาวเขาหลาย
เผ่า[164] ไทยทม่ี บี รรพบรุ ษุ จนี บางส่วนมีถึง รอ้ ยละ 40 ของประชากร[165] ประเทศไทยมีกล่มุ ชาติพันธุ์ทรี่ ฐั บาล
รบั รอง 62 กลมุ่ [166] ท้ังนี้ ไทยเชอ้ื สายจีนจัดเป็นชนชน้ั อภิชนของไทย และเป็นกลมุ่ ทไ่ี ด้เปรียบทางเศรษฐกจิ

[167]:179–83

ในปี 2553 ประเทศไทยมกี ารมลี กั ษณะแบบเมืองร้อยละ 34 ซ่ึงตา่ กว่าเมื่อเทียบกับประเทศทมี่ เี ครือ่ งชี้
ภาวะการพฒั นาพอ ๆ กนั [163]:14 การเคล่ือนยา้ ยของประชากรสว่ นใหญเ่ ปน็ แบบชั่วคราวตามฤดกู าล
[163]:14 กรุงเทพมหานครเป็นตัวอย่างสดุ โต่งของความเป็นเอกนคร (urban primacy) โดยในปี 2536

กรุงเทพมหานครมีประชากรมากกวา่ นครใหญท่ ีส่ ุดสามอนั ดับถดั มารวมกันระหวา่ ง 7.5 ถึง 11 เท่า[163]:14 ผู้
ย้ายออกชาวไทยสว่ นมากเป็นลูกจ้างทกั ษะตา่ โดยเดนิ ทางไปประเทศปลายทางเอเชียตะวันออกและเอเชยี
ตะวนั ออกเฉียงใต้น้อยลง แต่ตะวันออกกลางและประเทศตะวนั ตกเพิ่มข้ึน[163]:ix เมื่อปลายปี 2550 มีประมาณ
การว่าคนต่างด้าวท่ีอาศัยและทางานอย่ใู นประเทศไทยมี 2.8 ล้านคน ซึง่ จานวนนี้รวมผมู้ ใี บอนญุ าตทางานใน
ประเทศ นกั เรยี นนกั ศกึ ษา ผู้มคี สู่ มรสชาวไทยและผู้ตงั้ ถ่ินฐานหลงั เกษยี ณ ตลอดจนนกั ทอ่ งเทย่ี วทอ่ี ยู่เกนิ วีซา่

[163]:ix

เม่ือปี 2553 ในประชากรอายุมากกวา่ 13 ปี มีผ้สู มรส 38,001,676 คน หม้าย 3,833,699 คน หยา่
670,030 คน และไมเ่ คยสมรส 16,957,651 คน[168]

นครใหญ่
ดเู พมิ่ เตมิ ที:่ รายชอ่ื จงั หวัดในประเทศไทยเรยี งตามจานวนประชากร

ขยาย

เมืองทใี่ หญ่ทสี่ ุดในประเทศไทย
31 ธนั วาคม 2560 (จากฐานข้อมูลกรมการปกครอง)[169]

ศาสนา
ดเู พม่ิ เตมิ ท:่ี ศาสนาในประเทศไทย

ศาสนาในประเทศไทย[170]

ศาสนา %

พทุ ธ   94.6%

อสิ ลาม   4.2%

คริสต์   1.1%

อน่ื ๆ   0.1%

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยไมร่ ะบศุ าสนาใดเป็นศาสนาประจาชาติ รัฐธรรมนญู รบั รองเสรภี าพใน
การนบั ถอื ศาสนาของพลเมอื งไทยทกุ คน แตก่ าหนดใหพ้ ระมหากษตั ริยต์ อ้ งนับถือศาสนาพทุ ธนกิ ายเถรวาท
กฎหมายหา้ มกล่าวหมนิ่ ประมาทศาสนาพุทธรวมถึงพระสงฆ์ และคมุ้ ครองศาสนสถานและศาสนพิธขี องศาสนา
อ่นื [171] ในรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 บญั ญตั วิ ่า "รฐั พึงสง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การศกึ ษาและ
การเผยแผห่ ลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาท [...] และตอ้ งมีมาตรการและกลไกในการปอ้ งกนั มิใหม้ ีการ
บ่อนทาลายพระพุทธศาสนาไมว่ า่ ในรปู แบบใด" ในชว่ งปหี ลงั มีการเรียกรอ้ งให้บัญญตั ิศาสนาพทุ ธเป็นศาสนา
ประจาชาตใิ นรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย แมว้ า่ ประเทศไทยไมม่ รี ายงานการละเมดิ ทางสังคมหรือการ
เลือกปฏบิ ัตจิ ากศาสนา[172] แต่กฎหมายไทยบางส่วนได้รบั อทิ ธพิ ลจากความเช่ือแบบพุทธ เช่น การงดขาย
เคร่อื งด่ืมแอลกอฮอลในวันหยุดทางศาสนา[173]

กฎหมายรบั รองหา้ กลุ่มศาสนาหลัก ได้แก่ พทุ ธ อิสลาม ครสิ ต์ ฮนิ ดูและซกิ ข[์ 174] การสารวจของ
เครอื ข่ายอิสระท่ัวโลก/สมาคมแกลลปั ระหวา่ งประเทศ (WIN/GIA) ในปี 2560 พบวา่ ประเทศไทยเปน็ ประเทศ
ท่นี ับถือศาสนามากทสี่ ดุ ในโลก โดยมีผรู้ ะบตุ นวา่ เป็นศาสนิกชนร้อยละ 98 ไม่เปน็ ศาสนกิ ชนรอ้ ยละ 1 และผู้
เชอ่ื อเทวนยิ มอกี รอ้ ยละ 1[175]

ตามสามะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2557 ประชากรไทยนับถอื ศาสนาพทุ ธ ประมาณร้อยละ
94.6[170] ส่วนใหญ่นับถอื นิกายเถรวาท ซ่ึงถอื ได้ว่าเป็นศาสนาประจาชาติของประเทศไทยโดยพฤตินยั ทัง้ นี้
ประเทศไทยถอื ได้วา่ มผี นู้ บั ถอื ศาสนาพุทธมากเปน็ อันดบั ที่ 2 ของโลกรองจากประเทศจนี [176] ในปี 2559
ประเทศไทยมวี ัดทั้งส้ิน 40,580 วดั [177] มีพระสงฆ์ 33,749 รปู และสามเณร 6,708 รูปทว่ั ประเทศ
[178] นกั วชิ าการบางส่วนเชอื่ ว่าศาสนาพทุ ธเข้าสู่ประเทศไทยจากอนิ เดยี ในรชั กาลพระเจ้าอโศกมหาราชแห่ง
ราชวงศโ์ มรยิ ะในชว่ งครสิ ต์สหสั วรรษท่ี 1[179]:157 ศาสนาทมี่ ีจานวนผนู้ บั ถอื รองลงมา ได้แก่ ศาสนาอสิ ลาม มผี ู้
นบั ถือประมาณร้อยละ 4.2[170] เปน็ นกิ ายซนุ นีรอ้ ยละ 99[180] มุสลิมอาศยั อยูใ่ นจังหวดั ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัด
นราธวิ าส ปัตตานี ยะลาและสตูล มากทส่ี ดุ [180] แต่มุสลิมในสามจงั หวดั ชายแดนภาคใตค้ ิดเป็นเพยี งร้อยละ 18
ของมุสลมิ ในประเทศไทย[180] ทั่วประเทศมมี ัสยิด 3,943 แหง่ [181] มุสลมิ ในประเทศไทยสว่ นใหญม่ เี ช้อื สาย
มลายู ซึง่ สะทอ้ นมรดกทางวัฒนธรรมรว่ มกบั ประเทศมาเลเซีย[180] เชือ่ วา่ มีการเผยแผ่ศาสนาอสิ ลามสู่
คาบสมุทรมลายโู ดยพ่อค้าอาหรับในครสิ ต์ศตวรรษที่ 13[180] มีชาวไทยนบั ถือศาสนาคริสตป์ ระมาณรอ้ ยละ
1.1[170] ส่วนใหญ่ (รอ้ ยละ 54.56) นับถือนิกายโปรเตสแตนต[์ เชงิ อรรถ 3] ศาสนาคริสต์เข้ามาในประเทศไทยคร้งั

แรกเมื่อประมาณกลางคริสต์ศตวรรษท่ี 16 เม่ือมิชชนั นารชี าวโปรตเุ กสจากมะละกาเข้ามาเผยแผศ่ าสนา
[182] นอกจากนี้ ยงั มีผนู้ บั ถอื ศาสนาอน่ื อีก เช่น ศาสนาฮนิ ดู ศาสนาซิกข์ ศาสนายดู าห์ ศาสนาบาไฮ รวม
ประมาณร้อยละ 0.1[170] ชาวไทยเช้อื สายจีนจานวนพอสมควรยังคงถือศาสนาของชาตพิ ันธุจ์ นี รวมทงั้
เต๋า ขงจือ๊ และศาสนาพ้ืนบา้ นจีน (เช่น อนตุ ตรธรรมและเต๋อเจี่ยฮุ่ย) ศาสนาเหลา่ น้ีไมไ่ ดร้ ับการรับรองอยา่ ง
เปน็ ทางการ และในการศึกษาทางสถติ นิ ับสาวกเป็นพทุ ธเถรวาท[183] สาหรับประชาคมชาวยวิ นั้น มีประวัติ
ยาวนานตงั้ แต่คริสต์ศตวรรษท่ี 17
ภาษา
ดบู ทความหลกั ท่:ี ภาษาในประเทศไทย

แผนทชี่ าตพิ นั ธภ์ุ าษาในประเทศไทย ปี 2517
ประเทศไทยมภี าษาไทยเปน็ ภาษาทางการ เป็นภาษาหลักทีใ่ ชต้ ิดต่อสื่อสาร การศึกษาและเป็นภาษาพูด

ทีใ่ ชก้ นั ทว่ั ประเทศ โดยใชอ้ ักษรไทยเป็นรูปแบบมาตรฐานในการเขียน นอกเหนอื จากภาษาไทยกลางแล้ว
ภาษาไทยสาเนียงอ่ืนยงั มีการใชง้ านในแตล่ ะภูมิภาคเช่น ภาษาไทยถิ่นเหนอื ถน่ิ ใต้ และถน่ิ อีสาน รัฐบาลรับรอง
5 ตระกลู ภาษา 62 ภาษาในประเทศไทย[184]:3

นอกเหนอื จากภาษาไทยแล้ว ในประเทศไทยยังมีการใชภ้ าษาของชนกลุ่มนอ้ ยเช่น ภาษาจีนโดยเฉพาะ
สาเนียงแตจ้ ิ๋ว ภาษาลาวในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือซงึ่ บางคร้งั นยิ ามว่าภาษาลาวสาเนยี งไทย ภาษามลายู
ปตั ตานที างภาคใต้ นอกจากนี้กม็ ภี าษาอน่ื เช่น ภาษากวย ภาษากะยาตะวนั ออก ภาษาพวน ภาษาไทลื้อ ภาษา
ไทใหญ่ รวมไปถงึ ภาษาทีใ่ ชก้ ันในชนเผา่ ภเู ขา ประกอบดว้ ยตระกูลภาษามอญ-เขมร เช่น ภาษามอญ ภาษา
เขมร ภาษาเวียดนาม และภาษามลาบรี; ตระกลู ภาษาออสโตรนีเซยี น เช่น ภาษาจาม; ตระกูลภาษาจนี -
ทเิ บต เชน่ ภาษามง้ ภาษากะเหร่ยี ง และภาษาไตอน่ื ๆ เช่น ภาษาผูไ้ ท ภาษาแสก เป็นต้น

ประชากรอายเุ กิน 5 ปีแบง่ ตามภาษา
(นับเฉพาะทีม่ ผี ู้พดู เกนิ 1 แสนคน)

สถติ ิสหประชาชาตปิ ี 2543[185]

ภาษา จ้านวนผู้พดู (คน)

ภาษาไทย 52,325,037

ภาษาเขมร 1,291,024

ภาษามลายู 1,202,911

ภาษากะเหรย่ี ง 317,968

ภาษาจนี 231,350

ภาษาม้ง 112,686

การศกึ ษา
ดูบทความหลกั ท:่ี การศกึ ษาในประเทศไทย

จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั มหาวิทยาลัยแหง่ แรกของประเทศไทย สถาปนาเม่อื ปี 2459

การศกึ ษาภาคบงั คับในประเทศไทยเร่ิมมีขึน้ ตง้ั แตป่ ี 2464[186]:104 กฎหมายกาหนดใหร้ ัฐบาลจัด
การศึกษาข้ันพน้ื ฐานแบบให้เปล่าแก่ประชาชนเปน็ เวลา 12 ปี สว่ นการศกึ ษาภาคบังคับกาหนดไว้ 9 ปี (ถึง
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3) ในปกี ารศกึ ษา 2555 มผี เู้ รียนในและนอกระบบโรงเรียน 16,376,906 คน แบ่งเปน็ ในระบบ
13,931,095 คน สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย (กศน.) 2,445,811 คน
นกั เรยี น นสิ ติ นกั ศกึ ษาในระบบโรงเรยี นมสี ดั สว่ นในสถานศกึ ษารฐั บาลมากกวา่ เอกชน อยา่ งไรกต็ าม ประเทศ
ไทยมสี ถาบนั การศกึ ษาเอกชนอยจู่ านวนมาก โดยมโี รงเรยี นนานาชาติที่ใช้ภาษาอังกฤษมากทสี่ ุดเปน็ อนั ดับ 2
ในชาตอิ าเซยี น[187]

ผู้เรยี นรอ้ ยละ 99 สาเรจ็ การศกึ ษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 85 สาเรจ็ การศกึ ษาระดบั มธั ยมศึกษา
ตอนตน้ [188] ประมาณรอ้ ยละ 75 เรียนต่อในระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย[189]:46 สาหรับนกั เรยี นทุก 100 คนใน
โรงเรยี นประถม มี 85.6 คนศึกษาต่อระดบั ม. 1; 79.6 คนศกึ ษาต่อถงึ ชั้น ม. 3 และเพยี ง 54.8 คนศึกษาตอ่ ถึง
ระดับ ม. 6 หรอื สถาบันอาชวี ะ[190] ประเทศไทยยังคงเป็นไมก่ ่ีประเทศทยี่ ังมกี ารกาหนดให้แตง่ เคร่อื งแบบจนถึง
ระดับมหาวิทยาลัย การเรยี กร้องใหย้ กเลิกเคร่ืองแบบยังคงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมปจั จบุ ัน

อัตรารู้หนังสอื ของไทยอยทู่ ี่ร้อยละ 93.5[191] แม้วา่ มหาวิทยาลยั ของไทย 5 แหง่ ติดอนั ดับ 100
มหาวทิ ยาลยั ดีท่ีสดุ ในทวปี เอเชยี [192] และในปีงบประมาณ 2556 งบประมาณการศึกษาไทยเปน็ สดั ส่วนร้อยละ
3.9 ของจีดีพี และรอ้ ยละ 20.6 ของงบประมาณแผ่นดิน ซ่งึ มากเปน็ อันดับตน้ ๆ ของอาเซียน แตค่ ณุ ภาพ
การศกึ ษาไทยถูกวิจารณอ์ ยูเ่ นือง ๆ รปู แบบการสอนยงั คงเนน้ การทอ่ งจามากกวา่ ใหผ้ เู้ รียนเปน็ ศนู ย์กลาง
หลกั สูตรการศกึ ษาในโรงเรยี นมีการเปล่ียนแปลงอย่างบ่อยครั้ง เช่นเดยี วกับเรือ่ งการสอบเข้ามหาวทิ ยาลยั ที่
เปน็ ประเด็นถกเถยี งกันมาหลายปี สภาเศรษฐกิจโลกจดั ให้คณุ ภาพการศกึ ษาของไทยต่าสุดใน 8 ประเทศ
อาเซียนทีพ่ จิ ารณา[193] ในปี 2563 ประเทศไทยจัดอยู่ในอนั ดบั ท่ี 89 จาก 100 ประเทศในเรือ่ งความสามารถ
ภาษาอังกฤษ[194] นกั เรยี นไทยกวา่ ครง่ึ ในโรงเรยี นไมไ่ ดท้ กั ษะพ้นื ฐานทีจ่ าเปน็ ต่อความสาเรจ็ ของตนและการ
พัฒนาประเทศ ยเู นสโกและโออีซีดีแนะนาให้ประเทศไทยมกี ารทบทวนหลักสตู ร เพมิ่ การกวดขนั กระบวนการ
พฒั นาการทดสอบมาตรฐาน ใหค้ รใู ช้ยทุ ธศาสตร์การสอนและประเมินผลท่เี นน้ ผู้เรยี นเป็นศูนยก์ ลาง รวมทงั้

เพ่ิมเวลาสอนและลดหนา้ ทบ่ี ริหาร[195]:15–16 โรงเรยี นกวดวชิ าไดร้ ับความนิยมอยา่ งมากโดยเฉพาะในการเตรียม
สอบเข้ามหาวิทยาลัย

ในการสารวจเด็กไทย 72,780 คนระหว่างเดอื นธนั วาคม 2553 ถงึ มกราคม 2554 ในระดบั ประถม
ศกึ ษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 พบว่า นกั เรียนชาวไทยมรี ะดบั เชาวน์ปัญญาเฉลีย่ 98.53 (ค่ามธั ยฐาน 100)
อภิชัย มงคล อธบิ ดกี รมสุขภาพจิต ว่า ไมค่ วรโทษระบบการศกึ ษาไทยวา่ ทาให้เยาวชนไทยมเี ชาวน์ปัญญาต่า
เพราะสาเหตหุ ลักเกดิ จากการพร่องไอโอดีน นอกจากนี้ยงั มีปัจจัยอืน่ อยา่ งขาดความอบอุน่ ในครอบครวั ถูกแยก
จากธรรมชาติและอาหารไม่เหมาะสม[196] ผลการศกึ ษาลา่ สุดเสนอว่าความบกพร่องทางสตปิ ัญญาในพนื้ ที่
ชนบทบางแห่งอาจสงู ถึงร้อยละ 10[197] สถานทเี่ กิดเป็นตัวชวี้ ัดสาคญั ในการทานายความสาเร็จทางการศึกษา
ในประเทศไทย นกั เรยี นจากครอบครวั ยากจนในพน้ื ทท่ี รุ กนั ดารมกี ารเขา้ ถงึ การศกึ ษาคณุ ภาพตา่ กวา่ นกั เรยี น
ในเมอื ง[188] คาดว่าเกิดจากการจัดสรรทรพั ยากรศกึ ษาอยา่ งไม่เทา่ เทียม การฝึกครูท่ีอ่อน ความยากจน และ
การไมร่ ้ภู าษาไทยกลางในกรณขี องชนกลมุ่ น้อย[198][199][200]

ถึงแม้วา่ กระทรวงสาธารณสขุ จะประกาศวา่ โรงเรยี นกวา่ 27,000 แหง่ มอี นิ เทอรเ์ นต็ ความเรว็ สูงใน
โรงเรียน[201] แตโ่ ครงสรา้ งของประเทศยังไมพ่ ร้อมสาหรบั การเรยี นการสอนทางไกล เพราะโรงเรยี นขนาดเลก็
และโรงเรยี นทอี่ ยู่ห่างไกลยังไดร้ ับผลกระทบหลังมาตรการงดการเรยี นการสอนในชัน้ เรยี นระหวา่ งการระบาด
ของโควดิ -19[202]

ประเทศไทยเปน็ จดุ หมายการศกึ ษาตอ่ ระดับอดุ มศกึ ษาใหญ่สดุ อันดับสามของอาเซยี น โดยมีนกั ศึกษา
ตา่ งชาตกิ ว่า 20,000 คนในปี 2555 สว่ นใหญม่ าจากประเทศจีน พม่า กมั พูชาและเวยี ดนาม[203]
สาธารณสขุ
ดูบทความหลักท:่ี สาธารณสขุ ในประเทศไทย

โรงพยาบาลศิริราชในกรุงเทพมหานครเป็นโรงพยาบาลเกา่ แก่สดุ และใหญส่ ดุ ในประเทศไทย
ในปี 2558 ประเทศไทยมคี วามคาดหมายคงชพี เมือ่ เกิด 75 ปี (ชาย 71 ปี หญงิ 79 ป)ี [204] ในปี 2558

ประเทศไทยมอี ัตราตายทารก 10.8 ต่อการเกดิ มชี ีพ 1,000 คน[205]
ระหว่างปี 2552–56 พบว่าชายไทยอายุนอ้ ยกวา่ 60 ปี เสยี ชวี ิตจากอบุ ตั ิเหตทุ างถนนมากทส่ี ดุ

รองลงมาเปน็ การติดเช้อื เอชไอวี/เอดส์ โรคมะเรง็ ตับ และโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนหญงิ ไทยอายนุ อ้ ยกวา่ 60

ปเี สียชีวติ จากเอชไอวี/เอดสม์ ากทีส่ ดุ ส่วนสาเหตุหลกั อันดับรองลงมาไดแ้ ก่ อบุ ัติเหตทุ างถนน โรคหลอดเลือด
สมอง และเบาหวาน[206]:141 ในปี 2557 สาเหตกุ ารปว่ ยของผปู้ ว่ ยนอกทพี่ บมากทส่ี ดุ ได้แก่ โรคระบบกลา้ มเนือ้
เสน้ เอน็ กระดกู และขอ้ , โรคระบบยอ่ ยอาหาร และโรคของปากและฟนั [206]:144 ประเทศไทยมีอบุ ตั กิ ารณ์มะเรง็
ท่อนา้ ดีสูงที่สดุ ในโลก[207] ในปี 2552 สานักงานสถติ ิแหง่ ชาตริ ายงานว่า ทกุ 1,000 การคลอดมีชพี เกิดจาก
มารดาวยั รุ่น 60 การคลอด[208]:1

ในปี 2555 ประเทศไทยมรี ายจ่ายดา้ นสาธารณสขุ คิดเปน็ ร้อยละ 3.9 ของจดี ีพี หรอื รอ้ ยละ 14.2 ของ
รายจ่ายภาครัฐท้ังหมด[209] ประเทศไทยมหี ลกั ประกนั สขุ ภาพถ้วนหน้าต้งั แตป่ ี 2545 ซง่ึ ครอบคลมุ คนไทยร้อย
ละ 99[210] ในปี 2552 รายจ่ายดา้ นสาธารสขุ ของประเทศร้อยละ 75.8 มาจากภาครฐั และร้อยละ 24.2 มา
จากภาคเอกชน ในปี 2547 ประเทศไทยมคี วามหนาแน่นของแพทย์อย่ทู ่ี 2.98 ต่อประชากร 10,000 คน
[211] ตง้ั แตป่ ี 2533 กฎหมายกาหนดใหบ้ ุคคลท่ีไม่ได้ทางานรบั ราชการต้องสง่ เงนิ เขา้ สานกั งาน
ประกนั สังคม โดยสานกั งานประกนั สงั คมจะกาหนดสถานพยาบาลใหผ้ ู้ประกนั ตนเลือกในแตล่ ะปี ปจั จบุ ัน
โรงพยาบาลที่สงั กดั สานักงานประกันสังคมมไี มเ่ พยี งพอต่อผู้ประกนั ตนทอี่ ยู่ในระบบดงั กลา่ ว กล่าวคือ
ผปู้ ระกนั ตนจานวนกว่า 13 ล้านคน แต่มโี รงพยาบาลเพยี ง 159 โรง[212] ขา้ ราชการและครอบครัวสายตรงมี
สทิ ธิใชบ้ รกิ ารโรงพยาบาลของรฐั ได้โดยไมเ่ สียค่าใช้จ่าย ในเดือนธันวาคม 2561 ประเทศไทยเป็นประเทศแรก
ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตท้ ี่กญั ชาทางการแพทยช์ อบด้วยกฎหมาย[213]

วฒั นธรรม

ดูบทความหลักท่ี: วัฒนธรรมไทย และ การแผลงเปน็ ไทย

วฒั นธรรมไทยไดร้ ับอทิ ธพิ ลหลักจากวัฒนธรรมอินเดีย จนี ขอม ตลอดจนวิญญาณนิยม ศาสนาพุทธ
และศาสนาฮนิ ดู วัฒนธรรมชาติของไทยเป็นการสร้างสรรค์ใหม่ มอี ายไุ ด้เพยี งประมาณหน่งึ รอ้ ยปี สมยั
สงครามโลกครงั้ ที่สอง หลวงพิบูลสงครามสนับสนนุ การส่งเสริมวัฒนธรรมไทยกลางเป็นวัฒนธรรมแหง่ ชาติ
นิยามและยับยงั้ มใิ ห้ชนกลมุ่ นอ้ ยแสดงออกซ่ึงวัฒนธรรมของตน วฒั นธรรมพลเมืองของไทยปจั จบุ ันนยิ ามว่า
ประเทศไทยเป็นดนิ แดนของคนไทยกลาง มศี าสนาเดียวคือ พุทธนกิ ายเถรวาท และปกครองโดยราชวงศ์จกั รี
[214]:589–90 วฒั นธรรมไทยปจั จุบนั เป็นสิง่ สรา้ งทางสังคมจากสมัยรฐั บาล ป. พบิ ูลสงคราม

ศาสนาพุทธนกิ ายเถรวาทเนน้ ว่า คนส่วนใหญ่ไมส่ ามารถตรสั รแู้ ละไปถงึ นพิ พาน และดีทสี่ ดุ ทที่ าไดค้ อื
การสะสมบญุ ผา่ นการปฏิบัติทเ่ี ป็นพธิ ีกรรมอยา่ งสงู เช่น การถวายอาหารพระสงฆ์และการบริจาคเงนิ เข้าวัด คา
สอนทางศาสนาถูกเลอื กให้สนบั สนุนมุมมองทางโลกแบบศาสนาขงจอื๊ ใหม่ซ่ึงมีศนู ยก์ ลางอยู่ท่สี ามเสาหลกั
ศาสนาพุทธของไทยยงั รวมการบชู าวญิ ญาณของกมั พูชาและความเชือ่ วา่ พระมหากษตั รยิ ์เป็นสมมุตเิ ทพ อีกทั้ง
เนน้ รปู แบบมากกวา่ แก่นสาร[214]:595–6

คนไทยเนน้ และใหค้ ณุ ค่ารปู แบบมารยาทภายนอกอยา่ งย่งิ เพือ่ รกั ษาความสัมพันธ์ สงั คมไทยเปน็ สงั คม
ไม่เผชญิ หนา้ ทเ่ี ลย่ี งการวจิ ารณ์ในทส่ี าธารณะ การเสียหน้าเป็นความเส่อื มเสยี แกค่ นไทย จึงมุง่ ประนปี ระนอม

ในสถานการณล์ าบาก[215]:7 การไหว้เปน็ แบบการทกั ทายและแสดงความเคารพของผนู้ อ้ ยต่อผูใ้ หญ่ (ทงั้ คดิ จาก
วยั วุฒแิ ละคุณวฒุ ิ) ตามประเพณแี ละมีแบบพิธเี ขม้ งวด[215]:7 คนไทยเคารพความสมั พนั ธ์แบบมีลาดบั ชัน้ เมือ่ คน
ไทยพบคนแปลกหน้าจะพยายามจัดให้อยใู่ นลาดบั ช้ันทนั ทเี พือ่ ใหท้ ราบว่าควรปฏิบัตดิ ้วยอย่างไร มักโดยถาม
เรอื่ งทวี่ ฒั นธรรมอื่นมองว่าเป็นคาถามสว่ นตวั อย่างยิง่ สถานภาพมีเสอื้ ผ้า ลกั ษณะปรากฏทั่วไป อายุ อาชีพ
การศกึ ษา นามสกลุ และความเชอื่ มโยงทางสังคมเป็นตวั กาหนด[215]:11 ความสัมพนั ธด์ งั น้ยี ังปรากฏในรปู ราชา
ศัพทซ์ ึ่งเป็นคาท่ใี ชแ้ กค่ นในชนช้ันต่าง ๆ กนั ดว้ ย

ความสนุกเปน็ องค์ประกอบสาคญั ของชวี ิตประจาวนั ของคนไทย คนไทยมอี ารมณข์ นั ในเกือบทุก
สถานการณ์ บางคนมองว่าความสนกุ เปน็ การแสดงออกซึง่ ปัจเจกนิยมในสงั คมท่มี ีการทาตามกันอย่างสูง
รวมทัง้ เปน็ สิ่งรบกวนจากเรอื่ งทจี่ ริงจังในชวี ิต เช่น อนจิ จงั และความรบั ผดิ ชอบ[216]:146

กลุ่มชาติพันธุ์หลายกล่มุ อานวยการเปลย่ี นแปลงระหว่างวฒั นธรรมเดิม วฒั นธรรมชาตไิ ทยและอิทธพิ ล
ของวัฒนธรรมโลก จนี โพน้ ทะเลในไทยเป็นสว่ นสาคญั ของสงั คมไทย โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในและรอบ ๆ
กรงุ เทพมหานคร พวกเขาสามารถบรู ณาการเข้ากบั สงั คมไทยจนมอี านาจทางเศรษฐกิจและการเมอื ง เครอื ขา่ ย
ธรุ กิจชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นส่วนหนึ่งของเครอื ข่ายไผ่ (bamboo network)[217]
ศลิ ปะ
ดูบทความหลักท่:ี ศลิ ปะไทย

พระทีน่ ั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระราชวังบางปะอนิ จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา

ศลิ ปะไทยมลี กั ษณะที่ยืมหรอื รบั มาจากศิลปะอื่น เชน่ อินเดีย มอญ-เขมร สิงหล จนี เปน็ ตน้ มี
คณุ สมบัตเิ อกลกั ษณห์ ลายอย่าง ศลิ ปะและงานฝมี ือของอินเดียเป็นตน้ แบบของศลิ ปะพุทธในประเทศไทย
นอกจากนี้ ศิลปะพทุ ธในประเทศไทยยงั เป็นผลของเชือ้ ชาติตา่ ง ๆ ที่ต้งั ถิ่นฐานในบรเิ วณนมี้ าแต่โบราณ ศลิ ปะ
ทวารวดเี ป็นสานักศิลปะพทุ ธแรกในประเทศไทย[218]:59 ศิลปะพุทธในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เปน็ หา้
สานกั ตามยุค ไดแ้ ก่ เชยี งแสน สโุ ขทยั อทู่ อง อยธุ ยาและกรงุ เทพมหานคร ศลิ ปะพุทธไทยยังมีร่องรอยของ
ศิลปะทวารวดี สุวรรณภูมิและลพบรุ ีอย่บู ้าง แตศ่ ลิ ปะพุทธไทยมคี วามเป็นปัจเจกและเอกเทศ นอกจากนี้
ศลิ ปะพทุ ธไทยยังได้รบั อทิ ธิพลมาจากศิลปะอินเดียเพยี งบางส่วน มิใช่ทั้งหมดดังศิลปะกอ่ นไทยชว่ งแรก[218]:70

ศิลปะไทยสมัยใหมเ่ รม่ิ ด้วยการทาลายรูปแบบเดมิ ของสังคมหลังการปฏวิ ัติปี 2475 อทิ ธพิ ลศิลปะใน
สมัยใหม่ไดร้ ับอทิ ธิพลอย่างมากจากงานของศลิ ป์ พีระศรี วัฒนธรรมอเมรกิ ันยงั มีอทิ ธิพลต่อศลิ ปนิ ไทยทศ่ี ึกษา
ในสหรฐั และภาพยนตรฮ์ อลลวี ูด ศลิ ปินสมยั ใหม่อยา่ งกมล ทัศนาญชลรี วมความคิดแบบอเมรกิ นั เขา้ สศู่ ิลปะ
ไทย[22]:113

เคร่ืองปัน้ เผาของไทยเป็นสว่ นสาคญั ของการค้าระหว่างคนไทยและอาณาจักรใกลเ้ คียงในยคุ เจ้าขนุ มลู
นาย เครื่องปน้ั เผาเกา่ แก่สุดของไทย ได้แก่ เครอ่ื งป้ันเผาบ้านเชียง มีอายุกวา่ 3,600 ปี
อาหาร
ดูบทความหลักท:ี่ อาหารไทย และ ขนมไทย

ปจั จุบนั ขา้ วและพริกเป็นส่วนประกอบสาคญั ท่สี ุดของอาหารไทย[219] สว่ นประกอบอื่น
เช่น กระเทยี ม นา้ มะนาว และนา้ ปลา อาหารไทยมขี ้าวกล้องและข้าวซอ้ มมือเป็นพืน้ [132] อาหารที่ขึ้นช่อื ที่สุด
ของคนไทย คอื น้าพริกปลาทู พรอ้ มกับเครื่องเคยี งท่จี ดั มาเปน็ ชุด[186]:45 อาหารไทยหลายชนิดใส่กะทแิ ละขมิ้น
สดคลา้ ยกบั อาหารอนิ เดีย มาเลเซยี และอินโดนเี ซยี [220] อาหารไทยหลายชนดิ เดิมเปน็ อาหารจีน
เชน่ โจ๊ก ซาลาเปา กว๋ ยเตย๋ี วราดหน้าและขา้ วขาหมู เตา้ เจีย้ ว ซอสถ่ัวเหลอื งและเต้าหู้[221] อาหารไทยกินกับ
น้าจิม้ และเครอื่ งปรงุ หลายชนิด เช่น พริกน้าปลา พริกป่น น้าจิ้มไก่ พรกิ น้าส้ม ด้านเดวิด ทอมป์สนั พอ่ ครัวชาว
ออสเตรเลยี กลา่ วว่า อาหารไทยไมเ่ รยี บง่าย แต่เนน้ "การจัดเรียงส่วนทไี่ มเ่ ขา้ กันให้เกดิ อาหารทก่ี ลมกล่อม"

[222]

ประเทศไทยขน้ึ ชือ่ เรื่องอาหารขา้ งถนน อาหารขา้ งถนนมีลกั ษณะเป็นอาหารตามสั่งที่ประกอบได้
รวดเรว็ เช่น ผัดกะเพรา ผดั คะน้า สม้ ตา กว๋ ยเต๋ยี ว ขนมจนี เปน็ ต้น เมือ่ ปี 2554 เวบ็ ไซต์ CNNgo ไดจ้ ดั อันดบั
50 เมนอู าหารท่ีอร่อยทส่ี ดุ ในโลกโดยการลงคะแนนเสยี งทางเฟซบุก๊ ปรากฏวา่ แกงมสั มน่ั ไดร้ บั เลอื กใหเ้ ป็น
อาหารท่อี รอ่ ยทสี่ ดุ ในโลก[223] และในของหวานดที ีส่ ดุ 50 อันดบั ทีซ่ เี อน็ เอน็ รวบรวมไว้ ยงั ปรากฏชอ่ื ของขา้ ว
เหนยี วมะมว่ งและทบั ทมิ กรอบซงึ่ ระบุวา่ มาจากไทยดว้ ย[224]



แกงมสั มัน่ ไก่





ตม้ ยากงุ้



ผดั ไทยกงุ้



ขา้ วเหนียวมะมว่ ง

วงการบนั เทงิ
ดบู ทความหลักท:ี่ ภาพยนตรไ์ ทย และ ละครโทรทศั น์ไทย

จารัส สุวคนธ์ และ มานี สุมนนัฎ ดาราคแู่ รกของไทย
ภาพยนตรไ์ ทยมปี ระวัติความเป็นมาทยี่ าวนาน ภาพยนตรไ์ ทยเรือ่ งแรกถา่ ยทาในประเทศไทย คือ

เรอื่ ง นางสาวสุวรรณ ในปี 2470 ภาพยนตรเ์ รื่อง โชคสองช้ัน เป็นภาพยนตร์ขนาด 35 มิลลิเมตร ขาว-ดา ไม่มี
เสยี ง ไดร้ ับการยอมรบั ให้เปน็ ภาพยนตร์ประเภทเรอื่ งแสดงเพื่อการค้าเรอื่ งแรกทีค่ นไทยสร้าง[225] ชว่ งหลงั ปี
2490 ถอื เป็นช่วงยุคเฟื่องฟูของภาพยนตร์ไทย สตูดโิ อถา่ ยทาและภาพยนตรม์ จี านวนเพมิ่ มากขนึ้ แตเ่ ม่อื
ประเทศไทยเขา้ สสู่ งครามโลกครั้งที่ 2 ภาพยนตรไ์ ทยกซ็ บเซาลง กระท่ังสงครามโลกคร้งั ที่ 2 ยตุ ิ กิจการ
ภาพยนตร์ในประเทศไทยค่อย ๆ ฟ้ืนตวั ไดเ้ ปลย่ี นไปสร้างเปน็ ภาพยนตร์ขนาด 16 มิลลเิ มตรแทน และเมอ่ื
บ้านเมอื งเขา้ สู่ภาวะคบั ขัน ภาพยนตรไ์ ทยหลายเร่อื งได้แสดงบทบาทของตนในฐานะกระจกสะทอ้ นปญั หา
การเมืองและสังคมระหวา่ งปี 2516–2529 ต่อมาภาพยนตรไ์ ทยในช่วงปี 2530–2539 โดยในตอนต้นทศวรรษ
วัยรนุ่ เปน็ กลุ่มเปา้ หมายใหม่ นอกจากภาพยนตร์ประเภทวัยรนุ่ แลว้ หนังผี และหนงั บู๊ รวมทง้ั หนังโป๊ และหนัง
เกรดบี กม็ กี ารผลติ มามากข้นึ

ปัจจุบันประเทศไทยมภี าพยนตรท์ มี่ ุ่งสู่ตลาดโลก เช่น ภาพยนตรเ์ รอื่ ง ตม้ ยากุ้ง (2548) ทตี่ ิดอนั ดบั บ็
อกซอ์ อฟฟิสในสหรฐั และยงั มภี าพยนตรไ์ ทยหลายเรื่องท่เี ป็นทย่ี อมรบั ในเทศกาลภาพยนตร์ ลา่ สุด ภาพยนตร์
เร่ือง ลงุ บุญมีระลึกชาติ (2553) ไดร้ บั รางวัลปาล์มทองคาในงานเทศกาลภาพยนตรเ์ มืองคานส์คร้ังที่ 63
นบั เปน็ ภาพยนตรไ์ ทยเรอ่ื งแรกทไ่ี ดร้ ับรางวัลน้ี[226] ปัจจุบนั ภาพยนตรเ์ รอ่ื ง พม่ี าก..พระโขนง ท่ีออกฉายในปี
2556 เปน็ ภาพยนตร์ไทยท่ที าเงนิ สงู สุดในประเทศ ภาพยนตรไ์ ทยมีการส่งออกไปยงั ตลาดยโุ รป ประเทศทพี่ ดู

ภาษาจีนและเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต[้ 227] อยา่ งไรก็ดี ภาพยนตร์เกย่ี วกบั การเมอื งหรือศาสนาพุทธบางเรื่องถกู
สงั่ ห้ามฉายโดยอา้ งเหตุเรอ่ื งความเหมาะสม

อตุ สาหกรรมบันเทงิ ของไทยมจี ดี พี ีคิดเปน็ ประมาณ 2.1 พนั ลา้ นดอลลาร์สหรัฐในปี 2554 ก่อให้เกิดการ
จา้ งงาน 86,600 ตาแหนง่ [228] ทราบกันดวี า่ ละครโทรทศั นไ์ ทยมีชือ่ เสยี งแมใ้ นประเทศเพ่อื นบ้านและจนี
[229][230] อย่างไรกด็ ี ละครโทรทศั นไ์ ทยมักมีลักษณะตายตวั เชน่ มคี วามเป็นละครประโลมโลกสูง มเี กยเ์ ล่นตลก
[231] และมีนางอิจฉา[232][233]

ดนตรแี ละนาฏศิลป์

ดูบทความหลกั ท:ี่ ดนตรไี ทย และ นาฏศลิ ปไ์ ทย

ดนตรไี ทยเดิมชว่ งแรกไดร้ ับอิทธิพลจากดนตรีจีน อนิ เดีย และเขมร ตอ่ มา รับเอาลกั ษณะของดนตรชี าติ
ใกล้เคยี งอย่างพมา่ และมลายเู ขา้ มาดว้ ย อทิ ธพิ ลสมัยหลังมาจากประเทศญปี่ ุ่นและประเทศตะวันตก[234]:1 "เถา"
เปน็ เทคนคิ การประพันธท์ ่ีสาคญั ทส่ี ดุ และใชบ้ ่อยทส่ี ุดในดนตรไี ทยเป็นเวลาหลายร้อยปี เปน็ เทคนิคทรี่ บั มา
จากปัลลาวใี นภาคใต้ของอนิ เดยี [234]:3 ดนตรีไทยเดิมมสี ามกลมุ่ วงหลกั ไดแ้ ก่ วงปีพ่ าทย์ วงเครือ่ งสายและวง
มโหรี ดนตรไี ทยสมัยสุโขทัยเคร่ืองสายเรยี บง่าย ปไี่ มไ้ ผ่ กลองและการขบั ลานา[234]:3 มนตรี ตราโมทเขียนว่า
ชาวอยธุ ยาทุกคนเลน่ ดนตรีเป็นงานอดเิ รกและกจิ กรรมยามวา่ ง นอกจากน้ี ในสมยั อยธุ ยาเกิดเครอ่ื งดนตรีใหม่
ได้แก่ ระนาดและฆอ้ งวง[234]:13 ตั้งแตค่ ริสตท์ ศวรรษ 1800 (ประมาณปี 2340) ถึงปี 2475 ถอื เป็นสมัย
"คลาสสิก" ของดนตรีไทยเดิม[234]:15 ช่วงกลางครสิ ตท์ ศวรรษ 1930 ประเทศตะวันตกเขา้ มามีอทิ ธิพลมากขึน้
และรฐั บาลขดั ขวางหรือปดิ ก้ันการบรรเลงดนตรไี ทยในท่สี าธารณะ[234]:16 หลังจากนนั้ มีความพยายามร้อื ฟ้ืน
ดนตรไี ทย มกี ารแสดงละครทใี่ ช้ดนตรไี ทยในโรงละครแหง่ ชาตทิ ุกปีแตผ่ ชู้ มเป็นคนต่าวด้าวมากกวา่ คนไทย

[234]:17

ราไทยแบง่ ไดเ้ ปน็ สองชนดิ หลัก คอื ราพ้ืนบา้ นและราคลาสสิก ราพ้ืนบา้ นมีความแตกตา่ งกนั ในสภ่ี าค
ราคลาสสิกมที า่ เคล่ือนไหว 108 ท่า[235]:46 ละครราถอื กาเนิดจากรามเกียรต์ิ ในสมัยอยธุ ยา โขนเป็นละครรา
ของไทยทม่ี ชี ือ่ เสยี งที่สุด โขนมีการเคล่อื นไหวกระฉับกระเฉงและเป็นทางการ มีเครื่องแตง่ กายสีสันวิจิตร และ
สวมหนา้ กาก สว่ นละครเป็นราไทยทเ่ี ป็นทางการน้อยกว่า แบ่งชนิดหลกั ได้เป็นละครชาตรี ละครนอกและ
ละครใน สังข์ทอง เป็นตัวอย่างละครท่มี ลี ักษณะของละครราที่ดี คอื โรแมนซ์ ความรกั สงคราม การแกแ้ ค้น
เหนือธรรมชาตแิ ละการไถบ่ าป[216]:62–3 ละครราพ้นื บา้ น ได้แก่ ลเิ กและมโนห์รา การแสดงหุ่นกระบอกของไทย
เก่าแก่กว่าละครราทุกชนดิ [216]:64 ตัวอย่างเช่น หนงั ใหญแ่ ละหนังตะลงุ ราพืน้ บา้ น เชน่ ฟ้อนเทียนในภาคเหนอื
ฟ้อนภูไท ราวงในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ สว่ นง้วิ กย็ ังเปน็ ท่นี ยิ ม โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในภาค
ตะวันออกเฉยี งเหนือและภาคใต้

เทศกาลประเพณี

เทศกาลลอยกระทงในจงั หวัดเชียงใหม่
สมยั กรุงศรีอยธุ ยา พระราชวงั จดั ประเพณีหลวงทกุ เดือน เรยี ก "พระราชพิธีสบิ สองเดือน" เชน่ พิธจี รด

พระราชนงั คัล (พธิ ีแรกนา), พธิ ีจองเปรียงลดชดุ ลอยโคม วนั สงกรานต์ เป็นต้น พระราชพิธสี บิ สองเดือนมกี าร
รบั ศาสนาฮินดูเขา้ มาผสมผสาน สว่ นประเพณรี าษฎรม์ เี กอื บตลอดปี ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือเรียก "ฮตี สบิ
สอง" นอกจากนี้ ยังมปี ระเพณขี อฝนต่าง ๆ เชน่ พระราชพิธีพริ ุณศาสตรข์ อฝน พธิ ีแหน่ างแมว พิธีจุดบง้ั ไฟ
เปน็ ตน้ ประเพณหี ลวงสว่ นใหญ่ยกเลกิ ไปแลว้ ประเพณรี าษฎร์ที่ยงั คงปฏิบตั ิสืบเนือ่ งมาอยู่ เชน่ ประเพณขี อฝน
ประเพณลี อยกระทง ประเพณสี งกรานต์ เปน็ ตน้ [236]

ประเทศไทยจดั เทศกาลพุทธท่ีสาคัญและเปน็ วนั หยดุ ราชการ ได้แก่ มาฆบชู าในเดือนกุมภาพันธห์ รอื
มีนาคม วิสาขบูชาในเดือนพฤษภาคมหรอื มถิ ุนายน อาสาฬหบูชาและเขา้ พรรษาในเดือนกรกฎาคม ออก
พรรษาในเดอื นตุลาคม มเี ทศกาลทาบญุ คอื ทอดกฐินในชว่ งออกพรรษา และวนั สารทเดอื นสิบในกลางเดือน
กันยายน[216]:137–9

นอกจากนี้ ยงั มเี ทศกาลทร่ี ิเรม่ิ ใหมท่ ี่กลมุ่ สงั คมและองคก์ ารธุรกจิ สนบั สนนุ ท้งั เปน็ การแสดง
นิทรรศการ งานบนั เทิงต่าง ๆ เชน่ งานชา้ งสุรนิ ทรท์ เี่ รม่ิ ในคริสตท์ ศวรรษ 1960 การท่องเทย่ี วแห่งประเทศไทย
ยงั สง่ เสริมงานจดั แสดงสินคา้ ทอ้ งถ่นิ [237]:122
วรรณกรรม
ดูบทความหลกั ที่: วรรณกรรมไทย

วรรณกรรมไทยสามารถแบ่งได้เปน็ ส่สี มัยใหญ่ ๆ ตามราชธานี วรรณกรรมสุโขทัยเนน้ กลา่ วถึงวัฒนธรรม
และศาสนาเปน็ หลกั จารึกพอ่ ขุนรามคาแหงเป็นงานวรรณกรรมแรกท่ใี ชอ้ กั ษรไทย ไตรภมู พิ ระรว่ งแจกแจง
ปรัชญาพุทธจากคมั ภรี ์ตา่ ง ๆ และอาจถือได้เปน็ วาทนพิ นธว์ จิ ัยแรกของไทย[238]:65 ในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยามีรอ้ ย
กรองรูปแบบใหม่ ๆ เกดิ ขนึ้ เชน่ ลลิ ิต กาพย์ห่อโคลง กาพยเ์ ห่เรือ กลอนกลบทและเพลงยาว งานวรรณกรรมท่ี
สาคญั ในสมัยน้ี เชน่ ลิลิตยวนพา่ ย, ลลิ ติ พระลอ, จนิ ดามณีซงึ่ เปน็ ตาราเรียนแรกของไทย, ตานานศรีธนน
ชยั รวมทงั้ งานวรรณคดีนาฏกรรมอยา่ งอเิ หนาและรามเกยี รต์ิ ในสมัยรตั นโกสินทร์ตอนตน้ มีงานเกี่ยวกบั

สงคราม เชน่ การแปลสามกก๊ และราชาธริ าช[238]:68 พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลศิ หลา้ นภาลัยทรงไดร้ ับการยก
ยอ่ งว่าเป็นกษตั ริย์นักกวี ทรงประพันธ์และทาใหแ้ พรห่ ลายซึง่ ละครและนยิ ายพื้นบา้ นหลายเรือ่ งอย่าง
อิเหนา ไกรทอง และสงั ข์ทอง พระอภยั มณีเป็นผลงานสาคญั ของกวเี อกสนุ ทรภู่ นอกจากน้งี านสาคญั อ่ืน เช่น
เสภาขุนช้างขุนแผน ตอ่ มา ในห้วงทม่ี กี ารตงั้ แทน่ พมิ พใ์ นปี 2387 พบการเขียนลลี าตะวนั ตกในนติ ยสารและ
บทความหนงั สือพมิ พ์ เร่ืองสนั้ นวนยิ ายและการแปลวรรณกรรม[238]:ุ69–70 หลังการปฏิวตั ิสยามปี 2475
วรรณกรรมเปลย่ี นเปน็ วรรณกรรมประชานิยม (popular literature) โดยนวนิยายไดร้ ับความนยิ มอยา่ งมาก
[238]:70 นักเขียนสมัยใหมท่ สี่ าคัญ เช่น หมอ่ มราชวงศค์ ึกฤทธิ์ ปราโมช, หมอ่ มราชวงศน์ มิ ติ รมงคล นวรตั น, สุภา
สริ สิ ิงห, กัณหา เคยี งศิริ (ก.สรุ างคนางค์), จิระนนั ท์ พติ รปรีชา, จติ ร ภูมศิ ักด,ิ์ ชาติ กอบจติ ติ และกหุ ลาบ สาย
ประดษิ ฐ์ (ศรีบูรพา)[239]:227
กฬี า
ดเู พ่มิ เติมที:่ กฬี าในประเทศไทย

มวยไทย กฬี าประจาชาตขิ องไทย

มวยไทยเป็นกฬี าประจาชาติไทย นักมวยไทยมักเป็นแชมเปยี นระดบั ไลตเ์ วทของสมาคมมวยโลกเสมอ
[237]:107 ปลายคริสต์ศตวรรษท่ี 19 ประเทศไทยรับกีฬาตะวันตกเขา้ มาหลายชนดิ โดยเริม่ มกี ารแข่งขนั ใน
โรงเรยี นในต้นครสิ ตศ์ ตวรรษที่ 20 ตามมาดว้ ยในระบบการศึกษาสมยั ใหม่[240]:38 ฟตุ บอลเปน็ กฬี ายอดนิยมใน
ประเทศไทย[241] โดยทีมชาตไิ ทยได้แชมปฟ์ ุตบอลชิงแชมปแ์ ห่งชาตอิ าเซียน 5 สมัย แต่ยังไมเ่ คยผา่ นเข้ารอบ
ฟุตบอลโลกรอบสุดทา้ ย ส่วนสนกุ เกอร์ แบดมนิ ตนั เทนนสิ รักบ้ี กฬี าขมี่ า้ และกฬี าทางน้าได้รับความนยิ ม
รองลงมา สาหรับกฬี าไทยเดิมทไี่ ดร้ บั ความนิยมนัน้ ได้แก่ ว่าวพนนั (kite fighting) แข่งเรอื และตะกรอ้ [242]

ประเทศไทยเขา้ ร่วมแข่งขนั กีฬาโอลมิ ปกิ ฤดรู อ้ นคร้ังแรกใน ค.ศ. 1952 และกีฬาโอลิมปกิ ฤดูหนาวใน
ค.ศ. 2002 ประเทศไทยทาผลงานดีทีส่ ดุ ในกีฬาชกมวย[241] นักมวยสากลสมัครเล่น สมรักษ์ คาสงิ หเ์ ปน็ นักกฬี า
ชาวไทยคนแรกผู้คว้าเหรยี ญทองในโอลมิ ปกิ ฤดูรอ้ น 1996 นักกีฬาไทยทาผลงานไดด้ ใี นกีฬาซเี กมส์
[241] ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจดั การแขง่ ขันเอเชยี นเกมส์ 4 คร้ัง (ค.ศ. 1966, 1970, 1978 และ 1998) และ
ซีเกมส์ 6 ครง้ั นอกจากนี้ยงั เคยเปน็ เจ้าภาพจัดการแขง่ ขนั เอเชียนคพั และฟุตบอลโลกหญิงเยาวชนอกี ดว้ ย

ส่อื มวลชน

ในรายงานเสรีภาพส่อื ปี 2558 ของฟรดี อมเฮาสร์ ะบวุ ่าสื่อไทย "ไมเ่ สร"ี และจัดอยใู่ นอนั ดับที่ 166 จาก
199 ประเทศในดา้ นเสรภี าพสอ่ื [243] หลงั รัฐประหารในปี 2549 และ 2557 ส่อื ไทยถกู จากดั และมีการตรวจ
พิจารณา

ปัจจบุ ันโทรทศั นเ์ ป็นสือ่ ยอดนยิ มในประเทศไทย ประมาณการว่าชาวไทยเกือบรอ้ ยละ 80 ยดึ โทรทัศน์
เปน็ แหล่งข่าวหลกั [244] สถานโี ทรทศั น์ภาคพ้ืนดนิ จานวนหกแหง่ มีรฐั บาลเป็นเจ้าของ ทง้ั หมดแพรส่ ญั ญาณใน
ระบบดจิ ทิ ัลหลงั ยตุ ิการแพร่สญั ญาณระบบแอนะล็อกทั้งหมดในปี 2563[245]

ประเทศไทยมหี นังสอื พมิ พแ์ ละนิตยสารหลายร้อยฉบบั ทกุ สัปดาห์ หนังสอื พมิ พ์ไทยรัฐมยี อดจาหน่าย
ประมาณ 1 ล้านฉบับต่อวัน[246] สว่ น มติชน มยี อดขาย 900,000 ฉบับ[246] จานวนผอู้ า่ นหนังสือพมิ พ์และ
นติ ยสารลดลง โดยชาวไทยอายุ 15–24 ปี ร้อยละ 50.1 ระบุว่าตนอ่านนิตยสารในปี 2558 ลดลงจากรอ้ ยละ
61.7 ในปี 2556 การบอกรบั สมาชกิ ส่งิ พิมพล์ ดลงเมอ่ื มผี อู้ ่านทางอุปกรณเ์ คล่ือนทม่ี ากขึ้น[247]

ในปี 2559 ประเทศไทยมีผใู้ ช้อินเทอร์เน็ต รวมผู้ใช้อปุ กรณเ์ คล่อื นทปี่ ระมาณ 43.87 ลา้ นคน
[248] รายงานผลการสารวจพฤตกิ รรมผใู้ ช้อนิ เทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2560 พบวา่ ผ้ตู อบแบบสารวจใช้
อนิ เทอรเ์ นต็ เฉล่ยี 6 ชัว่ โมง 30 นาทีต่อวนั [249]:30 ในปี 2559 พบว่า ประชากรอายุ 6 ปีขน้ึ ไปใชโ้ ทรศัพท์
อัจฉริยะเขา้ ถงึ อนิ เทอร์เน็ตมากท่สี ดุ (90.4%) รองลงมาได้แก่ คอมพวิ เตอร์สว่ นบคุ คล (50.1%) คอมพิวเตอร์
พกพา (24.9%) และแทบ็ เลต็ คอมพิวเตอร์ (15.2%)[250]:8

เชงิ อรรถ

1. ↑ บทเฉพาะกาลของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช 2560 ใหส้ มาชกิ วุฒิสภาชุดแรก
ตามรฐั ธรรมนญู นม้ี ีอานาจร่วมลงมติเลือกนายกรฐั มนตรีกบั สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร

2. ↑ ในปี 2558 กรงุ เทพมหานครมผี ลติ ภัณฑจ์ งั หวัด 4,437,405 ลา้ นบาท ส่วนจงั หวัดแมฮ่ ่องสอนมี
ผลติ ภัณฑ์จงั หวดั 11,448 ล้านบาท[119]

3. ↑ ดู สถิติคริสต์ศาสนกิ ชนและครสิ ตจกั รในประเทศไทย

1. ↑ ในฐานะหัวหนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ (คสช.)
2. ↑ เช่น รชั กาลท่ี 9 ทรงสนบั สนุนนกั ศกึ ษาในปี พ.ศ. 2516 แลว้ ทรงเปลยี่ นมาสนับสนนุ กลมุ่ ฝา่ ยขวาใน

ปี พ.ศ. 2519 และรฐั บาลธานินทร์ จนสรู่ ัฐบาลพลเอกเปรม ปรากฏชดั ในครงั้ กบฏยงั เตริ ์กในปี พ.ศ.
2524 ท่ีทรงประกาศสนับสนนุ รฐั บาลพลเอกเปรมทาใหก้ บฏลม้ เหลว[24]:558–9

อา้ งองิ

1. ↑ Thailand, The World Factbook.
2. ↑ John Draper; Joel Sawat Selway (January 2019). "A New Dataset on Horizontal

Structural Ethnic Inequalities in Thailand in Order to Address Sustainable
Development Goal 10". Social Indicators Research. 141 (4): 284. doi:10.1007/s11205-
019-02065-4. S2CID 149845432. สบื ค้นเม่ือ 6 Feb 2020.
3. ↑ มาตราท่ี 67:
"รฐั พงึ อุปถัมภ์และคมุ้ ครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอืน่ ในการอุปถัมภ์และคมุ้ ครองพระพทุ ธศาสนา
อนั เปน็ ศาสนาทปี่ ระชาชนชาวไทยสว่ นใหญ่นบั ถอื มาชา้ นาน รฐั พงึ ส่งเสริมและสนับสนนุ การศกึ ษาและ
การเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาทเพื่อใหเ้ กดิ การพัฒนาจิตใจและปญั ญา และตอ้ งมี
มาตรการและกลไกในการปอ้ งกนั มใิ หม้ ีการบ่อนทาลายพระพุทธศาสนาไมว่ า่ ในรูปแบบใด และพึง
สง่ เสรมิ ใหพ้ ทุ ธศาสนิกชนมีสว่ นร่วมในการดาเนนิ มาตรการหรือกลไกดงั กลา่ วด้วย""รัฐธรรมนญู แหง่
ราชอาณาจกั รไทย" (PDF). constitutionnet.org. สืบค้นเมื่อ 29 October 2017.
4. ↑ "Population by religion, region and area, 2018". NSO. คลังข้อมลู เก่าเก็บจากแหลง่ เดิมเมอื่
24 April 2021. สบื คน้ เมอ่ื 9 March 2021.
5. ↑ "Thailand Population 1950-2021".
6. ↑ (ในภาษาไทย) National Statistics Office, "100th anniversary of population censuses in
Thailand: Population and housing census 2010: 11th census of Thailand" Archived 12
กรกฎาคม 2012 ท่ี เวย์แบก็ แมชชีน. popcensus.nso.go.th.
7. ↑ กระโดดขึน้ ไป:7.0 7.1 7.2 7.3 "World Economic Outlook Database, October 2020". International
Monetary Fund. สืบคน้ เมอื่ 10 April 2021.
8. ↑ "Gini Index". World Bank. สบื ค้นเม่อื 12 August 2021.
9. ↑ "Human Development Report 2020" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). United Nations
Development Programme. 15 December 2020. สืบค้นเม่อื 15 December 2020.
10. ↑ ราชบัณฑติ ยสถาน. (2545). อกั ขรานุกรมภูมศิ าสตร์ไทย ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน เล่ม 1.
ราชบณั ฑิตยสถาน. หนา้ 4.
11. ↑ กระโดดขน้ึ ไป:11.0 11.1 "ประกาศกรมการปกครอง เรือ่ ง แจ้งข้อมูลทางการปกครอง" (PDF). กรมการ
ปกครอง. 2020-03-13. สบื คน้ เม่ือ 2018-03-04.

12. ↑ "The postwar crisis and the return of Phibunsongkhram". Encyclopædia Britannica.
สืบค้นเมอื่ 2018-03-11.

13. ↑ กระโดดขึ้นไป:13.0 13.1 13.2 "The 1973 revolution and its aftermath". Encyclopædia Britannica.
สบื ค้นเมอ่ื 2018-03-11.

14. ↑ กระโดดขึน้ ไป:14.0 14.1 "Partial democracy and the search for a new political
order". Encyclopædia Britannica. สืบคน้ เมอ่ื 2018-03-11.

15. ↑ Ping, Jonathan H. (2005). Middle Power Statecraft: Indonesia, Malaysia, and the Asia
Pacific. Ashgate. ISBN 0754644677.

16. ↑ กระโดดขึ้นไป:16.0 16.1 สจุ ิตต์ วงษ์เทศ. (2548). คนไทยมาจากไหน?. สานกั พิมพม์ ติชน บรษิ ัท มติชน
จากัด (มหาชน). ISBN 9743236236.

17. ↑ Cœdès, George (1968). Walter F. Vella (บ.ก.). The Indianized States of Southeast
Asia. trans.Susan Brown Cowing. University of Hawaii Press. ISBN 978-0-8248-0368-
1. {{cite book}}: |ref=harv ไมถ่ ูกต้อง (help)

18. ↑ กระโดดขน้ึ ไป:18.0 18.1 "ประเทศไทย หรือประเทศสยาม". การท่องเที่ยวแหง่ ประเทศไทย. คลังขอ้ มลู เกา่
เก็บจากแหลง่ เดิมเมือ่ 2008-01-31. สบื คน้ เมื่อ 2010-05-07.

19. ↑ ชยั เรืองศิลป์ (2541). ประวตั ิศาสตรไ์ ทยสมยั พ.ศ. 2352-2453 ด้านเศรษฐกจิ . ไทยวฒั นา
พานชิ . ISBN 974-08-4124-4. หน้า 183.

20. ↑ กระโดดขึ้นไป:20.0 20.1 20.2 20.3 20.4 ชนดิ า ศักด์ิศริ ิสมั พันธ์. (2542). ท่องเที่ยวไทย. บริษทั สานักพมิ พ์

หน้าตา่ งส่โู ลกกวา้ ง จากัด. ISBN 974-86261-9-9. อา้ งองิ ผิดพลาด: ปา้ ยระบุ <ref> ไม่

สมเหตุสมผล มนี ยิ ามชือ่ "ชนิดา" หลายครงั ด้วยเนอื หาต่างกัน

21. ↑ กระโดดขน้ึ ไป:21.0 21.1 21.2 21.3 21.4 Baker, Chris; Phongpaichit, Pasuk (2017). A History of
Ayutthaya. Cambridge University Press. ISBN 9781107190764.

22. ↑ กระโดดขน้ึ ไป:22.0 22.1 22.2 22.3 22.4 22.5 22.6 22.7 22.8 22.9 Barbara Leitch LePoer (1989). Thailand: A
Country Study. Federal Research Devision, Library of Congress. ISBN 978-0739715666.

23. ↑ Higham, Charles; Higham, Thomas; Ciarla, Roberto; Douka, Katerina; Kijngam,
Amphan; Rispoli, Fiorella (10 December 2011). "The Origins of the Bronze Age of
Southeast Asia". Journal of World Prehistory. 24 (4): 227–274. doi:10.1007/s10963-011-
9054-6. สบื ค้นเม่อื 10 February 2018 – โดยทาง Researchgate.net.

24. ↑ กระโดดขน้ึ ไป:24.0 24.1 24.2 24.3 24.4 24.5 24.6 24.7 24.8 24.9 Wyatt, David K. (1984). Thailand: A Short
History. New Haven and London: Yale University Press. ISBN 0300030541.

25. ↑ E. Jane Keyes; James A. Hafner (2018). "Thailand: History". Encyclopædia Britannica.
สืบคน้ เมื่อ 4-4-18 2018-04-04. {{cite web}}: ตรวจสอบคา่ วันทใี่ น: |access-date= (help)

26. ↑ Charles F. Keyes (1997), "Cultural Diversity and National Identity in
Thailand", Government policies and ethnic relations in Asia and the Pacific, MIT Press,
p. 203

27. ↑ กระโดดขน้ึ ไป:27.0 27.1 27.2 Baker, Christopher; Phongpaichit, Pasuk (2014). A History of
Thailand. Singapore: C.O.S Printers Pte Ltd. ISBN 978-1-107-42021-2.

28. ↑ กระโดดขน้ึ ไป:28.0 28.1 28.2 28.3 28.4 28.5 เกษตรศิร,ิ ชาญวทิ ย์ (2548). อยธุ ยา: ประวัตศิ าสตร์และการเมอื ง.
โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์. ISBN 9786167202808. {{cite book}}: ตรวจสอบค่าวันที่
ใน: |date= (help)

29. ↑ Higham, Charles (1989). The Archaeology of Mainland Southeast Asia. Cambridge,
England: Cambridge University Press. ISBN 0-521-27525-3. สบื คน้ เมอ่ื 6
September 2009. {{cite book}}: |ref=harv ไม่ถูกตอ้ ง (help)

30. ↑ "The Aytthaya Era, 1350–1767". U. S. Library of Congress. สืบคน้ เม่ือ 25 July 2009.
31. ↑ กระโดดข้นึ ไป:

31.00 31.01 31.02 31.03 31.04 31.05 31.06 31.07 31.08 31.09 31.10 31.11 31.12 31.13 31.14 31.15 31.16 31.17 31.18 31.19 31.2

0 31.21 31.22 31.23 31.24 31.25 31.26 31.27 31.28 31.29 31.30 31.31 31.32 31.33 31.34 31.35 31.36 31.37 31.38 31.39 31.40 31

.41 31.42 31.43 31.44 31.45 31.46 31.47 31.48 31.49 31.50 Wyatt, David K. (2556). Thailand: A Short
History [ประวตั ิศาสตร์ไทยฉบบั สังเขป] (ภาษาองั กฤษ). แปลโดย ละอองศรี, กาญจน.ี มลู นธิ โิ ครงการ
ตาราสังคมศาสตร์และมนษุ ยศาสตร,์ มลู นิธโิ ตโยต้าประเทศไทย. ISBN 978-616-7202-38-9. {{cite
book}}: ตรวจสอบค่าวันท่ใี น: |date= (help)
32. ↑ Baker, Chris; Phongpaichit, Pasuk (2009). A history of Thailand (2 ed.). Cambridge
University Press. ISBN 0521767687.
33. ↑ "The Greenwood Encyclopedia of International Relations: S-Z by Cathal J. Nolan".
Google Books. สืบค้นเมือ่ November 21, 2015.
34. ↑ "The Crawford Papers — A Collection of Official Records relating to the Mission of
Dr. John Crawfurd sent to Siam by the Government of India in the year
1821". Cambridge.org. Cambridge Journals Online. 1971. p. 285. สบื คน้ เมือ่ 27
September 2015.
35. ↑ "Ode to Friendship, Celebrating Singapore - Thailand Relations: Introduction".
National Archives of Singapore. 2004. คลงั ข้อมูลเกา่ เก็บจากแหล่งเดิมเมอ่ื 2007-03-03. สบื คน้
เมอื่ 2007-04-24.
36. ↑ เพญ็ ศรี ดกุ๊ . (2542). การตา่ งประเทศกบั เอกราชและอธิปไตยของไทย. บริษทั เทก็ ซ์ แอนด์ เจอร์
นลั พบั ลิเคช่นั จากัด. หน้า 3.

37. ↑ กระโดดขึน้ ไป:37.0 37.1 37.2 37.3 37.4 37.5 37.6 37.7 37.8 Warr, Peter (2007). Thailand Beyond the
Crisis. Routledge Curzon. ISBN 9781134541515.

38. ↑ "Thailand Economic Monitor, November 2005" (PDF). สบื คน้ เม่ือ 19 February 2010.

39. ↑ NaRanong, Viroj, Na Ranong, Anchana, Universal Health Care Coverage: Impacts of
the 30-Baht Health Care Scheme on the Rural Poor in Thailand, TDRI Quarterly Review,
September 2006

40. ↑ Protesters Jam Bangkok, but Rural Thais Love the Leader. The New York Times, 6
March 2006

41. ↑ Thitinan, Pongsudhirak. "Victory places Thaksin at crossroads". Bangkok Post.

42. ↑ Skulpichetrat, Jutarat; Prak Chan Thul; Alan Raybould (ed.) (4 October 2011). "Thai
floods kill 224, inundate World Heritage Site". Reuters. สืบค้นเมือ่ 5 October 2011. {{cite
news}}: |author3= มีชอ่ื เรียกทั่วไป (help)

43. ↑ "Protests as Thailand senators debate amnesty bill". The Guardian. 11 November
2013. สบื คน้ เมอื่ 13 January 2014.

44. ↑ กระโดดข้นึ ไป:44.0 44.1 44.2 Kongkirati, P., & Kanchoochat, V. (2018). The Prayuth Regime:
Embedded Military and Hierarchical Capitalism in Thailand. TRaNS: Trans -Regional and
-National Studies of Southeast Asia, 6(2), 279-305. doi:10.1017/trn.2018.4

45. ↑ Montesano, Michael J. (2019). "The Place of the Provinces in Thailand's Twenty-Year
National Strategy: Toward Community Democracy in a Commercial
Nation?" (PDF). ISEAS Perspective. 2019 (60): 1–11. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมือ่ 13
September 2020. สบื ค้นเม่ือ 23 August 2020.

46. ↑ "[Full statement] The demonstration at Thammasat proposes monarchy
reform". Prachatai English (ภาษาอังกฤษ). 11 August 2020. เกบ็ จากแหล่งเดมิ เมอื่ 20 August
2020. สืบคน้ เมอ่ื 23 August 2020.

47. ↑ Cunningham, Philip J. "An unexpectedly successful protest". Bangkok Post. เกบ็ จาก
แหลง่ เดิมเมื่อ 8 November 2020. สบื คน้ เมือ่ 24 September 2020.

48. ↑ อาณาเขตทางทะเล (Maritime Zone) ฐานขอ้ มลู ความรู้ทางทะเล. สืบคน้ 28-8-61.

49. ↑ "Doi Inthanon National Park". Tourism Authority of Thailand (TAT). คลังขอ้ มูลเก่าเก็บ
จากแหลง่ เดมิ เมื่อ 1 May 2015. สืบคน้ เมอ่ื 21 July 2015.

50. ↑ Tourism Authority of Thailand. (1996). The 'Personality' of Thailand. Darnsitha Press
Co., Ltd. ISBN 974-8236-29-5.


Click to View FlipBook Version