The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางเวชปฏิบัติและต้นทุนในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยการแพทย์ผสมผสาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by paramee.meow, 2022-06-28 09:03:41

แนวทางเวชปฏิบัติและต้นทุนในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยการแพทย์ผสมผสาน

แนวทางเวชปฏิบัติและต้นทุนในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยการแพทย์ผสมผสาน

1 แนวทางเวชปฏบิ ตั แิ ละตน้ ทนุ ในการดแู ลรักษาผ้ปู ว่ ยมะเรง็ ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

1 แนวทางเวชปฏบิ ตั แิ ละตน้ ทนุ ในการดแู ลรักษาผ้ปู ว่ ยมะเรง็ ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

2 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแล ัรกษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน แนวทางเวชปฏบิ ัติและต้นทนุ ในการดแู ลรักษาผู้ป่วยมะเร็งดว้ ยการแพทยผ์ สมผสาน
ทป่ี รกึ ษา
นายยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดกี รมการแพทย์แผนไทยและ
การแพทย์ทางเลือก
นางอัมพร เบญจพลพิทกั ษ ์ อดตี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและ
การแพทย์ทางเลอื ก
นางสาวอัญชลี จฑู ะพทุ ธิ ทปี่ รกึ ษากรมการแพทยแ์ ผนไทยและ
การแพทย์ทางเลือก
นายธิติ แสวงธรรม รองอธบิ ดกี รมการแพทยแ์ ผนไทยและ
บรรณา ธกิ าร การแพทย์ทางเลอื ก
นายกุลธนติ วนรัตน ์ ผู้อ�ำนวยการส�ำนกั งานวิจัยการแพทย์
กองบรร ณาธกิ า ร แผนไทย
นพ.จักราวุธ เผือกคง ดร.ภก.ปรีชา หนทู มิ
นพ.ธนะรัตน์ อ่ิมสวุ รรณศร ี นางสาวชุตมิ า ค�ำด ี
พท.สันทัด ชมภูพงษ์ นางสาวฐติ ารยี ์ จักธรสุวรรณ
ดร.นภชา สิงห์วีรธรรม นายเอกพล หม่ันพลศรี
ดร.ทนพญ.รสสุคนธ์ กล่นิ หอม ทนพญ.กัณฐิกา ลำ� พลู
พท.ป.ปารมี พลอยแดง นางสาวบษุ ราภรณ์ ธนสลี งั กรู
พท.นเิ วศน์ บวรกลุ วฒั น์ นางสีไพร พลอยทรัพย์
พท.อมรรตั น ์ ราชเดิม พท.มณีรัตน์ ชืน่ ใจ
นางสาวคัญฑมาลา สิทธิไกรพงษ์
จดั ทำ� โดย สำ� นักงานวิจัยการแพทย์แผนไทย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก กระทรวงสาธารณสุข
พิมพค์ รง้ั แรก มนี าคม 2565

จ�ำนวน 50 เลม่

พิมพท์ ่ี บรษิ ทั เบสท์ สเตป็ แอ็ดเวอร์ไทซ่งิ จ�ำกดั
ISBN : 978-616-11-4855-3

คำ�นำ� 3 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแล ัรกษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

รายงานการวจิ ยั ในครงั้ นี้ เปน็ การศกึ ษาการพฒั นาแนวทางเวชปฏบิ ตั แิ ละศกึ ษาตน้ ทนุ ในการดแู ล
รักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์ผสมผสานตามหลักธรรมานามัยในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย เพื่อน�ำมาปรับใช้
ในการรกั ษาผปู้ ว่ ย ซงึ่ ปจั จบุ นั แนวทางการรกั ษาผปู้ ว่ ยในแตล่ ะโรงพยาบาลมคี วามแตกตา่ งกนั ซง่ึ เกดิ จาก
แต่ละพ้นื ที่มีความแตกตา่ งทางดา้ นสังคม วฒั นธรรม และสภาพแวดล้อม ท�ำให้การรกั ษาจำ� เป็นตอ้ งมี
แนวทางเพอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั การรกั ษาผปู้ ว่ ยในพน้ื ที่ โดยไดม้ กี ารศกึ ษาถงึ การนำ� เอาหลกั การดแู ลสขุ ภาพ
แบบองค์รวมมาใช้เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงแนวทางในการรักษาผู้ป่วย และเพื่อให้ผู้ป่วย
มคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ขี นึ้ ตามสทิ ธทิ์ ค่ี วรไดร้ บั โดยการนำ� เอาหลกั การรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ยหลกั การแพทยผ์ สมผสาน
ตามหลกั ธรรมานามัย ซ่งึ ประกอบไปด้วยกายานามัย จิตตานามัยและชวี ติ านามยั ท่ีจะส่งผลตอ่ การรกั ษา
ผปู้ ว่ ยทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม ประกอบไปดว้ ยการรกั ษาดว้ ยยา อาหารและสภาพจติ ใจรวมไปถงึ การดแู ล
สภาพแวดล้อมการจัดที่อยู่อาศัยให้สะอาดน่าอยู่ ท�ำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน เม่ือสุขภาพกายดี
สขุ ภาพจติ ดี สภาพแวดล้อมดี อาการป่วยกจ็ ะดขี น้ึ
คณะผู้วิจัยขอขอบคุณ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ได้ให้ความไว้วางใจ
และให้การสนับสนุนในการท�ำวิจัยในคร้ังน้ี และขอขอบคุณแพทย์แผนไทยทุกโรงพยาบาลท่ีได้ให้ข้อมูล
ในการศึกษาในครง้ั น้จี นส�ำเรจ็ ลุลว่ งไปดว้ ยดี



คณะผ้วู ิจยั

4 แนวทางเวชปฏบิ ตั แิ ละตน้ ทนุ ในการดแู ลรักษาผ้ปู ว่ ยมะเรง็ ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

บทสรปุ ผู้บริหาร 5 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแล ัรกษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้พัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย
แบบประคับประคองแบบบูรณาการ (ส�ำหรับแพทย์แผนไทยและสหวิชาชีพ) ท่ีเร่ิมตั้งแต่การคัดกรอง
ความตอ้ งการ การดแู ลตงั้ แตม่ ารบั บรกิ ารครง้ั แรกและตามชว่ งเวลาทเี่ หมาะสม ทม่ี กี ารกำ� หนดเปา้ หมาย
การดูแล รกั ษา บรรเทาอาการ อยา่ งชดั เจน และเปน็ รูปธรรม ในรปู แบบธรรมานามยั ท่ีใหผ้ ปู้ ว่ ยดำ� เนิน
ชวี ติ ให้สอดคลอ้ งกบั ธรรมชาติตามหลกั ศาสนา เน้นให้เหน็ สงิ่ ที่มผี ลต่อสุขภาพ โดยไมเ่ บยี ดเบียนตนเอง
และผู้อื่น และเน้นผู้ป่วยและครอบครัวเป็นศูนย์กลาง มี 3 องค์ประกอบ คือกายานามัยการดูแลด้าน
รา่ งกาย จิตตานามัย การดูแลด้านจติ ใจและจิตวญิ ญาณ และชวี ติ านามยั การดูแลด้านการดำ� เนนิ ชีวิต
ในบริทบของสงั คม วฒั นธรรม ประเพณีของผปู้ ว่ ยและครอบครวั ทเ่ี นน้ กระบวนการรักษาทางการแพทย์
แผนปจั จบุ นั ผสมผสานรว่ มกบั การแพทยแ์ ผนไทย ทบี่ รณู าการการทำ� งานรว่ มกนั ในลกั ษณะสหสาขาวชิ าชพี
สถานบริการมีการด�ำเนินการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับประคองแบบบูรณาการ
ในรูปแบบธรรมานามัย แต่มีรูปแบบการจัดบริการและกิจกรรมท่ีแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับบริบท
นโยบายของผบู้ รหิ าร และทรพั ยากรทมี่ อี ยเู่ ปน็ หลกั โดยโรงพยาบาลสงั กดั กระทรวงสาธารณสขุ สว่ นมาก
มกี ารดำ� เนนิ กจิ กรรมตามหลกั ธรรมานามยั ทมี่ กี ารบรู ณาการรว่ มกนั ระหวา่ งแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์
แผนปจั จบุ นั ในการใหบ้ รกิ ารผปู้ ว่ ยมะเรง็ ในชว่ งระยะเวลาทอ่ี ยใู่ นแผนกผปู้ ว่ ยในเทา่ นนั้ สว่ นในอโรคยศาล
วดั คำ� ประมงทเ่ี ปน็ องคเ์ ปน็ องคก์ รอสิ ระ มกี ารดำ� เนนิ งานแบบเตม็ รปู แบบและตอ่ เนอ่ื งตลอดระยะเวลาที่
ผู้ป่วยท�ำการรักษาอยู่ ต้นทุนการจัดบริการในโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขมีต้นทุนอยู่ระหว่าง
4,543.28 – 6,076.71 บาทต่อคน ส่วนในอโรคยาศาล วัดค�ำประมงมีต้นทุน 50,057.74 บาทต่อคน
มกี จิ กรรมตามรปู แบบธรรมานามยั ทห่ี ลากหลายและตอ่ เนอื่ ง อกี ทงั้ ผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะทา้ ยอยรู่ บั การรกั ษา
แบบระยะยาว ซ่ึงจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายการให้บริการการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์ผสมผสาน
ตามหลักธรรมานามัยในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายมีต้นทุนท่ีสูงส่งผลกระทบสถานบริการอีกทั้งยังส่งผลต่อ
สถานภาพทางการเงินของผปู้ ว่ ยและครอบครวั
เพ่ือให้เกิดความเหมาะสมต่อการด�ำเนินงานการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับประคอง
แบบบรู ณาการ ควรเพม่ิ บทบาทของแพทยแ์ ผนไทยในการดำ� เนนิ งานใหม้ คี วามชดั เจน พจิ ารณาเพมิ่ คมู่ อื
การใชย้ าใหม้ จี ำ� นวนยาเพม่ิ มากขน้ึ และมขี อ้ บง่ ใช้ ปรบั ใหส้ ามารถใชก้ ญั ชาควบคกู่ บั การจา่ ยยาทม่ี อี ยแู่ ลว้
รวมถึงการจัดท�ำรายละเอียดกิจกรรมให้มีความเหมาะสมตามบริบทของผู้ป่วยและครอบครัวเพิ่มมากข้ึน
เพื่อท�ำให้ผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึน เม่ือสุขภาพกายดี สุขภาพจิตดี สภาพแวดล้อมดี
อาการปว่ ยก็จะดีขนึ้ ตอ่ ไป

6 แนวทางเวชปฏบิ ตั แิ ละตน้ ทนุ ในการดแู ลรักษาผ้ปู ว่ ยมะเรง็ ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

สารบัญ

คำ� น�ำ 3
บทสรปุ ผ้บู ริหาร 5
บทท่ี 1 บทน�ำ 11
1.1 ความเป็นมาและความสำ� คญั ของปัญหา 11
1.2 ค�ำถามวิจยั 13
1.3 วตั ถุประสงคข์ องการวิจยั 13
1.4 นิยามศัพทเ์ ฉพาะทใ่ี ชใ้ นการวิจัย 14
1.5 ขอบเขตในการวจิ ยั 14
1.6 กรอบแนวคดิ งานวิจยั 15
17
บทท่ี 2 วรรณกรรมท่เี กยี่ วขอ้ ง 18 7 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแล ัรกษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน
2.1 มะเร็ง 18
2.1.1 โรคมะเร็ง 18
2.1.2 อาการของโรคมะเรง็ 19
2.1.3 สาเหตุทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ โรคมะเรง็ 19
2.1.4 การตรวจวินจิ ฉัย 20
2.1.5 การปอ้ งกัน 20
2.2 แนวคิดการดูแลแบบประคบั ประคอง 20
2.2.1 ความหมายของการดแู ลแบบประคบั ประคอง 21
2.2.2 แนวคิดการดูแลแบบประคับประคอง 22
2.2.3 หลกั การของการดูแลแบบประคบั ประคอง 22
2.2.4 หลกั การอ่ืน ๆ ทสี่ ำ� คญั ของการดแู ลแบบประคับประคอง 23
2.2.5 การประเมนิ การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองแบบองค์รวม 25
2.2.6 แนวคิดการดแู ลแบบประคบั ประคองแบบบูรณาการ 26
2.2.7 เปา้ หมายของการดูแลแบบประคบั ประคองแบบบูรณาการ

2.3 แนวคิดและทฤษฎีการดแู ลสขุ ภาพด้วยธรรมานามยั 27
2.3.1 กายานามยั 27
2.3.2 จิตตานามัย 27
2.3.3 ชีวิตานามัย 28
2.4 งานวจิ ัยที่เกี่ยวข้อง 29

บทที่ 3 วธิ ีดำ� เนินการวจิ ยั 41
ขั้นตอนท่ี 1 ศกึ ษาแนวทางการการพฒั นาแนวทางเวชปฏบิ ัตใิ นการดูแลรักษา
ผปู้ ่วยด้วยการแพทย์ผสมผสานตามหลกั ธรรมานามัยในผู้ป่วยมะเร็งระยะทา้ ย 41
รูปแบบการวิจยั 41
ประชากร 41
กลมุ่ ตวั อย่าง 41
ผู้ให้ขอ้ มูล 42
เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นการศกึ ษา 42
การตรวจสอบเครอื่ งมือ 43
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 43
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู 43

8 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแล ัรกษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน ข้นั ตอนที่ 2 ศึกษาตน้ ทุนการให้บรกิ ารการดแู ลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์
ผสมผสานตามหลกั ธรรมานามัยในผู้ปว่ ยมะเรง็ ระยะท้าย 44
รูปแบบการศกึ ษา 44
ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง 44
แหล่งขอ้ มูลในการศกึ ษา 45
เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการวิจยั 45
การวเิ คราะหข์ ้อมลู 46

ขั้นตอนท่ี 3 เพื่อจดั ท�ำข้อเสนอแนะเชงิ นโยบายต่อการจัดบรกิ ารการดแู ล 47
รกั ษาผู้ป่วยดว้ ยการแพทยผ์ สมผสานตามหลกั ธรรมานามัยในผู้ปว่ ยมะเร็ง
ระยะท้าย

บทท่ี 4 ผลการศึกษา 49

บทท่ี 5 ผลการศกึ ษา 67
สรปุ ผลการศกึ ษา 67
อภปิ รายผลการศกึ ษา 6 9
ข้อเสนอแนะในการนำ� ผลการวจิ ยั ไปใช้
ข้อเสนอแนะในการวิจัยครัง้ ตอ่ ไป 72
73

บรรณานกุ รม 75

ภาคผนวก เอกสารรับรองโครงการวิจยั 81
รายนามคณะกรรมการพัฒนาแนวทางเวชปฏบิ ัตแิ ละศกึ ษาตน้ ทุน 83
ในการดูแลรักษาผปู้ ว่ ยมะเรง็ ด้วยการแพทยผ์ สมผสาน 85


9 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแล ัรกษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

10 แนวทางเวชปฏบิ ตั ิและตน้ ทนุ ในการดแู ลรกั ษาผ้ปู ่วยมะเรง็ ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

บทท่ี 1 บทนำ� 11 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

1.1 ความเปน็ มาของปญั หา

มะเร็งเป็นสาเหตุการตายท่ีส�ำคัญท่ีส่งผลต่อการเพ่ิมอายุคาดเฉลี่ย (Life expectancy) ของ
ทุกประเทศทวั่ โลก (World health organization, 2020a) โดยคาดการณผ์ ู้ปว่ ยมะเรง็ ประมาณ 19.3
พันล้านคนท่ัวโลก ในปี ค.ศ. 2020 และคาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มข้ึนเป็น 28.4 พันล้านคน
ทวั่ โลกในปี ค.ศ. 2040 (Sung H, et.al, 2021) จากรายงานของส�ำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
รายงานว่าในปี พ.ศ. 2562 มะเร็งเปน็ สาเหตกุ ารตายอันดับหน่งึ ของประชากรไทย มะเร็งทีพ่ บบอ่ ยมาก
ท่ีสดุ ในคนไทย 5 อนั ดบั ประกอบดว้ ย มะเรง็ ตบั และมะเรง็ ทอ่ นำ้� ดี มะเร็งปอด มะเรง็ ลำ� ไสใ้ หญ่และ
ทวารหนกั มะเร็งเต้านม และมะเรง็ ปากมดลกู (สถาบนั มะเรง็ แหง่ ชาติ, 2562) มะเรง็ Cancer เปน็
ภาษาละตินทมี่ ีรากศัพทม์ าจากค�ำว่า Caecinos แปลว่า ปู เนือ่ งจากเนอ้ื งอกมะเรง็ น้ันสามารถจบั ยดึ ติด
กบั เนอื้ เยอ่ื ตา่ ง ๆ ของรา่ งกายเราอยา่ งเหนยี วแนน่ คลา้ ยกลา้ มปู และยงั มกี ารลกุ ลามตอ่ เนอื่ งไปยงั เนอ้ื เยอื่
ปกติรอบ ๆ จนแพร่กระจายไปยังอวัยวะอ่ืน ๆ ดังนั้นปูจึงเป็นสัญลักษณ์แทน (โรงพยาบาลการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน, 2562 ; สถาบันมะเร็งแห่งชาติ, 2562) มะเร็งเป็นโรคที่ก่อให้เกิด
ความทุกข์ทรมานทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของผู้ป่วยและ
ครอบครวั ในระยะยาว มะเรง็ มหี ลายชนดิ และแตล่ ะชนดิ มอี าการและตอ้ งดแู ลรกั ษาทแี่ ตกตา่ งกนั ไปตาม
สาเหตขุ องมะเร็งน้ัน ๆ ซ่ึงผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้ตู วั เม่ือมีอาการแสดงของโรคและลกุ ลามแลว้ ทำ� ใหก้ ารรักษา
น้ันยากยง่ิ ขนึ้ ผู้ปว่ ยโรคมะเร็งระยะท้าย เป็นโรคท่ไี มส่ ามารถหายขาดจากโรคน้ไี ด้ การทำ� งานของระบบ
อวัยวะตา่ ง ๆ ทสี่ �ำคัญในชีวิตจะทรดุ ลงเร่ือย ๆ จนกระทงั้ เสียชีวติ (อัคบาร์ ยะโกะ, 2561) ดังน้ันจงึ
สง่ ผลตอ่ การดูแลผปู้ ว่ ยเพอ่ื ให้มีคณุ ภาพชวี ิตท่ีดีขึ้นจนถึงระยะการเสียชีวติ
การดูแลแบบประคับประคองเป็นการดูแลเพ่ือท�ำให้ผู้ป่วยและครอบครัวท่ีก�ำลังเผชิญกับความ
เจ็บป่วยที่คุกคามชีวติ ให้มคี ุณภาพชีวตทิ ่ดี ขี น้ึ โดยเพ่อื บรรเทาความปวดและอาหารอน่ื ๆ (World health
organization, 2020b) ผ่านกระบวนการป้องกันและบรรเทาความทุกข์ทรมานด้วยการค้นหา ประเมิน
และใหก้ ารรกั ษาภาวะเจบ็ ปวดของผปู้ ่วย รวมไปถึงปัญหาดา้ นอน่ื ๆ ทัง้ ทางร่างกาย จติ ใจ สงั คม และ
จิตวญิ ญาณ (Rome R, Luminais H., Bourgeois A., & Blais, M. 2011 ; สำ� นกั งานคณะกรรมการ

12 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน สุขภาพแห่งชาติ, 2556) ดังนนั้ การดแู ลแบบประคับประคองจงึ ตอ้ งมคี วามแตกตา่ งจากการใหก้ ารดูแล
ปกติ การดแู ลแบบประคบั ประคอง ครอบคลมุ การดแู ลตงั้ แตท่ ราบผลวนิ จิ ฉยั โรคจนกระทง่ั หลงั จากผปู้ ว่ ย
เสียชีวิตไปแล้ว เริม่ ให้การดแู ลผู้ป่วยและครอบครัวไปพร้อม ๆ กัน และดแู ลครอบครวั หลังจากผปู้ ่วย
เสียชีวติ สามารถเรมิ่ ทำ� ไดไ้ มจ่ ำ� กัดสถานท่ี เชน่ หอผู้ปว่ ยในโรงพยาบาล บา้ น วัด หรอื สถานดูแลผู้ปว่ ย
ระยะท้าย (อัคบาร์ ยะโกะ, 2561) ได้มีการน�ำการดูแลแบบผสมผสานและการแพทย์ทางเลือก
(Complementary and alternative medicine) เข้ามารกั ษาผปู้ ่วย เช่น การฝงั เข็ม (Acupuncture)
การใช้สมุนไพร (Herbal medicine) โยคะ (Yoka) และ การบำ� บดั โดยใช้กล่นิ หอม (Aromatherapy)
(Keramatikerman, 2020) ถึงแมว้ ่าจะมีการใช้การดูแบบดังกลา่ วอย่างแพรห่ ลายแตก่ ย็ ังพบว่าบุคลากร
ทางการแพทย์ก็ยังไม่มีความพร้อมหรือความเข้าใจในการใช้ท้ังนี้เกิดจากการขาดหลักฐานเชิงวิชาการที่
จะมาสนับสนุนประเด็นเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิผลของการใช้ (Martin R. Keene, Ian M.
Heslop, Sabe S. Sabesan & Beverley D. Glass, 2020) ในการดูแลผูป้ ่วยระยะประคับประคองนั้น
มีค่าใช้จ่ายท่ีสูงมีต้นทุนในการรักษาผู้ป่วนนอกรวม 539.90 บาทต่อครั้ง มีต้นทุนผู้ป่วยในประมาณ
1,711.30 บาทต่อวันนอน และยังมีต้นทุนของผู้รับบริการประมาณ 650 บาทต่อวัน (อุษาษ์ โถนินัง,
จฑุ ามาส วงศ์สารภี, ชจพี รรณ แกว้ ปานันท์, สุนษิ า บตุ รคุณขนุ ทอง, และสลิลรกั ษ์ อรยิ านกุ ิจจา, 2557)
จะเหน็ ไดว้ ่าค่าใช้จา่ ยดงั กล่าวส่งผลกระทบกับสถานภาพทางการเงินของครอบครวั ผ้ดู ูแลอย่างมาก
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้แนะน�ำและมีแนวทางหลักการดูแลสุขภาพ
ผู้ป่วยมะเร็งแบบบูรณาการด้วยการแพทย์แผนไทยตามหลัก “ธรรมานามัย” ซ่ึงเป็นการดูแลสุขภาพ
ผปู้ ว่ ยแบบองค์รวมครอบคลมุ ทัง้ ดา้ นรา่ งกาย จิตใจ จติ วญิ ญาณ สงั คม และสิง่ แวดล้อม ตามแนวทาง
พระพุทธศาสนา (กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 2563) เพ่ือลดความทุกข์ทรมาน
ท้งั ทางร่างกาย จิตใจ และการอยรู่ ว่ มกนั กับสงั คมได้อยา่ งปกติสุข โดย กายานามยั (Healthy body)
คือ การส่งเสริมสุขภาพกาย ด้วยการออกก�ำลังกายและรับประทานอาหารตามธาตุ และการพักผ่อน
จิตตานามยั (Healthy mind) คอื การสง่ เสรมิ สุขภาพจิตด้วยจิตภาวนา ประกอบดว้ ย ศลี สมาธิ ปญั ญา
หากปัญญาท่ีสมบูรณ์ จิตใจจะมีความดีงามและความสุข เป็นภาวะไร้ทุกข์ของชีวิต (มหาวิทยาลัย
สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, 2559a ; มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, 2559b) ชวี ติ านามยั (Healthy behavior)
คอื สง่ เสริมคุณภาพชีวิต และครอบครวั เป็นการดแู ลด้านการดำ� เนนิ ชีวติ ในทางที่ชอบ สุจรติ ตามบรบิ ท
ของสังคม วัฒนธรรม ประเพณี โดยการควบคมุ พฤติกรรมท่ีเส่ียงตอ่ การเสียดุลยภาพของชีวติ งดเวน้
ส่ิงเสพติด จัดส่ิงแวดล้อมท่ีอยู่อาศัยให้สะอาด (ประเสริฐ โมกแก้ว, 2562) ท่ีผ่านมาได้มีการน�ำหลัก
ธรรมานามัยไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยมะเร็ง (ปรีชา หนูทิม, ณัฏฐิญา ค้าผล, วารณี บุญช่วยเหลือ,
2562) ใช้ร่วมกับการใช้ยาสมุนไพร (เบญจวรรณ พูนธนานิวัฒน์กุล, 2559) การใช้กับผู้ป่วยทั่วไป
(ประเสริฐ โมกแก้ว, พระปลัดสมชาย ปโยโค, โยตะ ชัยวรมันกุล, และมานพ นักการเรียน, 2562)
รวมถึงการใช้ในผปู้ ว่ ยเบาหวาน (ประภา พทิ กั ษา และ ปัณสขุ สาลิตลุ , 2555) จะเหน็ ได้ว่ามีการนำ� หลัก
ธรรมานามัยมาใชเ้ ป็นแนวทางในการรักษาผู้ปว่ ยเพ่อื ให้ผปู้ ว่ ยมคี ุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น

สถานบริการบางแห่งได้ด�ำเนินการดูแลสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งแบบบูรณาการตามหลักธรรมานามัย 13 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน
โดยมีรูปแบบและกิจกรรมแตกต่างกันออกไป ท้ังนี้ข้ึนอยู่กับบริบทและทรัพยากรท่ีมีอยู่ ถึงแม้ว่าทาง
กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกจะมีแนวทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับ
ประคองแบบบูรณาการ (ส�ำหรับแพทย์แผนไทยและสหวิชาชีพ) แล้วก็ตาม (กรมการแพทย์แผนไทย
และการแพทย์ทางเลือก, 2563) อีกทั้งยังไม่มีการศึกษาต้นทุนการจัดบริการตามหลักธรรมานามัย
ในสถานบริการมาก่อน ดังน้ันการศึกษาครั้งนี้จึงศึกษารูปแบบและต้นทุนการจัดบริการการดูแลสุขภาพ
ผู้ป่วยมะเร็งแบบบูรณาการตามหลักธรรมานามัย และเสนอแนวทางในการปรับปรุงการแพทย์แผนไทย
และการแพทยผ์ สมผสานในการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยโรคมะเรง็ เพอื่ ชว่ ยเพม่ิ การเขา้ ถงึ บรกิ าร ลดความเหลอื่ มลำ�้
และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีข้ึน ให้ผู้ป่วยและญาติได้รับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมท้ังด้าน
รา่ งกาย จติ ใจ สังคม และจิตวญิ ญาณ

1.2 ค�ำถามวิจยั

1. แนวทางการการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์ผสมผสาน
ในปัจจบุ นั นี้ด�ำเนินการอยา่ งไร
2. ศึกษาตน้ ทุนในการดูแลรักษาผปู้ ่วยด้วยการแพทย์ผสมผสานเป็นเทา่ ใด
3. หากตอ้ งการพฒั นาแนวทางเวชปฏบิ ตั ใิ นการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ยการแพทยผ์ สมผสานใหด้ ขี น้ึ
และเหมาะสมกบั บริบทในปัจจุบนั ควรเป็นอย่างไร

1.3 วตั ถุประสงคข์ องการวิจัย

1. เพ่ือศึกษาแนวทางการการพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์
ผสมผสานตามหลักธรรมานามัยในผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะท้าย
2. เพอ่ื ศกึ ษาตน้ ทนุ การใหบ้ รกิ ารการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ยการแพทยผ์ สมผสานตามหลกั ธรรมานามยั
ในผปู้ ่วยมะเรง็ ระยะท้าย
3. เพื่อจัดท�ำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อการจัดบริการการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์
ผสมผสานตามหลักธรรมานามยั ในผปู้ ว่ ยมะเร็งระยะทา้ ย

1.4 นยิ ามศัพท์เฉพาะท่ใี ช้ในการวิจัย

1. แนวทางการบำ� บดั ผปู้ ว่ ยมะเรง็ หมายถงึ วธิ กี ารปฏบิ ตั ขิ องแตล่ ะโรงพยาบาลในการดแู ลผปู้ ว่ ย
มะเรง็ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก และศกึ ษาการดูแลผปู้ ่วยแบบย้อนหลัง (Retrospective) ในการปฏบิ ตั ิ
ดแู ลผู้ปว่ ยแบบผสมสาน ดูโปรแกรม และข้นั ตอนการปฏิบตั ใิ นรปู แบบต่าง ๆ
2. ผู้ปว่ ยมะเร็ง หมายถงึ ผู้ปว่ ยที่ได้รับการวินจิ ฉัย เปน็ โรคมะเร็งโดยแพทย์แผนปัจจบุ นั ในทุก
ระยะและประเภทของมะเร็ง
3. หลักธรรมานามยั หมายถงึ ขนั้ ตอนการฝกึ ปฏบิ ัติ 1. กายานามยั หรือ Healthy body คือ การ
มีสขุ ภาพกายที่ดี โดยการท�ำทา่ บรหิ าร หรือการออกก�ำลังกายต่าง ๆ 2. จติ ตานามยั หรอื Healthy mind
คือ การมีสุขภาพจิต สขุ ภาพใจทด่ี ี 3. ชวี ิตานามยั หรอื Healthy behavior คอื การมีพฤติกรรมในการ
ดำ� รงชีวิตประจำ� วนั ทด่ี ี (กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 2563)

1.5 ขอบเขตในการวจิ ยั

ขอบเขตในการวจิ ยั ในครงั้ นี้ แนวทางการการพฒั นาแนวทางเวชปฏบิ ตั ใิ นการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ย
การแพทยผ์ สมผสานตามหลักธรรมานามัยในผ้ปู ่วยมะเร็งระยะท้าย โดยการสอบถามในสถานบรกิ ารทม่ี ี
การนำ� หลกั ธรรมนามยั ไปประยกุ ตใ์ ชท้ ง้ั เตม็ รปู แบบและไมเ่ ตม็ รปู แบบ และการศกึ ษาตน้ ทนุ จะศกึ ษาเฉพาะ
สถานบริการท่ีให้การรักษาผู้ป่วยแบบเต็มรูปแบบโดยแพทย์แผนไทยร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบันที่มี
การน�ำเอาหลักธรรมมานามัยมาใช้กับผู้ป่วย และศึกษาเฉพาะมุมมองของผู้ให้บริการเท่าน้ัน (Provider
perspective)

14 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

1.6 กรอบแนวคดิ งานวจิ ยั

กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั ครงั้ นี้ ตวั แปรตน้ คอื การดแู บบสขุ ภาพแบบผสมผสานตามหลกั ธรรมานามยั
ในสถานบรกิ ารของกระทรวงสาธารณสขุ โดยยดึ ตามแนวทางการดแู ลผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะทา้ ยแบบประคบั
ประคองแบบบูรณาการ (สำ� หรบั แพทยแ์ ผนไทยและสหวิชาชพี ) (กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์
ทางเลือก, 2563) ตัวแปรตามคอื รูปแบบการใหบ้ รกิ าร ต้นทนุ การให้บริการและข้อเสนอเชิงนโยบายใน
การปรับปรุงเวชปฏิบัติในการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์ผสมผสานตามหลักธรรมานามัยในผู้ป่วย
มะเร็งระยะทา้ ย รายละเอียดดังแผนภมู ิท่ี 1

การดแู ลสขุ ภาพแบบผสมผสานรักษา - รูปแบบการใหบ้ รกิ าร
ผ้ปู ่วยด้วยการแพทยผ์ สมผสานตาม - ตน้ ทุนการใหบ้ ริการ
- ข้อเสนอเชิงนโยบาย
หลักธรรมานามยั
ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะท้าย

แผนภมู ิท่ี 1 กรอบแนวคิดการวจิ ยั

15 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

16 แนวทางเวชปฏบิ ตั ิและตน้ ทนุ ในการดแู ลรกั ษาผ้ปู ่วยมะเรง็ ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

บทที่ 2 ทบทวนวรรณกรรมทีเ่ กย่ี วขอ้ ง 17 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

การพัฒนาแนวทางเวชปฏิบัติและศึกษาต้นทุนในการดูแลรักษาผู้ป่วยด้วยการแพทย์ผสมผสาน
ผู้วจิ ัยได้ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎี แนวคดิ และงานวิจยั ท่เี กีย่ วขอ้ ง สรุปสาระส�ำคัญ ดังน้ี

2.1 มะเร็ง

2.1.1 โรคมะเร็ง
2.1.2 อาการของโรคมะเรง็
2.1.3 สาเหตทุ ี่ก่อให้เกดิ โรคมะเร็ง
2.1.4 การตรวจวินจิ ฉัย
2.1.5 การป้องกนั

2.2 แนวคิดการดูแลแบบประคบั ประคอง

2.2.1 ความหมายของการดูแลแบบประคับประคอง
2.2.2 แนวคดิ การดแู ลแบบประคับประคอง
2.2.3 หลกั การของการดูแลแบบประคบั ประคอง
2.2.4 หลกั การอื่น ๆ ท่ีสำ� คญั ของการดแู ลแบบประคบั ประคอง
2.2.5 การประเมินการดูแลผ้ปู ่วยแบบประคับประคองแบบองคร์ วม
2.2.6 แนวคดิ การดูแลแบบประคับประคองแบบบูรณาการ
2.2.7 เป้าหมายของการดูแลแบบประคับประคองแบบบูรณาการ

2.3 แนวคิดและทฤษฎกี ารดแู ลสุขภาพดว้ ยธรรมานามัย

2.3.1 กายานามยั
2.3.2 จิตตานามยั
2.3.3 ชีวติ านามยั

2.4 วิจัยทเ่ี กยี่ วข้อง

18 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน 2.1 มะเร็ง

2.1.1 โรคมะเร็ง (Cancer) เป็นภาษาลาตินที่มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก จากค�ำว่า
Carcinos แปลว่า “ปู” เน่ืองจากเน้ืองอกมะเร็งสามารถจับติดกับเนื้อเยื้อต่าง ๆ ของร่างกายอย่าง
เหนยี วแนน่ คลา้ ยกบั กา้ มปู และยงั ลกุ ลามไปยงั เนอื้ เยอื้ ปกตทิ อี่ ยรู่ อบ ๆ ตลอดจนแพรก่ ระจายไปยงั อวยั วะ
ส่วนอน่ื ๆ เปรียบเสมอื นขาปูทแี่ ผอ่ อกจากตวั ปูและพร้อมที่จะเดินไปยังทิศทางใดกไ็ ด้ ดังน้นั จึงใช้ “ปู”
เปน็ สญั ลกั ษณแ์ ทน “โรคมะเรง็ ” และตราสญั ลกั ษณข์ องสถาบนั แหง่ ชาติ (สถาบนั มะเรง็ แหง่ ชาต,ิ 2556)
มะเร็ง คือโรคท่ีมีความผิดปกติของเซลล์ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเกิดการ
เปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเซลล์ ก่อให้เกิดเป็นเซลล์มะเร็งที่มีการเจริญเติบโตโดยไม่อยู่ภายใต้
การควบคมุ ทเ่ี หมาะสม (มะเรง็ วทิ ยาสมาคมแหง่ ประเทศไทย, 2552) ในปจั จบุ นั มผี เู้ สยี ชวี ติ จากโรคมะเรง็
ในแตล่ ะวนั ประมาณ 160 คนตอ่ วนั ซ่ึงในแต่ละปจี ะตรวจพบผปู้ ่วยมะเร็งเพิ่มมากขนึ้ โดยเฉลีย่ ประมาณ
64,000 คนต่อปี และเสียชีวิตประมาณ 30,000 คนต่อปี และอุบัติการณ์ของการเกิดโรคมะเร็งใน
ประเทศไทยประมาณ 153.6 ต่อประชากรไทย 100,000 คน ส�ำหรับผูช้ าย และประมาณ 123.8 คนต่อ
ประชากร 100,000 คน ส�ำหรับผหู้ ญิง ช่วงอายุทีพ่ บเปน็ มะเร็งมากคือ เพศชาย อายุระหวา่ ง 55 -75 ปี
เพศหญงิ 45-65 ปี แต่มแี นวโน้มเพมิ่ ขึ้นตงั้ แตอ่ ายุ 30 ปี ส�ำหรบั เพศชาย และ 25 ปี ส�ำหรบั เพศหญงิ
ในเพศหญงิ ทม่ี เี พศสมั พนั ธแ์ ลว้ แนวโนม้ ของการเปน็ โรคมะเรง็ อาจมตี ง้ั แตอ่ ายนุ อ้ ยกวา่ 25 ปี มะเรง็ ของ
ศีรษะและล�ำคอ เป็นโรคมะเร็งทจี่ ัดอยใู่ นโรคมะเรง็ 10 อันดับแรกทเ่ี ป็นสาเหตุการตายของประชากรใน
ประเทศ จากขอ้ มูลผมู้ ารับบรกิ าร ปี พ.ศ. 2561 ของโรงพยาบาลมะเร็งลพบรุ ี 2 พบวา่ ผู้ปว่ ยโรคมะเรง็
รายใหมจ่ ำ� นวน 2,475 รายเป็นเพศชาย 1,237 ราย และเพศหญงิ 1,238 ราย และในจ�ำนวนน้ี พบว่า
เปน็ โรคมะเร็งศรี ษะและลำ� คอจำ� นวน 495 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 (นพรจุ คงสวัสด์,ิ 2564)
2.1.2 อาการของโรคมะเรง็ อาจมีอาการทใี่ กลเ้ คียงกับโรคอื่นทำ� ให้ผ้ปู ่วยเข้าใจเขา้ ใจว่า
ไม่ใช่อาการของโรคมะเร็งซึ่งอาการน้ันมักข้ึนอยู่กับต�ำแหน่งที่เกิดตามอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งแพทย์จะเป็น
ผ้สู ืบหาสาเหตุและอาการของโรคทแ่ี ทจ้ รงิ ซ่งึ อาการทน่ี า่ สงสยั ไดแ้ ก่ ไอมีเสมหะปนเลอื ด ซง่ึ มักพบวา่
เป็นอาการของมะเร็งปอด แต่อาจจะสับสนกับวัณโรคหรือโรคปอดอักเสบชนิดอื่นได้ การท่ีมีเลือดออก
จากจมกู และคอ อาจทำ� ใหเ้ สมหะมเี ลอื ดปนได้ อาการนเ้ี ปน็ 1-2 สปั ดาห์ อาการไอเรอื้ รงั และมีเสยี งแหบ
อาการนอ้ี าจเปน็ อาการของโรคมะเรง็ กลอ่ งเสยี งหรอื มะเรง็ ปอดโดยเฉพาะถา้ ไมม่ อี าการไขม้ นี ำ�้ มกู มากอ่ น
หนา้ นี้ คลำ� ก้อนได้ทเ่ี ตา้ นมหรอื ท่อี ่นื ของร่างกายทไ่ี มเ่ คยคลำ� ไดม้ ากอ่ น ถ่ายอจุ จาระล�ำบากทอ้ งผูกสลบั
กบั ทอ้ งเดนิ มกู หรอื เลอื ดออกทางทวารหนกั หรอื ชอ่ งคลอด ปสั สาวะมเี ลอื ดปน นำ�้ หนกั ลดลงโดยไมท่ ราบ
สาเหตุ ไข้เร้ือรัง ปวดตามตัวหรอื ทีก่ ระดกู อ่อนเพลีย เบ่อื อาหาร (มะเร็งวทิ ยาสมาคมแห่งประเทศไทย,
2552) ซ่ึงผู้ป่วยต้องเผชิญกับปัญหาของอาการปวดท่ีเป็นผลต่อเนื่องงมาจากโรคมะเร็งด้วย ซึ่งสาเหตุ
ทางกายของความปวดจากโรคมะเร็งเกิดจาก 1) การลุกลามของมะเร็ง พบได้ ประมาณร้อยละ 80

2) เกิดจากการรักษา เช่น การตัดชิ้นเน้ือส่งตรวจ การส่องกล้อง หรือ การเจาะไข กระดูก เป็นต้น 19 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน
3) เกิดจากความเจบ็ ปวดทว่ั ไปเชน่ ท้องอืด ท้องผูก แผลกดทบั แผลในช่องปาก 4) เกดิ จากความปวด
อนื่ ๆ ทไี่ มเ่ กยี่ วขอ้ งกบั มะเรง็ และการรกั ษา เชน่ โรคขอ้ อกั เสบ โรคหวั ใจ โรคไมเกรน เปน็ ตน้ สว่ นสาเหตุ
ทางจิตใจที่ทาให้ผู้ป่วยทนต่อความปวดจากโรคมะเร็งลดลง เกิดจากจิตใจท่ีเศร้าหมอง ภาวะซึมเศร้า
หมดหวงั ในชวี ติ วติ กกงั วลถงึ ความเจบ็ ปว่ ยของตนเอง ซงึ่ ผปู้ ว่ ยมะเรง็ จะปรบั ตวั ไดใ้ นเวลาไมน่ านถา้ หาก
ได้รับการดูแลด้วยความเห็นอกเห็นใจและความเข้าใจจากคนรอบข้างโดยเฉพาะสมาชิกในครอบครัว
(ผจงศิริ อุดมสินกุล, 2562)
2.1.3 สาเหตทุ กี่ อ่ ให้เกิดโรคมะเร็งสาเหตแุ ละปัจจัยท่เี สีย่ งต่อการเกดิ มะเร็ง เชน่ อายุ
ทเ่ี พิ่มขึ้นภูมติ า้ นทานลดลง การสูบบหุ รเ่ี พ่ิมโอกาสการเป็นมะเรง็ ปอด แสดงแดดเสย่ี งต่อการเปน็ มะเร็ง
ผวิ หนงั รงั สบี างชนดิ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ มะเรง็ ได้ สารเคมอี นั ตรายทสี่ ะสมเปน็ จำ� นวนมากกอ็ าจกอ่ ใหเ้ กดิ มะเรง็
ตามจุดต่าง ๆ ได้ เชือ้ ไวรสั หรือแบคทีเรียบางชนิด ฮอรโ์ มน พนั ธุกรรม แอลกอฮอลล์ และวิถีการด�ำเนิน
ชวี ติ บางอยา่ ง
การตรวจค้นหามะเร็งในระยะเริ่มแรกเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไป เพ่ือค้นหาความมผิดปกติของ
รา่ งกาย ซงึ่ อาจเกดิ ขึน้ โดยไมร่ ตู้ วั โดยมกี ลักในการตรวจ ไดแ้ ก่ การสอบถามจากประวัติโดยละเอียดการ
ตรวจร่างกายโดยละเอยี ด และการตรวจทางห้องปฏิบัตกิ าร
1. การสอบถามประวตั โิ ดยละเอยี ดจากประวตั คิ รอบครวั ประวตั สิ ง่ิ แวดลอ้ ม ประวตั สิ ว่ นตวั และ
ประวัติเกยี่ วกบั อาการเจบ็ ไข้ตา่ ง ๆ
2. การตรวจรา่ งกายโดยละเอยี ดเชน่ การตรวจทางผวิ หนงั เนอ้ื เยอ่ื บางสว่ น ศรี ษะ และคอ ทรวงอก
และเต้านม ท้อง อวัยวะเพศ ทวารหนักและล�ำไส้ใหญ่ ทั้งนี้เป็นการตรวจเบื้องต้นเท่าที่จะสามารถ
ตรวจได้
3. การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารและการตรวจอนื่ ๆ เปน็ การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร เพอ่ื ชว่ ยใหก้ าร
วนิ จิ ฉยั แมน่ ยำ� ขน้ึ และเพอ่ื ตดิ ตามผลการรกั ษา การตรวจเมด็ เลอื ด การตรวจปสั สาวะ อจุ จาระ การตรวจ
เอก็ ซเรย์ การตรวจทางเวชศาสตรน์ วิ เคลยี ร์ การตรวจโดยใชเ้ ครอื่ งมอื พเิ ศษ การตรวทางเซลลว์ ทิ ยาและ
พยาธวิ ทิ ยา และการตรวจเนอ้ื เยอ่ื ทางพยาธวิ ทิ ยาการรกั ษา (มะเรง็ วทิ ยาสมาคมแหง่ ประเทศไทย, 2552)
2.1.4 การตรวจวินิจฉัยการตรวจพบโรคมะเร็งได้ต้ังแต่ระยะเริ่มแรกย่อมเป็นผลดีต่อ
การรักษา ซ่ึงวิธีการรักษาได้แก่ การผ่าตัด การเอาก้อนที่เป็นมะเร็งออกไป การให้รังสีก�ำลังสูงเพื่อ
ฆ่าเซลลม์ ะเร็งการให้ยา (สารเคมี) เพ่ือฆ่าเซลลม์ ะเรง็ การใชฮ้ อรโ์ มนเพือ่ ยตุ ิการเจริญเตบิ โตของเซลล์
มะเรง็ การรกั ษาแบบผสมผสาน ขนึ้ อยกู่ บั ระยะและความรนุ แรงของโรค ชนดิ ของเซลลม์ ะเรง็ และบรเิ วณ
ทเ่ี ปน็ (มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย, 2552)

20 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน 2.1.5 การป้องกันมะเร็งอาจมีความสัมพันธ์กับสารก่อมะเร็งหลายชนิด แต่โรคมะเร็ง
สว่ นใหญน่ นั้ ยงั ไมม่ สี าเหตทุ แ่ี นช่ ดั แตก่ ย็ งั สามารถบอกไดถ้ งึ ปจั จยั เสย่ี งทเ่ี พมิ่ โอกาสในการเกดิ โรคมะเรง็ ได้
โดยแบ่งเป็นปัจจัยเส่ียงที่ไม่อาจหลีกเล่ียงได้เช่นผู้หญิงเสียงเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าเพศชาย
ผู้สูงอายุเสี่ยงเป็นมะเร็งหลายชนิดมากกว่าผู้ท่ีอายุน้อย ส่วนปัจจัยเส่ียงที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น
การสบู บหุ รี่ เพมิ่ โอกาสในการเกดิ โรคมะเรง็ ปอด การดม่ื สรุ าเพมิ่ โอกาสในการเปน็ มะเรง็ ในชอ่ งปากและคอ
วิธีป้องกันโรคมะเร็งที่ดีท่ีสุด คือ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงท่ีหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งท่ีส�ำคัญ คือ กินอาหาร
มีประโยชนค์ รบท้งั 5 หมู่ทุกวนั ในปรมิ าณทเ่ี หมาะสม คอื ไม่ใหอ้ ้วนหรือผอม เกนิ ไป โดยจำ� กดั เนื้อแดง
แปง้ น้ำ� ตาล ไขมนั เกลือ แตเ่ พมิ่ ผัก ผลไมใ้ หม้ าก ๆ ออกก�ำลังกายใหเ้ หมาะสมกับสขุ ภาพสมำ�่ เสมอ
เขา้ รบั การตรวจคดั กรองโรคมะเรง็ / การตรวจสขุ ภาพประจำ� ปี หลกี เลย่ี งสารกอ่ มะเรง็ สญั ญาณอนั ตราย
7 ประการทีค่ วรรบี มาพบแพทย์ ได้แก่ มีเลือดหรือส่งิ ผิดปกตอิ อกจากร่างกาย เช่น มีตกขาวมากเกนิ ไป
มีก้อนหรือตุ่มเกิดข้ึนที่ใดท่ีหน่ึงของร่างกายและก้อนนั้นโตเร็วผิดปกติ มีแผลเรื้อรัง มีการถ่ายอุจจาระ
ปัสสาวะ ผิดปกติหรือเปลี่ยนไปจากเดมิ เสยี งแหบ ไอเรือ้ รัง กลืนอาหารล�ำบาก เบ่อื อาหาร นำ้� หนกั ลด
มีการเปล่ียนแปลงของหูด ไฝ ปาน เช่น โตผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ (มะเร็งวิทยาสมาคมแห่ง
ประเทศไทย, 2552)

2.2 แนวคดิ การดูแลแบบประคบั ประคอง (Palliative Care)

2.2.1 ความหมายของการดูแลแบบประคบั ประคอง (Palliative Care)
การดแู ลผปู้ ว่ ยแบบประคบั ประคอง (Palliative Care) หมายถงึ วธิ กี ารดแู ลทเี่ ปน็ การเพมิ่ คณุ ภาพ
ชวี ติ ของผปู้ ว่ ยและครอบครวั ทเี่ ผชญิ กบั ความเจบ็ ปว่ ยทค่ี กุ คามชวี ติ โดยการปอ้ งกนั และบรรเทาอาการท่ี
ท�ำให้ทุกขท์ รมานท้ังอาการเจ็บปว่ ยทางกาย ปญั หาทางจิตใจ สงั คมและจติ วิญญาณแบบองค์รวม และ
ควรใหก้ ารรกั ษาอาการดงั กลา่ วตง้ั แตร่ ะยะแรกทเ่ี รม่ิ วนิ จิ ฉยั วา่ ผปู้ ว่ ยเปน็ โรคระยะสดุ ทา้ ยจนกระทงั้ ผปู้ ว่ ย
เสียชีวิตและรวมถึงการดูแลครอบครัวของผู้ป่วยหลังจากการสูญเสีย (กรมการแพทย์แผนไทยและ
การแพทยท์ างเลือก, 2562)
การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองแบบบูรณาการ (Integrative Palliative Care) หมายถึง
การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองแบบองค์รวมด้วยกระบวนการทางการแพทย์แผนไทยตามหลัก
ธรรมานามัย ผสมผสานองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นควบคู่กับการแพทย์ทางเลือกและการแพทย์
แผนปัจจุบันเพื่อเพ่ิมคุณภาพชีวิตและบ�ำบัดเยียวยาบรรเทาความทุกข์ครอบคลุมท้ังด้านร่างกาย จิตใจ
สังคม ขนบธรรมเนียมประเพณี วฒั นธรรมและจติ วิญญาณของผูป้ ว่ ยและครอบครวั ต้งั แตเ่ ร่มิ วินจิ ฉยั
วา่ เปน็ โรคหรอื ภาวะทไี่ มส่ ามารถรกั ษาใหห้ ายไดแ้ ละไมต่ อบสนองตอ่ การรกั ษา มงุ่ เนน้ ใหค้ วามสำ� คญั และ
คำ� นงึ ถงึ ความเปน็ มนษุ ย์ เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ว่ ยและครอบครวั มคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ใี นระยะสดุ ทา้ ยของชวี ติ และระยะ
หลังการสญู เสีย

Hospice Care เป็นการดูแลผ้ปู ว่ ยท่มี ลภาวะการเจ็บปว่ ยในระยะสดุ ทา้ ยหรอื ระยะใกลต้ าย ซง่ึ 21 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน
เน้นการดูแลแบบองค์รวมเพื่อลดความทุกข์ทรมานและส่งเสริมคุณภาพชีวิตและคุณภาพการตายของ
บุคคลทอี่ ยใู่ นระยะใกล้ตาย
Palliative Care เปน็ การดูแลผปู้ ่วยเพอ่ื บรรเทาอาการทีเ่ กดิ จากความเจบ็ ป่วยหรอื โรคนั้น แต่
ไม่ใช่การรรักษาโรคที่มีเป้าหมายเพ่ือการหายขาด ระยะเวลาในการดูแลครอบคลุมตั้งแต่ระยะเร่ิมแรก
ของการเจบ็ ป่วยตอ่ เน่ืองไปจนถงึ หลังจากผปู้ ่วยเสยี ชวี ิต
Supportive Care เปน็ การดแู ลตามอาการเพอ่ื บรรเทาผลขา้ งเคยี งจากการรกั ษาและการจดั การ
กับอาการตา่ ง ๆ ทอี่ ยู่ภายใตก้ ารดูแลแบบประคบั ประคอง
End of life Care เปน็ การดแู ลทม่ี ภี าวะเจบ็ ปว่ ยในระยะสดุ ทา้ ยของชวี ติ (สริ มิ าศ ปยิ ะวฒั นพงศ,์
2552)
2.2.2 แนวคิดการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) (กรมการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก, 2562)
แนวคิดการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองแบบดั้งเดิม เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัย แพทย์
ผู้ให้การรักษาก็จะให้การรักษาอย่างเต็มท่ี จนกระทั่งรักษาหมดทุกกระบวนการแล้ว ไม่มีทางรักษาให้
หายขาดได้ จงึ เรมิ่ กระบวนการรกั ษาแบบประคบั ประคอง แนวคดิ ปจั จบุ นั เกย่ี วกบั ดแู ลผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ย
น้ันจะใช้วธิ ีการแบบประคบั ประคอง หรอื Palliative care ร่วมไปกับกระบวนการรักษาอ่ืนตัง้ แต่เร่มิ ต้น
ตั้งแต่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยด้วยโรคที่หมดหวังในการรักษาให้หายขาดและอาจจะลดลงถึงแก่
ความตายได้ โดยไม่รอจนกระทั่งหมดทางรักษาผู้ป่วย ซึ่งอาจช้าเกินไป แต่จุดเน้นของการดูแลจะไม่
เหมอื นกนั ในแตล่ ะชว่ งของการเจบ็ ปว่ ย ในระยะแรกการดแู ลจะเนน้ หนกั ไปทก่ี ารรกั ษาเฉพาะเพอื่ ใหห้ าย
จากโรค เชน่ การผ่าตดั เคมบี ำ� บัด และการฉายแสง เป็นตนั Palliative care จะมีบทบาทเพยี งเลก็ นอ้ ย
โดยแรกสดุ เราอาจทำ� เพยี งแคเ่ รม่ิ ทำ� ความรจู้ กั กบั ผปู้ ว่ ยและครอบครวั และบทบาทในการเปน็ ผแู้ จง้ ขา่ วรา้ ย
เมื่อโรคด�ำเนินไปการรักษาเฉพาะจะมีบทบาทน้อยลงจนกระท่ังส้ินสุดเมื่อไม่สามารถรักษาผู้ป่วยให้หาย
จากโรคได้แล้ว โดย Palliative care จะมีบทบาทมากข้ึนเร่ือยๆ และต่อเนื่องไปจนกระท่ังผู้ป่วย
เสยี ชวี ติ และยงั ดแู ลตอ่ ไปถงึ ครอบครวั ของผปู้ ว่ ยหลงั จากผปู้ ว่ ยเสยี ชวี ติ แลว้ โดยเปา้ หมายของการดแู ล
แบบประคับประคองคือ เพื่อทุเลาจากความเจ็บปวด และอาการอ่ืน ๆ ให้ผู้ป่วยมีคณุ ภาพชีวติ ทด่ี ีทสี่ ุด
โดยไมเ่ รง่ หรือชะลอความตาย ผปู้ ่วยได้รบั การดแู ลทางดา้ นจิตสงั คมและจิตวญิ ญาณ ช่วยให้ครอบครวั
ของผ้ปู ว่ ยยอมรบั ความจรงิ และเผชญิ ภาวะของการสูญเสยี ได้ด้วยดี

22 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน 2.2.3 หลักการของการดูแลแบบประคบั ประคอง (Principles of palliative care)
(เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี. 2553)
Centered at patient and family การให้ความส�ำคญั กบั ผ้ปู ว่ ยและครอบครัวเปน็ หลัก โดย
คำ� นงึ ถงึ ประโยชนส์ งู สดุ ของการรกั ษาบนพน้ื ฐานการตดั สนิ ใจรว่ มกนั กบั ผปู้ ว่ ยและครอบครวั เชน่ เดยี วกบั
หลักการของ Patient-centered medicine
Comprehensive การใหบ้ รกิ ารครอบคลมุ ความตอ้ งการทกุ ดา้ นของผปู้ ว่ ยและครอบครวั ทงั้ ดา้ น
จิตใจ สงั คม และจิตวญิ ญาณ การให้ความสำ� คัญต่อความรสู้ ึกนึกคิดของผู้ปว่ ย เจตคตสิ ่วนตวั การให้
คุณค่าตอ่ สง่ิ ต่าง ๆ ความเชอื่ ศรทั ธาทางศาสนา การใช้เคร่ืองช่วยชวี ติ เม่อื เขา้ สู่วาระสุดท้าย การเลอื ก
สถานทเี่ สยี ชีวิต การร่วมงานศพ และการชว่ ยเหลือครอบครัวหลงั จากผปู้ ่วยเสียชวี ิตแลว้
Coordinated การทำ� งานรว่ มกนั แบบสหสาขาวิชาชีพ รวมไปถึงคนในครอบครัวของผ้ปู ว่ ยและ
ชมุ ชนในการดแู ลผปู้ ว่ ยแบบประคบั ประคอง ตอ้ งอาศยั ความเชย่ี วชาญของบคุ ลากรทางการแพทยห์ ลาย
สาขาทง้ั แพทยเ์ ฉพาะทาง พยาบาล นกั สงั คมสงเคราะห์ นกั กายภาพบำ� บดั นกั จติ วทิ ยา ทำ� งานประสานกนั
และเขา้ ใจบทบาทของกนั และกนั ครอบครวั ผดู้ แู ล ญาตสิ นทิ มติ รสหาย กเ็ ปน็ กลมุ่ บคุ คลทม่ี คี วามสำ� คญั
ไมย่ ง่ิ หยอ่ นไปกวา่ ทมี สาธารณสขุ ในฐานะผรู้ ว่ มดแู ลและเปน็ กำ� ลงั ใจทสี่ ำ� คญั ของผปู้ ว่ ยรวมไปถงึ ความชว่ ยเหลอื
จากชุมชน ผนู้ ำ� ทางศาสนา สมาคมและอาสาสมคั รตา่ ง ๆ
Continuous มีความตอ่ เนอื่ งในการดแู ลผ้ปู ว่ ยและประเมินผลอยา่ งสม่ำ� เสมอ ไมว่ ่าจะเปน็ เวลา
ทผี่ ้ปู ว่ ยในโรงพยาบาล กลับบ้าน หรือเสียชีวติ แลว้ ในความเป็นจริงไมม่ สี ตู รส�ำเรจ็ ท่เี ปน็ คำ� ตอบท่ีดีทีส่ ดุ
สำ� หรบั ผปู้ ว่ ยขน้ึ อยกู่ บั ผปู้ ว่ ยแตล่ ะราย ครอบครวั สถานการณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ จงึ ตอ้ งมกี ารประเมนิ ผลเปน็ ระยะ
เพื่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสดุ ในการดแู ลผู้ป่วยรายนั้น
2.2.4 หลักการอื่น ๆ ที่ส�ำคัญของการดูแลแบบประคับประคอง (Connor &
Bermedo, 2014) ไดแ้ ก่
- ใหก้ ารบรรเทาความปวดและอาการท่กี ่อใหเ้ กดิ ความทกุ ขช์ นดิ อื่น
- ค�ำนึงถึงการมชี วี ติ และความตายให้เป็นไปตามกระบวนการปกตขิ องธรรมชาติ ไมช่ ่วยเร่งหรือ
เหนยี่ วรัง้ การเสยี ชวี ติ
- น�ำเอาการดแู ลดา้ นจิตใจ และจิตวิญญาณเข้ามารวมไว้เปน็ ส่วนหนึ่งของการดูแลผปู้ ่วย
- จดั ระบบสนบั สนนุ ใหผ้ ปู้ ว่ ยดำ� รงชวี ติ ทสี่ ามารถพง่ึ พาตนเองใหไ้ ดน้ านทสี่ ดุ จนกระทงั่ วาระสดุ ทา้ ย
ของชีวิต
- จัดระบบสนับสนุนครอบครัวของผู้ป่วยให้สามารถเผชิญกับความเจ็บป่วยของผู้ป่วยและความ

สูญเสียและพลัดพรากทเ่ี กดิ ขึน้ 23 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน
- ท�ำงานร่วมกันกับทีมเพ่ือตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัว รวมท้ังการให้
ค�ำปรกึ ษาในภาวะเศร้าโศกจากการสูญเสีย และพลดั พราก
- ชว่ ยเพ่มิ คณุ ภาพชีวติ และผลลพั ธด์ า้ นบวกอน่ื ๆ ตลอดชว่ งเวลาของการป่วยไข้
- สามารถน�ำมาปรบั ใช้ตัง้ แตร่ ะยะเริ่มแรกของการป่วยไขร้ ว่ มกบั การบ�ำบัดชนิดอืน่ ๆ ทมี่ คี วาม
มุ่งหมายในการคงชีวิตให้อยู่ยาวนาน อาทิเช่น เคมีบ�ำบัด หรือรังสีรักษา และรวมถึงการตรวจสอบ
อ่ืน ๆ ทางห้องปฏิบตั ิการทีจ่ ำ� เปน็ เพ่อื ใหไ้ ดถ้ ึงการเข้าใจและการบ�ำบัดต่อภาวะแทรกซอ้ นทางการแพทย์
ท่ีกอ่ ให้เกดิ ความทกุ ข์ได้ดีข้ึน
นอกจากนไ้ี ดม้ กี ารอธบิ ายเพมิ่ เตมิ เพอื่ ชแ้ี จงลกั ษณะทค่ี รอบคลมุ ของการดแู ลแบบประคบั ประคอง
ใหเ้ ข้าใจไดช้ ดั เจนมากข้ึน (Connor & Bermedo. 2014) ดงั นี้
1. การดแู ลแบบประคับประคองมีความจำ� เป็นท้ังในโรคเร้ือรงั และภาวะที่มกี ารคุกคามต่อชีวติ
2. ไมม่ ีขอ้ จ�ำกัดของเวลาหรือการพยากรณโ์ รคในการใหก้ ารดแู ลแบบประคบั ประคอง การให้การ
ดแู ลแบบประคบั ประคองควรใหบ้ นพน้ื ฐานของตามความตอ้ งการ ไมใ่ ชจ่ ากการวนิ จิ ฉยั หรอื การพยากรณโ์ รค
3. การดูแลแบบประคบั ประคองมีความจ�ำเปน็ ในทุกระดบั การดูแล
2.2.5 การประเมนิ การดแู ลผปู้ ว่ ยแบบประคับประคองแบบองคร์ วม
การดแู ลผู้ปว่ ยแบง่ ออกเป็น 4 สว่ นหลกั คอื ร่างกาย จติ ใจ ปญั ญา และสังคม เพอ่ื ใหง้ ่ายใน
การนำ� ไปปฏบิ ตั สิ ำ� นกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาติ (สำ� นกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหง่ ชาต,ิ 2560)
จงึ สรุปเป็นตวั ย่อของประเด็นทางสขุ ภาพทคี่ วรประเมนิ ในผปู้ ่วย Palliative Care และครอบครวั โดยใช้
ค�ำยอ่ ว่า “LIFESS” ซงึ่ มคี วามหมายของอักษรแต่ละตวั ดงั น้ี
L = Living Will หมายความรวมถึง การแสดงเจตนาของผปู้ ว่ ยทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั เปา้ หมายในการ
ดูแลรกั ษา (goal of care) และวิธีการดูแลหากมีอาการทรดุ ลงในสว่ นน้คี รอบคลุมถึงการแสดงเจตนา
ของผปู้ ่วยในประเดน็ ต่าง ๆ ดังตอ่ ไปนี้
- การให้ยาปฏิชีวนะหากมีการติดเช้ือ การให้เลือด การให้สารน้�ำทางหลอด การใส่ท่ออาหาร
การใส่ท่อชว่ ยหายใจ หรอื ป๊มั หวั ใจ เม่ือโรคทรุดลง
- บคุ คลทผี่ ปู้ ว่ ยมอบหมายใหต้ ดั สนิ ใจเรอ่ื งการดแู ลรกั ษาพยาบาลแทนเมอ่ื ผปู้ ว่ ยปว่ ยหนกั จนอาจ
จะไม่สามารถตัดสินใจเองได้ (Power of Attorney หรอื POA)
- สถานทที่ ่ผี ปู้ ่วยต้องการไดร้ ับการรักษาและเสียชีวิต (Place) เชน่ บ้าน หรอื โรงพยาบาล โดย
อาจจะเป็นสถานทีเ่ ดียวกนั หรือคนละทีก่ ็ได้

24 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน - สง่ิ คงั่ ค้างท่ผี ู้ป่วยยงั ไมไ่ ด้ท�ำ (Unfinished Busiess) หรือปรารถนาท่ีจะท�ำ (Wishes) ในช่วง
เวลาทีเ่ หลืออยู่
- ผปู้ ว่ ยอาจใชว้ ธิ เี ขยี นหนงั สอื แสดงเจตนา หรอื แจง้ กบั ครอบครวั หรอื ทมี ผดู้ แู ล เพอื่ สอ่ื สารความ
ต้องการของตนเอง
I = Individual Belief หมายถงึ ความเชื่อของผ้ปู ว่ ยเกย่ี วกับการเจบ็ ปว่ ย ความตาย หรอื การ
เสียชวี ติ ในส่วนนีจ้ ะมีประเด็นทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ไดแ้ ก่ สิ่งทผี่ ปู้ ว่ ยคิดวา่ ส�ำคญั ส�ำหรบั ตัวผูป้ ว่ ยเองมากทส่ี ุดใน
การมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ศาสนาท่ีผู้ป่วยและครอบครัวนับถือ ประสบการณ์ส่วนตัวของการเจ็บป่วย
ความหมายของการเจ็บป่วย การวางแผนช่วยเหลือผู้ป่วยด้านจิตใจ ควรเป็นการดูแลตามความเชื่อ
ส่วนตัวของผู้ป่วยและครอบครัว โดยต้องระวังไม่น�ำเอาความเช่ือของทีมผู้ดูแลไปมีผลต่อวิธีการดูแล
ผ้ปู ่วย ในกรณที ที่ ีมผูด้ ูแลไม่ทราบเกีย่ วกบั ศาสนาหรอื ความเช่อื ของผูป้ ว่ ย ควรถามผปู้ ว่ ยและครอบครัว
โดยตรง หรอื แนะนำ� ใหป้ รกึ ษาผมู้ คี วาม หรอื ผนู้ ำ� ทางศาสนาทสี่ ามารถใหค้ ำ� แนะนำ� แกท่ มี ได้ การซกั ประวตั ิ
ทส่ี ามารถน�ำเขา้ มาใช้ในการประเมนิ ทางความคิดและจติ วิญญาณของผู้ปว่ ย
F = Function หมายถึง ระดับความสามารถในการท�ำกิจวัตรประจ�ำวัน หรือดูแลตนเองของ
ผปู้ ่วย ซ่ึงการประเมินนีอ้ าจจะน�ำเอาแบบประเมินต่าง ๆ เขา้ มาใช้ เช่น Palliative Performance Scale
(PPS) เป็นต้น PPS เป็นเคร่ืองมือที่ใช้ประเมินผู้ป่วยใน 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ ความสามารถในการ
เคล่อื นไหว การปฏบิ ัติกิจกรรม การทำ� กจิ วตั รประจำ� วนั การรับประทานอาหาร และระดับความรู้สึกตวั
E = Emotion and Coping หมายถึง อารมณ์ ความรู้สึกของผู้ป่วยและครอบครัวต่อการ
เจบ็ ปว่ ย รวมทงั้ วธิ ที ผ่ี ปู้ ว่ ยและครอบครวั ใชเ้ ผชญิ กบั ความรสู้ กึ ดงั กลา่ ว ปฏกิ ริ ยิ าทางอารมณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ อาจ
จะมกี ารเปลยี่ นไปมาได้ระหว่างด�ำเนินโรค การสรา้ งสัมพนั ธภาพและการส่อื สารทดี่ ีระหวา่ งทีมผดู้ แู ลกบั
ผู้ปว่ ยและครอบครัว จะทำ� ใหท้ ีมผดู้ แู ลเข้าใจผู้ปว่ ยและสมาชิกแต่ละคนในครอบครวั ในแงม่ มุ ตา่ ง ๆ ได้
ดขี นึ้ เชน่ เขา้ ใจประสบการณแ์ ละความรสู้ กึ ตอ่ ความเจบ็ ปว่ ยทเ่ี กดิ ขน้ึ การยอมรบั ตอ่ ตวั โรค วธิ กี ารรบั มอื
กบั ปญั หา การเปลย่ี นแปลงบทบาทตา่ ง ๆ ในครอบครวั จากผปู้ ว่ ยมอี าการทรดุ ลง และสามารถชว่ ยประเมนิ
ได้ว่า ผู้ป่วยและครอบครัวต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถเผชิญหน้ากับความตาย
ไดอ้ ยา่ งสงบ นอกจากการดแู ลดงั กลา่ วแลว้ ทมี ผดู้ แู ลควรใหค้ วามสำ� คญั ตอ่ การประเมนิ ภาวะความเศรา้ โศก
หลังจากท่ผี ู้ปว่ ยเสียชีวติ เพื่อชว่ ยดูแลเรือ่ งการปรบั ตวั ของสมาชกิ ครอบครัวท่เี หลืออยู่
S = Symptoms หมายถงึ ความไมส่ ขุ สบายทางรา่ งกายและอาการตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดแ้ ก่ อาการ
ปวด (Pain) เบ่ืออาหาร (Anorexia) ผอมแห้ง (Cachexia) หยุดหายใจหรอื หายใจลำ� บาก (Breathless-
ness/Dyspnea) คลนื่ ไสอ้ าเจยี น (Nausea and Vomiting) ออ่ นแรงหรอื เหนอื่ ยลา้ (Weakness/Fatigue)

ปากแหง้ (Dry Mouth) ถา่ ยเหลวหรอื ทอ้ งผูก (Diarrhea/Constipation) และปญั หาของผิวหนงั เช่น 25 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน
เปน็ แผล (UIcers) ผนื่ คนั (Pruritus) การประเมนิ อาจจะใชว้ ธิ กี ารซกั ถามประวตั ิ รว่ มกบั การตรวจรา่ งกาย
อยา่ งละเอียด หรอื ใชแ้ บบประเมนิ อาการ เช่น Edmonton Symptom Assessment System (ESAS)
มที ้ังหมด 9 อาการ ประกอบไปดว้ ย อาการปวด (Pain) อาการเหน่ือย/อ่อนพลยี (Tiredness อาการ
คลนื่ ไส้ (Nausea) อาการซมึ เศรา้ (Depression) อาการวติ กกงั วล (Anxiety อาการงว่ งซมึ (Drowsiness)
อาการเบื่ออาหาร (Loss of Appetite) ความสบายดที ง้ั กายและใจ (Wellbeing) และอาการหอบเหนอื่ ย
(Shortness of Breath) ระดบั การวดั แต่ละอาการจะถกู แบง่ เป็นหมายเลข 0-10 โดยเลข 0 หมายถึง
ไมม่ ีอาการและเลข 10 หมายถึง มอี าการมากท่ีสดุ
S = Social and Support หมายถึง ปัญหาสุขภาพทางด้านสังคมของผู้ป่วยและครอบครัว
ตลอดจนท่พี งึ่ ของผู้ป่วยและครอบครวั ในเวลาที่มกี ารเจ็บปว่ ย ในการดูแลผู้ป่วยที่ต้องการการดแู ลรักษา
แบบประคับประครองทางครอบครัว อาจมีปัญหาเรื่องการเดินทางมารับยา หรือติดตามการรักษาท่ี
โรงพยาบาล รวมทั้งปญั หาคา่ ใช้จ่ายในการดูแลและรักษาพยาบาลทเ่ี พิ่มขึน้ สมาชิกในครอบครัวบางคน
อาจจำ� เป็นต้องหยุดงาน เพื่อใช้เวลาในการดแู ล
ผู้ป่วยท่ีบ้าน ปัจจัยเหล่าน้ี ย่อมส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในครอบครัวของผู้ป่วย
ดังน้ันทีมผู้ดูแลควรให้ความส�ำคัญในการประเมินปัญหาด้านสังคมและอาจจะปรึกษานักสังคม
สงเคราะห์ ซึ่งเป็นสมาชิกในทีมเข้าไปประเมินและหาทางช่วยเหลือในประเด็นที่ผู้ป่วยและครอบครัว
ตอ้ งการอยา่ งเหมาะสม ตลอดจนการชว่ ยนำ� ทรพั ยากรหรอื องคก์ รในชมุ ชนเขา้ มารว่ มชว่ ยเหลอื ครอบครวั
ในการดูแลผู้ปว่ ย
ค�ำวา่ “LIFESS” นอกจากหมายถึงการดูแลชวี ิตของผูป้ ่วยไปจนถงึ ช่วงวาระสดุ ทา้ ยของชวี ติ แลว้
ยงั ครอบคลมุ ถงึ การดแู ลชวี ติ อกี หลายชวี ติ ทเ่ี ขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการดแู ลผปู้ ว่ ยดว้ ย ไมว่ า่ จะเปน็ ครอบครวั
ผู้ดแู ลหลกั และยงั ครอบคลมุ ถงึ ทีมทีเ่ ขา้ มาชว่ ยกันดูแลผู้ป่วย
2.2.6 แนวคดิ การดูแลแบบประคับประคองแบบบูรณาการ (Integrative Palliative Care)
(กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก, 2562)
การดแู ลผปู้ ว่ ยแบบประคบั ประคองเปน็ การดแู ลทม่ี คี วามซบั ซอ้ นในการตอบสนองทง้ั ดา้ นรา่ งกาย
และจิตใจเพอ่ื บรรเทาอาการเจบ็ ปว่ ย ความทุกขท์ รมาน และความไม่สขุ สบายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกบั ผ้ปู ว่ ย
และครอบครวั เปน็ การดแู ลแบบองคร์ วมเพอื่ ชว่ ยใหผ้ ปู้ ว่ ยและครอบครวั สามารถเผชญิ กบั ความเจบ็ ปว่ ย
และใชช้ วี ติ ไดอ้ ยา่ งมคี ณุ คา่ และมคี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ จี วบจนถงึ วาระสดุ ทา้ ยของชวี ติ และสง่ิ ทส่ี ำ� คญั สดุ คอื
จรยิ ธรรมทางการแพทย์ โดยเฉพาะการใหผ้ ปู้ ว่ ยไดต้ ดั สนิ ใจทจี่ ะรบั หรอื ไมร่ บั การบำ� บดั รกั ษาเพอื่ ลดความ
ทกุ ขท์ รมาน ซงึ่ เปน็ การดแู ลทต่ี อ้ งอาศยั การบรู ณาการองคค์ วามรแู้ ละความรว่ มมอื ของทมี สหสาขาวชิ าชพี
ทกุ ฝา่ ยทเ่ี กีย่ วขอ้ ง

26 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน แนวคิดการแลผู้ป่วยแบบประคับประคองแบบบูรณาการโดยผสมผสานและองค์ความรู้ทางการ
แพทยแ์ ผนไทย การแพทยแ์ ผนปจั จุบันและการแพทยท์ างเลอื ก เน้นด้านจิตใจเป็นหลกั ดงั ค�ำกลา่ วที่ว่า
“จติ เปน็ นาย กายเป็นบ่าว” เมือ่ กายปว่ ยแล้วใจปว่ ยตาม ย่งิ ทำ� ให้อาการปว่ ยแยล่ งเรือ่ ย ๆ สง่ิ ส�ำคัญคือ
การช่วยเหลือให้ผู้ป่วยคลายทุกข์ คลายความกลัว ความกังวล มีความเข้าใจและยอมรับการเจ็บป่วย
รวมถึงความความเข้าใจของญาติด้วยโดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเป็นมะเร็ง ในระยะแรกจะมีอาการต่อต้าน
ปฏิเสธการยอมรับเมื่อทราบวา่ เปน็ โรคมะเร็ง เกดิ ความกลัวตอ่ โรคภยั ความกังวล ความห่วงครอบครวั
เรม่ิ มสี ารพดั ค�ำถาม มีความนอ้ ยใจ สับสน มีอาการเครียด ซมึ เศร้า ซง่ึ เปน็ โจทย์ของผู้ดูแลวา่ ท�ำอย่างไร
ท่ีจะให้ผู้ป่วยยอมรับต่ออาการเจ็บป่วยและสามารถด�ำรงชีวิตอยู่อย่างเข้าใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดี
มสี ตสิ มั ปชญั ญะ ปลอ่ ยวางไดแ้ มอ้ าการเจบ็ ปวดและความรสู้ กึ กระวนกระวายจนถงึ วาระสดุ ทา้ ยของชวี ติ
และจากไปอยา่ งสงบหรอื “ตายด”ี น่นั เอง
2.2.7 เปา้ หมายของการดแู ลแบบประคบั ประคองแบบบรู ณาการ (กรมการแพทยแ์ ผนไทยและ
การแพทยท์ างเลอื ก, 2562)
การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองแบบบูรณาการ มีเป้าหมายท่ีไม่ได้จะกระท�ำเพียงเพื่อบ�ำบัด
ความเจ็บป่วย ให้หายเพียงอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นท่ีคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยรวม ควบคู่ไปกับการ
สรา้ งสรรคส์ งั คมและสงิ่ แวดลอ้ มทอ่ี บอนุ่ เกอื้ กลู ตอ่ การสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพกาย จติ ใจ และจติ วญิ ญาณของ
ผู้ป่วย ครอบครัว ญาติและผู้ดูแลให้เข็มแข็ง อย่างสอดคล้องและอยู่ในดุลยภาพท่ีเหมาะสมอย่างเป็น
ระบบ โดยค�ำนึงถึงศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วย เพ่ือน�ำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นสุข
ทงั้ ผใู้ หแ้ ละผรู้ บั ซง่ึ การดแู ลแบบประคบั ประคองทดี่ ี ควรเรมิ่ ตง้ั แตผ่ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การวนิ จิ ฉยั โรคควบคไู่ ปกบั
การบำ� บดั รักษาอื่น ๆ เพือ่ ชว่ ยให้ผู้ปว่ ยมีคุณภาพชวี ิตท่ีดีจนถึงระยะสุดท้ายของชีวติ
ผู้ดูแลจึงจ�ำเป็นต้องมีทักษะในการดูแล การสื่อสาร การเข้าถึงและเข้าใจผู้ป่วย ท�ำให้ผู้ป่วย
เปดิ ใจยอมรับและไว้วางใจ ผู้ดูแลจะสามารถส่ือสารกับผปู้ ่วยได้ทกุ ๆ เรือ่ งทค่ี า้ งคาใจ ความกลวั ความ
กงั วล ความห่วงทมี่ ีอยใู่ นใจผ้ปู ว่ ย เพอ่ื ปลดเปลอ้ื งสง่ิ ต่าง ๆ ที่กอ่ ให้เกดิ ความทุกขใ์ นจติ ใจผปู้ ว่ ย ซึง่ ตอ้ ง
อาศัยเวลาและความแตกต่างกันในการดูแลผู้ป่วยแต่ละราย ในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยมีการยอมรับ และ
ปรับตัวตามค�ำแนะน�ำของผู้ดูแลแล้ว อาจเกิดการปฏิเสธต่อค�ำแนะน�ำเป็นระยะ ๆ สาเหตุอาจเกิดการ
ลุกลามของโรคหรอื มอี าการมากขึน้ จนเกิดความทรมานมากขนึ้ ผ้ปู ว่ ยจะเรม่ิ ตอ่ ตา้ นค�ำแนะน�ำได้ ผดู้ ูแล
ต้องหม่ันพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย เพื่อลดความกลัว ความกังวลต่ออาการ
เจ็บป่วย โดยน้อมน�ำเอาหลักพุทธธรรมมาประยุกต์ใช้เป็นธรรมโอสถในการบ�ำบัดรักษาเยียวยาท้ังด้าน
รา่ งกาย จิตใจ และจิตวญิ ญาณ พรอ้ มท่ีจะเผชญิ หน้าและแกป้ ัญหาต่าง ๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ ได้อย่างมสี ตปิ ัญญา
ในการดำ� รงชวี ติ ยอมรบั ความจรงิ ของชวี ติ ยอมรบั สภาวะธรรมทเี่ ปน็ ความจรงิ ในกฎไตรลกั ษณ์ การเกดิ ขนึ้
ต้ังอยู่ ดบั ไปซึ่งเปน็ กฎธรรมชาติ

2.3 แนวคดิ และทฤษฎกี ารดูแลสุขภาพดว้ ยธรรมานามยั 27 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

ธรรมานามยั คอื อกี หนง่ึ ทางเลอื กของการดแู ลสขุ ภาพ เปน็ การนำ� หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
มาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ท้ังกาย จิต สังคม และสิ่งแวดล้อมหลักธรรมานามัย
ประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ กายานามยั จิตตานามยั และชวี ิตานามยั โดยอาศยั วิถีชีวิตแบบดงั้ เดมิ
ของสังคมไทย เป็นวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ การดูแลสุขภาพและการรักษา
อาการเจ็บป่วยตง้ั แตเ่ กิด สาเหตกุ ารเกิดโรค การดแู ลสขุ ภาพโดยรวม การบ�ำบดั รกั ษาโรคตา่ ง ๆ การ
รบั รวู้ าระสดุ ทา้ ยของผปู้ ว่ ย จนถงึ สนิ้ สดุ ของชวี ติ ทส่ี อดคลอ้ งกบั การดแู ลผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ยแบบประคบั
ประคองแบบบูรณาการ โดยใช้หลักธรรมานามัย ได้แก่ กายานามัย จิตตานามัย และชีวิตานามัย
ซงึ่ มีรายละเอียดดงั น้ี
2.3.1 กายานามยั เปน็ การสง่ เสรมิ สขุ ภาพทางกาย คอื การปอ้ งกนั กอ่ นปว่ ย เมอ่ื อายเุ กนิ
30 ปขี นึ้ ไป ในทางการแพทยแ์ ผนไทย ถอื วา่ ธาตทุ ง้ั 4 เรม่ิ เสอ่ื ม จำ� เปน็ ตอ้ งดำ� รงชวี ติ ดว้ ยความไมป่ ระมาท
คือ บ�ำรุงชีวิตด้วยอาหาร รับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ รับประทานอาหารเพ่ือสุขภาพ
เช่น ปลา ผักพื้นบ้าน ไม่รับประทานอาหารรสเผ็ด อาหารหมักดอง ลดอาหารหวาน อาหารเค็ม
(ประภา พิทกั ษา, 2555) ใชห้ ลักมัชฌิมาปฏปิ ทาในการกนิ ตามทฤษฎีการแพทย์แผนไทย คอื กนิ ให้หลาก
หลายในรสชาติกนิ ปลาเปน็ หลัก กนิ ผักเปน็ พนื้ กนิ พอดีพออิ่มนอกจากนย้ี งั มกี ารออกกำ� ลังกายแบบไทย
คอื การบรหิ ารแบบไทย ทา่ ฤๅษดี ดั ตน เปรยี บเสมอื นการปรบั ปรงุ รา่ งกายใหส้ มดลุ ในเรอ่ื งของธาตดุ นิ นำ�้
ลม ไฟ และการนวดเพอ่ื การส่งเสริมสุขภาพ (อุทยั วรรณ พงษ์บริบูรณ์. 2557) ซงึ่ กายานามยั จะประกอบ
ไปด้วยยา อาหาร และการออกก�ำลังกายเป็นส�ำคัญเพ่ือให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคได้ดีข้ึน ซึ่งการใช้
ยาสมุนไพรในการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองได้แก่ การให้ยาตามอาการ ตามสภาพร่างกายของ
ผู้ป่วยที่จะรับยาได้ การใช้ยาให้ถูกกับโรคและอาการของผู้ป่วย ซึ่งข้ึนอยู่กับความช�ำนาญของหมอ
เนอื่ งจากอาการของผปู้ ว่ ยกลมุ่ นมี้ คี วามซบั ซอ้ นและละเอยี ดออ่ น แพทยจ์ งึ ตอ้ งเขา้ ใจระบบยาและสภาวะ
จิตใจของผู้ป่วยด้วย ด้านอาหารแพทย์แผนไทยยังให้ความส�ำคัญมากซ่ึงอาหารมีผลต่ออาการของโรค
ในชว่ งรกั ษาจะให้งดอาหารบางชนิดเรียกวา่ อาหารแสลง เช่นเนอื้ ผักบางชนดิ อาหารหมักดอง หน่อไม้
เปน็ ตน้ สว่ นการออกกำ� ลงั กายนนั้ ใหผ้ ปู้ ว่ ยออกกำ� ลงั กายตามสภาพรา่ งกายทจ่ี ะทำ� ได้ เชน่ การยดื เหยยี ด
กลา้ มเนอื้ การทำ� ฤาษีดัดตน เพอื่ ใหผ้ ู้ปว่ ยสามารถเคลอ่ื นไหวได้ดีขนึ้ (กรมการแพทย์แผนไทยและการ
แพทย์ทางเลือก, 2562)
2.3.2 จิตตานามัย เป็นการท�ำสมาธิสวดมนต์และภาวนาเพื่อการรักษาโรค เป็นวิถีชีวิต
และความเชอื่ ความศรทั ธาตอ่ พระพทุ ธศาสนาของชาวไทยทนี่ ยิ มปฏบิ ตั สิ บื ตอ่ กนั มา จดั วา่ เปน็ ภมู ปิ ญั ญา
ทางการแพทยแ์ ผนไทยทช่ี ่วยสรา้ งเสริมสขุ ภาพไดเ้ ป็นอย่างดี โดยเฉพาะสขุ ภาพทางใจ เพราะการท�ำให้

28 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน จิตใจร่าเริง ไม่เครียด รู้จักระงับอารมณ์ ไม่โกรธหรือเสียใจมากเกินไป ฝึกสมาธิ สวดมนต์ภาวนา
คาถาชินบัญชร การเดินจงกรม การสงบจิตใจ วันละ 15 นาที แนะนําให้เดินบนพ้ืนกรวดกลมเพื่อ
นวดเทา้ ทกุ วนั (ประภา พทิ กั ษา, 2555) การท�ำสมาธิ สวดมนตแ์ ละภาวนาช่วยให้จติ ใจท่สี ับสนและวา้ วุ่น
เกิดความสงบ มีความสุข ผ่อนคลายความเครียด มีสมาธิและเกิดปัญญา ในปัจจุบันมีการวิจัยทาง
การแพทย์พบวา่ การสวดมนต์ภาวนาและการท�ำ สมาธชิ ่วยใหห้ วั ใจท�ำงานหนกั นอ้ ยลง สง่ ผลดตี อ่ ปอด
ระบบการหายใจ นอกจากนี้ การนั่งสมาธินาน ๆ จะคลายความวติ กกงั วล ร่างกายได้รบั การพักผ่อนอยา่ ง
แทจ้ รงิ (อทุ ยั วรรณ พงษบ์ รบิ รู ณ,์ 2557) ในทางการแพทยแ์ ผนไทยมงุ่ หวงั ใหผ้ ปู้ ว่ ยมกี ำ� ลงั ใจทจี่ ะตอ่ สกู้ บั
อาการป่วย การสร้างบรรยากาศท่ีดีเอื้อให้ใจสงบให้ผู้ป่วยได้อยู่กับคนรักคนใกล้ชิด ญาติมิตรเพ่ือสร้าง
บรรยากาศทด่ี ตี อ่ กำ� ลงั ใจผปู้ ว่ ย นอกจากนช้ี น้ี ำ� ใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ ำ� ลกึ ถงึ คณุ งามความดคี วามภาคภมู ใิ จทต่ี นได้
กระท�ำเพ่ือให้ผู้ป่วยไดจ้ ากไปอยา่ งสงบ (กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก, 2562)
2.3.3 ชวี ติ านามยั เปน็ การด�ำเนินชีวิตชอบด้วยทางสายกลาง มอี าชพี สุจริต ผู้ท่ีมีอาชีพ
สุจริต ย่อมมีชีวิตท่ีมีความสุข ผู้ท่ีด�ำเนินชีวิตด้วยทุจริตย่อมหวั่นไหวตลอดเวลา จิตไม่สงบ มีความ
กังวลใจ ชีวิตานามัย จึงอยู่ในหลักธรรมะ ซ่ึงทุกชาติทุกศาสนาล้วนแต่สอนให้คนปฏิบัติดี มีศีลธรรม
การรักษาศีล 5 ในการประกอบอาชพี สุจรติ การพกั ผ่อนให้เพยี งพอ ไมอ่ ดน้�ำ ไมอ่ ดอาหาร ไม่อดนอน
อย่ใู นท่อี ากาศถา่ ยเทสะดวก อากาศไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป รักษาสิ่งแวดล้อมใหด้ ี มีตน้ ไม้ ผกั สมนุ ไพร
ไมห้ อม ไมป้ ระดบั รอบรวั้ บา้ น (ประภา พทิ กั ษา, 2555) นอกจากนย้ี งั รวมถงึ การทำ� ชวี ติ ใหอ้ ยใู่ นธรรมชาติ
ที่ชอบ คือ การปรบั ธาตุ 4 ภายนอก สร้างสงิ่ แวดล้อมท่ีดงี าม ดว้ ยการปลกู ตน้ ไม้ ไมผ้ ลหรือพชื ท่ีกนิ ได้
เพอื่ นำ� มาทำ� เปน็ อาหาร ผทู้ มี่ เี วลาวา่ งควรปลกู ตน้ ไมเ้ พอ่ื ชว่ ยกนั สรา้ งอากาศใหก้ บั สงั คมโลก ความชมุ่ ชน่ื
ความร่มเย็นจะกลับคืนมา เราจึงควรด�ำเนินชีวิตอย่างมีสิ่งแวดล้อมท่ีดี ความสะอาดของบ้านเรือน
เครอื่ งแตง่ กายทสี่ ะอาด การขจดั สง่ิ ปฏกิ ลู การดแู ลแมน่ ำ�้ ลำ� ธารการปลกู ตน้ ไมก้ ารปฏบิ ตั ติ วั และมวี ชิ าชพี
ทเี่ หมาะสม คือ การดำ� เนินชวี ิตชอบดว้ ยหลักชวี ิตานามัย (อุทัยวรรณ พงษ์บริบรู ณ,์ 2557) การดำ� เนิน
ชีวติ ทีอ่ ยภู่ ายใตส้ ง่ิ แวดลอ้ มทีด่ ี สถานท่พี ักอาศัยปลอดโปร่ง มตี ้นไม้ บรรยากาศรม่ ร่นื สภาพแวดลอ้ ม
สงบสุขไม่มีมลภาวะทั้งทางเสียงและทางอากาศ ให้ผู้ป่วยได้อยู่กับธรรมชาติและสังคมท่ีดีในช่วงวาระ
สุดทา้ ยของชีวติ (กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลอื ก, 2562)

2.4 วจิ ยั ทีเ่ กย่ี วข้อง

ตารางท่ี 1 เรอื่ ง การสรา้ งหลักธรรมานามัยในการรกั ษาโรคของแพทยแ์ ผนไทย ตำ� บลโพรงมะเดอ่ื อ�ำเภอเมือง จังหวดั นครปฐม

ผแู้ ตง่ วัตถปุ ระสงค์ รูปแบบการ ประชากร กลมุ่ ปจั จยั เครือ่ งมือ ผลการศึกษา
วิจยั ตัวอย่าง แทรก ใน
(คน) แซง การวจิ ยั

ประเสรฐิ 1. เพ่อื ศึกษาวธิ กี ารดูแล การวิจยั ผูเ้ ชี่ยวชาญ 12 ไมม่ ี สัมภาษณ์และ 1. หลกั การดูแลรักษาโรคท่เี กดิ จาก
โมกแกว้ รกั ษาโรคผู้ป่วยตามแนวทาง เชิง ดา้ นพระพุทธ ประชุมกลมุ่ การเจ็บปว่ ย
พระพทุ ธศาสนา คุณภาพ ศาสนาท้งั ย่อย (Focus 2. แนวทางด้วยกัน คือการดูแลรักษา
2. เพอ่ื ศึกษาวธิ ีการดแู ล บรรพชิต Group) ด้วยยาสมุนไพรและการดูแลรกั ษา
รักษาโรคผูป้ ว่ ยตามหลักการ และคฤหัสถ์ ด้วยธรรมโอสถ
รกั ษาโรคของการแพทย์ ผเู้ ชี่ยวชาญ 3. ประยุกต์หลกั ธรรมาช่วยรักษา
แผนไทย ดา้ นการแพทย์ อาการของโรคของแพทยแ์ ผนไทย
3. เพื่อสรา้ งหลกั แผนไทย โดยเสริมรักษาทางดา้ นจิตใจ
ธรรมานามัยในการรักษาโรค ร่วมกับผู้ป่วย
ของแพทย์แผนไทย และญาติ
มาประยุกต์ใชป้ ระกอบการ ผูป้ ่วย
ชว่ ยรกั ษาโรคของผ้ปู ่วย
กับสังคมปัจจุบัน

29 แนวทางเวชปฏบิ ัตแิ ละต้นทนุ ในการดูแลรกั ษาผูป้ ว่ ยมะเรง็ ด้วยการแพทยผ์ สมผสาน

30 แนวทางเวชปฏิบัติและตน้ ทนุ ในการดูแลรักษาผ้ปู ว่ ยมะเร็งด้วยการแพทยผ์ สมผสาน

ตารางที่ 2 เร่อื ง ประสทิ ธิภาพของหลักธรรมานามัยตอ่ การปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรมสุขภาพในกลุ่มขา้ ราชการจังหวัดเชยี งราย

ผู้แตง่ วตั ถุประสงค์ รูปแบบ ประชากร กลุม่ ปจั จยั เครอ่ื งมอื ผลการศึกษา
การวิจยั ตัวอยา่ ง แทรก ใน
(คน) แซง การวิจัย

มยรุ ี เพื่อศึกษาประสทิ ธภิ าพของ ภาคตัด ขา้ ราชการ 258 อบรม แบบสอบถาม ออกกำ� ลงั กายเพมิ่ ข้ึน 0.005
วรรณไกรโรจน์ หลกั ธรรมานามยั ต่อการ ขวาง สังกัดกระทรวง หลกั สูตร วิง่ (0.000), เดิน(0.000),
ปรับเปล่ียนพฤติกรรม สาธารณสุข หลัก และฤาษดี ดั ตน (0.000)
สขุ ภาพในกลมุ่ ขา้ ราชการ ท่ีปฏบิ ัติงานใน ธรรมานา กลน้ั ปัสสาวะน้อยลง (0.0025),
สังกดั กระทรวงสาธารณสขุ จงั หวดั เชยี งราย มัยระยะ และท�ำสมาธิเพมิ่ ข้นึ (0.000)
และขา้ ราชการบำ� นาญ และกลุ่ม เวลา 3 วนั
จังหวดั เชียงราย ข้าราชการ
บำ� นาญ

ตารางท่ี 3 เรือ่ ง ผลการปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรมสขุ ภาพตามแนวธรรมานามัยตอ่ พฤตกิ รรมการดูแลสุขภาพตนเอง คณุ ภาพชีวติ และระดบั
ความดันโลหติ ของผปู้ ว่ ยโรคความดันโลหิตสงู ในตำ� บลมว่ งเตี้ย อำ� เภอแม่ลาน จังหวดั ปัตตานี

ผ้แู ต่ง วตั ถุประสงค์ รปู แบบ ประชากร กลมุ่ ปจั จัย เครอ่ื งมอื ผลการศึกษา
การวจิ ัย ตวั อยา่ ง แทรก ใน
(คน) แซง
การวจิ ยั

กรรณิกา เพื่อประเมินผล รูปแบบ ผู้ป่วยไดร้ ับการ 35 โปรแกรม 1. แบบ 1. คะแนนเฉล่ียพฤตกิ รรมการดูแลสุขภาพ
เรอื งเดช ของโปรแกรม การวจิ ยั วนิ จิ ฉยั จาก ปรับเปล่ยี น สัมภาษณ์ ตนเองในเรื่องรบั ประทานอาหาร การควบคมุ
ชาวสวน ปรบั เปล่ยี น กึง่ ทดลอง แพทยว์ ่าเปน็ พฤติกรรม พฤติกรรมดแู ล การด่ืมชา กาแฟ การสูบบหุ รแ่ี ละการดื่ม
ศรเี จรญิ พฤติกรรม (Quasi โรคความดนั สขุ ภาพท่ี สุขภาพตนเองท่ี เครอ่ื งดื่มแอลกอฮอล์ และพฤติกรรม
สขุ ภาพตามแนว - Experi- โลหติ สงู ทมี่ ี พัฒนาขนึ้ ผวู้ จิ ยั พฒั นาข้ึน การออกก�ำลงั กายของผปู้ ่วย หลงั เขา้ รว่ ม
ธรรมานามัย mental ระดับความดนั ตามแนวคดิ 2. แบบสัมภาษณ์ โปรแกรมสูงกว่าอย่างมีนัยสำ� คญั ทางสถิตทิ ่ี
ต่อพฤติกรรม Research) โลหติ สงู กวา่ ธรรมานามัย คุณภาพชีวติ ใช้ ระดบั .05
การดูแลสุขภาพ แบบหนึง่ 140/90mmHg เปน็ เวลา แบบวดั คุณภาพ 2. คะแนนเฉลย่ี คุณภาพชีวิตดา้ นสขุ ภาพกาย
ตนเอง คณุ ภาพ กลมุ่ และ 12 สปั ดาห์ ๆ ชีวิตขององคก์ าร ดา้ นจติ ใจ ดา้ นสมั พันธภาพทางสงั คม ด้าน
ชีวติ และระดบั วัดซ�้ำ ละ 2 ช่ัวโมง อนามัยโลก สิง่ แวดล้อม และคุณภาพชีวิตภาพรวมไม่มี
ความดันโลหิต (One ประกอบด้วย ชุดย่อฉบับภาษา ความแตกตา่ งกันทางสถิติ
ของผปู้ ่วย Group การพฒั นา ไทย 3. ระดบั ความดันโลหิตของผ้ปู ว่ ยระหว่าง
โรคความดัน Repeated ดา้ นร่างกาย ก่อนเข้าร่วมโปรแกรม หลังเข้าร่วมโปรแกรม
โลหติ สูง Measure จติ ใจ และ 1 เดอื น 2 เดือน 3 เดอื น และ 4 เดือน
Design) สงั คม (ระยะติดตาม) มคี วามแตกตา่ งกนั ระดบั .05

31 แนวทางเวชปฏบิ ตั แิ ละตน้ ทนุ ในการดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยการแพทยผ์ สมผสาน

32 แนวทางเวชปฏบิ ตั ิและต้นทุนในการดแู ลรกั ษาผู้ปว่ ยมะเรง็ ดว้ ยการแพทยผ์ สมผสาน

ตารางท่ี 4 เรอื่ ง ผลของโปรแกรมการดูแลระยะทา้ ยตอ่ ผลลพั ธ์การดูแลแบบประคับประคองและการรบั รูร้ ะยะทา้ ยของชีวิตท่ีสงบในผูป้ ว่ ย
มะเรง็ ระยะทา้ ย

ผแู้ ตง่ วตั ถุ รูปแบบ ประชากร กลุม่ ปัจจยั เครอื่ งมือ ผลการศกึ ษา
ประสงค์ การวิจยั ตัวอย่าง แทรก ใน
(คน) แซง
การวจิ ัย

พัชรรี ตั น์ เพื่อศึกษาผล วจิ ยั ก่ึง ผูป้ ว่ ยมะเร็ง ผู้ปว่ ย กจิ กรรมเพือ่ ดูแลผปู้ ว่ ย 1.แบบประเมิน ผลลัพธก์ ารดูแลแบบประคับ
อันสแี กว้ ของโปรแกรม ทดลอง ระยะท้าย 32 ราย ระยะท้ายใน 5 ด้าน ระดับ ประคองตามการรับรูข้ องผปู้ ว่ ย
การดแู ล (Quasi และผดู้ แู ล และ ประกอบด้วย ดา้ นการ ผู้ปว่ ยทไ่ี ด้รบั และตามการรับร้ขู องญาติผูด้ ูแล
ระยะท้ายตอ่ experi- ท่มี ารับการ ผดู้ แู ล ไมอ่ ยู่ในความเจ็บปวด การดแู ลแบบ ลดลงกวา่ ก่อนการทดลองอยา่ ง
ผลลัพธ์ mental รักษาใน หลัก ดา้ นการมีประสบการณ์ ประคบั มนี ยั ส�ำคัญทางสถติ ิ (t = -5.90,
การดแู ลแบบ research) โรงพยาบาล ของ ของความสุขสบาย ประคอง p < .001; t = -7.72, p < .001)
ประคับ แบบกล่มุ ธรรมศาสตร์ ผู้ป่วย ด้านการมปี ระสบการณ์ (Palliative คะแนนเฉลี่ยระยะท้ายของชวี ิตท่ี
ประคอง เดียววัด เฉลิมพระเกยี รติ 32 ราย ของความมีศักดิศ์ รี performance สงบตามการรบั ร้ขู องผู้ปว่ ย และ
และการรบั รู้ ก่อนและ ด้านการอยู่ในความสงบ scale: PPS) ตามการรบั รขู้ องญาติผู้ดแู ลสูง
ระยะท้ายของ หลังการ และ ด้านการมคี วาม 2.เครอ่ื งมอื ท่ี กวา่ กอ่ นการทดลองอย่าง
ชวี ิตทส่ี งบใน ทดลอง ใกล้ชดิ กบั ญาตมิ ติ รและ ใชใ้ นรวบรวม มีนัยส�ำคญั ทางสถติ ิ (t = 7.90,
ผู้ป่วยมะเรง็ บุคคลท่ีรกั และผกู พัน ข้อมูล และ p < .001; t = 8.79, p < .001)
ระยะท้าย จำ� นวน 7 ครั้ง คร้งั ละ เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้
1 ช่วั โมง ในการทดลอง

ตารางที่ 5 เรอื่ ง การดแู ลผู้ปว่ ยแบบประคับประคองดว้ ยหลักพทุ ธจรยิ ศาสตร์

ผู้แตง่ วัตถุประสงค์ รูปแบบ ประชากร กลุ่ม ปจั จัย เคร่อื งมือ ผลการศึกษา
การวจิ ยั ตัวอยา่ ง แทรก ใน
(คน) แซง
การวิจยั

สุณี เวชประสทิ ธ์ิ 1. เพือ่ ศกึ ษาการดแู ล วิจยั เชงิ กลมุ่ ผใู้ ห้ 33 ไมม่ ี แบบ 1. กระบวนการพัฒนาการมีสว่ นร่วมของ
ผปู้ ว่ ยแบบประคับ คณุ ภาพ บริการ สัมภาษณ์ วชิ าชีพแพทย์แผนไทยและสหวชิ าชพี แผน
ประคอง แบบ กลมุ่ ผ้ปู ว่ ย ปจั จุบนั ในการดแู ลรักษาผ้ปู ว่ ยประกอบด้วย
2. เพื่อศึกษาหลกั สมั ภาษณ์ และผดู้ แู ล 1.1 การสรา้ งทมี แกนนำ�
พทุ ธจรยิ ศาสตร์ เชิงลึก ผปู้ ว่ ย 1.2 กระบวนการค้นหาปัญหาและความ
3. เพอ่ื บูรณาการ (In-depth มะเร็งตับ ตอ้ งการ
การดแู ลผปู้ ่วยแบบ interview) ระยะ 1.3 การออกแบบกจิ กรรม
ประคบั ประคองด้วย สดุ ท้าย 1.4 การพัฒนาขอ้ ตกลงรว่ มกนั ในการดูแล
หลักพุทธจรยิ ศาสตร์ ผปู้ ่วย
4. เพอื่ น�ำเสนอองค์ 2 ผลลัพธ์ท่ีเกดิ จากกระบวนการพฒั นา
ความรใู้ หมเ่ ร่ืองการ 2.1 เกดิ การรวมกลุม่ ของวชิ าชีพแพทย์
ดแู ลผู้ป่วยแบบ แผนไทยและสหวชิ าชพี แผนปจั จุบัน
ประคับประคองด้วย 2.2 มกี ารเปลีย่ นแปลงเชิงรบั เป็นเชงิ รกุ
หลกั พุทธจริยศาสตร์ 2.3 เกดิ การจัดกิจกรรมการดูแลผปู้ ว่ ยผ่าน
การด�ำเนนิ โครงการ

33 แนวทางเวชปฏบิ ตั แิ ละตน้ ทุนในการดแู ลรกั ษาผู้ป่วยมะเรง็ ดว้ ยการแพทยผ์ สมผสาน

34 แนวทางเวชปฏิบตั ิและตน้ ทนุ ในการดูแลรกั ษาผู้ปว่ ยมะเรง็ ด้วยการแพทยผ์ สมผสาน

ตารางท่ี 6 เรื่อง คณุ ภาพชวี ิตผ้ปู ่วยเบาหวานทีไ่ ดร้ บั การสง่ เสรมิ สขุ ภาพด้วยแพทย์แผนไทยชดุ หลักธรรมานามัย

ผ้แู ตง่ วัตถุ รปู แบบ ประชากร กลุ่ม ปัจจยั เครือ่ งมอื ผลการศึกษา
ประสงค์ การวิจัย ตวั อย่าง แทรก ในการวจิ ัย
(คน) แซง

ประภา เพือ่ วิจยั ก่งึ ในผู้ปว่ ย กลมุ่ โปรแกรม แบบสอบถามขอ้ มูลสว่ นบคุ คล คณุ ภาพชีวิตของผู้ป่วยเบาหวาน
พทิ กั ษา ศึกษา ทดลอง เบาหวาน ทดลอง การส่งเสรมิ และประเมนิ คณุ ภาพชวี ติ โดยใช้ ทีถ่ ูกสง่ ต่อสูช่ ุมชนมีคณุ ภาพชีวติ อยูใ่ น
ทไี่ ดร้ บั การ 385 คน สุขภาพดว้ ย แบบวดั คณุ ภาพชีวิตชดุ ย่อของ ระดบั ปานกลาง ท้งั ก่อนและหลงั ไดร้ ับ
คุณภาพ (Quasi สง่ ต่อสู่ กลุ่ม การแพทย์ องค์การอนามยั โลก WHO การส่งเสริมสุขภาพดว้ ยการแพทย์
ชีวิตของ Experi- ชุมชน ควบคุม แผนไทย QOL-BREF (WHO, 2004) แผนไทย และพบวา่ ภายหลงั ไดร้ ับการ
ผปู้ ว่ ย mental (FBS 291 คน ชดุ หลัก ประเมนิ การรบั รู้คุณภาพชีวิต สง่ เสริมสุขภาพดว้ ยการแพทยแ์ ผนไทย
เบาหวาน Re- <=140/90 ธรรมานามยั ทั้ง 4 ด้าน ไดแ้ ก่ ด้านร่างกาย กลมุ่ ทดลองมคี ุณภาพชวี ติ โดยรวม
ทไี่ ด้รับ search) mmHg 2 ครั้ง ดา้ นจิตใจ ด้านสมั พนั ธภาพ คุณภาพชวี ติ ดา้ นจิตใจ คุณภาพชวี ิต
การสง่ และไม่มโี รค ห่างกัน ทางสงั คมและดา้ นสภาพแวดลอ้ ม ดา้ นสมั พนั ธภาพทางสงั คมและด้าน
ต่อสู่ แทรกซ้อน) 2 เดือน
ชุมชน จ�ำนวน สง่ิ แวดลอ้ ม ดกี ว่ากอ่ นการทดลอง
676 คน และดกี ว่ากล่มุ ควบคมุ อยา่ งมีนัยส�ำคัญ
ทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ 0.05

ตารางท่ี 7 เรื่อง ประสบการณ์ของผ้ปู ว่ ยมะเร็งต่อการใช้ยาสมนุ ไพรและการรักษาแบบองคร์ วม ณ อโรคยศาล วดั คำ� ประมง จงั หวดั สกลนคร

ผแู้ ต่ง วตั ถุ รูปแบบ จ�ำนวน กลมุ่ ปัจจยั เคร่ืองมือ ผลการศึกษา
ประสงค์ การวิจยั ตวั อย่าง ตวั อยา่ ง แทรก ในการวจิ ัย
(คน) แซง

เบญจวรรณ เพื่อ แบบสัมภาษณ์ ผปู้ ่วยมะเรง็ 32 ไม่มี แบบสัมภาษณ์ 1. ผลทีเ่ กดิ ต่อสุขภาพหลังการใช้ยาสมุนไพร พบ
พนู ธนา- ศกึ ษาประสบการณ์ แบบก่งึ โครง ทีเ่ ขา้ รับการ แบบก่งึ วา่ 27 คน ระบวุ ่าสมนุ ไพรสามารถบรรเทาอาการ
นิวฒั นก์ ุล ของผปู้ ่วยมะเรง็ ตอ่ สร้าง (semi- รกั ษา ณ โครงสรา้ ง ของโรคมะเร็งได้และ 22 คน ไดร้ บั ผลข้างเคยี ง
การใชย้ าสมุนไพร structured อโรคยาศาล (semi-struc- จากสมุนไพรแต่เม่ือรับประทานไปเรือ่ ย ๆ อาการ
และการรกั ษาแบบ interview) วดั คำ� ประมง tured inter- ก็หายไป
องคร์ วมของ view) 2. ทกุ คนมีทศั นคตทิ ี่ดตี อ่ ยาสมนุ ไพร เชื่อมัน่ ในยา
อโรคยศาล สมนุ ไพร และเชอ่ื ว่าการรักษาแบบองค์รวม
วัดคำ� ประมง สามารถควบคมุ อาการของโรคมะเรง็ ได้
3. ผูป้ ว่ ย 24 คนเปลย่ี นมุมมองและยอมรบั ทีจ่ ะ
อย่กู บั อาการของโรคมะเร็ง

35 แนวทางเวชปฏิบัตแิ ละต้นทุนในการดูแลรักษาผปู้ ่วยมะเร็งดว้ ยการแพทยผ์ สมผสาน

36 แนวทางเวชปฏิบัติและต้นทนุ ในการดูแลรักษาผู้ปว่ ยมะเร็งด้วยการแพทยผ์ สมผสาน

ตารางท่ี 8 เร่ือง ศกึ ษาวธิ กี ารดูแลผ้ปู ว่ ยตามแนวทางพระพุทธศาสนา กบั ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ในจงั หวัดบึงกาฬ

ผแู้ ต่ง วตั ถุ รปู แบบ จ�ำนวน กลุ่ม ปจั จัย เคร่ืองมือ ผลการศึกษา
ประสงค์ การวิจยั ตัวอยา่ ง ตวั อย่าง แทรก ใน
(คน) แซง การวจิ ัย

พระภทิ ักษ์ 1. เพอ่ื ศกึ ษาวธิ กี ารดแู ลผปู้ ว่ ย วิจยั เชงิ พระสงฆ์ 30 ไมม่ ี แบบสมั ภาษณ์ 1. ในทางพทุ ธศาสนามีหลักการในการ
วชริ วํโส ตามแนวทางพระพทุ ธศาสนา คุณภาพ และ แบบปลายเปิด ดแู ลรกั ษาโรค 2 แนวทางคอื กาดูแล
ประชาชน เพอื่ จะไดค้ วาม รกั ษาด้วยสมุนไพรและการดูแลรักษา
2. เพอ่ื ศกึ ษาวธิ กี ารดแู ลผปู้ ว่ ย ทเ่ี ขา้ รบั คดิ เหน็ ข้อเทจ็ โรคทางใจ
ตามหลกั ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ใน บริการ จากประชากร 2. การนำ� หลักธรรมานามยั ในการรกั ษา
จงั หวดั บงึ กาฬ จากการใช้ กลมุ่ ตวั อยา่ งที่ โรคท้ัง กายานามัย จิตตานามยั และ
3. เพอ่ื ศกึ ษาผลการประยกุ ต์ สมุนไพร หลากหลาย ชวี ติ านามัยในการดแู ลรักษาโรค
วธิ กี ารดแู ลผปู้ ว่ ยตามแนวทาง ในการ 3. การนำ� เอาความเช่ือทางพระพุทธ
พระพทุ ธศาสนากบั รกั ษา ศาสนาบูรณการกับสมนุ ไพรในทง้ั ถ่นิ
ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ในจงั หวดั
บงึ กาฬ

ตารางที่ 9 เรอ่ื ง กระบวนการดูแลรักษาผ้ปู ว่ ยมะเรง็ ตบั ระยะท้าย แบบประคับประคองอยา่ งมสี ว่ นร่วมของวชิ าชีพ แพทยแ์ ผนไทยและ
ทมี สหวชิ าชีพแผนปจั จุบนั ใน โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน

ผู้แต่ง วัตถุ รปู แบบ จำ� นวนตัวอย่าง กลมุ่ ปจั จยั เครอ่ื งมือ ผลการศึกษา
ประสงค์ การวจิ ัย ตวั อยา่ ง แทรก ใน
(คน) แซง การวิจัย

ปรีชา เพื่อศกึ ษา วจิ ยั เชิงคุณภาพ ผู้ใหข้ อ้ มลู หลัก จ�ำนวน 33 ไมม่ ี การ กระบวนการพัฒนาการมสี ว่ นรว่ มของวชิ าชีพ
หนูทิม กระบวนการ (Qualitative 20 คน ได้แก่ ผอู้ ำ� นวยการ สมั ภาษณ์ แพทยแ์ ผนไทยและสหวชิ าชพี แผนปัจจุบนั
ดแู ลรกั ษา study design) แพทย์ เภสชั กร พยาบาล เชิงลกึ ประกอบด้วย
ผ้ปู ่วยมะเร็ง ใช้กรอบแนวคดิ วิชาชีพ แพทยแ์ ผนไทย (In- 1. เกิดการรวมกลมุ่ ของวชิ าชพี แพทย์แผนไทย
ตับระยะ การวิจัยเชงิ นักเทคนิคการแพทย์ depth และทีมสหวิชาชพี แผนปัจจุบนั ท�ำให้ การดแู ล
ท้ายแบบ ปฏิบตั ิการ นกั โภชนาการ และ interview) รกั ษาผปู้ ่วยมคี วามเข้มแขง็
ประคับ (Participatory เจา้ หนา้ ทีโ่ รงพยาบาล 2. ระบบบริการมีการเปลยี่ นแปลงจากเชงิ รับ
ประคอง Action ผใู้ หข้ อ้ มลู รอง จำ� นวน เป็นเชิงรุก เนน้ การเพิ่มคณุ ภาพชีวติ ของผปู้ ว่ ย
ดว้ ยการ Research: 13 คน ได้แก่ ผู้ปว่ ย มากกว่าการ รักษาอาการเจ็บปว่ ยหรือโรค
แพทย์แผน PAR) มะเรง็ ตบั ระยะท้าย 3. การออกแบบกิจกรรม
ไทยอยา่ งมี จ�ำนวน 6 คน ผูด้ ูแลหลกั 4. วชิ าชีพแพทยแ์ ผนไทย ทมี สหวิชาชพี แผน
ส่วนร่วม จ�ำนวน 4 คน และ ปจั จุบันและเจ้าหน้าท่ีบคุ ลากรของ โรงพยาบาล
ผมู้ ารบั บริการโรคทว่ั ไป สามารถจดั กจิ กรรมการดแู ลรักษาผูป้ ว่ ยผา่ นการ
จำ� นวน 3 คน ด�ำเนนิ งานในโครงการดูแลรักษาผู้ป่วยมีผลให้
ผปู้ ว่ ย เขา้ ถงึ บรกิ ารดว้ ยการแพทยแ์ ผนไทยเพม่ิ
ขน้ึ และมีคณุ ภาพชีวติ ดขี ้ึน

37 แนวทางเวชปฏบิ ตั แิ ละตน้ ทนุ ในการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยมะเรง็ ดว้ ยการแพทย์ผสมผสาน

38 แนวทางเวชปฏิบัติและต้นทุนในการดูแลรกั ษาผูป้ ่วยมะเรง็ ด้วยการแพทยผ์ สมผสาน

ตารางที่ 10 เร่ือง ประสิทธผิ ลการพอกต�ำรับยาหา้ รากบรรเทาอาการปวดบริเวณตำ� แหนง่ ตบั ใตช้ ายโครงขา้ งขวาตามแนวทางเวชปฏิบัตกิ าร
ดแู ลรกั ษาผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสดุ ท้ายดา้ นการแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยผ์ สมผสาน

ผแู้ ต่ง วัตถุ รปู แบบ จำ� นวนตัวอย่าง กลุ่มตวั อยา่ ง ปัจจยั เครื่องมือ ผลการศึกษา
ประสงค์ การวิจยั (คน) แทรก ใน
แซง การวิจัย

ปรีชา เพอื่ ศึกษาผลของ การวจิ ยั ผ้ปู ว่ ยมะเร็งตับ กล่มุ ควบคุม การพอก 1) มาตรวัด กลุม่ ตวั อย่างมคี วามพึงพอใจตอ่ การพอกต�ำรับ
หนูทิม การพอกตำ� รบั ยา กึง่ ทดลอง ระยะทา้ ยอายุ ไม่ไดร้ บั การ ต�ำรบั ยา ระดบั ความ ยาหา้ รากบรรเทาอาการปวดบริเวณตำ� แหน่งตบั
ห้าราก บรรเทา (Quasi- 18 ปขี ้ึนไป พอกต�ำรบั ห้าราก ปวด/Visual ใต้ชายโครงขา้ งขวาตามแนวทางเวชปฏิบตั ิ
อาการปวด experi- ที่มารับการ ยาห้าราก บรรเทา analog การดแู ลรกั ษาผู้ป่วยมะเร็งตับระยะท้าย
บรเิ วณตำ� แหนง่ mental รักษาในแผนก 30 คน อาการ scale ด้านการแพทย์แผนไทย และผลลัพธ์ในการ
ตับใต้ชายโครง study) ผปู้ ว่ ยใน กลุ่มทดลอง ปวด 2)แบบ บรรเทาปวดโดยรวมและในแต่ละด้านในระดบั
ข้างขวาตาม โรงพยาบาล ไดร้ บั การ บรเิ วณ สอบถาม มาก ค่าเฉลีย่ คะแนนความพงึ พอใจในภาพรวม
แนวทางเวชปฏบิ ตั ิ การแพทย์ พอกตำ� รบั ตำ� แหนง่ ความ เท่ากับ 3.91 (S.D. = 0.04) โดยดา้ นท่ีมคี ะแนน
การดแู ลรักษา แผนไทยและ ยาห้าราก ตับใตช้ าย พงึ พอใจของ สงู สุด คอื คำ� แนะน�ำในการจดั การกบั อาการ
ผู้ปว่ ยมะเร็งตับ การแพทย์ จ�ำนวน โครง ผู้ปวยมะเรง็ ปวดรองลงมาคอื วธิ ีการบรรเทาปวดเทา่ กบั
ระยะท้าย ผสมผสาน 30 คน ข้างขวา ระยะสดุ ทา้ ย ผลลพั ธท์ เ่ี กิดจากการบรรเทาอาการปวดและ
ดา้ นการแพทย์ การประเมินอาการปวดตามล�ำดับ
แผนไทย

ตารางที่ 11 ผลของการนวดกดจดุ สะทอ้ นท่ีฝา่ เทา้ ตอ่ ความรู้สึกปวดและความรสู้ กึ ทุกขท์ รมานจากความปวดในผูป้ ่วยโรคมะเรง็
และการแพทยผ์ สมผสาน

ผ้แู ต่ง วัตถุ รูปแบบ จำ� นวนตวั อย่าง กลุ่ม ปัจจยั เครื่องมอื ผลการศึกษา
ประสงค์ การวจิ ัย ตัวอย่าง แทรก ใน
(คน) แซง การวิจยั

อไุ ร เพอื่ วัดซ�้ำถึง เป็นการ ผ้ปู ว่ ยโรค 30 การ 1. แบบสอบถาม ภายหลงั ไดร้ บั การนวดฝา่ เทา้ ท้ัง 3 แบบ ระดับ
ยอดแกว้ ประสทิ ธผิ ลของ วิจยั เชงิ มะเรง็ ที่มี นวดจดุ ขอ้ มลู สว่ นบคุ คล คะแนนความรสู้ กึ ปวด และระดับคะแนนความรู้สึก
การนวดกดจดุ ทดลอง ความปวด สะทอ้ น 2. มาตรวัดระดับ ทุกข์ทรมานจากความปวดลดลงอยา่ งมนี ัยสำ� คญั
สะท้อนทฝ่ี ่าเทา้ กลุ่มเด่ยี ว และไมอ่ ยู่ใน ฝ่าเท้า ความรสู้ ึกปวด ทางสถติ ิ (p < .001) และภายหลังการนวดทันที
ต่อระดบั ความ แบบวดั ระยะลกุ ลาม (pain sensation หลงั การนวด 24, 48, 72, 96 และ 120 ชวั่ โมง
รสู้ กึ ปวดและ ก่อนและ ท่ีเข้ารับการ scale) การนวดแบบติดตอ่ กนั 3 วนั มีคะแนนระดบั
ความรู้สกึ ทกุ ข์ หลังการ รกั ษาทศ่ี ูนย์ 3. มาตรวัดความ ความรสู้ กึ ปวดต่�ำกว่าการนวดหลอก และการนวด
ทรมานจากความ ทดลอง มะเรง็ สรุ าษฎร์ ร้สู กึ ทุกข์ทรมาน แบบวันเว้นวัน ตามลำ� ดับอยา่ งมีนยั ส�ำคัญทาง
ปวดในผ้ปู ว่ ย ธานี (Pain distress สถิติ(p < .05)
โรคมะเร็ง scale)

39 แนวทางเวชปฏิบตั ิและต้นทนุ ในการดแู ลรักษาผู้ป่วยมะเร็งดว้ ยการแพทยผ์ สมผสาน

40 แนวทางเวชปฏิบตั แิ ละตน้ ทนุ ในการดแู ลรักษาผูป้ ่วยมะเรง็ ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

ตารางท่ี 12 รูปแบบการดแู ลแบบประคับประคองเพื่อพฒั นาสขุ ภาพจิตและคณุ ภาพชวี ติ ของผู้ป่วยมะเร็ง ทีไ่ ด้รับรังสีรักษาในอาคารเยน็ ศริ ะ

ผแู้ ต่ง วตั ถุ รปู แบบ จำ� นวน กลมุ่ ปจั จยั เครอ่ื งมอื ผลการศกึ ษา
ประสงค์ การวิจยั ตัวอย่าง ตวั อยา่ ง แทรก ใน

(คน) แซง การวจิ ยั

อคั เพ่อื ศกึ ษาสภาพ การวิจยั 1. กลุ่มผ้รู บั - ผู้ปว่ ย รปู แบบ แบบสอบถาม 1. สภาพการใหบ้ รกิ ารผู้ปว่ ยและญาตผิ ้ดู ูแลหลกั
บาร์ การใหบ้ ริการแก่ แบบผสาน บรกิ าร ได้แก่ โรค การดูแล สขุ ภาพจิต ทพ่ี กั อาคารเยน็ ศริ ะ มสี ัดส่วนของเจ้าหน้าท่ี ทีใ่ ห้
ยะโกะ ผรู้ ับบริการที่ วธิ ี (Mix ผู้ปว่ ยโรค มะเร็ง ระยะแรก ฉบบั ภาษาไทย บรกิ ารไมค่ รอบคลมุ ตามความตอ้ งการของ ผู้รบั
อาคารเยน็ ศิระ method) มะเร็งทีม่ า 14 คน รับ ระยะ ของกรม บรกิ าร
พัฒนารปู แบบ รว่ มกับ รบั การรกั ษา - ญาติ ท�ำการ สุขภาพจิต 2. รปู แบบการดแู ลแบบประคับประคองผูป้ ว่ ยมะเร็ง
การดูแลแบบ การใชก้ าร โดยการฉาย ผดู้ ูแล รกั ษา และแบบวดั ทีไ่ ด้รับรงั สรี ักษาในอาคารเยน็ ศิระ จดั แบง่ ได้ 3
ประคบั ประคอง วจิ ัยเชิง รงั สแี ละญาติ หลกั และระยะ คณุ ภาพชวี ิต ระยะ ได้แก่ ระยะแรกรบั ระยะทำ� การรกั ษาและ
และเปรยี บเทยี บ ปฏิบัติการ ผดู้ แู ลหลัก 15 คน กอ่ นกลับ ขององค์การ ระยะก่อนกลับบ้าน
สขุ ภาพจติ และ (Action 2. กลมุ่ ผใู้ ห้ บา้ น อนามัยโลก 3. สขุ ภาพจติ ของผ้ปู ว่ ยและญาติผ้ดู ูแลหลักอยูใ่ น
คณุ ภาพชวี ติ ของ Research) บริการได้แก่ ระดับปกติ คา่ เฉล่ียคะแนนสขุ ภาพจิตหลงั ใชก้ าร
ผปู้ ว่ ยและญาติ เจา้ หนา้ ที่ ดูแลแบบประคับประคองมีค่าลดลงอย่างไมม่ ีนัย
ผู้ดูแลหลักก่อน เก่ยี วขอ้ ง ส�ำคญั ทางสถิติ ทรี่ ะดบั .05 น่นั คือผปู้ ว่ ยและญาติ
และหลงั ไดร้ บั กับอาคาร ผดู้ ูแลหลกั มสี ขุ ภาพจิตดขี ึน้ สว่ นคณุ ภาพชีวิตของ
การดูแลแบบ เยน็ ศริ ะ ผู้ปว่ ยและญาติผดู้ แู ลหลักโดยรวมทกุ ดา้ นคะแนน
ประคับประคอง เฉลีย่ อยใู่ นระดบั ปานกลาง

บทท่ี 3 ระเบียบวิธวี ิจัย 41 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

การศึกษาวิจัยเรื่องน้ีเป็นการวิจัยผสม ใช้รูปแบบการศึกษาแบบผสมวิธี (Mixed Methods
Research) โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ (Qualitative research) ร่วมกับการศึกษาเชิงปริมาณ
(Quantitative research) โดยการวเิ คราะห์การศึกษาคร้งั นปี้ ระกอบด้วย 2 ข้ันตอน ดังนี้

ขน้ั ตอนที่ 1. ศกึ ษาแนวทางการการพฒั นาแนวทางเวชปฏบิ ตั ใิ นการดแู ลรักษาผู้ปว่ ย
ดว้ ยการแพทย์ผสมผสานตามหลกั ธรรมานามัยในผู้ป่วยมะเรง็ ระยะทา้ ย

รปู แบบการวจิ ยั
การศกึ ษาเชงิ คุณภาพ (Qualitative research) รปู แบบและแนวทางการแพทย์แผนไทยและการ
แพทยผ์ สมผสานตามหลกั ธรรมานามยั ในการดแู ลผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะทา้ ยแบบประคบั ประคอง (Palliative
care) แบบบูรณาการ ตามแนวทางของกรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก (กรมการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 2563)

ประชากร
ประชากรทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั ครงั้ นค้ี อื สถานบรกิ ารทใี่ หบ้ รกิ ารโรงพยาบาลการแพทยแ์ ผนไทยและการ
แพทยผ์ สมผสานตามหลกั ธรรมานามยั ในการดแู ลผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะทา้ ยแบบประคบั ประคองแบบบรู ณาการ

กล่มุ ตัวอยา่ ง
การคดั เลือกกล่มุ ตวั อย่าง คัดเลอื กแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) จากสถานบริการ
ตน้ แบบทใ่ี หบ้ รกิ ารธรรมานามยั ในการดแู ลผปู้ ว่ ยมะเรง็ แบบประคบั ประคอง ของสำ� นกั งานวจิ ยั การแพทย์
แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก โดยคัดเลือกจากสถานบริการกระจายตาม
ภมู ภิ าค ละ 2 แหง่ และคดั เลอื กความความแตกตา่ งกนั ของหนว่ ยงานและสงั กดั ของสถานบรกิ ารจำ� นวน
8 แหง่ รายละเอียดดังตารางท่ี 1

ตารางที่ 13 รายช่อื สถานบริการแยกตามรายภมู ิภาค


ภาค สถานที่ สังกัด
สำ� นักงานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
1. เหนือ โรงพยาบาลศูนย์ล�ำปาง ส�ำนักงานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
2. เหนือ โรงพยาบาลศูนยน์ ่าน สำ� นกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
3. กลาง โรงพยาบาลศนู ยร์ าชบุรี กรมการแพทย์แผนไทยและการ
4. กลาง โรงพยาบาลการแพทยแ์ ผนไทย แพทย์ทางเลือก
และการแพทยผ์ สมผสาน ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ
5. ตะวนั ออกเฉียงเหนือ โรงพยาบาลนครพนม จ.นครพนม -
6. ตะวันออกเฉยี งเหนอื อโรคยาศาลาวัดคำ� ประมง สำ� นักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
7. ใต้ โรงพยาบาล เคยี นซา
จ.สรุ าษฎร์ธานี สำ� นกั งานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
8. ใต้ โรงพยาบาลห้วยยอด จ. ตรัง

42 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน ผู้ให้ขอ้ มูล
ผู้ให้ข้อมูลคือ บุคลากรผู้ให้บริการตามรูปแบบและแนวทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์
ผสมผสานตามหลักธรรมานามัยในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายแบบประคับประคองแบบบูรณาการ
ระหว่างแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน จ�ำนวน 8 สถานบริการ การศึกษาครั้งนี้จะเก็บข้อมูล
จนเกิดการอ่ิมตัวของขอ้ มูลท่เี กดิ จากกลุ่มตัวอย่าง (Data saturation in sampling) จึงยุติการสมั ภาษณ์

เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการศึกษา
1. แนวคำ� ถามเปน็ แบบก่งึ โครงสร้าง ประกอบดว้ ยแนวคำ� ถาม 4 ข้อ 1) การใหบ้ ริการการแพทย์
แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ด้วยการแพทย์ผสมผสานในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง 2) ความหมาย
รปู แบบ/กจิ กรรม และทรพั ยากรท่ีใชใ้ นการดำ� เนินกจิ กรรมธรรมานามัย ในประเดน็ กายานามยั (Healthy
body) จิตตานามยั (Healthy mind) ชีวิตานามยั (Healthy behavior) และ 3) ข้อเสนอแนะในการ
ให้บริการ
2. เครอื่ งบันทกึ เสยี ง
3. สมุดจดบันทกึ สำ� หรับจดขอ้ มลู
4. แฟ้มข้อมูลของผูว้ จิ ยั ส�ำหรับเก็บขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากการจ�ำแนก และหมวดหมู่ของข้อมูล

การตรวจสอบเคร่ืองมอื 43 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน
การหาค่าความตรงตามเนื้อหา (Content Validity) ของแนวค�ำถามสัมภาษณ์เชิงลึก โดย
ผวู้ จิ ยั ไดใ้ หผ้ ทู้ รงคณุ วฒุ จิ ำ� นวน 3 ทา่ น ประกอบดว้ ย ผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นการดแู ลผปู้ ว่ ยแบบประคบั ประคอง
จำ� นวน 1 ทา่ น ผเู้ ชย่ี วชาญด้านการแพทย์แผนไทย จำ� นวน 1 ทา่ น และผู้เช่ียวชาญการดูแลผู้ป่วยมะเรง็
ระยะทา้ ย จำ� นวน 1 ทา่ น ทำ� การตรวจสอบความตรงของเนอื้ หา ประกอบดว้ ยความถกู ตอ้ ง ความเหมาะสม
ของภาษา ความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ และความครอบคลุมของเนื้อหา แล้วน�ำข้อเสนอท่ีได้มา
ปรบั ปรงุ แกไ้ ข โดยถอื เกณฑค์ วามสอดคลอ้ งและการยอมรับของผู้ทรงคุณวุฒิ จากน้นั นำ� ผลมาพิจารณา
หาค่าดชั นคี วามสอดคลอ้ ง (Index of Item Objective Congruence : IOC) ถา้ คา่ IOC มีค่ามากกว่า
หรือเท่ากับ 0.6 แสดงว่าข้อคำ� ถามน้นั ใชไ้ ด้ ถ้าข้อค�ำถามใดมีค่า IOC ต�่ำกว่า 0.6 แสดงวา่ ค�ำถามนน้ั วดั
ไมต่ รงตามวตั ถุประสงค์ ผ้วู ิจัยตอ้ งปรับปรุงและแก้ไขจนข้อความมคี ณุ ภาพตามเกณฑ์
การเก็บรวบรวมข้อมลู
ผู้วจิ ยั เกบ็ ข้อมลู โดยการสมั ภาษณ์เชงิ ลึก (In-depth interview) โดยมขี ้นั ตอนดังนี้
1) ผ้วู ิจัยทำ� หนังสือขอความรว่ มมอื ในการเขา้ สมั ภาษณผ์ ใู้ หข้ ้อมลู
2) ประสานติดต่อผู้ใหข้ อ้ มลู นัดหมายเวลา และสถานทีใ่ นการสมั ภาษณ์ ทง้ั นใ้ี หเ้ ป็นไปตามความ
ประสงคแ์ ละความสะดวกของผใู้ ห้ขอ้ มลู หรอื การสมั ภาษณ์ทางโทรศัพท์ / ทางออนไลน์
3) เตรยี มหลกั ฐานแสดงตัว และอปุ กรณท์ ีใ่ ช้ในการสัมภาษณ์ ไดแ้ ก่ แบบสมั ภาษณ์ สมดุ บนั ทกึ
และเครอื่ งบนั ทกึ เสียง
4) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก โดยทีมวิจัยที่ผ่านการซักซ้อมความเข้าใจถึง
ประเด็นคำ� ถามให้มคี วามเขา้ ใจตรงกนั ผวู้ ิจยั เร่มิ การสมั ภาษณ์ โดยแนะน�ำตวั เองและหนว่ ยงาน อธิบาย
วัตถุประสงค์ของการวจิ ัย ขออนุญาตจดบันทึกและบนั ทกึ เสียงการสนทนา ให้ความเชอื่ ม่ันแกผ่ ใู้ หข้ ้อมลู
โดยรบั รองวา่ ข้อมูลทไ่ี ดจ้ ะใช้เพ่ือการวิจยั ไมม่ ีการเปดิ เผยผ้ใู หข้ ้อมลู และผใู้ หข้ ้อมลู สามารถแสดงความ
คดิ เหน็ ได้อย่างอสิ ระ ระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการสมั ภาษณ์ครั้งละ 45 – 60 นาที ขน้ึ อย่กู บั ความสะดวกของ
ผใู้ หข้ อ้ มลู
5) หลงั การสมั ภาษณใ์ หถ้ อดเทปทกุ คำ� พดู รวบรวมขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าตรวจสอบความสมบรู ณ์ จดั หมวดหมู่
และวเิ คราะห์ข้อมูล
การวเิ คราะหข์ ้อมูล
น�ำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จากการจดบันทึกและการถอดเทปมาวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์
เนอ้ื หา (Content Analysis) ซ่งึ มีขั้นตอนดังน้ี
1. การจัดแฟ้ม (Establishing Files) คือการน�ำข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการสัมภาษณ์มาทบทวน
และจดั หมวดหมู่

44 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน 2. การลงรหสั ข้อมูล (Coding the Data) โดยน�ำขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการสัมภาษณม์ าลงรหัสหมวดหมู่
ของข้อมูล
3. การจดั ประเภทของข้อมูล (Identify Unit) โดยพจิ ารณาจากรหสั นำ� รหสั ของข้อมูลทมี่ อี ยูม่ า
รวบรวมในการจดั ประเภท ข้อมูลท่ีมรี หสั คลา้ ยคลึงกันจะจดั อยู่ดว้ ยกัน
4. การพัฒนาและการสร้างหมวดหม่ ู (Developing Categories) นำ� ข้อมูลที่จดั ประเภทโดยแยก
ประเภทเปน็ หวั ขอ้ ย่อยๆ ที่มีความสอดคล้องในเนอ้ื หาและแจงนับความถขี่ องคำ� หรอื ขอ้ ความทปี่ รากฏ
ในเน้ือหา มีการตรวจสอบวิเคราะหข์ อ้ มลู แล้วนำ� มาตคี วามเพื่อพัฒนาและสรา้ งหมวดหมขู่ องข้อมลู
5. การเช่ือมโยงหาความสัมพันธ์ของหมวดหมู่ (Interpretively Determine Connections)
น�ำหมวดหมขู่ องข้อมูลท่จี ดั ได้มาหาความสมั พันธก์ ัน
6. การตรวจสอบความถูกต้อง (Verification) นำ� ข้อมลู ทว่ี ิเคราะหแ์ ลว้ มาตรวจสอบซำ้� เพือ่ ให้เกดิ
ความถูกตอ้ งของข้อมูล
7. การสรปุ และรายงานการวิจยั (Report) ผวู้ ิจัยท�ำการปรับปรุงแกไ้ ขเน้อื หา การเขียนรายงานมี
ความคิดรวบยอดที่สมบูรณ์ กระชับ ชัดเจน และมีการน�ำเสนอผลการวิจัยเป็นลักษณะพรรณนา
(Descriptive Explanation)

ขั้นตอนที่ 2 ศกึ ษาต้นทนุ การให้บริการการดูแลรักษาผู้ป่วยดว้ ยการแพทยผ์ สมผสาน
ตามหลักธรรมานามยั ในผ้ปู ว่ ยมะเรง็ ระยะท้าย



รูปแบบการศกึ ษา
การศึกษาเชงิ ปริมาณ (Quantitative study) เป็นการวิเคราะห์ตน้ ทุนทางบัญชี (สมคิด แกว้ สนธิ
และ ภิรมย์ กมลรัตนกุล, 2536) ของการดูแลรักษาผ้ปู ว่ ยดว้ ยการแพทย์ผสมผสานตามหลกั ธรรมานามัย
ในผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายด้วยวิธีการศึกษาต้นทุนรายกิจกรรม (Activities Based Costing : ABC)
(อาทร ร้วิ ไพบูลย์, 2561) ในมุมมองของผู้ใหบ้ ริการ (Provider perspective) โดยใชว้ ธิ ีค�ำนวณตน้ ทุน
แบบมาตรฐาน (Drummond MF, Sculpher MJ, Stoddart GW,Torrance GW, 2015) ท่อี ิงวธิ กี าร
พ้ืนฐานจากแนวทางการค�ำนวณต้นทุนของงานบริการสาธารณะของกรมบัญชีกลาง (กรมบัญชีกลาง,
(2557) และ Costing of Health Services for Provider Payment Services for Provider Payment
(Ozaltin, & Cashin, 2014)
ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
สถานบริการท่ีให้บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานตามหลักธรรมานามัย
ในการดแู ลผู้ป่วยมะเร็งระยะทา้ ย การคดั เลอื กตวั อย่างเลอื กแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling)
โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกคัดเลือกพ้ืนท่ีมีการจัดบริการผสมผสานตามหลัก

ธรรมานามัย ท่ีความพร้อมด้านระบบข้อมูล และการให้ความร่วมมือในการศึกษาวิจัย ประกอบด้วย 4
แหง่ ดงั นี้

ตารางที่ 14 รายชื่อสถานบรกิ ารศึกษาต้นทุน

สถานที่ สังกัด
1. โรงพยาบาลศูนยร์ าชบุรี จ.ราชบรุ ี ส�ำนกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสขุ
2. โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
และการแพทย์ผสมผสาน
จ.กรงุ เทพมหานคร สำ� นกั งานปลดั กระทรวงสาธารณสุข
3. โรงพยาบาล เคียนซา จ.สรุ าษฎร์ธานี องค์กรอิสระ
4. อโรคยาศาลาวดั คำ� ประมง จ.สกลนคร

แหลง่ ข้อมลู ในการศึกษา 45 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน
ในการประมาณการต้นทุนต่อหน่วยรายกิจกรรมของการจัดบริการการแพทย์แผนไทยและ
การแพทย์ผสมผสานตามหลักธรรมานามัยในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย เก็บข้อมูลปีงบประมาณ
2563 จากขอ้ มูล 3 แหลง่ ดงั น้ี
1. ขอ้ มูลทั่วไปของสถานบรกิ าร โดยการเกบ็ ข้อมลู จากเอกสารและฐานข้อมูลการปฏบิ ตั งิ าน
2. ข้อมูลจากการปฏบิ ตั งิ านจริง (Empirical costing approach) เก็บข้อมูลจากการสมั ภาษณ์
ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน การจดั บรกิ ารการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยผ์ สมผสานตามหลกั ธรรมานามยั ในการบำ� บดั
ผู้ปว่ ยมะเร็งระยะทา้ ย เพือ่ กระจายตน้ ทุนคา่ แรง (Labor cost: LC) ค่าวสั ดุ (Material cost: MC) และ
คา่ ครภุ ณั ฑ์ (Capital cost: CC) จากฐานข้อมูลของแต่ละสถานบริการทมี่ ีการเก็บเปน็ รายหนว่ ยตน้ ทนุ
(นภชา สิงห์วีรธรรม, ธนิดา ขุนบุญจันทร์, กิตติพร เนาว์สุวรรณ, ปพนพัทธ์ อธิษฐ์ดิษฐ์ และ มนัสวี
อดุลยร์ ตั น,์ 2564)
3. ขอ้ มลู ตน้ ทนุ องิ แนวทางการปฏบิ ตั ิ (Normative costing approach) เกบ็ ขอ้ มลู ตน้ ทนุ ทางตรง
(Direct cost) ของการการจดั บรกิ ารการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ผสมผสานตามหลักธรรมานามยั
ในการดูแลผปู้ ่วยมะเรง็ ระยะทา้ ย (Drummond, Stoddart, & Torrance, 1994) แยกเป็น LC, MC และ
CC และประมาณการต้นทุนทางออ้ ม (Indirect cost) แยกไปตามรายกจิ กรรม (อาทร ริ้วไพบลู ย์, 2561)

เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั
1. แบบบันทึกข้อมูลตน้ ทนุ ตน้ ทนุ ทางตรงแยกตามหนว่ ยต้นทนุ (Cost center) ของการใหบ้ รกิ าร
ในสถานบริการด้านการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย งานบริหารทั่วไป การรักษาพยาบาล การรักษา

46 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน ธรรมานามัย การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โครงการและกิจกรรมอื่น ๆ โดยแยกบันทึกข้อมูล
ต้นทนุ ค่าแรง (LC) คา่ วสั ดุ (MC) และคา่ ครุภัณฑ์ (CC) (อาทร ริ้วไพบลู ย์, 2561)
2. แบบบันทกึ ขอ้ มลู ผู้มารับบริการในปงี บประมาณ 2563
การวเิ คราะห์ข้อมลู
การวิเคราะหข์ อ้ มูลด้วยโปรแกรมสำ� เรจ็ รูป Excel 2010 โดยใชส้ ถติ ิ จำ� นวน รอ้ ยละ และการวดั
แนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง โดยมีรายละเอยี ดการค�ำนวนดงั นี้
1. การคำ� นวณต้นทนุ ทางตรงรายกิจกรรม
1.1 การค�ำนวณต้นทุนค่าแรงต่อกิจกรรม (Labor cost per activities) ได้น�ำจ�ำนวน
บคุ ลากรคณู กบั เวลาทใี่ ชท้ ง้ั หมด จากนนั้ นำ� ผลรวมภาระงานทไ่ี ดไ้ ปหารขอ้ มลู ตน้ ทนุ คา่ แรงซง่ึ จะไดต้ น้ ทนุ
ต่อหน่วยต่อนาทีในการปฏิบัติงาน (นภชา สิงห์วีรธรรม, กิตติพรเนาว์สุวรรณ, อ�ำพล บุญเพียร, และ
เอกพล หม่นั พลศร,ี 2564)
1.2 การคำ� นวณตน้ ทนุ คา่ วัสดุส้นิ เปลืองตอ่ กิจกรรม (Material cost per activities) แบง่
ประเภทวัสดอุ อกเป็น 2 ชนดิ ได้แก่
1.2.1 ต้นทุนวัสดุส้ินเปลอื งแต่ละกจิ กรรม การใช้วสั ดหุ รอื เวชภณั ฑ์ทเ่ี ปน็ ยาและ
ไมใ่ ช่ยาทีใ่ ชใ้ นแต่ละกิจกรรม ในการศึกษาครงั้ นีแ้ บ่งวัสดุดังกลา่ วเปน็ 4 ประเภท
1.2.2 ตน้ ทนุ วสั ดสุ ิ้นเปลอื งรวม เชน่ ปากกา กระดาษทชิ ชู และถงุ ขยะ เป็นตน้
น�ำสัดส่วนต้นทุนดังกล่าวกระจายลงไปในแต่ละกิจกรรมการให้บริการโดยใช้สัดส่วนการบริการแต่ละ
กจิ กรรมเป็นเกณฑ์ในการกระจายตน้ ทนุ
1.3 การคำ� นวณต้นทุนค่าครุภัณฑ์ตอ่ กิจกรรม (Capital cost per activities) ข้อมลู พนื้ ท่ี
(Space) และเวลาทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านแตล่ ะกจิ กรรม (Time of PP activity) เพอื่ ใหไ้ ดผ้ ลรวมของเวลา
การใช้ต่อพนื้ ท่ขี องแตล่ ะกจิ กรรมเพ่อื กระจายตน้ ทนุ
1.4 การค�ำนวณต้นทุนทางตรงต่อครั้งตามรายกิจกรรม (Direct cost per activity)
คำ� นวนจากการน�ำตน้ ทนุ ค่าแรง คา่ วสั ดุ (วสั ดยุ อ่ ยและวสั ดรุ วม) และคา่ ครภุ ัณฑข์ องแตล่ ะกจิ กรรม ของ
การใหบ้ ริการกจิ กรรม หารด้วยจ�ำนวนการรับบรกิ าร (Visiting number : VN)
ต้นทนุ ทางตรงต่อคร้ังแยกตามรายกิจกรรม = LC + (MC ย่อย + MC รวม) + CC
จำ� นวนคร้งั ของการรับบริการ
2. คำ� นวณตน้ ทนุ ทางออ้ มหมายถงึ ตน้ ทนุ ทไี่ มไ่ ดเ้ กยี่ วขอ้ งกบั การจดั บรกิ ารการแพทยแ์ ผนไทยและ
การแพทยผ์ สมผสานตามหลกั ธรรมานามยั ในการบำ� บดั ผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะทา้ ยโดยตรง เชน่ ตน้ ทนุ คา่ แรง
ในการบรหิ ารจดั การ ตน้ ทนุ คา่ วสั ดขุ องหนว่ ยงานรวม และตน้ ทนุ คา่ ครภุ ณั ฑอ์ นื่ คำ� นวณโดยการหาสดั สว่ น
ของตน้ ทนุ ทางอ้อมแยกตาม LC MC และ CC ตอ่ ตน้ ทนุ ทางตรง หลังจากนั้นน�ำสดั สว่ นที่ได้ไปคูณดว้ ย
ตน้ ทุนทางตรงทงั้ หมด

3. ค�ำนวณต้นทุนต่อหน่วยการจัดบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานตามหลัก
ธรรมานามยั ในการบำ� บดั ผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะทา้ ย จากผลรวมระหวา่ งตน้ ทนุ ทางตรงรายกจิ กรรมและตน้ ทนุ
ทางอ้อมรายกิจกรรม
ขน้ั ตอนท่ี 3 เพอ่ื จดั ทำ� ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายตอ่ การจดั บรกิ ารการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ยการแพทย์
ผสมผสานตามหลกั ธรรมานามัยในผปู้ ว่ ยมะเร็งระยะทา้ ย
1. จัดท�ำข้อเสนอรูปแบบการจัดบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานตามหลัก
ธรรมานามัยในการบ�ำบดั ผปู้ ่วยมะเรง็ ระยะท้าย
2. จัดท�ำข้อเสนอค่าใช้จ่ายการจัดบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานตามหลัก
ธรรมานามยั ในการบำ� บดั ผู้ป่วยมะเร็งระยะทา้ ยตามแนวคิดความเป็นธรรม (equity) และความเท่าเทียม
(equality)

47 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

48 แนวทางเวชปฏบิ ตั ิและตน้ ทนุ ในการดแู ลรกั ษาผ้ปู ่วยมะเรง็ ด้วยการแพทย์ผสมผสาน

บทท่ี 4 ผลการศกึ ษา 49 แนวทางเวชป ิฏ ับ ิตและ ้ตนทุนในการ ูดแลรักษา ้ผูป่วยมะเ ็รง ้ดวยการแพท ์ยผสมผสาน

การศกึ ษาใชร้ ปู แบบการศกึ ษาแบบผสมวธิ ี (Mixed Methods Research) โดยใชว้ ธิ กี ารศกึ ษาเชงิ
คณุ ภาพ (Qualitative research) ร่วมกับการศกึ ษาเชิงปรมิ าณ (Quantitative research) มีวตั ถุประสงค์
1) เพ่อื ศกึ ษาแนวทางการการพัฒนาแนวทางเวชปฏบิ ัติในการดแู ลรักษาผปู้ ว่ ยด้วยการแพทยผ์ สมผสาน
ตามหลกั ธรรมานามยั ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะทา้ ย 2) เพอื่ ศกึ ษาตน้ ทนุ การใหบ้ รกิ ารการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ย
การแพทยผ์ สมผสานตามหลกั ธรรมานามยั ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะทา้ ย 3) เพอ่ื จดั ทำ� ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย
ตอ่ การจดั บรกิ ารการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ยการแพทยผ์ สมผสานตามหลกั ธรรมานามยั ในผปู้ ว่ ยมะเรง็ ระยะ
ทา้ ย และจากการศกึ ษา สามารถแบง่ ออกได้ดงั น้ี

1. ผลการศกึ ษาแนวทางการการพฒั นาแนวทางเวชปฏบิ ตั ใิ นการดแู ลรกั ษาผปู้ ว่ ยดว้ ย
การแพทยผ์ สมผสานตามหลักธรรมานามัยในผู้ปว่ ยมะเร็งระยะทา้ ย

1.1 การให้บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกด้วยการแพทย์ผสมผสาน
ในการรักษาผู้ปว่ ยมะเร็ง
ผู้ให้ข้อมูลได้สะท้อนการให้บริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกด้วยการ
แพทย์ผสมผสานในการรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ออกมาใน 4 ลักษณะ ดังน้ี 1. การน�ำการแพทย์แผนไทย
และการแพทยท์ างเลอื กมาใช้ในการรกั ษาผู้ปว่ ยโรคมะเร็ง 2. การนำ� การแพทยผ์ สมผสาน มาใชใ้ นการ
รกั ษาผูป้ ว่ ยมะเร็ง 3. การรกั ษาผปู้ ่วยมะเรง็ ตามหลัก “ธรรมานามยั ” และ 4. ความหมายของการรักษา
ตามหลัก “ธรรมานามัย”
1.1.1 การน�ำการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมาใช้ในการรักษาผู้ป่วย
โรคมะเร็ง
ผู้ให้ขอ้ มูลได้มีการน�ำแพทยแ์ ผนไทยมาใชใ้ นการรกั ษาผูป้ ว่ ยโรคมะเรง็ โดยเปน็ การน�ำยา
สมนุ ไพรมาใชร้ กั ษาโรคมะเรง็ ซง่ึ เปน็ การนำ� เอาสตู รยายอดมะเรง็ มาใชร้ ว่ มกบั นำ�้ มนั กญั ชาและการใชย้ า
รักษาตามอาการ รวมท้ังมีการใชแ้ พทย์แผนไทยทีเ่ ปน็ ยาเด่ียว ยากระสาย หรือยาปรุงเฉพาะราย รวมทงั้


Click to View FlipBook Version