The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 131 ธิดาพร นครชัย, 2024-02-10 12:01:34

บทความวิจัย

บทความวิจัย

1 การพัฒนาทักษะการอานคำศัพทภาษาจีน โดยใชสื่อมัลติมีเดีย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา Improving Chinese vocabulary reading skills using multimedia of students in Prathom 4/1, Thesaban 3 Ban Lao School ธิดาพร นครชัย Tidapohn Nakhonchai สาขาวิชาการสอนภาษาจีน คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี Major of Chinese Faculty of Education Udon Thani Rajabhat University บทคัดยอ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค คือ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการอานออกเสียงคำศัพท ภาษาจีน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่เรียนโดยกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย ระหวางกอนเรียนและหลังเรียนกลุมเปาหมายเปนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา จังหวัดอุดรธานีไดจากการสุมแบบกลุม จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ไดแก แผนการจัดการเรียนรูวิชาภาษาจีน และแบบทดสอบกอน เรียนและหลังเรียนวิชาภาษาจีน การวิเคราะหขอมูล ใชคาเฉลี่ย รอยละ สวนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และการทดสอบคาทีแบบไมอิสระ สรุปผลการใชแผนไดดังนี้1. ศึกษา และเปรียบเทียบการอานออกเสียงคำศัพทภาษาจีนของนักเรียนที่เรียนโดยใชสื่อมัลติมีเดีย คิดเปนรอยละ 82.15 และมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาจีนของนักเรียนที่เรียนโดยใชกิจกรรมการ เรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย หลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 คำสำคัญ: ทักษะการอาน คำศัพทภาษาจีน สื่อมัลติมีเดีย


Abstract The purpose of this research is to study and compare the pronunciation of Chinese words. of primary school students learning through learning activities using multimedia media between before class and after class the target group is grade 4/1 students at thesaban 3 Ban Lao School, Udon Thani Province. Obtained from a random group of 30 people. The research instrument was a Chinese language learning plan. and a pre-study and post-study test for Chinese language subjects. data analysis used mean, percentage, standard deviation. and independent t-tests. The results of using the plan can be summarized as follows: 1. Study and compare the pronunciation of Chinese vocabulary by students learning using multimedia. It is 82.15 percent and has higher achievement after studying than before studying with statistical significance at the .01 level. 2. Chinese language academic achievement of students who study using multimedia learning activities. After studying was significantly higher than before studying at the .01 level. Keywords: Reading skills, Chinese Vocabulary, Multimedia


3 บทนำ การศึกษาเปนหนึ่งในรากฐานสำคัญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผูคน ซึ่งจะนำไปสู การเปลี่ยนแปลงสังคมโดยรวมใหดีขึ้น องคการสหประชาชาติ(UN) ไดกำหนดใหการศึกษาเปน หนึ่งในเปาหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแหงสหัสวรรษ 2030 (Sustainable Development Goals: SDGs) ขอที่ 4 วาดวยการสงเสริมการศึกษา ที่เทาเทียมและสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตแกทุก คน (กานตธีรา ภูริวิกรัย, 2564) เฉกเชนการเรียนภาษาตางประเทศ นอกจากภาษาอังกฤษที่เปน ภาษาที่สำคัญและสากลโลกแลว ภาษาจีนยังเปนภาษาที่สำคัญและเปนภาษาที่มีคนใชมากที่สุด เนื่องจากจำนวนประชากรชาวจีนในประเทศมีมากกวา 1,300 ลานคน ยังไมรวมชาวจีนที่กระจาย ตัวอยูทั่วทุกมุมโลก การเรียนรูภาษาจีน นอกจากเพื่อการติดตอสื่อสารและเพื่อความเขาใจใน อารยธรรมจีนที่ยิ่งใหญแลว ยังเปนโอกาสในการสรางความเจริญกาวหนาในดานตางๆ ทั้งในระดับ บุคคลและประเทศชาติ เชน การสรางความสัมพันธอันดีระหวางประเทศ การศึกษาความรู วิทยาการเพื่อการพัฒนา การประกอบธุรกิจการคาการลงทุนเปนตน ดังนั้นจึงปฏิเสธไมไดวา ภาษาจีนเปนภาษาที่มีความสำคัญภาษาหนึ่งของโลก (เบญจอาภา พิเศษสกุลวงศ, 2558) ภาษาจีนเปนรายวิชาหนึ่งที่อยูในกลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศที่จะชวยสงเสริม ใหนักเรียนไดมีการพัฒนาและสามารถสื่อสารภาษาจีนเปนภาษาที่สามได นอกจากการสงเสริม ใหนักเรียนมีความรูความเขาใจดานภาษาอังกฤษแลวการสงเสริมใหนักเรียนมีความรูความเขาใจ ดานภาษาจีนก็มีความสำคัญไมนอยเมื่อคํานึกถึงบทบาทของประเทศจีนที่มีตอสมาคมโลก การจัดการ เรียนการสอนเพื่อใหตอบสนองตอการเปลี่ยนแปลงของสถานการณปจจุบันที่มีการ พัฒนา และเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็ว การพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการเรียนรูดานภาษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ไดกําหนดใหสาระการเรียนรู ภาษาตางประเทศเปนกลุมสาระการเรียนรูและไดกำหนด 4 สาระสำคัญไว คือ ภาษาเพื่อการสื่อสาร ภาษาและวัฒนธรรม ภาษากับการสัมพันธกับกลุม สาระการเรียนรูอื่นและภาษากับความสัมพันธกับชุมชนและโลก จึงทำใหสำนักงานเขตพื้นที่ เล็งเห็นความสำคัญของการเรียนการสอนภาษาจีนเปนภาษาที่สามและสนับสนุนใหมีการจัดการ เรียนการสอนในรายวิชาภาษาจีน เพื่อการสื่อสารมากขึ้นในระดับมัธยมศึกษาและระดับ ประถมศึกษาทั้งโรงเรียนของรัฐ และเอกชนแมวาการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนจะไดรับ


4 การสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแลวแตการจัดการเรียน การสอนภาษาจีนนั้นยังมีขอจํากัดดานการจัดการเรียนการสอนหลายอยูไมนอย เชน การขาด แคลนหนังสือแบบเรียนและสื่อการเรียนการสอนขาดครูแลบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในวิชา ที่สอน (มัณทนา ชินนาพันธ, 2562) จากการที่ผูวิจัยไดทำการสอนในรายวิชาภาษาจีน พบวา นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา ไมสามารถอานคำศัพท ภาษาจีนได เนื่องจากวิชาภาษาจีนเปนวิชาใหมที่เริ่มเรียนเปนปการศึกษาแรก นักเรียนไมมี พื้นฐานในรายวิชาภาษาจีน และนักเรียนขาดความสนใจ จึงทำใหการอานคำศัพทภาษาจีนสำหรับ นักเรียนนั้นเปนสิ่งที่ยาก ผูวิจัยจึงตองหาสื่อการสอน เทคนิค วิธีการสอนตาง ๆ กระตุนให นักเรียนเกิดการเรียนรู พัฒนาทักษะการอานของผูเรียนใหสามารถยกระดับและพัฒนายิ่งขึ้นไป ผูวิจัยไดเล็งเห็นความจําเปนที่จะวิจัยการพัฒนาทักษะการอานภาษาจีน โดยใชสื่อมัลติมีเดีย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา ซึ่งผูวิจัยจะเลือกสื่อ มัลติมีเดียที่มีความสอดคลองกับเนื้อหาและความสนใจของผูเรียน มีขั้นตอนการใชงานที่ไม ซับซอน ผูเรียนสามารถเขาถึงไดงาย มีการจัดการเรียนรูที่กระตุนผูเรียนใหเกิดการเรียนรู ทบทวน ความรูเดิมหรือการเรียนรูจากงายไปสูยากเนนผูเรียนใหมีสวนรวมในการปฏิบัติกิจกรรมในชั้น เรียน เพื่อใหผูเรียนมีพัฒนาการดานทักษะการอานคำศัพทภาษาจีน รวมทั้งเปนการสงเสริมให นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ดังนั้นผูวิจัยจึงสนใจการพัฒนาทักษะการอานคำศัพทภาษาจีน โดยใชสื่อมัลติมีเดีย เพื่อพัฒนาการอานคำศัพทภาษาจีนของผูเรียน ผูวิจัยไดเล็งเห็นถึงความสำคัญและนำสื่อ มัลติมีเดียมาใชในการฝก เพื่อพัฒนาทักษะการอานคำศัพทภาษาจีน ในครั้งนี้ วัตถุประสงค 1. เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการอานออกสียงคำศัพทภาษาจีนโดยใชสื่อมัลติมีเดีย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 ที่เรียนดวยกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาจีน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปที่ 4/1 ที่เรียนดวยกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดียระหวางกอนเรียนและหลังเรียน


5 นิยามคำศัพท 1. การอานคำศัพทภาษาจีน หมายถึง การเรียนรูที่ผูวิจัยไดทดลองจัดการเรียน การสอนใหนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 ปฏิบัติ เชน การสะกดคำ/กลุมคำ การไลเสียงวรรณยุกต การอธิบายความหมายคำศัพทและการอานประโยค เปนตน 2. กิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย หมายถึง การดำเนินการจัดการเรียนรู ที่ผูวิจัยสังเคราะหขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย 3. นักเรียน หมายถึง ผูเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา จังหวัดอุดรธานี กลุมเปาหมาย กลุมเปาหมายที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2566 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา อุดรธานี เขต 1 ไดมาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 1 หองเรียน จำนวนนักเรียน 30 คน รูปแบบในการทดลอง ในการวิจัยครั้งนี้ผูวิจัยไดใชรูปแบบในการทดลองแบบกลุมเดียว (One Group Pretest – Posttest Design) โดยมีการทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน ดังนี้ (พวงรัตน ทวีรัตน, 2540 : 60) T1 X T2 T1 แทน การทดสอบกอนเรียน (Pretest) X แทน จัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย T2 แทน การทดสอบหลังเรียน (Posttest)


6 ผลการวิเคราะหขอมูล การวิจัยครั้งนี้มุงมุงพัฒนาทักษะการอานคำศัพทโดยใชกิจกรรมการเรียนรูโดยใช สื่อมัลติมีเดีย ตามหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา ผูวิจัยไดทดลอง กับกลุมเปาหมาย เปนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา ที่ไดจาก การสุมแบบกลุม (Cluster Random Sampling) ผูวิจัยไดดำเนินการทดลองและไดผลสรุป มีรายละเอียดดังแสดงในตาราง ตารางที่ 1 ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกอนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 เลขที่ คะแนน กอนเรียน หลังเรียน ความกาวหนา 1 8 18 10 2 5 14 9 3 3 14 11 4 2 17 15 5 5 19 14 6 7 16 9 7 6 15 9 8 3 14 11 9 4 17 13 10 8 16 8 11 2 18 16


7 เลขที่ คะแนน กอนเรียน หลังเรียน ความกาวหนา 12 2 17 15 13 9 16 7 14 4 15 11 15 4 14 10 16 6 16 10 17 5 20 15 18 5 19 14 19 3 18 15 20 2 14 12 21 2 17 15 22 7 16 9 23 3 15 12 24 4 15 11 25 5 19 14 26 6 17 11 27 4 16 12


8 เลขที่ คะแนน กอนเรียน หลังเรียน ความกาวหนา 28 3 18 15 29 5 18 13 30 2 15 13 เฉลี่ย 4.47 16.43 11.97 รอยละ 22.35 82.15 59.85 จากตารางที่ 1 ผลการวิเคราะหขอมูลเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน กอนเรียนและหลังเรียนโดยใชกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย มีคะแนนเฉลี่ยกอนเรียน เทากับ 4.47 คิดเปนรอยละ 22.35 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 16.43 คิดเปนรอยละ 82.15 คะแนนความกาวหนาเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวากอนเรียนเพิ่มขึ้น 11.97 คะแนน คิดเปนรอยละ 59.85 นั้นคือนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาจีน ไมนอยกวารอยละ 80 จากการวิเคราะหขอมูลคะแนนวิชาภาษาจีนของนักเรียน กอนเรียนหลังเรียน โดยใช กิจกรรม การเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย ซึ่งมีคะแนนเต็มกอนเรียนและหลังเรียน 20 คะแนน และเปรียบเทียบคะแนนวิชาภาษาจีนกอนเรียนและหลังเรียน ดังแสดงรายละเอียดในตารางที่ 1 ตารางที่ 2 การเปรียบเทียบคะแนนวิชาภาษาจีนของนักเรียนกอนเรียนและหลังเรียน การทดสอบ คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย รอยละ S.D. t กอนเรียน หลังเรียน 20 20 4.47 16.43 22.35 82.15 1.99 1.74 26.38** ** มีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .01


9 จากตารางที่ 2 ผลการวิเคราะหขอมูลเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบคะแนนวิชาภาษาจีน ของนักเรียนกอนเรียนและหลังเรียนโดยใชกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย มีคะแนนเฉลี่ย กอนเรียนเทากับ 4.47 คิดเปนรอยละ 22.35 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 16.43 คิดเปนรอยละ 82.15 และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนวิชาภาษาจีน หลังเรียนสูงกวากอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ .01 สมมติฐานการวิจัย 1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 เรียนดวยกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาจีน ไมนอยกวารอยละ 80 2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 ที่เรียนดวยกิจกรรมการเรียนรูโดยใช สื่อมัลติมีเดียมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาจีนหลังเรียนสูงกวากอนเรียน วิธีดำเนินการวิจัย 1. กลุมเปาหมาย กลุมเปาหมายในการวิจัยครั้งนี้ เปนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียน เทศบาล 3 บานเหลา จังหวัดอุดรธานีปการศึกษา 2566 จำนวน 1 หองเรียน 30 คน ซึ่งไดมา จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เพื่อเปนกลุมเปาหมายในการวิจัยครั้งนี้ 2. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย เครื่องมือที่ใชในการวิจัยในครั้งนี้ ประกอบดวย 2.1 แผนการจัดการเรียนรูวิชาภาษาจีนที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใชกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย ที่ผูวิจัยสรางขึ้นประกอบ จำนวนทั้งสิ้น 4 แผน รวม 12 ชั่วโมง 2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาจีน ที่ผูวิจัยสรางขึ้น เปนแบบทดสอบปรนัยมี4 ตัวเลือก จำนวน 20 ขอ แตละขอมีคาดัชนีความสอดคลอง (IOC) เทากับ 1.00 มีความยากงายระหวาง 0.20-0.80 คาอำนาจจำแนกของขอสอบรายขอ มีคาตั้งแต 0.20 ขึ้นไป และคาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับมีคา 0.80 3. การเก็บรวบรวมขอมูล การดำเนินการวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยดำเนินการทดลองและเก็บขอมูลกับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี การดำเนินการทดลอง และเก็บขอมูลในแตละขั้น มีดังนี้


10 3.1 เตรียมนักเรียนกอนดำเนินการสอน โดยแนะนำวิธีการเรียนโดยใชกิจกรรม การเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย ใหนักเรียนมีความรูการสรางขอตกลงเบื้องตนเกี่ยวกับการเรียน ขั้นตอนการเรียนและบทบาทวิธีการปฏิบัติตนในการเรียนวิชาภาษาจีน ใชเวลา 1 ชั่วโมงใน สัปดาหแรกกอนทำการทดลอง 3.2 ทำการทดสอบกอนเรียน (Pretest) โดยใชแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชาภาษาจีน ใชเวลา 2 ชั่วโมงในสัปดาหแรกกอนทำการทดลอง 3.3 ดำเนินการทดลองการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาภาษาจีน โดยใชกิจกรรมการ เรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย กับนักเรียนกลุมตัวอยางตามแผนการจัดการเรียนรูที่ผูวิจัยสรางขึ้น จำนวน 4 แผน ใชเวลา 12 ชั่วโมง 3.4 ท ำการท ดสอบ ห ลังเรียน (Posttest) ห ลังจากการท ดลองสอน สิ้น สุดลง โดยใชแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาจีนฉบับเดียวกันกับที่ใชทดสอบกอนการ ทดลองโดยใชเวลา 1 ชั่วโมง สรุปผลการวิจัย จากการวิเคราะหขอมูล เพื่อตรวจสอบสมมติฐานการวิจัยพบวา นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 4/1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาจีน โดยใชสื่อมัลติมีเดีย มีคะแนนเฉลี่ย กอนเรียนเทากับ 4.47 คิดเปนรอยละ 22.35 และหลังเรียนคะแนนเฉลี่ย 16.43 คิดเปนรอยละ 82.15 คะแนนความกาวหนาเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวากอนเรียนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11.97 คิดเปนรอยละ 59.85 นั้นคือการพัฒนาทักษะการอานคำศัพทภาษาจีน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวากอนเรียน การอภิปรายผล ผลการศึกษาการใชกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย วิชาภาษาจีน สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที่ 4/1 โรงเรียนเทศบาล 3 บานเหลา มีประเด็นในการนำมาอภิปรายผล ตามลำดับ ดังนี้จากการวิเคราะหคะแนนที่ไดจากการทดสอบกอนเรียน นั้นแสดงใหเห็นวา ผูเรียนสวนใหญยังไมมีพื้นฐานความรูเกี่ยวกับคำศัพทภาษาจีนหรือมีพื้นฐานความรูมาบาง แตยังไมมากพอ เนื่องจากเปนปการศึกษาปแรกที่เปดเรียนภาษาจีนในระดับประถมศึกษา แตหลังจากที่ผูเรียนไดเรียนรูคำศัพทโดยใชสื่อมัลติมีเดียที่นำไปใชในการเรียนการสอนแลว


11 เมื่อมาทำการทดสอบอีกครั้ง ผลปรากฏวาผูเรียน มีทักษะการอานคำศัพทเพิ่มมากขึ้น และสามารถทำแบบทดสอบหลังเรียนไดคะแนนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ผลการวิจัยยังสอดคลองกับงานวิจัย ของนันทิวัน อินหาดกรวด ,เทพกาญจนา เทพแกว (มปป) ไดทำการวิจัยเรื่องพัฒนาทักษะ ทางการอานออกเสียงภาษาจีนพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย 4-6 โรงเรียน บานวังหันน้ำดึง โดยใชสื่อมัลติมีเดีย หลังจากใชสื่อมัลติมีเดีย ผูเรียนมีทักษะการอานออกเสียง ที่ดีขึ้น ผานเกณฑ70/70 อยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เปนไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว มีผลสัมฤทธิ์ทางการอานออกเสียงภาษาจีนพื้นฐานหลังเรียนสูงกวากอนเรียน อยางมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจตอการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ สื่อมัลติมีเดียในแตละดานอยูในระดับมาก โดยรวมมีคาเฉลี่ยอยูที่ ( ) = 4.48 นอกจากนี้ ยังสอดคลองกับงานวิจัยของอัญทิกาน คํามะณีและอรนุช ลิมตศิริ(2565) ไดทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะการอานภาษาจีน โดยใชสื่อมัลติมีเดียสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย พบวา ประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดีย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปที่ 4 มีคาประสิทธิภาพเทากับ 82.25/79.83 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาภาษาจีน อาน-เขียน 2 หลังเรียนที่ไดรับการจัดการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย สูงกวากอนเรียนอยาง มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจตอการจัดการเรียนการสอนภาษาจีน โดยใชสื่อมัลติมีเดียอยูในระดับมาก และยังสอดคลองกับงานวิจัยของมัณทนา ชินนาพันธ(2562) ที่ไดทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการพัฒ นาทักษะการอานออกเสียงสัทอักษร(พินอิน) โดยใชสื่อมัลติมีเดีย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนบานคลองนามิตรภาพที่ 201 อำเภอกาญจนดิษฐ จังหวัดสุราษฎรธานีพบวา หลังเรียนโดยใชสื่อมัลติมีเดียนักเรียนมีคะแนน เฉลี่ยรวมสูงกวาเกณฑรอยละ 80 เมื่อพิจารณาคะแนนเปนรายบุคคลพบวา นักเรียนมีคะแนนสูง กวาเกณฑรอยละ 80 จำนวน 5 คน และกอนเรียนโดยใชสื่อมัลติมีเดีย นักเรียนทำคะแนนสูงสุด ได 14 คะแนน คะแนนต่ำสุด 12 คะแนน คะแนนเฉลี่ย (̅) 12.80 คะแนน และสวนเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) 1.10 และหลังเรียนโดย ใชสื่อมัลติมีเดีย นักเรียนทำคะแนนสูงสุดได 17 คะแนน คะแนนต่ำสุด 16 คะแนน คะแนนเฉลี่ย (̅) 16.60 คะแนน และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)


12 0.55 แสดงใหเห็นวาหลังเรียนโดยใชสื่อมัลติมีเดีย นักเรียนมีทักษะการอานออกเสียงสัทอักษร (พินอิน) สูงกวากอนเรียน ขอเสนอแนะ จากผลการใชกิจกรรมการเรียนรูโดยใชสื่อมัลติมีเดีย วิชาภาษาจีน ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 4/1 ผูวิจัยใหขอเสนอแนะในการวิจัย และขอเสนอแนะในการวิจัยครั้งตอไป ดังนี้ 1. ขอเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช สามารถนำไปพัฒนาการอานคำศัพทภาษาจีนสำหรับนักเรียนกลุมที่ไมมีความรูพื้นฐาน ทางดานภาษาจีนได เพื่อใหความรูใหแกนักเรียน และสามารถตอยอดความรูใหกับนักเรียน เพิ่มเติมได 2. ขอเสนอแนะในการวิจัยครั้งตอไป ผูที่จะนำผลวิจัยนี้ไปตอยอดควรใชสื่อมัลติมีเดียและเกมที่หลากหลายเพื่อใหผูเรียนมี ทักษะการอานและจดจำภาษาจีนไดมากขึ้นและชัดเจน


13 เอกสารอางอิง กานตธีรา ภูริวิกรัย. (2564). การศึกษาโลกในศตวรรษที่ 21 : ระบบยังเหลื่อมล้ำ การเรียนรูยัง วิกฤต . คน เมื่อ 25 มกราคม 2567. จาก : https://www.eef.or.th/globaleducation/ เบญจอาภา พิเศษสกุลวงศ. (2558). การศึกษาปญหาการออกเสียงสัทอักษรจีนของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี. คนเมื่อ 25 มกราคม 2567. จาก :http://eoffice.kru.ac.th/e-research/files/2558-fullccefce31df86f1d88139b864d70c8baa-C12%20Full%2058.pdf มัณทนา ชินนาพันธ. (2562). การพัฒนาทักษะการอานออกเสียงสัทอักษร(พินอิน) โดยใชสื่อ มัลติมีเดียสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่3 โรงเรียนบานคลองนามิตรภาพที่201 อำเภอกาญจนดิษฐ จังหวัดสุราษฎรธานี. คนเมื่อ 25 มกราคม 2567. จาก : http://www.ska2.go.th/reis/data/research/25640703_202819_6409.pdf นันทิวัน อินหาดกรวด และเทพกาญจนา เทพแกว. (มปป). พัฒนาทักษะทางการอานออกเสียง ภาษาจีนพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ตอนปลาย 4-6 โรงเรียนบานวังหันน้ำ ดึง โดยใชสื่อมัลติมีเดีย. คนเมื่อ 28 มกราคม 2567. จาก : https://research.kpru.ac.th/research2/pages/filere/1650272866.pdf?fbclid=I wAR2IXq1UH_juyUuDP1-JfsUFzAgilZQ6OGWuDkOJ7obncShGjaA2lvYOoP0 อัญทิกานคํามะณีและอรนุช ลิมตศิริ. (2565). การพัฒนาทักษะการอานภาษาจีน โดยใชสื่อ มัลติมีเดียสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่4 โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัยเรื่อง 苹果 一斤多少钱?,我换人民币. คนเมื่อ 25 มกราคม 2567. จาก : https://so06.tcithaijo.org/index.php/jomld/article/view/258756/176075?fbc lid=IwAR2f3fBsOKWTTZlWzeMwUvyVgTlTRSQEP9KoS7HegL3pYh4EluWfdUllFE


Click to View FlipBook Version