The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดวิชาการจัดการเรียนรู้กลุ่มส่งเสริม(การทำกรงนก)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by n1_solid, 2021-09-20 06:43:05

ชุดวิชาการจัดการเรียนรู้กลุ่มส่งเสริม(การทำกรงนก)

ชุดวิชาการจัดการเรียนรู้กลุ่มส่งเสริม(การทำกรงนก)

การจัดการเรียนรู้ 40

เรื่องที่ 2 การตลาด

เพ่ือให้การประกอบอาชีพประสบความสาเร็จ การทาอาชีพส่วนใหญ่ต้องเข้าถึงการตลาด
เพ่อื ให้สามารถจาหน่ายสนิ ค้าท่ีมกี ารผลติ ขนึ้ ได้ การส่งเสริมชอ่ งทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์
เป็นการเปิดโอกาสในการสร้างการรับรู้และการจาหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม กลุ่มการทากรงนกเขามี
วิธกี ารในการสรา้ งการรบั ร้แู ละประชาสมั พนั ธ์สนิ ค้าของกลุ่มผ่านช่องทาง ดงั นี้

1. ที่ทาการกลุม่
2. รา้ นจาหน่ายของฝาก
3. งานแสดงสนิ ค้าของหนว่ ยงานราชการ
4. ศูนย์สง่ เสริมอุตสาหกรรม ฯลฯ
5. งานแสดงสนิ คา้ ของภาคเอกชน
6. การประชาสัมพนั ธ์ส่อื ออนไลน์ เชน่ เว็บไซต์ ไลน์ เฟซบ๊คุ
การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ทาได้โดยการคัดวัสดุ อุปกรณ์ในการทาและอุปกรณ์การตกแต่งท่ีมี
คุณภาพ คานึงถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัสดุจากธรรมชาติ – การ
ใช้ภูมิปัญญา การสืบสานวัฒนธรรม เป็นฐานในการพัฒนาการผลิตกรงนกเขา รวมถึงการออกแบบ
และจัดทารูปแบบกรงนกเขาที่สอดคล้อง กับความต้องการของตลาด และมีการจดทะเบียนกลุ่มเป็น
วสิ าหกจิ ชุมชนสร้างความเชื่อมัน่ ใหก้ บั ลกู คา้ ซงึ่ สง่ ผลต่อการคานวณหาตน้ ทนุ และกาไรในการผลิต
ในการผลิตกรงนกเพ่ือการค้า การคานวณต้นทุนเป็นสิ่งท่ีจาเป็นมาก เพราะทุนเป็นปัจจัย
สาคัญในการผลิต ผู้ผลิตสามารถกาหนดราคาขายได้เอง คานวณราคาต้นทุนได้จากการรวบรวม
ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่เร่ิมจนสิ้นสุดกิจกรรม กลุ่มมีข้อมูลจากการบันทึกและการทาบัญชีรายรับและ
รายจ่าย เพ่ือให้ได้ผลตอบแทนในการผลิตมากที่สุด ผู้ผลิตต้องใช้ต้นทุนในการผลิตต่า เพราะผู้ผลิตใช้
ตน้ ทุนในการผลิตสูงผลตอบแทนยอ่ มต่าไปด้วย
วธิ กี ารคานวณตน้ ทนุ การผลติ
ผู้ผลิตจะต้องจดบันทึกการลงทุนหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่เร่ิมดาเนินการจนกระทั่งจาหนา่ ย
ช่วยให้สามารถคานวณหากาไรจากต้นทนุ ในการผลติ และกาหนดราคาขายผลผลิตของตนได้
วธิ กี ารคานวณ
ใช้สูตร กาไรท่ีต้องการ = ตน้ ทนุ การผลติ X เปอรเ์ ซ็นตข์ องกาไรทต่ี อ้ งการ

100
สมมตวิ ่าต้องการกาไร 50% สามารถคานวณได้โดย

กาไรที่ต้องการ = ตน้ ทนุ การผลิต X 50
100

ชุดวิชา การจดั การเรียนรู้กลมุ่ ส่งเสริมและพัฒนาการทากรงนกบา้ นหวั ดนิ เหนือ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจัดการเรยี นรู้ 41

ตัวอย่าง ต้นทุนในการทากรงนก 500 บาท ต้องการกาไรร้อยละ 10 จะคิดหากาไรท่ีจะได้รับวิธีการ
ดังนี้

สูตร กาไรทตี่ อ้ งการ = ต้นทนุ การผลติ X เปอร์เซ็นต์ของกาไรทต่ี อ้ งการ
100

= 500X 10
100

= 50
สรปุ กาไรท่ตี ้องการคือ 50 บาท

การคิดคานวณ ราคาจาหน่ายกรงของกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดิน

เหนอื ตวั อยา่ ง เชน่

กาไรท่จี ะไดร้ บั = ต้นทุนการผลิต 500 บาท X เปอร์เซ็นต์ของกาไรที่ตอ้ งการ 50 %

100

= 500X 50

100

= 250

สรุป กาไรทไี่ ดร้ ับ+ทุน = ราคาขาย = 250+500 = 750

ปัจจยั ท่สี ่งผลตอ่ การคดิ คานวณราคากรงนก มดี ังนี้

1. ราคาวสั ดุ อุปกรณ์

2. ประเภทของกรงและแบบของกรง

3. ความประณตี ของการเหลาซ่ี การถักเชือก

4. อปุ กรณท์ ่นี ามาใช้ในการตกแต่ง

5. ความตอ้ งการของลูกค้า

การจาหน่ายกรงนกเขาของกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ ซึ่งมี

ต้นทนุ การผลติ หลกั คือ ไม้ไผ่และหวาย ซึง่ มีราคาโดยประมาณ ดงั น้ี

1. ไม้ไผ่ 1 ทอ่ น ยาวประมาณ 1.20 – 1.50 เมตร ราคาทอ่ นละประมาณ 50 บาท

ทากรงได้ 1 ใบ

2. หวาย 1 กโิ ลกรมั ๆ ละ 250-300 บาท ทากรงหวายได้ 2 ใบ กรงผกู ได้ 3 ใบ

การกาหนดราคากรงนกเขาแตล่ ะแบบ จึงมรี าคาโดยประมาณ ดงั นี้

1. เปลอื กกรง (กรงท่ียงั ไม่ประกอบและตกแต่ง) ราคาใบละ 300 - 5,000 บาท

2. กรงผูกธรรม ราคาใบละ 300 - 1,500 บาท

3. กรงผูกดอก ราคาใบละ 3,000 - 10,000 บาท

ทั้งน้ีราคากรงนกเขา ขึ้นลงตามความประณีตของการเหลาซ่ี การรมควัน การแกะดอกและ

การตกแต่ง เปน็ สาคญั

ชดุ วิชา การจดั การเรียนร้กู ลุ่มสง่ เสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบ้านหวั ดินเหนอื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจดั การเรยี นรู้ 42

เรอื่ งท่ี 3 การขายแบบออนไลน์
จากสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต้ังแต่วันท่ี 13 มกราคม 2563 และ

เป็นส่วนหน่ึงของการระบาดท่ัวโลกของโควิด-19 โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกท่ีพบผู้ป่วยยนื ยนั
โควดิ -19 รายแรกนอกประเทศจีน สง่ ผลต่อวิถีการดาเนินชีวติ ของประชาชนโดยภาพรวมเรียกว่า วถิ ี
ชีวิตใหม่ นิวนอร์มอล (new normal) กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ
ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกนั การค้าขายแบบเดิมผ่านร้านคา้ กลุ่มลูกค้าเริ่มน้อยลงสาเหตุจากการปดิ
ประเทศ กลมุ่ แกป้ ัญหาโดยใช้ชอ่ งทางการหาตลาดออนไลน์ จากเดิมทไ่ี ดร้ บั การสง่ เสริมให้เรียนรู้เร่ือง
การค้าขายออนไลน์จาก ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอจะนะ สถาบัน
พัฒนาฝีมือแรงงานภาคใต้ ตัวแทนกลุ่มนาโดยประธาน นายอานัส วันนิ ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ นา
สินค้ากรงนกข้ึนสู่ตลาดการค้าออนไลน์ โพสต์จาหน่ายผ่านเฟสบุ๊ค (face book) ปรากฏว่าได้รับการ
ตอบรับจากลูกค้า จึงได้ค้นคว้าความรู้เพ่ิมเติมจัดทาเพจ อานัส วันนิ///กรงนก เพ่ือหาตลาด กลุ่ม
สามารถเพมิ่ ยอดการจาหน่ายสนิ ค้าไดเ้ พิ่มขน้ึ และมแี นวโน้มทด่ี ีด้วยสามารถทาราคาขายตอ่ ไปได้กาไร
สูงกว่าการจาหน่ายผ่านร้านขายส่ง เพราะการขายออนไลน์เป็นการติดต่อระหว่างลูกค้าและผู้ขาย
โดยตรงสามารถเสนองานให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ตลาดกว้างขึ้นส่งขายได้ท่ัวประเทศ กลุ่ม
ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ มีรายได้เข้ากลุ่มสูงขึ้นเฉล่ียร้อยละ 25 จาก
รายได้ท่ีมอี ยู่เดิมและผลท่ีเกดิ ขึ้นกับชุมชนท่ีเห็นได้ชัดคือ การทาใหก้ ลุ่มมีความเข้มแข็งและย่ังยืนเป็น
เสมอื นการอนรุ ักษ์ไว้ซง่ึ ภูมปิ ญั ญาบ้านหัวดินเหนอื และวถิ ีของชาวจะนะ

สรุปข้อมูลการจาหน่ายกรงนกเขาที่ส่งจาหน่ายได้ในพืน้ ทีต่ ่างๆ ในรูปแบบการขายส่งและการ
ขายแบบออนไลน์

1. ตลาดขายส่ง พื้นท่ีจาหน่าย อาเภอจะนะและพ้ืนท่ี 3 จังหวัดชายแดนใต้ คิดเป็นร้อยละ
50 พ้ืนที่ภาคกลาง คิดเป็นร้อยละ 30 ต่างประเทศ (มาเลเซีย อินโดนีเซียฯ) คิดเป็นร้อย
ละ 20

2. ตลาดออนไลน์ พน้ื ทจ่ี าหนา่ ย ภาคกลาง คิดเปน็ ร้อยละ 70 ภาคใต้ 3 จังหวดั ชายแดนใต้
คดิ เป็นร้อยละ 30

ชุดวิชา การจัดการเรยี นรู้กลมุ่ สง่ เสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

การจดั การเรยี นรู้ 43

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ ท่ีมีการผลิตและจาหน่าย ผ่าน
เพจของกลุ่ม คือ เพจกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ และสมาชิกโดย
ประธานนายอานัส วนั นิ ผ่านเพจ อานัส วนั น/ิ //กรงนก นางยวุ ารี เสะและ และหาสะหน๊ะ ขรีดาโอ๊ะ
กม็ กี ารเพิ่มชอ่ งทางในการตดิ ต่อเพือ่ รับงานสู่กลุม่ และดาเนนิ การด้วยตนเองบางส่วน

ชุดวิชา การจัดการเรียนรกู้ ลุ่มสง่ เสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบ้านหวั ดนิ เหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

การจดั การเรยี นรู้ 44

กจิ กรรมท่ี 4

คาช้ีแจง ใหผ้ ู้เรยี นตอบคาถามในแตล่ ะข้อลงในชอ่ งวา่ งให้สมบูรณ์
1. การทากรงนกเขาแบ่งไดก้ ปี่ ระเภท และแตล่ ะประเภทมีกรงแบบใดบา้ ง
.............................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. การทากรงนกเขาเปน็ งานท่ตี ้องใชท้ กั ษะ ความชานาญ ซึง่ จะช่วยเพิ่มมลู ค่าและราคาของ
กรงได้ การเพ่ิมมูลค่าและราคาดูไดจ้ ากอะไรบา้ ง

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

3. การจาหน่ายกรงนกเขาแบบออนไลนส์ ามารถทาไดโ้ ดยวธิ ใี ด
...................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ชุดวิชา การจดั การเรียนร้กู ลุ่มส่งเสรมิ และพัฒนาการทากรงนกบา้ นหวั ดนิ เหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

การจัดการเรยี นรู้ 45

ตอนท่ี 5

การพัฒนาอาชีพสคู่ วามยงั่ ยืน

สาระสาคญั

การพัฒนาอาชีพการทากรงนกเขาผู้เรียนจะต้องมีความรู้ เร่ืองการตลาดโดยการสารวจความ
ต้องการของลูกค้า แหล่งวัตถุดิบ ศึกษาแบบของกรงนกเขาให้มีความรู้ความเข้าใจและฝึกทักษะให้มี
ความชานาญ พัฒนาต่อยอดอย่างต่อเน่ือง สร้างเครือข่าย แหล่งวัตถุดิบ ขยายช่องทางการผลิต การ
จาหน่าย ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยวิธีการที่หลากหลายใช้ศักยภาพของตนเอง ของกลุ่มในการ
จดั การความรู้เพื่อนาความรู้ทีอ่ ยู่ในตัวบคุ คลเปน็ องค์ความรูใ้ นรูปแบบสอื่ ใชใ้ นเชิงวิชาการตอ่ ไป

จุดประสงค์

1. เพอ่ื ให้ผ้เู รียนสามารถใช้เครอื่ งมอื สารวจตลาดได้
2. เพอื่ ให้ผู้เรียนสามารถอธิบายวิธีการข้นั ตอนการพัฒนาอาชพี ได้
3. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอธิบายวิธกี ารสรา้ งเครอื ข่ายได้
4. เพอื่ ให้ผู้เรียนอธบิ ายกระบวนการจัดการความรูก้ ารทากรงนกเขาได้
ขอบข่ายเนอ้ื หา

เรอ่ื งที่ 1 การสารวจตลาด
เรอื่ งท่ี 2 ข้ันตอนการพัฒนาอาชีพ
เรื่องท่ี 3 วธิ ีการสร้างเครือข่าย
เรื่องท่ี 4 กระบวนการจัดการความรู้การทากรงนกเขา

ชุดวิชา การจดั การเรยี นรกู้ ลมุ่ ส่งเสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบา้ นหัวดนิ เหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจดั การเรียนรู้ 46

เรื่องที่ 1 การสารวจตลาด
ตลาดกรงนกเขาเป็นตลาดเฉพาะ ไม่ใช่ตลาดท่วั ไป มลี กู ค้าหรือผูใ้ ช้ ทางกลมุ่ สามารถจาหน่าย

ทั้งขายปลีกและขายส่ง ตลาดส่วนใหญ่ลูกค้าคือกลุ่มผู้เล้ียงนกเขา มีท้ังนกเขาชวา นกเขาใหญ่ บาง
พ้ืนท่ีเรียก นกเขาหม้อ (จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี) เม่ือสามารถทากรงนกเขาได้แล้ว หาก
ประสงคจ์ ะประกอบเป็นอาชีพต้องสารวจตลาดด้วย วธิ ีการง่ายๆ ดังน้ี

1. การสังเกต คนทากรงนกเขาต้องสังเกตจากสนามแข่งนก สนามซ้อมนก และร้านจาหน่าย
กรงนกว่ากรงแบบไหนท่ีตลาดมคี วามตอ้ งการ

2. สอบถาม ไม่จาเป็นต้องทาแบบสอบถาม แต่ใช้การสอบถามโดยปากเปล่าจากร้านค้ากรง
นก หรอื กลมุ่ ผู้เลีย้ งนกเขา

3. สัมภาษณ์ จากผู้เลี้ยงนก และร้านจาหน่ายกรงนก เมื่อผู้เรียนได้ข้อมูลมาแล้วก็ทาการ
วิเคราะห์ สามารถถอดแบบกรกรงนกเขาออกมาได้ ทั้งแบบโขนงหวายและแบบผูก ว่ามีรายละเอียด
อะไรบ้าง การวิเคราะห์ ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ร่วมกับผู้อื่นด้วยก็ได้ เรียกว่าการระดมพลังสมอง
เพอื่ จัดการความรู้ ให้เปน็ องค์ความรทู้ เี่ ดน่ ชดั

ชดุ วิชา การจัดการเรยี นร้กู ลุ่มส่งเสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบ้านหวั ดนิ เหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

การจัดการเรียนรู้ 47

เร่ืองท่ี 2 วิธีการ ข้นั ตอนการพฒั นาอาชีพการทากรงนกเขา

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ มีวิธีการพัฒนาอาชีพการทากรง
นกเขา ดังนี้

1. พัฒนาตนเอง ผ้เู รียนท่ีเรียนรกู้ ารทากรงนกเขา ต้องพัฒนาตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง ดว้ ยวิธกี าร
แบบงา่ ยๆ ดังน้ี

1.1 การแลกเปลีย่ นเรียนรู้กับผ้อู ืน่ ทร่ี ่วมทากรงนกเขาด้วยกัน เพื่อให้มีมมุ มองแนวคิด
ใหมๆ่

1.2 ศึกษาดูงานการทากรงนกเขาจากกลุ่มหรือแหล่งเรียนรู้อื่นๆ หรือบุคคลอ่ืนๆท่ีมี
อาชพี ทากรงนกเขาทั้งภายในและภายนอกชมุ ชน

1.3 ฝึกทักษะ เพ่ือให้มีความชานาญฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง สร้างสมประสบการณ์
เพราะอาชีพการทากรงนกเขาเนน้ การฝกึ ทักษะ ในการใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์ อย่างมอื อาชีพ

2. ใช้พลังกลุ่มในการพัฒนาอาชีพและขับเคล่ือนกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มมีกระบวนการในการ
บริหารจัดการทนุ เพอื่ จัดซ้ือวสั ดุหลกั ได้แกไ่ ม้ไผ่และหวาย ซอื้ ในปริมาณทม่ี าก ลดราคาต้นทนุ

ชดุ วิชา การจัดการเรยี นรกู้ ลมุ่ สง่ เสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบ้านหัวดนิ เหนือ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจดั การเรียนรู้ 48

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ มีข้ันตอนการพัฒนาอาชีพ
การทากรงนกเขาของกลมุ่ ดังน้ี

1. กาหนดโครงสรา้ งการบริหารจดั การทีช่ ัดเจน ไม่ซับซ้อน

2. การรวมกลุม่ เปน็ การรวมกลุ่มโดยความสมคั รใจ มีวตั ถปุ ระสงคแ์ ละเป้าหมายเดียวกนั
3. องค์ประกอบในการขับเคลื่อนกจิ กรรมกลมุ่ มคี วามชัดเจน ไดด้ งั น้ี

3.1 ผู้นากลุ่มหรือประธาน มีการเลือกผู้นาท่ีมีความสามารถ มาบริหารจัดการกลุ่ม
เพราะมีภาวะผู้นาสูงเป็นท่ียอมรับของสมาชิกกลุ่ม ลักษณะเด่นของผู้นา คือ มีความยุติธรรม มีความ
กล้าหาญ มีความรู้ในงานที่ทาอย่างชัดเจน มีการส่ือสารท่ีดี กล้าแสดงออก รักท่ีจะเรียนรู้สิ่งใหม่
ตลอดเวลา ขยัน เสียสละ มีน้าใจ และทุ่มเทการทางาน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีทักษะในการติดต่อ
ประสานงาน

3.2 สมาชิก มีความสามัคคีสง่ ผลให้กล่มุ มีความเข้มแข็ง ดว้ ยการใชร้ ะบบเครือญาติ
3.3 ที่ปรึกษากลุ่ม หัวหน้า กศน.ตาบลป่าชิง มีความรู้ความสามารถ มีทักษะการ
ประสานงานรู้จักภาคีเครือข่าย พร้อมให้คาแนะนาในทุกเร่ือง เช่น การศึกษาแนวทางการตลาด การ
ปรับเปลีย่ นรูปแบบกจิ กรรม การจาหนา่ ย การจัดต้งั กล่มุ เป็นตน้
3.4 การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์เป็นแนวทางในการ
ดาเนินงานของกลุ่มใช้หลักความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน ควบคู่กับการใช้ความรู้ในวิชาชีพ
และมีคุณธรรม เพ่ือคงไว้ซ่ึงภูมิปัญญาที่ได้รับการถ่ายทอดกันมาอย่างยาวนาน สืบสานการอนุรักษ์
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโดยใช้วสั ดอุ ย่างประหยัดและคมุ้ ค่า

ชดุ วิชา การจดั การเรยี นรู้กลมุ่ สง่ เสริมและพฒั นาการทากรงนกบ้านหัวดนิ เหนือ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

การจัดการเรยี นรู้ 49

เรือ่ งที่ 3 การสรา้ งเครือขา่ ย
เครือข่ายเป็นสิ่งสาคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมของกลุ่ม เมื่อมีการพัฒนาภายในกลุ่มให้

เข้มแข็ง การพัฒนาอาชีพไปสู่ความยั่งยืนสิ่งที่เป็นปัจจัยสาคัญอย่างหนึ่ง คือเครือข่าย เพ่ือการผลิต
และจาหน่ายกรงนกเขาไดอ้ ย่างต่อเน่ือง ต้องแสวงหาแหล่งวัตถุดิบ แหล่งจาหน่าย อุปกรณ์ในการทา
และตกแต่งกรงนกเขา ร้านค้ากรงนกเขา กลุ่มผู้เลี้ยงนกเขาและสนามแข่งขันนกเขา เพ่ือให้ทุก
กจิ กรรมดาเนินการไดเ้ ป็นระบบครบกระบวนการ กล่มุ ส่งเสรมิ และพฒั นาอาชีพการทากรงนกบ้านหัว
ดนิ เหนือ สามารถสรา้ งเครือข่ายได้โดยดาเนนิ การ ดังนี้

1. เครือข่ายท่ีเกิดโดยธรรมชาติ เช่น กลุ่มอาชีพการทากรงนกเขาในพื้นท่ีอาเภอจะนะ ท่ีมี
แนวทางในการดาเนินกิจกรรมของการทากรงนกเขาเช่นเดียวกันมาร่วมเป็นเครือข่ายเพ่ือการ
แลกเปล่ียนเรียนร้ดู า้ นอาชีพ

2. เครือข่ายท่ีเกิดจากการจัดต้ัง เช่น องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ท่ีลงมาส่งเสริม
การดาเนนิ งานของกลมุ่ ตามวัตถปุ ระสงค์ของหนว่ ยงาน

3. เครือข่ายท่ีเกิดโดยความสัมพันธ์ หรือเครือข่ายท่ีไม่ได้มีแนวคดิ ว่าจะต้องเป็นเครือขา่ ย แต่
เม่ือมีการทากิจกรรมร่วมกันเป็นเวลายาวนานจึงกลายเป็นเครือข่ายที่มีการสนับสนุนกันเรื่อยมา
เช่น เครือข่ายการปลูกหวายปลูกไม้ไผ่ เครือข่ายร้านค้ากรงนกเขา กลุ่มทาหัวกรง กลุ่มเย็บผ้าคลุม
กรง และชมรมนกเขาชวาเสียงอาเภอจะนะ เป็นต้น

ชดุ วชิ า การจดั การเรยี นรกู้ ลมุ่ ส่งเสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบา้ นหัวดินเหนือ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

การจัดการเรียนรู้ 50

เรอื่ งท่ี 4 กระบวนการจัดการความร้กู ารทากรงนกเขา

กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทากรงนกเขาบ้านหัวดินเหนือ เป็นกลุ่มที่มีองค์ความรู้ใน
การทากรงนกเขาและการบริหารจัดการกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เพ่ือให้การสร้างและแสวงหาความรู้
เกิดขึ้นได้จึงต้องดาเนินการการจัดความรู้ให้เป็นระบบ โดยแบ่งการศึกษาความรู้ดังกล่าวเป็นตอนๆ
ตามทกี่ ล่าวมาในตอนตน้ และเพ่ือให้สามารถเรยี นรู้ไดง้ ่ายจงึ ได้จัดทาเป็นชดุ วิชาประกอบในการเรียนรู้
ตามหลักสตู รและเปน็ สือ่ เสริมทส่ี ามารถเรยี นรไู้ ด้ดว้ ยตนเองตามความสนใจ

สรุปกระบวนการจัดการความรู้การทากรงนกเขา
1. การบ่งชคี้ วามรู้

กลุ่มมีความรู้เร่ืองการทากรงนกเขาตามภูมิปัญญาบ้านหัวดินเหนือ องค์ความรู้ส่วนใหญ่
อยใู่ นตวั บคุ คล เชน่ ประธาน สมาชิกกลมุ่ ที่มที กั ษะ ความชานาญ

2. การสรา้ งและแสวงหาความรู้
การสร้างความรโู้ ดยการพูดคุย สัมภาษณ์ สอบถาม สังเกต แล้วนามาบันทกึ ควบคกู่ ับการ

สารวจความรู้ท่ีไมช่ ัดเจน เพอ่ื ดาเนินการหาความรู้เพิม่ เชน่ ในเรอ่ื งการคา้ ขายออนไลน์
3. การจัดความรู้ให้เปน็ ระบบ
ประธานและสมาชิกยังขาดระบบการจัดเก็บความรู้ และการรวบรวมข้อมูล จึงประสานท่ี

ปรกึ ษากลมุ่ และครู กศน. ในการจัดทาขอ้ มลู ความรู้ใหเ้ ป็นระบบตามขั้นตอน
4. การประมวลและกล้นั กรองความรู้
การจดั พมิ พ์ข้อมูลความรทู้ ถี่ ูกถ่ายทอดมาดว้ ยภาษาท่เี ขา้ ใจงา่ ยสามารถเรียนร้ไู ดอ้ ยา่ งเป็น

ขน้ั ตอน ในรูแบบส่ือ ชุดวชิ า การจัดการเรียนร้กู ลุม่ ส่งเสริมและพฒั นาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดิน
เหนือตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

5. การเข้าถงึ ความรู้
ความรู้ของกลุ่มถูกจัดเก็บในรูปแบบชุดวิชาที่สามารถเรียนรู้ได้ตามหลักสูตรและสามารถ

ศกึ ษาเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองตามความสนใจของผ้เู รยี น
6. การแบ่งปนั แลกเปลยี่ นความรู้
การแลกเปล่ียนความรู้เกิดจากการพูดคุย ฝึกปฏิบัติ และศึกษาเรียนรู้จากการมาศึกษาดู

งาน การฟังบรรยาย หรือเรยี นรู้ด้วยตนเอง ผ่านสอ่ื ชุดวิชา
7. การเรยี นรู้
สามารถเกิดข้ึนได้ตลอดเวลาโดยการอ่าน การฝึก การสอบถาม หรือการเรียนรู้ผ่านสื่อ

ออนไลน์

ชดุ วิชา การจัดการเรยี นรู้กลมุ่ สง่ เสริมและพัฒนาการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจดั การเรยี นรู้ 51

กจิ กรรมที่ 5

คาชี้แจง ให้ผเู้ รียนตอบคาถามในแต่ละข้อลงในชอ่ งว่างให้สมบูรณ์
1. การสารวจตลาดอยา่ งง่ายสามารถทาไดด้ ว้ ยวธิ ีใดบ้าง

...................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

2. วิธีการพฒั นาอาชีพของกลุ่มทาไดอ้ ย่างไร
...................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

3. เครอื ขา่ ยลักษณะใดท่จี ะมีความสัมพันธ์ตอ่ กนั ได้อย่างยาวนาน
...................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ชุดวชิ า การจัดการเรยี นรูก้ ลุ่มสง่ เสรมิ และพัฒนาการทากรงนกบ้านหัวดินเหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

การจดั การเรยี นรู้ 52

แบบทดสอบหลงั เรยี น

คาชี้แจง

เพ่ือเป็นการประเมินความรู้ของผู้เรียนก่อนการศึกษาชุดวิชา การจัดการเรียนรู้กลุ่มส่งเสริม
และพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดินเหนือตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ว่าผู้เรียนมี
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเร่ืองการทากรงนกเขาบ้านหัวดินเหนือเพียงใด ให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบ
จานวน 20 ข้อ โดยทาเคร่อื งหมายกากบาท (x) ทบั ตัวอักษร ก ข ค หรือ ง ของคาถามในแต่ละข้อท่ี
ผ้เู รยี นคดิ ว่าถูกต้องท่สี ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว

1. ขอ้ ใดกล่าวไดถ้ ูกต้องที่สดุ
ก. การทากรงนกเขาเปน็ การถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น
ข. การทากรงนกเขาเปน็ อาชีพสงวนสาหรับคนไทย
ค. การทากรงนกเขาเป็นพรสวรรค์รายบุคคล
ง. การทากรงนกเขามเี ฉพาะภาคใต้

2. ขอ้ ใดไม่ใช่ความสาคัญของการทากรงนกเขา
ก. เปน็ แหล่งเรียนรู้
ข. สร้างความสามคั คี
ค. สร้างงาน สรา้ งอาชีพ
ง. ส่งเสริมการเมอื งการปกครอง

3. ขอ้ ใดไม่ใช่เปา้ หมายของเศรษฐกิจพอเพียง
ก. ปราณแี บง่ เงินจากการขายกรงนกเขาไปฝากกล่มุ ออมทรพั ย์
ข. จาหน่ายกรงนกเขาเพื่อแขง่ ขันทางการค้า
ค. กอ่ เดชสอนจานงทากรงนกเขา
ง. ดอเล๊าะทากรงนกเขาใช้เอง

4. ทาไมการทากรงนกเขาจงึ นยิ มใชห้ วายตะคร้าทอง
ก. หาซอื้ ง่ายปลูกในทกุ พื้นท่ี
ข. เนอ้ื หวายมีสีทอง
ค. ขึ้นรปู ทรงไดง้ า่ ย
ง. ราคาถูก

5. ถ้าตอ้ งการขดหวายให้เปน็ วงกลมควรเลอื กใชอ้ ุปกรณใ์ นขอ้ ใดเหมาะสมท่สี ดุ
ก. ทอ่ พีวีซี
ข. ถงั แก๊ส
ค. ต้นมะมว่ ง
ง. ต้นมะพรา้ ว

ชุดวชิ า การจดั การเรียนร้กู ลมุ่ ส่งเสริมและพัฒนาการทากรงนกบ้านหัวดนิ เหนอื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจดั การเรียนรู้ 53

6. ขอ้ ใดเป็นอุปกรณ์เขา้ ปากฉลาม
ก. มดี ตอก-กาวลาเทก็ ซ์-ยางวงใหญ่
ข. มดี ตอก-กาวลาเทก็ ซ์-คีม
ค. มดี ตอก-คีม-สวา่ น
ง. มดี ตอก-สวา่ น-กาวร้อน

7. “คอน” หมายถึงขอ้ ใด
ก. ท่ใี หน้ กกนิ อาหาร
ข. ทใ่ี หน้ กจบั เกาะ
ค. ใชป้ ระกอบพื้นกรง
ง. ที่จบั หวั กรงนกให้มคี วามแนน่

8. กรง “15 น้ิว” หมายถงึ ส่วนใด
ก. ความยาวของหวั กรง
ข. ความสงู ของกรง
ค. ความกว้างของเพดานกรง
ง. รัศมีของตีนกรง

9. ข้อใดเป็นอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ทาให้ซ่กี รงมีระยะห่างเท่าๆ กัน และสม่าเสมอ
ก. ตลบั เมตร
ข. ไมบ้ รรทัด
ค. มรรค
ง. ไม้แบบ

10. ต้องการให้ซี่กรงมีขนาดเท่ากนั ตลอดต้องใช้อุปกรณ์ตามขอ้ ใด
ก. มดี ตอก-แป้นชกั ซี่-กระดาษทราย

ข. มดี ตอก-คีม-กระดาษทราย

ค. มีดตอก-แป้นชกั ซี่-มรรค

ง. มีดตอก-แปน้ ชักซี่-คีม

11. ข้อใดไม่ใช่อปุ กรณต์ กแตง่ ท่อี ยูร่ ว่ มกับ“ผ้าสีช่ าย”
ก. ผ้าคลุมกรง
ข. ผ้าเพดานกรง
ค. ผ้ารองรับมูลนก
ง. ผา้ ลูกไมร้ ะบายขอบกรง

ชดุ วิชา การจัดการเรยี นรู้กลุ่มสง่ เสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบา้ นหวั ดินเหนอื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจัดการเรยี นรู้ 54

12. ข้อใดกลา่ วถงึ สว่ นประกอบของกรงได้ถกู ตอ้ งทส่ี ุด
ก. หวั กรง - ตัวกรง – ท้ายกรง
ข. ตวั กรง – ผ้าคลมุ – ทา้ ยกรง
ค. ซ่ีกรง – โขนง – หัวกรง
ง. หวั กรง – โขนง – ประตู

13. ขอ้ ใดเป็นอปุ กรณต์ กแต่งกรงท้งั หมด
ก. มีดตอก – ผา้ คลมุ – คอน
ข. แก้วนา้ – ผา้ สีช่ าย – ลูกตุ้ม
ค. กาวลาเทก็ ซ์ – หัวกรง – คอน
ง. มีดตอก – หว่ งใสแ่ ก้ว – เล่อื ยฉลุ

14. การทากรงนกเขาของบ้านหัวดินเหนอื มี 2 ประเภท ตามข้อใด
ก. กรงแกะดอก กบั ไม่แกะดอก
ข. กรงซีเ่ ล็ก กับ กรงซใี่ หญ่
ค. กรงผกู กับ กรงหวาย
ง. กรงถูก กบั กรงแพง

15. การขึน้ รูปกรงผูกและกรงหวายใชข้ อบหวายตามจานวนในข้อใด
ก. กรงผูก 5 ขอบ กรงหวาย 9-10 ขอบ
ข. กรงผกู 6 ขอบ กรงหวาย 10-11 ขอบ

ค. กรงผกู 7 ขอบ กรงหวาย 11-12 ขอบ

ง. กรงผกู 8 ขอบ กรงหวาย 12-13 ขอบ
16. การขน้ึ รูป หมายถึงขอ้ ใด

ก. การขดหวาย
ข. การเจาะรู
ค. การต่อหวาย
ง. การเสยี บซ่กี รงกบั โขนง
17. ขอ้ ใดเปน็ ข้นั ตอนสดุ ท้ายในการขึ้นรปู ก่อนนาเปลือกกรงไปจาหนา่ ย
ก. ใสซ่ ี่ลกู ให้ครบ
ข. ใส่ลูกตุ้มแกว้
ค. ทาวาณิชให้ท่ัวตัวและท้ายกรง
ง. นากรงไปรมควนั กันมอดและแมลง

ชุดวชิ า การจัดการเรียนรู้กลุ่มส่งเสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบา้ นหัวดนิ เหนือ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจัดการเรียนรู้ 55

18. กรงในขอ้ ใดเปน็ แบบทไี่ ด้รับความนยิ มจากการผลิตของกลมุ่ สง่ เสริมและพัฒนาอาชพี การทา
กรงนกบ้านหัวดินเหนอื
ก. กรงหวายทา้ ยหุบ
ข. กรงผกู ทา้ ยหบุ
ค. กรงระฆงั
ง. กรงซี่เลก็

19. การแกะดอกซ่ีกรงใช้สว่ นไหนของไมไ้ ผจ่ ะดีท่สี ดุ
ก. สว่ นโคนของตน้ ไผ่
ข. ปล้องทีไ่ มม่ ีตา
ค. ขอ้ ปล้องทม่ี ีตา
ง. ส่วนปลายของลาไผ่

20. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชน์ของการรวมกลุ่ม
ก. เรยี นรู้ระบบประชาธปิ ไตย
ข. มีอานาจในการตอ่ รอง
ค. เข้าถงึ แหลง่ ทนุ ได้ง่าย
ง. ความเท่าเทยี ม
………………………………………………………………………………………………………………….

ชดุ วิชา การจดั การเรียนรู้กลุ่มสง่ เสริมและพฒั นาการทากรงนกบ้านหัวดินเหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

การจัดการเรยี นรู้ 56

ภาคผนวก

ชดุ วชิ า การจดั การเรยี นรู้กล่มุ ส่งเสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบ้านหวั ดนิ เหนือ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

การจัดการเรยี นรู้ 57

เฉลยแบบทดสอบก่อนและหลังเรยี น

ข้อ คาตอบในแบบทดสอบกอ่ น-หลังเรียน
1. ข
2. ง
3. ข
4. ค
5. ก
6. ก
7. ข
8. ง
9. ค
10. ง
11. ก
12. ง
13. ข
14. ค
15. ข
16. ง
17. ค
18. ก
19. ค
20. ง

ชุดวชิ า การจัดการเรียนร้กู ลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการทากรงนกบ้านหัวดนิ เหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

การจัดการเรยี นรู้ 58

เฉลยแนวตอบกจิ กรรม

กจิ กรรมที่ 1

1. บอกความสาคญั ของกลมุ่ ส่งเสริมและพัฒนาอาชพี การทากรงนกบา้ นหัวดนิ เหนอื ทมี่ ตี อ่
ภาพลกั ษณข์ องอาเภอจะนะ

แนวตอบ กล่มุ กรงนกเขาบา้ นหัวดินเหนือ มีความสาคญั ต่อภาพลกั ษณ์ของอาเภอจะนะ
จงั หวดั สงขลา ดงั นี้

1. ดา้ นสังคม มคี วามสาคญั ต่อชุมชนทาใหค้ นภายนอกชมุ ชนไดร้ จู้ กั ชุมชนบ้านหวั ดินเหนอื
เขา้ มาศกึ ษาดูงานในชุมชน มกี ารซื้อขายผลิตภัณฑ์เป็นสงั คมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

2. ดา้ นการศึกษา เปน็ แหล่งเรียนรูข้ องชมุ ชน เปน็ ฐานการเรียนรู้ด้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง สร้าง
ผู้รู้ท่จี ะเป็นภูมิปญั ญาของชมุ ชนตอ่ ไป

3. ด้านเศรษฐกจิ เป็นแหล่งผลิตกรงนกเขาเพื่อการจาหน่าย สร้างงาน สร้างอาชพี สรา้ ง
รายไดใ้ หแ้ กส่ มาชกิ ของกลุม่

4. ด้านการประกอบอาชีพ การทากรงนกเขาสามารถสรา้ งงาน สร้างรายได้ เพอ่ื เลยี้ งชีพของ
ตนและครอบครวั ได้

2. บอกเป้าหมายหลกั สาคัญของการนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ในกลุ่ม
แนวตอบ เป้าหมายหลกั ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มี 6 เป้าหมาย คอื
1. การลดค่าใชจ้ ่าย เพราะทากรงนกเขาใช้เองได้
2. การเพ่มิ รายได้ เพราะสามารถทากรงนกเขาเพ่อื การจาหนา่ ยเพม่ิ รายได้
3. การออม เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันฝากเงินกับธนาคาร ฝากเงินเข้ากลุ่มออมทรัพย์ภายใน
หมบู่ า้ น แบ่งเงินเหลอื ไว้ 1 ส่วนเกบ็ ไวใ้ ชย้ ามจาเปน็
4. การอนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ทาใหม้ กี ารปลูกหวายและไมไ้ ผ่เกิดขึน้
อย่างต่อเน่อื งเพอื่ ทดแทนทใ่ี ช้ไป
5. วัฒนธรรมประเพณี เพราะเป็นอาชีพอสิ ระเข้ารว่ มกจิ กรรมตามประเพณแี ละวฒั นธรรมได้
6. เออื้ อาทร มกี ารแบ่งปนั วสั ดุ อุปกรณ์ ในยามท่ีขาดแคลน
3. สามารถนาหลักของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ิตได้อยา่ งไร
แนวตอบ นามาประยกุ ใช้เรอ่ื งการออม การลดรายจ่าย การเพม่ิ รายได้ มกี ารพัฒนาเรยี นรสู้ ิง่
ใหม่ เป็นต้น

ชุดวชิ า การจัดการเรียนรูก้ ลุม่ สง่ เสริมและพฒั นาการทากรงนกบ้านหัวดนิ เหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

การจัดการเรยี นรู้ 59

กจิ กรรมท่ี 2

1. เพราะเหตุใดคนทากรงนกเขาจงึ นิยมใช้ไมไ้ ผส่ ีสกุ เท่านนั้ ในการทาซก่ี รง
แนวตอบ เพราะมคี วามเหนยี วและทนทาน เม่ือทาเปน็ ซก่ี รง หรอื เส้นท่ีจะใช้ทาโครงกรงผกู
จะทาใหซ้ ่ีกรงและเส้นที่ทาโครงกรง มีความแข็งแรงทนทาน และสวยงาม
2. หากตอ้ งการเรยี นรู้การทากรงนกเขาวิธีการเรยี นรู้ใดที่สามารถใชไ้ ดท้ นั ที
แนวตอบ วธิ ีการเรยี นรู้ด้วยตนเอง โดยสบื คน้ ความรู้จากผูร้ ู้ ภูมิปญั ญา สื่ออินเทอรเ์ น็ต หรือ
แหลง่ วิทยาการต่างๆ หรือผา่ นการศึกษาดงู านจากกลมุ่ ได้รับความรูจ้ ากการบรรยาย การดกู ารสาธติ
และดูชิน้ งานจริง
3. ทาไมต้องมกี ารวางแผนกอ่ นการเรียนรู้การทากรงนกเขา
แนวตอบ เพื่อใหม้ คี วามรู้ในเร่ืองตา่ งๆ ทเ่ี ก่ียวกบั การทากรงนก จะทาให้ไปสู่เป้าหมาย
ความสาเรจ็ ในการทากรงนกได้อย่างทวี่ างไว้

กจิ กรรมท่ี 3

1. การเตรยี มหวายเพ่อื ให้ได้กรงนกเขาที่มคี ณุ ภาพมวี ธิ กี ารเตรียมอย่างไร
แนวตอบ เลือกหวายตามขนาดที่ต้องการ จานวน 4-5 เส้น ใหม้ ขี นาดทแ่ี ตกตา่ งกัน ดังน้ี
เส้นที่ 1 เสน้ ลา่ งสุด มเี สน้ ผ่าศูนย์กลางประมาณ 12-13 นิว้ (ใชท้ ากรงขนาดเลก็ )
เสน้ ท่ี 2 เส้นผ่านศนู ย์กลางประมาณ 11.5 ถงึ 12.5 นิว้
เสน้ ท่ี 3 และ 4 (บางคนอาจจะใช้เส้นที่ 5 มีเส้นผา่ นศนู ย์กลาง 7.5 น้วิ ) ใหห้ า่ งกันประมาณ
1 น้วิ
ไดห้ วายแลว้ นาไปขดให้กลมโดยการใชเ้ บ้าจากทอ่ พีวีซี ใชม้ ดี ปาดปลายของเส้นหวายทั้ง 2
ขา้ งใหเ้ ปน็ รปู ปากฉลาม ใชก้ าวลาเท็กซท์ าบริเวณที่ปาดทงั้ 2 ข้าง ทาบเขา้ ด้วยกันใชย้ างเส้นผกู ให้
แน่น รอใหแ้ ห้ง ใชม้ รรคกะระยะ นาไปเจาะรตู ามท่ีกาหนดไว้
2. ให้อธิบายการขึน้ รปู กรงผูกกบั กรงหวายวา่ เหมือนหรือตา่ งกนั อย่างไร แลว้ ทดลองฝึก

ปฏบิ ัติ
แนวตอบ ต่างกนั กรงผูกข้นึ โครงท้ังใบเร่มิ จากหวายเสน้ ลา่ งสุด กรงหวายเรม่ิ จากฐานกรงใชซ้ ่ี
ลูกเวน้ ระยะของซต่ี รงเสร็จแลว้ ไปทาสว่ นบนของกรง จากน้ันนามาประกอบกันเพ่ือใหไ้ ด้ตวั กรงทัง้ ใบ
โดยใช้ซ่ีตรงเป็นตวั เช่ือม /ปฏบิ ัตกิ ารข้นรูปกรงผกู และกรงหวาย
3. การประกอบกรงหากต้องการจัดลาดับข้นั การเรียนรู้มีกข่ี ัน้ อะไรบา้ ง
แนวตอบ ลาดบั ขนั้ การเรียนรู้มี 5 ขน้ั

1. ขั้นรู้ เรียนรู้ให้เข้าใจเรื่องวัสดุ อุปกรณ์ รู้ราคา รู้ความนิยม เพื่อให้เลือกอุปกรณ์ได้ตรง

ความต้องการของผู้ใช้หรือลกู ค้า

2. ขั้นจา จาใหไ้ ด้วา่ อปุ กรณ์มีอะไรบ้าง ข้ันตอนทาอย่างไร แบบของกรงนกมีก่ีแบบ เป็นต้น

3. ข้ันทา ฝึกปฏิบัติในในทุกข้ันตอน เช่นการเลือกอุปกรณ์ตกแต่งให้เหมาะกับประเภท

รูปแบบของกรง การทากรงผูก การทากรงหวาย เป็นตน้

ชุดวิชา การจดั การเรียนรู้กลมุ่ ส่งเสรมิ และพัฒนาการทากรงนกบ้านหวั ดินเหนอื ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจัดการเรียนรู้ 60

4. ขัน้ ปรบั ปรงุ ตอ้ งตรวจเช็ครายละเอยี ดไดเ้ พ่อื ให้รวู้ า่ ต้องปรบั ปรงุ เปลี่ยนแปลงจุดไหน
อย่างไร จงึ จะไดก้ รงนกเขาทมี่ รี ปู แบบตามท่ีกาหนดไว้

5. ขั้นพฒั นา เมื่อทากรงนกเขาขัน้ พนื้ ฐานไดแ้ ลว้ ต้องสามารถพัฒนาการประกอบตกแต่งกรง
นกเขาเพื่อสามารถส่งขายสร้างมูลคา่ เพ่ิมให้กับกรงได้

กจิ กรรมที่ 4
1. การทากรงนกเขาแบ่งไดก้ ปี่ ระเภท และแต่ละประเภทมีกรงแบบใดบ้าง
แนวตอบ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ กรงผูก แบ่งเป็น 6 แบบดังน้ี 1) กรงผูกธรรมดาซีเ่ ล็ก

2) กรงผูกธรรมดาซก่ี ลาง 3) กรงผูกธรรมดาซใ่ี หญ่ 4) กรงดอกซี่เลก็ 5) กรงดอกซ่ีกลาง 6) กรงดอก
ซี่ใหญ่ และกรงหวาย แบ่งเป็น 4 แบบ 1) กรงหวายซ่ีเลก็ 2) กรงหวายซใ่ี หญ่ 3) กรงดอกหวายซ่ีเล็ก
4) กรงดอกหวายซีใ่ หญ่

2. การทากรงนกเขาเปน็ งานทตี่ อ้ งใช้ทักษะ ความชานาญ ซึ่งจะช่วยเพม่ิ มลู คา่ และราคา
ของกรงได้ การเพมิ่ มูลคา่ และราคาดูได้จากอะไรบ้าง
แนวตอบ การเพิม่ มลู ค่าและราคาดไู ด้จาก ประเภท รูปแบบ อุปกรณ์ประกอบและตกแต่ง

ความประณีตของการเหลาซีก่ รง การรมควัน การแกะดอก เปน็ ต้น
3. การจาหนา่ ยกรงนกเขาแบบออนไลน์สามารถทาไดโ้ ดยวิธีใด
แนวตอบ ทาได้โดยโพลตผ์ า่ นหนา้ เพจ หรอื เฟสบุค๊

กจิ กรรมท่ี 5
1. การสารวจตลาดอย่างงา่ ยสามารถทาไดด้ ้วยวธิ ใี ดบ้าง
แนวตอบ สารวจตลาดด้วยวิธี การสังเกต สอบถาม ใช้การสอบถามโดยปากเปล่าจาก

ร้านค้ากรงนก หรือกลุ่มผเู้ ลี้ยงนกเขา หรอื สัมภาษณ์ จากผเู้ ล้ยี งนก และร้านจาหน่ายกรงนก
2. วธิ กี ารพัฒนาอาชีพของกลุม่ ทาได้อยา่ งไร
แนวตอบ วิธีการพฒั นาอาชีพทาได้โดยพฒั นาตนเอง การแลกเปลี่ยนเรียนร้กู บั ผู้อน่ื ทร่ี ่วม

ทากรงนกเขาดว้ ยกนั การศกึ ษาดงู านการทากรงนกเขาจากกล่มุ หรอื แหลง่ เรยี นรู้อื่นๆ การฝกึ ทกั ษะ
เพอื่ ให้มคี วามชานาญ การใชพ้ ลังกลุ่มในการพฒั นาอาชพี

3. เครอื ข่ายลกั ษณะใดทจ่ี ะมีความสมั พนั ธต์ อ่ กันได้อยา่ งยาวนาน
แนวตอบ เครือขา่ ยทเี่ กิดโดยธรรมชาติ และเครือข่ายท่เี กดิ โดยความสัมพันธ์ หรือ

เครือข่ายท่ไี มไ่ ดม้ ีแนวคิดวา่ จะต้องเปน็ เครือข่าย แตเ่ มอ่ื มีการทากิจกรรมร่วมกันเป็นเวลายาวนาน

ชดุ วิชา การจัดการเรียนรู้กลมุ่ สง่ เสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบ้านหัวดนิ เหนอื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

การจัดการเรียนรู้ 61

บรรณานุกรม

กรวิภา ขวัญเพ็ชร. (2546). ชุดวิชาการผลิตกะปีเย๊าะห์ซูดาน หมวดวิชาคหกรรม. ปัตตานี :
ศนู ย์บริการการศกึ ษานอกโรงเรียนอาเภอเมืองปตั ตานี.

กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ สานักงาน กศน. (2555). คู่มือการจัดการศึกษาต่อเน่ือง (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. 2559).

วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี. (2563).การระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศไทย. สืบค้นข้อมูล : 25
เมษายน 2563, เข้าถงึ ได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki /2563

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอจะนะ. (2556). หลักสูตรการจัด
การศึกษาอาชีพเพ่ือการมีงานทา หลักสูตรการทากรงนก. สงขลา. ศูนย์การศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอจะนะ.

สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2554). หนังสือเรียนสาระ
ทักษะการดาเนินชีวิต รายวิชา ช่องทางการพัฒนาอาชีพ (อช21001). สงขลา. ศูนย์
การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอจะนะ.

สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย. (2555). คมู่ อื การดาเนินงาน

หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั

ปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช 2555). กรุงเทพฯ : รังษีการพมิ พ.์

สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย.(2558). คู่มือการสร้าง
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน. กรุงเทพฯ : รงั ษีการพมิ พ.์

สุนิช บัวทอง. ................... คู่มือการใช้ชุดการเรียนรู้ รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามการพัฒนาศักยภาพ
เพ่ือความยั่งยืนของธรุ กิจชมุ ชน. ประจวบคีรีขันธ์ : สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัยจงั หวดั ประจวบคีรขี นั ธ์.

องค์การบริหารส่วนตาบลตล่ิงชัน. (2563).แหล่งท่องเท่ียว. สืบค้นข้อมูล : 25 เมษายน 2563,
เขา้ ถึงได้จาก http://www.talingchan-chana.go.th/travel/detail/1151/

ชดุ วิชา การจัดการเรยี นรูก้ ลมุ่ ส่งเสรมิ และพัฒนาการทากรงนกบ้านหัวดนิ เหนอื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

การจัดการเรียนรู้ 62

บุคลานกุ รม

นางผร่ดี ๊ะ วนั นิ เหรัญญกิ กลมุ่ สง่ เสรมิ และพัฒนาอาชีพการทากรงนกบ้านหัวดนิ เหนอื ผใู้ ห้
สมั ภาษณ,์ นางลัดดารัตน์ พรเุ พชรแก้ว ผู้สัมภาษณ์ เมอ่ื วนั ที่ 20 เมษายน 2563
ณ บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ท่ี 8 ตาบลป่าชงิ อาเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

นายจีรวัฒน์ สนหิ ลา กานันตาบลตล่งิ ชัน ประธานชมรมกานนั ผู้ใหญ่บ้านอาเภอจะนะ ผ้ใู หส้ ัมภาษณ์,
นางลัดดารตั น์ พรุเพชรแก้ว ผูส้ ัมภาษณ์ เมอื่ วันท่ี 15 พฤษภาคม 2563 ณ ฟาร์มนกเขา
บา้ นนาตีน หมู่ที่ 6 ตาบลตลิง่ อาเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

นายดลรอนี โหะเล๊ะ นกั ศึกษา กศน.อาเภอจะนะ มีอาชีพการทากรงนกเขา ผู้ให้สมั ภาษณ,์
นางลัดดารตั น์ พรุเพชรแก้ว ผ้สู มั ภาษณ์ เม่ือวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 ณ บา้ นเลขท่ี 9/3
หมู่ท่ี 8 ตาบลปา่ ชงิ อาเภอจะนะ จังหวดั สงขลา

นายหมะหะหมดั โตะ๊ ยะลา อดีตกานันตาบลป่าชิง คณะกรรมการสถานศกึ ษา ผูใ้ ห้สมั ภาษณ์,
นางลัดดารตั น์ พรุเพชรแก้ว ผู้สมั ภาษณ์ เม่อื วันท่ี 21 เมษายน 2563 ณ บา้ นเลขท่ี 26/1
หมู่ที่ 4 ตาบลป่าชิง อาเภอจะนะ จังหวดั สงขลา

นายหวัง ขรีดาโอะ๊ ผ้ใู หญบ่ า้ นบา้ นหัวดนิ เหนือ หมู่ที่ 8 ตาบลปา่ ชิง อาเภอจะนะ จงั หวัดสงขลา ผู้ให้
สัมภาษณ์, นางลัดดารตั น์ พรุเพชรแกว้ ผู้สมั ภาษณ์ เมอื่ วันท่ี 17 เมษายน 2563 ณ ที่ทา
การผู้ใหญบ่ ้าน เลขที่ 48 หมู่ที่ 8 ตาบลป่าชงิ อาเภอจะนะ จังหวดั สงขลา

นายอานัส วันนิ ประธานกลมุ่ ส่งเสรมิ และพัฒนาอาชีพการทากรงนกบา้ นหัวดนิ เหนือ ผ้ใู ห้
สมั ภาษณ,์ นางลดั ดารัตน์ พรเุ พชรแกว้ ผู้สัมภาษณ์ เมอ่ื วนั ท่ี 20 เมษายน 2563
ณ บา้ นเลขที่ 33/1 หม่ทู ี่ 8 ตาบลป่าชิง อาเภอจะนะ จงั หวดั สงขลา

นายอับดุลหมาน เส็นแอ ประธานชมรมนกเขาชวาเสียงอาเภอจะนะ ผใู้ หส้ ัมภาษณ,์ นางลัดดารตั น์
พรุเพชรแกว้ ผู้สัมภาษณ์ เมือ่ วนั ท่ี 14 พฤษภาคม 2563 ณ ท่ที าการชมรมนกเขาชวาเสยี ง
อาเภอจะนะ เลขที่ 8 หมู่ท่ี 2 ตาบลบ้านนา อาเภอจะนะ จงั หวดั สงขลา

นายฮะหมีด เต๊ะสอ คอเต็บมัสยิดบ้านหัวดนิ เหนอื หมทู่ ี่ 8 ตาบลป่าชิง อาเภอจะนะ จงั หวดั สงขลา
ผู้ใหส้ มั ภาษณ์, นางลัดดารัตน์ พรุเพชรแกว้ ผสู้ ัมภาษณ์ เมือ่ วนั ที่ 17 เมษายน 2563
ณ มัสยดิ บา้ นหัวดินเหนอื หมทู่ ี่ 8 ตาบลป่าชิง อาเภอจะนะ จังหวดั สงขลา

ชดุ วชิ า การจดั การเรียนรู้กล่มุ ส่งเสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบา้ นหัวดนิ เหนือ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

การจดั การเรียนรู้ 63

คณะผู้จดั ทา

ที่ปรึกษา

นางรงุ่ เรอื ง จอมศรี ผูอ้ านวยการ กศน.อาเภอจะนะ จังหวดั สงขลา
นางสมหมาย นิลปักษ์ ครชู านาญการพิเศษ สถาบนั กศน.ภาคใต้ จงั หวัดสงขลา
นายอานสั วนั นิ ประธานกลมุ่ ส่งเสรมิ และพฒั นาอาชีพการทากรงนกเขา

รวบรวมขอ้ มลู /จัดพมิ พ์

นางลดั ดารตั น์ พรุเพชรแกว้ ครู วทิ ยฐานะ ชานาญการ กศน.อาเภอจะนะ

คณะบรรณาธกิ าร

นายวลั ภัทร เขยี วดี ผู้อานวยการ กศน.อาเภอปา่ แดด จงั หวดั เชยี งราย
นายสุนนั ท์ นิลปักษ์ ขา้ ราชการบานาญ สถาบัน กศน.ภาคใต้ จังหวัดสงขลา

ชดุ วชิ า การจัดการเรยี นร้กู ลมุ่ ส่งเสรมิ และพัฒนาการทากรงนกบา้ นหวั ดนิ เหนือ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

การจดั การเรยี นรู้ 64
ชดุ วชิ า การจดั การเรยี นรู้กล่มุ ส่งเสรมิ และพฒั นาการทากรงนกบา้ นหัวดนิ เหนอื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ศนู ย์การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัยอาเภอจะนะ
Tel 074-207092 http://sk.nfe.go.th/jana/


Click to View FlipBook Version