The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วนันธร ความเป็นมาของภาษาจีน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bonas Anicha, 2022-08-02 10:04:18

ความเป็นมาของภาษาจีน

วนันธร ความเป็นมาของภาษาจีน

ความเป็นมาของ
ภาษาจีน




นายวนันธร สืบกลั่น เลขที่2

ความเป็นมาของภาษาจีน

อักษรจีน คือ อักษรภาพที่โดยหลักๆ ในปัจจุบันใช้สำหรับเขียนภาษาจีน อักษรจีนเป็นหนึ่งในสามอักษรที่ มีอายุเก่าแก่
ที่สุดของโลก และเป็นอักษรที่ยังใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยอักษรภาพเหมือนของอียิปต์และอักษรรูปลิ่มของสุเมเรียนได้เลิกใช้ไป

汉字แล้ว ทฤษฏีการกำเนิดอักษรจีนมีหลากหลาย เช่น การผูกปมเชือก การสลัก และชางเจี๋ยประดิษฐ์อักษร อักษรจีนอยู่ในรูป

แบบที่เรียกว่า ฮั่นจื้อ ( ) สัญลักษณ์แต่ละตัวแสดงคำในภาษาจีนและความหมาย มีจุดกำเนิดจากรูปคน สัตว์ หรือสิ่ง
อื่นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป รูปร่างของอักษรมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างและไม่เหมือนกับสิ่งที่เลียนแบบอีกต่อไป สัญลักษณ์
หลายตัวเกิดจากสัญลักษณ์ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไปมารวมกัน อักษรจีนราว 2,000 ตัวที่ใช้ในประเทศจีนและประเทศสิงคโปร์ได้
เปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบที่เขียนง่ายขึ้น แต่ในไต้หวัน ฮ่องกงและมาเก๊ายังใช้อักษรตัวเต็มอยู่แต่ถึงอย่างไรก็ตาม อักษรทั้ง 2
แบบก็ยังได้รับความนิยมจนปัจจุบัน

วิธีการสร้างอักษรแบบดั้งเดิมของจีนเรียกว่า “ลิ่วซู” (อักษรหกชนิด) วิธีการสร้างอักษรหกชนิดนี้มี อักษรเหมือนภาพ(เซี่
ยงสิง) อักษรบ่งความ (จื่อซื่อ) อักษรรวมความหมาย (ฮุ่ยอี้) อักษรแบบบอกความหมายและเสียง (สิงเซิง) อักษรอธิบาย
เสียง (จ่วนจู้) อักษรยืม (เจี่ยเจี้ย) แท้จริงแล้วในการสร้างอักษรนั้นมีเพียงสี่ชนิดแรกเท่านั้น สองชนิดหลังเป็นเพียงการใช้
อักษรไม่ได้เป็นการสร้างอักษร ดังนั้นจึงมีการเรียกวิธีการสร้างอักษรจีนแบบดั้งเดิมอีกว่า “ซื่อซู” ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง
อักษรแบบหกชนิดหรือสี่ชนิด คนรุ่นหลังอาศัยการใช้งานที่แท้จริงในสังคม และได้ผ่านการศึกษาวิเคราะห์สรุปเป็นกฎ
เกณฑ์ได้หลายข้อ กฎเกณฑ์นี้ไม่ได้เพิ่งกำหนดออกมาแล้วนำมาใช้ในการสร้างอักษร แต่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นแล้ว

การประดิษฐ์อักษรจีนมีอยู่ 4 หลัก

(象形字)1. อักษรภาพ
(指事字)2. อักษรบ่งความ
(会意字)3. อักษรรวมความหมาย
(形声字)4. อักษรแบบบอกความหมายและเสียง

วิวัฒนาการของภาษาจีน

1. อักษรกระดองเต่า หรืออักษรบนกระดูกสัตว์



อักษรกระดองเต่ามีลักษณะคล้ายอักษรภาพ เพียงแค่มองก็รู้ทันทีว่า
หมายความว่าอะไร โดยรูป แบบของอักษรชนิดนี้จะเรียวบางและไม่ค่อยโค้ง
มน ตามเครื่องมือที่ใช้แกะสลัก นอกจากนี้อักษรกระดอง เต่าแม้จะเก่าแก่แต่
ก็เป็นอักษรที่มีความสมมาตร และมีรูปแบบที่แน่ชัด ทั้งยังเพียบพร้อมด้วย
สาม ปัจจัยหลักสำหรับศิลปะการเขียนอักษร ได้แก่ การเขียนอักษร การ
ผสมคำและองค์ประกอบของความเรียงซึ่งแสดงให้เห็นว่าอักษรในยุคนี้
พัฒนาอย่างเป็นระบบแล้วและเป็นรากฐานในการพัฒนามาสู้รูปแบบของ
ตัวอักษรในปัจจุบัน

2.อักษรสำริด อักษรสำริดเกิดขึ้นในช่วงกลางยุคราชวงศ์ซาง

(1,600-1,046 ปีก่อนคริสตศักราช) และเป็นที่ นิยม
ในสมัยราชวงศ์โจว (1,046-256 ปีก่อนคริสต
ศักราช) ในสมัยนั้นมีการใช้เครื่องสําริดกันอย่าง
แพร่หลาย อักษรประเภทนี้เกิดจากการหลอมหรือ
สลักตัวอักษรลงบนเครื่องสำริดต่างๆ โดยเฉพาะ
บนระฆังและกระถางสามขาเนื้อหาที่บันทึก จะเกี่ยว
กับการทําพิธีเซ่นไหว้ ราชโองการ หนังสือรบ
หนังสือสัญญา เป็นต้น ซึ่งบันทึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่
สะท้อนถึงการใช้ชีวิตในยุคสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี
ลักษณะของอักษรสําริดเมื่อเทียบกับอักษร กระดอง
เต่าแล้ว อักษรสำริดจะมีความหนา ความโค้งมนและ
จับเป็นกลุ่มก้อนมากกว่าอักษรกระดองเต่า

3.อักษรเสี่ยวจ้วน

ตัวอักษรเสี่ยวจ้วนเกิดขึ้นหลังจากจักรพรรดิจิ๋นซี (259-
210 ปีก่อนคริสตศักราช) รวบรวม แผ่นดินเป็นหนึ่งได้
แล้ว จึงออกนโยบายปฏิรูปและ วางรากฐานอักษรให้ใช้
เหมือนกันทั่วประเทศ โดย เป็นการปรับอักษรต้าจ้วน ที่
ชาวแคว้นฉินนิยมใช้กันก่อนหน้านี้ให้มีความเรียบง่ายขึ้น
จน กลายเป็นอักษรที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในช่วงเวลา
นั้น จนถึงช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ( 202 ปีก่อนคริ
สตศักราช-ค.ศ. 8) ตัวอักษรเสี่ยวจ้วน ถูกอักษรลี่ซู
ทดแทนในที่สุด

04

4.อักษรลี่ซูหรืออักษรทาส

อักษรลี่ซูเป็นอักษรที่มีวิวัฒนาการมาจากอักษร เสี่ยวจ้วน เริ่มใช้สมัยราชวงศ์ฉิน
(221 207 ปีก่อนคริสตศักราช) เป็นที่นิยมสูงสุดในสมัย ราชวงศ์ฮั่น (202 ปีก่อนคริ
สตศักราช-ค.ศ. 220) ตำนานเล่าว่าอักษรชนิดนี้ถูกสร้างสรรค์โดยทาสใน เรือนจำ
ผู้หนึ่งนามว่า “เฉิงเหมี่ยว” ปีเกิดและ ปีตายไม่แน่ชัด) เขาคิดว่าอักษรเดี่ยวอ้วนเขียน
อย่าง รวดเร็วไม่ได้ ทำให้เสียเวลาทำงาน จึงคิดอักษรรูป แบบใหม่ขึ้นมาและใช้เฉพาะ
กับงานในเรือนจำ เท่านั้น ต่อมาได้เรียกว่าอักษรนี้ว่า “ลี่ซู” เพราะคำว่า ‘ลี่’ แปลว่า
ทาส และถูกใช้อย่างแพร่หลายมาก ขึ้นจนกระทั่งทดแทนอักษรเดี่ยวอ้วนในที่สุด ทว่า
ใน สมัยราชวงศ์เว่ยเหนือ (1ค.ศ. 386-534) มีการ ค้นพบอักษรที่มีความคล้ายกับ
อักษรลี่ซู ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอักษรประเภทนี้อาจมีขึ้นมาก่อนสมัยราชวงศ์ ฉินแล้วตัว
อักษรลี่ซูจะมีลักษณะอ้วนกว้าง เส้นขีดแนวขวางจะยาวเส้นขีดแนวตั้งจะสั้นและ
เปลี่ยนความโค้งมนของอักษรเสี่ยวจ้วนเป็นรูปทรงเหลี่ยม

อักษรข่าย ค่อยๆ พัฒนาโดยเป็นการย่อแบบ 5.อักษรข่ายซู หรือ
มา จากอักษรลี่ซู อีกที ซึ่งอักษรรูปแบบนี้มี อักษรมาตรฐาน /
การ พัฒนามาแล้วหลายต่อหลายสมัย ตั้งแต่
สมัย ราชวงศ์ฮั่น ( 202 ปีก่อนคริสตศักราช- อักษรบรรจง
ค.ศ. 220) จนถึงราชวงศ์ชิง ( ค.ศ. 1636-
1912) ยังคงมีการ เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
อักษรข่ายซูจะมีลักษณะ เป็นทรงตรง เหลี่ยม
ตัวอักษรมีความสมดุล เป็น ระเบียบบรรจง
สวยงาม จึงถือเป็นมาตรฐานในการ เขียน
อักษรจีนจนถึงปัจจุบัน

6, อักษรเฉ่าซูหรืออักษรหวัด

อักษรเฉ่าซูหรืออักษรหวัด คืออักษรที่เขียนด้วย
ความรวดเร็วและหวัดพบในช่วงราชวงศ์ฮั่น (202 ปีก่อ
นคริสตศักราช-ค.ศ. 220) โดยพัฒนามา จากการ
เขียนอักษรลี่ซู แบบหวัด ซึ่งใน ปัจจุบันไม่ว่าอักษร
ประเภทใด ขอเพียงแค่เขียนหวัด ก็สามารถจัดเป็น
อักษรเฉ่าซูได้ เนื่องจากเป็นอักษรที่ มีการเขียนง่ายแต่
อ่านค่อนข้างยาก อาจทําให้เกิดความเข้าใจผิดในการ
สื่อสาร จึงไม่มีการนำมา กำหนดให้เป็นรูปแบบอักษรที่
ใช้กันทั่วไป

7.อักษรสิงซู อักษรสิงซูเป็นอีกหนึ่งรูปแบบ
อักษรที่พัฒนามา จากอักษรลี่ซู
เป็นรูปแบบที่อยู่ระหว่างอักษร ข่าย
ซู และอักษรเฉ่าซูโดยจะอ่านได้ ง่าย
กว่าอักษรเฉ่าซู แต่ก็เขียนออกมาได้
รวดเร็วกว่า อักษรข่ายซูเช่นกัน
อักษรสิงซูสามารถแบ่งได้สองค
ประเภทตามลักษณะของการเขียน
หากเขียนได้ บรรจงและประณีต
หน่อยจะเรียกว่า “สิงข่าย” แต่ถ้า
หากเขียนแล้วมีความหวัดมากกว่า
จะเรียก ว่า ‘สิงเฉ่า”

เส้นขีดในภาษาจีน

ตัวอักษรจีนมีเส้นขีดพื้นฐานอยู่ 8 ขีด

อักษรจีนเป็นอักษรภาพซึ่งประกอบขึ้นจาก เส้นขีดหลากหลายแบบจนมี
โครงสร้างเป็นอักษรทรง สี่เหลี่ยม เส้นขีดแต่ละแบบมีชื่อเรียกและลักษณะ เฉพาะ
ตัว ทั้งยังมีวิธีการเขียนตามหลักเกณฑ์อีกด้วย ผู้เรียนจึงควรทำความรู้จักกับเส้น
ขีดแบบต่างๆ แล้ว ลงมือฝึกเขียน เพราะเส้นขีดถือเป็นหน่วยโครงสร้าง ที่เล็กที่สุด
และเป็นพื้นฐานของการเขียนอักษรจีน เส้นขีดอักษรจีนมีมากมายหลากหลาย
แบบ แต่ยัง ไม่มีการกำหนดจำนวนที่แน่ชัด บทความนี้ขอนำ เสนอเส้นขีดทั้งหมด
31 แบบ





ลำดับขีดอักษรจีน


Click to View FlipBook Version